ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air) พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69079335861
฿17,416,818 ปีงบ 2569 ประกาศ 24 ก.ค. 2569 สมุทรปราการ
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์ที่จะดำเนินการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air) พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในห้องปฏิบัติการสำคัญ ได้แก่ Server Room ของศุลกากร ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารหลัก (MTB), Baggage Control Room (BCR) อาคารปฏิบัติการกระเป๋าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (TBT) และ Main Core Room อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1)

ขอบเขตงานประกอบด้วยการรื้อถอนระบบปรับอากาศเดิมจำนวน 4 ชุด และติดตั้งเครื่องปรับอากาศ Precision Air ใหม่จำนวน 8 ชุด ซึ่งทำงานในลักษณะสลับกันทำงานและสำรอง (Run 1 Standby 1) โดยแบ่งเป็นเครื่องปรับอากาศชนิดใช้น้ำเย็น (Chilled Water) และชนิดใช้สารทำความเย็น (Refrigerant R-410a) งานติดตั้งระบบท่อต่างๆ รวมถึงการเชื่อมต่อท่อน้ำเย็นหลักด้วยวิธี Wet Tapping เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการของท่าอากาศยาน งานติดตั้งระบบไฟฟ้า และการติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Automation System: BAS) เพื่อเชื่อมต่อและสั่งการผ่านระบบ BAS เดิมของ ทอท.

ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการทดสอบระบบอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการทดสอบเดินเครื่องต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง จัดทำรายงานผลการทดสอบ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของ ทอท. จำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน และส่งมอบเอกสารคู่มือการใช้งาน คู่มือบำรุงรักษา และแบบ As-Built Drawing ทั้งในรูปแบบเอกสารและไฟล์ดิจิทัลใน SSD External Hard Disk โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 300 วัน และมีการรับประกันผลงานเป็นเวลา 2 ปี พร้อมบริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และแก้ไขข้อขัดข้อง (CM) จำนวน 4 ครั้งต่อปี

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) intends to procure and install a Precision Air Conditioning System with an Automatic Control System (BAS) at Suvarnabhumi Airport. The project scope includes dismantling 4 existing air conditioning units and supplying and installing 8 new Precision Air units (configured as Run 1 Standby 1) across key locations: the Customs Server Room (3rd Floor, MTB), Baggage Control Room (BCR, TBT), and Main Core Rooms (SAT-1). The installation involves both Chilled Water and Refrigerant (R-410a) systems, piping installation using Wet Tapping services to prevent operational downtime, electrical works, and integration with AOT’s existing Building Automation System (BAS). The contractor must perform comprehensive commissioning tests, including a continuous 48-hour run test, provide training for at least 15 AOT staff, and deliver As-Built drawings and manuals. The project duration is 300 days, with a 2-year warranty period including quarterly preventive maintenance.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดหาและติดตั้งระบบปรับอากาศแบบควบคุมความชื้น (Precision Air) ที่มีประสิทธิภาพสูง ทดแทนระบบเดิมที่เสื่อมสภาพ
  • เพื่อควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในห้องปฏิบัติการสำคัญ (Server Room ศุลกากร, Baggage Control Room และ Main Core Room) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบไอที
  • เพื่อติดตั้งและเชื่อมต่อระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Automation System: BAS) สำหรับควบคุมและเฝ้าระวังการทำงานของระบบปรับอากาศจากส่วนกลาง
  • เพื่อปรับปรุงระบบประหยัดพลังงานโดยการใช้พัดลมชนิด EC Fan และวาล์วควบคุมแบบ PICV/EEV

ขอบเขตของงาน

  • งานสำรวจและออกแบบ: สำรวจหน้างานและจัดทำแผนการดำเนินงาน, Shop Drawing (รวมถึงแบบระบบท่อ ระบบไฟฟ้า และระบบ BAS) และเอกสารอนุมัติวัสดุ (Material Approved) ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติภายใน 30 วัน
  • งานรื้อถอน: รื้อถอนเครื่องปรับอากาศ Precision Air เดิมจำนวน 4 ชุด (Server Room ศุลกากร MTB 2 ชุด และ Baggage Control Room TBT 2 ชุด) พร้อมจัดทำบัญชีส่งคืนคลังพัสดุ ทสภ.
  • งานจัดหาและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ Precision Air (รวม 8 ชุด ทำงานแบบ Run 1 Standby 1):
    • ติดตั้ง Precision Air แบบใช้น้ำเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 32.0 kW จำนวน 2 ชุด ณ Server Room ศุลกากร ชั้น 3 MTB
    • ติดตั้ง Precision Air แบบใช้สารทำความเย็น R-410a ขนาดไม่น้อยกว่า 60.1 kW จำนวน 2 ชุด ณ Baggage Control Room (BCR) TBT
    • ติดตั้ง Precision Air แบบใช้น้ำเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 60.2 kW จำนวน 2 ชุด ณ Main Core Room ห้อง 5-G1-181 SAT-1
    • ติดตั้ง Precision Air แบบใช้น้ำเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 60.2 kW จำนวน 2 ชุด ณ Main Core Room ห้อง 5-G1-356 SAT-1
  • งานติดตั้งระบบท่อ:
    • ติดตั้งระบบท่อน้ำเย็นเหล็กดำ Schedule 40 Grade B โดยใช้วิธี Wet Tapping Service ในการเชื่อมต่อกับท่อหลักเดิมเพื่อไม่ให้หยุดการจ่ายน้ำเย็น
    • ติดตั้งระบบท่อสารทำความเย็น (ท่อทองแดง Type L) และท่อน้ำทิ้ง (ท่อเหล็กอาบสังกะสี หรือติดตั้ง Automatic Drain Pump ในจุดที่ไม่มีความลาดเอียง)
    • ติดตั้งระบบท่อน้ำประปา (ท่อ PP-R) และระบบท่อส่งลมเย็นพร้อมหน้ากากลม
  • งานติดตั้งระบบไฟฟ้า: เดินสายไฟฟ้าในท่อร้อยสาย IMC (ภายในอาคาร) และ RSC (ภายนอกอาคาร) พร้อมติดตั้ง Safety Switch และระบบสายดิน
  • งานติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ (BAS): จัดหาและติดตั้งตู้ Control Panel (DDC Panel), BAS Server รองรับโปรโตคอล BACnet/IP, ออกแบบ GUI สำหรับควบคุมและเฝ้าระวัง และเชื่อมต่อเข้ากับระบบ BAS เดิมของ ทอท.
  • งานทดสอบและปรับแต่งระบบ (Commissioning & Testing): ทดสอบแรงดันระบบท่อน้ำและท่อสารทำความเย็น, ปรับแต่งปริมาณน้ำ (Water Balancing) และทดลองเดินเครื่องต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง
  • งานฝึกอบรม: จัดฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาให้แก่เจ้าหน้าที่ ทอท. ไม่น้อยกว่า 15 คน
  • งานบำรุงรักษาช่วงรับประกัน: ให้บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และแก้ไขข้อขัดข้อง (CM) จำนวน 4 ครั้งต่อปี (ทุก 3 เดือน) ตลอดระยะเวลารับประกัน 2 ปี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน, Shop Drawing, รายการอุปกรณ์ (Equipment List) และเอกสารอนุมัติวัสดุ (Material Approved)
  • บัญชีรายการวัสดุอุปกรณ์ที่รื้อถอนเพื่อส่งคืนคลังพัสดุ ทสภ.
  • รายงานขั้นตอนการดำเนินงานพร้อมรูปถ่ายขั้นตอนการติดตั้ง
  • หนังสือส่งมอบงานในแต่ละงวด (งวดที่ 1 - 4)
  • หนังสือรับประกันผลงาน (ระยะเวลา 2 ปี)
  • คู่มือการใช้งาน (Operating Manual) และคู่มือการบำรุงรักษา (Maintenance Manual) พร้อม Catalog อุปกรณ์
  • รายการชิ้นส่วนสำรอง (Spare Parts List) ของอุปกรณ์ทั้งหมด
  • แบบตามที่สร้างจริง (As-Built Drawing) ขนาด A3 จำนวน 3 ชุด
  • เอกสารรายงานผลการทดสอบและการปรับแต่งระบบ (Commissioning Test)
  • External Hard Disk (SSD) ขนาดไม่น้อยกว่า 1 TB จำนวน 3 ชุด บรรจุไฟล์เอกสารทั้งหมด รวมถึงไฟล์ As-Built Drawing ในรูปแบบ AutoCAD (เวอร์ชัน 2013 ขึ้นไป) และ PDF

ระยะเวลาดำเนินการ

ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุพร้อมติดตั้งตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 300 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแบบควบคุมความชื้น (Precision Air) ต้องได้รับมาตรฐาน ISO 9001
  • Experience: ผู้เสนอราคาต้องได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศแบบควบคุมความชื้น (Precision Air) ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิ์จำหน่ายจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ หรือเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่เสนอราคา
  • Technical Capabilities: ต้องส่งแคตตาล็อกหรือ Data Sheet ที่แสดงรายละเอียดคุณสมบัติทางเทคนิคที่ตรงตามข้อกำหนดของ ทอท. หากคุณสมบัติใดไม่ปรากฏในแคตตาล็อก ต้องแนบหนังสือรับรองจากบริษัทผู้ผลิต (Manufacturer’s Certificate) ยืนยันคุณลักษณะเฉพาะดังกล่าวพร้อมลงนามโดยผู้มีอำนาจ

เกณฑ์การพิจารณา

ทอท. จะพิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา (Price Criteria) โดยพิจารณาจากราคารวมทั้งสิ้นที่เสนอต่ำที่สุดและมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตาม TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องปรับอากาศ Precision Air แบบใช้น้ำเย็น (Chilled Water Type):
    • สำหรับ MTB (PAC-MTB-01, 02): Total Cooling Capacity >= 32.0 kW, Air Flow >= 8,000 CMH, ส่งลมแบบ Up Flow, อุณหภูมิน้ำเข้า/ออก 7/12 °C, พัดลม EC Fan ชนิด Backward Curved Centrifugal, เครื่องทำความชื้น Electrode Humidifier >= 3.7 kW, เครื่องทำความร้อน Electric Heater >= 6.0 kW, วาล์วควบคุมแบบ PICV พร้อมหัวขับไฟฟ้า Proportional 24 VAC/VDC, แผ่นกรองอากาศ Class EU4 หรือ G4
    • สำหรับ SAT-1 (PAC-SAT1-01 ถึง 04): Total Cooling Capacity >= 60.2 kW, Air Flow >= 11,200 CMH, ส่งลมแบบ Up Flow, อุณหภูมิน้ำเข้า/ออก 7/12 °C, พัดลม EC Fan, เครื่องทำความชื้น Electrode Humidifier >= 4.6 kW, เครื่องทำความร้อน Electric Heater >= 6.0 kW, วาล์วควบคุมแบบ PICV, แผ่นกรองอากาศ Class EU4 หรือ G4
  • เครื่องปรับอากาศ Precision Air แบบใช้สารทำความเย็น (Refrigerant Type):
    • สำหรับ TBT (PAC/CDU-TBT-01, 02): Total Cooling Capacity >= 60.1 kW, Air Flow >= 14,200 CMH, ส่งลมแบบ Up Flow, สารทำความเย็น R-410a, พัดลม EC Fan, เครื่องทำความชื้น Electrode Humidifier >= 3.9 kW, เครื่องทำความร้อน Electric Heater >= 6.0 kW, วาล์วลดความดันแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EEV), คอมเพรสเซอร์ชนิด Scroll แบบปรับความเร็วรอบได้ (Inverter), คอยล์ร้อนระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Cooled), ค่า EER ไม่น้อยกว่า 3.36
  • ระบบควบคุมไมโครโปรเซสเซอร์: แสดงผลผ่านจอ LCD หน้าเครื่อง รองรับการทำ Auto Sequence ได้พร้อมกันไม่น้อยกว่า 8 เครื่อง ควบคุมอุณหภูมิได้ในช่วง +-1 °C และความชื้น +-5% RH สามารถเก็บประวัติ Alarm ได้ไม่น้อยกว่า 50 เหตุการณ์ และมีระบบสลับการทำงานอัตโนมัติเมื่อเครื่องหลักขัดข้อง
  • ระบบท่อและฉนวน: ท่อน้ำเย็นเหล็กดำ ASTM A53 Sch.40, ท่อทองแดง Type L ASTM B-88, ท่อน้ำทิ้งเหล็กอาบสังกะสี มอก. 277-2532, ท่อลมสังกะสีมาตรฐาน SMACNA หุ้มฉนวนยางดำชนิด Closed Cell ได้มาตรฐาน UL-94 Class V-0 และ FM Approved หุ้มทับด้วย Aluminum Jacket หนาไม่น้อยกว่า 0.5 มม. สำหรับท่อภายนอกอาคาร
  • ระบบ BAS Server: รองรับโปรโตคอล BACnet/IP, CPU >= 300 MHz, Memory >= 100 MB, ตู้ DDC Panel ทำจาก Electro Galvanized Steel หนาไม่น้อยกว่า 1.6 มม. พ่นสี Texture Light Grey พร้อมพัดลมระบายอากาศ 2 ตัว และระบบสำรองไฟ UPS

เงื่อนไขสัญญา

  • การแบ่งจ่ายเงิน (แบ่งออกเป็น 4 งวด):
    • งวดที่ 1 (ร้อยละ 30): เมื่อติดตั้ง Precision Air จำนวน 2 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบแล้วเสร็จใช้งานได้แบบ Stand Alone ณ Main Core Room ห้อง S-G1-181 (SAT-1) และส่งมอบตัวเครื่อง Precision Air อีก 2 ชุด สำหรับห้อง S-G1-356 (SAT-1)
    • งวดที่ 2 (ร้อยละ 20): เมื่อติดตั้ง Precision Air จำนวน 4 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบแล้วเสร็จใช้งานได้แบบ Stand Alone ณ Main Core Room ห้อง S-G1-356 (SAT-1) จำนวน 2 ชุด และ Baggage Control Room (TBT) จำนวน 2 ชุด
    • งวดที่ 3 (ร้อยละ 20): เมื่อติดตั้ง Precision Air จำนวน 2 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบแล้วเสร็จใช้งานได้แบบ Stand Alone ณ Server Room ศุลกากร ชั้น 3 (MTB)
    • งวดที่ 4 / งวดสุดท้าย (ร้อยละ 30): เมื่อติดตั้งระบบ BAS และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน เชื่อมต่อระบบทั้งหมดสมบูรณ์ และส่งมอบงานตามสัญญาทั้งหมดเรียบร้อย
  • อัตราค่าปรับ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าของพร้อมติดตั้งที่ยังไม่ได้รับมอบในแต่ละงวด
  • การรับประกันและบำรุงรักษา: รับประกันคุณภาพผลงานและอุปกรณ์เป็นเวลา 2 ปี นับจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยผู้ขายต้องเข้ามาดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และแก้ไขข้อขัดข้อง (CM) ปีละ 4 ครั้ง (ทุก 3 เดือน) หากเกิดการชำรุดเสียหายในระยะเวลารับประกัน ต้องเข้าแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับจากได้รับแจ้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: การเชื่อมต่อท่อน้ำเย็นใหม่เข้ากับระบบท่อน้ำเย็นหลักของ ทอท. มีเงื่อนไขพิเศษอย่างไร?
    A: ผู้ขายต้องใช้วิธีการเชื่อมต่อโดยไม่มีการหยุดจ่ายน้ำเย็นในระบบ (Wet Tapping Service) เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบปรับอากาศภายในอาคาร MTB และ SAT-1
    • Q: ระบบปรับอากาศ Precision Air ที่ติดตั้งใหม่ต้องทำงานในลักษณะใด?
      A: ต้องติดตั้งแบบจับคู่ทำงานและสำรอง (Run 1 Standby 1) เพื่อให้ระบบทำงานทดแทนกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    • Q: หากพื้นที่ติดตั้งท่อน้ำทิ้งไม่มีความลาดเอียงเพียงพอ ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร?
      A: ผู้ขายต้องจัดหาและติดตั้งปั๊มระบายน้ำทิ้งอัตโนมัติ (Automatic Drain Pump) พร้อมอุปกรณ์ประกอบ โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง
    • Q: การทดสอบระบบท่อน้ำเย็นและท่อน้ำทิ้งต้องใช้แรงดันและระยะเวลาเท่าใด?
      A: ท่อน้ำเย็นต้องทดสอบแรงดันไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของแรงดันใช้งานจริง (แต่ไม่น้อยกว่า 150 psi) เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ส่วนท่อน้ำทิ้งต้องทดสอบแรงดันไม่น้อยกว่า 50 psi เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
    • Q: ขั้นตอนการทดสอบรอยรั่วของท่อสารทำความเย็น (ท่อทองแดง) มีกี่ขั้นตอน?
      A: มี 3 ขั้นตอนโดยอัดก๊าซไนโตรเจนที่แรงดันต่างกัน: ขั้นที่ 1 ที่ 42 psi (3 นาที), ขั้นที่ 2 ที่ 213 psi (3 นาที) และขั้นที่ 3 ที่ 540 psi (24 ชั่วโมง)
    • Q: การทำสุญญากาศเพื่อดูดความชื้นในท่อสารทำความเย็นมีขั้นตอนอย่างไร?
      A: ทำสุญญากาศที่ -755 mmHg เป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นอัดก๊าซไนโตรเจนที่ 0.05 MPa แล้วทำสุญญากาศอีกครั้งที่ -755 mmHg รักษาแรงดันไว้ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนเติมสารทำความเย็น
    • Q: การทดลองเดินเครื่องระบบปรับอากาศในงวดสุดท้ายต้องทดสอบต่อเนื่องเป็นเวลากี่ชั่วโมง?
      A: ต้องทดลองเดินเครื่องต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง หากเกิดข้อขัดข้องต้องแก้ไขและเริ่มนับเวลาทดสอบใหม่
    • Q: ในช่วงระยะเวลารับประกัน 2 ปี ผู้ขายมีหน้าที่บำรุงรักษาระบบอย่างไรบ้าง?
      A: ต้องทำการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และแก้ไขข้อขัดข้อง (CM) ตามมาตรฐานผู้ผลิต จำนวน 4 ครั้งต่อปี (ทุกๆ 3 เดือน) จนครบอายุสัญญาประกัน
    • Q: การเดินสายสัญญาณและสายระบบไฟฟ้าของระบบ BAS มีข้อกำหนดในการติดตั้งอย่างไร?
      A: ต้องแยกท่อร้อยสายโลหะ (IMC) และติดตั้งให้มีระยะห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร พร้อมทำ Wire Marker ที่ต้นทางและปลายทางทุกจุด
    • Q: หากเกิดความเสียหายต่อระบบเดิมของ ทอท. ในระหว่างติดตั้งระบบ BAS ผู้ขายต้องแก้ไขภายในกี่วัน?
      A: ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและดำเนินการแก้ไขให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติภายใน 3 วัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อก้าหนดรายละเอียดในการจัดหาของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air)
พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

  1. วัตถุประสงค์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะซื้อพร้อมติดตั้งระบบปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air) พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จํานวน 1 งาน
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 วัสดุที่นํามาใช้ทั้งหมดต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    2.2 การติดตั้งระบบปรับอากาศตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรม
    ปรับอากาศแห่งประเทศไทย
    2.3 การสร้างและการติดตั้งระบบท่อลมตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามมาตรฐานท่อส่งลมใน ระบบปรับอากาศ สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย
    2.4 การติดตั้งระบบไฟฟ้าตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับ ประเทศไทย ฉบับล่าสุด ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    2.5 โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air) ต้องได้รับมาตรฐาน ISO 9001
    2.6 เครื่องปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air) ที่ติดตั้งในงานนี้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกัน
    ทงหมด
    2.7 ท่อเหล็กดํา (Black Steel Pipe) Schedule 40 Grade B ต้องได้มาตรฐาน ASTM A53
    2.8 ท่อทองแดงต้องได้มาตรฐาน ASTM B-88 TYPE-L
    2.9 ท่อเหล็กอาบสังกะสี (Galvanized Steel Pipe) ต้องได้มาตรฐาน มอก. 277-2532 หรือ BS 1387
    2.10 ท่อ PP-R ต้องได้มาตรฐาน DIN 8077-8078
    2.11 สายไฟฟ้าต้องได้มาตรฐาน มอก. 11-2553
    2.12 ท่อร้อยสายไฟฟ้า ชนิดโลหะ แบบ IMC และ RSC ต้องได้มาตรฐาน มอก. 770-2533
    2.13 สวิตซ์ตัดตอนอัตโนมัติ (MCB : Miniature Circuit Breaker) ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน IEC
    60947-2 หรือ IEC 60898
    2.14 สวิตช์ตัดตอนอัตโนมัติ (Molded Case Circuit Breaker : MCCB) จะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน IEC
    60947-2
    2.15 เซฟตี้สวิตช์ (Safety Switch) ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งดังต่อไปนี้ NEMA, UL หรือ IEC
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างๆ 3
    1
    2
  3. ลักษณะทั่วไป
    ให้ผู้ขายดําเนินการรื้อถอนและจัดหาพร้อมติดตั้ง Precision Air พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยน ทดแทน Precision Air สําหรับ Server Room ของศุลกากร ชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร (Main Terminal Building : MTB) และสําหรับ Baggage Control Room (BCR) อาคารปฏิบัติการกระเป๋าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Baggage Terminal : TBT) และจัดหาพร้อมติดตั้ง Precision Air พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ เพื่อติดตั้งใหม่ สําหรับ Main Core Room หมายเลขห้อง 5-G1-181 และ 5-G1-356 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) พร้อมติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Automation System : BAS) สําหรับ Precision Air
  4. คุณสมบัติทางเทคนิค
    4.1 Precision Air แบบใช้น้ําเย็น (Chilled Water) ต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    4.1.1 PAC-MTB-01 และ PAC-MTB-02 สําหรับ Server Room ของศุลกากร 3 MTB
    4.1.1.1 Total Cooling Capacity ไม่น้อยกว่า 32.0 kW
    4.1.1.2 Air Flow ไม่น้อยกว่า 8,000 CMH
    4.1.1.3 ลักษณะของการส่งลมเป็นแบบ Up Flow
    4.1.1.4 สารทําความเย็นเป็น ชนิด น้ําเย็น
    4.1.1.5 Entering Water Temperature 7 °C
    4.1.1.6 Leaving Water Temperature 12 °C
    4.1.1.7 พัดลมเป็น EC Fan ชนิด Backward Curved Centrifugal
    4.1.1.8 Power Supply ต้องเป็น 380-415 V/3 Ph/50 Hz
    4.1.1.9 ชุดทําความชื้น (Humidifier) เป็นชนิด Electrode Humidifier และมีขนาดไม่น้อยกว่า 3.7 kW หรือ 4.5 kg/h
    4.1.1.10 เครื่องทําความร้อน (Heater) เป็นชนิด Electrical Heater และมีขนาดไม่น้อยกว่า 6.0 kW 4.1.1.11 วาล์วปรับอัตราการไหลและควบคุมอุณหภูมิเป็นแบบอัตโนมัติ (Pressure Independent Control Valve : PICV) และชุดหัวขับไฟฟ้า (Actuator) เป็นชนิด Proportional ที่ใช้กับระบบไฟฟ้า 24 VAC หรือ
    24 VDC
    4.1.1.12 แผ่นกรองอากาศ (Filter) ต้องเป็นระดับ Class EU4 หรือ G4
    4.1.2 PAC-SAT1-01, PAC-SAT1-02, PAC-SAT1-03 และ PAC-SAT1-04 สําหรับ Main Core Room For
    ICT SAT-1
    4.1.2.1 Total Cooling Capacity ไม่น้อยกว่า 60.2 kW
    4.1.2.2 Air Flow ไม่น้อยกว่า 11,200 CMH
    4.1.2.3 ลักษณะของการส่งลมเป็นแบบ Up Flow
    4.1.2.4 สารทําความเย็นเป็น ชนิด น้ําเย็น
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    3
    لنا
    4.1.2.5 Entering Water Temperature 7 °C
    4.1.2.6 Leaving Water Temperature 12 °C 4.1.2.7 พัดลมเป็น EC Fan ชนิด Backward Curved Centrifugal 4.1.2.8 Power Supply ต้องเป็น 380-415 V/3 Ph/50 Hz
    4.1.2.9 ชุดทําความชื้น (Humidifier) เป็นชนิด Electrode Humidifier และมีขนาดไม่น้อยกว่า 4.6 kW หรือ 4.5 kg/h
    4.1.2.10 เครื่องทําความร้อน (Heater) เป็นชนิด Electrical Heater และมีขนาดไม่น้อยกว่า 6.0 kW 4.1.2.11 วาล์วปรับอัตราการไหลและควบคุมอุณหภูมิเป็นแบบอัตโนมัติ (Pressure Independent Control Valve : PICV) และชุดหัวขับไฟฟ้า (Actuator) เป็นชนิด Proportional ที่ใช้กับระบบไฟฟ้า 24 VAC หรือ
    24 VDC
    4.1.2.12 แผ่นกรองอากาศ (Filter) ต้องเป็นระดับ Class EU4 หรือ G4
    4.2 Precision Air แบบใช้สารทําความเย็น สําหรับ PAC/CDU-T8T-01 และ PAC/CDU-TBT-02 บริเวณ Baggage Control Room (BCR) TBT ต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    4.2.1 Total Cooling Capacity ไม่น้อยกว่า 60.1 kW
    4.2.2 Air Flow ไม่น้อยกว่า 14,200 CMH
    4.2.3 ลักษณะของการส่งลมเป็นแบบ Up Flow
    4.2.4 สารทําความเย็นเป็น ชนิด R-410a
    4.2.5 พัดลมเป็น EC Fan ชนิด Backward Curved Centrifugal (Indoor Unit)
    4.2.6 ชุดทําความชื้น (Humidifier) เป็นชนิด Electrode Humidifier และมีขนาดไม่น้อยกว่า 3.9 KW
    4.2.7 เครี่องทําความร้อน (Heater) เป็นชนิด Electrical Heater และมีขนาดไม่น้อยกว่า 6.0 kw
    4.2.8 วาล์วลดความดันเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Expansion Valve : EEV)
    4.2.9 แผ่นกรองอากาศ (Filter) ต้องเป็นระดับ Class EU4 หรือ G4
    4.2.10 คอมเพรสเซอร์ (Compressor) เป็นชนิด Scroll Compressor และสามารถปรับความเร็วรอบได้
    (Variable Speed Compressor na Inverter Compressor)
    4.2.11 คอล์ยร้อน (Condensing Unit : CDU) เป็นแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Cooled) 4.2.12 Power Supply ต้องเป็น 380-415 V/3 Ph/50 Hz
    4.2.13 ค่า EER ไม่น้อยกว่า 3.36
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    4
  5. ความต้องการ
    ให้ผู้ขายจัดหาพร้อมติดตั้ง Precision Air เพื่อเปลี่ยนทดแทนและติดตั้งใหม่เพิ่มเติม พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ทสภ. โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    5.1 จัดหาพร้อมติดตั้ง Precision Air จํานวน 2 ชุด (Run 1 Standby 1) พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ สําหรับ Server Room ของศุลกากร ชั้น 3 MTB
    5.2 จัดหาพร้อมติดตั้ง Precision Air จํานวน 2 ชุด (Run 1 Standby 1) พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ สําหรับ Baggage Control Room (BCR) TBT
    5.3 จัดหาพร้อมติดตั้ง Precision Air จํานวน 2 ชุด (Run 1 Standby 1) พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ
    สําหรับ Main Core Room หมายเลขห้อง S-G1-181 SAT-1
    5.4 จัดหาพร้อมติดตั้ง Precision Air จํานวน 2 ชุด (Run 1 Standby 1) พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ
    สําหรับ Main Core Room หมายเลขห้อง S-G1-356 SAT-1
    5.5 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบท่อน้ําเย็น สําหรับ Precision Air แบบใช้น้ําเย็น จํานวน 1 งาน
    5.6 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบท่อสารทําความเย็น สําหรับ Precision Air แบบสารทําความเย็น จํานวน 1 งาน 5.7 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบท่อน้ําทิ้ง สําหรับ Precision Air จํานวน 1 งาน
    5.8 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้า สําหรับ Precision Air จํานวน 1 งาน

    5.9 จัดหาพร้อมติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Automation System : BAS) สําหรับ Precision Air
    จํานวน 1 งาน
  6. การติดตั้ง
    6.1 ให้ผู้ขายดําเนินการสํารวจหน้างาน แล้วให้ส่งเอกสารเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่ออนุมัติภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ดังนี้
    6.1.1 แผนการดาเนินงาน
    6.1.2 Shop Drawing
    6.1.2.1 Equipment List
    6.1.2.2 แบบการติดตั้ง Precision Air
    6.1.2.3 แบบการติดตั้งระบบท่อน้ําเย็น
    6.1.2.4 แบบการติดตั้งระบบท่อสารทําความเย็น
    6.1.2.5 แบบการติดตั้งระบบท่อน้ําทิ้ง
    6.1.2.6 แบบการติดตั้งระบบไฟฟ้า
    6.1.2.7 แบบการติดตั้งระบบ BAS
    6.1.2.8 แบบ Typical ของการติดตั้งงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างๆ 3
    5
    6.1.2.9 แบบฟอร์มและวิธีการ Commissioning Test
    6.1.3 Material Approved
    6.2 ผู้ขายต้องได้รับการอนุมัติเอกสารตามข้อ 6.1 จากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนจึงจะสามารถดําเนินงานได้ 6.3 การรื้อถอน
    6.3.1 ให้ผู้ขายดําเนินการรื้อถอน Precision Air จํานวน 4 ชุด พร้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ สําหรับ Server Room ของศุลกากร ชั้น 3 MTB จํานวน 2 ชุด และ Baggage Control Room (SCR) TBT จํานวน 2 ชุด
    6.3.2 ให้ผู้ขายจัดทําบัญชีรายการวัสดุอุปกรณ์ที่รื้อถอนส่งผ่านผู้ควบคุมงาน เพื่อส่งคืนคลังพัสดุ ทสภ. 6.4 การติดตั้ง Precision Air
    ให้ผู้ขายดําเนินการติดตั้ง Precision Air ตามข้อ 4 ประกอบด้วย
    6.4.1 Precision Air แบบใช้น้ําเย็นและใช้สารทําความเย็น (ส่วนของ Precision Air Unit)
    6.4.1.1 Precision Air Unit ต้องประกอบเป็นชุดสําเร็จมาจากโรงงานทั้งชุด โดยผ่านการทดสอบตาม มาตรฐานสากลมาแล้ว แต่ละเครื่องประกอบด้วยอุปกรณ์สําคัญ เช่น พัดลม, คอยล์เย็น, Control Valve (PICV สําหรับ Precision Air แบบใช้น้ําเย็น และ EEV สําหรับ Precision Air แบบใช้สารทําความเย็น), ชุดทําความชื้น (Humidifier), เครื่องทําความร้อน (Heater), แผ่นกรองอากาศ (Filter) และอุปกรณ์ควบคุมแบบไมโครโปรเซสเซอร์ ซึ่งประกอบ
    เรียบร้อยมาจากโรงงาน
    6.4.1.2 ตัวถังทําด้วยโลหะผ่านกรรมวิธีเคลือบสังกะสีและ Powder Coating ภายในตัวเครื่องบุด้วย
    ฉนวนชนิดไม่ลามไฟ
    6.4.1.3 พัดลมเป็นชนิด EC Fan ขับเคลื่อนโดยตรงด้วยมอเตอร์ พัดลมต้องสามารถปรับความเร็วรอบได้ โดยอัตโนมัติ พัดลมต้องได้รับการถ่วงสมดุลทั้งในขณะที่หยุดนิ่งและหมุนจากโรงงานผู้ผลิต
    6.4.1.4 คอยล์เย็นทําด้วยทองแดงเป็นท่อทองแดงอย่างแข็งที่ถูกอัดให้เข้ากับครีบอลูมิเนียม ชนิดอัดติด แน่นกับท่อด้วยวิธีทางกลโดยจัดวางในลักษณะเฉียงกับทิศทางการจ่ายลมหรือรูปทรงอื่นตามมาตรฐานของโรงงาน ผู้ผลิต พร้อมถาดน้ําทําด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) สําหรับรองรับน้ํา
    6.4.1.5 ชุดทําความชื้น (Humidifier) พร้อมชุดควบคุมระดับน้ําและสามารถระบายน้ําได้อัตโนมัติ (Auto
    Drain Function)
    6.4.1.6 เครื่องทําความร้อน (Heater) ชนิด Electrical Heater มีระบบ Safety Protection (กรณี Loss of Air และ High Temp) ทางด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานติดตั้งไว้
    6.4.1.7 แผ่นกรองอากาศ (Filter) มาตรฐานของผู้ผลิต หรือที่ระบุในข้อกําหนด
    6.4.1.8 ให้มีอุปกรณ์ตรวจจับน้ํารั่ว (Water Leak Detection) ติดตั้งบริเวณใต้เครื่อง 1 จุดต่อ 1 เครื่อง โดยใช้ระบบ Sensing Cable ใต้พื้นยกเพื่อตรวจสอบน้ํารั่วใต้เครื่อง
    6.4.1.9 อุปกรณ์ควบคุมแบบไมโครโปรเซสเซอร์ประกอบเรียบร้อยมาจากโรงงาน ต้องควบคุมให้ เครื่องปรับอากาศทํางานได้ตามวัตถุประสงค์ควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นรวมทั้งต้องมี Monitor แสดง Alarm เมื่อ เครื่องเกิดอาการผิดปกติ อุปกรณ์ควบคุมแต่ละชุดให้ต่อเชื่อมกับระบบ BAS
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    6
    6.4.1.10 ระบบควบคุมและแสดงผลทั้งหมดจะต้องเป็นระบบไมโครโปรเซสเซอร์ ซึ่งแสดงผลบนจอ LCD หรือดีกว่า โดยต้องจัดหาพร้อมติดตั้งไว้ด้านฝาหน้าของเครื่องปรับอากาศ จะต้องมีระบบควบคุม พร้อมระบบแสดง อุณหภูมิ ความชื้น และ Alarm ต่าง ๆ 1 ชุด ต่อเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง สามารถรองรับการทํา Auto Sequence ได้พร้อมกันไม่น้อยกว่า 8 เครื่อง การควบคุมทางด้านอุณหภูมิและความชื้นต้องสามารถตอบสนองได้ในช่วง +1 °C, ±5% RH จาก Set Point ทั้งนี้ระบบควบคุมต้องสามารถทํา Function และแจ้งเตือนค่าต่าง ๆ ต่อไปนี้ได้
    6.4.1.10.1 Start
    6.4.1.10.2 Stop
    6.4.1.10.3 Low/High Temperature
    6.4.1.10.4 Low/High Humidity
    6.4.1.10.5 Fan Failure
    6.4.1.10.6 แจ้งสถานการณ์อุดตันของแผ่นกรองอากาศ 6.4.1.10.7 แจ้ง Alarm ทั่วไป
    6.4.1.10.8 แจ้งสถานะการใช้งาน Start / Stop
    6.4.1.10.9 แสดงอุณหภูมิและความชื้นภายในห้องและ Setpoint 6.4.1.11 การทํางานของชุดควบคุมต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้

    6.4.1.11.1 แสดงสภาวะการทํางานใน Mode Information Level ได้แก่ การทําความชื้น
    ลดความชื้น, ทําความเย็น, หยุดการทํางาน, กําลังทํางาน
    6.4.1.11.2 สามารถแสดงสภาวะการทํางานทุกเครื่องในกลุ่มบนหน้าจอแสดงผลเครื่องเดียวได้ 6.4.1.11.3 สามารถหยุดการทํางานของชุดทําความชื้นและเครื่องทําความร้อน เพื่อประหยัด
    กระแสไฟฟ้าในกรณีที่ไฟฟ้าดับได้
    ย้อนหลังได้
    บํารุงรักษา
    6.4.1.11.4 สามารถแสดงและกําหนดความละเอียดของกราฟค่าอุณหภูมิ และความชื้น
    6.4.1.11.5 มีรหัสรักษาความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3 ระดับ
    6.4.1.11.6 แสดง Running Hour ได้
    6.4.1.11.7 สามารถเก็บ Alarm ได้ไม่น้อยกว่า 50 เหตุการณ์
    6.4.1.11.8 มีสัญลักษณ์ Maintenance Request แสดงบนจอเมื่อถึงระยะที่กําหนดในการ
    6.4.1.11.9 สามารถควบคุมการสลับการทํางานของเครื่องปรับอากาศได้โดยไม่ต้องอาศัยชุด
    ควบคุมภายในเครื่องปรับอากาศ ดังกรณีต่อไปนี้
    &
    6.4.1.11.9.1 ในกรณีที่เครื่องปรับอากาศหลักขัดข้อง
    6.4.1.11.9.2 ระบบปรับอากาศไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิหรือความชื้นได้
    فلم

    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    7
    งาน
    6.4.1.11.9.3 หมุนเวียนการทํางานเครื่องปรับอากาศสํารองเพื่อเฉลี่ยอายุการใช้
    6.4.2 Precision Air แบบใช้สารทําความเย็น (ส่วนของ Condensing Unit (CDU))
    6.4.2.1 คอมเพรสเซอร์ (Compressor) เป็นชนิด Scroll Compressor จํานวนวงจรทําความเย็นตาม มาตรฐานผู้ผลิต โดยคอมเพรสเซอร์ต้องติดตั้งอยู่บนฐานที่ลดการสั่นสะเทือน
    6.4.2.2 สารทําความเย็นเป็น ชนิด R-410a
    6.4.2.3 ชุดระบายความร้อนด้วยอากาศ (CDU) ประกอบด้วยแผงระบายความร้อนทําด้วยทองแดงอย่าง แข็งแรง มีครีบอลูมิเนียมติดแน่นกับท่อ
    6.4.2.4 ชุดระบายความร้อนเป็นแบบขับเคลื่อนโดยตรง (Direct Drive With Axial Fan) 6.4.3 ถาดรองน้ํา (Secondary Drain Pan) พร้อมหุ้มฉนวนยางดํา บริเวณด้านใต้ของ Precision Air แบบใช้ น้ําเย็นและใช้สารทําความเย็น (ส่วนของ Precision Air Unit) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    6.4.3.1 วัสดุที่ใช้ผลิตเป็น Stainless Steel Sheet 316 ความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 มม.
    6.4.3.2 ขนาดของถาดรองน้ํา โดยรอบต้องกว้างกว่าขนาดของเครื่องไม่น้อยกว่าด้านละ 10 เซนติเมตร หรือตามดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    6.4.3.3 ถาดรองรับน้ําทิ้งให้ติดตั้งสําหรับ Precision Air ทุกชุด
    6.5 การติดตั้งระบบท่อ
    ให้ผู้ขายดําเนินการติดตั้งระบบท่อน้ําเย็น ท่อทองแดง ท่อน้ําทิ้ง และท่อลม สําหรับ Precision Air แบบใช้น้ํา เย็นและใช้สารทําความเย็น ตามลําดับ ตามข้อ 4 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    6.5.1 ท่อน้ําเย็น
    6.5.1.1 การเชื่อมต่อท่อน้ําเย็นใหม่เข้ากับระบบท่อน้ําเย็นหลักของ ทอท. สําหรับ Precision Air แบบใช้ น้ําเย็น ให้ใช้วิธีการเชื่อมต่อน้ําเย็นโดยไม่มีการหยุดน้ําเย็นภายในระบบ (Wet Tapping Service) เพื่อไม่ให้ส่งผล กระทบต่อการให้บริการระบบปรับอากาศภายในอาคาร MTB และ SAT-1 และหลังจุดเชื่อมต่อน้ําเย็นให้ผู้ชายติดตั้ง Manual Balancing Valve (ด้าน Return), Gate Valve สําหรับ Drain น้ํา ขนาด 3/4 นิ้ว (ด้าน Supply และ Return), Pressure Gauge (ด้าน Supply และ Return) และ Thermometer (ด้าน Supply และ Return)
    6.5.1.2 ท่อน้ําเย็นใช้ท่อเหล็กดํา (Black Steel Pipe) Schedule 40 Grade B ต้องได้มาตรฐาน ASTM A53 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามแบบ หรือข้อแนะนําของผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศในแต่ละเครื่อง
    6.5.1.3 ช่วงการยึดท่อน้ําให้เป็นไปตามตารางนี้
    Pipe Diameter
    มิลลิเมตร
    นิ้ว
    Rod Diameter
    มิลลิเมตร
    Horizontal Span
    Vertical Span
    เมตร
    เมตร
    15
    1/2
    9
    2
    2.4
    20
    3/4
    9
    2.4
    3.0
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    00
    8
    Pipe Diameter
    Rod Diameter
    Horizontal Span
    Vertical Span
    มิลลิเมตร
    นิว
    มิลลิเมตร
    เมตร
    เมตร
    25
    1
    9
    2.4
    3.0
    32
    1 1/4
    9
    2.4
    3.0
    40
    1 1/2
    9
    3.0
    3.6
    50
    2
    9
    3.0
    3.6
    65
    2/2
    12
    3.0
    4.5
    80
    3
    12
    3.6
    4.5
    100
    4
    15
    4.0
    4.5
    125
    сл
    5
    15
    4.8
    4.5
    150
    6
    22
    4.8
    4.5
    200
    00
    8
    22
    6.0
    4.8
    250
    10
    22
    6.0
    4.8
    300
    12
    22
    6.0
    4.8
    6.5.1.4 ติดตั้ง Automatic Air Vent พร้อม Gate Valve และต่อท่อจาก Air Vent ไปยังจุดทิ้งน้ําที่ใกล้
    ที่สุด ตําแหน่งที่ต้องติดตั้ง ดังนี้
    เด็ดขาต
    6.5.1.4.1 Main Header ในห้องเครื่องทําน้ําเย็น
    6.5.1.4.2 จุดบนสุดของท่อ Chilled Water Risers
    6.5.1.4.3 อื่น ๆ ตามที่ระบุในแบบ (ถ้ามี)

    6.5.1.5 การต่อท่อเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ และวาล์วต้องเป็น Union หรือ Flange เสมอ
    6.5.1.6 ต้องไม่มีแนวท่อน้ําเดินอยู่เหนือแผงไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์โดย
    6.5.1.7 ก่อนต่อเชื่อมท่อน้ําเย็นของ Precision Air ที่ติดตั้งใหม่เข้ากับระบบท่อน้ําเย็นเดิมของอาคาร ต้องทําความสะอาด (Water Flushing) ภายในท่อน้ําเย็นที่ติดตั้งใหม่ด้วยน้ําประปาให้สะอาดก่อน
    6.5.1.8 การทําความสะอาดระบบท่อน้ําครั้งสุดท้าย (Final Cleaning of Piping Systems) ให้ใช้ สารเคมี Polyphosphates, Synthetic Detergents หรือของผสมระหว่างสารสองอย่างนี้เติมลงในน้ําความเข้ม พอเหมาะแล้วสูบน้ําให้ไหลเวียนในระบบเพื่อขจัดคราบน้ํามันสารอัดเกลียว (Piping Thread Compound) และสิ่ง สกปรกอื่น ๆ เป็นเวลาหนึ่งหรือสองวัน หลังจากนั้นให้ระบายน้ําทิ้ง เติมน้ําอ่อนที่สะอาดลงไปล้างระบบให้ทั่วอีกครั้ง เสร็จแล้วต้องถอด Strainer และ Dirt Pocket ออกและล้างทําความสะอาดให้หมด
    &
    على

    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    9
    6.5.1.9 ท่อน้ําเย็นส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร ให้หุ้มด้วย Aluminums Jacket ความหนาไม่น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร ทับอีกชั้นหนึ่ง
    6.5.2 ท่อทองแดง
    6.5.2.1 ท่อสารทําความเย็นใช้ท่อทองแดงอย่างแข็ง (Hard Drawn) แบบแอล (Type L) ต้องได้ มาตรฐาน ASTM B-88 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามแบบ หรือข้อแนะนําของผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศในแต่ละเครื่อง ยกเว้นกรณีที่ต้องใช้ท่อทองแดงขนาดเล็ก ตั้งแต่ 1/4 นิ้วลงมา ให้สามารถใช้ท่อทองแดงชนิดม้วน ตามมาตรฐาน ASTM
    B-280 ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    6.5.2.2 การเชื่อมท่อสารทําความเย็นต้องใช้ไนโตรเจนบริสุทธิ์แรงดัน 2.8-10 ปอนด์ต่อตารางนิ้วผ่านใน ท่อตลอดเวลาเพื่อป้องกันการเกิดเขม่าอ๊อกไซด์ของทองแดงขึ้นภายในท่อซึ่งจะเป็นฝุ่นผงที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่
    อุปกรณ์ภายในต่อไปในอนาคตได้
    6.5.2.3 ปิดปลายท่อทุกครั้งเมื่อทําความสะอาดท่อเสร็จแล้วเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและควรเก็บให้สูงจาก
    พื้นไม่น้อยกว่า 30 ซม.
    6.5.2.4 อุปกรณ์รองรับ (Hanger and Support) ท่อสารทําความเย็น
    6.5.2.4.1 ท่อสารทําความเย็นต้องติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์รองรับ โดยใช้ประกับเหล็กอาบสังกะสี หรืออลูมิเนียมรัดตัวท่อเข้ากับอุปกรณ์รองรับอย่างมั่นคงทุกระยะไม่เกิน 2.5 เมตร และเป็นไปตามมาตรฐานระบบปรับ
    อากาศและระบายอากาศ
    6.5.2.4.2 ท่อสารทําความเย็นและท่อน้ําทิ้ง ณ จุดที่วางบนอุปกรณ์รองรับ (Hanger and Support) ผู้ขายต้องใช้ Protection Shields ที่ทําด้วยวัสดุซึ่งมีความหนาและความยาวพอเหมาะเพื่อใช้รองระหว่างที่ แขวนท่อกับฉนวน
    เพื่อป้องกันมิให้เนื้อฉนวนบริเวณที่แขวนท่อถูกน้ําหนักท่อกดทับจนเสียหาย
    6.5.2.4.3 ต้องมีที่แขวนท่อระยะไม่เกิน 0.30 เมตร จากจุดที่ท่อเปลี่ยนทิศทางด้านบนของท่อที่ ยาวกว่า และต้องมีที่แขวนท่อในจุดที่ติดอยู่กับอุปกรณ์อื่น ๆ
    6.5.2.4.4 แขวนท่อและที่รองรับท่อทั้งหมดสําหรับท่อแนวนอนต้องสามารถปรับระดับขึ้นลงได้
    ไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร
    6.5.2.5 ท่อสารทําความเย็นส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร ให้หุ้มด้วย Aluminums Jacket ความหนาไม่น้อย กว่า 0.5 มิลลิเมตร ทับอีกชั้นหนึ่ง
    6.5.3 ท่อน้ําทิ้ง
    6.5.3.1 ท่อน้ําทิ้งต้องมีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า 1:100 โดยต้องไม่มีน้ําค้างอยู่ในท่อน้ําทิ้ง และสามารถ ไหลลง Main ท่อน้ําได้ และท่อน้ําทิ้งใช้ท่อเหล็กอาบสังกะสี (Galvanized Steel Pipe) ต้องได้มาตรฐาน มอก. 277 2532 หรือ BS 1387 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่าขนาดที่ผู้ผลิตแนะนํา หรือไม่น้อยกว่าขนาดท่อตามตารางดังนี้
    &
    عالى
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    mm
    Drain Pipe
    Size
    10
    Connected Cooling Load in Tons
    Inch
    Horizontal Run
    Vertical Run
    20
    3/4
    0-2
    0-3
    25
    1
    2-5
    3-8
    32
    1 1/4
    5-30
    8-50
    40
    1 1/2
    30-50
    50-75
    50
    2
    50-170
    75-250
    6.5.3.2 ในกรณีที่ไม่สามารถติดตั้งท่อระบายน้ําทิ้งจากเครื่องปรับอากาศให้มีความลาดเอียงเพื่อให้น้ํา ไหลไปทางปลายทางได้ ให้ติดตั้ง Automatic Drain Pump พร้อมอุปกรณ์ประกอบ โดยที่แรงดันต้องให้น้ําสามารถ ไหลไปที่ปลายทางได้ และไม่มีน้ําค้างในท่อ ซึ่งผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
    6.5.3.3 ท่อน้ําทิ้งส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร ให้หุ้มด้วย Aluminumns Jacket ความหนาไม่น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร ทับอีกชั้นหนึ่ง
    6.5.4 ท่อน้ําประปา
    ท่อน้ําประปาใช้ท่อ PP-R ต้องได้มาตรฐาน DIN 8077-8078 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามแบบ หรือ ข้อแนะนําของผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศในแต่ละเครื่อง
    6.5.5 ท่อลม
    6.5.5.1 ท่อลมให้ใช้เป็นท่อลมสําเร็จรูปผลิตจากแผ่นเหล็กชุบสังกะสี (Galvanized Steel Sheet) จาก โรงงานและต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ SMACNA และ/หรือ ASHRAE STANDARD โดยความหนาของแผ่นโลหะต้อง ไม่น้อยกว่าตารางต่อไปนี้
    ขนาดความกว้างของท่อลม
    (มิลลิเมตร)
    ความหนาเหล็กแผ่นอาบสังกะสี
    เบอร์
    มิลลิเมตร
    มิลลิเมตร
    (ต่ําสุด-สูงสุด)
    (ปกติ)
    ไม่เกิน 750 มม.
    24
    0.50 -0.80
    0.70
    751 มม. แต่ไม่เกิน 1,350 มม.
    22
    0.80 - 0.95
    0.85
    1,351 มม. แต่ไม่เกิน 2,100 มม.
    20
    0.90 - 1.010
    1.00
    มากกว่า 2,100 มม.
    18
    1.18 - 1,44
    1.31
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    11
    6.5.5.2 การโค้งท่อลมต้องให้มีรัศมีความโค้งเท่ากับขนาดท่อลมในทิศทางที่โค้งนั้น หากมีไม่พออนุญาต ให้มีรัศมีความโค้งน้อยกว่านี้ได้ แต่ต้องใส่ Guide Vane โดยมีจํานวนและตําแหน่งตามมาตรฐานการสร้างและการ ติดตังระบบท่อลม
    6.5.5.3 ให้ติดตั้งท่อส่งลมเย็น พร้อมด้วยหน้ากากลม สําหรับ Precision Air แบบ Up Flow 6.5.5.4 ให้ตรวจสอบขนาด และแนวทางการเดินท่อลมให้สอดคล้องกับงานติดตั้งในระบบอื่น จะต้องแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาขัดแย้ง
    6.6 การติดตั้งวาล์วน้ํา
    6.6.1 Gate Valve ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    ๆ และ
    6.6.1.1 ขนาด 15 มิลลิเมตร (1/2 นิ้ว) ถึง 50 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) ตัวเรือนทําด้วย Bronze ต่อแบบเกลียว
    (Threaded Ends)
    6.6.1.2 ขนาด 65 มิลลิเมตร (2 1/2 นิ้ว) ถึง 80 มิลลิเมตร (3 นิ้ว) ตัวเรือนทําด้วย Bronze หรือ Cast
    Iron ต่อแบบหน้าแปลน (Flanged Ends)
    6.6.1.3 วาล์วต้องสามารถทนแรงดันใช้งานไม่น้อยกว่า Class 125, 10K หรือ PN10 6.6.2 Strainer ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    6.6.2.1 เป็นแบบ Y-Pattern Strainer แผ่นตะแกรงดักผงทําด้วย Stainless Steel สามารถถอดออก
    ล้างได้ โดยไม่ต้องถอด Strainer ทั้งชุดออกจากระบบท่อน้ํา
    6.6.2.2 ขนาด 15 มิลลิเมตร (1/2 นิ้ว) ถึง 30 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) ตัวเรือนทําด้วย Bronze ต่อแบบเกลียว
    (Threaded Ends)
    6.6.2.3 ขนาด 65 มิลลิเมตร (2 1/2 นิ้ว) ถึง 80 มิลลิเมตร (3 นิ้ว) ตัวเรือนทําด้วย Bronze หรือ Cast
    Iron ต่อแบบหน้าแปลน (Flanged Ends)
    6.6.2.4 ขนาด 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว) และใหญ่กว่า ตัวเรือนทําด้วย Cast Iron ต่อแบบหน้าแปลน (Flanged Ends) ที่แผ่นปิดท้ายตะแกรงต้องติดตั้งวาล์วระบายตะกอนทิ้ง ขนาดไม่เล็กกว่า 20 มิลลิเมตร (3/4 นิ้ว) พร้อมทั้งมีท่อสั้น และฝาปิด (Cap) ปลายท่อทิ้งไว้ด้วย
    6.6.2.5 ขนาดของรูตะแกรงให้เป็นไปตามตาราง ดังนี้
    ขนาด Strainer (นิ้ว)
    Perforation (นิ้ว)
    1/2 - 2
    2 1/2 - 6
    1/32
    1/10
    6.6.2.6 วาล์วต้องสามารถทนแรงดันใช้งานไม่น้อยกว่า Class 125, 10K หรือ PN10 6.6.3 Balancing Valve ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    12
    6.6.3.1 Balancing Valve with Flow & Pressure Measuring Port จะต้องเลือกใช้ตามขนาดท่อที่ แสดงไว้ในแบบ หรือเลือกขนาดโดยการคํานวณอัตราการไหลและความดันตก (Pressure Drop) ตามมาตรฐานของ ผู้ผลิต และมีความเหมาะสมสําหรับการอ่านค่าอัตราการไหลของน้ําในช่วงตามที่ต้องการ
    6.6.3.2 ขนาด 15 มิลลิเมตร (1/2 นิ้ว) ถึง 80 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) ตัวเรือนทําด้วย Bronze ต่อแบบเกลียว
    (Threaded Ends)
    6.6.3.3 ขนาด 65 มิลลิเมตร (2 1/2 นิ้ว) ถึง 80 มิลลิเมตร (3 นิ้ว) ตัวเรือนทําด้วย Bronze หรือ Cast
    Iron ต่อแบบหน้าแปลน (Flanged Ends)
    ด้วย
    6.6.3.4 วาล์วต้องสามารถทนแรงดันใช้งานไม่น้อยกว่า Class 125, 10K หรือ PN10
    6.7 การติดตั้ง Pressure Gauge ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    6.7.1 เป็นแบบ Bourdon Tube ส าหรับวัดความดัน
    6.7.2 Accuracy ไม่เกิน 1% ของสเกลบนหน้าปัด
    6.7.3 เข็มหน้าปัดเป็น Brass หรือ Stainless Steel
    6.7.4 ตัวเรือนทําด้วย Stainless Steel
    6.7.5 หน้าปัดกลมเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว)
    6.7.6 Operating Range อยู่ในช่วง 0 – 160 psi / 0 - 1100 kPa
    =
    6.7.7 สเกลมีหน่วยอ่านค่าเป็น psi และ kPa หรือมิลลิเมตรปรอท สําหรับวัดความดันที่ต่ํากว่าบรรยากาศ 6.7.8 Pressure Gauge แต่ละชุดต้องติดตั้งร่วมกับ Shut off Needle Valve และ Snubber ประกอบร่วมอยู่
    6.7.9 เกจวัดความดันที่ทางด้านท่อดูด (Suction Side) ให้เป็น Compound Gauge
    6.8 การติดตั้ง Thermometer ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    6.8.1 ชนิดของ Thermometer เป็นแบบหลอดแก้ว สามารถปรับมุมการมองได้ (Adjustable Angle) 6.8.2 ขนาด 23 เซนติเมตร (9 นิ้ว)
    6.8.3 ตัวเรือน (Body) ทําด้วยวัสดุ Cast Aluminum
    6.8.4 Scale Division Accuracy ไม่เกิน +1%
    6.8.5 มีสเกลหน้าปัดครอบคลุมช่วงไม่เกิน 0 ถึง 120 °F และช่วง 18 ถึง 48 °C
    6.8.6 ขนาดก้านวัดอุณหภูมิ (Stem) ความยาวให้เป็นไปตามผู้ผลิตแนะนําโดยให้เหมาะกับขนาดท่อ
    6.8.7 Thermometer Well ทําจาก Brass
    6.8.8 เทอร์โมมิเตอร์แต่ละชุดจะต้องติดตั้งร่วมกับ Separable Brass Well โดย Connection แบบ Swivel Nut หรือแบบ Union, ตัว Well จะต้องมีความยาวลึกเข้าไปในท่อน้ําได้อย่างน้อย 50 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) สําหรับการ ติดตั้งกับท่อน้ําขนาดเล็กกว่าให้ขยายท่อโดยใช้สามตาหรือข้อต่อต่าง ๆ ประกอบในการติดตั้งตําแหน่งที่ติดตั้งให้อยู่ใน ระดับสายตา สูงประมาณ 1.50 เมตร จากพื้น
    &

    ผู้จัดทําร่างๆ 3
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    13
    6.9 การติดตั้งฉนวนยางดํา ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    6.9.1 ฉนวนยางดําเป็นชนิด Closed Cell Insulation
    6.9.2 วัสดุที่ใช้เป็นส่วนประกอบของฉนวนเป็น Ethylene Propylene Diene Monomer (EPDM) หรือ
    Ethylene Propylene Rubber wo Nitrile Rubber wo Nitrile Butadine Rubber
    กว่าดังนี้
    กว่า
    6.9.3 อุณหภูมิใช้งานต้องอยู่ระหว่าง 200 °C ถึง 125 C
    6.9.4 ค่า Flammability ของฉนวนต้องได้ Class V-0 ตามมาตรฐาน UL-94
    6.9.5 ฉนวนต้องได้รับรองมาตรฐานจาก FM (FM Approved)
    6.9.6 ขนาดความหนาของฉนวนที่ใช้หุ้มท่อน้ําเย็น ท่อทองแดง ท่อน้ําทิ้ง และท่อลม ต้องมีความหนาไม่น้อย
    6.9.6.1 ความหนา 1/2 นิ้ว (13 มิลลิเมตร)
    6.9.6.2 ความหนา 3/4 นิ้ว (20 มิลลิเมตร)
    6.9.6.3 ความหนา 1 นิ้ว (25 มิลลิเมตร)
    สําหรับท่อน้ําทิ้ง
    สําหรับท่อทองแดง
    สําหรับท่อส่งลมเย็น
    6.9.6.4 ความหนา 1 1/2 นิ้ว (38 มิลลิเมตร) สําหรับท่อน้ําเย็นขนาด 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว) และเล็ก
    6.9.7 ฉนวนยางดําส่วนที่อยู่ภายนอกอาคาร ให้หุ้มด้วย Aluminums Jacket ความหนาไม่น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร ทับอีกชั้นหนึ่ง
    6.10 การติดตั้งระบบไฟฟ้า
    ให้ผู้ขายดําเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้า สําหรับ Precision Air ตามข้อ 4 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    6.10.1 สายไฟฟ้าให้ใช้ชนิด 750 V 70 °C 60227 IEC 01 ต้องได้มาตรฐาน มอก. 11-2553 โดยขนาดของ สายไฟฟ้าให้เป็นไปตามแบบ
    6.10.2 การเดินสายไฟฟ้าต้องเดินสายไฟฟ้าในท่อร้อยสายไฟ
    6.10.2.1 ให้เดินสายไฟฟ้าโดยใช้ท่อร้อยสายไฟฟ้า ชนิด IMC สําหรับภายในอาคาร และท่อร้อย
    สายไฟฟ้า ชนิด RSC สําหรับภายนอกอาคาร โดยขนาดของท่อร้อยสายไฟให้เป็นไปตามแบบ
    6.10.2.2 ในกรณีที่ไม่สามารถติดตั้งท่อร้อยสายไฟได้ สามารถใช้ราง Wire Way ชนิด Hot Dipped Galvanized แทนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ําเข้า โดยให้เสนอวิธีการติดตั้ง และต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุก่อนจึงจะสามารถดําเนินงานได้
    6.10.3 การเดินสายไฟฟ้าเข้ามอเตอร์ Precision Air ให้เดินร้อยสายใน Flexible Conduit ชนิดกันน้ํา (Rain Tight Conduit) ที่ความยาวไม่เกิน 1.5 เมตร
    6.10.4 การติดตั้งระบบสายดินของ Precision Air โดยต่อที่รากสายดิน (Ground Rod) ของอาคาร หรือภายใน ตู้ไฟฟ้าที่จุดเชื่อมต่อไฟฟ้า
    6.10.5 การตัดต่อสายไฟให้ทําที่กล่องต่อสายหรือกล่องสวิตซ์ (Junction Box) เท่านั้น ตําแหน่งที่ทําการตัดต่อ สายไฟฟ้าต้องอยู่ในตําแหน่งที่สามารถทําการตรวจสอบ หรือซ่อมบํารุงได้ง่าย
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    14

    6.10.6 เซฟตี้สวิตช์ (Safety Switch) สามารถปลด หรือสับวงจรได้พร้อมกันทุก ๆ ตัวนําเส้นไฟ และเป็นแบบ ชนิด Outdoor โดยให้ผู้ขายดําเนินการติดตั้ง Safety Switch สําหรับ Precision Air แบบใช้สารทําความเย็น
    6.10.7 ที่สายไฟและท่อร้อยสายให้ทํา Name Tag กระดาษเคลือบพลาสติกติดไว้ที่ท่อเป็นระยะเพื่อระบุว่าเป็น
    สายไฟของระบบอะไร และบอกต้นทางปลายทางของสายไฟ
    6.10.8 ที่รางหรือท่อร้อยสายไฟให้ทาสีหรือติดสติ๊กเกอร์แสดงสัญลักษณ์เพื่อระบุว่าเป็นท่อของระบบอะไร 6.11 ระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Automation System : BAS)
    ให้ผู้ขายดําเนินการติดตั้งระบบ BAS สําหรับ Precision Air ตามข้อ 4 และดําเนินการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ BAS ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อให้สามารถจัดการ ควบคุม และสั่งการ Precision Air ได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    6.11.1 อุปกรณ์สําหรับจัดการ ควบคุม และสั่งการ (BAS Server)
    6.11.1.1 รองรับการทํางานในรูปแบบ Control, Supervision, Alarming และ Data Logging 6.11.1.2 รองรับโปรโตคอลแบบ BACnet/IP
    6.11.1.3 CPU มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาไม่น้อยกว่า 300 MHz
    6.11.1.4 หน่วยความจํา Memory ไม่น้อยกว่า 100 MB
    6.11.1.5 สามารถต่อขยาย I/O Module ได้
    6.11.1.6 Ambient Temperature (Operating) อยู่ในช่วง 30 C to 60 C
    6.11.2 ให้ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบ และบริหารจัดการ ฐานข้อมูล อุปกรณ์ควบคุมระบบ BAS 6.11.3 ให้ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบ GUI (Graphic User Interface) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ ควบคุม เฝ้าระวังในระบบปรับอากาศ ให้แสดงได้เป็นอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    6.11.3.1 Alarm Summary
    6.11.3.2 Event Summary
    6.11.3.3 Trend Set Displays
    6.11.3.4 Group Control and Group Trend Displays
    6.11.3.5 Communication Links Status
    6.11.3.6 System Status
    6.11.3.7 Configuration Displays
    6.11.3.8 Communication Links Status
    6.11.3.9 System Parameter Configuration
    6.11.3.10 Time Schedule Assignment
    6.11.3.11 Holiday Assignment
    6.11.3.12 Event Archive and Retrieval
    6.11.3.13 Time Period Summary and Configuration
    &
    जो
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    15
    6.11.3.14 Point Detail for Every Configured Point
    6.11.3.15 ต้องสามารถแสดงภาพรวม สั่งงาน ตรวจสอบ การทํางานของระบบปรับอากาศ และ
    ระบายอากาศ ผ่านกราฟิก (Graphic) จากหน้าจอได้พร้อมๆกันแบบ Floating ได้
    6.11.3.16 สามารถเขียน แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม กราฟิกได้ตามความต้องการ
    6.11.3.17 สามารถบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ควบคุมและตรวจสอบ ในรูปแบบ Daily, Weekly, Monthly และ Yearly โดยต้องสามารถเรียกดูข้อมูลที่บันทึกย้อนหลังได้ในรูปแบบ Text, Chart, Graph Combination
    6.11.3.18 แสดงการเกิด Alarm ต่างๆ แบบภาพรวมทั้งระบบ ซึ่งต้องสามารถตรวจสอบสถานะการ เกิดของ Alarm ได้ เช่น ชื่อเครื่องปรับอากาศ สถานที่ ตําแหน่ง วัน เวลา พร้อมมีการแจ้งเตือนให้ Operate รับรู้เมื่อ
    เกิด Alarm นัน ๆ
    6.11.3.19 สามารถกําาหนดการเปิด-ปิด การทํางานของเครื่องปรับอากาศ และระบายอากาศ ได้จาก Time Schedule ตามการใช้งานในแต่ละพื้นที่ และตามความสําคัญของพื้นที่นั้นๆ ได้ โดยต้องแสดงข้อมูลเป็นภาพรวม ให้เห็นได้อย่างง่าย ๆ ๆ
    6.11.4 ผู้ขายต้องดําเนินการจัดหาและติดตั้ง Control Panel (DDC Panel) โดยมีคุณสมบัติดังนี้
    6.11.4.1 เป็นตู้สําหรับติดตั้งอุปกรณ์ BAS Server, BAS Field Controller และอุปกรณ์ประกอบใน ระบบ BAS ภายในอาคาร
    มิลลิเมตร
    6.11.4.2 ตู้โลหะ ตัวตู้และฝาทําจาก Electro Galvanized Steel ความหนาไม่น้อยกว่า 1.6
    6.11.4.3 ตู้โลหะมีขนาดไม่น้อยกว่า
    6.11.4.3.1 ความกว้างไม่น้อยกว่า 800 มิลลิเมตร 6.11.4.3.2 ความสูงไม่น้อยกว่า 1000 มิลลิเมตร
    6.11.4.3.3 ความลึกไม่น้อยกว่า 250 มิลลิเมตร
    6.11.4.4 ตู้โลหะ มีประตูสําหรับเปิด-ปิด และชุดกุญแจล๊อค 6.11.4.5 ตู้โลหะพ่นสีกันสนิมสี Texture Light Grey
    6.11.4.6 มีพัดลมระบายอากาศ ไม่น้อยกว่า 2 ตัว
    6.11.4.7 สามารถติดตั้ง บนแท่น หรือแขวน โดยสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1 เมตร
    6.11.4.8 มีอุปกรณ์ประกอบของ Control Panel ดังนี้
    6.11.4.8.1 Circuit Breaker
    6.11.4.8.2.Power Supply
    6.11.4.8.3 Fuse
    6.11.4.8.4 Relay
    6.11.4.8.5 Din Rail Mount
    6.11.4.8.6 Terminal Socket
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    16
    6.11.4.8.7 Wire Duct
    6.11.5 ผู้ขายต้องเสนอแผน installation, implementation และ Backup/Recovery แก่ ทอท. พิจารณา และอนุญาตก่อนดําเนินการติดตั้งอุปกรณ์ในโครงการ
    6.11.6 การติดตั้งต้องไม่กระทบต่อการทํางานของระบบเดิม หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทาง ทอท. ใน กรณีที่เกิดความเสียหายผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และต้องดําเนินการแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ภายใน 3 วัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการระบบปรับอากาศและระบายอากาศของ ทอท.
    6.11.7 อุปกรณ์ Controller และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ต้องติดตั้งภายในตู้โลหะ ตัวตู้และฝาทําจาก Electro Galvanized Steel ความหนาไม่น้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร พร้อมพ่นสีให้เรียบร้อย
    ระบบ BAS
    6.11.8 ผู้ขายต้องจัดหาหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) และ UPS เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ของ
    6.11.9 การติดตั้งสายสัญญาณให้อ้างอิงตามที่แต่ละผลิตภัณฑ์กําหนด
    6.11.10 ท่อร้อยสายสัญญาณสําหรับระบบ BAS กําหนดให้ใช้เป็นท่อโลหะ ประเภท IMC (Intermediate Metallic Conduit) พร้อมทําการพ่นสีหรือสัญลักษณ์ แสดงประเภทของท่อตามมาตรฐาน
    6.11.11 ในการเดินท่อร้อยสายนั้น หากมีความจําเป็นต้องดําเนินการเจาะคอนกรีต (Coring) ผนังหรือพื้น ห้องนั้น ๆ หลังจากดําเนินการติดตั้งท่อร้อยสาย พร้อม Sleeve เสร็จครบถ้วนแล้วนั้น ให้ดําเนินการอุดผนังหรือพื้น
    ด้วยซีเมนต์กันไฟ

    6.11.12 การเดินสายสัญญาณต่าง ๆ ให้ร้อยผ่านท่อโลหะร้อยสาย ซึ่งใช้สําหรับร้อยสายไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดย ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
    6.11.13 การติดตั้งสายสัญญาณและสายระบบไฟฟ้าให้ แยกท่อร้อยสายและติดตั้งให้มีระยะติดตั้งห่างกัน อย่างน้อย 30 เซนติเมตร
    6.11.14 สายสัญญานในแต่ละ Point ต้องทําการ Wire Marker ที่ต้นทางและปลายทางของสายสัญญาณใน แต่ละ Point นั้นให้ตรงกับที่ติดตั้งจริง
    6.11.15 ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบ Graphic User Interface (GUI) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ ควบคุม และ เฝ้าระวัง ของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ
    อาคารเดิม
    6.11.16 ผู้ขายต้องทดสอบการทํางานได้ครบทุก Function ก่อนดําเนินการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ BAS ของ
    6.11.17 ผู้ขายปรับแก้ค่าพารามิเตอร์ต่างๆ โดยใช้ไฟล์ Config ที่ทาง ทอท. จัดหาไว้ให้
    6.11.18 ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบ Algorithm สําหรับ บริหาร ควบคุม สั่งการ ระหว่าง Precision Air และระบบ BAS ที่ดําเนินการติดตั้งเบื้องต้น ดังนี้
    6.11.18.1 ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบ Algorithm สําหรับ บริหาร ควบคุม สั่งการ EC Fan และ Control Valve ให้เป็นไปตาม Operation Manual และเกิดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    17
    6.11.18.2 ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบ Trend Log สําหรับ EC Fan และ Control Valve เพื่อ นําไปบันทึกค่าเพื่อนําไปวิเคราะห์การทํางานของระบบปรับอากาศ
    6.11.19 ผู้ขายต้องดําเนินการออกแบบ GUI (Graphic User Interface) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ ควบคุม
    และ เฝ้าระวัง ของระบบปรับอากาศให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการ
    ของ ทอท.
    6.11.20 ผู้ขายต้องทดสอบการทํางานได้ครบทุก Function ก่อนดําเนินการ ใช้เชื่อมต่อเข้ากับระบบ BAS
    6.11.21 ผู้ขายต้องนําค่า Commissioning Test ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ใส่ลงในระบบ BAS
    6.12 จุดที่ท่อต่างๆ ผ่านผนัง กําแพงหรือพื้น ให้ใช้วัสดุกันไฟและควันลาม (Fire Barrier) อุดรูบริเวณรอบท่อโลหะ หรือตัวนําไฟฟ้า โดยวัสดุกันไฟและควันลามต้องทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมทาสีทับ
    6.13 อุปกรณ์ในการติดตั้งงานนี้ ที่ติดตั้งภายนอกอาคารต้องสามารถกันน้ําได้ดี
    6.14 รายละเอียดการติดตั้งระบบ Precision Air พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ระบบไฟฟ้า และระบบ BAS รวมไปถึง ท่อน้ําเย็น ท่อสารทําความเย็น ท่อน้ําทิ้ง และท่อลม ให้เป็นไปตามแบบ สรุป.ฝฟค. เลขที่ 01/69 ซึ่งเป็นแนวทาง เบื้องต้น ผู้ขายต้องสํารวจหน้างานให้ชัดเจนอีกครั้ง และจัดทํา Shop Drawing เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อ
    อนุมัติก่อนการดําเนินการติดตั้ง
    6.15 ให้ผู้ขายทําการทาสีป้องกันการผุกร่อนในผิวงานโลหะทุกชนิด ก่อนนําเข้าไปติดตั้งต้องผ่านกรรมวิธีการป้องกัน การผุกร่อน หรือการทาสีป้องกันการผุกร่อน โดยวิธีการทาสีต้องปฏิบัติตามข้อแนะนําบริษัทผู้ผลิตสีโดยเคร่งครัด โดย ให้ใช้สี Epoxy รองพื้น (Epoxy Red Lead Primer) จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ชั้น และสี Epoxy ทับหน้า (Epoxy Finishing Paint) จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ชั้น
    6.16 ถ้ามีการเจาะช่องของอาคาร หรือตีกล่องไม้อัดหุ้มท่อต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบก่อนดําเนินการ และต้องทําการ ตกแต่งให้ดีเช่นเดิมพร้อมทาสีให้สวยงามเช่นเดียวกับสีของห้องนั้น ๆ ด้วย รวมทั้งช่องเดิมที่มีอยู่


    6.17 ถ้าการติดตั้งนี้ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ขายต้องทําการปรับปรุงให้เหมือนเดิมหรือมีผลกระทบน้อย ที่สุด โดยให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจการรับพัสดุ
    6.18 ผู้ขายต้องทําการแก้ไขฝ้าเพดาน ผนัง พื้น หรือวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ที่ได้ทําการรื้อถอนไปให้สมบูรณ์ดังเดิม

    6.19 กรณีที่ผู้ขายเสนอระบบ Precision Air ที่มีขนาดไม่ตรงกับข้อ 4 แต่ต้องไม่น้อยกว่าที่ ทอท. กําหนด ผู้ขายต้อง ทําการ Recalculation อุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของ Precision Air ระบบไฟฟ้า และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนส่ง Shop Drawing ตามข้อ 6.1.2 ทั้งนี้หากมีเนื้องานที่เพิ่มจากการ Recalculation ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นทั้งหมด
    6.20 การติดตั้งระบบ Precision Air และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีการแยกชิ้นส่วนของเครื่อง และ นําไปประกอบคืนสภาพตามเดิม ณ จุดที่ติดตั้ง ในการประกอบคืนสภาพจะต้องได้ตามมาตรฐานของผู้ผลิต
    6.21 ในการทํางานต้องมีเจ้าหน้าที่ของผู้ขายอยู่ประจําพื้นที่ก่อสร้างอยู่ตลอดเวลา และเวลาขนส่งอุปกรณ์ภายใน อาคาร จะต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ก่ออันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของ ทอท. และผู้ใช้บริการของ ทอท. กรณีเกิดความเสียหาย ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่ ทอท. หรือผู้ใช้บริการของ ทอท. ทั้งหมด
    &
    علي
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    18
    6.22 ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการ Preventive Maintenance (PM) และ Corrective Maintenance (CM) ตามที่ ผู้ผลิตแนะนํา จํานวน 4 ครั้ง/ปี (3 เดือนต่อครั้ง) จนครบอายุสัญญารับประกัน
    6.23 ผู้ขายต้องทําการติดสติกเกอร์สัญลักษณ์ (Marking) ที่อุปกรณ์ทั้งหมดในงานนี้ (ระบบปรับอากาศ) โดย ตําแหน่งที่ติดจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการใช้งานของอุปกรณ์ หรือตําแหน่งที่เหมาะสมตามผู้ควบคุมงานเห็นชอบ ภายหลังที่ดําเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้สําหรับจัดทําประวัติของอุปกรณ์ เป็นแบบสติกเกอร์ฟรอยด์เงินด้าน โดยให้สติกเกอร์ดังกล่าวมีขนาด กว้าง x ยาว x 30 มม. x 50 มม. ตามลําดับ โดยต้องระบุข้อมูลบนสติกเกอร์สัญลักษณ์ (Marking) อย่างน้อยดังต่อไปนี้
    6.23.1 หมายเลขของอุปกรณ์ (ก่อนจะดําเนินการติดตั้งให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุใน การกําาหนดหมายเลขของอุปกรณ์)
    6.23.2 สัญลักษณ์ และทิศทางของท่อน้ํา ท่อลม และท่อร้อยสายไฟ ตลอดจนอุปกรณ์อื่นที่จําเป็น ตามดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    6.23.3 การรับประกัน วันหมดประกัน และเบอร์โทรติดต่อของผู้ขาย
  7. การทดสอบ
    การปรับแต่งงานระบบ และการทดสอบการใช้งาน
    7.1 รายละเอียดทั่วไป
    7.1.1 ก่อนส่งมอบงานในแต่ละงวด ผู้ขายจะต้องทําการทดสอบระบบปรับอากาศให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกอย่าง ทํางานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ การทดลองเดินเครื่องทั้งระบบ (ในงวดสุดท้าย) ให้ผู้ขาย ทดลองเดินเครื่องต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง ซึ่งหากมีการพบข้อขัดข้องในระหว่างการทดลอง เดินเครื่องเป็นเหตุให้ไม่สามารถเดินเครื่องต่อได้ให้ผู้ขายดําเนินการแก้ไขแล้วเริ่มต้นทดลองเดินเครื่องใหม่อีกครั้ง
    7.1.2 ภายหลังการทดสอบให้ผู้ขายยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าระบบปรับอากาศนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยสมบูรณ์
    และสามารถใช้งานได้ตามความประสงค์ของผู้ซื้อ
    1.1.3 ผลของการทดสอบให้ผู้ขายจัดทําเป็นรายงานส่งให้ผู้ซื้อ
    7.2 ข้อมูลของการทดสอบ
    7.2.1 ผู้ขายต้องบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดสอบในแต่ละครั้งลงในแบบฟอร์มที่ได้รับการเห็นชอบใน รายละเอียดจากผู้ซื้อก่อนการดําเนินการ
    7.2.2 แบบฟอร์มการทดสอบต้องระบุถึงชื่อของเครื่องที่ทําการทดสอบอย่างชัดเจน
    7.2.3 ก่อนการทดสอบทุกครั้ง ผู้ขายต้องปรับแต่งเครื่องมือที่ใช้ในการวัดค่าต่าง ๆ ให้ถูกต้องเที่ยงตรงเสียก่อน โดยผู้ขายต้องมีเอกสารรับรองการสอบเทียบเครื่องมือที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี มาแสดงให้คณะกรรมการ ฯ ทราบก่อนการ
    คําเนินการ
    7.2.4 ค่าที่บันทึกลงในแบบฟอร์มในขณะทําการทดสอบอุปกรณ์ต้องเป็นค่าที่อ่านได้จริงจากเครื่องมือวัดโดยยัง ไม่ต้องคํานึงถึง Correction Factor อันเนื่องจากความผิดพลาดของเครื่องมือวัดแต่อย่างใดทั้งสิ้น ตัวเลขใดบันทึกผิด
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    19
    หรือไม่ต้องการให้ขีดฆ่าออก ห้ามทําการขูดลบออกโดยเด็ดขาด แล้วให้ผู้ทําการทดสอบและตัวแทนของ ผู้ซื้อ ซึ่งเป็น สักขีพยานอยู่ด้วย ณ ที่นั้นเซ็นชื่อกํากับไว้ข้างตัวเลขนั้น
    7.2.5 หากผลของการทดสอบปรากฏว่าการทํางานของอุปกรณ์ใดไม่สามารถใช้งานได้ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ ซื้อ ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการแก้ไขงานของอุปกรณ์นั้น หรือส่วนที่เกี่ยวข้อง แล้วทําการทดสอบใหม่อีกครั้งโดยมิชักช้า
    จนกว่าผู้ซื้อจะแน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดสามารถทํางานได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ตามความต้องการแล้ว
    7.3 การทดสอบระบบท่อ
    7.3.1 ท่อน้ํา
    7.3.1.1 ท่อน้ําในระบบต้องได้รับการทดสอบความดันด้วยน้ํา และการจัดหาเครื่องมือสําหรับใช้ในการ ทดสอบอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขาย
    7.3.1.2 การทดสอบอาจทําเป็นช่วง ๆ ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน 7.3.1.3 การทดสอบความดันให้ใช้วิธีเติมน้ําให้เต็มท่อส่วนที่ต้องการทดสอบแล้วอัดความดันให้สูงขึ้น จนถึงความดันที่ระบุไว้ การทดสอบต้องกระทําขณะที่ผู้ควบคุมงานอยู่ร่วมทดสอบด้วย
    7.3.1.4 ท่อน้ําเย็นและอุปกรณ์ต้องทดสอบความดันไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของความดันสูงสุดขณะใช้งาน แต่ไม่น้อยกว่า 10 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (150 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และรักษาความดันไว้ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
    7.3.1.5 ท่อน้ําทิ้งต้องได้รับการทดสอบความดันไม่น้อยกว่า 50 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว และรักษาความดันไว้ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงหากความดันลดลงเกินกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาที่กําหนดข้างต้น ต้องหารอยรั่วและ ซ่อมแซมแล้วทดสอบใหม่อีกครั้ง
    เชื่อมใหม่
    7.3.1.6 รอยรั่วที่ข้อต่อเกลียวต้องเปลี่ยนข้อต่อและเทปพันเกลียวใหม่ รอยรั่วที่รอยเชื่อมต้องตัดออกแล้ว
    7.3.2 ท่อสารทําความเย็น (ท่อทองแดง)
    เมื่อทําการติดตั้งระบบท่อสารทําความเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทําการทดสอบรอยรั่วด้วยการอัดก๊าซ
    ไนโตรเจนเข้าไปภายในท่อสารทําความเย็น โดยใช้ Regulator ปรับความดัน ตามลําดับ ดังนี้
    7.3.2.1 ขั้นที่ 1 ความดันไม่ต่ํากว่า 42 PSI หรือ 3 kg/cm2 เป็นเวลาอย่างน้อย 3 นาที 7.3.2.2 ขั้นที่ 2 ความดันไม่ต่ํากว่า 213 PSI หรือ 15 kg/cm2 เป็นเวลาอย่างน้อย 3 นาที 7.3.2.3 ขั้นที่ 3 ความดันไม่ต่ํากว่า 540 PSI หรือ 38 kg/cm2 เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง 7.3.2.4 ให้ทําการบันทึกอุณหภูมิบรรยากาศก่อนและหลังทดสอบไว้ด้วย เนื่องจากความดันภายใน ท่อสารทําความเย็นจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิบรรยากาศที่เปลี่ยนไปในอัตราประมาณ 1 kg/cm2 ต่อ 0.1 °C โดยการทดสอบต้องอยู่ภายใต้การควบคุมกํากับดูแลของบริษัทผู้ผลิต หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย
    7.3.2.5 หลังจากทดสอบหารอยรั่ว หากไม่พบว่ามีรอยรั่วและผ่านการรับรองจากบริษัทผู้ผลิต หรือ ตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทยแล้ว ให้ทําการดูดความชื้นออกจากภายในท่อสารทําความเย็น โดยทําให้เป็นสุญญากาศ ด้วยปั๊มดูดสุญญากาศ (Vacuum Pump) โดยมีขั้นตอน ดังนี้
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    20
    2 ชั่วโมง
    7.3.2.5.1 ขั้นที่ 1 ทําสุญญากาศจนมีความดัน 755 mmHg. หรือ 1 kg/cm2 ทําต่อให้ครบ
    7.3.2.5.2 ขั้นที่ 2 อัดก๊าซไนโตรเจนจนมีความดัน 0.05 MPa หรือ 0.51 kg/cm2 7.3.2.5.3 ขั้นที่ 3 ทําสุญญากาศอีกครั้งจนมีความดัน -755 mmHg. หรือ 1 kg/cm2 หลังจาก นั้นรักษาความดันที่ระดับนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
    7.3.2.5.4 ขั้นที่ 4 เติมสารทําความเย็นเข้าไปในระบบท่อสารทําความเย็น
    7.4 การปรับปริมาณน้ํา
    7.4.1 ภายหลังการติดตั้งและทดสอบระบบท่อน้ําเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งมอบงานผู้ขายต้องทําการปรับแต่ง ปริมาณน้ํา การไหลของน้ําในระบบทั้งตําแหน่ง Main Riser และที่เครื่องทุกชุดให้ได้ปริมาณน้ําตามต้องการ และอยู่ ในช่วงความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ของค่าออกแบบ
    7.4.2 วาล์วปรับปริมาณน้ําหลังจากปรับแต่งครั้งสุดท้ายแล้ว ต้องทําเครื่องหมายแสดงตําแหน่งที่แน่นอนทุกตัว 7.4.3 การทดสอบปริมาณน้ําเย็นที่ไหลเข้าคอยล์ของ Precision Air แต่ละตัวให้ใช้วิธีวัดจากวาล์วปรับอัตราการ ไหล โดยใช้มิเตอร์เฉพาะกรณีที่มีการติดตั้งมาตรวัดความดันเข้า-ออก คอยล์ก็ให้บันทึกความดันที่ลดลง แล้วตรวจสอบ
    กับผู้ผลิตคอยล์ว่าปริมาณน้ําไหลเข้าถูกต้องตามต้องการ
  8. การฝึกอบรม
    ผู้ขายจะต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ของ ทอท. พร้อมเอกสาร ประกอบการฝึกอบรม โดยผู้ขายต้องเสนอแผนการฝึกอบรม ระยะการฝึกอบรม ให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ อนุมัติก่อนการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 7 วัน ทั้งนี้ การฝึกอบรมจะต้องเสร็จเรียบร้อยก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมเป็นหน้าที่ของผู้ขายทั้งหมด โดยจํานวนผู้เข้าร่วมฝึกอบรมอย่างน้อย 15 คน
    จนสามารถซ่อมบํารุงและใช้งานได้
  9. หนังสือคู่มือหรือเอกสารที่ต้องส่งมอบในวันส่งมอบสิ่งของตามสัญญา
    9.1 หนังสือส่งมอบงาน
    9.2 หนังสือรับประกันผลงาน
    9.3 รายงานขั้นตอนการดําเนินงาน พร้อมรูปขั้นตอนการติดตั้ง
    9.4 คู่มือการใช้งาน (Operating Manual) การบํารุงรักษา (Maintenance Manual) และ Catalog อุปกรณ์ต่าง ๆ ในงานนี้
    9.5 รายการ Spare Part ของอุปกรณ์ในงานนี้ทั้งหมด
    9.6 แบบตามที่สร้างจริง (As-Built Drawing) ในรูปแบบกระดาษ A3 อย่างละ 3 ชุด ต้องประกอบไปด้วย
    9.6.1 แบบติดตั้งระบบปรับอากาศ ระบบท่อน้ํา และระบบท่อลม ทั้งหมดของโครงการนี้
    9.6.2 แบบระบบไฟฟ้า และระบบควบคุมอัตโนมัติ (BAS)
    &
    जाते
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    21
    9.6.3 แบบ Typical Drawing ระบบทุกระบบ รวมถึงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

    9.7 เอกสาร Commissioning Test ของอุปกรณ์ทั้งหมดของโครงการนี้
    9.8 External HardDisk (SSD) (ขนาดไม่น้อยกว่า 1 TB) Back Up ข้อมูลต่าง ๆ ในงานนี้ทั้งหมด ได้แก่ เอกสาร ตามข้อ 9.1-9.7 จํานวน 3 ชุด โดย As-Built Drawing ให้อยู่ในโปรแกรม AutoCAD (Save File ในรูปแบบ Auto CAD 2013 ขึ้นไป) และ PDF File
  10. การส่งมอบ
    ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุพร้อมติดตั้งตามสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 300 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  11. การจ่ายเงิน
    ทอท.จะแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 4 งวด ดังนี้
    11.1 งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 30 ของมูลค่างานซื้อพร้อมติดตั้งตามสัญญา เมื่อผู้ขายทําการติดตั้ง Precision Air จํานวน 2 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบ แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน (แบบ Stand Alone โดยไม่มีระบบ BAS) สําหรับ Main Core Room หมายเลขห้อง S-G1-181 และส่งมอบ Precision Air จํานวน 2 ชุด (เฉพาะตัวเครื่อง) สําหรับ Main Core Room หมายเลขห้อง S-G1-356 (โดยไม่มีการติดตั้งงานระบบ และ Precision Air ยังอยู่ในความ รับผิดชอบของผู้ขาย) อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้
    เรียบร้อยแล้ว
    11.2 งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 20 ของมูลค่างานซื้อพร้อมติดตั้งตามสัญญา เมื่อผู้ขายทําการติดตั้ง Precision Air จํานวน 4 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบ แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน (แบบ Stand Alone โดยไม่มีระบบ BAS) ประกอบด้วย Main Core Room หมายเลขห้อง S-61-356 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) จํานวน 2 ชุด และ Baggage Control Room (BCR) อาคารปฏิบัติการกระเป๋าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Baggage Terminal : TBT) จํานวน 2 ชุด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
    11.3 งวดที่ 3 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 20 ของมูลค่างานซื้อพร้อมติดตั้งตามสัญญา เมื่อผู้ขายทําการติดตั้ง Precision Air จํานวน 2 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบ แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน (แบบ Stand Alone โดยไม่มีระบบ BAS) สําหรับ Server Room ของศุลกากร ชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร (Main Terminal Building : MTB) และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
    11.4 งวดสุดท้าย จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 30 ของมูลค่างานซื้อพร้อมติดตั้งตามสัญญา เมื่อผู้ขายทําการติดตั้ง ระบบ BAS และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง แล้วเสร็จพร้อมใช้งาน และดําเนินการตามสัญญาทั้งหมดให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ทุก ประการ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
    &

    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    22
  12. อัตราค่าปรับ
    ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบสิ่งของไม่ครบถ้วนตามสัญญา ทอท. จะปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุด สองศูนย์) ของราคาค่าของพร้อมติดตั้งที่ยังไม่ได้รับมอบในแต่ละงวด
  13. การรับประกัน
    13.1 ผู้ขายต้องรับประกันคุณภาพของงานหรือการใช้งานหรือความชํารุดบกพร่องและการชํารุดที่เกิดขึ้นอัน เนื่องจากการใช้งานตามปกติวิสัย ซึ่งจะครอบคลุมถึง วัสดุอุปกรณ์ และข้อบกพร่องที่เกิดจากการผลิตสินค้าภายใต้ เงื่อนไขของการรับประกันและการรับประกันคุณภาพสินค้าที่เกิดการชํารุดเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติวิสัย เป็น ระยะเวลา 2 ปี โดยการรับประกันผลงานจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
    13.2 หากมีการชํารุดเสียหายจากสภาพการใช้งานปกติในช่วงรับประกัน ตามข้อ 13.1 ให้ดําเนินการแก้ไขในทันที ให้เรียบร้อยภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่องจาก ทอท. เป็นลายลักษณ์อักษร และต้องทําการ ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือใช้งานได้ดีดังเดิม โดยจะเรียกร้องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มเติมไม่ได้ทั้งสิ้น
    13.3 หากผู้ขายไม่ดําเนินการเข้ามาแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยหรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกันในข้อ 13.2 ผู้ซื้อ (ทอท.) ขอสงวนสิทธิ์ขอเข้าดําเนินการเองหรือให้ผู้หนึ่งผู้ใดดําเนินการแทน โดยผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งสงวนสิทธิ์ที่จะหักค่าเสียหายดังกล่าวเอาจากหลักประกันสัญญา
  14. เงื่อนไขที่ผู้ขายต้องปฏิบัติ
    14.1 ผู้ขายต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัยอันตรายส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานและถังดับเพลิงตามความเหมาะสม ให้กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัยในขณะทํางานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
    14.2 ผู้ขายต้องตรวจสอบสถานที่จริง อุปกรณ์ และข้อกําหนดรายละเอียดนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน เมื่อผู้ขายเริ่ม ดําเนินการแล้วเกิดมีปัญหาข้อขัดแย้ง คลาดเคลื่อน หรือไม่ชัดเจน ผู้ขายต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของผู้ซื้อทุกประการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
    14.3 การขอตัดกระแสไฟฟ้าในระหว่างการดําเนินการต้องไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติงานของผู้ซื้อ การตัด หรือต่อกระแสไฟฟ้าให้ผู้ขายแจ้ง ทอท. ผ่านผู้ควบคุมงานเพื่อขออนุมัติก่อนอย่างน้อย 7 วันทําการ และต้องได้รับการ อนุมัติจากผู้รับผิดชอบโดยตรงก่อนตัดกระแสไฟฟ้าทุกครั้ง 14.4 ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ
    ที่เกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงานทั้งหมดทุกประการ
    14.5 ในกรณีที่ผู้ขายมีความประสงค์จะขอเข้าทํางานในช่วงเวลานอกเวลาทําการ (นอกเหนือจากแผนดําเนินการ ที่ ได้รับการอนุมัติ) ผู้ขายต้องทําหนังสือขออนุญาตเสนอต่อประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และจะต้องรับผิดชอบค่า ปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. ที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าว ในอัตราตามข้อบังคับของ ทอท.
    &
    R
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างๆ 3
    23
    ยกเว้นในกรณีที่การทํางานของผู้ขายในช่วงเวลานอกเวลาทําการมีเหตุเกิดจาก ทอท. เช่น ไม่สามารถให้ผู้ขาย เข้าพื้นที่ปฏิบัติงานในเวลาทําการได้ หรือมีเหตุสุดวิสัยให้ผู้ขายต้องหยุดการดําเนินงาน ในบางช่วงเวลา ทอท. จะเป็น ผู้รับผิดชอบค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. เอง
    14.6 ผู้ขายต้องรับผิดชอบการปิดพื้นที่ที่ผู้ขายปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย และไม่ รบกวนผู้ใช้บริการหรือผู้ประกอบการต่าง ๆ ตามแต่เจ้าหน้าที่ควบคุมงานจะเห็นสมควร
    14.7 ผู้ขายต้องทําความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อย หลังปฏิบัติงานทุกครั้ง
    ผู้ซื้อ
    14.8 วัสดุอุปกรณ์ที่รื้อถอนหรือถอดเปลี่ยน ผู้ขายต้องทําบัญชีรายการส่งผ่านผู้ควบคุมงาน เพื่อส่งคืนคลังพัสดุของ
    14.9 ผู้ขายต้องมีผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ขายประจําอยู่ตลอดเวลา (โดยผู้ควบคุมงานต้องเป็นพนักงานบริษัท ของผู้ขายเอง และผู้ขายต้องส่งรายชื่อเสนออนุมัติต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนเข้าดําเนินงาน หากมีการ เปลี่ยนแปลงผู้ควบคุมงาน ผู้ขายจะต้องส่งรายชื่อเพื่อขออนุมัติใหม่อีกครั้งก่อนเข้าดําเนินงาน) ผู้ควบคุมงานของผู้ขาย ต้องปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยให้ถือว่าได้สั่งการกับผู้ขายโดยตรง ซึ่งผู้ขายต้องยินยอมปฏิบัติ
    ตามทุกกรณี
    14.10 ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ในส่วนที่ ผู้ขายเกี่ยวข้อง
    14.11 งานใดที่มิได้กําหนดในแบบและรายละเอียด แต่จะต้องเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของระบบงาน ผู้ขายจะต้องดําเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น
    14.12 งานใดที่มิได้กําหนดในแบบและรายละเอียด แต่จะต้องเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของระบบงาน ผู้ขายจะต้องดําเนินการโดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น
    14.13 พนักงานของผู้ขายต้องสวมเครื่องแบบที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัท ฯ พร้อมทั้งแต่งกายให้เรียบร้อยและ
    ฯ ในขณะปฏิบัติงานทุกครั้งจะต้องสวมรองเท้า Safety Shoe และอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่จําเป็น เช่น แว่นตา ถุงมือ เป็นต้น
    14.14 กรณีหากเกิดข้อขัดข้องจากการดําเนินการของผู้ขายจนเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเสียหายถึงชีวิต และ/หรือ ทรัพย์สินของราชการ เอกชน หรือผู้ใช้บริการ ทอท. เสียหาย ผู้ขายต้องรับผิดชอบทุกประการไม่ว่า กรณีใด
  15. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ ทอท.
    15.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้า ไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการ
    คอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
    15.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับและ ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของบริษัท
    ให้แก่บุคลากรของ ทอท.
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    24
  16. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
    คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการทั้ง ด้านเศรฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  17. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    17.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
    17.2 ผู้เสนอราคาต้องได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการ ในการจําหน่ายเครื่องปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air) ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มี สิทธิ์จําหน่ายจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศ หรือเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่เสนอราคา
  18. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติงานในวันยื่นซองเสนอราคา
    18.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการ ในการจําหน่าย เครื่องปรับอากาศ แบบควบคุมความชื้น (Precision Air) ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่าย ที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิ์จําหน่ายจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศ หรือเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่เสนอราคา
    18.2 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อกหรือ Data Sheet มาให้พิจารณาด้วย ซึ่งแสดงรายละเอียดคุณสมบัติทาง เทคนิคตามรายการประกอบแบบระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ข้อ 2.5, 2.6 และ 4 โดย ทอท. จะพิจารณา
    เฉพาะคุณสมบัติเฉพาะ (SPECIFICATION) ที่ปรากฏอยู่ในแคตตาล็อกหรือ Data Sheet เท่านั้น กรณีคุณลักษณะ เฉพาะที่ ทอท. ต้องการไม่ปรากฏในแคตตาล็อกหรือ Data Sheet ผู้เสนอราคาต้องแนบสําเนาใบรับรองจาก บริษัทผู้ผลิต (Manufacture’s Certificate) ยืนยันคุณลักษณะเฉพาะที่ขาดไปแต่ละข้อเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อม ลายเซ็นของผู้มีอํานาจลงนามว่าผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรง ในกรณีการรับรองคุณสมบัติมีข้อมูลขัดแย้งกับคุณสมบัติที่ กําหนดไว้ในแคตตาล็อกหรือ Data Sheet มาแล้ว และไม่มีข้อชี้แจงที่มีเหตุผลเพียงพอถึงเหตุแห่งความขัดแย้งนั้น ทอท. จะยึดถือตามแคตตาล็อกหรือ Data Sheet
    ในกรณีแคตตาล็อกหรือ Data Sheet มีหลายรุ่น (Model) และ/หรือ OPTION ผู้เสนอราคาต้องระบุให้ ชัดเจนโดยพิมพ์เป็นรายการว่าจะส่งมอบรุ่น (Model) และ/หรือ OPTION ใด
  19. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
    ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
    &
    (นายธนพล ลอยเมฆ) (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์) (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    ผู้จัดทําร่างฯ 1
    ผู้จัดทําร่างฯ 2
    ผู้จัดทําร่างฯ 3
    25
  20. เงื่อนไขอื่น ๆ ๆ
    ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทําใบประมาณราคา ซึ่งแสดงรายละเอียดในแต่ละรายการให้ ทอท. โดยเร็ว
    หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท.
    &
    صح
    (นายธนพล ลอยเมฆ)
    (นายโกสินทร์ จิตนวิบูลย์)
    วิศวกรชํานาญการ 7 ส่วนระบบปรับอากาศ วิศวกรอาวุโส 6 ส่วนระบบปรับอากาศ
    ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล
    (นายภูมิรัตน์ ศรีสาสน์รัตน์)
    วิศวกรอาวุโส 6 ส่วนระบบปรับอากาศ
    ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล
    ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล
    1
    ภาคผนวก ก QR Code เอกสารประกอบการทํางาน ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ
    QR Code : การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่าง
    ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท

    QR Code : คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
    L
    QR Code : บัญชีอัตราค่าภาระการใช้ท่าอากาศยาน ทรัพย์สิน บริการ และความสะดวกต่างๆ ใน กิจการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด
    (มหาชน) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประจําปี 2559 (แก้ไขเมื่อ ต.ค. 68)