ประกวดราคาจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ดำเนินโครงการจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อตอบสนองต่อปัญหาโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการฟอกเลือดที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และต่อเนื่องแก่กำลังพล ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียง
ขอบเขตของงานครอบคลุมการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญและผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภา โครงการนี้มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโดยที่โรงพยาบาลไม่ต้องลงทุนด้านอุปกรณ์หรือบุคลากรเพิ่มเติม ช่วยลดภาระการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศูนย์ และสร้างระบบบริการสุขภาพระดับทุติยภูมิให้มีความเข้มแข็ง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด รวมถึงต้องมีผลงานการเป็นคู่สัญญาจ้างเหมาบริการฟอกเลือดกับหน่วยงานรัฐไม่น้อยกว่า 3 แห่ง และมีจำนวนเครื่องรวมไม่น้อยกว่า 20 เครื่อง การคัดเลือกผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคา (Price-based) โดยพิจารณาจากราคารวมที่ต่ำที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการสูงสุด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์และพื้นที่ให้บริการเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน
English summary
Vibhavadi Rangsit Hospital is seeking a contractor for hemodialysis services for the 2027 fiscal year (October 1, 2026 – September 30, 2027). The project aims to provide high-quality, safe, and continuous hemodialysis treatment for end-stage renal disease (ESRD) patients in Surat Thani and surrounding areas. With a budget of 24 million THB, the contractor must be certified by the Ministry of Public Health and the Medical Council of Thailand. Key requirements include proven experience as a contractor for government hospitals, with at least 3 contracts and a minimum of 20 dialysis machines in operation. The selection will be based on the lowest total price that meets all technical specifications.
โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้บริการฟอกเลือดแก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐาน และปลอดภัย
- เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และลดภาระการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์
- เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาลโดยไม่ต้องลงทุนด้านอุปกรณ์หรือบุคลากรเพิ่มเติม
- เพื่อเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพในระดับทุติยภูมิให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ขอบเขตของงาน
- ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ตามมาตรฐานทางการแพทย์
- ปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ สป.สาย พ. เลขที่ 045/38 หมายเลข 6515-M-63-P-1669
- ปฏิบัติตามเงื่อนไขประกอบงานจ้างเหมาบริการฯ ตามผนวก ก ถึง ช
- จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับผู้ป่วย รายการฟอกเลือด และหลักฐานการตรวจวิเคราะห์เพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่าย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมตามจำนวนยอดการสั่งซื้อจริง
- รายงานสรุปข้อมูลผู้ป่วยและรายการฟอกเลือดรายเดือน
- ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินค่าบริการรายเดือน
- การรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์และพื้นที่ให้บริการ (12 เดือน)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลา 12 เดือน (1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอาชีพขายพัสดุ/บริการตามที่ประกวดราคา และไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
- Standards Compliance: ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานของศูนย์รับรองมาตรฐานการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ตามประกาศแพทยสภา ที่ 63/2567
- Experience: ต้องมีหนังสือรับรองผลงานการเป็นคู่สัญญาจ้างเหมาบริการฟอกเลือดกับโรงพยาบาลในสังกัดหน่วยงานรัฐ ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องไตเทียมที่ให้บริการรวมกันไม่น้อยกว่า 20 เครื่อง
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price-based) โดยพิจารณาจากราคารวมที่ต่ำที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการมากที่สุด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ต้องเป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะ สป.สาย พ. เลขที่ 045/38 หมายเลข 6515-M-63-P-1669
- ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภา
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายเงินรายเดือนตามเนื้องานที่ให้บริการจริง (ตามใบสั่งจ้าง)
- ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วง
- ค่าปรับกรณีผิดสัญญา: ร้อยละ 0.1 ของราคางานจ้างต่อวัน
- รับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 12 เดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้ครอบคลุมระยะเวลากี่ปี? ตอบ: 1 ปีงบประมาณ (1 ต.ค. 69 – 30 ก.ย. 70)
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์อย่างไร? ตอบ: ต้องเป็นคู่สัญญาจ้างเหมาบริการฟอกเลือดกับโรงพยาบาลรัฐไม่น้อยกว่า 3 แห่ง
- ถาม: จำนวนเครื่องไตเทียมขั้นต่ำที่ต้องมีคือเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 20 เครื่อง
- ถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างเป็นอย่างไร? ตอบ: จ่ายเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ให้บริการจริง
- ถาม: ต้องมีการรับประกันผลงานหรือไม่? ตอบ: ต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์และพื้นที่เป็นเวลา 12 เดือน
- ถาม: หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อที่ไหน? ตอบ: แผนกเภสัชกรรม รพ.ค่ายวิภาวดีรังสิต โทร 0 7729 5046 ต่อ 206
- ถาม: การยื่นข้อเสนอต้องใช้มาตรฐานอะไรเป็นหลัก? ตอบ: ประกาศแพทยสภา ที่ 63/2567
- ถาม: งบประมาณโครงการมาจากแหล่งใด? ตอบ: เงินรายรับสถานพยาบาล
- ถาม: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องทำสัญญากี่วัน? ตอบ: ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง
- ถาม: สามารถจ้างช่วงงานได้หรือไม่? ตอบ: ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างก่อนเท่านั้น หากฝ่าฝืนมีค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมระยะเวลา 12 เดือน
- ความเป็นมา
โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (End-stage renal disease: ESRD) นับเป็นปัญหาทางสาธารณสุข ที่ส าคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถด ารงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากการบ าบัดทดแทนไต หนึ ่งในวิธีการบ าบัดหลักที ่มีประสิทธิภาพ คือ “การฟอกเลือดด้วยเครื ่องไตเทียม (Hemodialysis)” ซึ่ง จ าเป็นต้องด าเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของผู้ป่วย
โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ในฐานะโรงพยาบาลกองทัพบกขนาด 60 เตียง มีภารกิจในการ ดูแลสุขภาพทั้งก าลังพล ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียง ได้ เล็งเห็นถึงความส าคัญของการให้บริการฟอกเลือดที ่มีคุณภาพ ครอบคลุม และเข้าถึงได้อย ่างเ ท ่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของสังคมที่มีจ านวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โครงการนี้จะช่วยบรรเทาภาระงบประมาณ เพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วย ลดการส่งต่อ และ เพิ่มรายได้ให้แก่โรงพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม - วัตถุประสงค์
เพื่อให้การบริการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐาน โรงพยาบาล จึงด าเนินโครงการจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยร่วมมือกับผู้รับจ้างที่มีความเชี่ยวชาญและ ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
2.1. เพื่อให้บริการฟอกเลือดแก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐาน และปลอดภัย
2.2. เพื่อรองรับจ านวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และลดภาระการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ 2.3. เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาลโดยไม่ต้องลงทุนด้านอุปกรณ์หรือบุคลากรเพิ่มเติม 2.4. เพื่อเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพในระดับทุติยภูมิให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1. มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือท าสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั ่วคราว เนื ่องจากเป็นผู้ที ่ไม ่ผ ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว ่าการกระทรวงการคลังก าหนดตามที ่ประกาศเผยแพร ่ในระบบเครือข ่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
3.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน ่วยงานของรัฐในระบบเครือข ่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ ่งรวมถึงนิติบุคคลที ่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอ านาจในการด าเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐก าหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุที ่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าว
3.8. ไม ่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร ่วมกันกับผู้ยื ่นข้อเสนอรายอื ่นที ่เข้ายื ่นข้อเสนอให้แก่ โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระท าการอันเป็นการ ขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีค าสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) การก าหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที ่ข้อตกลงฯ ก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ ่งเป็นผู้เข้าร ่วมค้าหลัก
ข้อตกลงฯ จะต้องมีการก าหนดสัดส่วนหน้าที ่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค ่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที ่ข้อตกลงฯ ก าหนดให้ผู้เข้าร ่วมค้ารายใดรายหนึ ่งเป็นผู้เข้าร ่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ส าหรับข้อตกลงฯ ที ่ไม ่ได้ก าหนดให้ผู้เข้าร ่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร ่วมค้าหลัก
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ ก าหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอ านาจ ส าหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้ก าหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอ านาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(3.2) การยื ่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้
ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอ านาจตามข้อ (3.1) ด าเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจ าหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่ง ได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐก าหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก าหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการก าหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกช าระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต ่ากว่า 8 ล้านบาท
(3) ส าหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ ่งที ่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถด าเนินการได้ดังนี้
(4.1) กรณีผู้ยื ่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที ่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคล
ธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที ่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื ่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจ ค ้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ส านักงานใหญ่รับรอง หรือที่ ส านักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอ านาจจากส านักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(4.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ
บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และ
ประกอบธุรกิจค ้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค ้าประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื ่อที ่ส านักงานใหญ ่รับรอง หรือที ่ส านักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอ านาจจาก ส านักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
(5) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที ่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (2) ข้อ (3) และข้อ (4.2) มูลค ่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา ตามประกาศที ่ธนาคารแห่งประเทศไทยก าหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของ
กิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก าหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่น ข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอราย นั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(6) กรณีตาม (1) - (5) ยกเว้นส าหรับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที ่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู ่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง
แล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดท าบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ เบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช ่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่จะด าเนินการการจ้างเหมาบริการ
4.1. ตามคุณลักษณะเฉพาะ สป.สาย พ. เลขที่ 045/38 หมายเลข 6515-M-63-P-1669 4.2. การจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รายละเอียดเงื่อนไขประกอบงานจ้าง เหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมของโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ประจ าปีงบประมาณ 2570 ตาม ผนวก ก, ผนวก ข, ผนวก ค, ผนวก ง, ผนวก จ, ผนวก ฉ, ผนวก ช และเอกสารแนบท้ายนี้ - ก าหนดเวลาส่งมอบก าหนดการด าเนินการการจ้างเหมา
ก าหนดระยะเวลาด าเนินการจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื ่องไตเทียม ประจ าปี งบประมาณ 2570 เป็นระยะ 1 ปีงบประมาณ (1 ต.ค. 69 – 30 ก.ย. 70) ก าหนดระยะเวลาในการส่งมอบงาน จ้าง 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในใบแจ้งให้เข้าปฏิบัติงานตามหนังสือสัญญา ตามจ านวนยอดการสั่งซื้อสั่งจ้าง จริงในแต่ละงวดโดยไม่เกินจ านวนยอดที่ก าหนดไว้ในสัญญาจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้โรงพยาบาลค่ายวิภาวดี รังสิตจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา พิจารณาจาก ราคารวม
ทั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ทรง ไว้ซึ่งสิทธิที่จะพิจารณาเฉพาะเครื่องที่ให้ประโยชน์ต่อทางราชการมากที่สุด โดยยึดรายละเอียดและคุณลักษณะ เฉพาะที่ผู้ว่าจ้างก าหนดตามข้อ 4 รวมถึงราคาค่าบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ต ่ากว่าและไม่เกินราคา ที่ผู้ว่าจ้างก าหนด การวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ให้ถือเป็นเด็ดขาด - วงเงินงบประมาณ
7.1. วงเงินประมาณการในการจัดหางานจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเป็น เงิน 24,000,000.00 บาท (ยี่สิบสี่ล้านบาทถ้วน)
7.2. เงินค่าพัสดุในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ได้มาจากเงินรายรับสถานพยาบาล - งวดงานและการจ่ายเงิน
8.1. ค่าจ้างในการให้บริการการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมให้แก่ผู้ป่วยต่อรายต่อรอบ ผู้ว่า จ้างจะจ่ายเงินค่าจ้าง ตามราคาค่าบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแต่ละประเภทที่ผู้ชนะการเสนอราคาได้ เสนอ และตกลงตามรายการจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมของโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต
8.2. ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างตามเนื้องานที่ให้บริการจริง ดังที่ระบุไว้ในใบสั่งจ้างแต่ละใบ และตามราคาต่อหน่วยดังที่ระบุไว้ในรายการจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยรวบรวมจ่าย เป็นรายเดือนให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ให้บริการงานที่จ้างในเดือนนั้น ๆ แล้วเสร็จครบถ้วนและผ่านการ ตรวจรับงาน จากคณะกรรมการตรวจการจ้างของผู้ว่าจ้างเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องรวบรวมและ จัดท าเอกสารเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มารับบริการฟอกเลือดแต่ละราย รายการการฟอกเลือดและหลักฐานการตรวจ วิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ผู้ว่าจ้างก าหนด และต้องยื่นใบแจ้งหนี้และจ านวนเงินค่าจ้างซึ่ง ค านวณตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดทุกวันสิ้นเดือนให้ผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องออกใบเสร็จรับเงินค่าจ้างให้แก่ ผู้ว่าจ้างในแต่ละครั้งด้วย - อัตราค่าปรับ
9.1. กรณีที ่ผู้รับจ้างน างานที ่รับจ้างไปจ้างช ่วงให้ผู้อื ่นท าอีกทอดหนึ ่งไม ่ว ่าทั้งหมดหรือ บางส่วน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องช าระค่าปรับส าหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจ านวน
ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้างช่วงนั้น
9.2. กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดเงื่อนไขสัญญาจากข้อ 9.1 จะก าหนดค่าปรับเป็นรายวันจ านวน ตายตัวในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคางานจ้าง - การก าหนดระยะเวลารับประกันความช ารุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาจ้างจะต้องรับประกันความช ารุดบกพร่องของสิ่งของ อุปกรณ์ และ พื้นที่ให้บริการ ที่ใช้ในกิจการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน นับถัดจากที่โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ได้รับมอบพื้นที่และเครื่องมือจากท่าน โดยต้องรีบจัดการ ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความช ารุดบกพร่อง - การท าสัญญา
ผู้ชนะการเสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องเข้าท าสัญญากับโรงพยาบาล ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง - ข้อก าหนดและเงื่อนไขพิเศษ
12.1. ก าหนดระยะเวลาการจ้าง 12 เดือนตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 12.2. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงเอกสารผ่านการรับรองมาตรฐานของของศูนย์รับรองมาตรฐาน การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ตามประกาศแพทยสภา ที่ 63/2567 ลง 8 ส.ค. 67 12.3. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงเอกสารหนังสือรับรองส าเนาสัญญาว่าเป็นคู่สัญญาการรับจ้าง เหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมกับโรงพยาบาลในสังกัดหน่วยของรัฐไม่น้อยกว่า 20 เครื่องไม่น้อย กว่า 3 แห่ง - การสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้สนใจต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงานฉบับนี้สามารถ สอบถามได้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์vipawadee_[email protected], [email protected] หรือหมายเลขโทรศัพท์ 0 7729 5046 ต่อ 206 ทั้งนี้ ระยะเวลาให้เป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศ - การเสนอแนะ/รับฟังความคิดเห็น
การรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการ สามารถเสนอแนะความคิดเกี่ยวกับร่างขอบเขต ของงานฉบับนี้ที่ได้
สถานที่ติดต่อ แผนกเภสัชกรรม โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต
โทรศัพท์ 0 7729 5046 ต่อ 206
E-mail : [email protected], [email protected]
ทั้งนี้ในการเสนอแนะความคิดเห็น ผู้เสนอแนะต้องเปิดเผยชื่อและที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ให้ โรงพยาบาลทราบด้วย