ประกวดราคาจ้างเหมาบริการเพื่อปฏิบัติงานด้านการผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ปีงบประมาณ 2570 จำนวน 1 งาน
โครงการจ้างบริการเพื่อปฏิบัติงานด้านการผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ประจำปีงบประมาณ 2570 ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหาบุคลากรภายนอก (Outsource) เข้ามาสนับสนุนกระบวนการผลิตยาในหน่วยผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุรเวทศิริราช เนื่องจากปัจจุบันมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างมากจากร้านค้าและโรงพยาบาลต่างๆ ประกอบกับหน่วยผลิตมีการขยายพื้นที่การทำงานเป็น 2 สถานที่ผลิต ทำให้กำลังคนที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอต่อการผลิตให้ทันต่อความต้องการ
ขอบเขตงานครอบคลุมการปฏิบัติงานในสายการผลิตยาสมุนไพรทั้งหมด โดยผู้รับจ้างและบุคลากรที่ส่งมาปฏิบัติงานต้องยินยอมปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา (GMP PIC/s) ซึ่งทางผู้ว่าจ้างจะมีการจัดอบรมให้ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง หากเกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตเนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
โครงการมีระยะเวลาดำเนินการรวม 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 โดยมีการแบ่งจ่ายค่าจ้างเป็น 12 งวดรายเดือนตามผลการปฏิบัติงานจริง และมีการกำหนดบทปรับที่เข้มงวดในกรณีที่บุคลากรขาดงานหรือมาสาย เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตยาจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
English summary
This project involves outsourcing services for the production of medicines and herbal products for the fiscal year 2027, managed by the Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University. The primary objective is to secure sufficient manpower to support production activities across two manufacturing sites of the Siriraj Ayurved Herbal Medicine Manufacturing Unit. This initiative addresses the increasing demand for herbal products from both internal clinics and external hospitals. The contractor and its personnel must strictly comply with GMP PIC/s standards, with mandatory training provided by the employer before commencement. The contract spans 12 months, from October 1, 2026, to September 30, 2027, with a total budget of approximately 2.24 million THB. Payments are structured into 12 monthly installments based on performance, with specific penalties for absenteeism or tardiness to ensure production continuity.
หน่วยผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุรเวทศิริราช (2 สถานที่ผลิต)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้มีกำลังคนเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในสถานที่ผลิตทั้ง 2 แห่งของหน่วยงาน
- เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ร้านค้า และโรงพยาบาลต่างๆ
- เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตยาภายใต้เกณฑ์ GMP PIC/s แม้จะมีการเพิ่มกำลังการผลิต
ขอบเขตของงาน
- จัดหาบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อปฏิบัติงานในกระบวนการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร
- ปฏิบัติงาน ณ สถานที่ผลิตยาของหน่วยผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุรเวทศิริราช ทั้ง 2 แห่ง
- บุคลากรต้องเข้ารับการอบรมเกณฑ์มาตรฐาน GMP PIC/s ที่จัดโดยผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มงาน
- ปฏิบัติงานตามวันและเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการผลิต
- ดูแลรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตที่ได้รับมอบหมาย
- ปฏิบัติตามคำสั่งและขั้นตอนการผลิตที่กำหนดโดยหน่วยผลิตยาฯ อย่างเคร่งครัด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานผลการปฏิบัติงานรายเดือนของบุคลากร (รวม 12 งวด)
- ผลผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานและปริมาณที่กำหนดในแต่ละเดือน
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ส่งมอบภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 12 เดือน
- เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2570
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประเมินราคาในครั้งนี้
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (Net Worth) เป็นบวกในรอบปีบัญชีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนไม่เกิน 1 ปี: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (เนื่องจากวงเงินจ้างอยู่ในช่วง 1-5 ล้านบาท)
- กรณีเป็นบุคคลธรรมดา: ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ประมาณ 560,016.60 บาท) ณ วันยื่นข้อเสนอ
- หรือมีวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
- ต้องยินยอมปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน GMP PIC/s และรับผิดชอบความเสียหายหากบุคลากรไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria) ในการตัดสิน โดยผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ผ่านเงื่อนไขจะเป็นผู้ชนะ
- มีแต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับการพิจารณา (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
- มีแต้มต่อสำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคาต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3 จะได้รับการพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- มาตรฐานการผลิต: ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา (GMP PIC/s)
- การฝึกอบรม: บุคลากรต้องผ่านการอบรมจากผู้ว่าจ้างก่อนเข้าปฏิบัติงานจริง
- การใช้พัสดุในประเทศ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานจ้าง
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 12 งวด (งวดที่ 1-11 อัตราร้อยละ 8.33 และงวดที่ 12 อัตราร้อยละ 8.37)
- ค่าปรับกรณีจ้างช่วง: หากน่างานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ค่าปรับกรณีผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- ค่าปรับกรณีบุคลากรไม่มาทำงาน: 625 บาท ต่อคน ต่อวัน
- ค่าปรับกรณีมาสาย: ไม่เกิน 30 นาที ปรับ 45 บาท/ครั้ง, เกิน 30 นาที ปรับชั่วโมงละ 90 บาท (เศษชั่วโมงปัดเป็น 1 ชม.), สายเกิน 3 ชม. ถือว่าขาดงาน
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: สถานที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ใด?
A: ปฏิบัติงาน ณ หน่วยผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุรเวทศิริราช ซึ่งมีสถานที่ผลิตทั้งหมด 2 แห่ง- Q: ผู้ปฏิบัติงานต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่?
A: TOR ไม่ได้ระบุวุฒิการศึกษาเฉพาะเจาะจง แต่กำหนดให้ต้องผ่านการอบรมเกณฑ์มาตรฐาน GMP PIC/s ที่ผู้ว่าจ้างจัดให้ก่อนเริ่มงาน - Q: หากบุคลากรทำเครื่องจักรเสียหาย ใครต้องรับผิดชอบ?
A: ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากความเสียหายเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP PIC/s - Q: มีการกำหนดจำนวนบุคลากรขั้นต่ำที่ต้องส่งมาปฏิบัติงานหรือไม่?
A: ใน TOR ฉบับนี้ไม่ได้ระบุจำนวนคนตายตัว แต่ระบุค่าปรับกรณีไม่มาทำงานเป็นรายคน (625 บาท/คน/วัน) ซึ่งจะอ้างอิงตามแผนงานที่ตกลงกัน - Q: กรณีมาสายเกินกี่ชั่วโมงจึงจะถือว่าขาดงาน?
A: หากมาสายเกิน 3 ชั่วโมง ให้ถือว่าเป็นการขาดงานในวันนั้น - Q: การรับประกันความชำรุดบกพร่อง 5 ปี ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง - Q: ผู้รับจ้างสามารถจ้างช่วงงานต่อให้บริษัทอื่นได้หรือไม่?
A: ไม่สามารถทำได้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หากฝ่าฝืนมีค่าปรับ 10% ของงานจ้างช่วง - Q: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนเท่าใด?
A: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงาน - Q: การจ่ายเงินงวดสุดท้ายมีเงื่อนไขอย่างไร?
A: งวดที่ 12 จะจ่ายร้อยละ 8.37 เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาและมีการตรวจรับมอบงาน - Q: หากเป็นผู้ประกอบการ SMEs จะได้สิทธิประโยชน์อย่างไร?
A: จะได้รับแต้มต่อด้านราคา หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 จะมีโอกาสได้รับคัดเลือกก่อน (ตามลำดับที่กำหนด)
- Q: ผู้ปฏิบัติงานต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
3210/7/69
(กรณีจัดจ้างที่มิใช่ก่อสร้าง)
ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
รายการ งานจ้างบริการเพื่อปฏิบัติงานด้านการผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ปีงบประมาณ 2570 จํานวน 1 งาน
- ความเป็นมา
หน่วยผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุรเวทศิริราช สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช พยาบาล ดําเนินการผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ภายใต้วัตถุประสงค์เป็นแหล่งฝึกงานของนักศึกษาแพทย์แผนไทย ประยุกต์ และสําหรับใช้ในงานบริการคลินิกอายุรเวทศิริราช แต่เนื่องจากในปัจจุบันความต้องการใช้ยาและผลิตภัณฑ์จาก สมุนไพรเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก มีร้านค้าและโรงพยาบาลอื่นๆที่ต้องการยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไปใช้และจําหน่าย ทําให้
หน่วยผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอายุรเวทศิริราชไม่สามารถผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรได้เพียงพอกับความ ต้องการ เนื่องจากขาดกําลังคนในการปฏิบัติงาน และปัจจุบันหน่วยผลิตยาฯ แบ่งการทํางานเป็น 2 สถานที่ผลิต ซึ่งทําให้ ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละสถานที่ผลิตมีจํานวนน้อยลง จึงจําเป็นต้องจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอก (Outsource) เพื่อให้มีกําลังคน ในการปฏิบัติงานผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรให้เพียงพอทั้ง 2 สถานที่ผลิตและสามารถผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
ได้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค - วัตถุประสงค์
- เพื่อให้มีกําลังคนในการปฏิบัติงานผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรให้เพียงพอทั้ง 2 แห่ง
- เพื่อให้มียาและผลิตภัณฑ์เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค
- คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศ
เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง - ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบ เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจ ในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กําหนดในราชกิจจานุเบกษา
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือที่จะดําเนินการจัดจ้างครั้งนี้ 8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะ แพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์/วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอัน เป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้ สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่าง
ผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า
หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
2
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนาม
กิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า - ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
12.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของ กิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้อง แสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
12.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระ
มูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท (3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท (4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท (5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท (6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 20 ล้านบาท (7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 60 ล้านบาท (8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท (9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า 200 ล้านบาท
12.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาโดย พิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
12.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่น ข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
12.5 กรณีตาม 12.1 – 12.4 ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
พ.ศ. 2561
3
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) - ผู้รับจ้างต้องยินยอมปฏิบัติตาม “เกณฑ์มาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา หรือ GMP PIC/s” โดย ผู้ว่าจ้างจะมีการจัดอบรมให้แก่ผู้ปฏิบัติงานก่อนเข้าทํางาน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ซึ่งอาจจะก่อให้เกิด ความเสียหายต่องาน หรือเครื่องจักรอุปกรณ์ รวมถึงผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
- หลักฐานการยื่นข้อเสนอ (ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติที่กําหนดเพิ่มเติม และที่กําหนดในขอบเขตของงาน)
(1) รายละเอียดคุณลักษณะ
(2) สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(3) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ - แบบรูปรายการ ขอบเขตของงาน และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ตามเอกสารแนบ - ระยะเวลากําหนดแล้วเสร็จ
กําหนดแล้วเสร็จภายใน 12 เดือน ( 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 – 30 กันยายน พ.ศ. 2570) นับถัดจากลงนามในสัญญาหรือ วันที่มหาวิทยาลัยมีหนังสือแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน - หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
[
SMEs
] ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ําสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยมีเงื่อนไขดังนี้
(1) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อย
ละ 10 มหาวิทยาลัย จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ
ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวมกับ ราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้ กับ สสว.
(2) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งตาม กฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ
ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
[ ] ใช้เกณฑ์คุณภาพ ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยกําหนดเกณฑ์การ ให้น้ําหนักคะแนน ดังนี้
*ข้อเสนอทางด้านเทคนิค
ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ
บริการหลังการขาย
% (ต้องกําหนดและน้ําหนักการให้คะแนนต้องมากที่สุด)
%
%
%
4
พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน
ราคา
%
%
ทั้งนี้ วิธีการให้คะแนนเป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาการให้คะแนนด้านคุณภาพที่แนบท้ายนี้
8. วงเงินในการจัดจ้าง
ภายในวงเงินงบประมาณ 2,240,066.40 บาท (สองล้านสองแสนสี่หมื่นหกสิบหกบาทสี่สิบสตางค์) โดยเบิกจ่ายจาก งบประมาณปี 2570
9. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
มหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยถือราคาเหมา รวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงิน แบ่งเป็น 12 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569
งวดที่ 2 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
งวดที่ 3 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
งวดที่ 4 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 31 มกราคม 2570
งวดที่ 5 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
งวดที่ 6 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570
งวดที่ 7 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 30 เมษายน 2570
งวดที่ 8 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2570
งวดที่ 9 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570
งวดที่ 10 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570
งวดที่ 11 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.33 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570
งวดที่ 12 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 8.37 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ดังนี้
ส่งมอบภายในวันที่ 30 กันยายน 2570
5
และเมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และมหาวิทยาลัยได้ตรวจรับ
มอบงานจ้าง
10. อัตราค่าปรับ
10.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
10.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 10.1 จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจํานวนเงินตายตัวใน อัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
10.3 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญา จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวัน
10.3.1
แบ่งเป็นดังนี้
กรณีบุคลากรของผู้รับจ้างไม่มาปฏิบัติงานตามวันเวลาที่ตกลงกัน ต้องปรับในอัตราวันละ 625 บาท / คน / วัน 10.3.2 กรณีบุคลากรของผู้รับจ้างมาปฏิบัติงานไม่ครบชั่วโมงที่กําหนด ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างดําเนินการปรับ ดังนี้
การมาสายไม่เกิน 30 นาที : ปรับในอัตราครั้งละ 45 บาท
- การมาสายเกิน 30 นาทีขึ้นไป : ให้ปัดเศษเป็น 1 ชั่วโมง และปรับในอัตราชั่งโมงละ 90 บาท
การมาสายเกิน 3 ชั่วโมง : ให้ถือว่าเป็นการขาดงาน
- การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถัดจากวันที่ มหาวิทยาลัยได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน - วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความ ชํารุดบกพร่อง - การใช้พัสดุที่ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
(1) จัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น ภายใน 60 วันนับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
หมายเหตุ กรณีที่ระยะเวลาดําเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน ไม่ต้องจัดทําแผนตามข้อ 12 (1)
(2) กําหนดให้ผู้รับจ้าง ต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุ หรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น
**หมายเหตุ
กรณีที่ทราบตั้งแต่ต้นว่าโครงการนี้ ต้องใช้พัสดุที่นําเข้าจากต่างประเทศและพัสดุนั้นไม่มีผลิตภายในประเทศหรือ กรณีที่ทราบตั้งแต่ต้นว่าโครงการนี้ มีผลิตในประเทศแต่จะไม่ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ซึ่งได้รับอนุมัติจากผู้มีอํานาจ
อนุมัติแล้ว)
ทําให้อัตราการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศน้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานทั้งหมดตามสัญญา ไม่ต้องกําหนด
ข้อ 12 นี้
กรณีที่ ไม่มีผลิตภายในประเทศ ในข้อ 12 ให้ระบุข้อความว่า “ขอรับรองว่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างครั้งนี้ไม่มีผลิต ภายในประเทศ ทําให้อัตราการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศน้อยกว่าร้อยละ 60” ไว้ท้ายแบบรูปรายการ ขอบเขตของงาน และ
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะด้วย