ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน ๑ งาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ดำเนินโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) ภายในกลุ่มอาคารต่าง ๆ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เพื่อทดแทนเครื่องเดิม โดยมีขอบเขตงานประกอบด้วยการรื้อถอนเครื่องปรับอากาศเดิมและส่งคืนคลังพัสดุ ทอท. พร้อมติดตั้งเครื่องใหม่ตามรายการที่กำหนด (Wall Type, Ceiling Suspended, Ceiling Concealed Ducted, และ AHU - VRF) รวมถึงงานติดตั้งท่อสารทำความเย็น ท่อน้ำทิ้ง และการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน วสท. 031001 และมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า พ.ศ. 2564
วัตถุประสงค์หลักคือการเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับอากาศภายในท่าอากาศยานให้มีความเย็นที่เหมาะสมและประหยัดพลังงาน โดยเครื่องปรับอากาศต้องได้รับฉลากเบอร์ 5 ติดดาว และผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (GI-4) ขึ้นไป ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่การจัดหา ติดตั้ง ทดสอบระบบ (Commissioning) ไปจนถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ทอท. และส่งมอบเอกสาร As-built drawing โดยมีระยะเวลาดำเนินงานรวม 240 วันนับจากวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยในการทำงานของ ทอท. และแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าอย่างเคร่งครัด
English summary
Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) is seeking bidders for the procurement and installation of Split-type air conditioning units at Don Mueang International Airport. The scope includes the removal of existing units, installation of new units (various types including Wall, Ceiling Suspended, Ducted, and VRF systems), and associated piping, drainage, and electrical works. All equipment must meet EIT standards, possess Energy Label No. 5, and be manufactured by Green Industry (GI-4) certified factories. The project duration is 240 days, including testing, commissioning, and staff training.
ท่าอากาศยานดอนเมือง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดซื้อและติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนทดแทนเครื่องเดิมที่เสื่อมสภาพ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นและการประหยัดพลังงานภายในกลุ่มอาคารท่าอากาศยานดอนเมือง
- เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมและมาตรฐานความปลอดภัยของ ทอท.
ขอบเขตของงาน
- รื้อถอนเครื่องปรับอากาศเดิมและส่งคืนคลังพัสดุ ทอท.
- จัดหาและติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) ตามรายการที่กำหนด
- ติดตั้งท่อสารทำความเย็นและหุ้มฉนวนตามมาตรฐาน
- ติดตั้งท่อน้ำทิ้งและหุ้มฉนวนตามมาตรฐาน
- เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายเดิมเข้ากับเครื่องปรับอากาศใหม่
- ทดสอบระบบ (Testing & Commissioning) และจัดทำรายงานผล
- จัดฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาให้แก่เจ้าหน้าที่ ทอท.
- จัดทำและส่งมอบแบบ As-built drawing และคู่มือการใช้งาน/ซ่อมบำรุง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนพร้อมติดตั้งครบถ้วนตามจำนวนและคุณสมบัติที่กำหนด
- รายงานผลการทดสอบเครื่องและระบบ (Test and commissioning report)
- คู่มือการใช้งาน (Operating Manual) และคู่มือการซ่อมบำรุง (Service Manual) อย่างละ 3 ชุด
- แบบแปลนที่แล้วเสร็จ (As-built drawing) ทั้งรูปแบบเอกสารและไฟล์ดิจิทัล
- ข้อมูลครุภัณฑ์ในรูปแบบไฟล์ Excel
- เอกสารสรุปการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินงาน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับสิทธิจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ
- Standards Compliance: ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับฉลากเบอร์ 5 ติดดาว และโรงงานผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (GI-4) ขึ้นไป
- Experience: ต้องมีผลงานการขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน หรือระบบ VRV/VRF
- Previous Project Cost: มูลค่างานในสัญญาฉบับเดียวไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน)
- Technical Capabilities: ต้องสามารถจัดทำแผนการปฏิบัติงานและ Shop Drawing ได้
- Personnel: ต้องมีผู้ควบคุมงานที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ในการประสานงานและควบคุมการติดตั้งตลอดสัญญา
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา (ราคารวมทั้งสิ้น)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เครื่องปรับอากาศต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกันทั้ง FCU และ CDU
- ระบบควบคุมอุณหภูมิ: Wall Type ใช้แบบไร้สาย, ชนิดอื่นใช้แบบมีสาย (Digital Display)
- ท่อทองแดง: มาตรฐาน ASTM B-88 หรือ JIS H3300
- ท่อน้ำทิ้ง: PVC Class 13.5 หุ้มฉนวนยางสังเคราะห์ Closed Cell
- ระบบไฟฟ้า: สายไฟฟ้า IEC 01, ท่อร้อยสายไฟ IMC (ภายนอก) และ EMT (ภายใน)
- การเชื่อมท่อ: ต้องใช้ก๊าซไนโตรเจนไหลผ่านขณะเชื่อมเพื่อป้องกันเขม่า
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินแบ่งเป็น 4 งวด (งวดละ 25%) ตามความสำเร็จของงานที่ติดตั้งและผ่านการตรวจรับ
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ต่อวันของราคาพัสดุตามสัญญาทั้งหมด
- การรับประกัน: 365 วัน (ต้องเข้าแก้ไขภายใน 72 ชั่วโมง)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ผู้รับจ้างต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากโรงงานหรือไม่? A: ต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือได้รับสิทธิจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ
- Q: การรับประกันงานติดตั้งมีระยะเวลานานเท่าใด? A: 365 วัน
- Q: หากเครื่องปรับอากาศชำรุดในช่วงรับประกัน ต้องเข้าดำเนินการภายในกี่ชั่วโมง? A: ภายใน 72 ชั่วโมง
- Q: ต้องใช้ท่อทองแดงมาตรฐานใด? A: ASTM B-88 สำหรับแบบเส้นตรง และ ASTM B280 หรือ JIS H3300 สำหรับแบบม้วน
- Q: การทดสอบรอยรั่วท่อสารทำความเย็นต้องใช้แรงดันเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของแรงดันใช้งาน
- Q: ต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ทอท. หรือไม่? A: ต้องจัดฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง สำหรับเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า 5 คน
- Q: หากต้องการปฏิบัติงานที่มีประกายไฟ (Hot Work) ต้องทำอย่างไร? A: ต้องขออนุญาตปฏิบัติงาน Hot Work ต่อฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัยของท่าอากาศยานดอนเมืองก่อนเริ่มงาน
- Q: การจ่ายเงินแบ่งเป็นกี่งวด? A: 4 งวด งวดละ 25%
- Q: ต้องส่งมอบแบบ As-built drawing ในรูปแบบใดบ้าง? A: เอกสารขนาด A3, ไฟล์ AutoCAD (.dwg) และ Acrobat (.pdf)
- Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคหรือไม่? A: ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ใช้ในการปฏิบัติงานตามอัตราที่ ทอท. กำหนด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
SSAY :
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
กระทรวงคมนาคม
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type)
ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
ข้อกําหนดรายละเอียด
เมษายน 2569
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
ข้อก้าหนดและรายละเอียดในการจัดหาของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
- วัตถุประสงค์
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน กลุ่มอาคารต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) จํานวน 1 งาน โดยมีรายละเอียด
ประกอบด้วย
1.1 ข้อกําหนดและรายละเอียด (รวมปก)
1.2 แบบเลขที่ DMK-AC-2026-01 (รวมปก)
จํานวน 21 หน้า
จํานวน 9 หน้า
1.3 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง (รวมปก)
จํานวน 33 หน้า
1.4 แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
จํานวน 3 หน้า
จํานวน 1 หน้า
1.5 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ - มาตรฐานที่กําหนด
2.1 การปฏิบัติงาน การติดตั้งอุปกรณ์ระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์ประกอบส่วนอื่น ๆ ให้เป็นไปตาม มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (Air Conditioning and Ventilation Standard) ของวิศวกรรม สถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ฉบับล่าสุด (มาตรฐาน วสท. 031001 หรือ EIT Standard
2.2 การปฏิบัติงาน การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ประกอบส่วนอื่น ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้ง ทางไฟฟ้าสําหรับประเทศไทย ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ฉบับปี พ.ศ. 2564 หรือฉบับล่าสุด
2.3 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) ตามข้อ 4.1 - 4.3 ที่ขนาดทําความเย็นไม่เกิน 18,000 วัตต์ (61,416 BTU/h) ต้องได้รับฉลากเบอร์ 5 ติดดาว แบบใหม่ ตามเกณฑ์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
EGAT AC ED.4/11-2023
2.4 โรงงานผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ ตามข้อ 4.1 - 4.3 ต้องได้รับการรับรองว่าเป็น อุตสาหกรรมสีเขียว ไม่ต่ํากว่าระดับที่ 4 (GI-4) ในโครงการ Green Industry ของกระทรวงอุตสาหกรรม
2.5 เครื่องปรับอากาศทุกเครื่องต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกัน
2.6 ท่อทองแดง
2.6.1 มาตราฐาน ASTM B-88 สําหรับแบบเส้นตรง
2.6.2 มาตราฐาน ASTM B280 หรือ JIS H3300 สําหรับแบบม้วน
2.7 ท่อ PVC ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 17-2561
2.8 ท่อร้อยสายไฟ ต้องเป็นไปตามมาตราฐานอุตสาหกรรม มอก.770-2533
2.9 สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มพีวีซีสําหรับระบบไฟฟ้ากําลัง ต้องเป็นไปตาม มาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.11-2553
ข้อกําหนดรายละเอียด
gh
หน้า 1 / 20
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
2.10 พัสดุที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
2.11 ต้องเป็นพัสดุที่ผลิตหรือประกอบภายในประเทศ
3. ลักษณะทั่วไป
3.1 จัดหาเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) ตามตารางรายการเครื่องจักร (Machine Schedule) ที่ระบุในแบบ DMK-AC-2026-01 หน้า AC-01 ถึง AC-04 และต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตาม ข้อ 4. โดยสรุปเป็นชนิด เครื่อง ดังนี้
3.1.1 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ชนิด Wall Type
3.1.1.1 ขนาด 9,000 BTU/h
จํานวน 6 เครื่อง
3.1.1.2 ขนาด 12,000 BTU/h
จํานวน 3 เครื่อง
3.1.1.3 ขนาด 22,500 BTU/h
จํานวน 5 เครื่อง
3.1.1.4 ขนาด 27,900 BTU/h
จํานวน 2 เครื่อง
3.1.2 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ชนิด Ceiling Suspended
3.1.2.1 ขนาด 12,000 BTU/h
3.1.2.2 ขนาด 18,000 BTU/h
3.1.2.3 ขนาด 24,000 BTU/h
3.1.2.4 ขนาด 30,000 BTU/h
3.1.2.5 ขนาด 36,000 BTU/h
3.1.2.6 ขนาด 40,000 BTU/h
3.1.2.7 ขนาด 48,000 BTU/h
จํานวน 9 เครื่อง จํานวน 21 เครื่อง จํานวน 57 เครื่อง จํานวน 55 เครื่อง จํานวน 67 เครื่อง จํานวน 3 เครื่อง จํานวน 38 เครื่อง
3.1.3 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ชนิด Ceiling Concealed Ducted Type
ขนาด 48,000 BTU/h จํานวน 4 เครื่อง
3.1.4 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน เฉพาะ AHU - Floor Standing (VRF)
3.1.4.1 ขนาด 150,000 BTU/h จํานวน 2 เครื่อง
3.1.4.2 ขนาด 190,000 BTU/h
จํานวน 4 เครื่อง
3.1.5 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน เฉพาะ
AHU - Ducted (VRF)
จํานวน 2 เครื่อง
3.1.5.1 ขนาด 190,000 BTU/h
3.1.5.2 ขนาด 290,000 BTU/h
จํานวน 1 เครื่อง
3.2 รื้อถอนเครื่องปรับอากาศเดิมส่งคืนคลังพัสดุ ทอท. โดยจัดทําบัญชีรายการอุปกรณ์ที่รื้อถอนกํากับไว้ด้วย และติดตั้งเครื่องปรับอากาศชุดใหม่ทดแทนตามรายการในข้อ 3.1 โดยให้ติดตั้งตามตําแหน่งที่ระบุในแบบ DMK-
AC-2026-01 หน้า AC-05
3.3 ติดตั้งท่อสารทําความเย็น และท่อน้ําทิ้ง สําหรับเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) ที่ติดตั้งใหม่ 3.4 เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) ที่ติดตั้งใหม่ เข้ากับแหล่งไฟฟ้าเดิม
ข้อกําาหนดรายละเอียด
The
หน้า 2 / 20
4. คุณสมบัติทางเทคนิค
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
4.1 Split Type ชนิด Wall Type ต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าตามตารางดังนี้
Cooling Compressor Power
SEER
No.
(BTU/h)
Capacity Control Supply Refrigerant No.5 EGAT
System (V/Ph/Hz)
(BTU/hr/W)
4.1.1
9,000
5
24.50
4.1.2
12,000
5
24.50
Inverter
220/1/50
R-32
4.1.3
22,500
5
20.00
5 ★
17.00
4.1.4 27,900
4.2 Split Type ชนิด Ceiling Suspended ต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าตามตารางดังนี้
Cooling Compressor Power
SEER
No.
Capacity
(BTU/h)
Control
System
Supply Refrigerant
No.5 EGAT
(BTU/h/W)
(V/Ph/Hz)
4.2.1
12,000
23.00
4.2.2 18,000
5★★
21.00
220/1/50
4.2.3
24,000
5★★★★
23.00
4.2.4
30,000
Inverter
R-32
5★★★
20.00
4.2.5 36,000
220/1/50
5
20.00
4.2.6 40,000
4.2.7
48,000
or
5
19.50
380/3/50
5 ★★
17.00
4.3 Split Type ชนิด Ceiling Concealed Ducted Type ต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าตามตารางดังนี้
No.
Cooling Compressor Power
SEER
4.3.1
Capacity Control
(BTU/h) System
48,000 Inverter
Supply Refrigerant
(V/Ph/Hz)
380/3/50
No.5 EGAT
(BTU/h/W)
R-32
เก
5
16.00
ข้อกําหนดรายละเอียด
のん
หน้า 3 / 20
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
ཅའ་ག་ན་
4.4 Split Type ชนิด AHU - Floor Standing ต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าตามตารางดังนี้
Cooling Compressor Power
Efficiency
Air Flow
No.
4.4.1
4.4.2
Capacity
(BTU/h)
150,000
190,000
Control
Supply
System (V/Ph/Hz)
Refrigerant COP at 100%
Type
(kW/kW)
Inverter
(VRF)
3.50
380/3/50
R-410A
Free Blow
3.50
4.5 Split Type ชนิด AHU - Ducted ต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าตามตารางดังนี้
Cooling Compressor
Power
Efficiency
AHU Skin
No.
Capacity
(BTU/h)
4.5.1 190,000
380/3/50
4.5.2 290,000
Control Supply Refrigerant
System (V/Ph/Hz)
Inverter
(VRF)
COP at 100%
Type
(kW/kW)
3.50
R-410A
Single Skin
3.60
หมายเหตุ: สําหรับข้อ 4.4 และ 4.5 ค่าประสิทธิภาพ COP กําหนดให้วัดเฉพาะ Condenser Unit (CDU)
5. ความต้องการ
5.1 เครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน (Split Type)
5.1.1 FCU และ CDU ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกันทั้งหมด
5.1.2 ชุดควบคุมอุณหภูมิ (Room Thermostat)
5.1.2.1 เครื่องปรับอากาศชนิด Wall Type ให้ใช้ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบไร้สาย (Wireless) 5.1.2.2 เครื่องปรับอากาศชนิดอื่น ๆ ให้ใช้ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบแบบมีสาย (Wired) 5.1.2.3 ชุดควบคุมอุณหภูมิ มีหน้าจอแสดงผลอุณหภูมิแบบดิจิทัล (Digital Display) 5.1.2.4 ชุดควบคุมอุณหภูมิ เป็นอิเล็กทรอนิกส์เทอร์โมสตัท (Electronic Thermostat) ที่
สามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ในช่วง 19 ถึง 30 °C มี Accuracy ไม่น้อยกว่า +1 °C พร้อมวงจรหน่วงเวลาการทํางาน ของคอมเพรสเซอร์ ยกเว้นในกรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์หน่วงเวลาอยู่ที่ CDU
รอบ 1 สัปดาห์ได้
5.1.2.5 ชุดควบคุมณหภูมิแบบมีสาย ต้องสามารถตั้งเวลาการเปิดปิดเครื่องปรับอากาศใน
5.2 ท่อสารทําความเย็น
5.2.1 กําหนดให้ใช้ท่อทองแดงชนิดเส้น Type L สําหรับท่อที่มีขนาดเล็กกว่า 3/8 นิ้ว (OD.) สามารถใช้ ท่อม้วนที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 0.7 มม. หรือ เบอร์ 22
5.2.2 ขนาดท่อสารทําความเย็น ให้เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ
5.2.3 สําหรับเครื่องปรับอากาศที่มีระยะท่อสารทําความเย็นจาก FCU ถึง CDU ไม่เกิน 4 เมตร
สามารถใช้ท่อม้วนสําเร็จรูปตามมาตรฐานผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศได้
ข้อกาหนดรายละเอียด
gh
หน้า 4 / 20
งาน พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน 5.2.4 ท่อสารทําความเย็นทุกเส้นต้องหุ้มด้วยฉนวนยางสังเคราะห์ประเภท Closed Cell 5.3 ท่อน้ําทิ้ง
5.3.1 กําหนดให้ใช้ท่อ PVC class 13.5
5.3.2 ท่อน้ําทิ้งทุกเส้นต้องหุ้มด้วยฉนวนยางสังเคราะห์ประเภท Closed Cell ความหนาไม่น้อยกว่า 1/2 นิ้ว ตลอดทั้งแนว
5.4 ฉนวนยางดํา สําหรับท่อสารทําความเย็น และท่อน้ําทิ้ง
5.4.1 เป็นฉนวนยางสังเคราะห์ ประเภท Closed Cell ชนิดที่ไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ เมื่อถูกความร้อนโดย ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามความต้องการต่อไปนี้
คุณสมบัติ
ชนิดวัสดุ
ความต้องการ
ยางสังเคราะห์ประเภท Closed Cell
วิธีการทดสอบ
ความหนาแน่น
ค่าสัมประสิทธิ์การนําความร้อน
(Thermal conductivity)
3
ไม่น้อยกว่า 40 kg/m (2.5 \b/ft)
ไม่เกิน 0.040 W/mK ที่อุณหภูมิเฉลี่ย 40 °C
Fire Performance
Surface Spread of Flames: Class 1
Fire Propagation: Total Index () < 12
Sub Index (i) ≤ 6
..
ASTM C177 หรือ
ASTM C518 หรือ
DIN EN ISO 8497
BS 476 Part 7
BS 476 Part 6
Fire Classification: Class 0
BS 476 Part 6 &7
UL 94
FM 4924
Flammability
Class V-O
FM Approved
5.4.2 สําหรับท่อสารทําความเย็น ฉนวนต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3/4 นิ้ว 5.4.3 สําหรับท่อน้ําทิ้ง ฉนวนต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 1/2 นิ้ว
5.4.4 สําหรับท่อม้วนสําเร็จรูป คุณสมบัติของฉนวนให้เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต 5.5 ระบบไฟฟ้า
5.5.1 สายไฟฟ้า กําหนดให้ใช้สายไฟฟ้าแกนเดียว IEC 01
5.5.2 สายไฟฟ้าสําหรับอุปกรณ์ควบคุมเครื่องปรับอากาศให้ใช้ตามที่เจ้าของผลิตภัณฑ์กําหนด
5.5.3 ท่อร้อยสายไฟฟ้า สําหรับงานติดตั้งภายนอกอาคารกําหนดให้ใช้ท่อเหล็กร้อยสายไฟ ชนิดหนา IMC และสําหรับงานติดตั้งภายในอาคารกําหนดให้ใช้ท่อเหล็กร้อยสายไฟ ชนิดบาง EMT หรือตามที่กําหนดไว้
ในแบบ
ข้อกําหนดรายละเอียด
ん
หน้า 5 / 20
6. การติดตั้ง
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
6.1 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split System Air Conditioner)
6.1.1 Outdoor Unit (ชุดระบายความร้อน Condensing Unit, CDU)
6.1.1.1 การติดตั้งชุด CDU ให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งของผู้ผลิต
6.1.1.2 จัดหาแท่นวางหรือขาแขวนสําหรับ CDU โดยโครงสร้างที่รองรับ ต้องมั่นคงแข็งแรง ทนทาน รับน้ําหนักได้ดี และถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และต้องติดตั้งยางกันสั่นสะเทือน (Double Deflection Neoprene Mounts หรือ Rubber Isolator) เพื่อลดการสั่นสะเทือน โดยลักษณะการติดตั้ง CDU ต้องมีพื้นที่ให้ Service ได้โดยรอบ กรณีเป็นเครื่องที่เปลี่ยนทดแทนของเดิม สามารถใช้แท่นวางหรือขาแขวนเดิมได้ โดยต้อง ตรวจสอบความแข็งแรง ทําความสะอาด ซ่อมแซมสีหรือสีกันสนิม และเปลี่ยนยางกันสั่นสะเทือนชุดใหม่
6.1.1.3 ในกรณีที่พื้นที่ติดตั้งไม่เหมาะสมแก่การระบายความร้อนแบบปกติ สามารถติดตั้ง
ท่อลมระบายความร้อนจาก CDU ออกสู่ภายนอกได้ โดยต้องเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิต
บํารุงรักษาเครื่อง
6.1.1.4 ตรวจสอบว่าได้ติดตั้งส่วนประกอบทั้งหมดเรียบร้อยแล้วก่อนเดินเครื่อง
6.1.1.5 จัดให้มี Isolating Switch สําหรับตัดต่อกระแสไฟฟ้าในกรณีที่ช่างต้องเข้า
6.1.2 Indoor Unit (Fan Coil Unit: FCU และ Air Handling Unit: AHU)
6.1.2.1 การติดตั้ง FCU และ AHU ให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งของผู้ผลิต 6.1.2.2 การติดตั้งต้องคํานึกถึงตําแหน่งที่เหมาะสม สามารถเข้าบํารุงรักษาเครื่องได้ 6.1.2.3 ติดตั้งท่อน้ําทิ้งจากถาดน้ําทิ้งตามแนวการติดตั้งเดิม หรือไปที่รางระบายน้ําที่ใกล้
ที่สุดตามที่กําหนดไว้ในแบบ หรือตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
6.1.2.4 ตรวจสอบว่าได้ติดตั้งส่วนประกอบทั้งหมดเรียบร้อยแล้วก่อนเดินเครื่อง
6.2 ท่อสารทําความเย็น
6.2.1 รื้อถอนท่อสารทําความเย็นเดิม
6.2.2 ติดตั้งท่อสารทําความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งตามโครงการนี้
6.2.3 ระหว่างการเชื่อมท่อทองแดงต้องมีวิธีป้องกันการเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนและการเกิดเขม่า ภายในท่อทองแดง โดยวิธีการใช้ก๊าซไนโตรเจนไหลผ่านภายในท่อทองแดงตลอดเวลาที่ทําการเชื่อม
6.2.4 การทดสอบการรั่วให้ใช้แรงดันจากอากาศหรือก๊าซไนโตรเจนร่วมกับสารทําความเย็นที่แรงดัน ตามที่ผู้ผลิตแนะนํา แต่ต้องไม่น้อยกว่าแรงดันที่ใช้ออกแบบเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทําความเย็นนั้น หรือไม่น้อย กว่า 1.5 เท่าของแรงดันใช้งาน การตรวจสอบรอยรั่วที่ระบบท่อสารทําความเย็นให้ใช้เครื่องมือตรวจจับสารทําความ
เย็นหรือโฟม
6.2.5 การทําสุญญากาศให้ทําภายหลังจากการทดสอบรอยรั่วเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้เป็นไปตามที่ ผู้ผลิตแนะนําหรือให้ต่ํากว่า 760 มิลลิเมตรปรอท (ความดันบรรยากาศปกติ 760 มิลลิเมตรปรอท) ไม่น้อยกว่า
1 ชั่วโมง
ข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 6 / 20
gh
แนะนํา
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
6.2.6 การบรรจุสารทําความเย็นและการบรรจุชดเชยในระบบท่อสารทําความเย็นให้เป็นไปตามที่ผู้ผลิต
6.2.7 การติดตั้งท่อสารทําความเย็นจะต้องไม่ให้ผิวท่อทองแดงสัมผัสกับโลหะทุกชนิด โดยจะต้องหา
วัสดุที่เหมาะสมรองรับเพื่อไม่ให้เกิดการกัดกร่อนระหว่างโลหะต่างชนิด
6.2.8 สําหรับเครื่องปรับอากาศที่ลดแรงดันสารทําความเย็นตั้งแต่เครื่องควบแน่น ให้ทําการหุ้มฉนวน
เซลปิดที่ความหนาแน่นของฉนวนเท่ากันทั้งสองฝั่งเพื่อป้องกันการควบแน่นของน้ําในอากาศ
6.2.9 ท่อสารทําความเย็นทั้งหมดต้องติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์รองรับ (Support, Hanger) โดยใช้เหล็ก รัดรูปตัวยูรัดท่อเข้ากับอุปกรณ์รองรับอย่างมั่นคงทุกระยะ ไม่เกิน 1.5 เมตร และเพื่อป้องกันมิให้น้ําหนักท่อกดทับ ฉนวน ณ จุดรองรับจนเสียหาย ให้ใช้ท่อ พี.วี.ซี. ผ่าครึ่ง หรือแผ่นสังกะสี ความยาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ประกบโดยรอบ
6.2.10 ท่อสารทําความเย็นที่หุ้มด้วยฉนวนที่ติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร หากมิได้ติดตั้งภายในรางที่มีฝา ปิดมิดชิดหรือหุ้มด้วย Jacket ป้องกันอื่นๆ ให้ทาสีป้องกันยูวีโดยทั่วฉนวนเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของฉนวน
6.3 ท่อน้ําทิ้ง
6.3.1 รื้อถอนท่อน้ําทิ้งเดิม ในช่วงระหว่าง AHU/FCU ไปจนถึงจุดเชื่อมต่อท่อน้ําทิ้งหลัก 6.3.2 ติดตั้งท่อน้ําทิ้งชุดใหม่จาก AHU/FCU ไปจนถึงจุดเชื่อมต่อท่อน้ําทิ้งหลัก
6.3.3 ท่อน้ําทิ้งทั้งหมดต้องหุ้มด้วยฉนวน Flexible Closed-cell Thermal insulation ที่มีความหนา ไม่น้อยกว่า 12 มม. (1/2 นิ้ว)
6.3.4 ท่อน้ําทิ้งทั้งหมดต้องติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์รองรับ (Support, Hanger) โดยใช้เหล็กรัดรูปตัวยูรัด ท่อเข้ากับอุปกรณ์รองรับอย่างมั่นคงทุกระยะ ไม่เกิน 2.0 เมตร และเพื่อป้องกันมิให้น้ําหนักท่อกดทับฉนวน ณ จุด รองรับจนเสียหาย ให้ใช้ท่อ พี.วี.ซี. ผ่าครึ่ง หรือแผ่นสังกะสี ความยาวไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ประกบโดยรอบ
6.3.5 กําหนดให้เลือกใช้ขนาดท่อน้ําทิ้งตามขนาดเครื่องปรับอากาศ ดังนี้
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ข้อกําหนดรายละเอียด
ขนาดเครื่องปรับอากาศ
มิลลิเมตร
นิ้ว
(BTU/h)
20
3/4
<36,000
25
1
36,000 - 60,000
32
1-1/4
72,000 - 360,000
40
1-1/2
372,000 - 600,000
50
2
612,000 - 204,0000
80
3
2,052,000 - 3,600,000
100
4
3,612,000 - 5,100,000
150
6
5,112,000 - 7,200,000
หน้า 7 / 20
6.4 ระบบไฟฟ้า
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
6.4.1 รื้อถอนระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมเดิมทั้งหมด ที่เชื่อมต่อระหว่าง FCU/AHU กับ CDU 6.4.2 ติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมของเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งตามโครงการนี้ 6.4.3 ระบบไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายที่มาเชื่อมต่อ FCU/AHU หรือ CDU ให้ใช้ของเดิม
6.4.4 สายไฟฟ้า ชนิด IEC01 ขนาดเป็นไปตามพิกัดกระแสไฟฟ้าของเครื่อง
6.4.5 หากจุดใดที่ไม่สามารถเดินท่อร้อยสายไฟโลหะได้ สามารถใช้ท่อโลหะอ่อนทดแทนได้
6.4.6 สําหรับท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ติดตั้งภายนอกอาคารให้ทาด้วยสี Zinc Rich หรือ Cold Galvanizing 6.4.7 ในกรณีที่ไม่มีแหล่งจ่ายไฟอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ ที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ผู้ขายจะต้อง ติดตั้ง Isolating Switch บริเวณใกล้เคียงกับ CDU โดยมีขนาดเหมาะสมกับกระแสไฟฟ้าใช้งานและเป็นแบบชนิด
Outdoor
6.5 ผู้ขายต้องจัดทําป้ายชื่อเครื่องจักรตามที่ ทอท. กําหนด
7. การทดสอบ
7.1 ก่อนส่งมอบงาน ผู้ขายจะต้องทําการทดสอบระบบปรับอากาศทั้งหมดให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกอย่างทํางาน อย่างถูกต้องเรียบร้อยตามสัญญา โดยผู้ขายต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทดสอบทั้งหมด
7.2 การทดสอบระบบปรับอากาศต้องเป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบของอุปกรณ์นั้นๆ และถูกต้องเป็นไป ตามหลักวิศวกรรม หรือตามผู้ผลิตแนะนํา โดยผู้ขายต้องเสนอวิธีการทดสอบของแต่ละอุปกรณ์หรือแต่ละระบบให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ
7.3 ผู้ขายต้องบันทึกข้อมูลผลการทดสอบที่ได้ลงในแบบฟอร์มตาม ภาคผนวก ข หรือแบบฟอร์มที่เหมาะสม ตามหลักวิศวกรรม หรือแบบฟอร์มตามผู้ผลิตแนะนํา ทั้งนี้ผู้ขายต้องเสนอแบบฟอร์มให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ของ ทอท. พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ
8. การฝึกอบรม
ผู้ขายต้องจัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบํารุงรักษาอุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ของ ทอท. โดยมีระยะเวลา การฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และมีจํานวนเจ้าหน้าที่ ทอท. หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 5 คน โดยผู้ขายต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมทั้งหมด
9. หนังสือคู่มือและเอกสารที่ต้องส่งมอบในวันส่งมอบสิ่งของตามสัญญา
9.1 หนังสือคู่มือ
9.1.1 หนังสือคู่มือการใช้งานอุปกรณ์ (Operating Manual) ในรูปแบบเอกสารและไฟล์ จํานวนอย่างละ 3 ชุด
ข้อกําหนดรายละเอียด
of
หน้า 8/20
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
9.1.2 หนังสือคู่มือการซ่อมบํารุง (Service Manual) ซึ่งแสดงรายละเอียดการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง (Trouble Shooting), ชิ้นส่วนอะไหล่ (Part List), วงจรไฟฟ้า (Schematic Diagram), ขั้นตอนในการปรับแต่ง (Adjustment), รายการตรวจสอบ, ข้อแนะนําการสํารองอะไหล่ และข้อแนะนําการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน ในรูปแบบเอกสารและไฟล์จํานวนอย่างละ 3 ชุด
9.2 Catalog อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการนี้ พร้อมรายละเอียดผู้แทนจําหน่าย (Vender List) ในรูปแบบ เอกสารและไฟล์จํานวนอย่างละ 3 ชุด
9.3 ผู้ขายจะต้องจัดส่งแบบที่แล้วเสร็จ (As-built drawing) และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุแล้ว โดยจะต้องมีผู้มีอํานาจของผู้ขายลงนามรับรองในแบบ พร้อมส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในวันส่งมอบงาน ดังนี้
9.3.1 ในรูปแบบเอกสาร ขนาด A3 จํานวน 3 ชุด
9.3.2 ในรูปแบบไฟล์ AutoCAD (.dwg) version ไม่ต่ํากว่า 2018 บรรจุใน USB drive จํานวน 3 ชุด
9.3.3 ในรูปแบบไฟล์ Acrobat (.pdf) บรรจุใน USB drive จํานวน 3 ชุด
9.4 รายงานการทดสอบเครื่องและระบบ (Test and commissioning report) จํานวน 3 ชุด 9.5 ข้อมูลครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File โดยมีรายละเอียดตามบัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ 9.6 เอกสารการฝึกอบรมตาม ข้อ 8.
10. การส่งมอบ
ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุพร้อมติดตั้งให้แล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญารายละเอียดตามข้อ 2. - 9. ภายใน
240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
11. การจ่ายเงิน
ทอท. จะจ่ายเงินให้ผู้ขายจํานวน 4 งวด ดังนี้
11.1 งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 25 ของเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายดําเนินการติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าเครื่องรวมที่ติดตั้ง พร้อมนําส่งเอกสารรายงานการทดสอบเครื่อง และระบบของเครื่องที่ติดตั้ง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
11.2 งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 25 ของเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายดําเนินการติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าเครื่องรวมที่ติดตั้ง พร้อมนําส่งเอกสารรายงานการทดสอบเครื่อง และระบบของเครื่องที่ติดตั้ง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
11.3 งวดที่ 3 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 25 ของเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายดําเนินการติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ สามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเครื่องรวมที่ติดตั้ง พร้อมนําส่งเอกสารรายงานการทดสอบเครื่อง และระบบของเครื่องที่ติดตั้ง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
11.4 งวดที่ 4 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 25 ของเงินตามสัญญา เมื่อผู้ขายดําเนินการติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ สามารถใช้งานได้ครบถ้วนตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว
ข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 9/ 20
12. อัตราค่าปรับ
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
หากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุพร้อมติดตั้งให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดในสัญญา ผู้ขายจะต้องชําระ ค่าปรับให้แก่ ทอท. เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาพัสดุตามสัญญาทั้งหมด
13. การรับประกัน
13.1 ผู้ขายจะต้องรับประกันพัสดุพร้อมติดตั้งเป็นเวลา 365 วัน
13.2 หากมีอุปกรณ์ชํารุดตามการใช้งานเป็นปกติวิสัยผู้ขายต้องรีบเข้าดําเนินการแก้ไขภายใน 72 ชั่วโมง หากมี
ความจําเป็นที่จะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใด ๆ อุปกรณ์ที่นํามาเปลี่ยนจะต้องเป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อนและได้ มาตรฐานตามที่กําหนดในสัญญานี้ โดยผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมด
13.3 หากผู้ขาย ละเลย ล่าช้า เพิกเฉย ไม่เข้าดําเนินการซ่อมตามระยะเวลาที่กําหนด ตามข้อ 13.2 ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเข้าดําเนินการเองหรือให้ผู้หนึ่งผู้ใดดําเนินการแทน โดยผู้ขายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ตามที่ ทอท. เรียกร้อง
14. เงื่อนไขที่ผู้ขายต้องปฏิบัติ
14.1 ผู้ขายต้องตรวจสอบแบบและรายละเอียดข้อกําหนดต่าง ๆ จนแน่ใจว่าเข้าใจถึงข้อกําหนด และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างชัดเจนก่อนติดตั้ง
14.2 ผู้ขายจะต้องศึกษารายละเอียดการติดตั้งจากแบบสถาปัตยกรรมและโครงสร้างพร้อมกันไปกับแบบ วิศวกรรมทุกระบบ ก่อนดําเนินการติดตั้งเสมอ
14.3 การคลาดเคลื่อน การตกหล่น หรือความผิดพลาดอื่นเนื่องมาจากแบบแปลนหรือรายละเอียดข้อกําหนด จะต้องถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ขาย เพื่อแก้ไขแบบแปลนให้ถูกต้องก่อนที่จะลงมือทําการก่อสร้างหรือติดตั้ง อุปกรณ์ทั้งนี้หากจะต้องทําการปรับปรุงงานบางส่วน จากแบบที่แสดงไว้ โดยที่เห็นว่าเป็นความจําเป็นที่จะทําให้ การติดตั้งงานระบบถูกต้องได้คุณภาพตามความต้องการแล้ว ผู้ขายจะต้องดําเนินการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
14.4 ผู้ขายจะต้องตรวจสอบสถานที่จริงของอุปกรณ์และข้อกําหนดรายละเอียดนี้ ให้ชัดเจนเสียก่อน เมื่อผู้ขายเริ่มดําเนินการแล้วเกิดมีปัญหาข้อขัดแย้ง คลาดเคลื่อน หรือไม่ชัดเจน ผู้ขายต้องสัญญาว่าจะปฏิบัติตาม
คําวินิจฉัยของ ทอท. ทุกประการ
14.5 ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงานทุกประการ
14.6 การปฏิบัติงาน ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่ว่าไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความ ปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ในส่วนที่ผู้ขายเกี่ยวข้องทั้งหมด
14.7 การปฏิบัติงานใดที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือกลุ่มควัน เช่น การตัด, เจียร, เชื่อม, หรืออื่นๆ ผู้ขายต้อง จัดเตรียมถังดับเพลิงตามที่กําหนดไว้ในข้อ 14.6 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยฯ จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ถัง และต้องแจ้งขอปฏิบัติงาน Hot Work ต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัยของท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อให้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อนการเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง
ข้อกําหนดรายละเอียด
gh
หน้า 10 / 20
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
14.8 ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบการปิดพื้นที่ ที่ผู้ขายปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย และ ไม่รบกวนผู้ใช้บริการหรือผู้ประกอบการต่าง ๆ ตามแต่ผู้ควบคุมงานจะเห็นสมควร
14.9 ผู้ขายต้องทําความสะอาดพื้นที่ หลังปฏิบัติงานให้เรียบร้อยทุกครั้ง
14.10 บริเวณที่ต้องเจาะผนังหรือฝ้าเพดาน ให้ซ่อมแซม แก้ไข และทาสีให้เรียบร้อย สวยงาม ดังเดิม 14.11 วัสดุอุปกรณ์ที่รื้อถอน หรือถอดเปลี่ยนผู้ขายจะต้องทําบัญชีรายการส่งผ่านผู้ควบคุมงาน เพื่อส่งคืนคลังพัสดุของ ทอท.
14.12 ผู้ขายต้องส่งแผนการปฏิบัติงานและข้อมูลอื่นๆ ดังต่อไปนี้ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) พิจารณาอนุมัติก่อนการเข้าปฏิบัติงาน โดยต้องจัดส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 30 วันนับถัด จากวันลงนามในสัญญา และต้องมีระยะเวลาให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาไม่น้อยกว่า 7 วันทําการ
14.12.1 แผนการปฏิบัติงานตลอดสัญญา
14.12.2 รายชื่อ, คุณวุฒิ และประสบการณ์ของผู้ควบคุมงานของผู้ขาย เพื่อปฏิบัติงาน ประสานงาน ควบคุมการติดตั้ง และรับผิดชอบงานของผู้ขายตลอดสัญญาฯนี้ โดยผู้ควบคุมงานของผู้ขายต้องอยู่ควบคุมงาน ตลอดเวลาตามสัญญาฯ
14.12.3 รายการอนุมัติการใช้วัสดุ (Material approve)
14.12.4 แบบสําหรับก่อสร้าง (Shop Drawing)
14.13 ผู้ขายจะต้องใช้ช่างเทคนิคที่มีความรู้ความชํานาญมาดําเนินการตามสัญญาฯ นี้ หากผู้ควบคุมงาน หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ของ ทอท. ตรวจสอบพบว่าผู้ขายใช้ช่างที่ไม่มีความชํานาญเพียงพอ ทอท. มีสิทธิที่จะสั่งให้ผู้ขายหยุดการปฏิบัติงานชั่วคราว จนกว่าผู้ขายจะหาช่างเทคนิคที่มีความรู้ความชํานาญ มาดําเนินการตามสัญญาฯ นี้ โดยผู้ขายไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องขอขยายระยะเวลา หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
14.14 ในการปฏิบัติงานต้องไม่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการและการให้บริการของ ทอท. หรือตามแต่ที่ ผู้ควบคุมงานของ ทอท. จะเห็นสมควรเหมาะสม
14.15 ทอท. จะจัดเตรียมพื้นที่ปฏิบัติงานไว้ให้ผู้ขายเพื่อปฏิบัติงานตามสัญญานี้ โดยผู้ขายจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบชําระค่าสาธารณูปโภค (เช่น ค่าไฟฟ้าและค่าน้ําประปา ฯลฯ) ตามอัตราค่าภาระที่ ทอท. กําหนด
15. นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท.
15.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบาย
ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
15.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงาน ของบริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท.
ข้อกําหนดรายละเอียด
oh
หน้า 11 / 20
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
16. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
17. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ผู้ขายต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบาย การคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการดําเนินการของผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ที่ปรึกษาผู้ขายสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. > กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data
Protection Policy)
18. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
18.1 ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการในการจําหน่ายเครื่องปรับอากาศ
ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจําหน่ายจากตัวแทนจําหน่าย
ในประเทศ
18.2 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานการขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) หรืองานขาย พร้อมติดตั้งหรืองานติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนชนิดน้ํายาแปรผัน VRV/VRF ที่มีมูลค่างานรวมทั้งสิ้น ไม่ น้อยกว่า 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
19. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันยื่นเสนอราคา
19.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารการได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการในการจําหน่าย
เครื่องปรับอากาศยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจําหน่ายจาก
ตัวแทนจําหน่ายในประเทศ มาให้ ทอท. พิจารณา
ข้อกําหนดรายละเอียด
WATTANARA
gh
หน้า 12 / 20
19.2
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานการขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน
(Split Type) หรืองานขายพร้อมติดตั้งหรืองานติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนชนิดน้ํายาแปรผัน VRV/RE ที่มี มูลค่างานรวมทั้งสิ้น ไม่น้อยกว่า 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว และเป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ กรณีหนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคา นํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้ง ประทับตราของหน่วยงาน (ถ้ามี) โดยต้องแนบสําเนาสัญญาและสําเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของ สัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
19.3 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียด ซึ่งจะต้องแสดงคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ กําหนดในข้อ 2.3 ถึง 2.4 และคุณสมบัติทางเทคนิคในข้อ 4. ทอท. จะพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะ (SPECIFICATION) ที่ปรากฏในแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียดเท่านั้น กรณีคุณลักษณะเฉพาะที่ ทอท. ต้องการไม่ปรากฏใน แคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียด ผู้เสนอราคาต้องแนบใบรับรองคุณสมบัติเฉพาะที่ขาดไปแต่ละข้อเป็น
ลายลักษณ์อักษรพร้อมลายเซ็นของผู้มีอํานาจว่าผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรง ในกรณีที่ใบรับรองคุณสมบัติมีข้อมูล ขัดแย้งกับคุณสมบัติที่กําหนดไว้ในแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียด และไม่มีข้อชี้แจงที่มีเหตุผลเพียงพอถึง
เหตุความขัดแย้งกัน ทอท. จะถือตามแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียด
ในกรณีแคตตาล็อกมีหลายรุ่น (MODEL) และ/หรือ OPTION ผู้เสนอราคาต้องระบุ ให้ชัดเจนโดย พิมพ์เป็นรายการว่าจะส่งมอบรุ่น และ/หรือ OPTION ใด โดยผู้เสนอราคาสามารถใช้ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ตามภาคผนวก ก. ในการนําเสนอข้อมูลได้
20. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
ทอท. จะพิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
ผู้จัดทําข้อกําหนดรายละเอียด
นายศุภกิติ์ อังคเมธากร
วกส.6 สรป.ฝฟค.ทดม.
ข้อกําหนดรายละเอียด
หน้า 13 / 20
Duna 12,000 BTU/h
- ชนิด Wall Type
กลุ่ม ข้อตาม
ขนาด
TOR
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
ภาคผนวก ก
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน
คุณสมบัติ
ทอท. กําหนด
บริษัท…
หมายเหตุ einu/lajeinu
UW1я 9,000 BTU/h
Brand
III maiß man, em m
Model
ฉลากเบอร์ 5
2.3
..
……….Hall… . . … ………………….
2.4
Green Industry
4.1.1
Cooling Capacity (BTU/h)
RRRRRRR ARE - ו - - -
4.1.1
ชนิด (Type)
Illall
4.1.1
4.1.1
Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
4.1.1
No.5 EGAT
4.1.1
ประสิทธิภาพ SEER
Brand
lulull…….II. II. HILINIBILIKIMII…
< GI-4
9,000
י יו ווו דיו
Inverter, Wall Mount
220V/1P/50Hz
R-32
No.5
24.50
……………..out…trusted 1. 1. H… HII.men
lal
……………PM “A” DIA DIAP MM MIZA A P - " . . .
…
..
2.3
Model
ฉลากเบอร์ 5
2.4
Green Industry
4.1.2
4.1.2
Cooling Capacity (BTU/h)
ชนิด (Type)
—יויוי -
L.
וייי - ו — EM
4.1.2 Power Supply (V/Ph/Hz)
4.1.2
4.1.2
… 14.11
ชนิดของสารทําความเย็น
Al Hall.
No.5 EGAT
4.1.2 | ประสิทธิภาพ SEER
Brand
PAIP MIZA MA’ MIHAIR BIKINIJANI DI INI DIPIN**** ******
Model
ฉลากเบอร์ 5
Green Industry
Cooling Capacity (BTU/h)
2.3
2.4
4.1.3
4.1.3
ชนิด (Type)
4.1.3
Power Supply (V/Ph/Hz)
…………
4.1.3
4.1.3
4.1.3
ชนิดของสารทําความเย็น
No.5 EGAT
ประสิทธิภาพ SEER
… Hall…
福
< GI-4
"
I II II III A ALIHIME APP.
12,000
Inverter, Wall Mount
220V/1P/50Hz
R-32
No.5
24.50
A POMPINI HIYOLIITII DIPII, III MPH. H. 1.
2
ม
< GI-4
22,500
Inverter, Wall Mount
220V/1P/50Hz
R-32
No.5 ★★
20.00
¶unя 22,500 BTU/h
ข้อกําหนดรายละเอียด
ув
- P**
หน้า 14 / 20
…
..
- ชนิด Wall Type (ต่อ)
กลุ่ม
ขนาด
ข้อตาม
TOR
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
คุณสมบัติ
ทอท. กําหนด
บริษัท…
หมายเหตุ ผ่าน/ไม่ผ่าน
Brand
ขนาด 27,900 BTU/h
Model
2.3
ฉลากเบอร์ 5
2.4 Green Industry
4.1.4
Cooling Capacity (BTU/h)
4.1.4
ชนิด (Type)
4.1.4
4.1.4
Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
1 …
"
4.1.4
No.5 EGAT
4.1.4
ประสิทธิภาพ SEER
… …
1F
< GI-4
27,900
Inverter, Wall Mount
220V/1P/50Hz
R-32
No.5
17.00
… Ild…
…
..
……
…
…
………
.. - ชนิด Ceiling Suspended
กลุ่ม
ขนาด
ข้อตาม
TOR
คุณสมบัติ
ทอท. กําหนด
บริษัท…
หมายเหตุ ผ่าน/ไม่ผ่าน
Brand
Model
2.3
ฉลากเบอร์ 5
ขนาด 12,000 BTU/h
2.4
Green Industry
4.2.1
Cooling Capacity (BTU/h)
< GI-4
12,000
III. III." "
Hallottal……
יו - - -
4.2.1
ชนิด (Type)
4.2.1
..
4.2.1
Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
Inverter, Ceiling Suspended
220V/1P/50Hz
R-32
..
4.2.1
No.5 EGAT
No.5
…-…-………..
4.2 1
ประสิทธิภาพ SEER
23.00
ข้อกําหนดรายละเอียด
gh
หน้า 15 / 20
·
vunя 30,000 BTU/h
3279 24,000 BTU/h
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน - ชนิด Ceiling Suspended (ต่อ)
กลุ่ม
ข้อตาม
ขนาด
TOR
VUNA 18,000 BTU/h
…..
คุณสมบัติ
ทอท. กําหนด
หมายเหตุ
บริษัท…
ผ่าน/ไม่ผ่าน
Brand
2.3
Model
ฉลากเบอร์ 5
וו—- י —
2.4
4.2.2
Green Industry
…………
tal..
Cooling Capacity (BTU/h)
4.2.2
ชนิด (Type)
4.2.2 Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
4.2.2
4.2.2
No.5 EGAT
4.2.2
2.3
ประสิทธิภาพ SEER
Brand
Model
ฉลากเบอร์ 5
. . . Emm…ran mel
2.4
Green Industry
4.2.3
Cooling Capacity (BTU/h)
4.2.3
ชนิด (Type)
** ** –
………
มี
< GI-4
18,000
Inverter, Ceiling Suspended
220V/1P/50HZ
R-32
H. Halal. I. II
י … …י י —
No.5
21.00
………..
HP P
..
<GI-4
24,000
..
II. ……………… . .. … . . ….
4.2.3
4.2.3 Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
Inverter, Ceiling Suspended
220V/1P/50Hz
R-32
…
4.2.3
No.5 EGAT
No.5
4.2.3
ประสิทธิภาพ SEER
23.00
Brand
PRO POP
Model
2.3
ฉลากเบอร์ 5
شمع
มี
2.4
Green Industry
< GI-4
4.2.4
Cooling Capacity (BTU/h)
30,000
4.2.4
ชนิด (Type)
Inverter, Ceiling Suspended
4.2.4
Power Supply (V/Ph/Hz)
4.2.4
4.2.4
ชนิดของสารทําความเย็น
No.5 EGAT
..
4.2.4
220V/1P/50Hz
R-32
No.5
וי -
ประสิทธิภาพ SEER
20.00
• TIKINIAI “A man… MM_M_M_P
ข้อกําหนดรายละเอียด
……IIIIIII….. - "
…
יווי יי -
…
11.11
1
H
…
11.
หน้า 16 / 20
де
……..
1
vuna 48,000 BTU/h
นซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
2. ชนิด Ceiling Suspended (ต่อ)
U79 40,000 BTU/h
กลุ่ม | ข้อตาม
ขนาด
TOR
UVIA 36,000 BTU/h
1
คุณสมบัติ
Brand
Model
2.3
ฉลากเบอร์ 5
2.4
Green Industry
4.2.5
Cooling Capacity (BTU/h)
4.2.5
ชนิด (Type)
4.2.5 Power Supply (V/Ph/Hz)
4.2.5
ชนิดของสารทําความเย็น
4.2.5 No.5 EGAT
P
4.2.5
ประสิทธิภาพ SEER
Brand
…
.. "
ทอท. กําหนด
หมายเหตุ
บริษัท…
ผ่าน/ไม่ผ่าน
"
< GI-4
36,000
Inverter, Ceiling Suspended
220V/1P/50Hz šo 380V/3P/50Hz
R-32
No.5
20.00
………………II. II
..
≤ GI-4
40,000
Inverter, Ceiling Suspended
220V/1P/50Hz vša 380V/3P/50Hz
No.5
R-32
19.50
…
.
….
Green Industry
Cooling Capacity (BTU/h)
ชนิต (Type)
Model
2.3
ฉลากเบอร์ 5
2.4
ויוי ו - י -
4.2.6
4.2.6
4.2.6
4.2.6
4.2.6
4.2.6
….
Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
No.5 EGAT
ประสิทธิภาพ SEER
Brand
Model
ฉลากเบอร์ 5
2.3
2.4
Green Industry
4.2.7
Cooling Capacity (BTU/h)
4.2.7
ชนิด (Type)
4.2.7
4.2.7
4.2.7
LIII
Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
No.5 EGAT
יווייוריטווווור
4.2.7 | ประสิทธิภาพ
SEER
ข้อกําหนดรายละเอียด
…
"
..
1 -
ม
17
< GL-4
48,000
Inverter, Ceiling Suspended
וי יויו
ušo
220V/1P/50Hz o 380V/3P/50Hz
R-32
No.5
IDIA MAPA Y PI HP -|-·|-||||
17.00
oh
….
"
**
……..
******….
1.
หน้า 17 / 20
…
"
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
3. ชนิด Ceiling Conceal Ducted Type
กลุ่ม | ข้อตาม
ขนาด
TOR
ทอท. กําหนด
บริษัท…
หมายเหตุ ผ่าน/ไม่ผ่าน
uunя 48,000 BTU/h
คุณสมบัติ
Brand
Model
………………….. …… 124
.
- M’IPI
2.3
ฉลากเบอร์ 5
|_
2.4 Green Industry
17
มี
< GI-4
4.3.1
Cooling Capacity (BTU/h)
48,000
"
- …
4.3.1
ชนิด (Type)
4.3.1
4.3.1
Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
Inverter, Concealed Ducted
380V/3P/50Hz
4.3.1
No.5 EGAT
…
..
4.3.1
ประสิทธิภาพ SEER
R-32
No.5
16.00
- ชนิด Floor Standing
15 I
III Ill
………
..
"
"
•
…
กลุ่ม | ข้อตาม
คุณสมบัติ
ทอท. กําหนด
บริษัท…
ขนาด
TOR
หมายเหตุ ผ่าน/ไม่ผ่าน
Brand
Model
ขนาด 150,000 BTU/h
4.4.1
Cooling Capacity (BTU/h)
4.4.1
ชนิด (Type)
4.4.1
Power Supply (V/Ph/Hz)
150,000
Inverter, Floor Standing
380V/3P/50Hz
P
pa sppe age spa "”
…
……
4.4.1
ชนิดของสารทําความเย็น
4.4.1
COP at 100% (kW/kW)
R-410A
3.50
……….
..
…
www.bal
4.4.1
Air Flow Type
Direct Air Flow
Brand
Model
vunя 190,000 BTU/h
4.4.2
Cooling Capacity (BTU/h)
4.4.2
ชนิด (Type)
4.4.2
4.4.2
Power Supply (V/Ph/Hz)
ชนิดของสารทําความเย็น
4.4.2 COP at 100% (kW/KW)
190,000
Inverter, Floor Standing
380V/3P/50HZ
R-410A
3.50
LII
www.dullastall tallall………
PIPPI….._
-ו-ו-ו-י- יי - ייייריו———- —-!-!
4.4.2
Air Flow Type
ข้อกําหนดรายละเอียด
…" 1. 1. 1. II. II. III…..
Direct Air Flow
…….
of
หน้า 18 / 20
UUNA 290,000 BTU/h
5. ชนิด AHU Duct Type
กลุ่ม | ข้อตาม
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
คุณสมบัติ
ทอท. กําหนด
บริษัท…
ขนาด
TOR
หมายเหตุ ผ่าน/ไม่ผ่าน
Brand
vuna 190,000 BTU/h
Model
יווי ————.
4.5.1
Cooling Capacity (BTU/h)
4.5.1
ชนิด (Type)
4.5.1
Power Supply (V/Ph/Hz)
4.5.1
ชนิดของสารทําความเย็น
190,000
Inverter, AHU Duct Type
380V/3P/50Hz
R-410A
4.5.1
COP at 100% (kW/kW)
3.50
"
4.5.1
AHU Skin Type
Single Skin
Brand
…………
Model
………… III.
4.5.2
Cooling Capacity (BTU/h)
4.5.2
ชนิด (Type)
4.5.2
Power Supply (V/Ph/Hz)
290,000
Inverter, AHU Duct Type
380V/3P/50HZ
4.5.2
ชนิดของสารทําความเย็น
R-410A
4.5.2
COP at 100% (kW/kW)
3.60
4.5.2
AHU Skin Type
Single Skin
ข้อก้าหนดรายละเอียด
дв
… I
หน้า 19 / 20
11. I
…
……..
……..
"
งานซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split type) ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 งาน
ภาคผนวก ข
แบบฟอร์มการทดลองเดินเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ
เจ้าของ
สถานที่ตั้ง
รุ่นของ Condensing Unit
โครงการ
ผู้รับผิดชอบ
หมายเลขเครื่อง
โทร
ปั๊มดูดสุญญากาศ (Vacuum Pump) ดูดเป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 30 นาที และใช้ Micron Gauge วัดค่าความดัน
ก่อนปิด Vacuum Pump
หลังปิด Vacuum Pump ระยะเวลา 20 นาที
MicronHg (<500 Micron)
MicronHg (<2000 Micron)
แรงดันไฟฟ้าต้นทาง
Ph1
Ph2
Ph3
แรงดันไฟฟ้าที่คอมเพรสเซอร์
Ph1
Ph2
Ph3
แรงดันไฟฟ้าที่มอเตอร์พัดลม
A
B
C
D
รุ่นของคอมเพรสเซอร์
บริษัทผู้ผลิต
Ph
Volt
Hz
FLA
กระแสไฟฟ้าแต่ละเฟส
Ph1
Ph2
Ph3
กระแสไฟฟ้าของมอเตอร์พัดลม
A
B
D
อุณหภูมิลมก่อนเข้าคอนเดนเซอร์
F/C
อุณหภูมิลมหลังผ่านคอนเดนเซอร์
F/C
ความดันของสารเหลว
PSI/kPa
ความดันของสารแก๊ส
PSI/kPa
ความดันของน้ํามันหล่อลื่น (ถ้าอ่านได้)
PSI/kPa
รุ่นของเครื่องส่งลมเย็น (1)
(2)
หมายเลขประจําเครื่อง หมายเลขประจําเครื่อง
มอเตอร์หมุนพัดลม HP/kW
บริษัทผู้ผลิต
แบบ
Ph
Volt
Hz
FLA
ความเร็วรอบต่อนาทีของมอเตอร์
ของพัดลม
แรงดันไฟฟ้าที่มอเตอร์
กระแสไฟฟ้าแต่ละเฟส
อุณหภูมิที่หัวจ่าย
Ph1
Ph2
Ph3
Ph1
Ph2
Ph3
ในห้อง
หน้าคอยล์
อุณหภูมิภายนอก
ลงชื่อ
(………………
…)
(………..
ผู้บันทึกข้อมูล
ผู้ควบคุมงาน
ข้อกําาหนดรายละเอียด
หน้า 20 / 20
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Airports of Thailand Public Company Limited
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน
สําหรับผู้รับจ้าง
ค.
ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
Rev.02
AOT
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
ปีงบประมาณ 2566
จัดทําโดย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
รับรองโดย
AW
L
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
10 มกราคม 2566
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
คํานํา
-ก-
ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ม.ค.66
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
สารบัญ
-V-
เรื่อง 1. วัตถุประสงค์
2. ขอบเขต
หน้า
1
3. นิยาม
4. อ้างอิง
5. การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4)
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง (เอกสารแนบ 5)
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร
(เอกสารแนบ 8)
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กําหนด
มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
1
2
2
3
3
8
9
11
13
15
17
22
26
27
28
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง
- วัตถุประสงค์ (Purpose)
-1-
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ - ขอบเขต (Scope)
2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
(2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
(3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง
(2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
(3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
(4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
(5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
(8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
(9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
(10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร)
(11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
(12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กําหนดในภายหลัง (ถ้ามี)
-2-
ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลําดับที่ (1) - (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน
- นี้ ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กําหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่
2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้
2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนดเพิ่มเติม
- นิยาม (Definition)
3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
3.2 ฝปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 3.3 ฝมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทํากิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้
3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการสายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดําเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น
3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สําหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กําหนดไว้
3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย - อ้างอิง (Reference)
4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554
4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ 4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) - การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
-3-
5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
(1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
(5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
(2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
ในการทํางานได้
(4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-4-
มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกําหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกําหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกําหนด 5.1.2 นี้แล้ว
5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดําเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
สําหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการ บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดําเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทํางานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทําหน้าที่กํากับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อน (ฝบ่อ, ผมอ. หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดําเนินการ
ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ
5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดําเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดําเนินการบางส่วนหรือดําเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกํากับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง
5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นํามาตรการที่กําหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนํามาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ
5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กําหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทําใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้
(1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กํากับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ ฝปอ. ผมอ หรือ สมอ. เป็นผู้กําหนดหรือเป็นผู้กํากับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กํากับควบคุมระบบการขออนุญาตการทํางานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทํางานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-5-
ๆ
5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ
คณะกรรมการความ
ปลอดภัยฯ (คปอ.)
หน่วยงาน
ความปลอดภัย
จป.บริหาร
จป.เทคนิค
จป.เทคนิคขั้นสูง
จป.วิชาชีพ
จป.หัวหน้างาน
จํานวนลูกจ้าง
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ 2-19 คน
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการล่าดับที่ - การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมอาคาร
20-49 คน
✓
50-99 คน
—
37. อุตสาหกรรมการขนส่ง
41. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
บํารุงเครื่องจักร
48. การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
100-199 คน
I
200 คนขึ้นไป
✓
—
✓
หรือการซ่อมยานยนต์
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ | 20 คนขึ้นไป
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ทําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
10. สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
หมายเหตุ
บ
- V หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด
- งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-6-
5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน
5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ปอ., สมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย
5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท.
5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท.
(1) การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล
การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้
(2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
2
-7-
ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
(3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
(1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
อย่างเคร่งครัด
(3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป
5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
(1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (Work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
(3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
-8-
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง
กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ………
โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่
(เอกสารแนบ 1)
(เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(เอกสารแนบ 4)
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง …
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย…….
(เอกสารแนบ 5)
(เอกสารแนบ 6)
(เอกสารแนบ 7)
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
(เอกสารแนบ 9)
5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 - 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 - พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : tower flammable limit และ LEL : lower explosive Limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
- ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-208 ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด
3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจางสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด
และแสงจา
3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟงายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ
ๆ - ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE
- ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวของเขาไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้า หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมการในบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟา ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ
8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
8.3 จัดให้มีการใชสายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -10-
8.4 จัดสายไฟฟ้าและสายดินใหหางจากการบดทับของยานพาหนะ น้ํา หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ
หลีกเลี่ยงได้ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายของตน - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมกาซ ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต้องกับชนิดของกาซ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์ หรือสภาพที่ไม่ปลอดภัยทุกครั้ง หากพบวาไมปลอดภัยตองทําการแกไข
9.3 จัดทําเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณ์ที่ทอสงการ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ให้เป็นแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทําให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทํางาน ทําให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้ - ในการต่อถังบรรจุกาซไวไฟหลายถังเขาด้วยกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟยอนกลับ (Flashback arrestor) ติดไวระหว่างหัวต่อกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกําลังดัน รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ
ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง อ้างอิง : กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง
อุตสาหกรรม) - ผู้รับจ้างต้องดูแลถังบรรจุกาชทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรณีที่ไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท.
- อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้ดําเนินการดังนี้
ป้องกันความร้อน
12.1 การทํางานที่มีความร้อนเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือสําหรับ
12.2 งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกําเนิดหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้าเข้านัยน์ตาโดยตรง
ให้สวมใส่แว่นลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง
12.3 งานที่ทําในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง 12.4 งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -11-
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
เอกสารแนบ 2
และ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้
พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
ดังต่อไปนี้
ถ้ํา
สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
(1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
(3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
(4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
(1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
(2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
(3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
(4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี
พ.ศ.2556
(5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด - ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้
2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ
2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -12- - ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอํานาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศต้องจัดให้มีการตรวจสอบ
พื้นที่และตรวจวัดสภาพอากาศเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศตามรายละเอียดในใบอนุญาต - ผู้รับจ้างจะสามารถปฏิบัติงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานแล้วเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้อง ดําาเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทํางานให้ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องไม่พบสภาพแวดล้อม การทํางานตามความหมายในข้อ 1 ในพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น
กรณีพบสภาพแวดล้อมการทํางานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความหมายของพื้นที่อับอากาศที่ระบุไว้ในข้อ 1
ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้
—
- ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
กรณีมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ระหว่างการทํางานในที่อับอากาศ ให้ผู้รับจ้างนําลูกจ้างออกจากบริเวณดังกล่าว
ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตราย - ดําเนินการเพื่อทําให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ
หรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานแก่ลูกจ้าง - กรณีจําเป็นต้องลงไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศโดยมีสภาพแวดล้อมเป็นไปตามความหมายที่ระบุไว้ใน
ข้อ 1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และเป็น อุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศได้กําหนดไว้
- การปฏิบัติงานในที่อับอากาศแต่ละงาน ต้องจัดให้มีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการ ทํางานในที่อับอากาศ ซึ่งอาจใช้ ISA หรือวิธีการอื่น ๆ มาใช้ในการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงได้ และ ต้องนําผลการประเมินดังกล่าวมาสื่อสารและปฏิบัติด้วย ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติต้องไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด
- ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในที่อับอากาศให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนด 8. ทีมผู้ช่วยเหลือของผู้รับจ้างเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศจะต้องสามารถสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานภายในได้ ตลอดเวลา หากพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยตรง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิทยุหรือเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
- อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกชนิดต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งก่อนนํามาใช้งานแต่ละครั้ง
อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อนทุกครั้ง - ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สําหรับระบายอากาศให้เพียงพอสําหรับกิจการที่ผู้รับจ้างดําเนินการภายใน ที่อับอากาศ
- ผู้รับจ้างต้องมีใบรายชื่อของผู้ที่จะเข้าทํางานในที่อับอากาศที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องแสดงไว้ที่ทางเข้า
ที่อับอากาศพร้อมกับแขวนบัตรประจําตัวที่ทางเข้าที่อับอากาศให้สามารถตรวจสอบได้ - ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่อับอากาศ
- ผู้รับจ้างต้องเตรียมไฟแสงสว่างที่ใช้ในที่อับอากาศที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 24 โวลต์ (AC/DC) 14. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําเข้าไปใช้งานในพื้นที่อับอากาศต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด (Explosion Proof)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -13- เอกสารแนบ 3
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ
ๆ
2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก็ ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) - การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย - ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอมอ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บอ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดให้มี การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness
2
ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน - กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง
- ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโลงและอาจพลัดตกลงมาได ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ
หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน - ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
เอกสารแนบ 4
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock out - Tag Out)
ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 - ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
- ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า - ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
- ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย - ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
- ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
- กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
มาตรฐานของ วสท. - ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
2 (ม.ค.66) -16- - อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์
- ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน
- ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit)
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ
อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว
15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก
การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน
15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -17- เอกสารแนบ 5
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 เครี่องจักร - ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย
- ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock Out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย
- ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดําเนินการตรวจสอบได้
รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ
เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้ - การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9
1
9 - ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน
รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด - เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ
เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
- การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -18- - เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน
- ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง
- ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 2 รถยก - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหลนได
1.2 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของได้โดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจางเห็นได้ชัดเจน
1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไว้ให พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง
1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา - ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา
- ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคลายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง ไม่เห็นเส้นทางขางหนา
- ผู้รับจ้างตองจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกได้อย่างปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก แต่ละประเภท
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า
โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) - 19
ส่วนที่ 3 ลิฟต์ - กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด
1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์
1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
1.8 จัดทําคําแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ
และกรณีฉุกเฉิน - ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ
ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท.
สามารถตรวจสอบได้ - ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -20-
ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง - การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย
1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้
อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา - ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้
ความปลอดภัยในการทํางานลดลง - การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
- การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ
ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
ส่วนที่ 5 รอก - ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก
1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) 21-
1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา
พ.ศ.2564 กับรอก
1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป
นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์
ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 22-
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
เอกสารแนบ 6
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
ๆ
กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น - ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบปูนจั่นหรืออุปกรณ์อื่นที่นํามาใช้กับ ปนจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ หากไม่มีรายละเอียด
คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว
ไดกําหนดขึ้นเป็นหนังสือ
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปูนจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผูผลิตโดยวิศวกรก่อนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปูนจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานไหม ผู้รับจ้าง ตองดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบสวนประกอบและอุปกรณ์ของปนจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปูนจั่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในมวนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปนจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกป้องกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปูนจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
อย่างปลอดภัย
4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นสวนที่หมุนรอบตัวเอง สวนที่เคลื่อนไหวได้ หรือสวนที่อาจเป็นอันตรายของปนจั่น
และให้สวนที่เคลื่อนที่ของปูนจั่นหรือสวนที่หมุนไดของปูนจั่นอยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย
4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ
ใช้งานได้สะดวก
ได้ตามปกติ
4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง
4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน
4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload limit switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับบ่นลั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างตองดําเนินการดังต่อไปนี้
5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มทอไอเสีย
5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนยายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย
5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและทอสงเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกลน หรือรั่วออกมา
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
2 (ม.ค.56) -23- - ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนยายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปูนจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนยายได้ ผู้รับจ้างตอง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน
- หามผู้รับจ้างให้ลูกจางใช้ปูนจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
- หามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปนจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เชนวานั้น อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงสวนที่เกี่ยวของกับโครงสรางที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปนจั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปนจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบํารุงปนจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ขอความที่เขาใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปูนจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนปาย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณหามเปิดสวิตช์ไวที่สวิตช์ของปูนจั่นด้วย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีปายบอกพิกัดน้ําหนักยกไวที่ปนจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปนจันทราบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้
ดังต่อไปนี้ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปืนลั่นไกลสายไฟฟา ผู้รับจ้างตองควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ
13.1 ในกรณีที่ใช้ปูนจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับสวนหนึ่งส่วนใดของปูนจั่นหรือสวนหนึ่ง สวนใดของวัสดุที่ปนจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต ตองหางไมนอยกว่า 3.1 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร
6
(ค) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปนจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไมยกวัสดุและไม่ลดแขนปูนจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง สวนหนึ่งส่วนใดของปูนจั่นกับสายไฟฟา เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ตองหางไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร
(ข) สายไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 69 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟาเกิน 230 กิโลโวลตแต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 24- - ในกรณีที่มีการติดตั้งปูนจั่นหรือใช้ปูนจั่นใกลเสาสูงคลื่นโทรคมนาคม ก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานทํางาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ถาพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ให้ผู้รับจ้างต่อสายตัวนํากับ ปนจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ - ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นของผู้ปฏิบัติงานไว้บริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทํางาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบํารุง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
- ในกรณีที่ผู้บังคับปูนจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทําการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี
ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปนจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปูนจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปูนจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปูนจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทํางานเกี่ยวกับปูนจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่กฎหมายประกาศกําหนด
ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง - กรณีเป็นปูนจั่นเหนือศีรษะและปูนจั่นขาสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตซ์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น
18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทํางานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564
ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง - กรณีเป็นปูนจั่นหอสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางาน
19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์ควบคุมมุมองศาการทํางานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน
19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ําหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทําการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ
ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 25-
19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น - ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกศึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ
20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว - ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26- เอกสารแนบ 7
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ
ด้านความปลอดภัย
ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง
- ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย
- ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน
อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย - ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง
ทราบทันที - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม
กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย - การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 27-
เอกสารแนบ 8
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ
สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้
2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด
2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
- ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี
ต่อไปนี้
4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง 4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย
3 - สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
V
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
2 (ม.ค.56) -28-
เอกสารแนบ 9
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิครั้งสีเกี่ยวกับวัสดุ
นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน
อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 ข้อ 15 - ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
- จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น
ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้
ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม - ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น
- ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน
ได้รับทราบ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -29 - ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ไม่ให้บุคคลใดนําภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
- ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
- ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ
ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ๆ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
สัญญาเลขที่
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้าพเจ้า ….. มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
โดย……….
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
บทนํา
ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี - การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
- การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า - ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า
- การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน - อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล - อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
ประเทศ - ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ
อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา - การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
เป็นอันตราย - ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด - การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ - การเลิกจ้าง, คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม - การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง - แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ - ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
ต่อสังคม
มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง - มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
ร้องขอ
(ลงชื่อ)……
(………..
(ประทับตราบริษัท)
(คู่ค้าของ ทอท.)
……………..
ชื่อคู่สัญญา
ชื่อสัญญา
บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
ราคาต่อหน่วย
ราคารวม
รายการ
หน่วยนับ จํานวน จํานวน
ค่าแรง
ลําดับ
ตามจํานวนที่ส่งของ
(ชื่อ, ยี่ห้อ, สี, ขนาด, แบบ, รุ่น, Serial No.) 1 ชิ้น / ชุด ตาม BOQ ที่ส่งมอบ
(ไม่รวม VAT)
ต่อหน่วย
อาคาร
(ไม่รวม VAT)
หมายเหตุ - แนบภาพถ่ายครุภัณฑ์ให้ตรงกับลําดับที่ในแบบฟอร์มพร้อม Fite รูปถ่าย จํานวน 1 ชุด
- กรณีส่งของไม่ตรงตาม Spec, จํานวน, ราคา ให้แจ้งเหตุผลในแบบฟอร์ม
- กรณีเป็นระบบต้องแยกรายละเอียดพร้อมจํานวนและราคา
- กรณีเป็น Partition ให้แจ้งจํานวนเป็นรายชิ้น
- ทุกรายการต้องระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น ขนาด สี ยี่ห้อ รุ่น
LE
สถานทอง
เลขที่สัญญา
ระบุชื่อส่วนงาน
ห้อง ชั้น หน่วนผู้ใช้หน่วยครอบครอง
หมายเหตุ