ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (Beautification and Architecture Work) ตามแบบสำนักสำรวจและออกแบบ ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ตอน แขวงคลองสองต้นนุ่น - พิมพา กม.๒๑+๐๐๐ - กม.๒๒+๐๐๐ LT. (บริเวณระหว่าง Ramp ๐๒๐๓ และ Ramp ๐๒๐๖) ปริมาณงาน ๑ แห่ง
โครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (Beautification and Architecture Work) บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ตอน แขวงคลองสองต้นนุ่น - พิมพา ช่วง กม.21+000 ถึง กม.22+000 LT (บริเวณระหว่าง Ramp 0203 และ Ramp 0206) ปริมาณงาน 1 แห่ง ดำเนินการโดยแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ เพิ่มอัตลักษณ์ และสร้างจุดพักสายตา รวมถึงส่งเสริมสภาพแวดล้อมด้วยการปลูกต้นไม้บริเวณทางแยกต่างระดับที่มีผู้ใช้ทางจำนวนมาก เพื่อเป็นประตูสู่อาเซียนและสร้างความประทับใจแก่ผู้เดินทาง โครงการมีวงเงินงบประมาณ 9,980,000.00 บาท ระยะเวลาดำเนินการรวม 480 วัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ งานปรับปรุงภูมิทัศน์ (ต้องแล้วเสร็จใน 120 วัน) และงานบำรุงรักษาต่อเนื่อง (360 วัน) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับเหมาที่จดทะเบียนงานบำรุงปกติประเภท ข ชั้น 1 กับกรมทางหลวง และมีผลงานก่อสร้างภูมิทัศน์พร้อมงานบำรุงรักษาในสัญญาเดียวกันตามเงื่อนไขที่กำหนด
English summary
Bidding for the procurement of Highway Beautification and Architecture Work on Motorway No. 7, Section: Khlong Song Ton Nun - Phimpha, Km 21+000 - Km 22+000 LT (between Ramp 0203 and Ramp 0206). Organized by the Inter-City Motorway Division, Department of Highways, with a budget of 9,980,000.00 THB. The project aims to enhance the landscape, establish local identity, create visual rest points, and improve environmental conditions through tree planting at this high-traffic interchange. The total project duration is 480 days, divided into Part 1: Landscape Improvement (120 days) and Part 2: Maintenance (360 days). Bidders must be registered with the Department of Highways as Maintenance Contractors Type B, Class 1, and possess specific prior experience in highway landscaping and maintenance within a single contract.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพและเพิ่มอัตลักษณ์บริเวณทางแยกต่างระดับบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7
- เพื่อเพิ่มจุดพักสายตาและส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางอากาศด้วยการปลูกต้นไม้
- เพื่อพัฒนาพื้นที่ภูมิสถาปัตย์ให้สวยงามสมกับเป็นประตูสู่อาเซียน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้ใช้ทางและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
ขอบเขตของงาน
- งานส่วนที่ 1: งานปรับปรุงภูมิทัศน์ (Landscape Improvement) ดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวงตามแบบสำนักสำรวจและออกแบบ บริเวณ กม.21+000 - กม.22+000 LT (ระหว่าง Ramp 0203 และ Ramp 0206) ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน
- งานส่วนที่ 2: งานบำรุงรักษา (Maintenance) ดำเนินการดูแลและบำรุงรักษาพื้นที่ภูมิทัศน์ที่ปรับปรุงแล้วเสร็จอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 360 วัน นับถัดจากวันส่งมอบงานส่วนที่ 1
- การจัดหาและใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผลงานก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (งานส่วนที่ 1) ที่เสร็จสมบูรณ์ตามแบบรูปรายการละเอียด ภายใน 120 วัน
- รายงานและผลการดำเนินงานดูแลบำรุงรักษาต้นไม้และพื้นที่ภูมิทัศน์ (งานส่วนที่ 2) ตลอดระยะเวลา 360 วัน
- เอกสารแสดงการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาส่งมอบงานรวม: 480 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- งานส่วนที่ 1 (งานปรับปรุงภูมิทัศน์): ต้องแล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- งานส่วนที่ 2 (งานบำรุงรักษา): ต้องแล้วเสร็จภายใน 360 วัน นับถัดจากวันส่งมอบงานส่วนที่ 1
- กำหนดยืนราคา: 90 วัน นับแต่วันเสนอราคา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการจ้างของกรมทางหลวง โดยได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติประเภท ข ชั้น 1 และไม่ขาดคุณสมบัติตามเงื่อนไขในการจดทะเบียน
- Standards Compliance: ดำเนินการตามแบบมาตรฐานกรมทางหลวง และแบบสำนักสำรวจและออกแบบ
- Experience: ต้องมีผลงานก่อสร้างงานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง และต้องมีผลงานดูแลบำรุงรักษาในสัญญาเดียวกัน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ
- Previous Project Cost: ต้องมีผลงานก่อสร้างงานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวงในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,609,000.00 บาท และต้องมีผลงานดูแลบำรุงรักษาในวงเงินไม่น้อยกว่า 385,000.00 บาท ในสัญญาเดียวกัน
- Technical Capabilities: ต้องมีรถบรรทุกน้ำที่มีความจุไม่ต่ำกว่า 6,000 ลิตร โดยต้องแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครอง (เช่น ใบเสร็จ, สัญญาซื้อขาย/เช่าซื้อ/เช่า) พร้อมคู่มือทะเบียนเครื่องจักรที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยและภาพถ่ายรถที่เห็นทะเบียนชัดเจน
- Personnel: ต้องแสดงความพร้อมด้านบุคลากรต่อคณะกรรมการฯ ภายใน 3 วันทำการเมื่อได้รับการร้องขอ ดังนี้:
- เจ้าหน้าที่เกษตร: วุฒิปริญญาตรี สาขาวิชาการเกษตรหรือเทียบเท่า ปฏิบัติงานกับผู้รับจ้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีหนังสือรับรองการหักภาษีครบถ้วน
- เจ้าหน้าที่ภูมิสถาปนิก: ตั้งแต่ระดับภาคีภูมิสถาปนิกขึ้นไป
- รุกขกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่: ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่จากสถาบันที่ยอมรับไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง หรือมีประสบการณ์ทำงานด้านนี้ไม่น้อยกว่า 10 ปี และมีผลงานที่ถูกต้องอย่างน้อย 1 โครงการ (มีหนังสือรับรอง)
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ “ราคา” (Price Criteria)
- แต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับการพิจารณาจัดจ้างก่อน (เรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย)
- แต้มต่อสำหรับบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย: หากเสนอราคาสูงกว่าผู้เสนอราคาต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3 จะได้รับการพิจารณาจัดจ้างก่อน
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานก่อสร้างและปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (Beautification and Architecture Work) ต้องเป็นไปตามแบบของสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง และแบบมาตรฐานกรมทางหลวง
- การใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ต้องมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- การตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ต้องดำเนินการโดยรุกขกรหรือผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ที่ถูกต้อง
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง (Unit Price)
- การปรับลด/เพิ่มอัตราค่าจ้างตามปริมาณงานจริง:
- งานที่ทำเสร็จจริงส่วนที่เกิน 125% แต่ไม่เกิน 150% ของสัญญา จ่าย 90% ของราคาต่อหน่วย
- งานที่ทำเสร็จจริงส่วนที่เกิน 150% ของสัญญา จ่าย 83% ของราคาต่อหน่วย
- งานที่ทำเสร็จจริงน้อยกว่า 75% ของสัญญา จ่ายตามราคาต่อหน่วย และชดเชยค่า Overhead & Mobilization อีก 17% ของผลต่างปริมาณงานคูณราคาต่อหน่วย (จ่ายในงวดสุดท้าย)
- การจ่ายเงินล่วงหน้า: ขอรับได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องวางหลักประกันเงินล่วงหน้า
- การหักเงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 10.00 ของเงินที่จ่ายในแต่ละงวด (สามารถใช้วางหนังสือค้ำประกันธนาคารแทนได้ และจะคืนให้พร้อมงวดสุดท้าย)
- การปรับราคาค่างาน (Escalation): ใช้สูตรปรับราคาได้ (สูตรค่า K) ตามมติคณะรัฐมนตรี
- ค่าปรับกรณีผิดสัญญา:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วงนั้น
- กรณีล่าช้า: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางวดงานส่วนที่ล่าช้า (แยกคิดรายวันตามงานส่วนที่ 1 และงานส่วนที่ 2)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (Beautification and Architecture Work) ตามแบบสำนักสำรวจและออกแบบ ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ตอน แขวงคลอง สองต้นนุ่น - พิมพา กม.๒๑+๐๐๐ - กม.๒๒+๐๐๐ LT. (บริเวณระหว่าง Ramp ๐๒๐๓ และ Ramp ๐๒๐๖) ปริมาณงาน ๑ แห่ง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๑.๒ ความเป็นมา เนื่องจากทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ มีผู้ใช้บริการทั้งเพื่อการขนส่งและท่องเที่ยว จำนวนมาก ทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงที่ กม.๒๑+๐๐๐ - กม.๒๒+๐๐๐ LT. (บริเวณระหว่าง Ramp ๐๒๐๓ และ Ramp ๐๒๐๖) ซึ่งเป็นทางแยกต่างระดับที่มีความสำคัญมีผู้ใช้ทางผ่านจำนวนมาก พบว่ายังสามารถ พัฒนาพื้นที่ภูมิสถาปัตย์ ได้เพิ่มเติมจากเดิม คือ “การพัฒนาปรับปรุงทัศนียภาพและการเพิ่มอัตลักษณ์และจุด พักสายตาและเพื่อส่งเสริมสภาพอากาศจากต้นไม้ เป็นต้น” และบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่การเดินทางผ่าน เข้าออกจำนวนมาก จึงเห็นควรปรับบริบทความสวยงามทางภูมิทัศน์ ต้นไม้ เป็นต้น เพื่อเป็นประตูสู่อาเซียน และเพิ่มทัศนียภาพและส่งเสริมภาวะแวดล้อม ให้ออกสู่สายตาผู้ใช้ทาง/นักท่องเที่ยว/ผู้เดินทางมาเยือนทั้งใน และต่างประเทศ
๑.๓ วัตถุประสงค์ กรมทางหลวง โดย แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง มีความประสงค์ จ้างก่อสร้างงาน ภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (Beautification and Architecture Work) ตามแบบสำนักสำรวจและ ออกแบบ ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ตอน แขวงคลองสองต้นนุ่น - พิมพา กม.๒๑+๐๐๐ - กม.๒๒+๐๐๐ LT. (บริเวณระหว่าง Ramp ๐๒๐๓ และ Ramp ๐๒๐๖) ปริมาณงาน ๑ แห่ง โดยจะดำเนินการหาตัวผู้ รับจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding: e-bidding)
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๙,๙๘๐,๐๐๐.๐๐ บาท (เก้าล้านเก้าแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่ ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๒.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมทางหลวง ณ วัน ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็น ธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการจ้างของ กรมทางหลวง โดย เป็นผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมา งานบำรุงปกติประเภท ข ชั้น ๑ และไม่ขาดคุณสมบัติตามเงื่อนไขใน การจดทะเบียนเป็นผู้รับเหมา
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้าง งานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๒,๖๐๙,๐๐๐.๐๐ บาท (เงินสองล้านหกแสนเก้าพันบาทถ้วน) และต้องมีผลงานดูแลบำรุงรักษา ในวงเงินไม่ น้อยกว่า ๓๘๕,๐๐๐.๐๐ บาท (เงินสามแสนแปดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวกัน และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ
๒.๑๒ กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อ ตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้า ร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้า ร่วมค้าหลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับเหมางานบำรุงปกติประเภท ข ชั้น ๑ และไม่ขาด คุณสมบัติตามเงื่อนไขในการจดทะเบียนผู้รับเหมา ไว้กับกรมทางหลวง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วม ค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานบำรุงปกติประเภท ข ชั้น ๑ ไว้กับกรมทางหลวงหรือไม่ ก็ได้
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้า ร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนาม กิจการร่วมค้า
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดง ฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์กำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือน พฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม
กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตาม รายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคาทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้ เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตาม ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะ ต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อ เสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัด ซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีรถบรรทุกน้ำที่มีความจุไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ ลิตร โดยแสดงหลักฐานการมี หรือ เป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครอง เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียด ต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้), สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาเช่า ต้องแสดงคู่มือทะเบียนเครื่องจักรที่ชำระภาษี
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ประจำปีเรียบร้อยแล้ว พร้อมแนบภาพถ่ายให้เห็นลักษณะของรถและหมายเลขทะเบียนชัดเจน
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวง จะต้องแสดงความพร้อมในด้าน บุคลากร เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ดังนี้.-
๒.๑๖ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวง ต้องมีเจ้าหน้าที่เกษตร ระดับวุฒิ ปริญญาตรี สาขาวิชาการเกษตรหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นพนักงานที่ปฏิบัติงานกับผู้รับจ้าง และต้องเป็นพนักงาน ของห้าง/บริษัท มาแล้วอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน และมีหนังสือรับรองการหักภาษีครบถ้วน
๒.๑๗ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวง ต้องมีเจ้าหน้าที่ภูมิสถาปนิก ตั้งแต่ ระดับภาคีภูมิสถาปนิกขึ้นไป
๒.๑๘ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวง ต้องมีรุกขกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน การตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่สำหรับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ที่มีต้นไม้ใหญ่ โดยมีคุณสมบัติดังนี้ ๑) ผ่านการฝึกอบรม ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เกี่ยวกันการตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ ซึ่งจัดโดยสถาบันองค์กรภาครัฐหรือภาคเอกชนที่เป็น ที่ยอมรับ และได้รับรองจากการอบรม โดยหลักสูตรดัง กล่าวต้องมีระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า ๓๐ ชั่วโมง หรือ
(๒) มีประสบการณ์ทำงานด้านการตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และมีผลการ ตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ด้วยวิธีถูกต้องอย่างน้อย ๑ โครงการ โดยมีรายละเอียดผลงานชี้แจงเป็น ลายลักษณ์อักษรพร้อมทั้งมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่มีการปฏิบัติงานด้านภูมิ ทัศน์และเป็นที่ยอมรับ
ในกระบวนการพิจารณา คณกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะสอบถาม ข้อเท็จจริง และให้ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการพิจารณา นำเอกสารแสดงความพร้อมของบุคลากร ตาม เงื่อนไขประกาศฯ ข้อ ๒.๑๖ - ๒.๑๘ มาแสดงต่อคณะกรรมการฯ ภายใน ๓ วันทำการ นับจากวันที่ได้รับ หนังสือแจ้งจากคณะกรรมการฯ เพื่อแสดงความชัดเจนของเอกสารตามเงื่อนไขประกาศฯ ประกอบการ พิจารณาเสนอผู้มีอำนาจในขั้นตอนต่อไป
๓. แบบรูปรายการงานก่อสร้างที่จะดำเนินการจ้างก่อสร้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
๓.๑ จ้างก่อสร้างงานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (Beautification and Architecture Work) ตามแบบสำนักสำรวจและออกแบบ ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ตอน แขวงคลองสองต้นนุ่น - พิมพา กม. ๒๑+๐๐๐ - กม.๒๒+๐๐๐ LT. (บริเวณระหว่าง Ramp ๐๒๐๓ และ Ramp ๐๒๐๖) ดำเนินการโดยวิธีหรือ แบบงานภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง (Beautification and Architecture Work) และแบบมาตรฐาน กรมทางหลวง
๓.๒ คู่สัญญาต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้อง ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญ
เอกสารแนบ ๑ แบบรูปและรายการละเอียด
๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ ๔๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
- งานส่วนที่ ๑ งานปรับปรุงภูมิทัศน์ ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - งานส่วนที่ ๒ งานบำรุงรักษา ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน ๓๖๐ วัน นับถัดจากวันส่งมอบงานส่วนที่ ๑ ๕. งวดงานและการจ่ายเงิน
แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวงจะจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ทำ สำเร็จจริงตามราคาต่อหน่วย ที่กำหนดไว้ในใบแจ้งปริมาณงานและราคา นอกจากในกรณีต่อไปนี้ (๑) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๒๕ (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ใน อัตราร้อยละ ๙๐ (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
(๒) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่ กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ ๘๓ (แปดสิบสาม) ของราคาต่อ หน่วยตามสัญญา
(๓) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ ๗๕ (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่กำหนด ไว้ใน สัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็นค่า overhead และ mobilization สำหรับงานรายการนั้น ในอัตราร้อยละ ๑๗ (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่าง ปริมาณงานทั้งหมดของงานรายการนั้นตามสัญญาโดยประมาณ กับปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อ หน่วยตามสัญญา ทั้งนี้ การจ่ายเงินเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะจ่าย ให้แก้ผู้รับจ้างในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
(๔) แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวงจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นตาม (๑) และ (๒) ดังกล่าวข้าง ต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน หรือก่อนงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ตามที่แขวงทางหลวงพิเศษระหว่าง เมือง กรมทางหลวงจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่กรมพิจารณาเห็นว่าปริมาณงานที่ทำเสร็จจริง ดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั้งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้มีผลกระทบต่อการจ่ายเงินค่างานที่ แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั้งนี้ แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง อาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นให้แก่ ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่างานงวดนั้น ๆ และการพิจารณาว่างานใดอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็น ดุลพินิจโดยเด็ดขาดของแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง
แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวงจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตาม เนื้องานที่ทำเสร็จจริงเมื่อ แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวงหรือเจ้าหน้าที่ของ แขวงทางหลวง พิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง ได้ทำการตรวจสอบผลงานที่ทำเสร็จแล้ว และปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตาม ข้อกำหนดแห่งสัญญาทุกประการ แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง จะออกหนังสือรับรองการ รับมอบงานนั้นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคา
๖.๑ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ที่ ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้หน่วยงานของรัฐจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ยื่นข้อ
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
เสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้า ที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้ารร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อ ด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตาม ปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนั้นแล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียน ไว้ กับ สสว.
๖.๒ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ ๓ ให้หน่วยงานของรัฐ จัดจ้างจากผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. อัตราค่าปรับ
๗.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก แขวง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินจ้างช่วงนั้น
๗.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง จะกำหนดค่า ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ตามรายละเอียดดังนี้
งานส่วนที่ ๑ จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจำนวนเงินตายตัว ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่างานส่วน ที่ ๑
งานส่วนที่ ๒ จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจำนวนเงินตายตัว ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่างานส่วน ที่ ๒
๘. การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาค่าจ้างทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะ ต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด ให้แก่ แขวงทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมือง กรมทางหลวง ก่อนการรับเงินล่วงหน้านั้น
๙. การหักเงินประกันผลงาน
ในการจ่ายเงินแต่ละงวด แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง จะหักเงินจำนวนร้อยละ ๑๐.๐๐ ของเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็นประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ไม่ต่ำ กว่า ๖ เดือน (สำหรับสัญญาที่เป็นราคาต่อหน่วย) หรือ - บาท (สำหรับสัญญาที่เป็นราคาเหมา รวม) ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือ
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศมาวางไว้ต่อ แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรม ทางหลวง เพื่อเป็นหลักประกันแทน
แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง จะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำประกันของ ธนาคารดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย
๑๐. การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคาดังระบุในเอกสารแนบท้าย จะนำมาใช้ในกรณีที่ค่า งานก่อสร้างลดลงหรือเพิ่มขึ้น โดยวิธีการต่อไปนี้
ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๒ เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๑๐๙ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๒
สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่ แขวง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง ได้ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ใน เอกสารแนบท้าย
๑๑. มาตรฐานฝีมือช่าง
เมื่อแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวงได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ ตกลงจ้างก่อสร้าง ตามประกาศนี้แล้วผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องตกลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว ผู้ยื่นข้อ เสนอจะต้องมีและ ใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจาก คณะ กรรมการกำหนดมาตรฐาน และทดสอบฝีมือแรงงาน หรือสถาบันของราชการอื่น หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท.หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อย ละ ๑๐ ของแต่ละสาขาช่างแต่จะต้องมีจำนวนช่างอย่างน้อย ๑ คน ในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี้ ๑๑.๑ ปริญญาตรี สาขาวิชาการเกษตร หรือเทียบเท่า
๑๑.๒ เจ้าหน้าที่ภูมิสถาปนิก ตั้งแต่ระดับภาคีภูมิสถาปนิกขึ้นไป
๑๑.๓ รุกขกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่
๑๓. งานตามประกาศประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) นี้
ได้รับอนุมัติประมาณการรายจ่ายเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙ แล้ว
อนึ่ง การจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ จะมีการลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้ต่อเมื่อ ได้รับ อนุมัติ ประมาณการรายจ่ายเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ จากกระทรวงการคลังแล้ว สำหรับกรณีที่ไม่ได้รับอนุมัติประมาณการรายจ่ายเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง เพื่อการจัดซื้อหรือการ จัดจ้างในครั้งดังกล่าว หน่วยงานของรัฐสามารถยกเลิกการจัดซื้อหรือการจัดจ้างได้
๑๔. รายละเอียดและข้อกำหนดอื่น ที่นำมาใช้ในการควบคุมงานก่อสร้าง ดังนี้
๑๔.๑ แบบแปลน
๑๔.๒ แนวทางการพิจารณาขยายอายุสัญญาหรือการงด หรือลดค่าปรับงานจ้างเหมาของกรม ทางหลวง ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๖๑
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๑๕. หมายเหตุ
- กำหนดยืนราคา ๙๐ วัน นับแต่วันเสนอราคา
ลงชื่อ ประธานคณะกรรมการ (นายวรพงษ์ ขวาของ) รอ.ขทพ. (ว)
ลงชื่อ กรรมการ
(นายอธิภู เอี่ยมสำอางค์) ชผ.ขทพ.
ลงชื่อ กรรมการ
(นายวันเสด็จ บุณยะวันตัง ) ชส.ขทพ.
ลงชื่อ กรรมการและเลขานุการ (นางสาวจิราภรณ์ ประมูลมาก) หพ.ขทพ.
เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์