ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง (MADC System) ประจำปีงบประมาณ 2570
โครงการนี้เป็นการจัดจ้างบำรุงรักษา ซ่อมแซมแก้ไข และต่ออายุสิทธิ์การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง (MADC System) ประจำปีงบประมาณ 2570 ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อให้ระบบสารสนเทศสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ลดความเสี่ยงจากความเสียหายของอุปกรณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ขอบเขตของงานประกอบด้วยการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (DELL, HP, Lenovo) และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก (HP, DELL, HITACHI) การจัดหาและต่ออายุสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ (เช่น VMware Cloud Foundation, Workspace One, SIEM ArcSight, Trend Micro) การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) จำนวน 4 ครั้งต่อปี การซ่อมแซมแก้ไขแบบเผชิญเหตุ (Corrective Maintenance) ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมการสนับสนุนทางเทคนิคจากผู้ผลิต (Onsite Support ภายใน 4 ชั่วโมง) นอกจากนี้ยังมีงานปรับปรุงระบบ เช่น การรวมศูนย์ระบบ VMware vCenter (Centralized vCenter Management) และการปรับปรุงระบบบริหารจัดการ Log (SIEM) โดยนำเข้าข้อมูล Log จากเซิร์ฟเวอร์อย่างน้อย 100 เครื่อง ตลอดจนการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตามนโยบายของ รฟม. และมาตรฐาน ISO 27001
English summary
This project involves the procurement of maintenance, repair, and license renewal services for servers, storage devices, and related management systems (MADC System) for the Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) for Fiscal Year 2027. The objective is to ensure continuous 24/7 IT operations, mitigate system failure risks, and enhance security compliance. The scope of work includes maintaining server hardware (DELL, HP, Lenovo) and external storage systems (HP, DELL, HITACHI); renewing software licenses and subscriptions (including VMware Cloud Foundation, Workspace One, SIEM ArcSight, and Trend Micro); performing quarterly Preventive Maintenance (PM); and providing 24/7 Corrective Maintenance (CM) with a 4-hour onsite response time. Key deliverables also feature system integration tasks, such as consolidating multiple VMware vCenters into a centralized management platform and upgrading the SIEM system to ingest logs from at least 100 servers. Bidders must possess specific technical certifications (Microsoft, Cisco) and manufacturer authorization letters to guarantee high-quality technical support.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อบำรุงรักษา ปรับปรุงประสิทธิภาพ และซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และระบบที่เกี่ยวข้องให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อต่ออายุสิทธิ์การใช้งาน (License) และสิทธิ์การรับประกันระบบและอุปกรณ์ต่างๆ (เช่น VMware, Workspace One, SIEM, Trend Micro)
- เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบสารสนเทศของ รฟม.
- เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 27001 และนโยบายของ รฟม.
ขอบเขตของงาน
- การบำรุงรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และระบบที่เกี่ยวข้อง: ครอบคลุมเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย Rack Server (DELL, HP, Lenovo) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก (HP, DELL, HITACHI) และระบบบริหารจัดการต่างๆ เช่น Active Directory, DNS, DHCP, ADFS, NTP, Workspace One, SIEM, Help Desk, Kaspersky และ Antivirus
- การจัดหาซอฟต์แวร์และต่ออายุสิทธิ์การใช้งาน (License): ต่อสิทธิ์การใช้งานและสิทธิ์การรับประกันอุปกรณ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี เช่น VMware Workspace One (500 ชุด), SIEM ArcSight Logger (1,000 EPS), VMware Cloud Foundation (24 Cores), VMware vSphere Foundation (124 Cores), Line Official Account (Package Pro), และ Trend Micro Endpoint Security
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM): ดำเนินการตรวจสอบ ทำความสะอาด สำรองข้อมูล และปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบจำนวน 4 ครั้ง (รายไตรมาส) พร้อมจัดทำรายงานสรุปผล
- การรวมศูนย์ระบบ VMware vCenter (Centralized vCenter Management): ออกแบบ ติดตั้ง และกำหนดค่าเพื่อรวมระบบ vCenter จากหลายแหล่งให้เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเดียว พร้อมนำเครื่อง Big Data (Lenovo SR650) เข้าสู่ระบบ
- การปรับปรุงระบบบริหารจัดการ Log (SIEM): ติดตั้ง กำหนดค่า และนำเข้าข้อมูล Log จากเซิร์ฟเวอร์ทุกระบบของ รฟม. อย่างน้อย 100 เครื่องเข้าสู่ระบบ SIEM
- การบำรุงรักษาแบบแก้ไขซ่อมแซม (Corrective Maintenance - CM): ให้บริการรับแจ้งปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง (Call Center/Website) และเข้าแก้ไขปัญหาแบบ Onsite Support ภายใน 4 ชั่วโมง (24x7x4) สำหรับอุปกรณ์หลัก และแก้ไขภายในวันทำการถัดไปสำหรับระบบทั่วไป
- การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ: ปรับปรุง Security Patch และปิดช่องโหว่ (Hardening) ตามระดับความรุนแรง (Critical ภายใน 30 วัน, High ภายใน 45 วัน, Medium ภายใน 60 วัน, Low ภายใน 120 วัน)
- การจัดทำเอกสารระบบ: สำรวจและปรับปรุงเอกสาร Role Matrix, Configuration Baseline, และ Asset Inventory
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานการประชุมเริ่มงาน (Kickoff Meeting Report) และแผนการดำเนินงาน (ส่งมอบภายใน 10 วันทำการหลังประชุม)
- เอกสารสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์และสิทธิ์การรับประกันระบบ (License & Warranty Certificates) ที่ต่ออายุไม่น้อยกว่า 1 ปี (ส่งมอบในงวดที่ 1)
- รายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM Report) รายไตรมาส จำนวน 4 ครั้ง พร้อมไฟล์ดิจิทัล (.docx, .xlsx) และข้อมูลสำรองระบบ (System & Configuration Backup) บน Cloud Storage ของ รฟม.
- รายงานผลการรวมศูนย์ระบบ VMware vCenter (Centralized vCenter Management) (ส่งมอบในงวดที่ 1)
- รายงานผลการปรับปรุงระบบ SIEM และการนำเข้า Log จากเซิร์ฟเวอร์อย่างน้อย 100 เครื่อง (ส่งมอบในงวดที่ 2)
- รายงานผลการวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่าย และระบบสนับสนุน พร้อมข้อเสนอแนะเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต (ส่งมอบในงวดที่ 2)
- เอกสาร Role Matrix แสดงสิทธิ์การเข้าถึงระบบทั้งหมด (ส่งมอบในงวดที่ 2)
- เอกสาร Configuration Baseline และ Asset Inventory ที่ปรับปรุงล่าสุด (ส่งมอบในงวดที่ 2)
- รายงานการแก้ไขปัญหา (CM Report) และรายงานการปิดช่องโหว่ความปลอดภัย (Hardening Report) (ถ้ามี)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 (รวมระยะเวลา 1 ปี หรือ 12 เดือน)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงานจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง (MADC System) ประจำปีงบประมาณ 2570
- ความเป็นมา
รฟม. ได้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เพื่อให้บริการระบบสารสนเทศแก่ ผู้ใช้งานจำนวนมากตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวได้ใช้งานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาและปรับปรุงให้มีความทันสมัย มีความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความ เสี่ยง ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้มีความพร้อมในการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย รวมทั้งเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา - วัตถุประสงค์
เพื่อจ้างบำรุงรักษา ปรับปรุงประสิทธิภาพ ซ่อมแซมแก้ไข และต่อสิทธิการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (VMware) ระบบยืนยันตัวตน (Microsoft Active Directory) ระบบให้บริการข้อมูล (File Server) ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ BYOD (Workspace One) ระบบบริหารจัดการ Log (SIEM) ตลอดจนอุปกรณ์และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความพร้อม
ให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาครั้งนี้ 3.9 หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่น
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์
ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์
และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมี การกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
/(2) กรณี…
- 2 -
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (3.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 หนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว814 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2567 และหนังสือด่วน ที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว48 ลงวันที่ 20 มกราคม 2568
- เงื่อนไขและข้อกำหนดทั่วไป
4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีศูนย์บริการรับแจ้งปัญหา (Call Center) หรือเว็บไซต์(Website) ของตนเอง ซึ่งใช้เป็นช่องทางในการรับแจ้งปัญหาต่างฯ หรือการขอรับบริการจากผู้ใช้งาน โดยต้องสามารถใช้งานได้จริง มีการระบุช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน และสามารถให้บริการตอบรับได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ด้านระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ระบบเครือข่าย ระบบ คอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน ระบบปฏิบัติการ (Windows/Linux) และมาตรฐาน ISO27001 เพื่อทำหน้าที่ดูแล บำรุงรักษา ตรวจสอบ และวิเคราะห์สาเหตุ ความเสี่ยงที่ทำให้ระบบหรืออุปกรณ์ต่างๆ ขัดข้อง โดยเจ้าหน้าที่ต้องได้รับใบรับรอง (Certificate) ดังนี้
4.2.1 Microsoft Certified: Windows Server Hybrid Administrator Associate อย่างน้อย 2คน 4.2.2 Microsoft Certified: Identity and Access Administrator Associate อย่างน้อย 2คน 4.2.3 Cisco Certified Network Professional (CCNP) อย่างน้อย 1 คน
4.2.4 Cisco Certified Network Associate (CCNA) อย่างน้อย 1 คน
โดยรายการ 4.2.1 – 4.2.4 สามารถเป็นบุคคลเดียวกันได้ โดยใบรับรองทั้งหมดต้องยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ และจะต้องแนบสำเนาใบรับรอง (Certificate) ดังกล่าวในวันที่ยื่นข้อเสนอ 4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายและให้บริการ และมีหนังสือรับรองการ ได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคที่ระบุเฉพาะสำหรับโครงการนี้เท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ หน่วยงานว่าจะได้รับการสนับสนุนด้านการบำรุงรักษาและด้านเทคนิค จากผู้ผลิตหรือสาขาของผู้ผลิตใน ประเทศไทย โดยจะต้องแนบสำเนาเอกสารดังกล่าวในวันที่ยื่นข้อเสนอ มีรายการผู้ผลิตและอุปกรณ์ดังนี้ 4.3.1 อุปกรณ์ยี่ห้อ DELL ตามข้อ 5.1.1.1, 5.1.1.3, 5.1.1.5, 5.1.2.2, 5.1.2.3, 5.1.2.4 4.3.2 อุปกรณ์ยี่ห้อ HP ตามข้อ 5.1.1.2
4.3.3 อุปกรณ์ยี่ห้อ Lenovo ตามข้อ 5.1.1.4
/4.4 กรณี…
- 3 -
4.4 กรณีมีรายการใดอยู่นอกเหนือข้อกำหนดที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน แต่ส่งผลให้ระบบหรือ อุปกรณ์ในงานจ้างบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และระบบ บริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง ประจำปีงบประมาณ 2570 ไม่สามารถทำงานได้ตามความต้องการของ รฟม. ให้ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ตรงตามความต้องการที่ รฟม. ได้กำหนดไว้ โดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติม
- ขอบเขตของงานจ้าง
5.1 บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบภายนอก ระบบ อุปกรณ์ ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลและอุปกรณ์ต่อควบ ดังนี้
5.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายพร้อมอุปกรณ์ต่อควบ
5.1.1.1 Rack Server ยี่ห้อ DELL รุ่น PowerEdge R740 จำนวน 2 ชุด (ระบบ VMware - ศูนย์ข้อมูลสำรอง)
5.1.1.2 Rack Server ยี่ห้อ HP รุ่น DL380 (G10) จำนวน 2 ชุด (ระบบ VMware - ศูนย์ข้อมูลสำรอง)
5.1.1.3 Rack Server ยี่ห้อ Dell vSAN Ready Node รุ่น R640 จำนวน 3 ชุด (ระบบ ERP – ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก)
5.1.1.4 Rack Server ยี่ห้อ Lenovo รุ่น ThinkSystem SR650 จำนวน 3 ชุด (ระบบ Big Data)
5.1.1.5 Rack Server ยี่ห้อ Dell รุ่น R740 จำนวน 1 ชุด (ระบบ EIS – ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก)
5.1.2 อุปกรณ์ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบภายนอกพร้อมอุปกรณ์ต่อควบ
5.1.2.1 ยี่ห้อ HP รุ่น 3PAR8400 จำนวน 1 ชุด (ศูนย์ข้อมูลหลัก)
5.1.2.2 ยี่ห้อ DELL รุ่น SC5020 จำนวน 1 ชุด (ศูนย์ข้อมูลสำรอง)
5.1.2.3 ยี่ห้อ DELL รุ่น SCv3020 จำนวน 1 ชุด (ศูนย์ข้อมูลหลัก)
5.1.2.4 ยี่ห้อ Dell EMC ME4012 จำนวน 1 ชุด (ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP))
5.1.3 อุปกรณ์ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบภายนอกยี่ห้อ HITACHI รุ่น G10 จำนวน 2 ชุด (ระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่าย)
5.1.4 อุปกรณ์ Monitor ยี่ห้อ HP รุ่น S340C จำนวน 2 ชุด 5.1.5 ระบบ Active Directory/DNS/DHCP/ADFS
5.1.6 ระบบ NTP
5.1.7 ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ BYOD VMware Workspace One
5.1.8 ระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่าย (HCP Anywhere)
5.1.9 ระบบบริหารจัดการ Log (SIEM)
5.1.10 ระบบแจ้งปัญหาการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ (Help Desk)
5.1.11 ระบบบริหารจัดการซอฟต์แวร์ Antivirus (Kaspersky Security Center)
/5.1.12 ระบบ…
- 4 -
5.1.12 ระบบบริหารจัดการของอุปกรณ์ External Storage ตามข้อ 5.1.2
5.2 จัดหาซอฟต์แวร์ ต่อสิทธิการใช้และสิทธิการรับประกันระบบและอุปกรณ์ภายในรอบบำรุงรักษา ระบบและอุปกรณ์งวดที่ 1 โดยมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 1 ปีมีรายการ ดังนี้
5.2.1 การรับประกันอุปกรณ์และสิทธิการใช้งานซอฟต์แวร์ควบคุมอุปกรณ์ตามข้อ 5.1.1 – 5.1.2 จากผู้ผลิต ยกเว้น ข้อ 5.1.2.1 (ยี่ห้อ HP รุ่น 3PAR8400)
5.2.2 การรับประกันอุปกรณ์ตามข้อ 5.1.2.1 (ยี่ห้อ HP รุ่น 3PAR8400) และ 5.1.3 (HITACHI รุ่น G10) ให้ต่อกับบริษัทที่ให้บริการรับประกันที่น่าเชื่อถือ
รายการต่อไปนี้ให้ต่อสิทธิการใช้งาน สิทธิการแจ้งปัญหา และสิทธิการปรับปรุงระบบ 5.2.3 ซอฟต์แวร์บริหารจัดการอุปกรณ์ จำนวน 500 ชุด BYOD VMware Workspace One (Cloud Subscription) จากผู้ผลิต
5.2.4 ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ Log (SIEM) จำนวน 1,000ชุด(EPS) (ArcSight Logger Standard) จากผู้ผลิต
5.2.5 ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ซอฟต์แวร์ VMware Cloud Foundation จำนวน 1 แกนประมวลผลรวมแล้วจำนวน 24 แกน (3x8)
5.2.6 ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือนของศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (DR) VMware vSphere Foundation ดังนี้
5.2.6.1 ซอฟต์แวร์ VMware vCenter Server จำนวน 1 ชุด
5.2.6.2 ซอฟต์แวร์ VMware vSphere ESX จำนวน 4 ชุด
ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือนของศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (DR) มีแกนประมวลผลรวม แล้วจำนวน 124 แกน
5.2.7 ต่อสิทธิการใช้งาน Line Official Account Manager แบบรายเดือน (Package Pro + Premium ID + แชทแพ็กเกจแบบ Paid) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตลอดอายุสัญญา 5.2.8 ต่อสิทธิการใช้งาน Trend Micro ดังนี้
5.2.8.1Endpoint Security – Pro 25 Unit
5.2.8.2Endpoint Security – Essentials 200 Unit
5.3 ข้อกำหนดการบำรุงรักษาแบบ Preventive Maintenance (PM) ต้องบำรุงรักษาระบบและ อุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อย ดังนี้
5.3.1 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบภายนอกพร้อมอุปกรณ์ต่อ ควบ ตามข้อ 5.1.1 – 5.1.3
5.3.1.1 ทำการดูดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาดตัวเครื่อง
5.3.1.2 ทำการ Backup ตรวจสอบความถูกต้องของ Configuration
5.3.1.3 ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟ สายสัญญาณต่างๆ
5.3.1.4 ตรวจสอบการทำงานของ OS, Memory, CPU, Hard disk, Interfaces, Power Supply เป็นต้น
5.3.1.5 ตรวจสอบการกำหนด Policy ควบคุมการใช้งาน
5.3.1.6 ตรวจสอบ แก้ไข ติดตั้ง ปรับปรุง Software ต่างๆ ของอุปกรณ์ให้เป็นปัจจุบัน 5.3.1.7 ตรวจสอบการจัดส่ง Syslog ไปเก็บบนอุปกรณ์จัดเก็บ Log ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง (ถ้ามี) 5.3.1.8 ตรวจสอบและแก้ไขการแจ้งเตือนต่างๆ
5.3.2 ซอฟต์แวร์ ระบบสารสนเทศ ระบบงานต่างๆ ตามข้อ 5.1.5 – 5.1.12
/5.3.2.1 ตรวจสอบ… - 5 -
5.3.2.1 ตรวจสอบความถูกต้องของ Configuration (ถ้ามี)
5.3.2.2 ตรวจสอบฟังก์ชันการทำงานของระบบที่ รฟม. จำเป็นต้องใช้งาน
5.3.2.3 ตรวจสอบการทำงานของ OS, Memory, CPU, Hard Disk, Interfaces
5.3.2.4 ตรวจสอบการกำหนด Policy ควบคุมการใช้งานต่างๆ
5.3.2.5 ตรวจสอบเวอร์ชันของซอฟต์แวร์ ระบบสารสนเทศ ระบบงานต่างๆ หากพบว่ามี เวอร์ชันใหม่ ให้ตรวจสอบความเข้ากันของระบบ และ/หรือ อุปกรณ์ก่อนดำเนินการปรับปรุงเวอร์ชันดังกล่าว 5.3.3 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำเนินการตรวจสอบ บำรุงรักษาในวันและเวลาทำการของ รฟม. (วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลาทำการ 08.00 – 17.00 น.) หรือตาม วันและเวลาที่ รฟม. กำหนด (ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการในวันและเวลาทำการได้) 5.3.4 หลังจากที่ผู้รับจ้างได้ทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามแต่ละงวดจนแล้วเสร็จผู้รับจ้าง ต้องจัดทำรายงานเอกสารสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมด พร้อม ทั้งให้ข้อเสนอแนะ วิธีแก้ไขปัญหา และต้องจัดให้มีทีมงานที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในการดูแลระบบ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูล ระบบสนับสนุนการทำงานต่างๆ ของศูนย์คอมพิวเตอร์ ประชุมเพื่อนำเสนอรายงานสรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาให้ รฟม. รับทราบทุกครั้ง ภายใน 10 วัน ทำการ หรือตามวันเวลาที่ รฟม. กำหนด รวมถึงต้องจัดทำใบลงชื่อผู้เข้าร่วมฟังรายงานสรุปฯ ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องส่งเอกสารรายงานในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลที่สมบูรณ์ซึ่งได้รับการยอมรับหรือปรับแก้ไขแล้ว จาก รฟม. ภายใน 20 วันทำการ นับถัดจากวันที่ประชุมเพื่อนำเสนอรายงานสรุปผลการตรวจสอบและ บำรุงรักษาในแต่ละงวด โดยจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ลงบนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด 5.3.5 ตามข้อ 5.3.3 – 5.3.4 ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.3.6 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสำรองข้อมูลทั้งในส่วนของ System และ Configuration ที่ จำเป็นและมีความสำคัญของอุปกรณ์และระบบทั้งหมด (ถ้ามี) โดยต้องจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ลงบนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด ต่อรอบการบำรุงรักษา ทั้งนี้ให้จัดส่งพร้อมกับรายงานสรุปผลการ ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมด ตามข้อ 5.3.4 ในการประชุมแต่ละครั้งด้วย
5.3.7 การบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์ตามข้อ 5.1 มีรอบเวลาการให้บริการบำรุงรักษาจำนวน รวม 4 ครั้ง หากในระหว่างดำเนินโครงการมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวันและเวลาจากแผนงานที่ได้ เสนอให้ รฟม. ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนถึงวันที่กำหนดอย่าง น้อย 5 วันทำการ โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
5.3.8 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการออกแบบ ติดตั้ง และกำหนดค่า พร้อมทั้งดำเนินการรวมระบบ VMware vCenter จากหลาย vCenter (Multi-vCenter) ให้เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเดียว (Centralized vCenter Management) พร้อมนำเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายยี่ห้อ Lenovo รุ่น ThinkSystem SR650 (ระบบ Big Data) (ข้อ 5.1.1.4) เข้าสู่ระบบ VMware vCenter เพื่อให้สามารถ บริหารจัดการทรัพยากรเสมือนทั้งหมดได้จาก vCenter เดียว
5.3.9 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการปรับปรุงระบบบริหารจัดการ Log (SIEM) และต้องดำเนินการ ติดตั้ง กำหนดค่า และนำเข้าข้อมูล Log จากเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ทุกระบบของ รฟม. เข้าสู่ ระบบ SIEM อย่างน้อย 100 เครื่อง จนสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
5.4 ข้อกำหนดการบำรุงรักษาแบบ Corrective Maintenance (CM)
5.4.1 ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามข้อกำหนดนี้ ผู้รับจ้างตกลงยอมรับประกันความชำรุด บกพร่องหรือขัดข้องของอุปกรณ์/ระบบดังนี้
/1) ระบบ… - 6 -
- ระบบและอุปกรณ์ (Hardware) ตามข้อ 5.1.1 - 5.1.2 ยกเว้น ข้อ 5.1.2.1 (ยี่ห้อ HP รุ่น 3PAR8400) ต้องรับประกันโดยบริษัทผู้ผลิต แบบตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน และ Onsite Support ภายใน 4 ชั่วโมง (24x7x4)
- ระบบและอุปกรณ์ (Hardware) ตามข้อ 5.1.2.1 (ยี่ห้อ HP รุ่น 3PAR8400), 5.1.3 - 5.1.4 ต้องรับประกันโดยบริษัทที่น่าเชื่อถือ แบบตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน และ Onsite Support ภายใน 4 ชั่วโมง (24x7x4)
- ระบบตามข้อ 5.1.6 - 5.1.10 ให้มีการรับประกันความพร้อมใช้งานโดยผู้รับจ้างแบบ ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน และ Onsite Support ภายใน 4 ชั่วโมง (24x7x4)
- ระบบตามข้อ 5.1.5, 5.1.11-5.1.12 ให้มีการรับประกันความพร้อมใช้งานโดยผู้รับจ้าง แบบตลอด 8 ชั่วโมง 5 วัน และเข้ามาแก้ไขในวันทำการถัดไป (Next Business Day) (8x5x(NBD)) หากอุปกรณ์/ระบบชำรุดบกพร่อง หรือมีการแสดงผลไม่ถูกต้องหรือไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน รฟม. จะแจ้งให้ผู้รับจ้างทำการแก้ไข ปรับปรุง ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุด บกพร่องนั้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง การที่จะแก้ไขซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจและ การตัดสินใจของ รฟม. แต่เพียงผู้เดียว
5.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ไว้รับแจ้งปัญหา และแจ้งแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นภายใน 2 ชั่วโมง ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และทางโทรศัพท์ นับตั้งแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องให้ผู้รับจ้างทราบทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด
5.4.3 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จสามารถใช้งานได้ เป็นปกติดีดังเดิมภายใน 24 ชั่วโมง (ยกเว้นข้อ 5.1.5, 5.1.11-5.1.12 จะต้องซ่อมแซมและแก้ไขให้แล้วเสร็จ ในวันทำการวันถัดไป) นับแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องดังกล่าว ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาแก้ไข ซ่อมแซม ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมมาใช้ทดแทนเพื่อให้ รฟม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่าง ต่อเนื่อง โดยอะไหล่หรือวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการซ่อมแซมแก้ไข หรือให้ใช้เป็นการชั่วคราว หรือที่นำมา เปลี่ยนให้ใหม่นั้น จะต้องมีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่าของเดิม กรณีการเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ให้ใหม่ วัสดุอุปกรณ์นั้น จะต้องเป็นของใหม่ที่ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน และไม่เป็นของเก่าเก็บ
5.4.4 หากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไข ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ข้างต้นได้ รฟม. มีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายอื่นให้ดำเนินการแทนจนกว่าการซ่อมแซมแก้ไข หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ เสร็จสิ้น โดยไม่ทำให้ระยะเวลาการรับประกันสิ้นสุดลง และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ทั้งสิ้น โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รฟม. จะหักออกจากค่าจ้างหรือเงินอื่นๆ ที่ค้างจ่าย
5.4.5 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมพาหนะ หรือบริการรับ - ส่งเจ้าหน้าที่ รฟม. ในการปฏิบัติงานนอก สถานที่ เพื่อการซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์นอกสถานที่ทุกครั้ง ตามที่เจ้าหน้าที่ รฟม. ร้องขอ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงจากการเดินทางดังกล่าว
5.4.6 กรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมนอกช่วงวันและเวลาทำการของ รฟม. ผู้รับจ้าง ต้องสามารถบำรุงรักษาแก้ไขซ่อมแซมจนกว่างานจะแล้วเสร็จ หรือเข้ามาบำรุงรักษา แก้ไขซ่อมแซมตามวัน และเวลาที่ รฟม. กำหนดได้
5.5 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมเริ่มงาน (Kickoff Meeting) ภายใน 15 วันทำการนับถัดจากวันที่ ลงนามในสัญญา เพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของงานและนำเสนอแผนการดำเนินงาน รายชื่อผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อสำรอง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ E-mail Address และ ช่องทางการแจ้งปัญหา ทั้งนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างดำเนินโครงการ ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือแจ้งให้ /รฟม. ทราบ…
- 7 -
รฟม. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด โดยให้เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายหลังการ ประชุมผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายงานการประชุมและแผนการดำเนินงานให้ รฟม. ภายใน 10 วันทำการนับถัด จากประชุมเริ่มงาน (Kickoff Meeting)
5.6 ในกรณีที่ รฟม. มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายอุปกรณ์ รวมถึงการปรับแต่ง Configuration ต่างๆ ของระบบและอุปกรณ์ ตามข้อ 5.1 ทั้งในส่วนของ Hardware และ Software เพื่อให้ อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรืออุปกรณ์ที่ รฟม. จัดหามาใหม่ ในอนาคต ได้นั้น รฟม. สามารถร้องขอให้ผู้รับจ้างจัดส่งทีมงานหรือเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาดำเนินการ ณ สถานที่ติดตั้งได้ โดยแจ้งผ่านทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ E-mail ได้ทุกวันทำการของ รฟม. และผู้รับจ้างต้องจัดส่งทีมงานหรือเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการภายใน 15 วัน โดยนับจากวันที่ รฟม. แจ้งให้ ผู้รับจ้างทราบ หรือตามวันและเวลาที่ รฟม. กำหนด พร้อมทั้งจัดทำแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนการประเมิน ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการรับมือกรณีเกิดข้อผิดพลาดต่างๆ รวมถึง แผนทดสอบก่อนเข้ามาดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ผู้รับจ้างต้อง ประสานงานและติดตามกับผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
5.7 ในกรณีที่ รฟม. มีความจำเป็นต้อง ปิด/เปิด ระบบและอุปกรณ์ที่อยู่ในข้อ 5.1 รวมถึงการทดสอบ แผนการกู้คืนระบบ ผู้รับจ้างต้องจัดทีมงานหรือเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการด้วยทุกครั้ง ตามที่ รฟม. กำหนด 5.8 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทีมงานหรือเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ ดูแล ให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหา ทางด้านเทคนิคกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลระบบของ รฟม. ผ่านทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ E-mail และหาก ปัญหาข้างต้นไม่สามารถแก้ไขได้ รฟม. สามารถร้องขอให้ผู้รับจ้างจัดส่งทีมงานหรือเจ้าหน้าที่ที่มีความ เชี่ยวชาญ เข้ามาดำเนินการที่ รฟม. ภายในวันทำการถัดไป หรือวันและเวลาตามที่ รฟม. กำหนดได้ 5.9 หลังจากที่ผู้รับจ้างได้เข้าทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรอบเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างต้อง จัดส่งรายงานผลการตรวจสอบ บำรุงรักษา ซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ระบบสนับสนุนการ ทำงานต่างๆ และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลที่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้เช่น .docx, .xlsx เป็นต้น โดยต้องจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ลงบนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด เสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยรายงานต้องมีรายละเอียดครอบคลุมดังนี้
5.9.1 สรุปผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสนับสนุนการทำงานต่างๆ ที่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 5.3
5.9.2 ข้อมูลการ Backup System & Configuration ที่จำเป็นและสำคัญของระบบและอุปกรณ์ 5.9.3 รายงานการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 5.10 ภายในรอบบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์งวดที่ 2 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีทีมงานที่มีความรู้และมี ประสบการณ์เพื่อทำการวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูล และระบบสนับสนุนการ ทำงานของศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก รฟม. ที่ใช้งานในปัจจุบัน โดยต้องสรุปผลการวิเคราะห์พร้อมทั้งให้ ข้อเสนอแนะเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น และรองรับการใช้งานในอนาคตได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยต้องจัดทำผลการวิเคราะห์และข้อเสนอแนะต่างๆ เป็น Digital File ที่สามารถแก้ไข ปรับปรุงได้เช่น .docx, .xlsx, .vsdx เป็นต้น โดยต้องจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ลงบนพื้นที่ Cloud Storage ตามที่ รฟม. กำหนด เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พร้อมทั้งต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อสรุปผล และให้ข้อเสนอแนะแก่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบตามวันและเวลาที่ รฟม. กำหนด
5.11 ผู้รับจ้างจะต้องส่งบุคลากรเป็นตัวแทนเข้าร่วมการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Awareness) อย่างน้อย 1 คน เพื่อสร้างความตระหนักที่เหมาะสม ทบทวน นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และขั้นตอนปฏิบัติของ รฟม. /5.12 การปรับค่า… - 8 -
5.12 การปรับค่า (Configuration) หรือการเปลี่ยนแปลงค่าใดๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือระบบตามข้อ 5.1 อันเนื่องมาจากความผิดปกติหรือความต้องการของ รฟม. ผู้รับจ้างต้องแจ้งก่อนดำเนินการปรับค่า (Configuration) หรือการเปลี่ยนแปลงค่าใดๆ อย่างน้อย 10 วันทำการ และผู้รับจ้างต้องจัดทำสรุป รายละเอียดของการดำเนินงานในแต่ละครั้ง โดยให้แสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เช่น สาเหตุ หรือปัจจัย สถานะก่อนและหลังการปรับค่าหรือเปลี่ยนแปลงค่า วัน/เวลาที่ดำเนินการ รวมถึงผู้ดำเนินการ เป็นอย่างน้อย
5.13 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยปรับปรุง Security Patch หรือช่องโหว่ ของระบบและ/หรืออุปกรณ์ทั้งหมด ตามที่ รฟม. ร้องขอ 5.14 กรณีที่ รฟม. ตรวจพบช่องโหว่ หรือมีการประกาศช่องโหว่อย่างเป็นทางการ ผู้รับจ้างต้องปิดช่อง โหว่ (Hardening) และรายงานผลการปิดช่องโหว่ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบ โดยต้องดำเนินการ ตามรายละเอียด ดังนี้
5.14.1 กรณีช่องโหว่ระดับวิกฤติ (Critical) ภายใน 30 วัน
5.14.2 กรณีช่องโหว่ระดับสูง (High) ภายใน 45 วัน
5.14.3 กรณีช่องโหว่ระดับปานกลาง (Medium) ภายใน 60 วัน
5.14.4 กรณีช่องโหว่ระดับต่ำ (Low) ภายใน 120 วัน
นับแต่วันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานแจ้งผู้รับจ้างรับทราบ หากผู้รับจ้างไม่สามารถ ปิดช่องโหว่ดังกล่าวได้ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนลดความเสี่ยงหรือกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมเพื่อ ป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมระบุเหตุผลที่ไม่สามารถปิดช่องโหว่ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ทราบภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงาน แจ้งผู้รับจ้าง รับทราบ
5.15 ผู้รับจ้างต้องสำรวจอุปกรณ์และระบบทั้งหมด พร้อมจัดทำและปรับปรุงเอกสาร Role Matrix แสดงสิทธิการเข้าถึงระบบโดยครอบคลุมถึง Module ย่อยทั้งหมด รวมถึง User กลุ่มต่างๆ ด้วย เช่น System User ตามรูปแบบที่ รฟม. กำหนด
5.16 ผู้รับจ้างต้องสำรวจอุปกรณ์และระบบทั้งหมด พร้อมจัดทำและปรับปรุงเอกสาร Configuration Baseline และ Asset Inventory รูปแบบที่ รฟม. กำหนด
5.17 กรณี รฟม. มีความจำเป็นต้องทำลายข้อมูลของอุปกรณ์ในสัญญานี้หรืออุปกรณ์ที่ รฟม. ต้องการ ทำลายข้อมูล ผู้รับจ้างต้องเสนอวิธีทำลายข้อมูล (Data Destruction) วิธีการลบข้อมูลการตั้งค่า (Configuration) และวิธีการทำลายอื่นๆ ทั้งหมดที่อยู่บนอุปกรณ์ให้ ฝทท. พิจารณา โดยการทำลายข้อมูลนี้ ให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง
- กำหนดการส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570 - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอ รฟม. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา - วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
20,000,000.00 (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
/9. งวดงาน…
- 9 -
- งวดงานและการจ่ายเงิน
การชำระเงินตามสัญญา แบ่งออกเป็น 4 งวด ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีรายละเอียดดังนี้ 9.1 งวดที่ 1 ชำระเงินจำนวนร้อยละ 25 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขครั้งที่ 1 เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 - 31 ธันวาคม 2569 และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ตามข้อ 5.2, 5.3.8, 5.5, 5.9 9.2 งวดที่ 2 ชำระเงินจำนวนร้อยละ 25 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขครั้งที่ 2 เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 - 31 มีนาคม 2570 และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ตามข้อ 5.3.9, 5.9-5.10, 5.15-5.16 9.3 งวดที่ 3 ชำระเงินจำนวนร้อยละ 25 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขครั้งที่ 3 เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 - 30 มิถุนายน 2570 และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ตามข้อ 5.9
9.4 งวดที่ 4 ชำระเงินจำนวนร้อยละ 25 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการบำรุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขครั้งที่ 4 เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2570 - 30 กันยายน 2570 และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ตามข้อ 5.9
ทั้งนี้กรณีที่ รฟม. ไม่สามารถทำสัญญาจ้างได้เต็มจำนวน 12 เดือน (1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2570) ในการกำหนดค่าจ้างในเดือนแรกหรือเดือนอื่นๆ ที่มีการจ้างไม่ครบเดือน ให้กำหนดค่าจ้างเป็นรายวัน ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว หารด้วยจำนวน 30 วัน - อัตราค่าปรับ
10.1 จากข้อกำหนดการบำรุงรักษาแบบ Corrective Maintenance (CM) ตามข้อ 5.4.2 ในกรณี ที่ผู้รับจ้างไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์รับทราบการแจ้งปัญหาภายในเวลา 2 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องดังกล่าว ผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. ปรับเป็นรายชั่วโมง ในอัตราร้อยละ 0.01 (ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง) ของมูลค่าสัญญาจ้าง โดยเศษของชั่วโมงให้คิดเป็นหนึ่งชั่วโมง นับตั้งแต่ครบกำหนดเวลาดังกล่าวจนกว่าผู้รับจ้างจะเริ่มดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จ โดยค่าปรับ
ข้างต้นผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. หักออกจากค่าจ้างหรือเงินอื่นๆ ที่ค้างจ่าย
10.2 จากข้อกำหนดการบำรุงรักษาแบบ Corrective Maintenance (CM) ตามข้อ 5.4.3 ถ้าปรากฏ ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จเป็นปกติดีดังเดิมภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ รฟม. ได้แจ้งความชำรุดบกพร่องดังกล่าว ผู้รับจ้างยินยอมให้รฟม. ปรับเป็นรายวัน ในอัตรา ร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของมูลค่าสัญญาจ้าง โดยเศษของวันให้คิดเป็นหนึ่งวันซึ่งนับตั้งแต่ครบ กำหนดเวลาที่ผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้แก่ รฟม. จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ทำการ ซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จ และสามารถใช้งานได้ดีดังเดิมเรียบร้อยแล้ว ค่าปรับข้างต้น ผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. หักออกจากค่าจ้างหรือเงินอื่นๆ ที่ค้างจ่าย
10.3 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดส่งผลการดำเนินการตามข้อ 5.3 (Preventive Maintenance (PM)) หรือไม่ สามารถดำเนินการตามข้อ 5.6 - 5.17 ภายในเวลาที่ รฟม. กำหนด ผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. ปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ 0.01 (ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง) ของมูลค่าสัญญาจ้าง โดยเศษของวันให้คิดเป็นหนึ่งวัน นับตั้งแต่ครบกำหนดวันดังกล่าวจนกว่าจะจัดส่งผลการดำเนินการ โดยค่าปรับข้างต้นผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. หักออกจากค่าจ้างหรือเงินอื่นๆ ที่ค้างจ่าย
/11. การกำหนด…
- 10 -
- การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570
ข้อสงวนสิทธิ์
12.1 ผู้รับจ้าง และ/หรือ เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างที่เข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ต้อง
รับทราบและปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ที่ ปรากฏดังภาคผนวก และจะต้องรักษาความลับต่างๆ ที่ได้จากการปฏิบัติงาน โดยห้ามมิให้ผู้รับจ้าง และ/ หรือ เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างนำข้อมูลส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดที่ได้จากการปฏิบัติงานใน รฟม. ไปทำซ้ำ เผยแพร่ หรือวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อการอื่นใด ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการหาผลประโยชน์หรือไม่ ก็ตามหาก รฟม. ตรวจพบ ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าค่าจ้างทั้งหมดที่กำหนดไว้ ในสัญญา ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง และ/หรือ เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างต้องลงนามในสัญญาการเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็น
ความลับ (Non-Disclosure Agreement) ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามรูปแบบที่ รฟม. กำหนด 12.2 ผู้รับจ้างต้องใช้กระดาษที่ได้รับเครื่องหมายฉลากเขียว หรือได้รับการรับรองมาตรฐาน เลขที่ มอก.1054 : มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระดาษถ่ายเอกสาร หรือผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ คุณลักษณะที่ต้องการที่กําหนดในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าว หรือมาตรฐานระดับประเทศที่ เทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานระหว่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ISO ในการจัดทํารายงาน
12.3 ผู้รับจ้างต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ได้รับมาตรฐานฉลากเขียว หรือเทียบเท่า ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง จะต้องเสนอรายละเอียดคุณสมบัติ ยี่ห้อ และแค็ตตาล็อกของน้ำยาเคมีที่จะนำมาใช้งานให้พิจารณาก่อนเริ่ม ปฏิบัติงาน
13. ผู้ประสานงานของ รฟม.
13.1 นายจิรายุทธ จิตรังษีพนักงานบริหารระบบคอมพิวเตอร์ระดับ 7 แผนกปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ กองปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรศัพท์ 0 2716 4000 ต่อ 2579 13.2 นายสมเจตน เวชปัญญาดำรง พนักงานบริหารระบบคอมพิวเตอร์ระดับ 7 แผนกปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ กองปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรศัพท์0 2716 4000 ต่อ 2551
- 11 -
ภาคผนวก
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
MASS RAPID TRANSIT AUTHORITY OF THAILAND
รัฐวิสาหกิจภายใตกํากับของรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม
A STATE ENTERPRISE UNDER SUPERVISION OF MINISTER OF TRANSPORT
ประกาศการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 14)
ดวยพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการทําธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสภาครัฐ พ.ศ. 2549 มาตรา 5 กําหนดใหหนวยงานของรัฐตองจัดทําแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ดานสารสนเทศ เพื่อใหการดําเนินการใด ๆ ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสกับหนวยงานของรัฐหรือโดยหนวยงานของรัฐ มีความมั่นคงปลอดภัยและเชื่อถือได จึงสงผลใหระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย (รฟม.) ตองมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางครบถวนเพื่อธํารงไวซึ่งความลับ
(Confidentiality) ความถูกตองครบถวน (Integrity) และสภาพพรอมใชงาน (Availability) ของสารสนเทศ รวมทั้ง คุณสมบัติอื่น ไดแก ความถูกตองแทจริง (Authenticity) ความรับผิด (Accountability) การหามปฏิเสธความรับผิดชอบ (Non-repudiation) และความนาเชื่อถือ (Reliability)
ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่องแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศของหนวยงานของรัฐ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ขอ 14 กําหนดใหหนวยงานของรัฐตองกําหนด ความรับผิดชอบที่ชัดเจน กรณีระบบคอมพิวเตอรหรือขอมูลสารสนเทศเกิดความเสียหายหรืออันตรายใด ๆ แกองคกรหรือ ผูหนึ่งผูใด อันเนื่องมาจากความบกพรอง ละเลย หรือฝาฝนการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศ ทั้งนี้ ใหผูบริหารระดับสูงสุดของหนวยงาน (Chief Executive Officer: CEO) เปนผูรับผิดชอบ ตอความเสี่ยง ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้น
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 25 แหงพระราชบัญญัติการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย พ.ศ. 2543 ผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย จึงออกประกาศการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังตอไปนี้
- วัตถุประสงคและขอบเขต
เพื่อใหการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เปนไปอยางเหมาะสม มีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัย และสามารถดําเนินงานไดอยางตอเนื่อง รวมทั้งปองกันปญหาและลดผลกระทบจากการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในลักษณะที่ไมถูกตองหรือจากการถูกคุกคามจากภัยตาง ๆ จึงไดกําหนดนโยบายเพื่อควบคุมการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนี้
1.1 การเขาถึงหรือควบคุมการใชงานสารสนเทศครอบคลุม 4 ดาน คือ
1.1.1 การเขาถึงระบบสารสนเทศ (Access control) ตองตรวจสอบการอนุมัติสิทธิ์การเขาถึงระบบและ กําหนดรหัสผาน การลงทะเบียนผูใชงานเพื่อใหผูใชที่มีสิทธิ์(User authentication) เทานั้นที่สามารถ เขาถึงระบบไดรวมถึงมีการเก็บบันทึกขอมูลการเขาถึงระบบ (Access log)และขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร ทั้งนี้ การใหสิทธิ์การใชงานระบบสารสนเทศนั้นตองใหสิทธิ์อยางเหมาะสมและเพียงพอ (Need to know and Need to use)
/1.1.2 การเขาถึง…
175 ถนนพระราม 9 แขว งห้วยขวาง เขตห้วยขวา ง กร ุงเท พมหา น คร 103 10 โทร ศัพท 0 271
์ 6 40 00 โทร สา ร 0 271 6 40 19
175 Rama IX Ro ad, Hu ai Khwang, Bangkok 10310, Thailand, Tel .66 27 16 40 00 Fax. 66 27 16 40 19 http://www.mrta.co.th
- 2 – 2 -
1.1.2 การเขาถึงระบบเครือขาย(Networkaccesscontrol)ตองกําหนดเสนทางการเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอร การรับ - สง หรือการไหลเวียนขอมูลหรือสารสนเทศจะตองผานระบบการรักษาความปลอดภัยที่องคกร จัดสรรไวเชน Firewall IDS/IPS Proxy หรือการตรวจสอบไวรัสคอมพิวเตอรเปนตน เพื่อควบคุมและ ปองกันภัยคุกคามอยางเปนระบบ
1.1.3 การเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Operating system access control) เพื่อปองกันการเขาถึงระบบปฏิบัติการ โดยไมไดรับอนุญาต โดยกําหนดใหมีการยืนยันตัวตนเพื่อระบุถึงตัวตนของผูใชงาน รวมทั้งกําหนดใหมี การจํากัดระยะเวลาในการเชื่อมตอเพื่อใหมีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
1.1.4 การเขาถึงโปรแกรมประยุกตหรือแอปพลิเคชันและสารสนเทศ (Applicationand Information access control)ตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยใหสิทธิ์เฉพาะระบบงานสารสนเทศ ที่ตองปฏิบัติตามหนาที่เทานั้น รวมทั้งมีการทบทวนสิทธิ์การเขาใชงานระบบสารสนเทศอยางสม่ําเสมอ
1.2 มีระบบสารสนเทศและระบบสํารองที่อยูในสภาพพรอมใชงาน รวมทั้งมีแผนเตรียมพรอมในกรณีฉุกเฉินหรือ กรณีที่ไมสามารถดําเนินการตามวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสไดเพื่อใหสามารถใชงานสารสนเทศไดตามปกติ อยางตอเนื่อง
1.3 ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงของระบบสารสนเทศอยางสม่ําเสมอ
- แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม.
แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. ใชแนวทางและกระบวนการ อางอิงตาม 1) ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่องแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศของหนวยงานรัฐ พ.ศ. 2553 2) ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่อง มาตรฐาน การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศตามวิธีการแบบปลอดภัย พ.ศ. 2555 และ 3) มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 โดยแบงแนวปฏิบัติออกเปน 17 สวน ตามเอกสารแนบทายประกาศ ดังตอไปนี้
2.1 นโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสําหรับผูบริหาร (สวนที่ 1)
2.2 ความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวกับบุคลากร (สวนที่ 2)
2.3 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและสิ่งแวดลอม (สวนที่ 3)
2.4 การจัดการทรัพยสิน (สวนที่ 4)
2.5 การจัดหา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ (สวนที่ 5)
2.6 การควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (สวนที่ 6)
2.7 การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย (สวนที่ 7)
2.8 การควบคุมหนวยงานภายนอกและผูใชงาน (บุคคลภายนอก) เขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (สวนที่ 8) 2.9 การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ของ รฟม. (สวนที่ 9)
2.10 การใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลน(สวนที่ 10)
2.11 การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส(สวนที่ 11)
2.12 การสํารองขอมูลและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร (สวนที่ 12)
2.13 การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง (สวนที่ 13)
2.14 การถายโอน และการแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ (สวนที่ 14)
2.15 การควบคุมการเขารหัส (สวนที่ 15)
2.16 การนําอุปกรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device) (สวนที่ 16)
2.17 การใชบริการ Cloud (Cloud Services) (สวนที่ 17)
/แนวปฏิบัติ …
- 3 – 3 -
แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามขอ 2. จัดเปนมาตรฐานดานความมั่นคง ปลอดภัยในการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ซึ่งบุคลากรของ รฟม. หนวยงานภายนอก รวมถึงผูใชบริการ ระบบสารสนเทศของ รฟม. ที่เกี่ยวของจะตองปฏิบัติตามอยางเครงครัด
- กรณีระบบคอมพิวเตอรหรือขอมูลสารสนเทศเกิดความเสียหาย หรืออันตรายใด ๆ แกองคกรหรือผูหนึ่งผูใด อันเนื่องมาจากความบกพรอง ละเลย หรือฝาฝนการปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย(ChiefExecutive Officer: CEO) เปนผูรับผิดชอบ ตอความเสี่ยง ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้น และดําเนินการตรวจสอบขอเท็จจริงกรณีที่ระบบคอมพิวเตอรหรือ ขอมูลสารสนเทศเกิดความเสียหายหรืออันตรายใด ๆ แกหนวยงานหรือผูหนึ่งผูใด รวมทั้งใหพิจารณาลงโทษตามเหตุอันควร
นโยบายนี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนด 7 วัน นับแตวันที่ผูมีอํานาจลงนาม
15
ประกาศ ณ วันที่ กันยายน พ.ศ. 2568
(นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี)
ผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
สารบัญ
เรื่อง หนา คํานิยาม……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….1 สวนที่ 1 นโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสําหรับผูบริหาร……………………………………………………………….3 สวนที่ 2 ความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวกับบุคลากร………………………………………………………………………………………………..4 สวนที่ 3 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางดานกายภาพและสิ่งแวดลอม………………………………………………………………7 สวนที่ 4 การจัดการทรัพยสิน ………………………………………………………………………………………………………………………….8 สวนที่ 5 การจัดหา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ…………………………………………………………………..10 สวนที่ 6 การควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ……………………………………………………………………………….12 สวนที่ 7 การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย……………………………………………………………………………………….22 สวนที่ 8 การควบคุมหนวยงานภายนอกหรือผูใชงานภายนอกเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ……………………………..23 สวนที่ 9 การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ ของ รฟม. ………………………………………………………………25 สวนที่ 10 การใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลน……………………………………………………………………………………28 สวนที่ 11 การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส…………………………………………………………………………………………………..32 สวนที่ 12 การสํารองขอมูลและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร…………………………………………………………33 สวนที่ 13 การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง………………………………………………………………………………………………35 สวนที่ 14 การถายโอน และแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ………………………………………………………………………………….38 สวนที่ 15 การควบคุมการเขารหัส…………………………………………………………………………………………………………………39 สวนที่ 16 การนําอุปกรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device)……………………………………………………………….40 สวนที่ 17 การใชบริการ Cloud (Cloud Services)………………………………………………………………………………..…………..49
1
เอกสารแนบทายประกาศ การรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ รฟม.
คํานิยาม
คํานิยามที่ใชในนโยบายนี้ ประกอบดวย
- รฟม. หมายถึง การรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
- ฝทท. หมายถึง ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ฝทบ. หมายถึง ฝายทรัพยากรบุคคล
- ผูบริหารระดับสูงสุด หมายถึงผูวาการการรถไฟฟาขนสงมวลชนแหงประเทศไทย
- ผูบังคับบัญชา หมายถึง ผูมีอํานาจสั่งการตามโครงสรางการบริหารของ รฟม.
- ผูใชงาน หมายถึง บุคคลที่ไดรับอนุญาตใหสามารถเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เพื่อประโยชน ในการดําเนินงานของ รฟม. ดังนี้
- ผูใชงานภายใน หมายถึง บุคลากรของ รฟม.
- ผูใชงานภายนอก หมายถึง บุคคลภายนอกที่ รฟม. อนุญาตใหเขามาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. เชน ที่ปรึกษา ผูปฏิบัติงานตามสัญญา หรือนิสิตนักศึกษาฝกงาน เปนตน
- ผูใชบริการ หมายถึงผูที่สมัครใชบริการระบบงานสารสนเทศของ รฟม. ผานเครือขายสาธารณะ (Internet) 8. หนวยงานภายนอก หมายถึง องคกรตาง ๆ รวมถึงผูรับจาง ซึ่ง รฟม. อนุญาตใหมีสิทธิ์ในการเขาถึง หรือใชขอมูล หรือสินทรัพยตาง ๆ ของ รฟม. โดยจะไดรับสิทธิ์ในการใชระบบตามประเภทงานตามอํานาจและตองรับผิดชอบ ในการรักษาความลับของขอมูล
- ผูดูแลระบบ หมายถึง พนักงานที่ไดรับมอบหมายจากผูบังคับบัญชาใหมีหนาที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาระบบ สารสนเทศ และพนักงานของผูรับจางที่รับผิดชอบติดตั้งหรือบํารุงรักษาระบบสารสนเทศให รฟม. 10. เจาของขอมูล หมายถึง ผูไดรับมอบอํานาจจากผูบังคับบัญชาใหรับผิดชอบขอมูลของระบบงานโดยเจาของขอมูล เปนผูรับผิดชอบขอมูลนั้น ๆ หรือไดรับผลกระทบโดยตรงหากขอมูลเหลานั้นเกิดสูญหาย
- มาตรฐาน หมายถึง บรรทัดฐานที่บังคับใชในการปฏิบัติการจริงเพื่อใหไดตามวัตุประสงคหรือเปาหมาย 12. ขั้นตอนปฏิบัติ หมายถึง รายละเอียดที่บอกขั้นตอนเปนขอ ๆ ที่ตองนํามาปฏิบัติเพื่อใหไดมาซึ่งมาตรฐานตามที่ได กําหนดไวตามวัตถุประสงค
- แนวปฏิบัติ หมายถึง แนวทางที่ตองปฏิบัติตามเพื่อใหสามารถบรรลุวัตถุประสงคหรือเปาหมายไดงายขึ้น 14. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information technology system) หมายถึง ระบบงานของ รฟม. ที่นําเอาเทคโนโลยี สารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร และระบบเครือขายสื่อสารขอมูลมาชวยในการสรางสารสนเทศที่ รฟม. สามารถ นํามาใชประโยชนในการวางแผน การบริหาร การสนับสนุน การใหบริการ การพัฒนาและควบคุมการติดตอสื่อสาร ซึ่งมีองคประกอบ ไดแก ระบบคอมพิวเตอร ระบบเครือขาย โปรแกรม ขอมูลและสารสนเทศ เปนตน 15. ขอมูลคอมพิวเตอรหมายถึง ขอมูล ขอความ คําสั่ง ชุดคําสั่ง หรือสิ่งอื่นใด ที่อยูในระบบคอมพิวเตอรในสภาพที่ระบบ คอมพิวเตอรอาจประมวลผลได และใหหมายความรวมถึงขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามกฎหมายวาดวยธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส
- ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร (Trafficlog) หมายถึง ขอมูลเกี่ยวกับการติดตอสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร ซึ่งแสดงถึง แหลงกําเนิด ตนทาง ปลายทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการติดตอสื่อสารของ ระบบคอมพิวเตอรนั้น
- สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอเท็จจริงที่ไดจากขอมูลนํามาผานการประมวลผล การจัดระเบียบใหขอมูล ซึ่งขอมูลอาจอยูในรูปของตัวเลข ขอความ หรือภาพกราฟกใหเปนระบบที่ผูใชสามารถเขาใจไดงาย และสามารถ นําไปใชประโยชนในการบริหาร การวางแผน การตัดสินใจ และอื่น ๆ
2 - ระบบคอมพิวเตอร (Computer system) หมายถึง อุปกรณหรือชุดอุปกรณของคอมพิวเตอรที่เชื่อมการทํางาน เขาดวยกันโดยไดมีการกําหนดคําสั่ง ชุดคําสั่งหรือสิ่งอื่นใด และแนวปฏิบัติงานใหอุปกรณหรือชุดอุปกรณทําหนาที่ ประมวลผลขอมูลโดยอัตโนมัติ
- ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Network system) หมายถึง ระบบที่สามารถใชในการติดตอสื่อสารหรือการสงขอมูล และสารสนเทศระหวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตาง ๆ ของ รฟม. เชน ระบบแลน (LAN) ระบบอินทราเน็ต (Intranet) ระบบอินเทอรเน็ต (Internet) เปนตน
- สิทธิ์ของผูใชงาน หมายถึง สิทธิ์ทั่วไป สิทธิ์จําเพาะ สิทธิพิเศษ และสิทธิ์อื่นใด ที่เกี่ยวของกับระบบสารสนเทศ ของหนวยงาน
- ความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศ หมายถึง การธํารงไวซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกตองครบถวน (Integrity) และสภาพพรอมใชงาน (Availability) ของสารสนเทศ รวมทั้งคุณสมบัติอื่น ไดแก ความถูกตองแทจริง (Authenticity) ความรับผิด (Accountability) การหามปฏิเสธความรับผิด (Non-repudiation) และความนาเชื่อถือ (Reliability)
- เหตุการณดานความมั่นคงปลอดภัย หมายถึง เหตุการณที่แสดงใหเห็นความเปนไปไดที่จะเกิดการฝาฝนนโยบาย ดานความมั่นคงปลอดภัย มาตรการปองกันที่ลมเหลว หรือเหตุการณอันไมอาจรูไดวาอาจเกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัย 23. สถานการณดานความมั่นคงปลอดภัยที่ไมพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด หมายถึง สถานการณดานความมั่นคงปลอดภัย ที่ไมพึงประสงคหรือไมอาจคาดคิด (Unwanted or unexpected) ซึ่งอาจทําใหระบบขององคกรถูกบุกรุก หรือโจมตีและความมั่นคงปลอดภัยถูกคุกคาม
- การเขาถึงหรือควบคุมการใชงานสารสนเทศ หมายถึง การอนุญาต การกําหนดสิทธิ์หรือการมอบอํานาจใหผูใชงาน เขาถึงหรือใชงานเครือขายหรือระบบสารสนเทศ ทั้งทางอิเล็กทรอนิกสและทางกายภาพ ตลอดจนอาจกําหนดขอปฏิบัติ เกี่ยวกับการเขาถึงโดยมิชอบเอาไวดวยก็ได
- สินทรัพย (Assets) หมายถึง สินทรัพยดานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ รฟม. เชน อุปกรณ คอมพิวเตอร อุปกรณระบบเครือขาย ซอฟตแวรที่มีคาลิขสิทธิ์ขอมูล ระบบขอมูล ฯลฯ
- จดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) หมายถึง ระบบที่บุคคลใชในการรับ - สงขอความระหวางกัน โดยผานเครื่อง คอมพิวเตอรและเครือขายที่เชื่อมโยงถึงกัน ขอมูลที่สงจะเปนไดทั้งตัวอักษร ภาพถาย ภาพกราฟก ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ผูสงสามารถสงขาวสารไปยังผูรับคนเดียวหรือหลายคนก็ได โดยขาวสารที่สงนั้นจะถูกเก็บไวในตูจดหมาย (Mail box) ที่กําหนดไวสําหรับผูใชงาน ผูรับสามารถเปดอาน พิมพลงกระดาษ หรือจะลบทิ้งก็ได
- ชุดคําสั่งไมพึงประสงค (Malicious code) หมายถึง ชุดคําสั่งที่มีผลทําใหคอมพิวเตอร หรือระบบคอมพิวเตอร หรือชุดคําสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทําลาย ถูกแกไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ขัดของหรือปฏิบัติงานไมตรง ตามคําสั่งที่กําหนดไว
- เครื่องคอมพิวเตอรหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอรแบบตั้งโตะ และเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพา 29. อุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) หมายถึง อุปกรณอิเล็กทรอนิกสแบบพกพา ซึ่งมีความสามารถในการเชื่อมตอกับ อุปกรณอื่นเพื่อรับสงขอมูลผานระบบเครือขายโทรคมนาคมไรสายหรือโดยอาศัยคลื่นแมเหล็กไฟฟาเปนสื่อกลาง เชน Tablet, Smart Phone
- ทรัพยสินของ รฟม. หมายถึง ครุภัณฑ รฟม. และทรัพยสินที่ไมมีการขึ้นทะเบียนครุภัณฑที่ รฟม. จัดสรร งบประมาณเพื่อเปนคาใชจายใหทั้งหมดหรือบางสวน
- อุปกรณสวนตัว หมายถึง อุปกรณที่ไมใชทรัพยสินของ รฟม. ที่ผูใชงานนํามาเชื่อมตอกับระบบสารสนเทศของ รฟม. เชน เครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคล (Personal computer) เครื่องคอมพิวเตอรพกพา (Notebook) อุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) Removable media หรืออุปกรณคอมพิวเตอรของโครงการรถไฟฟา เปนตน
3
สวนที่ 1
นโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสําหรับผูบริหาร
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององคกรมีความสอดคลองกับมาตรฐานสากลและ กฎหมายดานความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวของ
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบริหารสูงสุด
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
แนวปฏิบัติ - จัดใหมีการทําและทบทวนหรือปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัย และแนวปฏิบัติที่สนับสนุนการทํางานตาง ๆ อยางนอยปละ 1 ครั้ง โดยพิจารณาจากปจจัยนําเขา ดังนี้
1.1 กลยุทธการดําเนินงานขององคกร
1.2 ขอมูลกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับตาง ๆ ที่ตองปฏิบัติตาม
1.3 การปรับปรุงนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสําหรับปถัดไป
1.4 ผลการประเมินความเสี่ยงและแผนลดความเสี่ยง
1.5 ผลการแจงเตือนโดยระบบปองกันการบุกรุกในปที่ผานมา
1.6 ผลของการตรวจสอบขอมูลการปดชองโหว (Patch) สําหรับระบบตาง ๆ ในปที่ผานมา 1.7 การจัดทําและตอสัญญาบํารุงรักษาระบบและอุปกรณตาง ๆ
1.8 แผนการอบรมทางดานความมั่นคงปลอดภัยประจําปซึ่งรวมถึงการสรางความตระหนัก 1.9 ผลการทดสอบแผนกูคืนในปที่ผานมา
1.10 ขอมูลภัยคุกคามตาง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและปจจุบัน รวมทั้งภัยคุกคามที่ไดรับแจงจากหนวยงานภายนอก 1.11 ผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยโดยผูตรวจสอบภายในหรือโดยผูตรวจสอบ อิสระดานความมั่นคงปลอดภัยจากภายนอก - จัดใหมีทรัพยากรดานบุคลากร งบประมาณ การบริหารจัดการ และวัตถุดิบที่เพียงพอตอการบริหารจัดการความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศในแตละปงบประมาณ
- จัดใหมีบุคลากรดําเนินงานดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบรวมทั้ง ปรับปรุงโครงสรางดังกลาวตามความจําเปน
- แสดงเจตนารมณหรือสื่อสารอยางสม่ําเสมอเพื่อใหผูใชงานทั้งหมดไดเห็นถึงความสําคัญของการปฏิบัติตาม นโยบายความมั่นคงปลอดภัยและนโยบายสนับสนุนตาง ๆ โดยเครงครัดและเปนผูรับผิดชอบตอความเสี่ยง ความเสียหาย หรืออันตรายที่เกิดขึ้นกับสารสนเทศขององคกร รวมถึงสรางความรวมมือระหวางหนวยงาน ที่เกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
4
สวนที่ 2
ความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวกับบุคลากร
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหผูใชงานเขาใจถึงบทบาท หนาที่ความรับผิดชอบ ทั้งกอนการจางงาน ระหวางการจางงาน และสิ้นสุดหรือ เปลี่ยนแปลงการจางงาน ตลอดจนตระหนักถึงภัยคุกคามและปญหาที่เกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัยของ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากการขโมย การฉอโกง การใชงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศผิดวัตถุประสงคและความผิดพลาดในการปฏิบัติหนาที่ ซึ่งอาจสงผลกระทบหรือทําให รฟม.
เกิดความเสียหาย
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูอํานวยการฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูอํานวยการฝายทรัพยากรบุคคล ผูอํานวยการฝาย/สํานัก/สํานักงาน ที่กํากับดูแลงานที่มีการวาจางหนวยงานภายนอก
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
แนวปฏิบัติ - การสรางความมั่นคงปลอดภัยกอนการจางงาน (Prior to Employment) เพื่อคัดสรรบุคลากรกอนที่จะเขามา ปฏิบัติงาน และเพื่อลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานผิดพลาด การขโมย การปลอมแปลง และการนําระบบ สารสนเทศหรือทรัพยากรสารสนเทศของ รฟม. ไปใชในทางที่ไมเหมาะสม รวมทั้งเพื่อใหผูใชงานเขาใจในหนาที่ ความรับผิดชอบของตนเอง
1.1 การตรวจสอบคุณสมบัติของผูสมัคร (Screening)
ฝทบ. หรือฝาย/สํานัก/สํานักงาน ที่กํากับดูแลงานที่มีการวาจางหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกตองตรวจสอบ คุณสมบัติของผูสมัคร (ทั้งกรณีการจางเปนพนักงาน ลูกจาง การวาจางหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอก เพื่อปฏิบัติงานให รฟม. รวมทั้งนิสิตนักศึกษาฝกงาน) โดยผูสมัครตองไมเคยกระทําผิดกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือจริยธรรม รวมทั้งไมมีประวัติในการบุกรุก แกไข ทําลาย หรือโจรกรรมขอมูลในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศมากอน และมีคุณสมบัติตามที่ รฟม. กําหนด
1.2 การกําหนดเงื่อนไขการจางงาน (Terms and Conditions of Employment) การวาจางใหมีเงื่อนไข การจางงานใหครอบคลุมในเรื่องดังตอไปนี้
1.2.1 กําหนดหนาที่ความรับผิดชอบดานความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศอยางเปนลายลักษณอักษร (Information Security Roles and Responsibilities) แกผูใชงาน โดยกําหนดใหสอดคลองกับ นโยบายความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
1.2.2 กําหนดใหมีการลงนามในสัญญาวาจะไมเปดเผยความลับของ รฟม. (Non-Disclosure Agreement: NDA)
1.2.3 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สรางหรือพัฒนาโดยผูใชงานในระหวางการวาจางถือเปนสินทรัพย ของ รฟม.
1.2.4 กําหนดความรับผิดชอบหรือบทลงโทษ หากผูใชงานไมปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. รวมทั้ง กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือขอกําหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5 - การสรางความมั่นคงปลอดภัยในระหวางการจางงาน (During Employment) เพื่อสรางความตระหนักแกผูใชงาน เกี่ยวกับภัยที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติงานสารสนเทศ รวมถึงใหความรูเพื่อใหสามารถปองกันภัยดังกลาวได 2.1 หนาที่ในการบริหารจัดการทางดานความมั่นคงปลอดภัย (Management Responsibilities) ผูบริหาร รฟม. ทุกระดับชั้นมีหนาที่สนับสนุนและสงเสริมเรื่องดังตอไปนี้แกผูใชงาน
2.1.1 ประกาศนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของ รฟม. เปนลายลักษณอักษรใหทุกคน รับทราบและปฏิบัติตาม
2.1.2 จูงใจใหผูใชงานปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศของ รฟม. 2.1.3 สรางความตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศที่เกี่ยวของกับหนาที่ความรับผิดชอบ ของตนเองและของ รฟม.
2.2 การสรางความตระหนัก การใหความรู และการอบรมดานความมั่นคงปลอดภัยใหแกผูใชงาน (Information Security Awareness, Education and Training) การสรางความตระหนักในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย อยางสม่ําเสมอ
2.2.1 ผูดูแลระบบตองแจงเตือนภัยคุกคาม และชองโหวที่สงผลกระทบตอความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศแกผูใชงานที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ตองแจงเตือนใหผูใชงานเพิ่มความระมัดระวัง ความเสี่ยงตาง ๆ เชน ไวรัสคอมพิวเตอร เทคนิคการหลอกลอทางจิตวิทยา (Social Engineering) และชองโหวทางเทคนิค เปนตน
2.2.2 ฝทท. ตองดําเนินการฝกอบรม หรือประชาสัมพันธเพื่อสรางความตระหนักดานความมั่นคงปลอดภัย ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแกผูใชงานเปนประจําทุกป
2.2.3 ฝทท. ตองแจงผูใชงานใหทราบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศของ รฟม. รวมทั้งอธิบายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกลาว
2.3 การแจงเหตุการณไมปกติ
ผูใชงานตองแจงเหตุการณไมปกติดานเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบผานชองทางที่ รฟม. กําหนดโดยเร็วที่สุด 2.4 การกําหนดบทลงโทษ
2.4.1 ความรับผิดตามกฎหมาย
นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศนี้ไมไดกอใหเกิดสิทธิ์ ทางกฎหมายที่ทําใหผูใชงานพนผิดแมจะไดปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศและผูใชงานตกลงยินยอมที่จะไมดําเนินการใด ๆ ทางกฎหมายตอ รฟม. ซึ่งได ปฏิบัติตามระเบียบนี้ แตอยางไรก็ตามหากผูใชงานกระทําการละเมิดหรือกระทําผิดตามนโยบาย และแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ อาจเปนความผิดทางวินัยและเปนเหตุ ใหถูกลงโทษทางวินัยได รฟม. ไมมีสวนรับผิดชอบตอการละเมิดทรัพยสินทางปญญาที่เกิดจาก การใชระบบคอมพิวเตอร
2.4.2 การพิจารณาโทษผูกระทําผิด
ผูใชงานที่กระทําความผิด ฝทท. จะเพิกถอนสิทธิ์การใชงานและอาจเปนความผิดทางวินัย หรือ ความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
- พนักงาน/ลูกจางที่ฝาฝนหรือละเมิดนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ รฟม. ตองถูกลงโทษตามกระบวนการทางวินัยของ รฟม. รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวของ 2) หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกที่กระทําความผิด จะมีโทษตามที่ระบุไวในสัญญาหรือ ถูกเพิกถอนสิทธิ์การใชงาน รวมถึงดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวของ
6
- การสิ้นสุดหรือการเปลี่ยนแปลงการจางงาน (Termination and Change of Employment) เพื่อกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบเมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน ซึ่งรวมไปถึงการคืนทรัพยสินและ การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึง
3.1 การแจงการสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน
3.1.1 ฝทบ. ตองแจงใหฝทท. ทราบทันทีหากพนักงานมีการลาออก โยกยาย เกษียณ หรือเสียชีวิตเพื่อ ฝทท. จะไดตรวจสอบและบริหารจัดการสิทธิ์ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
3.1.2 ฝาย/สํานัก/สํานักงาน ที่กํากับดูแลงานที่มีการวาจางหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอก ตองแจงให ฝทท. ทราบทันทีในกรณีที่ผูรับจางภายนอกสิ้นสุดสัญญาจางหรือมีการยกเลิกสัญญาจาง เพื่อให ฝทท. ตรวจสอบการใชงานระบบสารสนเทศและถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม.
3.2 การคืนสินทรัพยของ รฟม.
ผูดูแลระบบตองตรวจสอบเพื่อเรียกคืนสินทรัพยของ รฟม. จากผูใชงาน เมื่อการสิ้นสุดหรือการเปลี่ยนแปลง การจางงาน
3.3 การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึง
3.3.1 ผูดูแลระบบตองถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงของผูใชงาน เมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน 3.3.2 การถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงหมายรวมถึง ทางกายภาพ (Physical) และทางตรรกะ (Logical) เชน กุญแจ บัตรแสดงตน บัตรประจําตัวผูใชงาน และบัญชีผูใชงาน เปนตน
3.3.3 ในกรณีที่ผูใชงานที่สิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน มีการใชบัญชีผูใชงานรวมกัน (Shared User ID) กับผูใชงานอื่น ผูบังคับบัญชาตองเปลี่ยนรหัสผานทันทีหลังจากสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน
7
สวนที่ 3
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางดานกายภาพและสิ่งแวดลอม
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมและปองกันการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวของกับการเขาถึงอาคารสถานที่ และพื้นที่จัดเก็บ ขอมูลคอมพิวเตอร (Data Storage Area)
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูอํานวยการฝายจัดซื้อและบริการ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบ ตองออกแบบ และติดตั้งอุปกรณหรือระบบสนับสนุน (Facilities) เพื่อปองกันความมั่นคงปลอดภัย ดานกายภาพ เชน อุปกรณดับเพลิง ระบบสํารองไฟฟา เครื่องกําเนิดไฟฟา ระบบปรับอากาศและควบคุมความชื้น ระบบเตือนภัยน้ํารั่ว และตองมีการบํารุงรักษาอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองติดตั้งอุปกรณสารสนเทศในตูแร็ก (Rack) หรือสถานที่ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีการปดล็อค 3. ผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันสายเคเบิลที่ใชเพื่อการสื่อสารหรือสายไฟ มิใหมีการดักรับสัญญาณ (Interception) หรือมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยจะตองเดินสายเคเบิลผานทอรอยสายหรือทางเดินสายที่มั่นคงปลอดภัยจากการเขาถึง และไมเดินสายผานพื้นที่ที่เขาถึงไดอยางสาธารณะ รวมทั้งสายเคเบิลสื่อสารและสายไฟฟาตองแยกจากกันโดยมี ระยะหางที่เหมาะสม
- การกําหนดบริเวณที่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
กําหนดพื้นที่ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตาง ๆ อยางเหมาะสม เพื่อเปนการเฝาระวัง ควบคุม การรักษาความมั่นคง ปลอดภัยจากผูที่ไมไดรับอนุญาต รวมทั้งปองกันความเสียหายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นไดโดยแบงแยกบริเวณพื้นที่ใชงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศออกเปน
4.1 พื้นที่ทํางาน (Working area) หมายถึง พื้นที่ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลและคอมพิวเตอรพกพา ที่ประจําโตะทํางาน
4.2 พื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data storage area) หมายถึง พื้นที่ศูนยของขอมูล (Data center) 5. การควบคุมการเขาออก อาคาร สถานที่
5.1 กําหนดสิทธิ์ของผูใชงานและหนวยงานภายนอกในการเขาถึงสถานที่ โดยแบงแยกได ดังนี้ 5.1.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์แกผูใชงานที่มีสิทธิ์เขา - ออก และกําหนดชวงระยะเวลาที่มีสิทธิ์ ในการเขา - ออกแตละพื้นที่ใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางชัดเจน
5.1.2 เจาหนาที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) จะตองใหหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกแลกบัตรที่สามารถ ระบุตัวตนของบุคคลนั้น ๆ กอนเขาถึงอาคารของ รฟม. เชน บัตรประจําตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ เปนตน แลวบันทึกขอมูลบัตรในสมุดบันทึกหรือระบบงานสารสนเทศ
5.1.3 หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกที่มาติดตอตองติดบัตรผูติดตอ (Visitor) ตรงจุดที่สามารถเห็นได ชัดเจนตลอดเวลาที่อยูใน รฟม.และคืนบัตรผูติดตอ (Visitor) กอนออกจากอาคารของ รฟม.
5.1.4 เจาหนาที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตองตรวจสอบผูติดตอ อุปกรณ พรอมลงเวลาออกที่สมุด บันทึกหรือระบบสารสนเทศใหถูกตอง
5.2 ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการเขา –ออกพื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data Storage Area) ไมใหผูไมมีสิทธิ์ เขาถึงได โดยกําหนดพื้นที่การสงมอบสินคาและพื้นที่การเตรียมหรือประกอบอุปกรณสารสนเทศ (Unpack Area) กอนนําเขาพื้นที่จัดเก็บขอมูลคอมพิวเตอร (Data storage area) และตองควบคุม การ เขา - ออก เพื่อหลีกเลี่ยงการเขาถึงระบบสารสนเทศและขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
8
สวนที่ 4
การจัดการทรัพยสิน
วัตถุประสงค
▪ เพื่อบริหารจัดการทรัพยสินสารสนเทศ ตั้งแตการจัดหา การใชงาน จนถึงการยกเลิกใชงาน โดยมีการระบุ ทรัพยสินขององคกรและกําหนดหนาที่ความรับผิดชอบในการปกปองทรัพยสินสารสนเทศอยางเหมาะสม ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - หนาที่ความรับผิดชอบตอทรัพยสินสารสนเทศ (Responsibility for Assets)
1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันจัดทําบัญชีทรัพยสิน/ทะเบียนทรัพยสิน (Asset Inventory) และทบทวนทะเบียนทรัพยสินอยางนอยปละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ 1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองระบุเจาของทรัพยสินสารสนเทศทุกรายการ เพื่อรับผิดชอบดูแล ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศตลอดวงจรอายุการใชงาน
1.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองเรียกคืนทรัพยสินสารสนเทศเมื่อสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงการจางงาน 1.4 ผูใชงานตองใชทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. อยางระมัดระวัง และใชเพื่อปฏิบัติงานของ รฟม. เทานั้น รวมทั้งตองปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และนโยบาย ของ รฟม. - การจําแนกประเภทของทรัพยสินสารสนเทศ (Asset Classification)
2.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจําแนกประเภททรัพยสินตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด และทบทวน การจําแนกดังกลาวอยางสม่ําเสมอ
2.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดทําปายชื่อทรัพยสินสารสนเทศ (Labeling) ใหชัดเจน พรอมทั้งจัดใหมี มาตรการดูแลการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่สอดคลองกับประเภททรัพยสินตามระดับชั้นความลับ ที่ รฟม. กําหนด - การจัดการสื่อบันทึกขอมูล (Media Handling)
3.1 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองควบคุมการใชงานและจัดเก็บสื่อบันทึกแบบถอดหรือตอพวง กับเครื่องคอมพิวเตอรได (Removable Media) ตามที่ รฟม. กําหนด
3.2 เจาของขอมูลตองมีการเขารหัสขอมูลที่ออนไหว (Sensitive Data) ของ รฟม. ที่จัดเก็บอยูในสื่อบันทึก แบบถอดได
3.3 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองทําลายขอมูลสําคัญในอุปกรณสื่อบันทึกขอมูล แฟมขอมูล ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด โดยไมสามารถกูคืนขอมูลกลับมาไดอีกกอนจะกําจัดอุปกรณดังกลาวหรือ กอนที่จะอนุญาตใหผูอื่นนําอุปกรณนั้นไปใชงานตอเพื่อปองกันไมใหมีการเขาถึงขอมูลที่สําคัญได โดยพิจารณาวิธีการทําลายขอมูลบนสื่อบันทึกขอมูลแตละประเภท ดังนี้
9
ประเภทสื่อบันทึกขอมูล
วิธีทําลาย
กระดาษ
ใหหั่นดวยเครื่องทําลายเอกสาร
Flash Drive- ทําลายขอมูลบน Flash Drive ตามมาตรฐาน DOD5220.22M ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปนการเขียนทับขอมูลเดิมหลายรอบ
- ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหาย
แผน CD/DVD
ใหหั่นดวยเครื่องทําลายเอกสาร
เทป
ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหายหรือเผาทําลาย
ฮารดดิสก- ทําลายขอมูลบนฮารดดิสกตามมาตรฐาน
DOD5220.22M ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปนการเขียนทับขอมูลเดิมหลายรอบ
- ทําลายขอมูลบนฮารดดิสกตามมาตรฐาน
- ใชวิธีทุบหรือบดใหเสียหาย
3.4 เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองมีการปองกันสื่อบันทึกขอมูลที่ใชจัดเก็บขอมูลสารสนเทศ ในกรณี ที่มีการเคลื่อนยายเพื่อปองกันการเขาถึงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต ถูกนําไปใชงานผิดวัตถุประสงค รวมถึงปองกันสื่อบันทึกขอมูลไมใหไดรับความเสียหาย โดยรักษาความปลอดภัยสารสนเทศตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
4. การบริหารจัดการคาคอนฟกูเรชัน (Configuration Management)
4.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีแนวทางการบริหารจัดการคาคอนฟกูเรชัน (Configuration Management) 4.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดคา Minimum Baseline Standard เพื่อเปนมาตรฐานในการการตั้งคาของ ระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และอุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆอยางเปนลายลักษณอักษร และตองการทบทวนปรับปรุงใหเปนปจจุบันอยางนอยปละ 1 ครั้ง
4.3 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเปลี่ยนแปลงการตั้งคาของระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และ อุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆ ตามขั้นตอนปฏิบัติการควบคุมการเปลี่ยนแปลงหรือแกไขระบบที่ รฟม. กําหนด
4.4 ผูดูแลระบบตองควบคุมเวอรชันของคาคอนฟกูเรชัน (System Configuration Version Control) 4.5 ผูดูแลระบบตองมีการสอบทานคาคอนฟกูเรชันของระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล ระบบงาน และ อุปกรณเครือขายสื่อสารตาง ๆ อยางนอยปละ 1 ครั้ง
10
สวนที่ 5
การจัดหา การพัฒนา และการบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการจัดหา พัฒนา และบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ ใหมีการกําหนดมาตรการการรักษาความมั่นคง ปลอดภัย เพื่อปองกันความผิดพลาด สูญหาย และการเปลี่ยนแปลงแกไขระบบ
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการกําหนดขอตกลงและความรับผิดชอบที่เกี่ยวของกับความเสี่ยงดานความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศลงในสัญญากับผูใหบริการภายนอก โดยใหครอบคลุมรวมถึงผูรับจางชวงดวย 2. ผูบังคับบัญชาตองควบคุมใหมีขอตกลง (Sign Off) กอนเริ่มใชงานระบบจริง (Production) หรือกอนเริ่ม Go Live 3. ผูดูแลระบบ ตองจัดทําขอกําหนดโดยระบุถึงการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศที่สอดคลองกับ นโยบายและแนวปฏิบัติดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององคกร เชน วิธีการแบบปลอดภัยในการพัฒนา โปรแกรมตามมาตรฐาน OWASP (Open Web Application Security Project) Top 10 หรือมาตรฐาน CWE (Common Weakness Enumeration) Top 25 หรือมาตรฐานที่ยอมรับในสากล
- ผูดูแลระบบตองออกแบบโครงสรางการจัดวางระบบงานและเสนอผูบังคับบัญชาเห็นชอบกอนเริ่ม Go Live 5. ผูดูแลระบบ ตองมีการออกแบบระบบเพื่อตรวจสอบขอมูลที่จะรับเขาสูแอปพลิเคชัน ขอมูลที่เกิดจากการ ประมวลผล และขอมูลที่อยูระหวางการประมวลผล เพื่อตรวจหาและปองกันความไมถูกตองที่เกิดขึ้นกับขอมูล เชน หนวยความจําลน (Buffer Overflows) การใชตัวแปรผิดประเภท และตองมีมาตรการปองกันหรือควบคุม ความลมเหลวระหวางการประมวลผล (Rollback)
- ผูดูแลระบบตองมีการควบคุมการเขาถึงและควบคุมการเปลี่ยนแปลงหรือแกไขระบบตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด เพื่อควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้น
- ผูดูแลระบบตองจํากัดใหมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ตอซอฟตแวรที่ใชงาน (Software Package) โดยเปลี่ยนแปลง เฉพาะที่จําเปนเทานั้น และควบคุมทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงอยางเขมงวดตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 8. ผูดูแลระบบตองจํากัดการเขาถึง Source Code ใหเขาถึงไดเฉพาะผูที่มีสิทธิ์เทานั้น
- ผูดูแลระบบตองจัดทํา Source Code Review เพื่อหาขอผิดพลาดหรือสิ่งผิดปกติและปรับปรุง Source Code ใหมีคุณภาพ
- ผูดูแลระบบตองควบคุมการจัดสง Source Code ผานชองทางที่มั่นคงปลอดภัยและเปนชองทางที่ รฟม. กําหนดใหใชงานเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองปดบังขอมูลสวนบุคคล (Data Masking) ที่จัดเก็บอยูในระบบงานสารสนเทศดวยวิธีการที่ เหมาะสม
- ผูดูแลระบบตองแสดงขอมูลของผูใชงานอยางรัดกุม เชน การปดบังขอมูลสําคัญของผูใชงาน (Sensitive Data Masking) เปนตน
11 - กรณีของแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) ใหผูดูแลระบบดําเนินการ ดังนี้ 13.1 ปดบังหนาจอเมื่อยอแอปพลิเคชัน (Application Blurring) เพื่อลดความเสี่ยงที่ขอมูลสําคัญของผูใชงาน จะรั่วไหล
13.2 ขอสิทธิ์เขาถึงทรัพยากรหรือบริการโดยแอปพลิเคชัน (Application Permission) บนอุปกรณเคลื่อนที่ ของผูใชงานเทาที่จําเปน และมีกระบวนการทบทวนการขอสิทธิ์เปนประจําเพื่อปองกันการละเมิดสิทธิ์ ความเปนสวนตัวของผูใชงาน - ผูดูแลระบบตองควบคุมขอมูลที่นํามาใชในการทดสอบระบบ (Test Data) อยางเหมาะสม โดยไมนําขอมูลจริง มาทดสอบ กรณีจําเปนตองใชขอมูลจริงตองไดรับอนุญาตขอมูลจากเจาของกอนนํามาใชงาน และทําลายขอมูล อยางเหมาะสมตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
- ผูดูแลระบบตองแยกระบบสารสนเทศสําหรับการพัฒนา ทดสอบ และใชงานจริงออกจากกันเพื่อลดความเสี่ยง ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต และตองมีการกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบ สารสนเทศที่พัฒนา ทดสอบ หรือใชงานจริง ทั้งระบบสารสนเทศใหม และการปรับปรุงแกไขระบบสารสนเทศเดิม
- ผูดูแลระบบตองมีการกําหนดขั้นตอนการทดสอบระบบสารสนเทศกอนนําไปใชงานจริง ทั้งในกรณีปรับปรุงระบบ สารสนเทศเดิมและการพัฒนาระบบสารสนเทศใหม
- ผูดูแลระบบตองติดตั้งซอฟตแวรบนระบบสารสนเทศที่ใหบริการ (Production) ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด และจํากัดสิทธิ์การติดตั้งซอฟตแวรเพื่อใหระบบสารสนเทศตาง ๆ มีความถูกตองครบถวนและนาเชื่อถือ 18. ผูดูแลระบบตองนําซอฟตแวรที่ไมละเมิดลิขสิทธิ์มาติดตั้งบนระบบสารสนเทศที่ใหบริการ (Production) 19. ผูดูแลระบบตองกํากับดูแลใหผูรับจางปฏิบัติตามสัญญาหรือขอตกลงการใหบริการที่ระบุไว โดยครอบคลุมถึง ดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และการปฏิบัติตามขั้นตอนที่เกี่ยวของตาง ๆ ที่ รฟม. กําหนดไว 20. ผูดูแลระบบ ตองติดตาม ตรวจสอบรายงาน หรือบันทึกการใหบริการของบุคคล/หนวยงานภายนอกที่ใหบริการแก หนวยงานตามสัญญาวาจางอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบ ตองดูแลใหทรัพยสินสารสนเทศไดรับการบํารุงรักษาและซอมแซมตามความตองการ รวมทั้งตอง มีการบันทึกประวัติการทํางานผิดปกติ การบํารุงรักษา และการซอมแซมอุปกรณนั้น ๆ อยางสม่ําเสมอ 22. ผูดูแลระบบจะตองปดชองโหวของระบบสารสนเทศที่มีระดับความรุนแรงในระดับวิกฤติ (Critical) และระดับสูง (High) ทั้งหมดกอนนําไปใชงานจริง (Production) หรือกอนเริ่ม Go Live โดยเฉพาะระบบที่ใหบริการผานเครือขาย อินเทอรเน็ต (Internet Facing) และระบบที่มีความสําคัญตอการดําเนินงานของ รฟม.
- ผูดูแลระบบตองพิจารณาเลือกใช Version ของ Software ดังนี้
23.1 กรณีนํา Softwareเดิมมาใชในการจัดหาหรือพัฒนาระบบ จะตองนําผลการตรวจสอบชองโหวและผลการทดสอบ เจาะระบบมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกเวอรชันของ Software ดวย เพื่อปองกันไมใหเกิดชองโหวเดิม รวมถึงเพื่อลดภาระงานในการปดชองโหวเดิมซ้ํา
23.2 กรณีเปน Software ที่ไมเคยนํามาใชงานใหเลือกใชSoftware เวอรชันลาสุด
12
สวนที่ 6
การควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตั้งแตการกําหนดสิทธิ์ กําหนดประเภทของขอมูล จัดลําดับ ความสําคัญหรือลําดับชั้นความลับของขอมูล ระดับชั้นการเขาถึง เวลาที่เขาถึงได และชองทางการเขาถึง ทั้งนี้ เพื่อควบคุมและปองกันการเขาถึง การลวงรู และการแกไขระบบสารสนเทศของ รฟม. โดยไมไดรับอนุญาต ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การควบคุมการเขาถึงระบบสารสนเทศ (Access Control)
1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึงระบบสารสนเทศ (Authorization Matrix) ที่เหมาะสมและสอดคลองกับหนาที่ความรับผิดชอบของผูใชงาน และทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง 1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองรวมกันกําหนดระดับการอนุมัติ (Authorization Level) การเขาถึงระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ
1.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการแบงแยกหนาที่ความรับผิดชอบ (Segregation of duties) ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางเหมาะสม เชน มีการแบงแยกหนาที่ระหวางการแจงความประสงค การเขาถึงและการอนุมัติการเขาถึง เปนตน
1.4 กรณีของแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) ผูดูแลระบบตองปฏิบัติ ดังนี้ 1.4.1 ไมอนุญาตใหอุปกรณเคลื่อนที่ที่ใชระบบปฏิบัติการลาสมัย (Obsolete Operating System) เขาใชงาน แอปพลิเคชัน หรือหากอนุญาตใหใชบริการไดควรมีมาตรการรองรับเพื่อลดความเสี่ยงที่ รฟม. จะไดรับ รวมถึงลดผลกระทบตอผูใชงานตามความเหมาะสม เชน การเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตน เปนตน 1.4.2 ไมอนุญาตใหอุปกรณที่มีการปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Rooted/Jailbroken) เขาใชงาน แอปพลิเคชัน เพื่อลดความเสี่ยงที่ผูไมประสงคดีสามารถเขาถึงขอมูลสําคัญของผูใชงานและละเมิด หรือหลีกเลี่ยงมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ รฟม. กําหนดไว
1.4.3 ไมอนุญาตใหผูใชงานใชแอปพลิเคชันเวอรชันต่ํากวาที่ รฟม. กําหนด เพื่อใหแอปพลิเคชันมีการ รักษาความมั่นคงปลอดภัยเปนไปตามมาตรฐานของ รฟม.
1.5 ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อการจัดเก็บขอมูล
เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองปฏิบัติดังนี้
1.5.1 แบงประเภทขอมูล ดังนี้
- ขอมูลและสารสนเทศสําหรับสนับสนุนการตัดสินใจของผูบริหาร ไดแก ขอมูลสารสนเทศที่มี ความสําคัญหรือมีความจําเปนเรงดวนที่ตองติดตามอยางใกลชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เชิงนโยบาย กําหนดนโยบาย และการวางแผนของผูบริหารระดับสูง
13 - ขอมูลและสารสนเทศสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร (Strategy Data) ไดแก ขอมูลและสารสนเทศ เชิงวิชาการเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานตามพันธกิจและยุทธศาสตรของ รฟม. ใหบรรลุเปาหมาย รวมทั้งขอมูลที่เผยแพรแกผูรับบริการภายนอก
- ขอมูลและสารสนเทศที่สนับสนุนการปฏิบัติงานประจํา (Operation Data) ไดแก ขอมูลที่ สนับสนุนการทํางานทั่วไปของ รฟม.
1.5.2 จัดแบงระดับความสําคัญของขอมูล ออกเปน 3 ระดับ คือ - ขอมูลที่มีระดับความสําคัญมาก หมายถึง ขอมูลที่ใชสําหรับสนับสนุนการตัดสินใจของผูบริหาร 2) ขอมูลที่มีระดับความสําคัญปานกลาง หมายถึง ขอมูลที่ใชปฏิบัติงานเฉพาะกลุมงาน แผนก กอง หรือฝาย/สํานัก/สํานักงาน ภายในองคกร
- ขอมูลที่มีระดับความสําคัญนอย หมายถึง ขอมูลที่พนักงาน/ลูกจางภายใน รฟม. สามารถ เขาถึงรวมกันไดหรือสามารถเผยแพรได
1.5.3 จัดแบงลําดับชั้นความลับของขอมูลตามที่ รฟม. กําหนด
1.5.4 จัดแบงระดับชั้นการเขาถึง - ระดับชั้นสําหรับผูบริหาร เขาถึงไดตามอํานาจหนาที่และภารกิจที่ไดรับมอบหมาย
- ระดับชั้นสําหรับผูปฏิบัติงานทั่วไป เขาถึงขอมูลที่ไดรับมอบหมายตามอํานาจหนาที่
- ระดับชั้นสําหรับผูดูแลระบบหรือผูที่ไดมอบหมาย มีสิทธิ์ในการบริหารจัดการระบบและเขาถึง ขอมูลที่ไดรับมอบหมายตามอํานาจหนาที่
1.6 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองกําหนดเวลาการเขาถึงระบบสารสนเทศ
1.7 ผูดูแลระบบตองจํากัดชองทางการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามชองทาง ดังนี้ 1) เครือขายภายในของ รฟม. - เครือขายภายนอก รฟม.
- เครือขายอื่นที่จัดไวให เชน ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล GIN
1.8 ผูดูแลระบบตองกํากับดูแล Default Permission ของไฟล (File) และ โฟลเดอร (Folder) ที่สรางขึ้นใหมี การจํากัดสิทธิ์ในการเขาถึง
1.9 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองพิจารณาขอกําหนดตาง ๆ ที่มีผลทางกฎหมายซึ่งเกี่ยวของกับการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ รฟม. เชน พระราชบัญญัติ ขอกําหนดทางกฎหมาย ขอกําหนดในสัญญา และขอกําหนดทางดานความมั่นคงปลอดภัยอื่น ๆ เปนตน เพื่อกําหนดสิทธิ์การเขาถึงสารสนเทศและระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
1.10 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองมีการสอบทานสิทธิ์ในการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางสม่ําเสมอ พรอมทั้งเพิกถอนสิทธิ์เมื่อพบเห็นสิทธิ์ที่ไมถูกตองตามสิทธิ์ในการเขาถึง (Authorization Matrix) 2. การบริหารจัดการการเขาถึงของผูใชงาน (User Access Management)
ใหมีการควบคุมการลงทะเบียนผูใชงาน การบริหารจัดการรหัสผาน การบริหารจัดการสิทธิ์การใชงานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และการทบทวนสิทธิ์การเขาถึงของผูใชงาน
2.1 การลงทะเบียนผูใชงาน (User Registration)
2.1.1 ผูดูแลระบบตองบริหารจัดการและควบคุมบัญชีชื่อผูใชงาน (Username) มิใหมีการใชงานบัญชี ชื่อผูใชงานซ้ํากัน ทั้งนี้ ในสวนของพนักงาน/ลูกจาง รฟม. ใหกําหนดชื่อผูใชงาน (Username) ตามมาตรฐานจดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) ที่ใชในองคกร
2.1.2 เจาของขอมูลตองเปนผูอนุมัติการสรางบัญชีผูใชงานชั่วคราว (Temporary User) และตองจํากัด ชวงเวลาการใชงานเทาที่จําเปน
14
2.2 การบริหารจัดการรหัสผาน (User Password Management)
2.2.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดรหัสผานแบบชั่วคราวโดยใชวิธีการสุม และบังคับใหมีการเปลี่ยนรหัสผาน เมื่อผูใชงานเขาใชงานระบบในครั้งแรก
2.2.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดความยาวของรหัสผาน ดังนี้ - ผูดูแลระบบมีความยาวอยางนอย 16 หลัก
- ผูใชงานมีความยาวอยางนอย 12 หลัก
2.2.3 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการยืนยันตัวตนแบบหลายปจจัย (Multi-Factor Authentication) ตามความเหมาะสม
2.2.4 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหรหัสผานมีความซับซอน โดยประกอบดวย ตัวอักษร ตัวเลข และอักขระ พิเศษ เชน (a-Z) (0-9) (@ , # , & , “ , ‘ , *, =, < , > , % , $ , + , ?) เปนตน
2.2.5 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการเปลี่ยนแปลงรหัสผาน ดังนี้ - ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนรหัสผานทุก ๆ 3 เดือน และไมซ้ํากับรหัสผานเดิม 3 ครั้งกอนหนา 2) ผูใชงานตองเปลี่ยนรหัสผานทุก ๆ 6 เดือน และไมซ้ํากับรหัสผานเดิม 3 ครั้งกอนหนา 3) ผูใชงานเชิงระบบ (System account) ใหพิจารณาเปลี่ยนรหัสผานตามความเหมาะสม 2.2.6 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการเขารหัสขอมูลรหัสผานในระบบ
2.2.7 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีการควบคุมรหัสผานอยางเขมงวด
2.2.8 ผูดูแลระบบตองจัดสงบัญชีชื่อผูใชงาน (Username) และรหัสผาน (Password) ดวยวิธีการที่ปลอดภัย 2.2.9 ผูดูแลระบบตองควบคุมดูแลระบบปฏิบัติการ ระบบฐานขอมูล และระบบงานสารสนเทศ (Application) ที่จัดเก็บบัญชีผูใชงานและรหัสผานอยางเขมงวด โดยใหเขาถึงไดเฉพาะผูดูแลระบบที่ไดรับอนุญาต เทานั้น
2.2.10 ผูดูแลระบบตองกําหนดวิธีการหรือกระบวนการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย เชน กรณีที่ลืมรหัสผาน 2.2.11 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหผูใชบริการ ใชรหัสผานอยางมั่นคงปลอดภัย ดังนี้
กรณีแอปพลิเคชันทั่วไป - กําหนดความยาวรหัสผานอยางนอย 12 หลัก ซึ่งประกอบดวย ตัวอักษร ตัวเลข และ อักขระพิเศษ เชน (a-Z) (0-9) (@ , # , & , “ , ‘ , *, =, < , > , % , $ , + , ?) เปนตน
- รหัสผานตองไมเปนคําที่คาดเดาไดงาย เชน คําที่อยูในพจนานุกรม ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปเกิด ที่อยู หรือเบอรโทรศัพท เปนตน
- ไมบังคับใหเปลี่ยนรหัสผาน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความสมัครใจในการเปลี่ยนรหัสผาน และระบบ ตองรองรับการเปลี่ยนรหัสผานในกรณีตาง ๆ ดวยวิธีการที่ปลอดภัย
กรณีแอปพลิเคชันที่ใชงานผานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile device) - กําหนดรหัสผานโดยใช PIN code หรือรหัสผานที่ซับซอน (PIN/Password Complexity) โดยกรณี PIN Code ตองใชรหัสผาน 6 หลักขึ้นไป
- ไมบังคับใหเปลี่ยนรหัสผาน ทั้งนี้ขึ้นอยูกับความสมัครใจในการเปลี่ยนรหัสผาน และ ระบบตองรองรับการเปลี่ยนรหัสผานในกรณีตาง ๆ ดวยวิธีการที่ปลอดภัย
2.2.12 ผูดูแลระบบและผูใชงานตองใชรหัสผานอยางปลอดภัย ดังนี้ - ตองกําหนดรหัสผานที่ไมสามารถคาดเดาไดงาย เชน คําที่อยูในพจนานุกรม “qwerty” “abcde” “12345” ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปเกิด ที่อยู หรือเบอรโทรศัพท เปนตน
- ตองไมใชงานรหัสผานโดยการเขาใชงานโดยอัตโนมัติ ไดแก การกําหนดคา “Remember Password” เปนตน
15 - ตองเก็บรหัสผานไวเปนความลับเฉพาะบุคคล ไมเปดเผยใหผูอื่นรับทราบ และไมพิมพ รหัสผานในลักษณะเปดเผย เชน พิมพรหัสผานตอหนาผูใชงานคนอื่น เปนตน
- ตองไมใชบัญชีชื่อผูใชงานและรหัสผานรวมกันกับผูอื่น แมวาบัญชีชื่อผูใชงานจะไดรับการ อนุญาตจากเจาของชื่อผูใชงานบุคคลนั้นก็ตาม
- ตองเปลี่ยนแปลงรหัสผานเมื่อมีการแจงเตือนจากระบบ หรือสงสัยวารหัสผานลวงรู โดยบุคคลอื่น
2.3 การบริหารจัดการสิทธิ์ (Privilege Management)
2.3.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีขั้นตอนปฏิบัติสําหรับการลงทะเบียน การเพิ่มสิทธิ์การเพิกถอนสิทธิ์ การเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ และการทบทวนสิทธิ์ของผูใชงานอยางเปนลายลักษณอักษร
2.3.2 กําหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมกับผูใชงานตามความจําเปนและสอดคลองกับหนาที่ความรับผิดชอบและ จัดเก็บประวัติ (Log) การลงทะเบียน การเพิ่มสิทธิ์การเพิกถอนสิทธิ์ และการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ ของผูใชงาน
2.3.3 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการควบคุมและจํากัดสิทธิ์ในการใชงานระบบตาม ความจําเปนในการใชงานเทานั้น - สิทธิ์ในการสรางขอมูล (Create)
- สิทธิ์ในการอานขอมูลหรือเรียกดูขอมูล (Read)
- สิทธิ์ในการปรับปรุงขอมูล (Modify / Update)
- สิทธิ์ในการลบขอมูล (Delete)
- สิทธิ์ในการมอบหมายสิทธิ์ในการดําเนินการแทน (Assign)
- สิทธิ์ในการรับรองความถูกตองครบถวนของขอมูล (Approve/Authenticate)
- ไมมีสิทธิ์
2.3.4 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองเปนผูอนุมัติการใหสิทธิ์เพื่อเขาถึงสารสนเทศหรือระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศใด ๆ อยางเปนลายลักษณอักษร
2.3.5 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจํากัดจํานวนผูใชงานที่ทําหนาที่เปนผูใหสิทธิ์กับผูใชงาน ใหนอยที่สุดตามความเหมาะสม
2.3.6 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจํากัดระยะเวลาการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. แกหนวยงานภายนอกที่เขามาปฏิบัติงานรวมกับ รฟม.
2.3.7 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการถอดถอนสิทธิ์หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเขาถึงทันที เมื่อผูใชงานเกษียณ เปลี่ยนแปลงหนาที่ความรับผิดชอบ เปลี่ยนแปลงการจางงาน หรือไมมีความจําเปน ในการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.3.8 ผูดูแลระบบตองลบหรือระงับการใชงานสิทธิ์ของผูใชงานที่มากับระบบ (Default User) ในกรณีที่มี ความจําเปนตองใชงานตองกําหนดรหัสผานอยางมั่นคงปลอดภัย
2.4 การทบทวนสิทธิ์การเขาถึงของผูใชงาน (Review of User Access Rights)
2.4.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ตองมีการสอบทานสิทธิ์การเขาถึงของผูใชงานระบบเมื่อ รฟม. มีการ เปลี่ยนแปลงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือโครงสรางองคกร
2.4.2 ผูดูแลระบบ ตองมีการสอบทานและระงับการใชงานบัญชีผูใชงานที่ไมไดใชงานนานเกิน 180 วัน หากผูใชงานตองการกลับมาใชงานจะตองยืนยันตัวตนให ฝทท. ทราบ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ไมไดใชงาน ของบัญชีผูใชงานอาจจะขึ้นอยูกับแตละระบบสารสนเทศ
16
- การปองกันอุปกรณที่ไมมีผูดูแล และการควบคุมการไมทิ้งสินทรัพยสารสนเทศสําคัญไวในที่ที่ไมปลอดภัย 3.1 การปองกันอุปกรณที่ไมมีผูดูแล (Unattended User Equipment)
3.1.1 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีมาตรการสําหรับปองกันระบบคอมพิวเตอร ระบบเครือขายสื่อสารขอมูล และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการกําหนดคาของระบบ (Configuration) ใหมีการล็อกหนาจอ สําหรับอุปกรณที่ไมมีพนักงานดูแล หรือล็อกอุปกรณอยูเสมอ
3.1.2 ผูใชงานและหนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอก ตองล็อกหนาจออัตโนมัติเมื่อไมมีการใชงานระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ตามระยะเวลาที่กําหนด โดยตองพักหนาจอ(ScreenSaver)อัตโนมัติ หลังจากที่ไมมีการใชงานคอมพิวเตอรเปนระยะเวลานานกวา15 นาทีผูใชงานและหนวยงานภายนอก/ บุคคลภายนอกจะใชงานตอไดเมื่อมีการใสรหัสผานที่ถูกตอง
3.1.3 ผูใชงานตอง Logout ออกจากเครื่องคอมพิวเตอรเมื่อมีความจําเปนตองละทิ้งเครื่องคอมพิวเตอร 3.1.4 ผูใชงานตองปองกันไมใหผูอื่นใชอุปกรณ เชน กลองดิจิทัล เครื่องสําเนาเอกสาร เครื่องสแกน เอกสารโดยไมไดรับอนุญาต
3.2 การควบคุมสินทรัพยสารสนเทศและการใชงานระบบคอมพิวเตอร(Clear Desk and Clear Screen Control) 3.2.1 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีผูรับผิดชอบในการดูแลสถานที่ที่มีการรับ - สงแฟกซหรือจดหมาย เขา – ออก
3.2.2 ผูใชงานตองออกจากระบบคอมพิวเตอร (Logout) ทันที เมื่อจําเปนตองปลอยทิ้งโดยไมมีผูดูแล 3.2.3 ผูใชงานตองจัดเก็บขอมูลสําคัญแยกตางหาก และปองกันใหมีความปลอดภัยอยางพอเพียง 3.2.4 ผูใชงานตองนําเอกสารออกจากเครื่องพิมพทันทีที่พิมพงานเสร็จ - การควบคุมการเขาถึงเครือขาย (Network Access Control)
ใหมีการควบคุมการใชงานบริการเครือขาย การควบคุมการพิสูจนตัวตนสําหรับผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. การควบคุม การพิสูจนตัวตนอุปกรณบนเครือขาย การปองกันพอรต (Port) ที่ใชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ การแบงแยก เครือขาย (Segregation in networks) อยางเหมาะสม การควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขาย และการควบคุม การกําหนดเสนทางบนเครือขาย
4.1 การใชงานบริการเครือขาย (Use of Network Services)
4.1.1 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเผยแพรแผนผังระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Network Diagram) รวมถึงโครงสราง IP Address ชื่อระบบ และชื่ออุปกรณสารสนเทศแกผูที่ไมไดรับอนุญาตหรือ หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอก
4.1.2 ผูดูแลระบบตองควบคุมการใชงานระบบเครือขายสื่อสารขอมูลเพื่อปองกันการเขาถึงระบบเครือขาย สื่อสารขอมูลและบริการของระบบเครือขายสื่อสารขอมูลโดยไมไดรับอนุญาต
4.1.3 ผูดูแลระบบตองควบคุมการเชื่อมตอเครือขายภายนอก เพื่อใชงานอินเทอรเน็ต ซึ่งอาจเปนชองทางให หนวยงานภายนอก/บุคคลภายนอกเขาถึงสารสนเทศหรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. โดยมิไดรับอนุญาต
4.1.4 ผูใชงานตองแจงความประสงคในการขอใชงานบริการเครือขายแก ฝทท. และสามารถใชบริการ เครือขายไดหลังจากไดรับการอนุมัติจาก ฝทท. แลว
4.1.5 ผูใชงาน ตองไมใชระบบเครือขายสื่อสารขอมูลเพื่อเปนชองทางในการเจาะระบบ (Hacking) หรือ การสแกนชองโหวของระบบโดยมิไดรับอนุญาต
4.2 การพิสูจนตัวตนของผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. (User Authentication for External Connections) ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนผานระบบ Active Directory ของ รฟม. กอนอนุญาตให ผูใชงานที่อยูภายนอก รฟม. เขาใชงานเครือขายและระบบสารสนเทศของ รฟม.
17
4.3 การพิสูจนตัวตนของอุปกรณในระบบเครือขายสื่อสารขอมูล (Equipment Identification in Networks) ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนของอุปกรณในระบบเครือขายสื่อสารขอมูล ไดแก การตรวจสอบ MAC Address
4.4 การปองกันพอรตที่ใชสําหรับตรวจสอบและปรับแตงระบบ (Remote Diagnostic and Configuration Port Protection)
ผูดูแลระบบตองระงับบริการและพอรต (Port) ที่ไมมีความจําเปนตองใชบนเครื่องคอมพิวเตอรหรือ อุปกรณเครือขาย
4.5 ผูดูแลระบบตองติดตั้งระบบตรวจจับการบุกรุก (Instrusion Prevention System/ Instrusion Detection System) ของระบบเครือขาย
4.6 การแบงแยกเครือขาย (Segregation in Networks)
4.6.1 ผูดูแลระบบตองจัดใหมีการแบงแยกเครือขายตามกลุมของผูใชงาน หรือกลุมของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อควบคุมการใชงานในแตละเครือขายยอยอยางเหมาะสม โดยพิจารณาจากความตองการ ในการเขาถึงขอมูล ระดับความสําคัญของขอมูล รวมถึงการพิจารณาดานราคา ประสิทธิภาพ และ ผลกระทบทางดานความปลอดภัยดังตอไปนี้
- เครือขายที่อนุญาตใหเขาถึงจากภายนอกและเครือขายที่ใชภายใน รฟม.
- เครือขายแอปพลิเคชัน (Application) ที่มีความสําคัญกับเครือขายอื่น ๆ ที่มีความสําคัญ นอยกวา
- เครือขายสําหรับเครื่องใหบริการ (Server Farm) กับเครือขายของผูใชงาน ควรมีการ ติดตั้งอุปกรณที่สามารถแบงแยกเครือขายไดเชน Firewall หรือ Switch ที่สามารถ
แบง VLAN ไดเปนตน
4.6.2 ผูดูแลระบบจะกําหนดเสนทางบนเครือขายที่เขมงวด เพื่อจํากัดการเขาถึงระยะไกลไปเฉพาะเครือขาย ที่กําหนดเทานั้น
4.6.3 ผูดูแลระบบตองตั้งคา (Configuration) อุปกรณเครือขายเชน Firewall หรือ Router มิใหสามารถ บริหารจัดการจากภายนอกเครือขายไดเวนแตในกรณีฉุกเฉินซึ่งตองไดรับการอนุญาตจากผูดูแลระบบ เทานั้น
4.7 การควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขาย (Network Connection Control)
4.7.1 ผูดูแลระบบตองจํากัดการใชงานเครือขายของผูใชงานในการเชื่อมตอกับเครือขายของ รฟม. เชน Router หรือFirewall เปนตน พรอมทั้งติดตั้งระบบควบคุมเพื่อกลั่นกรองขอมูลที่รับ -สง เชน Web Filtering, Email Filtering เปนตน เพื่อทําใหการเชื่อมตอมีความปลอดภัย
4.7.2 ผูดูแลระบบตองติดตั้ง Firewall ระหวางเครือขายของ รฟม. กับเครือขายภายนอก ทั้งนี้ การติดตั้ง Firewall ตองพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ - การปองกันการจราจรจากภายนอก ตองถูกกําหนดใหใชเสนทางที่ผาน First Tier Firewall ที่มีความมั่นคงปลอดภัยเพื่อปองกันทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. และ
โครงสรางพื้นฐานที่มีความสําคัญจากการเขาถึงที่ไมไดรับอนุญาต - Firewall ตองระบุตัวตนและพิสูจนตัวตนของผูใชงานกอนที่จะใหสิทธิ์การเขาถึง อินเทอรเฟส (Interface) เพื่อการบริหารจัดการ Firewall
- Firewall ตองตั้งคาใหระงับบัญชีผูใชงานหลังจากมีความพยายามที่จะเขาสูระบบ ไมสําเร็จ 5 ครั้ง การยกเลิกการระงับตองดําเนินการโดย ฝทท.
- ไมอนุญาตใหพิสูจนตัวตนผานทางอินเทอรเฟส (Interface) การจัดการ Firewall จากระยะไกล (Remote)
18 - ผูที่ไดรับการมอบหมายจาก ฝทท. เทานั้นที่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนการตั้งคาดานความปลอดภัย บน Firewall
- Firewall ตองตั้งคาใหบันทึกเหตุการณดานความมั่นคงปลอดภัย
- Firewall ตองไดรับการสอบทาน ทดสอบ และตรวจสอบอยางสม่ําเสมอ
- Firewall ตองถูกบริหารจัดการผานทางการติดตอสื่อสารที่มีการเขารหัส
- ตองปดบริการและพอรต (Port) ที่ไมจําเปนตองใชบน Firewall
- Firewall ประเภทซอฟตแวร(Software) ตองติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย แยกตางหาก
- Firewall ตองสามารถปองกันตัวเองจากการโจมตีDOS (Denial of service) ได อยางเชน Ping, Sweeps หรือ TCP SYN Floods เปนตน
- ตองใชเวอรชันของซอฟตแวร (Software) Firewall และระบบปฏิบัติการที่เจาของ ผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุน
- ผูดูแล Firewallตองติดตามขอมูลชองโหวจากผูใหบริการ (Vendor) เพื่อรับทราบขาวสาร การ Upgrade และแพ็ตช (Patch) ที่จําเปน และตองติดตั้งแพ็ตช(Patch) ทั้งหมด
ที่เกี่ยวของ
4.7.3 ผูดูแลระบบตองติดตั้ง Firewall เพื่อแบงแยก Zone ใหมีการใช DMZ (Demilitarized zone) โดยตองพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ - เครื่องคอมพิวเตอรแมขายที่ใหบริการผานอินเทอรเน็ต เชน FTP, Email, Web และ External DNS server เปนตน ตองติดตั้งอยูใน DMZ
- การเขาถึงจากระยะไกลตองพิสูจนตัวตนที่ Firewall หรือผานบริการที่อยูใน DMZ
- DNS Servers ตองไมอนุญาตใหมีการแลกเปลี่ยนโซน (Zone Transfers) เวนแต มีเหตุจําเปน
4.8 การควบคุมการกําหนดเสนทางบนเครือขาย (Network Routing Control)
ผูดูแลระบบตองควบคุมการกําหนดเสนทางบนเครือขายเพื่อใหมั่นใจวาการเชื่อมตอเครื่องคอมพิวเตอร และการไหลเวียนของสารสนเทศบนเครือขาย โดยมีกลไกในการตรวจสอบที่อยูปลายทางและตนทางของ การเชื่อมตอ เชน การควบคุมโดย Firewall หรือ Proxy เปนตน
- การควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Operating system Access Control)
ใหมีการควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการอยางมั่นคงปลอดภัย การควบคุมการระบุและพิสูจนตัวตนของผูใชงาน การควบคุมระบบบริหารจัดการรหัสผาน การควบคุมการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System Utilities) การควบคุมการหมดเวลาการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และควบคุมการจํากัดระยะเวลาการเชื่อมตอ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1 ขั้นตอนปฏิบัติในการเขาถึงระบบอยางมั่นคงปลอดภัย (Secure Logon Procedures) 5.1.1 ผูดูแลระบบ ตองจัดใหมีการควบคุมการเขาถึงระบบปฏิบัติการอยางมั่นคงปลอดภัย โดยขั้นตอน การเขาสูระบบตองเปดเผยขอมูลเกี่ยวกับระบบใหนอยที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงผูใชงานที่ไมไดรับอนุญาต ซึ่งขั้นตอนการ Logon ตองพิจารณา ดังนี้
- หากกระบวนการเขาสูระบบไมสําเร็จ ระบบตองไมแสดงขอมูลของระบบหรือแอปพลิเคชัน (Application) ที่ใชงานอยู
- ระบบตองแสดงขอความเตือนผูใชงานวาสามารถเขาใชงานเครื่องคอมพิวเตอรไดเฉพาะ ผูที่มีสิทธิ์เทานั้น
- หากกระบวนการเขาสูระบบไมสําเร็จ ระบบตองไมแสดงขอมูลที่สามารถระบุตัวตนของระบบ เชน เครือขายที่ใชงาน สถานที่ตั้งของระบบ หรือชื่อเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย เปนตน
19 - ระบบตองไมแสดงขอความที่ชี้เฉพาะเหตุของการเขาสูระบบไมสําเร็จ เชน ไมแสดงขอความวา บัญชีผูใชงานผิด หรือ รหัสผานผิด เปนตน
- หามเขาสูระบบจากบัญชีผูใชงานสวนบุคคลเดียวกันมากกวาหนึ่ง Session ในระบบเดียวกัน 6) ระบบตองจํากัดจํานวนครั้งในการพยายามเขาสูระบบที่ไมสําเร็จ และตองพิจารณาเงื่อนไข ตอไปนี้
(ก) การเก็บบันทึกผลการเขาสูระบบทั้งที่สําเร็จและไมสําเร็จ
(ข) หนวงระยะเวลาในการเขาใชงานระบบครั้งตอไป
(ค) การตัดการเชื่อมตอ
(ง) การแสดงขอความเตือนที่หนาจอของผูดูแลระบบเมื่อมีการเขาสูระบบเกินจํานวนครั้ง ที่จํากัดไว - ระบบตองแสดงวัน เวลา ในการเขาสูระบบที่สําเร็จในครั้งกอน พรอมทั้งบันทึกจํานวนครั้ง ที่พยายามเขาไมสําเร็จนับแตการเขาสูระบบที่สําเร็จในครั้งกอนของผูใชงาน
- ระบบตองไมสงรหัสผานแบบ Clear Text ผานระบบเครือขายสื่อสารขอมูล
- ผูดูแลระบบตองกําหนดจํานวนครั้งที่ยอมใหใสรหัสผานผิดไดไมเกิน 5 ครั้ง
5.2 การระบุและพิสูจนตัวตนของผูใชงาน (User Identification and Authentication) ผูดูแลระบบ ตองจัดใหผูใชงานมีบัญชีผูใชงานของแตละบุคคลเพื่อใชพิสูจนตัวตนในการเขาถึงระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ และตองใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศพิสูจนตัวตนผูใชงานในการเขาถึงระบบปฏิบัติการผานระบบ Active Directory (AD) หรือ Lightweight Directory Access Protocol (LDAP) ทุกครั้ง พรอมทั้งบันทึก ขอมูลการเขาถึง
5.3 การใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้(Use of System Utilities)
ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้บนระบบที่ใชงานจริง (Production System)ดังนี้ 5.3.1 ตองจัดทําบัญชีโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System Utilities) ที่นํามาใชงาน
5.3.2 กําหนดความรับผิดชอบในการใชโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ (System Utilities) แตละรายการ อยางชัดเจนและสื่อสารใหผูเกี่ยวของทราบเพื่อถือปฏิบัติ
5.3.3 ใหมีการพิสูจนตัวตน และกําหนดสิทธิ์ในการใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้เฉพาะกลุมคนที่มี หนาที่รับผิดชอบ
5.3.4 มีการบันทึกเหตุการณ (Log) การใชงานโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ และตองสอบทานจากผูดูแลระบบ อยางสม่ําเสมอ
5.3.5 ตองทําการเพิกถอนหรือระงับโปรแกรมประเภทยูทิลิตี้ที่ไมจําเปน
5.4 การหมดเวลาการใชงานระบบสารสนเทศ (Session Timeout)
5.4.1 ผูดูแลระบบตองกําหนด Session Timeout ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไมมีการใชงานภายใน ระยะเวลา 15 นาทีหากระบบใดที่ไมสามารถกําหนด Session Timeout ภายในระยะเวลา 15 นาทีได ใหกําหนดเปนระยะเวลานอยที่สุดที่จะสามารถกําหนดไดทั้งนี้ ถาระบบที่ไมสามารถตัดการเชื่อมตอ แบบอัตโนมัติไดกําหนดใหใชโปรแกรมพักหนาจอที่ตองใสรหัสผานหรือกําหนดใหมีการล็อกหนาจอ
5.4.2 ผูดูแลระบบ และผูใชงาน ตองตั้งคาใหมีโปรแกรมพักหนาจอที่ตองใสรหัสผานสําหรับเครื่อง คอมพิวเตอรสวนบุคคล เครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพา และเครื่องคอมพิวเตอรแมขาย ทั้งนี้ โปรแกรมพักหนาจอกําหนดใหปอนรหัสผานหลังจากที่มีการทิ้งเครื่องดังกลาวไวโดยไมมีการใชงาน เปนระยะเวลา 15 นาที
20
5.5 การจํากัดระยะเวลาการเชื่อมตอระบบสารสนเทศ (Limitation of Connection Time) 5.5.1 ผูดูแลระบบ ตองจํากัดระยะเวลาในการเชื่อมตอระบบสารสนเทศที่มีความสําคัญสูง โดยตอง คํานึงถึงระยะเวลาที่จําเปนในกระบวนการดําเนินงานทางธุรกิจ ไดแก กําหนดใหเขาใชงานได ในชวงเวลาทําการของ รฟม. 08.00 น. –17.00 น.และเชื่อมตอเพื่อใชงานไดครั้งละไมเกิน 3 ชั่วโมง 5.5.2 ผูใชงาน หากมีความจําเปนตองใชงานนอกเวลาที่กําหนดตองขออนุมัติจากผูบังคับบัญชาเทานั้น 6. การควบคุมการเขาถึงโปรแกรมประยุกตและสารสนเทศ (Application and Information Access Control) ใหมีการจํากัดการเขาถึงสารสนเทศ และการแยกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสําคัญสูงไวในบริเวณที่ ควบคุมเฉพาะ
6.1 การจํากัดการเขาถึงสารสนเทศ (Information Access Restriction)
6.1.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงแกผูใชงานเทาที่จําเปนตองใชในการ ปฏิบัติงาน โดยการใหสิทธิ์ตองพิจารณาในเรื่องดังตอไปนี้ - การจํากัดไมใหใชตัวเลือก (Options) ที่ไมไดรับอนุญาต
- การจํากัดการเขาถึง Command Line
- การจํากัดการเขาถึงขอมูลและฟงกชันการใชงานของแอปพลิเคชัน (Application) ที่ไมเกี่ยวของ กับหนาที่ความรับผิดชอบ
- การจํากัดระดับสิทธิ์ในการเขาถึงไฟลเชน อานอยางเดียว เปนตน
- การควบคุมการแจกจาย การเขาถึงขอมูล การนําขอมูลออกจากระบบสารสนเทศ เชน รายงาน เปนตน
6.1.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ ควรกําหนดใหระบบสารสนเทศรองรับการกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึง แบบกลุมได
6.2 การแยกระบบสารสนเทศที่ไวตอการรบกวน (Sensitive System Isolation) มีผลกระทบตอคนกลุมใหญ หรือระบบที่มีความสําคัญตอหนวยงาน ตองดําเนินการดังนี้
6.2.1 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบ แยกระบบซึ่งไวตอการรบกวนออกจากระบบอื่น ๆ และควบคุม สภาพแวดลอมของระบบโดยเฉพาะ ไดแก ระบบ File Sharing ระบบสารสนเทศทางการเงิน และระบบ Active Directory (AD) โดยเขาถึงไดทั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและสื่อสารเคลื่อนที่และ การปฏิบัติงานจากภายนอกองคกร (Mobile Computing and Teleworking)
6.2.2 ผูดูแลระบบตองควบคุมอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่และการปฏิบัติงานจาก ภายนอกหนวยงาน (Mobile Computing and Teleworking) ที่เกี่ยวของกับระบบดังกลาว 6.2.3 เจาของขอมูลที่เปนเจาของระบบสารสนเทศที่มีความสําคัญสูงตองเปนผูอนุญาต ในกรณีที่ระบบ สารสนเทศที่มีความสําคัญสูงมีความจําเปนตองทํางานรวมกับระบบสารสนเทศอื่นที่มีความสําคัญ นอยกวา
- การควบคุมการปฏิบัติงานจากภายนอก รฟม. (Teleworking)
7.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดใหมีการพิสูจนตัวตนกอนการใชงาน และเชื่อมตอผานชองทางที่มีความปลอดภัย ที่มีเทคโนโลยีเขารหัสปองกัน
7.2 ผูดูแลระบบตองทําการถอดถอนสิทธิ์ในการเขาถึงของผูใชงานจากภายนอกสํานักงาน เมื่อครบกําหนด ระยะเวลาที่ขออนุญาต
7.3 ผูใชงาน หากจําเปนตองมีการปฏิบัติงานจากภายนอกสํานักงานของ รฟม. ตองไดรับการอนุญาตจาก ผูบังคับบัญชาอยางเปนลายลักษณอักษร ในกรณีเรงดวนสามารถดําเนินการกอน โดยแจงใหผูบังคับบัญชา รับทราบดวย โดยผูบังคับบัญชาตองพิจารณาเงื่อนไขในการเตรียมการ ดังตอไปนี้
21
- ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพและสภาพแวดลอมของการปฏิบัติงานจากภายนอก รฟม. 2) ความมั่นคงปลอดภัยทางการสื่อสาร โดยยึดจากระดับความสําคัญ (Sensitivity) ของขอมูล ที่จะถูกเขาถึงและสงผานชองทางการเชื่อมตอสื่อสาร (Communication Link) รวมถึงระดับ ความสําคัญ (Sensitivity) ของระบบภายใน รฟม.
7.4 ผูใชงานตองจัดเก็บเอกสารที่เปนความลับในอุปกรณที่ล็อกไดและมีการควบคุมการเขาถึง โดยใชหลักเกณฑ การรักษาความลับเชนเดียวกับสารสนเทศที่อยูในสํานักงานของ รฟม.
7.5 ผูใชงาน ตองติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัสและ Personal Firewall สําหรับอุปกรณสวนตัวที่ใชเชื่อมตอ เครือขายของ รฟม. จากภายนอก
- ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมการใชงานขอมูลสวนบุคคลใหมีการใชงานที่สอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ เชน พระราชบัญญัติคุมครองขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562
22
สวนที่ 7
การควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย
วัตถุประสงค
▪ เพื่อกําหนดมาตรการในการควบคุมการเขาถึงระบบเครือขายไรสาย (Wireless LAN) ของ รฟม. โดยการกําหนด สิทธิ์ของผูใชงานในการเขาถึงระบบใหเหมาะสมตามหนาที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการทบทวน สิทธิ์การเขาถึงอยางสม่ําเสมอ
▪ เพื่อสรางความมั่นคงปลอดภัยของการใชงานระบบเครือขายไรสาย
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูใชงานที่ตองการเขาถึงระบบเครือขายไรสายของ รฟม. ตองลงทะเบียนกับผูดูแลระบบ และตองไดรับการ อนุญาตจาก ฝทท. อยางเปนลายลักษณอักษร
- ผูดูแลระบบตองกําหนดมาตรฐานความปลอดภัยของระบบเครือขายไรสายไมต่ํากวามาตรฐาน WPA2 3. ผูดูแลระบบตองลงทะเบียนกําหนดสิทธิ์ผูใชงานในการเขาถึงระบบเครือขายไรสายใหเหมาะสมกับหนาที่ ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการทบทวนสิทธิ์การเขาถึงอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองลงทะเบียนอุปกรณทุกตัวที่ใชติดตอระบบเครือขายไรสาย
- ผูดูแลระบบ ตองกําหนดตําแหนงการวางอุปกรณ Access Point (AP) ไมใหสัญญาณของอุปกรณรั่วไหลออกไป นอกบริเวณที่ใชงาน เพื่อปองกันไมใหผูโจมตีใช Access Point (AP) ของ รฟม. รับ - สงสัญญาณได 6. ผูดูแลระบบตองเลือกใชกําลังสงใหเหมาะสมกับพื้นที่ใชงานและตองสํารวจวาสัญญาณรั่วไหลออกไปภายนอก หรือไม นอกจากนี้การใชเสาอากาศพิเศษที่สามารถกําหนดทิศทางการแพรกระจายของสัญญาณอาจชวยลดการ รั่วไหลของสัญญาณใหดีขึ้น
- ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนคา SSID (Service Set Identifier) ที่ถูกกําหนดเปนคา Default มาจากผูผลิตทันทีที่นํา Access Point (AP) มาใชงาน
- ผูดูแลระบบตองเปลี่ยนคาชื่อ Login และรหัสผานสําหรับการตั้งคาการทํางานของอุปกรณไรสาย และผูดูแลระบบ ตองเลือกใชชื่อ Login และรหัสผานที่มีความคาดเดาไดยากเพื่อปองกันผูโจมตีไมใหสามารถเดาหรือเจาะรหัส ไดโดยงาย
- ผูดูแลระบบตองควบคุม MAC address ชื่อผูใช (Username) และรหัสผาน (Password) ของผูใชงานที่มีสิทธิ์ ในการเขาใชงานระบบเครือขายไรสาย โดยอนุญาตเฉพาะผูใชงานที่ไดรับอนุญาตใหเขาใชเครือขายไรสายไดอยาง ถูกตองเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือขายไรสายอยางสม่ําเสมอ และบันทึกเหตุการณ นาสงสัยที่เกิดขึ้นในระบบเครือขายไรสายตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
23
สวนที่8
การควบคุมหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกที่มีการเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม. ใหเปนไปอยางมั่นคงปลอดภัย
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ หนวยงานภายนอก
▪ ผูใชงาน (บุคคลภายนอก)
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงจากการเขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรืออุปกรณที่ใชในการประมวลผล โดยหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก และกําหนดมาตรการรองรับหรือแกไขที่เหมาะสมกอนที่จะอนุญาตให เขาถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รฟม.
- การควบคุมการเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก 2.1 เจาของขอมูลตองเปนผูอนุญาตการใหสิทธิ์แกหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกที่ตองการสิทธิ์ในการ เขาใชงานระบบสารสนเทศของ รฟม. อยางเปนลายลักษณอักษร
2.2 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหมีการลงนามการไมเปดเผยขอมูลที่สําคัญและเปนความลับของ รฟม. 2.3 ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการกําหนดขอตกลงและความรับผิดชอบที่เกี่ยวของกับความเสี่ยง ดานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศลงในสัญญากับหนวยงานภายนอกที่ใหบริการดานสารสนเทศและ บริการดานการสื่อสาร โดยใหครอบคลุมรวมถึงผูรับจางชวง
2.4 ผูบังคับบัญชาตองกําหนดใหจัดทําเอกสารแบบฟอรมสําหรับใหหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก ระบุเหตุผลความจําเปนที่ตองเขาใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
2.4.1 เหตุผลในการขอใช
2.4.2 ระยะเวลาในการใช
2.4.3 การตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณที่เชื่อมตอเครือขาย
2.4.4 การตรวจสอบ MAC address ของเครื่องคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอ
2.5 ผูดูแลระบบมีสิทธิ์ในการตรวจสอบการใชงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหนวยงานภายนอกและ ผูใชงานภายนอก เพื่อควบคุมการใชงานไดอยางมั่นคงปลอดภัยตามสัญญา
2.6 ผูดูแลระบบตองควบคุมใหหนวยงานภายนอกจัดทําแผนการดําเนินงาน คูมือการปฏิบัติงานและเอกสารที่ เกี่ยวของ รวมทั้งตองปรับปรุงใหทันสมัยอยูเสมอ เพื่อใชสําหรับควบคุมหรือตรวจสอบการทํางาน และ เพื่อใหมั่นใจวาการปฏิบัติงานเปนไปตามขอบเขตที่ไดกําหนดไว - ผูดูแลระบบตองแจงแนวปฏิบัติตาง ๆ ที่เกี่ยวของแกหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกเพื่อใหปฏิบัติตาม
24 - ผูดูแลระบบ ตองกํากับดูแลหนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกใหปฏิบัติตามสัญญาหรือขอตกลงการ ใหบริการที่ระบุไว ซึ่งตองครอบคลุมถึงดานความมั่นคงปลอดภัย
- ผูดูแลระบบ ตองติดตาม ตรวจสอบรายงานหรือบันทึกการใหบริการของหนวยงานภายนอกตามที่วาจางอยาง สม่ําเสมอตามสัญญาวาจาง
- ผูดูแลระบบ ตองกําหนดขั้นตอนและชองทางในการติดตอกับหนวยงานภายนอกที่มีหนาที่ในการกํากับดูแล หรือ หนวยงานที่เกี่ยวของกับการบังคับใชกฎหมาย รวมทั้งหนวยงานที่ควบคุมดูแลสถานการณฉุกเฉินภายใต สถานการณตาง ๆ ไวอยางชัดเจน
- ผูดูแลระบบ ตองมีขั้นตอนและชองทางในการติดตอกับหนวยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะดานหรือ หนวยงานที่มีความเชี่ยวชาญดานความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศภายใตสถานการณตาง ๆ ไวอยางชัดเจน 8. ผูดูแลระบบตองควบคุมการเปลี่ยนแปลงของหนวยงานภายนอกที่สงผลกระทบตอการใหบริการขององคกร และ ตองประเมินความเสี่ยงอยางเหมาะสมเพื่อควบคุมผลกระทบอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนั้น 9. หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอก ตองใชงานทรัพยสินสารสนเทศของ รฟม. ดวยความระมัดระวัง และ รักษาความลับของ รฟม. ไมนําไปเปดเผย และตองขออนุญาตพรอมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเขาถึงระบบ สารสนเทศของ รฟม. ทุกครั้ง
- หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกตองแจงเหตุการณไมปกติตาง ๆ ดานเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบผาน ชองทางที่ รฟม. กําหนดโดยเร็วที่สุด
- หนวยงานภายนอกและผูใชงานภายนอกตองจัดเก็บบัญชีผูใชงานที่ รฟม. จัดทําไวใหใชงานเปนความลับ เฉพาะ บุคคล ไมเปดเผยใหผูอื่นรับทราบ
25
สวนที่ 9
การใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ ของ รฟม.
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการใชงานทรัพยสินของ รฟม. ประเภทเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ใหเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อปองกัน การสูญหาย เสียหาย หรือถูกเขาถึงขอมูลโดยไมไดรับอนุญาต
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานกายภาพ (Physical Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การใชงานทั่วไป
1.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดบัญชีซอฟตแวรมาตรฐาน (Software Standard) ที่อนุญาตใหติดตั้งบนเครื่อง คอมพิวเตอรของผูใชงาน และปรับปรุงใหเปนปจจุบันเสมอ
1.2 ผูดูแลระบบตองเปนผูกําหนดการตั้งชื่อเครื่องคอมพิวเตอร (Computer Name) เทานั้น 1.3 ผูใชงานตองติดตั้งโปรแกรมสําหรับควบคุมการใชงานอุปกรณเคลื่อนที่ (Mobile Device Management: MDM) รวมถึงอุปกรณอื่น ๆ ที่ รฟม. ไมสามารถควบคุมการใชงานผานระบบ Active Directory (AD) ได 1.4 ผูใชงานตองใชงานอยางมีประสิทธิภาพเพื่องานของ รฟม.
1.5 ผูใชงานตองไมติดตั้งโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์บนเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ของ รฟม. 1.6 ผูใชงานตองขอนุญาตติดตั้งโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 1.7 ผูใชงานตองไมติดตั้งและแกไขเปลี่ยนแปลงโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ของ รฟม. การดําเนินการดังกลาวตองดําเนินการโดยผูดูแลระบบเทานั้น
1.8 ผูใชงานตองศึกษาและปฏิบัติตามคูมือการใชงานเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่อยางละเอียด เพื่อใหสามารถใชงานอยางปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
1.9 ผูใชงานตองไมดัดแปลงแกไขสวนประกอบตาง ๆ ของคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ และรักษาใหมีสภาพเดิม 1.10 ผูใชงานตองแจงซอมเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ที่อยูในความรับผิดชอบของ ฝทท. ใหฝทท. เปนผูดําเนินการเทานั้น
1.11 ผูใชงานตองอัปเดต Patch และระบบปฏิบัติการใหทันสมัยอยูเสมอ
1.12 ผูใชงานตองไมสราง Shortcut ไวบน Desktop ที่เชื่อมตอไปยังขอมูลสําคัญของ รฟม. 1.13 กรณีเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพาและอุปกรณเคลื่อนที่ผูใชงานตองปฏิบัติเพิ่มเติม ดังนี้ 1.13.1 ตองติดตั้ง Application จาก Official Store หรือเว็บไซตที่ใหบริการผานโปรโตคอล HTTPS 1.13.2 ไมปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Rooted/Jailbroken)
1.13.3 ในกรณีที่มีการใชงานอุปกรณประเภทพกพาในที่สาธารณะ หองประชุม และพื้นที่ภายนอก อื่น ๆ ที่ไมมีการปองกัน หรือไมไดอยูในบริเวณของ รฟม. ใหปองกันการเขาถึงที่ไมไดรับอนุญาต เชน ไมเปดการเชื่อมตอแบบไรสายโดยไมมีการเขารหัสขอมูล เปนตน
26
1.13.4 ตองระมัดระวังการเคลื่อนยาย โดยตองใสกระเปาเพื่อปองกันอันตรายที่เกิดจากการกระทบกระเทือน เชน การตกจากโตะทํางานหรือหลุดมือ เปนตน
1.13.5 ไมใสในกระเปาเดินทางที่เสี่ยงตอการถูกกดทับโดยไมไดตั้งใจจากการมีของหนักทับหรืออาจถูก จับโยนได
1.13.6 การใชงานเปนระยะเวลานานเกินไป ในสภาพที่มีอากาศรอนจัดตองปดเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อเปน การพักเครื่องสักระยะหนึ่งกอนเปดใชงานใหมอีกครั้ง
1.13.7 หลีกเลี่ยงการใชนิ้วหรือของแข็ง เชน ปลายปากกา กดสัมผัสหนาจอ LCD ใหเปนรอย ขีดขวนหรือ ทําใหจอ LCD ของเครื่องคอมพิวเตอรแบบพกพาแตกเสียหายได
1.13.8 ไมวางของทับบนหนาจอและแปนพิมพ
1.13.9 การเคลื่อนยายเครื่องขณะที่เครื่องเปดใชงานอยู ใหทําการยกจากฐานภายใตแปนพิมพ หามยายเครื่องโดยการดึงหนาจอภาพขึ้น
1.13.10 ไมคลื่อนยายเครื่องในขณะที่ Harddisk กําลังทํางาน
1.13.11 ไมใชหรือวางใกลสิ่งที่เปนของเหลว ความชื้น เชน อาหาร น้ํา กาแฟ เครื่องดื่มตาง ๆ เปนตน 1.13.12 ไมวางใกลอุปกรณที่มีสนามแมเหล็กไฟฟาแรงสูง เชน แมเหล็ก โทรทัศน ไมโครเวฟ ตูเย็น เปนตน 1.13.13 ไมติดตั้งหรือวางในที่ที่มีการสั่นสะเทือน เชน ในยานพาหนะที่กําลังเคลื่อนที่
1.13.14 การเช็ดทําความสะอาดหนาจอภาพตองเช็ดอยางเบามือที่สุด และตองเช็ดไปในแนวทาง เดียวกันหามเช็ดแบบหมุนวน เพราะจะทําใหหนาจอมีรอยขีดขวนได
1.13.15 รับผิดชอบในการปองกันการสูญหาย เชน ตองล็อกเครื่องขณะที่ไมไดใชงาน ไมวางเครื่องทิ้งไวในที่ สาธารณะ หรือในบริเวณที่มีความเสี่ยงตอการสูญหาย
1.13.16 นําติดตัวไปดวยเสมอ เชน ไมละทิ้ง อุปกรณประมวลผลประเภทพกพาในรถยนตหองพัก ในโรงแรม หรือหองประชุม เปนตน ในกรณีที่มีความจําเปนตองละทิ้งใหจัดเก็บไวในสถานที่ มั่นคงปลอดภัย
1.13.17 ไมเก็บหรือใชงานในสถานที่ที่มีความรอน ความชื้นหรือฝุนละอองสูงและตองระวังปองกันการ ตกกระทบ
1.13.18 ไมเปลี่ยนแปลงแกไขสวนประกอบยอย (Sub Component) ที่ติดตั้งอยูภายใน เชน แบตเตอรี่ หนวยความจํา - แนวปฏิบัติในการใชรหัสผาน
ใหผูใชงานปฏิบัติตามการใชงานรหัสผาน (Password Use) (สวนที่ 6) - การปองกันจากโปรแกรมชุดคําสั่งไมพึงประสงค (Malicious Code)
3.1 ผูดูแลระบบตองควบคุมการ Update ระบบปฏิบัติการ เว็บเบราวเซอรและโปรแกรมใชงานตาง ๆ อยางสม่ําเสมอ เพื่อปดชองโหว (Vulnerability) ที่เกิดขึ้นจากซอฟตแวรเปนการปองกันการโจมตีจาก ภัยคุกคามตาง ๆ
3.2 ผูดูแลระบบตองติดตั้งและปรับปรุงโปรแกรมปองกันไวรัสใหทันสมัยอยูเสมอ
3.3 ผูใชงานตองไมปดหรือยกเลิกระบบการปองกันไวรัสที่ติดตั้งอยู
3.4 ผูใชงานตองตรวจสอบหาไวรัสจากสื่อบันทึกตาง ๆ เชน Thumb drive และ Data storage อื่น ๆ กอน นํามาใชงานรวมกับเครื่องคอมพิวเตอรของ รฟม.
3.5 ผูใชงาน หากพบหรือสงสัยวาเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ติดชุดคําสั่งไมพึงประสงค ใหรีบยกเลิก เชื่อมตอเครื่องเขากับระบบเครือขายสื่อสารขอมูลเพื่อปองกันการแพรกระจายของชุดคําสั่งที่ไมพึงประสงค ไปยังเครื่องอื่น ๆ ไดและแจง ฝทท. ทราบทันที
27 - การสํารองขอมูลและการกูคืน
4.1 ผูใชงานตองรับผิดชอบในการสํารองขอมูลจากเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณเคลื่อนที่ไวบนสื่อบันทึกอื่น ๆเชน ระบบ File Sharing, CD, DVD, External harddisk เปนตน
4.2 ผูใชงานมีหนาที่เก็บรักษาสื่อขอมูลสํารอง (Backup Media) ไวในสถานที่ที่เหมาะสม ไมเสี่ยงตอการรั่วไหลของ ขอมูลและทดสอบการกูคืนขอมูลที่สํารองไวอยางสม่ําเสมอ - ผูดูแลระบบ ตองควบคุมใหเครื่องคอมพิวเตอรไดรับการปรับตั้งคาอยางเหมาะสม เพื่อปองกันการใชงานหรือ ติดตั้ง Mobile Code เชน Active X, Java จากแหลงที่ไมนาเชื่อถือ
28
สวนที่ 10
การใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลน
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการใชงานอินเทอรเน็ตและการใชงานสื่อสังคมออนไลน (Social Network) ของ รฟม. ใหมีความปลอดภัย และปองกันการละเมิดพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร จนสงผลกระทบตอ รฟม. ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองควบคุมการเชื่อมตอทางเครือขายสําหรับการเขาถึงอินเทอรเน็ตโดยพิจารณาเรื่องดังตอไปนี้ 1) ผูดูแลระบบตองไมอนุญาตใหใชงานอุปกรณ VideoStreaming อุปกรณ Audio streaming หรือ Download ไฟลที่มีขนาดใหญ ในกรณีที่จําเปนตองไดรับการอนุญาตจากผูบังคับบัญชากอนเทานั้น
- ผูดูแลระบบตองจํากัดการใชงานอินเทอรเน็ตเพื่อเรื่องสวนตัวหรือที่ไมใชการดําเนินงานของ รฟม. ใหนอยที่สุด เทาที่เปนไปได เชน การระงับการเขาถึง Website ที่ไมจําเป ็น การระงับการเขาถึง Website ที่มีเนื้อหาตองหาม ตามพระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร
- ผูดูแลระบบตองปองกันไมใหมีการรับสงขอมูลที่ไมเหมาะสมจากภายนอก รฟม. เชน
(ก) Executable เชน .EXE .COM เปนตน
(ข) ไฟล(File) เสียง เชน AUD .WAV และ .MP3 เปนตน
(ค) ไฟล(File) วีดิทัศนเชน .MPG .MPEG .MOV และ .AVI เปนตน
(ง) Peer to Peer เชน .torrent เปนตน
ในกรณีที่มีความจําเปนตองไดรับอนุญาตจากผูบังคับบัญชา และ ฝทท. - ผูดูแลระบบตองกําหนดเสนทางการเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรเพื่อการเขาใชงานอินเทอรเน็ตที่ตองเชื่อมตอ ผานระบบรักษาความปลอดภัยที่ รฟม. จัดสรรไวเทานั้น เชน Proxy,Firewall เปนตน
- ผูดูแลระบบตองทดสอบเสนทางสําหรับการเชื่อมตออินเทอรเน็ตขององคกรระหวางเสนทางที่ใชงานจริงและ เสนทางสํารองอยางนอยปละ 2 ครั้ง
- ผูใชงานตองไมเชื่อมตอระบบคอมพิวเตอรผานชองทางอื่น ยกเวนมีความจําเปนและขออนุญาตจาก ฝทท. เปนลายลักษณอักษรแลว
- ผูใชงานตองขออนุญาตติดตั้งซอฟตแวร (Software) ที่ Download จากอินเทอรเน็ต และการติดตั้งตองดําเนินการ โดยผูที่ไดรับมอบหมายจากผูดูแลระบบเทานั้น
- ผูใชงานตองไมมีเจตนาปดบังหรือบิดเบือนตัวตนเมื่อมีการใชงานอินเทอรเน็ต
- ผูใชงานติดตั้งโปรแกรมปองกันไวรัส พรอมทั้งตองปรับปรุง Virus Signature ที่เครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลและ เครื่องคอมพิวเตอรพกพาใหมีความทันสมัยอยูเสมอ กอนทําการเชื่อมตออินเทอรเน็ตผานเว็บเบราวเซอร (Web Browser) และตองปดชองโหวของระบบปฏิบัติการที่เว็บเบราวเซอรติดตั้งอยู
- ผูใชงานจะตองตรวจสอบไวรัส (Virus Scanning) กอนการรับ - สงขอมูลคอมพิวเตอรผานทางอินเทอรเน็ต
29 - ผูใชงานตองไมใชเครือขายอินเทอรเน็ตของ รฟม. เพื่อหาประโยชนในเชิงธุรกิจสวนตัว และทําการเขาสู เว็บไซตที่ ไมเหมาะสม เชน เว็บไซตที่ขัดตอศีลธรรม เว็บไซตที่มีเนื้อหาที่ขัดตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย หรือเว็บไซตที่ เปนภัยตอสังคม เปนตน
- ผูใชงานจะถูกกําหนดสิทธิ์ในการเขาถึงแหลงขอมูลตามหนาที่ความรับผิดชอบเพื่อประสิทธิภาพของเครือขายและ ความปลอดภัยทางขอมูลของ รฟม.
- ผูใชงานตองหลีกเลี่ยงการกระทําที่สิ้นเปลืองทรัพยากรของเครือขายอินเทอรเน็ต ดังนี้ (ก) สงจดหมายอิเล็กทรอนิกสลูกโซ
(ข) ใชเวลาในการเขาถึงอินเทอรเน็ตเกินความจําเปนยกเวนเพื่อปฏิบัติงานให รฟม.
(ค) เลนเกม Online
(ง) เขาหองพูดคุย Online ที่ไมไดมีวัตถุประสงคเพื่อปฏิบัติงานให รฟม. - ผูใชงานตองไมเผยแพรขอมูลที่เปนการหาประโยชนสวนตัวหรือขอมูลที่ไมเหมาะสมทางศีลธรรม หรือขอมูลที่ ละเมิดสิทธิ์ของผูอื่น หรือขอมูลที่อาจกอความเสียหายใหกับ รฟม.
- ผูใชงานตองไมเปดเผยขอมูลสําคัญที่เปนความลับเกี่ยวกับงานของ รฟม.
- ผูใชงานตองไมนําเขาขอมูลคอมพิวเตอรใด ๆ ที่มีลักษณะอันเปนเท็จ อันเปนความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แหงราชอาณาจักร อันเปนความผิดเกี่ยวกับการกอการราย หรือภาพที่มีลักษณะอันลามก และไมทําการเผยแพร หรือสงตอขอมูลคอมพิวเตอรดังกลาวผานอินเทอรเน็ต
- ผูใชงานตองไมนําเขาขอมูลคอมพิวเตอรที่เปนภาพของผูอื่นและภาพนั้นเปนภาพที่เกิดจากการสรางขึ้น ตัดตอ เติมหรือดัดแปลงดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส หรือวิธีการอื่นใด ที่จะทําใหผูอื่นเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือไดรับความอับอาย
- ผูใชงานมีหนาที่ตรวจสอบความถูกตองและความนาเชื่อถือของขอมูลคอมพิวเตอรที่อยูบนอินเทอรเน็ตกอนนํา ขอมูลไปใชงาน
- ผูใชงานตองคํานึงวาขอมูลจากอินเทอรเน็ตอาจไมมีความทันสมัยหรือไมมีความถูกตอง ผูใชงานตองตรวจสอบ ความถูกตองของขอมูลจากแหลงที่นาเชื่อถือกอนที่จะเผยแพรขอมูลดังกลาว
- ผูใชงานตองระมัดระวังการดาวนโหลดโปรแกรมใชงานจากอินเทอรเน็ต ซึ่งรวมถึง Patch หรือ Fixesตาง ๆ จากผูขาย ตองเปนไปโดยไมละเมิดทรัพยสินทางปญญา
- ผูใชงานตองไมใชขอความที่ยั่วยุ ใหรายในการเสนอความคิดเห็นที่จะทําใหเกิดความเสื่อมเสียตอชื่อเสียงของ รฟม. การทําลายความสัมพันธกับเจาหนาที่ของหนวยงานอื่น ๆ
- ผูใชงานตองไมบันทึกรหัสผานใน Web Browser (Remember Password) เพื่อปองกันบุคคลอื่นที่สามารถ เขาถึงคอมพิวเตอรของผูใชงานนํารหัสผานดังกลาวไปใชงานในอินเทอรเน็ตโดยไมไดรับอนุญาต 17. ผูใชงานตองไม Download เอกสาร หรือสารสนเทศตาง ๆ เชน ขอมูล รูปภาพ วิดีโอ เสียง และซอฟตแวร (Software) ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือผิดกฎหมาย
- ผูใชงานตองปดเว็บเบราวเซอรเพื่อปองกันการเขาใชงานโดยบุคคลอื่น ๆ ภายหลังจากใชงานอินเทอรเน็ตเสร็จแลว 19. การใชงานสื่อสังคมออนไลน (Social Network)
19.1 ผูใชงานตองระมัดระวังในการนําเสนอขอมูลขาวสาร การสงขอความ หรือการแสดงความคิดเห็นผาน สื่อสังคมออนไลนเพื่อไมกอใหเกิดความเสียหายแก รฟม.
19.2 ผูใชงานตองระมัดระวังในการใชสื่อสังคมออนไลน เนื่องจากพื้นที่บนสื่อสังคมออนไลนเปนพื้นที่ สาธารณะไมใชพื้นที่สวนบุคคล ซึ่งขอมูลการใชงานตาง ๆ จะถูกบันทึกไวและอาจมีผลทางกฎหมาย ถึงแมจะเปนการแสดงความคิดเห็นในนามชื่อบัญชีสวนตัว และพึงตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น กับ รฟม. ได
30
19.3 ผูใชงานที่ใชสื่อสังคมออนไลนเปนเครื่องมือสื่อสารขอมูลในกิจการของ รฟม. หรือชื่อบุคคลที่ทําใหเขาใจ ไดวาเปนบุคคลในสังกัด ตองแสดงภาพ และขอมูลใหถูกตองชัดเจนในขอมูล โปรไฟล (Profile) และ พึงใชดวยความสุภาพและมีวิจารณญาณ
19.4 ผูใชงานควรตั้งคําถามที่ใชในกรณีกูคืนบัญชีผูใชงานหรือกูคืนรหัสผาน (Forgot Your Password) ควรเลือกใชขอมูลหรือคําถามที่เปนสวนบุคคลและเปนขอมูลที่ผูอื่นคาดเดาไดยากเพื่อปองกันการสุมคําถาม จากผูประสงคราย
19.5 ผูใชงานตองไมใชระบบอีเมลของเว็บไซตประเภทสื่อสังคมออนไลน หากจําเปนตองใชจะตองระมัดระวัง ในการคลิกลิงกที่นาสงสัย โดยเฉพาะอีเมลแจงเตือนจากเว็บไซตตาง ๆ ในลักษณะเชื้อเชิญใหคลิกลิงก ที่แนบมาในอีเมล ผูใชงานตองสงสัยวาลิงกดังกลาวเปนลิงกที่ไมปลอดภัย (ลิงกที่ถูกสรางมาเพื่อใชขโมย ขอมูลสวนบุคคล ดวยการนําไปสูเว็บไซตที่ดูนาเชื่อถือที่ผูประสงครายสรางไวเพื่อใหผูใชงานกรอกขอมูล สวนบุคคล เชน รหัสผาน เปนตน)
19.6 ผูใชงานตองศึกษาการตั้งคาความเปนสวนตัวหรือ “Privacy Settings” ใหเขาใจเปนอยางดีและ ปรับแตงการตั้งคาความเปนสวนตัวใหเหมาะสมเพื่อปองกันการถูกละเมิดความเปนสวนตัวซึ่ง อาจจะสงผลกระทบตอตนเองหรือ รฟม.
19.7 ผูใชงานตองใชงานสื่อสังคมออนไลนอยางเหมาะสม โดยไมละเมิดกฎหมายและไมกอใหเกิดความเสียหายหรือ สงผลกระทบตอการทํางานขององคกร
19.8 ผูใชงานควรปดการใชงานระบบโพสตขอความสาธารณะทุก ๆ สวนของเว็บไซตประเภท Social Network หากจําเปนตองใชงานตองปรับคาใหมีการตรวจสอบขอความกอนเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสแพรกระจายลิงก ที่ไมปลอดภัยจากผูประสงคราย ซึ่งเปนหนึ่งในเทคนิคที่ใชในการโจมตีประเภท Spear Phishing
19.9 ผูใชงานตองตรวจสอบกอนจะรับเพื่อนเขากลุมในเว็บไซตประเภท Social Network โดยตองแนใจวา ขอมูลสวนตัวของเพื่อนคนนั้น เชน รูปถายและประวัติสวนตัวไมถูกแกไขเพื่อปลอมแปลงตัวตนจาก ผูประสงครายที่หวังแอบอางเพื่อคุกคามเปาหมาย
19.10 ผูใชงานตองตระหนักไวเสมอวาขอมูลตาง ๆ ที่ผูใชงานเผยแพรไวบนบริการสื่อสังคมออนไลนนั้นคงอยู ถาวรและผูอื่นอาจเขาถึงและเผยแพรขอมูลเหลานั้นได
19.11 ผูใชงานตองมีขอพิจารณาในการรับเพื่อนเขากลุมที่ชัดเจน และควรประกาศขอความปฏิเสธความ รับผิดชอบที่เกี่ยวกับเนื้อหาหรือขอความแสดงความคิดเห็นซึ่งถูกโพสตจากเพื่อนในกลุมที่อาจปรากฏใน เว็บไซตประเภท Social Network ของผูใชงานเอง
19.12 ผูใชงานตองติดตั้งซอฟตแวรปองกันไวรัส และอัปเดตฐานขอมูลไวรัสของโปรแกรมอยูเสมอ และตอง หลีกเลี่ยงการใชโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพราะอาจจะมีโปรแกรมประสงครายแฝงตัวอยูภายในเพื่อ ลักลอบ ปลอมแปลง หรือขโมยขอมูลสําคัญของผูใชงานได
19.13 ผูใชงานตองระมัดระวังการใชถอยคําและภาษาที่อาจเปนการดูหมิ่น ยุยง ทาทาย หรือเปนการละเมิดตอ บุคคลอื่น กรณีบุคคลอื่นมีความคิดเห็นที่แตกตางพึงงดเวนการโตตอบดวยถอยคํารุนแรง 19.14 ผูใชงานตองระมัดระวังกระบวนการหาขาว หรือภาพจากสื่อสังคมออนไลน โดยมีการตรวจสอบอยางถี่ถวน รอบดานและตองอางอิงแหลงที่มาเมื่อนําเสนอ เวนแตสามารถตรวจสอบและอางอิงจากแหลงขาว ไดโดยตรง
19.15 หากผูใชงานตองการใชสื่อสังคมออนไลนเปนเครื่องมือในการรายงานขาวในนามของบุคคลธรรมดาตอง แสดงใหชัดเจนวา ขอความใดเปน “ขาว” ขอความใดเปน “ความคิดเห็นสวนตัว”
19.16 การสงตอหรือเผยแพรขอมูลในสื่อสังคมออนไลน (Social Media)
31
19.16.1 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลที่เปนเท็จ ขาวลือ ขาวไมปรากฏที่มา เปนเพียงการ คาดเดา หรือสงผลเสียหายกับบุคคล สังคม หรือ รฟม.
19.16.2 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลเรื่องบุคคลเสียชีวิต เด็กและเยาวชน ผูสูญหาย ผูตองหา เวนเสียแตตรวจสอบขอเท็จจริงแลวและเห็นวาเปนประโยชนตอสาธารณะ
19.16.3 ผูใชงานตองไมสงตอหรือเผยแพรขอมูลที่กระทบตอสิทธิความเปนสวนตัว และศักดิ์ศรีความ เปนมนุษย
19.17 ผูใชงานตองตั้งคาความปลอดภัยของการใชงานสื่อสังคมออนไลน และระมัดระวังการถูกนําขอมูลจากชื่อบัญชี ไปใชโดยไมเหมาะสม ผิดวัตถุประสงค และลักษณะการแอบอางโดยบุคคลอื่น - ผูใชงานตองใชงานอินเทอรเน็ตและสื่อสังคมออนไลนโดยตระหนักถึงพระราชบัญญัติการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอรที่บังคับใชอยูเสมอ
32
สวนที่ 11
การใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส
วัตถุประสงค
▪ เพื่อกําหนดมาตรการการใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. ใหมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - ผูดูแลระบบตองกําหนดสิทธิ์การเขาถึงระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. ใหเหมาะสมกับหนาที่ความ รับผิดชอบของผูใชงาน รวมทั้งทบทวนสิทธิ์การเขาใชงานอยางสม่ําเสมอ
- ผูดูแลระบบตองกําหนดบัญชีผูใชงานตามมาตรฐานจดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) ที่ใชในองคกร 3. ผูใชงานตองระมัดระวังในการใชจดหมายอิเล็กทรอนิกสไมใหเกิดความเสียหายตอ รฟม. ละเมิดลิขสิทธิ์สราง ความนารําคาญตอผูอื่น ผิดกฎหมาย ละเมิดศีลธรรม และไมแสวงหาประโยชน หรืออนุญาตใหผูอื่นแสวงหา ผลประโยชนในเชิงธุรกิจจากการใชจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม.
- ผูใชงานตองไมใชที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email Address) ของผูอื่นเพื่ออาน รับ - สงขอความ ยกเวนไดรับการ ยินยอมจากเจาของบัญชีและใหถือวาเจาของบัญชีจดหมายอิเล็กทรอนิกสเปนผูรับผิดชอบตอการใชงานตาง ๆ ในจดหมายอิเล็กทรอนิกสของตน
- ผูใชงานตองใชที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกสของ รฟม. เพื่อปฏิบัติงาน ติดตอ และประสานงานของ รฟม. เทานั้น 6. ผูใชงานตองไมใชที่อยูจดหมายอิเล็กทรอนิกสฟรีของเอกชนในการปฏิบัติงาน ติดตอ และประสานงานของ รฟม. 7. ผูใชงานตอง Logout ออกจากระบบทุกครั้ง หลังจากใชงานระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกสเสร็จสิ้นเพื่อปองกัน บุคคลอื่นเขาใชงานจดหมายอิเล็กทรอนิกส
- ผูใชงานตองตรวจสอบเอกสารแนบจากจดหมายอิเล็กทรอนิกสกอนเปดอาน โดยใชโปรแกรมปองกันไวรัส เพื่อตรวจสอบมัลแวรตาง ๆ
- ผูใชงานตองไมเปดหรือสงตอจดหมายอิเล็กทรอนิกสที่ไดรับจากผูสงที่ไมรูจัก
- ผูใชงานตองใชขอความที่สุภาพในการรับ –สงจดหมายอิเล็กทรอนิกสและไมสงจดหมายที่มีเนื้อหาอาจทําใหรฟม. เสียชื่อเสียงหรือทําใหเกิดความแตกแยกภายใน รฟม.
- ผูใชงานตองไมระบุความสําคัญของขอมูลลงในหัวขอจดหมายอิเล็กทรอนิกสและตองเขารหัสเพื่อปองกัน การเขาถึงขอมูลโดยผูไมเกี่ยวของเมื่อมีการสงขอมูลที่เปนความลับ
- ผูใชงานตองตรวจสอบตูเก็บจดหมายอิเล็กทรอนิกสของตนเองทุกวัน และตองจัดเก็บจดหมายอิเล็กทรอนิกสในตูของตน ใหเหลือจํานวนนอยที่สุด หากมีขอมูลที่จําเปนตองนํามาใชอางอิงในการปฏิบัติงานภายหลังใหผูใชงานโอนยาย จดหมายอิเล็กทรอนิกสมายังเครื่องคอมพิวเตอรของตน ทั้งนี้ เพื่อลดปริมาณการใชเนื้อที่ของระบบจดหมาย อิเล็กทรอนิกส
33
สวนที่ 12
การสํารองขอมูลและการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมีขอมูลสํารองไวใชงานในกรณีที่ขอมูลหลักเกิดความเสียหายไมสามารถใชงานหรือเขาถึงไดหรือเมื่อเกิด ภาวะฉุกเฉินตาง ๆ
▪ เพื่อใหมีการปฏิบัติที่สอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ หรือขอบังคับภายนอกอื่น ๆ ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ - การสํารองขอมูลระบบแมขาย
ขอมูลระบบแมขายและขอมูลสําคัญซึ่งเปนความลับของ รฟม. ตองไดรับการเก็บรักษาไวที่ระบบเก็บ ขอมูล สวนกลาง และสํารองขอมูลไวอยางสม่ําเสมอ เพื่อใหมีขอมูลสํารองไวใชในกรณีที่ขอมูลหลักเกิดความเสียหาย หรือไมสามารถใชงาน ความถี่ในการดําเนินการสํารองขอมูลและขั้นตอนการสํารองขอมูลระบบแมขายเปนความ รับผิดชอบของ ฝทท. โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
1.1 ผูบังคับบัญชากําหนดผูรับผิดชอบในการสํารองขอมูล
1.2 ผูดูแลระบบตองกําหนดชนิดของขอมูลของระบบที่มีความจําเปนตองสํารองขอมูลเก็บไว เชน ขอมูล คาคอนฟกกูเรชัน (Configuration) ขอมูลคูมือการปฏิบัติงานสําหรับระบบ ขอมูลในฐานขอมูลของ ระบบงาน ขอมูลซอฟตแวร เชน ซอฟตแวรระบบปฏิบัติการ ซอฟตแวรระบบงาน และซอฟตแวรอื่น ๆ เปนตน
1.3 ผูดูแลระบบตองสํารองขอมูลตามความถี่ที่กําหนดไวทั้งนี้ หากเปนขอมูลที่สนับสนุนกระบวนการทํางานที่ สําคัญของ รฟม. ใหสํารองตามความถี่ที่ รฟม. กําหนด
1.4 ผูดูแลระบบตองตรวจสอบวาการสํารองขอมูลสําเร็จครบถวนหรือไม หากไมสําเร็จใหหาสาเหตุและ ดําเนินการแกไขอีกครั้งหนึ่ง
1.5 ผูดูแลระบบตองนําขอมูลที่สํารองไวไปเก็บไวทั้งภายในและภายนอก รฟม. อยางนอยอยางละ 1 ชุด 1.6 ผูดูแลระบบทดสอบกูคืนขอมูลที่สํารองเก็บไวอยางสม่ําเสมอ อยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อใหมั่นใจวาขอมูล ที่สํารองไวมีความถูกตอง ครบถวน และพรอมใชงาน - การสํารองขอมูลคอมพิวเตอรสวนบุคคล
ผูใชงานจะตองสํารองขอมูลสําคัญที่เก็บรักษาไวในเครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลหรือคอมพิวเตอร หรืออุปกรณพกพา อื่น ๆ อยางสม่ําเสมอ ความถี่ในการสํารองขอมูลขึ้นอยูกับความถี่ของการเปลี่ยนแปลงของขอมูลและระดับ ความสําคัญของขอมูลหากเกิดการสูญหาย - การเก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอร
เพื่อใหสามารถระบุตัวบุคคลผูใชงานไดอยางถูกตอง ผูดูแลระบบตองดําเนินการ ดังนี้
3.1 เลือกใชนาฬิกาจากแหลงที่นาเชื่อถือที่มีการเชื่อมตอในลําดับชั้น Stratum 0โดยนาฬิกาจากแหลงดังกลาวจะตอง ไดรับการอนุมัติใหใชงาน
3.2 ตั้งนาฬิกาของอุปกรณที่ใหบริการทุกชนิดจาก NTP Server ของ รฟม. เทานั้น
34
3.3 ตองทบทวนนาฬิกาที่ NTP Server อยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง
3.4 ตองจัดเก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอร โดยระยะเวลาในการเก็บตามประกาศกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เรื่อง หลักเกณฑการเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรของผูใหบริการ พ.ศ. 2550 (อยางนอย 90 วัน)
3.5 เก็บรักษาขอมูลจราจรคอมพิวเตอรในสื่อที่สามารถรักษาความครบถวนถูกตองแทจริง มีการเก็บรักษา ความลับของขอมูลตามระดับชั้นความลับในการเขาถึงตามที่ รฟม. กําหนด
3.6 ประเภทของสารสนเทศที่เก็บรักษา แสดงตามตาราง
ประเภทของสารสนเทศ
กฎหมายที่เกี่ยวของ
ระยะเวลาการเก็บ
รักษา (ป)
Authentication Server Logs (RADIUS, TACACS)- พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอรพ.ศ. 2550
- พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 3) ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑการเก็บรักษาขอมูลจราจรทาง คอมพิวเตอรของผูใหบริการ พ.ศ. 2564
1
Email Server Logs
1
Web Application Server Logs
1
NTP Server Logs
1
DHCP Server Logs
1
IPS Logs
1
Firewalls Logs
1
Routers & Switches Logs
1
Active Directory Logs
1
-
การจัดเก็บบันทึกขอมูลล็อกและการเฝาระวัง (Logging and Monitoring)
4.1 ผูดูแลระบบตองมีการจัดเก็บบันทึกเหตุการณ (Event Logs) การใชงานระบบสารสนเทศ 4.2 ผูดูแลระบบตองเก็บบันทึกขอมูล Audit Logซึ่งบันทึกกิจกรรมการใชงานของผูใชงานระบบสารสนเทศและ เหตุการณเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยตาง ๆ เพื่อประโยชนในการสืบสวน สอบสวน และเพื่อการติดตาม การควบคุมการเขาถึง
4.3 ผูดูแลระบบตองมีการตรวจสอบขอมูลบันทึกเหตุการณอยางสม่ําเสมอ (Log Review) 4.4 ผูดูแลระบบตองไมลบขอมูลล็อก (Log) หรือปดการใชงานการบันทึกขอมูลล็อก (Log) 4.5 ผูดูแลระบบตองปองกันระบบสารสนเทศที่จัดเก็บล็อก(Log)และขอมูลล็อก(Log) เพื่อปองกันการเขาถึงหรือ แกไขเปลี่ยนแปลงโดยไมไดรับอนุญาต
35
สวนที่ 13
การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมีการตรวจสอบการดําเนินงานของระบบจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและปรับปรุงอยางตอเนื่อง ▪ เพื่อควบคุม และติดตามการปฏิบัติงานของผูดูแลระบบสารสนเทศ ใหสอดคลองตามขอกําหนด กฎหมาย หรือ ระเบียบขอบังคับที่เกี่ยวของกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
▪ เพื่อประเมินความเสี่ยงดานความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศและบริหารจัดการความเสี่ยงใหอยูในระดับที่ องคกรยอมรับได
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ ขอกําหนดหลัก: การวางแผน (Planning)
▪ ขอกําหนดหลัก: การตรวจประเมินภายใน (Internal Audit)
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ -
ผูบังคับบัญชา ตองกําหนดใหมีแนวทางในการดําเนินงานของระบบสารสนเทศสอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของกับความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศโดยตองจัดทําเปน ลายลักษณอักษร และมีการปรับปรุงใหเปนปจจุบันอยูเสมอ
-
ผูบังคับบัญชา ตองกําหนดมาตรการในการควบคุมและบริหารจัดการสินทรัพยทางปญญา ไดแก ลิขสิทธิ์ในเอกสาร หรือซอฟตแวร เครื่องหมายการคา สิทธิบัตร และใบอนุญาตการใชงานซอรสโคด หรือการใชงานซอฟตแวร เพื่อใหการดําเนินงานเปนไปตามขอกําหนดทั้งในแงของขอสัญญา และดานกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับดานสินทรัพยทางปญญาที่เกี่ยวของ
-
ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการคุมครองขอมูลสวนบุคคลโดยใหสอดคลองกับกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ขอบังคับที่เกี่ยวของ
-
ผูบังคับบัญชา ตองกํากับดูแล และควบคุมการปฏิบัติงานของผูที่อยูใตการบังคับบัญชา เพื่อปองกันการใชงานระบบ สารสนเทศผิดวัตถุประสงค หรือละเมิดตอนโยบายและแนวทางปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ สารสนเทศของ รฟม.
-
ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการปองกันขอมูลสําคัญขององคกร ขอมูลสําคัญที่เกี่ยวของกับขอกําหนดทาง กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ สัญญา ควรไดรับการปองกันจากการสูญหาย ถูกทําลาย และปลอมแปลง 6. ผูบังคับบัญชาตองจัดใหมีการตรวจสอบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยผูตรวจสอบ ภายใน (Internal Auditor) หรือโดยผูตรวจสอบอิสระดานความมั่นคงปลอดภัยจากภายนอก (External Auditor) ตามระยะเวลาอยางนอยปละ 1 ครั้ง
-
ผูดูแลระบบตองกําหนดกระบวนการตรวจสอบและการแจงเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติเกี่ยวกับการใชงาน ทรัพยากร (Capacity) กําหนดเกณฑการใชงานทรัพยากรและวางแผนดานทรัพยากรสารสนเทศใหรองรับการ ปฏิบัติงานในอนาคตอยางเหมาะสม รวมถึงตองติดตามผลการใชงานทรัพยากรสารสนเทศ
36 -
ผูดูแลระบบตองมีการตรวจสอบการทํางาน (Monitor) ของระบบสารสนเทศอยางสม่ําเสมอและเสนอผูบังคับบัญชา รับทราบเมื่อมีเหตุการณผิดปกติเกิดขึ้น รวมถึงแจงผูเกี่ยวของเพื่อดําเนินการแกไขโดยไมชักชา 9. ผูดูแลระบบ ตองปองกันการเขาใชงานเครื่องมือที่ใชเพื่อการตรวจสอบ เพื่อมิใหเกิดการใชงานผิดประเภทหรือถูก ละเมิดการใชงาน (Compromise) โดยควบคุมการเขาถึง และตรวจสอบการนําเครื่องมือไปใชงานอยางสม่ําเสมอ 10. ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอยางนอยปละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงอยางมีนัยสําคัญ
-
ผูบังคับบัญชาตองติดตามผลการดําเนินการตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Treatment Plan) เปนประจําทุกไตรมาส
-
ผูดูแลระบบตองประเมินความเสี่ยงแลวจัดลําดับความสําคัญของความเสี่ยงนั้นและคนหาวิธีการเพื่อลดความเสี่ยง ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด พรอมทั้งพิจารณาขอดีขอเสียของวิธีการเหลานั้นเพื่อใหผูบริหารของ รฟม. ตัดสินใจ เลือกวิธีการเพื่อลดความเสี่ยงหรือยอมรับความเสี่ยง เมื่อเลือกวิธีการลดความเสี่ยงแลวผูบริหารตองจัดสรร ทรัพยากรอยางเพียงพอเพื่อดําเนินการ แนวทางการลดความเสี่ยง แบงไดเปน 3 รูปแบบ ไดแก
12.1 การเลือกใชเทคโนโลยี เพื่อใชในการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ รฟม. เปนวิธีที่จําเปนตองใชงบประมาณและทรัพยากรอยางเพียงพอในการดําเนินการ เชน การเลือกใชอุปกรณ Firewall มากกวาหนึ่งผลิตภัณฑในการปองกันการเขาถึงเครือขายที่สําคัญ การใช อุปกรณสมารทการด หรือ USB Token ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนในการเขาใชงานระบบจากภายนอก
รฟม. เปนตน
12.2 การปรับเปลี่ยนขั้นตอนปฏิบัติ ตองออกแบบขั้นตอนปฏิบัติใหมที่รัดกุมและสามารถรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รฟม. ไดดีขึ้น เมื่อออกแบบขั้นตอนปฏิบัติใหมแลวตองมีการ พิจารณาหารือความเหมาะสม ความเปนไปได และผูบริหารตองเปนผูอนุมัติใหมีการบังคับใชขั้นตอน ปฏิบัติใหมนั้น
12.3 ผูดูแลระบบตองแจงขั้นตอนปฏิบัติใหผูเกี่ยวของรับรูอยางทั่วถึง รวมทั้งตองจัดฝกอบรมผูใชงาน ที่เกี่ยวของเพื่อใหสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติใหมไดอยางราบรื่นและมีประสิทธิภาพ 13. การตรวจสอบความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
13.1 ผูดูแลระบบ ตองวางแผนการตรวจสอบและประเมินชองโหวหรือจุดออนดานความมั่น คงปลอดภัย สารสนเทศ และแจงผูที่เกี่ยวของเพื่อแกไขในกรณีที่พบวาชองโหวหรือจุดออนนั้นอาจเปนเหตุการณดาน ความมั่นคงปลอดภัย อยางนอยปละ 1 ครั้ง
13.2 ผูดูแลระบบตองตรวจสอบระบบสารสนเทศที่จะตองมีการปรับปรุงเมื่อมีเวอรชันใหม (Patch) รวมทั้งขอมูล ที่เกี่ยวของกับชองโหวดานเทคนิคอยางสม่ําเสมอเพื่อใหทราบถึงภัยคุกคามและความเสี่ยง รวมถึงหาวิธีปองกัน และแกไขที่เหมาะสมกับชองโหวนั้น
13.3 ผูใชงาน ผูดูแลระบบ และหนวยงานภายนอก ตองบันทึกและรายงานชองโหวหรือจุดออนใด ๆ ดานความมั่นคง ปลอดภัยสารสนเทศ ที่อาจสังเกตพบระหวางการติดตามการใชงานระบบสารสนเทศ ผานชองทางบริหาร จัดการที่กําหนดไวอยางเหมาะสม และตองดําเนินการปดชองโหวที่มีการตรวจพบหรือไดรับแจง 14. การวิเคราะหขอมูลเชิงลึกของภัยคุกคาม (Threat Intelligence)
14.1 ผูดูแลระบบตองรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของกับภัยคุกคามทั้งจากภายในและภายนอกองคกร เชน ชองโหว หรือ เหตุการณภัยคุกคามตาง ๆ ที่เกิดขึ้น
14.2 ผูดูแลระบบตองนําขอมูลภัยคุกคามที่รวบรวมไดมาวิเคราะหเชิงลึก ไดแก Tactics, Techniques หรือ Procedures (TTPs) ที่กลุมผูไมประสงคดีนํามาใชรวมถึงแรงจูงใจ เปาหมาย และพฤติกรรมการโจมตี ของผูไมประสงคดีเพื่อใหรฟม. สามารถจัดเตรียมวิธีการปองกันหรือวิธีการรับมือกับภัยคุกคาม ไดอยางมีประสิทธิภาพและทันทวงที
37 -
ผูดูแลระบบตองมีการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจัดเตรียมการใหบริการ การดูแลปรับปรุง นโยบายในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศ ขั้นตอนปฏิบัติงาน หรือการควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคง ปลอดภัยดานสารสนเทศ โดยคํานึงถึงระดับความสําคัญของการดําเนินธุรกิจที่เกี่ยวของและการประเมินความเสี่ยง อยางตอเนื่อง
-
การเตรียมความพรอมกรณีฉุกเฉิน
เพื่อใหมีการบริหารจัดการความตอเนื่องใหกับกระบวนการทางธุรกิจที่สําคัญขององคกร เมื่อมีเหตุการณที่ทําให เกิดการหยุดชะงักหรือติดขัดตอกระบวนการดังกลาว โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
16.1 ผูดูแลระบบตองกําหนดระบบที่มีความสําคัญทั้งหมดขององคกร และจัดทําเปนบัญชีรายชื่อระบบ ดังกลาวรวมทั้งปรับปรุงรายชื่อระบบสําคัญและบัญชีฯ ตามความเปนจริง
16.2 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบประเมินความเสี่ยงสําหรับระบบเหลานั้น กําหนดมาตรการเพื่อลดความเสี่ยง ที่พบและจัดทํารายงานการประเมินความเสี่ยง
16.3 ผูดูแลระบบตองทบทวน/ปรับปรุงแผนบริหารความตอเนื่องทางธุรกิจ (Business Continity Plan: BCP) อยางนอยปละ 1 ครั้ง
16.4 ผูดูแลระบบจัดทําและปรับปรุงแผนกูคืนระบบอยางนอยปละ 1 ครั้ง
16.5 เจาของขอมูลและผูดูแลระบบตองทดสอบแผนบริหารความตอเนื่องทางธุรกิจและแผนกูคืนระบบอยางนอย ปละ 1 ครั้ง พรอมทั้งบันทึกผลการทดสอบรวมถึงปญหาที่พบ และนําเสนอผลการทดสอบและแนวทางแกไข ตอผูบังคับบัญชา
16.6 ผูดูแลระบบตองจัดประชุมและชี้แจงใหผูที่เกี่ยวของทั้งหมดไดรับทราบเกี่ยวกับแผนบริหารความตอเนื่อง ทางธุรกิจและแผนกูคืน และผลของการฝกซอมการกูคืนระบบและผลการทดสอบแผนบริหารความตอเนื่อง ทางธุรกิจ
38
สวนที่ 14
การถายโอน และแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมีการควบคุมการถายโอนและแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศ ปองกันการรั่วไหล หรือมีการแกไขขอมูลโดยที่ ไมไดรับอนุญาต รวมถึงการปองกันสื่อบันทึกขอมูลใหมีความปลอดภัยเปนไปตามขอกําหนด
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูดูแลระบบ
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ -
ผูบังคับบัญชา ตองควบคุมใหมีการจัดทํานโยบาย และขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการ สื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนผานระบบสารสนเทศใหเหมาะสมตามระดับชั้นความลับขอมูลสารสนเทศ ตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด
-
ผูบังคับบัญชา และเจาของขอมูล ตองควบคุมใหมีการจัดทําขอตกลงในการแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศระหวาง องคกรกับบุคคลหรือหนวยงานภายนอก
-
ผูดูแลระบบตองแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศตองแลกเปลี่ยนผานชองทางที่ปลอดภัย เชน Web Service ที่ใชงาน ผานโปรโตคอล HTTPS
-
ผูดูแลระบบตองปดบังขอมูล (Data Masking) ทั้งขอมูลสวนบุคคลและขอมูลออนไหวขององคกร (Sensitive Data) ที่มีการถายโอนหรือแลกเปลี่ยนขอมูล
-
ผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการสื่อสารกันผานขอมูลอิเล็กทรอนิกส (Electronic Messaging) เชน จดหมายอิเล็กทรอนิกส (Email) หรือ Instant Messaging ดวยวิธีการหรือมาตรการที่เหมาะสม 6. ผูดูแลระบบ ตองปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการแลกเปลี่ยนในการทําพาณิชยอิเล็กทรอนิกส (Electronic
Commerce) ผานเครือขายคอมพิวเตอรสาธารณะ เพื่อมิใหมีการฉอโกง ละเมิดสัญญา หรือมีการรั่วไหล หรือ ขอมูลสารสนเทศถูกแกไขโดยมิไดรับอนุญาต -
ผูดูแลระบบ ตองปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนในการทําธุรกรรมทางออนไลน (Online Transaction) เพื่อมิใหมีการรับสงขอมูลที่ไมสมบูรณ สงขอมูลไปผิดที่ การรั่วไหลของขอมูล ขอมูลถูกแกไข เปลี่ยนแปลง ถูกทําซ้ําใหม หรือถูกสงซํ้าโดยมิไดรับอนุญาต
-
ผูดูแลระบบ ตองควบคุมการรับสงขอมูลสารสนเทศเพื่อปองกันความผิดพลาด ดังนี้
8.1 ความไมสมบูรณของขอมูลสารสนเทศที่รับ-สง
8.2 การสงขอมูลสารสนเทศผิดจุดหมายปลายทาง
8.3 การเปลี่ยนแปลงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.4 การเปดเผยขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.5 การเขาถึงขอมูลสารสนเทศโดยไมไดรับอนุญาต
8.6 การนําขอมูลสารสนเทศกลับมาใชใหมโดยไมไดรับอนุญาต -
เจาของขอมูล และผูดูแลระบบ ตองมีการปองกันขอมูลสารสนเทศที่มีการเผยแพรตอสาธารณชน มิใหมีการแกไข เปลี่ยนแปลงโดยมิไดรับอนุญาต เพื่อรักษาความถูกตองครบถวนของขอมูลสารสนเทศ
39
สวนที่ 15
การควบคุมการเขารหัส
วัตถุประสงค
▪ เพื่อใหมีการเขารหัสขอมูลอยางเหมาะสมและมีประสิทธิผลในการปกปองความลับ ปองกัน การปลอมแปลงขอมูลและ ควบคุมความถูกตองของขอมูล
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของขอมูล
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ -
เจาของขอมูล ตองเขารหัส หรือการใสรหัสผานขอมูลอิเล็กทรอนิกสขององคกรตามระดับชั้นความลับเพื่อปองกัน ผูไมมีสิทธิ์เขาถึง ตามระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และตามขั้นตอนที่ รฟม. กําหนด 2. เจาของขอมูล ผูดูแลระบบ และผูใชงานตองปฏิบัติตามระเบียบวาดวยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ในการนําการเขารหัสมาใชกับขอมูลที่เปนความลับจะตองใชวิธีการเขารหัส (Encryption) ที่เปนมาตรฐานสากล 3. ผูดูแลระบบ ตองใชวิธีการเขารหัส (Encryption) ที่เปนมาตรฐานสากล หลีกเลี่ยงการใชรูปแบบการเขารหัส ที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อใหมั่นใจวาขั้นตอนวิธี (Algorithm) ที่ใชในการเขารหัสนั้นมีความมั่นคงปลอดภัย ดังนี้
ประเภทกุญแจ / วิธีการเขารหัส
เกณฑขั้นต่ํา
ความยาวกุญแจ (อยางนอย)
กุญแจแบบสมมาตร (Symmetric)
AES
256 bits
กุญแจแบบอสมมาตร (Asymmetric)
RSA
1024 bits
การ Hashing
BCrypt
Cost Factor 10 ขึ้นไป -
ผูดูแลระบบ ตองมีการทบทวนขั้นตอนวิธี (Algorithm) และความยาวของกุญแจที่เขารหัสอยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อใหยังสามารถรักษาไวซึ่งความมั่นคงปลอดภัย
-
ผูดูแลระบบ ตองกําหนดใหมีการบริหารจัดการกุญแจที่ใชในการเขารหัส ดังนี้
5.1 การสรางกุญแจรหัสควรกระทําในสถานที่ที่มีมาตรการปองกันความปลอดภัย
5.2 เมื่อมีการสรางกุญแจรหัสที่เปนกุญแจลับ (Private key) ควรสงมอบใหกับเจาของกุญแจโดยตรง โดยวิธีการ ที่ปลอดภัย
5.3 ควรจัดใหมีการเก็บบันทึก Log เพื่อการตรวจสอบสําหรับกิจกรรมตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการจัดการกุญแจรหัส 6. ผูใชงาน ควรรักษาความปลอดภัยในการใชงานกุญแจ ดังนี้
6.1 เก็บกุญแจรหัสในสถานที่ที่ปลอดภัย เชน ตูนิรภัย หรือสื่อบันทึกที่ปลอดภัย และไมมีใครสามารถเขาถึงได 6.2 เมื่อมีการรับกุญแจสาธารณะ (Public Key) มาใช กอนใชงานจะตองพิสูจนความถูกตองของกุญแจสาธารณะ โดยสอบถามกับผูสงหรือตรวจสอบกับผูแทนในการรับรองความถูกตองของกุญแจสาธารณะ (Certificate Authority) ที่เชื่อถือไดเทานั้น
6.3 ควบคุมการใชงานและจัดเก็บกุญแจใหสอดคลองกับการรักษาความลับขอมูลตามที่ รฟม. กําหนด
40
สวนที่ 16
การนําอุปกรณสวนตัวมาใชงาน (Bring your own device)
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการนําอุปกรณสวนตัวมาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ที่ใชในการบริหารจัดการ ระบบสารสนเทศของ รฟม. หรือปฏิบัติงานให รฟม. ทั้งนี้เพื่อปองกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบ สารสนเทศของ รฟม. รวมถึงเพื่อปองกันไมใหขอมูลของ รฟม. เกิดการรั่วไหล
ผูรับผิดชอบ
▪ ผูดูแลระบบ
▪ ผูใชงาน
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานบุคลากร (People Controls)
▪ มาตรการควบคุมดานเทคโนโลยี (Technological Controls)
แนวปฏิบัติ -
ผูดูแลระบบตองกําหนดคุณสมบัติของระบบปฏิบัติการของอุปกรณสวนตัวที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอหรือเขาถึง ระบบงานสารสนเทศของ รฟม. ได โดยตองเปนระบบปฏิบัติการที่ไมลาสมัย (Obsolete Operating System) และยังไดรับการสนับสนุนการใชงานจากเจาของผลิตภัณฑ
-
ผูดูแลระบบตองตัดการเชื่อมตอหากระบบปฏิบัติการของอุปกรณสวนตัวที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอหรือเขาถึง ระบบงานสารสนเทศของ รฟม. เกิดการลาสมัย (Obsolete Operating System) หรือเจาของผลิตภัณฑ ไมสนับสนุนการใชงานแลว
-
ผูดูแลระบบตองมีมาตรการปองกันมัลแวร และตรวจสอบการอัปเดต Patch เวอรชันของระบบปฏิบัติการที่ เจาของผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุนการใชงาน
-
ผูดูแลระบบตองไมอนุญาตใหอุปกรณที่มีการปรับแตงการเขาถึงระบบปฏิบัติการ (Rooted/Jailbroken) มาเชื่อมตอ หรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม.
-
ผูดูแลระบบตองแบงแยกเครือขายของอุปกรณสวนตัวที่นํามาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. 6. ผูดูแลระบบตองทบทวนเวอรชันของระบบปฏิบัติการที่อนุญาตใหนํามาเชื่อมตอกับระบบสารสนเทศของ รฟม. อยางนอยปละ 2ครั้ง หากมีการเปลี่ยนแปลงเวอรชันของระบบปฏิบัติการที่อนุญาตใหเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ผูดูและระบบตองแจงใหผูใชงานรับทราบลวงหนา 7 วัน กอนเริ่มบังคับใช
-
ผูใชงานตองติดตั้งโปรแกรมปองกันมัลแวรตามเงื่อนไขที่ รฟม. กําหนด
-
ผูใชงานตองไมนําอุปกรณสวนตัวที่ติดตั้งแอปพลิเคชันนอก Official Store มาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบงาน สารสนเทศของ รฟม.
-
ผูใชงานตองไมนําอุปกรณสวนตัวที่ติดตั้งโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์มาเชื่อมตอหรือเขาถึงระบบงานสารสนเทศ ของ รฟม.
-
ผูใชงานตองอัปเดตPatch ของระบบปฏิบัติการที่อุปกรณสวนตัวใหเปนเวอรชันลาสุดรวมถึงตองเปนระบบปฏิบัติการ ที่เจาของผลิตภัณฑยังใหการสนับสนุนการใชงาน
-
ผูใชงานตองยืนยันตัวตนกอนเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ทุกครั้ง
-
ผูใชงานตองติดตั้ง Network Access Control agent (NAC agent) หรือ Mobile Device Management Agent (MDM Agent) ตามที่ รฟม. กําหนด เพื่อควบคุมการใชงานเครือขายและการเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. 13. กรณีอุปกรณสวนตัวสูญหายหรือถูกขโมยผูใชงานตองแจงผูดูแลระบบโดยเร็วที่สุด เพื่อจัดการขอมูลที่จัดเก็บอยู ในอุปกรณสวนตัวของผูใชงาน
-
ผูใชงานตองเขาถึงระบบสารสนเทศของ รฟม. ผานชองทางที่ รฟม. กําหนด เชน VPN
41
สวนที่ 17
การใชบริการ Cloud (Cloud Services)
วัตถุประสงค
▪ เพื่อควบคุมการเลือกใชงาน การบริหารจัดการ และการยกเลิกการใชบริการ Cloud อยางปลอดภัย ผูรับผิดชอบ
▪ ผูบังคับบัญชา
▪ ผูดูแลระบบ
▪ เจาของระบบ/เจาของขอมูล
อางอิงมาตรฐาน: ISO/IEC 27001:2022
▪ มาตรการควบคุมดานองคกร (Organizational Controls)
แนวปฏิบัติ -
ผูบังคับบัญชาตองควบคุม กํากับ ดูแล ใหการใชงานบริการ Cloud สอดคลองตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบังคับที่ภาครัฐกําหนด
-
ผูดูแลระบบตองวิเคราะหความเสี่ยงกอนเลือกบริการ Cloud มาใชงานภายในองคกร
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบังคับที่ภาครัฐกําหนด 4. ผูดูแลระบบตองเลือกผูใหบริการ Cloud (Cloud Service Provider) ที่เหมาะสมกับการดําเนินงานองคกร 5. ผูดูแลระบบตองพิจารณาขอกําหนดหรือเงื่อนไขของผูใหบริการ Cloud (Cloud Service Provider) ใหชัดเจน กอนตัดสินใจเลือกใชบริการ
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่เหมาะสมกับการดําเนินงานขององคกร
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการความตอเนื่องทางธุรกิจ และการจัดใหมีระบบฉุกเฉินสํารองตามมาตรฐานสากล เชน ISO, NIST หรือ CSA STAR
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีความพรอมใชงานของบริการครอบคลุมรอยละของเวลาที่พรอม ใหบริการตอป (Uptime) อยางนอยรอยละ 99.00
-
ผูดูแลระบบตองเลือกใชบริการ Cloud ที่มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลสวนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุมครอง ขอมูลสวนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายคุมครองขอมูลสวนบุคคลของสหภาพยุโรป (General Data Protection Regulation: GDPR) หรือเทียบเทา
-
ผูดูแลระบบ และเจาของระบบ/เจาของขอมูลตองพิจารณาขอมูลสารสนเทศที่จะนําไปใชงานบนระบบ Cloud ใหสอดคลองตามที่กฎหมาย นโยบาย ระเบียบ หรือขอบังคับที่ภาครัฐกําหนด
-
ผูดูแลระบบตองติดตาม ทบทวน และประเมินผลการใชบริการ Cloud อยางนอยปละ 1 ครั้ง