ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง รถพยาบาลฉุกเฉิน (รถกระบะ) ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 2,400 ซีซี หรือกำลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ำกว่า110 กิโลวัตต์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
โครงการจัดซื้อรถพยาบาลฉุกเฉิน (รถกระบะ) ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการปฏิบัติการช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รวมถึงการขนส่งผู้ป่วยภาวะวิกฤต โดยตัวรถต้องเป็นรถยนต์กระบะตอนเดียว (Single Cab) สภาพใหม่จากโรงงาน เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาดไม่ต่ำกว่า 2,700 ซีซี กำลังสูงสุดไม่ต่ำกว่า 120 กิโลวัตต์ ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ขอบเขตงานประกอบด้วยการดัดแปลงห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Ambulance Box) ที่มีความสูงภายในไม่น้อยกว่า 155 ซม. เพื่อความสะดวกในการทำ CPR โครงสร้างตู้ทำจากเหล็กพับขึ้นรูปและอลูมิเนียมอัลลอยด์ ผนังแบบแซนวิชพาเนล ติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแยกส่วนระหว่างห้องคนขับและห้องปฏิบัติการ ระบบจ่ายออกซิเจน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เก้าอี้ผู้ป่วยปรับเอนได้ ระบบ Inverter 1,000 วัตต์ และกล้องบันทึกภาพ 4 จุด
ในส่วนของอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉิน ประกอบด้วยชุดสัญญาณไฟฉุกเฉิน LED มาตรฐาน ISO 9001, ระบบเสียงไซเรนกำลังขยายไม่ต่ำกว่า 100 วัตต์, ไฟกระพริบรอบคัน, ไฟสปอตไลท์ส่องสว่าง และวิทยุคมนาคมระบบ VHF/FM ที่ผ่านการรับรองจาก กสทช. ตัวรถต้องมีการติดตั้งแถบสะท้อนแสงและสัญลักษณ์ตามมาตรฐาน กพฉ. อย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ปฏิบัติงานและผู้ป่วย
English summary
Procurement of 4WD Emergency Ambulance (Pickup Truck) with a diesel engine displacement of at least 2,700 cc and a maximum power of at least 120 kW. The project aims to provide a high-standard medical vehicle for pre-hospital life support and critical patient transport. Key features include a custom-built medical compartment (155 cm interior height), independent air conditioning systems, oxygen supply, 1,000W power inverter, and a 4-point surveillance camera system. The vehicle is equipped with ISO-certified emergency lighting, a 100W siren system, and a GTC-approved VHF/FM radio. All modifications must comply with the National Institute for Emergency Medicine (NIEM) standards.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้ในการออกปฏิบัติการช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลในผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
- เพื่อใช้ในการขนส่งผู้ป่วยภาวะวิกฤตและฉุกเฉิน
- เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยระหว่างส่งต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน
- เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้วยอุปกรณ์สัญญาณไฟและเสียงที่สมบูรณ์
ขอบเขตของงาน
- จัดหารถยนต์กระบะตอนเดียว (Single Cab) ขับเคลื่อน 4 ล้อ สภาพใหม่
- ดัดแปลงห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Ambulance Box) ตามคุณลักษณะเฉพาะ
- ติดตั้งระบบปรับอากาศแยกส่วน (ห้องคนขับและห้องพยาบาล)
- ติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบจ่ายออกซิเจน และอุปกรณ์แปลงไฟ (Inverter)
- ติดตั้งระบบสื่อสารวิทยุคมนาคมและระบบสัญญาณไฟฉุกเฉิน
- ติดตั้งกล้องบันทึกภาพและระบบ GPS
- ติดตั้งสัญลักษณ์และแถบสะท้อนแสงตามมาตรฐาน กพฉ.
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมใช้งานตามคุณลักษณะเฉพาะ 1 คัน
- อุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉินตามรายการที่กำหนด
- อุปกรณ์ประจำรถ (ยางอะไหล่, แม่แรง, ประแจ)
- เอกสารคู่มือการใช้งานและแคตตาล็อกอุปกรณ์
- เอกสารรับรองมาตรฐาน ISO 9001 สำหรับอุปกรณ์สัญญาณไฟ
- ใบอนุญาตวิทยุคมนาคมจาก กสทช.
ระยะเวลาดำเนินการ
- โปรดตรวจสอบในประกาศประกวดราคา (TOR ฉบับนี้ระบุเพียงคุณลักษณะเฉพาะ)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายรถยนต์หรือดัดแปลงรถพยาบาล
- Standards Compliance: อุปกรณ์สัญญาณไฟฉุกเฉินต้องได้รับมาตรฐาน ISO 9001 (ต้องแนบหลักฐาน)
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องสามารถดัดแปลงรถยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน กพฉ. และมาตรฐานวิศวกรรมที่กำหนด
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาแบบราคาต่ำสุด (Lowest Price) หรือตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่หน่วยงานกำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เครื่องยนต์: ดีเซล 4 สูบ ไม่ต่ำกว่า 2,700 ซีซี (ไม่ต่ำกว่า 120 กิโลวัตต์)
- ขับเคลื่อน: 4 ล้อ
- ห้องพยาบาล: โครงสร้างเหล็ก/อลูมิเนียม ผนังแซนวิชพาเนล สูง 155 ซม.
- ระบบไฟฟ้า: Inverter 1,000 วัตต์, เต้ารับ 220V/12V/USB
- วิทยุ: VHF/FM 136-174 MHz, 128 ช่อง, มาตรฐาน MIL STD 810G
เงื่อนไขสัญญา
- โปรดตรวจสอบในร่างสัญญาแนบท้ายประกาศประกวดราคา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: ห้องปฏิบัติการต้องมีความสูงเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 155 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการทำ CPR
- ถาม: ระบบปรับอากาศสามารถแยกส่วนได้หรือไม่? ตอบ: ได้ โดยติดตั้งคอยล์เย็นแยกห้องคนขับและห้องพยาบาลอิสระ
- ถาม: รถต้องขับเคลื่อนกี่ล้อ? ตอบ: ต้องเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตามมาตรฐานผู้ผลิต
- ถาม: วิทยุสื่อสารต้องรองรับมาตรฐานใด? ตอบ: ต้องเป็นประเภท 2 ที่ผ่านการรับรองจาก กสทช. และมาตรฐาน MIL STD 810G
- ถาม: ผนังห้องพยาบาลทำจากวัสดุอะไร? ตอบ: ผนังระบบแซนวิชพาเนล (ไฟเบอร์กลาสและโฟม)
- ถาม: มีระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่? ตอบ: มีสวิตช์ตัดไฟฟ้า (Cut-Out) เชื่อมกับระบบกุญแจรถ (ACC)
- ถาม: อุปกรณ์สัญญาณไฟต้องมีมาตรฐานอะไร? ตอบ: ต้องได้รับมาตรฐาน ISO 9001
- ถาม: สามารถบันทึกภาพได้กี่จุด? ตอบ: 4 จุด (หน้า, ในห้องคนขับ, หลัง, ในห้องพยาบาล)
- ถาม: ระบบจ่ายออกซิเจนรองรับได้กี่ท่อ? ตอบ: มีตู้เก็บท่อออกซิเจนขนาด 10 ลิตร จำนวน 2 ท่อ พร้อมท่อสำรองอีก 2 ท่อ
- ถาม: รถต้องติดฟิล์มกรองแสงหรือไม่? ตอบ: ต้องติดตามความทึบแสงที่กำหนด (หน้า 40%, ประตูหน้า 60%, ห้องพยาบาล 80%)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
รถพยาบาลฉุกเฉิน (รถกระบะ) ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ํากว่า 2,400 ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ํากว่า 110 กิโลวัตต์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
วัตถุประสงค์การใช้งาน
ใช้ในการออกปฏิบัติการช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลในผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยบุคลากรที่เหมาะสม และ
ใช้ขนส่งผู้ป่วยภาวะวิกฤติและฉุกเฉิน
ความต้องการจําเพาะ
1.รถพยาบาลที่สามารถใช้งานได้สะดวก และมีประสิทธิภาพในการรับส่งผู้ป่วย
2.สามารถดูแลผู้ป่วยในระหว่างส่งต่อที่ต้องการการดูแลตามมาตรฐานรถพยาบาลทั่วไป
3.มีตัวอักษร สัญลักษณ์ที่มองเห็นชัดเจน มีสัญญาณไฟ และเสียงที่สมบูรณ์ สร้างความมั่นใจ และสร้างความ ปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน
คุณลักษณะของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน แบ่งออกเป็น 3 หมวด ดังนี้ คือ
หมวด (ก)
หมวด (ก)ส่วนประกอบด้านรถหรือยานพาหนะ (ด้านโครงสร้างความปลอดภัย)
หมวด (ข)เครื่องมือและอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉินของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หมวด (ค)เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์
ส่วนประกอบด้านรถและยานพาหนะ (ด้านโครงสร้างความปลอดภัย)
- คุณลักษณะทั่วไป
1.1เป็นรถยนต์กระบะสีขาวแบบตอนเดียว (Single Cab) แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตามมาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิต ตัวรถยนต์สภาพใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน มีตัวรถ และเครื่องยนต์จากผู้ผลิตเดียวกัน
1.2 ตอนหน้าเป็นหัวเก๋ง นั่งได้ 2 คน (รวมคนขับ) มีกระจกกั้นหลังแบบบานเลื่อนติดต่อกันได้ มีเข็มขัดนิรภัย แบบ 3 จุด จํานวน 2 ที่นั่ง
1.3 กระจกต้องเป็นแบบนิรภัยทั้งหมด ตัวกระจกที่อยู่รอบนอก ติดฟิล์มกรองแสงชนิดมาตรฐาน แบบสามารถ ป้องกันรังสี UV ได้ ด้านประตูหน้า ซ้าย - ขวา ให้ความทึบแสง 60% กระจกบังลมหน้า ติดฟิล์มแบบทึบแสง 40% ด้านหน้าห้อง กระบะพยาบาลมีความทึบแสง 80%
1.4 ในห้องคนขับและห้องปฏิบัติการติดตั้งระบบปรับอากาศเป็นคอยล์เย็นห้องละ 1 จุด ซึ่งเป็นของใหม่ ไม่เคย ใช้งานมา ก่อน สามารถแยกควบคุมเครื่องปรับอากาศได้ โดยเครื่องปรับอากาศหลังมีสวิตช์ควบคุม เพื่อให้ห้องปฏิบัติการ มี ระบบปรับอากาศแยกอิสระ อากาศในห้องปฏิบัติการจะไม่ไหลไปปนกับห้องคนขับ ตู้จ่ายลมแอร์แบบแขวนพ่นลมไป ด้านท้ายรถ
1.5 ในห้องคนขับติดตั้งเครื่องเสียง ระบบ AM/FM พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB, หน้าจอสัมผัสขนาดไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว พร้อมลําโพง จํานวน 2 ตําแหน่ง และ มีกล้องมองภาพ ด้านหลังขณะเข้าเกียร์ถอยหลังที่จอเครื่องเสียง
Catro
(นายชาคร อินต๊ะพันธ์)
(นางอารีรัตน์ ตั้งพิษฐานสกุล)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
Devi
པ་W.
(นายปันแก้ว ตาเขียว)
กรรมการ
-2-
1.6 มีแผ่นบังแดดกระจกด้านหน้าซ้าย - ขวา ด้านละ 1 อัน
1.7 ห้องคนขับมีประตูเปิด – ปิด ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา มีกุญแจล็อค
1.8 ติดตั้งกล้องบันทึกแบบ 4 จุด บันทึกภาพด้านหน้า ในห้องคนขับ ด้านหลัง และ ในห้องพยาบาล มีหน้าจอไม่ น้อยกว่า 7 นิ้ว
1.9 ติดตั้งระบบ GPS
1.10 มีสวิทช์ตัดไฟฟ้า (Cut - Out) ห้องปฏิบัติการเชื่อมเข้ากับสัญญาณลูกกุญแจรถ (ACC) เมื่อดับเครื่องยนต์ ระบบ ไฟฟ้าจะตัดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเปิดไฟทิ้งไว้โดยไม่ตั้งใจ
1.11 ติดแถบสะท้อนแสงและข้อความต่างๆ ตามมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) กําหนดรอบคัน - คุณลักษณะห้องปฏิบัติการ
2.1 ลักษณะเป็นตู้แข็งทรงสี่เหลี่ยมสูงวางบนแคร่ (Chassis Frame) เพื่อดัดแปลงให้เป็นห้องปฏิบัติการ โครงสร้างตู้ทําจากเหล็กพับขึ้นรูป และ อลูมิเนียมอัลลอยด์ผนังด้านหน้า ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านบนของห้องพยาบาล เป็นผนังระบบแซนวิชพาเนลทําจากแผ่นไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูงทั้งภายในและภายนอกปิดทับแกนกลางผนังซึ่งทํา
ด้วยโฟม(แนบแคตตาล็อคแผ่นไฟเบอร์กลาสมาในวันเสนอราคา)
2.2 มีประตูเปิด – ปิด แบบ 2 บานแบบเปิดออกด้านข้าง เพื่อขนย้ายผู้ป่วยพร้อมเตียงได้สะดวก ประตูมีระบบ ล็อคที่ปลอดภัยขณะเคลื่อนย้ายลําเลียง
2.3 มีประตูเปิด – ปิด แบบบานเดี่ยวบริเวณด้านซ้ายหน้าของห้อง เพื่อใช้เป็นทางขึ้น - ลง ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และ ผู้โดยสารอื่น มีกระจกแบบปิดตาย 1 บาน ประตูมีระบบล็อคที่ปลอดภัยขณะเคลื่อนย้ายลําเลียง
2.4 ระหว่างห้องคนขับด้านหน้ากับห้องปฏิบัติการมีช่องกระจกบานเลื่อน สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ และผนัง ด้านข้าง ซ้าย - ขวา มีช่องหน้าต่างกระจกแบบเลื่อน เปิด - ปิด สามารถล็อคได้จากภายในข้างละ 1บาน
2.5 มีความสูงภายในจากพื้นถึงเพดานประมาณ 155 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการปั๊มหัวใจฟื้นคืนชีพ
2.6 มีความกว้างภายในประมาณ 170 เซนติเมตร และความยาวภายในไม่น้อยกว่า 230 เซนติเมตร เพื่อให้มี พื้นที่พอเพียงต่อการจัดวางที่นั่ง ทางเดิน และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้อง
2.7 พื้นห้องทําจากไม้กันน้ํามีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 700 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปูทับผิวด้วยแผ่น PVC ชนิดกันลื่น
2.8 บนเพดานติดตั้งอุปกรณ์ดังนี้
2.8.1โคมไฟส่องสว่าง LED จํานวน 4 โคม
2.8.2 ตัวแขวนถุงน้ําเกลือ ถุงเลือด (IV hanger) จํานวน 1 ตัว
2.8.3 ราวมือจับ จํานวน 1 ราว
2.8.4 พัดลมดูดระบายอากาศ
2.9 มุมห้องด้านหน้าขวามีตู้เก็บท่อบรรจุก๊าซออกซิเจนขนาดไม่น้อยกว่า 10 ลิตรน้ํา จํานวน 2 ท่อ มีตัวจับยึดท่อ มั่นคงแข็งแรง เมื่อต้องการถอดสลับท่อสามารถทําได้โดยสะดวกรวดเร็ว ตู้เก็บท่อเคลือบด้วยสีขาว พร้อมท่อสํารองอีก 2
ท่อ
Cash.
Jenni
(นายชาคร อินต๊ะพันธ์)
(นางอารีรัตน์ ตั้งพิษฐานสกุล)
(นายปันแก้ว ตาเขียว)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
-3-
2.10 ผนังด้านขวา มีคอลโซลยาวขนานไปกับเตียงผู้ป่วยสําหรับวางอุปกรณ์การแพทย์ และเหลือที่ว่างด้านท้าน สําหรับเก็บเก้าอี้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย
2.11 ผนังด้านหลังคนขับ ติดตั้งตู้เก็บเวชภัณฑ์แบบ เปิด-ปิด แบบ 2 บานได้ จํานวน 1 ตู้ และมีที่เก็บ เครื่อง กระตุกหัวใจ AED
2.12 ด้านซ้ายของห้องติดตั้งเก้าอี้นั่งแบบเบาะนั่งเดี่ยว ปรับเอนได้ และสามารถหมุนได้ไม่น้อยกว่า 90 องศา พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 4 จุด ปลดล็อคเดียว จํานวน 2 ที่นั่ง
2.13 ท้ายห้อง ด้านซ้าย-ขวา มีราวมือจับสแตนเลสแนวตั้ง เพื่อใช้จับปฏิบัติการ
2.14 มีบันไดข้างแบบยาว ด้านซ้าย-ขวา มีความมั่นคงแข็งแรง และมีบันไดด้านท้ายรถ สําหรับขึ้น-ลง 2.15 ติดตั้งอุปกรณ์แปลงไฟ (Power Inverter) ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 วัตต์ เพื่อแปลงเป็นไฟ 220 โวลต์
สําหรับใช้ในรถพยาบาล
2.16 ผนังด้านข้างเตียงผู้ป่วยมีเต้ารับปลั๊กไฟ 220 โวลต์ จํานวน 2 จุด, เต้ารับ USB จํานวน 2 จุด และ เต้ารับ ไฟ 12 โวลต์ จํานวน 1 จุด และชุดแผงจ่ายออกซิเจน (Oxygen Outlet) จํานวน 2 หัว
2.17 ระบบปรับอากาศภายในห้องปฏิบัติการมีการติดตั้งแยกคอยล์เย็นพร้อมสวิตช์ควบคุม เพื่อให้
อากาศในห้องปฏิบัติการจะไม่ไหลไปปนกับอากาศในห้องคนขับ มีทิศ
ห้องปฏิบัติการมีระบบปรับอากาศแยกเป็นอิสระ การพ่นลมเย็นมาด้านท้ายห้องทําความเย็นได้อย่างทั่วถึง
2.18 อุปกรณ์เพิ่มเติม
2.18.1 ถังดับเพลิงขนาด 5 ปอนด์ จํานวน 1 ถัง (ถังเขียว)
2.18.2 นาฬิกาดิจิตอล
2.18.3 ค้อนทุบกระจกฉุกเฉิน - คุณลักษณะทางเทคนิคของรถยนต์
จํานวน 1 ตัว
จํานวน 1 ตัว
3.1 ระบบเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ปริมาตรกระบอกสูบขนาดไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซี และกําลัง เครื่องยนต์สูงสุดขนาด ไม่น้อยกว่า 120 กิโลวัตต์ พร้อมอุปกรณ์ตามมาตรฐานผู้ผลิต ระบบจ่ายน้ํามันหัวฉีดไดเร็คอิน เจ็คชั่น แบบคอมมอนเรล มีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
3.2 ระบบส่งกําลัง เป็นแบบเกียร์ธรรมดา ประกอบด้วยเกียร์เดินหน้าไม่น้อยกว่า 6 เกียร์ และ เกียร์ถอยหลัง 1 เกียร์ และมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตามมาตรฐานผู้ผลิต
3.3 ระบบกันสะเทือน ล้อหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยสปริง และเหล็กกันโคลง หรือ ตามาตรฐาน ผู้ผลิตล้อหลังแหนบซ้อน พร้อมโช็คอัพ หรือ ตามมาตรฐานผู้ผลิต
3.4 ระบบพวงมาลัย เป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง ช่วยควบคุมขับเคลื่อนทางด้านขวา หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต
3.5 ระบบห้ามล้อ ล้อหน้าเป็นแบบดิสก์เบรก แบบมีครีบระบายความร้อน หรือ ตามมาตรฐานผู้ผลิต ล้อหลังเป็นแบบดรัมเบรก พร้อมหม้อลมช่วยเบรก หรือ มาตรฐานผู้ผลิต
(นายชาคร อินต๊ะพันธ์)
(นางอารีรัตน์ ตั้งพิษฐานสกุล)
(นายปันแก้ว ตาเขียว)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
-4-
ผู้ผลิต
3.6 ระบบไฟฟ้า ใช้แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ไม่ต่ํากว่า 65 แอมป์แปร์ต่อชั่วโมง
3.7 ล้อและยาง กระทะเหล็ก ขนาดไม่น้อยกว่า 17 นิ้ว พร้อม ยางเป็นแบบ M/T ขนาดไม่น้อยกว่า 265/65R17
3.8 ความยาวช่วงล้อระหว่างล้อหน้า และล้อหลัง ขนาดไม่น้อยกว่า 3,000 มิลลิเมตร หรือ ตามมาตรฐาน - อุปกรณ์และครุภัณฑ์ประจํารถ
4.1 ยางอะไหล่พร้อมล้อกระทะ ตามขนาดมาตรฐาน
จํานวน 1 ชุด
4.2 แม่แรงยกรถพร้อมด้ามแบบมาตรฐานประจํารถของผู้ผลิต
จํานวน 1 ชุด
จํานวน 1 อัน
จํานวน 1 ชุด
4.3 ประแจถอดล้อ
4.4 เครื่องมือประจํารถตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
4.5 อุปกรณ์ทั้งหมดนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ให้เป็นไปตามรูปแบบ (Catalog) และมาตรฐานของผู้ผลิต
หมวด (ข)
เครื่องมือและอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติการฉุกเฉินของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน - เครื่องสัญญาณไฟฉุกเฉิน
1.1 มีชุดสัญญาณไฟฉุกเฉินสีตามที่กฎหมายกําหนด ติดตั้งด้านหน้ารถเหนือคนขับ
1.2 สัญญาณไฟฉุกเฉิน ประกอบด้วยโคมไฟกระพริบแบบหลอด LED จํานวนไม่น้อยกว่า 10 ชุด ให้ความเข้ม ของแสงตามมาตรฐานผู้ผลิต
1.3 ชุดสัญญาณไฟมีความกว้างไม่น้อยกว่า 30 เซ็นติเมตร ยาวไม่น้อยกว่า 115 เซ็นติเมตร
1.4 ฝาครอบดวงไฟใช้วัสดุทนความร้อนชนิด Polycarbonate ทนความร้อน
1.6 ด้านขวาให้แสงสีแดง ด้านซ้ายให้แสงสีน้ําเงิน
1.7 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 พร้อมแนบเอกสารหลักฐานในวันเสนอราคาด้วย - ติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมสัญญาณเสียงไซเรน กําลังขยายไม่น้อยกว่า 100 วัตต์ ใช้กับกระแสไฟฟ้า 12 โวลต์ และลําโพงรองรับกําลัง ของเครื่องขยายเสียงได้ ไม่น้อยกว่า 100 วัตต์ มีชุดควบคุมการทํางานของไฟฉุกเฉินอยู่ภายใน ห้องคนขับ
2.1 มีปุ่มเปิด-ปิด และ เพิ่ม-ลด ระดับเสียง
2.2 ไมโครโฟน มีสวิตช์สําหรับควบคุมการพูด สายไมโครโฟนเป็นแบบขดเกลียวพร้อมที่ยึดไมโครโฟน เมื่อกดพูด จะตัด เสียงไซเรนโดยอัตโนมัติ
2.3 สามารถเพิ่ม หรือลดเสียงได้
(นายชาคร
n
อินต๊ะพันธ์)
(นางอารีรัตน์ ตั้งพิษฐานสกุล)
(นายปันแก้ว ตาเขียว)
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
-5-
3. ติดตั้งไฟกระพริบรอบคัน
3.1 ไฟกระพริบ LED แสงสีแดงและสีน้ําเงิน ด้านหน้า จํานวน 2 ดวง
3.2 ไฟกระพริบ LED แสงสีแดงและสีน้ําเงิน ด้านข้างๆ ละ จํานวน 2 ดวง
3.3 ไฟกระพริบ LED แสงสีแดงและสีน้ําเงิน ด้านหลัง จํานวน 4 ดวง
3.4 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ISO 9001:2015
4. ติดตั้งโคมไฟสปอตไลท์ ใช้หลอด LED แสงสีขาว ส่องสว่างด้านข้างซ้าย-ขวา ข้างละ 2 ชุด และติดตั้งที่ประตูท้าย
จํานวน 2 ดวง
5. วิทยุคมนาคม ระบบ VHF/FM ขนาดไม่น้อยกว่า 25 วัตต์ พร้อมอุปกรณ์ จํานวน 1 ชุด
5.1 เป็นเครื่องรับ – ส่งวิทยุ ระบบ VHF/FM มีขนาดกะทัดรัด ทนทานต่อการใช้งานทุกสภาพอากาศในประเทศ ไทย โครงสร้างตัวเครื่องมีความแข็งแรงทนทานตามมาตรฐาน MIL STD 810G
5.2 เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมสังเคราะห์ความถี่วิทยุประเภท 2 ที่ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจาก
สํานักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติแล้ว
5.3 ใช้งานได้ตลอดย่านความถี่ 136 MHz - 174 MHz มีจํานวนช่องใช้งานไม่น้อยกว่า 128 ช่อง 5.4 มีการผสมคลื่นแบบอนาล็อก และแบบดิจิตอล FDMA ได้ในเครื่องเดียวกัน โดยสามารถใช้งานแบบ Mixed mode ได้ในช่องเดียวกัน
5.5 มี Channel spacing 12.5 kHz ในโหมดอนาล็อก และ 6.25 kHz ในโหมดดิจิตอล
5.6 สามารถใช้งาน 2 - Tone, 5 - Tone, CTCSS/DTCS encoder/decoder, MDC1200 และ BIIS PTT ID Transmission ได้โดยไม่ต้องเพิ่ม Option
5.7 มีจอ LCD เป็นพื้นหลังสีดํา ตัวเลข/ตัวอักษรเป็นสีขาว มีมุมมองที่กว้างขึ้น สามารถแสดงตัวเลข/
ตัวอักษรได้ไม่น้อยกว่า 8 ตัวอักษร
5.8 ลําโพงประกอบในตัวเครื่องวิทยุอยู่ด้านหน้าเครื่อง และมีช่องสําหรับต่อกับลําโพงภายนอกได้ 5.9 รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นภายนอกได้
5.10 ภาคเครื่องส่ง
กําลังส่ง : ไม่น้อยกว่า30 วัตต์และสามารถปรับได้3 ระดับ
:
Frequency stability
:
±1.0 ppm หรือดีกว่า
A
(นายชาคร
อินต๊ะพันธ์)
ประธานกรรมการ
Spurious Emission
FM Hum and Noise
Audio Harmonic Distortion
: 80 dB หรือดีกว่า
80 dB หรือดีกว่า
1 % หรือดีกว่า
One (นางอารีรัตน์ ตั้งพิษฐานสกุล)
กรรมการ
Term
(นายปันแก้ว ตาเขียว)
กรรมการ