จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบริการรักษาความปลอดภัย อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 69079235178
฿20,900,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 6 ส.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างบริการรักษาความปลอดภัย อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ โดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มาดำเนินการดูแลความปลอดภัยทั้งในด้านสถานที่ บุคคล และทรัพย์สินของผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร รวมถึงการบริหารจัดการการจราจรและการป้องกันเหตุอัคคีภัย

ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตประจำจุดปฏิบัติงานต่างๆ อาทิ จุดแลกบัตร, จุดห้องควบคุม (Control Room), จุดลิฟต์ขนของ และลานจอดรถจักรยานยนต์ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการควบคุมดูแลบุคลากรให้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด จัดทำแผนการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพ และมีมาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องมีความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 อย่างครบถ้วน

โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2572) โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานการให้บริการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 23,000 ตารางเมตร ภายใต้สัญญาฉบับเดียว และมีสถานะเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย การคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (คะแนนราคา 30% และคะแนนคุณภาพ 70%) โดยเน้นประสบการณ์ของบริษัท ผลงานที่ผ่านมา ทุนจดทะเบียน และมาตรฐานการบริหารจัดการ (ISO 9001)

English summary

The Government Pension Fund (GPF) is seeking a security service provider for the Bangkok City Tower, located on South Sathorn Road, Bangkok. The contract duration is 3 years, from October 1, 2026, to September 30, 2029. The scope of work includes providing licensed security personnel to ensure the safety of the premises, occupants, and assets, as well as managing traffic and emergency response protocols. Bidders must be Thai legal entities with experience in managing security for areas of at least 23,000 square meters. The selection process will be based on a price-quality evaluation (30% price, 70% quality), focusing on the bidder’s experience, financial stability, and management standards (ISO 9001).

สถานที่ดำเนินการ

179 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดจ้างผู้รับจ้างให้บริการรักษาความปลอดภัยทั้งในด้านสถานที่ บุคคล และทรัพย์สินของเจ้าของอาคาร ลูกค้า ผู้เช่า และผู้มาติดต่อ
  • เพื่อจัดให้มีแผนงานและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของอาคาร
  • เพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง และระงับเหตุการณ์อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของอาคาร รวมถึงการโจรกรรม การบุกรุก หรือการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ขอบเขตของงาน

  • ควบคุม ดูแล และตรวจตราการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
  • จัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตตามกฎหมาย
  • บริหารจัดการการจราจรและการจอดรถภายในอาคาร
  • ดูแลความปลอดภัยบริเวณจุดสำคัญ เช่น ล็อบบี้, ห้องควบคุม (CCTV), ลิฟต์ขนของ และลานจอดรถ
  • จัดทำแผนการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
  • รายงานเหตุการณ์ประจำวันและเหตุฉุกเฉินต่อผู้ว่าจ้าง
  • รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานเหตุการณ์ประจำวันและรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานรายเดือน
  • แผนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
  • รายชื่อและประวัติบุคลากรที่เข้าปฏิบัติงาน
  • อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยครบถ้วนตามที่กำหนด (วิทยุสื่อสาร, เครื่องตรวจจับโลหะ, อุปกรณ์ล็อกล้อ ฯลฯ)
  • มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ผ่านการอนุมัติจากผู้ว่าจ้าง

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: นิติบุคคลสัญชาติไทยที่จดทะเบียนในประเทศไทย
  • Standards Compliance: มีการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการบริหารคุณภาพ (ISO 9001) จะได้รับคะแนนพิเศษ
  • Experience: มีผลงานการให้บริการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ขนาดไม่น้อยกว่า 23,000 ตารางเมตร ภายใต้สัญญาฉบับเดียว (ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี)
  • Previous Project Cost: มีผลงานกับองค์กรธุรกิจแนวหน้า/รัฐวิสาหกิจ ที่มีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท ต่อสัญญา
  • Technical Capabilities: มีสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการรับรอง
  • Personnel: เจ้าหน้าที่ต้องมีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตตามกฎหมาย และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรที่กำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price-Quality Evaluation):

  • ราคาที่เสนอ (Price): 30%
  • คุณภาพและคุณสมบัติ (Quality & Property): 70% (แบ่งเป็น ประสบการณ์/ผลงาน/บุคลากร 60 คะแนน และ การบริหารจัดการ/ความพร้อม 40 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เจ้าหน้าที่ต้องผ่านการฝึกอบรม 6 หลักสูตรพื้นฐาน (การรักษาความปลอดภัย, การต่อสู้ป้องกันตัว, การจราจร, ปฐมพยาบาล, ดับเพลิง, กฎหมายทั่วไป)
  • ต้องมีเจ้าหน้าที่ผจญเพลิง (Fireman) ประจำการอย่างน้อยกะละ 1 คน
  • อุปกรณ์ต้องพร้อมใช้งาน เช่น วิทยุสื่อสาร 10 เครื่อง, เครื่องตรวจจับโลหะ 2 เครื่อง, ชุดกระจกส่องใต้ท้องรถ 2 ชุด ฯลฯ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 36 งวด (รายเดือน) หลังจากตรวจรับงาน
  • หลักประกันสัญญา: 5% ของราคาค่าจ้าง
  • ค่าปรับ: กรณีละทิ้งจุด หรือปฏิบัติงานบกพร่อง มีอัตราปรับตามที่ระบุใน TOR (เช่น 0.1% ของราคาค่าจ้างต่อครั้ง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายในกรณีใดบ้าง? ตอบ: กรณีทรัพย์สินสูญหายหรือเสียหายจากการโจรกรรมที่มีร่องรอยการงัดแงะ หรือเกิดจากความบกพร่อง/ทุจริตของเจ้าหน้าที่
  2. ถาม: เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องปฏิบัติงานกี่ชั่วโมงต่อกะ? ตอบ: ปฏิบัติงานกะละ 12 ชั่วโมง (ห้ามควบเวร)
  3. ถาม: หากเจ้าหน้าที่ขาดงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร? ตอบ: ต้องจัดหาคนมาทดแทนภายใน 2 ชั่วโมง
  4. ถาม: กบข. มีนโยบายเรื่องการทุจริตอย่างไร? ตอบ: มีนโยบาย Zero Tolerance และมีช่องทางแจ้งเบาะแสการทุจริตต่อประธานอนุกรรมการตรวจสอบ
  5. ถาม: ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลความลับนานเท่าใด? ตอบ: 3 ปีนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง
  6. ถาม: การประเมินผลงานทำอย่างไร? ตอบ: มีแบบประเมินรายเดือนครอบคลุม 5 หัวข้อหลัก เช่น จำนวนพนักงาน, ความพร้อมของอุปกรณ์, คุณภาพการปฏิบัติงาน
  7. ถาม: หากต้องการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องแจ้งเป็นหนังสือและได้รับความยินยอมจากผู้ว่าจ้างก่อน
  8. ถาม: การส่งมอบงานเมื่อสิ้นสุดสัญญาต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องส่งมอบข้อมูลและรายละเอียดงานให้ผู้รับจ้างรายใหม่ภายใน 12.00 น. ของวันถัดไป
  9. ถาม: เจ้าหน้าที่ต้องมีคุณสมบัติพิเศษด้านการผจญเพลิงหรือไม่? ตอบ: ต้องมีเจ้าหน้าที่ผจญเพลิง (Fireman) ประจำการอย่างน้อยกะละ 1 คน
  10. ถาม: การยื่นข้อเสนอต้องแยกซองอย่างไร? ตอบ: แยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เอกสารนิติบุคคล/คุณสมบัติ และส่วนที่ 2 เอกสารข้อเสนอราคา/แผนการดำเนินงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
การจ้างบริการรักษาความปลอดภัย อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์

  1. หลักการและเหตุผล
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (“กบข.”) ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 179 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร มีความประสงค์จะดำเนินการจัดจ้างผู้รับจ้าง ให้บริการรักษาความปลอดภัย โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และ ความชำนาญในการให้บริการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาการจ้าง 3 (สาม) ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำข้อเสนอแผนการดำเนินงานที่แสดง รายละเอียด วิธีการ และขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ที่กำหนดไว้ หรือมีมาตรฐานที่ดีกว่า
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อจัดจ้างผู้รับจ้างให้บริการรักษาความปลอดภัยทั้งในด้านสถานที่ บุคคล และทรัพย์สินของ เจ้าของอาคาร ลูกค้า ผู้เช่า ผู้ใช้อาคารและผู้มาติดต่อ ให้มีความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย 2.2 เพื่อจัดให้มีแผนงานและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้อง กับลักษณะการใช้งานของอาคาร โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติธุรกิจ รักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประการ 2.3 เพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง และระงับเหตุการณ์อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของอาคาร รวมถึงการโจรกรรม การบุกรุก หรือการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) กำหนด
    3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานตามที่ต้องการจัดจ้างครั้งนี้
    3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานด้านการให้บริการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ขนาดไม่น้อยกว่า 23,000 ตารางเมตร ภายใต้สัญญาฉบับเดียว โดยผลงานดังกล่าวต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จหรืออยู่ระหว่างการ ดำเนินงาน นับย้อนหลังจากวันที่ยื่นข้อเสนอไม่เกิน 5 ปีทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วน ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ และต้องแนบสำเนาหนังสือรับรอง ผลงาน หรือสำเนาสัญญาจ้างดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง มายื่นประกอบการพิจารณาในวันยื่น ข้อเสนอด้วย
  4. รายการรายละเอียดของงานจ้าง
    4.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
    4.1.1 ควบคุม ดูแล และตรวจตราการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองชีวิตและ ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างและผู้ใช้อาคาร ตลอดจนให้บริการแก่ลูกค้าหรือผู้ใช้อาคารอย่างสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพที่พึงปฏิบัติและรับผิดชอบ

4.1.2 จัดให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่ควบคุม อำนวยการ รับแจ้งเหตุ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
4.1.3 ต้องคัดเลือกและจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4.3.9 เข้าปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและงานบริการอื่นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้ใน TOR นี้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ควบคุม และสั่งการของ ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
4.1.4 ต้องจัดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตแต่งกายด้วยเครื่องแบบที่สุภาพ เรียบร้อย และเป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมติดป้ายชื่อและสังกัดของผู้รับจ้างตามจำนวนที่ตกลงกัน โดยผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
4.1.5 ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือการสูญหายของทรัพย์สินทุกกรณี ซึ่งรวมถึงทรัพย์สิน ของผู้ว่าจ้างหรือทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแลของผู้ว่าจ้าง อันสืบเนื่องจากการโจรกรรมที่มีร่องรอยการงัดแงะหรือ การทำลายเครื่องกีดขวาง และมีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเกิดจากความบกพร่อง ประมาทเลินเล่อ หรือ การทุจริตของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตของผู้รับจ้าง เว้นแต่กรณีที่ความเสียหายหรือการสูญหาย เกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือวิสัยที่ผู้รับจ้างจะสามารถป้องกันหรือควบคุมได้ เช่น การปล้น หรือ อัคคีภัย โดยผู้รับจ้างตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ว่าจ้างตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ต้องสามารถ พิสูจน์ได้ด้วยพยานหลักฐานอันเพียงพอ
4.1.6 ต้องจัดทำและนำส่งแผนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต รวมถึง บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน โดยแผนดังกล่าวต้องระบุแผนการฝึกอบรมก่อนเข้า ปฏิบัติงานจริง และแผนพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องอย่างชัดเจน ครบถ้วน และสามารถ ตรวจสอบได้
4.1.7 ต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือพฤติการณ์ใด ๆ อัน อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตการให้บริการรักษาความปลอดภัย ตามเอกสารขอบเขตงาน (TOR) นี้พร้อมทั้งรายงานข้อเท็จจริงและแนวทางการแก้ไขโดยละเอียด
4.1.8 ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมด้านระเบียบวินัยและการพัฒนาบุคลิกภาพของเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย ตั้งแต่ท่าทางการยืน การนั่ง การทำความเคารพ ความกระตือรือร้น ความว่องไวในการปฏิบัติ หน้าที่ ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับ อนุญาตสามารถเรียนรู้หลักการและนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับ ภาพลักษณ์ของอาคาร
4.1.9 ในกรณีที่มีประสงค์จะเพิ่มเติมหรือปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือล่วงหน้า และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับความ ยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง
4.1.10 ต้องอำนวยความสะดวก ยินยอม และไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางหรือเป็น อุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
Page 2of 25

4.1.11 ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมถึงระบบแสงสว่าง รั้ว อาคาร และ อาณาบริเวณโดยรอบอาคาร รวมทั้งต้องทบทวนและปรับปรุงมาตรการดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอให้มีประสิทธิภาพ อยู่เสมอ และต้องปฏิบัติตามข้อเสนอแนะอันสมควรของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างในการปรับปรุงมาตรการ รักษาความปลอดภัยดังกล่าวด้วย
4.1.12 ต้องดำเนินการเมื่อเกิดความเสียหายหรือสูญหายแก่ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างและผู้ใช้อาคาร ตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
(1) แจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือ ถึงรายละเอียดของความ
เสียหายหรือการสูญหาย พร้อมทั้งระบุมูลค่าความเสียหายหรือมูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายทันทีที่ตรวจพบ (2) แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่พบความ
เสียหายหรือสูญหาย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดอาญา
(3) ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แก่พนักงานสอบสวน ผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง ในการ
สืบสวนสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุแห่งความเสียหายหรือการสูญหาย (4) ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของ ทำลาย หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการลบเลือนร่องรอยจาก
บริเวณที่เกิดเหตุ จนกว่าพนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น เร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม โดยต้องบันทึกภาพถ่ายหรือหลักฐานอื่นไว้ประกอบอย่างครบถ้วน (5) ไม่ปิดบังข้อมูล ข่าวสาร หรือข้อเท็จจริงใด ๆ อันอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของ
ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
(6) ไม่ส่งมอบ ฝาก ทำซ้ำ หรือกระทำการใด ๆ อันเกี่ยวกับกุญแจ บัตรผ่าน ระบบควบคุม
การเข้า–ออก หรือทรัพย์สินใด ๆ ที่ผู้รับจ้างได้รับมอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง (ถ้ามี) ให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตการจ้างงานตาม TOR นี้โดยเด็ดขาด
4.1.13 มีสิทธิที่จะเสนอเงื่อนไข แนวทาง หรือวิธีการบริหารจัดการอื่นใดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มเติมจากขอบเขตงานที่กำหนดไว้ได้ ทั้งนี้ ต้องแสดงรายละเอียด เหตุผล และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับไว้ในเอกสารข้อเสนอราคาอย่างชัดเจน
4.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต พร้อมแผนการจัดวาง ตำแหน่งประจำจุดปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างครบถ้วน เหมาะสม และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยต้องระบุ หลักเกณฑ์และเหตุผลประกอบอย่างชัดเจน ทั้งนี้ จำนวนเจ้าหน้าที่ต้องไม่น้อยกว่าที่กบข. กำหนดในแต่ละจุด และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับ อนุญาตต้องปฏิบัติงานตามข้อกำหนดและรายละเอียด ดังต่อไปนี้
4.2.1 ปฏิบัติงาน ณ อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ เลขที่ 179 ถนนสาทรใต้แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
4.2.2 รักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกอาคารตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด โดยเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องปฏิบัติงานติดต่อกันไม่เกินครั้งละ 12 ชั่วโมง และต้องมีเวลาพักผ่อนไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ก่อนเริ่มปฏิบัติงานในวันถัดไป
Page 3of 25

4.2.3 ควบคุม ดูแล และอำนวยความสะดวกการเข้า–ออกอาคารของบุคคลและทรัพย์สินให้ เป็นไปตามระเบียบที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างกำหนด
4.2.4 ควบคุม ดูแล และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการจอดรถ ให้มีความคล่องตัว เป็นระเบียบเรียบร้อย และปลอดภัยตลอดเวลา
4.2.5 ดูแล ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างในการเข้าเยี่ยมชมหรือปฏิบัติงานในพื้นที่
4.2.6 ตรวจตราความเรียบร้อยภายในอาคารและบริเวณโดยรอบให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ปลอดภัย และพร้อมใช้งาน รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง 4.2.7 ดูแลและป้องกันการสูญหายหรือเสียหายของทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง พนักงาน ลูกจ้างของ ผู้ว่าจ้าง และผู้เช่าพื้นที่
4.2.8 ดูแลและป้องกันการสูญหายหรือเสียหายของยานพาหนะที่เข้ามาภายในพื้นที่อาคารดูแล ความปลอดภัยทั่วไปภายในตัวอาคารและบริเวณโดยรอบอาคาร รวมทั้งระงับเหตุร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ตลอดจนแจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายโดยทันที
4.2.9 จัดทำและส่งมอบบันทึกเหตุการณ์ประจำวันและบันทึกอื่นที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบภายในเวลา 9.00 น. ของวันถัดไป กรณีเกิดเหตุการณ์ผิดปกติให้รายงานโดยทันที หาก เป็นนอกเวลาทำการหรือวันหยุดทำการของผู้ว่าจ้าง ให้แจ้งทางโทรศัพท์ก่อน และจัดส่งรายงานเป็นหนังสือในวัน ทำการถัดไป
4.2.10 ให้ความร่วมมือกับผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง ในการทดสอบ ตรวจสอบ หรือซักซ้อม การทำงานของระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตาม TOR นี้ เช่น ระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย ระบบลิฟต์ และระบบความปลอดภัยอื่นของอาคาร เป็นต้น
4.2.11 ควบคุม กำกับดูแล และบังคับบัญชาให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต รวมถึง เจ้าหน้าที่อื่นของผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างอย่าง เคร่งครัด
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตของผู้รับจ้างถูกสั่งย้ายออกจากสถานที่
ปฏิบัติงานไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องไม่ส่งบุคคลดังกล่าวกลับเข้ามาปฏิบัติงาน ณ สถานที่แห่งนี้อีก โดยเด็ดขาด
4.2.12 จัดทำแผนการปฏิบัติงานที่ระบุช่วงเวลาการปฏิบัติหน้าที่ จำนวนบุคลากร และจุด ประจำการของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต โดยแบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น 2 (สอง) ผลัด ดังนี้ (1) ผลัดที่ 1 (ผลัดกลางวัน) ตั้งแต่เวลา 07:00 น. - 19:00 น.
(2) ผลัดที่ 2 (ผลัดกลางคืน) ตั้งแต่เวลา 19:00 น. - 07:00 น.
ทั้งนี้ จุดและเวลาปฏิบัติงานอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยต้องได้รับความ
เห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง
4.2.13 ห้ามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตทิ้งจุดรักษาการที่รับผิดชอบโดยเด็ดขาด หากยังไม่มีผู้รับผิดชอบผลัดต่อไปมารับหน้าที่แทน และต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที และรายงานให้ ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายทราบทันที
4.3 ข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม
4.3.1 ผู้รับจ้างต้องเสนอรายละเอียดของบุคลากรในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน ของผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างฯ พร้อมทั้ง
Page 4of 25

จัดทำและจัดเก็บสำเนาประวัติเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตที่เข้าปฏิบัติงานไว้เป็นข้อมูลสำหรับ ฝ่ายบริหารอาคาร โดยต้องจัดส่งเอกสารประกอบดังต่อไปนี้
(1) รายชื่อบุคลากร
(2) ตำแหน่ง
(3) วุฒิการศึกษา
(4) สำเนาบัตรประชาชน
(5) สำเนาทะเบียนบ้าน
(6) ประวัติการทำงาน
(7) เอกสารผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(8) ใบรับรองแพทย์ (ออกให้ไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายหรือผู้ว่าจ้างกำหนด)
(9) รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป
(10) รายละเอียดหน้าที่และความรับผิดชอบ
(11) แผนภูมิโครงสร้างการบริหารงาน
(12) ตารางแสดงเวลาการปฏิบัติงานของบุคลากรในแต่ละจุดประจำการ
4.3.2 การเข้ารับงานและการส่งมอบงานเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างฯ ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) การเข้ารับงาน: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งบุคลากรและทีมงานหลักเข้ามาศึกษารายละเอียด
งานระบบงาน และพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมดล่วงหน้าก่อนวันเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถเริ่มปฏิบัติงานได้อย่าง ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
(2) การส่งมอบงานเมื่อสัญญาสิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใด ๆ: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน เอกสาร
ข้อมูล และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้รับจ้างรายใหม่หรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ภายในเวลา 12.00 น. ของ วันถัดไปนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุด โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น
4.3.3 อุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน มีดังต่อไปนี้
(1) วิทยุสื่อสารอย่างน้อย 10 เครื่อง หรือเท่ากับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน พร้อม
แบตเตอรี่สำรองไม่น้อยกว่า 18 ก้อน หรืออย่างน้อยเป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนวิทยุสื่อสาร (2) โทรโข่ง อย่างน้อย 2 ตัว
(3) ชุดการ์ดทัวร์อย่างน้อย 2 ชุด พร้อมแบตเตอรี่หรือถ่านชาร์จ และแท่นชาร์จสำหรับ
ใช้งาน หรือดีกว่า
(4) กระดานไวท์บอร์ด จำนวน 1 ชุด
(5) เสื้อกันฝน อย่างน้อย 2 ชุด
(6) ร่มกันฝน อย่างน้อย 5 ชุด
(7) ไฟฉายสปอร์ตไลท์อย่างน้อย 4 ชุด
(8) เครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ (Hand-Held Metal Detector) จำนวน 2 เครื่อง
(9) พัดลมตั้งโต๊ะ จำนวน 1 เครื่อง
(10) อุปกรณ์ล็อกล้อรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 ชุด
(11) ชุดกระจกส่องใต้ท้องรถ อย่างน้อย 2 ชุด
(12) อุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆ ที่จำเป็นในการใช้งาน
(13) อุปกรณ์อื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสมต่อการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยให้มี ประสิทธิภาพครบถ้วนตามขอบเขตงาน
Page 5of 25

4.3.4 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันเกินกว่า 1 กะ (ห้ามควบเวรหรือควงเวร) โดยเด็ดขาด หากผู้รับจ้างฝ่าฝืนในวันใด ให้ถือว่าเป็นการขาดปฏิบัติงาน ณ จุดดังกล่าว ในวันนั้น และผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกเก็บค่าปรับตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อ 10 ของ TOR นี้
4.3.5 ผู้รับจ้างต้องกำกับ ดูแล และควบคุมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติ ตามข้อกำหนดในการปฏิบัติงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
(1) ลงลายมือชื่อหรือบันทึกเวลาเข้า–ออกงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดที่ผู้ว่าจ้าง
หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างกำหนด
(2) แต่งกายให้สะอาด สุภาพ และเรียบร้อยตามระเบียบเครื่องแบบของผู้รับจ้างโดย
เคร่งครัด พร้อมทั้งมีกิริยา วาจาสุภาพ เหมาะสมต่อการให้บริการตามสัญญาจ้างฯ
(3) ห้ามดื่ม เสพ หรืออยู่ในอาการมึนเมาจากสุรา หรือสารเสพติดใด ๆ ทั้งก่อนและ
ในขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งห้ามนอนหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด
(4) ห้ามอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ รับชมโทรทัศน์ ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติหน้าที่
(5) ห้ามนำบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่มาอยู่ด้วยในขณะปฏิบัติหน้าที่
(6) ห้ามเล่นการพนัน หรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะเป็นการเล่นการพนัน รวมทั้งห้าม
นำบุคคลอื่นมาเล่นการพนันภายในพื้นที่อาคารโดยเด็ดขาด
(7) ห้ามหยอกล้อ พูดคุย หรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับผู้อื่นในขณะ
ปฏิบัติหน้าที่
(8) ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน มีความรับผิดชอบ และเชื่อฟังคำสั่ง
ผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย
(9) ห้ามละทิ้งจุดในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ “การละทิ้งจุด” หมายถึง การไม่
อยู่ประจำจุดหรือพื้นที่ใกล้เคียงที่ตนรับผิดชอบ โดยมิได้แจ้งให้หัวหน้าทราบล่วงหน้า และยังไม่มีผู้ตรวจสอบการ ทำงานหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอยู่ประจำจุดดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10 นาที
(10) ห้ามออกเวรหรือเลิกปฏิบัติหน้าที่ก่อนเวลา จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยรับอนุญาตในผลัดถัดไปมารับเวรแทนเรียบร้อยแล้ว
4.3.6 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการขอเปลี่ยนตัวบุคลากรของผู้รับจ้าง เมื่อเห็นว่าบุคลากรดังกล่าวมี พฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือไม่มีความสามารถเพียงพอในการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างฯ โดยผู้รับจ้างต้องจัดหา บุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาทดแทนภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างกำหนด
4.3.7 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำ ผู้รับจ้างต้องคัดเลือกบุคลากรที่มี คุณสมบัติเหมาะสม และจัดทำหนังสือแจ้งพร้อมแนบเอกสารหลักฐานของบุคลากรที่มาทดแทน เสนอให้ผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนเข้าปฏิบัติงาน เว้นแต่กรณีฉุกเฉิน ซึ่งผู้รับจ้างไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างเป็นที่สุด
4.3.8 ผู้รับจ้างมีฐานะเป็นนายจ้างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตและบุคลากรอื่น ที่ผู้รับจ้างจัดหามา ซึ่งมีฐานะเป็นลูกจ้างของผู้รับจ้างแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ ลูกจ้างดังกล่าวให้ตรงตามกำหนดเวลา และไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งต้องจัดให้มี
Page 6of 25

สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดทุกประการ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทั้งสิ้น และผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดชอบในภาระผูกพันใด ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
4.3.9 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ซึ่งได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงาน ตามหลักเกณฑ์ของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 และในแต่ละตำแหน่ง อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) คุณสมบัติของผู้จัดการหน่วย
(ก) มีอายุระหว่าง 35 - 55 ปี
(ข) มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
(ค) มีประสบการณ์เป็นหัวหน้างานรักษาความปลอดภัยในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่
มาไม่น้อยกว่า 5 ปี
(ง) มีคุณสมบัติ บุคลิกภาพ และภาวะผู้นำที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน และเป็นที่
ยอมรับของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
(2) คุณสมบัติของหัวหน้าหน่วยงาน
(ก) มีอายุระหว่าง 30 - 55 ปี
(ข) มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
(ค) มีประสบการณ์เป็นหัวหน้างานรักษาความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3 ปี
(ง) มีคุณสมบัติและบุคลิกภาพที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน และเป็นที่ยอมรับของ
ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
(3) คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
(ก) มีอายุระหว่าง 18 - 55 ปี
(ข) มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
(ค) ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรขั้นพื้นฐานด้านการรักษาความปลอดภัยตามที่
กฎหมายกำหนดครบถ้วนก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
(ง) ไม่เคยถูกสั่งย้ายออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยเนื่องจากความ
บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่
(4) คุณสมบัติทั่วไปทุกตำแหน่ง
(ก) ต้องมีสัญชาติไทย
(ข) กรณีเพศชาย ต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือสำเร็จการฝึกวิชาทหาร (นักศึกษา
วิชาทหาร หลักสูตร 3 ปี)
(ค) ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตจากนาย
ทะเบียนตามกฎหมาย
(ง) มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันรับรองว่าเป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ตาบอดสี
ไม่เป็นโรคต้องห้าม ไม่พิการ และไม่เป็นผู้มีภาวะทางจิตที่ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน
(จ) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย
(ฉ) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดที่
กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือได้รับการล้างมลทินตามกฎหมาย
Page 7of 25

(ช) ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
เนื่องจากกระทำผิดวินัย
(ซ) ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(ฌ) ไม่เป็นผู้เสพ ผู้ติด หรือผู้ค้ายาเสพติด และไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
(ญ) ไม่มีรอยสักหรือรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัดภายนอกเครื่องแบบในลักษณะที่ไม่เหมาะสม
(ฎ) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ
ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน มีดังต่อไปนี้

  1. หลักสูตรการรักษาความปลอดภัยและวิชาความรู้ทั่วไป
  2. หลักสูตรวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวเบื้องต้น
  3. หลักสูตรวิชาการจราจรเบื้องต้น
  4. หลักสูตรวิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  5. หลักสูตรการดับเพลิง
  6. หลักสูตรวิชากฎหมายทั่วไป
    หลักสูตรดังกล่าวต้องมีเนื้อหาที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ มีระยะเวลาฝึกอบรม
    รวมกันไม่น้อยกว่า 15 วัน และผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดหลักสูตร แผนการฝึกอบรม และสถานที่ฝึกอบรมให้ ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้า
    นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทบทวนแก่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
    รับอนุญาตทุกคน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในหัวข้อเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย การตรวจค้น การควบคุม ผู้กระทำความผิด การป้องกันตัว การป้องกันอัคคีภัย การดับเพลิงเบื้องต้น และการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพื่อให้ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์
    4.3.10 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ผจญเพลิง (Fireman) และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการผจญเพลิงตามมาตรฐานที่กฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนด ประจำการอย่างน้อยกะละ 1 คน ตลอดระยะเวลาการให้บริการ
    4.3.11 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดระยะเวลาสัญญาจ้างฯ ได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) กรณีผู้รับจ้างผิดสัญญา และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้าง
    แก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจ้างฯ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว แล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดระยะเวลา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ทั้งหมดหรือบางส่วน และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจากผู้รับจ้าง (ถ้ามี) ได้อีกด้วย
    (2) กรณีผู้ว่าจ้างประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างแล้วเห็นว่าผู้รับจ้างขาดความรู้ ความสามารถ หรือความชำนาญในงานรักษาความปลอดภัย หรือปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างอันเนื่องมาจากการบอกเลิก
    สัญญาดังกล่าว
    Page 8of 25

4.4 ระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
จุดที่ 1 ผู้จัดการหน่วย จำนวน 1 คน (กำกับ ควบคุม และผลัดเปลี่ยนพนักงานระหว่างพัก)
(1) รับผิดชอบควบคุม กำกับ และบริหารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัย ผู้ตรวจการ และหัวหน้าหน่วย รวมถึงรับผิดชอบการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ใหม่ เช่น การจัดส่งเอกสารประวัติพนักงาน การชี้แจงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และสร้างความเข้าใจในหน้าที่ตาม ใบพรรณนาลักษณะงาน
(2) ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างบริษัทในฐานะตัวแทนของผู้รับจ้าง กับฝ่าย
บริหารอาคารในฐานะผู้แทนของผู้ว่าจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ (3) ควบคุม สั่งการ และตรวจสอบการเข้ามาของบุคคลภายนอกซึ่งได้รับอนุญาตจาก
ฝ่ายบริหารอาคาร พร้อมทั้งจัดทำรายงานเพื่อเสนอผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อยทุก 2 เดือน
(4) เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการประชุมแถวทั้งกะกลางวันและกะกลางคืน และจัดให้มี
การประชุมรวมสองกะร่วมกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
(5) จัดทำแผนและดำเนินการฝึกอบรมภายในในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความ
ปลอดภัยอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือให้เป็นไปตามแผนการฝึกอบรมที่ผู้รับจ้างได้นำเสนอไว้ (6) จัดทำและควบคุมแบบฟอร์ม เอกสาร และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
พร้อมตรวจสอบให้มีเพียงพอและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
(7) จัดทำรายงานเหตุการณ์ประจำวัน และรวบรวมข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยและหัวหน้างาน เสนอฝ่ายบริหารอาคารทุกวันก่อนเวลา 09.00 น.
(8) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
หัวหน้างาน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในช่วงการ ประชุมรวมแถวประจำวัน
(9) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(10) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที
จุดที่ 2 หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต จำนวน 2 คน
(1) ควบคุม ตรวจสอบ และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ในแต่ละจุดปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนงานและข้อกำหนด
(2) จัดทำใบพรรณนาต่าง ๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ผู้ตรวจการ
และผู้จัดการหน่วยโดยปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติอย่างน้อยทุก 2 เดือน (3) รับผิดชอบในการตรวจค้นวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งตรวจสอบวัตถุระเบิดบริเวณใต้
พาหนะและช่องบรรทุกสัมภาระของพาหนะทุกคันที่เข้ามาในอาคารจอดรถ
(4) ควบคุมและรับผิดชอบในการจัดให้มีอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ เช่น วิทยุสื่อสาร
และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา มีการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม และเป็นไปตาม สัญญาจ้างฯ
(5) ประสานงานระหว่างผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารกับเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยรับอนุญาต เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามนโยบายหรือคำสั่งของผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารอย่าง ถูกต้องและชัดเจน
Page 9of 25

(6) ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ พนักงานดับเพลิง หรือเจ้าพนักงานฝ่าย
ปกครอง ตามลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
(7) กำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อย่างถูกวิธี พร้อมทั้งจัดทำ
แผนและดำเนินการตามแผนการซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ
(8) ดำเนินการตรวจแถวเจ้าหน้าที่ในกะกลางวันและกะกลางคืน และจัดให้มีการประชุม
แถวรวมทั้ง 2 กะ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งจัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสนอฝ่ายบริหารอาคารก่อนเวลา 9.00 น. ของวันทำการถัดไป และจัดทำรายงานสรุปกำลังพลที่ปฏิบัติงานในแต่ละเดือน เสนอฝ่ายบริหารอาคารหรือผู้ว่าจ้างภายในวันที่ 3 ของทุกเดือน
(9) ทบทวนกฎระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่
ถูกต้อง และถ่ายทอดกฎระเบียบดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ในการประชุมแถวประจำวัน
(10) เป็นผู้นำในการฝึกพลานามัย และการฝึกซ้อมการสวมชุดผจญเพลิงประจำสัปดาห์
(11) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(12) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 3 ผู้ตรวจการ (Survey) จำนวน 3 คน
(1) ตรวจตราพื้นที่โดยรอบอาคารในลักษณะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด พร้อมจัดทำบันทึก
รายงานแจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารเมื่อพบสิ่งผิดปกติ หรือกรณีเกิดเหตุทรัพย์สินสูญหาย (2) ตรวจค้นหาวัตถุต้องสงสัยหรือวัตถุระเบิดบริเวณใต้ท้องรถและช่องเก็บสัมภาระของ
ยานพาหนะทุกคันก่อนเข้าอาคารจอดรถ
(3) ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้
งาน และบันทึกรายงานผ่านหัวหน้างานเพื่อแจ้งฝ่ายบริหารอาคารทราบ
(4) ตรวจสอบอุปกรณ์หรือระบบต่าง ๆ ภายในพื้นที่ตามจุดที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด
(5) อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณทางเข้าอาคาร (ถนนสาทร และถนน
นราธิวาสราชนครินทร์) ระหว่างเวลา 07.00 น. ถึง 09.30 น.
(6) ตรวจสอบการเข้าปฏิบัติงานของผู้รับเหมา พร้อมทั้งบันทึกรายงานลงในสมุดบันทึก
(7) ตรวจสอบสัญญาณเตือนภัยตามที่ฝ่ายบริหารอาคาร หรือเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยรับอนุญาตประจำห้องควบคุมอาคารแจ้ง เช่น อุปกรณ์ตรวจจับความร้อนและควัน เพื่อเข้าตรวจสอบ พื้นที่เกิดเหตุโดยเร็ว และรายงานกลับเพื่อเตรียมการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
(8) ตรวจสอบการเข้าปฏิบัติงานของผู้รับเหมา เช่น ขอบเขตการอนุญาต รวมถึงกำกับ
ดูแลการติดบัตรประจำตัวผู้รับเหมาหรือผู้มาติดต่อให้เป็นไปตามระเบียบตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในอาคาร (9) ตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย และรายงานหัวหน้างานรวมทั้งฝ่ายบริหารอาคาร
(10) คัดแยกไปรษณีย์หรือพัสดุลงในช่องรับของผู้เช่าแต่ละรายให้ถูกต้อง และดำเนินการ
ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากบุรุษไปรษณีย์นำส่งจดหมายหรือพัสดุถึงอาคาร
(11) ตรวจสอบสถานะไฟฉุกเฉิน ป้ายทางออก (Exit) และอุปกรณ์ภายในตู้ดับเพลิง
พร้อมแจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารทันทีเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อพบความชำรุดบกพร่อง
Page 10of 25

(12) ตรวจสอบและควบคุมมิให้ผู้ใช้อาคารวางสิ่งของกีดขวางการใช้บันไดหนีไฟ รวมทั้ง
ตรวจสอบบานประตูให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และรายงานหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารเมื่อพบ ข้อบกพร่อง
(13) อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณทางออกถนนนราธิวาสราชนครินทร์
ระหว่างเวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น.
(14) ปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์บริเวณหน้าอาคารเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร
ในช่วงเวลาปฏิบัติงานกะกลางคืน
(15) เข้าประจำจุดรักษาการณ์ต่าง ๆ แทนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
ตามที่ได้รับมอบหมาย
(16) ตรวจสอบและควบคุมการใช้งานห้องเก็บขยะของอาคารให้เป็นไปตามขอบเขตการ
ให้บริการที่กำหนด
(17) เข้าประจำจุดรักษาความปลอดภัยแทนเจ้าหน้าที่ประจำจุดในช่วงเวลาพักกลางวัน
ตามตำแหน่งและเวลาที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด
(18) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(19) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 4 ประจำจุดแลกบัตรชั้น G จำนวน 2 คน
(1) ควบคุมและดูแลประตูทางเข้า–ออกอาคาร ไม่ให้มีการเปิดประตูค้างไว้ และ
ระมัดระวังความเสียหายต่อทรัพย์สินจากสภาพอากาศ เช่น ฝนฟ้าคะนองหรือลมพัดแรง เป็นต้น (2) ให้บริการแลกบัตรเข้า–ออกแก่ผู้มาติดต่อร่วมกับเจ้าหน้าที่อาคาร พร้อมตรวจสอบ
การแลกบัตรให้เป็นไปตามระเบียบการเข้าใช้บริการอาคาร
(3) ควบคุมมิให้ผู้รับเหมา พนักงาน หรือลูกค้าใช้ลิฟต์โดยสารในการขนย้ายสิ่งของ และ
ห้ามมิให้บุคคลใดถ่ายภาพบริเวณล็อบบี้ หน้าอาคาร หรือพื้นที่ภายนอกพื้นที่เช่า เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก ฝ่ายบริหารอาคาร
(4) ให้คำแนะนำแก่ผู้มาติดต่ออาคาร พร้อมทั้งสังเกตพฤติการณ์ของบุคคลที่เข้ามาใน
อาคาร และประสานงานหรือรายงานต่อหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารเมื่อพบความผิดปกติ (5) สังเกตและจดจำรูปพรรณบุคคลภายนอกที่เข้า–ออกบริเวณโถงอาคารหรือบริเวณ
ล็อบบี้ หากพบบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัยให้แจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารผ่านวิทยุสื่อสารด้วยรหัสที่ กำหนดโดยทันที
(6) ควบคุมมิให้พนักงานส่งของใช้รถเข็นหรือขนย้ายสิ่งของผ่านลิฟต์โดยสาร
(7) ศึกษาและติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาคาร เพื่อให้สามารถให้ข้อมูลแก่ผู้มาติดต่อ
ได้อย่างถูกต้อง ดังนี้
(ก) รายชื่อลูกค้าและตำแหน่งที่ตั้งของสำนักงานแต่ละรายภายในอาคาร
(ข) ข้อมูลเกี่ยวกับสาธารณูปโภคของอาคาร
(ค) วิธีการใช้บริการอาคารจอดรถ
(ง) ตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันและอุปกรณ์ดับเพลิง
Page 11of 25

(จ) สถานที่ตั้งของหน่วยงานหรือส่วนงานต่าง ๆ ภายในอาคารลูกค้าที่อยู่ภายใน
อาคารทั้งหมดจากผังรายชื่อลูกค้าเพื่อทราบที่ตั้งตามชั้นต่าง ๆ
(8) ควบคุมดูแลมิให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกก่อความวุ่นวาย หรือส่งเสียงดังรบกวน
ภายในบริเวณล็อบบี้หรือหน้าอาคาร รวมทั้งควบคุมไม่ให้มีการรวมกลุ่มในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สุภาพ (9) ปิดประตูล็อบบี้ตามจุดเข้า–ออกต่าง ๆ ตามเวลาที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด และ
แนะนำเส้นทางเข้า–ออกให้แก่ผู้มาติดต่อ รวมทั้งดำเนินการแลกบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประสงค์เข้าอาคาร หลังเวลาทำการ รวมถึงพนักงานส่งหนังสือพิมพ์
(10) สังเกตและดูแลระดับแสงสว่างภายในและภายนอกบริเวณล็อบบี้ให้เหมาะสมกับ
สภาพแวดล้อม โดยประสานงานกับฝ่ายช่างอาคารเพื่อดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงให้เหมาะสมเพื่อความ ปลอดภัย
(11) ควบคุมและดูแลมิให้มีการเปิดประตูค้างไว้ โดยให้ปิดประตูทุกครั้งหลังการใช้งาน
(12) แจ้งฝ่ายบริหารอาคารผ่านวิทยุสื่อสารเมื่อพบความสกปรกหรือความไม่เรียบร้อย
ภายในบริเวณโถงล็อบบี้ โดยใช้รหัสการสื่อสารที่กำหนด
(13) ควบคุมมิให้บุคคลที่ไม่พึงประสงค์ เช่น บุคคลลักษณะวิกลจริต ผู้แต่งกายไม่
เรียบร้อย นักเรี่ยไร ผู้มีอาการมึนเมาสุรา หรือผู้พกพาอาวุธ เข้ามาภายในอาคาร
(14) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(15) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 5 ประจำลิฟต์ขนของ จำนวน 1 คน
(1) ควบคุมการใช้ลิฟต์ขนของให้เป็นไปตามระเบียบและวิธีการใช้งานที่ฝ่ายบริหารอาคาร
กำหนด
(2) จัดลำดับการใช้บริการลิฟต์ขนของตามลำดับก่อน–หลังอย่างเป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการ
(3) ควบคุมและตรวจสอบการเข้าปฏิบัติงานของบุคคลภายนอกให้เป็นไปตามขั้นตอนและ
ระเบียบที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด
(4) สังเกตและตรวจสอบความผิดปกติของลิฟต์ขนของ และจัดทำรายงานเป็นหนังสือเสนอ
หัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารเมื่อสิ้นสุดเวลาปฏิบัติงาน
(5) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(6) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 6 ประจำจุดแลกบัตรหน้าลิฟต์ขนของ ชั้น B1 จำนวน 2 คน
(1) ศึกษาและติดตามกฎระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็น
แนวทางในการปฏิบัติงาน และตรวจสอบความถูกต้องของผู้มาติดต่อให้เป็นไปตามวิธีการและขั้นตอนที่กำหนด (2) ควบคุมและตรวจสอบผู้มาติดต่อให้ปฏิบัติตามระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารอย่าง
เคร่งครัด เช่น ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของเอกสารการขออนุญาต ตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยหรือ ทรัพย์สินที่จะนำออกจากอาคาร ตรวจตรามิให้มีการสูบบุหรี่หรือนำวัตถุไวไฟที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในอาคาร ควบคุมให้ผู้มาติดต่อติดบัตรประจำตัวในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา รวมทั้งเรียกเก็บค่าปรับ กรณีบัตรสูญหาย และตรวจสอบสภาพการใช้งานของถังเคมีดับเพลิงของผู้มาติดต่อ
Page 12of 25

(3) อำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นไปตาม
ระเบียบของอาคาร หรือตามที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด โดยใช้แนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม (4) รับทราบวัตถุประสงค์และรายละเอียดของผู้มาติดต่อที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอาคาร
เช่น พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าปฏิบัติงาน ระยะเวลาอนุญาต ลักษณะและจำนวนทรัพย์สินที่จะนำเข้า หรือออก จากอาคาร
(5) ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือ
ใบอนุญาตขับขี่ของผู้มาติดต่อ พร้อมจัดทำสำเนาและบันทึกรายละเอียดลงในสมุดบันทึก โดยระบุเวลาเข้า–ออก และรายละเอียดอื่น ๆ ตามความจำเป็น
(6) คืนบัตรประจำตัวให้แก่ผู้มาติดต่อเมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติงาน โดยตรวจสอบความ
ถูกต้องของเอกสารและตรวจสอบทรัพย์สินที่นำออกจากอาคาร
(7) ควบคุมการใช้งานลิฟต์ขนของให้เป็นไปตามระเบียบการใช้งานของอาคาร
(8) ดูแลรักษาป้ายประกาศและหนังสือประกาศต่าง ๆ ให้มีสภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ
(9) ประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหัวหน้า
งานและฝ่ายบริหารอาคาร เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันและรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ
(10) ดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของแบบฟอร์มเอกสาร โต๊ะปฏิบัติงาน
และวัสดุสำนักงานอยู่เสมอ
(11) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(12) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 7 ประจำจุดห้องควบคุม (Control Room) จำนวน 2 คน
(1) ตรวจสอบความปลอดภัยผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จากจอแสดงผลทุกจุด
พร้อมตรวจสอบเครื่องบันทึกภาพและจอภาพให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และแจ้งฝ่ายบริหารอาคารเป็น หนังสือเมื่อพบความชำรุดบกพร่อง
(2) บันทึกภาพเหตุการณ์ผิดปกติจากระบบกล้องวงจรปิด พร้อมแจ้งหัวหน้างาน และ
รอรับการยืนยันเพื่อดำเนินการตรวจสอบ รวมทั้งรายงานฝ่ายบริหารอาคารทางวิทยุสื่อสารโดยใช้รหัสที่ถูกต้องทันที (3) เมื่อพบว่าอุปกรณ์ในห้องควบคุมเกิดความชำรุด ทำงานผิดปกติ หรือมีสัญญาณเตือน
เกิดขึ้น ให้แจ้งฝ่ายบริหารอาคารทางวิทยุสื่อสารทันที และจัดทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งรายงาน ให้หัวหน้างานทราบตามลำดับ
(4) เมื่ออุปกรณ์ตรวจจับควันหรืออุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Smoke / Heat Detector)
ส่งสัญญาณเตือน ให้รายงานหัวหน้างานเพื่อประสานการเข้าตรวจสอบพื้นที่ต้นเหตุ พร้อมแจ้งฝ่ายบริหารอาคาร และฝ่ายช่างทางโทรศัพท์
(5) ปฏิบัติตามระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารในการควบคุมและอนุญาตให้
บุคคลภายนอกเข้าห้องควบคุม
(6) ตรวจสอบความครบถ้วนและสภาพการใช้งานของอุปกรณ์ภายในห้องควบคุม
(Control Room) และรายงานฝ่ายบริหารอาคารเมื่อพบสิ่งผิดปกติ โดยจัดทำเป็นรายงานประจำวัน (7) รับโทรศัพท์แทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารอาคารตามที่ได้รับมอบหมาย โดยใช้รูปแบบ
คำตอบรับตามขั้นตอนที่อาคารกำหนด และสามารถโอนสายได้อย่างถูกต้อง
Page 13of 25

(8) บันทึกข้อมูลกรณีมีผู้โทรศัพท์ข่มขู่วางระเบิดตามแบบฟอร์มที่อาคารกำหนดอย่าง
ครบถ้วน และรายงานเหตุการณ์ผ่านวิทยุสื่อสารโดยใช้รหัสที่กำหนด
(9) ควบคุมและใช้งานระบบเสียงประกาศของอาคารตามที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้อง
และมีประสิทธิภาพ
(10) ควบคุมการเข้า–ออกของบุคคลภายในห้องควบคุมให้เป็นไปตามระเบียบของ
ฝ่ายบริหารอาคาร เช่น การติดบัตรประจำตัวตลอดเวลา และอนุญาตให้เข้าห้องควบคุมได้ครั้งละไม่เกิน 2 คนต่อกิจกรรม (11) ควบคุมการเปิด–ปิดระบบปรับอากาศภายในห้องควบคุมตามที่ฝ่ายบริหารอาคาร
กำหนด
(12) สังเกตและศึกษาวิธีการทำงานของระบบดับเพลิงอัตโนมัติ FM-200 ภายในห้องควบคุม
เพื่อให้สามารถควบคุมการทำงานเบื้องต้นได้ และแจ้งฝ่ายบริหารอาคารทันทีเมื่อระบบส่งสัญญาณเตือน (13) งดเว้นการกระทำหรือกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัย เช่น การอ่านหนังสือ การใช้โทรศัพท์มือถือ หรือการปรับอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการ ปรับเพิ่มหรือลดระดับเสียงของอุปกรณ์ภายในห้องควบคุมโดยพลการ
(14) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(15) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 8 ประจำจุดลานจอดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คน
(1) อำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรในพื้นที่รับผิดชอบตามระเบียบของ
ผู้ว่าจ้าง หรือตามที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด
(2) ศึกษาและติดตามข้อมูลของผู้เช่าพื้นที่ภายในอาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้
ประกอบการปฏิบัติงานและให้ข้อมูลแก่ผู้มาติดต่อได้อย่างถูกต้อง
(3) ควบคุมการจอดรถจักรยานยนต์ให้เป็นระเบียบ พร้อมตรวจสอบพาหนะในลักษณะ
การตรวจหาวัตถุต้องสงสัย เช่น บริเวณใต้เบาะหรือช่องเก็บสัมภาระ และควบคุมมิให้รถจักรยานยนต์ที่มาติดต่อ อาคารอื่นเข้ามาใช้พื้นที่จอดรถ
(4) ตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ลานจอดรถจักรยานยนต์ และควบคุมมิให้มีการ
กระทำที่ก่อให้เกิดความสกปรกหรือความไม่เป็นระเบียบภายในพื้นที่ดังกล่าว
(5) ตรวจสอบสัญลักษณ์หรือสติกเกอร์แสดงสิทธิ์ในการเข้าใช้ลานจอดรถจักรยานยนต์
ของผู้ใช้บริการ
(6) ตรวจตราและดูแลทรัพย์สินภายในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง
(7) ควบคุมมิให้มีการซ่อมรถ ล้างรถ การชุมนุม การก่อความไม่สงบ หรือการดื่มสุรา
ภายในบริเวณลานจอดรถ
(8) สังเกตบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยบริเวณลานจอดรถและพื้นที่โดยรอบ และ
รายงานหัวหน้างานหรือฝ่ายบริหารอาคารผ่านวิทยุสื่อสารโดยใช้รหัสที่กำหนด
(9) ดำเนินการป้องกันการสูญหายของรถจักรยานยนต์ โดยระงับการนำรถออกจากพื้นที่
หากผู้ขับขี่ไม่สามารถแสดงหลักฐานการครอบครองรถได้อย่างถูกต้อง
(10) อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำสถานที่แก่ผู้มาติดต่อภายในอาคาร และ
ควบคุมมิให้ผู้ขับขี่ที่มาติดต่ออาคารอื่นเข้ามาใช้บริการพื้นที่จอดรถ
Page 14of 25

(11) ดูแลความเรียบร้อยในการเข้าใช้พื้นที่บริเวณศาลพระภูมิของอาคาร
(12) สอดส่องดูแลมิให้มีการเล่นการพนันภายในพื้นที่บริเวณลานจอดรถ
(13) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(14) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 9 ประจำจุดรับ-จ่ายบัตรป้อมจักรยานยนต์ จำนวน 2 คน
(1) ตรวจสอบและให้บริการรับ–จ่ายบัตรจอดรถจักรยานยนต์สำหรับรถจักรยานยนต์
ที่เข้าจอดภายในพื้นที่อาคาร
(2) จัดเก็บและสรุปค่าบริการที่จอดรถจักรยานยนต์ พร้อมนำส่งฝ่ายบริหารอาคารเป็น
ประจำทุกวัน ภายในเวลา 09.00 น.
(3) อำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรในพื้นที่รับผิดชอบตามระเบียบของ
ผู้ว่าจ้าง หรือตามที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด
(4) ศึกษาและติดตามข้อมูลของผู้เช่าพื้นที่ภายในอาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้
ประกอบการปฏิบัติงาน
(5) ควบคุมการจอดรถจักรยานยนต์ให้เป็นระเบียบ พร้อมตรวจสอบพาหนะในลักษณะ
การตรวจหาวัตถุต้องสงสัย เช่น บริเวณใต้เบาะหรือช่องเก็บสัมภาระ และควบคุมมิให้รถจักรยานยนต์ที่มาติดต่อ อาคารอื่นเข้ามาใช้พื้นที่จอดรถ
(6) ตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ลานจอดรถจักรยานยนต์ และควบคุมมิให้มีการ
กระทำที่ก่อให้เกิดความสกปรกหรือความไม่เป็นระเบียบภายในพื้นที่
(7) ตรวจสอบสัญลักษณ์หรือสติกเกอร์แสดงสิทธิ์ในการเข้าใช้ลานจอดรถจักรยานยนต์
(8) ตรวจตราและดูแลทรัพย์สินภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง
(9) ควบคุมมิให้มีการซ่อมรถ ล้างรถ การชุมนุม การก่อความไม่สงบ หรือการดื่มสุรา
ภายในบริเวณลานจอดรถ
(10) สังเกตบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยบริเวณลานจอดรถและพื้นที่ใกล้เคียง และ
รายงานหัวหน้างานหรือฝ่ายบริหารอาคารผ่านวิทยุสื่อสารโดยใช้รหัสที่กำหนด
(11) ดำเนินการป้องกันการสูญหายของรถจักรยานยนต์ โดยระงับการนำรถออกจาก
พื้นที่ หากผู้ขับขี่ไม่สามารถแสดงหลักฐานการครอบครองรถได้อย่างถูกต้อง
(12) อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำสถานที่แก่ผู้มาติดต่อภายในอาคาร และ
ควบคุมมิให้ผู้ขับขี่ที่มาติดต่ออาคารอื่นเข้ามาใช้บริการพื้นที่จอดรถ
(13) ดูแลความเรียบร้อยในการเข้าใช้พื้นที่บริเวณศาลพระภูมิของอาคาร
(14) สอดส่องดูแลมิให้มีการเล่นการพนันภายในพื้นที่บริเวณลานจอดรถ
(15) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ
(16) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
Page 15of 25

  1. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมการเสนอราคาโดยแยกเป็น 2 ส่วน ดังต่อไปนี้ 5.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติ บุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    (2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (3) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นกิจการร่วมค้า ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    (ก) กรณีที่ “กิจการร่วมค้า” ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ โดยหลักการกิจการร่วมค้าที่ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ส่วนคุณสมบัติด้านผลงานกิจการร่วมค้าดังกล่าว สามารถนำผลงานของผู้ที่เข้าร่วมค้ามาใช้แสดงเป็นผลงานของ กิจการร่วมค้าที่เข้าประกวดราคาได้
    (ข) กรณีที่ “กิจการร่วมค้า” ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ โดยหลักการนิติบุคคล แต่ละนิติบุคคลที่เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา เว้นแต่ในกรณีที่กิจการร่วมค้าได้มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นหนังสือกำหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น “ผู้รับผิดชอบหลัก” ในการเข้าเสนอราคากับทางราชการ และแสดงหลักฐานดังกล่าวมาพร้อมซองประกวดราคา กิจการร่วมค้านั้น สามารถใช้ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นเสนอราคาได้
    ทั้งนี้ กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ หมายความว่า กิจการร่วมค้า ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
    (4) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
    5.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน ให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย จะต้องระบุในหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจนว่ามีอำนาจในการเสนอราคาแทน หรือทำการในเรื่องใด โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (แนบสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง) ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคล ธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
    (2) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา รายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะที่ กบข. ต้องการ และการรับประกัน (ถ้ามี) ตาม TOR นี้ กับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะจะต้องระบุหัวข้อให้ถูกต้องตรงกันกับเอกสารหรือแคตตาล็อกที่เสนอ โดยให้จัดทำ ในรูปแบบดังต่อไปนี้
    Page 16of 25

ลำดับ
ข้อกำหนดตาม TOR
ความสอดคล้อง
รายละเอียดข้อเสนอ
เอกสารอ้างอิง

▪ คัดลอกคุณสมบัติของผู้ยื่น ข้อเสนอ (ข้อ 3) 

▪ คัดลอกรายการรายละเอียด ของงานตามที่กำหนดใน TOR (ข้อ 4)
▪ ตรงหรือดีกว่า ข้อกำหนดตาม
TOR
▪ ระบุคุณสมบัติผู้ยื่น
ข้อเสนอราคา
▪ ระบุรายการรายละเอียด ของงานที่เสนอมาให้
พิจารณา
▪ ระบุเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิง
หรือแคตตาล็อก
(ถ้ามี)

(3) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก
(ก) ข้อมูลกิจการและโครงสร้างองค์กร (Company Profile) ของผู้ยื่นข้อเสนอ
(ข) แผนการดำเนินงานตั้งแต่การเตรียมเข้ารับดำเนินงานจนถึงการส่งมอบงาน เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง (ค) ข้อมูลบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอที่นำมาทำงานให้แก่ กบข. เฉพาะผู้จัดการหน่วยเท่านั้น (คุณวุฒิและประสบการณ์)
(ง) ข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยรับทำงานให้ (Site Reference)
6. การเสนอราคา
6.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
6.2 ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่น (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว 6.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เสนอราคา โดยภายในกำหนด ยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไว้และถอนการเสนอราคามิได้
6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 7. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กบข. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กบข. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังต่อไปนี้
การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กบข. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการ พิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กบข. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังต่อไปนี้ 7.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 30 7.2 คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 70 ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในข้อ 3 (ข้อ 3.1 – 3.3) จะได้รับการ ตรวจสอบคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับ กบข. โดย กบข. จะพิจารณาโดยให้คะแนนจากเอกสารที่ ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมาในระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยคะแนนคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับ กบข. ตามข้อ 7.2 คิดจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และมีเกณฑ์การให้คะแนน มีดังต่อไปนี้
การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม
1
ประสบการณ์ ผลงาน และบุคลากรที่ให้บริการของผู้ยื่นข้อเสนอ
60
1.1
ประสบการณ์การให้บริการรักษาความปลอดภัย (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยจะต้องมีสำเนาหนังสือ รับรองนิติบุคคลของผู้ยื่นข้อเสนอที่มีวัตถุประสงค์ให้บริการรักษาความปลอดภัย

Page 17of 25

การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม

เกณฑ์การให้คะแนน 
  1. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและให้บริการรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ได้คะแนน 5 คะแนน

  2. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและให้บริการรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ตั้งแต่ 7 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้คะแนน 3 คะแนน

  3. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและให้บริการรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ตั้งแต่ 5 ปี แต่ไม่ถึง 7 ปี ได้คะแนน 1 คะแนน

    1.2
    ผลงานการให้บริการรักษาความปลอดภัยที่มีจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ น้อยกว่า 16 คนต่อหนึ่งสัญญา (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอมา โดยมีสำเนาสัญญาการให้บริการ รักษาความปลอดภัยที่มีจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 16 คนต่อหนึ่ง สัญญา ซึ่งเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 5 ปี เกณฑ์การให้คะแนน
    สัญญาการให้บริการรักษาความปลอดภัยที่มีจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่น้อย กว่า 16 คนต่อหนึ่งสัญญา ได้คะแนน สัญญาละ 2 คะแนน

    1.3
    ผลงานการให้บริการรักษาความปลอดภัยแก่องค์กรธุรกิจแนวหน้า รัฐวิสาหกิจชั้นนำ หรือสถานที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาสัญญาที่ให้บริการ รักษาความปลอดภัยแก่องค์กรธุรกิจแนวหน้า รัฐวิสาหกิจชั้นนำ หรือสถานที่ที่ต้องการ ความปลอดภัยสูง เช่น ธนาคาร สถานทูต สนามบิน ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า คลังน้ำมัน องค์กรธุรกิจด้านปิโตรเคมี คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถาบันวิจัย เป็นต้น ที่มีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท (สิบล้าน บาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ซึ่งเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 5 ปี
    เกณฑ์การให้คะแนน
    มีสัญญาที่ให้บริการรักษาความปลอดภัยแก่องค์กรธุรกิจแนวหน้า รัฐวิสาหกิจชั้นนำ หรือ สถานที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง ที่มีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ได้คะแนน สัญญาละ 4 คะแนน

    1.4
    ทุนจดทะเบียนบริษัท (คะแนน 5 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยจะต้องมีสำเนาหนังสือ รับรองการจดทะเบียนบริษัทซึ่งระบุถึงทุนจดทะเบียน
    เกณฑ์การให้คะแนน

  4. มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาทขึ้นไป ได้คะแนน 5 คะแนน

  5. มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 10,000,000 บาท ถึง 19,999,999 บาท ได้คะแนน 3 คะแนน 3. มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 3,000,000 บาท ถึง 9,999,999 บาท ได้คะแนน 1 คะแนน

    1.5
    รายได้บริษัทเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี (คะแนน 10 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยจะต้องมีสำเนาหนังสือ

Page 18of 25

การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม

รับรองงบการเงินบริษัทย้อนหลัง 3 ปี 

เกณฑ์การให้คะแนน
มีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี คะแนน
10,000,000- 19,999,999 บาท 1
20,000,000 – 29,999,999 บาท 2
30,000,000 – 39,999,999 บาท 3
40,000,000 – 49,999,999 บาท 4
50,000,000 – 59,999,999 บาท 5
60,000,000 – 69,999,999 บาท 6
70,000,000 – 79,999,999 บาท 7
80,000,000 – 89,999,999 บาท 8
90,000,000 – 99,999,999 บาท 9
100,000,000 บาทขึ้นไป 10

1.6 
บุคคลที่ให้บริการรักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอ (คะแนน 10 คะแนน) วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาหลักฐานการ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของผู้ยื่นข้อเสนอ ในระหว่างช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 

เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
มีจำนวนและรายชื่อลูกจ้างที่ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย
เฉลี่ยในเดือนกรกฎาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569
100- 199 ราย 1
200 – 299 ราย 2
300 – 399 ราย 3
400 – 499 ราย 4
500 – 599 ราย 5
600 – 699 ราย 6
700 – 799 ราย 7
800 – 899 ราย 8
900 – 999 ราย 9
1,000 รายขึ้นไป 10

2 
การบริหารจัดการและความพร้อมของทีมงานของผู้ยื่นข้อเสนอ 
40
2.1 
มาตรฐานการบริหารงานรักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอ (คะแนนเต็ม 15  คะแนน) 

วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาหลักฐานแสดงการ

Page 19of 25

การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม

ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการบริหารคุณภาพ (ISO 9001) ของผู้ยื่นข้อเสนอ  ซึ่งเป็นหนังสือรับรองที่มีอายุการรับรองอยู่ในช่วงวันที่ยื่นข้อเสนอ หรือรางวัลที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารงานรักษาความปลอดภัย เช่น ถ้วยรางวัล โล่เชิดชูเกียรติ หรือหนังสือชมเชย การปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นรางวัลหรือ 

หนังสือชมเชยที่ได้รับจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรธุรกิจระดับแนวหน้า เกณฑ์การให้คะแนน

  1. มีหนังสือรับรองมาตรฐานระบบการจัดการบริหารคุณภาพ (ISO 9001) ได้คะแนน 10 คะแนน

  2. มีรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานรักษาความปลอดภัย หรือหนังสือชมเชยการ ปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย ได้คะแนน 5 คะแนน

    2.2
    โครงสร้างการบริหารและทีมงาน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีเอกสารแสดงรายละเอียด โครงสร้างองค์กรและทีมงานบริหารของผู้ยื่นข้อเสนอ
    เกณฑ์การให้คะแนน

  3. โครงสร้างองค์กรมีการแบ่งฝ่ายการบริหารงานชัดเจนและมีการระบุหน่วยงานย่อยใน ส่วนสำนักงานใหญ่และฝ่ายปฏิบัติการในแต่ละพื้นที่ ได้คะแนน 5 คะแนน 2. มีผู้บริหารและบุคลากรระดับบริหารที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในงานด้าน การรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นมืออาชีพ โดยมีเอกสารแสดงทำเนียบผู้บริหาร ประวัติ และประสบการณ์การบริหารงาน ได้คะแนน 5 คะแนน

    2.3
    สถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจัดฝึกอบรมให้กับ พนักงานรักษาความปลอดภัย (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาหลักฐานแสดง สถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการจัดฝึกอบรมให้กับพนักงาน รักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอชัดเจน
    เกณฑ์การให้คะแนน

  4. มีเอกสารหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จัดฝึกอบรมให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย พร้อมเอกสารหลักสูตรและเนื้อหา ประกอบการฝึกอบรม ได้คะแนน 15 คะแนน

  5. มีเอกสารหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จัดฝึกอบรมให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ได้คะแนน 10 คะแนน 3. ไม่มีเอกสารหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยมาแสดง ได้คะแนน 0 คะแนน

    รวมคะแนนทั้งสิ้น
    100

  6. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบที่ กบข. กำหนดภายใน 15 วัน นัดถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง จาก กบข. และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
    Page 20of 25

  7. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กบข. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างภายใน 30 วัน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้องและครบถ้วนตาม สัญญาหรือข้อตกลง และ กบข. ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้ง กบข. ได้รับหนังสือเรียกเก็บเงิน จากผู้รับจ้าง โดยแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 36 งวด
    ผู้รับจ้างจะต้องทำข้อมูลเปรียบเทียบงานที่ส่งมอบแต่ละงวดงานกับงานตามที่สัญญากำหนดว่าส่งมอบได้ ครบถ้วนหรือไม่ โดยให้จัดทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
    ลำดับ
    ข้อกำหนดตาม TOR
    ความสอดคล้อง
    รายละเอียดของงานที่ส่ง มอบ
    เอกสารอ้างอิง

    ▪ คัดลอกข้อกำหนดรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของงาน
    ตามที่กำหนดใน TOR
    ▪ ตรงหรือ
    ดีกว่า
    ข้อกำหนด
    ตาม TOR
    ▪ ระบุรายการและ
    รายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของงานที่ส่งมอบ
    ▪ ระบุเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิง
    หรือแคตตาล็อก
    (ถ้ามี)

  8. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
    10.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กบข. จะ กำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น 10.2 ในกรณีพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง หรือไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งโดยชอบของ กบข. หรือผู้แทนของ กบข. กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างได้เป็นรายครั้ง ในอัตรา ครั้งละร้อยละ 0.1 ของราคาค่าจ้าง
    ทั้งนี้กบข. จะต้องแจ้งความบกพร่องในแต่ละครั้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ทราบภายใน 15 วันทำการ นับถัดจากวันที่ทราบเหตุดังกล่าว เพื่อให้ผู้รับจ้างชี้แจงเป็นหนังสือต่อ กบข. ภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กบข. ในกรณีที่กบข. พิจารณาคำชี้แจงแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร หรือใน กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ข้างต้น
    10.3 ในกรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตไม่มาปฎิบัติงาน หรือปฎิบัติงานไม่ครบตาม จำนวนที่กำหนดไว้ใน TOR ทาง กบข. จะทำการหักเงินค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างต่อคนต่อวัน ตามที่กำหนดไว้ใน TOR และ กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างในอัตราค่าจ้างต่อคนต่อวันของราคาค่าจ้างในงวดนั้น
    10.4 ในกรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตมาปฏิบัติงานครบตามจำนวนที่กำหนดใน TOR ในแต่ละผลัด แต่ปฏิบัติงานไม่ครบ 12 ชั่วโมง ทาง กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างตามอัตราค่าจ้างต่อคนต่อวันต่อ ชั่วโมง จนกว่าผู้รับจ้างจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตมาปฏิบัติงานให้ครบถ้วนถูกต้องตามสัญญา หรือจนถึงวันที่ กบข. บอกเลิกสัญญา แล้วแต่กรณี
    10.5 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาปฏิบัติงานทดแทนในจุดที่มีการขาดงานภายใน ระยะเวลา 2 ชั่วโมง นับแต่เวลาเริ่มปฎิบัติงาน หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขาดงานครบ 6 ครั้ง ภายใน ระยะเวลาการจ้างแต่ละปี ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อวันของ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในจุดที่ขาดงาน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างตกลงยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าปรับดังกล่าวจาก ค่าจ้างที่ผู้ว่าจ้างจะต้องชำระให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาได้
    Page 21of 25

  9. วงเงินในการจัดจ้าง
    วงเงินในการจัดจ้างครั้งนี้เป็นเงิน 20,900,000 บาท (ยี่สิบล้านเก้าแสนบาทถ้วน) ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว

  10. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นขอเสนอและอื่น ๆ
    12.1 ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างที่มาปฏิบัติงานตาม TOR นี้ จะต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ของ กบข. รายละเอียดดังนี้
    (1) ข้อมูลที่เป็นความลับ
    “ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถสื่อความหมายได้ที่ กบข.
    หรือพนักงานของ กบข. ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ได้เปิดเผยให้แก่ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้แทนของ ผู้รับจ้างซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” ทราบ และมีความประสงค์ให้ผู้รับข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็น ความลับ
    (2) การเปิดเผยและการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้รับข้อมูลตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเป็นระยะเวลา 3 ปีนับแต่วันที่สัญญา
    สิ้นสุดลงโดยผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้
    (ก) เก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับไว้ในสถานที่ปลอดภัยและไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็น
    ความลับไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลใดทราบ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่ บุคคลที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นและผู้รับข้อมูลจะต้องจัดให้บุคคลนั้นได้ผูกพันและปฏิบัติ ตามเงื่อนไขในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับด้วย หรือเป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล (ข) ใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพียงเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น
    (ค) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลมีเหตุผลความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ โดยกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล ผู้รับข้อมูลจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้ข้อมูลทราบถึงข้อกำหนดหรือคำสั่ง ดังกล่าวก่อนที่จะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้รับข้อมูล จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย (3) วิธีปฏิบัติเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
    เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่
    เป็นความลับ (ถ้ามี) คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดและ แจ้งยืนยันเป็นหนังสือถึงการทำลายดังกล่าวให้ผู้ให้ข้อมูลทราบ ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับ 12.2 ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่ง กบข. ได้คัดเลือกแล้ว หากไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือภายในเวลาที่ กำหนด กบข. มีสิทธิริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ (ถ้ามี) หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่น ข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ผู้ยื่นข้อเสนอชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งอาจพิจารณาให้เป็น ผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    12.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องศึกษารายละเอียดและข้อมูลใน TOR นี้ให้เข้าใจอย่างถี่ถ้วนก่อนการยื่น ข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอเข้าใจในเนื้อหา ขอบเขต และรายละเอียดของงานที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ TOR อย่างชัดเจน
    12.4 ในระหว่างดำเนินงาน หาก กบข. มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มหรือลดเนื้องานที่อยู่ใน TOR นี้ กบข. สามารถดำเนินการได้โดยให้คำนวณราคาค่างานเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามส่วนของค่าจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือ ตามปริมาณงานที่เกิดขึ้นจริง
    Page 22of 25

12.5 การพิจารณาอนุมัติ การให้ความเห็นชอบ หรือการวินิจฉัยใด ๆ เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานตาม TOR นี้ ให้เป็นอำนาจของ กบข. หรือคณะกรรมการพัสดุที่ กบข. แต่งตั้งขึ้น
13. มาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ด้วย กบข. มีนโยบายต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กบข. ไม่ยอมรับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยบุคลากร ของ กบข. หรือบริษัทในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. ซึ่งรวมถึงคู่ค้าของ กบข. ทุกราย นอกจากนี้ กบข. ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จรรยาบรรณ และรับผิดชอบต่อสังคมและ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วย
กบข. จึงขอความร่วมมือจากผู้รับจ้าง หากพบเห็นการกระทำของบุคลากรของ กบข. หรือบริษัท ในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. หรือคู่ค้าของ กบข. รายใดที่มีการกระทำเข้าข่ายทุจริต ติดสินบน หรือเรียกรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าในรูปแบบใด ขอให้แจ้งโดยตรงไปยัง บุคคลและที่อยู่ดังต่อไปนี้
“ประธานอนุกรรมการตรวจสอบ
ฝ่ายตรวจสอบภายใน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ถนนพระราม 4
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
14. ผู้จัดทำขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
14.1 นางสาวอภิญญา มรกต
14.2 นางสาวจันทิมา จิตรบรรจง
15. ภาคผนวก
15.1 รายละเอียดจุดปฏิบัติงานพนักงานรักษาความปลอดภัย อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์
จุดที่
จุดปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่ง / รายละเอียด
วันจันทร์-วันศุกร์
วันเสาร์–วันอาทิตย์
และวันหยุดนักขัตฤกษ์
07:00-19:00 น.
19:00-07:00 น.
07:00-19:00 น.
19:00-07:00 น.
1
ผู้จัดการหน่วย
1
-
1
-
2
หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
1
1
1
1
3
ผู้ตรวจการ (Survey)
2
1
2
1
4
ประจำจุดแลกบัตร ชั้น G (เคาน์เตอร์
ประชาสัมพันธ์)
1
1
1
1
5
ประจำลิฟต์ขนของ
1
-
1
-
6
ประจำจุดแลกบัตรหน้าลิฟต์ขนของ ชั้น B1
1
1
1
1
7
ประจำจุดห้องควบคุม (Control Room)
1
1
1
1
8
ประจำจุดลานจอดรถจักรยานยนต์
1
-
-
-
9
ประจำจุดรับ-จ่ายบัตรป้อมจักรยานยนต์
1
1
1
1
รวมจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด
10
6
9
6

Page 23of 25
15.2 แบบประเมินผลการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ 3. แบบฟอรม์ การประเมนิ
อำคำร/ Building : บำงกอก ซิตี้ทำวเวอร์
ประจำ เดือน / Month ………………………….ปี………………..
แบบประเมนิ ผลกำรปฏบิตัิงำนรักษำควำมปลอดภยั ระดับคะแนน
ตัวชี้วดัที่เกี่ยวข้อง
หัวข้อกำรประเมนิ เรื่อง ดีมำก ดี มำตรฐำน ปรับปรุง ไม่ผ่ำน

  1. จา นวนพนักงาน
  2. ความพร้อมและครบถ้วนของ เครื่องมือและอุปกรณ์
  3. หลกัเกณฑใ์นการคดัเลือกพนักงาน เขา้ปฏิบตัิงาน
  4. ความพร้อมในการปฏิบตัิงาน 5. คุณภาพของการปฏิบตัิงาน และ การให้บริการ
    1.1 เวลาเขา้ปฏิบตัิงาน (สาย)
    1.2 จา นวนพนักงานเขา้ปฏิบตัิงาน
    1.3 การจดัพนักงานทดแทนพนักงานที่ขาดการปฏิบตัิงาน 2.1 ประสิทธิภาพ
    2.2 จา นวน
    3.1 คุณสมบตัิของพนักงาน
    3.2 การวางแผนฝึกอบรมระงบั เหตุป้องกนัอคัคีภยั 3.3 การวางแผนฝึกอบรมพนักงาน
    4.1 การแต่งกาย
    4.2 ระเบียบวินัย
    5.1 การจดัการจราจร
    5.2 การจดัเก็บค่าบริการ
    5.3 การประจา จุดปฏิบตัิงาน
    5.4 การตรวจสอบทรัพยส์ินของอาคาร
    5.5 การตรวจสอบบุคคลเขา้ - ออก
    5.6 การรายงานในกรณีฉุกเฉิน
    5.7 การรายงานในเหตุการณ์ปกติ
    5.8 มารยาทในการให้บริการ
    5 4 3 2 1
  5. การเชื่อฟังผูบ้ งัคบั บญั ชา การปฏิบตัิตามคา สงั่กฏระเบียบแบบแผน0 0 0 0 0 คะแนน0.00
    คะแนนรวม / Total
    0.00
    หมายเหตุ: ระดบัคะแนน 5 คือ ดีมาก, 4 คือ ดี, 3 คือ มาตรฐาน, 2 คือ ปรับปรุง, 1 คือไม่ผ่าน
    วธิีกำรคำ นวณ
    ให้นา คะแนนที่ได้ท้งัหมดรวมกนั แล้วหารด้วย 19 จะได้ออกมาเป็นคะแนนเฉลี่ย จากน้ันจึงนา ไปเทียบกบั ระดบัคะแนน ว่าอยู่ในเกณฑร์ะดบัคะแนนใด ตัวอย่ำงกำรคำ นวณ
    คะแนนรวม 20 คะแนน = 20/19 = 1.05 คะแนน ถือว่าอยู่ในเกณฑร์ะดบัคะแนน “ไม่ผ่าน”
    บันทึกเหตุกำรณ์ส ำคัญที่เกิดขึน้ ระหว่ำงเดือน
    ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
    สรุปผลกำรประเมนิ อยู่ในเกณฑ์
    ลงชื่อ________________________________หัวหน้างานรักษาความปลอดภยั ลงชื่อ________________________________ผูป้ ระเมิน (ฝ่ายอาคาร) Supervisor’s signature Evaluator’s signature
    วนั ท/ี่Date_________//__________ ลงชื่อ_________________________________ผูดู้แลอาคาร Evaluator’s signature
    วนั ท/ี่Date__________/
    /ลงชื่อ_________________________________ผูจ้ดัการอาคาร Evaluator’s signature
    วนั ท/ี่Date
    /___________/
    _________ วนั ท/ี่Date_________/___________/__________
    Page 24of 25

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  1. การแจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
    กบข. มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองาน กรรมการของนิติบุคคลที่เป็นผู้เสนองาน ผู้แทน ผู้รับมอบฉันทะ หรือผู้รับมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้เสนองาน” ตามที่ผู้เสนองานได้ จัดส่งให้แก่ กบข. และตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานจากแหล่งอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณา คัดเลือกผู้เสนองานที่จะปฏิบัติงานตามข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ และเพื่อการทำนิติกรรม
    สัญญา ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดย กบข. จะจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานที่เป็นต้นฉบับและสำเนาเอกสาร รวมทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็น ระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ข้อผูกพันตามนิติกรรมสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุที่ผู้เสนอ งานมีอยู่กับ กบข. สิ้นสุดลง
    ตลอดระยะเวลาที่ กบข. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานไว้นั้น กบข. อาจใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานในการติดต่อหรือประสานงานกับผู้เสนองานเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุของ กบข. เพื่อการสอบบัญชีของ กบข. เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเปิดเผยต่อ หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการขอทราบข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยผู้เสนองานได้รับทราบนโยบายเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. รวมทั้งสิทธิของผู้เสนองานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลตามที่ กบข. กำหนดแล้ว
  2. กรณีผู้เสนองานมีขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่ผู้เสนองานได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่ มีขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กบข. อาจมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่ง กบข. เก็บรวบรวมมาจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้เสนองาน เพื่อให้ผู้เสนอ งานสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของนิติกรรมสัญญาได้ จึงเป็นผลให้ผู้เสนองานมีสถานะเป็นผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการนี้กบข.
    อาจต้องการทราบแนวทางการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับจาก กบข. ของผู้เสนองาน ซึ่งผู้เสนองานต้องจัด ให้ กบข. รับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือมาตรการที่ใช้จัดการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่จะ ได้รับจาก กบข. ที่เป็นหนังสือ โดยนโยบายหรือมาตรการดังกล่าวจะต้องสอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    (1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรการที่จะใช้ดำเนินการเมื่อข้อมูลรั่วไหลหรือถูกละเมิด
    (2) มาตรการควบคุมดูแลการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    (3) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลผู้รับผิดชอบประสานงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ผู้เสนองานจะต้องถือปฏิบัติตาม “ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งจะได้ลงนามในวันทำนิติกรรมสัญญาด้วย
  3. กรณีผู้เสนองานต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงานภายในสถานที่ทำการของ กบข.
    ผู้เสนองานที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. และต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงาน ภายในสถานที่ทำการของ กบข. ผู้เสนองานจะเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวและเปิดเผย ให้ กบข. รับทราบ ในการนี้ผู้เสนองานมีหน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล รวมทั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย
    ……………………………………………………………
    Page 25of 25