จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบริการรักษาความปลอดภัย อาคารจีพีเอฟ วิทยุ

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 69079234980
฿36,100,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 31 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจัดจ้างบริการรักษาความปลอดภัยสำหรับอาคารจีพีเอฟ วิทยุ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ภายใต้การดูแลของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) วัตถุประสงค์หลักคือการสร้างความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้แก่สถานที่ บุคคล และทรัพย์สิน รวมถึงการป้องกันเหตุโจรกรรมและการบุกรุก ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามจุดปฏิบัติงาน 15 จุดสำคัญ เช่น โถงล็อบบี้ ห้องควบคุม (Control Room) อาคารจอดรถ และจุดรับ-ส่ง โดยต้องปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ผลัด (ผลัดละ 12 ชั่วโมง)

ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการคัดเลือกบุคลากรที่มีใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยตาม พ.ร.บ. ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 และต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทบทวนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังต้องจัดหาอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงาน เช่น วิทยุสื่อสาร เครื่องตรวจจับโลหะ ระบบ Guard Tour และชุดผจญเพลิง โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือสูญหายของทรัพย์สินที่เกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่

เกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะจะใช้การตัดเกณฑ์คะแนนรวม (Price Performance) โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและคุณสมบัติ (70%) มากกว่าราคา (30%) เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ผู้รับจ้างที่มีศักยภาพสูง มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และมีประสบการณ์ในการดูแลอาคารระดับแนวหน้าหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจชั้นนำ

English summary

The Government Pension Fund (GPF) is seeking a qualified contractor to provide comprehensive security services for the GPF Witthayu Building. The primary objectives are to ensure the safety of life and property for building owners, tenants, and visitors, and to maintain order within the premises. The scope of work includes 24/7 security monitoring, traffic management, emergency response, and access control across 15 designated duty points. The contractor must provide licensed security personnel in accordance with the Security Business Act B.E. 2558, along with necessary equipment such as radios, metal detectors, and guard tour systems. The contract duration is 3 years, from October 1, 2026, to September 30, 2029. Evaluation will be based on a Price-Performance formula, with a 70% weight on quality and qualifications and 30% on price, emphasizing the need for experienced contractors with a proven track record in managing large-scale commercial or government facilities.

สถานที่ดำเนินการ

93/1 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดจ้างผู้รับจ้างให้บริการรักษาความปลอดภัยทั้งในด้านสถานที่ บุคคล และทรัพย์สินของเจ้าของอาคาร ลูกค้า ผู้เช่า และผู้มาติดต่อ
  • เพื่อจัดให้มีแผนงานและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของอาคารตามกฎหมาย
  • เพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง และระงับเหตุการณ์อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน การโจรกรรม หรือการบุกรุก

ขอบเขตของงาน

  • ควบคุม ดูแล และตรวจตราการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด
  • จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามจุดปฏิบัติงาน 15 จุด (รวม 21 คนในกะกลางวัน และ 14 คนในกะกลางคืน)
  • ควบคุมและอำนวยความสะดวกการเข้า-ออกอาคารของบุคคลและยานพาหนะ
  • จัดการจราจรและดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่จอดรถ
  • ตรวจตราความเรียบร้อยผ่านระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบแจ้งเหตุเตือนภัยในห้อง Control Room
  • จัดทำบันทึกเหตุการณ์ประจำวันและรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานส่งฝ่ายบริหารอาคาร
  • จัดให้มีเจ้าหน้าที่ผจญเพลิง (Fireman) ประจำการอย่างน้อยกะละ 1 คน
  • ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งก่อนเริ่มงานและฝึกอบรมทบทวนประจำเดือน
  • รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือสูญหายของทรัพย์สินที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือการทุจริตของเจ้าหน้าที่

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานและแผนการจัดวางกำลังพลในแต่ละจุดปฏิบัติงาน
  • รายงานเหตุการณ์ประจำวัน (Daily Report) ส่งก่อนเวลา 09.00 น. ของวันถัดไป
  • รายงานสรุปกำลังพลประจำเดือน ส่งก่อนวันที่ 3 ของเดือนถัดไป
  • ข้อมูลจากเครื่องบันทึกการเดินตรวจ (Guard Tour) ทุกวัน
  • รายงานพิเศษกรณีเกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรือเหตุฉุกเฉินทันที
  • บัญชีรายชื่อและประวัติบุคลากรที่ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
  • รายงานผลการฝึกอบรมทบทวนประจำเดือน

ระยะเวลาดำเนินการ

3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยที่จดทะเบียนในประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการรักษาความปลอดภัย
  • Standards Compliance: หากได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 จะได้รับคะแนนพิจารณาพิเศษ
  • Experience: มีผลงานด้านการให้บริการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ขนาดไม่น้อยกว่า 23,000 ตารางเมตร ภายใต้สัญญาฉบับเดียว (ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี)
  • Previous Project Cost: มีผลงานการให้บริการแก่องค์กรธุรกิจแนวหน้าหรือรัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท ต่อหนึ่งสัญญา (เพื่อประกอบการให้คะแนนคุณภาพ)
  • Technical Capabilities: ต้องมีสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการรับรอง หรือมีหลักสูตรการฝึกอบรมที่ชัดเจน
  • Personnel:
    • ผู้จัดการหน่วย: อายุ 35-55 ปี, วุฒิ ม.3 ขึ้นไป, ประสบการณ์หัวหน้างานอาคารขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • หัวหน้าหน่วย: อายุ 30-55 ปี, ประสบการณ์หัวหน้างานไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • เจ้าหน้าที่ รปภ.: อายุ 18-55 ปี, ผ่านการฝึกอบรมตามกฎหมาย และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
  • Financial Status: มีทุนจดทะเบียน (พิจารณาตามลำดับคะแนนตั้งแต่ 8 ล้านบาทขึ้นไป) และมีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price Performance)
  • น้ำหนักคะแนนด้านราคา (Price): ร้อยละ 30
  • น้ำหนักคะแนนด้านคุณภาพและคุณสมบัติ (Quality & Property): ร้อยละ 70 โดยแบ่งเป็น:
    • ประสบการณ์ ผลงาน และบุคลากร: 60 คะแนน
    • การบริหารจัดการและความพร้อมของทีมงาน: 40 คะแนน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ต้องจัดหาอุปกรณ์สื่อสาร (วิทยุ) อย่างน้อย 22 เครื่อง พร้อมแบตเตอรี่สำรอง 2 เท่า
  • ต้องจัดหาเครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ 2 เครื่อง และชุดกระจกส่องใต้ท้องรถ 2 ชุด
  • ต้องมีระบบ Guard Tour อย่างน้อย 2 ชุด พร้อมรายงานผลทุกวัน
  • เจ้าหน้าที่ต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบมาตรฐานเดียวกัน พร้อมป้ายชื่อและสังกัด
  • การปฏิบัติงานแบ่งเป็น 2 ผลัด (07.00-19.00 น. และ 19.00-07.00 น.) ห้ามปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันเกิน 12 ชั่วโมง (ห้ามควงเวร)

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็น 36 งวดรายเดือน หลังตรวจรับงานถูกต้อง
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างรวม
  • ค่าปรับ:
    • กรณีปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง: ปรับครั้งละ 0.1% ของราคาค่าจ้าง
    • กรณีเจ้าหน้าที่ขาดงาน: หักเงินค่าจ้างตามรายหัวและปรับตามอัตราที่กำหนด
    • กรณีขาดงานเกิน 6 ครั้ง/ปี: ปรับ 2 เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันในจุดที่ขาด
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระยะเวลาสัญญาจ้างทั้งหมดกี่ปี?
    A: ระยะเวลาการจ้างรวม 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2572
    • Q: จำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดที่ต้องใช้ในแต่ละวันคือเท่าใด?
      A: กะกลางวันใช้ 21 คน และกะกลางคืนใช้ 14 คน รวมการปฏิบัติงาน 15 จุดสำคัญ
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายของทรัพย์สินในกรณีใดบ้าง?
      A: รับผิดชอบกรณีสูญหายหรือเสียหายจากการโจรกรรมที่มีร่องรอยงัดแงะ หรือเกิดจากความประมาทเลินเล่อ/ทุจริตของเจ้าหน้าที่ ยกเว้นเหตุสุดวิสัย
    • Q: มีข้อกำหนดเรื่องการ “ควงเวร” หรือไม่?
      A: ห้ามเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันเกิน 12 ชั่วโมง (ห้ามควบเวร) โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถือว่าขาดงานในจุดนั้นและถูกปรับ
    • Q: อุปกรณ์สื่อสารที่ต้องจัดเตรียมมีจำนวนเท่าใด?
      A: วิทยุสื่อสารอย่างน้อย 22 เครื่อง พร้อมแบตเตอรี่สำรองไม่น้อยกว่า 44 ก้อน
    • Q: ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีทักษะพิเศษอะไรบ้าง?
      A: ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผจญเพลิง (Fireman) ประจำการอย่างน้อยกะละ 1 คน
    • Q: เกณฑ์การตัดสินผู้ชนะใช้เกณฑ์ใด?
      A: ใช้เกณฑ์ Price Performance โดยให้คะแนนคุณภาพ 70% และราคา 30%
    • Q: ผลงานย้อนหลังที่นำมาแสดงต้องมีลักษณะอย่างไร?
      A: ต้องเป็นงานรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 23,000 ตร.ม. ภายใต้สัญญาเดียว ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี
    • Q: การส่งรายงานเหตุการณ์ประจำวันต้องทำอย่างไร?
      A: ต้องส่งรายงานเป็นหนังสือให้ฝ่ายบริหารอาคารทราบทุกวันก่อนเวลา 09.00 น.
    • Q: หากเจ้าหน้าที่ขาดงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
      A: ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่มาทดแทนภายใน 2 ชั่วโมง นับจากเวลาเริ่มปฏิบัติงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
การจ้างบริการรักษาความปลอดภัย อาคารจีพีเอฟ วิทยุ

  1. หลักการและเหตุผล
    กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (“กบข.”) ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารจีพีเอฟ วิทยุ ตั้งอยู่เลขที่ 93/1 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร มีความประสงค์จะดำเนินการจัดจ้างผู้รับจ้างให้บริการรักษา ความปลอดภัย โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และความชำนาญใน การให้บริการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาการจ้าง 3 (สาม) ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2572 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำข้อเสนอแผนการดำเนินงานที่แสดงรายละเอียด วิธีการ และ ขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ หรือ
    มีมาตรฐานที่ดีกว่า
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อจัดจ้างผู้รับจ้างให้บริการรักษาความปลอดภัยทั้งในด้านสถานที่ บุคคล และทรัพย์สินของ เจ้าของอาคาร ลูกค้า ผู้เช่า ผู้ใช้อาคารและผู้มาติดต่อ ให้มีความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย 2.2 เพื่อจัดให้มีแผนงานและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้อง กับลักษณะการใช้งานของอาคาร โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติธุรกิจ รักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประการ 2.3 เพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง และระงับเหตุการณ์อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของอาคาร รวมถึงการโจรกรรม การบุกรุก หรือการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) กำหนด (ถ้ามี)
    3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานตามที่ต้องการจัดจ้างครั้งนี้
    3.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานด้านการให้บริการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ขนาดไม่น้อยกว่า 23,000 ตารางเมตร ภายใต้สัญญาฉบับเดียว โดยผลงานดังกล่าวต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จหรืออยู่ระหว่าง การดำเนินงาน นับย้อนหลังจากวันที่ยื่นข้อเสนอไม่เกิน 5 ปีทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ และต้องแนบสำเนาหนังสือ รับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาจ้างดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง มายื่นประกอบการพิจารณาใน วันยื่นข้อเสนอด้วย
  4. รายการรายละเอียดของงานจ้าง
    4.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
    4.1.1 ควบคุม ดูแล และตรวจตราการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองชีวิตและ ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างและผู้ใช้อาคาร ตลอดจนให้บริการแก่ลูกค้าหรือผู้ใช้อาคารอย่างสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพที่พึงปฏิบัติและรับผิดชอบ

4.1.2 จัดให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่ควบคุมอำนวยการ
รับแจ้งเหตุ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
4.1.3 ต้องคัดเลือกและจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4.3.9 เข้าปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและงานบริการอื่นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้ใน TOR นี้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ควบคุม และสั่งการของผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
4.1.4 ต้องจัดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตแต่งกายด้วยเครื่องแบบที่สุภาพ เรียบร้อย และเป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมติดป้ายชื่อและสังกัดของผู้รับจ้างตามจำนวนที่ตกลงกัน โดยผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
4.1.5 ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือการสูญหายของทรัพย์สินทุกกรณี ซึ่งรวมถึงทรัพย์สิน ของผู้ว่าจ้างหรือทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแลของผู้ว่าจ้าง อันสืบเนื่องจากการโจรกรรมที่มีร่องรอยการงัดแงะหรือ การทำลายเครื่องกีดขวาง และมีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเกิดจากความบกพร่อง ประมาทเลินเล่อ หรือ การทุจริตของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตของผู้รับจ้าง เว้นแต่กรณีที่ความเสียหายหรือการสูญหาย เกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือวิสัยที่ผู้รับจ้างจะสามารถป้องกันหรือควบคุมได้ เช่น การปล้น หรือ อัคคีภัย โดยผู้รับจ้างตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ว่าจ้างตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ต้องสามารถ พิสูจน์ได้ด้วยพยานหลักฐานอันเพียงพอ
4.1.6 ต้องจัดทำและนำส่งแผนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต รวมถึง บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน โดยแผนดังกล่าวต้องระบุแผนการฝึกอบรมก่อนเข้า ปฏิบัติงานจริง และแผนพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องอย่างชัดเจน ครบถ้วน และสามารถ ตรวจสอบได้
4.1.7 ต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือพฤติการณ์ใด ๆ อัน อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตการให้บริการรักษาความปลอดภัย ตามเอกสารขอบเขตงาน (TOR) นี้พร้อมทั้งรายงานข้อเท็จจริงและแนวทางการแก้ไขโดยละเอียด
4.1.8 ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมด้านระเบียบวินัยและการพัฒนาบุคลิกภาพของเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย ตั้งแต่ท่าทางการยืน การนั่ง การทำความเคารพ ความกระตือรือร้น ความว่องไวในการปฏิบัติ หน้าที่ ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต สามารถเรียนรู้หลักการและนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับภาพลักษณ์ ของอาคาร
4.1.9 ในกรณีที่มีประสงค์จะเพิ่มเติมหรือปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือล่วงหน้า และจะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับความ ยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง
4.1.10 ต้องอำนวยความสะดวก ยินยอม และไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางหรือเป็น อุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
2/28

4.1.11 ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมถึงระบบแสงสว่าง รั้ว อาคาร และ
อาณาบริเวณโดยรอบอาคาร รวมทั้งต้องทบทวนและปรับปรุงมาตรการดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอให้มีประสิทธิภาพ อยู่เสมอ และต้องปฏิบัติตามข้อเสนอแนะอันสมควรของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างในการปรับปรุงมาตรการ รักษาความปลอดภัยดังกล่าวด้วย
4.1.12 ต้องดำเนินการเมื่อเกิดความเสียหายหรือสูญหายแก่ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างและผู้ใช้อาคาร ตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
(1) แจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือ ถึงรายละเอียดของความ เสียหายหรือการสูญหาย พร้อมทั้งระบุมูลค่าความเสียหายหรือมูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายทันทีที่ตรวจพบ (2) แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่พบความ เสียหายหรือสูญหาย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดอาญา
(3) ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แก่พนักงานสอบสวน ผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง ในการสืบสวนสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุแห่งความเสียหายหรือการสูญหาย (4) ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของ ทำลาย หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการลบเลือนร่องรอยจาก บริเวณที่เกิดเหตุ จนกว่าพนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น เร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม โดยต้องบันทึกภาพถ่ายหรือหลักฐานอื่นไว้ประกอบอย่างครบถ้วน (5) ไม่ปิดบังข้อมูล ข่าวสาร หรือข้อเท็จจริงใด ๆ อันอาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน ของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
(6) ไม่ส่งมอบ ฝาก ทำซ้ำ หรือกระทำการใด ๆ อันเกี่ยวกับกุญแจ บัตรผ่าน ระบบควบคุม การเข้า–ออก หรือทรัพย์สินใด ๆ ที่ผู้รับจ้างได้รับมอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง (ถ้ามี) ให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตการจ้างงานตาม TOR นี้โดยเด็ดขาด
4.1.13 มีสิทธิที่จะเสนอเงื่อนไข แนวทาง หรือวิธีการบริหารจัดการอื่นใดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มเติมจากขอบเขตงานที่กำหนดไว้ได้ ทั้งนี้ ต้องแสดงรายละเอียด เหตุผล และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับไว้ในเอกสารข้อเสนอราคาอย่างชัดเจน
4.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต พร้อมแผนการจัดวาง ตำแหน่งประจำจุดปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างครบถ้วน เหมาะสม และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยต้องระบุ หลักเกณฑ์และเหตุผลประกอบอย่างชัดเจน ทั้งนี้ จำนวนเจ้าหน้าที่ต้องไม่น้อยกว่าที่กบข. กำหนดในแต่ละจุด และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ต้องปฏิบัติงานตามข้อกำหนดและรายละเอียด ดังต่อไปนี้
4.2.1 ปฏิบัติงาน ณ อาคารจีพีเอฟ วิทยุ เลขที่ 93/1 ถนนวิทยุแขวงลุมพินีเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
4.2.2 รักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกอาคารตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด โดยเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องปฏิบัติงานติดต่อกันไม่เกินครั้งละ 12 ชั่วโมง และต้องมีเวลาพักผ่อนไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ก่อนเริ่มปฏิบัติงานในวันถัดไป
3/28

4.2.3 ควบคุม ดูแล และอำนวยความสะดวกการเข้า–ออกอาคารของบุคคลและทรัพย์สินให้
เป็นไปตามระเบียบที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างกำหนด
4.2.4 ควบคุม ดูแล และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการจอดรถ ให้มีความคล่องตัว เป็นระเบียบเรียบร้อย และปลอดภัยตลอดเวลา
4.2.5 ดูแล ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกแก่บุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างในการเข้าเยี่ยมชมหรือปฏิบัติงานในพื้นที่
4.2.6 ตรวจตราความเรียบร้อยภายในอาคารและบริเวณโดยรอบให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ปลอดภัย และพร้อมใช้งาน รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง 4.2.7 ดูแลและป้องกันการสูญหายหรือเสียหายของทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง พนักงาน ลูกจ้างของ ผู้ว่าจ้าง และผู้เช่าพื้นที่
4.2.8 ดูแลความปลอดภัยทั่วไปภายในตัวอาคารและบริเวณโดยรอบ รวมทั้งระงับเหตุร้ายหรือ เหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันตามสมควรแก่กรณี และแจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบโดยทันที 4.2.9 จัดทำและส่งมอบบันทึกเหตุการณ์ประจำวันและบันทึกอื่นที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบภายในเวลา 9.00 น. ของวันถัดไป กรณีเกิดเหตุการณ์ผิดปกติให้รายงานโดยทันที หากเป็นนอกเวลาทำการหรือวันหยุดทำการของผู้ว่าจ้าง ให้แจ้งทางโทรศัพท์ก่อน และจัดส่งรายงานเป็นหนังสือ ในวันทำการถัดไป
4.2.10 ให้ความร่วมมือกับผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง ในการทดสอบ ตรวจสอบ หรือซักซ้อม การทำงานของระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตาม TOR นี้ เช่น ระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัย ระบบลิฟต์ และระบบความปลอดภัยอื่นของอาคาร เป็นต้น
4.2.11 ควบคุม กำกับดูแล และบังคับบัญชาให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต รวมถึง เจ้าหน้าที่อื่นของผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตของผู้รับจ้างถูกสั่งย้ายออกจากสถานที่ ปฏิบัติงานไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องไม่ส่งบุคคลดังกล่าวกลับเข้ามาปฏิบัติงาน ณ สถานที่แห่งนี้อีก โดยเด็ดขาด
4.2.12 จัดทำแผนการปฏิบัติงานที่ระบุช่วงเวลาการปฏิบัติหน้าที่ จำนวนบุคลากร และจุด ประจำการของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต โดยแบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น 2 (สอง) ผลัด ดังนี้ (1) ผลัดที่ 1 (ผลัดกลางวัน) เวลา 07.00 น. – 19.00 น.
(2) ผลัดที่ 2 (ผลัดกลางคืน) เวลา 19.00 น. – 07.00 น.
ทั้งนี้ จุดและเวลาปฏิบัติงานอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยต้องได้รับความ เห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง
4.2.13 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตละทิ้งจุดรักษาการที่ได้รับมอบหมาย โดยเด็ดขาด หากยังไม่มีเจ้าหน้าที่ในผลัดถัดไปมารับหน้าที่แทน และต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของผู้รับจ้างทราบ โดยทันที พร้อมทั้งรายงานให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบโดยไม่ชักช้า
4/28

4.3 ข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติม
4.3.1 ผู้รับจ้างต้องเสนอรายละเอียดของบุคลากรในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างหรือ
ผู้แทนของผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างฯ พร้อมทั้งจัดทำและจัดเก็บสำเนาประวัติเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตที่เข้าปฏิบัติงานไว้เป็นข้อมูล สำหรับฝ่ายบริหารอาคาร โดยต้องจัดส่งเอกสารประกอบดังต่อไปนี้
(1) รายชื่อบุคลากร
(2) ตำแหน่ง
(3) วุฒิการศึกษา
(4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(5) สำเนาทะเบียนบ้าน
(6) ประวัติการทำงาน
(7) เอกสารผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(8) ใบรับรองแพทย์ (ออกให้ไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายหรือผู้ว่าจ้างกำหนด)
(9) รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป
(10) รายละเอียดหน้าที่และความรับผิดชอบ
(11) แผนภูมิโครงสร้างการบริหารงาน
(12) ตารางแสดงเวลาการปฏิบัติงานของบุคลากรในแต่ละจุดประจำการ
4.3.2 การเข้ารับงานและการส่งมอบงานเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างฯ ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) การเข้ารับงาน: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งบุคลากรและทีมงานหลักเข้ามาศึกษา
รายละเอียดงาน ระบบงาน และพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมดล่วงหน้าก่อนวันเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถเริ่ม ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
(2) การส่งมอบงานเมื่อสัญญาสิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใด ๆ: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน
เอกสาร ข้อมูล และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้รับจ้างรายใหม่หรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ภายในเวลา 12.00 น. ของวันถัดไปนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุด โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น
4.3.3 อุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน มีดังต่อไปนี้
(1) วิทยุสื่อสารอย่างน้อย 22 เครื่อง หรือเท่ากับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
พร้อมแบตเตอรี่สำรองไม่น้อยกว่า 44 ก้อน หรืออย่างน้อยเป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนวิทยุสื่อสาร (2) โทรโข่ง อย่างน้อย 2 ตัว
(3) ชุดการ์ดทัวร์อย่างน้อย 2 ชุด พร้อมแบตเตอรี่หรือถ่านชาร์จ และแท่นชาร์จ
สำหรับใช้งาน หรือดีกว่า
(4) เสื้อยามสะท้อนแสง จำนวน 10 ชุด
(5) กระบองไฟจราจร จำนวน 10 ชุด
(6) เสื้อกันฝน อย่างน้อย 10 ชุด
(7) ร่มกันฝน อย่างน้อย 5 ชุด
(8) ไฟฉายสปอร์ตไลท์อย่างน้อย 4 ชุด
(9) เครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ (Hand-Held Metal Detector) จำนวน 2 เครื่อง
5/28

(10) พัดลมตั้งโต๊ะ จำนวน 1 เครื่อง
(11) อุปกรณ์ล็อกล้อรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 ชุด
(12) ชุดกระจกส่องใต้ท้องรถ อย่างน้อย 2 ชุด
(13) อุปกรณ์อื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสมต่อการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยให้มี
ประสิทธิภาพครบถ้วนตามขอบเขตงาน
ทั้งนี้ อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างฯ และ
ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา บำรุงรักษา ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนทดแทนทั้งสิ้น 4.3.4 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันเกินกว่า 1 กะ (ห้ามควบเวรหรือควงเวร) โดยเด็ดขาด หากผู้รับจ้างฝ่าฝืนในวันใด ให้ถือว่าเป็นการขาดปฏิบัติงาน ณ จุดดังกล่าว ในวันนั้น และผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกเก็บค่าปรับตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อ 10 ของ TOR นี้ 4.3.5 ผู้รับจ้างต้องกำกับ ดูแล และควบคุมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการปฏิบัติงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
(1) ลงลายมือชื่อหรือบันทึกเวลาเข้า–ออกงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดที่
ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างกำหนด
(2) แต่งกายให้สะอาด สุภาพ และเรียบร้อยตามระเบียบเครื่องแบบของผู้รับจ้าง
โดยเคร่งครัด พร้อมทั้งมีกิริยา วาจาสุภาพ เหมาะสมต่อการให้บริการตามสัญญาจ้างฯ
(3) ห้ามดื่ม เสพ หรืออยู่ในอาการมึนเมาจากสุรา หรือสารเสพติดใด ๆ ทั้งก่อนและ
ในขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งห้ามนอนหลับในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด
(4) ห้ามอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ รับชมโทรทัศน์ ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อประโยชน์
ส่วนตัว หรือสูบบุหรี่ในขณะปฏิบัติหน้าที่
(5) ห้ามนำบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่มาอยู่ด้วยในขณะปฏิบัติหน้าที่
(6) ห้ามเล่นการพนัน หรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะเป็นการเล่นการพนัน รวมทั้ง
ห้ามนำบุคคลอื่นมาเล่นการพนันภายในพื้นที่อาคารโดยเด็ดขาด
(7) ห้ามหยอกล้อ พูดคุย หรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับผู้อื่น
ในขณะปฏิบัติหน้าที่
(8) ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน มีความรับผิดชอบ และเชื่อฟังคำสั่ง
ผู้บังคับบัญชาโดยชอบด้วยกฎหมาย
(9) ห้ามละทิ้งจุดในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ “การละทิ้งจุด” หมายถึง
การไม่อยู่ประจำจุดหรือพื้นที่ใกล้เคียงที่ตนรับผิดชอบ โดยมิได้แจ้งให้หัวหน้าทราบล่วงหน้า และยังไม่มีผู้ตรวจ สอบการทำงานหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอยู่ประจำจุดดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10 นาที
(10) ห้ามออกเวรหรือเลิกปฏิบัติหน้าที่ก่อนเวลา จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยรับอนุญาตในผลัดถัดไปมารับเวรแทนเรียบร้อยแล้ว
4.3.6 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการขอเปลี่ยนตัวบุคลากรของผู้รับจ้าง เมื่อเห็นว่าบุคลากรดังกล่าวมี พฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือไม่มีความสามารถเพียงพอในการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างฯ โดยผู้รับจ้างต้องจัดหา บุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาทดแทนภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างกำหนด
6/28

4.3.7 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำ ผู้รับจ้างต้องคัดเลือกบุคลากรที่
มีคุณสมบัติเหมาะสม และจัดทำหนังสือแจ้งพร้อมแนบเอกสารหลักฐานของบุคลากรที่มาทดแทน เสนอให้ผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างพิจารณาให้ความเห็นชอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนเข้าปฏิบัติงาน เว้นแต่กรณี ฉุกเฉินซึ่งผู้รับจ้างไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างเป็นที่สุด
4.3.8 ผู้รับจ้างมีฐานะเป็นนายจ้างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตและ บุคลากรอื่นที่ผู้รับจ้างจัดหามา ซึ่งมีฐานะเป็นลูกจ้างของผู้รับจ้างแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องจ่าย ค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างดังกล่าวให้ตรงตามกำหนดเวลา และไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งต้องจัดให้มีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดทุกประการ โดยผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดชอบในภาระผูกพันใด ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
4.3.9 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต ซึ่งได้รับอนุญาตให้ ปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 และ ในแต่ละตำแหน่งอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) คุณสมบัติของผู้จัดการหน่วย
(ก) มีอายุระหว่าง 35 - 55 ปี
(ข) มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเป็นไปตามที่กฎหมาย
กำหนด
(ค) มีประสบการณ์เป็นหัวหน้างานรักษาความปลอดภัยในอาคารสำนักงาน
ขนาดใหญ่มาไม่น้อยกว่า 5 ปี
(ง) มีคุณสมบัติ บุคลิกภาพ และภาวะผู้นำที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน และ
เป็นที่ยอมรับของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
(2) คุณสมบัติของหัวหน้าหน่วยงาน
(ก) มีอายุระหว่าง 30 - 55 ปี
(ข) มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเป็นไปตามที่กฎหมาย
กำหนด
(ค) มีประสบการณ์เป็นหัวหน้างานรักษาความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3 ปี
(ง) มีคุณสมบัติและบุคลิกภาพที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน และเป็นที่
ยอมรับของผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
(3) คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
(ก) มีอายุระหว่าง 18 - 55 ปี
(ข) มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป หรือเป็นไปตามที่กฎหมาย
กำหนด
(ค) ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรขั้นพื้นฐานด้านการรักษาความปลอดภัยตามที่
กฎหมายกำหนดครบถ้วนก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
(ง) ไม่เคยถูกสั่งย้ายออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยเนื่องจาก
ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่
(4) คุณสมบัติทั่วไปสำหรับทุกตำแหน่ง
(ก) ต้องมีสัญชาติไทย
7/28

(ข) กรณีเพศชาย ต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือสำเร็จการฝึกวิชาทหาร
(นักศึกษาวิชาทหาร หลักสูตร 3 ปี)
(ค) ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตจากนาย
ทะเบียนตามกฎหมาย
(ง) มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันรับรองว่าเป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
ไม่ตาบอดสี ไม่เป็นโรคต้องห้าม ไม่พิการ และไม่เป็นผู้มีภาวะทางจิตที่ไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน (จ) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย
(ฉ) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิด
ที่กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือได้รับการล้างมลทินตามกฎหมาย
(ช) ไม่เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
เนื่องจากกระทำผิดวินัย
(ซ) ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(ฌ) ไม่เป็นผู้เสพ ผู้ติด หรือผู้ค้ายาเสพติด และไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
(ญ) ไม่มีรอยสักหรือรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัดภายนอกเครื่องแบบในลักษณะที่
ไม่เหมาะสม
(ฎ) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรม
หลักสูตรต่าง ๆ ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน มีดังต่อไปนี้

  1. หลักสูตรการรักษาความปลอดภัยและความรู้ทั่วไป
  2. หลักสูตรวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวเบื้องต้น
  3. หลักสูตรวิชาการจราจรเบื้องต้น
  4. หลักสูตรวิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  5. หลักสูตรการดับเพลิง
  6. หลักสูตรกฎหมายทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
    หลักสูตรดังกล่าวต้องมีเนื้อหาที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ มีระยะเวลา
    ฝึกอบรมรวมกันไม่น้อยกว่า 15 วัน และผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดหลักสูตร แผนการฝึกอบรม และสถานที่ ฝึกอบรมให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้า
    นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทบทวนแก่เจ้าหน้าที่รักษาความ
    ปลอดภัยรับอนุญาตทุกคน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในหัวข้อเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย การตรวจค้น การควบคุมผู้กระทำความผิด การป้องกันตัว การป้องกันอัคคีภัย การดับเพลิงเบื้องต้น และการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์
    4.3.10 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ผจญ เพลิง (Fireman) และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการผจญเพลิงตามมาตรฐานที่กฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนด ประจำการอย่างน้อยกะละ 1 คน ตลอดระยะเวลาการให้บริการ
    4.3.11 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดระยะเวลาสัญญาจ้างฯ ได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
    (1) กรณีผู้รับจ้างผิดสัญญา และผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง ได้มีหนังสือแจ้งให้
    ผู้รับจ้างแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจ้างฯ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้ง
    8/28

ดังกล่าวแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดระยะเวลา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติตาม สัญญาทั้งหมดหรือบางส่วน และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจากผู้รับจ้าง (ถ้ามี) ได้อีกด้วย
(2) กรณีผู้ว่าจ้างประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างแล้วเห็นว่าผู้รับจ้างขาด
ความรู้ ความสามารถ หรือความชำนาญในงานรักษาความปลอดภัย หรือปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ที่กำหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างอันเนื่องมาจากการบอกเลิก สัญญาดังกล่าว
4.4 ระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
จุดที่ 1 ผู้จัดการหน่วย จำนวน 1 คน
(1) รับผิดชอบควบคุม กำกับ และบริหารการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัย ผู้ตรวจการ และหัวหน้าหน่วย รวมถึงรับผิดชอบการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ใหม่ เช่น การจัดส่งเอกสารประวัติพนักงาน การชี้แจงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และสร้างความเข้าใจในหน้าที่ตามใบพรรณนา ลักษณะงาน
(2) ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างบริษัทในฐานะตัวแทนของผู้รับจ้าง กับ
ฝ่ายบริหารอาคารในฐานะผู้แทนของผู้ว่าจ้าง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ (3) จัดทำและปรับปรุงใบพรรณนาลักษณะงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ผู้ตรวจการ และหัวหน้างาน ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติ อย่างน้อยทุก 2 เดือน (4) เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการประชุมแถวทั้งกะกลางวันและกะกลางคืน และจัดให้มี
การประชุมรวมสองกะร่วมกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
(5) จัดทำและควบคุมแบบฟอร์ม เอกสาร และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
พร้อมตรวจสอบให้มีเพียงพอและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
(6) จัดทำรายงานเหตุการณ์ประจำวัน และรวบรวมข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยและหัวหน้างาน เสนอฝ่ายบริหารอาคารทุกวันก่อนเวลา 09.00 น.
(7) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ
หัวหน้างาน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในช่วงการ ประชุมรวมแถวประจำวัน
(8) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(9) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที
จุดที่ 2 หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต อาคาร เอ และ อาคาร บีจำนวน 3 คน (1) ควบคุม ตรวจสอบ และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ในแต่ละจุดปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนงานและข้อกำหนด
(2) ประสานงานระหว่างผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารกับเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัย เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามนโยบาย คำสั่ง หรือแนวทางที่กำหนดอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นที่ เข้าใจตรงกัน
(3) ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ พนักงานดับเพลิง หรือเจ้าพนักงาน
ฝ่ายปกครอง ตามลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
9/28

(4) รับผิดชอบจัดทำและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำวัน รวมทั้งรายงานเหตุการณ์
สำคัญตามที่ได้รับมอบหมาย
(5) ประสานงานเพื่อให้มีวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานอยู่ ตลอดเวลา และเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้างฯ
(6) ควบคุมการประชุมแถวกะกลางวันและกะกลางคืน และจัดประชุมรวม 2 กะ อย่าง น้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พร้อมจัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและเหตุการณ์เสนอฝ่ายบริหารอาคารก่อนเวลา 09.00 น. ของวันทำการถัดไป และสรุปกำลังพลที่ปฏิบัติงานประจำเดือนเสนอฝ่ายบริหารอาคารหรือผู้ว่าจ้าง หรือผู้แทนของผู้ว่าจ้างก่อนวันที่ 3 ของทุกเดือน
(7) ควบคุมและรับผิดชอบการจัดเตรียมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เช่น วิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์อื่น ๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีประสิทธิภาพ และครบถ้วนตามสัญญาจ้างฯ (8) แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการเหตุการณ์เฉพาะหน้าให้สำเร็จลุล่วงด้วยความ เรียบร้อยและเหมาะสม
(9) รายงานข้อขัดข้อง สิ่งผิดปกติ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางปรับปรุงต่อผู้ว่าจ้างหรือ ผู้แทนของผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารทราบ
(10) ทบทวนกฎ ระเบียบ และข้อบังคับของฝ่ายบริหารอาคารอย่างสม่ำเสมอ และ ถ่ายทอดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทราบในการประชุมแถวประจำวัน
(11) เป็นผู้นำในการฝึกพลานามัย และฝึกซ้อมการสวมชุดผจญเพลิงเป็นประจำทุกสัปดาห์ (12) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (13) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(14) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที เพื่อพิจารณาสั่งการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
จุดที่ 3 ผู้ตรวจการ (Surveyor) จำนวน 4 คน
(1) ตรวจตราพื้นที่โดยรอบอาคารในลักษณะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด พร้อมจัดทำบันทึก รายงานแจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารเมื่อพบสิ่งผิดปกติ หรือกรณีเกิดเหตุทรัพย์สินสูญหาย (2) ตรวจค้นหาวัตถุต้องสงสัยหรือวัตถุระเบิดบริเวณใต้ท้องรถและช่องเก็บสัมภาระของ ยานพาหนะทุกคันก่อนเข้าอาคารจอดรถ
(3) ตรวจสอบอุปกรณ์หรือระบบต่าง ๆ ภายในพื้นที่ตามจุดที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด (4) ตรวจสอบการเข้าปฏิบัติงานของผู้รับเหมา พร้อมบันทึกรายละเอียดลงในสมุด บันทึกประจำวัน
(5) ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา เช่น ขอบเขตการอนุญาต การติดบัตรแสดง ตนของผู้รับเหมา หรือผู้มาติดต่อ ให้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
(6) ตรวจสอบสภาพไฟฉุกเฉิน ป้ายทางออก (Exit) และอุปกรณ์ภายในตู้ดับเพลิง หากพบความชำรุดบกพร่อง ให้จัดทำรายงานเป็นหนังสือแจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารทันที (7) เดินตรวจตามจุดที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนดอย่างทั่วถึงและตรงตามช่วงเวลาที่กำหนด (8) นำส่งข้อมูลจากเครื่องบันทึกการเดินตรวจ (Guard Tour) หรือโปรแกรมหรือระบบ การรายงานผลการปฎิบัติงานที่ผู้รับจ้างได้เสนองานไว้ในเอกสารเสนอราคาให้แก่ฝ่ายบริหารอาคารทุกวันก่อน เวลา 09.00 น. ของวันทำการถัดไป เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบและติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
10/28

(9) ตรวจตราระบบสาธารณูปโภคของอาคาร รวมถึงความผิดปกติอื่นใด หากพบให้
รายงานหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยทันที และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
(10) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (11) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(12) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที จุดที่ 4 ประจำจุดรับบัตรทางเข้า-ออกของอาคารจอดรถ จำนวน 4 คน
(1) ตรวจสอบทรัพย์สินภายในป้อมทางเข้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบจอดรถ อัตโนมัติก่อนเริ่มปฏิบัติงาน หากพบสิ่งผิดปกติหรือความชำรุดบกพร่อง ให้รายงานหัวหน้างานเพื่อแจ้งฝ่ายบริหาร อาคารทราบทันที
(2) อำนวยความสะดวกหรือช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการใช้บัตรผ่านเข้า–ออกระบบจอดรถอัตโนมัติ (3) จัดให้มีสมุดบันทึกหรือรายงานเหตุการณ์ เพื่อบันทึกความผิดปกติของระบบจอดรถ อัตโนมัติ เช่น อุปกรณ์ควบคุมการเข้า–ออก เครื่องพิมพ์ การทำงานของไม้กั้น หรือการใช้คำสั่ง/กุญแจเปิดไม้กั้น และรายงานหัวหน้างานทันทีเพื่อแจ้งฝ่ายบริหารอาคารก่อนเกิดผลกระทบหรือความเสียหาย (4) สอบถามหน่วยงานที่ผู้มาติดต่อประสงค์จะเข้าพบด้วยความสุภาพเรียบร้อย เพื่อใช้ เป็นข้อมูลในการติดตาม หากพบผู้มาติดต่อมีพฤติกรรมต้องสงสัยหรือปกปิดข้อมูล ให้รายงานหัวหน้างานทางวิทยุ สื่อสารโดยใช้รหัสที่กำหนด และแจ้งฝ่ายบริหารอาคารทราบ
(5) บันทึกเวลาเข้าของพาหนะทุกคันที่เข้ามาติดต่อในอาคาร กรณีระบบจอดรถ อัตโนมัติขัดข้องหรือเกิดเหตุขัดข้องด้านกระแสไฟฟ้า
(6) ให้สัญญาณและอำนวยการจราจรตามหลักปฏิบัติสากล
(7) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (8) รับผิดชอบบัตรจอดรถที่ผู้ใช้บริการหรือผู้มาติดต่อส่งคืน รวมทั้งเงินที่ได้รับจาก ผู้ใช้บริการตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่
(9) ตรวจสอบจำนวนบัตรจอดรถสำหรับผู้มาติดต่อในเครื่องจ่ายบัตรอัตโนมัติ หากมีจำนวนไม่เพียงพอ ให้ดำเนินการเติมบัตรทันทีเพื่อให้เพียงพอต่อการให้บริการ
(10) สรุปยอดการใช้บริการลานจอดรถประจำวัน พร้อมรวบรวมเงินเพื่อนำส่งฝ่ายบริหาร ลานจอดรถ ก่อนเวลา 00.00 น. ของแต่ละวัน
(11) เรียกเก็บค่าปรับกรณีผู้ใช้บริการทำบัตรจอดรถสูญหาย พร้อมบันทึกข้อมูลหรือ จัดทำสำเนาเอกสารแสดงสิทธิ์ครอบครองพาหนะไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งหัวหน้างานทราบ (12) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย โดยเคร่งครัด
จุดที่ 5 ประจำป้อมทางออกของอาคารจอดรถ จำนวน 1 คน
(1) รับคืนบัตรจอดรถของผู้มาติดต่อ เพื่อคำนวณและแจ้งค่าบริการ พร้อมเรียกเก็บ ค่าบริการจากผู้ใช้บริการ
(2) รับผิดชอบบัตรจอดรถที่ผู้ใช้บริการส่งคืน รวมทั้งเงินที่ได้รับจากผู้ใช้บริการตลอด ระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่
11/28

(3) จัดให้มีสมุดบันทึกหรือรายงานเหตุการณ์ เพื่อบันทึกความผิดปกติของระบบจอดรถ
อัตโนมัติ เช่น อุปกรณ์ควบคุมการเข้า–ออก การทำงานของไม้กั้น หรือการใช้คำสั่ง/กุญแจเปิดไม้กั้น และรายงาน หัวหน้างานทันทีเพื่อแจ้งฝ่ายบริหารอาคาร
(4) เรียกเก็บค่าปรับกรณีผู้ใช้บริการทำบัตรจอดรถสูญหาย พร้อมบันทึกข้อมูลหรือ จัดทำสำเนาเอกสารแสดงสิทธิ์ครอบครองพาหนะไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งหัวหน้างานทราบ (5) ตรวจสอบทรัพย์สินภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน และบันทึกลงในสมุดตรวจสอบทรัพย์สิน หากพบว่าทรัพย์สินสูญหายหรือชำรุด ให้รีบแจ้งผู้บังคับบัญชาและฝ่ายบริหารอาคารทันที (6) เปิด–ปิดระบบควบคุมการออกพื้นที่ลานจอดรถอัตโนมัติตามรอบเวลาที่กำหนด พร้อมดูแลพื้นที่ปฏิบัติงานให้เป็นระเบียบและสะอาดเรียบร้อย
(7) เตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เช่น เครื่อง คำนวณค่าบริการ กระดาษต่อเนื่อง และเงินทอน
(8) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (9) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(10) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที จุดที่ 6 ประจำจุดลานจอดรถ จำนวน 3 คน
(1) ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดการจราจรภายในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นไป ตามระเบียบของผู้ว่าจ้าง หรือแนวทางที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนดไว้
(2) ให้สัญญาณมือ สัญญาณนกหวีด หรือสัญญาณอื่นใดตามหลักวิธีปฏิบัติสากล ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบของผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคาร
(3) ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานบริเวณป้อมทางเข้าและป้อมทางออก ตามความเหมาะสม
(4) ตรวจสอบความถูกต้องของการนำรถเข้าจอดในช่องจอดตามระเบียบของผู้ว่าจ้าง หรือฝ่ายบริหารลานจอดรถ เช่น การตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถ การจอดในช่องที่ระบุชื่อหน่วยงาน และ การติดเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แสดงชื่อหน่วยงาน
(5) แนะนำหรือประสานให้ผู้ขับขี่รถที่จอดซ้อนคันหรือจอดกีดขวาง เคลื่อนย้ายรถ เพื่อให้รถที่จอดอยู่ในช่องจอด หรือรถที่ถูกกีดขวางสามารถเข้า–ออกได้โดยสะดวก ทั้งในระหว่างเวลาปฏิบัติงาน และก่อนสิ้นสุดเวลาปฏิบัติงาน
(6) ควบคุมดูแลให้ผู้ใช้อาคารจอดรถปฏิบัติตามกฎระเบียบของฝ่ายบริหารอาคาร กฎจราจร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจอดรถในตำแหน่งห้ามจอด การติดเครื่องยนต์ในอาคารจอดรถ และ การจอดรถกีดขวางอุปกรณ์ดับเพลิงหรือห้องเครื่องส่วนกลาง
(7) ดำเนินการเปิด–ปิดกรวยยางสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ใช้ช่องจอด พร้อมทั้งตรวจสอบ สภาพความเสียหายของรถที่จอด หากพบความผิดปกติให้บันทึกเป็นหลักฐาน หรือแจ้งเจ้าของพาหนะทราบโดยทันที และรายงานต่อหัวหน้างาน
(8) ตรวจสอบทรัพย์สินภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน พร้อมบันทึกรายละเอียดลงในสมุด ตรวจสอบทรัพย์สินให้ครบถ้วน หากพบความชำรุดเสียหายหรือการสูญหายของทรัพย์สิน ให้รายงานหัวหน้างาน ทราบโดยทันที
12/28

(9) ควบคุมดูแลพาหนะที่จอดค้างคืน พร้อมบันทึกรายละเอียดเป็นประจำทุกวัน และ
รายงานให้ฝ่ายบริหารอาคารทราบ
(10) ควบคุมมิให้รถจักรยานยนต์ขับเข้าหรือเข้าจอดภายในอาคารจอดรถ
(11) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (12) ตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สิน ภายในรถ
(13) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยทราบโดยทันที (14) ปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 7 ประจำจุดโถงล็อบบี้ อาคาร เอ และ บี จำนวน 4 คน
(1) ควบคุมดูแลประตูทางเข้า–ออก ไม่ให้มีการเปิดประตูค้างไว้ และระมัดระวังป้องกัน ความเสียหายของทรัพย์สินจากเหตุฝนฟ้าคะนองหรือลมพัดแรง
(2) ให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวก และสังเกตพฤติการณ์ของลูกค้าที่เข้ามาติดต่อ อาคาร พร้อมประสานงานกับจุดประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
(3) สังเกตและจดจำรูปพรรณบุคคลภายนอกที่เข้า–ออกบริเวณโถงอาคารหรือล็อบบี้ หากพบบุคคลต้องสงสัยให้แจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารทางวิทยุสื่อสาร โดยใช้รหัสที่กำหนดโดยทันที (4) ติดตามข้อมูลรายชื่อลูกค้า/ผู้เช่าในอาคารจากผังรายชื่อ เพื่อทราบตำแหน่งที่ตั้งตาม ชั้นต่าง ๆ และใช้เป็นข้อมูลในการปฏิบัติงาน
(5) มีความรู้เกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคของอาคาร วิธีการใช้บริการลานจอดรถ ตำแหน่งอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยหรืออุปกรณ์ดับเพลิง และสถานที่สำคัญภายในอาคาร เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้มาติดต่อ ได้อย่างถูกต้อง
(6) ปิดประตูตามจุดเข้า–ออกต่าง ๆ ตามเวลาที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด พร้อม แนะนำทางเข้า–ออกแก่ลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ และดำเนินการแลกบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประสงค์เข้า อาคารหลังเวลา 19.00 น. รวมทั้งพนักงานส่งหนังสือพิมพ์
(7) ตรวจสอบและรับผิดชอบทรัพย์สินภายในโถงล็อบบี้ พร้อมบันทึกลงในสมุด ตรวจสอบทรัพย์สินประจำวัน หากพบการสูญหายหรือชำรุดให้แจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารทันที (8) ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งฝ่ายบริหารอาคารเมื่อพบความสกปรกหรือความไม่เรียบร้อย ภายในโถงล็อบบี้ โดยใช้รหัสการสื่อสารที่ถูกต้อง
(9) ควบคุมไม่ให้ผู้รับเหมา พนักงาน หรือลูกค้า ใช้ลิฟต์โดยสารในการขนย้ายสิ่งของ และห้ามบุคคลใดถ่ายภาพบริเวณล็อบบี้ หน้าอาคาร หรือพื้นที่ภายนอกพื้นที่เช่า เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก ฝ่ายบริหารอาคารห้ามพนักงานที่มาส่งของใช้รถเข็นหรือขนของทางลิฟต์โดยสารเป็นอันขาด (10) ห้ามพนักงานส่งของใช้รถเข็นหรือขนของผ่านลิฟต์โดยสารโดยเด็ดขาด
(11) ควบคุมไม่ให้มีการจอดรถเข็นหรือจักรยานยนต์บริเวณด้านหน้าและด้านข้างอาคาร (12) ควบคุมไม่ให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกก่อความวุ่นวาย ส่งเสียงดัง หรือแสดงพฤติกรรม ไม่เหมาะสมภายในล็อบบี้หรือบริเวณด้านหน้าอาคาร รวมถึงป้องกันการรวมกลุ่มในลักษณะที่ไม่เหมาะสม (13) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (14) ให้บริการแก่ผู้มาติดต่อและบุคคลภายนอกด้วยวาจาสุภาพ และมีมารยาทที่เหมาะสม
13/28

(15) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย (16) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที จุดที่ 8 ประจำจุดห้องควบคุม (Control Room) จำนวน 2 คน
(1) ตรวจสอบความปลอดภัยผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จากจอแสดงผลทุกจุด
พร้อมตรวจสอบเครื่องบันทึกภาพและจอภาพให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และแจ้งฝ่ายบริหารอาคารเป็น หนังสือเมื่อพบความชำรุดบกพร่อง
(2) บันทึกภาพเหตุการณ์ผิดปกติจากระบบกล้องวงจรปิด พร้อมแจ้งหัวหน้างาน และ รอรับการยืนยันเพื่อดำเนินการตรวจสอบ รวมทั้งรายงานฝ่ายบริหารอาคารทางวิทยุสื่อสารโดยใช้รหัสที่ถูกต้องทันที (3) มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบส่งสัญญาณเตือนและระบบแจ้งเหตุเตือนภัยต่าง ๆ ภายในห้องควบคุมเป็นอย่างดี สามารถตรวจสอบ ควบคุม และดำเนินการแก้ไขเบื้องต้นตามขั้นตอนที่กำหนดได้ อย่างถูกต้อง และเมื่อปรากฏสัญญาณเตือนใด ๆ ต้องแจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารทราบโดยทันที เพื่อพิจารณาสั่งการและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
(4) มีความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกจุด เพื่อให้สามารถประสานงานและสั่งการได้อย่างถูกต้อง
(5) ติดต่อประสานงานเมื่อเกิดปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ชัดเจน ไม่สับสน และสื่อสาร ข้อมูลต่อผู้ว่าจ้าง ฝ่ายบริหารอาคาร ลูกค้า หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้อย่างถูกต้องครบถ้วน (6) เฝ้าสังเกตความเรียบร้อยภายในอาคารและพื้นที่รับผิดชอบผ่านระบบกล้องวงจรปิด ตลอดเวลาปฏิบัติหน้าที่
(7) รายงานข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากผู้ว่าจ้าง ผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายบริหารอาคาร และรายงานสถานการณ์ความเรียบร้อยผ่านระบบวิทยุสื่อสารเป็นระยะ อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมงต่อครั้ง (8) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน โดยต้องสื่อสารข้อมูลด้วย ความถูกต้อง แม่นยำ และรอบคอบเสมอ
(9) เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ต้องทำหน้าที่ประสานงานและถ่ายทอดคำสั่งจากผู้ว่าจ้าง ผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายบริหารอาคาร ไปยังเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่าง ๆ พร้อมบันทึกข้อมูลลงในสมุดรายงานทุกครั้ง (10) ควบคุมดูแลระบบบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดให้สามารถบันทึกภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง (11) หากตรวจพบว่าระบบขัดข้องหรือชำรุด ให้แจ้งช่างผู้รับผิดชอบเข้าตรวจสอบทันที พร้อมแจ้งผู้บังคับบัญชา ผู้ว่าจ้าง หรือฝ่ายบริหารอาคาร และจัดทำรายงานพิเศษชี้แจงสาเหตุเสนอทุกครั้ง หลังเกิดเหตุ
(12) เมื่อเกิดสัญญาณ Panic Alarm ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชา หรือผู้ว่าจ้างทันที เพื่อเข้า ตรวจสอบพื้นที่ และจัดทำรายงานพิเศษชี้แจงสาเหตุเสนอผู้บังคับบัญชา ผู้ว่าจ้าง หรือฝ่ายบริหารอาคารทุกครั้ง (13) เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น การประท้วง การบุกรุกพื้นที่ เหตุอัคคีภัย หรือเหตุ ฉุกเฉินอื่นใด ให้แจ้งผู้บังคับบัญชา หรือผู้ว่าจ้างทันที เพื่อจัดทีมเข้าตรวจสอบ พร้อมจัดทำรายงานพิเศษสรุป เหตุการณ์และสาเหตุเสนอฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
(14) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (15) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
14/28

จุดที่ 9 ประจำจุดบริเวณจุดรับส่ง (Drop Off) จำนวน 1 คน
(1) อำนวยการ และจัดการจราจรบริเวณพื้นที่ที่รับผิดชอบตามระเบียบของผู้ว่าจ้างหรือ
ตามที่ฝ่ายบริหารอาคารได้กำหนดไว้
(2) ให้สัญญาณมือ สัญญาณนกหวีด หรืออื่น ๆ ด้วยวิธีปฏิบัติสากล และเป็นไปตาม ระเบียบของผู้ว่าจ้าง หรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง
(3) สอดส่องความเรียบร้อยและสิ่งผิดปกติในพื้นที่ที่รับผิดชอบ และรายงานให้หัวหน้างาน และฝ่ายบริหารอาคาร
(4) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (5) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 10 ประจำจุดแลกบัตรหน้าลิฟต์ขนของ อาคาร บี จำนวน 2 คน
(1) ทราบและติดตามกฎระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารเพื่อยึดถือปฏิบัติและตรวจสอบ ความถูกต้องของผู้มาติดต่อตามวิธีและขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้
(2) ควบคุมและตรวจสอบผู้มาติดต่อให้ปฏิบัติตามระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารอย่าง เคร่งครัด เช่น ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของเอกสารที่ขออนุญาต ทำการตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยหรือ ทรัพย์สินที่จะนำออกจากอาคาร ตรวจตรามิให้มีการสูบบุหรี่หรือนำวัตถุไวไฟที่มิได้รับอนุญาตเข้าอาคาร ควบคุม ให้ผู้มาติดต่อติดบัตรผู้มาติดต่อในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนอยู่ตลอดเวลา เรียกและเก็บค่าปรับกรณีผู้มาติดต่อ
ทำบัตรสูญหาย และตรวจสอบความสามารถในการใช้งานได้ของถังเคมีดับเพลิงของผู้มาติดต่อ (3) ทราบวัตถุประสงค์ตลอดจนรายละเอียดของผู้มาติดต่อที่ฝ่ายบริหารอาคารอนุญาตเข้า อาคาร เช่น พื้นที่อนุญาตเข้าทำงาน ระยะเวลาอนุญาตเข้าทำงาน ลักษณะและจำนวนทรัพย์สินที่จะนำออกหรือนำเข้า (4) ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐาน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาต ขับขี่ของผู้มาติดต่อขอเข้าอาคาร และจัดทำสำเนา พร้อมบันทึกรายละเอียดลงในสมุดบันทึก และระบุเวลาเข้า เวลาออก และรายละเอียดอื่น ๆ ตามความจำเป็น
(5) แลกบัตรคืนให้แก่ผู้มาติดต่อ โดยตรวจสอบความถูกต้อง และตรวจสอบทรัพย์สินนำออก (6) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (7) ควบคุมการใช้งานลิฟต์ขนของให้เป็นไปตามระเบียบการใช้งานของทางอาคาร
(8) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(9) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที
(10)รักษาป้ายประกาศและหนังสือประกาศให้มีสภาพเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา
(11)ประสานงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตที่เกี่ยวข้องหรือหัวหน้างาน และฝ่ายบริหารอาคารในการป้องกันและรักษาความปลอดภัย
จุดที่ 11 ประจำลิฟต์ขนของ อาคาร เอ จำนวน 2 คน
(1) ควบคุมการใช้ลิฟต์ขนของภายใต้ระเบียบ และวิธีการใช้งานที่ฝ่ายบริหารอาคารกำหนด (2) ทำการสังเกตและรายงานสิ่งผิดปกติของลิฟต์ขนของเป็นหนังสือต่อหัวหน้างานและ ฝ่ายบริหารอาคารทราบเมื่อสิ้นสุดเวลาปฏิบัติงาน
(3) ห้ามละทิ้งโดยเด็ดขาดนอกจากมี Stand by เข้ามาสับเปลี่ยน
15/28

(4) สอบถามผู้ที่มาใช้ลิฟต์ให้ชัดเจนว่าจะให้ส่งที่ชั้นใด เพื่อกดปุ่มเลือกชั้นให้ถูกต้องตาม
ชั้นที่ลูกค้าต้องการจะไป และแนะนำสอบถามผู้ที่มาใช้ลิฟต์ด้วยกิริยาวาจาที่สุภาพ
(5) ถ้ามีผู้รับเหมาขนของขนาดใหญ่ต้องดูความเหมาะสมของสิ่งของอุปกรณ์ว่า สามารถ ใช้ลิฟต์ขนของได้หรือไม่ พร้อมประสานงานหัวหน้าชุดตรวจสอบ
(6) กรณีมีการขนของเข้า-ออกพื้นที่จุดขับลิฟต์ต้องตรวจสอบใบอนุญาตนำของเข้า-ออก ให้ถูกต้องตามรายการที่กำหนด
(7) ตรวจสอบลายเซ็นผู้มีอำนาจอนุมัติเข้า-ออกทุกครั้งก่อนที่จะให้ใช้ลิฟต์ขนของเข้า-ออก ภายในพื้นที่
(8) ตรวจสอบผู้รับเหมาว่าได้รับปฏิบัติตามกฎระเบียบของอาคารถูกต้องหรือไม่ ก่อนปล่อยเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่
(9) จัดเตรียมอุปกรณ์ไว้สำหรับรองพื้น เพื่อป้องกันลิฟต์ได้รับความเสียหาย
(10) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (11) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที (12) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
จุดที่ 12 ประจำหน้าห้องเครื่องชั้น 6 จำนวน 2 คน
(1) ตรวจสอบและบันทึกการเข้า-ออก ห้องเครื่องโดยต้องมีการอนุญาตจากฝ่ายบริหาร อาคารอย่างถูกต้อง
(2) ตรวจสอบสิ่งของการนำเข้า-ออกจากห้องเครื่อง โดยต้องมีการอนุญาตจาก ฝ่ายบริหารอาคารอย่างถูกต้อง
(3) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (4) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(5) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที จุดที่ 13 ประจำจุดจราจรนอกอาคาร จำนวน 3 คน
(1) ให้สัญญาณและอำนวยการจราจรด้วยวิธีสากลปฏิบัติ
(2) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (3) ปฏิบัติหน้าที่และงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายบริหารอาคาร
(4) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรับทราบโดยทันที จุดที่ 14 ประจำจุดตรวจทางเข้าอาคาร เอ จำนวน 1 คน
(1) ดูแลและรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูเข้า-ออก อาคารเอ คอยปิดประตูทุกครั้ง ที่มีบุคคลเข้า-ออกอาคาร
(2) ควบคุมและตรวจสอบผู้มาติดต่อให้ปฏิบัติตามระเบียบของฝ่ายบริหารอาคารอย่าง เคร่งครัด ได้แก่ ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้อง ทำการตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยหรือทรัพย์สินที่จะนำเข้า อาคารควบคุมให้ผู้มาติดต่อในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจนอยู่ตลอดเวลา เรียกและเก็บค่าปรับกรณีผู้มาติดต่อ ทำบัตรสูญหาย เป็นต้น
16/28

(3) สอดส่องความเรียบร้อยและสิ่งผิดปกติในพื้นที่ที่รับผิดชอบและรายงานให้หัวหน้า
งานและฝ่ายบริหารอาคารทราบ
(4) สังเกตุและจดจำรูปพรรณบุคคลภายนอกที่เข้า-ออกประตูอาคาร หากพบบุคคล ที่มีลักษณะต้องสงสัย ให้แจ้งหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารทราบทางวิทยุสื่อสารด้วยรหัสในทันที (5) ให้คำแนะนำและสังเกตพฤติการณ์ลูกค้าที่เข้ามาติดต่ออาคารเพื่อประสานและ รายงานต่อหัวหน้างานและฝ่ายบริหารอาคารทราบ
(6) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (7) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
(8) รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรายงานประจำวันส่งผู้ว่าจ้างและฝ่ายบริหารอาคาร จุดที่ 15 ประจำจุดรอบนอกอาคาร จำนวน 2 คน
(1) ห้ามลูกค้าหรือบุคคลภายนอกก่อความวุ่นวายหรือทำให้เกิดเสียงดังรำคาญ บริเวณ หน้าอาคาร รอบอาคาร รวมถึงควบคุมไม่ให้เกิดพฤติกรรมการรวมกลุ่มที่แสดงออกในกิริยาที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สุภาพ (2) ห้ามรถเข็นและจักรยานยนต์มาจอดบริเวณด้านหน้าและด้านข้างอาคาร
(3) สังเกตและดูแลระดับแสงสว่างภายนอก และภายในล็อบบี้ให้มีความเหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมโดยการติดต่อประสานงานฝ่ายช่างอาคารให้ดำเนินการจัดการแสงสว่างให้สอดคล้องกับ สถานการณ์เพื่อความปลอดภัย
(4) ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งฝ่ายบริหารอาคารเมื่อพบความไม่ปกติเกิดขึ้นภายนอกด้วยรหัส การใช้วิทยุที่ถูกต้อง
(5) ควบคุมมิให้มีบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ บุคคลลักษณะวิกลจริต แต่งกายไม่ เรียบร้อยนักเรี่ยไร บุคคลที่มีอาการเมาสุรา พกพาอาวุธ เป็นต้น เข้ามาในอาคาร
(6) ติดตาม สอบถาม และทบทวนการปฏิบัติตามระเบียบ วินัย ข้อบังคับ และคำสั่งกับ ฝ่ายบริหารอาคาร รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอยู่เสมอ (7) ปฏิบัติหน้าที่และงานอื่นใดตามที่ผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายบริหารอาคารมอบหมาย
5. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมการเสนอราคาโดยแยกเป็น 2 ส่วน ดังต่อไปนี้ 5.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม(ถ้ามี) บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
17/28

(2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนาบัตร
ประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (3) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอข้อเสนอเป็นกิจการร่วมค้า ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(ก) กรณีที่ “กิจการร่วมค้า” ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ โดยหลักการกิจการ ร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวด ราคา ส่วนคุณสมบัติด้านผลงานกิจการร่วมค้าดังกล่าว สามารถนำผลงานของผู้ที่เข้าร่วมค้ามาใช้แสดงเป็นผลงาน ของกิจการร่วมค้าที่เข้าประกวดราคาได้
(ข) กรณีที่ “กิจการร่วมค้า” ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ โดยหลักการนิติบุคคล แต่ละนิติบุคคลที่เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา เว้นแต่ในกรณีที่กิจการร่วมค้าได้มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรกำหนดให้ผู้ร่วมค้า รายใดรายหนึ่ง เป็น “ผู้รับผิดชอบหลัก” ในการเข้าเสนอราคากับทางราชการ และแสดงหลักฐานดังกล่าวมาพร้อมซองประกวดราคา กิจการร่วมค้านั้น สามารถใช้ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นเสนอราคาได้
ทั้งนี้ กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ หมายความว่า กิจการร่วมค้า
ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
(4) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
5.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย จะต้องระบุในหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจนว่ามีอำนาจในการเสนอราคาแทน หรือทำการในเรื่องใด โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (แนบสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง) ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคล ธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
(2) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา รายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะที่ กบข. ต้องการ และการรับประกัน (ถ้ามี) ตาม TOR นี้ กับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะจะต้องระบุหัวข้อให้ถูกต้องตรงกันกับเอกสารหรือแคตตาล็อกที่เสนอโดยให้จัดทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
ลำดับ
ข้อกำหนดตาม TOR
ความสอดคล้อง
รายละเอียดข้อเสนอ
เอกสารอ้างอิง

▪ คัดลอกคุณสมบัติของผู้ยื่น ข้อเสนอ (ข้อ 3) 

▪ คัดลอกรายการ
รายละเอียด
ของงานตามที่กำหนดใน TOR (ข้อ 4)
▪ ตรงหรือ
ดีกว่า
ข้อกำหนด
ตาม TOR
▪ ระบุคุณสมบัติผู้ยื่น
ข้อเสนอราคา
▪ ระบุรายการรายละเอียด ของงานที่เสนอมาให้
พิจารณา
▪ ระบุเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิง
หรือแคตตาล็อก
(ถ้ามี)

18/28

เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
(3) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก (ก) ข้อมูลกิจการและโครงสร้างองค์กร (Company Profile) ของผู้ยื่นข้อเสนอ (ข) แผนการดำเนินงานตั้งแต่การเตรียมเข้ารับดำเนินงานจนถึงการส่งมอบงาน
(ค) ข้อมูลบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอที่นำมาทำงานให้แก่ กบข. เฉพาะผู้จัดการหน่วยงานนั้น
(คุณวุฒิและประสบการณ์)
(ง) ข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยรับทำงานให้ (Site Reference)
6. การเสนอราคา
6.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
6.2 ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่น (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว 6.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เสนอราคา โดยภายในกำหนด ยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไว้และถอนการเสนอราคามิได้
6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2572 7. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กบข. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กบข. จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังต่อไปนี้
7.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 30 7.2 คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 70 ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในข้อ 3 (ข้อ 3.1 – 3.3) จะได้รับการ
ตรวจสอบคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับ กบข. โดย กบข. จะพิจารณาโดยให้คะแนนจากเอกสารที่ ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมาในระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยคะแนนคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับ กบข. ตามข้อ 7.2 คิดจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และมีเกณฑ์การให้คะแนน มีดังต่อไปนี้
การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม
1
ประสบการณ์ ผลงาน และบุคลากรที่ให้บริการของผู้ยื่นข้อเสนอ
60
1.1
ประสบการณ์การให้บริการรักษาความปลอดภัย (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยจะต้องมีสำเนาหนังสือ รับรองนิติบุคคลของผู้ยื่นข้อเสนอที่มีวัตถุประสงค์ให้บริการรักษาความปลอดภัย เกณฑ์การให้คะแนน

  1. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและให้บริการรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ได้คะแนน 5 คะแนน
  2. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและให้บริการรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ตั้งแต่ 7 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้คะแนน 3 คะแนน
  3. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและให้บริการรักษาความปลอดภัยมาแล้ว ตั้งแต่ 5 ปี แต่ไม่ถึง 7 ปี ได้คะแนน 1 คะแนน

19/28

การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม
1.2
ผลงานการให้บริการรักษาความปลอดภัยที่มีจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ น้อยกว่า 35 คนต่อหนึ่งสัญญา (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอมา โดยมีสำเนาสัญญาการให้บริการ รักษาความปลอดภัยที่มีจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 35 คนต่อหนึ่ง สัญญา ซึ่งเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 5 ปี เกณฑ์การให้คะแนน
สัญญาการให้บริการรักษาความปลอดภัยที่มีจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่น้อย กว่า 35 คนต่อหนึ่งสัญญา ได้คะแนน สัญญาละ 2 คะแนน

1.3 
ผลงานการให้บริการรักษาความปลอดภัยแก่องค์กรธุรกิจแนวหน้า รัฐวิสาหกิจชั้นนำ  หรือสถานที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) 

วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาสัญญาที่ให้บริการ รักษาความปลอดภัยแก่องค์กรธุรกิจแนวหน้า รัฐวิสาหกิจชั้นนำ หรือสถานที่ที่ต้องการ ความปลอดภัยสูง เช่น ธนาคาร สถานทูต สนามบิน ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า คลังน้ำมัน องค์กรธุรกิจด้านปิโตรเคมี คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ห้างสรรพสินค้า
ศูนย์การค้า สถาบันวิจัย เป็นต้น ที่มีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท (สิบล้าน บาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ซึ่งเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 5 ปี เกณฑ์การให้คะแนน
มีสัญญาที่ให้บริการรักษาความปลอดภัยแก่องค์กรธุรกิจแนวหน้า รัฐวิสาหกิจชั้นนำ หรือ สถานที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง ที่มีมูลค่าสัญญาไม่น้อยกว่า 10,000,000 บาท (สิบ ล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา ได้คะแนน สัญญาละ 4 คะแนน

1.4 
ทุนจดทะเบียนบริษัท (คะแนน 5 คะแนน) 

วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยจะต้องมีสำเนาหนังสือ รับรองการจดทะเบียนบริษัทซึ่งระบุถึงทุนจดทะเบียน
เกณฑ์การให้คะแนน

  1. มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาทขึ้นไป ได้คะแนน 5 คะแนน

  2. มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 10,000,000 บาท ถึง 19,999,999 บาท ได้คะแนน 3 คะแนน 3. มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 8,000,000 บาท ถึง 9,999,999 บาท ได้คะแนน 1 คะแนน

    1.5
    รายได้บริษัทเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี (คะแนน 10 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยจะต้องมีสำเนาหนังสือ รับรองงบการเงินบริษัทย้อนหลัง 3 ปี
    เกณฑ์การให้คะแนน
    มีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี คะแนน
    10,000,000- 19,999,999 บาท 1
    20,000,000 – 29,999,999 บาท 2
    30,000,000 – 39,999,999 บาท 3
    40,000,000 – 49,999,999 บาท 4
    50,000,000 – 59,999,999 บาท 5
    60,000,000 – 69,999,999 บาท 6

20/28

การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม

70,000,000 – 79,999,999 บาท 
7




80,000,000 – 89,999,999 บาท 
8
90,000,000 – 99,999,999 บาท 
9
100,000,000 บาทขึ้นไป 
10
1.6 


บุคคลที่ให้บริการรักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอ (คะแนน วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาหลักฐานการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของผู้ยื่นข้อเสนอ ในระหว่างช่วงเดือนกรกฎาคม2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 

เกณฑ์การให้คะแนน
มีจำนวนและรายชื่อลูกจ้างที่ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยเฉลี่ยในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 100- 199 ราย
200 – 299 ราย
300 – 399 ราย
400 – 499 ราย
500 – 599 ราย
600 – 699 ราย
700 – 799 ราย
800 – 899 ราย
900 – 999 ราย
1,000 รายขึ้นไป
ถึงเดือนสิงหาคม 256
10 คะแนน)

คะแนน

9
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

2 
การบริหารจัดการและความพร้อมของทีมงานของผู้ยื่นข้อเสนอ 
40
2.1 
มาตรฐานการบริหารงานรักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอ (คะแนนเต็ม 15  คะแนน) 

วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาหลักฐานแสดงการ ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการบริหารคุณภาพ (ISO 9001) ของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นหนังสือรับรองที่มีอายุการรับรองอยู่ในช่วงวันที่ยื่นข้อเสนอ หรือรางวัลที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารงานรักษาความปลอดภัย เช่น ถ้วยรางวัล โล่เชิดชูเกียรติ หรือหนังสือชมเชย การปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นรางวัลหรือ หนังสือชมเชยที่ได้รับจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรธุรกิจระดับแนวหน้า เกณฑ์การให้คะแนน

  1. มีหนังสือรับรองมาตรฐานระบบการจัดการบริหารคุณภาพ (ISO 9001) ได้คะแนน 10 คะแนน

  2. มีรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานรักษาความปลอดภัย หรือหนังสือชมเชยการ ปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย ได้คะแนน 5 คะแนน

    2.2
    โครงสร้างการบริหารและทีมงาน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีเอกสารแสดงรายละเอียด

21/28

การพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ (Quality) และคุณสมบัติ (Property)
คะแนนเต็ม

โครงสร้างองค์กรและทีมงานบริหารของผู้ยื่นข้อเสนอ 

เกณฑ์การให้คะแนน

  1. โครงสร้างองค์กรมีการแบ่งฝ่ายการบริหารงานชัดเจนและมีการระบุหน่วยงานย่อยใน ส่วนสำนักงานใหญ่และฝ่ายปฏิบัติการในแต่ละพื้นที่ ได้คะแนน 5 คะแนน 2. มีผู้บริหารและบุคลากรระดับบริหารที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในงานด้าน การรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นมืออาชีพ โดยมีเอกสารแสดงทำเนียบผู้บริหาร ประวัติ และประสบการณ์การบริหารงาน ได้คะแนน 5 คะแนน

    2.3
    สถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจัดฝึกอบรมให้กับ พนักงานรักษาความปลอดภัย (คะแนนเต็ม 15 คะแนน)
    วิธีการประเมิน พิจารณาจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา โดยมีสำเนาหลักฐานแสดง สถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการจัดฝึกอบรมให้กับพนักงาน รักษาความปลอดภัยของผู้ยื่นข้อเสนอชัดเจน
    เกณฑ์การให้คะแนน

  2. มีเอกสารหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จัดฝึกอบรมให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย พร้อมเอกสารหลักสูตรและเนื้อหา ประกอบการฝึกอบรม ได้คะแนน 15 คะแนน

  3. มีเอกสารหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จัดฝึกอบรมให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ได้คะแนน 10 คะแนน 3. ไม่มีเอกสารหนังสือรับรองสถานฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยมาแสดง ได้คะแนน 0 คะแนน

    รวมคะแนนทั้งสิ้น
    100

  4. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบที่ กบข. กำหนดภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง จาก กบข. และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง

  5. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กบข. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างภายใน 30 วัน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้องและครบถ้วนตามสัญญาหรือ ข้อตกลง และ กบข. ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้ง กบข. ได้รับหนังสือเรียกเก็บเงินจากผู้รับจ้าง โดยแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 36 งวด
    ผู้รับจ้างจะต้องทำข้อมูลเปรียบเทียบงานที่ส่งมอบแต่ละงวดงานกับงานตามที่สัญญากำหนดว่า ส่งมอบได้ครบถ้วนหรือไม่ โดยให้จัดทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
    ลำดับ
    ข้อกำหนดตาม TOR
    ความสอดคล้อง
    รายละเอียดของงาน ที่ส่งมอบ
    เอกสารอ้างอิง

    คัดลอกรายการรายละเอียด ของงานตามที่กำหนดใน TOR
    ตรงหรือดีกว่า
    ข้อกำหนดตาม
    TOR
    ระบุรายการ
    รายละเอียดของงานที่ ส่งมอบ
    ระบุเลขหน้าของ
    เอกสารอ้างอิงหรือแคต ตาล็อก (ถ้ามี)

22/28

  1. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
    10.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กบข. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น 10.2 ในกรณีพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง หรือไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งโดยชอบของ กบข. หรือผู้แทนของ กบข. กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างได้เป็นรายครั้ง ในอัตรา ครั้งละร้อยละ 0.1 ของราคาค่าจ้าง
    ทั้งนี้กบข. จะต้องแจ้งความบกพร่องในแต่ละครั้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ทราบภายใน 15 วันทำการ นับถัดจากวันที่ทราบเหตุดังกล่าว เพื่อให้ผู้รับจ้างชี้แจงเป็นหนังสือต่อ กบข. ภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กบข. ในกรณีที่กบข. พิจารณาคำชี้แจงแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร หรือใน กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างตามอัตราที่กำหนดไว้ข้างต้น
    10.3 ในกรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตไม่มาปฎิบัติงาน หรือปฎิบัติงานไม่ครบตาม จำนวนที่กำหนดไว้ใน TOR ทาง กบข. จะทำการหักเงินค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างต่อคนต่อวัน ตามที่กำหนดไว้ใน TOR และ กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างในอัตราค่าจ้างต่อคนต่อวันของราคาค่าจ้างในงวดนั้น
    10.4 ในกรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตมาปฏิบัติงานครบตามจำนวนที่กำหนดใน TOR ในแต่ละผลัด แต่ปฏิบัติงานไม่ครบ 12 ชั่วโมง ทาง กบข. มีสิทธิปรับผู้รับจ้างตามอัตราค่าจ้างต่อคนต่อวันต่อ ชั่วโมง จนกว่าผู้รับจ้างจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาตมาปฏิบัติงานให้ครบถ้วนถูกต้องตามสัญญา หรือจนถึงวันที่ กบข. บอกเลิกสัญญา แล้วแต่กรณี
    10.5 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาปฏิบัติงานทดแทนในจุดที่มีการขาดงาน ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง นับแต่เวลาเริ่มปฎิบัติงาน หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขาดงานครบ 6 ครั้ง ภายในระยะเวลาการจ้างแต่ละปี ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อวันของ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในจุดที่ขาดงาน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างตกลงยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าปรับดังกล่าวจาก ค่าจ้างที่ผู้ว่าจ้างจะต้องชำระให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาได้
  2. วงเงินในการจัดจ้าง
    วงเงินในการจัดจ้างครั้งนี้เป็นเงิน 36,100,000 บาท (สามสิบหกล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) ซึ่งรวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
  3. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นขอเสนอและอื่น ๆ
    12.1 ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างที่มาปฏิบัติงานตาม TOR นี้ จะต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ของ กบข. รายละเอียดดังนี้
    (1) ข้อมูลที่เป็นความลับ
    “ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถสื่อความหมายได้ที่ กบข. หรือ พนักงานของ กบข. ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ได้เปิดเผยให้แก่ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” ทราบ และมีความประสงค์ให้ผู้รับข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ
    23/28

(2) การเปิดเผยและการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
ผู้รับข้อมูลตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเป็นระยะเวลา 3 ปีนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุด
ลงโดยผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้
(ก) เก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับไว้ในสถานที่ปลอดภัยและไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลใดทราบ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่บุคคลที่ต้อง เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นและผู้รับข้อมูลจะต้องจัดให้บุคคลนั้นได้ผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไข ในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับด้วย หรือเป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้ข้อมูล
(ข) ใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพียงเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น (ค) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลมีเหตุผลความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล ผู้รับข้อมูลจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้ข้อมูลทราบถึงข้อกำหนดหรือคำสั่งดังกล่าวก่อนที่จะ ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้รับข้อมูลจะต้องดำเนินการตาม ขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย (3) วิธีปฏิบัติเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็น ความลับ (ถ้ามี) คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดและ แจ้งยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการทำลายดังกล่าวให้ผู้ให้ข้อมูลทราบ ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับ
12.2 ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่ง กบข. ได้คัดเลือกแล้ว หากไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือภายในเวลาที่ กำหนด กบข. มีสิทธิริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ (ถ้ามี) หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่น ข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ผู้ยื่นข้อเสนอชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งอาจพิจารณาให้เป็น ผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
12.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องศึกษารายละเอียดและข้อมูลใน TOR นี้ให้เข้าใจอย่างถี่ถ้วนก่อนการยื่น ข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอเข้าใจในเนื้อหา ขอบเขต และรายละเอียดของงานที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ TOR อย่างชัดเจน
12.4 ในระหว่างดำเนินงาน หาก กบข. มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มหรือลดเนื้องานที่อยู่ใน TOR นี้ กบข. สามารถดำเนินการได้โดยให้คำนวณราคาค่างานเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามส่วนของค่าจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือ ตามปริมาณงานที่เกิดขึ้นจริง
12.5 กรณีที่ กบข. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมดของอาคาร กบข. มีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้ แต่เพียงฝ่ายเดียว โดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 (หนึ่ง) ปีโดยผู้รับจ้าง จะเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทนใด ๆ จาก กบข. มิได้
12.6 การพิจารณาอนุมัติ การให้ความเห็นชอบ หรือการวินิจฉัยใด ๆ เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานตาม TOR นี้ ให้เป็นอำนาจของ กบข. หรือคณะกรรมการพัสดุที่ กบข. แต่งตั้งขึ้น
13. มาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ด้วย กบข. มีนโยบายต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กบข. ไม่ยอมรับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยบุคลากร ของ กบข. หรือบริษัทในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. ซึ่งรวมถึงคู่ค้าของ กบข.
24/28

ทุกราย นอกจากนี้ กบข. ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จรรยาบรรณ และรับผิดชอบต่อสังคมและ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วย
กบข. จึงขอความร่วมมือจากผู้รับจ้าง หากพบเห็นการกระทำของบุคลากรของ กบข. หรือบริษัท ในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. หรือคู่ค้าของ กบข. รายใดที่มีการกระทำเข้าข่าย ทุจริต ติดสินบน หรือเรียกรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าในรูปแบบใด ขอให้แจ้ง โดยตรงไปยังบุคคลและที่อยู่ดังต่อไปนี้
“ประธานอนุกรรมการตรวจสอบ
ฝ่ายตรวจสอบภายใน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ถนนพระราม 4
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
14. ผู้จัดทำขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
14.1 นายธีรเมท คงกะพันธ์
14.2 นายฐิติกร อุ่นเจริญ
15. ภาคผนวก
15.1 รายละเอียดจุดปฏิบัติงานพนักงานรักษาความปลอดภัย อาคารจีพีเอฟ วิทยุ
จุดที่
จุดปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่ง / รายละเอียด
วันจันทร์-
วันศุกร์
วันเสาร์ – วันอาทิตย์
และวันหยุดนักขัตฤกษ์
07:00-
19:00 น.
19:00-
07:00 น.
07:00-
19:00 น.
19:00-
07:00 น.
1
ผู้จัดการหน่วย
1
-
-
-
2
หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับอนุญาต อาคารเอ และอาคารบี
2
1
2
1
3
ผู้ตรวจการ (Surveyor)
2
2
2
2
4
ประจำจุดรับบัตรทางเข้า-ออกของอาคารจอดรถ
2
2
2
2
5
ประจำป้อมทางออกของอาคารจอดรถ
1
-
1
-
6
ประจำจุดลานจอดรถ
2
1
-
1
7
ประจำจุดโถงล็อบบี้ อาคารเอ และอาคารบี
2
2
2
2
8
ประจำจุดห้องควบคุม (Control Room)
1
1
1
1
9
ประจำจุดบริเวณจุดรับ-ส่ง (Drop Off)
1
-
-
-
10
ประจำจุดแลกบัตรหน้าลิฟต์ขนของ อาคารบี
1
1
1
1
11
ประจำจุดลิฟต์ขนของ อาคารเอ
1
1
1
1
12
ประจำหน้าห้องเครื่องชั้น 6
1
1
1
1
13
ประจำจุดจราจรนอกอาคาร
2
1
1
1
14
ประจำจุดตรวจทางเข้าอาคารเอ
1
-
1
-
15
ประจำจุดรอบนอกอาคาร
1
1
1
1
รวมจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด
21
14
16
14

25/28
15.2 แบบประเมินผลการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัย อาคารจีพีเอฟ วิทยุ แบบฟอร์มการประเมนิ
อาคาร/ Building จีพเีอฟ วิทยุ
แบบประเมนิ ผลการปฏบิตัิงานรักษาความปลอดภยั
ประจา เดือน / Month ………… ปี…….
เรื่อง
บริษทั ………………………………………
ระดับคะแนน
ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ไม่ผ่าน
ตัวชี้วดัที่เกี่ยวข้อง

  1. จา นวนพนักงาน
  2. ความพร้อมและครบถ้วนของ เครื่องมือและอุปกรณ์
    หัวข้อการประเมนิ
  3. หลกัเกณฑใ์นการคดัเลือก พนักงาน
    เขา้ปฏิบตัิงาน
  4. ความพร้อมในการปฏิบตัิงาน 5. คุณภาพของการปฏิบตัิงาน และ การ
    ให้บริการ
    1.1 เวลาเขา้ปฏบิัติงาน (สาย)
    1.2 จา นวนพนกังานเขา้ปฏบิัติงาน
    1.3 การจัดพนกังานทดแทนพนกังานทขี่ าดการปฏบิัติงาน 2.1 ประสิทธิภาพ
    2.2 จา นวน
    3.1 คณุ สมบัติของพนกังาน
    3.2 การวางแผนฝึกอบรมระงบัเหตปุ ้องกันอัคคีภยั 3.3 การวางแผนฝึกอบรมพนกังาน
    4.1 การแตง่ กาย
    4.2 ระเบียบวินยั
    5.1 การจัดการจราจร
    5.2 การจัดเก็บคา่ บรกิาร
    5.3 การประจา จุดปฏบิัติงาน
    5.4 การตรวจสอบทรพั ยส์ินของอาคาร
    5.5 การตรวจสอบบุคคลเขา้ - ออก
    5.6 การรายงานในกรณฉีุกเฉิน
    5.7 การรายงานในเหตกุ ารณป์ กติ
    5.8 มารยาทในการใหบ้ รกิาร
    5 4 3 2 1
  5. การเชื่อฟังผูบ้ งัคบั บญั ชา 6.1 การปฏบิัติตามคา ส่งักฏระเบียบแบบแผน คะแนนรวม / Total
    หมายเหตุ:ระดบัคะแนน 5 คือ ดีมาก,4 คือ ดี,3 คือ พอใช, ้2 คือ ปรับปรุง,1 คือไม่ผ่าน วธิีการคา นวณ
    คะแนนเฉลี่ย
    ใหน้า คะแนนทไี่ ดท้งั้หมดรวมกัน แลว้หารดว้ย 19 จะไดอ้อกมาเป็นคะแนนเฉลี่ย จากนนั้จึงนา ไปเทยีบกับระดบั คะแนน ว่าอยู่ในเกณฑร์ะดบั คะแนนใด ตัวอยา่ งการคา นวณ
    คะแนนรวม 20 คะแนน = 20/19 = 1.05 คะแนน ถือว่าอยู่ในเกณฑร์ะดบั คะแนน “ไมผ่ ่าน”
    บนัทกึเหตุการณส์ า คัญทเี่ กิดขนึ้ ระหวา่ งเดือน
    ข้อเสนอแนะฝ่ายบริหารอาคาร
    สรุปผลการประเมนิ
    ลงชื่อ………………………………………………หวัหนา้งานรกัษาความปลอดภยั ลงชื่อ………………………………………………ผูป้ ระเมนิ
    Supervisor’s signature
    Signature
    วนัท…ี่ …./………………./……… วนัท…ี่ …./………………./………
    บรษิัท……………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………ผูป้ ระเมนิ Signature
    ผูช้่วยผูด้แู ลอาคาร
    ลงชื่อ………………………………………………ผูป้ ระเมนิ Signature
    วนัท…ี่ …./………………./……… วนัท…ี่ …./………………./………
    ผูดู้แลอาคาร
    ผูจ้ดัการอาคาร
    26/28

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  1. การแจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
    กบข. มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองาน กรรมการของนิติบุคคลที่เป็นผู้เสนองาน
    ผู้แทน ผู้รับมอบฉันทะ หรือผู้รับมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้เสนองาน” ตามที่ผู้เสนองานได้ จัดส่งให้แก่ กบข. และตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานจากแหล่งอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณา คัดเลือกผู้เสนองานที่จะปฏิบัติงานตามข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ และเพื่อการทำนิติกรรม สัญญา ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดย กบข. จะจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานที่เป็นต้นฉบับและสำเนาเอกสาร รวมทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็น ระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ข้อผูกพันตามนิติกรรมสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุที่ผู้เสนอ งานมีอยู่กับ กบข. สิ้นสุดลง
    ตลอดระยะเวลาที่ กบข. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานไว้นั้น กบข. อาจใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานในการติดต่อหรือประสานงานกับผู้เสนองานเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุของ กบข. เพื่อการสอบบัญชีของ กบข. เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเปิดเผยต่อหน่วยงานที่มี อำนาจตามกฎหมายในการขอทราบข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยผู้เสนองานได้รับทราบนโยบายเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. รวมทั้งสิทธิของผู้เสนองานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ กบข. กำหนดแล้ว
  2. กรณีผู้เสนองานมีขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่ผู้เสนองานได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่มี ขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กบข. อาจมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่ง กบข. เก็บรวบรวมมาจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้เสนองาน เพื่อให้ผู้เสนอ งานสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของนิติกรรมสัญญาได้ จึงเป็นผลให้ผู้เสนองานมีสถานะเป็นผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการนี้กบข. อาจต้องการทราบแนวทางการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับจาก กบข. ของผู้เสนองาน ซึ่งผู้เสนองานต้องจัด ให้ กบข. รับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือมาตรการที่ใช้จัดการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่จะ ได้รับจาก กบข. ที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยนโยบายหรือมาตรการดังกล่าวจะต้องสอดคล้องตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    (1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรการที่จะใช้ดำเนินการเมื่อข้อมูลรั่วไหลหรือถูกละเมิด
    (2) มาตรการควบคุมดูแลการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    (3) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลผู้รับผิดชอบประสานงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (4) [รายการอื่นตามที่ กบข. เห็นสมควร]
    นอกจากนี้ผู้เสนองานจะต้องถือปฏิบัติตาม “ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งจะได้ลงนามในวันทำ นิติกรรมสัญญาด้วย
  3. กรณีผู้เสนองานต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงานภายในสถานที่ทำการของ กบข.
    ผู้เสนองานที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. และต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงาน ภายในสถานที่ทำการของ กบข. ผู้เสนองานจะเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวและเปิดเผย
    27/28

ให้ กบข. รับทราบ ในการนี้ผู้เสนองานมีหน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล รวมทั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย —————————————–
28/28