ประกวดราคาซื้อคอนกรีตผสมเสร็จ จำนวน 1 รายการ สำหรับงานระบบท่อส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ โครงการระบบส่งน้ำสถานีสูบน้ำกลุ่มผู้ใช้น้ำสาย 2,4 ระยะที่ 2 (พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในลุ่มน้ำวังโตนด) ตำบลทุ่งเบญจา อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
เอกสารนี้เป็นข้อกำหนดรายละเอียด (Specifications) สำหรับการจัดซื้อคอนกรีตผสมเสร็จเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างของกรมชลประทาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้คอนกรีตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 หรือเทียบเท่า คอนกรีตผสมเสร็จหมายถึงคอนกรีตที่ผลิตจากโรงงานและขนส่งด้วยรถโม่ผสมคอนกรีต หรือผสมวัตถุดิบในรถโม่ผสมคอนกรีตโดยตรงที่โรงงานจนได้เนื้อคอนกรีตที่สม่ำเสมอ
คุณลักษณะเฉพาะที่สำคัญประกอบด้วย:
- หน่วยการซื้อขายคือปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร ค่าการยุบตัวเป็นเซนติเมตร และกำลังอัดเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ทดสอบด้วยตัวอย่างทรงกระบอกมาตรฐาน Ø 15x30 ซม.)
- ผู้ผลิตมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบ เช่น ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ และสารผสมเพิ่ม ให้เป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน โดยผู้ควบคุมงานสามารถร้องขอการตรวจสอบวัตถุดิบได้
- กรมชลประทานสามารถกำหนดอัตราส่วนผสมคอนกรีต หรือผู้ผลิตรับผิดชอบในการออกแบบส่วนผสมเพื่อให้ได้คุณลักษณะตามที่ต้องการ
- ผู้ผลิตต้องควบคุมค่าการยุบตัว (Slump) ให้อยู่ในช่วงที่ระบุอย่างเคร่งครัด ห้ามเติมน้ำที่หน้างานเพื่อเพิ่มค่าการยุบตัว
- การทดสอบกำลังอัดคอนกรีตจะเก็บตัวอย่างทรงลูกบาศก์มาตรฐาน 15x15x15 ซม. อย่างน้อย 1 ชุด (6 แท่ง) ทุกครั้งของการเทคอนกรีต และทุกๆ 50 ลูกบาศก์เมตร หากปริมาณเกิน 50 ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยกำลังอัดที่ 28 วัน (3 แท่ง) ต้องไม่ต่ำกว่าที่กำหนด และยอมให้ 1 แท่งต่ำกว่าได้แต่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 หากผลทดสอบไม่ผ่าน ผู้รับจ้างสามารถร้องขอการทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง (Core Test หรือ Load Test) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- เอกสารจัดส่งคอนกรีตต้องมีข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อโรงงาน, เลขที่ใบส่งของ, ชื่อผู้ซื้อ, สถานที่งาน, ประเภทและชั้นคุณภาพ, ปริมาณ, เวลาผสมและถ่ายคอนกรีต, ค่าการยุบตัว, ขนาดมวลรวมสูงสุด และชนิด/ปริมาณสารผสมเพิ่ม
ข้อกำหนดเหล่านี้มีขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าคอนกรีตผสมเสร็จที่จัดส่งมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามที่โครงการต้องการ
English summary
This document specifies the requirements for ready-mixed concrete to be used in Royal Irrigation Department construction projects. The objective is to ensure the concrete meets TIS 213 standards or equivalent. The producer is responsible for quality control of raw materials, mix design (if not specified by the department), and strict control of concrete slump. Detailed procedures for compressive strength testing at 28 days are outlined, including provisions for re-testing if initial results fail. Delivery documents must contain specific information such as producer name, delivery note number, project details, concrete type and class, volume, mixing and discharge times, slump value, maximum aggregate size, and admixture details. These specifications aim to guarantee consistent quality and performance of the ready-mixed concrete supplied for the project.
- (ไม่ระบุในเอกสาร)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ได้คอนกรีตผสมเสร็จที่มีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 หรือเทียบเท่า
- เพื่อให้ได้คอนกรีตผสมเสร็จที่มีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กรมชลประทานกำหนด
- เพื่อให้มั่นใจว่าคอนกรีตที่ใช้ในโครงการมีคุณสมบัติสม่ำเสมอและเหมาะสมกับการใช้งาน
ขอบเขตของงาน
- การผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ: ผู้ผลิตต้องดำเนินการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จที่โรงงาน หรือผสมวัตถุดิบในรถโม่ผสมคอนกรีตโดยตรงที่โรงงาน
- การขนส่ง: ขนส่งคอนกรีตโดยรถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) หรือรถกวน (Agitator Truck) ไปยังจุดเทคอนกรีต
- การควบคุมวัตถุดิบ: ผู้ผลิตรับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบ (ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ สารผสมเพิ่ม) ให้เป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน
- การออกแบบส่วนผสม: ผู้ผลิตรับผิดชอบในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีตเพื่อให้ได้คุณลักษณะตามที่กรมชลประทานต้องการ หรือผลิตตามอัตราส่วนผสมที่กรมชลประทานกำหนด
- การควบคุมค่าการยุบตัว (Slump): ผู้ผลิตต้องควบคุมค่าการยุบตัวของคอนกรีตให้อยู่ในช่วงที่กรมชลประทานระบุอย่างเคร่งครัด และห้ามเติมน้ำที่หน้างาน
- การทดสอบคุณภาพคอนกรีต:
- เก็บแท่งตัวอย่างเพื่อทดสอบกำลังอัด (ทรงลูกบาศก์มาตรฐาน 15x15x15 ซม. หรือทรงกระบอก Ø 15x30 ซม.)
- ดำเนินการทดสอบกำลังอัดที่อายุ 28 วัน
- ในกรณีที่ผลทดสอบกำลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้รับจ้างสามารถร้องขอการทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง (Core Test ตาม ASTM C42 หรือ Load Test ตาม ACI 318) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- การจัดทำเอกสารจัดส่ง: จัดทำเอกสารจัดส่งคอนกรีตที่มีข้อมูลรายละเอียดครบถ้วนตามที่กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- คอนกรีตผสมเสร็จที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก.213 หรือเทียบเท่า และคุณลักษณะเฉพาะที่กรมชลประทานกำหนด
- ผลการทดสอบค่าการยุบตัว (Slump)
- ผลการทดสอบกำลังอัดของคอนกรีตที่อายุ 28 วัน
- เอกสารจัดส่งคอนกรีตที่มีข้อมูลครบถ้วน
- (หากมีการร้องขอ) ผลการทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง (Core Test หรือ Load Test)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารนี้ แต่การจัดส่งคอนกรีตแต่ละครั้งจะต้องเป็นไปตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ
- ต้องสามารถผลิตคอนกรีตที่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน มอก.213 หรือเทียบเท่า
- Standards Compliance:
- คอนกรีตต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 หรือเทียบเท่า
- วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคอนกรีตต้องเป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน
- การทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง (Core Test) ต้องเป็นไปตาม ASTM C42
- การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุก (Load Test) ต้องเป็นไปตาม ACI 318 (Strength Evaluation of Existing Structure)
- Experience: - (ไม่ระบุในเอกสาร)
- Previous Project Cost: - (ไม่ระบุในเอกสาร)
- Technical Capabilities:
- มีความสามารถในการตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคอนกรีต
- มีความสามารถในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีตเพื่อให้ได้คุณลักษณะตามที่ต้องการ (หากกรมชลประทานไม่ได้กำหนด)
- มีความสามารถในการควบคุมค่าการยุบตัว (Slump) ของคอนกรีตให้อยู่ในช่วงที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
- มีความสามารถในการจัดทำเอกสารจัดส่งคอนกรีตที่มีข้อมูลรายละเอียดครบถ้วน
- Personnel: - (ไม่ระบุในเอกสาร)
เกณฑ์การพิจารณา
เอกสารนี้ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินข้อเสนอของผู้ยื่นซอง (Bid Evaluation Criteria) แต่ได้ระบุเกณฑ์การยอมรับคุณภาพของผลิตภัณฑ์คอนกรีตดังนี้:
- คอนกรีตต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก.213 หรือเทียบเท่า
- ค่าการยุบตัว (Slump) ของคอนกรีตต้องอยู่ในช่วงที่กรมชลประทานระบุ
- ค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบกำลังอัดที่อายุ 28 วัน (3 แท่ง) ต้องไม่ต่ำกว่ากำลังอัดตามที่แบบกำหนด
- ค่ากำลังอัดที่ทดสอบได้ของคอนกรีตจำนวน 1 แท่ง ยอมให้ต่ำกว่าข้อกำหนดได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่ากำลังอัดที่แบบกำหนด
- ในกรณีที่ผลการทดสอบกำลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้รับจ้างสามารถร้องขอการทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง (Core Test หรือ Load Test) โดยผลการทดสอบดังกล่าวจะใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ลักษณะทั่วไป: คอนกรีตที่ใช้เครื่องผสมที่โรงงาน และขนส่งโดยรถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) หรือรถกวน (Agitator Truck) หรือผสมวัตถุดิบในรถโม่ผสมคอนกรีตจากโรงงานโดยตรง
- มาตรฐานคุณภาพ: ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 หรือเทียบเท่า
- หน่วยการซื้อขาย: ปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร, ค่าการยุบตัวเป็นเซนติเมตร, กำลังอัดเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
- การทดสอบกำลังอัด: ทดสอบด้วยตัวอย่างทรงกระบอกมาตรฐาน Ø 15x30 ซม. หรือทรงลูกบาศก์มาตรฐาน 15x15x15 ซม.
- วัตถุดิบ: ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ และสารผสมเพิ่มอื่นๆ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน
- การกำหนดส่วนผสม: กรมชลประทานสามารถกำหนดอัตราส่วนผสม หรือผู้ผลิตออกแบบส่วนผสมเองได้
- การควบคุมค่าการยุบตัว (Slump): ต้องควบคุมให้อยู่ในช่วงที่กรมชลประทานระบุอย่างเคร่งครัด ห้ามเติมน้ำที่หน้างาน
- การเก็บตัวอย่างทดสอบกำลังอัด:
- เก็บแท่งตัวอย่างทรงลูกบาศก์มาตรฐาน 15x15x15 ซม. อย่างน้อย 1 ชุด (6 แท่ง) ทุกครั้งของการเทคอนกรีต
- ถ้าเทคอนกรีตปริมาณมากกว่า 50 ลูกบาศก์เมตร ควรเก็บ 1 ชุด ทุกๆ 50 ลูกบาศก์เมตร
- เกณฑ์การยอมรับกำลังอัด:
- ค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบกำลังอัดที่อายุ 28 วัน (3 แท่ง) ต้องไม่ต่ำกว่ากำลังอัดที่แบบกำหนด
- ยอมให้ค่ากำลังอัดที่ทดสอบได้ของคอนกรีตจำนวน 1 แท่ง ต่ำกว่าข้อกำหนดได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่ากำลังอัดที่แบบกำหนด
- การทดสอบกรณีไม่ผ่านเกณฑ์: สามารถร้องขอ Core Test ตาม ASTM C42 หรือ Load Test ตาม ACI 318 โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- ข้อมูลในเอกสารจัดส่งคอนกรีต: ต้องมีข้อมูลไม่น้อยกว่า: ชื่อโรงงาน/ผู้จัดจำหน่าย/เครื่องหมายการค้า, ลำดับที่ใบส่งของ, เลขที่รถ, ชื่อผู้ซื้อ, ชื่อและสถานที่งาน, ประเภทและชั้นคุณภาพคอนกรีต, ปริมาณคอนกรีต, เวลาที่เริ่มผสมและระยะเวลาที่ถ่ายคอนกรีตหมด, ค่าการยุบตัว, ขนาดโตสุดของมวลรวม, ชนิดและปริมาณสารผสมเพิ่ม
เงื่อนไขสัญญา
- ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบ: ในกรณีที่ผลการทดสอบกำลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และผู้รับจ้างร้องขอให้ทำการทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง (Core Test หรือ Load Test) ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด
- (ไม่ระบุเงื่อนไขการชำระเงิน, บทลงโทษทั่วไป หรือการรับประกันในเอกสารนี้)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: คอนกรีตผสมเสร็จที่จัดซื้อต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด?
A: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 หรือเทียบเท่า - Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ผลิตคอนกรีต?
A: ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบให้เป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน - Q: กรมชลประทานสามารถกำหนดส่วนผสมคอนกรีตได้หรือไม่?
A: ได้ กรมชลประทานสามารถกำหนดอัตราส่วนผสมคอนกรีตให้ผู้ผลิตดำเนินการผลิตตามที่กำหนดได้ - Q: สามารถเติมน้ำเพิ่มที่หน้างานเพื่อเพิ่มค่าการยุบตัวของคอนกรีตได้หรือไม่?
A: ห้ามเติมน้ำเพียงอย่างเดียวลงในส่วนผสมคอนกรีตที่หน้างานเพื่อเพิ่มค่าการยุบตัวโดยเด็ดขาด - Q: การเก็บตัวอย่างทดสอบกำลังอัดคอนกรีตมีหลักเกณฑ์อย่างไร?
A: เก็บแท่งตัวอย่างทรงลูกบาศก์มาตรฐาน 15x15x15 ซม. อย่างน้อย 1 ชุด (6 แท่ง) ทุกครั้งของการเทคอนกรีต และถ้าเทเกิน 50 ลบ.ม. ให้เก็บ 1 ชุด ทุกๆ 50 ลบ.ม. - Q: ค่ากำลังอัดที่อายุ 28 วัน ต้องไม่ต่ำกว่าเท่าใด?
A: ค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบกำลังอัดที่อายุ 28 วัน (3 แท่ง) ต้องไม่ต่ำกว่ากำลังอัดตามที่แบบกำหนด - Q: หากผลการทดสอบกำลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง?
A: ผู้รับจ้างสามารถร้องขอให้ทำการทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง เช่น คอนกรีตเจาะ (Core Test) ตาม ASTM C42 หรือการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุก ตาม ACI 318 - Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบกำลังของคอนกรีตที่โครงสร้างหากผลทดสอบไม่ผ่าน?
A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด - Q: เอกสารจัดส่งคอนกรีตต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?
A: ต้องมีข้อมูลไม่น้อยกว่า 11 รายการ เช่น ชื่อโรงงาน, เลขที่ใบส่งของ, ชื่อผู้ซื้อ, สถานที่งาน, ประเภทและชั้นคุณภาพ, ปริมาณ, เวลาผสม/ถ่าย, ค่าการยุบตัว, ขนาดมวลรวมสูงสุด, ชนิด/ปริมาณสารผสมเพิ่ม - Q: การทดสอบค่าการยุบตัว (Slump) ควรทำเมื่อใด?
A: ควรทำเมื่อมีการเก็บแท่งตัวอย่าง และทำสุ่มทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าคอนกรีตมีคุณสมบัติสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นกับการพิจารณาของผู้ควบคุมงานของกรมชลประทาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายการรายละเอียด
(SPECIFICATIONS)
คอนกรีตผสมเสร็จ
59
- ลักษณะทั่วไป
คอนกรีตผสมเสร็จ ได้แก่ คอนกรีตที่ใช้เครื่องผสมคอนกรีตที่ติดตั้งอยู่ที่โรงงาน และขนส่งโดย รถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) หรือรถกวน (Agitator Truck) ไปยังจุดที่จะทําการเทคอนกรีต หรือ การผสมคอนกรีตโดยใช้รถโม่ผสมคอนกรีต (Mixer Truck) โดยชั่งตวงวัตถุดิบลงในรถโม่ผสมคอนกรีต จากโรงงานโดยตรง และทําการผสมคอนกรีตในรถโม่ผสมคอนกรีตดังกล่าวจนได้เนื้อคอนกรีตที่ สม่ําเสมอ และต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.213 หรือเทียบเท่า - คุณลักษณะเฉพาะ
ดังนี้
เมื่อไม่กําหนดเป็นอย่างอื่น กําหนดให้คอนกรีตผสมเสร็จต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กําหนด
2.1 หน่วยที่ใช้ในการซื้อขายคอนกรีต คือ ปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร ค่าการยุบตัวเป็นเซนติเมตร กําลังอัด เป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ทดสอบด้วยตัวอย่างทรงกระบอกมาตรฐาน Ø 15x30 เซนติเมตร)
2.2 ให้ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคอนกรีต เช่น ปูนซีเมนต์ หิน ยน้ํา และสารผสมเพิ่มอื่นๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานวัสดุของกรมชลประทาน โดยผู้ควบคุมงานของ กรมชลประทานสามารถร้องขอให้ผู้ผลิตจัดส่งวัตถุดิบในการผลิตคอนกรีตเพื่อทําการตรวจสอบได้หาก
เกิดข้อสงสัยขึ้น
2.3 การกําหนดส่วนผสม ให้กรมชลประทานสามารถกําหนดอัตราส่วนผสมคอนกรีตให้ผู้ผลิต ดําเนินการผลิตตามที่กําหนด หรือผู้ผลิตรับผิดชอบในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีตเพื่อให้ได้
คุณลักษณะของคอนกรีตตามที่กรมชลประทานต้องการ
2.4 ผู้ผลิตต้องควบคุมค่าการยุบตัว (Slump) ของคอนกรีตให้อยู่ในช่วงที่กรมชลประทานระบุโดย เคร่งครัด ห้ามเติมน้ําเพียงอย่างเดียวลงในส่วนผสมคอนกรีตที่หน้างานเพื่อเพิ่มค่าการยุบตัวโดยเด็ดขาด
ซึ่งการทดสอบค่าการยุบตัวควรทําเมื่อมีการเก็บแท่งตัวอย่าง และทําการสุ่มทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่า
คอนกรีตมีคุณสมบัติสม่ําเสมอ ทั้งนี้ขึ้นกับการพิจารณาของผู้ควบคุมงานของกรมชลประทาน
2.5 การทดสอบกําลังอัดของคอนกรีต ให้เก็บแท่งตัวอย่างทรงลูกบาศก์มาตรฐาน ขนาด 15x15x15 เซนติเมตร อย่างน้อย 1 ชุด (6 แท่ง) ทุกๆ ครั้งของการเทคอนกรีต และถ้ามีการเทคอนกรีตปริมาณ
60
มากกว่า 50 ลูกบาศก์เมตร ควรเก็บแห่งตัวอย่าง 1 ชุด ทุกๆ การเทคอนกรีต 50 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับการพิจารณาของผู้ควบคุมงานของกรมชลประทาน โดยค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบกําลังอัดที่อายุ 28 วัน (3 แท่ง) ต้องไม่ต่ํากว่ากําลังอัดตามที่แบบกําหนด โดยยอมให้ค่ากําลังอัดที่ทดสอบ ได้ของคอนกรีต จํานวน 1 แท่ง ต่ํากว่าข้อกําหนดได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่ากําลังอัดที่แบบกําหนด ในกรณีที่ ผลการทดสอบกําลังอัดไม่ผ่านเกณฑ์ที่กําหนด ผู้รับจ้างสามารถร้องขอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ ทําการทดสอบกําลังของคอนกรีตที่โครงสร้าง เช่น คอนกรีตเจาะ (Core Test) ตาม ASTM C42 หรือโดย การทดสอบการรับน้ําหนักบรรทุก ตาม ACI 318 (Strength Evaluation of Existing Structure) โดยผู้รับ จ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด ซึ่งการทดสอบทุกวิธีให้ทดสอบโดยหน่วยงานของ
กรมชลประทาน
2.6 การจัดส่งคอนกรีตต้องมีข้อมูลรายละเอียดในเอกสารจัดส่งคอนกรีตไม่น้อยกว่าที่กําหนดดังนี้
(1) ชื่อโรงงานที่ผลิต หรือชื่อผู้จัดจําหน่าย หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว
(2) ลําดับที่ของใบส่งของ
(3) เลขที่รถ
(4) ชื่อผู้ซื้อ
(5) ชื่อและสถานที่งาน
(6) ประเภท และชั้นคุณภาพของคอนกรีต
(7) ปริมาณคอนกรีต
(8) เวลาที่เริ่มผสมและระยะเวลาที่ถ่ายคอนกรีตหมด
(9) ค่าการยุบตัว
(10) ขนาดโตสุดของมวลรวม
(11) ชนิดและปริมาณสารผสมเพิ่ม