ประกวดราคาซื้อเวชภัณฑ์ทางการแแพทย์ จำนวน 30 รายการ
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์ทางการแพทย์จำนวน 30 รายการ เพื่อใช้ในการให้บริการผู้ป่วยประจำปีงบประมาณ 2570 และรองรับจำนวนผู้มารับบริการที่เพิ่มขึ้น วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างทันทท่วงที และเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการคลังเวชภัณฑ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,165,350.00 บาท โดยจะเบิกจ่ายจากงบประมาณปี 2570 ระยะเวลาดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อคือเดือนมิถุนายน 2569 ถึงเดือนกันยายน 2569 และกำหนดส่งมอบพัสดุภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 โดยผู้ขายจะต้องส่งมอบภายใน 15 วันนับถัดจากได้รับใบสั่งซื้อ
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่สำคัญคือต้องเป็นผู้มีอาชีพขายพัสดุที่จัดซื้อ และต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ทั้ง 30 รายการจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการกำหนดมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน และสามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจากธนาคารได้
การพิจารณาข้อเสนอจะใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดเป็นหลัก โดยมีเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่สามารถเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดได้ไม่เกินร้อยละ 10 และสำหรับสินค้าที่ได้รับรอง Made in Thailand สามารถเสนอราคาสูงกว่าได้ไม่เกินร้อยละ 5 หากมีคุณสมบัติทั้งสองอย่าง จะได้รับแต้มต่อสูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 นอกจากนี้ยังให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเหนือผู้ประกอบการต่างชาติในอัตราร้อยละ 3
English summary
Kanchanaphisek Medical Center, Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University, is procuring 30 items of medical supplies for the 2027 fiscal year. The project aims to ensure timely service for patients and efficient management of medical inventory. The total budget for this procurement is 4,165,350.00 THB. The procurement process is scheduled from June 2026 to September 2026, with a delivery deadline of September 30, 2027. Deliveries must be made within 15 days of receiving a purchase order.
Key bidder qualifications include being a professional vendor of the specified items and being an authorized distributor for all 30 medical supplies from manufacturers or local distributors in Thailand. Requirements for net worth, registered capital, or a credit line are also specified.
Bids will be evaluated primarily on the lowest price. Special preferences are given to SMEs, allowing them to bid up to 10% higher than the lowest non-SME bid. Products certified as “Made in Thailand” receive a preference of up to 5%. Bidders meeting both SME and Made in Thailand criteria can receive a combined preference of up to 15%. Additionally, Thai natural persons or legal entities receive a 3% preference over foreign entities.
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อรองรับการให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการทันต่อความต้องการ
- เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารคลังเวชภัณฑ์
ขอบเขตของงาน
- จัดซื้อเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 30 รายการ
- รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเวชภัณฑ์แต่ละรายการเป็นไปตามเอกสารแนบ (ไม่ได้ให้มาใน TOR นี้)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 30 รายการ ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ (กระบวนการจัดซื้อ): เดือน มิถุนายน 2569 - เดือน กันยายน 2569
- ระยะเวลาส่งมอบพัสดุ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากได้รับใบสั่งซื้อ
- กำหนดส่งมอบพัสดุสุดท้าย: 30 กันยายน 2570
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือที่จะดำเนินการจัดซื้อครั้งนี้
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่าย เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 30 รายการ จากผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย โดยให้ยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: -
- Personnel: -
- Standards Compliance: -
- Financial Requirements:
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (สำหรับมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท)
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ เป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
- กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ: สามารถขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน/บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (วงเงินสินเชื่อต้องออกให้ไม่เกิน 90 วันนับถึงวันยื่นข้อเสนอ)
- Joint Venture (กิจการร่วมค้า):
- หากกำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ ต้องกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย และใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า
- หากไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ราคา: คัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการซื้อ
- เงื่อนไขพิเศษ (แต้มต่อด้านราคา):
- ผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 มหาวิทยาลัยจะจัดซื้อจาก SMEs ดังกล่าว (จัดเรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย)
- กิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธินี้ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องเป็น SMEs
- วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอครั้งนี้ต้องไม่เกินมูลค่ารายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนกับ สสว.
- สินค้า Made in Thailand: หากเสนอพัสดุที่ได้รับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทยจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 5 ให้จัดซื้อจากผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
- กรณีเสนอราคาหลายรายการและกำหนดเงื่อนไขพิจารณาราคารวม หากมีสัดส่วนมูลค่าสินค้า Made in Thailand ตั้งแต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อ
- SMEs และ Made in Thailand (รวมกัน): หากผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติทั้งเป็น SMEs และเสนอพัสดุ Made in Thailand จะได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่เกินร้อยละ 15
- บุคคลธรรมดา/นิติบุคคลไทย: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจากผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- กิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธินี้ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- ผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 มหาวิทยาลัยจะจัดซื้อจาก SMEs ดังกล่าว (จัดเรียงลำดับไม่เกิน 3 ราย)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 30 รายการ เป็นไปตามเอกสารแนบ (ไม่ได้ให้มาใน TOR นี้)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาจะซื้อจะขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และมหาวิทยาลัยได้ตรวจรับมอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ผู้ขายจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ….. ปี (ไม่ได้ระบุจำนวนปีที่แน่นอนใน TOR) นับถัดจากวันที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: เวชภัณฑ์ที่จัดซื้อมีจำนวนกี่รายการ?
A: มีจำนวน 30 รายการ - Q: ผู้เสนอราคาต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือไม่?
A: ใช่ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์ทั้ง 30 รายการจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย - Q: หากเป็นผู้ประกอบการ SMEs จะได้รับสิทธิพิเศษในการเสนอราคาอย่างไร?
A: สามารถเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นได้ไม่เกินร้อยละ 10 - Q: หากสินค้าที่เสนอได้รับการรับรอง Made in Thailand จะได้รับสิทธิพิเศษอย่างไร?
A: สามารถเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นได้ไม่เกินร้อยละ 5 - Q: หากผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติทั้งเป็น SMEs และเสนอสินค้า Made in Thailand จะได้รับสิทธิพิเศษรวมกันเท่าไร?
A: จะได้รับแต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่เกินร้อยละ 15 - Q: การรับประกันความชำรุดบกพร่องของสินค้ามีระยะเวลาเท่าไร และต้องแก้ไขภายในกี่วัน?
A: ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ….. ปี (ไม่ได้ระบุจำนวนปีที่แน่นอน) นับจากวันรับมอบ และต้องแก้ไขภายใน 7 วันนับจากได้รับแจ้ง - Q: การส่งมอบเวชภัณฑ์ต้องทำภายในกี่วันหลังจากได้รับใบสั่งซื้อ?
A: ภายใน 15 วัน นับถัดจากได้รับใบสั่งซื้อ - Q: วงเงินงบประมาณสำหรับการจัดซื้อครั้งนี้เท่าไร?
A: 4,165,350.00 บาท - Q: ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการอย่างไร?
A: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ - Q: หากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีเงินฝากในบัญชีธนาคารเท่าไร?
A: ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
รายการ ซื้อเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ จํานวน 30 รายการ
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- ความเป็นมา
หน่วยเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ มีความจําเป็นต้องใช้เวชภัณฑ์สําหรับการให้บริการผู้มารับบริการประจําปีงบประมาณ 2570 และ เพื่อรองรับผู้มารับบริการที่เพิ่มมากขึ้น ให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณที่ได้จัดทําแผนความต้องการไว้ แล้ว และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อรองรับการให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการทันต่อความต้องการ
2.2 เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารคลังเวชภัณฑ์ - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศ
เผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง - ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบ เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจ ในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กําหนดในราชกิจจานุเบกษา
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือที่จะดําเนินการจัดซื้อครั้งนี้ 8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล ณ วันประกาศ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์/วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ - ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้ สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่าย เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ จํานวน 30 รายการ จากผู้ผลิต หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย โดยให้ยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา
2 - ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนด สัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่น
ทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน - ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
13.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของ กิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้อง แสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
13.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระ มูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
13.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาโดย พิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
13.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่น ข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
13.5 กรณีตาม 13.1 – 13.4 ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
พ.ศ. 2561
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10)
(3) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้
มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุมีผลใช้บังคับ
3 - หลักฐานการยื่นข้อเสนอ (ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติที่กําหนดเพิ่มเติม และที่กําหนดใน SPEC)
(1) หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจําหน่ายโดยตรงจากโรงงานหรือผู้ผลิต
(2) แค็ตตาล็อก หรือ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ที่ยื่นข้อเสนอ
(3) สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี) (4) สําเนาหนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ถ้ามี) (5) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ - แบบรูปรายการ และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ตามเอกสารแนบ - ระยะเวลาดําเนินการ
เดือน มิถุนายน 2569 - เดือน กันยายน 2569 - ระยะเวลาส่งมอบพัสดุ
30 กันยายน 2570 (กําหนดส่งมอบภายใน 15 วัน นับถัดจากได้รับใบสั่งซื้อ) - วงเงินในการจัดซื้อ
ภายในวงเงินงบประมาณ 4,165,350.00 บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนหกหมื่นห้าพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจาก
งบประมาณปี 2570 - การจ่ายเงิน
เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาจะซื้อจะขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และมหาวิทยาลัย ได้ตรวจรับ
มอบสิ่งของไว้เรียบร้อยแล้ว - อัตราค่าปรับ
ค่าปรับคิดในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน - การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้ขายจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ….. ปี นับถัดจาก
วันที่มหาวิทยาลัยได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง ความชํารุดบกพร่อง
4 - หลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
[V] ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ําสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยมีเงื่อนไขดังนี้
(1) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อย ละ 10 มหาวิทยาลัย จะจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวม กับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้ กับ สสว.
(2) หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ได้รับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ 5 ให้จัดซื้อ จัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ดีรับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ไทย (Made in Thailand) จากสภา
อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กรณีที่มีการเสนอราคาหลายรายการและกําหนดเงื่อนไขการพิจารณาราคารวม หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศที่ได้รับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย มีสัดส่วนมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ 60 ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
อนึ่ง หากการเสนอราคาครั้งนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้งเป็นผู้ประกอบการ SMES ตามเงื่อนไข (1) และเสนอ พัสดุ Made in Thailand ตามเงื่อนไข (2) ให้ผู้เสนอราคารายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นไม่เกิน
१
ร้อยละ 15
(3) หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งตาม กฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ
ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
[ 1 ใช้เกณฑ์คุณภาพ ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง โดยกําหนดเกณฑ์การ ให้น้ําหนักคะแนน ดังนี้
*ข้อเสนอทางด้านเทคนิค % (ต้องกําหนดและน้ําหนักการให้คะแนนต้องมากที่สุด)
ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน
มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ…………%
บริการหลังการขาย
%
%
…. %
พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน
- ราคา
…. %
ทั้งนี้ วิธีการให้คะแนนเป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาการให้คะแนนด้านคุณภาพที่แนบท้ายนี้
5
- การใช้พัสดุที่ส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ
ปี ผู้ขายต้องใช้พัสดุตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กําหนด และเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ผู้ขายต้องใช้พัสดุตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กําหนด - สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วนงาน งานพัสดุ
หน่วยงาน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ชื่อ-นามสกุล นางสาวนุชชรี ธรรมนวกุล เบอร์โทร 02-849-6600 ต่อ 6384
อีเมล์ [email protected]
เว็บไซต์ www.gprocurement.go.th, www.gi.mahidol.ac.th
-Ri
(นางสาวสกุลไทย ศรีหินกอง)
พยาบาลวิชาชีพ
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะ
(นางสาวชนัดดา สายสังข์)
พยาบาลวิชาชีพ
กรรมการ
G+
(นางอารียา บุญพระ)
พยาบาลวิชาชีพ
กรรมการ