จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง

กรมทางหลวง 69079154340
฿6,550,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 9 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ระบบป้องกันอัคคีภัยของอาคาร ซึ่งมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี และประสิทธิภาพลดลง กลับมาพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2540) เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุเพลิงไหม้ และป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ใช้อาคาร และประชาชนผู้มาติดต่อราชการ

ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดหาและติดตั้งเครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) พร้อมตู้ควบคุม, เครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน (Jockey Pump) พร้อมตู้ควบคุม, และระบบแสดงผลการทํางาน การแจ้งเตือนสถานะในรูปแบบ Web Service นอกจากนี้ยังรวมถึงงานสํารวจ ออกแบบ และปรับปรุงระบบท่อดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์ประกอบให้สามารถทํางานได้อย่างสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการดําเนินโครงการ, จัดประชุม Kickoff Project, นําเสนอแนวทางการดําเนินงาน, ส่งรายงานความคืบหน้าเป็นรายเดือน และจัดทําเอกสารแบบ As-Built ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ

หลังจากการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจเช็คและบํารุงรักษาระบบทุก 5 เดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยรวมถึงการเปลี่ยนถ่ายของเหลวและไส้กรองต่างๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดระยะเวลารับประกัน

English summary

The project for replacing and upgrading the Fire Protection System at CCB Lat Krabang building aims to restore the efficiency and operational readiness of the existing system, which is over 10 years old and has diminished performance. The project seeks to comply with Ministerial Regulation No. 47 (B.E. 2540) to mitigate fire risks and protect lives and property of staff, building occupants, and visitors.

The scope of work includes the procurement and installation of a Fire Pump with its control cabinet, a Jockey Pump with its control cabinet, and a Web Service-based display system for operational status and alerts. It also involves surveying, designing, and upgrading the fire suppression piping system and associated equipment. The contractor must submit a project implementation plan, conduct a Kickoff Project meeting, propose work methodologies, provide monthly progress reports, and prepare As-Built documentation for the automatic fire suppression system.

Following project handover, the contractor is responsible for system inspection and maintenance every 5 months for a period of 2 years. This includes changing fluids and filters at least once a year to ensure continuous and optimal system performance throughout the warranty period.

สถานที่ดำเนินการ

อาคารชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ศูนย์ควบคุมกลาง (CCB ลาดกระบัง)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เปลี่ยนทดแทนระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง
  • เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • ไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดเหตุเพลิงไหม้
  • ป้องกันเหตุการณ์อันตรายต่อผู้ใช้อาคาร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
  • ป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาและติดตั้งเครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) พร้อมตู้ควบคุมสําหรับเครื่องสูบน้ําดับเพลิง
  • จัดหาและติดตั้งเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน (Jockey Pump) พร้อมตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน
  • จัดหาและติดตั้งระบบแสดงผลการทํางาน การแจ้งเตือนสถานะในรูปแบบ Web Service
  • สํารวจและออกแบบระบบแนวท่อดับเพลิงประจําอาคาร พร้อมปรับปรุงระบบท่อและอุปกรณ์ประกอบ
  • ดําเนินการทดสอบการทํางานของเครื่องสูบน้ําดับเพลิงและเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดันผ่านตู้ควบคุม ให้ระบบป้องกันสามารถทํางานสัมพันธ์กัน
  • จัดทําแผนการดําเนินโครงการภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • จัดให้มีการประชุมเริ่มงานโครงการ (Kickoff Project) ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
  • นําเสนอรูปแบบ วิธีการ ผลกระทบ แนวทางแก้ไขปัญหา และแผนงานการดําเนินงานที่ชัดเจนให้ กท. พิจารณาและได้รับความเห็นชอบก่อนดําเนินการ
  • จัดประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ กท. และส่งรายงานความคืบหน้า (Progress Report) เป็นลายลักษณ์อักษรต่อ กท. ทุกเดือนภายใน 7 วันทําการนับจากสิ้นเดือน
  • จัดทําเอกสารแบบ As-Built ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Protection System) สําหรับอาคาร ให้ กท. พิจารณาและได้รับความเห็นชอบก่อนดําเนินการ
  • ตรวจเช็คการทํางานของระบบและบํารุงรักษาการทํางานของระบบทุกๆ 5 เดือน นับจากวันส่งมอบงานเป็นระยะเวลา 2 ปี
  • เปลี่ยนถ่ายของเหลว, น้ํามันเครื่อง, กรองน้ํามันเครื่อง, กรองน้ํามันเชื้อเพลิง, กรองอากาศ และน้ํายาหล่อเย็น อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี พร้อมทํารายงานส่งให้ กท. ทราบทุกครั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง ที่เปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงใหม่ พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) พร้อมตู้ควบคุม
  • เครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน (Jockey Pump) พร้อมตู้ควบคุม
  • ระบบแสดงผลการทํางานและการแจ้งเตือนสถานะในรูปแบบ Web Service
  • ระบบท่อดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์ประกอบที่ได้รับการสํารวจ ออกแบบ และปรับปรุงใหม่
  • แผนการดําเนินโครงการ
  • รายงานความคืบหน้า (Progress Report) รายเดือน
  • เอกสารแบบ As-Built ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
  • รายงานการบํารุงรักษาตามกําหนด (ทุก 5 เดือน เป็นเวลา 2 ปี)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดําเนินงาน: 210 วัน (นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ (สาขาเครื่องกล), มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในงานโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 10 ปี, และได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมระดับภาคีวิศวกรเป็นอย่างต่ํา (จํานวน 1 คน)
    • ผู้เชี่ยวชาญงานระบบไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากําลัง (Electrical Engineer): วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า, มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 10 ปี, และได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าระดับภาคีวิศวกรเป็นอย่างต่ํา (จํานวน 1 คน)
    • ช่างเทคนิคของผู้รับจ้าง: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.), มีประสบการณ์การทํางานไม่น้อยกว่า 3 ปี (อย่างน้อย 5 คน)
      • ช่างเทคนิคต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถในการทํางานเป็นหนังสือที่ใช้ในการประกอบอาชีพ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (ประกอบด้วย ช่างเชื่อม อย่างน้อย 1 คน และ ช่างไฟฟ้า อย่างน้อย 1 คน)
    • ผู้ประสานงาน: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี (จํานวน 1 คน)
  • Technical Capabilities:
    • ต้องนําเสนอเอกสารแผนดําเนินการงานตลอดโครงการที่สามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมขอบเขตงานและรายละเอียดในภาคผนวก ก และ ข
    • ต้องนําเสนอเอกสารแผนดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และอธิบายขั้นตอนการบํารุงรักษาแบบแก้ไขในกรณีชํารุด (CM) ตลอดระยะเวลารับประกัน
    • ต้องนําเสนอหนังสือรับรองหรือผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์ที่จะนํามาใช้ (ตามภาคผนวก ข ข้อที่ 1 และ 3)
    • ต้องเสนอรูปแบบการติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Protection System) พร้อมวัสดุอุปกรณ์ประกอบการติดตั้งระบบ
    • ต้องจัดทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกําหนดและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะเป็นรายข้อ
    • ต้องนําเสนอและแสดงเอกสารด้านเทคนิคตามที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบตามรายการข้อที่ 1, 2, 3 และ 4 ของ “ภาคผนวก ข” พร้อมแคตตาล็อกของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของทุกรายการที่เสนอ โดยระบุชื่อผลิตภัณฑ์และรุ่นที่นําเสนอให้ชัดเจน และเน้นคุณสมบัติที่ตรงตามข้อกําหนดของ กท.

เกณฑ์การพิจารณา

เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินคะแนนอย่างละเอียด แต่ระบุว่าผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ในข้อ 11 (ซึ่งในเอกสารที่ให้มาคือข้อ 5.3 เรื่องบุคลากร และข้อ 5.2 เรื่องเอกสารทางเทคนิค) และจะได้รับการพิจารณาคัดเลือก

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) ต้องมีประสิทธิภาพพร้อมใช้งานตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2540)
  • เครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) และเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน (Jockey Pump) พร้อมตู้ควบคุม ต้องเป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะในภาคผนวก ก และ ข
  • ระบบแสดงผลการทํางานและการแจ้งเตือนสถานะต้องอยู่ในรูปแบบ Web Service เป็นอย่างน้อย
  • ระบบท่อดับเพลิงต้องได้รับการสํารวจ ออกแบบ และปรับปรุงให้สมบูรณ์และสอดคล้องตามคุณลักษณะอุปกรณ์ภาคผนวก ข
  • อุปกรณ์หรือระบบที่เสนอต้องสามารถเชื่อมต่อและรองรับการเชื่อมโยงกับระบบที่ กท. มีใช้งานอยู่
  • การบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance, PM) และการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance, CM) ต้องดําเนินการตลอดระยะเวลารับประกัน 2 ปี
  • การบํารุงรักษาประจําปีต้องรวมถึงการเปลี่ยนถ่ายของเหลว, น้ํามันเครื่อง, กรองน้ํามันเครื่อง, กรองน้ํามันเชื้อเพลิง, กรองอากาศ และน้ํายาหล่อเย็น อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 6,550,000.00 บาท (หกล้านห้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
  • ราคากลาง: 6,534,303.42 บาท (หกล้านห้าแสนสามหมื่นสี่พันสามร้อยสามบาทแปดสิบสองสตางค์)
  • หลักประกันการเสนอราคา: 327,500.00 บาท (สามแสนสองหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยถ้วน)
  • การจ่ายเงิน: กรมทางหลวงจะจ่ายเงินล่วงหน้า 15% ของค่างานตามสัญญา และจะหักคืนในอัตราร้อยละ 20 ของจํานวนเงินค่างานในแต่ละงวด จนกว่าจะครบจํานวนค่างานที่จ่ายล่วงหน้า และจะหักคืนให้ครบจํานวนก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย
  • อัตราค่าปรับ:
    • กรณีผู้รับจ้างผิดสัญญาจะถูกปรับในอัตรา 0.10% ต่อวันของค่างานในสัญญา
    • หากผู้รับจ้างไม่เข้าดําเนินการบํารุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขอุปกรณ์ตามกําหนด ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการให้ผู้รับจ้างรายอื่นดําเนินการ โดยผู้รับจ้างเดิมต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ได้
    • ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาและพิจารณาเสนอให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับผู้ว่าจ้างเต็มจํานวนตามสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A: เพื่อเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ให้กลับมาพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • Q: ระบบ Fire Protection System ที่จะเปลี่ยนทดแทนประกอบด้วยอะไรบ้าง?
    A: ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) พร้อมตู้ควบคุม, เครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน (Jockey Pump) พร้อมตู้ควบคุม, และระบบแสดงผลการทํางาน การแจ้งเตือนสถานะในรูปแบบ Web Service
  • Q: นอกจากการเปลี่ยนอุปกรณ์หลักแล้ว มีงานปรับปรุงส่วนอื่นอีกหรือไม่?
    A: มีการสํารวจ ออกแบบ และปรับปรุงระบบท่อดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์ประกอบให้สามารถทํางานได้สมบูรณ์
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารอะไรบ้างหลังจากการติดตั้ง?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารแบบ As-Built ระบบดับเพลิงอัตโนมัติสําหรับอาคาร เพื่อให้ กท. พิจารณาและอนุมัติ
  • Q: มีการบํารุงรักษาระบบหลังการส่งมอบงานหรือไม่?
    A: มี ผู้รับจ้างต้องตรวจเช็คและบํารุงรักษาระบบทุก 5 เดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี นับจากวันส่งมอบงาน รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายของเหลวและไส้กรองต่างๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • Q: ผู้จัดการโครงการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    A: ต้องมีวุฒิปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ (สาขาเครื่องกล) ขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี, และมีใบอนุญาตภาคีวิศวกรเป็นอย่างต่ํา
  • Q: ช่างเทคนิคที่เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง?
    A: ต้องมีวุฒิ ปวช. ขึ้นไป, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี (อย่างน้อย 5 คน) และต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีช่างเชื่อมและช่างไฟฟ้าอย่างน้อยอย่างละ 1 คน
  • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงเอกสารทางเทคนิคอะไรบ้าง?
    A: ต้องนําเสนอแผนดําเนินการโครงการ, แผนบํารุงรักษา (PM/CM), หนังสือรับรอง/ผลทดสอบผลิตภัณฑ์, รูปแบบการติดตั้ง, ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ, และแคตตาล็อกอุปกรณ์พร้อมระบุรุ่นและเน้นคุณสมบัติ
  • Q: หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการบํารุงรักษา จะเกิดอะไรขึ้น?
    A: ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการให้ผู้รับจ้างรายอื่นดําเนินการบํารุงรักษา โดยผู้รับจ้างเดิมต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ได้
  • Q: โครงการนี้มีระยะเวลาดําเนินงานกี่วัน?
    A: 210 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม


ความเป็นมา
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จัดหา โครงการเปลี่ยนทดแทนและปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย
(Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง
หน้า
๑ จาก ๑๒
ระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) เป็นระบบช่วยชีวิตและดับเพลิงไหม้ให้กับ อาคารและทรัพย์สินที่สําคัญของอาคาร ซึ่งประกอบไปด้วยระบบปั้มน้ํา เครื่องยนต์ ระบบควบคุมเครื่องยนต์ และ ส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่ทําให้น้ําในท่อมีแรงดันเพื่อเตรียมที่จะป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นให้พร้อมตลอดเวลา ซึ่งอาคาร สาธารณะและสํานักงานจําเป็นต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัยอันเป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ.๒๕๔๐) ซึ่งระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง มีอายุการใช้งานมากกว่า ๑๐ ปี ทํา ให้ระบบบางส่วนมีประสิทธิภาพลดลง จึงมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนทดแทนระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
๒. คําจํากัดความ
๒.๑ กท.
๒.๒ ผู้ว่าจ้าง
๒.๓ ผู้รับจ้าง
๒.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๕ บํารุงรักษาฯ
๒.๖ ระบบฯ
หมายถึง กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง
หมายถึง
กรมทางหลวง โดยกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
๑๑.
หมายถึง ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนดไว้ในข้อ
ซึ่งได้รับการพิจารณาคัดเลือก และได้ลงนามในสัญญา จ้างฯ กับกรมทางหลวง โดย กองทางหลวงพิเศษ
ระหว่างเมือง
หมายถึง นิติบุคคล หรือกลุ่มนิติบุคคล หรือกิจการร่วมค้า (Joint venture) ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๑. และมีสิทธิ์เข้ายื่น ข้อเสนอเพื่อเข้ามารับจ้างดําเนินการโครงการนี้
หมายถึง การดูแลบํารุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไข ปรับปรุงระบบฯ ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา การ
บํารุงรักษาเชิงป้องกันตามกําหนดเวลา (Preventive Maintenance, PM) และ การซ่อมแซมแก้ไขในกรณีที่ ระบบชํารุด (Corrective Maintenance, CM)
หมายถึง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Protection System) อาคารชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ศูนย์ควบคุมกลาง (CCB
ลาดกระบัง)
M4A Devre
หน้า ๒ จาก ๑๒
๓.
วัตถุประสงค์
กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง มีความประสงค์จะเปลี่ยนทดแทนระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ให้เกิดความเสี่ยงใน การเกิดเหตุเพลิงไหม้และป้องการเหตุการณ์อันตรายต่อผู้ใช้อาคาร อันจะก่อเกิดเหตุอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
๔. ขอบเขตงาน
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเปลี่ยนทดแทนระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง ได้แก่ เครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) พร้อมตู้ควบคุมสําหรับเครื่องสูบน้ําดับเพลิง และเครื่อง สูบน้ํารักษาแรงดัน (Jockey Pump) พร้อมตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน และระบบแสดงผลการทํางาน การแจ้งเตือนสถานะในรูปแบบ Web Service เป็นอย่างน้อย ของระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) รวมทั้งงานปรับปรุงระบบท่อพร้อมอุปกรณ์ประกอบและทดสอบ
๕. เงื่อนไขและข้อกําหนด
๕.๑ ข้อกําหนดทั่วไป
๕.๑.๑. ผู้รับจ้างต้องจัดทําส่งแผนการดําเนินโครงการภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง ๕.๑.๒. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมเริ่มงานโครงการ (Kickoff Project) เพื่อชี้แจงทําความเข้าใจ เกี่ยวกับรายละเอียดแผนงานและวิธีการดําเนินงานให้กับเจ้าหน้าที่ กท. ที่เกี่ยวข้องภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง โดยแจ้งกําหนดจัดประชุมเริ่มงานให้ทราบภายใน ๗ วันทําการ นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๕.๑.๓ ผู้รับจ้างต้องนําเสนอรูปแบบ วิธีการ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงแผนงานการดําเนินงานที่ชัดเจนก่อนการดําเนินการให้ กท. พิจารณาถึงความเป็นไปได้ และต้องได้รับความเห็นชอบจาก กท. ก่อนการดําเนินการ
๕.๑.๔ ผู้จัดการโครงการและคณะทํางานหลักต้องประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจาก กท. และต้องส่งรายงานความคืบหน้า (Progress Report) ในการดําเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ กท. ทุกเดือนภายใน ๗ วันทําการนับจากสิ้นเดือน
๕.๑.๕ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและเปลี่ยนทดแทนระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection System) อาคาร CCB ลาดกระบัง ตามข้อกําหนดภาคผนวก ก. และภาคผนวก ข. พร้อมเชื่อมต่อเข้ากับ ระบบเมนจ่ายภายในเดิม ตามรูปแบบแนะนํา ดังนี้
(๑). จัดหาและติดตั้งเครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) (๒), จัดหาและติดตั้งตู้ควบคุมสําหรับเครื่องสูบน้ําดับเพลิง
(๓), จัดหาและติดตั้งเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน (Jockey Pump)
(๔). จัดหาและติดตั้งตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน
๕.๑.๖ ผู้รับจ้างจะต้องทําการสํารวจและออกแบบระบบแนวท่อระบบดับเพลิงประจําอาคาร พร้อม ปรับปรุงระบบท่อ ให้สามารถทํางานได้สมบูรณ์และสอดคล้องตามคุณลักษณะอุปกรณ์ภาคผนวก ข.
moun Lausne
หน้า ๓ จาก ๑๒
๕.๑.๗ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการทดสอบการทํางานเครื่องสูบน้ําดับเพลิง (Fire Pump) โดยทดสอบผ่าน ตู้ควบคุมสําหรับเครื่องสูบน้ําดับเพลิง และดําเนินการทดสอบการทํางานเครื่องสูบน้ํารักษา แรงดัน (Jockey Pump) ผ่านตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ํารักษาแรงดัน ให้ระบบป้องกันสามารถทํางาน สถานะสัมพันธ์กัน โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์หรือระบบตามแต่ข้อเสนอของผู้ยื่นเสนอมา รองรับเชื่อมโยงดังกล่าว ที่ กท. มีใช้งานอยู่ โดย กท. จะเป็นผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงานให้ เท่านั้น
๕.๑.๘ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเอกสารแบบ As-Built ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Protection System)
สําหรับอาคาร ให้ กท. พิจารณา และต้องได้รับความเห็นชอบจาก กท. ก่อนการดําเนินการ ๕.๑.๙ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจเช็คการทํางานของระบบและบํารุงรักษาการทํางานของระบบ ทุกๆ ระยะ 5 เดือน นับจากวันส่งมอบงานเป็นระยะเวลา ๒ ปี รวมเปลี่ยนถ่ายของเหลว น้ํามันเครื่อง, กรอง น้ํามันเครื่อง, กรองน้ํามันเชื้อเพลิง, กรองอากาศ และน้ํายาหล่อเย็น อย่างน้อย ๑ ครั้ง/ปี พร้อม ทํารายงานส่งให้ กท. ทราบทุกครั้ง
๕.๒ ข้อกําหนดการแสดงเอกสารทางด้านเทคนิค
๕.๒.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอเอกสารแผนดําเนินการงานตลอดโครงการ ให้สามารถติดตั้งใช้งานได้ อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องครอบคลุมตามขอบเขตงานข้อ ๔ และรายละเอียด ใน” ภาคผนวก ก และ ภาคผนวก ข” ตลอดถึงขั้นตอนการทํางานและความเป็นไปได้ในการ ปฏิบัติงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างมั่นใจว่าผู้ยื่นข้อเสนอมีความเข้าใจในการดําเนินการติดตั้ง ระบบฯ และสามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาแห่งสัญญานี้ พร้อมกับยื่นเอกสารใน วันยื่นเสนอราคา
๕.๒.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอเอกสารแผนดําเนินการบํารุงรักษา โดยต้องแสดงแผนบํารุงรักษาเชิง ป้องกันตามกําหนดเวลา (PM) และอธิบายขั้นตอนการบํารุงรักษาแบบแก้ไขในกรณีชํารุด (CM) ตลอดระยะเวลารับประกัน พร้อมกับยื่นเอกสารในวันยื่นเสนอราคา
๕.๒.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องนําเสนอหนังสือรับรองหรือผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์ที่จะนํามาใช้
(ตามภาคผนวก ข ข้อที่ ๑ และ ๓)
๕.๒.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรูปแบบการติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Protection System) พร้อมวัสดุอุปกรณ์ประกอบการติดตั้งระบบ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรูปแบบการดําเนินงาน ให้เป็นไปตามข้อ ๕.๑.๖
๕.๒.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกําหนดและ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ เป็นรายข้อของเอกสารโครงการฯ โดยใช้ตัวอย่างแบบฟอร์ม การเปรียบเทียบตามตารางที่ ๑ ในการเปรียบเทียบรายการดังกล่าว หากมีกรณีที่ต้องมีการ อ้างอิงข้อความหรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทําเสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุให้เห็นอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้โดยง่ายไว้ในเอกสารเปรียบเทียบด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอ้างอิงถึงนั้น อยู่ใน ส่วนใดตําแหน่งใดของเอกสารอื่น ๆ ที่จัดทําเสนอมา สําหรับเอกสารที่อ้างอิงถึงให้หมายเหตุ หรือขีดเส้นใต้ หรือระบายสี พร้อมเขียนหัวข้อกํากับไว้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกับเอกสาร เปรียบเทียบได้ง่ายและตรงกันด้วย

Suma non davosne
के
2
สมชาย
หน้า ๔ จาก ๑๒
ตารางที่ ๑ ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อกําหนดและรายละเอียดข้อเสนอโครงการฯ
อ้างถึงข้อ
ข้อกําหนด/
อุปกรณ์ที่ต้องการ
ข้อกําหนด/
เอกสารอ้างอิง
อุปกรณ์ที่นําเสนอ
ระบุหัวข้อให้ตรงกับ ให้คัดลอกคุณลักษณะเฉพาะที่ ให้ระบุคุณลักษณะ
ระบุหมายเลขหน้า
หัวข้อที่ระบุใน
กําหนดในข้อกําหนดการ
เฉพาะที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ของเอกสารอ้างอิง
เอกสารประกวด
ราคา
ก่อสร้าง (Specifications) ยนเสนอ มากรอกในช่องนี้
ของผู้ยื่นข้อเสนอ
๕.๒.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนําเสนอและแสดงเอกสารด้านเทคนิคตามที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบตาม รายการข้อที่ ๑, ๒, ๓ และ ๔ ของ “ภาคผนวก ข. ให้ถูกต้องครบถ้วน โดยต้องส่งแคตตาล็อก ของรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของทุกรายการที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอ พร้อมทั้งระบุชื่อ ผลิตภัณฑ์ และรุ่นที่นําเสนอให้ชัดเจน โดยต้องขีดเส้นใต้หรือระบายสี เน้นคุณสมบัติที่ตรงตาม ข้อกําหนดของ กท. ทั้งนี้คุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ที่ผู้เสนอราคานําเสนอต่อ กท. ต้อง สามารถปฏิบัติตามข้อกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กรมกําหนดได้นับตั้งแต่วันที่ยื่น ข้อเสนอ กรณีที่อุปกรณ์มีหลายรุ่น (Model) หรือ Series หรือมี Option ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะ ส่งมอบรุ่นหรือ Series ใด และ Option ใด เพื่อประกอบการพิจารณา สําหรับเอกสารที่ยื่นมา หากเป็นสําเนารูปถ่ายจะต้องรับรองสําเนาถูกต้อง โดยผู้มีอํานาจทํานิติกรรมแทนนิติบุคคล
กรณีที่ กท. มีข้อสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ที่นําเสนอ คณะกรรมการประกวดราคาขอสงวนสิทธิ์ในการร้องขอให้ผู้ยื่นข้อเสนอนําอุปกรณ์มาติดตั้งเพื่อ
ทดสอบ และแสดงคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ดังกล่าวต่อ กท. ภายใน ๕ วัน นับจากวันที่ ได้รับแจ้ง
๕.๓ ข้อกําหนดด้านบุคลากร
ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ทางวิชาชีพเสนอให้กับกองทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมือง ภายใน ๑๕ วันหลังจากลงนามสัญญา โดยจะต้องประกอบด้วย บุคลากรหลักอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
๕.๓.๑ ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีทางด้าน
วิศวกรรมศาสตร์ (สาขาเครื่องกล) ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทํางาน โครงการฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ระดับภาคีวิศวกร เป็นอย่างต่ํา จํานวน ๑ คน
๕.๓.๒ ผู้เชี่ยวชาญงานระบบไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากําลัง (Electrical Engineer) วุฒิการศึกษาไม่ ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ใน งานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพสาขา วิศวกรรมไฟฟ้าระดับภาคีวิศวกร เป็นอย่างต่ํา จํานวน ๑ คน
๕.๓.๓ ช่างเทคนิคของผู้รับจ้าง วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประจําโครงการมี
ประสบการณ์การทํางานไม่น้อยกว่า ๓ ปี อย่างน้อย 5 คน
Line na
Kaชาย
หน้า ๕ จาก ๑๒
โดยช่างเทคนิคจะต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถในการทํางานเป็นหนังสือที่
ใช้ในการประกอบอาชีพ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถที่ ได้รับการรับรอง จากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกอบด้วย ช่างเชื่อม อย่างน้อย ๑ คน และ ช่างไฟฟ้า อย่างน้อย ๑ คน
๕.๓.๔ ผู้ประสานงาน วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่า ระดับปริญญาตรี จํานวน ๑ คน
5 ข้อกําหนดเกี่ยวกับการเข้าปฏิบัติงาน
๖.๑ ผู้รับจ้างต้องเตรียมอุปกรณ์อํานวยความปลอดภัยในการทํางานตามมาตรฐานก่อสร้างอาคาร เช่น ถัง
ดับเพลิง พัดลมอัดอากาศ พัดลมระบายอากาศ วัสดุกันแนวพื้นที่สําหรับการก่อสร้าง เป็นต้น
๖.๒ ผู้รับจ้างต้องแต่งกายตามเครื่องแบบที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง โดยมีป้าย ชื่อ-สกุล หน่วยงาน
แสดงไว้ที่ชุดปฏิบัติงานชัดเจน และใส่เสื้อสะท้อนแสงตลอดเวลาขณะปฏิบัติงานสนาม
๖.๓ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อผู้ปฏิบัติงานในโครงการนี้ พร้อมสําเนาเอกสารต่าง ๆ เช่น บัตรประชาชน สําเนา
ทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา สําเนาใบขับขี่ (กรณีที่เป็นพนักงานขับรถ) หรืออื่นๆ ให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาก่อนปฏิบัติงาน
๗ วงเงินงบประมาณ /วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๗.๑ วงเงินงบประมาณ ๖,๕๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หกล้านห้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
๗.๒ ราคากลาง ๖,๕๓๔,๓๐๓.๔๒ บาท (เงินหกล้านห้าแสนสามหมื่นสี่พันสามร้อยสามบาทแปดสิบสองสตางค์) ๗.๓ หลักประกันการเสนอราคา ๓๒๗,๕๐๐.๐๐ บาท (สามแสนสองหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยถ้วน)

  • กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ๔.๑ ระยะเวลาดําเนินงาน ๒๑๐ วัน (นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา)
    ๙ อัตราค่าปรับ
    ๔.๑ กรณีผู้รับจ้างผิดสัญญาจะถูกปรับในอัตราต่อวันร้อยละ 0.90 ของค่างานในสัญญา
    ๔.๒ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่เข้าดําเนินการบํารุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไข อุปกรณ์ในระบบฯ ตามกําหนดไว้ใน รายละเอียดของข้อกําหนดนี้ ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการให้ผู้รับจ้างรายอื่นดําเนินการบํารุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไข ระบบฯ ให้สามารถ ทํางานต่อไปได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะไม่สามารถเรียกร้อง ค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นจากผู้ว่าจ้างได้
    ๔.๓ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง ทันทีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องจ่าย ค่าเสียหายให้กับผู้ว่าจ้างเต็มจํานวนตามสัญญานี้ และผู้ว่าจ้างจะพิจารณาเสนอให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ทิ้งงาน
    ของทางราชการต่อไป
    ๑๐ งวดงานและการจ่ายเงิน
    กรมทางหลวงจะจ่ายเงินล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างในอัตราร้อยละ ๑๕ ของค่างานตามสัญญา และ จะหักคืนในอัตราร้อยละ ๒๐ ของจํานวนเงินค่างานในแต่ละงวด จนกว่าจะครบจํานวนค่างานที่จ่ายล่วงหน้า และจะหักคืนให้ครบจํานวนก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย
    هماک

3
สาย