ประกวดราคาจ้างเหมาเอกชน ซัก อบ รีด ผ้าสำหรับผู้ป่วย ระยะเวลา 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
โครงการจ้างเหมาบริการซัก อบ รีด ผ้าสำหรับผู้ป่วยและผ้าที่ใช้ในการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลราชวิถี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ผ้าที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและกลิ่นอับ มีจำนวนเพียงพอและทันเวลาต่อการใช้งาน ขอบเขตงานครอบคลุมการซัก อบ รีด ผ้าประเภทต่างๆ ปริมาณรวมประมาณ 1,642,500 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาสัญญา 12 เดือน (เฉลี่ยวันละ 4,500 กิโลกรัม)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีโรงงานซักผ้าเป็นของตนเองที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องกำเนิดไอน้ำที่ปลอดภัย และมีห้องแยกสำหรับซักผ้าติดเชื้อโดยเฉพาะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค นอกจากนี้ต้องมีมาตรฐาน ISO ด้านบริหารงานคุณภาพและสิ่งแวดล้อม การรับส่งผ้าต้องดำเนินการทุกวันตามเวลาที่กำหนด (08.30 - 10.30 น.) ด้วยยานพาหนะที่ปิดมิดชิดและมีการฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
การพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคา โดยมีวงเงินงบประมาณ 26,250,000 บาท (ยี่สิบหกล้านแปดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน - ตามที่ระบุในเอกสาร) และแบ่งจ่ายเงินเป็นรายเดือนรวม 12 งวดตามน้ำหนักผ้าที่ซักจริงหลังหักน้ำหนักผ้าชำรุดหรือซักไม่สะอาด
English summary
Outsource project for laundry, drying, and ironing services for patients and medical linens at Rajavithi Hospital for the fiscal year 2027. The objective is to ensure clean, sterile, and odorless linens, sufficient and timely for medical services. The scope of work involves processing approximately 1,642,500 kg of laundry over a 12-month contract (averaging 4,500 kg/day). Bidders must own a laundry factory with a valid R.ong. 4 license, standard wastewater treatment, certified steam generators, and a dedicated, isolated room for infectious laundry to prevent cross-contamination. Bidders must hold ISO quality and environmental certifications. Daily pickup and delivery must be executed between 08:30 and 10:30 AM using enclosed, disinfected vehicles. The selection is based on the Price Criteria, with an allocated budget of 26,250,000 Baht, paid in 12 monthly installments based on actual processed weight.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ได้ผ้าสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์
- เพื่อให้มีผ้าสะอาดเพียงพอกับความต้องการใช้งานของโรงพยาบาลอย่างทันเวลา
- เพื่อลดปัญหาข้อร้องเรียนและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
- เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้รับบริการของโรงพยาบาลราชวิถี
ขอบเขตของงาน
- ดำเนินการซัก อบ รีด ผ้าผู้ป่วยและผ้าทางการแพทย์ของโรงพยาบาลราชวิถี ปริมาณรวมประมาณ 1,642,500 กิโลกรัม (เฉลี่ยประมาณวันละ 4,500 กิโลกรัม) เป็นเวลา 12 เดือน
- จัดเตรียมโรงงานซักผ้าที่มีใบอนุญาต ร.ง.4 และมีระบบบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานกระทรวงอุตสาหกรรม
- จัดให้มีเครื่องกำเนิดไอน้ำที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยและมีผู้ควบคุมระบบที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง
- จัดพื้นที่แยกห้องซักผ้าติดเชื้อออกจากผ้าสกปรกทั่วไปอย่างเด็ดขาด พร้อมแยกเครื่องซักและเครื่องอบผ้า
- จัดระบบกรองฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นภายในโรงงาน
- ควบคุมกระบวนการซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส และใช้เคมีภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มอก. หรือ อย.
- ดำเนินการรับผ้าเปื้อนและผ้าติดเชื้อจากโรงพยาบาลทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 - 10.30 น.
- ขนส่งผ้าด้วยยานพาหนะแบบปิดมิดชิด และทำความสะอาดฆ่าเชื้อรถขนส่งด้วยแอลกอฮอล์ 70% ทุกครั้งหลังใช้งาน
- จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) เช่น ชุด PPE หน้ากาก ถุงมือ ผ้ากันเปื้อน รองเท้าหุ้มส้น ให้พนักงานขนส่งผ้า
- คัดแยก พับ และบรรจุผ้าสะอาดลงในถุงพลาสติกตามจำนวนและประเภทที่โรงพยาบาลกำหนด (เช่น 10 ชิ้น/ห่อ หรือ 5 ผืน/ห่อ)
- ส่งคืนผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้วในวันถัดไป ระหว่างเวลา 08.30 - 10.30 น.
- ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในการตรวจชั่งน้ำหนักผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดทุกวันเพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน
- ส่งคืนสิ่งของมีค่าหรืออุปกรณ์การแพทย์ที่ติดไปกับผ้าเปื้อนทุกครั้ง
- ส่งรายงานผลการบำบัดน้ำเสียจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุสัญญา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผ้าสะอาดที่ผ่านการ ซัก อบ รีด พับ และบรรจุถุงพลาสติกเรียบร้อยตามประเภทที่กำหนด ส่งมอบทุกวันภายในเวลา 10.30 น.
- เอกสารบันทึกการตรวจชั่งน้ำหนักผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดร่วมกันระหว่างผู้รับจ้างและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล (ทุกวัน วันละ 2 ชุด)
- รายงานผลการวิเคราะห์และบำบัดน้ำเสียจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทุกๆ 3 เดือน (อย่างน้อย 4 ครั้งตลอดอายุสัญญา)
- แผนการส่งตรวจวิเคราะห์น้ำเสีย ส่งมอบภายใน 5 วันทำการหลังเริ่มสัญญา
- คู่มือ ขั้นตอนการทำความสะอาด การปฏิบัติงานพร้อมรูปภาพแสดงกระบวนการ ซัก อบ รีด การควบคุมคุณภาพ และการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
ร่างขอบเขตของงานจ้างเหมาเอกชน ซัก อบ รีด ผ้าสําหรับผู้ป่วย
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
ด้วยโรงพยาบาลราชวิถี เป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการการรักษาผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ รวมทั้งโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ํา มีความจําเป็นต้องจ้างเหมาบริการซัก อบรีด ผ้าผู้ป่วยเพื่อให้บริการผู้ป่วยอย่างมี ประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากล
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อให้ได้ผ้าสะอาด ปราศจากเชื้อโรค ปราศจากกลิ่น มีผ้าเพียงพอกับความต้องการ ทันเวลาไม่มีปัญหา ร้องเรียนในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน และผู้รับบริการได้รับความพึงพอใจ
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วค
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมการแพทย์ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่าง เป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
-๒-/(๓) การยื่น…
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
-10-
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ
ร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลอื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
(๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 50 ล้าน
-๓-/(๘) มูลค่า…
-on-
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ล้านบาทถ้วน ๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า
ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศ
นั้นแจ้งเวียนในทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราและเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น
เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
๖.
๕
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ
ล้มลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2
-๔-/(๖.๓) งานจ้าง…
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผลงานที่เสร็จเรียบร้อยมาแล้ว ย้อนหลังไม่เกิน ๒ ปี ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๔,๒๑๒,๕๐๐.-บาท (แปดล้าน สองแสนหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน) /๑ สัญญา หรือในปริมาณการซักผ้าไม่ต่ํากว่า ๕๔๗,๕๐๐ กิโลกรัม/ ๑ สัญญา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กรมเชื่อถือ ในกรณี เป็นหน่วยงานของเอกชน (โดยจะต้องแนบไฟล์สําเนาหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญามาพร้อมกัน
ในวันที่ยื่นการเสนอราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์)
๔. ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องซัก อบ รีด ผ้าผู้ป่วย และผ้าต่างๆ ที่ใช้ให้บริการทางการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถีประมาณ ๑,๖๔๒,๕๐๐ กิโลกรัม (ประมาณวันละ ๔,๕๐๐ กิโลกรัม) ระยะเวลา ๑๒ เดือน ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ๒๕๕๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐
๔.๑ ข้อกําหนดของโรงงานซักผ้า
๔.๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานเป็นของตนเอง และสามารถเสนอหลักฐานที่สามารถยืนยัน ชัดเจนว่า สถานที่ที่ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม (ร.ง.๔) ให้ประกอบกิจการ ซัก อบ รีด เสื้อผ้า และผ้าต่างๆ โดยแนบเอกสารหลักฐานการได้รับอนุญาตพร้อมการเสนอราคา
๔.๑.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานที่มีระบบบําบัดน้ําเสียที่ได้รับมาตรฐานตามที่ราชการกําหนด ตามประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๑๒ (๒๕๕๒) พร้อมแสดงหนังสือรับรองมาตรฐาน โดยจะต้อง นําเสนอเอกสารอย่างละเอียด และระบบบําบัดน้ําเสีย จะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และจําเป็นต้องมีเอกสารแสดงผลการวิเคราะห์น้ําเพื่อตรวจสอบค่าการบําบัด ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ถึงปัจจุบัน โดยแนบเอกสารหลักฐานมาพร้อมการเสนอราคา
๔.๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเครื่องกําเนิดไอน้ํา เพื่อใช้ในขั้นตอนการซักผ้า การอบผ้า แสดงเครื่อง กําเนิด ไอน้ําและเอกสารรับรองความปลอดภัยในการใช้เครื่องกําเนิดไอน้ํา ซึ่งต้องผ่านการรับรองจากกระทรวง อุตสาหกรรม
และต้องมีผู้ควบคุมระบบการใช้เครื่องกําเนิดไอน้ําที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ควบคุมจากกรมโรงงาน
อุตสาหกรรม โดยแนบเอกสารหลักฐานมาพร้อมการเสนอราคา
๔.๑.๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีห้องซักผ้าติดเชื้อ แยกออกจากบริเวณซักผ้าสกปรกทั่วไปอย่างชัดเจน รวมทั้งไม่ใช้เครื่องซักและเครื่องอบผ้าบริเวณซักผ้าติดเชื้อบ่นกับบริเวณซักผ้าทั่วไป เพื่อป้องกันการกระจาย เชื้อและมีทางเข้าออกของผ้าเปื้อนและผ้าสะอาดแยกกันอย่างชัดเจน โดยแสดงแผนผังบริเวณพื้นที่ซักผ้า
มาพร้อมการเสนอราคา
๔.๑.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบกรองฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นในโรงงาน โดยแสดงเอกสารระบบเครื่อง กรองฝุ่นประกอบด้วย แนบเอกสารมาพร้อมการเสนอราคา
-๕-๔.๑.๖ ผู้เสนอราคา…
๔.๑.๖ ผู้เสนอราคาต้องแสดงแผนผังภาพรวมของโรงงาน พร้อมภาพถ่ายแต่ละจุดของสถาน ประกอบการ ทั้งภายในและบริเวณภายนอกอาคารมาพร้อมการเสนอราคา
๔.๑.๗ ผู้เสนอราคาต้องแสดงสําเนาหนังสือรับรองมาตรฐาน ISO 4000 โรงงานผ่านมาตรฐานระบบ บริหารคุณภาพขององค์กรมาพร้อมการเสนอราคา
๔.๑.๔ ผู้เสนอราคาต้องแสดงสําเนาหนังสือรับรองมาตรฐาน ISO ๒๕๔๐๐๑ โรงงานผ่านมาตรฐาน ด้านสิ่งแวดล้อมมาพร้อมการเสนอราคา
๔.๑.๙ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสุ่มตรวจโรงงาน หรือสุ่มตรวจน้ําซักผ้าครั้งสุดท้ายว่ามีเชื้อที่ก่อโรคหรือไม่ เช่น การตรวจหาปริมาณ Fecat Coliform Bacteria ไม่เกิน ๑๐๐๐MPN/๑๐๐ ML จากหน่วยงานที่ได้รับรอง มาตรฐานตามที่ราชการกําหนด หากพบเชื้อที่ก่อโรค ผู้รับจ้างจะต้องปรับกระบวนการซัก หรือ น้ํายาซัก ตามที่ ผู้ว่าจ้างกําหนด และหากตรวจพบแล้วแจ้งให้ผู้รับจ้างดําเนินการแก้ไข ถึง ๒ ครั้ง ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์บอก เลิกสัญญา และไม่พิจารณาให้เป็นผู้เสนอราคาในครั้งต่อไป สําหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
๔.๑.๑๐ ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานผลการบําบัดน้ําเสียตามที่กําหนดจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม อย่างน้อย ๔ ครั้ง ติดต่อกันตลอดสัญญา โดยระยะเวลาการส่งวิเคราะห์น้ําทุกๆ ๓ เดือน สําหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์น้ํา ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และต้องส่งแผนการส่งตรวจ วิเคราะห์น้ําให้กับผู้ว่าจ้างภายใน ๕ วันทําการ หลังจากวันเริ่มสัญญา
๔.๒ ขอบเขตของงานเกี่ยวกับขั้นตอนการซัก อบ รีด
๔.๒.๑ ผู้เสนอราคาต้องแสดงหลักฐานขั้นตอน กรรมวิธีในการซักและใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทและ ยี่ห้อของน้ํายาที่ใช้ ทุกประเภท ซึ่งเคมีที่ใช้ในการซักต้องมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กําหนดไว้ และจัดทําเอกสารแสดงอัตราส่วนผสมของสารเคมีที่มาใช้ทุกประเภทเป็นลายลักษณ์อักษร ให้กับผู้ว่าจ้าง
กรณีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนกรรมวิธีการซัก ผลิตภัณฑ์ประเภท/ยี่ห้อของน้ํายา หรือ รวมทั้งอัตราส่วนผสมของสารเคมีที่ใช้ทุกประเภท ผู้รับจ้างต้องแสดงรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งแจ้ง ให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนอย่างน้อย ๓๐ วัน และต้องได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงก่อน จึงสามารถดําเนินการได้ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพ, กลิ่นหรืออื่นๆ ของน้ํายาที่ผู้รับจ้างนํามาใช้ ผู้ว่าจ้าง ขอสงวนสิทธิ์ที่จะขอแก้ไข, เปลี่ยนแปลงเป็นน้ํายา และสารเคมีประเภทเดียวกันซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (มอก.) หรือ อย. หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ว่าจ้าง ใช้อยู่
๔.๒.๒ กรณีผ้าที่ซักแล้วมีคราบสกปรกฝังแน่น ทําให้ไม่สามารถนําผ้ากลับมาใช้ได้ใหม่ ผู้รับจ้างต้อง ตรวจหาสาเหตุเกิดจากอะไร โดยจะต้องมีหลักฐานที่ทําให้คณะกรรมการฯ เชื่อถือมิฉะนั้นจะถือว่าเป็นความผิด พลาดหรือกระบวนการซักผ้าของผู้รับจ้างที่ซักไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ว่าจ้าง ในราคาซื้อผ้าชนิดและประเภทเดียวกันภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ว่าจ้าง และหาก ผู้ว่าจ้างแจ้งเตือนเป็นหนังสือถึง ๓ ครั้งแล้ว ผู้รับจ้างยังไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้น ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญา และไม่พิจารณาให้เป็นผู้เสนอราคาในครั้งต่อไป
๔.๒.๓ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับกลิ่น หรืออื่นๆ ของคุณภาพของเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการชัก ผู้ว่าจ้าง มีสิทธิ์ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นน้ํายาหรือสารเคมีประเภทเดียวกัน ซึ่งผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) ผู้รับจ้างต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทันทีตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
-๖/๔.๒.๔ ผู้รับจ้าง…
๔.๒.๔ ผู้รับจ้างต้องแยกผ้าก่อนซัก เช่น ผ้าติดเชื้อ ผ้าขาว ผ้าสีไม่ให้ซักรวมกัน โดยมีพื้นที่ห้องแยก ผ้าเป็นสัดส่วน และมีห้องซักผ้าติดเชื้อแยกอย่างชัดเจน ผ้าเปื้อนทุกชนิดต้องล้างน้ําธรรมดาก่อนทุกครั้ง เพื่อขจัดคราบสกปรกต่างๆ ออกระดับหนึ่ง หลังจากนั้นจึงซักด้วยน้ํายาซักฟอกโดยใช้น้ําร้อนอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า ๗๐ องศาเซลเซียส
๔.๒.๕ ประเภทชนิดของน้ํายาซักฟอก น้ํายาทําให้ผ้านุ่ม - ฟู น้ํายาขจัดคราบ ที่ใช้ในภารกิจ ของงานซักฟอก ต้องเป็นชนิดดี ไม่ทําให้ผ้าขาดหรือเปื่อยเร็วกว่าปกติและต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) ของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือมาตรฐาน อย.
๔.๒.๖ ผ้าต่าง ๆ ที่ซักฟอกแล้ว ต้องสะอาดปราศจากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ทั้งปวง มีความเรียบร้อย และไม่ขาดชํารุด
๔.๒.๗ ต้องมีคู่มือ ขั้นตอนการทําความสะอาด การปฏิบัติงานพร้อมรูปภาพแสดงกระบวนการ ซัก อบ รีด การควบคุมคุณภาพการซักรีด, การควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ, ระบบการรับ – ส่งผ้า
๔.๒.๘ ผู้รับจ้างยินดีและอํานวยความสะดวกให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้เข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับขั้นตอน กรรมวิธีในการซัก ผลิตภัณฑ์ประเภท/ ยี่ห้อของน้ํายา ที่ใช้ทุกประเภท รวมทั้งอัตราส่วนผสมของสารเคมีที่ใช้ทุกประเภท และระบบบําบัดน้ําเสีย ตลอดจนรถรับส่งผ้า ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควรเข้าไปตรวจสอบได้ตลอดเวลา หากผู้รับจ้างไม่อนุญาตหรือ
ไม่อํานวยความสะดวกให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ให้เข้าตรวจสอบ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้
๔.๒.๙ ผู้ว่าจ้างจะทําการประเมินผลงานของผู้รับจ้าง ด้านความสะอาด กลิ่น ความชํารุด ของผ้าอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง คะแนนการประเมินจะต้องได้คะแนนไม่ต่ํากว่า ๕๕% ถ้าผลการประเมินต่ํา กว่า ๘๕% ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงคุณภาพ โดยจะต้องแจ้งแนวทางการปรับปรุงเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้ว่าจ้างทราบ และหากผู้ว่าจ้างได้แจ้งผู้รับจ้างให้ปรับปรุงคุณภาพแล้วถึง ๒ ครั้ง และผลการประเมินยังไม่ถึง ๘๕% ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญา และนําผลการประเมินเป็นข้อมูลการพิจารณาไม่รับราคาในการจ้าง ครั้งต่อไป
ต
๔.๒.๑๐ ผู้ว่าจ้างจะทําการประเมินผลงานของผู้รับจ้าง ด้านความสะอาด กลิ่น ความชํารุดของผ้า อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง คะแนนการประเมินจะต้องได้คะแนนไม่ต่ํากว่า ๕๕% ถ้าผลการประเมินต่ํากว่า ๔๕% ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงคุณภาพ โดยจะต้องแจ้งแนวทางการปรับปรุงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ว่าจ้าง ทราบ และหากผู้ว่าจ้างได้แจ้งผู้รับจ้างให้ปรับปรุงคุณภาพแล้วถึง ๒ ครั้ง และผลการประเมินยังไม่ถึง ๘๕% ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญา และนําผลการประเมินเป็นข้อมูลการพิจารณาไม่รับราคาในการจ้าง
ครั้งต่อไป
๔.๓ ขอบเขตของงานเกี่ยวกับการรับผ้าเปื้อน และผ้าติดเชื้อ
๔.๓.๑ ผู้รับจ้างต้องมารับผ้าเปื้อน และผ้าติดเชื้อ ที่จะซักทุกวัน จํานวนผ้าที่จะซักทั้งสิ้น ประมาณ ๔,๕๐๐ กิโลกรัมต่อวัน หรือจํานวนผ้าที่จะซักจริงมากหรือน้อยกว่าจํานวนประมาณการได้ตามความจําเป็น ของแต่ละวัน โดยจะต้องมาถึงภายในเวลา ๘.๓๐ น. และดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในเวลา ๑๐.๓๐ น.
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานได้ตามเวลาที่กําหนด จํานวน ๔ ครั้งต่อเดือน ผู้ว่าจ้างของสงวนสิทธิ์ปรับตาม สัญญา และหากผู้ว่าจ้างแจ้งเตือนเป็นหนังสือ ๓ ครั้งแล้วผู้รับจ้างยังไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้น ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์
บอกเลิกสัญญา
-๗/๔.๓.๒ ผู้รับจ้าง…
-0-
๔.๓.๒ ผู้รับจ้างจะต้องมีภาชนะหรือรถเข็นผ้าที่มารับผ้าจากโรงพยาบาลฯ ต้องแยกรถเข็น ส่งผ้าสะอาด และรถเข็นรับผ้าสกปรก ห้ามใช้ปะปนกัน ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการรับ และส่งตามที่ผู้ว่าจ้าง
กําหนด
๔.๓.๓ ผู้รับจ้างต้องมีพาหนะที่ใช้ในการขนส่งผ้าที่มีลักษณะปิดมิดชิด ป้องกันฝุ่นละอองมีการทํา ความสะอาดภายในรถขนส่งผ้าด้วยการขัดล้างเช็ดให้แห้ง และเช็ดซ้ําด้วยแอลกอฮอล์ ๗๐% หรือน้ํายาทําลาย เชื้อที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมหรือสูงกว่าทุกครั้งที่เสร็จจากการขนส่งผ้า
๔.๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องมีรถมารับผ้าเปื้อน ผ้าติดเชื้อ ที่เป็นลักษณะปิดมิดชิด และผู้รับจ้างต้อง สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ชุด PPE แมส ถุงมือ ผ้ากันเปื้อน รองเท้าหุ้มส้น โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เตรียม อุปกรณ์มาเอง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อหรืออื่นๆ ในระหว่างการขนส่ง และมีความรู้เรื่องการปฏิบัติตนเอง เมื่อถูกของมีคม หรือสารคัดหลั่งปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย
๔.๓.๕ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจชั่งน้ําหนักผ้าที่จะซัก โดยร่วมกับตัวแทนเจ้าหน้าที่ของ ผู้ว่าจ้างตรวจชั่งน้ําหนักผ้าที่จะซัก (หน่วยเป็นกิโลกรัม) เมื่อตรวจชั่งน้ําหนักถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ผู้รับจ้าง รับไว้และถือว่าผู้ว่าจ้างได้ส่งมอบผ้าที่จะซักถูกต้องครบถ้วนแล้ว พร้อมกับทําการบันทึกไว้โดยลงชื่อไว้เป็น หลักฐานร่วมกัน จํานวน ๒ ชุด มอบแก่ผู้รับจ้าง ๑ ชุด และผู้ว่าจ้าง ๑ ชุด
๔.๓.๖ ผู้รับจ้างต้องนําส่งคืนสิ่งของมีค่า หรืออุปกรณ์การแพทย์ที่ติดไปกับผ้า ให้กับผู้ว่าจ้างทุกครั้ง ห้ามนําไปเป็นของส่วนตัว หากตรวจพบผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
๔.๔ ขอบเขตของงานเกี่ยวกับการส่งผ้าสะอาด
ผู้รับจ้างจะต้องส่งผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้ว โดยปฏิบัติดังนี้
๔.๔.๑ ผู้รับจ้างจะต้องคัดแยกผ้าที่ซักไม่สะอาด หรือผ้าชํารุดแยกออกจากผ้าสะอาด และส่งคืน ในวันถัดจากวันที่รับผ้าไปซัก โดยไม่นําน้ําหนักมาคํานวณค่าจ้าง
๔.๔.๒ ผู้รับจ้างต้องคัดแยกผ้าสะอาดตามประเภท หรือชนิดของผ้า และพับผ้าตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดโดยผู้รับจ้างต้องมาเรียนรู้วิธีการพับผ้าจากงานซักฟอกของผู้ว่าจ้าง และบรรจุในหีบห่อในรูปแบบ ถุงพลาสติกให้เรียบร้อยตามที่กําหนด ดังนี้
เสื้อผู้ป่วยหญิง เสื้อผู้ป่วยชาย ผ้านุ่งหญิง
จํานวน ๑๐ ชิ้น/ห่อ
กางเกงชาย ผ้าปู ผ้าขวาง ปลอกหมอน
ชุดฟอร์มแพทย์ชาย - หญิง (แยกตามขนาด)
จํานวน ๑๐ ชุด/ห่อ
ชุดฟอร์มกาวน์ขาว ชุดฟอร์มวิสัญญี ชุดฟอร์มรังสี
จํานวน ๑๐ ชุด/ห่อ
เสื้อกิมิโน เสื้อกาวน์
ผ้าห้องผ่าตัด (แยกสีและขนาด)
จํานวน ๑๐ ผืน/ห่อ
ผ้าปูโต๊ะ ผ้าปูเปล ถุงผ้า (แยกสี) ผ้าม่าน (เป็นชุด)
จํานวน ๑๐ ผืน/ห่อ
ผ้าห่ม
จํานวน ๕ ผืน/ห่อ
ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดมือ
จํานวน ๑๐ ผืน/ห่อ
ผ้าอื่น ๆ
๔.๔.๓ ผู้รับจ้างต้องส่งผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้ว ต้องสะอาดปราศจากคราบสกปรก ปราศจากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ มีความเรียบร้อย ไม่ขาดชํารุดและบรรจุถุงพลาสติกให้เรียบร้อยมิดชิดก่อน
น่าส่งทุกครั้ง
-๘/๔.๔.๔ ผู้รับจ้าง….
๔.๔.๔ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจชั่งน้ําหนักผ้าสะอาด โดยร่วมกับตัวแทนเจ้าหน้าที่ ของ ผู้ว่าจ้างตรวจชั่งน้ําหนักผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้ว เมื่อตรวจชั่งน้ําหนักถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ผู้ว่าจ้างรับไว้และถือว่าผู้รับจ้างได้ส่งมอบผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้วถูกต้องครบถ้วนแล้วพร้อมกับ ทําการบันทึกไว้โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานร่วมกัน จํานวน ๒ ชุด มอบแก่ผู้รับจ้าง ๑ ชุด และผู้ว่าจ้าง ๑ ชุด
๔.๔.๕ ผู้รับจ้างจะต้องนําผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้วทั้งหมดส่งคืนในวันถัดจากวันที่ รับผ้าไปซัก เว้นแต่โรงพยาบาลฯ มีความจําเป็นเร่งด่วนจะให้ส่งก่อนกําหนดได้ โดยกําหนดเกณฑ์ ความแตกต่างผ้า เปื้อนเปรียบเทียบกับผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด โดยหักความชื้น ไม่เกิน 90% โดยจะต้องมาถึง โรงพยาบาลฯ ภายในเวลา ๐๘.๓๐ น. และดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในเวลา ๑๐.๓๐ น. หากผู้รับจ้าง ไม่สามารถทํางานได้ตามเวลาที่กําหนด จํานวน ๔ ครั้งต่อเดือน ผู้ว่าจ้างของสงวนสิทธิ์ปรับตามสัญญา และหาก ผู้ว่าจ้างแจ้งเตือนเป็นหนังสือ ๓ ครั้งแล้วผู้รับจ้างยังไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้น ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
๔.๓.๖ การคํานวณค่าจ้าง จะคํานวณจากน้ําหนักผ้าสะอาดในแต่ละวันที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้ว หักด้วย น้ําหนักของผ้าที่ซักไม่สะอาด และ ผ้าชํารุด ผ้าส่งแก้ไข คูณด้วย ราคาค่าจ้างต่อกิโลกรัม ที่ผู้รับจ้าง ได้ทําสัญญาจ้างไว้กับผู้ว่าจ้าง
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาการจ้าง ๑๒ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐
5. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
วงเงินประมาณ ๒๖,๒๕๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบหกล้านแปดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) 4. งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างจะแบ่งจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง เป็น ๑๒ งวด ทุกๆ สิ้นเดือน และจะส่งเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง ต่อเมื่อคณะกรรมการๆ ได้ทําการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว โดยการคํานวณราคาค่าจ้าง จะคํานวณมาจาก น้ําหนักผ้าสะอาดในแต่ละวันที่ซัก อบ รีด เรียบร้อยแล้ว หักด้วย น้ําหนักของผ้าที่ซักไม่สะอาดหรือผ้าชํารุด คูณด้วย ราคาค่าจ้างต่อกิโลกรัมที่ผู้รับจ้างได้ทําสัญญาจ้างไว้กับผู้ว่าจ้าง
๔. อัตราค่าปรับ
๔.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างทํางานที่ได้รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก โรงพยาบาลราชวิถี จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
๔.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๔.๑ จะกําหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา
ร้อยละ 0.90 ของราคาค่าจ้าง
ww
๔.๓ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการรับ - ส่งผ้า ภายในเวลาที่กําหนด หากไม่สามารถดําเนินการได้ตาม กําหนด จํานวน ๔ ครั้งต่อเดือน ผู้ว่าจ้างของสงวนสิทธิ์ปรับตามสัญญา และหากผู้ว่าจ้างแจ้งเตือนเป็นหนังสือ
ครั้งแล้วผู้รับจ้างยังไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้น ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
๔.๔ กรณีผู้รับจ้างมาส่งผ้านอกเวลาราชการ ผู้รับจ้างยินยอมรับผิดชอบค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของ เจ้าหน้าที่งานซักฟอก ตามอัตราของผู้ว่าจ้าง
-๙/๙.๕ กรณีที่….
๔.๕ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ส่งผลรายงานตามข้อ ๔.๑.๑๐ ผู้ว่าจ้างจะทําการปรับผู้รับจ้างวันละ ๒๐๐ บาท จนกว่าจะได้รับรายงานการบําบัดน้ําจากผู้รับจ้าง
๔.๖ กรณีผ้าชํารุด อันเกิดจากการกระทําหรือความบกพร่องของผู้รับจ้าง ต้องชดใช้ตามอัตราดังนี้
๔.๖.๑ ผ้าที่มีอายุการใช้งานระหว่าง ๑ ปี ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้าง ในอัตราร้อยละ ๘๐ ของราคาผ้าที่สั่งซื้อปัจจุบันประเภทเดียวกัน ชนิดเดียวกัน
ป
๔.๖.๒ ผ้าที่มีอายุการใช้งานระหว่าง ๒ ปี ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้าง
ในอัตรา
ร้อยละ ๕๐ ของราคาผ้าที่สั่งซื้อปัจจุบันประเภทเดียวกัน ชนิดเดียวกัน
๔.๖.๓ ผ้าที่มีอายุการใช้งานระหว่าง ๓ ปี ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ว่าจ้าง
ในอัตรา
ร้อยละ ๒๕ ของราคาผ้าที่สั่งซื้อปัจจุบันประเภทเดียวกัน ชนิดเดียวกัน
๔.๖.๔ ผ้าที่มีอาการใช้งานมากว่า ๓ ปีขึ้นไป ถือเป็นผ้าหมดสภาพ ผู้รับจ้างไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ผู้ว่าจ้าง
๔.๗ กรณีผ้าสีตก หรือผ้าสีหม่น หรือคราบสกปรกฝังแน่นจนไม่อาจนํามาใช้งานได้ ผู้รับจ้างต้องชดใช้ ค่าเสียหายให้กับผู้ว่าจ้าง ของราคาผ้าที่สั่งซื้อปัจจุบันประเดียวกัน ชนิดเดียวกัน
๔.๔ กรณีผ้าสูญหาย หมายถึง เกณฑ์ความแตกต่างผ้า เปื้อนเปรียบเทียบกับผ้าสะอาดที่ซัก อบ รีด โดยหักความชื้นน้ําหนักน้อยกว่าเกิน ๑๐% ถ้าน้ําหนักผ้าสะอาดกลับมามีน้ําหนักน้อยกว่าเกิน 90% จะถือว่า ผ้าสูญหายผู้รับจ้างจะต้องชดใช้เป็นรายวันคิดเป็นกิโลกรัมละ 400.-บาท (แปดร้อยบาทถ้วน)
๔.๙ ผู้รับจ้างจะต้องชดให้ค่าเสียหายและค่าปรับที่เกิดขึ้น ให้แก่ผู้ว่าจ้างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน หากผู้รับจ้างไม่มาชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าปรับภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ ผู้ว่าจ้างจะหักจํานวนเงินชดใช้
ค่าเสียหายและค่าปรับที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากเงินค่าจ้างที่ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายให้กับผู้รับจ้างในแต่ละงวด
๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
- ไม่มี -
(ลงชื่อ)……..
คณะกรรมการจัดทําร่างขอบเขตของงาน
(ลงชื่อ).
(นางสาวอรนุช ขวัญเมือง)
(นางผาณิต จันทาบัว)
..กรรมการ
ประธานกรรมการ
(ลงชื่อ).
กรรมการ
(นางสาววรรณภา คดีธรรม)