จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการเพื่อดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ และธรรมาภิบาลข้อมูลแบบอัจฉริยะ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 69079137425
฿34,100,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 15 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างเหมาบริการเพื่อดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูลแบบอัจฉริยะ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการวางกรอบนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายให้มีความแม่นยำและรวดเร็ว

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการขับเคลื่อนกรณีการใช้งานข้อมูล (Use Cases) จำนวน 4 กรณีที่กำหนดไว้เดิม และการวิเคราะห์เพื่อกำหนดกรณีการใช้งานเพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 3 กรณี รวมถึงการจัดทำชุดข้อมูลหลัก (Master Data) เพื่อให้ข้อมูลทางการศึกษาสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดทำระบบทะเบียนทรัพย์สินข้อมูล (Data Asset Register) ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบเดิมของ สพฐ. ได้ และพัฒนาระบบประเมินตนเอง (Self-assessment) เพื่อสร้างความเข้าใจบริบทการใช้งานข้อมูลภายในองค์กร โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ สพฐ. บรรลุเป้าหมายการมีธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐครบถ้วน 100% ตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย

English summary

The project aims to implement an intelligent data strategy and data governance framework for the Office of the Basic Education Commission (OBEC). Building upon the 2025 strategic foundation, this project focuses on operationalizing data use cases, integrating AI, and enhancing decision-making capabilities. Key deliverables include executing 4 existing data use cases, identifying at least 3 additional use cases, establishing Master Data, and creating a Data Asset Register. The project ensures compliance with the Government Digital Government Act and aims to achieve 100% data governance maturity, facilitating efficient data integration and digital transformation within the Thai education sector.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลตามแผนกรณีการใช้งานข้อมูล (Use Cases) อย่างเป็นรูปธรรม
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงชุดข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องกับมาตรฐานธรรมาภิบาลข้อมูลแบบอัจฉริยะ
  • เพื่อให้คำปรึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลกระบวนงานบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรฐาน
  • เพื่อจัดทำชุดข้อมูลหลัก (Master Data) ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาเพื่อการเชื่อมโยงและตัดสินใจเชิงนโยบาย

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการดำเนินโครงการ (Project Plan)
  • จัดประชุมเปิดตัวโครงการ (Kick-off Meeting)
  • ดำเนินการตามกรณีการใช้งานข้อมูล (Use Cases) เดิม 4 กรณี และประเมินผล
  • วิเคราะห์และกำหนดกรณีการใช้งานข้อมูล (Use Cases) เพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 3 กรณี
  • จัดทำระบบทะเบียนทรัพย์สินข้อมูล (Data Asset Register)
  • พัฒนาระบบประเมินตนเอง (Self-assessment) เพื่อสร้างความเข้าใจบริบทการใช้งานข้อมูล
  • จัดทำชุดข้อมูลหลัก (Master Data) และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่มีอยู่ของ สพฐ.

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินโครงการ (Project Plan)
  • รายงานการให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนการดำเนินการตามกรณีการใช้งานข้อมูล
  • รายงานผลการประชุมเพื่อปรับยุทธศาสตร์ข้อมูลและกำหนดกรณีการใช้งานข้อมูลเพิ่มเติม
  • ระบบทะเบียนทรัพย์สินข้อมูล (Data Asset Register)
  • ชุดข้อมูลหลัก (Master Data) ที่ผ่านการบูรณาการ
  • รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการทั้งหมด

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระบุในแผนการดำเนินโครงการ (Project Plan) ที่ผู้รับจ้างต้องนำเสนอในขั้นตอนเริ่มต้น

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: นิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
  • Standards Compliance: ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ. การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ
  • Experience: ต้องมีผลงานด้านการบริหารจัดการด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูล หรือด้านการจัดการข้อมูลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่แล้วเสร็จอย่างน้อย 1 สัญญา
  • Previous Project Cost: วงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 17,000,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • Technical Capabilities: สามารถจัดทำระบบทะเบียนทรัพย์สินข้อมูลและระบบประเมินตนเอง (Self-assessment) ได้
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไข
  • พิจารณาจากผลงานที่ยื่นประกอบ (ต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จและมีวงเงินตามที่กำหนด)
  • พิจารณาจากความสามารถในการนำเสนอแผนงานและแนวทางการดำเนินโครงการ
  • การประมูลด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบต้องสามารถเพิ่มเนื้อหา กฎหมาย ระเบียบ และเป้าหมายของ สพฐ. ได้
  • ระบบต้องสามารถสร้างและตอบแบบสอบถาม (Self-assessment) ได้
  • ระบบต้องสามารถสร้างทะเบียนทรัพย์สินข้อมูล (แสดงชื่อระบบ, ชุดข้อมูล, ปีงบประมาณ, งบประมาณ, ภารกิจที่เกี่ยวข้อง)
  • ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงรายการทะเบียนทรัพย์สินข้อมูลจากระบบเดิมของ สพฐ. ได้

เงื่อนไขสัญญา

  • ผู้เสนอราคาต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 8,000,000 บาท
  • กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิหรือทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ ต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
  • การยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าต้องมีผู้เข้าร่วมค้าหลักที่มีความรับผิดชอบในมูลค่าสัญญามากกว่ารายอื่น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: โครงการนี้ต้องทำกรณีการใช้งานข้อมูล (Use Cases) ทั้งหมดกี่กรณี? A: รวมทั้งหมด 7 กรณี (4 กรณีเดิม และ 3 กรณีใหม่)
  2. Q: ระบบทะเบียนทรัพย์สินข้อมูลต้องแสดงข้อมูลอะไรบ้าง? A: ชื่อระบบ, ชื่อชุดข้อมูล, ปีงบประมาณ, งบประมาณ และภารกิจสำคัญ
  3. Q: ผลงานที่ใช้ยื่นต้องเป็นผลงานประเภทใด? A: ผลงานด้านการบริหารจัดการยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูล หรือด้านการจัดการข้อมูลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
  4. Q: วงเงินขั้นต่ำของผลงานที่ต้องยื่นคือเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 17,000,000 บาท ต่อสัญญา
  5. Q: ระบบที่พัฒนาขึ้นต้องเชื่อมโยงกับระบบเดิมของ สพฐ. หรือไม่? A: ใช่ ต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลชุดข้อมูลจากระบบที่มีการใช้งานอยู่เดิมได้
  6. Q: ผู้เสนอราคาต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าใดหากไม่มีงบแสดงฐานะการเงิน? A: ไม่ต่ำกว่า 8,000,000 บาท
  7. Q: หากเป็นกิจการร่วมค้า ใครต้องเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ? A: ต้องเป็นไปตามข้อตกลงการร่วมค้า โดยผู้เข้าร่วมค้าหลักต้องมีสัดส่วนงานมากกว่ารายอื่น
  8. Q: โครงการนี้เน้นการนำเทคโนโลยีใดมาใช้? A: เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  9. Q: การประเมินตนเอง (Self-assessment) ในโครงการคืออะไร? A: เป็นฟีเจอร์ในระบบที่ใช้สร้างและตอบแบบสอบถามเพื่อทำความเข้าใจบริบทการใช้งานข้อมูลของหน่วยงาน
  10. Q: โครงการนี้มีเป้าหมายระยะยาวอย่างไร? A: เพื่อให้ สพฐ. มีธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐครบถ้วน 100% ตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
จ้างเหมาบริการเพื่อดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูลแบบอัจฉริยะ

  1. หลักการและเหตุผล
    ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ได้กําหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมุ่งผลสัมฤทธิ์ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบได้ โดยให้ความสําคัญกับการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูล การให้บริการสาธารณะ และการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง และเชื่อถือได้ สํานักงานคณะกรรมการ ได้ตระหนัก ถึงความสําคัญของข้อมูลในฐานะทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านผู้เรียน บุคลากร สถานศึกษา หลักสูตรการศึกษา การบริหารจัดการ และนวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มีความหลากหลาย ซับซ้อน และต้องอาศัยระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่มีมาตรฐาน มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดําเนิน “โครงการจ้างเหมาบริการเพื่อดําเนินการจัดทํายุทธศาสตร์ และกรอบธรรมาภิบาลข้อมูล” ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่สําคัญในการศึกษา วิเคราะห์ ทบทวน และกําหนด ยุทธศาสตร์ด้านข้อมูล (Data Strategy) รวมถึงการจัดทํากรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐให้สอดคล้อง กับพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ประกาศคณะกรรมการ พัฒนารัฐบาลดิจิทัล และมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ส่งผลให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีกรอบ แนวทาง และองค์ความรู้ด้านการกํากับดูแลข้อมูล
    การศึกษาขั้นพื้นฐานในฐานะหน่วยงานหลักด้านการจัดและส่งเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ
    ที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
    อย่างไรก็ตาม การดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เป็นการวางกรอบและกําหนดยุทธศาสตร์ ซึ่งจําเป็นต้องได้รับการต่อยอดเพื่อนํากรอบดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม และยั่งยืน โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลและการนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ ในการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ให้มีความแม่นยํา รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ประกอบกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 - 2570 ได้กําหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐจัดทําและดําเนินการด้านธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ให้ครบถ้วนร้อยละ 100 ภายในปี พ.ศ. 2570 รวมถึงนโยบายและจุดเน้นของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับคุณภาพ
    การบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน
    ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินงานด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานมีความต่อเนื่องจากผลการดําเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และสามารถยกระดับจากการกําหนด กรอบเชิงนโยบายไปสู่การนําไปใช้เชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐาน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต การจัดทํา “โครงการ จ้างเหมาบริการเพื่อดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูลแบบอัจฉริยะ” จึงมีความจําเป็น และสําคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องดําเนินการพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลให้ก้าวไปสู่ธรรมาภิบาลข้อมูลแบบอัจฉริยะ ที่สามารถเชื่อมโยง บูรณาการ วิเคราะห์ และใช้ข้อมูล อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานและระบบ การศึกษาของประเทศต่อไป

2
1
2)
7)
anat
3)
5)
9)
10)
12)
13)
17)
விடை
14) ธง
7.
18) *
15)
264.
19)
20)
22)
2
1)
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โดยดําเนินการตามแผนกรณีการใช้งานข้อมูล (Use Cases) ที่กําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ข้อมูล ของหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม
2.2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับปรุงชุดข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องกับมาตรฐานข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล
แบบอัจฉริยะ
2.3 เพื่อให้คําปรึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลกระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นไปตามนโยบาย แนวปฏิบัติและมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลข้อมูล แบบอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ
2.4 เพื่อจัดทําชุดข้อมูลหลัก (Master Data) ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาให้สามารถ เชื่อมโยง บูรณาการ และนําไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการและการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
และบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการ อันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคา ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้เสนอราคาที่เสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
3.10.1 การกําหนดสัดส่วนการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
3.10.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดี่ยวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
H
2)
7)
ahat
3)
6)
8)
11)
12)
13)
16)
17)
18)
21)
22)
தன்
5)
9)
14)_Fรพงศ์
19)
10)
15)
288
(mm)
20)
3
3.10.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
3.10.3.1 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า
3.10.3.2 การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ 3.10.3.1 ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
3.12.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันที่ยื่น ข้อเสนองบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนหลังไปอีก 1 ปี ได้
3.12.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 8,000,000 บาท
(แปดล้านบาทถ้วน)
3.12.3 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
3.12.3.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ผู้ยื่นข้อเสนอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่
ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
3.12.3.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต
2)
7)
Mat
1)
3)
5)
6)
8)
92
10)
0
11)
12)
13)
14)
15)
2223
16)
17)
18)
19)
20)
21)
22)
Tuyor
4
ในแต่ละครั้งและหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
3.12.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีที่ได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
3.12.5 กรณีตาม (3.12.1) - (3.12.4) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
3.12.5.1 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
3.12.5.2 นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นผลงานที่เกี่ยวข้องการบริหารจัดการด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลข้อมูล
หรือด้านการจัดการข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ อย่างน้อย 1 สัญญา และมีวงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 17,000,000 บาท (สิบเจ็ดล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเชื่อถือ โดยให้ยื่นหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญาขณะ
เข้าเสนอราคา
4. ขอบเขตการดําเนินงาน
เพื่อให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสามารถดําเนินการตามยุทธศาสตร์และบริหารจัดการ
ข้อมูลตามกรอบธรรมาภิบาล ได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์
ข้อมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการให้ครอบคลุมงาน
โดยมีรายละเอียดของขอบเขตการดําเนินงาน ดังนี้
4.1 จัดทําแผนการดําเนินโครงการ (Project Plan) โดยประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
4.1.1 รายละเอียดขั้นตอนการดําเนินงาน
4.1.2 ระยะเวลาที่คาดหมายในแต่ละกิจกรรม 4.1.3 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
4.2 จัดประชุมเปิดตัวโครงการ (Kick-off Meeting) พร้อมนําเสนอแผนการดําเนินโครงการ (Project Plan) ให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ เพื่อทําความเข้าใจ การดําเนินงานให้แก่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ สถานที่ตามที่สํานักงานคณะกรรมการ
ณ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กําหนด
4.3 ดําเนินการตามกรณีการใช้งานข้อมูล (Use Cases) ตามแผนของยุทธศาสตร์ข้อมูลของสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จํานวนทั้งหมด 4 กรณีการใช้ข้อมูลที่มีการศึกษาไว้ และดําเนินการ
1)
A
2)
6)
7)
anat
3)
4)
9)
11)
12)
13)
Ca
16)
17)
ove
14)
18)
19)
21)
22) จา
5)

10)
7
ASTUN
15)
28
20)
LA
5
ประเมินความสําเร็จของยุทธศาสตร์ข้อมูลแบบอัจฉริยะ และให้คําปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทํายุทธศาสตร์ข้อมูล โดยมีขั้นตอนการดําเนินการ ดังนี้
4.3.1 ดําเนินการศึกษายุทธศาสตร์ข้อมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4.3.2 ศึกษาแผนการดําเนินการของทั้ง 4 กรณีการใช้งานข้อมูล ที่ได้มีการกําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ ข้อมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้มีการศึกษาไว้ต่อเนื่องจากการดําเนินงานในโครงการ
จ้างเหมาบริการเพื่อดําเนินการจัดทํายุทธศาสตร์และกรอบธรรมาภิบาลข้อมูล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
และให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเหมาะสมของระยะเวลาและกิจกรรมภายใต้แต่ละกรณีการใช้งานข้อมูล
เพื่อให้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับประโยชน์สูงสุดและผลลัพธ์ที่ชี้วัดได้ในการดําเนินการ
ทุกกรณีการใช้งานข้อมูล พร้อมจัดทํารายงานการให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนการดําเนินการตามกรณีการใช้งาน
ข้อมูล
4.3.3 ดําเนินการตามแผนการศึกษายุทธศาสตร์ข้อมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ปรับปรุง นําเสนอ และจัดทํารายงานการดําเนินการตามกรณีการใช้งานข้อมูลทั้ง 4 กรณีการใช้งานข้อมูล ที่ได้มีการกําหนดไว้ในโครงการจ้างเหมาบริการ เพื่อดําเนินการจัดทํายุทธศาสตร์และกรอบธรรมาภิบาลข้อมูล
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
4.3.4 จัดประชุมร่วมกับบุคลากร ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง กับการจัดทํายุทธศาสตร์ข้อมูล เพื่อปรับยุทธศาสตร์ข้อมูลให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการ หรือนโยบายอื่น ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกําหนดกรณีการใช้งานข้อมูลเพิ่มเติม จํานวนไม่น้อยกว่า 3 กรณีการใช้งานข้อมูล พร้อมจัดทํารายงานผลการประชุมเพื่อปรับยุทธศาสตร์ข้อมูลและกําหนดกรณีการใช้งานข้อมูล เพิ่มเติม
4.3.5 ส่งเสริมการจัดทํายุทธศาสตร์ข้อมูล (Data Strategy) โดยที่จะต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
4.3.5.1 สามารถจัดทําการเข้าใจบริบท (Contextualization)

  1. สามารถเพิ่มเนื้อหาสําคัญของ กฎหมาย ระเบียบ และเป้าหมายของสํานักงาน
    คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้
  2. สามารถสร้างและตอบแบบสอบถามในการทําความเข้าใจบริบทของสํานักงาน
    คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านการใช้งานข้อมูล ในลักษณะของ
    Self - assessment ได้
  3. สามารถสร้างทะเบียนทรัพย์สินข้อมูลได้ โดยสามารถแสดงให้เห็นถึง ชื่อระบบ ชื่อชุดข้อมูล ปีงบประมาณที่ดําเนินการ งบประมาณที่ดําเนินงาน (ระบบ ที่พัฒนาเองไม่ต้องระบุงบประมาณ) และภารกิจสําคัญที่ชุดข้อมูลนั้น ๆ
    มีความสําคัญต่อการดําเนินการ
  4. สามารถเชื่อมโยงรายการทะเบียนทรัพย์สินข้อมูลจากระบบที่มีการใช้อยู่
    ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจะต้องเชื่อมโยงข้อมูล
    ได้อย่างน้อย ดังนี้ 4.1) ชื่อชุดข้อมูล

anat
3)
6)
11)
7)
-8)
12)
ہے
9)
13)
14)
16)
17)
21)
J.
18) P
19)
22)
5)
10)
15)
Com
mm
20)