ประกวดราคาจ้างก่อสร้างถนนลาดผิว asphaltic concrete จำนวน 1 รายการ ของงานปรับปรุงอาคารบังคับน้ำบริเวณหัวงานฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม
โครงการนี้เป็นการจ้างเหมาก่อสร้างถนนผิวจราจร Asphaltic Concrete เพื่อสนับสนุนงานปรับปรุงอาคารบังคับน้ำบริเวณหัวงานฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ต.บ้านปรก อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม โดยมีงบประมาณโครงการรวม 49,000,000 บาท
ความเป็นมาของโครงการเกิดจากปัญหาการระบายน้ำบริเวณ ปตร.-ปตน. ปลายคลองแม่กลอง (กม. 6+500) ที่ไม่เพียงพอ ประกอบกับปัญหาลำคลองตื้นเขินจากการตกตะกอนดิน ส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสียและกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยกระดับความปลอดภัยต่อทรัพย์สินของประชาชน
ขอบเขตงานครอบคลุมการก่อสร้างถนนตามแบบรูปและรายการละเอียดที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน โดยมีการกำหนดมาตรฐานฝีมือช่างและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายการส่งเสริมการใช้พัสดุภายในประเทศ (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60) และต้องจัดทำแผนการทำงานเพื่อประเมินผลการดำเนินงานตามสัญญา หากผลงานไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด กรมชลประทานมีสิทธิพิจารณาบอกเลิกสัญญาได้ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
English summary
This project involves the construction of an Asphaltic Concrete road to support the improvement of water control structures at the headworks of the 1st Water Delivery and Maintenance Division in Samut Songkhram Province. With a budget of 49,000,000 THB, the project aims to enhance drainage efficiency and mitigate flooding in the Mae Klong Canal area. The construction period is limited to 60 days. Bidders must be registered with the Comptroller General’s Department in the road construction category.
บริเวณหัวงานฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณ ปตร.-ปตน. ปลายคลองแม่กลอง
- เพื่อความปลอดภัยต่อทรัพย์สินของประชาชน
ขอบเขตของงาน
- ก่อสร้างถนนผิวจราจร Asphaltic Concrete
- ปฏิบัติงานตามแบบรูป รายการละเอียด และข้อกำหนดด้านวิศวกรรม
- จัดทำแผนการทำงานและแผนความปลอดภัยในการทำงาน
- ดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมการใช้พัสดุภายในประเทศ (ไม่น้อยกว่า 60%)
- จัดหาบุคลากรและช่างผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างตามที่กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวจราจร Asphaltic Concrete ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จตามแบบรูปและรายการละเอียด
- แผนการทำงานและแผนความปลอดภัยในการทำงาน
- รายงานผลการดำเนินงานตามแผนความปลอดภัย (อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง)
- งานปรับปรุงอาคารบังคับน้ำที่สมบูรณ์พร้อมใช้งาน
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มทำงาน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้าง
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรี
- Experience: ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา “งานก่อสร้างทาง” ไว้กับกรมบัญชีกลาง
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีนโยบายป้องกันการทุจริต (กรณีงบประมาณ 500 ล้านบาทขึ้นไป - ไม่เข้าข่ายโครงการนี้)
- Personnel: ต้องมีช่างผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง (ปวส. สำรวจ, ปวส. ก่อสร้าง) ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวม (Total Price)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานก่อสร้างถนนผิว Asphaltic Concrete
- ปฏิบัติตามแบบรูปแสดงรายการละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
- ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
- ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง หรือตามงวดงาน (กรณีราคาเหมารวม)
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ต่อวันของราคางานจ้าง (กรณีงานสาธารณูปโภคกระทบการจราจร ร้อยละ 0.25)
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
- เงินประกันผลงาน: หักร้อยละ 10 ของเงินที่จ่ายในแต่ละงวด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้ต้องใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ใช้ทั้งหมด
- ถาม: หากงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ จะมีผลอย่างไร? ตอบ: กรมชลประทานอาจพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามเงื่อนไขที่ระบุในข้อ 16.2
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีช่างสาขาใดบ้าง? ตอบ: ต้องมีช่างระดับ ปวส. สาขาสำรวจ และ ปวส. สาขาก่อสร้าง อย่างน้อยสาขาละ 1 คน
- ถาม: การหักเงินประกันผลงานหักเท่าใด? ตอบ: หักร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด
- ถาม: สามารถขอรับเงินล่วงหน้าได้หรือไม่? ตอบ: ได้ ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด โดยต้องวางหลักประกัน
- ถาม: การปรับราคาค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ใช้หลักเกณฑ์ใด? ตอบ: ใช้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532
- ถาม: ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องนานเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่ได้รับมอบงาน
- ถาม: หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมต้องติดต่อใคร? ตอบ: ติดต่อผ่านอีเมล [email protected]
- ถาม: ต้องจัดทำแผนความปลอดภัยในการทำงานเมื่อใด? ตอบ: ต้องจัดทำและยื่นต่อผู้ว่าจ้างภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มสัญญา
- ถาม: การจ่ายเงินกรณีปริมาณงานเกินกว่าที่กำหนดในสัญญาเป็นอย่างไร? ตอบ: มีการกำหนดอัตราจ่ายลดหลั่นตามปริมาณงานที่เกิน (ร้อยละ 125-150 และเกินร้อยละ 150)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์
1.1 แบบรูปและรายการละเอียด และขอบเขต ของงาน
- 2 -
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ
จ้างก่อสร้างถนนลาดผิว Asphaltic Concrete ของงานปรับปรุงอาคารบังคับน้ำบริเวณหัวงานฝ่ายส่งน้ำ และบำรุงรักษาที่ 1 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 1 รายการ ๑.๒ ความเป็นมา
ปัจจุบันบริเวณปตร.-ปตน. ปลายคลองแม่กลอง กิโลเมตร 6+500 ไม่สามารถระบายน้ำได้เพียงพอ อีก ทั้งบริเวณลำน้ำเดิมของคลองแม่กลอง มีการตื้นเขินจากการตกตะกอนดิน ทำให้เกิดการเน่าเสียของน้ำในลำคลอง ทำให้ราษฎรที่อยู่บริเวณริมคลองและใกล้เคียงได้รับความเดือนร้อน
๑.๓ วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ จึงเห็นสมควรดำเนินการก่อสร้างงานปรับปรุงอาคารบังคับน้ำ บริเวณหัวงานฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อ ความปลอดภัยต่อทรัพย์สินของประชาชน และเป็นการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร 49,000,000 บาท (สี่สิบเก้าล้านบาทถ้วน)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
2.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
2.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
2.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
2.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
2.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่า 2.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่
โครงการชลประทานสมุทรสงคราม1ก ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
2.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
2.10 เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา งานก่อสร้างทาง ไว้กับกรมบัญชีกลาง (กรณี คณะกรรมการราคากลางได้ประกาศกำหนดให้งานก่อสร้างสาขานั้นต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการไว้กับ กรมบัญชีกลาง)
2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้างในวงเงินไม่ น้อยกว่า - บาท ( - ) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรมชลประทาน1ก เชื่อถือ2
2.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ - 3 -
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วม ค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้ (เลือกใช้ในกรณีกำหนดชั้น)
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า 2.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
2.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(ข้อนี้ไม่นำมาใช้กรณีกำหนดคุณสมบัติเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง)
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมี มูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการ ตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจด ทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า - ล้านบาท - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้ง นั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีก ครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่น ข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
- กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
(5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
- 4 -
2.15 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง (กำหนดกรณี วงเงินงบประมาณตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป)
2.16 สิทธิในการรับงานของผู้ประกอบการงานก่อสร้าง สาขางานก่อสร้างชลประทาน ของกรมชลประทาน (กำหนดกรณีกำหนดคุณสมบัติเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้าง สาขางานก่อสร้างชลประทาน ที่มีวงเงินงบประมาณเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป)
จำนวนโครงการที่ผู้ประกอบการงานก่อสร้างสามารถรับงานก่อสร้างสาขาชลประทาน ของกรม ชลประทานได้ ดังนี้
(1) ชั้นพิเศษ ให้รับงานสำหรับชั้นพิเศษ จำนวนโครงการไม่เกิน 2 โครงการ และชั้นที่ต่ำกว่าจำนวน โครงการไม่เกิน 4 โครงการ
(2) ชั้นที่ 1 ให้รับงานสำหรับชั้น 1 จำนวนโครงการไม่เกิน 3 โครงการ และชั้นที่ต่ำกว่า จำนวนโครงการไม่เกิน 2 โครงการ
(3) ชั้นที่ 2 ให้รับงานสำหรับชั้น 2 จำนวนโครงการไม่เกิน 3 โครงการ และชั้นที่ต่ำกว่า จำนวนโครงการไม่เกิน 2 โครงการ
(4) ชั้นที่ 3 ให้รับงานสำหรับชั้น 3 จำนวนโครงการไม่เกิน 4 โครงการ และชั้นที่ต่ำกว่า ไม่จำกัดจำนวน
จำนวนโครงการก่อสร้างไม่เกิน หมายถึง จำนวนสัญญางานก่อสร้างชลประทานทั้งหมด ที่ผู้ประกอบการดำเนินการอยู่ในขณะนั้น และเป็นสัญญาที่มีผลงานน้อยกว่าร้อยละ 50 เทียบกับ งานทั้งสัญญา กรณีไม่มีปัญหาอุปสรรคอันเกิดจากผู้ว่าจ้าง (โดยพิจารณาจากผลงานรวม ณ สิ้นเดือน ก่อนที่จะมีการ ประกาศสิทธิในการรับงานของกรมชลประทานในแต่ละครั้ง) รวมถึงโครงการที่ผู้ประกอบการได้รับการคัดเลือกให้ เข้าทำสัญญา เนื่องจากได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคา หรือได้รับสิทธิกรณีผู้ชนะการเสนอราคาไม่ สามารถลงนามสัญญาได้ ทั้งนี้ ไม่นับรวมสัญญาจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถ ตรวจสอบสิทธิในการรับงานก่อสร้างสาขางานก่อสร้างชลประทานผ่านทางเว็บไซต์การจัดซื้อจัดจ้างของ กรมชลประทาน http://procurement.rid.go.th
๓. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
3.1 แบบรูปแสดงรายการละเอียด
3.2 เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง
3.3 เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
3.4 รายละเอียดด้านวิศวกรรม
3.5 ข้อกำหนดอื่น
(1) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
(2) แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธิบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน
๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มทำงาน 5. งวดงานและการจ่ายเงิน
5.1 (สำหรับการจ้างที่เป็นราคาต่อหน่วย)
กรมจะจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ทำสำเร็จจริงตามราคาต่อหน่วยที่กำหนดไว้ในใบ แจ้งปริมาณงานและราคา นอกจากในกรณีต่อไปนี้ - 5 -
(1) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 125 (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกิน ร้อยละ 150 (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ ในอัตรา ร้อยละ 90 (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
(2) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 150 (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงาน ที่ กำหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ 83 (แปดสิบสาม) ของราคาต่อหน่วย ตามสัญญา
(3) เมื่อปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ 75 (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่กำหนดไว้ ใน สัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็นค่า overhead และ mobilization สำหรับงานรายการนั้นในอัตราร้อยละ 17 (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่างปริมาณงาน ทั้งหมดของงานรายการนั้นตามสัญญาโดยประมาณ กับปริมาณงานที่ทำเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อหน่วยตามสัญญา
ทั้งนี้ การจ่ายเงินเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในงวด สุดท้ายของการจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
(4) กรมจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นตาม (1) และ (2) ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน หรือก่อน งวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ตามที่กรมจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่กรมพิจารณาเห็นว่าปริมาณงานที่ ทำเสร็จจริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั้งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้มีผลกระทบต่อการจ่ายเงินค่า งานที่แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั้งนี้กรมอาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินค่างานงวดนั้นๆ และการพิจารณาว่างานใดอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็นดุลพินิจโดยเด็ดขาดของกรม
กรมจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง เมื่อกรมหรือเจ้าหน้าที่ของ กรมได้ทำการตรวจสอบผลงานที่ทำเสร็จแล้ว และปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อกำหนดแห่งสัญญาทุกประการ กรมจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั้นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง
การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการ
5.2 (สำหรับสัญญาที่เป็นราคาเหมารวม)
กรมจะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดย ถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกำหนดการจ่ายเงินเป็นจำนวน 1 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 100 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้ แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ รวมทั้งทำสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมชลประทานจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวม - อัตราค่าปรับ
7.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรม จะ กำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น 7.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างก่อสร้าง นอกเหนือจากข้อ 7.1 จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวัน เป็น จำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง (กรณีงานจ้างก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบ ต่อการจราจร จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น)
- 6 -
- การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ขายจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กรม ได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 15 วัน นับถัด จากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง - การจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้างทั้งหมด แต่ทั้งนี้ จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือ ค้ำประกัน อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด ให้แก่กรมชลประทาน ก่อนรับเงิน ล่วงหน้านั้น
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้รับจ้างครั้งเดียวเต็มจำนวนตามสัญญาข้อ 5 เมื่อผู้รับจ้างร้องขอ และต้องร้องขอครั้งเดียวเต็มจำนวนเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้องร้องขอเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบงานงวดแรก กรณีผู้รับจ้างได้วางหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้หลายฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีมูลค่าเท่ากับจำนวน เงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ว่าจ้างจะต้องหักไว้ในแต่ละงวด หากผู้ว่าจ้างได้หักเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดใดแล้ว ผู้รับจ้างมี สิทธิ ขอคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าในงวดนั้นได้ - การหักเงินประกันผลงาน (ถ้ามี)
ในการจ่ายเงินแต่ละงวด กรมชลประทาน จะหักเงินจำนวนร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องจ่ายในงวดนั้นเพื่อเป็น ประกันผลงาน ในกรณีที่เงินประกันผลงานจะต้องถูกหักไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของค่าจ้างทั้งหมด ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะ ขอเงินประกันผลงานคืน โดยผู้รับจ้างจะต้องนำหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หรือหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ ของธนาคารในประเทศ มาวางไว้ต่อกรมชลประทาน เพื่อเป็นหลักประกันแทน
กรมชลประทานจะคืนเงินประกันผลงาน และ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้าง พร้อมกับการจ่ายเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย - การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคา จะนำมาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลง หรือ เพิ่มขึ้น โดยวิธีการตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสำนัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532 และหนังสือสำนักงบประมาณ ที่ นร 0731.1/ว 104 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับวันเปิดซอง ที่ใช้ใน การคำนวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่กรมได้ขยาย ออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารการจ้างก่อสร้าง - มาตรฐานฝีมือช่าง
เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้างนี้แล้ว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง ตกลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้ ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างจาก สถาบันของทางราชการ หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท. หรือ เทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง
แต่จะต้องมีจำนวนช่างอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี้
12.1 ปวส. สำรวจ
12.2 ปวส.ก่อสร้าง
……………………. ฯลฯ …………………….
- 7 -
- การส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้อง ใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และดำเนินการตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ให้ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้าง ทั้งหมดตามสัญญา
(2) หากการใช้เหล็กตามข้อ (1) ยังไม่ครบร้อยละของมูลค่าที่กำหนดให้ใช้พัสดุส่งเสริมการผลิต ภายในประเทศ (ร้อยละ 60) ให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศประเภทอื่นให้ครบตามร้อยละของมูลค่าที่ กำหนดได้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ และแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ เสนอผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามแบบเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน 60 วัน - หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน
การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทำได้ เฉพาะกรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่โครงการชลประทานสมุทรสงครามกำหนด ตามคำสั่งกรมบังคับใช้ใน ขณะนั้น (ปัจจุบันคำสั่งกรมที่ 98/2562 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562) ดังนี้
(1) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย
(2) ผู้รับโอนตามข้อ (1) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า - แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน
การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกำหนด (บันทึกกองการเงินและบัญชีที่ กงบ.1430/2558 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558) - การจัดทำแผนการทำงาน การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา 16.1 คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย จัดทำแผนการทำงานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญา ที่มีวงเงินไม่ เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา 16.2 การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงาน และการบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจาก หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
16.2.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงาน สะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 16.2.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว ปรากฏกรณี ดังต่อไปนี้
(1) คู่สัญญามีผลงานประจำเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจำเดือน และ (2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็น ความผิดของคู่สัญญา
16.2.3 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามีผลงานไม่ ถึงร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา
16.2.4 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา ผลงานสะสมน้อยกว่าร้อยละ 85 ของวงเงินค่าพัสดุ หรือค่าจ้าง
- 8 -
16.2.5 เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา หากสัญญาหรือข้อตกลงมีจำนวนค่าปรับจะเกิน ร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง กรมจะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
หากปรากฏว่า เข้าเงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 16.2.1 - 16.2.5 กรมชลประทานสามารถ ใช้ดุลพินิจ ในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
- ระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง
(ใช้กรณีงานตามข้อกำหนดมาตรฐานป้องกันและควบคุมอุบัติเหตุในการก่อสร้าง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 20 มิถุนายน 2543)
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในโครงการ ทั้งของผู้ว่าจ้างและ ผู้รับจ้าง จึงกำหนดให้ผู้รับจ้างดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยในการทำงานอย่างละเอียดและชัดเจนให้สอดคล้องกับ ระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง แล้วยื่นต่อผู้ว่าจ้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการ ดำเนินการก่อสร้างภายใน 30 วัน (สามสิบ) นับตั้งแต่วันเริ่มทำสัญญาว่าจ้างผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงาน ดังกล่าวอย่างเคร่งครัดให้สอดคล้องกับสัญญาว่าจ้าง พร้อมรายงานผลการดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานความ ปลอดภัยดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างทราบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
2.ผู้รับจ้างต้องเตรียมรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องมากำหนดกระบวนการของการวางแผนให้สอดคล้องและ ครอบคลุมหัวข้อหลักๆของระบบการจัดการความปลอดภัยฯ ที่กำหนดไว้ตามข้อ 1 หรือตามที่คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุเป็นผู้กำหนด
3.ผู้รับจ้างต้องศึกษากฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ รวมทั้งขั้นตอนและวิธีการก่อสร้างโครงการดังกล่าวอย่าง ละเอียด เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยฯ อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถปฏิบัติได้จริงยื่นต่อผู้ว่าจ้างตามที่ กำหนดไว้ในข้อ 1. - ผู้รับจ้างต้องจัดบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อกำหนดโครงสร้างและหน้าที่บทบาทของผู้เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยฯ ให้ชัดเจน 5. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือเงื่อนไขสัญญาจ้างที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด 6. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการ ทำงานอย่างเคร่งครัด
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบติดตามวิธีการทำงานและสภาพการทำงานในหน่วยงานก่อสร้างให้เกิดความ ปลอดภัยในการทำงานตามแผนปฏิบัติงานความปลอดภัยฯที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมปรับปรุงแก้ไข ให้เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
- ผู้รับจ้างต้องประเมินผลความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกิจกรรมที่วางแผนไว้ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข ในการบริหารการจัดการในงานก่อสร้างให้ดีขึ้น
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างทั้งหมด ให้คิดรวมอยู่ในค่าดำเนินการของงานก่อสร้างตามที่ระบุในใบแจ้งปริมาณงานและราคาของสัญญานี้
- ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน โปรดสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นมายังกรมชลประทาน ผ่านทางอีเมล์sukhawat_[email protected] หรือช่องทาง ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด
- 9 -
(ลงชื่อ)…………………………………………ประธานกรรมการ (นายเสฏฐชัย พรกุลประสิทธิ์)
(ลงชื่อ)…………………………………………กรรมการ
(นายอัมพร หมัดแสละ)
(ลงชื่อ)…………………………………………กรรมการ
(นายลภณพัฒน์ โรจนอัศวหิรัฐ)