จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างแรงงานช่วยปฏิบัติงานภายในส่วนซ่อมบำรุง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69079117346
฿6,060,919 ปีงบ 2569 ประกาศ 15 ก.ค. 2569 สมุทรปราการ
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจัดจ้างแรงงานเพื่อสนับสนุนภารกิจของส่วนซ่อมบำรุง ฝ่ายสนามบินและอาคาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซ่อมบำรุงยานพาหนะ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องจักรกล และงานเชื่อมโลหะภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดหาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจำนวน 8 คน ได้แก่ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ (3 คน), ช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ (1 คน), ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์ (2 คน), ช่างกลโรงงาน (1 คน) และช่างเชื่อมโลหะ (1 คน) โดยพนักงานทุกคนต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. และมีประสบการณ์การทำงานตามที่กำหนด

ขอบเขตงานครอบคลุมการปฏิบัติงานในวันทำการ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการพนักงาน การจัดหาเครื่องแบบที่ชัดเจน อุปกรณ์ป้องกันนิรภัย (PPE) และระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อบันทึกเวลาปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายประกันสังคม และระเบียบความปลอดภัยของ ทอท. อย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของพนักงาน การจ้างงานมีระยะเวลา 36 เดือน โดยมีการจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนตามงวดงานที่ตรวจรับจริง

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) invites bids for labor services to support the Maintenance Section, Airport and Building Department at Suvarnabhumi Airport. The project requires 8 skilled technicians: 3 engine mechanics, 1 electronics technician, 2 automotive air-conditioning technicians, 1 factory mechanic, and 1 welder. The contract duration is 36 months (April 1, 2027 – March 31, 2030). The contractor is responsible for providing qualified personnel (minimum Vocational Diploma/PVS), safety equipment (PPE), and a fingerprint-based time attendance system. The contractor must strictly adhere to labor laws, safety regulations, and security protocols of the airport.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดหาแรงงานช่วยปฏิบัติงานภายในส่วนซ่อมบำรุง ฝ่ายสนามบินและอาคาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • เพื่อสนับสนุนภารกิจการซ่อมบำรุงยานพาหนะ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องจักรกล และงานเชื่อมโลหะให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาพนักงานช่างกึ่งฝีมือจำนวน 8 คน ตามตำแหน่งที่กำหนด
  • ปฏิบัติงานซ่อมบำรุงและตรวจสภาพยานพาหนะทุกชนิดของ ทสภ.
  • ซ่อมบำรุงเครื่องใช้สำนักงานและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ซ่อมบำรุงระบบปรับอากาศรถยนต์และรถยนต์โดยสาร
  • ควบคุมเครื่องจักรกลโรงงาน (Milling, กลึง) เพื่อผลิตหรือดัดแปลงอะไหล่
  • งานเชื่อมโลหะทุกชนิด (เหล็ก, สแตนเลส, ทองเหลือง, อลูมิเนียม)
  • จัดทำแผนการทำงานและระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงานด้วยลายนิ้วมือ
  • จัดหาเครื่องแบบและอุปกรณ์ป้องกันนิรภัย (PPE) ให้พนักงาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานแผนการทำงาน
  • พนักงานช่างกึ่งฝีมือครบตามจำนวนและคุณสมบัติ
  • บันทึกเวลาการปฏิบัติงานรายเดือน
  • ประวัติและเอกสารรับรองคุณสมบัติพนักงาน
  • รายงานผลการปฏิบัติงานตามงวดงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลา 36 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 เวลา 08:00 น. ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2573 เวลา 17:00 น.

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: เพศชาย สัญชาติไทย อายุ 18-45 ปี พ้นภาระทางทหาร
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
  • Experience:
    • ช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์: ประสบการณ์ซ่อมเครื่องใช้สำนักงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์: ประสบการณ์ซ่อมระบบปรับอากาศรถยนต์/รถโดยสารไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • ช่างกลโรงงาน: ประสบการณ์ใช้เครื่องกลึง/Milling ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • ช่างเชื่อมโลหะ: ประสบการณ์เชื่อมโลหะไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • Technical Capabilities: มีความสามารถในการใช้เครื่องมือช่างและเครื่องจักรกลตามตำแหน่งงาน
  • Personnel: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. ทุกตำแหน่ง และต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากคุณสมบัติของพนักงานที่เสนอ
  • การผ่านการทดสอบฝีมือจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  • ความครบถ้วนของเอกสารและประวัติพนักงาน
  • ราคาที่เสนอตามเงื่อนไขที่ ทอท. กำหนด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • พนักงานต้องสวมเครื่องแบบที่มีตราสัญลักษณ์ผู้รับจ้างชัดเจน
  • ต้องสวมใส่อุปกรณ์ PPE ครบถ้วน (หน้ากาก, รองเท้านิรภัย, ปลั๊กอุดหู, แว่นตา, ถุงมือ, เสื้อสะท้อนแสง, หมวกนิรภัย)
  • ระบบบันทึกเวลาต้องใช้เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ
  • พนักงานต้องผ่านการทดสอบฝีมือจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายเงินเป็นรายเดือน รวม 36 งวด
  • ค่าปรับกรณีพนักงานมาไม่ครบ: ปรับ 5 เท่าของค่าจ้างรายวันต่อคน
  • ค่าปรับกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง: ขั้นต่ำ 50,000 บาทต่อครั้ง
  • ค่าปรับกรณีละทิ้งงาน/ก่อความวุ่นวาย: ร้อยละ 0.10 ของวงเงินสัญญาต่อวัน
  • ห้ามจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: พนักงานต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำเท่าใด? A: ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
  • Q: หากเครื่องสแกนลายนิ้วมือเสียต้องทำอย่างไร? A: ต้องทำรายงานและเอกสารบันทึกเวลาที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำบัตรผ่านเข้า-ออกหรือไม่? A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • Q: หากพนักงานทำทรัพย์สิน ทอท. เสียหายใครเป็นผู้รับผิดชอบ? A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด
  • Q: พนักงานต้องผ่านการทดสอบฝีมือหรือไม่? A: ต้องผ่านการทดสอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  • Q: สามารถเปลี่ยนตัวพนักงานระหว่างสัญญาได้หรือไม่? A: ได้ แต่ต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
  • Q: อุปกรณ์ PPE ใครเป็นผู้จัดหา? A: ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาให้พนักงาน
  • Q: หากพนักงานประพฤติตนไม่เหมาะสม ทอท. มีสิทธิอย่างไร? A: ทอท. สามารถสั่งห้ามเข้าปฏิบัติงานและให้ผู้รับจ้างจัดหาคนใหม่มาแทนทันที
  • Q: การจ่ายค่าจ้างเป็นอย่างไร? A: จ่ายเป็นรายเดือนตามงวดงานที่ตรวจรับเสร็จสิ้น
  • Q: พนักงานต้องมีใบขับขี่หรือไม่? A: ต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดรายละเอียดงานจัดจ้างของ บริษัทท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)

  1. วัตถุประสงค์
    สาขา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    งานจ้างแรงงานช่วยปฏิบัติงานภายในส่วนซ่อมบํารุง
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างแรงงานช่วยปฏิบัติงานภายในส่วนซ่อมบํารุง ฝ่ายสนามบินและอาคาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จํานวน 1 งาน
  2. ระยะเวลาจ้าง
    ระยะเวลาจ้าง 36 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 เวลา 08:00 น. และสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2573 เวลา 17:00 น. หรือนับตั้งแต่วันที่ ทอท. ระบุให้เริ่มงาน
  3. รายละเอียดและขอบเขตของงาน
    พนักงานของผู้รับจ้างทุกตําแหน่งต้องปฏิบัติงานตามภารกิจต่าง ๆ ของ ส่วนซ่อมบํารุง ฝ่าย
    สนามบินและอาคาร ดังนี้

    3.1 ช่างซ่อมเครื่องยนต์ ปฏิบัติงานช่วยเหลือซ่อมแซมและบํารุงรักษายานพาหนะทุกชนิด
    ของ ทสภ. ช่วยเหลือการตรวจสภาพยานพาหนะทุกชนิดในเขตลานจอดและภายใน ทสภ. หรือตามที่ได้รับ
    มอบหมาย
    3.2 ช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ ปฏิบัติงานช่วยเหลือซ่อมแซมและบํารุงรักษาเครื่องใช้สํานักงาน เช่นเครื่องโทรสาร, เครื่องคิดเลข, เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ภายใน ทสภ. หรือตามที่ได้รับมอบหมาย
    3.3 ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ปฏิบัติงานช่วยเหลือซ่อมแซมและบํารุงรักษาระบบ ปรับอากาศของยานพาหนะทุกชนิดภายใน ทสภ. หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

    3.4 ช่างกลโรงงาน ปฏิบัติงานช่วยเหลือควบคุมเครื่องจักรกลโรงงาน เช่น Milling, เครื่องกลึง เพื่อผลิตเป็นอะไหล่ หรือดัดแปลงชิ้นส่วนของเครื่องจักรต่าง ๆ หรือตามที่ได้รับมอบหมาย
    3.5 ช่างเชื่อมโลหะ ปฏิบัติงานช่วยเหลือเชื่อมโลหะทุกชนิด เช่น งานเชื่อมเหล็ก, สแตนเลส, ทองเหลือง, และอลูมิเนียม หรือตามที่ได้รับมอบหมาย
  4. คุณสมบัติของพนักงานของผู้รับจ้าง
    4.1 อายุไม่ต่ํากว่า 18 ปี และไม่เกิน 45 ปีบริบูรณ์ในวันยื่นเสนอราคา เพศชาย มีสัญชาติไทย และต้องพ้นภาระรับราชการทหารตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร หรือสําเร็จการศึกษาวิชาทหารจากหน่วย บัญชาการรักษาดินแดน ชั้นปีที่ 3
    4.2 วุฒิการศึกษา ไม่ต่ํากว่า ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
    Chey
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    2
    4.3 เป็นช่างกึ่งฝีมือ เพื่อช่วยปฏิบัติงานต่าง ๆ ดังนี้
    4.3.1 ช่างซ่อมเครื่องยนต์ จํานวน 3 คน
    4.3.2 ช่างซ่อมอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 1 คน มีประสบการณ์ในการซ่อมบํารุงเครื่องใช้
    สํานักงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
    4.3.3 ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์ จํานวน 2 คน มีประสบการณ์ในการซ่อมบํารุง
    ระบบปรับอากาศของรถยนต์, รถยนต์โดยสารไม่น้อยกว่า 3 ปี
    4.3.4 ช่างกลโรงงาน จํานวน 1 คน มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องกลึง เครื่องMilling
    หรือเครื่องจักรกลโรงงานอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    4.3.5 ช่างเชื่อมโลหะ จํานวน 1 คน มีประสบการณ์ในการเชื่อมโลหะ เช่น งานเชื่อม
    เหล็ก สแตนเลส ทองเหลืองและอลูมิเนียม ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    4.4 มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล
  5. หน้าที่และเงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
    5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานส่งให้ ทอท. ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญาจัดพนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติให้ครบถ้วน ตามข้อ 4 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ทุกวันทําการ ยกเว้นวันเสาร์, วันอาทิตย์,วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือตามแต่ผู้ว่าจ้างจะร้องขอ
    5.2 จัดพนักงานที่เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่ สมประกอบ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคที่สังคมรังเกียจ ไม่ติดยาเสพติดให้โทษหรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และไม่ทุพพลภาพ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ และวันที่ตรวจ ร่างกายตามใบรับรองแพทย์ดังกล่าวจะต้องไม่เกินกว่า 3 เดือน ก่อนวันที่เริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา
    5.3 ต้องผ่านการทดสอบฝีมือจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือบุคคลอื่นที่คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุมอบหมายถ้าไม่ผ่านการทดสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานรายอื่นมาทดสอบฝีมือให้ใหม่
    5.4 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายละเอียด ประวัติคุณสมบัติของพนักงานให้เป็นไปตามข้อ 4 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจก่อนเข้าดําเนินงาน กรณีหากมีการจัดหาพนักงานทดแทนหรือเปลี่ยนตัว พนักงาน ต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
    5.5 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งรายละเอียดรูปแบบการแต่งกายของพนักงานให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุตรวจก่อนเข้าดําเนินงาน และพนักงานของผู้รับจ้างต้องแต่งกายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเสื้อที่
    สวมใส่ต้องมีตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ของผู้รับจ้างที่มองเห็นชัดเจน เป็นเสื้อสีเดียวกันทุกคนและต้องแตกต่าง จากเครื่องแบบพนักงานของ ทอท. โดยเสนอให้ทอท. ภายใน 15 วัน ก่อนวันเริ่มปฏิบัติงาน และผู้รับจ้างต้อง จัดหาให้พนักงานของผู้รับจ้างสวมเครื่องแบบตลอดเวลาขณะปฏิบัติงาน
    5.6 พนักงานทุกคนของผู้รับจ้างจะต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันนิรภัยส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ หน้ากากกรองอากาศ,รองเท้านิรภัย (Safety Shoes), ปลั๊กอุดหู (Ear Plug), แว่นตานิรภัย, ถุงมือ, เสื้อสะท้อน แสง, หมวกนิรภัย, และอื่นๆ ตามลักษณะและประเภทของงาน
    5.7 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องสําหรับตรวจสอบในการเก็บบันทึกเวลาเข้า-ออก ของพนักงาน โดยใช้เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ ติดตั้ง ณ ที่ทําการของผู้ว่าจ้าง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

    ски
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    3
    5.8 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแบบฟอร์มบันทึกการลงเวลาทํางานของพนักงานของผู้รับจ้างจาก และส่งมอบให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างใช้ตรวจสอบจํานวน
    เครื่องบันทึกเวลาเข้า-ออก
    พนักงานได้ตลอดเวลา และให้ถือว่าเป็นหลักฐานประกอบการจ่ายเงินค่าจ้าง
    5.9 ในกรณีเครื่องสแกนลายนิ้วมือขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายงาน และเอกสารการบันทึก การลงเวลาปฏิบัติงานเข้า-ออก ในวันดังกล่าว โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานของ ทอท. และ ได้รับการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    5.10 เมื่อหมดสัญญาจ้าง เครื่องสแกนลายนิ้วมือเป็นของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องถอดเครื่อง สแกนลายนิ้วมือออกให้เรียบร้อยภายใน 3 วัน และถ้าหากขณะถอดเครื่องสแกนลายนิ้วมือออกเกิดความ เสียหายใด ๆ ต่อทรัพย์สินของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องยินยอมรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าวทุกกรณี
    5.11 ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติ รูปถ่ายและประวัติอาชญากร จากกองทะเบียนประวัติอาชญา กร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ของพนักงานของผู้รับจ้างทุกคนให้ผู้ว่าจ้างภายใน 60 วัน นับจากวันเริ่มสัญญา
    โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทั้งหมด
    5.12 ผู้รับจ้างต้องมีหนังสือขอทําบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลให้แก่พนักงานของ ผู้รับจ้างใช้เข้า-ออก หรืออยู่ในพื้นที่หวงห้าม ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอและการใช้บัตร อนุญาตในการผ่านเข้าออกพื้นที่เพื่อการรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยผ่านกรรมการ ตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง พร้อมทั้งให้พนักงานของผู้รับจ้างบันทึกประวัติลงในแบบฟอร์มที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายตามข้อบังคับที่ผู้ว่าจ้างกําหนด และห้ามผู้รับจ้างเรียกเงินค่าใช้จ่ายในการทําบัตร รักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลจากพนักงานของผู้รับจ้าง หากผู้ว่าจ้างตรวจพบอาจถือเป็นเหตุในการบอก
    เลิกสัญญาจ้างได้
    กรณีพนักงานของผู้รับจ้างลาออก หรือถูกไล่ออก หรือเปลี่ยนตัวพนักงาน ผู้รับจ้างต้อง ส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลของผู้ว่าจ้างภายใน 7 วัน โดยมีหนังสือผ่านประธานกรรมการ ตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามนี้ ผู้รับจ้างต้องถูกปรับตามที่ ทอท. กําหนด
    5.13 ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องควบคุมกํากับดูแลพนักงานของผู้รับจ้างใช้บัตร รักษาความปลอดภัยบุคคลตามคําเตือนที่ระบุไว้บนหลังบัตร และทุกครั้งที่พนักงานของผู้รับจ้างเลิกปฏิบัติงาน
    ในแต่ละวันต้องส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยบุคคลให้กับผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างเก็บรักษาไว้ในทันที
    5.14 กรณีพนักงานของผู้รับจ้างไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หวงห้ามของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้อง
    ทําบัตรให้พนักงานติดแสดงตนขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใน
    การดําเนินการทั้งหมด
    5.15 ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งของผู้ว่าจ้างโดยเคร่งครัด และก่อนส่ง พนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงาน ต้องทําการอบรมชี้แจงให้พนักงานทราบถึง คําสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับของผู้ ว่าจ้าง ตลอดจนวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ จนเข้าใจ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี
    5.16 พนักงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานอยู่เฉพาะในพื้นที่ที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้เท่านั้น 5.17 พนักงานของผู้รับจ้างต้องเชื่อฟังคําแนะนําของเจ้าหน้าที่ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง และ ยินยอมปฏิบัติตามทุกประการ
    5.18 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างพบกระเป๋า หีบห่อ หรือสิ่งของซึ่งถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ รับผิดชอบเป็นเวลานาน โดยไม่ทราบผู้เป็นเจ้าของ ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายหรือนําไปเป็นสมบัติส่วนตน โดยเด็ดขาด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมงานหรือพนักงานของผู้ว่าจ้างที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อตรวจสอบตามมาตรการ
    การรักษาความปลอดภัยของ ทสภ.
    chey
    کیلئے
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    4
    5.19 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับ ผู้รับจ้างในส่วนที่ผู้รับจ้างเกี่ยวข้อง (ภาคผนวก ก.)
  6. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    6.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง และปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างให้ถูกต้องตาม กฎหมายแรงงานทั้งที่บัญญัติไว้ในปัจจุบัน หรือที่จะใช้บังคับในโอกาสต่อไป รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่กําหนดไว้ หรือที่จะใช้บังคับในโอกาสต่อไปที่รัฐพึงมีให้แก่ลูกจ้าง
    6.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เองทั้งหมด

    6.3 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการ ทํางานอย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาที่มีการปฏิบัติงาน
    6.4 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน วัสดุอุปกรณ์ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับผู้ว่าจ้าง หรือผู้ใช้บริการ ของผู้ว่าจ้างทั้งหมด เว้นแต่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย
    6.5 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทําละเมิดต่อผู้ว่าจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง หรือ ผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้าง อันเกี่ยวกับงานจ้างนี้ ไม่ว่าจะกระทําเองหรือร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างต้องยินยอม
    รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันที
    6.6 ในกรณีที่ผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้างกระทํา หรืองดเว้นการกระทําใด ๆ อันเป็นการฝ่า ฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดี และผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามสัญญาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง หรือกรณีที่ผู้ รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลายผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและผู้ว่าจ้างมี
    สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้
    เมื่อผู้รับจ้างได้รับทราบการบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอัน
    ระงับสิ้นสุดลงโดยทันที
    6.7 ในระหว่างการไปปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ AIRSIDE ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินไม่ว่ากรณีใด ๆ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย
    ให้แก่ผู้ว่าจ้าง
    6.8 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจ หรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีอาการมึน เมาขณะปฏิบัติงาน อันเนื่องมาจากได้ดื่มสุราก่อนหรือขณะปฏิบัติงาน หลบเลี่ยง หรือละทิ้งงาน ขัดคําสั่ง หรือ ฝ่าฝืนระเบียบของผู้ว่าจ้าง แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้มาใช้บริการของผู้ว่าจ้าง หรือกระด้างกระเดื่องต่อ
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือกระทําการอื่นใดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนหรือผู้อื่น รับงานหรือรับจ้างผู้อื่น มีพฤติกรรมอันส่อไป ในทางทุจริต รวมทั้งประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ว่าจ้าง เมื่อผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้รับจ้างจะส่งพนักงานผู้นั้นเข้าปฏิบัติงานอีกไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทนให้ครบจํานวนที่กําหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ
    ทั้งสิ้นจากผู้ว่าจ้าง
    หากพนักงานผู้รับจ้างกระทําผิดตามวรรคแรก ผู้ควบคุมงานผู้ว่าจ้างมีสิทธิยึดบัตรรักษาความ ปลอดภัยบุคคลชนิดถาวรที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ออกให้ และพนักงานผู้นั้นนั้นต้องออกจากพื้นที่รับผิดชอบทันที
    کباد
    chey
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    5
    6.9 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของงานนี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงต่ออีกทอด หนึ่งโดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างอนุญาตให้ผู้รับจ้างดําเนินการจ้างช่วงได้ ผู้รับ จ้างยังคงต้องรับผิดชอบงานที่ให้ช่วงนั้นทุกประการ

    6.10 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุและความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากกการทํางานของผู้ รับจ้างเองทุกกรณี
    6.11 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องไม่กระทบกระเทือนหรือรบกวนต่อผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้าง
    และต้องควบคุมดูแลมิให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างเข้าไปในพื้นที่เขตหวงห้ามที่ผู้ว่าจ้างมิได้อนุญาตเป็นอันขาด
    6.12 พนักงานที่ผู้รับจ้างจัดเข้ามาปฏิบัติงานต้องเป็นผู้ที่มีความชํานาญงาน มีคุณสมบัติตามที่ กําหนดและผ่านการอบรมความรู้ในงานที่จะได้รับมอบหมาย ซึ่งผู้รับจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้กับพนักงานของผู้รับจ้างในอัตราไม่ต่ํากว่าที่เสนอราคาไว้กับ ทอท. และห้ามรับเงินกินเปล่าหรือเงินค่า นายหน้าในการรับพนักงานเข้ามาปฏิบัติงาน หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่กําหนดไว้ข้างต้น ผู้รับจ้างยินยอมให้ ผู้ว่าจ้างปรับในอัตราสามสิบ (30) เท่าของจํานวนค่าจ้างรายวันของพนักงานต่อ 1 ครั้ง ที่ตรวจพบ และผู้ว่าจ้าง อาจถือเป็นสาเหตุบอกเลิกสัญญาได้ด้วย
    6.13 ในกรณีผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่พนักงานของผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างมี สิทธิเอาเงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่พนักงานของผู้รับจ้างและให้ถือว่าผู้ว่าจ้างได้จ่ายเงิน
    จํานวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว และผู้ว่าจ้างอาจถือเป็นสาเหตุบอกเลิกสัญญาได้ด้วย
  7. ค่าปรับ
    7.1 ในกรณีที่มีพนักงานมาปฏิบัติงานไม่ครบตามจํานวนที่กําหนดไว้ในข้อ 5 ผู้รับจ้างยินยอมให้ ผู้ว่าจ้างลดค่าจ้างลงตามจํานวนค่าจ้างรายวันของพนักงานและปรับในอัตราคนละ 5 (ห้า) เท่าของจํานวน ค่าจ้างรายวันของพนักงานโดยคํานวณตามจํานวนพนักงานที่ขาดงานในแต่ละช่วงเวลา
    7.2 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อยหากพนักงาน ของผู้รับจ้างกระทําการอันเป็นเหตุให้ ทอท. เสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท. ปรับตามอัตราขั้นต่ํา ครั้งละ 50,000.- บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ต่อ 1 ครั้งที่ตรวจพบ หากมูลค่าความเสียหายสูงกว่าที่กําหนด ผู้รับ จ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริง และ ทอท. อาจถือเป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
    7.3 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามสัญญาด้วยความเรียบร้อย หากพนักงานของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย, นัดหยุดงาน หรือมีเหตุอื่นๆ ที่ทําให้พนักงานของผู้รับจ้างไม่เข้า ปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ทอท. ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.- (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
  8. การจ่ายเงินค่าจ้าง
    8.1 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นงวดๆ เป็นรายเดือน จํานวน 36 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ ดําเนินการในแต่ละงวดแล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
    8.2 อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้ต้องยืนตามราคาเดิมไปตลอดจนครบอายุสัญญา ผู้รับ จ้างจะอ้างเหตุใดๆ มาขอปรับราคาค่าจ้างเพิ่มไม่ได้ ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    کیا ہے
    (ผู้ออกข้อกําหนด)