จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าและเครื่องกล อาคารบุญชนะ อัตถากร อาคารสยามบรมราชกุมารี อาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์ อาคารนวมินทราธิราช ประจำปีงบประมาณ 2570

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 69079102157
฿9,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 6 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) มีความประสงค์จะจ้างเหมาบริการควบคุม ดูแล และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลประจำปีงบประมาณ 2570 สำหรับอาคารขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ อาคารบุญชนะ อัตถากร (รวมห้องพักชั้น 11-12 และอาคารนิด้าเฮ้าส์), อาคารสยามบรมราชกุมารี, อาคารนวมินทราธิราช และอาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์ (รวมอาคารเครื่องกล) เพื่อให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้อย่างปกติ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานภายในอาคาร

ขอบเขตงานครอบคลุมการควบคุมการทำงาน, การวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance), การซ่อมบำรุงแก้ไข (Corrective Maintenance) และการประสานงานกรณีฉุกเฉิน (Breakdown Maintenance) สำหรับระบบวิศวกรรมประกอบอาคารหลากหลายประเภท เช่น ระบบไฟฟ้าสำรองและไฟฟ้าหลัก, ระบบแจ้งเหตุอัคคีภัย, ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (CHILLER และ Split Type), ระบบป้องกันอัคคีภัย, ระบบบำบัดน้ำเสีย, ระบบสุขาภิบาล, ระบบกล้องวงจรปิด, ห้องน้ำและอุปกรณ์, การควบคุมความชื้น, ท่อน้ำดี-น้ำเสีย และระบบไฟฉุกเฉิน ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ได้แก่ หัวหน้าช่างเทคนิค, ช่างเทคนิคอาวุโส และช่างเทคนิค พร้อมวิศวกรประจำที่ได้รับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป และต้องจัดทีมสนับสนุนฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานประเภทเดียวกันในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 4.5 ล้านบาท ย้อนหลังไม่เกิน 7 ปี มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO 50001, ISO 45001 การพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ราคาเป็นหลัก โครงการมีวงเงินงบประมาณ 9,000,000 บาท และมีกำหนดส่งมอบรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นรายเดือน

English summary

The National Institute of Development Administration (NIDA) is seeking a contractor for the control and maintenance of electrical and mechanical systems for the fiscal year 2027. This project covers four main buildings: Boonchana Atthakorn Building, Siam Borommaratchakumari Building, Nawaminthirath Building, and Narathipphong Praphan Building. The scope includes preventive and corrective maintenance for electrical, mechanical, air conditioning, fire protection, wastewater treatment, sanitary, CCTV, and other building systems. Bidders must have a minimum of 4.5 million THB in similar project experience, hold ISO 9001, 14001, 50001, and 45001 certifications, and provide a team of qualified engineers and technicians for on-site operations. The project budget is 9,000,000 THB, and bids will be evaluated primarily on price.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดหาผู้รับจ้างควบคุมบริการดูแลการทํางานของระบบไฟฟ้าและเครื่องกล
  • เพื่อควบคุม ดูแล และบํารุงรักษาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลประจําอาคารต่างๆ ดังนี้
    • อาคารบุญชนะ อัตถากร (รวมห้องพักชั้น 11-12 และอาคารนิด้าเฮ้าส์)
    • อาคารสยามบรมราชกุมารี
    • อาคารนวมินทราธิราช
    • อาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์ (รวมอาคารเครื่องกล)

ขอบเขตของงาน

  • ควบคุมการทํางานและบํารุงรักษาอุปกรณ์เครื่องจักรกลและไฟฟ้าของระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
  • วางแผนงานซ่อมบํารุงรักษา จัดทําประวัติการใช้งาน สรุปรายงานผลการปฏิบัติงาน ปัญหา/อุปสรรค ประสานงาน และให้คําปรึกษาแนะนําทางด้านวิศวกรรม
  • จดบันทึกหน่วยการใช้ไฟฟ้าและน้ําประปาทั้งประจําวันและประจําเดือน
  • ตรวจสอบและวางแผนการซ่อมบํารุงในเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance, P.M.) เครื่องจักรกลและไฟฟ้าของระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
  • แก้ไข ปรับปรุง ตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งเสนอวิธีและประมาณค่าใช้จ่าย ระยะเวลาในการซ่อมบํารุง หรือระยะเวลาเพื่อการปรับปรุงแก้ไข
  • ปฏิบัติการซ่อมบํารุง (Corrective Maintenance) เครื่องจักรกลและไฟฟ้าของงานระบบต่างๆ ตามแผนที่กําหนดไว้
  • ซ่อมแซมตามสภาพความชํารุดเสียหายที่สามารถดําเนินการได้โดยบุคลากรและอุปกรณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ
  • รักษาความสะอาดของห้องเครื่อง เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ
  • เป็นผู้ประสานงานดูแลกรณีมีการแจ้งเหตุขัดข้องฉุกเฉิน (Breakdown maintenance) และอํานวยความสะดวกแทนสถาบันกับผู้รับจ้างรายอื่น
  • จัดหาวัสดุสิ้นเปลืองเบื้องต้น ได้แก่ เทปพันสายไฟ เทปพันเกลียว และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานซ่อมบํารุง
  • เสนอข้อแนะนําต่างๆ เพื่อคงระดับหรือยกระดับประสิทธิภาพของอุปกรณ์หลักทุกเดือน
  • จัดหาข้อมูลทางด้านเทคนิคและรายละเอียดต่างๆ กรณีสถาบันต้องการเพิ่มเติม/ปรับปรุงแก้ไขระบบและงานติดตั้งอุปกรณ์
  • ประสานกับหน่วยงาน หรือผู้รับจ้างรายอื่นๆ ที่เข้ามาปฏิบัติงานในอาคารและรายงานให้สถาบันทราบทุกครั้ง
  • ปฏิบัติงานอื่นๆ ที่อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญาตามคําวินิจฉัยของสถาบัน
  • ประสานงานการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟประจําปี โดยเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและจัดบุคลากรเข้าร่วม
  • รายงานการสึกหรอและอายุการใช้งานคงเหลือของเครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์ พร้อมประมาณการระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยนอะไหล่
  • ดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกันสําหรับอุปกรณ์เครื่องจักรกลและไฟฟ้าของระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ดังนี้
    • ระบบไฟฟ้าสํารอง: ทดสอบ, ตรวจสอบ, บํารุงรักษาเครื่องกําเนิดไฟฟ้าสํารอง, ตู้ ATS, อุปกรณ์ส่วนควบ, เปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลือง, ให้คําแนะนํา
    • ระบบไฟฟ้าหลัก: บํารุงรักษาตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลักไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี, ตรวจสอบรายวัน, ทําความสะอาดห้องควบคุมไฟฟ้าประจําสัปดาห์, แก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง, ตรวจสอบหม้อแปลง, สวิทซ์ตัดตอน, สายไฟฟ้า, BusBar, Capacitor Bank, ระบบสายดิน, ระบบป้องกันฟ้าผ่า, Metering, อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ
    • ระบบแจ้งเหตุอัคคีภัย: ตรวจสอบและบํารุงรักษาเชิงป้องกันแผงคอนโทรล, ตู้กราฟฟิค, อุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ, อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน, อุปกรณ์แจ้งเหตุอัคคีภัยด้วยมือ, กระดิ่งแจ้งเหตุ
    • ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ: ควบคุมและตรวจสอบการทํางานของระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
      • เครื่องปรับอากาศแบบรวมศูนย์ (CHILLER): ควบคุม, ตรวจสภาพทั่วไป, ตรวจสอบแรงดัน/กระแสไฟฟ้า, ระบบท่อน้ํายา, สายไฟฟ้า, ทําความสะอาดแผงกรองอากาศ, ปรับตั้งสายพาน, ทําความสะอาดคอยล์/ถาดรองน้ํา/ท่อน้ําทิ้ง, ตรวจสอบเครื่องควบคุมอุณหภูมิ, ตรวจสอบเครื่องสูบน้ํา
      • เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (SPLIT TYPE): ตรวจสอบ/ปรับปรุง/แก้ไขระบบไฟฟ้า, ความสามารถในการทําความเย็น, ระบบความดันน้ํายา, อุปกรณ์ประกอบ, ทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือน, ถาดรองน้ําและท่อระบายน้ําทิ้ง
      • ระบบระบายอากาศ: ตรวจสอบ/ปรับปรุงแก้ไขระบบไฟฟ้า, อุปกรณ์ประกอบ, ทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือน
    • ระบบป้องกันอัคคีภัย: บํารุงรักษาเครื่องสูบน้ําดับเพลิงและอุปกรณ์, ตรวจเช็คระดับน้ํากลั่น/น้ํามันเครื่อง/น้ําหล่อเย็น, ให้คําแนะนํา, ทําความสะอาด/ตรวจสอบระบบไฟฟ้า, ตรวจเช็คน้ํามันหล่อลื่น/แบริ่ง/อัดจาระบี, ตรวจสอบสภาพปะเก็น/แหวนรองกันสึก/ลูกปืน/บูช, ทําความสะอาดและทดสอบแรงดันน้ําผ่านสายฉีดดับเพลิง, ตรวจสอบสภาพถังดับเพลิง
    • ระบบบําบัดน้ําเสีย: ตรวจสอบการทํางานและบํารุงรักษา, ตรวจเช็ค/ทําความสะอาดอุปกรณ์ประกอบบ่อบําบัด, ตรวจสอบสภาพน้ํา, ปรับสภาพน้ํา, เสนอข้อมูลกรณีต้องซ่อม/เปลี่ยนอะไหล่, ให้คําแนะนํา, ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอม/ขยะ/ไขมัน/สิ่งปฏิกูล, ตรวจสอบถังดักไขมัน/ถังตกตะกอน/ถังแยกกาก/ถังปรับสมดุล/ถังบําบัดแบบเติมอากาศ/ตู้ควบคุม/สวิตซ์ระดับ/เครื่องเติมอากาศ/เครื่องสูบใต้น้ํา, ตรวจสอบคุณภาพน้ํา 6 เดือนต่อครั้ง
    • ระบบสุขาภิบาล: ตรวจสอบและบํารุงรักษาระบบประปา (เครื่องสูบน้ํา, ท่อ, วาล์ว, ถังเก็บน้ํา, ระบบควบคุมระดับน้ํา), ทําความสะอาด/ตรวจสอบระบบไฟฟ้า/ชุดควบคุมเครื่องสูบน้ํา, ตรวจเช็คน้ํามันหล่อลื่น/แบริ่ง/อัดจาระบี, ตรวจสอบสภาพปะเก็น/แหวนรองกันสึก/ลูกปืน/บูช, แก้ไขเหตุขัดข้องเบื้องต้น
    • ระบบกล้องวงจรปิด: ตรวจสอบสภาพของกล้องและเครื่องบันทึกพร้อมอุปกรณ์ประกอบ, แก้ไขข้อขัดข้องเบื้องต้น
    • ห้องน้ําและอุปกรณ์ต่างๆ: ตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งระบบระบายภายในห้องน้ํา
    • ตรวจวัดและควบคุมความชื้นภายในอาคาร: ตรวจวัดความชื้นด้วยเครื่องมือมาตรฐานและเสนอแนะวิธีควบคุมความชื้น
    • ท่อน้ําดีและท่อน้ําเสียภายในอาคาร: ตรวจสอบการรั่วซึมของท่อน้ําและน้ําฝนเข้าสู่อาคาร หากพบให้แก้ไขโดยด่วน
    • ระบบไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) และป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน (EXIT): ตรวจสอบการทํางานและบํารุงรักษา, ทําความสะอาดอุปกรณ์, หากพบการชํารุดให้แก้ไขโดยด่วน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจําเดือนของแต่ละอาคารๆ ละไม่น้อยกว่า 2 เล่ม (ส่งภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป) ซึ่งประกอบด้วย:
    • รายงานบันทึกค่าการใช้ไฟฟ้าและน้ําประปารายวัน รายเดือน หรือตามระยะเวลาที่สถาบันกําหนด
    • ข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นภายในอาคารตามที่สถาบันกําหนด
    • แผนงานการซ่อมบํารุงระบบต่างๆ ของแต่ละเดือน และของเดือนถัดไป
    • รายงานผลการซ่อมบํารุงตามแผนงานที่กําหนด
    • รายการซ่อมบํารุงระบบที่เกิดการชํารุดเสียหาย
    • รายงานรายการวัสดุที่ใช้
    • รายงานวันและเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน
    • ตารางสรุปผลการปฏิบัติงาน
    • สรุปปัญหาและอุปสรรคพร้อมทั้งวิธีการแก้ไข
    • เอกสารบันทึกการทํางานและการตรวจสภาพของระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องกล และระบบอื่นๆ
    • รายงานผลการดําเนินงานการจัดการพลังงานตามที่สถาบันกําหนด
    • รายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ พร้อมประเมินความเสียหายเบื้องต้น (ถ้ามี)
  • รายงานการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรประจําอาคารทุกประเภทและรายละเอียดเครื่องจักรต่างๆ (ส่งให้กับสถาบันก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน)
  • แผนงานการบํารุงรักษาเครื่องจักรประจําอาคารทั้งหมด (ส่งภายใน 15 วัน นับจากวันที่เริ่มสัญญา)
  • รายงานผลการตรวจหาสารเสพติดกับผู้ปฏิบัติงานทุกคน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
  • รายงานคุณภาพน้ำจากระบบบำบัดน้ำเสีย 6 เดือนต่อครั้งเป็นอย่างน้อย พร้อมรูปเล่มรายงานจํานวน 1 เล่มต่ออาคาร

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาโครงการ: ปีงบประมาณ 2570 (เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนกันยายน 2570)
  • การส่งมอบงาน: ทุกสิ้นเดือน (รายงานประจําเดือน)
  • กําหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 90 วัน
  • การจัดทํารายงานสภาพเครื่องจักร: ก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • การจัดทําแผนงานบํารุงรักษา: ภายใน 15 วัน นับจากวันที่เริ่มสัญญา
  • การจัดหาอุปกรณ์/เครื่องมือซ่อมบํารุง: ภายใน 15 วัน นับจากวันที่เริ่มสัญญา
  • การส่งชื่อบุคลากรพร้อมประวัติ: ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทําการก่อนเข้าดําเนินงาน
  • การส่งพนักงานเรียนรู้งาน/รับมอบงาน: ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนเริ่มสัญญาปฏิบัติงานจริง
  • การแจ้งเปลี่ยนพนักงาน: แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน (ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (eGP) ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance:
    • ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO 50001 และ ISO 45001 โดยจะต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องในวันยื่นข้อเสนอ
  • Experience:
    • ต้องมีผลงานประเภทเดียวกับงานที่จะดําเนินการจัดจ้างในครั้งนี้ วงเงินไม่น้อยกว่า 4,500,000 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) เป็นผลงานในสัญญาเดียวย้อนหลังไม่เกิน 7 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จ จนถึงวันที่ทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง
    • เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เชื่อถือได้ โดยต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญานั้นมาแสดงด้วย
  • Previous Project Cost:
    • ไม่น้อยกว่า 4,500,000 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) ในสัญญาเดียว
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีวิศวกรประจําที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในสาขาไฟฟ้ากําลัง หรือไฟฟ้าสื่อสาร หรือเครื่องกล หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ โดยจะต้องได้รับใบอนุญาตประเภทสามัญวิศวกรขึ้นไป และต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
    • มีบุคลากรระดับหัวหน้างานที่เคยผ่านการอบรมเกี่ยวกับการจัดการพลังงาน หรือการป้องกันอัคคีภัยจากสถาบันหรือสมาคมหรือหน่วยงานอื่นที่น่าเชื่อถือ
    • จัดหาบุคลากรสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานตามขอบเขตที่กําหนดไว้ รวมทั้งจัดหาเครื่องแต่งกาย บัตรประจําตัวผู้ปฏิบัติงาน เครื่องมือประจําตัวผู้ปฏิบัติงาน อุปกรณ์ป้องกันอันตรายและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการปฏิบัติงาน
    • จัดสวัสดิการต่างๆ ที่ไม่ด้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดให้แก่บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอเอง รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด
    • ต้องจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งของอื่นๆ ที่จําเป็นในการซ่อมบํารุงรักษาระบบต่างๆ โดยจะต้องมีประจําอาคารในสภาพพร้อมใช้งาน ทั้งในช่วงปฏิบัติงานปกติและในยามฉุกเฉิน
    • ต้องจัดทีมงานสนับสนุนหรือทีมงานชุดพิเศษ (Mobile Support Team) พร้อมช่องทางการติดต่อ เพื่อแก้ไขกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
  • Personnel:
    • ทีมงานปฏิบัติงาน:
      • หัวหน้าช่างเทคนิค จํานวนไม่น้อยกว่า 4 คน
      • ช่างเทคนิคอาวุโส จํานวนไม่น้อยกว่า 8 คน
      • ช่างเทคนิค จํานวนไม่น้อยกว่า 13 คน
    • คุณสมบัติหัวหน้าช่างเทคนิค:
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทางด้านช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือ
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางด้านช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลหรือวิศวกรรมไฟฟ้า มีประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • คุณสมบัติช่างเทคนิคอาวุโส:
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทางด้านช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ไม่ต่ํากว่า 5 ปี หรือ
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางด้านช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ทํางานไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือ
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลหรือวิศวกรรมไฟฟ้า ประสบการณ์ทํางานไม่น้อยกว่า 1 ปี
    • คุณสมบัติช่างเทคนิค:
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทางด้านช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ
      • จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางด้านช่างอุตสาหกรรม
  • Financial Requirements (มูลค่าสุทธิของกิจการ):
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
    • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา (สําหรับวงเงินเกิน 500,000 บาท): มีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ)
    • กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ: สามารถขอวงเงินสินเชื่อโดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น จากธนาคารในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต (หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 90 วัน)
    • ยกเว้นสำหรับหน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาผลการคัดเลือกข้อเสนอ สถาบันจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบไฟฟ้าหลัก: บํารุงรักษาตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลักประจําอาคารไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี, ตรวจสอบรายวัน, ทําความสะอาดห้องควบคุมไฟฟ้าประจําสัปดาห์, แก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง
  • ระบบแจ้งเหตุอัคคีภัย: ตรวจสอบแผงคอนโทรล, ตู้กราฟฟิค, อุปกรณ์ตรวจจับควัน/ความร้อน, Manual Station, กระดิ่งแจ้งเหตุ
  • ระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน (SPLIT TYPE) และระบบระบายอากาศ: ตรวจสอบและทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกๆ เดือน
  • ระบบบําบัดน้ําเสีย: ตรวจสอบคุณภาพน้ํา 6 เดือนต่อครั้งเป็นอย่างน้อย พร้อมวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (เช่น pH, อุณหภูมิ, ความโปร่งใส, ของแข็งแขวนลอย)
  • การตรวจวัดและควบคุมความชื้น: ตรวจวัดความชื้นภายในอาคารตามที่สถาบันกําหนดด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน
  • ตารางการปฏิบัติงานขั้นต่ำ:
    • รายวัน: บันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ําประปา, บันทึกข้อมูลการทํางานของเครื่องจักร, ตรวจสอบสภาพทั่วไปของเครื่องจักร, ทําความสะอาดห้องระบบไฟฟ้าหลัก/ห้องระบบปรับอากาศรวม
    • รายสัปดาห์: ทดสอบการทํางานของเครื่องกําเนิดไฟฟ้า, ทดสอบการทํางานของเครื่องสูบน้ําดับเพลิง, รายงานปัญหาและอุปสรรค
    • รายเดือน: ประสานงานการตรวจสอบและบํารุงรักษาเครื่องจักรตามสัญญาจ้างของสถาบัน
    • รอบ 3 เดือน: ทําความสะอาดชุด AHU และ FCU, ทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน
    • รอบ 6 เดือน: ตรวจวัดคุณภาพน้ําจากระบบบําบัดน้ําเสีย, ตรวจสอบและทําความสะอาดภายในตู้ควบคุมไฟฟ้าหลักและไฟฟ้าย่อย, ทําความสะอาดบ่อเก็บน้ําประปา
    • รอบ 12 เดือน: ตรวจสอบและทําความสะอาดภายในตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก

เงื่อนไขสัญญา

  • วงเงินงบประมาณ: 9,000,000 บาท (เก้าล้านบาทถ้วน)
  • งวดงานงวดเงินและการจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 12 งวด งวดละเดือน
  • อัตราค่าปรับ:
    • พนักงานขาดงาน/ไม่ตรงเวลา:
      • หัวหน้าช่างเทคนิค: 1,500 บาท/คน/วัน
      • ช่างเทคนิคอาวุโส: 1,000 บาท/คน/วัน
      • ช่างเทคนิค: 800 บาท/คน/วัน
    • ไม่ส่งมอบงานตามกําหนด: ร้อยละ 0.1 ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน
    • ผู้ปฏิบัติงานไม่แต่งกายตามแบบฟอร์ม: คิดค่าปรับตามอัตราข้อ 12.1 (ตามตําแหน่ง)
    • ไม่มีทีมงานสนับสนุนหรือทีมงานชุดพิเศษ (Mobile Support Team): 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อเหตุการณ์
  • การยกเลิกสัญญา:
    • หากสถาบันมีหนังสือแจ้งให้ปรับปรุงการปฏิบัติงาน 2 ครั้ง และผู้ยื่นข้อเสนอไม่แก้ไขภายใน 3 วันหรือไม่ชี้แจงเหตุผล
    • ไม่ส่งมอบงานตามที่สถาบันกําหนดติดต่อกัน 2 งวด
    • กรณีอื่นๆ ที่สถาบันเห็นว่าหากให้ปฏิบัติงานต่อไปจะเกิดความเสียหายกับสถาบัน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุและราคากลาง
จ้างเหมาควบคุมการทํางานของระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ประจําปีงบประมาณ 2570
อาคารบุญชนะ อัตถากร อาคารสยามบรมราชกุมารี อาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์ และอาคารนวมินทราธิราช

  1. ความเป็นมา
    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (National Institute of Development Administration) เป็นสถาบัน การอุดมศึกษาในกํากับของรัฐที่ทําการสอนเฉพาะระดับบัณฑิตศึกษา (สูงกว่าปริญญาตรี) มีอาคารขนาดใหญ่จํานวน หลายอาคาร ซึ่งแต่ละอาคารได้ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องกล และระบบอื่นๆ เพื่ออํานวยความสะดวกและความปลอดภัยสําหรับผู้ใช้งานภายในอาคาร ดังนั้น การควบคุม ดูแล และการ บํารุงรักษาจึงเป็นสิ่งที่จําเป็นเพื่อให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ทํางานได้อย่างเป็นปกติและมีประสิทธิภาพ การ ควบคุม ดูแล และการบํารุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์เหล่านั้นต้องใช้ผู้มีความรู้ มีความสามารถ และมี
    ประสบการณ์
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อจัดหาผู้รับจ้างควบคุมบริการดูแลการทํางานของระบบไฟฟ้าและเครื่องกล
    2.2 เพื่อควบคุม ดูแล และบํารุงรักษาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลประจําอาคารต่างๆ ดังนี้
  3. อาคารบุญชนะ อัตถากร (รวมห้องพักชั้น 11-12 และอาคารนิด้าเฮ้าส์)
  4. อาคารสยามบรมราชกุมารี
  5. อาคารนวมินทราธิราช
  6. อาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์ (รวมอาคารเครื่องกล)
  7. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 106
    วรรคสาม
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 109 3.6 คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สถาบันบัณฑิตพัฒน
    บริหารศาสตร์ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง
    การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
    (Electronic- Government Procurement: eGP) ของกรมบัญชีกลาง

    X2 Suo
    2
    3.11 ต้องมีผลงานประเภทเดียวกับงานที่จะดําเนินการจัดจ้างในครั้งนี้ วงเงินไม่น้อยกว่า 4,500,000.- บาท
    (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) เป็นผลงานในสัญญาเดียวย้อนหลังไม่เกิน 7 ปี นับจากวันที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จ จนถึงวันที่ทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงาน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่สถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เชื่อถือได้ โดยต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญานั้น
    มาแสดงด้วย
    3.12 กรณีเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และมีใบรับรอง SME จะได้แต้ม
    ต่อร้อยละ 10
    3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1). กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2). กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง
    ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ ยื่นข้อเสนอมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท (3). สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาโดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการ
    สัญญา
    คัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามใน
    (4). กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อโดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น สินเชื่อธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง
    เวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับ
    ถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    (5). กรณีตาม(1)-(4) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้ 1. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
  8. นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
    ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
    3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO 50001 และ ISO 45001 โดยจะต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องในวันยื่นข้อเสนอ
    R/

    Ry in
    IN
    Na
    3
  9. ข้อกําหนดทั่วไป
    4.1 สถานที่ดําเนินงานสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เลขที่ 148 ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น
    เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จํานวน 4 อาคาร ดังนี้
  1. อาคารบุญชนะ อัตถากร (รวมห้องพักชั้น 11-12 และอาคารนิด้าเฮ้าส์)
  2. อาคารสยามบรมราชกุมารี
  3. อาคารนวมินทราธิราช
  4. อาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์ (รวมอาคารเครื่องกล)
    4.2 ก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานต้องทําการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรประจําอาคารทุกประเภทและ
    รายละเอียดเครื่องจักรต่างๆ เช่น ยี่ห้อ รุ่น จํานวน และรายละเอียดอื่นๆ ที่จําเป็น จัดทํารายงานส่ง
    ให้กับสถาบัน
    4.3 จัดทําแผนงานการบํารุงรักษาเครื่องจักรประจําอาคารทั้งหมดภายใน 15 วัน นับจากวันที่เริ่มสัญญา 4.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีวิศวกรประจําที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในสาขาไฟฟ้ากําลัง หรือ ไฟฟ้าสื่อสารหรือ เครื่องกล หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ โดยจะต้องได้รับใบอนุญาตประเภท สามัญวิศวกรขึ้นไป และต้องแนบสําเนาหนังสือรับรองพร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
    4.5 มีบุคลากรระดับหัวหน้างานที่เคยผ่านการอบรมเกี่ยวกับการจัดการพลังงาน หรือการป้องกันอัคคีภัย
    จากสถาบันหรือสมาคมหรือหน่วยงานอื่นที่น่าเชื่อถือ
    4.6 จัดหาบุคลากรสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานตามขอบเขตที่กําหนดไว้ รวมทั้งจัดหา
    เครื่องแต่งกาย บัตรประจําตัวผู้ปฏิบัติงาน เครื่องมือประจําตัวผู้ปฏิบัติงาน อุปกรณ์ป้องกันอันตรายและ อุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการปฏิบัติงาน
    4.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดสวัสดิการต่างๆ ที่ไม่ด้อยกว่าที่กฎหมายกําหนดให้แก่บุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอเอง
    รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด ตลอดจน รับผิดชอบขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทํางานตามที่กฎหมายกําหนดด้วย 4.8 ในกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัยอันมิอาจคาดการณ์ได้ล่วงหน้าซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไข
    เครื่องจักรหรือวัสดุ อุปกรณ์ที่ชํารุดบกพร่องให้แล้วเสร็จตามกําหนดเวลาได้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจ้งให้
    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
    4.9 ภายใน 15 วัน นับจากวันที่เริ่มสัญญา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งของอื่นๆ
    ที่จําเป็นในการซ่อมบํารุงรักษาระบบต่างๆ โดยจะต้องมีประจําอาคารตามข้อ 4.1 ในสภาพพร้อมใช้งาน ทั้งในช่วงปฏิบัติงานปกติและในยามฉุกเฉิน และพร้อมที่จะให้ตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้แทนของสถาบัน ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเป็นเพียงความต้องการในเบื้องต้น หากในความเป็นจริง การซ่อมบํารุงรักษาจําเป็นที่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรีบจัดหาเพื่อให้การ
    ซ่อมบํารุงเสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว
    4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอชื่อบุคลากร พร้อมประวัติการศึกษา และรายละเอียดอื่นๆ ตามที่สถาบัน
    กําหนดโดยจะต้องนําส่งสถาบันก่อนเข้าดําเนินงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทําการ หากไม่ดําเนินการ ตามนี้ สถาบันจะถือว่าจํานวนพนักงานไม่ครบตามสัญญา
    4.11 สถาบันขอสงวนสิทธิในการขอเปลี่ยนตัวบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ เมื่อเห็นว่าบุคคลนั้นไม่เหมาะสมที่
    จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดหาบุคลากรทดแทนทันที
    4.12 จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากการกระทําของพนักงานของผู้ยื่นข้อเสนอและผู้ยื่น
    ข้อเสนอจะต้องปฏิบัติต่อพนักงานของผู้ยื่นข้อเสนอเองให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด
    ทั้งเรื่องความปลอดภัย และสวัสดิภาพในการทํางาน
    Wm
    Q&
    4
    4.13 ก่อนเริ่มสัญญาการปฏิบัติงานจริง ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งพนักงานระดับหัวหน้า ช่างเทคนิคอาวุโส และช่างเทคนิค เข้ามาเรียนรู้งานและรับมอบงาน ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ภาระค่าใช้จ่ายในการ เรียนรู้และรับมอบงานเป็นของผู้ยื่นข้อเสนอเองทั้งสิ้น
    4.14 การปรับเปลี่ยนพนักงานของผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับความเห็นชอบจากสถาบันก่อน โดยจะต้องแจ้ง
    เป็นเอกสารให้สถาบันทราบและได้รับการอนุมัติก่อนเข้าปฏิบัติงาน อย่างน้อย 3 วัน ยกเว้นกรณี ฉุกเฉิน ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถาบัน
    4.15 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทีมงานสนับสนุนหรือทีมงานชุดพิเศษ (Mobile Support Team) พร้อม
    ช่องทางการติดต่อ เพื่อแก้ไขกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
    4.16 กรณีอาคารใดอาคารหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งต้องการผู้ปฏิบัติงานเพิ่มจากปกติให้จัดพนักงานจาก
    อาคารที่เหลือมาช่วยปฏิบัติงาน ทั้งนี้จะต้องไม่กระทบกับการใช้งานของอาคารนั้นๆ
    4.17 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องทําการตรวจหาสารเสพติดกับผู้ปฏิบัติงานทุกคน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พร้อมทั้ง
    รายงานผลให้สถาบันทราบ และสถาบันขอสงวนสิทธิในการพิจารณาให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้ยื่นเสนอราคา ไม่ให้ปฏิบัติงานภายในสถาบัน หากพบว่าผู้ปฏิบัติงานนั้นเกี่ยวข้องกับสารเสพติดในระหว่างการ
    ปฏิบัติงาน
    4.18 สถาบันขอสงวนสิทธิยกเลิกสัญญา กรณีต่อไปนี้
    (1) หากสถาบันมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอปรับปรุงการปฏิบัติงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือ
    หลายเรื่อง ถ้าผู้ยื่นข้อเสนอไม่ดําเนินการแก้ไขภายใน 3 วัน หรือไม่ชี้แจงเหตุผลที่สมควรให้ สถาบันทราบนับจากวันที่ได้รับหนังสือ สถาบันจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอปรับปรุงการ ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 หากผู้ยื่นข้อเสนอยังไม่ดําเนินการปรับปรุง ภายใน 3 วัน และไม่ชี้แจงเหตุผลที่สมควรแก่สถาบันทราบ หรือ
    (2) ไม่ส่งมอบงานตามที่สถาบันกําหนดติดต่อกัน 2 งวด หรือ
    (3) กรณีอื่นๆ ที่สถาบันเห็นว่าหากให้ปฏิบัติงานต่อไปจะเกิดความเสียหายกับสถาบัน
  1. ขอบเขตและรายละเอียดการดําเนินงาน
    5.1 ควบคุมการทํางานและบํารุงรักษาอุปกรณ์เครื่องจักรกลและไฟฟ้าของระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
    วางแผนงานซ่อมบํารุงรักษา จัดทําประวัติการใช้งาน สรุปรายงานผลการปฏิบัติงาน ปัญหา/อุปสรรค ประสานงาน และให้คําปรึกษาแนะนําทางด้านวิศวกรรม จดบันทึกหน่วยการใช้ไฟฟ้าและน้ําประปา ทั้งประจําวันและประจําเดือน
    5.2 ตรวจสอบและวางแผนการซ่อมบํารุงในเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance, P.M.) เครื่องจักรกล และไฟฟ้าของระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร แก้ไข ปรับปรุง ตามหลักวิชาการ พร้อมทั้งเสนอวิธี และประมาณค่าใช้จ่าย ระยะเวลาในการซ่อมบํารุง หรือระยะเวลาเพื่อการปรับปรุงแก้ไข 5.3 ปฏิบัติการซ่อมบํารุง (Corrective Maintenance ) เครื่องจักรกลและไฟฟ้าของงานระบบต่างๆ
    ตามแผนที่ได้กําหนดไว้ รวมถึงกรณีที่จําเป็นต้องซ่อมแซมตามสภาพความชํารุดเสียหาย และงานอื่นๆ ที่ทางสถาบันมอบหมายให้ ซึ่งโดยลักษณะของความชํารุดเสียหายนั้น สามารถซ่อมแซมได้โดยบุคลากร และอุปกรณ์/เครื่องมือ ที่มีอยู่ของผู้ยื่นข้อเสนอ หรือเป็นงานซ่อมแซมโดยข้อพิจารณาของสถาบันหรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ที่เห็นว่าอยู่ในวิสัยที่ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถปฏิบัติได้ ทั้งนี้ รวมถึงการรักษา ความสะอาดของห้องเครื่อง เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ
    W
    n
    502601 2.
    &
    حه
    5
    5.4 เป็นผู้ประสานงานดูแลกรณีมีการแจ้งเหตุขัดข้องฉุกเฉิน (Breakdown maintenance) และอํานวย
    ความสะดวกแทนสถาบันกับผู้รับจ้างรายอื่น ที่เข้ามาดําเนินการเกี่ยวกับงานระบบในอาคาร
    5.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหาวัสดุสิ้นเปลือง ได้แก่ เทปพันสายไฟ เทปพันเกลียว และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน
    ซ่อมบํารุงในเบื้องต้น
    5.6 เสนอข้อแนะนําต่างๆ เพื่อคงระดับหรือยกระดับประสิทธิภาพของอุปกรณ์หลักตามความเหมาะสมทุก เดือน กรณีที่สถาบันต้องการที่จะเพิ่มเติม/ปรับปรุงแก้ไขระบบ และงานติดตั้งอุปกรณ์เพื่อยกระดับ ประสิทธิภาพของระบบ ผู้ยื่นข้อเสนอมีหน้าที่ในการจัดหาข้อมูลทางด้านเทคนิค และรายละเอียดต่างๆ
    ให้สถาบันพิจารณาก่อนเพื่อขออนุมัติดําเนินการ
    5.7 ประสานกับหน่วยงาน หรือผู้รับจ้างรายอื่นๆ ที่เข้ามาปฏิบัติงานในอาคารโดยจะต้องรายงานให้สถาบัน
    ทราบทุกครั้ง
    5.8
    ปฏิบัติงานอื่นๆ ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนแต่อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญานี้ ตามคํา
    วินิจฉัยของสถาบัน
    5.9 ประสานงานการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟประจําปีที่สถาบันจัดขึ้น โดยเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์
    ป้องกันอัคคีภัยประจําอาคารและจัดบุคลากรเข้าร่วมตามที่สถาบันกําหนด
    5.10
    รายงานการสึกหรอและอายุการใช้งานคงเหลือของเครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์เมื่อผู้รับจ้างรายอื่นได้
    เข้าบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องจักรหรือวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอต้องประมาณ การระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ก่อนที่จะเกิดความชํารุดบกพร่องจนถึงต้องหยุดการใช้งาน โดยจะต้องคํานึงถึงระยะเวลาในการสั่งอะไหล่มาเปลี่ยนและการดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง
    5.11 ดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกันสําหรับอุปกรณ์เครื่องจักรกลและไฟฟ้าของระบบวิศวกรรม
    ประกอบอาคาร ดังนี้
    5.11.1 ระบบไฟฟ้าสํารอง
    (1) ทดสอบการทํางานของเครื่องกําเนิดไฟฟ้าสํารอง ตู้ ATS และอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ (2) ตรวจสอบและบํารุงรักษาเครื่องกําเนิดไฟฟ้าสํารอง ตู้ ATS และอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ
    ตรวจเช็คพร้อมทําความสะอาด รวมถึงการเปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลืองเช่น น้ํากลั่น น้ํามัน จาระบี น้ํามันหล่อลื่นลูกปืนเพลา และแปรงถ่าน เป็นต้น
    (3) ให้คําแนะนํา/ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมแก่สถาบัน กรณีพบปัญหาเพื่อให้การแก้ไข/
    ปรับปรุงระบบเครื่องกําเนิดไฟฟ้าสํารองอย่างถูกต้อง เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพ
    และอายุการใช้งานมากขึ้น
    5.11.2 ระบบไฟฟ้าหลัก
    บํารุงรักษาตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลักประจําอาคารไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี เพื่อให้ระบบ ไฟฟ้าของอาคารได้รับการดูแลรักษาในเชิงป้องกันอย่างสมบูรณ์ อันจะส่งผลให้งานระบบไฟฟ้าของ อาคารทํางานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา และมีความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อมต้อง เสนอวิธีการแก้ไขและปรับปรุงระบบฟ้าให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพโดย
    ต้องคํานึงถึงการนําหลักความปลอดภัยของระบบควบคุมและการประหยัดพลังงานมาใช้ในการ ดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง กรณีมีเหตุแจ้งไฟฟ้าขัดข้อง ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ซ่อม และแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้น จําเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องจัดหาอะไหล่สํารองให้ใช้งานได้ชั่วคราว จนกว่าสถาบันจะเข้าตรวจสอบในวันทําการ หรือแจ้ง ให้ผู้รับจ้างดําเนินการเสนอราคาเปลี่ยนหรือซ่อมต่อไป ดําเนินการตรวจสอบรายวัน รวมทั้งการทํา

    W
    Zwa
    0
    کے مجھے
    6
    ความสะอาดห้องควบคุมไฟฟ้าประจําสัปดาห์ แผงควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ให้สมบูรณ์และถูกต้อง รวมถึงการวัดค่าและประเมินความเป็นไปได้ต่อความถูกต้องของระบบ และทดสอบค่ากรณีพบค่า
    ผิดปกติ เพื่อกําหนดแนวทางแก้ไข อุปกรณ์ที่จะต้องตรวจสอบ ได้แก่
    (1) หม้อแปลงไฟฟ้า
    (2) สวิทซ์ตัดตอน และชุดควบคุม
    (3) สภาพสายไฟฟ้า และ BusBar (4) จุดต่อสายไฟฟ้า และ BusBar
    (5) Capacitor Bank
    (6) ระบบสายดิน
    (7) ระบบป้องกันฟ้าผ่า
    (8) Metering
    (9) อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ (ถ้ามี)
    5.11.3 ระบบแจ้งเหตุอัคคีภัย
    ตรวจสอบและบํารุงรักษาเชิงป้องกันระบบแจ้งเหตุและป้องกันอัคคีภัย ดังนี้ (1) ตรวจสอบแผงคอนโทรล ระบบไฟฟ้า ชุดชาร์ตเจอร์ของแบตเตอรี่ และแบตเตอรี่
    ความเรียบร้อยภายในตู้ควบคุมทั้งหมด หลอดไฟแจ้งสถานะทุกหลอดว่าทํางานปกติ หรือไม่ และทําความสะอาดในตู้ควบคุม
    (2) ตู้กราฟฟิค (Graphic Annunciator) ตรวจสอบการทํางานของหลอดไฟแจ้งสถานะทุก หลอดและขั้นตอนการทํางาน ของตู้กราฟฟิค ว่าสามารถแจ้งเหตุได้ตรงตามที่กําหนดไว้ หรือไม่ พร้อมทําความสะอาดในตู้กราฟฟิค ตรวจสอบว่าสายไฟและสายสัญญาณปกติ หรือไม่
    (3) อุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ (Smoke Detector) ตรวจสอบสภาพภายนอก ทําความ
    สะอาด และทดสอบการทํางานด้วยควัน หรือ อุปกรณ์ทดสอบสําหรับรุ่นนั้นๆ กรณี พบว่าอุปกรณ์ชํารุดต้องแจ้งสถาบันทราบพร้อมกับเสนอวิธีการแก้ไข
    (4) อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector) ทําการทดสอบอุปกรณ์ด้วยการใช้ความ ร้อนเป่าที่ตัวอุปกรณ์ เพื่อให้ทราบว่าตัวอุปกรณ์นั้น ยังทํางานเป็นปกติหรือไม่ พร้อมทํา ความสะอาดอุปกรณ์ตามรุ่นของอุปกรณ์นั้นๆ กรณีพบว่าอุปกรณ์ชํารุด ต้องแจ้งสถาบัน ทราบพร้อมกับเสนอวิธีการแก้ไข
    (5) อุปกรณ์แจ้งเหตุอัคคีภัยด้วยมือ (Manual Station) ทดสอบการทํางาน โดยการกด หรือดึงอุปกรณ์นั้น ว่ายังทํางานเป็นปกติหรือไม่พร้อมทําความสะอาดอุปกรณ์ตามรุ่น ของอุปกรณ์นั้นๆ กรณีพบว่าอุปกรณ์ชํารุดต้องแจ้งสถาบันทราบพร้อมกับเสนอวิธีการ
    แก้ไข
    (6) กระดิ่งแจ้งเหตุ (Alarm Bell) ทดสอบโดยการทําให้เกิดการแจ้งเหตุ เพื่อทราบว่า
    กระดิ่งแต่ละตัวยังทํางานเป็นปกติหรือไม่ พร้อมทําความสะอาดอุปกรณ์ กรณีพบว่า
    อุปกรณ์ชํารุดต้องแจ้งสถาบันทราบพร้อมกับเสนอวิธีการแก้ไข
    5.11.4 ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
    ควบคุมและตรวจสอบการทํางานของระบบปรับอากาศ และระบายอากาศประจําอาคาร
    ตามประเภทของเครื่องปรับอากาศ ให้สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของสถาบันและมี
    ประสิทธิภาพ ดังนี้
    W
    7
    5.11.4.1 เครื่องปรับอากาศแบบรวมศูนย์ (CHILLER) และอุปกรณ์ส่วนควบ
    (1) ควบคุมการทํางานและตรวจความสภาพทั่วไป
    (2) ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า (Voltage) และจํานวนกระแสไฟฟ้า (Ampere) ที่ใช้
    ของเครื่องในขณะที่ทํางานอยู่ว่าอยู่ในขอบเขตกําหนดที่ปลอดภัย (Limitation) ของ ยี่ห้อนั้นๆ หรือไม่
    (3) ตรวจระบบท่อน้ํายาว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือมีรอยรั่วแตกหรือไม่ และ
    ตรวจสภาพของฉนวนหุ้มท่อน้ํายาว่า ยังมีคุณสมบัติในการใช้งานได้ดีหรือ
    เสื่อมสภาพแล้ว
    (4) ตรวจสภาพสายไฟฟ้า ตําแหน่งขั้วยึดหัวสาย หรือข้อต่อสายไฟฟ้าของ
    อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับระบบว่ายังมีความคงทนยึดแน่น และใช้งานได้อย่างปลอดภัยถูกต้องตามปกติหรือไม่
    (5) ตรวจและทําความสะอาดแผงกรองอากาศ
    (6) ตรวจและปรับตั้งสายพานภายใน FCU, AHU และ Cooling Tower (7) ทําความสะอาดคอยล์ ถาดรองน้ํา และท่อน้ําทิ้ง
    (8) ตรวจสอบและปรับเครื่องควบคุมอุณหภูมิและเครื่องควบคุมอัตโนมัติอื่นๆ (9) ตรวจสอบการทํางานของเครื่องสูบน้ํา ดังนี้
    ตรวจทิศทางการหมุน
  • ตรวจซีลเพลา
  • ตรวจแรงดันน้ําเข้า-ออก
    ตรวจขั้วสายไฟฟ้าควบคุม และกําลังไฟฟ้า ตรวจวัดค่ากระแสไฟฟ้าของมอเตอร์
  • อัดจารบี
  • ล้างทําความสะอาด FILTER และ STRAINER
  • วัดค่าแรงดันไฟฟ้า (Voltage)
    วัดค่ากระแสไฟฟ้า (Amperage)
  • ตรวจสอบหน้าสัมผัส (magnetic contactor) ของ starter และ
    แผงควบคุม พร้อมทั้งทําความสะอาดโดยล้างด้วยสารเคมีที่ไม่เป็น
    ตัวนําไฟฟ้า
  • ตรวจสอบและทําความสะอาดขั้วต่อสายไฟ
    5.11.4.2 เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ( SPLIT TYPE)
    (1) ตรวจสอบพร้อมปรับปรุง/แก้ไขระบบไฟฟ้า และชุดควบคุมการทํางานของ
    อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยต่อ
    เครื่องปรับอากาศ
    (2) ตรวจสอบพร้อมปรับปรุง/แก้ไขความสามารถในการทําความเย็น ทั้งระบบ
    ของเครื่องปรับอากาศ
    (3) ตรวจสอบพร้อมปรับปรุง/แก้ไขระบบความดันของน้ํายาให้ได้มาตรฐาน
    วิศวกรรมระบบปรับอากาศแต่ละรุ่น/ยี่ห้อ
    (4) ตรวจสอบการทํางานพร้อมปรับปรุง/แก้ไข อุปกรณ์ประกอบ
    w
    20 22,
    Q
    8
    (5) ตรวจสอบและทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกๆเดือน (6) ตรวจสอบ ทําความสะอาดและแก้ไขถาดรองน้ําและท่อระบายน้ําทิ้งของ
    เครื่องปรับอากาศ
    (7) ตรวจสอบสภาพการทํางานสภาพโดยทั่วไปของเครื่อง
    5.11.4.3 ระบบระบายอากาศ
    (1) ตรวจสอบพร้อมปรับปรุงแก้ไขระบบไฟฟ้า และชุดควบคุมการทํางานให้
    สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
    (2) ตรวจสอบการทํางานพร้อมปรับปรุง/แก้ไข อุปกรณ์ประกอบ (3) ตรวจสอบและทําความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกๆเดือน (4) ตรวจสอบสภาพการทํางานสภาพโดยทั่วไป
    5.11.5 ระบบป้องกันอัคคีภัย
    (1) บํารุงรักษาเครื่องสูบน้ําดับเพลิงและอุปกรณ์ตามมาตรฐานหรือคู่มือของยี่ห้อ/รุ่นนั้นๆ (2) การดูแลรักษาให้รวมถึงการตรวจเช็คระดับน้ํากลั่น ระดับน้ํามันเครื่อง และระดับน้ํา
    หล่อเย็น
    (3) ให้คําแนะนํา/ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมแก่สถาบัน เกี่ยวการแก้ไขหรือปรับปรุงเครื่องสูบ
    น้ําดับเพลิงและอุปกรณ์เพื่อให้มีประสิทธิภาพต่อการใช้งาน
    (4) ทําความสะอาดและตรวจสอบพร้อมปรับปรุง/แก้ไข ระบบไฟฟ้า และชุดควบคุมการ
    ทํางานของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติและปลอดภัย
    (5) ทําความสะอาดและตรวจเช็คน้ํามันหล่อลื่น แบริ่ง และอัดจาระบีของแบริ่ง ตาม
    ข้อกําหนดของแต่ละยี่ห้อ
    (6) ทําความสะอาดและตรวจสอบสภาพปะเก็น แหวนรองกันสึก ลูกปืน บูช ตามรอบการ
    ใช้งานของรุ่น/ยี่ห้อ ของเครื่องสูบน้ําดับเพลิง
    (7) ทําความสะอาดและทดสอบแรงดันน้ําผ่านสายฉีดดับเพลิง
    (8) ตรวจสอบสภาพถังดับเพลิงให้พร้อมใช้งาน
    หมายเหตุ
  1. การดูแลรักษาเครื่องยนต์ขับปั๊มน้ําดับเพลิงให้ปฏิบัติตามข้อกําหนดเดียวกันกับ
    เครื่องยนต์ของเครื่องกําเนิดไฟฟ้าสํารอง
  2. น้ํามันเชื้อเพลิงสําหรับเติมเครื่องยนต์สถาบันเป็นผู้รับผิดชอบ
    5.11.6 ระบบบําบัดน้ําเสีย
    (1) ตรวจสอบการทํางานและบํารุงรักษารวมถึงการตรวจเช็ค และทําความสะอาดอุปกรณ์ ประกอบบ่อบําบัดน้ําเสีย การตรวจสอบสภาพน้ํา การปรับสภาพน้ํา ก่อนปล่อยทิ้ง (2) กรณีที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนสําคัญต่อประสิทธิภาพของระบบผู้รับจ้าง
    จะต้องเสนอข้อมูลให้สถาบันพิจารณาเป็นกรณีไปก่อนอนุมัติดําเนินการ
    (3) ให้คําแนะนํา/ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมแก่สถาบัน ในการแก้ปัญหาหรือปรับปรุงระบบ
    บําบัดน้ําเสีย อย่างถูกต้อง เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน
    Ww
    าน
    52691 20
    e
    9
    (4) ตรวจสอบสภาพของระบบตามรายการต่อไปนี้
    • เช็คสิ่งแปลกปลอมรวมถึงตักขยะ ไขมัน และสิ่งปฏิกูลที่ขวางทางดูดของปั๊ม หรือทาง ระบายน้ํา
    ถังดักไขมัน (Grease Trap) ถังตกตะกอนจุลินทรีย์ (Sedimentation Tank) ถังแยกกากและตกตะกอน (Solid Seperation Tank)
    ถังปรับสมดุล (Equlizating Tank-Neutralization Tank) ถังบําบัดแบบเติมอากาศ (Contact Aeration Tank)
    ตู้ควบคุม (Operating Panel) สวิตซ์ระดับ (Level Switch)
    • เครื่องเติมอากาศ (Rotary Blower) เครื่องสูบใต้น้ํา (Submerbsible Pump) (5) ตรวจสอบคุณภาพน้ํา 6 เดือนต่อครั้งเป็นอย่างน้อย พร้อมรูปเล่มรายงานจํานวน 1 เล่ม
    ต่ออาคาร โดยต้องวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่เกี่ยวข้องอาทิเช่น
    ค่าพีเอช (pH) อุณหภูมิ (Temperature) ความโปร่งใส (Transparency) ของแข็งแขวนลอย (Suspended Solids)
    5.11.7 ระบบสุขาภิบาล
    (1) ตรวจสอบและบํารุงรักษาระบบประปา ได้แก่ เครื่องสูบน้ําและอุปกรณ์ประกอบ เช่น ท่อ วาล์ว ถังเก็บน้ํา และระบบควบคุมระดับน้ํา รวมทั้งและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (2) ทําความสะอาดและตรวจสอบพร้อมปรับปรุง/แก้ไข ระบบไฟฟ้าและชุดควบคุมการ
    ทํางานเครื่องสูบน้ําให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติและปลอดภัย
    (3) ทําความสะอาดและตรวจเช็คน้ํามันหล่อลื่น แบริ่ง และอัดจาระบีของแบริ่ง ตาม
    ข้อกําหนดของ รุ่น/ยี่ห้อ ของเครื่องสูบน้ํา
    (4) ทําความสะอาดและตรวจสอบสภาพปะเก็น แหวนรองกันสึก ลูกปืน บูช ตามรอบการ
    ใช้งานของรุ่น/ยี่ห้อของเครื่องสูบน้ํา
    (5) แก้ไขเหตุขัดข้องเบื้องต้นพร้อมแจ้งสถาบันทราบ เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานเป็นปกติ
    5.11.8 ระบบกล้องวงจรปิด
    (1) ตรวจสอบสภาพของกล้อง และเครื่องบันทึก พร้อมอุปกรณ์ประกอบ (2) แก้ไขข้อขัดข้องเบื้องต้นพร้อมแจ้งสถาบันทราบ
    5.11.9 ห้องน้ําและอุปกรณ์ต่างๆ
    ตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งระบบระบายภายในห้องน้ํา 5.11.10 ตรวจวัดและควบคุมความชื้นภายในอาคาร
    ตรวจวัดความชื้นภายในอาคารตามที่สถาบันกําหนดด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและ
    เสนอแนะวิธีควบคุมความชื้น พร้อมรายงานผลการตรวจเช็คในรายงานประจําเดือนให้
    สถาบันทราบ
    10
    5.11.11 ท่อน้ําดีและท่อน้ําเสียภายในอาคาร
    ตรวจสอบการรั่วซึมของท่อน้ําในห้องเครื่องจักร บนฝ้าเพดาน และตามแนวท่อที่ติดตั้ง ภายในอาคาร รวมทั้งการรั่วซึมของน้ําฝนเข้าสู่อาคาร หากพบการรั่วซึมให้ดําเนินการแก้ไข โดยด่วน และรายงานผลการตรวจสอบและแก้ไขในรายงานประจําเดือนให้สถาบันทราบ 5.11.12 ระบบไฟฉุกเฉิน(Emergency Light) และป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน (EXIT)
    หมายเหตุ
    ตรวจสอบการทํางานและบํารุงรักษารวมถึงการตรวจเช็ค และทําความสะอาดอุปกรณ์หาก พบการชํารุดให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วน และรายงานผลการตรวจสอบและแก้ไขใน รายงานประจําเดือนให้สถาบันทราบ
  3. จํานวนเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้ใช้ตามที่ติดตั้งจริงในแต่อาคาร
  4. รายการเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สถาบันได้ทําสัญญาจ้างบํารุงรักษากับผู้รับจ้างรายอื่นๆหากเกิด ชํารุดหรือขัดข้อง ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องพยายามแก้ไขในเบื้องต้นก่อนหากแก้ไขไม่สําเร็จให้แจ้ง
  5. ทีมงานปฏิบัติงาน
    ผู้รับจ้างรายที่ทําสัญญากับสถาบันพร้อมกับรายงานสถาบัน
    6.1 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทีมงานเพื่อเข้าปฏิบัติงาน ประกอบด้วย
    6.1.1 หัวหน้าช่างเทคนิค จํานวนไม่น้อยกว่า 4 คน 6.1.2 ช่างเทคนิคอาวุโส จํานวนไม่น้อยกว่า 8 คน 6.1.3 ช่างเทคนิค จํานวนไม่น้อยกว่า 13 คน
    6.2 คุณสมบัติของทีมงานประจําอาคาร
    6.2.1 หัวหน้าช่างเทคนิค
    (1) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
    ทางด้านช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปีหรือ (2) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางด้าน
    ช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 5 ปีหรือ (3) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลหรือวิศวกรรมไฟฟ้า มี
    ประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 3 ปี
    6.2.2 ช่างเทคนิคอาวุโส
    (1) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
    ทางด้านช่างอุตสาหกรรม มีประสบการณ์ไม่ต่ํากว่า 5 ปีหรือ (2) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางด้านช่าง
    อุตสาหกรรม มีประสบการณ์ทํางานไม่น้อยกว่า 3 ปีหรือ
    (3) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับ ปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลหรือวิศวกรรมไฟฟ้า
    ประสบการณ์ทํางานไม่น้อยกว่า 1 ปี
    6.2.3 ช่างเทคนิค
    (1) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทางด้านช่าง อุตสาหกรรม มีประสบการณ์ในการทํางานไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือ
    (2) จบการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางด้านช่าง
    อุตสาหกรรม

    โด
    มี

    11
    6.3 การเข้าปฏิบัติงาน มีดังนี้
    6.3.1 อาคารบุญชนะ อัตถากร (รวมห้องพักชั้น 11-12 และอาคารนิด้าเฮ้าส์)
    ลําาดับ
    ตําาแหน่ง
    จันทร์ อังคาร
    พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
    1
    หัวหน้าช่างเทคนิค
    D
    D D
    D
    D D
    OFF
    2
    ช่างเทคนิคอาวุโส 1
    M
    M
    M
    M
    M OFF
    D
    3
    ช่างเทคนิคอาวุโส 2
    A
    A
    A
    A
    OFF
    A
    A
    4
    ช่างเทคนิค 1
    M
    M
    M
    OFF
    M
    M
    M
    5
    ช่างเทคนิค 2
    A
    N
    OFF
    A
    AA
    A
    6
    ช่างเทคนิค 3
    N
    OFF
    N
    N
    N
    N
    N
    รวม
    6
    5
    5
    5
    5
    5
    5
    ล่าดับ
    ตําาแหน่ง
    ATCOME
    6.3.2 อาคารสยามบรมราชกุมารี
    จันทร์ อังคาร พุธ | พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
    1
    หัวหน้าช่างเทคนิค
    D
    D
    D
    D
    D | D
    OFF
    2 ช่างเทคนิคอาวุโส 1
    M
    M
    M
    M
    M OFF
    D
    3 ช่างเทคนิคอาวุโส 2
    A
    A
    A
    A
    OFF
    A
    A
    4
    ช่างเทคนิค 1
    M
    M
    M
    OFF
    M
    M
    M
    LO
    5
    ช่างเทคนิค 2
    A
    N
    OFF
    A
    A
    A
    A
    6
    ช่างเทคนิค 3
    N
    OFF
    N
    N
    N
    N
    N
    รวม
    6
    LO
    5
    5
    5
    5
    5
    5
    ใน

ส2

6.3.3 อาคารนวมินทราธิราช
12
ลําาดับ
ตําาแหน่ง
จันทร์ อังคาร
พุธ
พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
อาทิตย์
1
หัวหน้าช่างเทคนิค
D
D
D
D
D
D
OFF
2
ช่างเทคนิคอาวุโส 1
A
A
A
A
OFF A
M
3
ช่างเทคนิคอาวุโส 2
M
M
M
OFF
M
M
M
4
ช่างเทคนิค 1
A
A
OFF
M
<
A
M
A
un
5
ช่างเทคนิค 2
N
OFF
A
A
A
A
A
6
ช่างเทคนิค 3
OFF
N
N
N
N
N
N
7
ช่างเทคนิค 4
M
M
M
M
M
OFF
D
รวม
6
6
6
6
6
6
6
6.3.4 อาคารนราธิปพงศ์ประพันธ์
ลําาดับ
ตําาแหน่ง
จันทร์ อังคาร
พุธ | พฤหัสบดี | ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
1
หัวหน้าช่างเทคนิค
D
D
D
D
D D OFF
2 ช่างเทคนิคอาวุโส 1
M
M
M
M
M
OFF
D
3
ช่างเทคนิคอาวุโส 2
A
A
A
A
OFF
A
A
4
ช่างเทคนิค 1
M
M
M
OFF
M
M
M
5
ช่างเทคนิค 2
A
N
OFF
A
A
A
A
6
ช่างเทคนิค 3
N
OFF
N
N
N
N
N
รวม
6
5
5
5
5 5
5
หมายเหต

  1. เวลาปฏิบัติงาน
    1.1 ปกติ (D)
    เวลา 08.00 - 17.00 น.
    1.2 กะเช้า (M)
    เวลา 06.00 - 14.00 น.
    1.3 กะบ่าย (A)
    1.4. กะดึก (N)
    เวลา 14.00 - 22.00 น.
    เวลา 22.00 - 06.00 น.
    ไพ
    W

    2/2
    A
    h
    13
  2. ตารางการปฏิบัติงาน
  3. ตารางการทํางานสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้จะต้องได้รับความ เห็นชอบจากสถาบัน และไม่มีผลกระทบกับการดําเนินกิจกรรมต่างๆ ของสถาบัน 3. ผู้ที่มาปฏิบัติงานต้องสแกนลายนิ้วมือหรือวิธีการอื่นๆ ตามที่สถาบันกําหนดทั้งก่อน
    เข้าปฏิบัติงานและหลังจากการปฏิบัติงานทุกครั้ง ณ อาคารนิด้าสัมพันธ์ ชั้น 1 หรือสถานที่ที่สถาบันกําหนด
  4. ในกรณีที่หัวหน้าช่างเทคนิคมีเหตุจําเป็นให้ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ ต้องแจ้งให้
    สถาบันทราบล่วงหน้า และจัดส่งช่างตําแหน่งไม่น้อยกว่าช่างเทคนิคอาวุโส มาปฏิบัติงานทดแทนทั้งนี้ต้องไม่กระทบต่อจํานวนช่างที่ต้องปฏิบัติงานในวันนั้นๆ
    ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถาบัน
  5. ในกรณีที่ไม่มีพนักงานมาปฏิบัติงานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น ระหว่างการสับ
    เปลี่ยนกะ เป็นต้น สถาบันจะถือว่าพนักงานในกะต่อไปนั้นไม่ได้มาปฏิบัติงาน ทั้งนี้
    สถาบันขอสงวนสิทธิคิดค่าปรับตามข้อ 12.
    การปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกําหนด ต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
    ช่วงเวลา รายวัน
    รายสัปดาห์
    รายเดือน
    รอบ 3 เดือน
    รอบ 6 เดือน
  6. บันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ําประปา
  7. บันทึกข้อมูลการทํางานของเครื่องจักร
    รายการ
  8. ตรวจสอบสภาพทั่วไปของเครื่องจักร (ตามแผนงาน)
  9. ทําความสะอาดห้องระบบไฟฟ้าหลัก ห้องระบบปรับอากาศรวม และพื้นที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 5. งานอื่นๆตามสัญญา และข้อกําหนดของสถาบัน
  10. ทดสอบการทํางานของเครื่องกําเนิดไฟฟ้า
  11. ทดสอบการทํางานของเครื่องสูบน้ําดับเพลิง
  12. รายงานปัญหาและอุปสรรค
  13. ทดสอบการทํางานของระบบอื่นๆตามสัญญา และข้อกําหนดของสถาบัน
    ประสานงานการตรวจสอบและบํารุงรักษาเครื่องจักรตามสัญญาจ้างของสถาบัน
  14. ทําความสะอาดชุด AHU และ FCU (อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง)
  15. ทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (อย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง) 3. งานอื่นๆตามสัญญา และข้อกําหนดของสถาบัน
  16. ตรวจวัดคุณภาพน้ําจากระบบบําบัดน้ําเสีย
  17. ตรวจสอบและทําความสะอาดภายในตู้ควบคุมไฟฟ้าหลักและไฟฟ้าย่อย 3. ทําความสะอาดบ่อเก็บน้ําประปา
  18. งานอื่นๆตามสัญญา และข้อกําหนดของสถาบัน
    รอบ 12 เดือน ตรวจสอบและทําความสะอาดภายในตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก รวมทั้งงานอื่นๆตามสัญญา และ
    ข้อกําหนดของสถาบัน
  19. กําาหนดการยืนราคาและการส่งมอบ
    8.1 กําหนดยืนราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน

    44
    14
    8.2 การส่งมอบงาน
    กําหนดส่งมอบงานทุกสิ้นเดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนกันยายน 2570 การส่งมอบ งานผู้ยื่นข้อเสนอราคาจะต้องส่งรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานประจําเดือนของแต่ละอาคารๆ ละ ไม่น้อยกว่า 2 เล่ม โดยจะต้องส่งมอบรายงานดังกล่าวให้สถาบัน ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป รายละเอียดของรายงานต้องประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
    (1) รายงานบันทึกค่าการใช้ไฟฟ้าและน้ําประปารายวัน รายเดือนหรือตามระยะเวลาที่สถาบัน
    กําหนด
    รวมทั้งข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นภายในอาคารตามที่สถาบันกําหนด
    (2) แผนงานการซ่อมบํารุงระบบต่างๆ ของแต่ละเดือน และของเดือนถัดไป
    (3) รายงานผลการซ่อมบํารุงตามแผนงานที่กําหนด
    (4) รายการซ่อมบํารุงระบบที่เกิดการชํารุดเสียหาย (5) รายงานรายการวัสดุที่ใช้
    (6) รายงานวัน และเวลา การปฏิบัติงานของพนักงาน
    (7) ตารางสรุปผลการปฏิบัติงาน
    (8) สรุปปัญหาและอุปสรรคพร้อมทั้งวิธีการแก้ไข
    (9) เอกสารบันทึกการทํางานและการตรวจสภาพของระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องกล
    และระบบอื่นๆ
    (10) รายงานผลการดําเนินงานการจัดการพลังงานตามที่สถาบันกําหนด (11) รายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ พร้อมประเมินความเสียหายเบื้องต้น (ถ้ามี)
  20. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    การพิจารณาผลการคัดเลือกข้อเสนอ สถาบันจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
  21. วงเงินงบประมาณ
    งบประมาณ 9,000,000.-บาท (เก้าล้านบาทถ้วน)
  22. งวดงานงวดเงินและการจ่ายเงิน
    แบ่งงวดงานงวดเงินและการจ่ายเงิน จํานวน 12 งวด งวดละเดือน
  23. อัตราค่าปรับ
    12.1 ค่าปรับจากการที่พนักงานของผู้ยื่นข้อเสนอขาดงาน หรือเวลาเข้าปฏิบัติงานและเวลาออกจากการ
    ปฏิบัติงานไม่ตรงตามที่กําหนด โดยคิดอัตราค่าปรับต่อคนต่อวัน ดังนี้
    ลําดับที่
    1
    2
    3
    ตําาแหน่ง หัวหน้าช่างเทคนิค
    ช่างเทคนิคอาวุโส
    ช่างเทคนิค
    อัตราค่าปรับต่อวัน (บาท)
    หมายเหตุ
    1,500.-
    1,000.-
    800.-
    12.2 นอกจากค่าปรับตามข้อ 12.1 แล้ว สถาบันอาจคิดค่าปรับเป็นรายวันอีกในอัตราร้อยละศูนย์จุดหนึ่ง
    (0.1) ของค่าจ้างตามสัญญา เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอไม่ส่งมอบงานตามที่สถาบันกําหนด
    12.3 กรณีผู้ปฏิบัติงานไม่แต่งกายตามแบบฟอร์มที่ผู้ยื่นข้อเสนอกําหนด สถาบันจะคิดค่าปรับเป็นรายบุคคล
    ในอัตราค่าปรับตามข้อ 12.1
    12.4 กรณีไม่มีทีมงานสนับสนุนหรือทีมงานชุดพิเศษ (Mobile Support Team) สถาบันจะคิดค่าปรับ
    10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อเหตุการณ์
    ไป
    240
    مجھے
    #2