ประกวดราคาจ้างก่อสร้างซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
โครงการงานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า ของการไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่เกิดความเสียหายจากรอยร้าว โดยใช้เทคโนโลยีวัสดุคอมโพสิตสมัยใหม่ ขอบเขตงานประกอบด้วยการสำรวจและจำแนกประเภทของรอยร้าว (Vertical, Horizontal, Mapping Cracks) การเตรียมพื้นผิวคอนกรีต และการซ่อมแซมด้วยวิธีเฉพาะทาง ได้แก่ การอัดฉีดน้ํายาอีพ็อกซี่ที่มีความหนืดต่ำตามมาตรฐาน ASTM C881 เพื่อประสานรอยร้าวขนาดเล็ก และการติดตั้งก้านคาร์บอนไฟเบอร์ตาข่ายถัก (Carbon Fiber Stitch) เพื่อยึดรั้งโครงสร้างที่แยกออกจากกันให้กลับมามีความเสถียร
ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานสากล เช่น ASTM, ACI และมาตรฐาน มอก. โดยต้องจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ แรงงานฝีมือ และช่างผู้ชำนาญงานเฉพาะด้าน รวมถึงต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงาน (Bar Chart) และแบบขยาย (Shop Drawing) ก่อนเริ่มงาน นอกจากนี้ยังต้องรับผิดชอบงานสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น งานฉาบปูนแต่งผิว และงานทาสีให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงของเดิม โครงการนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้าง การป้องกันผลกระทบต่อบุคคลภายนอก และการรักษาความสะอาดของพื้นที่ โดยมีการรับประกันผลงานเป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารจะสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงถาวร
English summary
The project involves repairing structural cracks in the Emergency Power Repair Building and the Electrical Instrument Room at the Metropolitan Electricity Authority (MEA), Min Buri District. The primary objective is to enhance structural stability and load-bearing capacity using advanced composite materials, specifically Carbon Fiber Stitching and Epoxy Injection. The scope includes crack survey and classification, surface preparation, injection of low-viscosity epoxy (ASTM C881), and installation of carbon fiber mesh rods to prevent future crack expansion and structural failure. The contractor is responsible for all architectural finishing, including plastering and painting, to match the original condition. Work must comply with international standards such as ASTM and ACI. A 2-year warranty is required, and the contractor must demonstrate specific experience in earthquake-related crack repair techniques.
การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความสามารถในการรับแรงของโครงสร้างอาคารบริเวณที่เกิดรอยร้าว
- เพื่อป้องกันการขยายตัวของรอยร้าวในอนาคตและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายเชิงโครงสร้าง (Structural Failure)
- เพื่อให้โครงสร้างอาคารสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและสอดคล้องตามมาตรฐานวิศวกรรม
- เพื่อซ่อมแซมผิวอาคารและงานสถาปัตยกรรมให้มีความสวยงามและประณีตตามหลักวิชาช่าง
ขอบเขตของงาน
- งานสำรวจและประเมินสภาพ: ตรวจสอบ จำแนกประเภท วัดความกว้าง ความลึก และแนวการแตกร้าวของโครงสร้างทั้งหมด
- งานเตรียมพื้นผิว: ทำความสะอาดพื้นผิวคอนกรีตบริเวณรอยร้าวด้วยลมอัดหรือเครื่องมือที่เหมาะสม
- งานอัดฉีดน้ํายาอีพ็อกซี่ (Crack Injection): ใช้น้ํายาความหนืดไม่เกิน 110 CP ตามมาตรฐาน ASTM C881 และ C884 โดยใช้ปั๊มยิงชนิด 2 ส่วนผสม
- งานติดตั้งก้านคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber Stitch): ติดตั้งก้านคาร์บอนไฟเบอร์ตาข่ายถักขนาดบางไม่เกิน 2.5 มม. โดยการกรีดร่องและฝังยึดด้วยอีพ็อกซี่ยึดเกาะสูง
- งานซ่อมผิวและเก็บงานสถาปัตยกรรม: ฉาบปูนแต่งผิว ทาสีปรับผิวให้เรียบร้อยสม่ำเสมอใกล้เคียงของเดิม
- งานจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราว: จัดสร้างสํานักงานชั่วคราว รั้วกันเขตก่อสร้าง ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาชั่วคราว
- งานรักษาความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม: ป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินข้างเคียง จัดการขยะ และดูแลความปลอดภัยของคนงาน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานการสำรวจและประเมินสภาพรอยร้าวโดยละเอียด
- งานซ่อมแซมรอยร้าวและเสริมกำลังโครงสร้างที่เสร็จสมบูรณ์ตามรูปแบบที่กำหนด
- งานทาสีและตกแต่งผิวสถาปัตยกรรมที่เรียบร้อย
- แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) จำนวน 1 ชุดต้นฉบับ และ 2 ชุดสำเนา
- พื้นที่ก่อสร้างที่ผ่านการทำความสะอาดและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวออกทั้งหมด
- หนังสือค้ำประกันผลงาน (Bank Guarantee) มูลค่าร้อยละ 5 ของค่าจ้าง
ระยะเวลาดำเนินการ
- การยื่นแผนการปฏิบัติงาน (Bar Chart/Work Schedule): ภายใน 20 วัน นับแต่วันที่เซ็นสัญญา
- การส่งตัวอย่างวัสดุและ Shop Drawing: ต้องเผื่อระยะเวลาล่วงหน้าให้เพียงพอก่อนการติดตั้ง
- ระยะเวลาการรับประกันผลงาน: 2 ปี นับถัดจากวันที่ผู้ว่าจ้างรับมอบงานงวดสุดท้าย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างและซ่อมแซมโครงสร้าง
- Standards Compliance: วัสดุและกรรมวิธีต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก., วสท., ASTM (C881, C884, C882), ACI, และ AASHTO
- Experience: มีประสบการณ์ในการซ่อมรอยแตกร้าวจากแผ่นดินไหวตามเทคนิคที่กำหนด (Epoxy Injection/Carbon Fiber Stitch) มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น ปั๊มยิงอีพ็อกซี่ชนิด 2 ส่วนผสม (2-parts epoxy pump injection)
- Personnel: ผู้รับจ้างต้องได้รับใบรับรองการอบรมจากเจ้าของผลิตภัณฑ์วัสดุซ่อมแซม และต้องมีหัวหน้าคุมงานที่มีประสบการณ์ประจำที่ไซต์งานตลอดเวลา
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาอนุมัติวัสดุอุปกรณ์เทียบเท่า: ต้องเสนอภายใน 90 วันหลังทำสัญญา และต้องมีคุณภาพไม่ต่ำกว่าที่ระบุ
- คุณภาพงานฉาบปูน: ผิวต้องเรียบสม่ำเสมอ ไม่เกิดคลื่น (Waving) และยึดเกาะแน่น (ไม่มีเสียงดังโปร่งเมื่อเคาะ)
- การทดสอบวัสดุ: ต้องผ่านการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้ เช่น จุฬาฯ, เกษตรฯ, AIT หรือ กรมวิทยาศาสตร์ฯ
- ความถูกต้องตามหลักวิชาช่าง: งานซ่อมแซมต้องประสานเป็นเนื้อเดียวกันและสามารถรับแรงได้ตามการออกแบบวิศวกรรม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- น้ํายาอีพ็อกซี่สำหรับอัดฉีด: ความหนืด < 110 CP, กำลังอัดยึดเกาะ (Bond Strength) >= 23 MPa (ASTM C882), เซ็ตตัวภายใน 3 ชั่วโมง
- ก้านคาร์บอนไฟเบอร์: ตาข่ายถัก หนาไม่เกิน 2.5 มม., ยาวไม่น้อยกว่า 20 มม.
- ปูนฉาบ: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มอก. 80-2517 หรือปูนฉาบสำเร็จรูป (อินทรี, เสือ, ทีพีไอ)
- งานสี: ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง (TOA, Captain, ICI Dulux หรือ Jorakay) พร้อมงาน Skim Coat เพื่อผิวที่เรียบเนียน
- การติดตั้ง Carbon Fiber Stitch: ต้องกรีดร่องตัววี (V-Cut) ลึก 1.5-2.5 ซม. และวางก้านขวางแนวรอยร้าวทุกระยะ 30-40 ซม.
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินงวดสุดท้าย: จะดำเนินการเมื่อส่งมอบ As-Built Drawing และทำความสะอาดพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับและการหยุดงาน: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์สั่งหยุดงานหากไม่ได้คุณภาพ โดยผู้รับจ้างไม่สามารถขอขยายเวลาหรือเรียกค่าเสียหายได้
- การประกันภัย: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าประกันภัยตามสัญญาและค่าเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลที่สาม
- การค้ำประกัน: ต้องมีหนังสือค้ำประกันธนาคาร 5% ของมูลค่าสัญญา ตลอดระยะเวลาประกัน 2 ปี
- การเปลี่ยนแปลงงาน: การเพิ่ม/ลดงานต้องตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยอ้างอิงราคาต่อหน่วยในใบเสนอราคาเดิม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: เทคโนโลยี Carbon Fiber Stitch คืออะไร?
A: คือการใช้ก้านคาร์บอนไฟเบอร์ตาข่ายถักฝังลงในร่องคอนกรีตที่กรีดไว้เพื่อยึดรั้งรอยร้าวและเสริมเสถียรภาพโครงสร้าง- Q: น้ํายาอีพ็อกซี่ที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องมีความหนืดต่ำพิเศษไม่เกิน 110 CP เพื่อให้แทรกซึมเข้ารอยร้าวขนาดเล็กได้ดี และต้องได้มาตรฐาน ASTM C881 - Q: ทำไมต้องใช้ปั๊มยิงอีพ็อกซี่แบบ 2 ส่วนผสม?
A: เพื่อป้องกันน้ํายาเซ็ตตัวเป็นเจลก่อนฉีด (Gel Time) ซึ่งจะช่วยรักษาประสิทธิภาพในการแทรกซึมสูงสุด - Q: ระยะห่างในการติดตั้งก้านคาร์บอนไฟเบอร์คือเท่าใด?
A: กำหนดให้ติดตั้งทุกระยะเฉลี่ย 30-40 ซม. ขวางแนวรอยแตกร้าว - Q: หากรอยร้าวเกิดขึ้นที่เสาโครงสร้าง ต้องระวังเรื่องใดเป็นพิเศษ?
A: การกรีดร่องเพื่อฝังวัสดุต้องลึกไม่เกิน 2 ซม. เพื่อป้องกันการตัดโดนเหล็กเสริมหลักของเสา - Q: งานซ่อมแซมประเภท W3 (รอยต่อโครงสร้าง) แตกต่างจากประเภทอื่นอย่างไร?
A: จะมีการเสริม Carbon Fiber Stitch พร้อมเว้นร่องสำหรับยาแนวด้วย Silicone Joint Sealant และ Backer Rod เพื่อรองรับการขยับตัว - Q: การบ่มปูนฉาบต้องใช้เวลานานเท่าใด?
A: ต้องบ่มด้วยการพรมน้ำให้ชื้นตลอดเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมงสำหรับชั้นแรก และไม่น้อยกว่า 6 วันสำหรับชั้นที่สอง - Q: ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์เฉพาะทางด้านใด?
A: ต้องมีประสบการณ์ซ่อมรอยร้าวจากแผ่นดินไหวด้วยวิธี Epoxy Injection หรือ Carbon Fiber ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท - Q: มาตรฐาน ASTM C884 เกี่ยวข้องกับอะไรในโครงการนี้?
A: เป็นการทดสอบความเข้ากันได้ของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิระหว่างน้ํายาอีพ็อกซี่กับคอนกรีต - Q: หากพบรอยร้าวที่เคาะแล้วมีเสียงโปร่งต้องแก้ไขอย่างไร?
A: ต้องสกัดออกรอบบริเวณไม่น้อยกว่า 10 ซม. ทำความสะอาด และฉาบซ่อมใหม่โดยผสม Bonding Agent
- Q: น้ํายาอีพ็อกซี่ที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
การไฟฟ้านครหลวง
Metropolitan Electricity Authority
รายการประกอบแบบและข้อกําหนดเฉพาะงาน
งานก่อสร้างปรับปรุงรอยร้าว
อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องมือวัดไฟฟ้า
การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
การไฟฟ้านครหลวง
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
สารบัญ
หน้า
หมวด ก รายการสถาปัตยกรรม
- ขอบเขตของงาน
- มาตรฐานอ้างอิง
- วัสดุและอุปกรณ์
- การควบคุมคุณภาพ 5. สิ่งอํานวยความสะดวก
- ความปลอดภัย
- การส่งมอบงาน
- การปรับปรุงบริเวณก่อสร้าง
- งานฉาบปูน (CEMENT PLASTER)
- ปูน
- วิธีการดําเนินงาน
- งานทาสีและทําผิ
- ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับงานปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร
- ภาพถ่ายความเสียหายของอาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า
1
2
3
4
8
9
11
11
12
13
14
15
16
18
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
หมวด ก รายการสถาปัตยกรรม - ขอบเขตของงาน (SUMMARY OF WORK)
1.1 นิยาม
งานสถาปัตยกรรม
คํานาม คําสรรพนาม ที่ปรากฏในสัญญาและเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเหมางานก่อสร้าง แบบก่อสร้าง รายการประกอบแบบ ก่อสร้าง และเอกสารอื่นๆที่แนบสัญญาทุกฉบับ ให้มีความหมายตามที่ระบุไว้ในหมวดนี้ นอกจากจะมีการระบุเฉพาะไว้เป็น อย่างอื่น หรือระบุเพิ่มเติมไว้ในเงื่อนไขแห่งสัญญานี้
เจ้าของโครงการที่ลงนามในสัญญาหรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจาก
ตัวแทนของเจ้าของโครงการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ควบคุมงาน สถาปนิก และวิศวกรผู้ออกแบบ หรือผู้ควบคุมงาน บุคคลหรือนิติบุคคลที่ลงนามเป็นคู่สัญญากับผู้ว่าจ้างรวมถึงตัวแทน หรือลูกจ้างที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างตามสัญญานี้
ผู้ว่าจ้าง
หมายถึง
ผู้ว่าจ้าง
ผู้ควบคุมงาน
หมายถึง
สถาปนิก และวิศวกร
หมายถึง
ผู้รับจ้าง
หมายถึง
งานก่อสร้าง
หมายถึง
แบบก่อสร้าง
หมายถึง
รายการประกอบแบบก่อสร้าง หมายถึง
การอนุมัติ
1.2 วัตถุประสงค์
หมายถึง
งานต่างๆที่ระบุในแบบก่อสร้าง รายการประกอบแบบก่อสร้างและ เอกสารแนบสัญญา รวมทั้งงานประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แบบก่อสร้างทั้งหมดที่ประกอบในการทําสัญญาจ้างเหมา และแบบ ก่อสร้างที่มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข และเพิ่มเติมภายหลัง
เอกสารรายการแสดงรายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง ควบคุม
คุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ เทคนิคและข้อตกลงต่างๆที่เกี่ยวกับงาน
ก่อสร้างที่มีปรากฏหรือไม่มีปรากฏในแบบก่อสร้าง ตามสัญญานี้ การอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอํานาจในการอนุมัติ
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การการไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี มีความประสงค์จะ ซ่อมแซมอาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัด โครงสร้างทั่วไปเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ตามรูปแบบและรายการที่กําหนด โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความสามารถในการรับแรงของโครงสร้างบริเวณที่เกิดรอยร้าว ด้วยวิธีการเสริมกําลังโดยใช้ Carbon Fiber Stitch ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวัสดุคอมโพสิตและเพื่อป้องกันการขยายตัวของรอยร้าว ในอนาคต ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายเชิงโครงสร้าง (Structural Failure) รวมถึงให้โครงสร้างอาคารสามารถใช้งานได้ อย่างปลอดภัยและสอดคล้องตามมาตรฐานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องมีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทํางานที่ประณีต ละเอียด และ
มีความถูกต้องตามหลักวิชาช่าง
1.3 ขอบเขตของงาน
งานก่อสร้างอาคารตามรูปแบบก่อสร้าง และรายการประกอบแบบก่อสร้าง โดยมีขอบเขตของงานดังต่อไปนี้
1.3.1
1.3.2
1.3.3
1.3.4
1.3.5
1.3.6
งานสํารวจและประเมินสภาพ โดยตรวจสอบสภาพพร้อมจําแนกลักษระรอยร้าวทั้งหมดของโครงสร้าง รวมถึง
วัดความกว้าง ความลึก และแนวการแตกร้าว
งานเตรียมพื้นผิว ต้องทําความสะอาดพื้นผิวคอนกรีตบริเวณรอยร้าวและเป่าทําความสะอาดด้วยลมอัดหรือ เครื่องมือที่เหมาะสม
งานอัดฉีดน้ํายาอีพ็อกซี่สําหรับซ่อมรอยแตกร้าว ที่มีความหนืดไม่เกิน 110 CP ประเภทที่ใช้ประสานกับ คอนกรีต (ASTM C881) และผ่านการทดสอบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกับคอนกรีต (ASTM C884) งานติดตั้งก้านคาร์บอนไฟเบอร์ตาข่ายถักขนาด บางไม่เกิน 2.5 มม. มีความยาวไม่เกิน 20 มม. โดยกําหนด ระยะฝังและมุมติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐาน
งานซ่อมผิวและเก็บงานซ่อมแต่งผิวคอนกรีตให้เรียบร้อย โดยทาสีปรับผิวให้ได้ระดับมีลักษณะใกล้เคียง
ของเดิม
ส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในโครงการตามรูปแบบ และรายการกําหนด
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 1 -
asy
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
1.4 ราคางานก่อสร้าง
ราคางานก่อสร้างให้รวมถึงรายการดังต่อไปนี้
1.4.1
การเตรียมงาน เตรียมสถานที่ ให้พร้อมเพื่อการก่อสร้าง
1.4.2 ที่พักคนงาน สํานักงานชั่วคราว ฯลฯ
1.4.3
1.4.4
1.4.5
1.4.6
1.4.7
งานสถาปัตยกรรม
ค่าขอมิเตอร์ไฟฟ้า ประปาชั่วคราว รวมถึงค่าน้ํา-ไฟฟ้าชั่วคราว ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง ค่าวัสดุ แรงงาน เครื่องมือ และค่าขนส่ง
ค่าดําเนินการเกี่ยวกับเทคนิคการก่อสร้าง การป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับบุคคลและทรัพย์สินทั้งในและ นอกสถานที่ก่อสร้าง ตลอดจนค่าดําเนินการต่าง ๆ ที่ผู้รับจ้างจะต้องกระทําเพื่อให้งานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ค่า ประกันภัยตามสัญญา
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามเงื่อนไข และข้อกําหนดตามสัญญา
ค่าทดสอบวัสดุต่าง ๆ ตามรายการประกอบแบบก่อสร้าง (SPECIFICATION) หรือเมื่อผู้ว่าจ้างประสงค์ให้ทํา
การทดสอบ
1.5 การสํารวจตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องทําการสํารวจตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างและบริเวณใกล้เคียง จนทราบเป็นที่พอใจแล้วถึงลักษณะและสภาพ ทั่วไป ทั้งระดับพื้นดินและขอบเขตสิ่งก่อสร้างต่างๆที่มีอยู่ สิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลาย สิ่งที่ต้องระมัดระวังรักษาไว้ ตลอดจนลู่ทางเข้า-ออก การขนส่งวัสดุสิ่งของและคนงาน ความสะดวกและข้อขัดข้องทั้งหลาย การจัดสถานที่ที่จําเป็น สําหรับใช้ในการก่อสร้างตามที่ต้องการ พร้อมทั้งมีความเข้าใจอย่างดีในการศึกษาวิธีการจัดหาโรงงาน การจัดทํา มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน จัดทํามาตรการในการรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อม จัดหาวิธีป้องกันมิให้เกิดปัญหาจราจรที่เกิดจากการก่อสร้าง จัดหาวิธีป้องกันสาธารณประโยชน์ต่างๆ มีให้ เกิดความเสียหาย จัดทํารั้วชั่วคราวและสิ่งก่อสร้างชั่วคราว สามารถทํางานให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ได้ อีกทั้งมีข้อมูลที่จําเป็น ทั้งหลายอันเกี่ยวด้วยความเสี่ยงภัย ความผันผวนของเหตุการณ์ และเหตุอื่นๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบกระเทือนการทํางาน ก่อสร้างนี้เป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้รับจ้างจะยกข้ออ้างถึงการที่ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อประโยชน์ใดๆ
ของตนมิได้
- มาตรฐานอ้างอิง (REFERENCE STANDARDS) 2.1 สถาบันมาตรฐาน (STANDARD INSTITUTE)
มาตรฐานทั่วไปที่ระบุในแบบก่อสร้าง และรายการประกอบแบบก่อสร้าง เพื่อใช้อ้างอิงหรือเปรียบเทียบ คุณภาพ หรือ ทดสอบวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ตลอดจนกรรมวิธีการปฏิบัติ วิธีการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์สําหรับงานตามสัญญาในโครงการนี้ ให้ถือ ปฏิบัติตามมาตรฐานของสถาบันดังต่อไปนี้
(สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
(วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)
AASHTO (AMERICAN ASSOCIATION OF STATE HIGHWAY TRANSPORTATION OFFICIALS)
ACI (AMERICAN CONCRETE INSTITUTE)
2.1.1 มอก.
2.1.2
วสท.
2.1.3
2.1.4
2.1.5 ANSI
(AMERICAN NATIONAL STANDARDS INSTITUTE)
2.1.6 ASTM
2.1.7 AWS
2.1.8 BS
(BRITISH STANDARD)
2.1.9 JIS
2.1.10 UL
(AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS)
(AMERICAN WELDING SOCIETY)
(JAPANESE INDUSTRIAL STANDARD)
(UNDERWRITER LABORATORIES INC.)
2.1.11 มาตรฐานอื่นๆ ที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้าง หรือรายการประกอบแบบก่อสร้าง
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
-2-
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
2.2 สถาบันตรวจสอบ (TESTING INSTITUTE)
งานสถาปัตยกรรม
ในกรณีที่ต้องทดสอบคุณภาพวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในงานก่อสร้างตามสัญญานี้ อนุมัติให้ทดสอบในสถาบันดังต่อไปนี้
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU)
2.2.1
2.2.2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU)
2.2.3
2.2.4
2.2.5
2.2.6
2.2.7
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)
กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) สถาบันอื่น ๆ ที่รับรองโดยผู้ว่าจ้าง หรือผู้ออกแบบ - วัสดุและอุปกรณ์ (MATERIAL AND EQUIPMENT)
3.1 เครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์ในงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ แรงงานฝีมือดี ช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะ และวัสดุอุปกรณ์ทุก ชนิดที่จําเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้างอย่างดีมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะต้องจัดหานั่งร้านที่แข็งแรงมั่นคง ถูกต้องตาม เทศบัญญัติ และ “ข้อกําหนดนั่งร้านสําหรับงานก่อสร้างอาคาร” ในมาตรฐานความปลอดภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และ ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งเครื่องหมายแสดงบริเวณที่อาจเกิดอันตรายทุกแห่ง และจะต้องทําการก่อสร้างสิ่งป้องกันชั่วคราว บริเวณอันตรายดังกล่าวด้วย การเคลื่อนย้าย รื้อถอน นั่งร้าน หรืออุปกรณ์เครื่องยกต่างๆ จะต้องได้รับการอนุมัติจาก
สถาปนิกหรือวิศวกรก่อนจึงจะดําเนินการได้
3.2 การเตรียมวัสดุ
3.2.1 วัสดุก่อสร้างที่ปรากฏอยู่ในแบบและรายการประกอบแบบ หรือที่มิได้อยู่ในแบบและรายการประกอบแบบก็ดี อันเป็น ส่วนหนึ่ง หรือเป็นส่วนประกอบการก่อสร้างอาคารนี้ ให้เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดีนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาเพื่อใช้ ในงานก่อสร้างนี้ทั้งสิ้น 3.2.2 วัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดซื้อโดยได้รับอนุมัติจากสถาปนิก หรือวิศวกร หรือผู้ว่าจ้าง และ
จัดเตรียมนํามาใช้ให้ทันกับการก่อสร้างเพื่อไม่ให้งานก่อสร้างล่าช้า
3.2.3 ในกรณีวัสดุก่อสร้าง หรืออุปกรณ์การก่อสร้างบางอย่างซึ่งระบุให้ใช้วัสดุต่างประเทศ ผู้รับจ้างจะต้องสั่งของนั้นๆ
ล่วงหน้าเพื่อให้ทันการใช้งาน ภายในระยะเวลาดําเนินการที่กําหนด โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
3.2.4 ห้ามผู้รับจ้างนําวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ในงานก่อสร้างนี้ หรือไม่ได้รับการอนุมัติจากสถาปนิกหรือวิศวกรหรือผู้ว่าจ้าง
เข้ามาในสถานที่ก่อสร้าง
3.3 คุณภาพของวัสดุ
วัสดุก่อสร้างทุกชนิดที่ใช้ในการก่อสร้างนี้จะต้องเป็นของที่ไม่เคยนําไปใช้งาน หรือเหลือจากการใช้งานมาก่อน และต้องเป็น ของใหม่จากผู้ผลิตซึ่งจะต้องมีคุณภาพดี ไม่มีรอยชํารุด เสียหาย แตกร้าวใดๆ และจะต้องถูกต้องตรงตามที่ระบุในแบบและ รายการประกอบแบบ หรือตามที่ได้รับอนุมัติ
3.4 การตรวจสอบและทดสอบคุณภาพวัสดุ
3.4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบ และ/หรือทดสอบคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่จะนํามาใช้ในงานก่อสร้าง ก่อนที่ จะออกจากโรงงานผู้ผลิตให้เป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน และผู้รับจ้างต้องแสดงใบรับรองผลการทดลองดังกล่าวให้ สถาปนิกตรวจดูเมื่อต้องการ เพื่อแสดงว่าวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ ได้รับการตรวจสอบทดสอบตามมาตรฐานที่ถูกต้อง และ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามสัญญา
3.4.2 ในกรณีที่มีข้อกําหนดให้ทดสอบวัสดุใดๆไว้ให้ผู้รับจ้างนําวัสดุหรืออุปกรณ์ไปทดสอบตามสถาบันมาตรฐานที่ได้กล่าว ไว้ ในการนี้ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานหรือสถาปนิกทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้อยู่ร่วมในการทดสอบด้วยแล้วแต่ กรณี ในกรณีที่เจ้าของโครงการได้มีหนังสืออนุญาตให้ตัวแทนของบริษัท หรือผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์รายใดเข้าไปใน
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 3 -
As
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
บริเวณก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องยินยอมและให้ความสะดวกกับตัวแทน ดังกล่าว
3.5 การเสนอตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์
3.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่าง หรือที่สถาปนิกระบุให้สถาปนิกหรือวิศวกร และผู้ว่าจ้าง พิจารณา
เห็นชอบอนุมัติ โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนงานแสดงระยะเวลาจัดส่งตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์เพื่อการพิจารณาเห็นชอบ อนุมัติ และการจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ จะต้องมีระยะเวลาล่วงหน้าเพียงพอต่อการพิจารณา ก่อนการสั่งซื้อและติดตั้ง ตามลําดับขั้นตอนการใช้งาน เพื่อไม่ให้การทํางานต้องล่าช้าไป
3.5.2 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติจากสถาปนิกหรือวิศวกร และผู้ว่าจ้างก่อนการติดตั้ง หากผู้รับจ้าง ดําเนินการติดตั้งโดยพลการ มิได้รับการอนุมัติ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาเปลี่ยนให้ใหม่ทันทีตามที่สถาปนิกหรือวิศวกร เห็นชอบ และจะถือเป็นข้ออ้างขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง หรือคิดราคาเพิ่มมิได้ วัสดุที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ยังไม่พ้น ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ในกรณีที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หรือบริวารได้ทําการติดตั้งโดยไม่เป็นไปตามหลัก วิชาช่างที่ดี
3.6 การเทียบเท่าของวัสดุอุปกรณ์และการขอใช้วัสดุอื่นทดแทน
3.6.1
3.6.2
3.6.3
3.6.4
3.6.5
3.6.6
3.6.7
สถาปนิก และวิศวกร จะรับพิจารณาการเทียบเท่าของวัสดุอุปกรณ์และการขอใช้วัสดุอุปกรณ์อื่นทดแทนภายใน 90 วัน หลังจากวันทําสัญญาก่อสร้างแล้วเท่านั้น
สถาปนิก วิศวกรสามารถยืนยันให้ใช้วัสดุอุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ได้ การพิจารณาอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น กรณีที่มีการระบุวัสดุอุปกรณ์ 3 ยี่ห้อ หรือมากกว่าในรายการประกอบแบบ สถาปนิก วิศวกร ยืนยันให้ใช้วัสดุ อุปกรณ์ตามที่ระบุไว้ การพิจารณาเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์จะกระทําต่อเมื่อไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุไว้ ทั้งนี้จะต้องไม่เกิดจากความผิดพลาด หรือการทํางานบกพร่องของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียดวัสดุอุปกรณ์ หลักฐานผลการทดสอบ เอกสารการรับประกันที่สามารถยืนยันคุณภาพ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อประกอบการพิจารณา นอกเหนือจากการใช้งานแล้ว สถาปนิก วิศวกร จะพิจารณา เรื่องความสวยงาม ความแข็งแรง ความปลอดภัย และการออกแบบเป็นเรื่องสําคัญ โดยให้ถือคําวินิจฉัยของ สถาปนิก วิศวกร เป็นข้อยุติ สถาปนิก วิศวกร และผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาการเทียบเท่าวัสดุอุปกรณ์ที่เห็น ว่ามีคุณภาพดีกว่า และราคาสูงกว่าที่ได้ระบุไว้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการประสานงานที่เกี่ยวข้อง หรืองานเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเทียบเท่า โดยไม่
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในกรณีดังกล่าว
ผู้รับจ้างไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หรือเวลาที่สูญเสียไป ในกรณีที่ทําให้งานล่าช้าจากการเทียบเท่า ผู้รับจ้างจะต้องเผื่อระยะเวลาในการพิจารณาการเทียบเท่าที่ต้องออกแบบใหม่รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับการขอ
อนุญาตส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้วย และผู้รับจ้างจะขอขยายระยะเวลาก่อสร้างเพิ่มเติมจากสัญญามิได้
- การควบคุมคุณภาพ (QUALITY CONTROL)
4.1 แบบและรายการประกอบแบบ
4.1.1
4.1.2
4.1.3
4.1.3
แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบก่อสร้าง ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่ ก่อสร้างอย่างละ 1 ชุด เป็นอย่างน้อย โดยให้อยู่ในสภาพที่ดี และเป็นแบบแก้ไขครั้งสุดท้ายเท่านั้น ระยะ และมาตรฐานต่างๆ ให้ถือเอาตัวเลขที่ระบุในแบบเป็นหลัก (ยกเว้นตัวเลขที่เขียนผิดพลาด) ห้ามวัดจากแบบ โดยตรง ถ้ามีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ควบคุมงาน หรือสถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบ ก่อนลงมือดําเนินการก่อสร้างทุก
ครั้ง
หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่แบบและรายการประกอบแบบขัดแย้งกันหรือไม่ชัดเจน ผู้รับจ้างจะต้องรีบแจ้งแก่สถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบ เพื่อให้จัดการแก้ไขข้อขัดข้องนั้นในทันทีที่พบ โดยให้ถือคําวินิจฉัยของสถาปนิก วิศวกรเป็นข้อ
ยุติ
หากพบส่วนใดที่ได้ระบุไว้ในแบบ แต่มิได้ระบุไว้ในรายการประกอบแบบ หรือที่ได้ระบุไว้ในรายการประกอบแบบ แต่มิได้ระบุไว้ในแบบ ให้ถือเสมือนว่าได้ระบุไว้ทั้งสองที่ หรือถ้ามิได้ระบุไว้ทั้งสองที่ แต่เพื่อความเรียบร้อยสมบูรณ์
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
2
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
4.2 ระยะต่างๆ
งานสถาปัตยกรรม
ของงานก่อสร้าง หรือเพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี ส่วนดีของงานก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องรีบดําเนินการ โดย
ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากสัญญาที่ตกลงไว้
4.2.1 ระยะที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง
ระยะสําหรับการก่อสร้างให้ถือตัวเลขที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้างเป็นสําคัญ การใช้ระยะที่วัดจากแผ่นแบบโดยตรง อาจเกิดความผิดพลาดได้ หากมีข้อสงสัยในเรื่องระยะให้สอบถามผู้ควบคุมงาน เพื่อพิจารณาตัดสินก่อนที่จะ ดําเนินการในส่วนนั้นๆ
4.2.2 การแจ้งระยะในการทํางานร่วมกัน
ในงานก่อสร้างที่ต้องมีงานของผู้รับจ้างช่วงของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างอื่นที่ผู้ว่าจ้างจัดหา ก่อนจะเริ่มงานดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบระยะต่างๆ ในบริเวณที่ก่อสร้างร่วมกันจนเป็นที่ทราบและเข้าใจดีเสียก่อน ในกรณี นี้ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในการให้ขนาดระยะต่างๆ ที่เป็นจริงแก่ผู้รับจ้างช่วงดังกล่าว ไม่ว่าจะมีตัวเลข แสดงระยะนั้นๆ ในแบบก่อสร้างหรือไม่ก็ตาม
4.3 การจัดทําแบบขยาย
4.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบงานก่อสร้างกับแบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบต่างๆในทุกขั้นตอน หากไม่เป็นที่แน่ ชัด หรือมีความจําเป็น หรือตามรายการที่ระบุให้จัดทํา SHOP DRAWING ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบขยาย หรือแบบ รายละเอียด หรือ SHOP DRAWING ในส่วนที่จะดําเนินการเสนอต่อผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาอนุมัติ
4.3.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนงานแสดงระยะเวลาจัดส่งแบบเพื่อการพิจารณาเห็นชอบอนุมัติ และการจัดส่งแบบจะต้องมี
ระยะเวลาล่วงหน้าเพียงพอต่อการพิจารณา ก่อนการดําเนินงานในส่วนนั้นๆตามลําดับขั้นตอน การที่ผู้รับจ้างจัดทํา แบบ SHOP DRAWING ล่าช้า หรือมีระยะเวลาตรวจสอบไม่เพียงพอ จะถือเอาเป็นสาเหตุในการขอขยายระยะเวลา หรืออ้างว่าเป็นปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างไม่ได้
4.3.3 การอนุมัติ SHOP DRAWING โดยผู้ควบคุมงาน มิได้หมายความว่า ผู้รับจ้างได้รับการยกเว้นความรับผิดชอบในการ ก่อสร้างส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบในการแก้ไขให้เรียบร้อยสมบูรณ์ ในกรณีที่มีปัญหา โดยรับผิดชอบทั้ง
ในด้านค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่สูญเสียไป
4.4 แผนการปฏิบัติงานและวิธีการทํางาน
4.4.1 แผนการปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานในรูป BAR CHART และตารางดําเนินงาน (WORK SCHEDULE) แสดงระยะเวลาและลําดับการดําเนินงานในแต่ละประเภทของงาน ขณะเดียวกันต้องแสดงการปฏิบัติงานร่วมและ
ประสานงานกับผู้รับจ้างรายอื่นๆ แผนการปฏิบัติงานต้องประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้
4.4.1.1 แผนกําหนดวันเริ่มทํางานและวันสิ้นสุดงานของแต่ละส่วนของงานก่อสร้างโดยละเอียด (BAR CHART) 4.4.1.2 แผนกําหนดวันสั่งซื้อ และวันส่งเข้าสถานที่ก่อสร้างของวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่ต้องใช้ในการก่อสร้างโดย
ละเอียด
4.4.1.3 แผนกําหนดจํานวนของพนักงาน ช่างแต่ละประเภท คนงานของผู้รับจ้างแต่ละเดือน
4.4.1.4 แผนกําหนดวันส่งวัสดุอุปกรณ์เข้าสถานที่ก่อสร้างของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นที่ผู้ว่าจ้างจัดหา 4.4.2 การรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน
ในการจัดทําแผนการปฏิบัติงาน ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รวบรวมข้อมูลที่จําเป็นต่างๆ จากผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นๆ เพื่อวางแผนงานให้รัดกุมที่สุด และในกรณีที่จําเป็นผู้ควบคุมงาน หรือสถาปนิก วิศวกรอาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้าง
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแผนการปฏิบัติงานให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
4.4.3 การยื่นเสนอ
การจัดทําแผนการปฏิบัติงานจะต้องทําเสนอต่อผู้ควบคุมงานภายใน 20 วัน นับแต่วันที่เซ็นสัญญาจ้างเหมางาน ก่อสร้าง พร้อมทั้งให้คําชี้แจงรายละเอียดแก่ผู้ควบคุม เพื่อขอรับความเห็นชอบ ทั้งนี้ตัวแทนของผู้รับจ้างจะต้อง
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 5-
asy
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
เซ็นชื่อรับรองแผนการปฏิบัติงานนี้ และการที่สถาปนิกได้ให้ความเห็นชอบในแผนการปฏิบัติงาน หรือการให้ รายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ถือว่าผู้รับจ้างได้พ้นจากความรับผิดชอบแต่อย่างใด
4.4.4 การบันทึกการทํางานจริงเทียบกับแผนการปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างจะต้องทําแผนการปฏิบัติงานแสดงให้ทุกฝ่ายเห็นชัดเจนในหน่วยงานก่อสร้างและผู้รับจ้างจะต้อง
บันทึกการทํางานที่เป็นจริงเปรียบเทียบกับแผนการปฏิบัติงานที่วางไว้ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบขั้นตอน
และการประเมินผลการดําเนินงานได้ถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มต้นงานจนงานแล้วเสร็จสมบูรณ์
4.4.5 ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ถ้างานบางส่วนที่ผู้รับจ้างปฏิบัติอยู่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่น ผู้รับจ้าง จะต้องจัดเตรียมงานให้สัมพันธ์กัน ติดตามผลการทํางานก่อสร้างของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นๆ นั้นอย่าง
สม่ําเสมอ และในกรณีที่พบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานดังกล่าว ก็ให้รายงานให้ผู้ควบคุมงานและ
ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยไม่ชักช้า
4.4.6 ความเสียหาย
ถ้ามีข้อบกพร่องหรือเสียหายอันใดเกิดขึ้นจากความล่าช้า เนื่องมาจากการไม่สนใจติดตามงาน หรือมิได้เตรียม
งานไว้อย่างถูกต้อง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขสิ่งบกพร่องนั้น โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ทั้งสิ้น
สิ้น และจะขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาเพิ่มไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่างานที่บกพร่องเสียหายนั้นเกิดจากหรือ เป็นงานในหน้าที่โดยตรงของผู้รับจ้างอื่นของผู้ว่าจ้าง ความรับผิดชอบเหล่านั้นจึงจะตกเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างอื่นนั้น
4.4.7 การเปลี่ยนแปลง
หากผู้ควบคุมงานเห็นว่าจําเป็นจะต้องจัดปรับปรุงแผนการปฏิบัติงาน เพื่อให้เหมาะสมกับเวลา และเพื่อให้มี ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามความเป็นจริง ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานใหม่ ส่งให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาแทนแผนการปฏิบัติงานของเก่าทันที
4.5 การประสานงานกันระหว่างผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างช่วง ผู้รับจ้างอื่นที่ผู้ว่าจ้างจัดหา 4.5.1 การให้ความสะดวกแก่ผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างรายอื่นในการทํางาน
ผู้รับจ้างต้องคิดเผื่อไว้แล้วในการอํานวยความสะดวกต่างๆ แก่การทํางานของผู้รับจ้างช่วง รวมทั้งผู้รับจ้างราย อื่นที่ผู้ว่าจ้างจัดหา เพื่อให้งานก่อสร้างนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์ใช้งานได้ดี ผู้รับจ้างต้องอนุญาตให้ใช้สิ่งต่างๆ ในการ ทํางาน เช่น นั่งร้านที่ผู้รับจ้างมีอยู่ บันได รอกส่งของ ลิฟท์ขนส่ง ฯลฯ และต้องประสานงานไม่ให้เกิดการติดขัดใน การใช้งานดังกล่าว และคิดค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสมและยุติธรรม
4.5.2 การให้ข้อมูลสําหรับงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องรับรู้ข้อมูลความต้องการต่างๆ ในงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างราย อื่น เพื่อให้ทราบความต้องการต่างๆ ที่เกี่ยวกับตําแหน่ง และขนาดช่องเปิดในงานคอนกรีตที่ต้องเว้นเผื่อไว้ล่วงหน้า เสาหรือแท่นคอนกรีต ระดับพื้นและความลาดเอียง ฯลฯ ผู้รับจ้างต้องให้ขนาดระยะต่างๆ ที่เป็นจริงแก่ผู้รับจ้างช่วง ที่กําหนด ผู้จัดหาที่กําหนด และผู้รับจ้างรายอื่นที่เจ้าของโครงการได้จ้างโดยตรง เพื่อให้สามารถทํางานให้เสร็จ สมบูรณ์ สอดคล้องกันไปได้ดี การแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างที่ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ดังกล่าวข้างต้น ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดแต่ผู้เดียว
ด
4.5.3 การติดต่อประสานงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องทําให้แน่ใจว่า งานก่อสร้างของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างรายอื่นไม่เป็นเหตุขัดขวางงานก่อสร้างให้
ล่าช้า ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและจัดให้มีการประสานงานติดต่อระหว่างผู้รับจ้างกับผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่น โดย จัดให้มีแผนงานแสดงขั้นตอนต่างๆ ที่วางไว้ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปด้วยดีซึ่งกันและกัน ผู้รับจ้างต้องวาง แผนการก่อสร้างทุกระบบอย่างละเอียดถี่ถ้วนและสอดคล้องกันเป็นอย่างดี เพื่อให้งานก่อสร้างเสร็จทันกําหนดเวลา
ตามสัญญา
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 6 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
4.9
4.6 การเตรียมผิวเพื่อตกแต่งภายหลัง
ในพื้นที่บางส่วนของอาคาร ในกรณีที่มีการกําหนดไว้ในแบบก่อสร้างให้เตรียมผิวไว้สําหรับตกแต่งภายหลัง ผู้รับจ้าง
จะต้องลดระดับและทําการเตรียมผิวไว้ให้ถูกต้องกับวัสดุที่จะนํามาตกแต่งผิว การเตรียมผิวจะต้องทําด้วยความประณีตและ
ต้องใช้ช่างที่มีฝีมือดี ในกรณีที่สถาปนิกลงความเห็นว่าการเตรียมผิวที่ผู้รับจ้างทําไว้ไม่ดีพอหรือไม่ถูกต้องกับวัสดุที่จะนํามา ตกแต่งผิว และสั่งให้ผู้รับจ้างทําการแก้ไข ผู้รับจ้างจะต้องทําให้ใหม่จนถูกต้องตามหลักวิชาช่างที่ดี โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ รับจ้างเอง รวมทั้งจะถือเป็นข้ออ้างในการขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาไม่ได้ และผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือ และอํานวยความสะดวกแก่ผู้รับจ้างงานตกแต่งทั้งตําแหน่งและระดับ วัสดุตกแต่งใดที่ไม่ได้กําหนดสีวัสดุ ให้ผู้รับจ้างแจ้งต่อ ผู้ออกแบบผ่านผู้ควบคุมงานเพื่อขอทราบรายละเอียดของสีและชนิดของผิววัสดุดังกล่าว โดยถือว่าเป็นหน้าที่ที่ ผู้รับจ้าง จะต้องประมาณเวลาให้ถูกต้องกับการใช้งานของวัสดุแต่ละประเภท หากเกิดความล่าช้าผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุขอขยาย
ระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาไม่ได้
4.7 การเปลี่ยนแปลงงานก่อสร้าง
4.7.1 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่งเปลี่ยนแปลง เพิ่มหรือลดงานส่วนหนึ่งส่วนใดนอกเหนือไปจากแบบก่อสร้าง หรือรายการประกอบ แบบตามสัญญาได้ โดยตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจาก ข้อตกลงในสัญญา โดยให้ยึดถือหลักการคิดราคาดังต่อไปนี้
4.7.1.1 คิดราคาเป็นหน่วย ตามใบเสนอราคาของผู้รับจ้างในเอกสารแนบสัญญา
4.7.1.2 ถ้ารายการที่เปลี่ยนแปลงไม่มีแสดงในใบเสนอราคาแนบสัญญา ผู้ว่าจ้างจะทําการตกลงราคากับผู้รับจ้าง โดย
ยึดถือการประเมินราคาที่ยุติธรรมของวัสดุ หรือแรงงานนั้น ตามราคาในท้องตลาดขณะนั้น
4.7.2 ผู้รับจ้างเห็นว่าแบบหรือคําสั่งใดๆของผู้ว่าจ้างที่นอกเหนือไปจากแบบ และรายการประกอบแบบตามสัญญาซึ่งจะต้อง เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อขออนุมัติ และผู้ว่าจ้างได้ทําการ ตกลงในเรื่องราคางานเพิ่ม-ลดเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มดําเนินงานได้ ยกเว้นในกรณีที่การปฏิบัติงานนั้นๆ อยู่ในขอบเขต แห่งความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ตามแบบและรายการประกอบแบบตาม หรืออยู่ในขั้นตอนของแผนการปฏิบัติงานที่ วิกฤต ให้ถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามแผน โดยจะเรียกร้องค่าจ้างได้เฉพาะงาน เพิ่ม-ลด แต่จะขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาไม่ได้
4.8 หัวหน้าคุมงานของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตัวแทนของผู้ว่าจ้างที่มีความสามารถและประสบการณ์ เป็นผู้มีอํานาจเต็มประจําอยู่ในสถานที่ ก่อสร้างตลอดเวลาอย่างน้อย 1 คน เป็นตัวแทนของผู้รับจ้างในขณะที่ผู้รับจ้างไม่อยู่ และเป็นผู้ที่ผู้ว่าจ้างเห็นชอบแล้ว คําแนะนํา หรือคําสั่งใดที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงาน ได้สั่งแก่ตัวแทนของผู้ว่าจ้าง ให้ถือเสมือนว่าได้สั่งแก่ผู้รับจ้างโดยตรง ผู้ว่า จ้างสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนตัวแทนของ ผู้รับจ้างได้ หากเห็นว่าไม่เหมาะสม
การตรวจงานระหว่างก่อสร้าง
ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้าง ผู้แทนสถาปนิก วิศวกร และผู้ควบคุมงาน มีสิทธิ์เข้าไปตรวจงานก่อสร้างได้ตลอดเวลา โดย ผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวก เช่น บันไดชั่วคราว ทางเดินชั่วคราว ไฟฟ้าส่องสว่าง และอื่นๆ ให้เรียบร้อยสําหรับการ
ตรวจงานก่อสร้าง
4.10 การสั่งหยุดงาน
การก่อสร้างที่ผิดจากรูปแบบหรือไม่ได้คุณภาพงานที่ดี ผู้ว่าจ้าง สถาปนิก วิศวกร และผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์สั่งหยุดงาน ชั่วคราวได้ จนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการให้เรียบร้อย โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายหรือขอขยายระยะเวลาก่อสร้างตาม สัญญาไม่ได้
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 7 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
- สิ่งอํานวยความสะดวกชั่วคราว (CONSTRUCTION FACILITIES AND TEMPORARY CONTROLS) 5.1. สิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ
5.1.1 พื้นที่ โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์
ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีพื้นที่ โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์เพื่อเก็บและป้องกันความเสียหายของวัสดุและอุปกรณ์ทุก ชนิดที่นํามาใช้ในงานก่อสร้าง โดยมีขนาดตามความเหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการ ทั้งนี้ห้ามผู้รับจ้างนําวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้งานก่อสร้างในโครงการนี้มาเก็บไว้ในโรงเก็บวัสดุ
5.1.2 สํานักงานชั่วคราว
ผู้รับจ้างจะต้องสร้างสํานักงานชั่วคราวในบริเวณสถานที่ก่อสร้าง สําหรับเป็นที่ทํางานของผู้รับจ้างและผู้ ควบคุมงาน ประกอบด้วยโทรศัพท์ ระบบไฟฟ้ากําลังและแสงสว่าง ห้องน้ํา-ส้วม และอุปกรณ์ประกอบสํานักงานที่ จําเป็น เช่น โต๊ะวางแบบพร้อมที่แขวนแบบ เครื่องโทรสาร ตู้เอกสาร เป็นต้น
5.1.3 แบบรายละเอียดผังแสดงตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแบบผังแสดงการจัดวางตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว และสํานักงานชั่วคราวให้ผู้ควบคุม งานพิจารณาอนุมัติก่อนสร้างอย่างน้อย 7 วัน และต้องเริ่มก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว และสํานักงานชั่วคราวทันที เมื่อผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่ต้องมีถนนชั่วคราวให้พยายามจัดวางตําแหน่งให้ตรงกับถนนที่ จะก่อสร้างจริงตามที่แสดงในแบบ และจะต้องจัดลําดับตําแหน่งสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวให้สัมพันธ์กับวิธีการก่อสร้าง
รวมทั้งจัดระบบการจราจรทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดการติดขัด หรือกีดขวางต่อ
การปฏิบัติงานก่อสร้างและการจราจรส่วนรวม
5.1.4 การรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม
ให้ผู้รับจ้างยึดถือปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานตามประกาศกรุงเทพมหานครเรื่อง “กําหนดหลักเกณฑ์ในการ ก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภค” ของสํานักการโยธา กรุงเทพมหานคร และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องไม่ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญต่อผู้อยู่อาศัยข้างเคียง
5.1.5 การดูแลรักษา
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคนงานประจํา เพื่อดูแลความสะอาดสําหรับสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว และที่สํานักงานชั่วคราว ทุกวัน และผู้รับจ้างมีหน้าที่ซ่อมแซมดูแล บํารุงรักษา ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
5.1.6 ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการจัดให้มีสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว การขออนุญาต การดูแลรักษาความสะอาดและ สิ่งแวดล้อม การจัดหาและการใช้งานระบบสาธารณูปโภค สิ่งอํานวยความสะดวก ค่าบํารุง ดูแลรักษา และคนงาน ประจํา เพื่อดูแลความสะอาด ตลอดจนการเก็บกวาดรื้อถอนออกไปเมื่อเสร็จงานเป็นภาระของผู้รับจ้างทั้งสิ้น 5.2 รั้วชั่วคราวรอบบริเวณก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีรั้วชั่วคราวรอบบริเวณก่อสร้าง ตามแนวเส้นเขตที่ผู้ควบคุมงานกําหนดให้ (SITE BOUNDARIES) โดยจัดทํารั้วดังกล่าวด้วยไม้หรือโลหะบุด้วยแผ่นสังกะสีสีเขียว สูงไม่ต่ํากว่า 2.40 เมตร จากพื้นดิน ต้องมีลักษณะเรียบร้อย มั่นคงแข็งแรง มีประตูปิด-เปิด ป้อมยาม และยามคอยควบคุมการเข้าออกตลอดระยะเวลาก่อสร้างในจุดที่ผู้ควบคุมงาน พิจารณาอนุมัติ สําหรับส่วนที่ติดกับสถานที่สาธารณะ เช่น ถนน ทางเท้า ที่ดินข้างเคียง ฯลฯ จะต้องมีการป้องกันวัสดุ หรือ เศษวัสดุที่อาจตกลงมาเป็นอันตรายต่อชีวิต หรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณก่อสร้าง โดยถือเป็น หน้าที่ที่ผู้รับจ้างจะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และผู้รับจ้างต้องรักษาซ่อมแซมให้ดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาก่อสร้าง ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายแต่ผู้เดียวในการจัดทํา ติดตั้ง
ตั้ง การขออนุญาต รวมทั้งค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ค่ายาม ค่าบํารุงรักษา ค่ารื้อถอนออกไปเมื่อเสร็จงานด้วย
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 8-
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
5.3 ไฟฟ้าที่ใช้ในงานก่อสร้าง 5.3.1 ระบบไฟฟ้าชั่วคราว
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ทั้งในระบบไฟฟ้ากําลัง และระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ทั่วไปในบริเวณก่อสร้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบไฟฟ้า ชั่วคราวจากการไฟฟ้าฯ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าบํารุงรักษา ค่ารื้อถอน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจัดหา หรือคิดเผื่อไว้ การจัดให้มีระบบไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้างดังกล่าวนี้ รวมไปถึงส่วนที่เป็นงานของผู้ รับจ้าง ส่วนที่เป็นงานของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นด้วย โดยผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นเป็นผู้จ่ายเฉพาะค่าไฟฟ้า
และค่าอุปกรณ์ในส่วนที่ตนใช้งานเอง
5.3.2 ความปลอดภัยจากการใช้ไฟฟ้า
ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์และดําเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง ให้มีความ ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งมีระบบการป้องกันการลัดวงจรและการตัดตอนไฟฟ้าได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้
ต้องเป็นไปตามที่มีกําหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับของการไฟฟ้าฯ และหรือมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมายที่ใช้
บังคับอยู่ด้วย 5.3.3 ขนาดของกระแสไฟฟ้า
ขนาดความต้องการกระแสไฟฟ้าชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้างดังกล่าว ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่ต้อง จัดให้มีเพียงพอกับการใช้ในส่วนของงานข้างต้น และในส่วนที่เป็นงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างรายอื่นที่ ทํางานในงานก่อสร้างนี้ เพื่อให้งานก่อสร้างรุดหน้าไปได้ด้วยดีสม่ําเสมอ ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงการทดสอบ ระบบไฟฟ้าทั้งหมด ผู้ควบคุมงานอาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้างจัดการแก้ไขเพิ่มเติมขนาดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวจากการ ไฟฟ้าฯ ให้เหมาะสมได้ตามความจําเป็น โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
5.4 น้ําประปาที่ใช้ในงานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบน้ําประปาชั่วคราว เพื่อใช้ในงานก่อสร้างตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้วเสร็จ รวมถึงการทดสอบ ระบบสุขาภิบาลทั้งหมดโดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่การขออนุญาตติดตั้งระบบน้ําประปาจากการ ประปาฯ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย ค่าน้ําประปา ค่าบํารุงรักษา ค่ารื้อถอน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจัดหาหรือคิด เผื่อไว้ การจัดให้มีระบบน้ําประปาชั่วคราวดังกล่าวนี้ รวมไปถึงส่วนที่เป็นงานของผู้รับจ้างเอง และในส่วนที่เป็นงานของผู้ รับจ้าง ส่วนที่เป็นงานของผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างรายอื่นด้วย โดยผู้รับจ้างช่วงและผู้รับจ้างอื่นเป็นผู้จ่ายเฉพาะค่าน้ําและ
อุปกรณ์ในส่วนที่ตนใช้งานเอง
5.5 การรักษาความสะอาดในบริเวณก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องขนขยะมูลฝอย เศษวัสดุ สิ่งของเหลือใช้ และสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่ทําความสกปรกหรือกีดขวางการทํางาน ออกจากบริเวณก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอทุกวันตลอดระยะเวลาก่อสร้าง และต้องเก็บกวาดทําความสะอาดให้เรียบร้อย ทั่วบริเวณก่อสร้างเมื่อเสร็จงาน โดยผู้รับจ้างต้องยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและเป็นระเบียบ
เรียบร้อย ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
- ความปลอดภัย (SECURITY) 6.1 การป้องกันการบุกรุกที่ข้างเคียง
ผู้รับจ้างต้องจํากัดขอบเขตการก่อสร้าง มิให้เกิดการบุกรุกเข้าไปในที่ข้างเคียงของผู้อื่น และต้องจัดให้มีการป้องกันดูแลม ให้คนงานของตนบุกรุกที่ของผู้อื่น รวมทั้งต้องจัดให้มีการป้องกันความเสียหาย อันอาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ หรือทรัพย์สินและบุคคลในที่ข้างเคียง และต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ค่าชดเชย รวมทั้งการแก้ไขให้คืนดีในเมื่อเกิดการ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการกระทําของคนงานของตนในกรณีข้างต้น
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 9 -
an
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
6.2 การป้องกันบุคคลภายนอก
งานสถาปัตยกรรม
ผู้รับจ้างต้องไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงาน หรือผู้ว่าจ้างของโครงการได้ออกคําสั่งห้าม เข้าไปในบริเวณก่อสร้างตลอดระยะเวลาก่อสร้าง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ให้ผู้รับจ้างออกคําสั่งให้ตัวแทนผู้รับจ้าง และยามเฝ้าบริเวณปฏิบัติตามข้อนี้อย่างเคร่งครัด และเมื่อถึงเวลาเลิกงานก่อสร้างในแต่ละวันให้ตัวแทนผู้รับจ้างดูแลจัดการ ให้ทุกคนออกไปจากสถานที่ก่อสร้าง ยกเว้นยามเฝ้าบริเวณ หรือการทํางานล่วงเวลาในเวลากลางคืนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว
เท่านั้น
6.3 การป้องกันสิ่งสาธารณูปโภค
ผู้รับจ้างต้องดูแลรักษาสถานที่สาธารณะ และสิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลายให้อยู่ในสภาพดี ใช้งานได้ตลอดเวลา และต้อง รับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อสถานที่สาธารณะทั้งหลาย หรือสิ่งสาธารณูปโภคทั้งหลายอันเกิดจากการ ก่อสร้าง โดยต้องชดใช้ แก้ไข ซ่อมแซม ให้คืนดีดังเดิมโดยไม่ชักช้า และผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการนี้ทั้งสิ้น ผู้รับจ้าง จะต้องไม่ทําให้เกิดการกีดขวางทางสัญจรไปมาของบุคคลทั่วไปตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
6.4 การป้องกันสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิม
6.4.1 สิ่งปลูกสร้างข้างเคียง
ผู้รับจ้างต้องป้องกันมิให้เกิดความเสียหายใดๆ แก่สิ่งปลูกสร้างข้างเคียงในระหว่างทําการก่อสร้าง หากเกิด ความเสียหายขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแก้ไขให้คืนสภาพดีดังเดิมโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานเห็นว่าการ ป้องกันที่ผู้รับจ้างทําไว้ไม่เพียงพอ หรือไม่ปลอดภัย อาจออกข้อกําหนดหรือคําสั่งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนแปลง หรือ เพิ่มเติม การป้องกันสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ ได้ตามที่เห็นสมควร โดยถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่ต้องปฏิบัติ ตามคําสั่งและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
6.5. การดูแล ป้องกัน และบํารุงรักษางานก่อสร้าง
6.5.1 การดูแลรักษางานก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียวในการระวังดูแลรักษางานก่อสร้างทั้งหมด รวมทั้งวัสดุ เครื่องมือ
อุปกรณ์ที่นํามาไว้ในบริเวณก่อสร้าง ตั้งแต่เริ่มงานจนกระทั่งผู้ว่าจ้างรับมอบงานตามที่ผู้ควบคุมงานออกใบรับรอง การสําเร็จเรียบร้อยของงานแล้ว ในกรณีจําเป็นผู้รับจ้างต้องจัดทําเครื่องป้องกันความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับ วัสดุอุปกรณ์และงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเป็นที่คลุม ที่กําบัง รวมทั้งการตั้งเครื่องสูบน้ําป้องกันน้ําท่วม การป้องกันการขีดข่วน และอื่นๆ ที่ผู้ควบคุมงานเห็นว่าเหมาะสม
6.5.2 ความรับผิดชอบ
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดทําการดูแล ป้องกัน และบํารุงรักษาดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด แต่เพียงผู้เดียว และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดแก่วัสดุอุปกรณ์และงานก่อสร้างทั้งหมดจนกว่าผู้ว่าจ้างรับ
มอบงานก่อสร้างงวดสุดท้ายหรืองานก่อสร้างทั้งหมด
6.6 การหลีกเลี่ยงเหตุเดือดร้อนรําคาญ
ในกรณีที่สถาปนิกเห็นว่า งานก่อสร้างใดน่าจะเป็นเหตุเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานอาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้างทํางานก่อสร้างนั้น ตามวิธีและในเวลาที่เหมาะสม เพื่อที่จะลดเหตุเดือดร้อนรําคาญ
ดังกล่าวให้มีน้อยที่สุด และให้ถือว่าผู้รับจ้างได้คิดเผื่อไว้แล้ว ในการทํางานดังกล่าวทั้งในเรื่องระยะเวลาก่อสร้าง และ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
6.7 ความปลอดภัยในการทํางาน
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้และเครื่องอํานวยความสะดวกทั้งหลายในการทํางาน รวมทั้งจัดให้มี สภาพการทํางานที่ดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของคนงาน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ เช่น จัดสร้างรั้วกันตกจากที่สูง ทั้งหมดนี้ให้ผู้ควบคุมงานมีอํานาจออกคําสั่งให้ผู้รับจ้างจัดทําและปรับปรุงแก้ไขได้ตาม ที่เห็นสมควร และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดการเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องประการตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 10 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
6.8 การปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิต
งานสถาปัตยกรรม
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องเวชภัณฑ์ ในการปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามสมควร หรือตามที่กําหนดไว้ใน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตู้ยาสามัญประจําบ้านไว้ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง และต้องดูแลจัดให้มีเพิ่มเติม พอใช้อยู่เสมอ
6.9 รายงานอุบัติเหตุ
เมื่อมีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นในบริเวณก่อสร้างไม่ว่าเหตุนั้นๆ จะมีผลกระทบกระเทือนความก้าวหน้าของงานก่อสร้างหรือไม่ก็ ตาม ให้ตัวแทนผู้ว่าจ้างรีบรายงานเหตุที่เกิดนั้นๆ ให้ผู้ควบคุมงานทราบในทันใด แล้วทํารายงานเป็นลายลักษณ์อักษรระบุ รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และให้ระบุว่า ได้จัดการแก้ไขเหตุการณ์นั้นๆ อย่างไรบ้าง รวมทั้งการป้องกันไม่ให้
เกิดขึ้นอีก
- การส่งมอบงาน (CONTRACT CLOSEOUT)
7.1 การส่งมอบงาน
7.1.1 การตรวจรับงานงวดสุดท้ายจะประกอบด้วย ฝ่ายผู้ว่าจ้าง สถาปนิก และฝ่ายผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงาน สถาปนิก วิศวกร และฝ่ายผู้รับจ้าง โดยจะทําการตรวจสอบและทดสอบส่วนประกอบอาคาร ระบบต่างๆ อย่างละเอียด หากมี ข้อบกพร่องต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยโดยเร็ว
7.1.2 การซ่อมแซมบริเวณโดยรอบสถานที่ก่อสร้างที่เกิดความเสียหาย อันเนื่องมาจากการทํางาน ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการ
ซ่อมแซมให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
7.1.3 การทําความสะอาดอาคาร ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดอาคารให้เรียบร้อย และผู้ว่าจ้างสามารถใช้งาน ได้ทันที หลังจากการส่งมอบงานก่อสร้างแล้ว ส่วนการตกแต่งบริเวณ ผู้รับจ้างจะต้องกลบเกลี่ยพื้นดินให้เรียบร้อย เศษวัสดุ ก่อสร้างต่างๆ เศษไม้ ปูนทราย โรงงาน และส้วมชั่วคราวจะต้องเก็บขนย้ายไปให้พ้นบริเวณภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ ผู้ว่าจ้าง รับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
7.1.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา AS-BUILT DRAWING ต้นฉบับ 1 ชุดและสําเนา 2 ชุด ส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างในวันตรวจรับงานงวด สุดท้าย โดยประกอบด้วยแบบสถาปัตยกรรม โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า สุขาภิบาล ปรับอากาศและอื่นๆ ที่จําเป็นต่อการ บํารุงรักษาและซ่อมแซมในอนาคต หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการให้แล้วเสร็จ การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะต้องเลื่อนออกไป จนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการแล้วเสร็จ โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ มิได้
7.2 การรับประกันผลงาน
7.2.1 ภายในระยะเวลา 2 ปีนับถัดจากวันที่ผู้ควบคุมงานออกหนังสือรับรองงานงวดสุดท้าย และผู้ว่าจ้างรับมอบงานก่อสร้าง แล้ว ในระหว่างนี้ หากมีความชํารุดบกพร่องเกิดขึ้นแก่อาคาร อันเนื่องมาจากความผิดพลาด ไม่รอบคอบ หรือการ ละเลยของ ผู้รับจ้าง ในขณะที่ทําการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย หรือใช้งานได้ดี ดังเดิม โดยทันทีที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง และจะเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมไม่ได้ทั้งสิ้น
7.2.2 ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ ที่จะทําการว่าจ้างผู้อื่นมาดําเนินการซ่อมแซมหรือแก้ไขงาน ในส่วนที่บกพร่องและเสียหาย ที่เกิดจาก การกระทําโดยผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างไม่เข้ามาดําเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย ทําให้ต้องไปว่าจ้างผู้อื่นมาทําการซ่อมแซม แทน โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
7.2.3 ในวันที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องนําหนังสือค้ําประกันผลงานของธนาคารพาณิชย์ มูลค่าร้อยละ 5 ของ
ค่าก่อสร้างตามสัญญา ระยะเวลาค้ําประกัน 2 ปีมาส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างตามระบุในสัญญา (ถ้ามี) - การปรับปรุงบริเวณก่อสร้าง (SITE CLEARING)
8.1. การเตรียมงาน
8.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจสอบสํารวจบริเวณที่จะทําการก่อสร้างให้รู้สภาพต่างๆ ของสถานที่ก่อสร้าง เพื่อที่จะได้
เป็นแนวทางในการพิจารณาในการทํางาน SITEWORK ต่างๆ และลู่ทางสําหรับการขนส่งวัสดุก่อสร้าง
8.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องรังวัดสถานที่ก่อสร้าง วางผัง จัดทําระดับ แนว และระยะต่างๆ ตรวจสอบความถูกต้อง ละจัดทํารายงาน ถึงความถูกต้อง หรือความคลาดเคลื่อน หรือความไม่แน่นอน แตกต่างไปจากแบบก่อสร้างเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ สถาปนิก วิศวกร ตรวจสอบความถูกต้องก่อนดําเนินงานขั้นต่อไป
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 11 -
es
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
8.1.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ช่างฝีมือดี และแรงงานที่เหมาะสมให้ เพียงพอ และพร้อม เพรียง เพื่อปฏิบัติงานก่อสร้างให้ดําเนินงานไปด้วยความรวดเร็ว เรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และได้ผลงานที่ถูกต้อง สมบรูณ์ตามแบบและรายการประกอบแบบทุกประการ โดยเป็นผลงานที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี
8.1.4 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ และรับผิดชอบในการทํางาน ให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน หรือเทศบัญญัติรวมทั้งระเบียบ
ข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานก่อสร้างครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย และถูกต้องตามกฎหมาย
8.1.5 ผู้รับจ้างจะต้องหาวิธีป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้อื่นและสาธารณูปโภค ข้างเคียง และต้อง ประกันอุบัติเหตุอันอาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน สวัสดิภาพของคนงาน และบุคคลอื่นอันสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานก่อสร้าง หากมีความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทํา ของผู้รับจ้าง หรือบริวาร หรือผู้อื่นซึ่งปฏิบัติงานก่อสร้างในงานนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และ เป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น
8.2 งานปรับพื้นที่
หลังจากดําเนินการรื้อถอนงานสถาปัตยกรรม และสิ่งกีดขวางอื่นๆ รวมทั้งงานระบบเดิม และขนย้ายออกจากบริเวณก่อสร้าง แล้ว ให้ดําเนินการทําความสะอาด ปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย พร้อมที่จะดําเนินการ กําหนดแนว และระดับเริ่มต้นก่อสร้าง ตามที่
กําหนดในแบบและรายการประกอบแบบตามสัญญาต่อไป
- งานฉาบปูน (CEMENT PLASTER)
9.1 ข้อกําหนดทั่วไป
9.1.1
9.1.2
9.1.3
9.1.4
9.1.5
ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายพร้อมจัดหาวัสดุ แรงงานที่ชํานาญงานโดยเฉพาะ และอุปกรณ์ที่ จําเป็นในการฉาบปูนของส่วนต่างๆ ของอาคาร ส่วนประกอบ หรือ โครงสร้างตามที่ระบุในแบบและ
รายการประกอบแบบ
ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายละเอียด ข้อกําหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อแนะนํา การติดตั้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าของตนตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการเพื่อพิจารณา
ตรวจสอบ
ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมแบบ (SHOP DRAWING) หรือแผงตัวอย่าง (MOCK UP PANEL) เพื่อ ตรวจสอบก่อนการอนุมัติเห็นชอบโดยผู้ควบคุมงาน โดยปูนฉาบที่ระบุไว้เป็นการฉาบปูนเรียบจะต้อง มีพื้นผิวที่เรียบสม่ําเสมอไม่เกิดรูพรุน หรือมีเม็ดทรายที่มีขนาดโตกว่าที่กําหนดปรากฏขึ้นมามาก
เกินไป พื้นผิวที่ฉาบปูนเรียบร้อยแล้วจะต้องได้ระนาบมีความเรียบสม่ําเสมอไม่เกิดคลื่น (WAVING)
และต้องยึดเกาะติดแน่นกับพื้นผิวที่ฉาบเมื่อเคาะตรวจสอบแล้ว ไม่มีเสียงดังที่แสดงถึงการไม่ยึดเกาะ
ของปูนฉาบกับผนังที่รองรับ
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานผิวฉาบปูนผนังตามลักษณะการฉาบปูน ตามที่กําหนดไว้โดยเคร่งครัด ทั้ง การเตรียมพื้นผิว การฉาบปูน รวมถึงการบ่มปูนฉาบ และทิ้งไว้จนปูนฉาบแห้ง แข็งตัวดีแล้ว จึงทํา ความสะอาด ปัดกวาดเศษปูนที่ติดอยู่ออก แล้วทาสีตาม หมวดที่ 12006 งานทาสี
ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบโดยแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ก. ตําแหน่งของงานฉาบปูนแสดงส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ แนวเสา คาน หน้าต่างประตู หรือแนวท่อที่ ฝังอยู่ภายในผนังฉาบ
ข. ตําแหน่งติดตั้งตะแกรงกันแตก
ค. ระยะร่อง หรือแนวชักร่องกันการแตกร้าวทั้งหมดในการฉาบนั้นๆ ง. แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็นตามที่ผู้ควบคุมงานต้องการ
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 12 -
25
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
- ปูน
เบอร์ตะแกรงมาตรฐานสหรัฐ
เปอร์เซ็นต์สะสมผ่านโดยน้ําหนัก
8
100
16
60-90
30
35-70
10-30
0-15
งานสถาปัตยกรรม
50
100
นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง ให้ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
10.1 ปูนซิเมนต์ ใช้ปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนด์คุณภาพเทียบเท่ามาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย มอก. 80-2517 ปูนซีเมนต์ผสม
10.2
ปูนขาว/น้ํายาผสมปูนฉาบ
ก ใช้ปูนขาวหินที่เผาสุกดีแล้ว ต้องเป็นปูนใหม่ไม่รวมตัวจับกันเป็นก้อนแข็ง
ข น้ํายาผสมปูนฉาบ ต้องมีคุณภาพการยึดเกาะแน่น ลดการแตกร้าวช่วยกระจายกักฟองอากาศ และไม่มี ส่วนผสมของ CHLORIDE ไม่กัดมือ คุณภาพเทียบเท่ามาตรฐาน BS 4887 Mortar admixtures. Specification for
air-entraining (plasticizing) admixtures
10.3 ทราย
ทรายน้ําจืด สะอาดปราศจากสิ่งเจือปนในปริมาณที่จะทําให้เสียความแข็งแรง มีขนาดคละกันดังนี้
10.4 un น้ํา
น้ําที่ใช้ผสมปูนฉาบ ต้องเป็นน้ําจืดที่สะอาด ปราศจากสิ่งเจือปนจําพวกแร่ธาตุ กรด ด่าง และสารอินทรีย์ต่าง ๆ ใน ปริมาณที่จะทําให้ปูนก่อเสียความแข็งแรง การใช้น้ํายาผสมปูนฉาบต้องทําตามกรรมวิธีของบริษัทผู้ผลิตโดย
เคร่งครัด
10.5 ปูนซีเมนต์ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
10.5.1
10.5.2
10.5.3
ปูนซีเมนต์ตราช้าง ปูนซีเมนต์ตราอินทรีเพชร ปูนซีเมนต์ดอกบัว
10.6 ปูนฉาบสําเร็จรูป ตามมาตรฐานการใช้งาน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
หรือเทียบเท่า
10.6.1
10.6.2
10.6.3
ปูนซีเมนต์ อินทรี
ปูนซีเมนต์ เสือ มอร์ตาร์
ปูนซีเมนต์ ทีพีไอ
10.7 น้ํายาผสมปูนฉาบ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
10.7.1
10.7.2
10.7.3
จระเข้
Weber
SIKA
หรือเทียบเท่า
หรือเทียบเท่า
10.8 เซี้ยม PVC สําเร็จรูป ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ
10.8.1
เซี้ยมพีวีซีแฟร์ลี่
10.8.2
Master
10.8.3
Bulk
หรือเทียบเท่า
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 13 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
11
วิธีการนําเนินงาน
11.1 การเตรียมผิวที่รับปูนฉาบ
งานสถาปัตยกรรม
ผิวที่จะรับปูนฉาบต้องเสร็จแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน และต้องสะอาด ปราศจากฝุ่นละออง น้ํามัน เศษ ปูน หรือสิ่ง ใด ๆ ที่จะทําให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างผิวที่จะรับปูนฉาบเสียไป ผิวคอนกรีตบางส่วนซึ่งเรียบเกินไป เนื่องจากไม้แบบ เรียบต้องทําให้ขรุขระด้วยการกะเทาะผิว ขัดผิว หรือวิธีการอื่น ๆ ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ก่อนฉาบ ปูนต้องตรวจดูแนวของผิวที่จะรับปูนฉาบว่าตรงตามที่กําหนดไว้หรือไม่ ถ้าปรากฏว่าผิดแนวไปเกิน 2.5 ซม. ต้อง เสริมด้วยตะแกรงลวดยึดติดกับผิวด้วยตะปูแล้วแต่งให้ตรงแนวด้วยปูนฉาบ
11.2 การผสมปูนฉาบ
ให้ใช้ส่วนผสมของปูนฉาบ ดังนี้
ปูนซิเมนต์ ปูนขาว
1
1/4
1/10
ส่วน
ส่วน สําหรับปูนฉาบภายใน
ส่วน สําหรับปูนฉาบภายนอกหรือน้ํายาผสมปูนฉาบให้ใช้อัตราส่วนตามที่ผู้ผลิต กําหนดไว้ (กรณีระบุให้ใช้)
ทราย
น
3
11.3 การฉาบปูน
ส่วน
พอประมาณ
การฉาบปูนโดยทั่วไป ให้ฉาบ 2 ชั้น ชั้นแรกหนาประมาณ 1 ซม. ขั้นที่สองหนาประมาณ 1 1/2 ซม. ผู้รับเหมาอาจ ฉาบสามชั้นได้ การฉาบแต่ละครั้งอย่าเติมน้ําซ้ําอีกในส่วนผสมอันเดียวกันและควรกระทําภายใน 45 นาที หลังการ ผสม และห้ามนําปูนฉาบที่ผสมนานกว่า 2 ซม. มาใช้งาน กรรมวิธีในการฉาบสองชั้นให้ปฏิบัติ ดังนี้
11.3.1 ฉาบชั้นแรก
ก่อนการฉาบปูนต้องพรมน้ําให้ผิวที่จะรับปูนฉาบมีความชื้นสม่ําเสมอ แต่ไม่ถึงกับโชกเพื่อว่าผนังเหล่านั้น จะได้ไม่แย่งน้ําจากปูนฉาบ และต้องรอให้น้ําที่ผิวระเหยออกหมดก่อนแล้วจึงฉาบปูนชั้นแรก การฉาบต้อง กดให้แน่นเพื่อให้เกิดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างผิวรับปูนฉาบและปูนฉาบมากที่สุด ผิวของปูนฉาบชั้นแรกต้อง
ทําให้หยาบและขรุขระเล็กน้อย โดยการใช้แปรงหรือไม้กวาดไล้ผิวตามแนวนอนในระหว่างที่ปูนฉาบยังไม่ แข็งตัว หลังจากฉาบแล้วให้บ่มโดยการพรมน้ําให้ชื้นอยู่ตลอดเวลา 48 ซม. เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้แห้งไม่น้อย กว่า 5 วัน ก่อนที่จะลงมือฉาบชั้นที่สอง การฉาบครั้งแรกนี้ให้มีความหนาไม่เกิน 10 มม.
5 11.3.2 ฉาบชั้นที่สอง
ก่อนฉาบต้องทําความสะอาดและพรมน้ําให้ผิวของปูนฉาบขั้นแรกมีความชื้นสม่ําเสมอ
แต่ไม่ถึงกับโซก เพื่อ ว่าผนังเหล่านั้นจะได้ไม่แย่งน้ําจากปูนฉาบ หลังจากปูนฉาบชั้นสองเริ่มแข็งตัว ให้บ่มด้วยการพรมหรือฉีดน้ํา เป็นฝอยเป็นระยะ ๆ วันละประมาณ 4 - 5 ครั้ง เพื่อรักษาความชื้นไว้ไม่น้อยกว่า 6 วัน และป้องกันการ
แตกร้าว
ขณะฉาบควรมีการป้องกันแดด ลม ซึ่งทําให้น้ําระเหยเร็วเกินไป และควรมีการทําระดับไว้เป็นจุดๆ ทั่วผนังเพื่อให้ การฉาบง่ายและรวดเร็วขึ้น ระยะของปุ่มระดับควรห่างกันไม่เกิน 2 เมตร เมื่อฉาบเสร็จ ควรใช้ฟองน้ําชุบน้ํา และ กวดผิวที่ที่หมาดสนิทแล้วให้ดูสวยงามสําหรับการจับเหลี่ยม เสา คาน ให้ใช้ปูนเค็มรองพื้นไว้ชั้นหนึ่งก่อน อัตราส่วน ปูนทราย 1:3 การใช้เหี้ยมสําเร็จรูป PVC สามารถกระทําได้โดยให้ผู้รับจ้างเสนอวัสดุและแสดงตําแหน่งที่จะติดตั้งขอ อนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน
การฉาบปูนบริเวณดังต่อไปนี้ จะต้องติดตั้งลวดตาข่าย เพื่อช่วยในการยึดผิวปูนฉาบ แนวที่ผนังก่ออิฐซนกับโครงสร้าง อาทิ เสา หรือคาน ทุกมุมของขอบวงกบประตูและหน้าต่าง
แนวท่อที่มีขนาดใหญ่เท่าหรือเกือบเท่าความหนาของผนังก่ออิฐ
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 14 -
อ
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
11.4 การบ่มผิวปูนฉาบ
งานสถาปัตยกรรม
การบ่มผิว จะต้องบ่มภายหลังจากการฉาบปูนแต่ละชั้น ให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยการใช้น้ําพ่นเป็นละออง และพยายามหาทางป้องกัน หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแสงแดดโดยตรง หรือมีลมพัดจัด การบ่มผิวนี้ ให้ผู้รับจ้างถือเป็นสิ่ง สําคัญที่จะต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ
11.5 ร่องก้นแตก (CONTROL JOINTS)
ให้ทํา CONTROL JOINTS ในปูนฉาบตามตําแหน่งที่ระบุไว้ในแบบ แต่หากไม่มีระบุในแบบ ให้เซาะร่องขนาด กว้าง 1 ซม. ลึกถึงผิวที่รองรับปูนฉาบ
11.6 การทําความสะอาด
ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดทุกแห่งที่เกี่ยวข้องหลังจากการติดตั้ง ด้วยความประณีตสะอาด เรียบร้อย ปราศจากคราบน้ําปูน คราบไคล หรือรอยเปรอะเปื้อนต่าง ๆ ก่อนขออนุมัติตรวจสอบจากผู้ออกแบบและส่งมอบ
งาน
11.7 การซ่อมแซม
ผิวปูนฉาบจะต้องแน่นตลอดผิว ที่ใดมีเสียงเคาะดังโปร่งหรือมีรอยแตกร้าวจะต้องทําการซ่อมแซม โดยสกัด ออกเป็นบริเวณรอบรอยร้าวหรือบริเวณดังโปร่งนั้นไม่น้อยกว่า 10 ซม. ทําความสะอาดรดน้ําพอประมาณแล้วจึง ฉาบซ่อมแซม โดยผสมน้ํายาประเภท BONDING AGENT เช่น HIFLEX หรือที่เสนอและได้รับการอนุมัติจากผู้ ควบคุมงาน ผิวของปูนฉาบใหม่กับปูนฉาบเก่าจะต้องเป็นเนื้อเดียวกัน
ในกรณีที่เกิดรอยแตกร้าวที่ผิวปูนฉาบแต่ไม่แตกร่อน ให้ตัดร่องให้ลึกโดยใช้ FIBER แล้วฉีดอุดด้วย PAINTABLE SILICONE ของ GE หรือเทียบเท่า
ในกรณีที่มีการซ่อมแซมงานคอนกรีตเกี่ยวกับโครงสร้างโดยวิธีฉาบ
ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมส่วนนั้นตามคําสั่งของ
ผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้กําหนดกรรมวิธีตลอดจนการเลือกใช้วัสดุ ผู้รับจ้าง
จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมด
- งานสีและการทําผิว
12.1 ขอบเขตของงาน งานสีและการทําผิว หมายถึง การพ่น การทา การลงขี้ผึ้ง การทาเชลแล็ก การย้อมสี การทาน้ํามัน
ต่างๆ ตลอดจนงานตกแต่งอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ยกเว้นส่วนที่กําหนดให้เป็นวัสดุอื่น
12.2 ขั้นตอนการทาสี
ประเภทของสี
12.2.1 สีพลาสติก ทาผนังก่ออิฐฉาบปูนโดยทั่วไป หรือที่กําหนดให้ตามแบบและรายการ 12.2.2 สีน้ํามันทา หรือพ่นผิวไม้ หรือโลหะต่างๆ
12.2.3 ทาเซลแล็ก ทาน้ํามัน ทาหรือพ่นบนผิวไม้
12.2.4 สีอื่นๆ จะระบุเพิ่มเติมไว้เฉพาะงาน หรือเป็นพิเศษเฉพาะแห่ง
12.2.5 สีทาผนังใช้ผลิตภัณฑ์ของ
12.2.5.1 บริษัท
TOA สีทีโอเอ
12.2.5.2 บริษัท
Captain Paint สีกัปตัน
12.2.5.3 บริษัท
ICI Dulux สีไอซีไอ ดูลักซ์
12.2.5.4 บริษัท
JORAKAY สีจระเข้ จีคัลเลอร์
หรือเทียบเท่า
12.2.6 การเตรียมงานและรองพื้น ปูนฉาบ, คอนกรีต, ผิวพื้นใหม่
ให้ทําความสะอาดพื้นที่ที่จะทําสี โดยปัดฝุ่นเศษวัสดุต่างๆออกให้หมด หากมีรอยแตกร้าวให้สกัดแต่งผิว และฉาบปูน แต่งให้เรียบ ทิ้งระยะให้ผิวปูนที่แต่งใหม่แห้งเสียก่อนจึงทาด้วยสีรองพื้น
ปูนฉาบผิวบาง สําหรับฉาบแต่งผิวให้เรียบก่อนทาสีให้ใช้สกิมโค้ทผลิตภัณฑ์ของ
ก. บริษัท
จระเข้
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 15 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
ข. บริษัท
SIKA
งานสถาปัตยกรรม
ค. บริษัท
ทีโอเอ
- ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับงานปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร ตามรายละเอียดความเสียหายดังนี้
13.1 W1 : ผนังมีรอยแตกตามแนวตั้ง (Vertical Crack)
ลักษณะของรอยแตกตามแนวตั้ง จะเป็นแนวบนฝ้าลงถึงด้านล่างของพื้น รอยแตกนี้จะเกิดตามขอบมุมผนังต่อกับผนังอีกด้าน แนวต่อกับส่วนของโครงสร้างเสาอาคาร, แนวขอบประตู และหน้าต่าง วิธีการซ่อมประเภทที่ 1 รอยแตกตามแนวตั้ง (Vertical Crack) ในการซ่อมแซมแนวรอยแตกตามแนวตั้งได้กําหนดให้ใช้วิธีการส่งน้ํายาอีพ็อกซี่สําหรับซ่อมรอยแตกร้าว (Crack Injection) ที่มี ความหนืดไม่เกิน 110 CP ประเภทที่ใช้ประสานกับคอนกรีต (ASTM C881.) และผ่านการทดสอบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกับ คอนกรีต (ASTM C884) เพื่อส่งน้ํายาเข้าไปตามรอยแตกที่เกิดขึ้นโดยให้ใช้ปั้มยิงอีพ็อกซี่ 2 ส่วนผสมเท่านั้น (2-parts epoxy pump injection) ไม่ผสมน้ํายาอีพ็อกซี่ ให้เข้ากันแล้วเทลงไปในปั๊มอีพ็อกซี่ส่วนผสมเดียว เนื่องจากเมื่อมีการเทผสมน้ํายาอีพ็อกซี่ ให้เข้ากันแล้วจะทําให้เกิดปฏิกริยาเป็นเจล (Get Time) ซึ่งจะทําให้ความหนืดสูงขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการแทรกซึมต่ําจะไม่ สามารถไหลเข้าไปในรอยแตกร้าวขนาดเล็ก โดยอาจจะอุดตันอยู่เพียงแค่ผิวด้านนอกของรอยแตก และเกิดช่องของอากาศในรอย แตกได้ (Air Hole) หากพื้นที่ขนาดเล็กหรือมีพื้นที่ทํางานที่จํากัด ให้ใช้ปืนสําหรับยิง น้ํายาอีพ็อกซี่ ชนิด 2 ส่วนผสมแบบหลอดได้ ขั้นตอนเริ่มต้นการอัดน้ํายาอีพ็อกซี่สําหรับซ่อมรอยแตกร้าว ให้เริ่มจากการสร้างระบบปิดให้กับรอยแตกด้วยน้ํายาอีพ็อกซี่ยึดเกาะ สูง (Anchor Gel) มีกําลังอัด ยึดเกาะมากกว่าหรือเท่ากับ 23 Mpa (ASTM C882 Bond Strength) ปาดปิดไปตามแนวรอยแตก ปิดให้ลงต่ํากว่ากว่าระดับปูนฉาบเสมอกับผิวรอยแตกปาดปิดบนแนวแตกในอิฐ จากนั้นฝั่งยึดหัวจ่ายขนาดไม่เกิน 4 mm. เว้นระยะ ทุก ๆ 30-40 ซม. โดยเฉลี่ย ๆ เท่ากันตามแนวรอยแตกร้าวสําหรับผนังที่ทะลุเห็นอีกด้านได้ให้ปิดรอยแตกร้าวอีกด้านตลอดแนว
และสําหรับผนังที่ไม่สามารถเห็นอีกด้านให้ดําเนินการควบคุมปริมาณน้ํายาตามปริมาตรของช่องว่าง โดยเฉลี่ย 300 cc ต่อ 1 เมตร ส่งน้ํายาอีพ็อกซี่สําหรับซ่อมรอยแตกร้าวเข้าไปประสานในช่องรอยแตกขนาดเล็ก โดยที่น้ํายาจะต้องมีการเซ็ตตัวได้ภายใน 3 ชั่วโมง และได้กําลังอัดมากกว่าหรือเท่ากับ 18 Mpa ณ 3 ชั่วโมง ในการเก็บให้ดําเนินการตัดหัวจ่ายออกจากแนวซ่อม ขัดด้วยเครื่องเจียร (Grinder) และใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์อคิลิคซีลเล้นท์ยืดหยุ่นสูง ปิดตามร่องรอยแตก หลายรอบเติมให้เสมอผิว โดยไม่ใช้ปูนฉาบหรือปูน ฉาบบางโป๊วลงไปในแนวรอยแตกร้าว ในขั้นตอนสุดท้ายจะต้องส่งพื้นที่ผนังที่ซ่อมแซมให้สามารถตกแต่งตามแบบเดิมได้
การควบคุมคุณภาพการทํางานจะต้องควบคุมอัตราส่วนผสมของน้ํายาอีพ็อกซี่ซ่อมรอยแตกร้าวให้คง ที่ทุกครั้งที่เริ่มยิงน้ํา ฉีดน้ํายา อีพ็อกซี่เป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบการเซ็ตตัวและกําลังอัด ชั้นละ 1 ครั้ง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองการอบรมจาก เจ้าของผลิตภัณฑ์ และการใช้อุปกรณ์ในการทํางานให้ตรงกับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีประสบการณ์ในการซ่อมรอย แตกร้าวจากแผ่นดินไหวตามเทคนิคข้างต้นไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
13.2 W2 : ผนังมีรอยแตกตามแนวตั้ง และต้องเสริมเสถียรภาพ (Vertical Crack + Carbon Fiber Stitch) ลักษณะของรอยแตกตามแนวตั้งจะเป็นแนวบนฝ้าลงถึงด้านล่างของพื้น รอยแตกแนวนี้จะอยู่ในตําแหน่งที่เป็นเสาเอ็นทับหลัง, ผนัง ใต้คาน (Stamped wall), ผนังตามขอบมุมฉาก, ผนังต่อชนกับผนังอีกด้าน, ผนังข้างลิฟต์ จะต้องมีการเสริมความเสถียรภาพให้กับ ผนังเข้ากันกับผนังที่มีแยกออกจากกัน
วิธีการซ่อมประเภทที่ 2 รอยแตกตามแนวตั้งและต้องการเสริมเสถียรภาพ (Vertical Crack + Carbon Fiber Stitch) ขั้นตอนการทํางานจะเหมือนกับ W1 แต่มีส่วนที่จะต้องดําเนินการเพิ่มเติมโดยใช้ก้านคาร์บอนไฟเบอร์ตาข่ายถักขนาดบางไม่เกิน 2.5 มม. มีความยาวไม่น้อยกว่า 20 มม. กรีดร่องด้วยใบตัดตัววีเปิดขนาดร่องไม่เกิน 4 มม. จัดก้านไฟเบอร์ตาข่ายถูกวางไขว้ขวาง กับแนวรอยแตกเป็นแนวตัดฉาก ฝังลึกเข้าไปในความหนาของตัวอิฐ ลึกจากระดับขอบของอิฐลงไปอย่างน้อย 1.5 -2.5 ซม. แนว การยึดจะขวางแนวฉากกับรอยแตกร้าว สําหรับปลายสองข้างของก้านคาร์บอนไฟเบอร์จะไปยึดกับผนังที่แตกร้าว และปลายอีก ด้านจะยึดเข้าไปกับผนังอีกด้าน, เสาเอ็น, หรือเสาโครงสร้าง โดยถ้าเป็นเสาโครงสร้างจะไม่ลึกเกิน 2 ซม. เพื่อป้องกันตัดเหล็กของ เสาโครงสร้าง กําหนดให้ระยะในการวางก้านไฟเบอร์ระยะช่วงห่าง 30-40 ซม. โดยเฉลี่ยเท่าๆ กัน โดย สามารถเว้นแนวท่อ, แนว กล่องไฟ เป็นต้นในการยึดก้านคาร์บอนไฟเบอร์ตาข่ายถักใช้อีพ็อกซี ยึดเกาะสูงยิงเข้าไปในแนวที่เซาะร่องไว้ จากนั้นก็กดก้าน คาร์บอนไฟเบอร์ตาข่ายถักลงไปในร่อง รอให้มีการเซ็ตตัว จึงจะทําการยิงน้ํายาอีพ็อกซี่ สําหรับซ่อมรอยแตกร้าวเข้าไปตามแนวรอย แตก ไม่ใช้กลุ่ม ซีเมนต์เกร้าท์ และมอต้าร์ ให้การยึดก้านคาร์บอนไฟเบอร์หรือเติมซ่อมในช่องเล็กๆ ของรอยแตกร้าว
s
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
- 16 -
asr
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
13.3 W3 : ผนังมีรอยแตกตามแนวตั้ง ต้องเสริมเสถียรภาพและเว้นเป็นรอยต่อ (Vertical Crack + Carbon Fiber Stitch + Silicone Joint Sealant)
ลักษณะรอยแตกตามแนวตั้งจะเกิดเป็นรอยต่อของระหว่างผนังกับโครงสร้าง ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ทําให้ปูนฉาบ, รอยต่อเดิม, ขนาดรอยกว้างที่มากขึ้นจะต้องมีการเสริมความเสถียรภาพให้ผนัง แผงนั้นกับโครงสร้าง แต่ยังคงเว้นรอยต่อของจุดนั้น วิธีการซ่อมประเภทที่ 3 รอยแตกตามแนวตั้ง ต้องการเสริมเสถียรภาพและเว้นเป็นรอยต่อ (Vertical Crack+Carbon Fiber Stitch + Silicone Joint Sealant) ขั้นตอนการทํางานจะเหมือนกับข้อที่ W1 และ W2 แต่ในการวางคาร์บอนไฟเบอร์จะวางขวางยึด เท่าๆ กัน ในปลายทั้งสองข้างของช่องว่างรอยต่อ (Joint) กดระยะลงไปให้มีผนังร่องสําหรับซีลรอยต่อซิลิโคน (Silicone) โดย กําหนดความลึกของผนังร่องขนาดอัตราส่วนกว้าง 2 ลึก 1 โดยใช้โฟมรองร่องแบบระบบปิด (Closed Cell) ที่ทึบน้ํา ขนาด 125% ของผนังร่อง เพื่อหนุนรองด้านหลังรอยต่อ จากนั้นยาแนวซิลิโคนลูบให้เรียบสามารถจบด้วยการทาสี หรือปล่อยโชว์แนวร่อง ซึ่ง เป็นไปตามแบบตกแต่งสถาปัตย์กรรมเดิมตามรอยแตกร้าวในบนแนวรอยต่อมักจะพบการขอบรอยต่อมีการบินแตกหักเสียหายหน้า ตัดออกไป ดังนั้นจะต้องทําการซ่อมช่องว่างของรอยต่อให้แข็งแรง (Reservoir) นอกจากนี้หากพบอิฐบล็อกที่แตกหักหรือปูนฉาบ เดิมที่ชํารุดให้ดําเนินการซ่อมแซมด้วยปูนฉาบซ่อมแซมโครงสร้าง (Repair Mortar) หรือหากพบช่องว่างของผนังหรือเสาเอ็นที่ ชํารุดขนาดเกินกว่า 3 ซม.ให้ใช้ปูนซีเมนต์เกร้าท์ผสมหินสําเร็จรูปเทหล่อเข้าแบบ (Self-Consolidating Grout) 13.4 W4 : ผนังมีรอยแตกตามแนวขวางยาวตรง (Horizontal Crack)
ลักษณะรอยแตกตามแนวขวางยาวตรงแนว จะเป็นแนวขวางตัดแบ่งผนังมักจะขาดทะลุไปอีกผนังด้าน แนวรอยแตกของตัวผนัง ขาดขวาง หรืออาจจะเป็นรอยต่อแผ่นสําเร็จรูป หรือรอยต่อโครงสร้างที่เป็นแนวขวางยาวตรง วิธีการซ่อมประเภทที่ 4 รอยแตกตามแนวขวางยาวตรง (Horizontal Crack)
ทําเหมือนรอยแตกประเภทที่ 1 ถึงซ่อมเป็นแนวขวางยาวตรง ให้ดําเนินการ หารอยแตกตามแนวขวางเพื่อจะนําน้ํายาอีพ็อกซี่ สําหรับรอยแตกร้าว
13.5 W5 : ผนังมีรอยแตกตามแนวขวางแบบหลายเส้นเป็นริ้วๆ (Horizontal Mapping Cracks) ลักษณะรอยแตกตามแนวขวางแบบหลายเส้นเป็นริ้ว ๆ รอยแตกแนวนี้จะเป็นแนวทแยงถึงแนวขวางจากมุม ผนังไปอีกมุมผนังมี รอยแตกย่อย ๆ รอบ ๆ
ๆ รอบ ๆ เป็นเส้นเป็นริ้ว รอยแตกเหล่านี้จะเกิดแนวแตกในตัวผนังและปูนฉาบ วิธีการซ่อมประเภทที่ 5 รอยแตกตามแนวขวางแบบหลายเส้นเป็นริ้ว (Horizontal Mapping Cracks) ทําเหมือนรอยแตกประเภทที่ 1 แต่กรณีนี้จะมีแนวแตกไขว้ แตกแขนงกันหลายสาย
13.6 W6 : ผนังมีรอยแตกตามแนวขวาง ต้องเสริมเสถียรภาพ (Horizontal Crack + Carbon Fiber Stitch) ลักษณะรอยแตกตามแนวขวาง รอยแตกแนวนี้จะเป็นแนวทแยงเฉียง, แนวแตกเฉียงของผนังใต้โครงสร้าง (Stamped wall) รอย แตกประเภทนี้มักจะแตกทะลุไปอีกด้าน จะต้องมีการเสริมเสถียรภาพให้กับผนัง ตามแนวรอยแตก
วิธีการซ่อมประเภทที่ 6 รอยแตกตามแนวขวาง ต้องการเสริมเสถียรภาพ (Horizontal Crack + Carbon Fiber Stitch) ทําเหมือนรอยแตกประเภทที่1 และประเภทที่2 แต่เป็นแนวขวาง หรือเฉียงทแยงมุม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 17 -
on
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
ภาพถ่ายความเสียหายของ อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและ ห้องเครื่องวัดไฟฟ้า
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 18 -
}
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 19 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
{{iiiiion::::
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 20 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 21 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 22 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 23 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 24 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
E
3.6
1.2
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 25 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
1.1
1.8
1.5
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย
T
งานสถาปัตยกรรม - 26 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 27 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 28 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
งานสถาปัตยกรรม
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 29 -
รายละเอียดประกอบแบบก่อสร้าง
งานซ่อมแซมรอยร้าว อาคารแก้ไฟฟ้าขัดข้องและห้องเครื่องวัดไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
ANANDA 22
งานสถาปัตยกรรม
E
ฝ่ายจัดการทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย - 30 -