ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการงานบำรุงถนนสาย นพ.3050 แยกทางหลวงหมายเลข 212 (กม.ที่ 233+300) - บ้านนายอใหญ่ อำเภอธาตุพนม, เรณูนคร จังหวัดนครพนม จำนวน 1 แห่ง
กรมทางหลวงชนบท โดยแขวงทางหลวงชนบทนครพนม ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โครงการงานบำรุงถนนสาย นพ.3050 แยกทางหลวงหมายเลข 212 (กม.ที่ 233+300) - บ้านนายอใหญ่ อำเภอธาตุพนม และอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม วงเงินงบประมาณ 9,000,000 บาท
วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการแก้ไขปัญหาการคมนาคมขนส่ง เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอบเขตงานครอบคลุมการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้เทคโนโลยี Pavement In-Place Recycling และ Hot Mix In-Plant Recycling ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของผิวทาง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด รวมถึงต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,500,000 บาท และมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่พร้อมใช้งานในระยะทางขนส่งไม่เกิน 110 กิโลเมตรจากโครงการ ระยะเวลาดำเนินงานรวม 90 วัน โดยมีการแบ่งงวดงานออกเป็น 6 งวด เพื่อการเบิกจ่ายตามผลงานที่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ โครงการนี้มีการกำหนดอัตราค่าปรับกรณีผิดสัญญา และมีเงื่อนไขการรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
English summary
The Department of Rural Roads, Nakhon Phanom Rural Road District, invites e-bidding for the maintenance of road route Np.3050 (km 233+300) - Ban Nai Yai, That Phanom and Renu Nakhon districts, Nakhon Phanom province. The project has a budget of 9,000,000 THB. The scope involves asphalt concrete pavement repair using Pavement In-Place Recycling and Hot Mix In-Plant Recycling methods to improve road safety and infrastructure. Bidders must have relevant construction experience of at least 4,500,000 THB and access to an asphalt plant within a 110 km transport radius. The project duration is 90 days, with a 2-year warranty period for defects.
ถนนสาย นพ.3050 แยกทางหลวงหมายเลข 212 (กม.ที่ 233+300) - บ้านนายอใหญ่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคม ขนส่งและการสัญจรไปมาของราษฎร ให้มีความสะดวกมากขึ้น
- เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุในการคมนาคมของราษฎร
- เพื่อส่งเสริมศักยภาพและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน
ขอบเขตของงาน
- งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Pavement)
- การดำเนินงานด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling
- การปรับปรุงผิวทางโดยวิธี Hot Mix In-Plant Recycling
- การบริหารจัดการขนส่งวัสดุจากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตถึงหน้างาน (ระยะทางไม่เกิน 110 กม.)
- การควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมและแบบรูปรายการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่แล้วเสร็จตามงวดงาน 6 งวด
- รายงานผลการดำเนินงานตามงวดงานที่กำหนด
- การรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานเป็นระยะเวลา 2 ปี
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ 90 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Experience: ต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,500,000 บาท (เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐ)
- Technical Capabilities: ต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (หรือหนังสือยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์) ที่แจ้งเริ่มประกอบกิจการแล้วและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- Personnel: ต้องมีช่างผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง หรือมีวุฒิบัตร ปวช./ปวส./ปวท. ในสาขาโยธา/ก่อสร้าง/สำรวจ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขา (อย่างน้อยสาขาละ 1 คน)
- Logistics: ต้องมีแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานและเส้นทางขนส่ง โดยมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร
- Documentation: ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) หรือหนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังไม่หมดอายุ
เกณฑ์การพิจารณา
พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Lowest Price)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
- เทคโนโลยี Pavement In-Place Recycling
- เทคโนโลยี Hot Mix In-Plant Recycling
- มาตรฐานโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามกฎหมาย (ร.ง.4)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 7 งวดงาน ตามความสำเร็จของงาน (งวดที่ 1-6)
- การจ่ายเงินล่วงหน้า: ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้าง (ต้องมีหลักประกัน)
- การหักเงินล่วงหน้า: หักร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างในแต่ละงวด
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.25 ต่อวัน ของราคางานจ้างกรณีผิดสัญญา
- การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงาน
- การปรับราคา (ค่า K): เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: ระยะทางขนส่งแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานถึงโครงการกำหนดไว้เท่าใด? ตอบ: ไม่เกิน 110 กิโลเมตร
- ถาม: การยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าต้องมีผู้เข้าร่วมค้าหลักหรือไม่? ตอบ: หากข้อตกลงกำหนดให้มี ต้องมีสัดส่วนหน้าที่และมูลค่างานของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่ารายอื่น
- ถาม: หากไม่มีใบอนุญาต ร.ง.4 สามารถใช้เอกสารอื่นแทนได้หรือไม่? ตอบ: สามารถใช้หนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตจากหน่วยงานในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรมแทนได้
- ถาม: การจ่ายเงินล่วงหน้ามีเงื่อนไขอย่างไร? ตอบ: ผู้รับจ้างต้องวางหลักประกันเงินล่วงหน้า และกรมจะหักคืนงวดละ 20% จนครบ
- ถาม: การปรับราคาค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ใช้หลักเกณฑ์ใด? ตอบ: ใช้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องนานเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ถาม: หากผู้รับจ้างนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษอย่างไร? ตอบ: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ถาม: ช่างที่ต้องใช้ในโครงการต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำเท่าใด? ตอบ: ปวช., ปวส. หรือ ปวท. ในสาขาที่เกี่ยวข้อง
- ถาม: การเบิกจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะหักเงินล่วงหน้าอย่างไร? ตอบ: จะหักไว้เท่ากับจำนวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่เหลือทั้งหมด
- ถาม: ระยะเวลาในการซ่อมแซมเมื่อได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่องคือเท่าใด? ตอบ: ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference: TOR)
๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑ ชื่อโครงการ
ประกวดราคาจ้างก่อสร้างกิจกรรมบำรุงรักษาทางหลวงชนบท ประเภทงานซ่อมสร้างผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต (โดยวิธี Pavement In - Place Recycling และปรับปรุงผิวทางโดยวิธี Hot Mix In - Plant Recycling) โครงการงานบำรุงถนนสาย นพ.3050 แยกทางหลวงหมายเลข 212 (กม.ที่ 233+300) - บ้านนายอใหญ่ อำเภอธาตุพนม, เรณูนคร จังหวัดนครพนม จำนวน 1 แห่ง ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์(e - bidding)
๑.๒ ความเป็นมา
กรมทางหลวงชนบท ได้มอบหมายให้แขวงทางหลวงชนบทนครพนม ดำเนินก่อสร้าง โครงการงานบำรุงถนนสาย นพ.3050 แยกทางหลวงหมายเลข 212 (กม.ที่ 233+300) - บ้านนายอใหญ่ อำเภอธาตุพนม, เรณูนคร จังหวัดนครพนม จำนวน 1 แห่ง
๑.๓ วัตถุประสงค์
เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคม ขนส่งและการสัญจรไปมาของราษฎร ให้มีความสะดวกมาก ขึ้น ลดปัญหาอุบัติเหตุในการคมนาคมของราษฎร และเพื่อส่งเสริมศักยภาพและยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ของชุมชน
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
จำนวนเงิน 9,000,๐๐๐.๐๐ บาท (เก้าล้านบาทถ้วน)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
- 2 -
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับผลงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,50๐,๐๐๐.- บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงานพร้อมสำเนาสัญญาจ้างและบัญชีแสดง รายการก่อสร้างมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯกำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑3 กรณีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติ
(๑) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือต้องมีเอกสารยินยอม ให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งต้องเป็นโรงงานที่แจ้งเริ่มประกอบ กิจการแล้วและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
(๒) ต้องมีสำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.๔) จากกรมโรงงาน อุตสาหกรรมของผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องเป็นโรงงานที่แจ้งเริ่มประกอบกิจการ แล้ว และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.๔) จากกรมโรงงาน อุตสาหกรรมต้องไม่หมดอายุ ถูกยกเลิก ถูกสั่งพักใช้ หรือเพิกถอน - 3 -
(๓) กรณีไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.๔) จากกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ให้ใช้หนังสือรับรองการตั้งหน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับหน่วยงานก่อสร้าง จากหน่วยงานในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรมแทน ของผู้ยื่นข้อเสนอ หรือ ผู้ให้ความยินยอมใช้ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้หนังสือรับรองดังกล่าวต้องไม่หมดอายุ ถูกยกเลิก ถูกสั่งพักใช้ หรือเพิกถอน
(๔) ต้องมีแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและเส้นทางขนส่ง จากโรงงานผสมถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยมีระยะทางขนส่งไม่เกิน ๑๑๐ กิโลเมตร (๕) กรณีใช้โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตแบบเคลื่อนที่ (Mobile Asphalt Concrete Plant) ให้ดำเนินการตามข้อ (๑) (๒) (๓) และ (๔)
๒.๑4 ไม่เป็นผู้ที่ถูกตัดสิทธิมิให้เสนอราคา ตามประกาศและหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ กรมทางหลวงชนบทกำหนด “ประกาศกรมทางหลวงชนบท เรื่อง กำหนดวงเงินสูงสุดในการรับจ้างงานก่อสร้าง และประกาศรายชื่อผู้ไม่มีสิทธิเสนอราคา” ในวันที่ยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๓. แบบรูปรายการงานก่อสร้างที่จะดำเนินการจ้างก่อสร้าง และเอกสารแนบท้ายอื่นๆ
๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ 90 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
๕. งวดงานและการจ่ายเงิน
กรมทางหลวงชนบท จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีอากรมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกำหนดการจ่ายเงินเป็น จำนวน 7 งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 7.38 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ให้แล้วเสร็จ ภายใน 20 วัน
งวดที่ 2 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 17.23 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ให้แล้วเสร็จ ภายใน 40 วัน
งวดที่ 3 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 6.69 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ให้แล้วเสร็จ ภายใน 50 วัน
งวดที่ 4 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 26.46 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน
งวดที่ 5 เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 37.60 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ให้แล้วเสร็จ ภายใน 70 วัน
งวดที่ 6 (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 4.64 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างงวดหนึ่งงวดใดที่ส่งมอบงานแล้วเสร็จเรียบร้อย หากคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิจะเบิกจ่ายเงินในงวดนั้น ๆ ได้ - 4 -
๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรมทางหลวงชนบท จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ เกณฑ์ราคา
๗. อัตราค่าปรับ
๗.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐.๐๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๗.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างก่อสร้างนอกเหนือจากข้อ ๗.1 จะกำหนดค่าปรับ เป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๒๕ ของราคางานจ้าง
๘. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้าง ตามแบบสัญญาจ้างก่อสร้าง หรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือแล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 2 ปี - เดือน นับถัดจากวันที่กรมได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๙. การจ่ายเงินล่วงหน้า
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้า ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาค่าจ้างทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกัน หรือหนังสือค้ำ ประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด ให้แก่ กรมทางหลวงชนบท ก่อนการรับเงินล่วงหน้านั้น
กรมจะหักเงินค่าจ้างในแต่ละงวด เพื่อชดใช้คืนเงินค่าจ้างล่วงหน้าไว้จำนวนร้อยละ ๒๐ (ยี่สิบ) ของจำนวนเงินค่าจ้างในแต่ละงวดจนกว่าจำนวนเงินที่หักไว้จะครบตามจำนวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ยื่น ข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างได้รับไปแล้ว ยกเว้นค่าจ้างวดสุดท้ายจะหักไว้เป็นจำนวนเท่ากับจำนวนเงินค่าจ้าง ล่วงหน้าที่เหลือทั้งหมด
กรมจะคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้าง ต่อเมื่อกรม ได้หักเงินค่าจ้างไว้ครบจำนวนเงินค่าจ้างล่วงหน้าที่ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างได้รับไปแล้ว
- การปรับราคาค่างานก่อสร้าง
การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามหลักสูตรการปรับราคาดังระบุในเอกสารแนบท้าย จะนำมาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลงหรือเพิ่มขึ้น โดยวิธีการต่อไปนี้
ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๒ เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๓/ว ๑๐๙ ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๒
- 5 -
สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลา ที่กรมทางหลวงชนบท ได้ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบท้าย
- มาตรฐานฝีมือช่าง
เมื่อกรมทางหลวงชนบทได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้าง ตามประกาศนี้เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้างและได้ตกลงจ้างก่อสร้าง ตามประกาศนี้ แล้ว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องตกลงว่าในการปฏิบัติงานก่อสร้างดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการ ทดสอบมาตรฐานฝีมือช่างหรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. และ ปวท.หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษา ที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่างแต่จะต้องมีจำนวนช่าง อย่างน้อย ๑ คน ในแต่ละสาขาช่าง ดังต่อไปนี้
11.1 สาขาโยธา หรือสาขาก่อสร้าง หรือสาขาสำรวจ
ลงชื่อ ประธานกรรมการฯ
(นายพิชิต ธาตุวงค์)
นายช่างโยธาอาวุโส
ลงชื่อ กรรมการ ลงชื่อ กรรมการ (นายจตุโชค หมื่นไธสง) (นายไพรัตน์ ทุลันไธสง) นายช่างโยธาชำนาญงาน นายช่างโยธาชำนาญงาน
- เห็นชอบ
(นายจักรพงษ์ วงค์คำจันทร์)
ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทนครพนม ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมทางหลวงชนบท