ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย หมู่ที่ 3 บ้านหนองขอน ตำบลเนินมะปราง เชื่อมต่อ ตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (640 020)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก (อบจ.พิษณุโลก) มีความประสงค์จะจัดจ้างโครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphalt Concrete) สาย หมู่ที่ 3 บ้านหนองขอน ตำบลเนินมะปราง เชื่อมต่อ ตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีขอบเขตงานหลักคือการปรับปรุงผิวจราจรลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 2,470.00 เมตร (ตั้งแต่ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม. 2+470) แบ่งช่วงดำเนินการตามความเหมาะสมของโครงสร้างทางเดิม ได้แก่ งานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม งานชั้นรองพื้นทาง (Subbase) งานชั้นพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base) งานราดยางไพรม์โคท (Prime Coat) และแทคโคท (Tack Coat) รวมถึงงานผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนา 4-5 เซนติเมตร งานติดตั้งป้ายจราจร และการตีเส้นเครื่องหมายจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง พร้อมติดตั้งไฟฟ้ากระพริบพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานทางกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทอย่างเคร่งครัด จัดเตรียมเครื่องจักรกลในการก่อสร้างให้พร้อม เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต รถปู (Paver) รถบดล้อเหล็ก รถบดล้อยาง และรถบดสั่นสะเทือน ตลอดจนต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการใช้Wัสดุและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ (Made in Thailand) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
English summary
Phitsanulok Provincial Administrative Organization (PPAO) proposes the Asphalt Concrete Paving Improvement Project for Moo 3, Ban Nong Khon, Noen Maprang Sub-district, connecting to Ban Noi Sum Khilek Sub-district, Noen Maprang District, Phitsanulok Province. The work involves asphalt concrete paving with a width of 6.00 meters and a length of 2,470.00 meters (Sta. 0+000 to 2+470), including subbase, crushed rock base, prime coat, tack coat, thermoplastic traffic markings, and solar-powered flashing lights. Contractors must provide qualified civil engineers and technicians, comply with strict material testing standards, and fulfill local material usage regulations (at least 60% Thai-made materials and 90% Thai steel).
สาย หมู่ที่ 3 บ้านหนองขอน ตำบลเนินมะปราง เชื่อมต่อ ตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อำเภอเนินมะปราง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้ได้มาตรฐาน
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งพืชผลทางการเกษตรและการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ตำบลเนินมะปรางและตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก
- เพื่อให้เส้นทางจราจรมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
- เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น
ขอบเขตของงาน
- งานปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 2,470.00 เมตร ช่วง กม.ที่ 0+000 - 2+470
- งานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling) และงานถมคันทาง
- งานก่อสร้างชั้นรองพื้นทาง (Subbase) และงานชั้นพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
- งานราดยางไพรม์โคท (Prime Coat) ด้วยยาง Cut Back หรือ Asphalt Emulsion
- งานราดยางแทคโคท (Tack Coat) ก่อนปูผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- งานผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete) ความหนาตามแบบ (รวมงานปรับระดับและไหล่ทาง)
- งานติดตั้งป้ายจราจร งานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) พร้อมลูกแก้วโรยสะท้อนแสง
- งานติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ และสัญญาณไฟกระพริบพลังงานแสงอาทิตย์
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ระยะทางรวม 2,470 เมตร พร้อมไหล่ทางตามแบบรูปรายการ
- ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง และป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
- เอกสารผลการทดสอบวัสดุ ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula) และรายงานผลการปฏิบัติงาน
- แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) เมื่อโครงการแล้วเสร็จ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการตามเงื่อนไขการประมูลและสัญญาจ้างภาครัฐ (รายละเอียดปรากฏในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่ e-bidding กำหนด และไม่เป็นผู้ถูกระบุ name list ทิ้งงานของทางราชการ
- Standards Compliance: วัสดุและอุปกรณ์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานกรมทางหลวง/กรมทางหลวงชนบท
- Experience: มีประสบการณ์ในการก่อสร้างงานทางหรือผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับหน่วยงานรัฐ
- Previous Project Cost: ตามเงื่อนไขวงเงินงบประมาณในระบบ e-bidding
- Technical Capabilities: มีเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ก่อสร้างครบถ้วน เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต รถปูผิวทาง รถบดประเภทต่างๆ ที่มีสภาพพร้อมใช้งาน
- Personnel:
- แต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน สาขาวิศวกรรมโยธา ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม ไม่หมดอายุ อย่างน้อย 1 คน
- แต่งตั้งช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. อย่างน้อย 1 คน
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา (Lowest Price) หรือเกณฑ์ราคาประกอบข้อเสนอทางเทคนิค ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ความหนาชั้นผิวทาง 4-5 เซนติเมตร
- ช่วง กม. 0+000 - 0+620 เสริมหินคลุกหนา 0.20 เมตร (และเสริมลูกรังหนา 0.13 เมตร เฉพาะจุดไม่มีการเสริมลูกรังเดิมรวมเป็น 0.20 เมตร)
- ช่วง กม. 0+620 - 2+470 เสริมหินคลุกหนา 0.13 เมตร (หินคลุกเก่าและใหม่รวมกันหนา 0.20 เมตร)
- การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แชล (Marshall Mix Design Method) ใช้ Asphalt Cement AC 60-70 หรือ AC 40-50
- ค่าความแน่นของชั้นแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความแน่นเฉลี่ยในห้องปฏิบัติการ (สำหรับชั้นผิวทาง)
- เครื่องหมายจราจรใช้สีเทอร์โมพลาสติกหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร พร้อมลูกแก้วสะท้อนแสง
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงินเป็นงวดๆ ตามความก้าวหน้าของงาน (Progress Payment) หรือตามเงื่อนไขสัญญาของ อบจ.พิษณุโลก
- ค่าปรับกรณีผู้รับจ้างทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด (คิดค่าปรับเป็นรายวันตามอัตราที่กฎหมายและสัญญาŴกำหนด)
- ข้อกำหนดการรับประกันความชำรุดบกพร่อง (Warranty) ตามระเบียบพัสดุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีระยะทางดำเนินการเท่าไหร่? A: ระยะทางรวม 2,470 เมตร (ช่วง กม. 0+000 ถึง 2+470)
- Q: ความกว้างของผิวจราจรลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีตอยู่ที่เท่าไหร่? A: กว้าง 6.00 เมตร
- Q: ชั้นหินคลุกเดิมและหินคลุกเสริมใหม่ต้องมีความหนารวมเท่าไหร่? A: มีความหนารวม 0.20 เมตร (ขึ้นอยู่กับช่วง กม. ตามแบบกำหนด)
- Q: ยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ในงานผสมร้อนคือเกรดใด? A: ใช้เกรด AC 60-70 หรือ AC 40-50 ตามมาตรฐาน มอก. 851
- Q: ค่าความแน่นในสนาม (Density) ของชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตต้องไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าไหร่? A: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความแน่นเฉลี่ยจากห้องปฏิบัติการ
- Q: เครื่องหมายจราจรบนผิวทางใช้วัสดุประเภทใดและความหนาเท่าไหร่? A: ใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง ความหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร
- Q: ผู้รับจ้างต้องจัด Wิตek วิศวกรควบคุมงานระดับใด? A: วิศวกรควบคุมงานสาขาวิศวกรรมโยธาที่ได้รับใบอนุญาตไม่หมดอายุ จำนวนอย่างน้อย 1 คน
- Q: โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องอยู่ห่างจากกึ่งกลางโครงการไม่เกินกี่กิโลเมตร? A: ระยะทางขนส่งต้องไม่เกิน 110 กิโลเมตร และมีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง
- Q: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงเกี่ยวกับวัสดุภายในประเทศอย่างไร? A: ต้องใช้พัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณทั้งหมด
- Q: หน่วยงานใดเป็นเจ้าของโครงการนี้? A: องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก (อบจ.พิษณุโลก)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ลก
หน้า….640…..
ย
ขอ……020
ง
ค์การ
บริหาร สวนจิ
หวั
วัดพี
พิษณุ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กระทรวงมหาดไทย
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ม
ม
ม
สาย หมู่ที่ 3 บ้านหนองขอน ตําบลเนินมะปราง เชื่อมต่อ ตําบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อําเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
โดยทําการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 2,470.00 เมตร
ช่วง กม.ที่ 0+000 2+470
www.ppao.go.th
กองช่าง โทร 0 5598 7718 - 20 ต่อ 313
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ - กองช่าง - องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
SDCM
พิษณุโลก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองข่าง
แผนทภาพถ่ายทางอากาศ
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสพัลท์ติกคอนกรีต -
สาย หมู่ที่ 3 บ้านหนองขอน ตําบลเนินมะปราง เชื่อมต่อ ตําบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อําเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
ตลาดสดเกศมาลี ตําบลบินมะปราง
แสงตะวัน507 นมะปราง
จุดขนค้างคาว 3
บ้านก่ายัน
UUS
ลิ้นสุดโครงการ
กม. 2+470
N
16.532425
E 100.625126/
วัดบ้านน้อย
13:
ร้านชาจ อดหนองบอน
วัดสามัคคีธรรม
โครงการ
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สารจ
นายณัฐวุฒิ ศรีใจ
เขียนแบบ
นายเมฆา สมารถ
วิลวกร
นางสาวพิมพ์ไอล อมา
สถานที่
AIL หมู่ที่ 3 บ้านหนองขอน ตําบลเนินมะปราง
วิศวกร
เชื่อมคอ บลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อา.ภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
ตรวจ
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
นายเกรียงไกร บุญช่วย
لم
กึ่งกลางโครงการ
N 16.536037 E 100.635215
เริ่มต้นโครงการ
กม. 0+000
N 16.538533
E 100.647016/
วัดพรหมวิสุทธ วนาราม (วัดเขาน้อย) ดูล่าส
อิงผาการเดิน วิว’รีสอร์ท
สานกสงฆ์ถ้ําลอด
นายช่างโยธาอาวุโส นายช่างโยธาปฏิบัติงาน
เบย!! เรยง
น. จบ ป้
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ จูทอง (1) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
บบแผนที
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
วิศวกรโยธา านาญการ
หัวหนาฝาย ารวจและออกแบ
เห็นชอบ รายการ เจเอม
อนุมัติ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบเลขที่
:
:
:
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ทําการก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตาม ข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ.2564 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คนพร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
- วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2565 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาวิศวกร เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ - เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
- การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมจากผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น - รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน
ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป
ท - ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
กองทาง Chomustaruut
แบบแสดง
หน้าที่ และข้อปฏิบัติ ของผู้รับจ้างระหว่างค่าเนินการ ตามสัญญวงก่อสร้างฯ
เขียนแบบ
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ทยนายเรียนแบบ
สถาปนิก
( นายพีรพงษ์ ดับ ฟัง)
สถาปนิกประ
การ
ร
วิศวกร
เห็นรอบ
( นายวงศ์ นันดากรณ์) วิศวกร โ ร านาญการ
(นายศราวุธ แสง วิศวกรโยธา าาญการ
( นายยง วนาสาย
لم
บุญช่วย) และออกแบบ
(นวย หล่อนิมิต) ข่าวยการกองร่าง
C.
(นางสาวศรีสุรางค์ หลัง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายภัทร ในลม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ นาย ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
www
A Ay G
1
จอมจ่าย
2
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยค้นทางเดิม
(Reshaping and Levelling) โดยอ้างอิงจาก มาก 219
2562
วัสดุ
การตกแต่งเกลี่ยค้นทางเดิม หมายถึง การเกลี่ยปรับระดับของพื้นถนนและไหล่ทางเดิม ให้ได้ระดับ รวมทั้งเอาวัชพืช และสิ่งสกปรกออกให้หมด
วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติ ตาม มาณ 204 : มาตรฐานวัสดุคัดเลือก (Selected Material) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ให้ใช้รถเกรด หรือเครื่องมืออื่น ปรับ เกลี่ย แต่งผิวหน้าของคันทางเดิม ตลอดความกว้างของคันทางรวมทั้งไหล่ทางทั้งสองข้างด้วย
3.2 ให้เก็บวัชพืช และสิ่งสกปรกบนคันทางเดิมออกให้หมด
3.3 บริเวณไดที่สูงให้ปาดออกให้ได้ระดับและบริเวณใดเป็นหลุมบ่อ หรือแอ่ง ให้ทําการขุดแต่ง แล้วใช้วัสดุคัดเลือกลงบนคันทางเกลี่ยเป็นชั้นๆ ให้สม่ําเสมอตลอดพื้นที่ พรมน้ําแล้วทําการบดอัดแน่น โดยให้มีความแน่น
แห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (7) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 การตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผิวของคันทางเดิมต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับ สะอาด
กองชง
แบบแสดง
มาตรฐานงานสายด่านทางดิน (Reahcping and Lavelling) โดยช้าง งจาก มาก 29
เขียน บบ
( นายจิระ
2562
ปานมณี )
ขนาย าง แบบ
!
สถาปนิก
Aont
na
ल
( นายพีรพงษ์ ชากพิง )
สถาปนิกปฏิบัติการ
( นาย
วง อนันตาภรณ์ )
วารโอราชานาญการ
( นายศราวุธ แสงเ
หวกรโยธา
านาญการ ศษ
DSA
( นาย ยง !?
หัวหน้าสาย ละออกแบบ
в
ห อ ต )
น่า กา ก ง าง
(นายๆ
เห็นชอบ
CA
( นางสาวสรา
รองปลัดองค์การบริหาร านจังหวัดพิษณุโลก
เฟิมจม
( นายภัทร ใจม
ทย การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
Oks
( นายมนตรี วิวัฒน์ธนาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
CSNEA
rtis
1.
2.
3.
ชอบราย
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง
(Subbose) โดยอ้างอิงจาก มาก 222 - 2552
งานขึ้นรองพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างขึ้นรองพื้นทางโดยถมและบดอัดวัสดุรองพื้นทางให้ได้รูปร่างและ ระดับตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้ ตาม มาก 202 : มาตรฐานวัสดุ รองพื้นทาง (Subbase)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ในกรณีที่ค้นทางเป็นถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคันทาง
3.1.1 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคันทางที่ไม่ได้แนวและระดับต้องถม แต่งให้ได้แนวและระดับตามรูปแบบที่กําหนด
3.1.2 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทาง ถ้าบริเวณใดมีดินชั้นล่างอ่อน (Soft Spot) ต้องขุดออกแล้วนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือกมาถมบดอัดเป็นชั้นๆ ให้มีความแน่นแห้งไม่ น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.1.3 การเสริมบริเวณใดที่ทําให้ชั้นรองพื้นทางที่เสริมใหม่มีความหนาน้อยกว่า 10 เซนติเมตร ต้องขุดคุ้ยวัสดุชั้นรองพื้นทางเดิมช่วงนั้นออกไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร แล้วผสมคลุกเคล้ากับวัสดุชั้นรองพื้นทางใหม่ให้
เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงจะทําการปิดให้แน่นและได้ระดับตามแบบ
3.2 วัสดุที่หลุดร่อนไม่คงทนหรือที่มีคุณภาพเลวบนถนนเดิม ซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบน ค้นทางใหม่ ต้องกวาดออกให้หมด
3.3 หลุมบ่อต่างๆ บนถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบนคันทางใหม่ จะต้องกลบและบดอัดให้แน่นด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือก
3.4 เมื่อได้ตบแต่งถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทางใหม่เรียบร้อยแล้ว ให้นําวัสดุรองพื้นทางที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดคลุกเคล้าผสมน้ํา โดยใช้ปริมาณน้ําที่ Optimum Moisture Content + 3% เกลี่ยบด อัดเป็นชั้นๆ โดยที่แต่ละชั้นหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความแน่นแห้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (Y) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทาง ในสนาม (Field Density Test)
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใดที่วัสดุรองพื้นทางเกลียบดอัดมีมวลหยาบและมวลละเอียดแยกตัวจากกัน(Segregation) ให้แก้ไขโดยขุดคุ้ยออก (Scarify) แล้วทําการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันหรือรื้อออกใส่วัสดุรองพื้นทางที่มีส่วน
ผสมสม่าเสมอแทน
3.6 ในกรณีที่ใช้วัสดุมากกว่า 1 ชนิด มาผสมเป็นวัสดุรองพื้นทางบนที่ก่อสร้าง วัสดุแต่ละชนิดนั้นจะต้องได้รับการคลุกเคล้าให้มีลักษณะสม่ําเสมอ และต้องได้รับการตรวจสอบตรงตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทางเสียก่อน จึง จะทําการเกลี่ยบดอัดได้
3.7 เมื่อทําการก่อสร้างชั้นรองพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีผิวหน้าเรียบแน่นสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง ความคลาดเคลื่อนทียอมให้ (Tolerance)
4.
ระดับหลังขึ้นรองพื้น ทางที่บดอัดแน่นแล้วทุกจุด ยอมให้สูงหรือต่ํากว่าระดับตามแบบก่อสร้างได้ไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร หากช่วงใดตอนใดที่มีระดับผิดไปจากนี้ให้ตัดส่วนที่เกินออก หรือขุดคุ้ยออกหนาไม่น้อยกว่า 10
เซนติเมตร แล้วทําการบดอัดใหม่ให้แน่นและได้ระดับสม่ําเสมอตามแบบ
กาบ ห น วัดพิชโลก กลงทาง
แบบแสดง
(Subbor
หางาน บรนทาง โดย าง จาก มาก 222
เขียนแบบ
สถาปนิก
Pant
วิวกร
2562
( บาระ ปานมณี)
ทนาย างเรียบแบบ
( นาย พงษ์ บาง ) สถาปนิกปา การ
( นาย อนันตาภรณ์ ) วิหารโ ร านาญกา
นายศร แสบ) ทรโยง านาญการ ศษ
كم
นายเกรียงไกร รวย ) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
……….
เห็นชอบ
( ::: หล่อนมิติ )
7. กา ก ง าง
รองปลัด
เห็นชอบ
(นาการ ทอง)
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
en
( นายภัทร ใจเอม
บ่ คอ การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนชัย วิวัฒน์ธนาม : นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ท Aud
1.
2.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานในพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มาก 223 - 2562
งานชั้นพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างในพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มาก 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
3.
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือค้นทางให้ถูกต้องก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาในพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หนาชั้นละเท่าๆกันโดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกล
บดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มา (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
5.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งชิ้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใด หรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบดอัด จะต้องขุดคุ้ยออก (Scarify) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยหา การผสมคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องรื้อพื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 1.25 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่า และปาดพื้นทางที่สูงออกบดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
:
ก า tar
กองกง ระบบ
แบบแสดง
ฐานงาน บ บน
(Bouare)
โดยบ้าง จาก มาก 23
2562
เขียนแบบ
( นายระศักดิ์ ปานมณี ) ช่วยนายช่างเรียบแบ
สถา: ก
( นายพีรพงษ์ นาง สถาปนิกปล การ
พวกร
วิศวกร
( นากลาง นันตาภรณ์ )
หากรโยธา านาญการ
คร
เห็นชอบ
( นายศราวุธ LANTA ) วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
لم
( นายเกรียงไกร บุ
หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
2
( นายสุชัย หล่อนิมิต )
านวย กรงราง
)
นางดารารา ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
เห็นชอบ
en
( นายภัทร ใจ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ นา นายกองค์การบริหาร วนจังหวัด ณ โล
LAUN
ดินน
14 - 0
1.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานไพรมโคท
(Prime Coat)
โดยอ้างอิงจาก มาณ 225 - 2562
งาน Prime Coat หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้าฟันทางเกาะยึดได้ดี และช่วยป้องกันมิให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย
2.
วัสดุ
2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัลต์แต่ละประสาทและเกรด
ดังนี้
2.1.1 Cut Back
RC 70 - 250
MC 30 250
SC 70
CSS - 1
CSS - 1 H
2.1.2 Aspheit Emulsions
ชนิดแอสฟัลด์
ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราด
ช่วงอุณหภูมิที่ใช้ลาด
OC
OF
AC 60-70
145-175
295-345
140-175
285-345
120-160
250-310
100-120
210-250
40-65
100-150
50-85
125-185
AC 80-100
RC 3000
RC 800
CRS-1 “CRS-2
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 สูตรการคํานวณปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ท่า Prime Coat
ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Coat =
P/ R (1 - 7/G) ลิตรต่อตารางเมตร
เมื่อ p - ความลึกที่จะให้ยางแอสฟัลต์ซึมลงไปเป็นมิลลิเมตร
R - ค่าของ Residual Asphalt
- . ความแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
C = ค่าความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
ค่า - ขึ้นอยู่กับความพรุน (Porosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า 8 แนะ นําให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คํานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราด และทดลองราดยาง แอสฟัลต์ตามปริมาณที่คํานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางแอสฟัลต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยนค่า 2 ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเกรด ของยางแอสฟัลต์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัลต์เมื่อใช้ราดแล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะต่อไป ค่า R ให้ใช้ตามตาราง ดังนี้
ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์
HC MC
—
30
70
SC = 70
SS - K CSS – 1 CSS
14
C = 100
+
R
0.62
0.73
0.80
0.75
0.75
0,75
ค่า 6 ให้คํานวณจากสูตร
C = P1 + P2
เมื่อ P1 =
+ &
หรือเท่ากับ
คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ P2 = คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ
4.
3.
G1
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยาบซึ่งค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร)
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน
เบอร์: 4 (4.75 มิลลิเมตร)
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4
ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การหา Prime Coat ด้วยย่าง Cut Back
3.1.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดโดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ําบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง
3.1.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยางที่ราดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.1.4 การราดยางควรราดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือ
ทีละร่องทางวิ่งก็สามารถทําได้
3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่ราด
โดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Spray bar) ที่ติดกับรถวิ่งราดให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวบางที่ราดไปแล้ว
3.1.6 หลังจากราดยางแล้วให้ฟังบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน
บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฏอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดสาดรับบางส่วนที่เกินให้แห้งได้ในกรณีที่จําเป็นจริงๆ เช่น
ทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน
การหา Prime Coat โดยทั่วไปควรทาในสภาวะอากาศแจ่มใสปราศจากฝน พื้นทางแห่งหรือ วัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Back และชนิดยาง
Cut Back ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั้นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ส่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ เราต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน 3.2 การหา Prime Coat ด้วยยาง Asphalt Emulsions
1.2.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งต้องพรมน้ําให้เปียกชื้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ําเสมอ
3.2.4 เมื่อราดยางแล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําขึ้นผิวทางได้ การแยกตัว ของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดํา การแยกตัวนี้ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด ของ Emulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทาผิวทางได้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยายามวิ่ง
บนชั้น Prime Coot ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปัดหน้าได้
3.2.6 ห้ามราดยาง Asphalt Emussion ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อราดยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า ก่อนที่ Emulsion แตกตัวมีฝนตกจนจะบางส่วนของ Emulsion บนผิวหน้าออกไปจะต้องทําการ ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
Tอควรระวัง
4.1 ยาง Cut Bock เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
ม
quúnzyznávať queso Marcą łazi กองบาง
sheim pasazeratu
แบบแสดง
มาตรฐานงานไพรมโคห
(Prime Coat)
โดยอ้างอิงจาก มาก 225
เขียนแบบ
สาปได
Ant
คง
on
เห็นชอบ
2562
( นายจิระ ก ปานมณี ) ผู้ช่วยนายร่างเขียนแบบ
4 นาย น ง นาก ง
สถาปนิก
การ
( นายาวงศ์ อนันตวรรณ์ ) วิศวกรโยฮา านาญการ
นายสราวุธ แส
ควรโยธา านาญการพิเศษ
لم
( นายเกรียงไกร 1 ราย ) หัวหน้าฝ่าย
2
และออกแบบ
( นายส ย น อ ม )
นวยการกองช่าง
นายสุรพง) รองปลีดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เ ย อน
نہیں
( นายภัทร ชม )
ป ต ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
อนุมัติ
8/36
(บาย น ย ม ร า ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
Karav
L..
5.
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา
อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยกตัวจึง ต้องระมัดระวัง ดังนี้
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เพราะอาจจะทําให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.2 Eruision ชนิดบรรจุถัง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องกลิ้งถังไปมาทุกด้านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งถึง
4.2.3 เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในสวยสม Emulsion
จะระเหยทําให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ
4.2.4 ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ลงในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที “Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวันต่อไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม่
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว ก้นแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแคตอิออนิกแอสฟัลต์อิมัลชั่นสําหรับถนน หรือ Emulsified Asphalt Prime (AP) มีคุณสมบัติเป็นไปตาม ม.214. วัสดุแอสฟัลต์อิมัลชันไหม Emulsified Asphalt Prime (AP) และให้ใช้แอสฟัลต์ กับพื้นทางแต่ละชนิดตาม มท. 225-2552
ปริมาณอัตราการลาดแอสฟัลต์ แนะนํา
พื้นทางหินคลุก
ชนิดของพื้นทาง
พื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ หรือพื้นทางดินซีเมนต์
พื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชิ้นงทางเดิมมาใช้ ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่ม
- ปูนซีเมนต์ หรือปูนขาว หรือ เถ้าลอย
อัตราการลาด สิตร/ตร.ม
0.8-1.4
0.6-1.0
0.6-1.0
หมายเหตุ : ในกรณีพื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุในทางเดิมมาใช้ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยแอสฟัลต์อิมัลชัน
หรือโฟมแอสฟัลต์ ให้พิจารณาอัตราการลาดจากสภาพจริง และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
อุณหภูมิ 20-70 องศาเซลเซียส - ชนิดของแอสฟัลต์ EAP.
จาก จี โ
กองข่าง
จะ
แบบลดง
มาตรฐานงานไมโคร (Prime Coot) โดยอ้างอิงจาก มท. 255
เขียนแบบ
#ຖານະດ
2562!
( นายจิระศักดิ์ ปานมณี :
ทวยนายจ้าง แบบ
(นายพีรพงษ์ บ
Ah.t
ดวกร
วร
ARA
( นาย อนันตาภรณ์ ) วิวกรโยธาชานาญการ
นายสรวง แสง ลวกรโยธารานา การรษ
( นายกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
KAI
: นโยบ
كم
เ นายชัย ห ลปิน
นางส
อ้านวยการกองช่าง
วง ดอก หาร จังหวัด
เห็นชอบ
ปลิต
อนุมัติ
O
( นายภัทร ใจเอย)
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
(^ยมเตย 25 นาย ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เม
www.w
JH : L
T
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
โ
EQ.
ผิวจราจร 6.00
茶
EQ.-
2.5%
ระดับก่อสร้าง
SIDE SLOPE
2.5%
ช่วง กม.ที่ 0+000 - 0+620
- ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร ยาว 620.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
กรณีไม่มีไหล่ทาง - เสริมลูกรังหนา 0.13 เมตร (ลูกรังเก่าและลูกรังเสริมใหม่รวมกันต้องได้ความหนาลูกรัง 0.20 เมตร) - เสริมหินคลุกหนา 0.20 เมตร
SIDE SLOPE
จราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา
พันทาง CPUSH-ED HOCK
ช
0.20 หนา…
ม. 0.13
ชั้นทางที่ดําเนินการ @ 12 de Jo มาตรฐานชิ้นงานทาง
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยค้นทางเดิม ตาม มา 219
0
(2)
มาตรฐานงานถมดินทาง ตาม มาณ 220 -
4 cm.
- M
3
5 cm.
4
2562
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มาณ 222 มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม มท. 223
..
2562
2562
เขียนแบบ
semin
—
2562
Reme
สร
ลงทาง เรานอน
แบบแสดง
มาตราฐาน งานแ ส ล ก จนกล (ASPHALT CONCRETE) (กรณีไม่มีไหล่ทาง )
: นายจิระศักดิ์ ปานม )
..
ผู้ชายนายช่างเขียนแบบ
( นาย พงษ์ คับ ) สถาปนิกปฏิบัติการ
( นายวงศ์ นันตารณ์ ) วิศวกรโยราช้านาญการ
( นายสราวุธ แสง วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
(นาย ยงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
ง SCAL AGGREGATE. ทน….
ชั้นต้นทางเดิม ดิน ลูกรัง 1 หินคลุก อื่นๆ
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
Hrastemma IHMIS
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
- ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แซล (Marshall Mix Design Method)
- ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมฯ เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แชล และคํานวณ Void Analysis
- ผลทดสอบหาหาค่า Marshall Stability และ Marshall flow ของก้อนตัวอย่าง
- ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดคละของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสารั้วชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างชดเชยโดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทํางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา As BULT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ของผู้รับจ้าง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
3.กรณีที่ต้องเว้นต้นทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา As BUILT Drawing (แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย
แก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือว่างานเงินลด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง :
เห็นรอบ
( นาย
ย ย 0 )
นว ทางกองข่า
WETLAUR
( นาง จริง CT ลง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นลม
อนุมัติ
LI
ไม่
PAPARVARI
( นายภัทร ในคม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
12
( นายมนตรัย คนจน
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
way
SIDE SLOPE
EQ.-
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ผิวจราจร… 6.00
ม
EQ.-
ระงับก่อสร้าง
!
2.5 %
2.5 %
K
ช่วง กม.ที 0+620 - 2+470
ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร ยาว 1,850.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
- เสริมลูกรังหนา
เมตร (ไม่มีการเสริมลูกรัง)
กรณีไม่มีไหล่ทาง - เสริมหินคลุกหนา 0.13 เมตร (หินคลุกเก่าและหินคลุกเสริมใหม่รวมกันต้องมีความหนาของหินคลุกเป็น 0.20 เมตร)
SIDE SLOPE
0.13
…………..
(1)
(3)
5 cm.
4
ชั้นทางที่ดําเนินการ O E2 06 Vo
1.
มาตรฐานชิ้นงานทาง
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม ตาม มา 219 2562
มาตรฐานงานถมคันทาง ตาม มท. 220
+
2562
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มาก 222 - 2562
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม มาณ 223 - 2562
เขียนแบบ
สาป
ก
cant
Aran
ก า า
กองบาง
ระบบ
แบบแสดง
มาทราน งานแอ ธ ก จนกร (ASPHALT CONCRETE)
- กรณีไม่มีไหล่ทาง )
}
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ช่วยนายทางเขียนแบบ
นายสรพงษ์ บท)
สถาปนิก ก
( นายวุฒิวงศ์ อนันตารณ์) วิศวกรโยธา า า mt
र
( นายสรากร แ
วิว โ ยาชานาญการ ศษ
ผิวจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 4 cm.
ง CRUSHED ROCK ทน…….
-SONĪBIEN SOIL AGGREGATE. WHI…,
นกมค้นทาง
ชั้นในทางเดิม ดิน ลูกรัง หินคลุก อื่นๆ ลาดยาง
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
- ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แชล (Marshall Mix Design Method)
- ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมฯ เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แชล และคํานวณ Void Analysis
- ผลทดสอบหาหาค่า Marshali Stability และ Marshall fiow ของก้อนตัวอย่าง
- ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดและของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
ๆ
RM4
PA
เส้นรอบ
< นาย ยงไกร บุญย)
หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
( นาย
ย ม อ i
นาแก
กองช่าง
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสารั้วชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างชดเชยโดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทํางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา As BULT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ของผู้รับจ้าง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน
ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
3.กรณีที่ต้องเว้นคันทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา AS BUT Drawing แบบก่อสร้างจริง รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือค่างานเงินสด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง
TRACT A)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอน
es
( นายภัทร ในคม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
Ous
ใจ
- นายมน รัย วัฒน์ นา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
AIATION
N B S
E
1..
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
แอสฟัลต์คอนกรีตหมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม(Aggregate) กับแอสฟัลต์ เมนต์ (Asphalt Cerbert) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตรา ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือ เกลี่ยแต่งและบดทับบนชั้นทางใดๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ - วัสดุ
งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวลหยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวลละเอียด (Five Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเพิ่มวัสดุผสมแทรก Mineral Filler) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อ ขนาดคละตามตารางที่ 1
2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 - มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบ คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม บทช. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2
3.4 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมีเกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ Tristant tinnit) ของวัสดุต่างๆ ตามตารางที่ 4 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่
อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ
ดําเนินการได้ตามความเหมาะสม
3.6 การผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
ท า น โหด โ
กลงบาง
www.siamw
แบบแสดง
มาตรฐานงานแ
ส ค คอนกรีต
Bruktu
สถานี ก
ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
มิลลิเมตร
9.5
12.5
19.0
25.0
ขนาดที่ใช้เรียก
(นิ้ว)
(3/8)
(1/2)
(3/4)
(1)
ลวกร
สําหรับชั้นทาง
Wearing
Wearing
Binder
Base
Course
Course
Course
Course
į
ความหนา
มิลลิเมตร
25-35
40-70
40-80
70-100
คว
บมา ตะแกรง
น
มิลลิเมตร
37.5
…
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
PA
(1 1/2)
100
25.0
(1)
100
90-100
手
19.0
(3/4)
100
90-100
12.5
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
90-100
56-80
4.75
(เบอร์ 4)
55-85
44-74
35-65
29-59
เห็นรอบ
2.36
(เบอร์ 8}
32-67
28-58
23-49
19-45
1.18
(เบอร์ 16)
0.600
(เบอร์ 30!
0.300
(เบอร์ 50
7-23
5-21
5-19
5-17
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เบอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
นุ ด
ปริมาณแอสฟัล ซีเมนต์
4.0-8.0
3.0-70
3.0-6.5
3.0-6.0
(ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม)
Asphalt Concrete)
( นายสระ ปานมณี : ผู้ช่วยนายทง ยบแบบ
( นายพีรพงษ์ ฟัง
สถาปนิกปฏิบั
( นาย พวง อนันดากรณ์ วิวกรโยธา านาญการ
นายก และ
ลวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
( ย ย น น ดี )
โบวนการกลงร่วง
c
(นางสาวสุรางค์ ทรง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
en
นายภัทร ใจอย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
AU
Ok
N-HI-EN
( นายมนตรัย วิวัฒน์ธนาฒย์ )
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
Th
14 whe
โลก
หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก การพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดและของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ * แตกต่างจากคาร 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
ตารางที่ 3 ข้อกาหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
ทาง
การส่วนจังหวัด
กองข่าง
รายการ
Course
Wearing Wearing
Course
Binder
Course
Base
Course
Shoulder
….
บทาง
Aggregate Size
Blows
9.5 mm.
12.5 กก.
190 nuo.
25.0 ก.ก. 25.0 ถ.
m.
75
75
75
75
75
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Apinalt Concrete)
รายการ
: Course
Wearing Wearing
Course
Binder
Course
Base
Course
Stability Min.
9786
9786
9786
9786
9786
Shoulder
เขียนแบบ
2,200
2.200
2.200
2,200
2,200
Aggregate Size
9.5 127.
12.5 mum. 19.0 mm.
.
25.0 mm. 25.0 mm.
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
9-17
9-17
9-17
9.17
9-17
( นาระ ก ปานมณี ) ร่วยนายทางเขียนแบบ
Blows
Stability
Min.
75
75
75
:
75
75
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-5
3-5
ການກ
N
8,006
8,006
8,006
7,117
7.117
Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA)
15
14
13
12
12
lb.
1.800
1,800
1,800
1,600
1.600
Min.
{
VI
ཏྠ་-?
( นายพีรพงษ์ ดับ : )
สถาปนิกส
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
8-16
8-16
8-16
8-16
8-16
Stability/Flow Min.
N/0.25 กก.
750
750
750
750
750
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-5
3-5
lb/0.01 in.
170
170
170
170
170
( ย
น ภร
วิเวกะ โยธาว่านวด
การ
Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA) ;
15
14
13
12
12
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
ศวกร
Min.
หมายเห
Stability / Flow Viinn.
N/Q.25 min.
712
712
712
645
645
นายสราวุธ แล วิศวการโยฮารานาญการพิเ
คว
15/0.01 in.
160
160
160
145
145
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
(1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอบ : ให้ดําเนินการตาม มทร (1507 :
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 ให้ใช้มวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกําหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Birder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่
ทาง
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength Index ให้ดําเนินการหา:, บทช.(ท)611 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าดัชนีความแข็งแรงของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
ผ่านตะแกรงบนค
2.36 มม.(เบอร์ 8) และขนาดใหญ่กว่า
ร้อยละ
+5
1.18 มม.(เบอร์ :6) 0.600 มม. (เบอร์ 30 และ 0.300 มม. เบอร์ 50)
+4
0.150 มม.(เบอร์ 100)
±3
السمه
0.075 มม.(เบอร์ 200)
+2
ปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต
±0.3
HA
เห็นชอบ
( นายก ยงไกร บุญรวย) หัวหน้าฝ่าย วาละออกแบบ
ต้
นางสาว จุ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เฟนงอบ
ON
………..
( นาย ทร ใน x} ปลีกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
: นา บ บ า ย นายกองค์การ 4หาร วนจังหวัดพิษณุโลก
alluuu
e du
MEETIN
B14
4. เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ ได้ แต่ต้องสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือทดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการก่อสร้างได้
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.1.1 อุนกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Equipment for Preparation of Asphalt Cement) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อ เวียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Steam) or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นเ ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจ เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทฉนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ถัง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ใน ถังเก็บแอสฟัลต์ ขณะปั้นแอสฟัลต์ทํางาน
4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียัง หินเย็นไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับกุ้งมวล ละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยางต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปะความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้
โดยอัตโนมัติ
4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงตัด (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเป็นขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้งตะแกรง ทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวมที่ร่อนออกมาผิดขนาด ไปจากที่ต้องการ
4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมียังหินร้อนอย่างน้อย 4 ยัง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสม แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อน ให้กับห้องผสม (Puigil Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเพิ่มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมี ท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยังอื่นๆ ในกรณีที่มีมวล รวมในยุ้งนั้นๆ มากเกินไป
4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแพรก (Mineral Filler Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียังเก็บวัสดุผสม แทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้อง ผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมมันไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอก มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Pritary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็น แบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometric Equiptinent) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบ แท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Arnicurred Thermotteter) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ที่ห้อง
ผสม นอกจากนี้ จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิดมี หน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermoseter) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่า ไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลาย ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียส
ต่อนาที
Арза
: 2
กวย จาก
กองทาง shed manzercia
เม สง
บรรยงามแ ด อ คอนกรีต (Asphal Concrete)
รี
นายพิระ ก ปาน) ช่วยนายช่างเขียนแบบ
( นาย พงษ์ บ ง )
27
( ยงค์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา าาญ
ร
1 นายตรง แสง) วรโยราร่านากะ
لم
ตรว
นายเกรียง กร บุญช่วย ) ห้วน ฝาย ว และ
อแบบ
เน น
RAPR
นาย พ สนิท )
H านวยการทรงร่าง
( ราง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด :
เช่น อน
อนุมัต
ผม
( นายภัทร ไชยม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
RCARRERAI
4 นายมนตรัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
AALIL
!
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Centre, Unit : โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้ วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอลฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
(1) ถังซึ่งมวลรวม (Weigh Box or Hopper) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละยังได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนฟัลครัม (Fulcruin) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟังครับและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนว..ม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (Fugit Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ
อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้องผสมประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้
อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวล
รวมก้อนโตสุด
(3) เครื่องชั่ง (Plant Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งม จะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักตูมละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ตุ้ม, ตุ้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 1 ตุ้ม และหนักหุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 คุ้ม หรือมีจํานวนเพียง พอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
อัตโนมัติ
(4) การควบคุมปริมาณนมวลรวม และแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
(1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation) Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้อง มีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากกุ้งหินร้อนแต่ละยุ่งได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ ได้ยังหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ
ผสมเปียก (Wet Muxing)
(2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมาสรวม และแอสฟัลต์ ซีเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Centerit Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้ อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
(3) ชุดห้องผสม (Puigirl Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้อง เป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continuous hiker) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบพายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน
เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสม จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสม บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
รวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
เมื่อ A
B
การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เวลาในการผสม วินาที = A/B
ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Puigrill Dead Capacity) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม ส่วนผสมที่ออกจากห้องผสม (Pigrill Output) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
(4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้ง สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม กุ้งพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยังหินร้อนโรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ ทราบว่าปริมาณมวลรวมในยังหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวม ยังไตขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทํา การแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
4.2 รถบรรทุก (Haul Truck)
รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถใน
การปูของเครื่องปู ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลง รถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถในการปูของเครื่อง และอื่นๆ
กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียบ ภายในกระบะจะต้องสะเท ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพ่นหรือ
I
เขียนแบบ
คราช ก
วิศวกร
Patt
เล่น บ
- จบ - โ กองทาง
แบบ คง
มารฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphd! Concrete)
डेल
( นายศิระศักดิ์ ปานมณี ผู้ช่วยนายช่าง ยนแบบ
( นายพีรพงษ์ :
สถาปก มี การ
…
4. อนันดากรณ์) วิวกรโยธาร่านาญการ
M
" นาย
ราวุธ แสงเ วิหารโย า านาญการพิเศษ
لم
( บาย ก เ บุญย หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
1 นาย น ธ
ผ านวยการ ลงร่าง
รองปลัดองค์การบริหารส่วน หวัด พล
งง ค
KNN
( นายภัทร ใจม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Ok
: นายมนตรัย ฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหาร จังหวัด โก
P
4
9
10
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใด ๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภท เดียวกัน การพ่นหรือเคอบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกัน น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
เหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องจะต้องสามารถปรับความเร็วการได้หลายอัตรา และปูส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตได้ความลวดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Popper) จะต้อง เป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor)เกลียวเกลี่ยจ่าย ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Autorunatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหน (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ ลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected
Grade Line (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Floating Beam via (5) Joint-matching Shoe &nušu แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอ หรือลึกหรอมากเกินสมควร ไม่สักเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตขั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screed) หรือแบบคานกระแทก (Tastiper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับ ความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัลต์ คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง
ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheel Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร
การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักรบดทับ
เครื่องจักรบดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรดทับแต่ละชนิด น้ําหนักในการปิดทับของ เครื่องจักรบดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอน
การปิดทับและอื่นๆ เครื่องจักรปิดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการบดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะ “ระกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คน ใน 1..::.. :::::::
- รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel Tired Target Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ต้น และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบดไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นรอง (Groove) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยนุ่ม (P) สลักยึดล้อ (king Pit และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinkler System) มีอุปกรณ์คราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ
คณะบดทับ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Pneumatic Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rim) Diatheter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาด และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้า สัมผัสของล้อรถบดขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล (90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบ ฉีดน้ํา มีอุปการณ์ตราดผิวล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ ตีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะปิดทับ รถบดล้อยางขณะใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยาง แต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับบด ทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาไม่เกินชั้นละ 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ต้น สําหรับบดทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาตั้งแต่ชิ้นละ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อ เดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (freuency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อ
เรียนแบบ
สถาปนิก
วิศวกร
Art
ดง
KLÁNCStoryfan กองราง พรรณรท แบบ
แบบแสดง
มางานงาน คอนกรีต
(Aphal Concrete)
4 นายพีระศักดิ์ ปานมณี )
ร่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ นาง
สถาปนิกปฏิบัติการ
(นายวงศ์ ธนาภรณ์
วิวกร โยช านาญการ
لم
ก
นายสราวุธ แสงท
วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
(นาย ::: บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย รวม
$
เ น อ
(นาย ย ร ล
H านวยการกองร่าง
Ol
( นางสาว 17 : ทอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
เห็นชอบ
ON
4 นายภัทร ใจเอย
ป ตร การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
VA —–
4 นายมนต์ วิวัฒน์ธนาฒย์ 3 นายกองค์การ สินารานจังหวัดพิษณุโ
น
น เ ป
ทาวน
4
นาที) และมีระยะเต้น (Aptitudy) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนัก ความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรง แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ ขณะบดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
46.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัสต์ (Burner)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัสต์ (Thermionister)
4.6.4 นมแอสฟัลต์ (Asphalt Purray)
4 6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัสต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle
4.6.7 ท่อพ่นแอลฟัลต์แบบมือถือ (Hanid Spray)
4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bitureter)
4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
เครื่องพ่นแอสฟัสต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) เป็นแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
(1) ดูดแอสฟัลต์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัสต์ได้
(3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อนแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือได้
4) ดูดแอสฟัลต์จากถังบรรจุหรือท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
(5) ปั๊มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสฟัลต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้
(6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดัน หรืออื่นๆ
ความดัน หรืออื่นๆ
เครื่องปั้มเอสฟิลด์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั๊ม โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็น
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่าง หัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็น แบบที่แอสซิสต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของพ่อและสามารถปรับ ความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้
ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัลต์บนพื้นที่
ทีรถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้
อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว (ล้อที่ห้า) ต่อส เชื่อมไปยัง มาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยห่อนา ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ถัง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัด อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านใต้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอลฟัสต์ต่างๆ เหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณเอสฟิลด์
ซีเมนต์ที่ลาดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนดกล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลายตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
15 ตามลําาดับ
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่
ที่ที่จะก่อสร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น Rotary Broon) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบ ติดตั้งที่รถไถนา (Farin Tractor) หรือรถอื่นได้ แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทํา ด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้าง
4.8 เครื่องมือประกอบ
4.8.1 เครื่องมือบดทับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibratory Colibactor) ต้องมีขนาด น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีดบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน
ซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hard Tamper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดทับขนาดเล็กเข้าไปบดทับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อม ขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
งาน
กองบาง JÄTKÄTSONAIRES BEMUT
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
เขียนแบบ
สถาป
RAN-NAORRAIN
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
รายนายชาง ยนแบบ
( นายพรพงษ์ ชา ง )
สถาปนิก
กร
( นาย างค์ นันตาภรณ์ วิศวกร โนช านาญการ
4 นายสราวุธ แส
วรวางโยราชานาญการพิเศษ
ตรง
. นรชน
لم
( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
หัวหน้าฝ่าย วงละออกแบบ
1 บ บ บ ช )
รวย กองราง
( นางสาวสุราง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
อนุมั
IN
( นายภัทร ใจเอม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
<!
4 นายเตรีย 25 ธนาฒย์ : นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
FLAE
เ
ษ 0
4
4.3.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาด เหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก
นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกอง วัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุ หินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละ ขนาด จะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํากุ้งกั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่ จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้นๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของ กองวัสดุทองเดี่ยวๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะกองวัสดุชั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้ เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย
5.2 การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคา คลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงาน
ผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในกุ้งหินเย็น แยกกันแต่ละยุ่ง และการผสม มวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเย็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกยังหินเย็นในทุกกรณี วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่กุ้งวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้อง แยกต่างหาก โดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
5.3 การเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์
แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 - 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 + 20 เซนติสโตกส์ (Centistokes)หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
สม่าเสมอตลอดเวลา
5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งาน ได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะ อํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่าง
การก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
5.5.1 รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลวดตาม รูปแบบก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทางหรือพื้นทางหรือไหล่ทางมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนโดยได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
5.5.2 ผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็น คลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความ เสียหายของชั้นทางใดๆ จะต้องตัด หรือขุดออก แล้วปะซ่อม หรือขุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นและมี ผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาด และปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายและพื้นที่ที่จะซ่อม
5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทาง ที่มีโพรมโคท (Primate Coat หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้ เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.4 พื้นทรงหรือไหล่ทางที่ทํา ไพรมโคท ทิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่ จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาคราย (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความ แน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําไพรมโคกก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.5 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดตาม ขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่ไพรมโคทไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีดทับอาจพิจารณาให้ ทําแทคโลก (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม มท.ช. 227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิมซึ่งเกิดการยุบตัว Sag and Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะ ส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลย พินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วยหรือเป็นแอ่งก่อน
(2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้เป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
เขียนแบบ
สถาปนิก
วกร
ans
หัน CU
เ ห า ด
กองชาง shekurtasennu
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) รายนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ ดักฟัง
สถาปนิก การ
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยรา านาญการ
1 นายสราวุธ แสง วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย) น่าหน่า รายการละออกแบบ
( นาย
ชัย หล่อ มิติ
- านวยการกองช่าง
นางสาวกร ทอง ) รองปกัดองค์กรมาร แจ้ง 4ด
เห็นชอบ
ex
( นาย ทร ในม ปก็ตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นายมนต์ชัย ม ก ทม : นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
!
air
THAI
14
การแยกเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้บด ทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเติมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ
แล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทํา ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใดๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวม ออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดเสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ทับ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆ หรือผิวหน้าตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่ต่อเชื่อม กับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตามมทช.227 มาตรฐานงาน
เทคโคท (Tack Coat)
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอย แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าสม เป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคท โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโค (Tack Coat)
- วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 6.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
และ ข้อ 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวลาและ ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเบียดควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ
36 วินาที ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องใช้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ใน
2 กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่ แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determining Degree of Particle Coating of Bituminous-Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม
ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
ทนทาง
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ไม่น้อยกว่า 90
ไม่น้อยกว่า 95
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
ส่วนผสมเฉพาะงาน
(2) แอสฟัลต์ ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 18 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 176 +20 เซนติสไตล์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
เฉพาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่ อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
เขียนแบบ
สป
an
AT
เป็นงงบ
เต้ลายบานด่วน ใน
กองฟาง
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอส มนตรี (Asphalt Concrete)
( นายจิระศักดิ์ ปานมณี
ร่ายนายช่างโยนแบบ
( นาย พงษ์ ดั ง )
สถาปนิก ก
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) ราก โอรา านาญการ
นายสรา แสง วิวกรโบรา านาญการ ร
0
: นายเกรียงไกร บุญช่วย หัวหน้าฝ่ายสาวคะ แบบ
( นาย หล่อ มิน ) ยาม:วยการกองพ
cl
- สาม สรา 64 ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ย
( นายภัทร ในม ปรัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
นายมนชัย จน นายกองค์การ นาะ วนจัง วัด ณ โลก
RUNNI
na
_L
8
14
กลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันที่อุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน
ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และยังไม่ได้พูดกับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะหากปรากฏว่ามีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่
มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัสต์
คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของ การปหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและ
แก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกขึงวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสมแอสฟัสต์ คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่อง ระบายน้ํา (Cutter) หรือส่วนของโครงสร้างใด ๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน ขยาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
2 วิธี คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการ เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มี
ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนลาดได้เพื่อ
ความสะดวกในการลอกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละ แปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นประกาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่เป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
ออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้หารอยต่อตามขวางนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการ ตาม บทช.227: มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ฟ้า
รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อย
แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้น ด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานแหคโคท (Tack Coat)
การขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มปูส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ
ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย
เขียนแบบ
สาป ก
Xant
Ban
な
HT
เ บ ชม
ส่วนจังหวัด
กองบาง
แบบแสดง
มาตรฐานงานแส คจบกริ (Asphalt Concrete)
( นายพระลัก บ้านมณี
ผู้ป่วยนายช่างเขียนแบบ
……….
( นาย พงษ์ พิง
สถาปนิกปฏิก
( บายๆ ง งู นกรณ์ )
วกรโยธา า า า
7 นายตรท แส
วิวกรโยธารานาญการ
a
( นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย
4 นายชัย หล่อ
และ อกแบบ - านวยการกองร่าง
นางสา รา ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
อนุมั
ON
( นายภัทร ใจคม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
or
( นายมน งัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การ หาร จังหวัดพิษณุโลก
www.im
:
“ชลฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับที่ช่องทางบดทับแต่ละช่อง Pass) ความเร็วของรถ บดแต่ละชนิดในการบดตับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การบดทัน
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
- บทพับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ค. บดทับขั้นต้น
ง. บดทับขั้นกลาง - บดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ใหม่ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบด
ทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
- บอ บรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับรอยต่อตามยาง
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ง. บดทับขั้นต้น
จ.นดทับขั้นกลาง
- บดทับขั้นสุดท้าย
6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้บดทับโดยไม่ สั่นสะเทือน
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการปิดทับรอยต่อตามขวาง
ควรใช้แผ่นไม่….นาเหมาะสม วางรองขอขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง
ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบดทับเลยขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงบดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการบดทับ เที่ยวแรกให้รถบดวิ่งบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขเรียบร้อย และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวนครับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้า ไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่อง
จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การบดทับในครั้งแรกให้กับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกับ รอยตามยาว โดยให้พูดทับ ขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัด ความเรียง ตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทัน
รอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม ทางของชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้บดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการบดทับ
ดังกล่าวข้างต้น
6.4.6 การปิดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และมดต้นเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
ประกบกัน
ในการบดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับเที่ยวแรกให้ ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การบดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้าง แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการยึดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่
เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
(2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดย “ปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
ในการบูดทับรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้าบดทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้าง วงรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบดทับขั้นต้น การบอกันให้แนวรอยต่อ ตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้บดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
แน่นตามที่กําหนด
6.4.7 การปิดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้ปิดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการปิดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การปิดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบดทับที่ใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่ จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทัน การบดทับให้เริ่มบดทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่า หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเป็นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น ผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเห็นด้าน
Overs
สถาปนิก
ลวกร
Pan
UTA
เงินขอบ
กองชาง ชวา : vy
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลคอนกรี
(Asphalt Concrete)
है
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ช่วยนายาง บนแบบ
( นาย พงษ์ ชากฟัง)
สri ปฏิ
( นาย วงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิวกรโยธา านาญการ
นายศร แสด วิศวกรโยธา านาญการ ศษ
لم
นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย ทาและออกแบบ
4 นายสุชัย หล่อนิมิต )
บ้าน การกองช่าง
นางสาวสรา หง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
เ งบ
( นายภัทร ใจขอม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
: นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) มายาองค์การน? นวร วนจังหวัดพิษณุโล
variet
T
U : G 12
สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความ การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อรถบดในการบดทับ ให้พิจารณาจา
ผลการค้าแปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบดทับโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดบ้านค่าต่ําโดยเมื่อปิดทับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกด เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้านตัว
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบด สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้น ของล้อรถบด้าน
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากบดทับตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการปิดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
พูดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้าย ของการปิดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจร พร้อมกัน การบดขับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการบดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การบดทับขั้นกลาง (hiteriaediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยให้ปิดทับตามหลังการปิดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้ปิดทับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่ ก้าหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่
เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบด ที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อเหล็ก
รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.4.9 การปิดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแต่บดกับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การปิดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การบดทับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ใช้ล้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้า โดยให้บดทับตามหลังเครื่องปู โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องปูจะปู ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปูลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้ปิดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมี ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดรับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดบ้านต่ํา
(2) การปิดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (accessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบดทับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Bett Mouth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
ก. การปิดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น จึงปิดทับขนานกับขอบทางโค้ง
6. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงปิดทับขนานกับขอบทางโค้ง
7. การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture)
ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความสาดตามแบบ : ลักษณะผิว และลักษณะการบดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Torn) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
เห็นสมควร
7.2 ความเรียบที่ผิว (Surface Tolerance)
เขียนแบบ
สถาปนิก
วิว
Aon
AT
ร
เห็นชอบ
การ จ ร า วะโลก กองทาง านาน น
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์
(Asphalt Concrete)
นาย ก ปานมณี )
ร่ายมา
ทางเขียนแบบ
PS
( นาย พงษ์ ลั ง )
( นา วง นันทภรณ์ ) -วกรโยธารานาญการ
นายสรา แสง วกรโยธา านาญการ
لم
(นายยงไกร บุญชาย)
หัวหน้าฝ่าย ชวนละ erแบบ
(บาย นครนิ
ผู้อํานวยการกองช่าง
( นางสาวสุรางค์ " ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
เบรย
( นายกร ใจเม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
4 นายมน งัย วิวัฒน์ธนา : นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
LUN
AN AN A
wara
B
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนผิวของขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งจาก และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
เรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
7.3 ความแน่น (Dersity)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม มช. (1) 07: มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ในสนาม
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและ วิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม มช. (1)507 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก่อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 บาท ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บท
อัดท่าก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อบตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก้อนตัวอย่าง ตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4.6.4 โดยให้เจาะเป็นก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความแน่นตามมา (1607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
สําหรับชั้นผิวทางชั้นของผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
สําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้
เปรียบเทียบประจําวัน ตามล่าน
8. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่น ๆ ที่จําเป็นตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่
ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
9. หนังสืออ้างอิง
9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทล. ม.408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot-Mix Asphalt)”
9.2 Armerican Society Of Testing Meterials Astin, Standard D-1559
9.3 The Asphalt Institute “Mix Design Methods For Asphalt Concrete And The Hot Mix
Types” Manual Series No.2 (Ms-2)
เขียนแบบ
สถาปนิก
คว
วิศวกร
01
การ กาวาน วัด โ กองช่าง าง ur
แสดง
มาตรฐานงานแอฟ คอนกรี (Asphalt Concrete)
( บายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ช่วยนายร่างเขียนแบบ
< นาย พงษ์ ฟัง
สถาปนิกปฏิบั
นาช วง นันกรณ์ : หากรโยธา าาญการ
A
นายสรวล แห่ง วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
تم
)
( น เครียงไกร
นิวหน่า ht และ กน บ
เน้นรอบ
( น ร ย น อ
ผู้อ่านวย กอง
นางสาวสุรางค์ ลง
รองปลัด งการบริหารส่วนจังหวัด ณ โลก
เปนรอบ
es
( นาย ทร ไชยม
ป ตอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
-R’
EATUR
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การ หางานจังหวัดพิษณุโลก
Tr
วัน - ป้ 14
:
ประเภทป้ายบังคับ (1)
!
,
2
IT
ประเภทป้ายบังคับ (1)
าลัน
เครื่องหมา
ยุค
ให้ทาง
0-2
ให้รกสวนทาง วอน
U-3
2.
A-2!
13-1
ย
U-13
J-2
U-3
2-4
J-5
U-6
11-7
U-3
U-2
U-10
U-il
1J-12
ห้ามแข่ง
U-4
22
A-22
หามา
1-5
23 | ทางแคบคานชาย
6
ทามกลับรถไปทางขวา
U-6
24
‘ทาง เค คาน
ประเภทปายเตือน (ต.)
คันที -เครื่องหมาย
1-10 ทางโลงดางา 17-20 ทางกลาง
วงเวียนยางหนา ทางลบทั้งสองคน
รหัส
- ตั้ง A-.
A-11 ถึง A-20
การบ านวน โลก
กองทาง
-23
-24
7
หวนกลับไปทางซ้าย
U-7
25
สะกา ค
R-28
หาม บวชาย
V-8
26
องจราจร ค าน าย
A-26
9
U-14
14- 15
U-TE
U-17
U-18
U-19
U-20
V-21
1-22
U-23
U-24
พามเสียวขวา
U-0
27
อ่อ งูราจรปัดค้านขวา
R-27
ท่านเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางฝ่าย U-1C
28
ทางข้ามรถไฟโม เครื่องกั้นทาง
6-26
4:
50
21
1t
หามเปลี่ยนช่องเดิมๆดไปทางขวา V-U
29
ทางข้ามรถไฟ เครื่องทั้งทาง
A-20
$2.5u
2.5u
12
ห้ามเลี้ยวขวาหมากลับมา
U-12
30
ทางข้ามรถไฟติดทางยก
A-30
PTTE
13
ทําเลี้ยวซ้ายหรือเสียรถ
U-13
31
ทางAบ
R-31
แบบแสดง
แบบมาตราฐาน ย้ายจราจร ประเภท ารจราจรบังคับ ..
14
หามรณ
V-14
32
ทางลอดด่า
P-32
และ ป้ายแนะนํา
U-25
U-26
ป-27
1-28
U-29
ย-30
11-31
V-32
U-33
1-34
V-35
U-36
15
หามา บรร
U-15
งง ทาง
นลาด น
ทางขึ้นลา ลัน
R-33
18
หามรถ กว าน น
L-Ra
34
ทางลงลาดชัน
A-34
เขียนแบบ
17
หามรถพวง
1-17
35
เตียบรถกระโดด
A-35
าย
ามรถบัสสามล
1-18
36
ผิวทางธรระ
R-35
18
หามรถสามล
1-10
37
พวง นอง
RF-37
U-37
1-38
J-39
3-40
U-41
U-42
U-43
U-44
U-45
L-45
U-47
1-36
20
ท่านวด ารงาน
U-20
36
ทางอื่น
R-38
: นายจิระศักดิ์ ปานมณี )
ผู้ช่วยนา
21
ามล้อเลื่อนลาก บ
U-21
39
ผิวทางงวน
ส-30
22
ทํามาชนที่ใช้ในการเกษตร
U-27
40 ระวังขับรวง
P-40
23
หากวัน
U-23
41 สะพานปิดได้
F-41
24
หามรถจักรยาบ บ และ นายน
U-24
42-43 ให้เปลี่ยนช่องจราจร
( บาย เพ:
)
R-42 ถึง 3-43
25
-49
U-50
U-51
1-52
1-53
U-54
หามาก กรยาน รถสามล
J-25
U-55
ประเภทป้ายเตือน (6)
และ ลมเลี่ยนจากเงิน
44 ออกทางธนบ
45 เราทางหลีก
น
28
+
29
30
26 : ห้ามรถจักรยานยบและ
27
: ด น สามสอ
ห้ามใช้เสียง
ลาคม
ามจอดร
ามหลว
U-26
46-47 ทางรวม
48
พา ยางหนา
-49
U-27
49
ลืม คทาง
P-49
U-24
50-55 จุดกลับรถ
-50 ถึง -53
U-20
52
U-30
53 : 799
H-2
A-3
F-4
A-6
A-7
A-11
ผลรวจ
U-3:
ทาง บาดสองทาง
พคลางทนา
-44
R-45
3-46 ถึง 0-47
( 4 วงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธา านาญการ
8-52
งา
A-53
A-54
32
จ่า ความ ว
L-32
55 ให้ทางข้างหน้า
R-55
33
ามรถหนัก บ าหนด
U-33
56 ระวังตบงาม บน
2-56
สามรถวางกับเหล
4…
วิศวกร ชรา านาญการพิเศษ
1-34
57
โรงรียนระวิส ก
A-57
35
พามาถ เ บ าหนด
U-35
มรร
58
ระวังสัตว
A–58
R-13
C-14
A-15
A-15
A-17
C-16
77-19
A-20
H-21
R-22
A-23
R-24
36
หามวลมาน บ าหนด
U-30
37
ให้เดินรถทางเดียวไปข้างหน้า
59
ทะ
องบิน บา
A-50
U-37
60
H
38
หาะ มรถทางเดียวไปทางอ่าน
ระวัง บราย
P-60
1-33
2.5น
2.52
’ เดทาม สง
2-61
39
ทางดิบรถทางเดียวไปทางขว
( นาย ::::: บุญช่วย ) น้าหน้าฝาย ละออ
U-39
40
ให้ชิดสาย
62-73 เดือนแนวทาง งา
2-62 ħa p-73
G-25
A-25
P-27
A-28
P-23
7-30
P-31
A-SP
F-33
P-34
A-35
Я-36
41
ให้ในครา
1-40
74 สลับกับไป
RA
R-74
42
ให้ไปทางซ้ายหรือ ทางขวา
V-41
75
น
a-75
4.3
ให้เลี้ยวซ้าย
U-42
76
ายเตือนความเร็ว
2-76
………. ION
U-43
77
ป ล ความ
2-77
ให้เคียวลว
I
+
ให้เลี้ยวซ้ายหรือ เลี้ยวขวา
!-44
78
มาขอความ
2-78
นาย -
}
บ-45
2-37
ต-
S-39
A-40
୯
m!
A-41
A-42
R-43
A-44
R-45
R-45
P-47
9-48
ให้ตรงไปหรือ เลี้ยงราย
3-40
ให้ตรงไปทง เดี่ยว งา
U-47
48
ยบ
V-45
r
49
ช่อง รถประจํากาง
U-49
50
สอง เรดมวลชน
51
R-46
มแข่ง
2-52
R-5:
P-52
A-33
G-54
A-55
A-56
9-57
A-58
G-59
P-60
ช่องเดินรถ กรยาน น
V-50
U-51
52
อง บวก กา
U-52
<
««
53
เคหาะคน บ
2. นายจราจร าหรับถนนชนบท โดยทั่วไปให้ใช้ขนาด 2
นอกจากระบุ นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง
รายการประกอบแบบ
- แผ่นป้ายสะท้อนแสงสําหรับป้ายบังคับและป้ายเดิน
ตาม ม 60s สัมประสิท การสะท้อนแสงแบบที่ 1
เ บ าน 3-1.6-28 ถึง A-30 และ 4-5 ถึง 6-73
ให้ใช้สัมประสิว การสะท้อนแสงแบบที่ 3
( นางสาวสร้าง
ทอง : รองปลัดองค์การบริหารส่วนจัง
เม็น สา
เ นสอบ
U-53
54
ให้ไล่ความว่า
U-54
55
สุดเฮดบังคับ
U-55 - นาย 77 และ 5-7 บทละความปรับเปลี่ยน
สลามความเหมาะสม
F-61
2-62
51-53
A-64
A-65
A-46
R-67
A-CB
..
นายภัทร จอม ) ปลัดองค์การบริหาร ทานจังหวัดพิษณุโลก
R-69
30
•THL/WH
R-78
เขตชุม ควา
2-77
A-70
1
ใช้เกียร์
MTA LOW SIAT
T
F-7:
D-22
2-73
A-75
FORA
อนุมั
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
: นายมนชัย วัฒน์ธนาฒย์ ! นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ::::::
TN A D
:
:
ขนาดและ กษณะของ กษรจะหมดระหว่างเนินการ)
Fax
แบบป้ายแนะนํา
:
เวน กองบาดไม่น้อยกว่า 39 : : 14 น.
เปิด ม
กาย หารายไ
กองช่าง ยาหนอ run!
แบบแสดง
รูปตัด A
ประเภทปาย พรบ ปาน และ บ่ายแนะนําา
เขียนแบบ
แผ่น : กร สังกะสีหนา 1 - 10 10 -7535:
ด้วย iT - 1.
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
ຕໍ່ການດ
โรง.. กก รวt : 24 - 44
( นายพรพงษ์ บาง
สถาปนิกปฏิบัสการ
เอม : : : เ ม . .ๆละ 2 14
–! ! แผนก :;:
วิศวกร
:
0おい
0.60
เส้นขอบป่านสี :
บ้านทรัพย์ไพรวัลย์ กม. ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
บ้านเขาน้อย
กม.
ต.แก่งโสภา อ.วังทอง ว. พิษณุโลก
mînguẨngưÃ angārus 112 201 2-toa
ยง ง. 4 เสมอ 4
จํานวน 4 ตัว อ.แมคมิ
ขยายป้ายแบบ 2 ป้าย
หนุนโค้ง นายกะมะสม
าย เป็นทรัพ
ใน ง อ
ร า ย
ว
ามประมวลกฎหมายอาญา
ขยายด้านหลังป้าย
ตัว : : :: :: :: :: :: :: ระหว่าง เป็นการ
1.8%
บ้านทุ่งเอี๊ยง
ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
นอยด
Vau.satıpart 2 3.8
- 4 ตัว :::ด้วยแหวนมิเนียม
ขยายบายแบบ 1 บ่าย
มุมแต่งให้สวยงาะเหมาะสม
ค
1.80
:: S
บ้าน IFA
รักษรส ก (แบบขยายด้านหลังป่าย
โครงเหล็กกล่อง 50x25x1.6 มม
ปในศรี
ยมกันน้ามาสมท :
ย สนเลส สโมสร ) 18 งาน 4 ตัว เอวนาน มีเบียม
– . กษ สกล (แบบขยายด้านหลังบ้า
รูปขยายเหล็กประกับช่วงยึดเสา
mil
แผ่น: . ลีก::‘RE 21 : : 1
ใบ : : 3 วนลูมิเนีย
ทะ ว
:: SA
0.10 0.10 10.40
at กก สั่ สะกดบนสง
ราก นานินงานไม่มาก
ระยะที่ ให้งามหมายสนอง อยู่ใน ท บิท ควบคุมงาน
น
ทรา
(อย่างน้อย ไททา
0.10 0.10
10.40
ani สมุทรสง
—
Date
L. ..
คอนกรีตหุ้มโดยงบ
คอนกรีตหุ้มโดยรอบ
คอนกรีต นโดยรอบ
–: มหสกา : 0.75 - 34
เกาดิ ศ ว ะ..หรือทานเสียว
บาท ง
0.50
เปนงานมา ระณะ น : : ทาง อยู่ในดุลพินิจความงาม
..
อย่างน้อย ใน ms
อนกริลหุ้มโดยรอบ
(ชาลาส นันดากรณ์
วิศวกรโยธา านาญการ
บา ราวุธ แสง
2 วกรโยธา านาญการพิเศษ
A7
นายเกรียงไกร บุญช่วย)
A4
เห็นรอบ
วหน้าฝ่าย วงละออกแบบ
: นาย ย ห อ ) - วยการกองข่าง
รองปลัด
ฟัน อบ
( นางสาวศรีสรา ทอง )
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
KON
( นาย ท! ในม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
รบ ตน
0.0043.30
0.30x0.30
··
.
รูปตัดบ่าย
U. JUTU.30
0.30x0.30
*หมายเหตุ 1. เส้นขอบป้าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความ บนป้ายใช้สติกเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือทึบแสง (ตามชนิดของป้าย, เกรดสําหรับงานจราจร มอก. 606-2553
2. พื้นป่ายใช้ สติกเกอร์สีม่วง เกรดสําหรับงานจราจร บอก 606-2553
3. เสาป้าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว หันหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามันสี และติดสติกเกอร์สีส้มสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจรตามแบบ
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
- ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําป้ายให้
ก่อนน่าไปติดตั้ง ณ สถานที่ ที่ 314 พล กาหนดไว้
xr
( นายมนชัย ธนาฒย์ ) นายกร ร น ง งัดพิษณุโลก
VDO คว
คน คน
www.so
!
!.วิธีดําเนินการจัดท่า
:
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (TRAFFIC PAINT) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจร ที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลบทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่น เพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนในกรณีที่
เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกันเครื่องหมายจราจรที่จะทําชั้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจร บนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังจากการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1
1.3 การเตรียมผิววัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้ผิดเพี้ยน หรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจาก ให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ให้เพียงพอกับความร้อนในการเอาผมที่มีการกวนอยู่
ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขนาดใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้ว ต้องรีบใช้ทันที่ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องให้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้งาน ปริมาณของวัสดุจะต้องอยู่ในกรอบขอบชายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไป ต้องขอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน 2 ข้อกาหนดคุณสมบัติ
2.. จราจร (TRAFFIC PAINT) หมายถึง ที่จราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําให้ประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 215 จราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปากลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542
วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 543 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์
2.4. วัสดุรองพื้น (Took COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมี ใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
รายการที่ าหนด
วัสดุ
ตารางที่ 1
- แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
สีจราจร
วัสดุเทอร์โมพลาสตึก
มย จุด 45 -254 หนังที่2
มอก. 542 - 2530 ระดับ
:
พ่น
ห นิ หรือปาดลา
เขียนแบบ
ลดาบ ก
จาก:บริหารส่วนจั
กองชง
แบบแสดง
แบบมาตรงน ข้อก้าหนดการ เส้นจราจร
รูป
( นายจิระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
-+
( นาย ราง::
Bran
:
: นาย….” อนันดา
อีกร
วิศวกรโยธา านาญการ
AAA
www
{ นายสราวุธ แสงเกตุ
วิศวการโยธา บวการพิ
!.: ข้อก้านต
1.2 การใช้งาน
2 การตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2 : ความหนาเมื่อแห้ง มิลลิลิตร
ชน
รีต หรือปาด
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้วโรยจากเครื่อง
- ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อตีเสร็จทันที ตรวจรับงาน
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3 2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), mcd kni
สีขาว สี่เหลีอง
4 การตรวจสอบคุณลักษณะการใช้งานระยะเวลาประกัน - การมองเห็นในเวลากลางคืน
4.4.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity, mcd.
5 ระยะเวลาประกัน
ขาว สีเหลือง
208
400
0.2
300
200
6 เดือน : ครั้ง
12 เดือน 1 ครั้ง
150
เฉล
12 เดือน
3.03.0
→ 400
TT
เนย
- นายเกรียงไกร บุญช่วย )
หัวหน้าฝ่าย ชวนสะออกแบ
3 นายชัย หลe o ผู้อําานวยการกองช่าง
:
:
3.0
2
300
200
·
12 เดือน ครั้ง
24 เดือน 1 ครั้ง
:
นางสาวศรีสุรางค์ หั ง ) รองให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เร
อนุมัติ
ex
- บาย ทรู ใน ม 1
กรงค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
24 อ
150
igoj Go : นาย น งัย วิวัฒน์ธนา การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ ก รม : ป ส็นประ เล่ม 1 ม. 15 : 2 ม นประชุ ลาง สีมเอนราง ยาง A O U. MN สนทน (150 15 MIN) ส้มเองทาง : 1-103. 0.30-D.S เนทบ เส้นทนไม่น้อยกว่า 24 ม. -ไหล่ทาง ติดตั้งบ้ายทยค เลบ UR ไหล่ทาง S ILLAMA การตีเส้นจราจรทางแยก (ทางสาธารณะ) 15 ม. sms A (1SO V.MIN ) เส้น - ลง -เส้น บทางสีขาว -ลิน บ A SO ม.VIN} เนเบ่งพิ จราจรสีเหลีอง เส้นขอบทาง FO ม. คลิก การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน ไม่แสดงมาตราส่วน เท ค งบ่าย R-23 150 ไหลทาง -เส้นขอบทางสีขาว – นที เพลง 130 ม. พIN) - ( 50 ม. พ
..1..
เส้นขอบทางสีขาว
150 ม
เพลงบ่าย A-25
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
รายการประกอบแบบ
- มิติทั้งหมดเป็นเมตร ยกเว้นที่ระบุเป็นอย่างอื่น
2.เครื่องหมายจราจร นผิวทางสําหรับผิวจราจรลาดยาง และผิวจราจรคอนกรีต จะเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตาม อก 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม
-เส้นแบ่ง ทาง จราจรสีเหลือง
เส้นแบ่งทิศทาง
จราจร เพลิง
: มคอ ทางสาว.-
ให้ คติ้ง ซ ล-22
ไหล่ทาง
แ ม ง ท ง ลา
Traทาง
можи
เรา - ส เอกร
ส้นแบ่ง สอาง
จราจร เหลือ
Stay
-เส้นประ เส้น 1 ม. เป็นระยะ 2 ป.
การตีเส้นจราจรทางเชื่อม (ทางเชื่อม เขา ออก เอกชน)
|–.
ไพลิกษ
เขียนแบบ
Smปนิก
Aront
นที ง จราจร หลง
วิศวกร
เส้น วบทาง คาว
ไห ชาง
เส้น
บ ห ง
ม. พ
150 4. MIN }`
LAVA IR
ไหล่ทาง
เส้นขอบทาง เด่นบ
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
…
A
ISO U. MON
ไม่แสดงมาตราส่วน
เห็น นางลีลาก
เล่น บ ก
เบริน วิษณุโลก
กองช่าง
ฟ
แบบแสดง
แบบมาตร ก เรีอ การ ทาง (ht
( นายจิระ ปานมณี ) ช่วยนายราเขียนแบบ
นาย พงษ์ ปกพิง
สถาปนิก การ
( นายวงศ์ อนันดากรณ์ :
วิศวกรโยธา
านาญการ
ร
วกรโยธา นาญการพิเศษ
كم
( นาย ยงไกร บุญรวย
หัวหน่าย และออกแบบ
เห็นรบ
( นาย ย หล่อ90 ค นวยการกองช่าง
CO/1
ทอง)
รองปลัm:: :: . . .
< N
( นาย โอม
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เส้นบ่งชี้
ทาง รางามเกลอ
เห็นช
A
10 ม ON
ไหลทาง
น
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
หมายเหตุ
ไม่แสดงมาตราส่วน
ลัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
1 นายมน ย ม น น ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
H Un G
จุดเริ่มต้นโค้ง
บ่ายเตีอนแนวทาง โค้งขวาและโค้งง่าย
ec.cd
ALAF STEPE คุณบบ ขาย
100.00
40.00 40.00
100.00
“1”
40.00
$0.00
200.00
RUMBLE STRIPS
บล
RUMBLE STRIPS คนพยาย
ค่าทุนของโค้งดิ่ง
200.00
40.00 40.00
ขอบผิวจราจร
ขอบไหล่ราง
เล่นสนง ทางจราจร
RUMBLE STRIPS บบสา
A
แบบ RUMBLE STRIPS บนทางลาดชัน
ไม่เสด
ส่วน
80.00
0.00
40.00 40.00
100.00
40.00
40.00
50 m.
m
50 m.
HOVELE STRIPS
! "
อบผิวจราจร
เอนไหวทาง
แบบ RUMBLE STRIPS บนทางโค้งราบบริเวณเขา
เสดงมาก ด่วน
40.00
40
RUMBLE STRIPS
แบบ A
รายการประกอบแบบ
4. มิติต่างๆ มีหน่วยเป็น เมตร นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
2. วัสดุที่ใช้ทํา RUM L STRes เป็นสีทอง พลาสติก สีขาว สาม มอก. 2
3. ทางสายใดจะทํา RUMBLE STRAPS และ/หรือติดป้ายเตีอนแนวทาง
ออกแบบจะเป็นผู้กําาหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
หมายเห
ดัดลอ
อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
Ry99: ESSES
RUMBLE STRIPS
บบ บบ A
200 m.
-กาหลง บก
ทางหลวงแบดิน
100.00
40.00
40.00
ทางหลวงแผ่นดิน
RUKALE STRIPS
QULUZERE A
wire ร น พ
ชงชาง ฝ่ายาหยดออกน
แบบแสดง
แบบ งาน เองพลางาน หาง
(MI RUMBLE STRIPS)
RUMBLE STRIPS PLUTO าย A
ทางหลวง -
200 m.
( นาย ระ
ปานม )
วยนาย
า ย แบบ
สถาปนิก
تحكيم
( นาย พงษ์ รับบท
สะ - กา
D กร
50 m.
Aon
( นายสงค์ อนันตารณ์ ) วิศวกรโยธาชานาญ ร
นายครา วิวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
แบบ RUMBLE STRIPS บริเวณทางแยก
ไล่แดงมา ส่วน
TA
لم
{ นายเกรียงไกร บุณย หัวหน้าฝ่าย รวยเละออกแบบ
แอบไหล่ทาง
เด่นแบงก์ กร
เล่นขอบทาง
0.20
0.20
0.101
0.40
0.1G
0 401
0.10
ทอ โมพลาสติก
หนา 300 มม. สีขาว
จ่าบวม 10 เ
แบบขยาย A
RUMBLE STRIPS
ไม่แดงมาตราส่วน
เอนผิวจราจร
เนิน งบ
นิ ท้ นากรุงร่าง
c.
( นางสาว สุรางค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
เ บ บ
ON
( นายภัทร ใจเอม ) ปลีดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัต
a
Ск
: นาย ตรัย ธนา นายกองค์การ หารส่วนจังหวัด
!
โม ร
0.40
0.30
0.20
เฝ้ารอเหล็ก
0.40
รูปตัด
NOT TO SCALE
0.40
SIVA
2.40
R89 R812
-Ra:2
o.io
0.50
0.50
0.50
รูปด้านหน้า
Aym
เสาท่อเหล็ก
100 มม
โมไซกระพริบ
คน บย "”
1
สีขาว
แถบส มอร์สะท้อนแสง สม เกรดส่าหรับงานจราจร แยก 608-2563
าง 10 ซม ทีคโดยรอบเสา
- ระดับชอบผิวห
HT
SIDE SLOPE
ลันทาง
VARIES
แสดงการติดตั้งสัญญาณไฟกระบะกับป้ายบังคับหรือป้ายเตือน (เสาเหล็ก)
Ad เ
ไม่เสดง คราวน
2.40
0.50
0.50
0.50
โคมไฟกระพริบ และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ แบบขยาย “,”
บท
ท่อเหล็ก
100 มม
กองบาง
แบบสง
แบบมาตรฐาน
ธัญญาณให้กระพริบ
(พลังงานแสงอาทิตย์
เถา กอร์สะท้อนแสง สม
เรียนแบบ
เกรด าหงับงานจราจร มอก.66-2563
กว้าง 10 : A โดยรอบเล่า
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ป่วยนายร่างรียนแบบ
สรป ภ
- ระดับชอบผิวทาง
Aara
( นาย ร ง ป ฟัง
สถาป. ปฏิบั
รูปด้านข้าง
San
( นายวงศ์ นันตาภรณ์ ) วิศวกรโบราชานาญการ
( นายศราวุธ WINT วิศวกรโบรา านาญการ
لم
เสาทอน
100 มม
JBOLT 4-#15x300 mm.
ขันแน่นด้วยน้อ
พร้อมแหวนรอง
0.30
-BASE PLATE
300x300x20 mm.
หรือ 300x300x10 mm. 2 แผ่น น
แผงเซลล์แสงอาทิตย์- (มุมรับแสงปรับตามความเหมาะสม)
โคมไฟกระพริบ LED
เน ม
(umuriusira yirmu ) หัวหน้าวง และออกแบบ
B
( หล่อนิมิ
RB12
คอนกรีต 1: 2:4
0.40
0 75
0.30
0.20
100 มม
แปลน
แบบขยายฐานราก แสดงมาตราส่วน
0.05
RBIZ
เราพบ
L. 0.40
รูปตัด
ไม้แดง
สวน
n
3-R09
ป
4-RB12
U-SHAPE
STIANLESS STEEL
OR T-ROO
REFLECTIVE SHEETING
( นาง สุภา
สรา ทอง) องปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เส้นขอบ
ON
นาย ท ในม
ป ต ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบขยาย “1” ไม่เ ง า น
ร
: นายมนชัย วัฒน์ธนา นายกองค์การบรหาร
จังหวัดพิษณุโล
เล่นเร
SH A C
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
งานก่อสร้าง ข้างหน้า
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งานก่อสร้างข้างหน้า
โปรดระมัดระวัง ขนาดป้าย 0.90x1.80 เมตร
ป้ายเตือนงานก่อสร้าง
100.00 เมตร
ลดความเร็ว
ลดความเร็ว
ขนาดป้าย 0.90x1.80 เมตร
เรียบเน
50.00 เมตร
จุดสิ้นสุดโครงการฯ
ป้ายเตือนลดความเร็ว
พื้นที่ก่อสร้าง
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง ขนาดป่วย 2.45x1.80 เมตร
ป้ายสิ้นสุดเขตก่อสร้าง
ป ก
กลาง
โ
แบบA ดง
ป้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
( นายจิระ ปานมณี )
..
ผู้ช่วย ยางเบียบแบบ
RAVER
( นาย พงษ์ คีบปากพิง )
สถา ก การ
: นายวงศ์ อนันตาภรณ์
)
วกรโยธา านาญการ
วิวกร
หมายเหต
ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน
- แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา
ตามสภาพทาง - ระยะการติดตั้งป้ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
พื้นที่ก่อสร้าง - ติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
ขนาดและข้อความบนป้าย อาจคลาดเคลื่อนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
ตามรั
5. ข้อความในแบบเป็นเพียงตัวอย่างแนะนําเท่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ทร
จุดเริ่มต้นโครงการฯ
โครงเคร่าไม่
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
แผ่นป้ายไม่อัดหรือแผ่นไวนิล
หรือแผ่นเหล็ก
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งานสร้างข้างหน้า โปรดระมีดระง
เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
ระดับดินเดิมทั่วไป
นายสกล AAT) วิศวกรโยธาชํานาญการ ศษ
لم
คร
( นายเกรียงไกร บุญย
หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
เห็นรอบ
(นายๆ หล่อ
ผู้อํานวยการกองร่าง
( นางสาว สุดทาง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
: บรรย
A
นายภัทร ไทยม
ป องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
มุม
:
ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แต่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเป็นเลขของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจัดต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
4 นายมนตรี ทีฒน์ธนาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ir
:
:
ราลักษณ์ 2:11 AA 25 :
-I– AL
2.40
1.2)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
3 โครงการ..
4 ปริมาณงาน
5 ผู้รับจ้าง
โทร 0 5598 7718-20 ต่อ 304
o
อย
(4) ระยะเวลาดําเนินการ เป็นเบญญาวันที่
?
ค่าก่อสร้าง
28, ผู้ควบคุมงาน 1
2
โทรศัพท์
สิ้นสุดสัญญาวันที….. **ระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น……..
บาท
นง
Áramma….
โทร พร…..
โทรศัพท์:
3. กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
A
ลาไม้หรือหลักทั่วไปแข่งละประกัน –
ติดตั้งในบริเวณทีเห็นได้ชัดเจนและความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
:
- ทา ร าพด
กองราง
แบบแสดง
ย้ายแสดงงา พอ
ม ว บ งานก่อกา
รองลงกา ครองนท้องน
เขียนแบบ
วั
สถา…
วิศวกร
31
ร
เฟนชอบ
(นายะ ก ปานมณี ) ช่วยนายทางเรียบแบบ
( นายพีรพงษ์ ปวง )
O A
( นาย ว เ นากรณ์
ร
{ นายสรวย แสบ )
วิศวกรโยธา รายการ
J
นายเกรียงไกร บุญรวย
หัวหน้าฝ่าย รว และออกแบบ
( นาย ช ม ช มิ
นวณการกรงร่าง
वर
นางสาวสรา ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ex
( นายภัทร โพยม ปลัดอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รายละเอียดแผ่นป้าย
แผนปากแบนแผ่นไม่จัดทั่วไปทาสี: สีหลากสี : การ : คะตัวอักษร: เรียน สมิต คงเคราแข็งแรง ยง ให้มั่นคงแข็งแรง ไม่น้อยกว่า 1.20 2 40 14
- ปักป้ายควรอยู่ใน เวณ - รัศมีของโครงการที่เป็นการและประชาชนสัญจรไปมามอง จน
XZT หนัง ส ร บ ตามแบบก่าหาด
“สลักษณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก - 2 ส่วนราชการเจ้าของโครงการและเบอร์โทรศัพท์
- ประเภทและชนิดของทั้งสร้าง
(4) "
ปริมาณงานก่อสร้าง งานหน่วยที่ว่าเป็น - ชื่อผู้ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
12 6 ระบุข้อความ “กําลังสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
(0) or code una c.15 × 0.15
S.
3 ซึ่งผู้รับจ้าง ห้อง และหมายเลขโทรศัพท์
A
5 ระยะเวลาเริ่มต้น และระยะเวลาสิ้นสุด วามระยะเวลาจะสร้างทั้งสิ้น
י
ลักษณะป้าย
แบบบ้านไม้ชัดทั่วไป ขนาด : 30x2.40 มาสีฟันสินเดล เสก ตัวอักษร: ไวนิล ขนาด 1.23x 2 46 4 ระหว่าง การควรอยู่ในบริเวณรัศมีของโครงการที่ทาการ ราคา 3. มา มองเห็นได้ชัดจ
เห็นชอบ
เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการจัดทํา และติดตั้งแผ่นป้ายภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง
แผ่นป้าย ครึ่งระหว่างดําเนินการสร้าง มีสภาพคงทน สอดระยะเวลาการก่อสร้าง
มูลค่างานจ้างไม่ถึง สามแสนบาทไม่ต้องติดตั้งฝ่ายประชาสัมพันธ์ แต่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ มูลค่างานจ้าง งบสามแสนบาทขึ้นไปประมาทจะสร้างปรับปรุง งานทาง คลองพระสานให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดงานก่อสร้าง คางานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง : ให้แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ชั่วคราวไว้ (4 จุด เป็นการก่อสร้าง 1 จุด
**มาย : 1. ชนวรักษาความ ปรับเปลี่ยนตามความ
- ข้อความสัญลักษณ์ รายละเอียดตัวอักษ: CR :: กาหนดระหว่างการ
1
อนุมัต
Sabi
-RA ARR
: นายมนตรัย 25 สนาม )
นาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
IT’CH
Ar f
:
9
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา 3. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
- การ ค ร ว โ
กองชาง ฟางนะ แบบ
แบบแสดง
เอาตตามกฎกระทรวง
เขียนแบบ
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
ช่วยนาย
ารขียนแบบ
ການແກ
ควร
( นายพีรพงษ์ ทิ้ง) สายการ
( องค์ อนันดากรณ์ )
: โอรา : me
hm
24767
1 นายศร
AFA
แม วร โยราชามา การพิเศษ
FACE
เห็นชอบ
( นายเกรียงไกร บุญรวย) หัวหน้าฝ่ายสาวละออกแบบ
A
( นาย หล่อน } ย่านวยการกองร่าง
( นางสาวสรา ทอง) รองปลีดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษ
เห็นชอบ
( นายทร ไม่ม)
บ่ กองการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
Ox
: นายมนตรีย ขนาด 3
• กองค์การบริหารสวนจังหวัดพิษณุโลก seria
Tu Are A