จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย หมู่ที่ 3 บ้านบึงถัง ตำบลดอนทอง เชื่อมต่อ ตำบลหัวรอ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (651 031)

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก 69079050609
฿2,364,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 11 ส.ค. 2569 พิษณุโลก
รายละเอียดการจ้าง

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ดำเนินโครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย หมู่ที่ 3 บ้านบึงถัง ตำบลดอนทอง เชื่อมต่อ ตำบลหัวรอ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานทางถนนให้มีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และรองรับการจราจรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย:

  1. งานเตรียมพื้นที่: การถางป่า ขุดตอ และปรับแต่งระดับผิวทางเดิม
  2. งานซ่อมสร้างผิวทาง: ใช้วิธี Pavement In-Place Recycling โดยการขุดกัดผิวทางเดิมและพื้นทางเดิม ผสมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 เพื่อปรับปรุงคุณภาพชั้นทาง (Stabilized Base) ให้ได้ค่ารับแรงอัดไม่น้อยกว่า 17.50 KSC
  3. งานผิวทาง: การทำ Prime Coat และการปูผิวทางด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete) ความหนาตามแบบมาตรฐาน
  4. งานจราจร: การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตามมาตรฐาน มอก. 542-2549

ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามมาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น (มทร.) และมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท โดยต้องมีการควบคุมคุณภาพวัสดุ การออกแบบส่วนผสม (Mix Design) และการทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density Test) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ถนนมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและได้มาตรฐานความปลอดภัย

English summary

The Phitsanulok Provincial Administrative Organization (PAO) is initiating a road improvement project for the asphalt concrete road connecting Ban Bueng Thang (Moo 3), Don Thong sub-district, to Hua Ro sub-district, Mueang Phitsanulok district. The project involves upgrading a 6.00-meter wide and 500.00-meter long road segment. Key technical requirements include Pavement In-Place Recycling using Portland Cement Type 1 to stabilize the base, followed by Prime Coat application and Asphalt Concrete paving. The project must adhere to the Department of Rural Roads (DRR) standards, including strict quality control for material mixing, compaction testing, and the application of thermoplastic road markings.

สถานที่ดำเนินการ

หมู่ที่ 3 บ้านบึงถัง ตำบลดอนทอง เชื่อมต่อ ตำบลหัวรอ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงผิวจราจรให้มีความมั่นคงแข็งแรงและได้มาตรฐาน
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคมขนส่งระหว่างตำบลดอนทองและตำบลหัวรอ
  • เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่
  • เพื่อให้โครงสร้างทางถนนมีอายุการใช้งานที่ยาวนานตามมาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น

ขอบเขตของงาน

  • งานถางป่าและขุดตอ (Clearing and Grubbing)
  • งานขุดกัดผิวทางเดิมและพื้นทางเดิมด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling
  • งานปรับปรุงคุณภาพชั้นทางด้วยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Stabilization)
  • งานลาด Prime Coat
  • งานปูผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
  • งานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง
  • งานติดตั้งป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจรตามแบบมาตรฐาน

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 500.00 เมตร
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
  • ป้ายจราจรบังคับและป้ายเตือนตามแบบมาตรฐาน
  • รายงานผลการทดสอบวัสดุและผลการทดสอบความแน่นในสนาม
  • แผนผังและรายงานการดำเนินงานก่อสร้าง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการตามที่ระบุในสัญญาจ้าง (โปรดตรวจสอบในเอกสารสัญญาฉบับเต็ม)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น (มทร.) และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุงานทาง
  • Experience: มีประสบการณ์ในการก่อสร้างงานทางหรือปรับปรุงผิวจราจรลาดยาง
  • Personnel: ต้องมีวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และช่างโยธาที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. ประจำโครงการ
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรที่ผ่านการตรวจสอบและสอบเทียบ (Calibrate) เช่น เครื่องจักรขุดตัดผสม (Reclaimer/Stabilizer), รถปูยาง (Paver), และรถบดล้อเหล็ก/ล้อยาง ตามข้อกำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาผลการยื่นประมูลจะพิจารณาจากราคาที่ต่ำที่สุดและเป็นไปตามเงื่อนไขทางเทคนิคที่กำหนดใน TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผิวจราจร: แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
  • ความกว้าง: 6.00 เมตร
  • ความยาว: 500.00 เมตร
  • วิธีการปรับปรุงชั้นทาง: Pavement In-Place Recycling ผสมปูนซีเมนต์ไม่น้อยกว่า 3.50% โดยน้ำหนัก
  • ค่ารับแรงอัด (Compressive Strength): ไม่น้อยกว่า 17.50 KSC
  • ความแน่นในสนาม (Field Density): ไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินเป็นไปตามงวดงานที่ระบุในสัญญา
  • มีการหักเงินประกันผลงานตามระเบียบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งหมด
  • มีบทปรับกรณีงานล่าช้ากว่ากำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: วิธีการ Pavement In-Place Recycling คืออะไร? A: คือการนำวัสดุชั้นทางเดิมมาขุดกัดและผสมกับวัสดุใหม่หรือสารปรับปรุงคุณภาพ (เช่น ปูนซีเมนต์) ในพื้นที่ก่อสร้างเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
  2. Q: ต้องใช้ปูนซีเมนต์ประเภทใด? A: ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ตามมาตรฐาน มอก. 15
  3. Q: ความหนาของชั้นทางที่ต้องบดอัดคือเท่าใด? A: บดอัดลึก 20 ซม. โดยต้องมีความแน่นไม่น้อยกว่า 95%
  4. Q: เครื่องจักรบดทับต้องมีน้ำหนักเท่าใด? A: รถบดสั่นสะเทือนไม่น้อยกว่า 17.5 ตัน และรถบดล้อยางไม่น้อยกว่า 8 ตัน
  5. Q: การทดสอบความแน่นในสนามใช้วิธีใด? A: ใช้มาตรฐาน มท.(ท) 501.4 (Field Density Test)
  6. Q: อุณหภูมิแอสฟัลต์ขณะปูควรเป็นเท่าใด? A: ไม่ต่ำกว่า 120 องศาเซลเซียส
  7. Q: การตีเส้นจราจรใช้วัสดุอะไร? A: วัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตาม มอก. 542-2549
  8. Q: หากวัสดุชั้นทางเดิมไม่ผ่านเกณฑ์ต้องทำอย่างไร? A: ต้องขุดออกและนำวัสดุที่มีคุณสมบัติถูกต้องมาใส่แทน
  9. Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาห้องปฏิบัติการหรือไม่? A: ต้องมีเครื่องมือทดสอบที่ได้มาตรฐานและพร้อมใช้งานตามที่ อบจ. กำหนด
  10. Q: การจราจรระหว่างก่อสร้างเป็นอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องจัดป้ายและเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผ่านพื้นที่ได้ตลอดเวลา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

On 161 1981
19. m 1,319,000 WIN
องค์การบ
โรบริหารส่วนจังหวัดพิษ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กระทรวงมหาดไทย
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สาย หมู่ที่ 3 บ้านบึงถัง ตําบลดอนทอง เชื่อมต่อ ตําบลหัวรอ อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
โดยทําการปรับปรุงผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 500.00 เมตร
margins o 3598
:
.
|

ใช้การณ์
113
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองข่าง
ฝ่ายสารวจและออกแบบ
21.2
แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สาย หมู่ที่ 3 บ้านบึงถัง ตําบลดอนทอง เชื่อมต่อ ตําบลหัวรอ อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยทําการปรับปรุงผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 500.00 เมตร
จุดสิ้นสุดโครงการ กม.0+500
16.874558 100.313028
จุดกึ่งกลางโครงการ
18.873940 100.314363
จุดเริมตนโครงการ กม.0+000
15.872606 100.315333
โครงการ :
สํารวจ
นางสาวพิมพ์ไฉล คมข่า
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
ครวจ
พรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
เขียนแบบ
นายอภิสิทธิ์ จัน คน
@ar
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
เห็นขอบ
นายชูชัย หล่อนิมิตดี
นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
วิศวกร
สถานที่ :
นายพลกฤต ม่วงดิษฐ์
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
เห็นชอบ
นายภัทร ใจเอม
หมู่ที่ 3 บ้านบึงถึง ด่าน ดอนทอง เชื่อมต่อ เลวร อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
วิศวกร
บายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
วิศวกรโยธาชํานาญการ
(
ตรวจ
นายเกรียงไกร บุญช่วย
a
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
อนุมัติ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
ผู้อําานวยการกองข่าง
: :LO
2
วัน/เตือน/ปี :
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบแผ่นหี :
แบบเลขที่ :
!
|
ส่ง
แผนที่สังเขป โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สาย หมู่ที่ 3 บ้านบึงถัง ตําบลดอนทอง เชื่อมต่อ ตําบลหัวรอ อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยทําการปรับปรุงผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 500.00 เมตร
บริหารสาว
จังหวัดพิษ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองข่าง
ฝ่ายสารวจและออกแบบ
จุดสิ้นสุดโครงการ กม.0+500
16.874558 100.313028
:: - ::
จุดกึ่งกลางโครงการ
16.873940 100.314363
} }
} }
,,
,,
{ }
จุดเริ่มต้นโครงการ กม.0+000
16.872606 100.315333
โครงการ :
สํารวจ
นางสาวพิมพ์ไฉล คมข่า
ปรับปรุงถนนผิวจราจรลาครางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
เขียนแบบ
นายอภิสิทธิ์ จันน้ําคน
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
ตรวจ
นายชูชัย หล่อนิมิตต์
เห็นชอบ
วงสาวศรีสุรางค์ จูทอง (
วิศวกร
สถานที่ :
นายพลกฤต ม่วงดิษฐ์
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
เห็นชอบ
นายภัทร ใจเอม
หมู่ที่ 3 บ้านงกุ้ง ตําบล : นทอง เชื่อมต่อ 18 อ่าาลเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
วิศวกร
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
วิศวกรโยธาชานาญการ
(
…..
ตรวจ
นายเกรียงไกร บุญช่วย
a
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
อนุมัติ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
N
38
วัน/เดือน/ปี :
ผู้อํานวยการกองช่าง
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบแผ่นที่ :
แบบเลขที่ :

  1. ขอบข่าย
    มาตรฐานงานถางป่า ขุดตอ
    (Clearing and Grubbing) โดยอ้างอิงจาก มาก 218 - 2562
    งานถางป่า ขุดต่อ หมายถึง การกําจัดต้นไม้ ตอไม้ พุ่มไม้ เศษไม้ ขยะ วัชพืช และสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ต้องการ ภายในเขตทาง
  2. คุณสมบัติ
    2.1 การถางป่าให้ทําภายในบริเวณตลอดเขตทาง และการขุดต่อให้ทําภายในบริเวณที่จะทําการก่อสร้างคันทางคู่ข้างทาง บ่อยืม แหล่งวัสดุ และการขุดเพื่อการก่อสร้างงานโครงสร้าง 2.2 บริเวณที่จะก่อสร้างคันทางให้ขุดต่อรากไม้ออกต่ํากว่าระดับดินเดิมตามธรรมชาติไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร ในกรณีที่คันทางสูงกว่าระดับดินเดิมมากกว่า 50 เซนติเมตร ให้ตัดต้นไม้แล จนชิดใกล้ระดับดินเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ ส่วนการขุดเพื่อก่อสร้างงานโครงสร้างอื่นๆ ให้ขุดต่อรากไม้ออกต่ํากว่าระดับต่ําสุดของแบบโครงสร้างไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร
    2.3 บริเวณบ่อยืมและแหล่งวัสดุ ให้เอาตอไม้ รากไม้ และวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ต้องการปะปนอยู่ออกจนเห็นว่าไม่มีสิ่งดังกล่าวปนกับวัสดุที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง
    2.4 ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่นอกคันทาง หรืออยู่นอกเชิงลาดดินตัดให้คงไว้ ในกรณีจําเป็นที่จะต้องตัดให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน สําหรับต้นไม้ที่ตั้งไว้ กิ่งที่ยื่นเข้าไปในผิวจราจรและสูง
    จากระดับผิวจราจรไม่เกิน 5.00 เมตร ให้ตัดกิ่งออกให้เรียบร้อยและให้เหลือโคนถึงติดลําต้นยาวไม่เกิน 20 เซนติเมตร
    2.5 วัสดุจากการถางป่า ชุดตอ ให้นําไปทิ้งตามบริเวณที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
    2.5 ตลอดระยะเวลาที่ถางป่า ขุดตอ ให้ทําด้วยความระมัดระวังในการตัดต้นไม้ไม่ให้เกิดอันตรายและทําความเสียหายแก่ต้นไม้ที่คงไว้
    2.7 หลังจากการถางป่า ขุดคอ ให้ปาดเกลี่ย ปรับแต่ง และเก็บเศษวัสดุไปทิ้งนอกเขตทางให้เรียบร้อย
    และ ง
    นาย า ม
    กองชาง
  • รอบบ
    แบบแสดง
    มาตรฐานงานถางป่า (Clearing and Grubbing) ด า จาก มาก 28 - 2552
    เขียนบท
    N
    ( น ร ก ปานมณ์ )
    ..
    ชายนา ราง ยนแบบ
    กอ
    ( นายพีรพงษ์ ก ง )
    สถาปนิก : การ
    201
    Cr:::

    { ::
    วงศ์ อนันตารณ์)
    วิ า - ญ
    ( นายครก
    แลง)
    ศวกรโยธา านาญการ คร
    A
    (นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่ายสาร และ แบบ
    เห็น อบ
    ( นาย หล่อคี )
    ทวยการกองช่าง
    นางสาว สุรา ทอง) รองปก็ดองค์การ นว วนจังหวัดพิษณุโลr: เห็นชอบ
    ( บาย ทง พบ )
    ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    17
    At
    ( นายมน ย น บนพ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
    La
    A:
    Hu AL A
    :

ຍານງ່າຍ
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง
(Base)
โดยอ้างอิงจาก มทส 223 - 2552
งานในพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มทส. 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือคันทางให้ถูกต้องก่อน
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาขึ้นพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ชั้น หนาขึ้นละเท่าๆกันโดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimum Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกล
บดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มท (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งขึ้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบดอัด จะต้องขุดคุ้ยออก (Scurity) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยท่า การผสมคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ชั้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องรื้อฟื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 1.25 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่า และปาดพื้นทางที่สูงออกบดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด

  • ล่าง melaton
    กลาง
    แบบแสดง
    มางานงาน
    นคับทาง
    โดย ลง จาก มา 223

เขียนแบบ
AR-PRE
2562
( นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) รายนายร่างเง็นแบบ
สเปก
( นาย พงษ์ คัน
สถ:
กร
Scan
F1R
ทรง
เ ม ลป
( นา ทุฒิวงศ์ นันตาภรณ์ )
พวกรโยธา าา ก
นายสราวุธ แสงเกตุ วิศวกรโยธาร่ามาญการพิเศษ
ند
( นายเกรียงไกร รวย )
หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
( น ย พ ช มิ บ้านวนารกองข่าง
( นางสาว อง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นรอบ
en
( นายภัทร ในย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ងបុត
( นายมนต ย น ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
LILEMNI
tru
ครับ
บ ป 1
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
2.5%
ผิวจราจร 6.00
.H.
5
ทําผิวทางเละผิวไหลทางแบบ ASPHALT CONCRETE (หน……………..
ทํา PRIME COAT หนทางและทนไหล่ทาง

  • ทําการขุดกัดผิวทางเดิม พื้นทนและพื้นไหลทางเดิม โดยวิธี PAVEMENT N-PLACE RECYCLING
    โดยผสมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทหนึ่ง ตามอัตราส่วนผสมจากห้องทดลอง
    หรือไม่น้อยกว่า 3.50% โดยน้ําหนัก
    บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 75% MOOFER PROCTOR DENSITY และมีค่ารับแรงอัด
    (UNC
    : :
  • COMPRESSIVE STRENGTH) ไม่น้อยกว่า 17.50 KSC. กดลึก 20
    ชม.
    ณีไม่มีไหล่ทาง
    ขั้นตอนซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (โดยวิธี PAVEMENT A-PLACE RECYCLING)
  1. ในกรณีที่โครงสร้างทางเดิมมีความชํารุดเสียหาย ให้ดําเนินการขุดซ่อม
    (DEEP PATCHING) และปาดแต่งให้เรียบร้อย พร้อมที่จะทําการปิดทับ ให้ได้รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
  2. ลงหินคลุกปรับระดับพื้นทางและพื้นไหลทาง บดอัดแน่นตามที่กําหนดไว้ในแบบ
  3. ทําการขุดกัดผิวทางเดิม, พื้นทางและพื้น ไหล่ทางเดิม
    (โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLNG)
  4. ไพรมโคท (PRIME COAT) พื้นทางและพื้นไหลทาง
  5. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต (ASPHALT CONCRETE)
    และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร

    เขียนแบบ
    กองบาง ฝ่ายจะ แบ
  • แบบแสดง มารานงานหมุน อ
    วัสดุ นท จ าไรใหม่แบบไนท์
    (Peremen) in-Place Recycling)
    ( กรณีไม่มีไหล่ทาง )
    ( นายสรศักดิ์ ปานมุ
    ร่ายมา ร่างเขียนแบบ
    45
    (unoffrwad Judy
    สตา: ht
    ลําดับที
    –หินคลุกปรับระดับพื้นทางและพื้น ไหล่ทาง (หนา 2 ซม.)
    โครงสร้างทางเดิม
    รูปตัดโครงสร้างทาง
    NOT TO SCALE
    ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING)
    รายการ
    ชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
    2
    หิน ก
    3
    5
    neer
    จาก : พัน และกันในทางเดีย
    TUTE OAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
    לנ
    E
    หางสะสม
    7
    PRIME COAT
    e
    เส้นแน่ะ ดา
    ASPHALT CONCRETE
    ขอ าหนด
    อ้างถึง แบบมาตรฐานรายละเอียดวิธีการแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม สําหรับผิวทางลาดยาง บริก-10
    las vingrumunatonforno, estaď uva 402-2562
    ข้างดี “มาสานวัสดุพื้นทางหิน (CRUSHED ROCK BASE) มท. 203-2552
    ::: ::: “44”:““ๆ เช่น เอ บ้าน : ส่ง อิน ที่จะเป็นอันตรายรอคุณภาพ
    ทีมส
    ๆ หรือ คน
    ถึง “มาละฐานกรรม ม.15 : มาตรฐาน เมนะ สแกน
    ว่าง : 17 นายมโนทางเดิมมาได้ไหม ในที่
    ; PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING) ม.44 242-2562
    อ้างถึง “มาตรฐานงานเ ส ร ด น ส (ASPHALT CONCRETE) 17. 230-2562
    Ensils “avargunstuimia TAY (PRIME COAT)” PM: 225 -2562
    อ้างถึง “แบบผาด เครื่องหมายจราจรบนทาง (D)-200 ถึง 203
    หมายเหตุ
  1. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และดําเนินการแก้ไขสัญญาตามระเบียบต่อไป
  2. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบสามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่น ภายในสายทางตามความเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และดําเนินการแก้ไขสัญญาตามระเบียบต่อไป
  3. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 1 และ ข้อ 2 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่
    กําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทาง
  4. ความหนาของหินคลุกพื้นทางและพื้นไหลทาง จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  5. ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (ASPHALT CONCRETE) จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  6. มาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น (มทร.) แบบมาตรฐานรายละเอียดวิธีการแก้ไข ผิวทางและพื้นทางเดิม สําหรับผิวทางลาดยาง (บรถ))
    และแบบมาตรฐาน เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (จร.)) ที่อ้างถึงนั้น ให้ใช้ฉบับปัจจุบัน
    เน ช
    ( นาย … อนันตการณ์ ) วิวกร โยราชานาญการ
    14444444
    นร แล รกรโยช านาญการ
    لم
    มาเมา ยงไกร บุญช่วย หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
    ( นาย น ชนิด ) พ่อรวยการกองร่า
    CAN
    ( ลาว สุรางค์ ทอง ) รองปลัดองค์การบริหาร านจังหวัดพิษณุโล
    Rivete
    es

( นายภัทร ใจอม) ปล้อง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ

2.8
4 นาย น ย 25ฒน์ธนา นายกองค์การบริหาร านจังหวัดพิษณุ

  1. ขอบขาย
    มาตรฐานงานหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่แบบในที่
    (Pavement in-Place Recycling)
    โดยอ้างอิงจาก มทส. 242 - 2562
    งานหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่แบบในที่ (Pavement In-Place Recycling) หมายถึง การนําวัสดุชั้นทางเดิมมาปรับปรุงคุณภาพแล้วนํากลับไปใช้งานใหม่ โดยการปรับปรุงคุณภาพ ทําใน สายทาง ที่จะดําเนินการก่อสร้าง เพื่อให้มีคุณภาพตามรูปแบบและข้อกําหนด ในการนี้อาจจะเพิ่มเติมวัสดุผสมเพิ่ม เพื่อปรับปรุงขนาดคละและเพิ่มปริมาณ เช่น หิน ทราย วัสดุมวลรวม (Soil Aggregate) ฯลฯ และวัสดุผสม เพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพ (Stabilizing Agents) เช่น ปูนซีเมนต์ ปูนขาว แอสฟัลต์ และสารผสมเพิ่ม (Admixture) อื่นใด โดยจะต้องก่อสร้างให้ถูกต้องตาม ขั้นตอนและปิดทับด้วยผิวทางใหม่ การปรับปรุงชั้นทาง อาจจะทําการปรับปรุงเพียงชั้นเดียวหรือหลายชั้นก็ได้
  2. วัสดุ
    2.1 วัสดุชั้นทางเดิม หมายถึง วัสดุที่ได้จากการขุดรื้อขูดใสจากชั้นทางเดิมแล้วทําให้ร่วนถึงความลึกตามรูปแบบที่กําหนด ซึ่งอาจจะประกอบด้วยผิวลาดยาง หินคลุก ลูกรัง แล้วแต่สภาพของสายทาง
    ที่จะดําเนินการก่อสร้าง ในกรณีวัสดุชั้นทางเดิมหลังจากขุดรื้อ ขูดไส และทําให้ร่วนแล้ว มีขนาดคละที่ไม่เหมาะสม หรือคุณสมบัติอื่น ไม่ได้ตามรูปแบบและข้อกําหนด ให้แก้ไขปรับปรุง หรือนําวัสดุผสมเพิ่มมาผสม เพื่อให้ได้ตามรูปแบบและข้อกําหนด
    2.2 วัสดุผสมเพิ่ม จะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม และเข้ากันได้ดีกับวัสดุชั้นทางเดิมหรือวัสดุผสมเพิ่มชนิดอื่นที่นํามาใช้งาน เพื่อทําให้คุณสมบัติทางวิศวกรรมของส่วนผสมมีความแข็งแรงเป็นไปตาม
    รูปแบบและ ข้อกําหนด ซึ่งประกอบด้วยวัสดุต่าง ๆ ดังนี้
    2.2.1 วัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงขนาดคละและ/หรือเพิ่มปริมาณ หมายถึง วัสดุจากแหล่งอื่นที่นํามาผสมกับวัสดุชั้นทางเดิมเพื่อปรับปรุงขนาดคละและ/หรือเพิ่มปริมาณ ให้ได้ตามรูปแบบ
    และข้อกําหนด เช่น หิน ทราย และวัสดุมวลรวม (Soil Aggregate) เป็นต้น
    2.2.2 วัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพ หมายถึง วัสดุที่นํามาผสมกับวัสดุชั้นทางเดิมเพื่อปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งต้องเป็นชนิดที่กําหนดต่อไปนี้
    2.2.2.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 15 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และต้องเป็นปูนซีเมนต์ใหม่บรรจุอยู่ในถุงหรืออยู่ในไซโล 2.2.2.2 ปูนขาว ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 247 ปูนขาวสําหรับงานก่อสร้าง
    2.2.2.3 เถ้าลอย ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2135: เถ้าลอยจากถ่านหินใช้เป็นวัสดุผสมคอนกรีต
    2.2.2.4 แอสฟัลต์ ต้องเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับวัสดุชั้นทางเดิมที่จะปรับปรุง และต้องเป็นชนิดเดียวกันตลอดงาน
    2.2.2.5 วัสดุผสมเพิ่มชนิดอื่นนอกเหนือจากข้อ 2.2.2.1 - ข้อ 2.2.2.4 ต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนนําไปใช้งาน
    2.2.2.6 วัสดุผสมเพิ่มตามข้อ 2.2.2.1 - ข้อ 2.2.2.5 อาจนํามาออกแบบส่วนผสมรวมกันได้แต่ต้องเหมาะสมกับวัสดุชั้นทางเดิมที่จะปรับปรุง และส่วนผสมต้องได้คุณภาพตาม รูปแบบ
    และข้อกําหนด ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแต่ละกรณี
    นําไปใช้งาน
    2.3 สารผสมเพิ่ม (Admixture) ต้องเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับวัสดุชั้นทางเดิมที่จะปรับปรุง และผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารคุณสมบัติของสารผสมเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาก่อน 2.4 น้ํา ต้องเป็นน้ําสะอาด ปราศจากสารที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของชั้นทางที่ปรับปรุง และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อนนํามาใช้งาน
    เขียนแบบ
    กท 1 โ
    กองทาง
    แบบแสดง
    นายน
    tum มา หนบบในที
    (Powerment In-Place Recycling)
  • บท 242

7562
( พระ ประม
VI
รายบายบางเรียบแบบ
สถาปนิค
Aonร
มกร
( นายสรพงษ์ บาง
สถาปนิกปา การ
( นายๆ วง นับสรณ์ )
วิศวกรโยธา
านาญการ
( นายศราวุธ แสงบ วิศวกร ย า าาญการ คร
كم
( นายเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย รว และออกแบบ
เห็นชอบ
( นาย ย ห นิ
ผู้อ่าน่วยการกองร่ม
Okto
( นางสมสุรา ก ง )
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ex
( นาย : โพยม ) ปลัดองค์การบริหาร านจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
9
วิ
1 นายมนชัย พัฒนา )
นาง
SE Ve C
3. เครื่องจักร เครื่องมือที่ใช้ในงานก่อสร้าง
ชุดเครื่องจักร เครื่องมือที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง ต้องผ่านการตรวจสอบโดยองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นและผู้ควบคุมงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดชุดเครื่องจักร เครื่องมือไว้ให้พร้อมที่สถานที่ก่อสร้าง เพื่อรับการตรวจสอบหรือสอบเทียบ (Calibrate) จากผู้ควบคุมงาน ตามวิธีการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กําหนด โดยเครื่องจักร เครื่องมือต้องมีความเหมาะสมกับงานทั้งชนิด ขนาดและจํานวน
มีขีดความสามารถ พอที่จะดําเนินการก่อสร้างได้ถูกต้องตามรูปแบบและข้อกําหนดให้แล้วเสร็จในแต่ละวัน ในระหว่าง การก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาเครื่องจักร เครื่องมือให้อยู่ในสภาพใช้งาน ได้ดีมีประสิทธิภาพ ตลอดเวลา ซึ่งเครื่องจักรที่จะต้องนํามาใช้งานมีดังนี้
ชุดเครื่องจักรผสมวัสดุ อาจเป็นชนิดที่แยกการทํางานเฉพาะอย่าง เช่น เครื่องจักรขุดตัดผสม (Reclaimer/Stabilizer) เครื่องจักรขูดไส (Milting Machine) และ/หรือเป็นชนิดทํางานเสร็จในตัว เช่น เครื่องจักรขุด ผสมพร้อมปูวัสดุ (Cold Recycler) หรือเครื่องจักรอื่นใดที่มีลักษณะการทํางานพิเศษเหมาะสมกับงาน เครื่องจักรขุดผสมจะต้องมีระบบควบคุมการทํางานแบบอัตโนมัติ สามารถชุดตัดหรือขูดไสชั้นทางเดิมได้ความลึกตามที่กําหนด และสามารถผสมวัสดุชั้นทางเดิมกับวัสดุใหม่ให้เข้ากันได้อย่างสม่ําเสมอ
3.2 เครื่องจักรวัสดุ ต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีกําลังมากพอและควบคุมความเร็วในการปูได้อย่างสม่ําเสมอ สามารถปูวัสดุให้มีผิวเรียบและปูวัสดุในระดับลาดเอียงได้ตามรูปแบบที่
กําหนด โดยมีอุปกรณ์ควบคุมระดับความลาดเอียงอัตโนมัติ
3.3 เครื่องจักรบดทับ จะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีชนิดและขนาด ดังนี้
3.3.1 เครื่องบดทับสั่นสะเทือนขนาดไม่น้อยกว่า 17.5 ตัน
3.3.2 รถบดล้อยางชนิดล้อเรียบขนาดไม่น้อยกว่า 8 ตัน สามารถบดทับชั้นทางให้ได้ความแน่นตามรูปแบบและข้อกําหนด โดยมีจํานวนมากพอที่จะ ดําเนินการก่อสร้างไปอย่างต่อเนื่อง
และมีประสิทธิภาพ การกําหนดชนิดและน้ําหนักของ เครื่องจักรบดทับ ให้พิจารณาจากการก่อสร้างแปลงทดสอบในสนามเป็นหลัก ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน 3.4 ชุดเครื่องจักรประกอบการก่อสร้าง
3.4.1 เครื่องจักรเกลี่ยปรับระดับ ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีขนาดและกําลังมากพอที่จะเกลี่ยปรับระดับวัสดุให้ได้ตามรูปแบบที่กําหนด
3.4.2 รถบรรทุกต้องเป็นชนิดและขนาดที่เหมาะสมกับงาน มีจํานวนมากพอกับปริมาณงาน เพื่อให้การก่อสร้างดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
3.4.3 เครื่องจักรอุปกรณ์เกี่ยวกับวัสดุผสมเพิ่ม เพื่อปรับปรุงคุณภาพ และ/หรือน้ํา ประกอบด้วยรถบรรทุกที่ติดตั้งถัง หรือยังบรรจุวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพแต่ละชนิด และ/หรือ
น้ํา หรืออาจเป็นรถบรรทุกที่ติดตั้งถัง หรือยังบรรจุแยกวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพแต่ละชนิด และน้ํารวมในรถบรรทุกคันเดียวกันก็ได้ โดยรถบรรทุกดังกล่าวจะต้องมีถังหรือ
ยุ่งขนาดบรรจุ เหมาะสมกับงาน อีกทั้งมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณการจ่ายวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพแต่ละชนิดและ/หรือน้ํา ที่เที่ยงตรง สม่ําเสมอ ตามที่กําหนด 3.4.4 ถังบรรจุแอสฟัลต์ ต้องเป็นถังชนิดที่ติดตั้งบนรถบรรทุก มีขนาดความจุมากพอที่จะป้อนแอสฟัลต์ได้อย่างต่อเนื่องขณะที่ก่อสร้าง ถังบรรจุต้องมีสภาพดี ไม่รั่วซึม และต้องมีอุปกรณ์
ที่จําเป็น ดังต่อไปนี้

3.4.4.1 มีฉนวนกันความร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์
3.4.4.2 มีช่องสําหรับนําแอสฟัลต์เข้า-ออก จากถังบรรจุและมีวาล์วควบคุม
3.4.4.3 มีอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่วัดได้ละเอียดเหมาะสมกับงาน
3.4.4.4 มีระบบให้ความร้อนแอสฟัลต์ในถังบรรจุที่มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มอุณหภูมิแอสฟัลต์ในอัตราที่เหมาะสมได้อย่างทั่วถึงตามที่กําหนด
3.4.4.5 มีอุปกรณ์วัดและแสดงอุณหภูมิแอสฟัลต์ติดตั้งในตําแหน่งที่เหมาะสม หรือ ที่ระยะความสูง 1 ใน 3 จากก้นถังบรรจุ
3.4.5 เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ข้างต้นแล้ว ก่อนจะนํามาใช้งานต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
3.5 ผู้รับจ้างต้องจัดหา เครื่องมือ และอุปกรณ์การทดสอบที่ได้มาตรฐาน มีสภาพพร้อมใช้งานเพื่อใช้ในการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนดจนกว่างาน
ก่อสร้างจะแล้ว เสร็จ
เทรนแบบ
นิยาย
กองบาง
ฟา บ
บ แ ดง
มาร พนม น รันทาไนบนไม
(Pavement -Pace Recycling)
Inasal aan uw 242 – 2587
( นายระศักดิ์ ปานมณี )
รวบก รางปิยนแบบ
สป
Arana
ara
( นาย หงษ์ คันปาก
สถาปนิกปฏิมิ ก
นสากรณ์ )
( นางวาส
ลวกรโยธา านาญการ
นายศราวุธ แสง พวกทรโยง านาญการพิ
لم
0779
(นายเกรียงไกร บุญช่วย ) ห้ามน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
เมวยป
deve
นาย ย ห อ
9 นวยการกองยาง
ока
นางสาว รา ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เรงบ
อนุมั
en
นาย า โ ลม )
บ่ องค์การบริหาร ดินจังหวัดพิษณุโ
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารสวนจังหวัดพิษณุโล
VRTIN
5. HE
!
4. การออกแบบปรับปรุงชั้นทางเดิม
4.1 การออกแบบทั่วไป หมายถึง ข้อแนะนําที่ให้ไว้เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการออกแบบ โดยมีหัวข้อแนะนําต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
4.1.1 การปรับปรุงชั้นทางเดิมเป็นชั้นทางใหม่ สามารถนําวัสดุชั้นทางเดิมใด ๆ ที่เหมาะสมมารวมกันเพื่อปรับปรุงให้เป็นชั้นทางใหม่ก็ได้
4.1.2 การปรับปรุงชั้นทางเดิมแบบในที่ ถ้าผิวทางแอสฟัลต์เดิมมีความหนามากเกินขีดความสามารถของเครื่องจักรขุดผสมที่จะดําเนินการได้ดี ให้ขูดผิวทางส่วนที่มีความหนาเกินออก หากไม่สามารถขูด ผิวทางออกบางส่วนได้ ให้ขุดรื้อผิวทางแอสฟัลต์นั้นออก แล้วทดแทนด้วยวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกําหนดของชั้นทางที่จะปรับปรุงนั้น
4.2 การออกแบบส่วนผสมต้องดําเนินการก่อนเริ่มการก่อสร้าง โดยผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้างต้องร่วมกันเจาะเก็บตัวอย่างวัสดุชั้นทางเดิมที่จะปรับปรุงทุกระยะ 1 กิโลเมตร หรือเมื่อคุณสมบัติของ
วัสดุชั้น โครงสร้างทางเปลี่ยนแปลงไป และต้องเก็บตัวอย่างวัสดุให้ถึงระดับความลึกของการขุดรื้อ ขูดไส้ โดยแยกออกเป็นชั้น ๆ เช่น ชั้นผิวทาง ขั้นพื้นทาง และชั้นรองพื้นทาง ส่งให้หน่วย งานราชการหรือ สถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพออกแบบส่วนผสม หากในระหว่างก่อสร้างวัสดุชั้นทางเดิมเปลี่ยนแปลงไป จากที่นํามาออกแบบส่วนผสม ผู้รับจ้างจะต้องทําการปรับปรุง แก้ไขหรือเก็บตัวอย่างวัสดุ ส่งให้ หน่วยงานราชการหรือสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพออกแบบส่วนผสมใหม่ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
4.3 การออกแบบส่วนผสม สามารถจะกําหนดข้อกําหนดพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับงานแต่ละโครงการได้โดยพิจารณาจากสภาพการใช้งาน ราคาค่าก่อสร้าง วัสดุท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้
ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ
5. การเตรียมการก่อสร้าง
อาคาร 2 ก่อนการก่อสร้างต้องกําจัดวัชพืชและวัสดุที่ไม่พึงประสงค์ออกจากแนวพื้นที่ที่จะก่อสร้าง พร้อมทั้ง ปรับระดับผิวถนนเดิมให้เรียบสม่ําเสมอ และกําหนดแนวขุดตัดตามยาวไว้บน ผิวชั้นทางเดิม ในกรณีที่มี ความเสียหายหรือมีจุดอ่อนตัวของชั้นดินเดิมใต้ชั้นทางที่จะปรับปรุง ให้ขุดรื้อวัสดุแต่ละชั้นทางที่จะปรับปรุง ออกนําไปกองแยกไว้ไม่ให้ปะปนกัน จากนั้นให้ขุดรื้อวัสดุชั้นทาง ที่เป็นปัญหาออก แล้วแทนที่ด้วยวัสดุที่มี คุณสมบัติไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของชั้นนั้น ๆ พร้อมบดทับให้ได้ความแน่นตามข้อกําหนด แล้วจึงนําวัสดุแต่ละ ชั้นทางที่กองแยกไว้กลับมาปลงเป็นชั้น ๆ พร้อม บดทับทีละขั้นให้ได้ความแน่นตามข้อกําหนด โดยความหนา ของชั้นวัสดุที่บดทับแต่ละชั้นไม่มากกว่า 20 เซนติเมตร
6. การตรวจสอบความชื้นของวัสดุชั้นทางเดิม
ก่อนเริ่มการก่อสร้างไม่เกิน 1 สัปดาห์ ผู้รับจ้างร่วมกับผู้ควบคุมงานต้องเจาะเก็บตัวอย่างชั้นทางเดิม ที่จะก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบหาปริมาณความชื้นทุกระยะ 500 เมตร หรือทุกระยะที่ปริมาณ ความชื้นมีเปลี่ยนแปลง และหากวันที่ตรวจสอบหาปริมาณความชื้น มีระยะเวลาห่างจากวันที่เริ่มการก่อสร้างนาน เกิน 1 สัปดาห์ หรือมีเหตุซึ่งอาจจะทําให้ปริมาณความชื้นเปลี่ยนแปลงไปด้วยเหตุ เช่น มีฝนตก น้ําท่วม ฯลฯ ให้ผู้รับจ้างเจาะเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบหาปริมาณความชื้นใหม่ ในกรณีที่วัสดุชั้นทางเดิมมีความชื้นสูง เกินไป ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขให้อยู่ในเกณฑ์ที่กําหนด และวิธีการ แก้ไขต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
7. การก่อสร้างแปลงทดสอบในสนาม
ผู้รับจ้างต้องก่อสร้างแปลงทดสอบในสนามโดยมีความยาวไม่น้อยกว่า 100 เมตร มีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 1 ช่องจราจร เพื่อใช้เป็นแบบอย่างในการก่อสร้าง ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวัสดุ เครื่องจักร เครื่องมือ หรือผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการก่อสร้างให้ถูกต้องตามรูปแบบและข้อกําหนด ให้ผู้รับจ้าง ดําเนินการก่อสร้างแปลงทดสอบใหม่จนกว่าจะได้ตามรูปแบบและข้อกําหนด ซึ่งต้อง ได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อนใช้แปลงทดสอบนั้นเป็นแบบอย่างในการก่อสร้างต่อไป
8. การก่อสร้าง
การก่อสร้างจะต้องมีการวางแผนที่ดี และต้องคํานึงถึงสภาพอากาศที่เหมาะสม เช่น ไม่มีฝนตก อุณหภูมิของอากาศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการผสมวัสดุ การบดทับ และการบ่ม ในระหว่าง ก่อสร้างช่วง นั้น ๆ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก และควบคุมการจราจรเพื่อไม่ให้ชั้นทางที่กําลังก่อสร้างเสียหายโดยติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ รวมทั้งสัญญาณไฟกลางคืน ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกําหนด พร้อมทั้งจัดการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้ตลอดเวลา และ ปลอดภัย การก่อสร้างให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
8.1 การดําเนินการก่อสร้างให้ใช้เครื่องจักร เครื่องมือในข้อ 3 ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบรับรองและตรวจปรับจากผู้ควบคุมงานแล้วขั้นตอนการก่อสร้างจะต้องสอดคล้องกับลักษณะวิธีการก่อสร้าง
เรียมแบบ
สถาปนิ
วิศวกร
svínasteninakoelekeay Inn
กองชาง งานชา
บ แสดง
พร
(Pavement In-Placa Recycling)

  • จาก UN342 - 254

{
ปานมณี )

4
(นายพีรพงษ์ คับ }
สป ก า ศร
: นายวุฒิวงศ์ นครการณ์ :
วิศวกรโยธา านาญการ
DAR
( นาย ! น วิศวกรโยธา านาญการ ร
AI
( นาย ยงไกร บุญช่วย )

เห็นชอบ
รอง โดย
เน็น อน
كم
หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
นายนิ ย น 00 00
H านวยการกองต่าง
C
รอง ) ::::..:::หวัดพิษณุโลก
ex
4 นาย ทว ในคม 3 ปลัดองค์การบริหาร านจังหวัด ณ โลก
อนุมัติ
4
( นายนพ ย 5 นาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
AGIN
แน
น 3
8.2 การเติมวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงขนาดคละและ/หรือเพิ่มปริมาณ ทําได้โดยการปูเกลี่ยลงบนถนนเดิมก่อนการขุดผสม ทั้งนี้เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ชั้นวัสดุที่ปรับปรุงแล้วต้องเรียบ
มีความลาดเอียง มีความแน่นมีความหนา และมีคุณภาพสม่ําเสมอ ได้ตามรูปแบบและข้อกําหนด
8.3 การเติมวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพ เครื่องจักร เครื่องมือที่ใช้ต้องสัมพันธ์กับชนิดของวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพ และเหมาะสมตามลักษณะงาน ไม่เกลี่ยวัสดุผสมเพิ่มเพื่อ ปรับปรุงคุณภาพ ชนิดที่เป็นผงในขณะที่มีลมแรงทําให้วัสดุปลิวสูญหาย ซึ่งจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ในกรณีที่ วัสดุชั้นทางเดิมมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยนําไปออกแบบ ส่วนผสม หรือมีสาเหตุอื่นที่อาจทําให้อัตรา ส่วนผสมเปลี่ยนแปลงไป ให้ผู้ควบคุมงานนําวัสดุชั้นทางเดิมไปตรวจสอบคุณภาพและออกแบบส่วนผสม ใหม่ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น วิธีการเติมวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุง คุณภาพแต่ละชนิดทําได้ ดังนี้
8.3.1 การเติมปูนซีเมนต์ผสมกับชั้นทางที่ปรับปรุง ต้องเติมในอัตราส่วนที่กําหนด ซึ่งปูนซีเมนต์ที่ใช้ควรเป็นเครื่องหมายการค้าเดียวกันตลอดงาน หากมีเหตุจําเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้
ปูนซีเมนต์เครื่องหมายการค้าอื่น ผู้รับจ้างต้องออกแบบส่วนผสมใหม่และเสนอให้ผู้ควบคุมงานพิจารณา ในกรณีที่ปูนซีเมนต์เก็บไว้นานหรือเก็บรักษาไว้ในที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทําให้ปูนซีเมนต์เสื่อม คุณภาพ ให้ผู้ควบคุมงานระงับการนํามาใช้งาน หากประสงค์จะนํามาใช้งานใหม่ ให้น้ําปูนซีเมนต์ไปตรวจสอบคุณภาพและออกแบบส่วนผสมใหม่ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น 8.3.2 การเติมปูนขาวผสมกับชั้นทางที่ปรับปรุง ในกรณีที่แบบกําหนดให้ใช้ปูนขาว ต้องเติมในอัตราส่วนที่กําหนด ซึ่งปูนขาวที่ใช้ควรเป็นแหล่งเดียวกันตลอดงาน หากมีเหตุจําเป็น
ต้องเปลี่ยนไปใช้ปูน ข่าวจากแหล่งอื่น ผู้รับจ้างต้องออกแบบส่วนผสมใหม่และเสนอผู้ควบคุมงานพิจารณา ในกรณีที่ ปูนขาวเก็บไว้นานหรือเก็บรักษาไว้ในที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทําให้ปูนขาวเสื่อมคุณภาพ ให้ผู้ควบคุมงาน ระงับการนํามาใช้งาน หากประสงค์จะนํามาใช้งานใหม่ให้นําปูนขาวไปตรวจสอบคุณภาพและออกแบบส่วนผสมใหม่ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
8.3.3 การเติมเถ้าลอยผสมกับชั้นทางที่ปรับปรุง ในกรณีที่แบบกําหนดให้ใช้เถ้าลอย ต้องเติมในอัตราส่วนที่กําหนด ซึ่งเถ้าลอยที่ใช้ควรเป็นแหล่งเดียวกันตลอดงาน
หากมีเหตุจําเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เถ้าลอยจากแหล่งอื่น ผู้รับจ้างต้องออกแบบส่วนผสมใหม่และเสนอผู้ควบคุมงานเพื่อ พิจารณา ในกรณีที่เถ้าลอยมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป ให้ผู้ควบคุมงานระงับการนํามาใช้งาน หากประสงค์จะนํามาใช้งานใหม่ให้นําเถ้าลอยไปตรวจสอบคุณภาพและออกแบบส่วนผสมใหม่โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
2.3.4 การเติมแอสฟัลต์ผสมกับชั้นทางที่ปรับปรุง ต้องเติมในขั้นตอนขุดตัด หรือขั้นตอนผสม โดยการสูบจ่ายจากรถบรรทุกแอสฟัลต์ ซึ่งต้องคงอุณหภูมิของแอสฟัลต์ไว้ที่
15 องศาเซลเซียส จากอุณหภูมิ ของแอสฟัลต์ที่กําหนด เครื่องมือและอุปกรณ์การจ่ายแอสฟัลต์จะต้องสามารถปรับปริมาณ แอสฟัลต์ให้สัมพันธ์กับการทํางานของเครื่องจักร หรือปริมาณวัสดุผสมได้โดยอัตโนมัติ ในอัตราที่ กําหนด แอสฟัลต์ที่ใช้ต้องเป็นชนิดที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเฉพาะงาน และควรเป็นแหล่งผลิตและ ชนิดเดียวกันตลอดงาน
ซึ่งผู้รับจ้างต้องระบุแหล่งผลิตและชนิดของแอสฟัลต์ที่นํามาใช้งาน หากมีเหตุจําเป็นต้องเปลี่ยนแหล่งผลิตหรือชนิดแอสฟัลต์ ให้ผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างเพื่อนําไปออกแบบ
ส่วนผสมใหม่ก่อนอนุมัติให้นํามาใช้งาน
8.3.5 การเติมแอสฟัลต์อิมัลชันผสมกับชั้นทางที่ปรับปรุง ต้องตรวจสอบเวลาการแตกตัวของแอสฟัลต์อิมัลชันในวัสดุที่ปรับปรุงแล้ว โดยเก็บตัวอย่างส่วนผสมทันทีหลังขั้นตอนการขุดตัด
และผสม เพื่อนําไปตรวจสอบ ในกรณีที่แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวก่อนการบดทับเสร็จสิ้น ให้หยุดการ ก่อสร้างไว้ก่อนเพื่อดําเนินการปรับแก้โดยในแปลงถัดไปอาจนําแอสฟัลต์ อิมัลชันที่มีระยะเวลา การแตกตัวยาวนานกว่ามาใช้ในการก่อสร้างแทน หรือเร่งการปิดทับให้แล้วเสร็จก่อนที่แอสฟัลต์ อิมัลชันแตกตัว ส่วนแปลงที่เกิดความเสียหายแล้วให้ ทําการรื้อ แก้ไขใหม่ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ต้อง ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
A
5.3.6 การเติมโฟมแอสฟัลต์ผสมกับชั้นทางที่ปรับปรุง ต้องตรวจสอบลักษณะของโฟมแอสฟัลต์ที่ได้จากหัวฉีดทดสอบ และตรวจสอบส่วนผสมวัสดุที่ปรับปรุงแล้วทันทีตลอดความกว้าง
ของการปู หากปรากฏว่า วัสดุที่ปรับปรุงแล้วมีคุณภาพไม่เป็นไปตามข้อกําหนด จะต้องหยุดการก่อสร้างไว้ก่อน จนกว่าจะปรับแก้ได้ถูกต้องตามข้อกําหนด จึงอนุญาตให้ดําเนินการก่อสร้างต่อไปได้
2.3.7 การเติมสารเคมีหากผู้ผลิตไม่กําหนดเป็นอย่างอื่น ให้ดําเนินการดังนี้
8.3.7.1 การเติมสารเคมีชนิดที่เป็นผง ทําได้โดยการใช้เครื่องจักรปูเกลี่ยลงบนชั้นทางเดิมก่อนการขุดผสม ถ้าเครื่องจักรเข้าเกลี่ยไม่ได้ให้ใช้แรงคนแทน
การปูเกลี่ยต้องทําสม่ําเสมอเต็มความกว้างของการขุดผสมแต่ละเที่ยว
5.3.7.2 การเติมสารเคมีชนิดที่เป็นของเหลว ทําได้โดยการใช้เครื่องจักรผสมสารเคมีเข้ากับน้ําให้สม่ําเสมอ แล้วฉีดพ่นเข้ากับวัสดุชั้นทางเดิมในขั้นตอนการผสมระบบการสูบ
จ่ายต้องเป็นแบบควบคุมโดยอัตโนมัติและต้องสัมพันธ์กับเครื่องจักรผสม
8.4 ระหว่างการก่อสร้าง ต้องควบคุมความชื้นวัสดุให้ได้ตามที่กําหนด หากวัสดุส่วนใดมีความชื้นไม่ได้ตามที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องแก้ไขให้ถูกต้องในกรณีที่ใช้แอสฟัลต์อิมัลชันร่วมด้วย ปริมาณน้ํา
รวมทั้งหมดใน ระหว่างการปิดทับ ได้แก่ ปริมาณแอสฟัลต์อิมัลชันรวมกับปริมาณความชื้นของวัสดุก่อนการผสมและปริมาณน้ําที่เพิ่มภายหลัง
!
เขียนแบบ
สถาม ก
¡arons
เว
A21
คร
เห็นของ

  • การาจ ราม - non ลงล่าง าจาร w
    WT
    บ:สดง
    วิชา มหาปราบ แบน
    (Povement in Phoca Pacyning)
    DN เทล 240 - 242

( น7. ::::
ป่านมณี ) สนิยมแบบ
4 นายพีรพงษ์ คีบปากฟัง : สถาปนิกปลาย
HARPER R
( มาชา ห นันตาภรณ์
วิศวกรโยธา
านาจการ
นายสราวุธ ) วิศวกรโยธา าาญการ ร
تم
( นายกริย:ใคร บุญชาย )
หัวหน้าฝ่ายข่าว และออกแบบ
(170 unaslims) เกาะกองช่าง
นาง จ. รา ทรง
รอสักองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เห็นรอบ
อนุมัติ
( นาย ทะ ในลม) ตรงการบรม วนจังหวัดพิษณุโลก
10
O
(นายมนตรีย กอน ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
La

ik Fr
8.5 การก่อสร้างรอยต่อ ในการก่อสร้างปรับปรุงชั้นทางเดิมมี 2 แบบ คือ รอยต่อตามยาว และรอยต่อตามขวาง ซึ่งมีความสําคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างถนน รอยต่อที่ไม่ถูกต้องจะทําให้ชั้นทาง
ไม่สม่ําเสมอเป็นจุดอ่อนทําให้ถนนเสียหายภายหลังได้ ในกรณีก่อสร้างขึ้นทางมากกว่าหนึ่งชั้นทางควร ก่อสร้างให้รอยต่อในแต่ละชั้นเหลื่อมกัน รอยต่อตามยาวแตกต่างกับรอยต่อ

ตามขวาง จึงต้องพิจารณา แต่ละแบบดังนี้
8.5.1 รอยต่อตามยาว ต้องจัดแนวรอยต่อ ไม่ให้อยู่ในแนวรอยล้อรถ ก่อนก่อสร้างต้องทําเครื่องหมายแนวขุดตัดแนวแรกให้ชัดเจน เพื่อให้อุปกรณ์ชุดตัดเดินตรงตามแนวชุดตัดที่ทํา เครื่องหมายไว้ ความกว้างและการเหลื่อมทับของแนวขุดตัดตามยาว ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นทางที่ปรับปรุง แล้ว ขนาดวัสดุ ชนิดและประสิทธิภาพของเครื่องจักร
ความกว้างและการเหลื่อมทับแนวขุดตัดตามยาวปกติอยู่ระหว่าง 5 ถึง 10 เซนติเมตร ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
8.5.2 รอยต่อตามขวาง เกิดขึ้นเมื่อเครื่องจักรขุดตัดเริ่มทํางานหรือหยุด หรือเมื่อชั้นทางที่ปรับปรุงแล้วนั้นเลยเกณฑ์ระยะเวลาดําเนินการก่อสร้างในสนามตามที่ระบุ ฉะนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด รอยต่อตามขวางมาก จึงควรทําการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องไม่ควรหยุดการก่อสร้างโดยไม่จําเป็น เมื่อเครื่องจักรหยุดการขุดตัดในแต่ละครั้งให้ทํา เครื่องหมายแนวที่เครื่องจักรหยุดบนชั้นทางตรง กับกึ่งกลางของอุปกรณ์จุดตัด ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องจักรหยุดจ่ายวัสดุผสมเพื่อปรับปรุงคุณภาพ เมื่อเครื่องจักรขุดตัดจะทํางานต่อไป ให้ขุดตัดเหลื่อมทับรอยต่อเข้าไปในชั้นทางที่ปรับปรุงแล้ว ไม่น้อยกว่าความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางของอุปกรณ์ขุดตัด ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร
8.6 การบดทับให้ดําเนินการทันทีเมื่อเครื่องจักรปูเกลี่ยชั้นทางที่ปรับปรุงแล้ว โดยดําเนินการควบคู่กันไปจนกว่าจะได้ตามรูปแบบและข้อกําหนด ซึ่งการใช้ชุดเครื่องจักรบดทับ วิธีการและขั้นตอน
การบดทับ ให้ดําเนินการตามที่กําหนดจากแปลงทดสอบเป็นหลักการปิดทับให้ดําเนินการให้เสร็จเรียบร้อยภายในเวลาที่กําหนด และต้องให้ได้ความแน่นตามที่กําหนดในคราวเดียว 8.7 ระยะเวลาการดําเนินการผสมวัสดุผสมเพิ่มปรับปรุงคุณภาพกับวัสดุชั้นทางเดิมจนถึงการปิดทับเสร็จสิ้นขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุผสมเพิ่มปรับปรุงคุณภาพที่นํามาใช้ผสม ในกรณีที่ใช้วัสดุผสมเพิ่ม
ปรับปรุงคุณภาพรวม ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ระยะเวลาดําเนินการให้กําหนดโดยระยะเวลาดําเนินการของวัสดุผสมเพิ่มปรับปรุง คุณภาพที่สั้นที่สุดเป็นเกณฑ์ ดังนี้
8.7.1 ปูนซีเมนต์ ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
8.7.2 ปูนขาว, เถ้าลอย ไม่เกิน 24 ชั่วโมง 8.7.3 แอสฟัลต์อิมัลชัน ก่อนแอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัว
8.7.4 โฟมแอสฟัลต์ (Foamed Asphalt) ไม่เกิน 7 วัน
8.7.5 สารเคมีอื่น ๆ ให้ใช้ตามข้อแนะนําของผู้ผลิต
8
ในกรณีจําเป็นต้องเพิ่มระยะเวลาดําเนินการก่อสร้างมากกว่าที่กําหนด ให้ผู้ควบคุมงาน พิจารณาอนุญาตได้เป็นแต่ละกรณี เพราะชั้นทางที่ปรับปรุงด้วยวัสดุผสมเพิ่ม เพื่อปรับปรุงคุณภาพบางชนิด เช่น ปูนซีเมนต์ การบดทับเพิ่มในภายหลังจะทําให้ชั้นทางเสียหาย
8.8 ในกรณีใช้ปูนซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพ และยังไม่ลาดยางชั้นไพร์มโคท (Prime Coat) ให้ผมชั้นทางที่ปรับปรุงแล้วเพื่อควบคุมความชื้นไว้ โดยการพ่นน้ําให้ทั่วถึงเป็นระยะ ๆ สม่ําเสมอเพื่อ ให้ผิวชั้นทาง คงความเปียกชื้นไว้ได้ติดต่อกันอย่างน้อย 3 วัน นับจากวันที่ปิดทับแล้วเสร็จ ส่วนการใช้วัสดุปรับปรุงคุณภาพอื่น ให้บ่มตามกําหนดเวลาของผลการออกแบบส่วนผสมกําหนด 8.9 ในกรณีที่ชั้นพื้นทางมีผิวหน้าแน่นมาก หรือพบว่าแอสฟัลต์ไม่ซึมลงชั้นพื้นทางได้ดีเท่าที่ควร ให้ผู้รับจ้างพิจารณาลาดแอสฟัลต์ชั้นไพร์มโคทด้วยยางแอสฟัลต์อิมัลชัน ไพร์ม
(Emulsified Asphalt Prime, EAP) หรือใช้ Cut-Back Asphalt ชนิด MC-30 หรือ MC-70 ผสมกับน้ํามันก๊าดในปริมาณที่เหมาะสม โดยใช้ อัตราการลาด 0.6-1.0 ลิตรต่อตารางเมตร ตามมาตรฐานที่ ทล. ม. 402/2557 : มาตรฐานการลาด แอสฟัลต์ Prime Coat
d
เขียนแบบ
ry in any lan
ทรงบาง -แบบบ
งบแสดง
พาพงาน น น จา มา ใหม่ บน
(Povement In-Place Recycling)
tetésakovin som 742 – 2562

( นายสระ ก บ้านมณี) ผู้ช่วยนายช่วงเงียบแบบ
สาป ก
( นายพรพงษ์
สถาปนิกปฏิบัติกา
วิวกร
MA
: นาย ชนาภรณ์ )
วิศวกรโยธารา-10

( นายสราวุธ แสง
จวกรโยธา านาญการ
23
เส้นรอบ
نم
( :: :: :: บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย
และออกแบบ
: นาย
ย น อ 3 ) ข่าว การกองช่าง
Ok
นางสาง งทอง ) รองปลัดองค์การบรส่วนจังหวัด ษนุโลก
เงินรอบ
อนุมัติ
ON
( นายภัทร โอม ) ปลัด การบริหาร จังหวัดพิษณุโลก
!
BILAN -
dhan
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ )
นายกร กา ขาวสวนจังหวัดพิษณุโล
2 - 0
9. การตรวจสอบชั้นทางที่ปรับปรุงคุณภาพแล้วเสร็จ
9.1 การตรวจสอบด้านคุณภาพ
9.1.1 การทดสอบหาค่าความแน่นการปิดทับในสนาม ให้ดําเนินการตาม มท.(1) 50.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
โดยทําการทดสอบ ภายในเวลาที่เหมาะสมหลังจากการบดทับแล้วเสร็จ โดยทําการทดสอบทุกระยะ 100 เมตร ต่อความกว้าง 1 ช่องของการขุดตัด หรือ 200 ตารางเมตรต่อ 1 จุด ค่าความแน่นในสนามของชั้นทาง ที่ปรับปรุงแล้ว หากไม่ได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ใช้ข้อกําหนดดังต่อไปนี้
9.1.1.1 กรณีปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่ม เพื่อปรับปรุงคุณภาพประเภทปูนซีเมนต์ ปูนขาวหรือเจ้าลอย ค่าความแน่นในสนามต้องไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์
Modified Proctor Density ตาม มอ.(1) 501.2 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นแบบสูงกว่ามาตรฐาน (Modified Compaction Test)
9.1.1.2 กรณีปรับปรุงคุณภาพ
ด้วยวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพที่มีแอสฟัลต์ร่วมด้วยค่าความแน่นในสนามต้องไม่น้อยกว่า 97 เปอร์เซ็นต์ Modified Proctor Density
ตาม มหถ.ท. 501.2 มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นแบบสูงกว่ามาตรฐาน (Modified Compaction Test)
9.1.2 การทดสอบหาค่ากําลังรับแรงอัด ใช้ตรวจสอบชั้นทางที่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพประเภทสารเคมี เช่น ปูนซีเมนต์ หรือวัสดุผสมเพิ่มรวมที่
ไม่มีแอสฟัลต์ผสม โดยการนําวัสดุที่ปรับปรุงคุณภาพแล้วในขณะดําเนินการก่อสร้างมาทําการบดอัด ตาม มท.(ท) 501.2 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นแบบสูงกว่า มาตรฐาน (Modified Compaction Test) จํานวนไม่น้อยกว่า 3 ตัวอย่าง ต่อ 1 ช่วงความยาวของการขุดตัด บ่มก้อนตัวอย่างโดยใช้พลาสติก ห่อเป็นเวลา 7 วัน แล้วเอาถุงพลาสติกออกนําไปแช่น้ํา 2 ชั่วโมง จากนั้นนําขึ้นมาพึ่งให้แห้งด้วย อากาศจนให้มีสภาพอิ่มตัวผิวแห้ง นําไปทดสอบหาค่ากําลังรับแรงอัดแกนเดียว (unconfined Compressive Strength) ตาม มาถ (1) 303 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าแรงอัดแกนเดียว (Unconned Compression Test) โดยอนุโลม ซึ่งต้องได้ไม่น้อยกว่าแบบกําหนด
9.1.3 การทดสอบหาค่ากําลังรับแรงดึง ใช้ตรวจสอบเฉพาะชั้นทางที่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่มเพื่อปรับปรุงคุณภาพประเภทแอสฟัลต์ และ/หรือวัสดุผสมเพิ่มรวมที่มีแอสฟัลต์ร่วมด้วย โดยนํา วัสดุที่ปรับปรุงคุณภาพแล้วในขณะดําเนินการก่อสร้างมาทําการบดอัดตาม มท.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ (Marshal) จํานวนไม่น้อยกว่า 3 ตัวอย่าง ต่อ 1 ช่วงความยาวของการขุดตัด แล้วนําไปทดสอบกําลังรับแรงดึงตาม ASTM D 4123 Standard Test Method for Indirect Tension Test ซึ่งตองไดไมนอยกว่าแบบกําหนด
9.2 การตรวจสอบด้านกายภาพ
9.2.1 ชั้นทางที่ปรับปรุงคุณภาพแล้ว จะต้องมีแนวความกว้าง ความหนา ค่าระดับและความลาดเอียงเป็นไปตามรูปแบบและข้อกําหนด
9.2.2 ผิวของชั้นทางที่ปรับปรุงคุณภาพแล้วต้องเรียบสม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหายใด ๆ เมื่อใช้ไม้บรรทัดขอบตรงยาว 3 เมตร วางทาบบนผิวทางในแนวตั้งฉากและขนานกับถนน
ระดับผิวทาง จะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดได้ไม่เกิน 10 มิลลิเมตร
10.เอกสารอ้างอิง
10.1 มาตรฐานที่ มทช. 242-2555 งานหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่แบบในที่ (Pavement in-Place Recycling), กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
10.2 มาตรฐานที่ มทช. 244-2556 งานพื้นทางดินซีเมนต์ (Soi Cement Base), กรมทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคม
10.3 มาตรฐานที่ ทล.-ม. 213/2543 การหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้งานใหม่ (Pavement Recycling) กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
10.4 มาตรฐานที่ ทล.-ม. 402/2557 : มาตรฐานการลาดแอสฟัลต์ Prime Coat, กรมทางหลวง กระทรวง
เหียนแบบ
ด่ว

เห็น บ
visitenkarštang lan
กองข่าง
แบบแสดง พ.
ก ม า มารใหม่บนไม
(Peveren In-Place Stacy) โดย นพd 241 -
: นาย ก ปานมา ) ผู้ร่วยนายช่างโยนแบบ
( นายพีรพงษ์
A
ง )
สถาป.1 ปฏิบั
( เศ์ อนันตาภรณ์ )
ลวก โรย” ว
( บาราย ส
วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
วหน้าฝ่าย วงละออกแบบ
تم
2
( หล่อนิมิต )
: !!” ก ง าง
.
รองปลัดองค์การบริหาร น ท ด พ h
ชนุมั
( นายภัทร ใจม )
ตอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
12
734
( นายบอย วัฒน์ธนาฒย์ ) ายาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล

  1. ນອນຕາຍ
    มาตรฐานงานไพรมโคท
    (Prime Coat)
    โดยอ้างอิงจาก มหา 225 - 2552
    งาน Prime Coat หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้าพื้นทางเกาะยึดได้ดี และช่วยป้องกันมิให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย

วัสดุ

2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัสต์แต่ละประเภทและเกรด
ดังนี้
2.1.1 Cut Back
RC 70 - 250
MC 30
250
SC 70
CSS - 1
CSS - TH
2.1.2 Asphalt Emulsions
ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราด
ชนิดแอสฟัล
ช่วงอุณหภูมิที่ใช้ลาด
AC
*F
AC 60-70
145-175
295-345
AC 80-100
140-175
285-345
RC 3000
120-160
250-310
RC BOU
100-120
210-250
40-65
100-150
50-85
125-185
CRS-I
CRS-2
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 สูตรการคํานวณปริมาณยางแอสฟัล ที่ใช้ท่า Prime Coot
ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Prime Coat - P/ R (1 - 3/6) ลิตรต่อตารางเมตร
เมื่อ P ความลกที่จะให้ยางแอสฟัลต์ มลงไปเป็นมิลลิเมตร

R = ค่าของ Residual Asphalt
Y n ความแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
— ค่าความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
ค่า ๓ ขึ้นอยู่กับความพรุน (Porosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า P แนะ นําให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราด และทดลองราดยาง แอสฟัลต์ตามปริมาณที่คํานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางแอสฟัลต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยนค่า P ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเกรด ของยางแอสฟัลต์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัลต์เมื่อใช้ราดแล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะต่อไป ค่า R ให้ใช้ตามตาราง ดังนี้
ชนิดและเกรดของยางแอสฟั
NC - 30
MC

70
SC = 70

SS - K
CSS - 1 CSS

19

ค่า 6 ให้คํานวณจากสูตร
หริ ท้ากับ
C = 100
B+ #
R
0.62
0.73
0.80
0.75
*0.75
0.75
G = P1 + P2
เมื่อ P1 =
#+#
คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ PZ = คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ
4.
3.
61 = ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยาบซึ่งค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร)
ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์: 4 (4.75 มิลลิเมตร)
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4
ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การทํา Prime Coat ด้วยยาง Cut Back
3.1.1 หนทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดโดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2
ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ําบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง
1
3.1.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยาง ราดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.1.4 การราดยางควรราดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือ
ทีละช่องทางวิ่งก็สามารถทําได้
3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่ราด
โดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Spray bor) ที่ติดกับรถวิ่งราดให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวบางที่ราดไปแล้ว
3.1.6 หลังจากราดยางแล้วให้ทิ้งบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน
บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฏอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดสาหรับบางส่วนที่เกินให้แห้งได้ในกรณีที่จําเป็นจริงๆ เช่น
ทางเข้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน
การทํา Prime Coat โดยทั่วไปควรทําในสภาวะอากาศแจ่มใสปราศจากฝน พื้นทางแห่งหรือ วัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Back และชนิดยาง
Cut Back ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั้นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ส่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน
3.2 การทํา Prime Coot ควยยาง Asphalt Emulsions
3.2.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห่งต้องพรมน้ําให้เปียกขึ้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จ่านวนยาง ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ําเสมอ
3.2.4 เมื่อราดยางแล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําชั้นผิวทางได้ การแยกตัว ของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของนิ้วที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีค่า การแยกตัวนี้ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด ของ Emulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทาผิวทางใด้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยวดยานวิ่ง
บนชั้น Prime Coat ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปิดหน้าได้
3.2.6 ห้ามราดยาง Asphalt Emulsion ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อราดยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า ก่อนที่ Emulsion แตกตัวมีฝนตกจนระบางส่วนของ Emulsion บนผิวหน้าออกไปจะต้องท่าการ ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
ข้อควรระวัง
4.1 ยาง Cut Back เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้มยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
simonandutvaletters Can
กองพ
แบบแสดง
มาฐานงานไทรมใดท (Prime Coat) โดยอ้างจาก มาก 275
เขียนแบบ
ឥកបងក
กร
ATTR
FA
เห็นชอบ
–ม
0

2562
( นายสิระ บ้านม ) ทวยนายางหรือแบบ
( นาย อ ง น า ง )
สถ Kim.
( นาวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา
านาญการ
( นพ แสง วิศวะ โลรา านาญการ
لم
นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย ชวนะ แบบ
2
นท ย ห
บ้านา า กองช่า
Na
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายกร ในลม)
ป ต ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
อนุมัติ
13
!
Re
( นายมนตรัย วิวัฒน์ธนา) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
AUTOMAT
tu they
5.
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา
อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยกตัวจึง ต้องระมัดระวัง ตั้ง
เพราะอาจจะทําให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
4.2.2 Emulsion ชนิดบรรจุถัง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องกลิ้งสั่งไปมาทุกด้านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งถึง
4.2.3 เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในส่วผสม Emulsion
จะระเหยทําให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ 4.2.4 ทุกครั้งที่ประจุ Emulsion ซึ่งในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที “Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวันต่อไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม่
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว กันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแคทอิคอน แอสฟัลต์อิมัลชั่นสําหรับถนน หรือ Emulsified Asphalt Prime (GAP) มีคุณสมบัติเป็นไปตาม ม.214. วัสดุแอสฟัลต์อิมัลชันไพรม Emulsified Asphalt Prire (LAP.) และให้ใช้แอสฟัลต์ กับพื้นทางแต่ละชนิดตาม มท. 225-2562
ปริมาณอัตราการสาดแอสฟัลต์ที่แนะน่า
พื้นทางหินคลุก
ชนิดของพื้นทาง
พื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ หรือพื้นทางดินซีเมนต์
พื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่ม
– ปูนซีเมนต์ หรือปูนขาว หรือ เถ้าลอย
อัตราการลาด สูตร/ตร.ม
0.8-1.4
0.6-1.0
0.6-1.0
หมายเหตุ : ในกรณีพื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยแอสฟัลต์อิมัลชัน
หรือโฟมแอสฟัลต์ ให้พิจารณาอัตราการลาดจากสภาพจริง และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ชนิดของแอสฟัลต์ CAP
:
อุณหภูมิ 20-70 องศาเซลเซียส
กองบาง
าย วรรรร
บ แสดง
มารานงานไหนด
(Prime Cool)
โดย า จาก มท. 225
เขียนแบบ
สถาปนิก

( นายสระ ปานะ : ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
25621
( นาย
พงษ์ ลับ: ยิง ) สถา : ก
พวกง
( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ )
วิศวกรโยธา
านาญการ
วง
ตรรง
นายศรา พ ลาวกรโยธารัานาญการพิเ
كم
คาร
( ^ เ ยงไกร บุญช่วย ) หัวหน้ าย และออกแบบ
เห็นบ
{
( ชัย หล่อนิมิตดี )
อํานวยการกองช่าง
นากา 34 ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เห็นชอบ
นมด
! นาย ทร ใจเร ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
ORC
ใน
: นายมนต์ชัย วิวัธน
31
นายกองค์การบริหาร านจังหวัดพิษณุโลก
ASU
4
T

  1. ขอบข่าย
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    (Asphalt Concrete)
    แอสฟัลต์คอนกรีตหมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม (Aggregate) กับแอสฟัลต์ เมนต์ (Asphalt Center it) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตรา ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือ เกลี่ยแต่งและบดทับบนชั้นทางใดๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ
  2. วัสดุ
    งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวล หยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวลละเอียด (Five Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเพิ่มวัสดุผสมแทร (Mineral Editer) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อ ขนาดและตามตารางที่ 1
    2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 - มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ 1.รับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบ คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
    2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม บทช. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต
  3. การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
    3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
    3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2
    3.4 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมีเกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerant Limit) ของวัสดุต่างๆ ตามตารางที่ 4 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่
    4
    อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ
    ดําเนินการได้ตามความเหมาะสม
    3.6 การผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
    การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
    3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
    3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
    ขนาดที่ใช้เรียก
    สําหรับชั้นทาง
    ความหยา
    ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟิลด์ซีเมนต์ที่ใช้
    ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
    กลาง
    า นวนคร แบบ
    แบบ คง
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    (Asphalt Concrete)
    เรียนแบบ
    ການກ
    มิลลิเมตร
    9.5
    12.5
    19.0
    25.0
    (นิ้ว)
    (3/8)
    (1/2)
    (3/4)
    (1)
    Wearing
    ‘’: aring
    Binder
    Base
    กร
    Course
    Course
    Course
    Course
    มิลลิเมตร
    25-35
    40-70
    40-80
    70-100
    วิศวกร
    นา ตะแกรง
    มิลลิเมตร
    !นิว

    37.5
    (1 1/2)
    100
    25.0
    (1)
    100
    90-100
    19.0
    (3/4)
    100
    90-100
    12.5
    (1/2)
    100
    80-100
    56-80
    9.5
    (3/8)
    90-100
    56-80
    4.75
    (เบอร์ 4)
    55-85
    44-74
    35-65
    29-59
    เห็นรอบ
    2.36
    (เบอร์ 8)
    32-67
    28-58
    23-49
    19-45
    1.18
    (เบอร์ 16)
    0.600
    (เบอร์ 30)
    0.300
    (เบอร์ 50)
    7-23
    5-21
    5-19
    5-17
    0.150
    (เบอร์ 100)
    0.075
    (เบอร์ 200
    2-10
    2-10
    2-8
    1-7
    อนุมัติ
    ปริมาณแอลฟัลต์ซีเมนต์
    4.0-8.0
    3.0-7.0
    3.0-6.5
    3.0-6.0
    (ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม)
    ( นายสิระศักดิ์ ปานมณี ) ช่วยนายรางเรียนแบบ
    ( นาย รพงษ์ ดับบ่าฟัง) สถาปนิกปฏิบัติการ
    ( า า าง อนันตารณ์ :
    วิศวกร โยราชานาญการ
    ( นายสรวง แสง
    วิศวกร โยงา านาญการพิเศษ
    ( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
    นํ้าหน้ าช ว นละออกแบบ
    ( นายชัย พ ย
    นวยการกองร่วง
    c
    พร ทอง) รอง - องค์การบมาร านจังหวัดพิษณุโล
    เห็นชอบ
    es
    นายภัทร ใจม ปลอการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    ( นายมนตรัย วิวัฒน์ธนา นายกองค์การ หาร จังหวัดพิษณุโลก
    wwbu
    A CL 0
    หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก การพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ * แตกต่างจากดารา.. 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
    ตารางที่ 2 ข้อกําาหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
    ตารางที่ 3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
  • ทาง
    กองนาง
    รายการ
    Wearing
    Course
    wearing i Binder
    Base
    Shoulder
    Course
    Course
    Course
    ทาง
    Aggregate Size
    Blows
    9.5 mm.
    12.5 กม.
    19.0 num.
    25.0 กก. 25.0.บก.
    75
    75
    75
    75
    75
    แบบแสดง
    มาตรฐานงานแอสฟัส จนไ
    (Asphalt Concrete)
    รายการ
    Wearing Wearing Binder
    Course Course Course
    Base
    Course
    Stability Min.
    N
    9786
    9786
    9786
    : 9786
    9786 :
    Shoulder
    เขียนแบบ
    lb.
    2,200
    2,200
    2,200
    2,200
    2,200
    Aggregate Size
    9.5 mm. 12.5 mm.
    19.0 mm.
    25.0 mm. 25.0 mm.
    ก.ก.
    Flow 0.25 กา:. 0.01 in)
    9-17
    9-17
    9-17
    9-17
    9-17
    ( นายพีระศักดิ์ ปานมณี )
    Blows
    Stability Min.
    75
    75
    75
    75
    75
    Percent Air Voids
    3-5
    3-5
    3-6
    3-5
    3-5
    สถาปนิก
    N
    8,006
    8,006
    8,006
    7,117
    7,117
    Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA)
    15
    14
    13
    12
    12
    lb.
    1,800
    1,800
    1,800
    1,600
    1,600
    ว่า บายร่างเขียนแบบ
    དེ་བན་
    ( นายพีรพงษ์ )
    : :
    Min.
    Flow 0.25 mm.(0.01 in)
    8-16
    8-16
    8-16
    8-16
    8-16
    Stability/Flow Min.
    N/0.25 m.
    750
    750
    750
    750
    750
    aaa
    Percent Air Voids
    3-5
    3-5
    3-5
    3-5
    15/0.01 in.
    170
    170
    170
    170
    170
    Percent Voids In Mineral Aggregate(VMA)
    15
    14
    13
    12
    12
    Percent Strength Index Min.
    75
    75
    75
    75
    75
    ควก:
    Min.
    :
    หมายเหตุ
    :
    Stability/Flow Min. N/0.25 in.
    712
    712
    712
    645
    645
    ib./0.01 in.
    160
    160
    160
    145
    145
    Percent Strength Index Min.
    75
    75
    75
    75
    75
    (1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอน” ให้ดําเนินการตาม ม.29 (1) 567 :
    มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล
    (2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 ให้ใช้มวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกําหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่
    นาง
  1. การทดสอบหาค่า Percent Strength ridex ให้ดําเนินการตาม มทร. (1)611 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าดัชน์ความแข็งแรงของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
    เ นวลบ
    7444
    {
    เปิดส การสรงร่าง
    cl
    ( นางสาว จุด) รองปลัดองค์การบริหา: วนจังหวัดพิษณุโ
    เห็นชอบ
    Pa
    STT
    …..
    ( นาย ::: อน… ) วิศวกรโยธาราม ก
    ( นายศราวุธ แสบ) วิศวกรโยธาราากการ A
    ( นายเกรียงไกร บุญช่วย) นํ้าหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
    كم
    ผ่านตะแกรงขนาด
    2.36 มม.(เบอร์ 3) และขนาดใหญ่กว่า
    1.18 มม. เบอร์ 16) 0.600 มม. (เบอร์ 30) และ 0.300 มม. เบอร์ 50)
    0 150 มม. เบอร์ 100)
    0.075 มม.(เบอร์ 200)
    ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
    ร้อยละ
    #5

: นายภัทร ใจ ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
+4
มิด
±3
+z
+1 +|+
±0.3
TH

  • นายมนต์ชัย วัฒนา
    นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    ม Au B
    E HOMM
    A
  1. เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
    เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาร
    เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
    4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ ได้ แต่ต้องสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
    โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือทดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางแอสฟัสต์ซีเมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการก่อสร้างได้
    โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
    4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Equipment for Preparation of Asphalt Cement) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อ เวียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Stearn or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่น ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมี
    ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจ เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steain Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทฉนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ยัง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัสต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ใน ถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั๊มแอสซิสต์ทํางาน
    4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Biri) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียัง หินเย็นไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับกุ้งมวล ละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยาต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
    4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิ” พในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปะความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyronneter) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดใต้
    โดยอัตโนมัติ
    4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงคัด (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเกินขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้งตะแกรง ทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวมที่ร่อนออกมาผิดขนาด ไปจากที่ต้องการ
    4.1.5 ยังหินร้อน (Hct Bin) โรงงานผสมต้องมียังหินร้อนอย่างน้อย 4 ยัง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสม แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อน ให้กับห้องผสม (Pugnail Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมี ท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยังอื่นๆ ในกรณีที่มีมวล รวมในยุ้งนั้นๆ มากเกินไป
    4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filter Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียังเก็บวัสดุผสม แทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้อง ผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
    4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอก มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
    โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็น แบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
    4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometric Equiporntent) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบ แท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermoseter) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ที่ห้อง ผสม นอกจากนี้ จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิดมี หน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่า ไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลาย ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียส
    ก่อน ที
    F:::
    Baant
    A
    เห็น ม
    การ าน โ
    กองทาง KÖNYVURENDE
    แบบแสดง
    มาตรฐานงานแอสฟัลคอนกรีต
    (Asphall Concrete)
    ( นายจีระศักดิ์ ปานมณี ) รายนายร่างเรียนแบบ
    JAR)
    ( นายพีรพงษ์ จนถึง )
    ( รงค์ อนันดากรณ์ :
    วิหารโยราร่านาญ
    Ty
    " นาคราย แสง
    ควรโ ราชานาญการ เช
    نم
  • นายกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย
    และ แบบ
    (นายชัย หล่อ 9k 3 ข่า นวยการกองว
    ( บาสสุรวงศ์ Chat) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจัง้หวัด ..
    เห็นอย
    KN
    ( นายภัทร โรม
    ปลั งการบริหารส่วนจังหวี พิษณุโลก
    อนุมัติ
    O
    17
    ( นายมน วัฒน์ธนา บายรองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    A :
    :
    L…
    4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณเซลฟิลด์ซีเมนต์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้ วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
    4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
    (1) ถังซึ่งมวลรวม (Weigh Box or Happier) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละยุ่งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนฟิลครัม (Fulcruit) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟิลครัมและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนว ม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
    (2) ห้องผสม (Puigirit Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ
    อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้องผสมประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้
    อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ
    รวมก้อนโตสุด
    งบน
  1. เครื่องชั่ง (Plant Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องซึ่งม
    ง งมวลรว จะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักตูมละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ตุ้ม, ตุ้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 1 คุ้ม และหนักหุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียง พอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
    อัตโนมัติ
    (4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
    4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
    (1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้อง มีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากกุ้งหินร้อนแต่ละยังได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย
    เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ภายใต้ยังหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ ผสมเปียก (Wet Aixing
    (2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวม และแอสฟัลต์ ซีเมนต์ (Synchro ization of Aggregate and Asphalt Centerit Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้ อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
    (3) ชุดห้องผสม (Pungtint Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้อง เป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continual.s Mixer) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ในสายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสม จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสม บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
    รวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
    เมื่อ A =
    =
    การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
    เวลาในการผสม (วินาที -A/B
    ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Pungrill Dead Capacity) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม ส่วนผสมทออกจากห้องผสม (Pupil Cutput) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
    (4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper, โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยยุ่ง สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม กุ้งพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
    (5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยังหินร้อนโรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ ทราบว่าปริมาณมวลรวมในยังหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวม กุ้งใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทํา การแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
    4.2 รถบรรทุก (Haul! Truck)
    รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถใน
    การปูของเครื่องปู ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่อง ความสามารถในการปูของเครื่อง และอื่นๆ
    กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียบ ภายในกระบะจะต้องสะอาด ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพ่นหรือ
    เรียนแบบ
    สถาปนิก
    วิศวก
    วง
    AIAA
    การ า า โ
    กองบาง rror
    แบบแสดง
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    (Aapholl Conerata)
    ( นายสิระศักดิ์ ปาน) ร่วยนายช้างงั นแบบ
    ( นายพีรพงษ์ รับฟัง )
    สถาปณะ การ
    ( น ร อนันตาภรณ์ )
    HH
    วกรโยธา านาญการ
    4 นายศกร แสงเ
    วิศวกรโยธา านาญการ
    ثم
    ตร
    ( นายเกรียงไร? บุญ)
    หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
    เห็นชอบ

( นาย
ย แ 61 ) อานวยการ รจราจ
รองปลัดองค์การบริหารวน+หวัดพิษณุ
KN
( นายภัทร ใจยม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัต
Okm
{}
38
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริการ : จังหวัดพิษณุโลก
T A C
4
9
10
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใด ๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันปร เดียวกัน การพ่นหรือเคอบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกัน
น้าฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
เหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องจะต้องสามารถปรับความเร็วการได้หลายอัตรา และสวนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้อง เป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor)เกลียวเกลี่ยง่าย ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flowy Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Automatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown) Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ ลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected Grade Line (2) Mutite String Line (3) Ski (4) Floating Bean หรือ (5) Jaint-matching Shoe สําหรับ แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอ หรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่ลึกเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตชั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screed) หรือแบบคานกระแทก (Tauper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับ ความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัลต์ คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่ลึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheel Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักรบดทับ
เครื่องจักรบดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรปิดทับแต่ละชนิด น้ําหนักในการบดทับของ เครื่องจักรปิดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอน
การบดทับและอื่นๆ เครื่องจักรบดทันต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการบดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรปิดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คน ใน 4 :: ::
ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel-Tired Tandern Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ต้น และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถอดไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นรอง (Groove) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม (Pit) สลักยึดล้อ (king Pitt) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinker System) มีอุปกรณ์คราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมเอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ
ขณะ ด บ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Pneumatic -Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rina Diarieter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาด
และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้า สัมผัสของล้อรถบดขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล 190 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบ ฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะปิดทับ รถบดล้อยางขณะใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยาง แต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Potter) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับบด ทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาไม่เกินวันละ 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ต้น สําหรับบดทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาตั้งแต่ชั้นละ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อ เตียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อ
เขียนบ
สาป ก
กะ
ROA
AAAA
เชยม
กองทาง
hakaruszewavu
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอส คอนกรีต
{Asphalt Concrete)
( บาย ะ ก ปานมณี)
ช่วยนาย างบนแบ
( นายหิรพงษ์ ป 49 ) สถาปนิกปฏิบักการ
( นาย
วง อนันตาภรณ์ : วิศวกรโยธาร่างนาญการ
( นาคราช แสง ชวกร โยฮารานาญการ
كم
( นาย ยงไกร บุญช่วย 3 หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
{ นาย ย น ส มิ
น านวยการกองร่าง
{ นางสาว : ทง : รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เน รบ
en
( นายภัทร ใจม
ปลัด การบริารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
19

  • ยมนตรัย วัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด tar
    ELAGUNAA
    A a
    นาที) และมีระยะเต้น (Amplitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรง แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ ขณะปิดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
    4.6 เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
    ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
    ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
    4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
    4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลต์ (Burner)
    4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Thermioriieter)
    4.6.4 Juneaйań (Asphalt Pump)
    4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
    4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัลต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle)
    4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ (Hard Spray
    4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bitureter)
    4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์เบรด (Asphalt Tank)
    เครื่องพ่นแอสฟัลต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
    (1) ดูดแอสฟัลต์เข้าถึงได้
    (2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
    (3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อนแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือได้
  1. ดูดแอสฟัลต์จากถังบรรจุหรือท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
    (5) ปั๊มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสทิสต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้ (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดัน หรืออื่นๆ
    ความดัน หรืออื่นๆ
    เครื่องปั้มแอสฟัลต์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั๊ม โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็น
    ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่าง หัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็น แบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของท่อและสามารถปรับ ความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้
    ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พันแอสฟัลต์บนพื้นที่
    ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้
    อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัสต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว ล้อที่ห้า) ต่อสายเชื่อมไปยัง มาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
    ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อน้ํา ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ดัง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมเตอร์วัด อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
    อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่างๆ เหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณแอสฟัลต์
    ซีเมนต์ที่ลาดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนดกล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลท์ซีเมนต์ที่สายตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
    15 ตามลําาดับ
    4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
    4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Broon) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบ ติดตั้งที่รถไถนา (Farm Tractor) หรือรถอื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ชนไม้กวาดอาจทํา ด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
    4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นได้ มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
    4.8 เครื่องมือประกอบ
    4.8.1 เครื่องมือบครับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibratory Cowpactor) ต้องมีขนาด น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน
    ซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hard Tamper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดทับขนาดเล็กเข้าไปบดกับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อม ขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
    วิบ
    เขียนแบบ
    ค่าบริจา ด
    กองราง
    แบบสดง
    ฐานแค คอนกรีต (Asphalt Cameraile
    นายจีระศักดิ์ บ้านน
    ผู้ร่วยนายช่างเขียนแบบ
    บ่ ก
    ลวกะ
    A
    เห็นรอบ
    ( นายพีรพงษ์ ข่าว ง
    สถาปนิกปฏิการ
    ( นาย า อนันตาภรณ์
    วิวra ใบชา านาญการ
    ( นายสรร แส-2)
    วกรโบรา านา เการพิเศษ
    รุ นายเกรียงไกร บุญช่วย)
    หัวหน้าฝาย ขวาแตะออกแบบ
    لم
    ( นา บ ห ย มิร )
    นวยการ ลงบ้าง
    ( นางสาว สุรา ทัพ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    เห็นชอบ
    ( นายภัทร ใจ.ชม ) เช็คร การบริหารส่วนจังหวัดพิษโลก
    อนุมัติ
    22
    ок
    นายมน โย วันรวด )
    นาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
    lives
    เละ พ
    TH T
    4
    :
    4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เกาะตัวอย่างที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
    4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาด
    เหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
    เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  1. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
    5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
    สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก
    นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกอง วัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุ หินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละ ขนาด จะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแขกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํายังงั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่ จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้นๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของ กองวัสดุทองเดี่ยวๆ เมื่อเหจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะของวัสดุชั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้ เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย
    5.2 การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
    กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคา คลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงาน
    ผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในยังหินเย็น แยกกันแต่ละยัง และการผสม มวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเย็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกยังหินเย็นในทุกกรณี
    วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่กุ้งวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้อง แยกต่างหากโดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
    5.3 การเตรียมแอสฟัลต์ซิเมนต์
    แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 + 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 + 20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด สม่ําเสมอตลอดเวลา
    5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
    เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งาน ได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจรับ ตามรายการและวิธีการที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะ อํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่าง
    การก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
    5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
    5.5.1 รองพื้นทาง พื้นยาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตาม รูปแบบก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทางหรือพื้นทางหรือไหล่ทางมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนโดยได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
    5.5.2 ผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็น คลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความ เสียหายของชั้นทางใดๆ จะต้องตัด หรือขุดออก แล้วปะซ่อม หรือขุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นและมี ผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาด และปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายและพื้นที่ที่จะซ่อม
    5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทาง ที่มี ไพรมโคท (Prinnie Coat หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้ เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ขอมก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
    5.5.4 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทํา ไพรมโคท ทิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่ จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาคราย (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความ แน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําไพรมโคกก่อน จึง ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
    5.5.5 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม ขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่ไพรมโคทไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับอาจพิจารณาให้ ทําแทคโคท (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิมซึ่งเกิดการยุบตัว Sag and Depressions) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
    (1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะ ส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลย พินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่ปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเป็น 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วยหรือเป็นเองก่อน
    (2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
    เขียนแบ
    สถาปนิก
    初めま
    Zeans
    MA
    AT
    เห็นชอบ
    กองทาง var
    แบบสดง
    มาตรฐานงานแ ส ด อ ก (Asphalt Concrete)
    A
    ( นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) ผู้ช่วยนาย างเรียนแบบ
    ( นายพีรพงษ์ ค้าฟัง
    สถาปากป
    (นายทวงศ์ อนันตาภรณ์ ) ควรโยธา านาญการ
    { นายสราวุธ แสง
    ลวกรโยธาชาวญการพิเ
    ( เรียงไกร บุญช่วย)
    วนน่าน อาจละออกแบบ
    ( นาย น ห นิ : อ้านวยการกองร่าง
    ปลัดธง การบ
    งูทอง จังหวัดพิษ
    เมขอม
    ( นายภัทร ใจม ปกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    อนุมัติ
    21
    38
    KETULLAIN
    ( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ นว รายกา การบริหารส่วนจังหวัด พิษณุโล
    Sarah
    Tit
    4
    การแยกเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้ด ทับด้วยราดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
    5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
    5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สวดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเดิมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ แล้วให้ใช้เครื่องเป่าผมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจน
    จนหมด
    5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทํา ขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใดๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
    5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เริ่มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ เห็นชอบ
    5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ทับ จะต้องทําเทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแพคโคท (Tack Coat
    5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆ หรือผิวหน้าจัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่ต่อเชื่อม กัน แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตามบทช 227 : มาตรฐานงาน เทอโลน (Tack Coat}
    5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอย แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลม เป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแพคโคท โดยให้ดําเนินการตาม ทช. 227 : มาตรฐานงานเทคโลก (Tack Coat)
  2. วิธีการก่อสร้าง
    6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
    การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 5.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
    และ ข้อ 3.6
    6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวลาและ ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
    สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ
    30 วินาที คาราบ
    สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนก ยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้อง ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่ แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determitting Degree of Particle Coating of Biturninous-Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
    คารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม
    ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    หนทาง
    ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
    ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
    ไม่น้อยกว่า 90
    ไม่น้อยกว่า 95
    6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
    (1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
    ส่วนผสมเฉพาะงาน
    (2) แอสฟัลต์ ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 18 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 +20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
    เอพาะงาน
    (3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
    ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
    (4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
    (5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่ อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
    เขียนแบบ
    สถาปนิก
    AT24
    เน็น อน
    ต้าน หยาม
    กอง ง
    km โร
    แบบแสดง
    มาตรฐานงานแอล คอนกรีต (Asphalt Concrete)
    ( นายจิระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
    ( นายพีรพงษ์ คีบ ง) สถาปอีกประการ
    ( บาวงศ์ นาภรณ์ ) ค กร โลรา านาญการ
    นายสราวุธ แสงส จากรโยธา านาญการ
  • นาเกรียงไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝาย รวละออกแบบ
    WHA
    ( นาย ชัย หล่อนิมิตดี
    H านวยการกองร่าง
    ct
    รอง สัดองค์การบริหาร จังหวัดพิษณุโลก เห็นรอบ
    ON
    ( นายภัทร ใจม )
    ป สอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    : นายมนต์ชัย 3 จบ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังแ ล ะ โลก
    L… ….. . .
    งกลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
    6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
    6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้ปิดทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
    6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัลต์
    คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกขึ้น
    5.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของ การหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและ
    แก้ไขโดยทันที
    6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกขึงวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curbo) และร่อง ระบายน้ํา Gutter) หรือส่วนของโครงสร้างใด ๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
    6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทรงแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน “ยาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
    6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
    2 วิธี คือ
    (1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มี
    ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนสายได้เพื่อ
    ความสะดวกในการออกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    (2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละ แปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
    เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบน แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่ปูเป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
    ออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีดให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการ ตาม มทบ.227: มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat )
    ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํา
    รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อย
    แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้น ด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
    การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มปูส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ
    ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
    ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
    ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
    5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย

    เขียนแบบ
    สถาปนิก
    ก ก า taton กองข่าง Twitt
    แบบแสดง
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    Asphalt Concrete
    ( นายสระ ปานมณี
    รายนายทาง ยนแบบ
    R:
    سلام
    4 นายสรพงษ์ ร ง
    สถาปนิกปฏิการ
    aon
    ( า า ว
    an
    เปนชม

นันดา ) วาร โอชา านาญการ
นายพร แสงก
วิวกร ย า าาญการพิเศษ
a
( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
หัวหน้
าน า และออกแบบ
( นายช
ย น ะ ink ผู้อ่านวยการกองช่าง
الله
นางสาว สุรา ทอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ON
( นายภัทร ใจม ) ปสลอ การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
មន
23
ยายมนตรัย วัฒนธ นายกร การบริหารส่วนจังหวัด โคร
LIN
A 1
94
5.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจร ข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วต้นส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปนี้ให้ขนแนว รอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อเดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลต์ติกคอ นกรีดตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คัดเม็ดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อนั้นออกทิ้งไป ซึ่ง เมื่อนครับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ดําเนินการ
เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตาม ะบุไว้ในข้อ 4.8.3 โดยตัดให้ตั้งฉาก กับชั้นทางที่ปูทับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทางที่ประกบ การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการ ตาม มทช.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat)
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาวเหลื่อมกัน ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบ
ช่องจราจรคามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง การปูชั้น
ทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่อง หน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องทําเทคโคท
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึง โค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบนชั้น
ทาง
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้บดทับเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาดสอดความกว้าง ของชั้นทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันที ขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้องมาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับ
ให้ถูกต้อง
6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้รถ เกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้
ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.3.10 การปูด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และอื่น ๆ ที่เครื่องและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป
ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้อง ปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภาย หลังจากการปิดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
6.4 การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดทับต่างๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ ให้ เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การบดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มปิดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อบดทับแล้ว จะต้อง ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ
6.4.1 หลักการปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการพูดกันเป็น อย่างอื่น การบดทับให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการบดทับดังนี้
ในเบื้องต้นให้ปิดทับรอยต่อต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown, Rotting) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการ
บดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการบดทับขั้นกลาง (Intermediate Ralling) โดยให้บดทับตามติดการปิดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด เท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการปิดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
ในการบดทับจะต้องเริ่มบดทับที่ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือด้านชอบบอกก่อน
แล้วจึงค่อยๆ บดทับเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องบดทับ ทางด้านต่ําก่อน แล้วจึงปิดทับเหลี่ยมไปทางด้านสูง การบดทับแต่ละเที่ยวให้ปิดทับขนานไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลาง ถนน และให้แนวบดทับเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าบดทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวาง หรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุด รถบดแต่ละเที่ยวของการบดทับ ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้ เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการพูดทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสาร สําหรับเคลือบล้อรถบดใดๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบางๆ เพียงเพื่อเคลือบผิวหน้าล้อ รถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมเอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมดความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้
เรียนแบบ
สถาปนิก
ront
มากร
BIA
คราง
เน้นชอบ
กองชาง shkruani
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
( นายพีระ ปานมณี ) ผู้ช่วยนายช่างเรียนแบบ
( นายพีรพงษ์ ฟัง )
สถาปนิก :::-
( น ส ชนันธรรณ์ ) วิศวกรโยธารานาญการ
(
( นายศราวุธ แสง ราโยธา านาดา:
كم
( นพ.กรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าต่าย วาละ
ONEHR
( นาย บ ห นิ ) านวยการกองช่าง
นางสาวศริสรา ทอง
รองป ตองการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ
เห็นหม
K
( นายภัทร โพยม ) ปลดลง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ฺมัด
24
ак
( นายมน ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด - โลก
U
L VAL
wwwww
10
การบดทับระบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่อง ปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรอบขณะบดทับ จะต้องค่อย ๆ เปลี่ยนความเร็วที่ละน้อย ในช่องทางการ บดทับช่องทางใดๆ การบดทับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ในแนวช่องทางการปิดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและ ถอยหลังรถบดจะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยน แนวช่องทางบดทับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้พูดทับและ
เย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การปิดทับของทางบด ทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบิดขณะบดกับหรือบดทับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดทับ ทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม
พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงปิดทับใหม่
6.4.2. ความเร็วของรถบดในการบครับ ในการบดทับโดยทั่วๆ ไป รถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหนาของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการบดทัน สําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทียนซึ่งบดทันโดยไม่สั่นสะเทือน และรถบด ล้อยาง ในการบดทับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 6
ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการบดทับ
ความเร็วของการบดในการบดทับ
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นหีบ)
จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร
ความถี่การสั่นสะเทือน
เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที)
(จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
30 (1,800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
ส าจ าน un กอง ง งวด
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
(15.2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
37 (2,200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
เขียนแบบ
(16.7)
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
40 (2,400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
เ น ะ ก นม
ร่วยนายร่างเขียนแบบ
(182)
(13.6)
(10.9)
(9.1)
(7.8)
สถาปนิก
43 (2,500)
65.0
48.8
39.0
32.5
27.9
(19.7)
(14.8)
(11.8)
(9.8)
(8.4)
นายพีรพงษ์ ฟัง เวป กร การ
47 (2,800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
AD1
(21.2)
(15.9)
112.7)
(10.6)
(9.1)
50 (3,000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
( นาคร
(22.7)
(17.0)
(130)
(11.4)
(9.7)
ลวก
กม./ชม.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
ความเร็ว : ไมล์/ชม.
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
อนันตาภรณ์ )
คาคะ โยคา านาญการ
SAK
[ นายสราวุธ แANT) ภวกรโยฮา านาญการ ร
รถบด
ม./นาที ฟุต/นาที 132
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
AT
176
220
264
308
لم
ชนิดของรถบ
การบดทับ นน
การบดทับขั้นกลาง
กม./ชม ไมล์/ชม.
กม./ชม.
ไมล์/ชม.
การปิดทับขั้นสุดท้าย
กม/ชม
ไมล์/ชม.
รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
3
2
5
13
5-
3.
รถบดล้อยาง
5
3
5
: 3
A
5
รถบดสั่นสะเทือน
4-5
2.5-3
4-5
2.5-3
หมายเหตุ
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน / ดูตารางที่ 7 ประกอบ
ความเร็วสูงสุดของการบดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใดๆ ขึ้นอยู่
กับระยะกระแทกของล้อรถบด (Impact spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบดจะน้อยกว่าความ หนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดทับแล้ว ในการบดทับระยะกระแทกของล้อรถบดไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ 33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบดเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่ เหมาะสมในการยึดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใด ๆ ที่ใช้และระยะกระแทกของล้อรถบด กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
:
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรนดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ (Pattern of Rolling) ที่ เหมาะสมกับชนิด จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อบดพับเสร็จแล้วจะต้องได้ขั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่ กําหนด การทําแปลงทดลองกดทับนี้ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะสามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็น บรรทัดฐานในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรปิดทับที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงาน อาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดใด ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
ดําเนินการทดลองปิดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่ปิดทับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของ โรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวควรปิดทับเต็มผิวหน้าชั้นทาง
ทาง
เห็นชอบ
( นาย หัวหน้าฝ่าย
บุญย
กะ แบบ
4 นาย
ย น อ า นวยการกองทาง
Дчишина
(นมหา สุรา ท ง )
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ

{ นาย ทร โนน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
25
: นาย น ย ฒ นา : นายกองค์การ 7 วนจังหวัด
STA
Au D
เอลฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการปิดทับที่ช่องทางบดทับ แต่ละช่อง Pass) ความเร็วของรถ บทแต่ละชนิดในการมาทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การปิดทับ
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
3 บททับชอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
2. บดทับขั้นต้น
4. บอทับขั้นกลาง
ง. นดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ใหม่ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบ
ทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
7. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับรอยต่อตามยาว
ค. บดทับของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ง บดทับขั้นต้น

  1. บดทับขั้นกลาง
    อ.
    นดทับขั้นสุดท้าย
    6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้บดทับโดยไม่ สั่นสะเทือน
    สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการบดทับรอยต่อตามขวาง
    ควรใช้แผ่นไม่เหมาะสม วางรองขีดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2
    ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบครับเลยขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงปิดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการปิดทับ เที่ยวแรกให้รถบควิ่งบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ไข้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไข ยบร้อย และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวบดทับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้า ไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
    สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่อง
    จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การปิดทับในครั้งแรกให้บดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกับ
    รอยต่อตามยาว โดยให้ปิดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัด
    ความเรียบตรวจสอบความเรียบๆ ยังรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับ
    รอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองดขายชั้นทางแอสฟัสต์ คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้บดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการบดทับ
    ดังกล่าวข้างต้น
    6.4.6 การบดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
    (1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และบดทับเรียบร้อยแล้ว กับขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
    ประกบกัน
    ในการบดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การปิดทับเที่ยวแรกให้ ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหร่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟิลด์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การมาทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้าง แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการบดทับตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่ เรียบร้อย และได้ความแน่นตามที่กําหนด
    (2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
    ในการบดทับรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้าบดทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้าง ของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการพูดกับขั้นต้น การบดทับให้แนวรอยต่อ ตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้ปิดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
    แน่นตามที่กําาหนด
    5.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้บดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการบดพับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การบดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบดทับที่ใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่ จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ การบดทับให้เริ่มบดทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
    การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น ผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเต้นด้าน
    เขียนแบบ
    สถาปนิก
    สวกว
    กร
    กร
    AA
    เห็นชอบ
    ก า จ ะ
    กองราง
    นม แสดง
    มารานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    (Asphalt Concrete)
    ( นาย ระ ก ปานมณี : รวยบายร่างเขียนแบบ
    ..
    कि
    [ นายสรพงษ์ ชากพิง) สถาปนิกปฏิกร
    ( นาชาติวงศ์ อนันตาภรณ์ )
    วิศวกรโยธารานา การ
    ( นายสราวุธ แสง ศวกรโยธารานาญการพิเศษ
    A
    ( นาย รียงไกร บุญช่วย)
    หัวหน้าฝ่าย รวมและออกแบบ
    ( มวย ท อ ) ผู้อ่านวยการกองข่าง
    ( นางสาวศรีสุรางค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
    เห็นชอบ
    อนุมัติ
    ex
    ( นายภัทร ใจม
    ณุโลก
    ป ลองการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    7
    ( นายมนชัย วิวัฒน์ธน นายกองค์การ นารส่วนจังหวัด โลก
    UT

    12-14
    สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความ การสั่นสะเทือนและค่าระยะเห็นของล้อรถบดในการบดทับ ให้พิจารณาจาก ผลการค้าแปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบดทับโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดบ้านค่าต่ําโดยเมื่อบดทับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกๆ เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้านต่ํา
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบด สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้น ของล้อรถบดด้านต่ํา
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากบดทันตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการปิดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
    บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้าย ของการบดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
    การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การปิดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการปิดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
    6.4.8 การบดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยให้ปิดทับตามหลังการบดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่ กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
    การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบด ที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
    สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อเหล็ก
    รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    6.4.9 การบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแต่บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทัน
    6.4.10 การปิดทับพื้นที่พิเศษ
    (1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การปิดทับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ใช้ล้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้า โดยให้ปิดทับตามหลังเครื่อง โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องจะปู ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้ปิดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมี ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดกับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่า
    (2) การบดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบดทับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.3.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    (3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Belt Math Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
    ก. การบอทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น บดทับขนานกับขอบทางโค้ง
    ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงปิดทับขนานกับขอบทางโค้ง
  2. การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
    หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
    น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
    7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture)
    ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความสาดตามแบบ มี ลักษณะผิว และลักษณะการบดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผิวหน้าหลุด (Put) รอยฉีก (Ton) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
    เห็นสมควร
    7.2 ความเรียนที่ผิว (Surface Tolerance)
    เขียนแบบ
    สถาปนิก
    Anat
    วิศวกร
    AIA
    วง
    เห็นชอบ
    เรนจังหวัด
    กองลาง าะ แบบ
    แบบแสดง
    เรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    (Asphe!! Concrete
    کی اہم
    ( นาย ระ ก ปานมณี) ผู้ช่วยนายร่างเขียนแบบ
    25
    ( นาย ร พงษ์ ฟัง
    สถา: กา
    IPAPER-R
    (เวฟ ธนันกรณ์ ) วกรโยธาซ่านาญการ
    " นายศราวุธ แสง)
    (
    วิวกรโยธา านาญการพิเศษ
    لم
    : นาย กร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
    ( นาย ชัย หล่อนิมิต )
    นวยการกองทาง
    ( นางสาว สุรางค์ ทอง :
    รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
    เห็น ร
    دید
    ( นายภัทร ใจ น )
    ป ตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    อนุมัติ
    Des
  • นายเบตงัย วิวัฒน์ธนาฒย์ :
    นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณ์
    วัน บ ป 113
    เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนผิวของขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉาก และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
    เรียงจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 5 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
    7.3 ความแน่น (Density)
    การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
    เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่พูดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม มทร. (1)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้
    7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุก จากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน
    ในสนาม
    สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีด
    การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและ
    วิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม มทร. (1) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บด
    ฮัดท่าก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
    7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก่อนตัวอย่าง ตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4.8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ต้น แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความแน่นตาม มทร.(ท.)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
    สําหรับชั้นผิวทางชั้นของผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
    25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
    แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
    สําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 95 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้ เปรียบเทียบประจําวัน ตามลําดับ
  1. การอ่านวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
    ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น
    ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีซจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
    การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่น ๆ ที่จําเป็นตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่
    ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  2. หนังสืออ้างอิง
    9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทล. ม.408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot-Mix Asphalt
    9.2 Annerican Society of Testing Meterials Aston, Standard D-1559
    9.3 The Asphalt Institute “Mix Design Method: For Asphalt Concrete And The Hot- Mix
    Types” Manual Series No.2 (Ms-2)
    เขียนแบบ
    เ ร า ค ณ
    กองชาง
    แบบแสดง
    มาตรฐานงานเอส คอนกรีต
    (Asphalt Concrete)
    ( นายพีระ ปานม ) ผู้ช่วยนายร่างเขียนแบบ
    สถาปนิก
    นายพีรพงษ์ ดักฟัง สถาปนิกปฏิก
    วกร
    aom
    ( ยาวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วงโยราชานาญการ
    1 นาย
    ลง
    จารโยธา านาญการ ร
    พย
    له
    กร
    A
    ( นาย ก ย ) หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
    เน่น อบ
    ( น ย น ช มิ ล ) อ่านวยการกองช่าง
    (นิทศสุรางค์ ทอง) รองเ ด ง การหารส่วนจังหวัดทิษณุโลก
    เห็นชอบ

    ( นายทร ในม
    ป ล ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
    อนุมั
    r
    :
    : นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    trut
    14
    ?
    ประเภทป้ายบังคับ (1)
    ประเภทป้ายบังคับ (3)
    ให้ทา
    อ่าน
    อเครื่องหมาย
    รหัส
    ล่าดับ สื่อเครื่องหมาย
    кура
    U-1
    -10 ทางโลกลางๆ
    ประเภทป้ายเตือน (ต.)
    หั
    3-1 ON A-Te
    2
    ให้ทาง
    U-2
    ทดสวนทางมาก่อน
    11-20 1 ทาง 7
    P-11 ถึง A-20
    U-3
    21 างเ บางนา
    A-21
    U-1
    U-2
    U-3
    U-4
    V-B
    บ-8
    U-9
    U-10
    J-11
    L-12
    U-4
    22
    กางเลย เคียงคาน
    H-22
    หางา
    U-5
    23
    ทางเเคบ านชาย
    R-23
    E
    หวี
    ทานกลับรถไปทางขวา
    U-0
    24
    ทางเค คารา
    P-24
    ทํานาลับรถไปทางชาย
    U-7
    25
    สะพานแคน
  • 25
    ทาน ยวชาย

    26
    ของจราจรปิดร้านร้าน
    -76
    U-13
    U-14
    U-15
    U-16
    u-i7
    -15
    U-19
    L-20
    U-21
    U-22
    น-23
    11-24
    หาม ยายเ
    27
    ของจราจร คลาบวา
    R-27
    หามเปรียบของ รถไปทางชาย
    U-10
    28
    ทางข้ามรถไฟไม่มีเครื่องกั้นทาง
    R-28
    HUR
    50
    21
    ท่านเปลี่ยนสงเค้นรถไปทางรา
    U-11
    29
    ทางสามรถไฟมีสองชั้นทาง
    A-20
    2.5:4
    2.51.
    ทานเสียว วาหรือ
    บา
    -12
    30
    ทางข้ามรถไฟ ทางเอก
    A-30
    U-25
    U-28
    L-27
    U-28
    U-29
    U-3C
    U-30
    1-32

    1-33
    13
    หาม บวช ห น
    U-13
    31
    ጎህ
    R-31
    เสาส่วนตรีน,โม
    กองข่าง
    ด่า แบบ
    แบบแสดง
    แบบเรฐาน ป้ายจร ประเภทฝ่ายจราจรบังคับ ปายเดือน
    14
    พรมรถยน
    U-14
    J2
    ทวงสด ค่า
    A-32
    และ ช่วยแนะนํา
    L-34
    น-35
    -38
    15
    ทาม บรร
    U-15
    33
    ทาง นลาดชัน
    F-33
    16
    พรถ ง : ::..
    :
    1-15
    34
    ทางลงวาด บ
    A-34
    เขียนแบบ
    17
    คามทวง
    :
    15-17
    35
    เตือน รถกระโดด
    R-35
    18
    ทามเลย สามลด
    U-18
    36
    ผิวทางขรุขระ
    R-36
    19 : หามาดสาม
    U-19
    37
    ทางเปิบแสง
    P-37
    บ-37
    U-38
    U-39
    U-40
    U-41
    ษ-42
    -43
    U-44
    ป-45
    1-46
    U-47
    1-48
    20
    ห้ามรถจักรยาน
    V-20
    38
    ทางลบ
    : นายจีระ ก ปานมณี ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
    R-38
    21
    นาม อเลื่อนลาน บ
    J–21
    39 ผิวทางรวม
    A-50
    ZZ
    ห้ามรถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร
    U-22
    40 3 - รวง
    R-40
    23
    หามควียน
    U-23
    4: สะพานเปิดได้
    A-41
    24
    พาม กรยานบน และ รถยนต์
    Li-24
    42-43 ให้เปลี่ยนช่องจราจร
    A-42 ถึง -43
    ( นายพีรพ::
    L’-49
    U-50
    -51
    U-52
    U-53
    U-54
    25
    1-55
    ห้ามรถจักรยาน รถสามล้อ
    U-25
    44 ลูกทางบ้าน
    1-44
    ประเภทปายเดือน (ค)
    และ ต้อเลื่อนลาน
    45
    ♪าทางหลัก
    R-45
    26
    ห้ามรถจักรยานยนต์และ
    U-25
    46-47 7 รวม
    R-48 ถึง A-47
    วิศว
    นาย สาม

27
28
30
B-1
R-2
T
7-4

M-5
A-8
R-4
7-10
F-11
A-12
บ้านใช้เสียง
เลบ
ทําม่า ดงก
หาบหยุดรถ
คตรวจ
U-27
RE
49
U-20
ทาง ยางหนา สิ้นสุดทวงคู่ 50-51 จุดกลับรถ
43
F-49
{ ม
P-30 83 R-S
U-29
52 ทางเดินรถสองทาง
มหากร วิศวกรโยธา านาญการ
R-32

ญาณจราจร
A-53
วิศวกร
U-31
54
ค ารหน้า
P-54
15
J2
จ่า ทวา ว
1-32
55

ทวางหน้า
A-53
ทาม หนับ หน
11-33
56
งะวังตนตามถนน
A-SS
34
หาม ควาง น าหนด

  • แสง วิศวกรโยธา : : เศษ
    URANI
    1-34
    35
    A-13
    0-14
    A-15
    A-16
    R-17
    7-18
    P-19
    M-X3
    A-21
    tttit
    02.51
    2.5ม.
    P-25
    A-26
    П-27
    0-28
    H-29
    A-30
    A-31
    A-32
    B-33
    A-34
    A-35
    หานรกสูงเกิน าหนด
    57 โรงเรียนระวัง
    2-57
    1-35
    S
    F-23
    A-24
    หาแนวยาว น าหนด
    จะสัตว
    AAA
    A-58
    บ-38
    37
    ให้เดินรถทางเดียวไปข้างหน้า
    59
    ระวังครื่องบิน บินต่ําา
    A-59
    كم
    U-37
    09
    ทาง บง ทางเคียวไปทางซ้าย
    ระวังอุ่นดราย
    H-60
    U-38
    39
    ทางเดินรถทางเดียวไปทางขวา
    61
    U-39
    40
    ให้ปิดบ้าน
    เวหามแข่ง
    62-731 เดือนแนวทางต่างๆ
    -01
    A-02 ลง R-73
    ให้ ควา
    V-40
    74 สบนไป
    171
    A-24
    ( ไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
    !
    ให้ไปสาง หรือ ทางขวา
    V-41
    75
    ราu
    A-75
    บ-42
    ให้เลี้ยวข่าย
    76
    ปาเตือนความเร็ว
    A-75
    1-45
    77
    ให้ มวลสา
    ปายขอความ
    A-77
    ให้เลี้ยว หรือ เลี้ยวขวา
    E-44
    น่า ย ความ
    -79
    U-45
    2-37
    5-38
    A-39
    -43
    F-41
    -42
    0-43
    R-44
    R-45
    F-46
    R-47
    R-48
    46
    ให้ตรงไปหรือ เลี้ยว วน
    U-46
  • ให้ตรงไปหรือ เลี้ยวขวา
    U-47
    วงเวียน
    J-48
    49
    สอง นวดประจําทาง
    3-49
    50
    อง นวดนวล บ
    กายเป
    A-45
    A-SA
    P-51

A-52
A-53
R-54
A-55
A-50
R-57
F-58
2-59
G-60
ช่อง นรก
ารยา ชน
1-50
บ-51
52
ฟระ บวก ควยว
<
U-52
55
: เพาะคนดิน
U-53
54
ให้ใช้ความ ว
-54
55
สุดเขต บ
L-55
รายการประกอบแบบ

  1. แผ่นป่ายสะท้อนแสงสําหรับป้ายบังคับและป่วยเรือน
    ใ น มอก. 5 มาประสา การสะท้อนแสน ที่ 1
    วัน ปาย 3-1.2-28 24 - 30 ละ 4-5 ถึง -3 ให้ใช้มประสิทธิการสะท้อนแสงแบบที่ 9
  2. ธนป่วยจราจร าหรับถนนชนบท โดยทั่วไปให้ใช้ขนาด 2
    นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นในแบบก่อสร้าง
    3 ฝ่าย 4-7 และ 73 ขนาดป่า และขอความเปลี่ยน
    โค้ตามความเหมาะสม
    เห็นชอบ
    ( ย ย 26 นิ
    อ่า วยการกองข่าง
    CA
    :
    ทอง )
    รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    KN
    R-61
    e-SA
    P-63
    R-64
    A-65
    G-85
    Я-67
    G-58
    9-69
    30 กม./3ม.
    iorME RCTW า
    P-70
    ใช้เกียร์ตา
    UF เO A7
    7-76
    5-77
    G-71
    -72
    R-73
    0-75
    A-74
    ข้อกําหนดติดตั้งบ่ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
    ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    ( นายพร ไชยม)
    ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ โด
    อนุมัติ

    Sooes
    ( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์) นายกองค์การ สินารานจังหวัด :
    :
    vi
    T-
    3.50
    F
    หยุด
    :
    /
    ใต้ เวน 7 ตัว
    ฝ่ายแปดเหลี่ยมด้านเท่า
    เจาะ หลัก กล
    3/9
    ซวน 2 ตัว
    05:2
    ให้ทง
    จาะเกลียด 3/3 จ่ว 2 ตัว
    ป้ายสามเหลี่ยมอ่านเท
    Li
    เราลวน 2 ตัว
    0.50

    .
    ป้ายวงกลม
    SAT
    1:12
    ACA
    ….. SC
    ato÷lmár ã62 3/8′′
    จ่าน 4 ก้าว
    T”
    เกมส การ า
    CITY LIMIT
    REDUCE SPEEC
    นายหนึ่ง
    1 20
    เจาะ: หลัก : 23/8
    อุบัติเหตุ งา
    อ้าง น่า
    ไวยสีเหลี่ยม
    D45
    30 กม
    1…
    ป้ายสี่เหลียม
    รวม 4 ว
    _canogīnaārmās 7 3/8′′
    2
    หมายเหตุ เส้น บย สัญลักษณ์ และ
    1
    เจาะรูโลส 63,8
    จํานวน 2 ตัว
    —0 69-
    „Azilsa
    ป้ายสีเหลี่ยมจัตุรัส ตั้งขึ้น
    0

    C
    ย แหยม แม้
    -1.20-
    ไร ท่า
    USE LOW GEAR
    เกาะ : 39e3/5
    ไว้จะ::: 4 ตัว
    เจาะ, สัก !/8”
    วยเละ!” ผ้า
    .00
    เต
    รามแข่ง
    C. 75
    ป้ายสี่เหลี่ยมหน้าจั่ว
    WWW.KEY
    นวม 4 ว
    0.3040.30
    หยุด
    เรงนอง
    มาตรฐานเครื่องหมายควบคุมการจราจร
    การติดตั้งป้ายบังคับและป้ายเตือน
    ไม
    หากพื้นที่เนินงาน พร
    รามระยะ งัดไ ให้คิดถึงความเหมาะสมกล่อง
    ช่างนุ ง
    40
    -ฟิกเกอร สม พร
    ทน
    ระดับขอบไว : G.25
    นิดและขนาดเลยจราจร
    อบ พล
    สอง ง ง บาน ให้เห็น
    มาก จนงาน : สารารถ
  • ระยะที่ น
    ติดตั้งความมาะสม ต้อง T
    อยุในยุค งานควบคุม ว
    1.50
    At
    อาจนอ
    ลานรัก
    ระดับเอา 23:
    6.25
    เหล็กปิดหัวเสา หนา 2.3 มม
    anan Z 95x95x2.3 1.1!
    มม
    สายเหล็ก ขนาด 95,952 3 4 โดยทาสีรองพื้นด้วยสีกันสนิม เสาบ้าน ทาง สนิมรองพื้น แล้ว หรือทานสีขาว : 1 : 44 บริเวณโคน สาขาสีน้ํามันสี และเสกเกอร์สีสันสะท้อนแสง
    รายงานการตามแย
    ส่วน 1.สุดของเรา “เล็กให้ปิดด้วยแผ่นเหล็ก: 23 มม. โดยระบ
    นาคพล : 11 5 3:
    ขนาด 0.20.20 ม
    รร โดยวกบ
    DA
    รูปขยาย A
    กาล่า
  • “เอตะกั่วสน ไม่น้อยก - นาน 4 ตัว
    พื้นคอนกรีตเดิมต้องมีพื้นที
    กว้างไม่น้อยกว่า 1.00-1.00 1 และหนามน้อยกว่า 0.10 1 แบบการติดตั้งบนพื้น 24 น
    หมายเหตุ ขนาดของเสาเหล็ก 95x95 มม. หนา 2.3 มม เกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนยอมให้ - 15 ม
    ขอความ : ใช้ “วละเลง เลง (ตามองปาย เกรดสานงาน 19 อก 36 - 253
  • นายใช้ สารสีม่วง เกะ: 45 3 4 :: S- 2563
  1. *** *** รองพื้น แล้วจึง “คน” สีน้ํามันสีๆ :: :: - :: ประโคน เล” ทาสีนะ มะ แสง ตาหงานะ : ม
    ข้อกาหนด
    : ลักษณะน่าย
    11 โดยทั่วไป
    10
    56
    kan
    เกรด ช โด กองราง
    ด าเนินงาน มาร กะระยะ หัดตั้งลงมาะสม. อง
    แบบแสดง
    แบบมาตรวรบ ปายจราจร ประเภทจะงดิน บ้านบอน
    เขียนบน
    สถาปนิก
    นับขยาย 4
    ar
    และ ชายหา
    ( ย ระ ปานมณี) ยายเรียบแบบ

    { นาย พงษ์ ปากฟัง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
    ยังคงมีรูปร่างแผนกลม โดยมีเครื่องหมาย
    ลักษณ์ ตัวเละ ตัวอักษรเป็นสีดําอยู่บนพื้นสีขา เสนอมาละ กลายเป็นสีเอง นอกจาก
    1.1.1 ป้ายหยุด (3:3 Sy) เป็นสีเทา ตัวอักษรสีขาว ที่บายสีแดงของฝ่ายดีๆ
  • 1.2 นายให้ทาง (CiVEWAY SIGN) เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท
    มุมลง ตัวอักษรสีดํา ขอบบ้าง สีแดง 1.1.3 ป้ายห้ามจอดรถและห้ามหยุดรถ เป็นรูปแผน สม ฟันฝ่ายสีน้ําเงิน เส้น และกลางคืนอง
    1.1.4 ป้ายสุดเขาบังคับ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป่ายสีขาว
    ไม่มีเส้นขอบ
    นาน 7 วัด ท่าน: 45
  • แนวระดับ จากทางขวาของบ้านมาทางซ้ายของฝ่าย
    1.2 ป้ายเสียน โดยทั่วไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตรัสตั้งมุมขึ้น
    โดยมีเครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร: พื้นป่าเหลือง
  1. ส่วนประกอบแผ่นป้ายประกอบด้วย
    71 แผ่นเหล็กอาบสังกะสี ความหนาไม่น้อยกว่า 1.20 มม
    2.2 สีพื้นป้าย สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง
    เกรด : : : : :
    เครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร และเส้นขอบปา
    ใช้สติกเกอร์ชนิด สะท้านแสง หรือที่แสง
    (ตามชนิดของป้าย เรดสําหรับงานจราจร
    รับตัวลงแผ่นป้ายพ่นสีรองพื้น กันสนิม ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
  2. ผู้จ้างวางรายละเอียงวัสดุในการจัดทายน
    raudinais ouvru uta we inwali
    34237
    ( นายๆ วงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธาชานาญการ
    ( นาย ก ง ) วิศวกรโยรส านาญการพิเศษ
    نه
    ( บายเชียงไกร วย)
    หัวหน้าฝ่าย รวยละออกแบบ
    :
    ( หล่อนมี )
    เห็นชอบ
    ฝันสยบ
    ( นางสาว รางทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
    เม
    ( นายทร ในต ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก :
    อนุมัติ
    .0.
    นายมนชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ in
    SN OL C
    สิ้นสุดเขตก่อสร้าง
    งานก่อสร้าง ข้างหน้า
    ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
    100.00 เมตร
    ลดความร่ว
    งานก่อสร้างข้างหน้า
    โปรดระมัดระวัง ขนาดป้าย 0.90x2.80 เมตร
    ป้ายเตือนงานก่อสร้าง
    ลดความเร็ว
    ขนาดชาย 0.90x1.80 เมตร
    เขียนแบบ
    50.00 เมตร
    จุดสิ้นสุดโครงการฯ
    ป้ายเตือน ความเร็ว
    พื้นทีก่อสร้าง
    สิ้นสุดเขตก่อสร้าง ขนาดป้าย 0.45x1.80 เมตร
    ป้ายสิ้นสุดเขตก่อสร้าง
    A : ก
  • พิษณุโล
    กองทาง นร ยครรชน
    แบบแสดง
    ป้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
    N
    1 นายพีระศักดิ์ ปานมณี ) รวยบานช่างเขียนแบบ
    ( นายพีรพงษ์ สับปา ง ) เวป กป บัวสาร
    หมายเหตุ
    ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน
  1. แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา
    ตามสภาพกาง
  2. ระยะการติดตั้งป้ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
    พื้นที่ก่อสร้าง
    ความ
  3. ติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
  4. ขนาดและข้อความบนป้าย อาจคลาดเคลื่อนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
  5. ข้อความในแบบเป็นเพียงตัวอย่างแนะนําเท่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
    ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
    งานก่อสร้างข้างหน้า
    โปรดระบิ ระวัง
    จุดเริ่มต้นโครงการฯ
    นสุดเขตก่อสร้าง
    เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
    หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
    โครงเคร่าไม้
    แผ่นป้ายไม้อัดหรือแผ่นไวนิล
    หรือแผ่นเหล็ก

    ลวก
    ( นายนรงค์ ชนันดากรณ์ ) วิศวกรโยธารานาญการ
    นายสรา แส
    สาวกง โยธา างการ
    كم
    ( นายเกรียงไกร บุญตาย) หัวหน้าฝ่าย รวจและแบบ
    หล่อ บ้าน การกอง 4
    1 นาย
    เห็น ลบ
    I
    On
    ( นางสาวศรีสุรางค์ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด > โลก
    เส้นขอบ
    : นายภัทร ใจเอม) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
  • ระดับดินเดิมทั่วไป
    อนุมัติ
    21
    24
    ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
    หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
    แต่บุคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจัดต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
    ( นายมนตรัย ธนา
    นายกร: การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    4 โน : 1
    ע
    2.4.1
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    2
    โทร 0 5598 7718-20 ต่อ 304
    โครงการ……

    A
    ปริมาณงาน
    1.25
    รับจ้าง
  • ระยะเวลาดําเนินการ เพิ่มสัญญาวันที่
    ค่าก่อสร้าง
  1. ควบคุมงาน 1.
    อย
    ;
    กองทาง
    แบบแสดง
    ปารแสดงรายละเอียดเงาแสง
    ทาน
    สิ้นสุดสัญญาวันที
    โรห์
    รวมระยะเวลาสร้างทั้งสิ้น
    เขียนแบบ
    ( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
    ………………
    โทรศัพท์…
    แหน่ง..
    โทรศัพท์
  2. กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
    ไม้หรือน การไปที่แข็งแรงและป้องกันล้ ตั้งในบริเวณ . นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง หรือติดตั้งตามสภาพ มาะสม
    1+
    12
    5
    7
    รายละเอียดแผ่นป้าย
    แผ่นเป็นแผ่นไม้ทั่วไปรายงานกลาสกาใน กรอบ และตามรส หรือแผ่นในตรงตรงแรง ยงรีดให้มีคนซึ่งแรง นอยกว่า 1.222.40 ม
    2 การปักป้ายคะเวน -
    ของโครงการที่ดําเนินการและประชาชนสัญจรไปมาจน
    P77 ว ง อ า ม " ตามแบบ ระบ
    ทางตราสัญกรณรงค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    ส่วนราชการเจ้าของโครงการและเบอร์โทรศัพท์
    ประเภทและธงสร้าง
    ปริมางาเร่งสร้าง จาน บานิการ 13
    ซึ่งผู้รับจ้าง ที่อยู่ และหมายไทย
    ลักษณะบ้าย
    แผนป่ายเป็นไม้อัดทั่วไป บน7: 1,20,250 - ทาส สาย สายเงิน ตัวอักษร หรือใช้แผ่นไวนิล ขนาด 120x240 - กับโครงแข็งแรง การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณคองโครงการการ ประชาชนสัญจรไป
    มา มองเห็ จะ
    ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการจัดทํา และติดป้ายใน 7 วัน นับตั้งแต่นมในสัญญาจ้าง
    เล่นบ่าย ทั้งระหว่างดําเนินการสร้าง มีสภาพคงทน สอดระยะเวลาการก่อสร้าง
  3. ชื่อผู้ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
  4. ระบุข้อความ “กําลังสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
    มูลค่างานจ้างไม่ถึง สาม. บาท ไม่ต้องติดตั้งฝ่ายประชาสัมพันธ์ แต่ให้องค์กรปกครองส่วนเองถิ่น ประชาสัมพันธ์ มายคะ ของโครงการ ผูกคางานจ้างทั้งสามแสนบาทขึ้นไปประเภทรงสร้างปรับปรุง งานทาง คลองหรือว่าน้ําให้แผนประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดงานก่อสร้าง มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภท 2 ปรับปรุง อาหาร ให้แผ่นชายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดๆเดิมๆ สร้าง • จุด
    ใน


ระยะเวลา… และระยะเวลาสิ้นสุด รวมระยะเวลาทั้ง
IC.
(2) เงินค่าร

  • บราๆ 1, ขนาดตัวอักษร, เอความ รับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
  1. ความรักลักษณ์ รายละเอียด : CR Code จะกระหว่างค่าเป็นการ

ป่า นา ร่างเรียนแบบ
วิศm
(นายพีรพงษ์ นาง)
สาป
การ
( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ )
คงจ
FRE
:
( นายสร ผ
วิวกรโยธา หนาก
( นาย ยงไกร บุญรวย หัวหน้าฝ่ายสาว และออกแบบ
( นายรใช้ หล่อนมิ
ข่าว การกองร่าง
เ บ บ
कर
นางสาว สุรางค์ ทอง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นบ
อนุมัต
ex
( น ทร ใจยม)
ปล้อง การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโล
32
124
4 นายมน ย วิวัฒนา ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
「L Ar
รายการประกอบแบบมาตรฐานงานทาง (เพิ่มเติม)

  1. อนุญาตให้ใช้เครื่องทดสอบหาปริมาณความชื้นและความหนาแน่นของดินในสนามแบบ (Nuclear density gauge) ในการทดสอบ วิเคราะห์
    และรับรองผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม ในกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ
  2. แบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    2.1
    มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling)
    2.2 มาตรฐานงานถมคันทาง (Embank)
    2.3
    มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbase)
    2.4
    มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง (Base)
    2.5
    มาตรฐานอื่นๆที่อ้างถึงและเกี่ยวข้องกับแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
  3. ข้อกําหนดในแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้กําหนดให้มีการบดอัดวัสดุเป็นชั้นๆ โดยใช้เครื่องจักร โดยมีรายละเอียดปราฏในข้อกําหนด ให้วัสดุประเภทต่างๆมีความหนาแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อย 35 ตาม มาถ (ท) 501 4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม
    (Field Density Test )
  4. เพื่อให้การก่อสร้าง/ปรับปรุงงานถนนประเภทต่างๆ ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ จึงอนุญาตให้ใช้ผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม โดยวิธีทางนิวเคลียร์ (Nuclear Method) โดยอาจใช้ควบคู่กับวิธีการ ใช้ทรายแทนที่ปริมาตรของหลุม (Sand Cone Method) อาจจะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้งสองวิธีก็ได้
    เ ล า ช ก
    ทองหาง plarase แบบ
    แบบแสดง
    รายการประกอบ บบมาตรฐานงานทาง
    เพิ่ม
    เรียนแบบ
    ( นายจิระศักดิ์ ปานมณี) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
    ( นายพีรพงษ์ คีบ หิง
    สถาปนิกประก
    สถาปนิก
    สวก
    ( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ :
    วิศวกรโยธารานา การ
    วิวm
    3 นายสรวล ส ศวกรโยธา านาญการ
    ศษ
    AT
    กร
    a
    ( นาย บุญช่วย )
    หัวหน้าย ารวจและออกแบบ
    เห็นชอบ
    ( นายย หล่อนิมิต) บ้านวงการกรงร่าง
    ( นางสาวสุดา ทอง) รองปลัดองค์การบริหา วนจังหวัด
    เห็นชอบ
    es
    ( นายภัทร ใน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด : โลก
    อนุมัติ
    ок
    33,
    ( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ )
    นายกองค์การ นารส่วนจังหวัดพิษณุ
    I
    LT
    SU :
    :
    !
    หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
  5. ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    เป็นลายลักษณ์อักษร
  6. ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆ ในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ทําการก่อสร้าง
  7. ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ.2564 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คนพร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
  8. วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2555 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานฯ ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาวิศวกร เพื่อด่าเนินการลงโทษต่อไป
  9. (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจะต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
  10. เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์
  11. การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมจากผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
  12. ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
    หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
  13. รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้ มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน
    ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป
  14. ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
    การบริหารส่วน เชโก
    กองช่าง
    านวนตรรกบบ
    แบบแสดง
    หน้าที่ และข้อปฏิบัติ รองผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการ ตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
    เขียนแบบ
    N
    นายจีระศักดิ์ ปานมณี) ร้ายนายช่างเขียนแบบ
    สถาปนิก
    (นายรพงษ์ ดับ ฟัง ) สถาปนิก การ
    ควง
    วิศวกร
    กาง
    เห็นชอบ
    ( นายวุฒิวงศ์ อนันตาหรณ์ )
    วิศวกร โ ร านาญการ
    AC
    นายศราวุธ แสง ) วิศวกรโยธา านาญการ
    نم

นาง : บุญย นังหน่วาย รวและออกแบบ
( นายยย หล่อปิด
H านวยการกองช่าง
( นางสาวศรีสุรางค์ ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นายภัทร ในม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
༡’
:
1 นาย บด ย น นา นายกองค์การบริหาร านจังหวัด :
JV N
L
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ

  1. ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
  2. ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา 3. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
    ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ 4. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
    ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
  3. ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
    ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
    เขียนแบบ
    สภา ก
    วิศวกร
    aana
    กองบ้าง
    : แบบแสดง
    อาตตามกฎกระทรวง
    ( นายจีระศักดิ์ ปานมณี
    ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
    3 นาย พงษ์ บาง )
    สถาปนิก
    ( อนันตาภรณ์ ) -การโยการนาญการ
    นายสรา แสง วิหารโยธาร่ามาญการพิเศษ
    BATA
    ( นายเกรียงไกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย วงละออกแบบ
    F10
    (ชัย หe Ar
    9 :: ก ก ง าง
    เห็นรอบ
    นางสาว สุรา ทอง ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
    เงินจอบ
    นายภัทร ใจอม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ โด
    อนุมัติ
    : นายมนตรัย วัฒน์ธนาม ) นายุทธ คารา หารส่วนจังหวัดพิษณุโ
    เพ
    KAMATI
    ท ทาง
    (150 W. MIN

    เมล การสีขาว
    เล่นหีน
    ติดตั้งบ้ายยุค-
    A
    ในประ เส้น 1 ม. เว้นระยะ 2 ม.
    A
    (150 11, WIN”)
  • บลอ ทางสีขาว
  • น ท ทาง
    จราจรสีเหลือง
    1-10u
    -3.30-0.60
    เสมคบุค
    ไหลลง
    สาธารณะ
    50 ม.
    เส้นทัน
    ไหล่ทาง
    —ต้นที่ยาวไม่น้อยกว่า 24 ม.
    Inama
    การตีเส้นจราจรทางแยก
    (ทางสาธารณะ)
    -เส้นแบ่ง คทาง จราจรสีเหลือง
    เส้นขอบทาง ขาว
    A. บ
    (150 W. MIN)
    เ บ บ-
    เ น อ ทาง ราว
    A
    (150 W. MIN)
    150
    เลกาง
    การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
    ไม่แสดงมาตราส่วน
    เพลิดตั้งบ้าน R-25
    150 L
    ไหลบาง
  • บ อ ทางสีขาว
    นที สีเหลือง
    (150 W. MIN)
    4
    เส้นชอบทาะสีขาว
    *(150TM MIN)
    130 ม.
    ไฟติดลงบ้าย ศ-25
    การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
    ไม่เสดงมาตราส่วน
    รายการประกอบแบบ
  • มิติทั้งหมดเป็นเมตร ยกเว้นที่ระบุเป็นอย่างอื่น
  • เครื่องหมายจราจรบนผิวทางสําหรับผิวจะละลายาง และผิวจราจรคอนกรีต
    จะเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตาม มอก 542-2549 มาไม่น้อยกว่า 3 มม
    สีนแบ่ง คทาง จราจรสีเหลื
    เล่นขอบทาง ลาว…
    ไหล่ทาง
    in a
    -เส้นขอบทาง ขาว
    7 - ง ก เอกจน
    สนแบ่ง ทา จราจร เพ N
    พล่ทาง
    -เส้นประ เงิน 1 บ. เป็นระยะ 2 ม.
    การตีเส้นจราจรทางเชื่อม (ทางเชื่อม เข้า - ออก เอกชน)
    ให้ ดส่งบ้าน ส-22
    เส้นขอบทาง ราว
    เล่น บสีหลีอง
    ไหล่ทาง
    -ไหลทาง
    -สมน่ะ ตรง จราจร ห อง
    เขียนแบบ
    งง งัดโลก
    กองช จะขน
    แบบ อง
    แบบมาตรฐาน เครื่องหมายจรา มิวทาง นา
    สถาปนิก
    ( นายจีระศักดิ์ ปานมณี )
    .
    รายนาย าง แบบ
    ि
    ( บาย : ง บ ฟัง สถาปนิกประก
    ศวกร
    ( นายๆ วงศ์ อนันตาภรณ์ )
    วิศวกรโยธา าาญการ

    T
    RIA
    วิศวกรโยธา านาญการ
    لم
    —-PR—
    ( นาย ยงไกร บุญช่วย หัวหน้ า ย าวจและออกแบบ
    O TKN
    เสียง ทาง (เล่น)
    UFO ม. MAN
    ดา
    ไหล่ทาง
    การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
    ไม่แสดงมาตราส่วน
    CCO HOMIN
    เสน่งทิศทาง งาสีเหลือ
    เห็นชอบ
    ( นายวิชัย เลย
    -นวยการกองช่าง
    Cl
    TAA }
    รองปลัด ง :: :: เลก เห็นรอบ
    ເສັ້ນໄວກາງ
    เส้น
    1750, LON
  1. ไทลยาง
    มุมA
    การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
    โบ้แดดงมา : ส่วน
    พรายเหตุ
    คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
    1
    ( นายภัทร จอม)
    ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ชณุโลก
    ( ยม ตรัย วัฒน์ นาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
    LRME
    เล่าให
    :
    wi
    ทศทางทว
    14
    เขตห้ามแรงจากจุด 4 ถึง 5 ตามทิศที่แสดง
    4.0 - จุดเริ่มเขตห้ามแซง
    2
    b,b = จุดสิ้นสุดเขตห้ามแซง
  • หมายเหตุ : เขตห้ามแรงในทิศทางตรงข้าม
    อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทาง
    ทิศทางรา
    เขตบ้านจาก 4 ถึง 5
    สําหรับสีตีเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งราบ
    ไม่เสดงมาตราส่วน
    1.03
    แนวมอง
    กาม เ แสดง
    113
    16
    แมวมอง
    PAVEMENT PROFILE
    เขตห้ามแซงจากฯ 4 ถึงสุด 50
    ตามที ที่แสดง
    ศ.๔.
    แบบห้ามแรง (เหลือง)
    PROFILE
    SD. DO N
    0,0’

b.b” -
จุดเริ่มเขาห้ามแซง
จุดสิ้นสุดเขตห้ามแรง
หมายเหตุ : เขตห้ามแซงในทิศทางตรงข้าม
อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทาง
PLAN
150.co
สําหรับเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งดิ่ง
ไม่เสดง : สวน
แถบ (เพลง)
ทิศทางจราจร
รายการประกอบเบ

  1. มีต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตรนอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
  2. เส้นแบ่งทิศทางจราจร ใช้เส้นสีเหลือง ตีเส้นกึ่งกลางผ้าจราจรตลอดแนว
    2.1 เป็นประเป็นเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรบนสายทาง 2 ของจราจร
    ในบริเวณที่ยอมให้รถแซงขึ้นหน้ากันได้สองทิศทาง
    ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเส้นประกําหนดไว้ดังนี้
  • ทางหลวงนอกเขตชุมชน เงินยาว 3 ม. เป็นช่อง 9 ม. ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เงินช่อง 3 ม.
    2.2 เส้นทับเดี่ยว เป็นเส้นทึบสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทิศทางจราจรในบริเวณ
    ที่ห้ามแข่งสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก ห้ามรถเปลี่ยนช่องจราจรความยาวเส้นที ต้องไม่น้อยกว่า 24
    2.3 เส้นประตูกับเส้นทับ เป็นสันสีเหลืองกับ คู่ขนานไปกับเส้นประสีเหลืองโดยเส้นทั้งสอง ห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นทับคู่กับเส้นประเป็นเส้นทิศทางจราจร ในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจากทิศทางหนึ่งแฮง แต่ยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้ ด้าน ห้ามแซงใช้เส้นทีบ ส่วนด้านทียอมให้แข่งในสนประ
    2.4 เส้น
    เป็นเส้นห้ามแข็งและเป็นเส้นแบ่งทิศทางหลายช่องจราจร ไม่มีเกาะกลาง
    2.5 การเส้นทางแห่ง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจ
    ของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
    2.6 กรณีที่ผิวจราจรกว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร
    ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 30 เมตร
    ก่อนถึงบริเวณดังกล่าวและภายในโค้งที่มีรัศมีต่ํากว่า 300 เคร, ระยะ 30 เมตร ก่อนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
  1. เส้นขอบทาง ให้ใช้เส้นทีบสีขาว ทั้ง 2 ข้าง ตลอดแนว
    สีทาถนนผิวจราจรที่มีผิวเรียบทั้งหมด ( เคปซีล, แอสฟัลติกคอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก : ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 342-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
  2. กรณีที่ผิวจราจรและไหล่ทางเป็นผิวทางชนิดเดียวกันหรือไม่มีไหล่ทาง
    ให้เส้นแสดงขอบทางทั้งสองข้างตลอดสาย
  3. การที่เส้นขอบทาง บริเวณโค้งอันตราย ในช่วง PC ถึง PT (แบบขยาย 1) ถนนสายใดที่จะท่วมเส้น
    บริเวณดังกล่าว ผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้กําหนด
    7 ความกว้างเส้นจราจรตามตารางที่ 2 หรือตาม าหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
    เขียนแบบ
    สถาปนี:

    ควร
  • ก านจัด, t กองกาง
    บ แสดง
    แบบมาตรฐาน เครื่องหมายจราจรบินฝึกทาง
    (มจร)
    ( นายพีระศักดิ์ ปานมณี) รวบนายช่างเขียนแบบ
    ( บาย : พงษ์ ปาง)
    สถาปนิกปู บ้า
    REACH–
    1 นาย ศ นันตา
    วิศวกรโบรา านาญการ
    ตารางที่ 2 แสดงความกว้างของเส้นจราจร
    มาการจ PCU/วัน
    ความกว้างรอ จราจรรวมสอง ทาง (เมตร)
    6.00
    6.50
    7.00
    แนะน่าชนิด ท
    ความกรางของ มหาร (เรนท
    ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    เส้นแบ่งทิศทางจราจร
    น้อยกว่า 2,000
    10
    10
    10
    The moplastic
    มากกว่า 2,000
    15
    15
    15 Thermoplastic
    หมายท
    E
    9.00
    3.00
    9.00
  • 3.30
    กรณีที่ถนนมีขนาดความกว้างหลายขนาดในสายทางเดียวกัน ให้เลือกใช้ขนาดความกว้างช่วงที่มีระยะทางรวมมากที่สุดเป็นเกณฑ์พิจารณา
  1. เส้นประเดี๋ยว
    กรณี นอกเขตชุมชน
  2. 3.00
    13.00
    ภรณ์: ในเขตชุมสบ
    1.00
    3.00
    1.00
    3.CO
    00
    ตารางที่ 1 ระยะแซงน้อยที่สุด
    85 ถ.เบอร์เรน ความร่ว
    ระยะแข่ง อบ สุด
    (METER)
    :40
    _{XPH.}
    40
    50
    160
    60
    120
    70
    2:0
    EC
    245
    90
    280
    100
    320
    110
    355
    120
    325
  3. เส้นทับเดี่ยว
  4. เส้นประตูกับเส้นทับ

เส้นท
ช เส้นขอบท
ทาง
3.00
io.15-0.40
9.00
3.00
0.00 +3.00
الطية

E
4
E
0.10-0.4%
หมายเหตุ
ผิวจราจร ลาบบ
-เพิ่มบทพ
หลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
นายศราวุธ แสะกด) วิศวกรโยธาชานาญการ A
نم
PFOs
มน
( นายเกรียง หัวหน้าฝ่าย รวจและออกแบบ
เห็นชอบ
มาย พ 99% อ่านวยการกองว่าง
CAS
)
รองปลัดอบ :::::. ว. จังหวัดพิษณโลก
เห็นชอบ

( นายภัทร เจเอม
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
BYKA
( นายมน วิวัฒน์ธนาฒย์ 1 นายกรงค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Au
u C
www
! วิธีดําเนินการจัดท่า
ขอกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (TRAFFIC PAINT) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจร ที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลบทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้นต้องไว้วิธีพ่น เพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนในกรณีที่
เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกันเครื่องหมายจราจรที่จะทําชั้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
12 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจร บนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังจากการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
13 การเตรียมผิววัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้ผิดเพี้ยน หรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจาก ให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ให้เพียงพอกับความร้อนในการเอาต้นที่มีการกวนอยู่
ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขนาดใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้ว ต้องรีบใช้ทันที่ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
14. การเตรียมเครื่องมือ : ต้องให้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้งาน ปริมาณของวัสดุจะต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไป ต้องขอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
2 ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2. สีจราจร (TRAFF:: PAINT) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําให้ประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 445 จราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปางมาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542
วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3 ลูกแก้ว (GLASS BEARS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (Took COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมี ใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
รายการที่ก้าหนด
| วัลตุ
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
ราจ
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
เขียนแบ
สถาปนิก
Bwana
ก!
กองชาง
าย อายคร ย
แบบแสดง
แบบมาทรมาน อ าหนดการ นจราจร
4 นายจีระศักดิ์ ปานมณี : ผู้ร่วยนายช่าง ยุบแบบ
Don
นาย วรพง
วิก ::
19
อนันตาภรณ์ ) วิศวกรโยธาราวาร
( นายศราวุธ แสงด วิศวกรโยธา าาญการพิเศษ
!!ข้อก้าหนด
1.2 การใช้งาน
2 การตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนาเมื่อแห้ง มีสลิลิตร
ด่น
รีต หรือปาด
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้วโรยจากเครื่อง
3. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง มีกลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retrcreflectivity), mcd.lk m
ขาย สีเหลือง

  • การตรวจสอบคุณลักษณะการใช้งานระยะเวลาประกัน
  1. การมองเห็นในเวลากลางคืน
    4..: การสะท้อนแสง (Retroreflectivity) mca. m
    สีขาว สีเหลือง
    3 ระยะเวลายกัน
    :
    มอก. จด 25 -2541 ชนิดที่2
    พ่น
    มอก. 54,2 - 2550 ระดับ 7
    พ่น หรือปาดลาก
    !

0.2
3.0

  • 400

3.0
400

0.2
ตรวจ
لم
( นายเกรียงไกร บุญช่วย )
หัวหน้าฝ่ายสาวและออกแบบ
ฝันงอม
ย ย เ ชนิมิต) พาโวยการกองช่าง
:
:
3.0
300
200
( นางสาวศรีสุรางค์ ๆ ห้อง
รอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ…
เห็นรอบ
ex
( นาย ก ม
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ สา

300

200
6 เดือน : ครั้ง
12 เดือน : ครั่ง
12 เดือน ครั้ง
I
24 เดือน : ครั้ง
150
100
12 เคยน
ALA
150
100
24 เดือน
:
อนุมัติ
38
1-46
: นายมนชัย วิวัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุ, โค
::u √ry D