ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ่อแร่-ทุ่งชา หมู่ที่ 10 บ้านตะเภาทองเฉลิมพระเกียรติ ตำบลปลักแรด เชื่อมต่อ ตำบลพันเสา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (639 019)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมในเขตอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงถนนเดิมให้เป็นถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่มีมาตรฐานและมีความทนทานสูงขึ้น ขอบเขตงานเริ่มตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การเตรียมชั้นรองพื้นทางและชั้นพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base) ให้ได้ความหนา 15 เซนติเมตรตามมาตรฐาน มทช. 223-2562 จากนั้นดำเนินการราดยางไพรม์โค้ท (Prime Coat) เพื่อการยึดเกาะ และปูผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) หนา 5 เซนติเมตร ตามมาตรฐาน มทช. 229-2562
นอกเหนือจากงานวิศวกรรมทางหลวง ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้งเครื่องหมายจราจรเพื่อความปลอดภัย ได้แก่ การตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร การติดตั้งป้ายบังคับ ป้ายเตือน และสัญญาณไฟกระพริบพลังงานแสงอาทิตย์ตามแบบมาตรฐานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้โครงการยังให้ความสำคัญกับการใช้พัสดุภายในประเทศ โดยกำหนดให้ใช้วัสดุที่ผลิตในไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กที่ผลิตในไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณที่ใช้ทั้งหมด เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศตามระเบียบพัสดุภาครัฐ
English summary
The project involves the improvement of the Bor Rae - Thung Cha road (Moo 10) connecting Plak Raet and Phan Sao sub-districts in Bang Rakam, Phitsanulok. The scope includes upgrading the road surface to Asphaltic Concrete with a width of 6.00 meters and a total length of 1,650.00 meters (KM 0+000 to 1+650). Key technical tasks involve preparing a 15 cm thick crushed rock base, applying a prime coat for adhesion, and paving a 5 cm thick asphaltic concrete surface. The project also mandates the installation of traffic safety features, including thermoplastic road markings (min. 3 mm thick), regulatory and warning signs, and solar-powered flashing lights. Compliance with Thai procurement regulations regarding domestic material usage (60% for general materials and 90% for steel) is strictly required.
สาย บ่อแร่ - ทุ่งชา หมู่ที่ 10 ตําบลปลักแรด เชื่อมต่อ ตําบลพันเสา อําเภอบางระกํา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงถนนผิวจราจรเดิมให้เป็นลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่มีมาตรฐาน
- เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการคมนาคมขนส่งระหว่างตำบลปลักแรดและตำบลพันเสา
- เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
- เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ขอบเขตของงาน
- งานสำรวจและวางแนวทางตามแบบแปลน (กม. 0+000 - 1+650)
- งานเตรียมชั้นพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base) หนา 0.15 เมตร กว้างตามแบบ
- งานราดยางไพรม์โค้ท (Prime Coat) บนชั้นพื้นทางหินคลุก
- งานปูผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) หนา 5 เซนติเมตร กว้าง 6.00 เมตร
- งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง (Thermoplastic)
- งานติดตั้งป้ายจราจร (ป้ายบังคับ, ป้ายเตือน) และป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
- งานติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบพลังงานแสงอาทิตย์
- งานจัดทำแบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) หลังเสร็จสิ้นโครงการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวจราจรลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ระยะทาง 1,650 เมตร
- ระบบเครื่องหมายจราจรและป้ายจราจรตามมาตรฐาน
- สัญญาณไฟกระพริบพลังงานแสงอาทิตย์ตามจุดที่กำหนด
- รายงานผลการทดสอบวัสดุ (ความแน่นของชั้นทาง, ผลการทดสอบแอสฟัลต์)
- แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) จำนวนตามที่สัญญากำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: ตามที่ระบุในสัญญาจ้าง (เอกสารระบุให้ส่งแผนการใช้พัสดุภายใน 60 วันหลังลงนาม)
- การส่งมอบงาน: แบ่งตามงวดงานที่กำหนดในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานประเภทดังกล่าว
- ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่หมดอายุ อย่างน้อย 1 คน
- ต้องมีช่างโยธาหรือช่างก่อสร้าง วุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. อย่างน้อย 1 คน
- ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
- ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
- ต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุภายในประเทศเสนอต่อหน่วยงานภายใน 60 วัน (กรณีสัญญาเกิน 60 วัน)
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากราคารวมต่ำสุด หรือเกณฑ์ประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ตามระเบียบพัสดุ
- คุณสมบัติของผู้เสนอราคาต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขใน TOR
- ข้อเสนอทางเทคนิคต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางที่กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ชั้นพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base): ต้องมีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 (Modified Proctor) ตามมาตรฐาน มทช. 223-2562
- งานไพรม์โค้ท (Prime Coat): ใช้ยาง CSS-1 หรือเทียบเท่า ปริมาณ 0.8 - 1.4 ลิตร/ตร.ม.
- ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต: หนา 5 ซม. ใช้ยาง AC 60-70 หรือ AC 40-50 ตามมาตรฐาน มอก. 851
- อุณหภูมิแอสฟัลต์ขณะปู: ต้องไม่ต่ำกว่า 120 องศาเซลเซียส
- เส้นจราจร: ใช้สีเทอร์โมพลาสติก มอก. 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
- ป้ายจราจร: แผ่นเหล็กอาบสังกะสีหนาไม่น้อยกว่า 1.2 มม. ติดสติกเกอร์สะท้อนแสงตามมาตรฐาน มอก. 606
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ตามงวดงานที่ระบุในสัญญา
- ค่าปรับ: ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ตามที่ระบุในสัญญา (ปกติงานทาง 2 ปี)
- เงื่อนไขพิเศษ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความปลอดภัยระหว่างก่อสร้างและติดตั้งป้ายเตือนให้ครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้มีระยะทางรวมเท่าไหร่?
ตอบ: ระยะทางรวม 1,650 เมตร (1.65 กิโลเมตร) - ถาม: ผิวจราจรกว้างเท่าไหร่และหนาเท่าไหร่?
ตอบ: ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร และมีความหนาของแอสฟัลท์ติกคอนกรีต 5 เซนติเมตร - ถาม: ต้องใช้หินคลุกหนาเท่าไหร่ในชั้นพื้นทาง?
ตอบ: ชั้นพื้นทางหินคลุกต้องมีความหนา 15 เซนติเมตร (0.15 เมตร) - ถาม: มาตรฐานการทดสอบความแน่นของชั้นพื้นทางคืออะไร?
ตอบ: ต้องมีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตามมาตรฐาน Field Density Test - ถาม: ยางแอสฟัลต์ที่ใช้สำหรับผิวจราจรคือชนิดใด?
ตอบ: ใช้ Asphalt Cement เกรด AC 60-70 หรือ AC 40-50 ตามมาตรฐาน มอก. 851 - ถาม: งานตีเส้นจราจรต้องใช้สีชนิดใด?
ตอบ: ใช้สีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง หนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร - ถาม: ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กในประเทศปริมาณเท่าใด?
ตอบ: ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด - ถาม: หากพื้นที่ก่อสร้างติดอุปสรรค เช่น เสาไฟฟ้า หรือที่ดินชาวบ้าน ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ให้ผู้รับจ้างทำงานชดเชยด้านความกว้างหรือความยาวในจุดอื่นแทน โดยปริมาณงานรวมต้องไม่น้อยกว่าในสัญญา และจัดทำ As-Built Drawing รายงานคณะกรรมการ - ถาม: ต้องติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแบบใด?
ตอบ: ติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ตามแบบมาตรฐาน - ถาม: การเตรียมพื้นผิวเดิมก่อนปูแอสฟัลต์ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ต้องทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น และราดยาง Prime Coat หรือ Tack Coat ตามสภาพพื้นผิวเดิม
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
หน้า…..
10….
…..
…..
องค์การนิร
ารบริหารส่วนจังหวัดพิษ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กระทรวงมหาดไทย
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย บ่อแร่ - ทุ่งชา หมู่ที่ 10 บ้านตะเภาทองเฉลิมพระเกียรติ ตําบลปลักแรด เชื่อมต่อ
ตําบลพันเสา อําเภอบางระกํา
จังหวัดพิษณุโลก
โดยทําการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
กวาง 6.00 เมตร ยาว 1,650.00 เมตร
ช่วง กม.ที่ 0+000 - 1+650
www.ppoo.go.th
กองช่าง โทร 0 5598 7718 - 20 ต่อ 313 ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Being
เ ส
แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต -
สาย บ่อแร่ - ทุ่งชา หมู่ที่ 10 บ้านตะเภาทองเฉลิมพระเกียรติ ตําบลปลักแรด เชื่อมต่อ คําบลพันเสา อําาเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
รอบสระดานส
Korican,
Love
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองช่าง
เริ่มต้นโครงการ
กม. 0+000
N 16.665825
E 100.043596
..ตําบลบึงกอก
อ้าเภอบางระ
สิ้นสุดโครงการ
กม. 1+650
N 16.654030
E 100.042868
กึ่งกลางโครงการ
N 16.658652
E 100.041408
โครงการ
ส้ารวจ
นายนพดล เพ่งเทค
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจร
เขียนแบบ
นายกิจคี จันทนดม
ลาดยางแบบแอสฟัลติกคอนกรีด
วิศวกร
นางสาวพิมพ์ ไวล คมช
นายช่างโยธา านาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
สรวง
สถานที่
ลาย บ่อแร่ - ทุ่งฮา หมู่ที่ 10
วิศวกร
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
นายชูชัย หล่อนิมิต เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ อู่ทอง
เห็นชอบ นายภัทร ใจเอม
วิศวกรโยคา านาญการ
กะสาท งจ พระเกีย เชื่อมต่
าล น า ก บางระกา จังหวัดพิษณุโลก
ควง
นายเกรียงไกร บุญช่วย
หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
อนุมัติ
นายมนชัย วิวัฒน์ นาย
บักขามค รังสเน
Sowdank
ผู้อําานวยการกองช่าง
นอน/ปิ
ของปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบแผ่นที่
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบเลยที่
ที่ยวส่วน rang
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
สาย บ่อแร่
ไป ต.หนองกุลา
แผนที่สังเขป
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทุ่งชา หมู่ที่ 10 บ้านตะเภาทองเฉลิมพระเกียรติ ตําบลปลักแรด เชื่อมต่อ
ตําาบลพันเสา อําาเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
เริ่มต้นโครงการ
กม. 0+000
N 16.665825
E 100.043596
ไป ทต.บางระกําเมืองใหม่
วัดทุ่งชา
โรงเรียนวัดทุ่งชา
ไป ต.พันเสา
โครงการ
สารวง
นายนพดล เ ทศ
สถานที่
โครงการปรับปรุงถนนผิวจราจร
ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สาย บ่อแร่ - ทุ่งสง หมู่ที่ 1
เขียนแบบ
วิศวกร
วิวกร
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
บ้านตะ ทอง พระเกียรติ บ เ อ ง
กองข่าง
าน น า อ้า อบางระกา จังหวัดพิษณุโลก
สรวง
นายกิจ ริ จันท หอม
นางสาวพิมพ์ไฉย คมชา
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ นายเกรียงไกร บุญช่วย
วัดดงโคกขาม
กึ่งกลางโครงการ
N 16.658652
E 100.041408
ลิ้นสุดโครงการ
กม. 1+850
N 16.654030
€ 100.042868
ไป ต.พันเสา
วัดปลักแรด
ตารางแสดงแหล่งวัสดุและผลการทดสอบ
aut
LN
แฟ
A
PL
.
*
Angola úrverko
a faľová streytan
k
OL
24,00
17.20
7.40
2.000
0-450
5.03
ไพ A
ลูก OL
24.50
17.20
7.40
2,000
1.80
หมายเห
นายช่างโยธาชาหาญงาน
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
วิศวกรโยธาปฏิบัติการ
วิศวกรโยธา านาญการ
หัวหน้าฝ่ายสํารวจและออกแบบ
FROA
นายชูชัย หล่อนิมิต
แบบแปลน หาเช่า บ
ปลอกและโรงโม่ น าหนดไว้ในแบบนะชวน
เป น า า า า น ามาออก เยนแปลง
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ ทอง
เห็นชอบ นายภัทร ใจเอย
อนุมัติ
ผู้อําานวยการกองช่าง
1 ของปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารลานจังหวัดพิษณุโลก
1.
วัน/เทียน/ปี
แบบแผ่น
แบบเคสที่
COR .
28.10
1.
2.
3.
ສອນຫຼາຍ
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง (Base)
โดยอ้างอิงจาก มหก 223 - 2562
งานชั้นพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นพื้นทางโดยการถมและบดอัดวัสดุพื้นทางให้ได้รูปร่างและระดับ ตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตาม มาก 203 : มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (Crushed Rock Base)
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ต้องตรวจสอบระดับและความเรียบร้อยต่างๆ ของชั้นรองพื้นทางหรือคันทางให้ถูกต้องก่อน
3.2 ถ้าแบบกําหนดความหนาขึ้นพื้นทางมากกว่า 20 เซนติเมตร ให้แบ่งทําเป็น 2 ขึ้น หนาขึ้นละเท่าๆกัน โดยประมาณ
3.3 นําวัสดุพื้นทางลงบนชั้นรองพื้นทางแล้วพ่นน้ําผสมคลุกเคล้าโดยให้มีความชื้นสม่ําเสมอและใกล้เคียงกับ Optimumn Moisture Content + 2 % โดยประมาณ จึงเกลี่ยแล้วบดอัดทันทีด้วยรถบดล้อยางหรือ เครื่องจักรกล
บดอัดที่เหมาะสม
ให้มีความแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก(1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 ในระหว่างการบดอัดให้มีการเกลี่ยแต่งช่วยเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ปราศจากหลุมบ่อและวัสดุหลวมและเพื่อให้ผิวหน้าราบเรียบแน่นสม่ําเสมอ ให้บดอัดตบแต่งชิ้นสุดท้ายด้วยรถบดล้อเหล็ก
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใด พบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยบดอัด จะต้องขุดคุ้ยออก (Scority) และผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากมีความชื้นลดลงให้พ่นน้ําเพิ่มเติม หากวัสดุพื้นทางที่ขุดคุ้ยทํา การผสมคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องขนวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
3.6 ในระหว่างก่อสร้าง หากมีน้ําขังหรือเกิดมีฝนตกหรือมีน้ําในพื้นทางมากกว่าปริมาณที่กําหนด เพื่อการบดอัดจนเป็นเหตุให้ขึ้นรองพื้นทางเสียหาย ต้องรื้อฟื้นทางออกและทําการตบแต่งบดอัดชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ถูกต้อง 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีหน้าเรียบสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง
4. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
เมื่อวัดสอบด้วยไม้บรรทัดข้างตรงยาว 3.00 เมตร กับผิวหน้าของพื้นทางในทิศทางขนานกับแนว ศูนย์กลาง ระดับต่างกันต้องไม่เกิน 1.25 เซนติเมตร หากเกินกว่าที่กําหนดนี้ต้องปรับระดับโดยวิธีเสริม พื้นทางที่ต่ํา และปาดพื้นทางที่สูงออกบดอัดให้แน่นแล้วเกลี่ยแต่งจนได้ระดับที่กําหนด
- การา - ton กองทาง
ร
แบบแสดง
มาตรฐานงานร่น บทาง
(Boss)
โดย พลงจาก มส. 223
เขียนแบบ
สลาก
กร
2562
(นายจีระ ก ปานมณี)
ผู้ป่วยนายช้าง
ยุบแบบ
ล
(นาย รพงษ์ นาง
สถาปนิก การ
Ana
FF1
( นาง นิมากรณ์)
โรรา านาญการ
นายรD LAN) ครรโณชา
ามาดะการ เส
لم
( นายเกรียงไกร tat) หัวหน้าฝ่าย สา และขอแบบน
AR
เห็นชอบ
ARINEER
(นาย
ข้าว การกองร่าง
นางสาว
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
en
( นาย ทร ใน ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจัง วัดพิษณุโลก
( นายมน โย มธบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1.
ขอบข่าย
มาตรฐานงานไหมโคท
(Prime Coot)
โดยอ้างอิงจาก มาก 225 - 2562
งาน Prime Cont หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้า นทางเกาะอืดได้ดี และช่วยป้องกันน้ําให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย
2.
วัสดุ
2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแอสฟัลต์แต่ละประเภทและเกรด
ดังนี
2.1.1 Cut Back
RC 70
250
MC 30 250
..
SC 70
CSS - 1
CSS
2.1.2 Asphalt Emulsions
ชนิดแอสฟัลต์
ตารางอุณหภูมิของแอสฟัลต์ที่ใช้ราค
145-175
ช่วงอุณหภูมิที่ใช้คาด
AC
OF
AC 6D-70
295-345
AC 80-100
140-175
285-345
RC 3000
120-160
250-310
RC 800
100-120
210-250
40-65
100-150
125-185
CRS-1
U-A
50-85
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.8 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนบางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 สูตรการคํานวณปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทา Prime Coat
ปริมาณยางแลสฟิลด์ที่ใช้ทํา Prime Coat = P/ R (1 - 1/6) ตรต่อตารางเมตร
เมื่อ P - ความลึกที่จะให้ยางแอสฟัสต์รีมลงไปเป็นมิลลิเมตร
R = ค่าของ Residual Asphalt
y = ความแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
ค่าความถ่วงจ่าเหาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
ค่า ๆ ขึ้นอยู่กับความพรุน (Porosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า F แนะ นําให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คํานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราด และทดลองราดยาง แอสฟัลต์ตามปริมาณที่คํานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางแอสฟัลต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยนค่า P ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเกรด ของยางแอสฟัลต์ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัลต์เมื่อใช้ราดแล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะต่อไป ค่า R ให้ใช้ตามตาราง ดังนี้
G
ชนิดและเกรดของยางแอสฟัลต์
MC MC
—
30
70
SC - 70
SS CSS CSS
K
1
1H
หริคท่ากับ
R
0.62
0.73
0.60
0.75
0.75
0.75
ค่า 6 ให้คํานวณจากสูตร
= P1 + P2
เมื่อ P1 =
8 + €
C =
100
El + e
คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ
4.
3.
6) - ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยาบ ค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน
เบอร์ 4 (4,75 มิลลิเมตร)
62 = ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน
G2
เบอร์: 4 (4.75 มิลลิเมตร)
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4
ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 การท่า Prime Coat ด้วยยาง Cut Back
3.1.1 พื้นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดโดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งและมีฝุ่นเกาะให้พรมน้ําบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง
3.1.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยางที่ราดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.1.4
การราดยางควรรดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางทีละครึ่งของความกว้างหรือ
ทีละช่องทางวิ่งก็สามารถทําได้
3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีอัตรายางสม่าเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวาง รวด
โดยวิธีการใช้ท่อพ่นยาง (Spray bor) ที่ติดกับรถวิ่งราดให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวบางที่ราดไปแล้ว
3.1.6 หลังจากราดยางแล้วให้ทิ้งบ่ม (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน
บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฏอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดสาดรับบางส่วนที่เกินให้แห้งได้ในกรณีที่จําเป็นจริงๆ เช่น ทางร้าบ้านหรือทางแยกที่มียวดยานผ่าน
การทํา Prime Coat โดยทั่วไปควรทําในสภาวะอากาศแจ่มใสปราศจากฝน พื้นทางแห้งหรือ วัสดุพื้นทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Back และชนิดยาง
Cut Back ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั้นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ส่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน 3.2 การท่า Prime Coot ด้วยยาง Asphalt Emulsions
3.2.1 นทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใดและผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห้งต้องพรมน้ําให้เปียกขึ้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยาและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จํานวนยางที่ราดบนพื้นผิวทางได้สม่ําเสมอ
3.2.4 เมื่อราดยางแล้วต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําชั้นผิวทางได้ การแยกตัว ของ Emulsified Asphalt คือส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Emulsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดํา การแยกตัวนี้ จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด ของ Emulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทําผินทางได้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยวดยานวิ่ง
บนชั้น Prime Coat ให้ใช้ทรายละเอียดสาดปีหน้าได้
3.2.6 ห้ามราดยาง Asphalt Emulsion ในขณะที่มีฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อราดยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า ก่อนที่ Emulsion แตกตัวมีฝนตกจนซะบางส่วนของ Emulsion บนผิวหน้าออกไปจะต้องทําการ ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
ข้อควรระวัง
4.1 ยาง Cut Back เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้นยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
- ยาม โลก
กองชาง ฟราน- แนน
นยสดง
มารานงาน พรมโคก
(Prime Coot)
โดยอ้าง จาก มด 225
เขียนแบบ
สถาปนิก
pann
วิศวกร
T
เห็นชอบ
25621
(นาย ก านน ) ร่วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพิรพงษ์ นก )
สถาปนิกปร
( จารุศ วงศ์ อนันตาภรณ์ พากร โบรา านาญการ
นายสราวุธ เลย) วาโรรา าา การพิษ
(มา เสียงไกร บุญช่วย)
หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
( นาย ย น ค ท ผู้อ่านวณการกองช่าง
.
(นางสุราง รองปลัดองค์การบรหารส่วนจังหวัดทีษณุโลก
เห็นชอบ
ON
(นายภัทร โยบ)
ปรั อง การบริหาร
านจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
5.
Oxs
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
www..com
เป
Au Ou
5.
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยกตัวจึง ต้องระมัดระวัง ดังนี้
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เพราะอาจจะทําให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.2 Emulsion ชนิดบรรจุถัง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องสั่งถึงไปมาทุกด้านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งยัง
4.2.3 เมื่อเปิดถึงบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในส่วผสม Emulsion
จะระเหยทําให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ
4.2.4 ทุกครั้งที่บรรจุ Emulsion ลงในรถราดยางหรือเครื่องพ่นยาควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที “Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวันต่อไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม้
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว กันแสดงว่า Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแดดออกแอสฟัลต์อิมัลชั่นสําหรับถนน หรือ Emulsified Asphalt Prime (CAP) มีคุณสมบัติเป็นไปตาม บทช.214: วัสดุแอสฟัลต์ มัคซีนไหม Emulsified Asphalt Prime (GAP) และให้ใช้แอสฟัสต์ กับพื้นทางแต่ละชนิดตาม ม.225-2562
ปริมาณอัตราการลาดเอสฟัลต์ นะมา
ชนิดของพื้นทาง
อัตราการลด สิต/ ตร.ม
พื้นทางหินคลุก
0.8-1.4
พื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ หรือพื้นทางดินซีเมนต์
0.6-1.0
พื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นงทางเดิมมาใช้
0.6-1.0
exim/hero%cuładhwa Ten
กองข่าง
แบบแสดง
บรฐานงาน
หรมโ Prime Cont โดย างลงจาก มา 25
เขียนแบบ
สถาปนิก
aons
amm
2562
( นาย ปาน) ผู้ช่วยนายช่างเขื่อนแบบ
A
( นาย พงษ์ คีมป
( นามิ
นันตาภรณ์
วิ สารโนรา าาญการ
" นายระวุธ และก
วิศวกร โลรา านาญการ ศษ
ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่ม
- ปูนซีเมนต์ หรือปูนขาว หรือ เถ้าลอย
หมายเหตุ : ในกรณีพื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยแอสฟัลต์อิมัลชัน
หรือโฟมแอสฟัสต์ ให้พิจารณาอัตราการคาดจากสภาพจริง และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ชนิดของแอสฟัลต์ EAP. :
คณหภูมิ 20-70 องศาเซสเซียส
Ra
นาย ยงโก บุญ) ทําหน้าฝ่าย
และออกแบบ
เห็นชอบ
ย พ อมค ชาน ยก กองช่าง
3 นาย รายง รองปลัดอบ การบริหารส่วนจังหวัด เห็นชอบ
ex
ช
( นายภัทร โน ปครงการบริหาร วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
แต่ ย น น ) นายกองค์การบริหารส่วนจังห ด ษณุโลก
HU w G
Latest
I
ย
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง/ปรับปรุง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กรณีไม่มีไหล่ทาง
súeminnekeýřekatrugaton กองทาง
แบบผสม
มหาน
Slop 115
EQ.
6.00
ผิวจราจร……….
..ม - EQ.
(2
1
A
ระดับก่อสร้าง
(3)
3%
Sop 115
ม
ผิวจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรี ทนา พันทาง CRUSHED ROCK …………….. 0.15 รองพื้นทาง SOA AGGREGATE …………………….. -ชั้น บทาง -ชั้นดันทางเดิม
2
cm. 5 cm.
€
(4)
2 ดิน ลูกรัง หินคลุก อื่นๆ….
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสาวชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างสุดเฮย
โดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทําางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา As Buy Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ขอผู้รับจ้าง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือสดเชยด้าน
ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
hunnITI
ชั้นทางที่ดําเนินการ CIO 02 73 74
มาตรฐานในงานทาง มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยค้นทางเดิม ตาม มท. 219 - 2562 มาตรฐานงานถมต้นทาง ตาม มาก. 220 - 2562
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มท.. 222 - 2562
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง - มารฐานงาน นนทาง ดาม มาถ, 223 - 2562
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
- ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แชล (Marshall Mix Design Method)
- ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมฯ เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แชล และคํานวณ Void Analysis
- ผลทดสอบหาหาค่า Marshal Stability และ Marshall Flow ของก้อนตัวอย่าง
- ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดคละของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมเอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
ๆ
3.กรณีที่ต้องเวนคืนทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา As BALT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องปิดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือว่างานเงินลด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง)
จากแอด ไฟ กลอน
(ASPHALT CONCRETE)
เขียนแ
(นายสราวุฒิ เสียง)
ชายชาง แบบ
oat
كم
นาย พงษ์ นาง ຄວາມເລິການ
ว
(บางสาวพิมพ์ไหล คนร่า ลวด โยธาปฏิบัติการ
ลวก
NILFCR-V HRA HAITI HEA
( มีวง อาวรณ์ )
วกรโยธา านาญกา
Baans
(บรรจุ 4 ) Steviasungin Farmoskakamit
aladungmi
GTA
เทน จน
( นายสิทธิ์ การหาญ) หัวหน้าฝ่ายสาวจนเละออกแบบ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) ผู้อําานวยกาชกองช่าง
(พอ ทร ใจ) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ทยรบ
( สีไพร โกรวม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็น จ
(นายมนู ทองหนัก) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เมล์
CL
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
WAG
(นมน พับ บ่นา) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดษณุโลก
Versail
ย ร - ขอบข่าย
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
(Asphalt Concrete)
แอสฟัลต์คอนกรีตหมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม(Aggregate) กับแอสฟัลต์ เมนต์ (Asphalt Cerment) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตรา ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือ เกลี่ยแต่งและบดทับบนชั้นทางใดๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ - วัสดุ
งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวลหยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวลละเอียด (Five Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเพิ่มวัสดุผสมแหรก (Mineral Filler) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อขนาดคละตามตารางที่ 1
2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 - มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบ คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม มทร. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2 3.4 ข้อกาหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมีเกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerant Limit) ของวัสดุต่างๆ ตามตารางที่ 4 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่
อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ คําเนินการได้ตามความเหมาะสม
3.6 การผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
ขนาดที่ใช้เรียก
สําหรับชั้นทาง
ความหนา
a
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
จังหวัด
Kenntnisul califor
กองช่าง shakevanterns
แบบแสดง
มารานงาน ส ค คอนกรีต
(Asphalt Concreto)
เขียนแบบ
สป ก
( นาย ก บ ) ทนายช่างเขียนแบ
(นาน พ บ ฟัง
สถาปนิกปฏิ
TA
หว โอรา า า
“นายบรรทุก แล ควรโดรา านาญ ท
4 นายกริยง ไท บุญย) หัวหน่า ไย วจน ชยาแบบ
ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
มิลลิเมตร
9.5
12.5
19.0
25.0
(นิ้ว)
(3/8)
(1/2)
(3/4)
(1)
Wearing
Waring
Binder
Base
34702
Course
Course
Course
Course
: นาวงศ์ อนัน
LILL-
มิลลิเมตร
25-35
40-70
40-80
70-100
mons
บา คะแกรง
มิลลิเมตร
นิ้ว)
37.5
(1 1/2)
100
25.0
(1)
100
90-100
19.0
(3/4)
100
90-100
12.5
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
90-100
56-80
4.75
(เบอร์ 4)
55-85
44-74
35-65
29-59
เห็นบ
2.36
(เบอร์ 8)
32-67
28-58
23-49
19-45
1.18
(เบอร์ 16)
0.600
(เบอร์ 30)
0.300
(เบอร์ 50)
7-23
5-21
5-19
5-17
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เบอร์ 200)
!
2-10
2-10
2-8
1-7
อนุมัติ
4.0-8.0
3.0-7.0
3.0-6.5
3.0-6.0
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
(ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม)
NA
นาย ช ม น
การกรง N
ON
(นพ นิรา ทอง) รองปลัดองค์การ นาย นท พิษณุโลก
เห็นชอบ
( บาท บอม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อ
(นายมน รัช hฒน์ธนน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
snima
14
หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ *** แตกต่างจากตาราง: 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
ตารางที่ 3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
ทั้งหม
รายการ
Wearing
Course
::ทาง
Wearing Binder
Course Course
ion
ทาง
ทาง
Aggregate Size
Blows
9.5 mm.
12.5 กก. : 19.0 nun.
Base
Course
25.0 mm. 25.0 mrn.
shed
Shoulder
:
75
75
75
75
75
แบบแสดง
มารานงานแลส จบกา
(Asphalt Concrete)
รายการ
Wearing Wearing Binder
Course
Course
Course
Aggregate Size
9.5 mm.
12.5.
19.0 เรทล.
Base
Course
25.0 กก. 25.0 กก.
Stability Min.
N
Shoulder
z
9786
9786
9786
9786
9786
เขียนบ
tb.
2,200
2,200
2,200
2,200
2,200
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
9-17
9-17
9-17
9-17
9-17
( นายพีระ
ปานปี)
Blows
Stability Min.
ข่ายมา ทาง บแบบ
75
75
75
75
75
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
ปก
كلام
N
z
8,006
8,006
8,006
7,117
7,117
Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA)
15
14
13
12
12
(b.
1,800
1,800
1,800
1,600
1,600
Min.
- นาย พงษ์ or - ก
ฟัง) .
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
8-16
8-16
i
8-16
8-16
8-16
Stability/Flow Min.
N/0.25 1112).
750
750
750
750
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
Percent Voids In Mineral Aggregate(VMA)
Min.
15
14
13
12
22
3-5
lb/0.01 in.
170
170
170
170
7550
750
Aana
170
nike she be an in- a p
( นาย มิว อ น ากรณ์ )
12
Percent Strength Index Min.
วิศวกร โนรางาน,mrte
75
75
75
75
75
2
:
หมายเหตุ
Stability / Flow Min.
N/0.25 mon.
712
712
712
645
645
.
1 นาย กง แล
จวกะโล า านาญการพิเศษ
{6J/0.01 in.
160
160
160
145
145
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
(1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอม : ให้ดําเนินการตาม บทช.(ท)607 :
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 ให้ใช้มวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกําหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่
ทาง
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength index ให้ดําเนินการตาม บทช.(ท) 611 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าดัชนีความแข็งแรงของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
เห็นขอบ
นาย ยงไกร บุญย) หัวหน้าบ้าน รวจและออกแบบ
( นายรชัย หล่อนิมิต)
อ้าว สาว ระ
HER
( นพ ศรีสุรางค์ ลง
รอง ดรงค์การบริหารจังหวัดพิษณุโลก เห็นบ
ผ่านตะแกรงบบาค
2.36 มม.(เบอร์ 3) และขนาดใหญ่กว่า
1.18 มม. (เบอร์ 16) 0.600 มม. (เบอร์ 30) และ 0.300 มม. เบอร์ 50)
0.150 มม.(เบอร์ 100)
0.075 มม. (เบอร์ 200)
ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
ร้อยละ
+5
±4
อนุมัติ
±3
±2
±0.3
( วย ทร ใน } คิดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นายนพชัย ช นายกอง
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
LANN
B14
4. เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชน์ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ ได้ แต่ต้องสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือทดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดและของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการก่อสร้างได้
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Equipment for Preparation of Asphalt Cement) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อ เวียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Stearns or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่น ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจ เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ถัง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัสต์ใน ถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั้นแอสฟัลต์ทํางาน
4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียัง หินเย็นไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ยังพื้นเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับกุ้งมวล ละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยางต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyromneter) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้
โดยอัตโนมัติ
4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงคัด (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเกินขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้งตะแกรง ทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวม ร่อนออกมาผิดขนาด ไปจากที่ต้องการ
4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมียังหินร้อนอย่างน้อย 4 ยัง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสม แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อน ให้กับห้องผสม (Punmill Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเพิ่มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมี ท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยุ้งอื่นๆ ในกรณีที่มีมวล รวมในยุ้งนั้นๆ มากเกินไป
4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียุ้งเก็บวัสดุผสม แทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้อง ผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอก มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็น แบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometric Equipment) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบ แท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermolneter) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ที่ห้อง ผสม นอกจากนี้จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบไข้ ปรอท ชนิดมี หน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่ ไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลาย ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียส
ต่อมาที
ยงยาง
เมยแสดง
เรฐานงานแลส พับ
เลยบ
Ari2n
OF
ร
เห็นชอบ
(Asphalt Concrato)
( นายศักดิ์ ปาน)
ร่ายนาน ไยบบบบ
( นาย นพ
บาง)
:: ก ค
( นาย ว! หนัก! ควรโอชา านาญการ
นายสาย แส
วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
(นายกชกร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย
พลชออกแบบ
( น ย น อ 03
M
( น ร ทาง Wot) รองปลาลง
การบริหารส่วนจังหวัด โ
เห็นชอบ
( นาย โทร ใน u ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อมมิ
10.
( นายมน
มนชน บายการ จาก วนจังหวัดพิษณุโลก
AALI
wa
33
-14
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้ วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
(1) ถังซึ่งมวลรวม (Weigh Box or Hopper) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละกุ้งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนพลครัม (Fulcrum) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟิลครัมและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนวม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (Puerrill Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ
อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้องผสมประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้
อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวล
รวมก้อนโตสุด
(3) เครื่องชั่ง (Plant Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องซึ่งมวลรวม จะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักคุ้มละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ตุ้ม, ตุ้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 1 ตุ้ม และหนักหุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียง พอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
อัตโนมัติ
(4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และแอสฟัสต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
(1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation) Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้อง มีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากกุ้งหินร้อนแต่ละยุ่งได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย
เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ภายใต้ยังหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ ผสมเปียก (Wet Mixing)
(2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวม และแอสฟัลต์ ซีเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Cerment Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้
อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
(3) ชุดห้องผสม (Purgill Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ ปิดอง เป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continuous Meter) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบพายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสม จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสม บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
รวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เวลาในการผสม (วินาที) A/B
เมื่อ A = ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Pungnill Dead Capacity) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม
8 - ส่วนผสมที่ออกจากห้องผสม (Purerit Output) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
(4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้ง สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม ยังพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยุ้งหินร้อนโรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ ทราบว่าปริมาณมวลรวมในยุ้งหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวม ยังใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทํา การแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
4.2 รถบรรทุก (Haut Truck)
รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถใน
การปูของเครื่อง ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถในการปูของเครื่องปู และอื่นๆ
กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียน ภายในกระบะจะต้องสะอาด ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพ่นหรือ
เขือ ขน
colla
มาร
M1124
เห็นชอบ
จังห
svennenkufuraTHIN THE กองบาง
แบบแสดง
มาตรฐานงานเอสทีล คอนกรีต
Asphalt Concrete)
๕ นายจิรศักดิ์ ปาน) ทยนานต่างเขียนแบบ
( นาย นพงษ์ ค้าง)
( น ร ช นรฌ์ ) Aora โล า านาญการ
นายกรกล แสง วิศวกรโยธา านาญ ร
(นายกร บุญช่วย) นิงน่าย 69 แบบ
( ราย พ ช
อ่านวยการส งร่าง
USE
บาง รวงศ์ 24) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
เนินสยบ
ON
( นายภัทร ใจม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
อนุมัติ
Ces
( นายมนชัย ฒ นา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โ
NOAM
AU UL
14
9
10
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใดๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภท เดียวกัน การพ่นหรือเค อบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกับ น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
เหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการปูได้หลายอัตรา และส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้อง เป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor)เกลียวเกลี่ยจ่าย ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Autonatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Healer) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ ลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected Grade Line (2) Mobile String Lines (3) Ski (4) Floating Bean หรือ (5) Joint matching Shoe สําหรับ แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอ หรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตขั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screed) หรือแบบคานกระแทก (Tamper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับ ความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัลต์ คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheet Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักรบ ทับ
เครื่องจักรปิดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ใต้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรมดหับแต่ละชนิด น้ําหนักในการปิดทับของ เครื่องจักรบดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอน
การปิดทับและอื่นๆ เครื่องจักรปิดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการบดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรปิดทับจะประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คน ใน 13 14:49
ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel Tired Tandem Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ต้น และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบดไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบตจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นร่อง (Groove) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยนุ่ม (Pit) สลักยึดล้อ (king Pinn) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinkler System) มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ
ขณะบดบ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Phetonatic-Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rim Diameter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาด
และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้า สัมผัสของล้อรถบ ขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล (90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบ ฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ ตีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะปิดทับ รถบดล้อยางขณะใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยางแต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับบล ทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาไม่เกินชั้นละ 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ต้น สําหรับบดทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาตั้งแต่ชั้นละ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อ เดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อ
F
เดินแบบ
domilin
an
awan
เปนชอบ
- จาน ช
ลง N
บ.สง
มาครงาน ส ไ คนกรี (Aphalt Concrete)
( ปานมณี
ช่วยนายทาง
บบบบ
( นาย รางษ์ ดับ
สถาปนิกปฏิ
( นาย นันท
กระโนด ร่างก
"
or โย
ง านาญกา
( บาย ยงไกร บุญย)
หัวหน้าจ่าย ารวจและออกแบบ
PHY
( นายช ย ห ชนิด อ้านวยการกองช่าง
( นางสาววราง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็น อย
ธน
(
1 นาย
ใน
ปลัดองค์การ หาว วนจังหวัด in
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ นน นายทอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
MINN
44
นาที) และมีระยะเต้น (Amplitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัม อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรง แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายนํ้าเลี้ยง
ายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องพ่นแอสฟัสต์ (Asphalt Distributor)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลต์ (Burner)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Thermometer)
4.6.4 ปั้มแอสฟัลต์ (Asphalt Pump)
4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัลต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle)
4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ (Hand Spray)
4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bitumeter)
4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
เครื่องพ่นแอสฟัลต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
(1) ดูดแอสฟัลต์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
(3) พ่นแอสฟัล ผ่านทางท่อพ่นแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือได้
(4) ดูดแอสฟัลต์จากถังบรรจุหรือท่อนแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้ (5) ปั้นแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสฟัลต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้ (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดัน หรืออื่นๆ
ความดัน หรืออื่นๆ
เครื่องปั้นแอสฟัลต์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั๊ม โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็น
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่าง หัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็น แบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของท่อและสามารถปรับ ความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้
ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัลต์บนพื้นที่
ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้
อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว (ล้อที่ห้า) ต่อสายเชื่อมไปยัง มาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อนํา ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ตั้ง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมเตอร์วัด อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่างๆเหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณแอสฟัสต์
ซีเมนต์ที่ลาดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนดกล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
15 ตามลําดับ
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Broon) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบ ติดตั้งที่รถไถนา (Farm Tractor) หรือรถอื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทํา ด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.8 เครื่องมือประกอบ
4.8.1 เครื่องมือบทับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibratory Conpactor) ต้องมีขนาด น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน
ซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hand Tamper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดพับขนาดเล็กเข้าไปบดทับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อม ขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
งาน
กองหน
เบท สดง
ฐานงานแสลนกรีต
Asphalt Concrete)
เขียนแบบ
MATUAN
السلام
นายสิระสัก ปานมณี) วยนายช่างเลียนแบบ
ล
(นาย
หาก ) สถาปนิก กร
Branz
ช ง อ นวรรณ์ หล่อโยง านาญ
( นายศร N )
A tวกรโนรา
านา การ ศษ
TA
เห็นชอบ
นาง ก 3าย) หัวหน้าฝ่าย ทรงแบบ
( นา บ ห อ 03
านวยการกอง ง
( นพ สิราจ } รอง กองการบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เห็นชอบ
ป ตรง
จ
ON
( นาย โทร ในม
บริหารส่วนจังหวัด ชโลก
14
( นาย น ย ล ธนาค นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
unset
unanizu
5-14
4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียน (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาด เหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
- การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก
นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกอง วัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุ หินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละ ขนาด จะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํากุ้งกั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่ จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้นๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของ กองวัสดุทองเดี่ยวๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะกองวัสดุชั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้ เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย
5.2 การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคา คลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงาน ผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในยังหินเย็น แยกกันแต่ละกุ้ง และการผสม มวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเย็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกยังหินเย็นในทุกกรณี
วัสดุผสมแหรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่กุ้งวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้อง แยกต่างหากโดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
5.3 การเตรียมแอลฟีลด์ซีเมนต์
แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 + 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 1 20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด สม่ําเสมอตลอดเวลา
5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งาน ได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะ อํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่าง
การก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
5.5.1 รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตาม รูปแบบก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทางหรือพื้นทางหรือไหล่ทางมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนโดยได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
5.5.2 ผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็น คลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความ เสียหายของชั้นทางใดๆ จะต้องตัด หรือขุดออก แล้วปะซ่อม หรือขุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นและมี ผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาด และปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายและพื้นที่ที่จะซ่อม
5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทาง ที่มี ไพรมโคก (Prinse Coat หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้ เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึง ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.4 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทํา ไพรมโคท ทิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่ จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาคราย (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความ แน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําไพรมโคทก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.5 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม ขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่โพรมโคทไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับอาจพิจารณาให้ ทําแทคโคท (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิมซึ่งเกิดการยุบตัว Sag and Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะ ส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลย พินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่ปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วยหรือเป็นแอ่งก่อน
(2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
กองบาง
AULRIสดง
เหรฐานงานแลส คอนกรีต
เน
Som
Baant
Bona
เห็น บ
Ashall Concrete)
हुल
( นาย ปานม
ทนาย
างร้อนแบบ
ས
นายพีรพงษ์ กง
Annou20kma
ม า พ ช )
ราคาโบรา
านมา
นายศกร แสง วิศวกร โชลารานา ตร
(นายเรียง : บุญชาย) หัวหน้าฝ่าย นาง แบบ
( นาวาชัย 2 200
อ่านวล จาก งช่าง
ง
รง องค์กรนวร จังหวัด ษณุ
วรวินจังหวัด
เห็นชอบ
“ex
( นายภัทร ไม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
(นายมน วัฒน์ นาม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ณ โ
au
Warit
714
การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้บด ทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเต็มที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทัน ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักฤตที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเดิมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ
แล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทํา ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใดๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเต็มที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ
เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ทับ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตาม ม.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆ หรือผิวหน้าตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเต็มที่ต่อเชื่อม กับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตามบทช.227 มาตรฐานงาน
แทคโลก (Tack Coat)
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพูดวัสดุยาแนวรอย แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลม เป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคท โดยให้ดําเนินการตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat) - วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 6.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
และ ข้อ 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเค ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ 30 วินาที ดาม าดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องใช้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีดที่สม่ําเสมอ ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกดยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่ แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 Determining Degree of Particle Coating of Bituminous-Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม
ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
พื้นทาง
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวนวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ไม่น้อยกว่า 90
ไม่น้อยกว่า 95
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
ส่วนผสมเฉพาะงาน
(2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 18 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 4:20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
เอหาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่ อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
เขียนแบบ
จบ ม า ใ ยง พง
แบบแสดง
มาตรฐานงาน สอนกรี Asphalt Concrete)
( นายจีระ ปานมณี ผู้ป่วยนายช่าง อบแบบ
tonian
ant
(ชาย พงษ์ บาง
สถาปนิก ส
( นาย ว อนันตาภรณ์
วร โนรา านาญการ
Zanz
นายสราวุธ ส วกะโลรา านาญการ ศษ
FA
A
เห็นชอบ
(นา กรียงไกร บุญย หัวหน้ าน าาาา coer บ
นท ย ห ล 0 )
น่า กา ก ง ล
ราง)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
( นาย ท ใ น }
ป ตรงการ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
โร
- นายมน รัช วฒน์นาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Hiba a
4
กลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน
ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้บทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของ การปูหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและ
แก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกขึงวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่อง ระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของโครงสร้างใดๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน ขยาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
2 วิธี คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มี
ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนลาดได้เพื่อ
(2)
ความสะดวกในการออกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละ แปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่ปูเป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
ออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีดให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการ ตาม มทช.227: มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํา
รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อย
แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้น ด้วยแอสฟัสต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม มทบ.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มปูส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ
ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย
Mai
PAGE
จังหวัดที่
ส่วนง
รักษา โ
กองช่าง
WIHAGAN
มารายงาน พิมพ์ชนกรีต
(Asphalt Concreta)
เขียนแบบ
sonian
Pane
aaaa
8703
เห็นชอบ
( นาย ก า
ร่วมนานร่างคนแบบ
นาย ก ง บ า ง
สา inm
เนา ท า นกรณ์ ) วิศวโยธาาญก
นาท ) 2ศวกร รดารวญการ
a
( นาย ยง ร บุญ) หัวหน้าฝ่าย กรอกแบบ
( นาย บ ห ย ) ผู้อ่านิวะการกองช่าง
นา สุร รองปลัดองค์กร ม วน
จังหวัดพิษณุโล เห็นชอบ
O
(นายภัทร นคน) ปลัดองค์การ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Chis
( นายมนต์ชัย ธนพ นายกองค์การบริหาร านจังหวัดพิษณุโลก
Bu du
T
4
6.3.6 การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจร ข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วดันส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปนี้ให้ขนแนว รอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อยึดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลต์ติกคอ นกรีดตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียนได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คัดเม็ดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อนั้นออกทิ้งไป ซึ่ง เมื่อบดทับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ดําเนินการ
เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.8.3 โดยตัดให้ตั้งฉาก กับชั้นทางที่ปูทับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทางที่ประกบ การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการ คาม มทช.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat)
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาวเหลื่อมกัน ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบ
ช่องจราจรตามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง การปูชั้น
ทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่อง หน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องทําแทคโคท
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึง โค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบนชั้น
ทาง
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้บดทับเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาตลอดความกว้าง ของชั้นทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันที ขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้องมาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับ
ให้ถูกต้อง
6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้รถ เกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้
ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.3.10 การปูด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และอื่นๆ ที่เครื่องปูและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป
ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการ ปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภาย หลังจากการปิดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
6.4 การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรพูดทับต่างๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ ให้ เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การบดกับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มบดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อบดทับแล้ว จะต้อง ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ
6.4.1 หลักการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการบดทับเป็น อย่างอื่น การปิดทับให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการบดพับดังนี้
ในเบื้องต้นให้บดทับรอยต่อต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการ
บดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการบดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) โดยให้บดทับตามติดการบดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด เท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
ในการบดทัยจะต้องเริ่มบดทับที่ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือด้านขอบนอกก่อน
แล้วจึงค่อยๆ บดทับเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องบดทับ ทางด้านต่ําก่อน แล้วจึงนตทับเหลื่อมไปทางด้านสูง การปิดทับแต่ละเที่ยวให้บดทับขนานไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลาง ถนน และให้แนวบดทับเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าปิดทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวาง หรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุด รถบดแต่ละเที่ยวของการปิดทับ ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้ เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการปิดทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสาร สําหรับเคลือบล้อรถบดใดๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบางๆ เพียงเพื่อเคลือบผิวหน้าล้อ รถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมดความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้
บางส่วน
gośneutrośnal refolung fan กองบาง
มาตรฐานงานแ ส ค บท (Asphalt Concrete)
เขียนบ
Kamin
Aant
1041
เห็นชอบ
( นาระ ประม
พ
วยนายช่างเขียนแบบ
( นายพิรพงษ์ บ ง )
คประปฏิบั
( นาง นักรณ์)
สาวกรโยธา า า
นา แสง ศวกร โนรา านาญการ ศษ
(นายเกรียง : บุญย.) หัวหน้า วย และออกแบ
( พ ย ห ล ) พิมายการกองร่าง
นางสาว สุรางค์ หม
รอง กรงกรรมส่วนจัง โ เห็น ม
KM
(นายภัทร โยม)
ป ล ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
17.
( นายมนต์ชัย วัฒนา) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
4 ฟ
10
14
J
การบดทับรถนจะต้องวิ่งด้วยความเร็วและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่อง ปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรถบดขณะบดทับ จะต้องค่อยๆ เปลี่ยนความเร็วทีละน้อย ในช่องทางการ บดทับช่องทางใดๆ การบดทับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ในแนวของทางการปิดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและ ถอยหลังรถบดจะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยน แนวช่องทางบดทับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้บดทับและ เย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การปิดทับช่องทางบด ทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบิดขณะบดทับหรือบดพับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดทับ ทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม
พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงปิดทับใหม่
6.4.2. ความเร็วของรถบดในการบครัน ในการบดพันโดยทั่วๆ ไป รถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหนาของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการบดทับ สําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทือนซึ่งบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน และรถบด ล้อยาง ในการบครับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 6
ชนิตของรถบด
ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการบดทับ
ความเร็วของการบิดในการปิดทับ
การยด บนต้น
การบิดพันขั้นกลาง
กม/ชม. ไมล์/ชม. กม./ชม. ไมล์/ชม.
1
ความถี่การสั่นสะเทือน
เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้ง
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นใน)
จ่านวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร
(จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
รังการกระแทก
กอง N
30 (1,800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13,6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
แUENGAH
มาตร งานเลส ฟ้ า น ต
Asphalt Concrete)
(15.2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
37 (2,200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
เขียนตอบ
(16.7)
है।
ไฟ
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
40 (2,400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
(18.2)
(13.6)
(10.9)
(9.1)
(7.8)
Aor in
43 (2,600)
65.0
48.8
39.0
32.5
27.9
(19.7)
(14.8)
(11.8)
(9,8)
(8.4)
: นายพีระศักดิ์ ปาน)
ว นายาง อบบบ
( นายพีรพงษ์ ดิษ ฟัง )
o ปล
47 (2,800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
Pram
(21.2)
(15.9)
(12.7)
(10.6)
(9.1)
50 (3,000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
(22.7)
(17.0)
(13.0)
(11.4)
(9.7)
Pana
กม./ชม.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
ความเร็ว ไมล์/ชม.
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
(นา นครร ควรโนรา านาญการ
นายศร )
พวก โรชา านาญการ ร
รถบด
ม./นาที ฟุต/นาที
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
1
132
176
220
264
308
การบดทับขั้นสุดท้าย
กม./ชม.
ไมล์/ชม.
รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
3
2
5
3
5*
3*
รถบดล้อยาง
5
3
5
3
B
5
รถบดสั่นสะเทือน**
4-5
2.5-3
4-5
2.5-3
หมายเหตุ
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน /
**
ดูตารางที่ 7 ประกอบ
ความเร็วสูงสุดของการบดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใดๆ ขึ้นอยู่
กับระยะกระแทกของล้อรถบด (Impact Spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบดจะน้อยกว่าความ หนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดทับแล้ว ในการบดทับระยะกระแทกของล้อรถบดไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบดเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่ เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใดๆที่ใช้และระยะกระแทกของล้อรถบดที่
กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรบดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการบดทับ (Pattern of Rotting) ที่ เหมาะสมกับชนิด จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อบดทับเสร็จแล้วจะต้องได้ชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะสามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็น บรรทัดฐานในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบดทับที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงาน อาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดใด ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
ดําเนินการทดลองบดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่บดทับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของ โรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการบดทับเต็มผิวหน้าชั้นทาง
#729
เห็นชอบ
รอง
เห็น คง
นาย ยง ร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่ายสาละ แบบ
( นาย ย น ชนิ
ชิว กา ลงพ
( นางสาว สุราษ ทอง) องค์การบริหารส่วนจังหวัด
( นายไทย ใน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
R
( นายมนต์ชัย นา นาชกร น นา ส่วนจังหวัดพิษณุโ
Wel
HS C
11 14
แอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับซ้ําที่ช่องทางบดทับแต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถ บดแต่ละชนิดในการปิดทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูนั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การปิดทับ
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ค. บดทับชั้นต้น
ง. บดทับชั้นกลาง
จ. บดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ใหม่ประกบกับช่องจราจรเต็มที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบด
ทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับรอยต่อตามยาว
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตต้านนอก
ง. บดทับขั้นต้น
จ. บดทับขั้นกลวง
2. บดทับขั้นสุดท้าย
6.4.5 การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้นกทัยโดยไม่ สั่นสะเทือน
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการปิดทับรอยต่อตามขวาง
ควรใช้แผ่นไม้ที่มาเหมาะสม วางรองขีดชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2
2
ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบครับเลยขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงปิดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการบดทับ เที่ยวแรกให้รถบครึ่งบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวบดทับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้า ไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตของ
จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การปิดทับในครั้งแรกให้บดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกับ
รอยต่อตามยาว โดยให้บดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัด ความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับ
รอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้ปิดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการบดทับ
ดังกล่าวข้างต้น
6.4.6 การบดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และบดทับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
ประกบกัน
ในการบดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับเที่ยวแรกให้ ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการปิดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหร่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การบดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้าง แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการปิดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่ เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
(2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
ในการบดทับรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้าบดทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้าง ของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบดทับขั้นต้น การบดทับให้แนวรอยต่อ ตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้ปิดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
แน่นตามที่กําาหนด
5.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้บดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการบดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การบดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบดทับที่ใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักบทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นหวงที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่ จะก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ การปิดทับให้เริ่มนาทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 35-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น ผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเต้นด้าน
จังหว
การส่วง
sutraukiatrzy tan กองบวง
แบบ ง
มารฐานงานแอสฟัลคอน รัต (Asphalt Concrete
เขียนจบ
doรป ก
aom
Ann
729
เห็น อบ
นายรส ปานมณี วอนายช่างเขียนแบบ
निर्य
لية كيم
el
( น อ ง บ า ง )
สป ก
( นาย อนันดากรณ์
วิศวกรโยธา
านาจการ
( นาย
า น สด) วิศวกร ชรา านาญการพิเศษ
(นาย ยงไกร บุญช่วย) หัวหน้านาย า ว และ อกแบบ
( นาย ชัย หรือ มิ
ดุ า ว ท ก ร่าง
Cli
ทม)
นร รองปลัด งการ: นาง จังหวัด ชณุโลก
เน่นชอบ
(นาย ใบ)
ป ล ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัต
( นายมนตรัย ธนา นายกองค์การ จาก วนจังหวัดพิษณุโลก
War
Car o
12 14
สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อรถบดในการบดทับ ให้พิจารณาจาก
ผลการทําแปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบดทับโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบอด้านค่าต่ําโดยเมื่อบดหับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้านต่ํา
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบ สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ระยะเต้น ของล้อรถ ดด้านต่า
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากปิดทับตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการพูดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้าย ของการบิดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การบดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการปิดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การบดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การบดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยให้บดทับตามหลังการบดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่ กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การบดทับชั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบด ที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อเหล็ก รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.4.9 การปิดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแต่ปิดทับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถนดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การปิดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การปิดทับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ใช้ล้อตาม (Tilter Wheel) เดินหน้า โดยให้บดทับตามหลังเครื่องปู โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องปูจะปู ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปูลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมี ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดทับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดค้านต่ํา
(2) การบดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบครับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Bell Mouth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
ก. การปิดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
อีงบดทับขนานกับขอบทางโค้ง
ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงปิดทับขนานกับขอบทางโค้ง
7. การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ มี ลักษณะผิว และลักษณะการปิดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Ton) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
เห็นสมควร
7.2 ความเรียบที่ผิว (Surface Tolerance)
วน
ลงทง
แบน A
มาตรฐานงานแส ลานก
เขียนแบบ
สถาปนิก
วิศวกร
Aona
Att
FA
เน่นชอบ
(Aphelt Concrete)
4 นาย ก ปาน)
ร่วยนายช่าง อบ
( น ท า ง )
(นา มั่ว
นิพรณ์
-am โอรา หาญก
( นายสด UANG)
จวกรโยธา
านาญการพิเศษ
( นายเกรียง กร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
น า ย ห น้ บ้านวยการกอง N
CA
นางสา ทอง) รองป ดรงค์การบริหาน หวัดพิษณุโ เปนชอบ
( บาย ไชยม
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
อนุมัติ
( นายมน
งัย วีรนาม ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
113 141
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนผิวของขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉาก และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
เรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
7.3 ความแน่น (Density)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม บทช.(ท)507: มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนาม
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและ
วิธีการที่ก้าหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม บทช.(ท)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟิลด์คอนกรีตที่ดําาเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บด
อัดทําก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก้อนตัวอย่าง ตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4.8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความแน่นตาม บทช.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
สําหรับชั้นผิวทางชั้นของผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
สําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้ เปรียบเทียบประจําวัน ตามลําดับ
8. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่
ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
9. หนังสืออ้างอิง
9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทล.บ.408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Hot-Mix Asphalt)” 9.2 American Society Of Testing Meterials Astm. Standard D-1559
9.3 The Asphalt institute “Mix Design Method. For Asphalt Concrete And The Hot Mix
Types” Manual Series No.2 (Ms-2)
เขียนแบบ
Ban
กองบาง
แบบลดง
รายงานแ ส ต รอบก (Asphalt Concrete)
( นายพีระ ม
นายศิรพงษ์ นา
gon otome
Arata
เพชร นันสรณ์)
กรโย า าหร
นายสราวุธ แรม
วก โ า านาญการ ศษ
R224
( นายยง ก
น้าหน่าย และออกแบบ
เห็นชอบ
นายชัย หอไป)
ชานวยการกอง
ผู้
Cl
(NIT ทอง) รอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ส้นรอบ
มัน
(นายภัทร ใน ม
ป ต ง ก ห วนจังหวัดพิษณุโลก
O
CALS
- นาย น ไย 3 รา
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
KULIN
tv
14 12
สิ้นสุดเบสสร้าง
งานก่อสร้าง ช่วงหน้า
งานก่อสร้างข้างหน้า
โปรดระมัดระวัง ขนาดบ้าย 0.90x1.80 เมตร
wadza dowleries Ta
กอง พ
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
ป้ายเตือนงานก่อสร้าง
- เมต
ความเร็ว
ลดความเร็ว
ขนาด าย 0.90x1.80 เมตร
เขียนแบบ
50.00 เมต
จุดสิ้นสุดโครงการฯ
ป้ายเตือนลดความเร็ว
พื้นที่ก่อสร้าง
พื้นที่ก่อสร้าง
ความร่ว
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
นาง หน้า
โปรดจะระ
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง ขนาดป้าย 0.45x1.80 เมตร
ป้ายสินสดเขตก่อสร้าง
หมายเหตุ
ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน - แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา
ตามสภาพทาง - ระยะการติดตั้งป้ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
- ติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
ขนาดและข้อความบนป้าย อาจคลาดเคลื่อนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. ข้อความในแบบเป็นเพียงตัวอย่างแนะนําเท่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
จุดเริ่มต้นโครงการฯ
โครงเคร่าไม้
สิ้นสุดก่อสร้าง
แผ่นป้ายไม้อัดหรือแผ่นไวนิล
หรือแผ่นเหล็ก
เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
สถาป
Brons
แบบแสดง
ป้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
( ระก ปานมณี
Y
ยมวยอ่านเนียมแบบ
Fr (นายพีรพงษ์ ฟัง
ส ประปา
นาย ร พร คละโชรา านาญการ
ATA
VATE ANT) ละวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นาย ยงไกร บุญ
28 ) หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
( น
ยุ านวน
ห อ
กด N
)
เห็นชอบ
( นาง
สุรวดทอง)
รองปต์ องค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก เนบ
- ระดับดินเดินทั่วไป
อนุมัติ
: นาย พร อม
ป ต ง การา ยางส่วนจังหวัดพิษณุโลก
29
Ce
4 นายมน พ น ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
untitled
W CAN
ให้ทาง
A
ประเภทป้ายบังคับ (1)
:
1-1
U-2
2
U-3
3
14
1-5
U-7
U-a
1-9
1-10
U-11
U-12
ประเภทป้ายบังคับ (1)
ดับที กด องพย
MA ให้ทาง
ให้รถสวนทางมาอย mแข่ง
พ
รหัส
ลําดับที่ เครื่องหมาย
V-T
1-10 ทางโ ลาง
1-2
11-20 ทาง กลาง
ประเภทป้ายเตือน (ต.)
รหัส
A-1 CN 6-10
-11 FN-20
11-3
21
วง นาจหน้
-21
1-4
22 ทางเคนทีสองด้าน
A-22
U-5
23 ทางคนคายบ
P-23
ton
คลับรถไปทางวา
U-B
24
ทางคะคานควา
R-24
ยงด่าง
ทานกลับรถไปทาง
U-7
25
ท่านค
4-25
ทาม ยวข่าย
U-8
26
ช่องจราจร จ าน
-25
U-13
U-14
ม-15
477
U-
B-17
13-18
U-
4-20
U-21
U-22
U-23
U-24
พานเลยขวา
27 ยงจราจร หลาน
A-27
10
บ้านเปลี่ยน อน น ไป ฝ่าย
11-10
พยุค
1
50
21
11
พาน ทางสวา
28 ทางข้ามรถไฟไม่มีเครื่องกั้นทาง
แบบแสดง
#-28
U-11
29
ทารถให อง ทาง
เครื่อง
A-20
2.5A.
ก
2.5ม.
12
ทํามนิยม วาหรือการด
U-12
30 ภาพ า น พ ค าง
C-30
แมว
จ
.
RIL
13
หา ย า ห า บร
V-LI
31
ทา คบ
R-31
ประเภท า จราจรปังคับ บ้านเรือน
14
1-25
U-26
U-27
Lf-28
V-20
14-30
U-31
U-32
V-33
U-34
U-35
U-38
15
รถยน สามรถบรร
น-14
32 ทางสา
R-32
และ นํ้า แนะน่า
V-15
115
ทานลาดชัน
A-33
16
มา ก
34
ทางจาด
บ
8-34
เขียนแบบ
17
การลง
V-17
35
ลงรถกระโดด
R-35
18
ห้ามรถยนต์สา
U-16
36
ผิวทาร
-30
19
หามะล่าม
น-ท
37
ทาง นอง
( นายจีระศักดิ์ ปานมณี)
2-37
พ
1-37
1-38
U-39
11-40
U-4?
U-42
1-43
N-44
บ-45
U-46
U-47
บ-48
20
ห้ามรถจักรยาน
11-20
Ja
ການ
ยนา ช่างรี แบบ
R-38
21
สามกอ ยกเบ
1-21
39 ผิวทางรวน
R-38
22
ทํานา ยนต์ที่ใช้ในการเตร
U-zz
40 วังทีบร่าง
R-40
23
ท้ายน
U-23
41 พานเปิดได้
24
พรมรถจักรยานยน
และ รถยนต์
1-24
42-43 ให้เป ชนช่องจราจ
A-41 R-42 GN -43
U-49
U-50
3-51
U-52
U-53
U-54
U-55
25
ท้า ยาน รถสามล้อ
1-25
44
มาทางบาย
( นาย รพ : )
A:
ประเภทปายเดือน (๒)
และ น นลาก ป
26
มรดกราย และ
U-24
บ านลด
48
६
X
27
บ้านเชียง
U-27
28
ขายคน
1-24
29
ทายจอดรถ
V-20
52
30
หามาลง
พวก
1-30
$3
R-1
A-2
J-4
7-5
G-8
R-9
A-10
1-11
A-12
31
หยุดคว
1-31
36
Y
32
จ่าควา
V-32
59
45 าทางพลิก
48-47 พ
บางคู่ หน้า บสุดทาง 30-31 จุดกลับรถ
ทางค้น สองทาง สัญญาณจราจร
พยุค วงพม่า ให้ทางยางหนา
A-45 G-40 HI A-47
Arans
P-48
A-49
-30 k -31
4.
นักร
วิศวกร โนรา นา
A-52
A-33
สาคร
A-54
#-$5
33
หมวดหนักเกิน าหนด
U-33
56
ระวังดบวม บน
A-56
34
เรามาก กราม น าหนด
U-34
วิศวกรโยธา - ว - พิเศษ
35
A-13
R-14
A-15
A-16
A-17
F-38
พบสูง ย าหนด
57
โรงเรียนระวิง ก
A-57
L-35
R-19
-21
A-22
A-23
R-24
36
มรอเวคินวทา
58
วังสว
A-58
U-38
37
LIERG
H
ให้เห็นรถทางเดียวไปข้างหน้า
59
ระวังส อ น นา
A-59
V-37
42.5ม.
2.5ม
38
ทางดินรถทางเดียวไปหาชาย
60
50 ระวังนครบ
R-40
1-38
39
ทางนรก า วไปทางควา
81
ลพ แข่ง
A-61
U-30
40
ใน บ้าน
62-73 เ บ บ ท ง หา
(นาย - กร บุญราช } หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
R-82 04 -73
@-25
R-25
A-27
A-28
A-20
A-30
6-31
R-32
A-33
A-34
A-35
41
ให้กลา
1-40
24
ส นต้นไป
R-74
วง
42
43
ใหัดี่ยวบ้า
ให้ไปทาง หรือ ทางขวา
1-45
75
ชายค
R-75
1-42
76
ป้ายเตือนควา
ว
A-70
2-43
44
ให้เว็บขา
77
พลาควา
0-77
45
ให้เลี้ยวก้านหงิด เดี่ยวควา
44
- ปายแมลงท
R-78
R-37
4-38
R-39
AC
C-41
A-42
P-43
0-44
A-45
R-46
R-47
A-48
46
ให้งงไปหรอ เดี่ยว พ
1-45
( นาย ชัย หล่อนิมิต) อ้าา ท ก ร่า
R-49
แสง
Ր
R-A0
47
ให้ตรงไปหวีด ยา
148
รายการประกอบแบบ
เมธ บ
ด
U-47
48
บ
U-48
T
49
งง บ ด ร า ง
V-4g - แผ่นป้ายสะท้อนสาหรับป้ายบังคับและป้ายเตือน
โดม มอก. 606 มประสิท การสะท้อนแสง บนที 1
50
03 บวด
บ
@-51
-52
#-53
A-54
A-55
A-56
R-57
A-58
P-59
51
R-80
องเดิม กรานยน
1-50
น-51
52
- นวดจักรยาน
<
U-52
KKK E
13
เกราะหน
54
ให้ใช้ความร่ว
U1-53
U-54
55
สุดบังคับ
U-55
8-61
R-82
R-63
Я-64
A-65
A-65
-67
ก ม ปาย .–28 2-3 และ 4-61 ถึง -23 ให้ใช้สัมประการสะท้อนแสงแบบที
- ขนาดป้ายจราจรสําหรับถนนขนมไทยทั่วไปให้ใช้ขนาดที่ 2
บอกจากระบุเปนอล่วงจีนในแบบบร่า - ปาย 6-7 และ 0-75 ชนะ ป่วยและข้อความปรับเปลี่ยน
ได้ตามความเหมาะสม
( นางสาวสุรางค์ทอง ) รองปลัด การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
it:
A-68
A-89
30 ลม/ม.
R-78
เกมสน
ควน
A-77
9-70
ใช้เกียร์ต่ําา
UTE LOW DEAN
A-71
A-72
A-73
9-74
-75
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
(นาย า ใหม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
โด
(นายมนต์ชัย ธน นายกองค์การ หารส่วนจังหวัด :บ 0.60 0.60 1.50 до ห -0.80- เจาะรู ห า ย 3/8" ใช้จํานวน 2 ตัว แดง ป้ายแปดเหลี่ยมด้านเท่า เจาะรูใส่ กกน 3/8" ไร่ มวน 2 ตัว สา ป้ายวงกลม โร NOTH ·050- ให้ทาง การ กท 5/ ร้านวน 2 ตัว คง ร มาตรฐานเครื่องหมายควบคุมการจราจร การติดตั้งป้ายบังคับและป้ายเตื่อน go -0.50 ป้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า „19752 landmandeıca 3/185 ใช้บน 2 ตัว หวด น า นงาน จะ ทําหนดได้ ให้ วาแทน รอง -Pr,ทอร์ฟิล์ม อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน 40 va ม ก น เ งานไม่สามารถ เจล ระยะ ทําหนดไ ให้ความสง -เกาะไหม อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน Aira ว ระดับ : : N Ranal $1.20 0.56 ONVAL เพลง ระดับขอบ วาง 0.25- Bu ใหล่ทางหรือ บาย -1.80 เฟคชุมชน ทาม CITY LIMIT REDUCE SPEED เจาะรูไล่สายส ให้นํานวน 4 ตัว T 0.90 ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1.23 บัน เจาะรูใส่ ก ย 5/8" ทวน 4 ว างหา ACCIDENT AHEAD, ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า 0.60 1.50 A กก รีย นา บริเวณ วนป้ายให้เห็นน (ngrutuza) 0.25 0,56 SLA HE โท กง าท น า นงานไม่สามารถ P ระยะ หน อยุในดุลพินิจรอง ควบคุมงาน แบบแสดง เพราฐาน ราง ประเภท ายาราช ม ปาย t และ ป่านนะป่า ในทางis อบต.บ ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมตั้งขึ้น -1.80- ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า -1.20- 0.80 I ใช้ยา USE LOW CEAR „svrugliaẩmallup 3/8" ใช้ ชวน 4 ตัว ละ 3/8 ใ านวน 4 ว ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า *3,50 1 ชนิดและขนาดเสาป้ายจราจร -หล็กปิด สา หนา 2.3 มม -เสาหลัก 95x95x2.3 WH เสาป้ายเหล็ก ขนาด 35x95x2.3 มม โดยทาสีรองพื้นด้วยสีกันสนิม เตาบ่าย ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ทับหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทา น่าน และกอ สสันสะท้อนแสง เกรด าหรับงานจราจรตามแบบ ส่วนบนสุดของสาเหล็กให้ปิดด้วยแผ่นเหล็กหนา 2.3 มม. เชื่อมปิดโดยรอบ) ทาสี ว REAL TE ข้อกําหนด - ລັດແລະຝ່າຍ
10.80
-กรณีใช้เสาป้ายเหล็กให้ดูรูปขยาย
1.1 โดยทั่วไป ป้ายบังคับมีรูปร่างแผ่นกลมโดยมีเครื่องหมาย
สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรเป็นสีดําอยู่บนพื้นป้ายสีขาว เส้นขอบป้ายและดกลางเป็นสีแดง นอกจาก
1.1.1 ป้ายหยุด (STOP SION) เป็นรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่า ตัวอักษรสีขาวบนพื้นป่ายสีแดงขอบป้ายสีขาว
1.1.2 ป้ายให้ทาง (GIVEWAY SIGN) เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
มุมลง ตัวอักษรสีดา ชอบป้ายสีแดง
1.1.3 ป้ายห้ามจอดรถและป้ายห้ามหยุดรถ เป็นรูปแผ่นกลม
พื้นป่ายสีน้ําเงิน เส้นขอบป้ายและปิดกลางสีแดง 1.1.4 ป้ายสุดเขตบังคับ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป่ายสีขาว
ไม่มีเส้นขอบป้าย แต่มีขีดสีดําจํานวน 7 ปิด ทํามุม 45 กับแนวระดับ จากทางขวาของป้ายมาทางซ้ายของป่าย
1.2 นายเดือน โดยทั่วไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตรัสตั้งมุมขึ้น
โดยมีเครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรสีดํา พื้นป่ายสีเหลือง 2. ส่วนประกอบแผ่นป้ายประกอบด้วย
man
ŹWINT
14
เห็นชอบ
( น ร ปานี)
ร่วยนายช่าง อบแบบ A
( นาย พงษ์ ปากพิง }
( นาย ธนันทา) วรโช านาญการ
บาง ผ วิศวง ตรา านาญการ ร
นาย ยง
o
บุญย)
กด ผ่าน ทวาร แบบ
(นาย ย ห
อ่านวล กรงข่วง
T
0.45
เจาะรู หลักกยอ 3/8"
ในวน 2 ตัว
เชต
.
30
ห้ามแรง
0.75
กุม
เจาะรู
สลักเพ้ 3/ จ่านวน 2 ตัว
2
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ป้ายสี่เหลี่ยมหน้าจั่ว
0.30x0.30
นา เพลทเหล็กหนา 6 มม. ขนาด 0.20x0.20 ม
รูปขยาย A
a
ษา ร่า -พุทเหล็กหรือชุดตะกั่วน ไม่น้อยกว่า 1/2 จํานวน 4 ตัว
พื้นคอนกรีตเดิมต้องมีพื้นที่ กว้างไม่น้อยกว่า 1.00x1,00 ม และหนาไม่น้อยกว่า 0.10 ซม. แบบการติดตั้งบนพื้น คสล เดิม
2.1 แผ่นเหล็กอาบสังกะสี ความหนาไม่น้อยกว่า 1.20 มม
(นารท) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
2.2 สีพื้นป้าย สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง
เห็นชอบ
เกรดสําหรับงานจราจร
เครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร และเส้นขอบป้าย ใช้สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง หรือทีมแสง
(una. Tusse)
ปอง การบริหารส่วนจังหน้า โ
(ตามชนิดของป้าย) เกรดส่าหรับงานจราจร
อนุมั
หมายเหตุ ขนาดของเสาเหล็ก 95x95 มม. หนา 2.3 มม. เกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนยอมให้ 4 1.5 มม
*หมายเหตุ :, เส้นขอบป้าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความ บนป้ายใช้สติกเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือทึบแสง (ตามชนิดของป่า) เกรดสําหรับงานจราจร มอก. 606-2553 - นายใช้ สติกเกอร์สีม่วง เกรดสําหรับงานจราจร มอก 606-2583
- เสาป้าย: ทาสีกันสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว หันหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เลากรน้ํามันสี และติดสติกเกอร์สีส้มสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจรตามแบบ
สําหรับด้านหลังแผ่นป้ายพ่นสีรองพื้น กันสนิมสีเทา ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ - ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําป้ายให้
ก่อนนําไปติดตั้ง ณ สถานที่ ที่ อบจ พล กําหนดไว้
(นาน มาส องค์การบริหาร จังหวัดกับ
นาน)
0.30 0.40
0.20
เคาท่อเหล็ก
0.40
0.40
รูปตัด
NOT TO SCALE
บ
0.40 0.30
0.20
ก
VARIES
RB9 R912
2.40
0.10
0,50
0.50
0.50
Arra
เสาทอน ก 100 น
โคมไฟกระพริบ
แบบขยาย
สา
แถบ กล สะท้อนแสง ม
เวก พรับงานจาร ม0606-2553
กว้าง 10 ซม คิดโดยรอบสา
ระดับ ห
ເຈົ້າ
SIDE SLORE
คันทวง
VARIES
รูปด้านหน้า
แสดงการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบ ร่วมกับป้ายบังคับหรือป้ายเตือน (เสาเหล็ก)
4-RB12
[ !
เราท่อเหล็ก
Ø 100 มม
J-BOLT 4-#16×300 mm.
100 มม
แปลน
แบบขยายฐานราก ไม่แสดงมาตรสวย
0.05
0.75
นนน่นด้วยน้
ต
พร้อมแหวนรอง
0.30
0.20
RB12
คนลด 1:24
RB12
รูปตัด
พรายพบ
0.40
เร่งมาก ควน
ค
3-RB9
ช
2.40
0.50
0.50
0.50
โคมไฟกระพริบ และแผนรบสงอาทิตย์
แบ ขาย
สี
เด่น ก #100 HAL
vitra นาน
กองพ
แบบแสดง
แยกมาตรฐาน สัญญาณไฟกระเบ (พลังงานแสงอาทิตย์
ກ່າ
แถบสกอร์สะท้อนแสง สีส้ม
เขียนแบบ
เลค รห บงานจะ ม 606-2553 กว้าง 10 ซม ติดโดยรอบสว
( นายจีระ
ปาน)
สีขาว
ทายนาย าร ร
Bonjon
9 ระดับขอบผิวทาง
Aar
( นาย
อ ง บ ง ) สถาปนิกปฏิ
วิ
Bona
นาย ว จ น หรณ์)
วิศวกรโยธาราบาร
นาย ว ย พล
รูปด้านข้าง
วิศวกร ย า าา ร
เสมา ส่วน
PA
คร
{ useriesies yoYIN ) หัวหน้านาย ว และ แบบ
-BASE PLATE
300x300x20 mm.
หรือ 300x300x10 mm. 2 นอน
แผง ซน แสงอาทิต (มุมบแสงปรับการความเหมาะสม)
โคมไฟ สะสมหลอด LED
U-SHAPE
STANLESS STEEL
OR T-ROO
เห็น บ
( มา หล่อ bk)
Ds)
L กระทง"
รักษ
นา
( น ร ? elit Thb )
รอง องค์การส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เปนชอบ
4-R812
·REFLECTIVE SHEETING
แบบขยาย "" ไม่เสจมาพราวน
นาย ท ในคน) กองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
( นาย น ย ล น ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโล
ตราสัญลักษณ์ อบกล 25 ม
F–
2.40-
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
โทร 0 5598 7718-20 ต่อ 304
โครงการ
4 ปริมาณงาน..
6 ผู้รับจ้าง…
ที่อยู่
ระยะเวลาดําเนินการ เริ่มสัญญา………………..
7 ค่าก่อสร้าง
1.20
(6)
(3)
ผู้ควบคุมงาน 1.
BAT
เฟล!!
súvaházakerlinPessstan ANN
แบบ สดง
ปานเสานกับก่อง
โทรศัพท์….
สิ้นสุดสัญญาวันที…… รวมระยะเวลาก่อสร้าง…………………….วัน
I
บาท
muua…..
โทรศัพท์
ตําแหน่ง……..
โทรศัพน์ ……
เขียนแบบ
( หยก ปาน) ช่วยนายว่างร้อนแบบ
สม ก
นพ
บ ล ง )
4 กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
เสาไม้หรือหลักทั่วไปที่แข็งแรงและป้องกันแผ่นลม ติดตั้งในบริเวณ เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
2care
3A:กรุ
สถาร กร การ
( นคร
ค่าวงโยธา นพการ
(นายธ วิวกรโยธา นายการุ
นายยง 4 )
หิวจน่าน
นิว น้ าย ชวนคอกแบบ
¡
( นายสุชัย หล่อน)
ช่าง mm กอง ง
เห็นชอบ
ลักษณะป้าย
L
แผ่นลาย นม ทั่วไป ขาย 1,202.40 ม. ทาสีพื้น หลากสี เงิน อักษร กาว หริ ในไวนิล ขนาด 2.20-2.40 ม. ยืดกับโครงเคร่าไม่ให้แข็งแรง การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณรัศมีของโครงการที่ดําเนินการ ประชาชนสัญจร - มา มองเห็นได้ชั ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเนินการจัดทํา และติดตั้งแผ่นป้ายภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาง
นางสาว สุร} รองดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ชมโค
เห็นชอบ
- แผ่นป้าย ระหว่างเนินการก่อสร้าง สภาพคงทน ระยะเวลาการก่อสร้าง
( นาย น
รายละเอียดแผ่นป้าย
เนป่าเป็นแผ่นไม้อัดทั่วไปทาสีรองพื้น รอบ กะตัวอักษรสี: เรียน ไวน์ บราว่าไม่ให้แข็งแรง โยงชิดในคน แรง ขนาดไม่น้อยกว่า 1,20x240
2. การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณ - รัศมีของโครงการที่ดําเนินการและประชาชนสัญจรไป-มามองเห็นชัดเจน
3. ดวงตรา ตัวหน้ส สีชา ขมวดตามแบบก้านด
1 ดวงตราสัญลักษณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
8. 3 ประและชนิดของพึ่งก่อสร้าง
11. 6 ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
5.2 ชื่อสวนราชการของโครงการและเบอร์โทรศัพท์
- (4) ระบุข้อความ “กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
- 4 ปริมาณงานก่อสร้าง จํานวนหน่วยที่เป็นการ
- 40 OR Code ขนาด 0.15 x 0.15
- (5) ซึ่งผู้รับจ้าง ที่อยู่ และหมายและโทรศัพท์
ระยะเวลาเริ่มต้น และระยะเวลาสิ้นสุด รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น
10. 4 วงเงินคอสร้าง
IC.
เน : สร้าง…….
–………. Un
มูลค่างานจ้างไม่ถึง สามแสนบาทไม่ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ แต่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ
มูลค่างานจ้างดั่งสามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง งานทาง คลองหรือลําน้ําให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดงานก่อสร้าง มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทก่อสร้างปรับปรุง อาคาร ให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดดําเนินการก่อสร้าง : จุด
หมายเหตุ 1. ขนาดตัวอักษร ข้อความ ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
2. ข้อความสัญลักษณ์ รายละเอียดตัวอักษร QR Code จะกําหนดระหว่างดําเนินการ
་
ช
ป ตรง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
(นาคน นา
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ALLP
เขตห้ามแซงจาก 4 ถึงจุด
d.a’ =
b,b* =
ตามทิศ แสง
จุดนิ่ม ห้ามแข่ง
- หมายเหตุ : เห้ามแซงในทิศทางตรงข้าม
เขตแรงจากจุด 4 ถึง 6
ตามทิศที่แสดง
สําหรับสีตีเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งราบ
ทนสุดขตห้ามแข่ง
อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทาง
ไม่แสดง ชราส่วน
หมดลง เขตท่าแห่ง สาด
ด
3 ถึง 5
ตามทิศที่แสดง
150.00 BOTT
b
PROFILE
แนวมอง.
-PAVEMENT PROFILE
เขตห้ามแสงจาก 4 ถึง 6.50 ตามที ที่แสดง
เสส ห้ามแซง (เหมือง
.cแถบ (เมลอง)
TC-9 ทิศทางจากร
1Saq ena
0.0 จุดเริ่มเขตห้ามแข่ง
6.5" - จุดสิ้นสุดเขตห้ามแซง
bb"
หมายเหตุ : เขาห้ามแซงในทิศทางตรงข้าม
อาจจะคาบเกี่ยวกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวทา
PLAN
สําหรับตีเส้นแนวศูนย์กลาง เขตห้ามแซงในแนวโค้งดิ่ง ไม่แสดงมาตราส่วน
รายการประกอบแบบ
- มิติต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตรบอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
- เส้นแบ่งทางจราจร ใช้เส้นสีเหลือง สีเส้นทีงกลางผ้าจราจรตลอดแนว
2.1 เส้นประเป็นเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรบนสายทาง 2 ช่องจราจร
ในบริเวณที่ยอมให้รถแข่งขึ้นหน้ากันได้สองทิศทาง
เว้นช้าง
ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเล่นประกาหนดไว้ดังนี้ - 3
ทางหลวงนอกแดดชุมชน เส้นยาว 3 ม. เม อง 3 ม ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เว้นช่อง 3 ม.
2.2 เส้นทับเดี่ยว เป็นเส้นทับสีเหลือง ใช้เป็นพื้นแบ่งทิศทางจราจรในบริเวณ
ที่ตามองสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก ห้ามรถเปลี่ยนช่องจราจรความยาวเกินต้องไม่น้อยกว่า 24 ม.
2.3 เส้นประตูกับเส้นทับ เป็นเส้นสีเหลืองกับ คู่ขนานไปกับเส้นประสีเหลือโดยเส้นทั้งสอง ห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นทับคู่กับเส้นประเด็นเส้นทิศทางจราจร ในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจากทิศทางหนึ่งแสง เซยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้ ด้าน ห้ามแสงใส่
นทีบ ส่วนด้านที่ยนให้แสงใช้เป็นประ
2.4 เส้นทีน เป็นเส้นท้ายแห่งและเป็นเส้นแบ่งทิศทางหลายช่องจราจร ไม่มีเกาะกลาง 2.5 การสนามแข่ง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของ ควบคุมงานก่อสร้าง
2.6 กรณีที่วจราจรกว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 30 เมตร
ก่อนถึงบริเวณ งกล่าวและภายในโด่ง
นิดมีค่ากว่า 300 เมตร, ระยะ 30 เมตร ก่อนถึงป่า ยุคและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง - เส้นขอบทาง ให้เล่นเสียว ทั้ง 2 ข้าง ตลอดแนว
- ทานนผิวจราจรที่มีผิวเรียบทั้งหมด (เคปซิล, แอสฟัลติกคอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก )
ให้ใช้สีเทอมพลาสติก ตาม มอก. 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม. - กรณีที่ผิวจราจรและไหล่ทางเป็นผิวทางชนิดเดียวกันหรือไม่มีไหล่ทาง
ให้ดีเส้นแสดงขอบทางทั้งสองข้างตลอดสาย - การเส้นขอบทาง บริเวณโค้งขันราย ในช่วง Pc set (แบบขยาย 1 ถนนสายใดที่จะเดิน
บทบดังกล่าว ผู้ควบคุมงานจะเป็นถ่านด
7 ความกว้างเส้นทางตารางที่ 2 ตามที่ทําหนดไว้ในแบบก่อสร่าง
ເພື່ອນນ
somnian
Defermazémať Te
กอง
จอช
แบบแสดง
แบบมา งาน เรื่อง มาย วง (เต็ม)
( นายจีระศักดิ์ ปานม ) ผู้ร่วยนายร่าน บนแบบ
As
4 นายพีรพงษ์ คีบปากฟัง ) soninthe
am
RE
Traanm
นาย ธนิน)
ควร โคราชานานุภา
นายสรา แสง} วกรโยธา านาญการ ศษ
ตารางที่ 2 แสดงความกว้างของเส้นจราจร
หมวก จราจ
(PCU/วัน
ความกว้างและ การ สอง ทาง (เมตร)
6.00 6.50
7.00
แนะน่า
ความกว้างของ มจร (เทนโจมต
( นาย ยง ร ย
หัวหน่าว สํารวจและออกแบบ
นอลเท่า 2,000
10
10
10
Thermoplastic
พาท 2,000
15
15
15 Thermoplastic
หมายเหตุ
€
9.00
3.00
กรณี า น ขนางหลายขนาดในสายทางเดียวกัน ให้เลือกใช้ขนาดความกว้างช่วงที่มีระยะทางรวมมากที่สุดเป็นมาณพิจารณา
1 นาย บ ห 20 )
H ไวยการกองข่าง
เป็นรอบ
1 เส้นประเดี่ยว
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
เสนแบ่งทิศทางจราจร
กรณี: บอกเวดชุมชน
3,00 9.00 Loo
กรณี: ในเขตชุมชน
TP TEA
ตารางที่ 1 ระยะแซงน้อยที่สุด
อร th,เปอร้อนไต ความร่ว
ระยะแซงน้อยที่สุด
XPH.)
{METER)
40
140
50
160
50
190
70
210
BO
245
Q
200
100
320
170
355
120
395
TOOT
2. เส้นทินเดี่ยว
3. เส้นประคู่กับเส้นทบ
3.00
4. เส้นทับคู่
3) เส้นขอบทาง
2
3.00
1.00
3.00
1.00
€
E
To.10-0.40
9.00
I 2.00 f
9.00
3.00
E
10-040
-ชวน วงรวร
RT ลา
-เส้นขอบทาง
หมายเหตุ
คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
รองปลัดองค์การบริหาร จั ท พิษณุโลก
เห็นขอบ
ย
นาน ทร ในม ปลัดองค์การ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นายมน น น ช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
rinari
Inama
- ประ เส้น 1 2 ระยะ 2 ม
เส้นลุงสาม
เส้นแบ่งทิศทาง ราจร ท
(180 3. M
เมทน
นจบมาพ่าย
-10%
พ
บ้า หยุด
เห็นด
ไหล่ทาง
O น
เล่มที
0.30-0.89
โหลทร
เส้นทางไม่น้อยกว่า 24 3
ไฟ ทาง
การตีเส้นจราจรทางแยก
(ทางสาธารณะ)
เบา ทาง
ส้นแบ่งทิศทาง รวง เมือง
ส้นขอบทาง
บา
โทติ้งบ่าย -22
คนรับ
(150 M. MIN
เล่นที
น จบทาง
คว
(150 11.14N
10 11
ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ไม่ ลง
ใ ด ง าย ค-25
19024
ไหล่ลง
-เสีย บทาง ลาว
ทีน เหมื
A
(150 MIN)
-ส้นแบ่ง ควา
จราจร รอง
(150 3), MOY
เล่นชอบทาสี ว
} 154 ม.
ท ทาง ให้ส่งท้าย -25
การตีเส้นจราจรกรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ไม่แ ดงนารา วาน
รายการประกอบแบบ
1.มิติทั้งหมด นเมตร ยกเว้นที่ระบุเป็นอย่างอื่น
2.เครี่องหมายจราจรบนผิวทางสําหรับผิวจราจรลาดยาง และผิวจราจรคอนกรีต จะเป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตาม มอก 542-2549 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม
ให้ลอง
-ไค ทาง
นอนกรง ช
สั่นแข่งที ทาง
เรา - ล ก เ กาน
หลง
-ผมประดี่ เส้น 1 ม. เว้นระยะ 2 ม.
การตีเส้นจราจรทางเชื่อม (ทางเชื่อม เข้า - ออก เอกชน)
ส้นน่งทิศท จาง ให้
เนท
เบบฝึก
เ น อ ทาง บ
ไหล่ทาง
FOAL TA
ไหล่ทาง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
โสดมาตร ว
เขียนแบบ
สถาปนิก
บริษ
กอง ฝ่ายค้าน ดน
แบบแสดง
แบบมาตรฐาน เครื่อง
( นา
( นายจีระศักดิ์ ปาน
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
นาย
พง
สถาปนิก การ
aans
( นาย อนันตาภรณ์ )
Alan
วิศวกในรา นา กร
สารโยยา าน าชการ เศษ
พง
(นายก องไทย บุญ) หัวหน้าฝ่ายสาว แบบ
Res
เห็น อบ
นาย ช ะ 0 )
TN
Old
นางสวาง) รองปลัดองค์กร ะ พ ร พ
e
( นาย ท ม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เส้นแบ่งพิลลา
จราจร
เพลง
เห็น บ
-ไหล่ทาง
เส้นขอบทางบวก
เล่น บน
ZA 1.OH
ไล่ทาง
อนุบั
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
หมายเหตุ
ไม่เสดงมาคราวน
คัดลอก อ้างอิง จากแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท. โดยกรมทางหลวงชนบท
4 นายมน ย น นา นายกองค์การบริหารส่วนจัง พิษณุโล
4 ท
A
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา 3. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างที่
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ 4. ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
กองข่วง
แบบแสดง
ตามกฎกระทรวง
เขียนแบบ
(นายจีระ ปานมณี
ช่วยนายช่าง แบบ
สตาปลด
aaone
Pan
ยาง
เห็นรอบ
(นาราม บ ก ง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
( พรมิว! จ น
ชวกร โต ร า า mrt
ควร โบรา มาญการพิเศษ
นายก ง ร บุญช่วย) หัวหน้าฝ่าย
รวดcbarus
( นาย mini
mกลง พง
)
รองปลัด ก ห านวัดพิชโ เห็นชอบ
( นาย ปาล ทบ ท
ไม
จังหวัดพิษณุโลก
2 ar
นายมน ท น์ ปาณ นร องค์การบริหาร า พ ด . lon
Mirag
So Close u
:
:
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ - ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆ ในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ทําการก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ. 2554 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คนพร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
- วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2565 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ.2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานฯ ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาวิศวกร เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ.2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานฯประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
- เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ - การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมจากผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น - รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน
ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป - ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
dunkin
aaaa
กองข่าง
แบบส
หน้าที่ และข้อปฏิบัติ ของผู้รับจ้างระหว่าง เนินการ มกัญญาจ้างก่อสร้างฯ
นาย ก )
นายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ กับ ทิง ) #animiters
(นายๆ ล นาน วิศวกร โคราช านาญ ras
A
na
( นายศราวุธ แสง วิศวกรโยอาข่ามาก
ง
(untinite.nz sjajnłats ) หัวหน้าฝาย ว แ
แบบ
DITT
เห็นชอบ
( นายชย์ หล่อน )
ชาน่วย กรงร่าง
Oll
บ า ย ง )
รองปลัดองค์การบริห านจังหน้า โลก
เห็นชอบ
นาท ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นาย น ย น
นาย องค์กรบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
A : a d