ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย พล.ถ.25-013 หมู่ที่ 8 บ้านประดา ตำบลบึงกอก เชื่อมต่อ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก (กองช่าง) (619 005)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างและปรับปรุงถนนสาย พล.ถ 25-013 ในเขตอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ให้เป็นถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนในการสัญจร ขอบเขตงานเริ่มตั้งแต่ กม.ที่ 0+000 ถึง 1+625 รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,625 เมตร ความกว้างผิวจราจร 6 เมตร
รายละเอียดการดำเนินงานแบ่งเป็นช่วง ได้แก่ ช่วง กม. 0+000 - 1+145 เป็นการปูแอสฟัลท์ทับผิวจราจรเดิม และช่วง กม. 1+145 - 1+625 มีการเสริมหินคลุกหนา 0.09 เมตร งานหลักประกอบด้วยการตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling) การทำชั้นรองพื้นทาง (Subbase) การราดยางไพรม์โค้ท (Prime Coat) และแทคโค้ท (Tack Coat) ก่อนดำเนินการปูผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหนา 4 เซนติเมตร
นอกจากงานวิศวกรรมทางหลวงแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้งเครื่องหมายจราจร ป้ายเตือน ป้ายบังคับ และป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ รวมถึงการตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตามมาตรฐาน มอก. 542 ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงในการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (MiT) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และใช้เหล็กในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าโครงการ
English summary
The Phitsanulok Provincial Administrative Organization is initiating an Asphaltic Concrete road construction project on route Pol.Thor. 25-013, located in Bueng Kok and Nikhom Phatthana Sub-districts, Bang Rakam District. The project covers a total distance of 1,625 meters with a width of 6 meters (from KM 0+000 to 1+625). The scope of work includes reshaping and leveling the existing road, constructing a subbase layer, applying Prime Coat and Tack Coat, and paving with a 4 cm thick Asphaltic Concrete surface. The project also involves installing traffic signs, warning signs, and thermoplastic road markings in compliance with TIS standards. Bidders are required to use at least 60% Thai-made materials and 90% domestic steel as per government procurement regulations.
สาย พล.ถ 25-013 หมู่ที่ 8 บ้านประดา ตำบลบึงกอก เชื่อมต่อ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอบางระกำ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตให้ได้มาตรฐาน
- เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมให้มีความสะดวกและรวดเร็ว
- เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในตำบลบึงกอกและตำบลนิคมพัฒนา
- เพื่อสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอบางระกำ
ขอบเขตของงาน
- งานสำรวจพื้นที่หน้างานและจัดทำแผนการดำเนินงานโดยละเอียด
- งานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling) ตามมาตรฐาน มทส. 219-2562
- งานชั้นรองพื้นทาง (Subbase) โดยใช้วัสดุตามมาตรฐาน มทส. 222-2552
- งานเสริมหินคลุกหนา 0.09 เมตร (เฉพาะช่วง กม. 1+145 - 1+625)
- งานราดยางไพรม์โค้ท (Prime Coat) และแทคโค้ท (Tack Coat) ตามมาตรฐาน มทส. 225 และ 227
- งานปูผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) หนา 4 เซนติเมตร
- งานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) และลูกแก้วสะท้อนแสงตามมาตรฐาน มอก.
- งานติดตั้งป้ายจราจร ป้ายบังคับ ป้ายเตือน และป้ายแนะนำตามแบบมาตรฐาน
- งานติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ (แบบชั่วคราวและแบบถาวร)
- งานจัดทำแบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) หลังเสร็จสิ้นโครงการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวจราจรลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 6 เมตร ยาว 1,625 เมตร ที่ผ่านการทดสอบความแน่น (Field Density Test)
- ป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจรครบถ้วนตามแบบแปลน
- เส้นจราจรเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง
- รายงานผลการทดสอบวัสดุจากห้องปฏิบัติการ (Marshall Test, Extraction Test ฯลฯ)
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (MiT) และแผนการใช้เหล็กในประเทศ
- แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) จำนวนตามที่สัญญากำหนด
- ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการแบบถาวร
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: ตามที่ระบุในสัญญาจ้าง (ไม่ได้ระบุจำนวนวันชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
- การส่งมอบงาน: แบ่งตามงวดงานที่กำหนดในสัญญา
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี (ตามมาตรฐานงานทาง อบจ.)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ไม่หมดอายุ) อย่างน้อย 1 คน
- ต้องมีช่างโยธาหรือช่างก่อสร้าง วุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส. อย่างน้อย 1 คน ประจำหน้างาน
- ต้องมีความสามารถในการจัดหาวัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (MiT) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ
- ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
- ต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่อยู่ในสภาพดี เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์ (Rated Capacity ไม่น้อยกว่า 60 ตัน/ชม.), เครื่องปู (Paver), รถบดล้อเหล็ก, รถบดล้อยาง และรถบดสั่นสะเทือน
- โรงงานผสมแอสฟัลต์ต้องมีระยะขนส่งถึงกึ่งกลางโครงการไม่เกิน 110 กิโลเมตร
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากราคาต่ำสุด (Price Competition) หรือ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพ (Price Performance) ตามระเบียบพัสดุ
- ความครบถ้วนของเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติทางเทคนิค
- แผนการดำเนินงานและแผนการใช้พัสดุภายในประเทศ (MiT)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต: ใช้ยาง AC 60-70 หรือ AC 40-50 ตามมาตรฐาน มอก. 851
- ความหนาผิวจราจร: 4 เซนติเมตร หลังบดทับ
- ความแน่นในสนาม (Field Density): ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความแน่นเฉลี่ยในห้องปฏิบัติการ (Marshall Method)
- วัสดุเทอร์โมพลาสติก: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 542 และลูกแก้วสะท้อนแสง มอก. 543
- งาน Prime Coat: ใช้อัตรา 0.5 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร
- งาน Tack Coat: ใช้อัตรา 0.1 - 0.3 ลิตรต่อตารางเมตร (กรณีใช้ RC-70)
- ความเรียบผิว: ตรวจสอบด้วยไม้บรรทัด 3 เมตร ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 6 มม. (แนวขวาง) และ 3 มม. (แนวขนาน)
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายตามงวดงานที่ระบุในสัญญาจ้าง
- ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า จะคิดค่าปรับรายวันตามอัตราที่ระบุในสัญญา (ปกติร้อยละ 0.10 ของวงเงินสัญญา)
- การใช้พัสดุในประเทศ: ต้องรายงานแผนการใช้พัสดุ MiT ภายใน 60 วันหลังลงนามสัญญา
- การทดสอบวัสดุ: ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้ใช้ยางแอสฟัลต์เกรดใด? ตอบ: ใช้เกรด AC 60-70 หรือ AC 40-50 ตามมาตรฐาน มอก. 851
- ถาม: ระยะทางรวมของโครงการคือเท่าใด? ตอบ: 1,625 เมตร (1.625 กิโลเมตร)
- ถาม: ความหนาของผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตกำหนดไว้เท่าใด? ตอบ: หนา 4 เซนติเมตร หลังบดทับ
- ถาม: ต้องมีวิศวกรประจำหน้างานหรือไม่? ตอบ: ต้องมีวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตควบคุมงานอย่างน้อย 1 คน
- ถาม: โรงงานผสมแอสฟัลต์ต้องอยู่ห่างจากโครงการไม่เกินเท่าใด? ตอบ: ไม่เกิน 110 กิโลเมตร จากกึ่งกลางโครงการ
- ถาม: มีการกำหนดสัดส่วนวัสดุในประเทศอย่างไร? ตอบ: ต้องใช้พัสดุผลิตในประเทศ (MiT) ไม่น้อยกว่า 60% และเหล็กในประเทศไม่น้อยกว่า 90%
- ถาม: งานตีเส้นจราจรใช้วัสดุประเภทใด? ตอบ: วัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงตามมาตรฐาน มอก. 542
- ถาม: หากพื้นที่ก่อสร้างติดอุปสรรค เช่น ต้นไม้ใหญ่ หรือเสาไฟฟ้า ต้องทำอย่างไร? ตอบ: ให้ผู้รับจ้างทำงานชดเชยโดยขยายความกว้างในจุดอื่นแทน และจัดทำ As-Built Drawing รายงานคณะกรรมการ
- ถาม: การทดสอบความแน่นในสนามต้องได้ค่าเท่าใด? ตอบ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 สำหรับผิวทางชั้นบน
- ถาม: ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการเมื่อใด? ตอบ: ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
หน้า…………
005
ขอ
องค์การป
าร
บริหาร สวนจิ
วนจัง
หวี
พิษณุ
โลก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กระทรวงมหาดไทย
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
Hair
24
สาย พล.อ 25-013 หมู่ที่ 8 บ้านประดา ตําบลบึงกอก เชื่อมต่อ ตําบลนิคมพัฒนา อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
โดยทําการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
กวาง 6.00 เมตร ยาว 1,625.00 เมตร
ช่วง กม.ที่ 0+000
1+625
36
ฝ่ายสารวจและออกแบบ
www.pogo.go.th
กองช่าง โทร 0 5598 7718
+
*
20 a 313
กองข่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Qhuumus:fix 6
แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สาย พล.ถ 25–013 หมู่ที่ 8 บ้านประดา ตําบลบึงกอก เชื่อมต่อ ตําบลนิคมพัฒนา อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
น้องป่ว
“รุ่นสายได้
At Tree Freedom
Ons Ubviwo:
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
กองกง
โครงการ
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยาง
สถานที่
แบบแอสฟัลติกคอนกรีต
24 19.8 25-043 หมู่ที่ 8 บ้านประดา ส่วนหนึ่งก
เชื่อมลง สาระนิยมพัฒนา อําเภอบางระ
จังหวัดพิษณุโลก
เริ่มต้นโครงการ
nal. 0+000
N
18.724518
E 99.988605
NSG-A
เนล เอก ก
D’INQUIDS:AT
องกลางโครงการ
IN 16.718005
สิ้นสุดโครงการ
กม. 1+625
「
N 16.711409
£ 99.982103.
Gonuusou
ก าวเกร
uchuatonon
lasent
งวง
เพิ่งเทค
นาย ชัย หล่อ มิค
เขียนแบบ
คว
นายมนตรี ไพร
:
นายช่างโยธาชานาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ อู่ทอง รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ผู้อําานวยการกองช่าง
เว็บ/เดือน/ปี
แบบแผนที่
นางสาวพิมพ์โจส ม า
วิศวกรโยอาปฎิบัติการ
นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์
วิศวกรโยธา านาญการ
4
ค
นายเกรียงไกร บุญย
หัวหน้าฝาย ารวจและออกแบบ
เห็นชอบ
อนุมัติ
นาย พง โจเอม
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบเลขที่
บริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แผนที่สังเขป
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
}
สาย พล.อ 25-013 หมู่ที่ 8 บ้านประดา ตําบลบึงกอก เชื่อมต่อ ตําบลนิคมพัฒนา อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก
เริ่มต้นโครงการ
AN. 0+000
N 16.724518
วัดเกาะจันทร์
ทางไปวัดเกาะจันทร์
วัดเทพนิมิต
Artw
ไป เทศบาลบางระกําเมืองใหม่
ไป ต.นิคมพัฒนา
- III” วัดทุ่งอ้ายให้
สิ้นสุดโครงการ
AN. 1+625
N
18.711409
E 99.982103
ไป ต.นิคมพัฒนา
โครงการ
โครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรลาดยาง แบบแอสฟัลติกคอนกรีต
รวิจ
นายนพดล เพ็งท
เขียนแบบ
นายมนตรี ไพ
ควร
นางสาวพิมพ์ไทย มา
ยม
สถานที
สาย 13.8 25-013 หมู่ที่ 8 บ้านประดา สายหนังคอก
วิศวกร
นายวุฒิวงศ์ อ น าภรณ์
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เง
เอมพัน ตําบลนิคมพัฒนา และบางระ
#444.ctintin
กองฟาง
จังหวัดพิษณุโลก
นายเกรียงไกร บุญช่วย
ม
กึ่งกลางโครงการ
N 16.718005
E 99.985154
วัตถุยมะตูม
นายช่าง น า านาญงาน ผู้ช่วยนายช่างโยธา วิศวกรโบราปฏิบัติการ
วิศวกรโยธา านาญการ
หัวหน้าฝ่าย ารวจและออกแบบ
อบต.บึงกอก
พม
ไป ต.หนองกุล
24,86
แหล่ง คุณภา
เท่านั้น
- ร ง แ น ะ น ห น ะ น า น
การแปลงปลูก
และโรงโม่หินที่กําหนดไว้ในแบบแปลน ใน ม า ง น งาน ทาง บนแปลง
ผู้อําานวยการกองช่าง
ทดสอบ
49
นายชูชัย ท อนิมิตติ
}
เห็นชอบ นางสาวศรีสุรางค์ ชูทอง
เห็นชอบ นายภัทร ใจเอย
อนุมัติ
นอ
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แบบแผนที่
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แมนเลสที
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์ ( นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
un egiangnang ganyan qizaram yasaquDEUNANAALI AntomátiĀVANAS
หน้าที่ และข้อปฏิบัติของผู้รับจ้างระหว่างดําเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่สํารวจตรวจสอบพื้นที่หน้างาน จัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการดําเนินการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง หากพบอุปสรรคปัญหาให้แจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและแผนงานนี้จะต้องแสดงถึงการเชื่อมต่อระหว่างขั้นตอนและหมวดงานต่างๆ ในสัญญาอย่างสมควรแก่เหตุผล เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดําเนินการตามสัญญา โดยเป็นไปตามแผนงานและบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่านกระบวนการทดสอบและตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งตัวแทนที่สามารถประสานงานก่อสร้าง ทั้งหมดประจําอยู่ ณ สถานที่ก่อสร้าง และผู้ควบคุมงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกสามารถติดต่อสั่งการได้ตลอดเวลาที่ทําการก่อสร้าง
ณ - ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งวิศวกรควบคุมงาน (สาขาวิศวกรรมโยธา) หรือสถาปนิก (กรณีงานสถาปัตยกรรม) โดยกําหนดให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2551 และข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ พ.ศ. 2564 พร้อมทั้งแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งยังไม่หมดอายุ ถูกพักการใช้หรือเพิกถอนการใช้ใบอนุญาต อย่างน้อย 1 คน และช่างโยธา หรือช่างก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศประกาศนียบัติวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พร้อมทั้งแนบสําเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา อย่างน้อย 1 คนพร้อมรับรองสําเนาโดยเจ้าตัว และผู้มีอํานาจลงนามของผู้รับจ้างและประทับตรา
- วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมพ.ศ. 2555 แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการ แห่งสัญญาจ้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก วิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงานผลการปฏิบัติงานฯ ประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาวิศวกรควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาวิศวกร เพื่อคําเนินการลงโทษต่อไป
- (กรณีงานสถาปัตยกรรม) สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2549 ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มีหน้าที่ควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูป รายการแห่งสัญญาจ้าง ถูกต้องตามหลักสถาปัตยกรรม และวิชาการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องลงนามรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในบันทึกรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําสัปดาห์ หากไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องแจ้งต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับจ้างจักต้องจัดหาสถาปนิกควบคุมงานมาทดแทนโดยมิให้ขาดช่วง โดยสถาปนิกควบคุมงานของผู้รับจ้าง ต้องปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปนิก และการประพฤติผิด จรรยาบรรณอันจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีสิทธิขาดที่จะแจ้งมูลเหตุต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณฯ สภาสถาปนิก เพื่อดําเนินการลงโทษต่อไป
เพื่อให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จถูกต้องตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเป็นไปตามกําหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตัวแทนผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
และผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญาจ้างฯ เพื่อติดตามงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์
7. การควบคุมคุณภาพงานเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องดําเนินการจัดส่งวัสดุฯเพื่อทําการทดสอบคุณภาพโดยผ่านการควบคุมจากผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โดยการทดสอบ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก หรือ หน่วยงานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเห็นสมควร โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการทดสอบวัสดุดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีแก่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าเก็บตัวอย่างวัสดุ ทดสอบคุณภาพของงาน และสงวนสิทธิที่จะเข้าไปดําเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหา หรือดําเนินการที่หน้างานหากไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุไว้ ผู้ควบคุมงานของ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
8. ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ที่จําเป็นจัดหามาเพื่อดําเนินการก่อสร้างผ่านทางผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบให้ถูกต้องและเป็นไปตามตามรายละเอียดเงื่อนไข
หากตรวจสอบพบภายหลังว่าวัสดุที่นํามาติดตั้งหรือใช้งานไม่ตรงตามที่เสนอขออนุมัติใช้ ผู้ควบคุมงานของทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกมีสิทธิขาดที่จะสั่งการให้ผู้รับจ้างรีบดําเนินการนําวัสดุอุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด
โดยไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น
9. รายละเอียดแบบรูปและปริมาณงานในการก่อสร้างผู้รับจ้างได้ดําเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามในสัญญาจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากระหว่างดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุใดก็ตาม อันเป็นเหตุให้ราคาค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหากมิได้เป็นสาระสําคัญ ที่ไม่ได้ทําให้มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการพิจารณา หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบทําให้ทําให้มิติ ระยะ รูปลักษณ์ หรือความมั่นคงแข็งแรงเปลี่ยนแปลงไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะดําเนิน ในส่วนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป
10. ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แก่บุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจักต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
A
เห็นชอบ
หน้าที่ และซ้อปฏิบัติ ของผู้รับจ้างระหว่าง เนินการ มสัญญาจ้างก่อสร้าง
( นาย ก ปานมณี )
ชายนาย
างเขียนแบบ
(ช
sakimir
( นายวงศ์ ห น วิ ว ว โ ร านว
ราวการโยธา านาญการพิเศษ
a.
(นายก อง ก บุญช่วย
หัวหน้
可
ม
รองทรง การบริหาร านจังหวัดพิษณุ โ เห็นชอบ
นาย ไทย ในลม ) ปอ ง ทาง นาย น ห ล ษณุโลก
*
นายบุน
ขนมย์ นาการบริหารส่วนจังหวัด โ
1.
3.
YOUTU
วัสดุ
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยกันทางเต็ม
teshaping and Levelling)
โดยอ้างอิงจาก มทส 219 - 2562
การตกแต่งเกลี่ยกับทางเดิม หมายถึง การเกลี่ยปรับระดับของพื้นถนนและไหล่ทางเดิม ให้ได้ระดับ รวมทั้งเอาวัชพืช และสิ่งสกปรกออกให้หมด
วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งเกลี่ยตันทางเดิม ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติ ตาม มท. 204 : มาตรฐานวัสดุคัดเลือก (Selected Material) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
วิธีการก่อสร้าง
3.1 ให้ใช้รถเกรด หรือเครื่องมือขึ้น ปรับ เกลี่ย แต่งผิวหน้าของกันทางเดิม ตลอดความกว้างของต้นทางรวมทั้งไหล่ทางทั้งสองข้างด้วย
3.2 ให้เก็บวัชพืช และสิ่งสกปรกบนคันทางเดิมออกให้หมด
3.3 บริเวณใดที่สูงให้ปาดออกให้ได้ระดับและบริเวณใดเป็นหลุมบ่อ หรือแอ่ง ให้ทําการชุดแต่ง แล้วใช้วัสดุคัดเลือกลงบนต้นทางเกลี่ยเป็นชั้นๆ ให้สม่ําเสมอตลอดพื้นที่ พรมน้ํา แล้วทําการบดอัดแน่น โดยให้มีความแน่น
แห้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มา (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.4 การตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผิวของคนทางเดิมต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับ สะอาด
・
กองช่าง
งานงานทาง
haping Laundling)
เขียนแบบ
มา
เป็นอน
เหมมณี ) ช่วยนายช่างเทียมแบบ
( นายพรพงษ์ จากฟัง
สถานี กป
( น ร ง นิสากรณ์ )
ควรโยยา การ
วกรโช านาญการ set
لم
fruithoforwaNZRATULU
5/
36
(
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เห็นชอบ
ON
ป ต ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
1
( นายมนต์ชัย ชน
But the
Hia drags : H
ขอบข่าย
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbose) โดยอ้างอิงจาก มทส 222 - 2552
งานขึ้นรองพื้นทาง หมายถึง การก่อสร้างชั้นรองพื้นทางโดยถมและบดอัดวัสดุรองพื้นทางให้ได้รูปร่างและ ระดับตามแบบก่อสร้าง
วัสดุ
วัสดุที่จะนํามาใช้ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้ ตาม มาณ 202 : มาตรฐานวัสดุ รองพื้นทาง (Subbase)
:
การก่อสร้าง
3.1 ในกรณีที่ดินทางเป็นถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นรองพื้นทางหรือต้นทาง
3.1.1 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นผิวรองพื้นทางหรือคันทางที่ไม่ได้แนวและระดับต้องถม แต่งให้ได้แนวและระดับตามรูปแบบที่กําหนด
3.1.2 ถนนเดิมซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทาง ถ้าบริเวณใดมีดินชั้นล่างอ่อน (Soft Spot) ต้องขุดออกแล้วนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือกมาถมบดอัดเป็นชั้นๆ ให้มีความแน่นแห้งไม่ น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มาก (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม (Field Density Test)
3.1.3 การเสริมบริเวณใดที่ทําให้ชั้นรองพื้นทางที่เสริมใหม่มีความหนาน้อยกว่า 10 เซนติเมตร ต้องขุดคุ้ยวัสดุชั้นรองพื้นทางเดิมช่วงนั้นออกไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร แล้วผสมคลุกเคล้ากับวัสดุชั้นรองพื้นทางใหม่ให้ เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงจะทําการบดให้แน่นและได้ระดับตามแบบ
3.2 วัสดุที่หลุดร่อนไม่คงทนหรือที่มีคุณภาพเลวบนถนนเดิม ซึ่งมีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบน คันทางใหม่ ต้องกวาดออกให้หมด
3.3 หลุมบ่อต่างๆ บนถนนเดิมซึ่งมีพิษราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือบนคันทางใหม่ จะต้องกลบและบดอัดให้แน่นด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานวัสดุคัดเลือก 3.4 เมื่อได้ตบแต่งถนนเดิมที่มีผิวจราจรเป็นชั้นรองพื้นทางหรือคันทางใหม่เรียบร้อยแล้ว ให้นําวัสดุรองพื้นทางที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดคลุกเคล้าผสมน้ํา โดยใช้ปริมาณน้ําที่ Optimums Moisture Content + 3% เกลียบด อัดเป็นชิ้นๆ โดยที่แต่ละชิ้นหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความแน่นแห้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ตาม มา (1) 501.4 : : มาตรฐานการทดสอบ
มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทาง ในสนาม (Field Density Test)
ผสมสม่ําเสมอแทน
1
3.5 บริเวณใดหรือช่วงใดที่วัสดุรองพื้นทางเกลียดอัดมีมวลหยาบและมวลละเอียดแยกตัวจากกัน(Segregation) ให้แก้ไขโดยขุดคุ้ยออก (Scarity) แล้วทําการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันหรือรื้อออกใส่วัสดุรองพื้นทางที่มีส่วน 3.6 ในกรณีที่ใช้วัสดุมากกว่า 1 ชนิด มาผสมเป็นวัสดุรองพื้นทางบนที่ก่อสร้าง วัสดุแต่ละชนิดนั้นจะต้องได้รับการคลุกเคล้าให้มีลักษณะสม่ําเสมอ และต้องได้รับการตรวจสอบตรงตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทางเสียก่อน จึง 3.7 เมื่อทําการก่อสร้างชั้นของพื้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีผิวหน้าเรียบแน่นสม่ําเสมอ มีระดับถูกต้องตามแบบก่อสร้าง ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerance)
จะหาการเกลียบตอดได้
ระดับหลังชิ้นรองพื้นทางที่บดอัดแน่นแล้วทุกจุด ยอมให้สูงหรือต่ํากว่าระดับตามแบบก่อสร้างได้ไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร หากช่วงใดตอนใดที่มีระดับผิดไปจากนี้ให้ตัดส่วนที่เกินออก หรือขุดคุ้ยออกหนาไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร แล้วทําการบดอัดใหม่ให้แน่นและได้ระดับสม่ําเสมอตามแบบ
no
สวัส
งานง่าย ง ทาง
เขียนแบบ
" ปานน -รายนายช่างเมียนแบบ
สต
สถาปนิก ก
( นาย ว บ )
วิวกร โรง
านาจการ
พวกร โชรา านาญการพิเศษ
เป็นชอบ
หัวหน้าฝ่ายสาวและแบบ
ง
รองปลัด
เห็น !!
ท } ส่วนจังหวัดพิษณุโ
en
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด t
อนุมัติ
นาย น น ฒน์รา} นายกรงก
มทาง ม
- 199, ALAISIA ZAW* ** Vg
. ก น นทาง
ที่ชั้นเสียหายลึกเกินในพื้นทาง
เริ่มถึงขั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
รื้อค้นทางเดิมถึง น เสียหายแล้ว บ
DEEP PATCH
platter+test the pictures
บทางเดิม
ชุดรอผิวทางเดิม ชารุด
„PRINE COAT
COLD MIX vie HOT MIX
SKIN PATCH
- V A
566002 MIX M39 MOT MIX
…….&CK COAT
LEVELLING
sutir r
ขอกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SCF) หมายถึง งานชุดชั้นในทางในบริเวณที่ต้นทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT)
และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดลึก :::::::::. แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
ร การก่นสร้าง - ครี ผิวทางและชั้นทางที่ข้างออกจนถึงขึ้น โครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของขันทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- การปิดหีบค้นทางเดินให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุดินทางนั้นๆ
- ลงวัสดุตาม ค้นทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม : เสี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3x
- เกลี่ยปรับแต่งวัสดุ จนได้ที่ แล้วทําการบดทับด้วยเครื่องมือบทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างขึ้นคนทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการบดบ - เกลี่ยปรับแต่งวัสดุ ให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
- ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH
เป็นงานซ่อมเทีแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่สักลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหาย จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจะเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลเมตร ผิวทางที่มีรอยแตก จากการกดไล (SUPPAGE CRACKS) uluňu
วิธีการก่อสร้าง
1.ท่าเครื่องหมายเพื่อแสดงบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
ค อ - ชุด ผิวทางเดิม เตียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการรวมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- วัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (Hor wx) หรือ (Coup Mix) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
5.บทับด้วยเครื่องบดสั่นสะเทือน (GRATING ROLLER) หรือเครื่องจักร เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น - การก่อสร้าง บวทางสามแบบที่กําหนด
- งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบ…ก่อนที่จะทําการสามผิวทางสลอดหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวตั้ง (unity Cut Dresses) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (2) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSICA) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง
1.ทาเครื่องหมายเพื่อแสดง::: :::จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด - กดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
3.11 TACK COAT - วัสดุ ผิวทางแอส คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (ccb Mix) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
5.บทบด้วยเครื่องบดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
(0)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น - การก่อสร้างผิวทางตามแบบที่กําหนด
คว
แบบแสดง
แบมมาตรฐาน ข้อกําหนดงานแก้ในวทาง และ นทางเดิน
ร้านมณี ) ขายนาย า ย แ
( นาย ร ง บ )
( นาค นคร )
วิศวกรไทย ชา
“นามธ - net ราข่าการพิษ
หน้าย
1943
บ้า ยก กอง
เห็น อบ
รองปลัดองค์การ การวน หวัด
7/26
NH
ป ล ง การปนารจังหวัด
อนุมัติ
с
3 บ
準
นายมน นน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
marosana ila ninang sera zig kétszemánakamazurararanasaran-apizmerjene kratkimiskompissimaging skinezazidumed melanomszamies
รุ่น QH
iL: *
Exafens privirisanominere pamil series did it made of this fitt
1,
ນາຍ
มาตรฐานงานไพร ได
(Prime Ceat)
โดยอ้างอิงจาก มาก 225 - 2562
งาน Prime Chat หมายถึง การราดยางแอสฟัสต์ลงบนพื้นทางที่ได้ตบแต่งและเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้วัสดุ ผิวหน้า ทางเกาะอีกได้ดี และช่วยป้องกันมิให้ไหลซึมเข้าไปในพื้นทางได้ด้วย
ตุ
2.1 แอสฟัลต์เหลวที่จะนํามาใช้ ต้องมีคุณสมบัติผ่านการทดสอบตรงตามมาตรฐานแต่ละประเภทและบาร
ดังนี้
211 Cut
2.1.2 Asphalt Emulsions
ชนิดแสง
AC 60-70
RC
RC 70
iL
MC 30 A
1
1 M
ตารางอุณหภูมิของแอล
ใช้วาด วง ณหภูมิ ใ ลาด
OF
www.here +
145-175
150
100-150
2.1.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ประมาณ 0.5 - 1.4 ลิตรต่อตารางเมตร จํานวนยางที่ราดจะมีปริมาณเท่าไรขึ้น
อยู่กับลักษณะผิวของพื้นทางให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
2.1.4 การคํานวณปริมาณ ทางแอสฟัลต์ ใช้ท่า Prince Cont
s - -
ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ทํา Primus Cool s / 8 (1 - 1/6) รายการ ตร
1308 P = ความลึกที่จะให้ยางแอสฟัส ลงไปเป็นมิตร
ความแน่นแห่งสูงสุด (Maximum Dry Density) เป็นกรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตรของวัสดุพื้นทาง
Modified Proctor
G - ค่าความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทาง
ค่า * ขึ้นอยู่กับความพรุน (Perosity) ของวัสดุพื้นทาง ชนิดและเกรดของยางแอสฟัสต์ที่ใช้ราด สําหรับค่า 8 แนะ มาให้ใช้เท่ากับ 4.5 มิลลิเมตร แทนค่าในสูตรข้างบน คํานวณอัตรายาง แอสฟัลต์ที่จะใช้ราย และสองรายาง แอสฟัลต์ตามปริมาณ คานวณได้ ถ้าเห็นว่ามีปริมาณ ยางแอสฟัลต์มากหรือน้อยไปยังไม่พอเหมาะให้เปลี่ยน P ใหม่ หรือเปลี่ยนชนิดและเรต ของยางแอส อตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าอัตรายางแอสฟัลต์ เมื่อใช้แล้วมี ปริมาณที่ พอเหมาะ ไป ค่า R ให้ใช้ตามตาราง ซึ่ง
หดและเกรดของยาง สฟาร
ค่า 6 ให้คํานวณจากคว
3d + 14 0
A
70
รอเบ
0.61
คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ค้างอยู่บนตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลลิเมตร) เป็นร้อยละ คือส่วนของวัสดุพื้นทางที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน เบอร์ 4 (4.75 มิลเมตร) เป็นร้อยละ
6) : ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดหยามซึ่งค้างอยู่ตะแกรงมาตรฐาน 100% 4 (4.75 Nafuums)
A
2 - ความถ่วงจําเพาะแบบ Bulk ของวัสดุพื้นทางชนิดละเอียดซึ่งผ่านตะแกรงมาตรฐาน
11/07: 4 (4.75 Daduns)
2.2 ทรายละเอียด ถ้ามีความจําเป็นที่จะทับหน้า Prime Coat ทรายที่ใช้จะต้องมีส่วนละเอียดผ่านตะแกรงเบอร์ 4 ซึ่งไม่มีหญ้าหรือวัสดุอื่นเจือปน และจะต้องได้รับการยินยอมอนุญาตให้สาดทรายได้จาก ผู้ควบคุมงานเสียก่อน
วิธีการก่อสร้าง
3.1 M2771 Prime Coat Anund Cut Back
3.1.1 ในทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาด
และเป่าเศษวัสดุออกด้วยเครื่องจักร หรือวิธีอื่นที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
3.1.2 ถ้าผิวหน้าของพื้นทางแห่งและมีฝุ่นเกาะให้นมบาง ๆ เล็กน้อยก่อนราดยาง 3.1.3 เครื่องพ่นยางและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Prime Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุม ตรา จํานวนยางกราดบนพื้นทางได้สม่ําเสมอ
3.1.4 การราดยางควรรดให้เต็มความกว้างของถนน หากจําเป็นต้องราดยางละครึ่งของความกว้างหรือ
และช่องทางวิ่งก็สามารถทําได้ 3.1.5 บริเวณรอยต่อการราดยางต่อเนื่องแต่ละครั้งต้องมีตรายางสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรอยต่อตามขวางที่รา
โดยวิธีการใช้ท่อพ่นบาง (Spray bar) ที่ติดกับรถวิ่งรายให้ใช้กระดาษแข็งหรือวัสดุที่ไม่ดูดซึมกว้างไม่ น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ปิดผิวบาง ราดไปแล้ว 3.1.6 หลังจากราดยางแล้วให้ทั้งบ่อ (Curing) ยางไว้ 24-48 ชั่วโมง โดยไม่ให้ยวดยานวิ่งผ่านเข้าไปใน
บริเวณที่ราดไว้เป็นอันขาด หลังจากพ้นกําหนดเวลานี้แล้วจะอนุญาตให้ยวดยานวิ่งผ่านได้ หากมียาง ส่วนเกินเหลือปรากฎอยู่ให้ใช้ทรายละเอียดาด บางส่วนที่เกินให้แห้งได้ในกรณีที่จําเป็นจริงๆ เช่น
เข้าบ้านหรือทางแยกเมียวดยานมา
การหา Prime Coat โดยทั่วไปควรหาในสระอากาศแจ่มใส ปราศจากฝน ในทางแห้งหรือ วัสดุในทางมีความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ใช้ยาง Cut Beck และชนิดยาง
Cut Back ที่จะใช้นั้นแล้วแต่ลักษณะของสภาพพื้นทางความหนาแน่นของปริมาณจราจรของ เส้นทาง นั้นๆ ส่วนพื้นทางที่มีความชื้นสูงเปียก (ไม่แฉะ) สภาวะอากาศไม่ดีหรือมีลักษณะ ความจําเป็นเร่ง ส่วนอนุญาตให้ใช้ยาง Asphalt Emulsions ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานเสียก่อน 3.2.1 ในทางที่จะ Prime Coat ผิวหน้าจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นหรือพื้นที่สุดหรือวัสดุอื่นได้และผู้ควบคุม
งานตรวจสอบเห็นชอบแล้ว
3.2 mavh Prime Coet Agung Asphalt Emulsions
4.2.2 ถ้าผิวหน้าของนางแห้งต้องพรมน้ําให้เปียกขึ้นเสียก่อน
3.2.3 เครื่องพ่นยาและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ Print Coat ต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อควบคุมอัตรา จานวนยาง บนพื้นผิวทางไม่น่าเสมอ
3.2.4 เมื่อวาดยาง ต้องทิ้งไว้จนกว่า Asphalt จะแยกตัวออกเสียก่อนจึงจะทําขึ้นมาทางได้ การแยกตัว 224 Emulsifier Aspitalit #ส่วนผสมของน้ําที่อยู่ใน Emulsion ระเหยออกไปจะ สังเกตได้จากการ เปลี่ยนสีของ Elsion ซึ่งปกติมีสีน้ําตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดํา การแยกตัวนี้ จะหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิด 124 Cmulsion Asphalt ในอุณหภูมิธรรมจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
3.2.5 เมื่อ Asphalt แยกตัวแล้ว ถ้ายังไม่สามารถทําผิดทางได้ทันทีและมีความจําเป็นต้องเปิดให้ยายามวิ่ง
บนขึ้น Primes Coat ให้ใช้ทรายละเอียตลาดนัดหน้าได้
3.2.5 ห้ามยาง Asphalt Emulsion) ในขณะที่ฝนตกเป็นอันขาด หรือเมื่อยางเสร็จใหม่ๆ แล้วพบว่า
ก่อนที่ Emulsion เตกตัวมีฝนตกซะบางส่วนของ usen บนผิวหน้าออกไปจะต้องท่า ราด Emulsion เพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ใหม่
Hennaระ
4.1 ยาง Cut Bock เป็นยางชนิดติดไฟได้ง่ายมาก ดังนั้นในขณะต้นยางหรือขณะทําการราดยางจะต้องระมัดระวัง
มิให้มีเปลวไฟจากภายนอกมาถูกยางได้
8
เรียนแบบ!!
ง ฟัก
เปนซ่อม
{
การตั้งจัด li
ยังง
KULUMAA
งานงาน 2 in
(Prime Capt)
26621
ปานมณี)
( พระ
รายงาน เขียนแบบ
( นายพรพระ ทั้ง ) ราย
นาง เน้นการณ์)
วิศวกรโยธา
า า การ
หมา ราง
หัวหน้า ไทย รายละ เบน
(นาย ช ม ย ร
ustic
รอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณ
เป็น
ม
ปาย การบาส จังหวัดยโ
นายมนต์ชัย วิวัฒน์ น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระย
{ “how”,“ios situents himenas big agenciʻiaksək, granitskih vin, zyrat ng bagi ke dhe bed mine as a minden te jenterakisztensitetitzazunaj sjette eine as medienam,ji je gura ini ane bizi ich “zmiar éstasia:9763”:{“narist. We are place aveva nompia forts, move pastrykkokakomina mama moment and Malán minte strap blunt je v její philo
Ad Olift L
4.2 ยาง Emulsified Asphalt เป็น Asphalt ที่แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ กระจายอยู่ในสารละลายซึ่งประกอบด้วยน้ํา
อิมัลซิไฟอิงเอเจนต์ (Emulsifying Agent) และอื่นๆ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน มีลักษณะง่ายต่อการแยก จึง ต้องระมัดระวัง ดังนี้
เพราะอาจจะทาให้เกิดการแยกตัวขึ้น
4.2.1 การขนส่งต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้ถังบรรจุ Emulsion ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง 4.2.2 Emulsion ชนิดบรรจุถึง ถ้าเก็บไว้นานๆ จะต้องกลิ้งถังไปมาทุกด้านหลายๆครั้งเป็นประจําอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้ Emulsion มีลักษณะเหลวเป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งยัง
4.2.3 เมื่อเปิดถังบรรจุ Emulsion ออกใช้ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาให้แน่น มิฉะนั้นน้ําในส่วผสม Emulsion
จะระเหยทาให้ Asphalt เกิดการแยกตัวและหมดคุณภาพ
4.2.4. ทุกครั้ง บรรจุ Emulsion ซึ่งในรถราดยางหรือเครื่องพ่นบางควรใช้ให้หมดแล้วใช้น้ําล้างให้สะอาด โดย เฉพาะที่หัวฉีด เพราะถ้าไม่ล้างออกทันที (Asphalt จะแยกตัวเกาะติดแน่น ทําให้มีปัญหาในการใช้งาน ของวัน ไปและยังป้องกันการกัดกร่อนของกรดใน Emulsion
4.2.5 Emulsion ต้องเหลวเป็นเนื้อเดียวกันและมีสีน้ําตาลเข้ม ถ้าหากมีลักษณะเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้ใช้ไม่
พายกวนผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะนําไปใช้ได้ แต่หากกวนผสมแล้ว Emulsion ไม่เข้าเป็นเนื้อเดียว กันแสดง Emulsion นั้นเสื่อมคุณภาพ ห้ามนําไปใช้เป็นอันขาด
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแคดอกแอสฟัลต์อิมัลชั่นสําหรับถนน หรือ Emulsifier Asphalt Prime (EA) มีคุณสมบัติเป็นไปตาม มท. 214: วัสดุแซมฟัลต์ มัสซันไหม Emulsified Asphalt Prime (SAP) และให้ใช้แอสฟัลต์
Änguom กับพื้นทางแต่ละชนิดตาม มท. 225–2562
ปริมาณอัตราการสาดแอสฟัลต์ที่แนะนํา
พื้นทางหินคลุก
ชนิดของฟันทาง
พื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ หรือพื้นทางดินซีเมนต์
พื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยวัสดุผสมเพิ่ม
- ปูนซีเมนต์ หรือปูนขาว หรือ เถ้าลอย
WA
อัตราการลาด ตร/ตร.ม.
TA
st”:
หมายเหตุ : ในกรณีพื้นทางที่ได้จากการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาใช้ใหม่ปรับปรุงคุณภาพด้วยแอสฟัลต์อิมัลชัน
หรือโฟมแอสฟัลต์ ให้พิจารณาอัตราการลาดจากสภาพจริง และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
: ชนิดของแอสฟัลต ์ EAP. อุณหภูมิ 20-70 องศาเซลเซียส
ส่วนล
แบบแสดง
กรแทนงาน นโย
trime Coat)
:
8 hit
บ้านแท้)
นายพัทรพงษ์ นา
(
สถาปนิก
海
( นาย อนันดา !
โคตรโยช านาญ
t
な
ควรโยธา นาญการ
كم
เห็น ชน
นาย น แ ด
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ta
เห็นชอบ
เกษโลก
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
OX - นายมน ไย 2 น
นาย องค์การ หาร จน จน โลก
4
ชอบชาย
มาตรฐานงานเทคโคท (Tock Coot) โดยอ้างอิงจาก มาก 227
2562
แพคโคท หมายถึง การราดยางแอสฟัลต์ ชนิดเหลว (Liquid Asphalt) บนไพรมโคทเดิมบนผิวทางเดิม และบนพื้นทางเดิมชนิดแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ตามชนิดเกรด อุณหภูมิ ปริมาณ เครื่องจักร และเครื่องมือที่กําหนดให้เพื่อทําหน้าที่ อืดเหนียว น าทางหรือนพื้นทางชนิคแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่กําลังจะก่อสร้างใหม่
วัสดุ
วัสดุที่ใช้แท โคทองเป็นวัสดุยางแอสฟัลต์ชนิดเหลวที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของวัสดุยางแอสฟัลต์ ต่อไปนี้
2.1 วัสดุยาง ทแบค แอสฟัลต์ ชนิด มเร็ว (Rapid Curing Cut-Back Asphalt) ซึ่งได้แก่ RC-20, 80-250
Fre
2.2 วัสดุยางแดด ออนิก แอสฟัลต์อิมัลชัน (Cationic Asphalt Emulsion) ซึ่งได้แก่ RS-24 วัสดุในข้อ 2.1 และ 2.2 ดังกล่าว ต้องได้ผ่านการทดสอบคุณสมบัติและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 2.3 อุณหภูมิของวัสดุยางแอสฟัลต์ดังกล่าว ใช้ราด แทคโคท ให้เป็นไปตามที่กําหนด ดังนี้
นิ บ ง าง
RC
*ต 350
อุณหภูมิที่ใช้รา
Je
100
เด 215
110
180 235
ไม่ต้องให้ความร้อนใช้อุณหภูมิปกติ
2.4 ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับวัสดุยาง Cationic Asphalt Emulsion
2.4.1 ในกรณีที่ผสมยางแอสฟัลต์กันน้ําเข้าด้วยกันตามอัตราที่กําหนดให้เรียบร้อยแล้วให้นําไปใช้งานให้หมด ถ้าเหลือแล้วยางแอสฟัลต์เกิดแตกตัว จะนํามาใช้อีกไม่ได้ 2.4.2 ข้อควรปฏิบัติอื่น นอกเหนือจากข้อ 2.4.1 ให้ปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับยาง Cationic Asphalt Emulsion ในเรื่องไพรมโคท (Prime Coat) ทุกประการ 2.4.3 ปริมาณยางแอสฟัลต์ที่ใช้ราด ให้ใช้ตามที่กําหนด ดังนี้
2.4.3.1 กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นไฟรมโคท ใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ต่อตารางเมตร หรือใช้ CRS-1 ผสมน้ําเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ตร ต่อตารางเมตร
2.4.2.2 กรณีที่ ผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์ หรือเป็นผิวจราจรแบบเพเนตร ชั้นแมคคาลัม ใช้ RC-250 ในอัตรา 0.1 - 0.3 ลิตร ต่อตารางเมตร
2.4.3.3 ในกรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หรือเป็นพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร ใช้ RS-2% ผสมน้ํา เท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตร ต่อตารางเมตร วิธีการก่อสร้าง แบ่งเป็น 2 ตอน
3. การเตรียมพื้นผิวเดิม
3.1.1 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นไพรมโคทที่ทําทิ้งไว้นาน เมื่อจะทําผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ผิวจะไม่ยึดติดกับไพรมโคเติม ทําให้การอุด ปะหลุมบนผิวไพรมโคท (ถ้ามี) ด้วย Hot Mix หรือ Pre-mix แล้วบดอัดแน่นให้เรียบร้อย
แล้วใช้เครื่องกวาดฝุ่น กวาดฝุ่นออกจนหมด และไม่ทําให้ผิวไพรมโคทเดิมเสียหาย เสร็จแล้วใช้เครื่องเป่าลม การเป่าฝุ่นออกให้หมด
3.1.2 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์หรือผิวจราจรแบบเพนเตรชั่นแมคคาลัม ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่น กวาดฝุ่นและหินที่หลุดลอยออกจนหมด แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
3.1.3 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นพระแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหรือเป็นพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นหรือเครื่องเป่าลมกวาดหรือเป่าฝุ่นออกให้หมด
3.2 การราดยางแอสฟัสต์
3.2.1 ใช้เครื่องราดยางแอสฟัลต์ ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะทํางาน ดําเนินการราดยางแอสฟัลต์ตามชนิดเกรด อุณหภูมิ และอัตราที่กําหนดไว้ให้แล้วข้างต้น ถ้าพื้นที่ซึ่งจะทําแทคโคทมีปริมาณน้อย
ให้ใช้เครื่องพ่นด้วยมือราดยางแอสฟัลต์ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องพ่นด้วยมือ ให้ใช้ภาชนะใส่ยาง แอสฟัลต์สลัดราดบางๆ ให้ทั่วพื้นที่ แล้วใช้รถบดล้อยางบดทับไปมา เพื่อที่จะให้ยางแอสฟัลต์กระจายบนพื้นที่โดยสม่ําเสมอ
3.2.2 เมื่อราดยางแอสฟัลต์ท่าแทค โคทแล้ว ให้ทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง เพื่อที่จะให้ Volatile latter ใน Rapid Curing Cut-Back Asphalt ระเหยออกไป และน้ําใน Cationic Asphalt Emulsion ระเหยออกไปเช่นกัน จึงจะทํา
ขั้นต่งไปได้ ตัวตั้ง 3.2.3 ให้ปิดการจราจร ห้ามยวดยานผ่านหลังจาก แทค โทแล้วจนกว่าจะทําการก่อสร้างผิวทางหรือพื้นทางแบบเอสฟัลท์ติกคอนกรีตเสร็จ
เป็นอย
แบบแทง
มารานงานแทคใค
(tock Cool)
227
ON
لملح
4
แบ
สถาปนิกประ ร
{
( นายวุฒิวงศ์ ปัน
วกรโยธาราาญการ
ณ
การ ชรา ทนาการ ใ
;
รองปลัดองค์การบริหารส่วน จน ton
เห็นแบบ
ia
So let et
ปลัด - การบริหาร จังหวัดพิษณุโลก
A
maandagi Szpanipaint comme MEDITAMANGASINANTECIŃSKA key cinton Sterlindenki mainstream ETANSKI LAMINT MENNE JE ZAPER INVESTarnasze Narza sektanci katarakirakaĒ
Ce
( นายมนตรี
นา
นายกองค์การบริหาร าน า พิ ณ โลก
*
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง/ปรับปรุง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Byggt! #devilktalet skattmenk påsat prazna quis plus d
EQ.
ช่วง กม.ที่ 14-145 - 1+625 - เสริมหินคลุก 0.09 เมตร
6.00
กรณีไม่มีไหล่ทาง
ple
กองง
แบบแสดง
LASALT CONNECTE
stop tv3.
รายการและรายละเอียดประกอบแบบ
ระดับก่อสร้าง
Stop 115
CPN ILCONY
ผิวจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลติกคอนกรีต หนา
คอนกรีต หนา 4 cm Ks er 0.09
904ÄUMN SOIL AGGREGATE. YUL……..
ชั้นต้นทาง
ชั้นคันทางเดิม คืน ลูกรัง หินคลุก อื่นๆ ลาดยาง
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสาวชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างชดเชยโดยทํางาน ทางด้านความกว้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทํางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา As Built Drawing แบบ กอสรางจริง) รายงานสนอคณะกรรมการตรวจการจาง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง ของผู้รับจ้าง
BUILT
24
ที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
ชั้นทางที่ทําเนินการ O me 03 04
M(1)
มาตรฐานในงานทาง
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม ตาม มทน. 279 - 2562
*
(2) มาตรฐานงานถมดินทาง ตาม บก. 220 - 2562
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง
(4) มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม มท. 223 - 2562
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ
เ
2562
- ผลการออกแบบส่วนผสมเอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แชล (Marshali Mix Design Method)
玄 - ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสมๆ เมื่อทดลองตาม มาร์แชล และคํานวณ Void Analysis
- ผลทดสอบหาหาค่า Marshall Stability และ Marshali flow ของก้อนตัวอย่าง
- ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดและของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
t
3.กรณีที่ต้องเว้นต้นทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
คือทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา AS ELIT Drawing แบบก่อสร้างจริง)
AA
รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดถือการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเกณฑ์ด้วย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปแก้ไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือว่างานเงิน อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง)
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2566
Mandlun
tany
( นายสราวุฒิ เสียงชัยศรี) ผู้ช่วยนายช่างเขียนเปน
( พีรพงษ์ ฟัง ) สถาปนิกปฏิบัติการ
นางสาวพิมพ์โลส ม า
รวกรโยธ
( นายวุฒิวงศ์ อนันตาภรณ์ ) กาโบลา านาญการ
ในการ ในชั้นหนึ่ง
( บาท จาหาญ
( นายปิโยรส ปุญญฤทธิ์ ) คํานวยการกองช่าง
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นางพิไกร โกกรรม ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Z
( นายพงษ์ ทองหนัก) รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
NS
(นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนา) นายกองค์การ หารส่วนจังหวัดทีม โ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้าง/ปรับปรุง ถนนลาดยาง แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ฝ่ายสํารวจและออกแบบ กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ผิวจราจร. 6.00
ช่วง กม.ที่ 0+000 - 1+145 -ไม่มีงานเสริมหินคลุก - ปูแอสฟัลท์ทับผิวจราจรเดิม
กรณีไม่มีไหล่ทาง
เขียนแบบ
we implie
แบบแสดง
งาน ส ด ก บ ท (ASPHALT CONCRETE)
SOD 1.5
(1)
ระดับก่อสร้าง
2
Slop ts
อาจราจร ลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทนา
ÄUMA CRUSHED ROCK YVÄ………..
A04WUMA SOL AGGREGATE. MULH
ชั้นคั่นทาง
ชั้นทางที่ดําเนินการ LO LO
(O DQ Q
มาตรฐานในงานทาง
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยกันทางเดิม ตาม มอก. 29 - 2562
(2)
มาตรฐานงานถมต้นทาง ตาม มทส. 220 - 2562
V
(3)
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง ตาม มาก. 222 - 2562
(4)
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง ตาม บทถ. 223 - 2562
นนทางเต็ม ดิน ลูกรัง หินคลุก อื่นๆ ลาดยาง
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนน และ คุณสมบัติวัสดุ
ต้องได้ความกว้างและความยาวและความลึกหรือความสูงที่ได้แนวและระยะโดยตลอดตามโครงการ กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความกว้าง ที่ต้องเจอต้นไม้ใหญ่ ตอไม้ เสาไฟฟ้า ที่ดินชาวบ้าน
รางระบายน้ํา เสาวชาวบ้าน ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น เสาป้าย ฯลฯ หรือเหตุอื่นใดที่เป็นเหตุให้ ความกว้าง ณ จุดบริเวณ นั้น ความกว้างไม่ได้ตลอด ตามข้อความที่ปรากฏในสัญญาจ้างและรายการ ให้ผู้รับจ้างทํางานจ้างชดเชย โดยทํางาน ทางด้านความร้างในระยะทางอื่นๆ ที่ทําได้ให้กว้างออกไป หรือความยาว เมื่อทํางานจ้างเสร็จแล้ว ปริมาณงานโดยรวมแล้วต้องไม่น้อยกว่าในสัญญาจ้าง โดยให้ผู้ควบคุมงานรายงานและจัดทํา As SALT Drawing แบบก่อสร้างจริง) รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้าง 2.กรณีที่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในระยะความยาว ให้ผู้ควบคุมงานใช้ดุลยพินิจ ว่าสมควรต่อความยาวหรือชดเชยด้าน
ความกว้างทางด้านใด โดยที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีความกว้าง
BULT
ข้อกําหนดการออกแบบผิวทางและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพ - ผลการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตตามวิธีของมาร์แชล (Marshall Mix Design Method)
- ผลทดสอบหาค่าความแน่น (Density) ของส่วนผสม” เมื่อทดลองตามวิธีมาร์แชล และคํานวณ Void Analysis 3. ผลทดสอบหาหาค่า Marshalt Stability และ Marshal flow ของก่อนตัวอย่าง 4. ผลทดสอบหาขนาดคละของวัสดุ Hot Bin
- ผลทดสอบหาหาปริมาณแอสฟัลต์ และขนาดคละของวัสดุมวลรวมในส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีดเมื่อทดลองโดยวิธี Centrifuge โดยที่ค่าต่าง ๆ ที่ทดลองได้ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดของแบบสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula)
3.กรณีที่ต้องเว้นต้นทางหรือมีการเพิ่มเติมงานวางท่อหรือเหตุอื่นใดที่บังเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและการสาธารณะ และเป็นผลดี
ต่อทางราชการ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานดําเนินการประกอบ การจัดทํารายงานและจัดทํา As Butt Drawing แบบก่อสร้างจริง)
รายงานเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบการส่งมอบงานจ้างของผู้รับจ้าง 4.งานก่อสร้างลาดยางของผู้รับจ้างต้องราบเรียบดูเรียบร้อยโดย ให้ยึดติดการทํางานที่ดีในสามัญสํานึกของความเป็นช่างและของผู้รับจ้าง และไม่ได้หมายความว่าต้องราบเรียบเหมือนในแบบแปลน ทั้งนี้ต้องยึดงานระดับและภูมิประเทศของท้องถิ่นนั้นเป็นเณรด้วย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ให้ยึดถือว่าเป็นงานเหมารวมโดยไม่ต้องไปไขสัญญาจ้างหลัก เพื่อให้การบริหารจัดการทางพัสดุ
ของภาครัฐเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
( หมายเหตุ เฉพาะกรณีที่ไม่เกิดปัญหาที่ถือว่าเป็นค่างานเงินเพิ่มหรือค่างานเงินสด อันเป็นผลให้ราคาตกลงจ้างตามสัญญาเปลี่ยนแปลง)
ปรับปรุงเดือน มีนาคม 2556
เปน
( นายสราวุฒิ เสียงชัย ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
})
บ ร า ง 3
สถาปนิกปฏิก
นางสาวพิมพ์ใ ส ม า วิศวกรโบราปฏิบัติการ
(นายวุฒิวงศ์ อนันตวรรณ์ ) คราว น า านาญกา
( สิทธิ์ กล่าหา
(นายรส ปุญญฤทธิ์)
جوها با مواد الميداني والتالى بلاد
}
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
( นาง ไพท โกช ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดษณุโลก
(นายพงษ์ นู ทองหนัก 1 รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
NE
( นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
PRPRINTARELOKASIANPA magsikan kita kokkuhoids shahada Pastelkratos draiskaian masarakatna
:
- ขอบข่าย
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete)
แอสฟัลต์คอนกรีตหมายถึงวัสดุที่ได้จาก การผสมร้อนระหว่างมวลรวม (Aggregate) กับแอสฟัลต เมนต์ (Asphalt Cement) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตรา ส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือ เกลี่ยแต่งและบดทับบนชั้นทางใดๆ ที่ได้เตรียมไว้ และผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้ถูกต้องตามแนว ระดับ ความ ลาด ขนาด ตลอดจนรูปติดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ - วัสดุ
งานแอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วยวัสดุมวลรวมที่ได้จากการผสมวัสดุมวล หยาบ (Coarse Aggregate) กับวัสดุมวลสะเอียด (Fine Aggregate) และแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรืออาจเป็นวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้มีขนาดและตามตารางที่ 1
2.1 แอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้ใช้ AC 40-50 หรือ AC 60-70 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 - มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง กรณีที่แบบระบุให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์อื่นๆ หรือแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใดๆ นอกเหนือจากนี้ จะต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่า ทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบ คุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จาก อบจ.พิษณุโลก เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม มทร. 209 : มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต - การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต ส่งให้ อบจ.พิษณุโลก เพื่อทําการตรวจสอบ ผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ อบจ.พิษณุโลก เป็น ผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกแบบทั้งหมด
3.2 ขนาดคละและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70 ให้เป็นไปตามตารางที่ 2 3.4 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ 40-50 ให้เป็นไปตามตารางที่ 3 3.5 อบจ.พิษณุโลก จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมีเกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Tolerant Limit) ของวัสดุต่างๆ ตามตารางที่ 4 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่
อบจ.พิษณุโลก เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 4 ก็สามารถ ค่าเนินการได้ตามความเหมาะสม
3.6 การผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอลฟัลต์ ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใดคลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ให้ถือว่า ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทํา
การปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
3.7 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการ เปลี่ยนแปลง โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก อบจ.พิษณุโลก ก่อน
3.8 อบจ.พิษณุโลก สามารถตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสม เฉพาะงานใหม่ได้ตามความเหมาะสม ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
ขนาดที่ใช้เรียก
สําหรับชั้นทาง
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
และช่าง
แมนผลง
รายงานแอสฟัลคอนกรีต
Asoloft Concrete)
事
常
เขียนแน
N
บ้านม
ช่วยนายช่างเรียน
st
ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
สถาปนิก
มิตติเมตร
95
12.5
19.0
25.0
(นิ้ว)
(3/8)
(1/2)
(3/4)
(1)
นาย ว ง ง
สถาปนิก อุปก
Wearing
Wearing
Binder
Base
Course
Course
Course
Course
(
นาภรณ์ วรโนรา านาญการ
มีสติเมตร
25-35
40-70
40-80
70-100
ขนาดตระแกรง
วิวกร ย า าาญการพิเศษ
เอลเมตร
ว)
daz
::|
37.5
(1 1/2)
| |
25.0
(1)
100
100
90-100
( นายเกรียงไกร บุญช่วย
19.0
(3/4)
100
90-100
12.5
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
320100
56-80
4.75
(เบอร์ 4)
55.85
44-74
35-65
29.59
เห็นบ
193 1
2.36
(เบอร์ 3)
Old
32-67
28-58
23-49
19-45
1.18
(เบอร์ 16)
(
0.600
(เบอร์ 30)
0.300
(เบอร์ 50)
7-23
5-21
5-19
5-17
บ
L :
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เบอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
ธนุมัติ
ปริมาณแอสฟัล ซีเมนต์
(ร้อยละโดยน้ําหนักของมวลรวม
4.0-8.0
3.0-7.0
3.0-6.5
3.0-6.0
รอง ตองค์การบรหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปกองค์การ หาร จังหวัดพิษณุโลก
Her
12
- นายมน วัฒน์ธน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
4
- ;1
หมายเหตุ อบจ.พิษณุโลก อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดและของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ** แตกต่างจากตาราง: 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรง ถูกต้องตามตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 แล้วแต่แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 60-70
ตารางที่ 3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับ AC 40-50
:
การป
Taban Putation to atteseteky CH MONEY
ทาง
ก ก วัด
Wearing: Wearing
Course Course
Binder
Course
Base
Course
Shoulder
Aggregate Size
Blows
19.0 mm.
25.0 mm. 25.0
75
75
75
75
75
แบบแดง
มารานงานแอสฟัลคอนกรีต
(Asphall Concrete)
Wearing
Course
: Wearing
Course
Binder
Course
H:
Aggregate Size
Blows
Stability Min.
12.5 mm
19.0 mm.
Base
Course
25.0 mm.
Stability Min,
N
9786
9786
9786
9786
9786
Shoulder
เขียนแบบ
13
2,200
2,200
2,200
2,200
2,200
25.0 mm.
Flow 0.25 mm. 0.01 in)
9-17
9-17
9-17
9-17
9-17
( พระดัง ปานมณี ผู้ช่วยนานร่าเรียบแบ
75
75
75
75
75
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
สักรูปป
N
8,006
8,006
8,006
7.117
7,117
Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA) !
15
14
13
12
12
A
lb.
1,800
1,800
1,800
1,600
4,600
Min.
กนก ล
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
8-16
8-16
8-16
8-16
8-16
Stability/Flow Min.
N/0.25 mm.
750
750
750
750
750
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
lb/0.01 in.
170
170
170
170
170
Percent Voids in Mineral Aggregate(VMA)
พวกง โยธา นวรร
15
14
13
12
i
12
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
Min.
หมายเหตุ
Stability/Flow Min.
N/0.25 mm.
712
712
712
645
645
วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
lb./0.01 in.
160
160
160
145
145
Percent Strength Index Mini,
75
75
75
75
75
3
3A 19
FERRAR
(1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม บทช.(1)607 :
มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธีมาร์แชลล์
(2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 หรือตารางที่ 3 ให้ใช้มวล รวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกาหนดใน การออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่
(3) การทดสอบหาค่า Percent Strength index ให้ดําเนินการตาม มช. (1) 11 : มาตรฐานการ ทดสอบหาค่าดัชนีความแข็งแรงของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
ตารางที่ 4 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
เห็นชอบ
หัวหน้าสายและออกแบบ
( บท ย ม 60
04
(นาง หง ทอง รองปลัดองค์การบริหาร งาน จังหวัดพิษณุ โค
KN
( นายภัทร ไทยม
รอยละ
2.36 มม. (เบอร์ 3) และขนาดใหญ่กว่า
+5
กอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1.8 มม. (เบอร์ 16) 9,600 มม. (เบอร์ 30 และ 0.300 มม. (เบอร์ 0)
+4
0.150 มม. เบอร์ 100
を
0.075 มม. เบอร์ 200)
ปริมาณแอลฟัลต์ซีเมนต์
± 0.3
trantzouzavkemijat Pike didouins iso rivaledivy mag-iga mingi tabii pola vita ný tak je istotnamien inva
นายมน 24 น
14
4. เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการ ตรวจสอบและสอบเทียบ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษา
เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
4.1 โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) ระยะขนส่งจากโรงงานผสม ถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง ต้องมีระยะทางไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ ตามที่กําหนด โดยจะเป็นโรงงานผสมแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ได้ แต่ต้องสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน มีอุณหภูมิถูกต้องตามข้อกําหนด
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตาราง เมตร หรือตามแบบที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสม จากห้องนั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกที่จําเป็นตามที่กําหนด มีเครื่องมือทดสอบที่ได้ มาตรฐานและสภาพใช้งานได้ดี เพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชุด เครื่องมือทดสอบ Marshall, ชุดเครื่องมือทดสอบหาปริมาณยางแอสฟัลต์ซีเมนต์ในส่วนผสม, ชุดเครื่องมือ ทดสอบหาขนาดคละของมวลรวม เป็นต้น และต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เครื่องทดสอบเพื่อตรวจสอบ คุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการก่อสร้างได้
โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.1.1 อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ ซีเมนต์ (Equipannent for Preparation of Asphalt Content) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อ เวียนไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Steam or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นใดที่ ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟิลด์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีเครื่องควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้ แอสฟัลต์ ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System) ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัสต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจ เป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam) Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อรักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัสต์ ท่อพ่นแอสฟัสต์ ถัง บรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ใน ถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั้นแอสฟัลต์ทํางาน
4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมียัง หินเย็นไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากยังจะต้องเป็นแบบปรับ ได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยัง หม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็นสําหรับกุ้งมวล ละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยางต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดี พอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด อุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศา เซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่วัดได้
โดยอัตโนมัติ
4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมา จากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วย ตะแกรงคัต (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเป็นขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทั้งตะแกรง ทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือลึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวมที่ร้อนออกมาผิดขนาด ไปจากที่ต้องการ
4.1.5 ยังหินซ้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมีมุ่งมั่นร้อนอย่างน้อย 4 ยัง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสม แทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อน ให้กับห้องผสม (Punnit Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมี ท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยุ้งอื่นๆ ในกรณีที่มีมวล รวมในยุ้งนั้นๆ มากเกินไป
4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filter Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียังเก็บวัสดุผสม แทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้อง ผสมอย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วน ละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้ ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอก มากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็น แบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน
4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometric Equipannent) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบ แห่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Arthitoured Thermoireter) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศาเซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัสต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ ที่ห้อง ผสม นอกจากนี้ จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิด มี หน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermiometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่า ไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม ที่ อบจ.พิษณุโลก อนุญาตให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลาย ทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ 15 ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียส
ด่วนที
เซี้ย
เห็นชน
แบบนที่ลง
มาตรฐานงานแส จนก
ปรมมณี ) อ้ายนายช่างเขียนแบบ
- นาย พงษ์ ปกพิง)
วิศวกร โ ช า า ร
: นาย บุญช่วย )
วหน้าฝ่ายสาขา และแบบ
( นาย หล่อ
นส สุรางค์ ลูก) อง งง กาบริหารส่วนจังหวัด ช
มม
ปลัดรส
การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ธนุมัติ
ALL AI
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cattrol tanit) โรงงานผสมต้องมี ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถ ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ผสม กรณีที่ใช้
2 วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอม ให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนักไม่เกินร้อยละ 2
4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
2
(1) ถังซึ่งมวลรวม (Weigh Box Car Hexaper) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับ ซึ่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละกุ้งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมี ขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมให้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนฟิลครัม (Fulcruitin) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟิลครัมและขอบ ใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนวม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
(2) ห้องผสม (Pungunit Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมี เพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อย ส่วนผสมเมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบ
อัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้ ภายในห้องผสมประกอบด้วย ใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอลฟีลต์คอนกรีตได้
อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายไปหายและผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวล
รวมก้อนโตสุด
(3) เครื่องชั่ง (Plant Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ มวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่าง น้อย 7 เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งมวลรวม จะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละยัง มีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักคุ้มละ 5 กิโลกรัม จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ตุ้ม, ตุ้ม น้ําหนัก 10 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 1 ตุ้ม และหนักคุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่น้อยกว่า 40 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียง พอที่จะใช้ในการสอบเทียบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
อัตโนมัติ
(4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และแอสฟัลต์ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบ
4.1.11 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
(1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้อง มีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากยังหินร้อนแต่ละยุ่งได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วย
เครื่องป้อนหิน (Feeder) อยู่ภายใต้ยังยืนร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณ ต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมในจังหวะ ของการผสมแห้ง (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ ผสมเปียก (Wet Mixing}
(2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวม และแอสฟัลต์ ซีเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Centreat it Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การป้อนมวลรวมแต่ละขนาดและแอสฟัลต์ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้ได้
อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
(3) ชุดห้องผสม (Plugrnitt Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้อง เป็นแบบท่างานต่อเนื่อง (Continuous Moker) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และ สามารถผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบพายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกัน เพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้องผสม จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อย กว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของห้องผสม เมื่อมีส่วนผสม บรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวล
รวมต่อนาที เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
LUD A
การคานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
เวลาในการผสม วินาที)
ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Puerrill Dead Capacity) มีหน่วยเป็นกิโลกรัม ส่วนผสม ออกจากห้องผสม (Pungrill Output) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
(4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Popper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้ง สําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม ยังพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและ จะปล่อยส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
(5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยังหินร้อนโรงงานผสมต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ ทราบว่าปริมาณมวลรวมในยุ้งพื้นร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวม ยังใดขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทํา การแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
4.2 รถบรรทุก (Hail Truck
รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถใน
การปูของเครื่องปู ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละ วันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของ รถบรรทุก เวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถในการปูของเครื่องปู และอื่นๆ
กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียน ภายในกระบะจะต้องสะอาด ปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องพ่นหรือ
16
36
เขียนแบบ
ctsth
แบบแสดง
มาควงานงาน อห ล คนท
ด
นาย ระ ปานม ผู้ชายนายร่างงับบบบ
สาป ก
เส้นรอบ
(
HT
สถาปนิก ใก
นากรณ์
วิหารโ ราชานาญ
(นายศราวุธ แสงบาด ลวกรโยธา านาญการ
ผู้ค้าน่วยการทรงร่าง
รองบ่ กองค์การบริหารส่วนจังหวัด โท
มุม
نه
ปลัดองค์การ ชารส่วนจังหวัดพิษณุโล
Oks
( นายมน วัฒน์ธนาน )
นายกองค์การ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
1957 të pini Kurdis, kembalikanim skladne oturakkab ja muita ketadata Adejen detallen, da njen sijaan patikring 2 de server adecka momentarainkban i ngrejjanaa yamsarabito um We arevačinky saytin
nikikies
TH Aas
14
30
เคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใดๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภท เดียวกัน การพ่นหรือเคอบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมีมากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมี ผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกัน
น้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยจะเป็นชนิดล้อ
มี
เหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการ เคลื่อนที่ได้อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะ เคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการปูได้หลายอัตรา และปูส่วนผสมแอสฟัสต์ คอนกรีตได้ความสาดถูกต้องตามแบบ
ม
4.3.1 ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็ว รอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้อง เป็นแบบข้างกระบะหุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor)เกลียวเกลี่ยง่าย ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถแยก ทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow Giate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับ ระดับความสูงของช่องประตูได้
4.3.2 ส่วนเตารีด (Auitarsiatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความ ลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected Grade Lines (2) Mobile String Line (3) Skki (4) Floating Bean หรือ (5) Joint-matching Shoes สําหรับ แบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอ หรืออีกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นหนุ่ม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตชั้นต้นเป็นแบบสั่นสะเทือน (Vibratory Screwed) หรือแบบคานกระแทก (Tamper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับ ความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคานกระแทกจะต้องมีระยะห่าง ระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัสต์ คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดความหนาของใหม่
4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader)
รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยาง ผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheat Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.5 เครื่องจักร ด บ
เครื่องจักรปิดทับทุกชนิดจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรบดทันแต่ละชนิด น้ําหนักในการบดทับของ เครื่องจักรนดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ ขั้นตอน
การบดทับและอื่นๆ เครื่องจักรบดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และ คุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรขุดพ้น น้ําหนักในการปิดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรปิดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะต้องประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อยดังต่อไปนี้
ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือนชนิด 2 ล้อ จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 ต้น ใน
ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel Firect Tandem Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 3 ต้น และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ต้น จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบดไม่ น้อยกว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รอบตจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตาม แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นรอง (Groove) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยปุ่ม (Fit) สลักยึดล้อ (king Pitt) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา (Sprinkler System) มีอุปกรณ์ตราดตัวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ํา สําหรับเลี้ยงล้อรถบด ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อ
ขณะบด บ
4.5.2 รถบดล้อยาง (Phuttatic - Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และ สามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 7 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของล้อ (Rito Diarrester) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาด และจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มีแรงอัดที่ผิวหน้า สัมผัสของล้อรถ คณะบดอัดไม่มากกว่า 520 กิโลปาสกาล (90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบ ฉีดน้ํา มีอุปกรณ์ตราดตัวล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะปิดทับ รถบดล้อยางขณะใช้ งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดยอนุญาตให้มีความดันลมยางแต่ละข้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Rotter) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับบา กับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาไม่เกินชั้นละ 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ต้น สําหรับบดทับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตหนาตั้งแต่ชั้นละ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อ เตียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อ
17
เขียนแบบ
Monidn
เป็นชอบ
{
แบบแสดง
จากงานงาน จนก (Ampholl Concrete)
風
1
thurg)
น่าน หนีบแบบ
สถา ปกปากตะ
( นายวงศ์ นันตาภรณ์ ) หวกร โยช สารก
(
วิศวกรโยธา านาญการพิเศษ
( นาย บุญช่วย )
ข่าว การกองช่าง
เพิษณุโลก
รอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณ เห็นชอบ
อนุมัติ
องค
IN
ww/ins
อ้าย - การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
су s - นายมนต์ชัย วิวัฒน์ นาฒย์
นายกอง การย
3
งหวัดพิษณุโลก
54
นาที) และมีระยะเต้น (Ariptitude) ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบดไม่น้อย กว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลัง ได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรง แนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยนุ่ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมาก เกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อ และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและ เกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ มีระบบการ สั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
4.6 เครื่องหุ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และ
ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัสต์ (Burner)
4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Thermometer)
4.6.4 ปั๊มแอสฟัลต์ (Asphalt Puttapol
4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัลต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle)
4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ (Hand Spray)
4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bitutester)
4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
เครื่องพ่นแอลฟิสต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
(1) ดูดแอลฟีลด์เข้าถึงได้
(2) หมุนเวียนแอสฟัสต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
(3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อพ่นแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัสต์แบบมือถือได้
(4) ดูดแอสฟัลต์จากถังบรรจุหรือท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
(5) ปั๊มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสฟัสต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้ (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความฝัน หรืออื่นๆ
ความดัน หรืออื่นๆ
เครื่องปั๊มแอสฟัลต์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั้น โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็น
ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่าง หัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็น แบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของพ่อและสามารถปรับ ความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัสต์ได้
ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เคลื่อนที่ได้
ลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัล บนพื้นที
ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้
อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว (ล้อที่หัว) ต่อสายเชื่อมไปยัง มาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อม ทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง
ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อบ่า ความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ถัง ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอสฟัสต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัด อุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้ง สองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่างๆเหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพ ใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมา จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณแอสฟัลต์
ซีเมนต์ที่ลาดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนดกล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตาม ขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลต์ ซีเมนต์ที่ลาดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ
15 ตามลําดับ
4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี 4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Sroom) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบ ติดตั้ง รถไถนา (Farm Tractor) หรือรถอื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ชนไม้กวาดอาจทํา ด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมี ประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลัง ลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
4.8 เครื่องมือประกอบ
4.8.1 เครื่องมือบตบแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibratory Conpactor) ต้องมีขนาด น้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบดไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงาน
ซ่อมขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.3.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hand Tanper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนัก เหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดทับขนาดเล็กเข้าไปบดกับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อม ขนาดย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.3 เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือ จะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
น
UTTURAK
มากร งานแ ส ด ค น ท
เขียนแบบ
สถาปนิก
เห็นชอบ
(Appkull Congrelol
นาย ก ก ปานมณี ผู้ชายนายช่างเขียนแบบ
( นายพีรพงษ์ กับปากฟัง)
( มา ด ก
หนัง การโนรา นาก
นาราง แสงเกตุ วิศวกรโย า านาญการพิ
หน้าแ
( นาย หล่อ)
!
Prety
รองเง็ง กรรม วนจังหวัด โลก
เห็นชอบ
นาย ทร โจม 1 ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
.
obratiti pri hitra le 414 1:1 ;1
4
SAN 414
carniszen a angajezing nagiging das 7hubhalačin zy mngeniqnerna? Kopfstrand) manītiLLAERIDERMATITIS SPREMA kabintan kekakkaks with
( นายมนตรี ริมถนา นายกองค์การบริหาร จังหวัด โลก
B14
4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาด เหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งาน และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1 การเตรียมสถานที่ตั้งโรง
โรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก
นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกอง วัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุ หินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละ ขนาด จะต้องต้องแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํากุ้งกั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่ จะใช้แต่ละชนิด แต่ละขนาด ไม่ให้ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้นๆ สูงขั้นละไม่เกินความสูงของ กองวัสดุกลงเดี่ยวๆ เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะกองวัสดุชั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้ เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย
5.2 การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคา คลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงาน ผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในกุ้งหินเย็น แยกกันแต่ละกุ้ง และการผสม มวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านยังหินเย็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกยังตื่นเย็นในทุกกรณี
วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่ยังวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้อง แยกต่างหากโดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
5.3 การเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์
แอสฟัสต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสม กับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 - 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 + 20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด สมาเสมอตลอดเวลา
5.4 การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งาน ได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ ตามรายการและวิธีการที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะ อําานวยให้การก่อสร้างชั้นท
นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่าง การก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
5.5 การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
5.5.1 รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความสาดตาม รูปแบบก่อนท่าขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทางหรือพื้นทางหรือไหล่ทางมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนโดยได้รับความ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
5.5.2 ผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็น คลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความ เสียหายของชั้นทางใดๆ จะต้องตัด หรือขุดออก แล้วปะซ่อม หรือขุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นและมี ผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพดี ขนาด และปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายและพื้นที่ที่จะซ่อม
5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทาง ที่มี ไพรมโคท (Prime Coat หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้ เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัสต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึง ท่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.4 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทํา ไพรมโคท ทิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่ จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาตราด (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความ แน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่นตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําไพรมโคทก่อน จึง ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.5 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําไพรมโคททิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม ขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่ไพรมโคทไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับอาจพิจารณาให้ แทคโคท (Tack Coat) โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโทษ (Tack Coat) ทั้งนี้ให้อยู่
: ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเต็มซึ่งเกิดการยุบตัว Say and Depressions) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะ ส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลย พินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วยหรือเป็นแอ่งก่อน
(2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชิ้นละ 50 มิลลิเมตร
19 136
เขียนแบบ
พบงาน คอนกรีต
(Auphalt Congrata)
nann
เป็นชะน
รายนามทางเรียนแบบ
( พงษ์ ฟัง )
สา
( นาย ต้ง นัก วิว โยยา การ
จาก ช า านาญการ พ
Net: httletr
لم
น้าหงาย และออกแบบ
นาย ส ห
รองหัดองค์การ จังหวัดพิษณ
เ น
อนุมัติ
KENMAN
( นายไทย โจม )
ปลีก ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโล
4 นายมนตชัย วิวัฒน์ น นายทอง ห าน งหวัด ษ โ
SU AH S
การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้บด ทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป
5.5.7 รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิมที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.8 การทําความสะอาดร รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่ลาดทับไพรมโคท สําหรับพื้นทางหรือไหล่ ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเต็มให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จ
แล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเต็มที่จะทํา ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใด ๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ ควบคุมงานกําหนดหรือเห็นชอบ พูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่อง เป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้ เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้มออก หรือโดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ทับ จะต้องทําแอคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใด ๆ หรือผิวหน้าตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่ต่อเชื่อม กับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําาแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตามมช. 227 มาตรฐานงาน เทคโลก (Tack Coat)
ๆ
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขูดวัสดุยาแนวรอย แตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลม เป่าฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคท โดยให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat)
6. วิธีการก่อสร้าง
6.1 การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 6.1.1 การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ ซีเมนต์ต้องมี คุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ ได้กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5
AD10 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวลาและ ควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ 30 วินาที ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการ ผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่สม่ําเสมอ ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน 60 วินาที ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่ แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determining Degrees of Particle Coating of Bituminous-Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม
ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
พื้นทาง
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวนวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ไม่น้อยกว่า 90
ไม่น้อยกว่า 95
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
(1) มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 8 องศาเซลเซียส และมี ความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
ส่วนผสมเฉพาะงาน
(2) แอสฟัลต์ ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 18 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์ ซีเมนต์ มีความหนืด 170 -20 เซนติสโตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสม
เฉพาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อน ผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิ ดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่ อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
20
126
กองสง
UUUKAA
เรฐานงานแ ส น wint apchoit Connerets)
เขียนแบบ
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
Monjün
นาย
}
เห็นชอบ
(
( นาง นาร
วิทาโรรา านาญการ
" นายศราวุธ แต่อ วิวกรโ ยาชานาญการพิจาร
หัวหน้าฝ่ายสาวและแบบ
- นายนวยการกองช่าง
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นขอ
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดย
ок
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
314
กลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจาก รถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้
6.2 การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2 ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
5.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการ ตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้อง ดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออก จากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มี ระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีด อัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือนของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจน ระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้บดทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Showing) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความ เสียหายอื่นๆ ขณะหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้
6.3.1 สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
6.3.2 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจาก โรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของ การหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้ตรวจสอบหาสาเหตุและ
แก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกซึ่งวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสมแอสฟัสต์ คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรง แนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่อง ระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของโครงสร้างใดๆ ที่มีแนวถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้อง ดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน ขยาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
6.3.5 การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง รอยต่อตามขวางหมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้
225 คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุด ของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มี
ความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนลาดได้เพื่อ
(2)
ความสะดวกในการออกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับหารอยต่อตามขวาง โดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละ แปลงให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน
เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบ แผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่ปูเป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัดความ เรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้น
ออกไปจนถึงขั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้ แนวตรงและตั้งฉากโดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้หารอยต่อตามขวางนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินการ ตาม มทส.227: มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat )
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้าง ประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํา
รอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อย
แล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้น ด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการ ตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Pack Coat)
การขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มปูส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ หากไม่ได้ระดับ
ตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า
5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย
เขียนแบบ
Amidn
แบบแสดง
มาตรฐานงานแห่ลอนกรีต
(Asphode Congrats
ปานมณี
( นาย
ว ย น ารณ์) สาระ ไชยา า า ก
ควรโยธาชํานาญการ ส
- นายเกรียงไกร บุญช่วย
「
( นายชัย หล่อนิมิต )
รอง บริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เห็นชอบ
ชนุมัติ
ปลัดองค์การบริหารจังหวัดพิษณุโลก
( นายมนต์ชัย พเนย์ ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
6.3.6
การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจร
ข้างเคียงที่ได้ดาเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลี่ยมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-30 มิลลิเมตร แล้วดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปนี้ให้ชนแนว รอยต่อ โดยให้สูงกว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อบดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลต์ติกคอ นกรีตตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คัดเม็ดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อนั้นออกทิ้งไป ซึ่ง เมื่อนครับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ดําเนินการ
เรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.3.3 โดยตัดให้ตั้งฉาก กับชั้นทางที่ปูหัน และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้หารอยต่อนั้นด้วย แอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทางที่ประกบ การหารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการ คาม มทบ.227 : มาตรฐานงานเทคโคท (Tack Coat)
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาวเหลื่อมกัน ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนวขอบ
ช่องจราจรตามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง การปูชั้น
ทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังปูโดยเครื่องปูเครื่อง หน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องทําแทคไคท
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึง โค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบนชั้น
กง
8
6.3.8 การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดทับเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาตลอดความกว้าง ของชั้นทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางตลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันที ขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่กําหนด ให้คราดผิว แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้องมาเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับ
ให้ถูกต้อง
6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้รถ เกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้
ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.3.10 การปูด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และอื่น ๆ ที่เครื่องปูและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป
ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียงกันบนพื้นที่ที่ต้องการ ปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้ บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภาย หลังจากการบบทันเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หากต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด
6.4 การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติ ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรปิดทับต่าง ๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ ให้ เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่ อบจ.พิษณุโลก กําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
การบดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มบดทับขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อบทับแล้ว จะต้อง ไ นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ
6.4.1 หลักการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนดไม่ได้ระบุวิธีการบดทับเป็น อย่างอื่น การปิดทับให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการบด บดังนี้
ในเบื้องต้นให้บดทับรอยต่อต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และในการ
บดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการปิดทับชั้นกลาง (intermediate Rating) โดยให้ปิดทับตามติดการปิดทับในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด เท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
ในการบดทับจะต้องเริ่มบดหีบที่นอนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือด้านขอบนอกก่อน
แล้วจึงค่อยๆ ปิดทับเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยกโค้ง ซึ่งจะต้องปิดทับ ทางด้านต่ําก่อน ทางด้าน ก่อน แล้วจึงปิดทับเหลื่อมไปทางด้านสูง การบดทันแต่ละเที่ยวให้บดทับขนานไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลาง ถนน และให้แนวบานเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าปิดทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวาง หรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุด รถบดแต่ละเที่ยวของการบิดทับ ต้องไม่หยุดที่แนวเดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้ เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
ในระหว่างการนัดทัน หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสาร 00 สําหรับเคลือบล้อรถบดใดๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบางๆ เพียงเพื่อเคลือบผิวหน้าล้อ รถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมดความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้
361
เขียนแบบ
สถาปนิก
เห็นset
サウ
แบบแสดง
กรงานงานแอลฟี รบก
(Mapnal Conarate)
( นาย ร ร บ้านมนี) ผู้ร่วยนายช่างเรียนแบบ
: นายพรพงษ์ บาง
สถาปนิก - นา นิก ราว โ ร าญการ
นายพล แสง อากรโบร านาญการ
wewater win - 19 - E
และพอแบบ
นาย ย ห ชนิด ว ร ง าง
นางสาวศรีราชา ง รอง องค์การบริหาร นานโด โan
KN
( นายภัทร ใจคน ) ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
นาย
1 นายมนต์ชัย วิวัฒน์นาน
การ หารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
AO Ort C
H.
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
7
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นหีบ)
จ่านวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร
(จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
30 (1,800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
แบบแสดง
มาตรฐานงานแอสฟัดจนกรี
(Asphalt contra
(15.2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
37 (2,200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
เขียนแบ
(16.7)
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
私
เน
40 (2.400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
ผู้ร่วยนายช่างเขียนแบบ
(18.2)
(13.6)
(10.9)
(9.1)
(7.8)
สป
43 (2,600)
65.0
39.0
32.5
27.9
(19.7)
(14.8)
(11.8)
(9.8)
(8.4)
สถาปนิก นั ท
47 (2.800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
(21.2)
(15.9)
(12.7)
(10.6)
(9.1)
50 (3,000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
(22.7)
(17.0)
(13.0)
(11.0)
(9.7)
nu/3.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
ความเร็ว ไมล์/ชม. รัตนต บ/นาที
LIS
2.5
3.0
3.5
( นาย นิวงศ์ อนัน หรณ์
วิลล โยชา านาญการ
नार
วิศวกร โล า านาญการพิเศ
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
ฟุต/นาที
132
176
220
264
308
หัวหน้าฝ่าย
การบดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่อง ปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรอบขณะปิดทับ จะต้องค่อยๆ เปลี่ยนความเร็วที่ละน้อย ในช่องทางการ บดทับช่องทางใดๆ การบดทับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ในแนวของทางการปิดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและ ถอยหลังรถบด จะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยน แนวของทางบดทับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดยให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้ปิดทับและ เย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การปิดทับของทางบ ทับถัดไปจะต้องขนานกับช่องทางเดิม การจอดรถบ ขณะบดทับหรือบดพับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดต้น ทําให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์
คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิถูกต้องมาเพิ่ม
พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงปิดทับใหม่
6.4.2. ความเร็วของรถบดในการบดทับ ในการบดทับโดยทั่ว ๆ ไป รถบด จะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและ สม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหนาของ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการปิดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการปิดทับ สําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทือนซึ่งบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน และรถบด ล้อยาง ในการบดทับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 6
ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบดในการนต์ทับ
ความเร็วของการบิดในการบดทัน
การปูดทับขั้นต้น
กม./ชม ไมล์/ชม.
การปิดทับชั้นกลาง
กม./ชม. ไมล์/ชม.
ชนิดของรถบด
รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
3
2
5
3
5*
รถบดล้อยาง
5
3
5
3
8
รถบดสั่นสะเทือน**
2.5-3
4-5
2.5-3
ความถี่การสั่นสะเทือน
เ ต (รอบต่อนาที)
หมายเหตุ
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน /
การบิดทับขั้นสุดท้าย
ไมล์/ชม.
กม./ชม.
ดูตารางที่ 7 ประกอบ
3*
ความเร็วสูงสุดของการบดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใดๆ ขึ้นอยู่
กับระยะกระแทกของล้อรถบด (impact Spacing) ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถนตจะน้อยกว่าความ หนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่นครับแล้ว ในการปิดทับระยะกระแทกของล้อรถบดไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร (หรือ 33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบดเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่ เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใดๆที่ใช้และระยะกระแทกของล้อรถบดที่
กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
ที่
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรนดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการบดทับ (Pattern of Rolling เหมาะสมกับชนิด จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อนทับเสร็จแล้วจะต้องได้ชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่น ๆ ถูกต้องตามที่ กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับได้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะสามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็น บรรทัดฐานในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการ เปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบดทับที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงาน อาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลองในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดกับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดไต ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้าง
ดําเนินการทดสอบ ท้น เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่สุดทันที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของ โรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการบดทันเต็มผิวหน้าชั้นทาง
( นายชูชัย พลช มิส
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เมซอน
อนุมัติ
بيرة
K_
นาย กง ในอน
ป ล การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ปลดลง
3 นายมนต น พ น น
รวม นายกองค์การสาน ห ล
แอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับที่ช่องทางบดทับแต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของรถ บดแต่ละชนิดในการบดทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูนั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การบดทับ
จะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บด บรอยต่อตามขวาง
- บดพ้นขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ค. บดทับชั้นต้น
ง. นดทับขั้นกลาง
จ. บดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชิ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ใหม่ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบด
ทับจะต้องคําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บด บรอยต่อตามขวาง
ข. บด บรอม ข ามยาว
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ง. บดทับขั้นต้น
จ. นดทับขั้นกลาง - บดทับขั้นสุดท้าย
6.4.5 การบิดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้ปิดทับโดยไม่ สั่นสะเทือน
ควรใช้แผ่นไม่
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการบดทับรอยต่อตามขวาง
ไม่มีความน่าเหมาะสม วางรองขีดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางทั้ง 2 ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลา คนเลยชอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงบดทับรอยต่อตามขวาง โดยในการมดทับ เที่ยวแรกให้รถบดวงบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปใน บริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความ เรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวนครับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้า ไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ช่อง
จราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว การปิดทับในครั้งแรกให้ปิดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวางด้านที่บรรจบกัน
รอยต่อตามยาว โดยให้ปิดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัด ความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับ
รอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางของชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต บริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้มดทับรอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการปิดทับ
ดังกล่าวข้างต้น
6.2.6 การ ดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต และบดทับเรียบร้อยแล้ว กับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้าง
ประกบกัน
ในการ ดทับรอยต่อตามยาว เมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบิดทันเที่ยวแรกให้ ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อน แนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้นทางแอสฟิลด์ คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การบดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้าง แล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการปิดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่ เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
(2) รอยต่อ ร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่อง 2 ชุด
ในการบิดหีบรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้าบดทันพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้าง ของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบดทับขั้นต้น การบิดทับให้แนวรอยต่อ ตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้ปิดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความ
แน่นตามที่กําหนด
6.4.7 การบดในขั้นต้น (Initial cry Breakdown Fetting) ภายหลังจากที่ได้บดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการบดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศา เซลเซียส การปิดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบดทับที่ใช้ ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักครับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การ สั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้ เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทางที่อยู่ภายใต้ที่ จะก่อสร้างขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทัน การบิดทับให้เริ่มนาทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต านว หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบชั้นทางด้านใน
การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้ เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 35-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และระยะเต้นของ ล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควร ใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้น ผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเต้นด้าน
สเปก
เห็นชอบ
หารส่วน
ร า ย า - wun to
มาตรฐานงานแอสฟัง จนกรีต
(Aaphot Contra
1
ปานมเ
ข่าว นาย างเขียนแบบ
( นพ พัน เนินกรณ์ )
วกรโยธา านาญการ
“นายครวุธ แล วิวกรโยธา หาญการ กร
ไกร บุญช่วย ) หัวหน้าฝ่าย และแบบ
- น น ท ช
)
วง - งการสาว วนจังหวัดพิษณุโลก เห็นชอบ
องการบริหารจังหวัดพิษณุโลก
: นายมนตรี วัฒน์ธนาฒ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โลก
12-14
สูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนและค่าระยะเต้นของล้อรถบดในการบดทับ ให้พิจารณาจาก ผลการ แปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความ เหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรบดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบด บโดยการ สั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านค่าตั๋วโดยเมื่อนครับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
การบดกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบด สั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเส้นของล้อรถบุดด้านต่ํา
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบ สั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด้าน สูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้น นอง อรถ ดค้านต่ํา
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนว สิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยอัดด้านข้างไว้ หากบดทับตามวิธีการ ปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการปิดทับใหม่ โดยให้ รุ่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300 มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้
บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้าย ของการบิดทันเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจร พร้อมกัน การบดทับในขั้นต้นนี้ให้ ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ของ แต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการปิดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
6.4.8 การบดทับชั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การพูดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับขั้นต้น โดยให้บดทับตามหลังการปิดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่ กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบ ที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนา มากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อเหล็ก รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.4.9 การบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน เท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบิดทัน น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การปิดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การบดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับขั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้าง บนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การบดกับโดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ใช้ล้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้า โดยให้บดทับตามหลังเครื่อง โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องจะ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปูลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน นั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมี ความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดทับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บดทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของสอระบบด้านต่ํา
(2) การปิดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ซื้อกับ คันหินและร่องระบายน้ํา สะพาน ขอบบ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบครับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Belt Akuth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
ก. การปิดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบครันในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้น
งบดทับขนานกับขอบทางโค้ง
ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการปิดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้น แบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงบดกับขนานกับขอบทางโค้ง
- การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่าง
น้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะ (Surface Texture) ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ มี ลักษณะผิว และลักษณะการบดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผิวหน้าหลุด (Butt) รอยฉีก (Ton) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงาน
(Pull)
เห็นสมควร
7.2 ความเรียบทีผิว (Surface Tolerance)
25
36
เขียนแบ
ตา โก
เห็นชอบ
มาตรฐานงานแอสฟัน
Asphalt concre
( นายพีระศักดิ์ ปาน) ทยนายช่างเขียนแบบ
สถาปนิกปฏิ
( นายดวง ธนาภรณ์ ) รากรโบรา านาญการ
จาก โย า านาญการ
海
และแ
3 นายช น พ ช มิ
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด on
K
ปลัด ง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Petatt man formator29 ja 2 % SAT Spájkandar Vučja paanaadama V Novinky Sazard magnananggarja Man Kayng) zanja manningsmati mangiaronessardi zakaj zareaguar edhe t’i mus jadi tamanna Sheria zaa vene 2 DEALER IN
( นายเท ย า ร า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
13-14
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียนตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนตัวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉาก และในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตภายใต้ไม้บรรทัดวัดความ
เรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
7.3 ความแน่น (Density)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จากการ
เปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต กับค่าความแน่นของตัวอย่างที่พูดอัดใน ห้องปฏิบัติการตาม บทช.(ท)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็น ค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้
7.3.1 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการใน ห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก่อนตัวอย่างอย่างน้อย 8 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่าความ แน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการ ประจําวัน
ในสนาม
สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและ วิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม มทส. (1) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์ คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ในห้องปฏิบัติการ จะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตที่ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นาน ไม่เกิน 30 นาที ในระหว่างดําเนินการค้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิ การบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ เพื่อนํามาใช้บด
อัดท้าก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก่อนตัวอย่าง ตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้อง ตามข้อ 4.8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุก ๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ต้น แล้วนําไปทดสอบหา ค่าความแน่นตาม มทส (1)607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แซลล์
สําหรับชั้นผิวทางชั้นรองผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า
25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความ
แน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน
สําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้ เปรียบเทียบประจําวัน ตามลําดับ - การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้น
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่เมื่อเปิดให้
การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที อบจ.พิษณุโลก กําหนด พร้อมจัดบุคลากรเพื่อ อํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่
ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - หนัง ออ้างอิง
9.1 กรมทางหลวง มาตรฐานที่ ทส. ม.408/2532 “แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete or Host vix Asphalt)”
9.2 American Society Of Testing Meterials Astrn. Standard D-1559
9.3 The Asphalt Institute “Mix Design Method. For Asphalt Concrete And The Hot- Mix
Types” Manual Series No.2 (Ms-2)
lb
เน่ ป
(Asphalt Con
EAEGVPM WHGA
ウ
สถาปนิกปฏิบ
( น า ช นากรณ์ )
- การโยก านาญการ
รวกรโยธา รายการ พิษ
หัวหน้า
(นาย ช ห นิ
รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เป็นอย
ยอม !
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมัติ
神
ок
นายมนชัย วัฒน์ธนบ
นายกองค์การ มาร วนจังหวัดพิษณุโลก
jk
ให้ทาง
2x144
- A POTAMS, LAI
1
U-27 - Wampung 1 Pony. Ne verum
1149
152
69
T
2
«<»
30
IDMELALA
70
A-77
再
-*
ประเภทป้ายบังคับ (u)
7
U-9
1-10
17
1-19
1m20
W-21
U-22
THUA
50
21
$2.5u
H
AU
1-33
11021
2
U-45
vika makazała zakona koukuta ma dubina on
2.5m
2.5u
MED
1815274 273 TRIGI
ประเภท ายบังคับ (1)
า ที
เครื่องหมาย
t-
ประเภทป้ายเตือน (ต.)
คับที
เครื่องหมาย
ให้รถสวนทาง ก่อน
21
การข่า
ามกลับรถไปทาง วา
หมา
26
ห้ามเลี้ยวซ้าย
20
สาเสียวสาว
2
2.511.
U-35
10
ทาแปลน องเดินรถไปทาง ค่าเปลี่ยนส่องเคียงไปทาง
าน บาท บา ห้ามเลี้ยว ว พ กลับ
หามหาบรรด
หามากยน สามล้อ กามาดราม
40
20
MAART 2
ทางบ้านรถไฟ เรื่อง ทาง ทางข้ามรถไฟ เครื่องกั้นทาง
แบบมาตราฐาน ป่า ประมาท า ร ร ง น น น และ ป้ายนะน่า
ทรง นกาย น
U-17
ผิวกง รอ
ทางเป็นแสง
20
สามรถจักรยาน
U-20
ทาง
หมด เรียบล เช่น
หามชลยนต์ที่ใช้ในการเตร
วัยน
ทางชวน ระวังทาง สะพานเปิดโล
ห้ามงด กายา พน และ ถยน
129
และ ส่อเลื่อนลากเน
มาทางท ก
หามรถ กวนยู และ
+
20
30
m10
1
6~12
4日
47
48
50
««
50
JOUMUBATHRO
ทามใช้เสียง
U-31
ทางควงทนา ลับสดทางคู่
A
*
รียน ะ ง ก
บ้า
ระงับสองบิน บิน งบราย
27
กันไป
วัดความ ว หมวดหนัก
น าหน ทามากกว่างเ น าหนด หมวดสูง น าหนด
ให้เคียง ทางเดียวไปรงหน้า
60
ทางเดินรถทางเดียวไปทางด้าน
ให ต าน
ให้ไปทางสายหรือ ทางวา
ไฟ
มาย
ให้เลี้ยงรา
เสียว
ย เ วา
ให้ตรงไปหรือ เลี้ยวซ้าย
ตรง หรือ เวชวา
องเดินรถประจําทาง
ชอง นรก จนต้
เฉพาะตน
น
ให้ ความเร็ว
[社]
地域
ปายหลัง ความเร็ว
ลดความ
中央
รายการประกอบแบบ
- แผ่นป้ายสะท้อนแสงสําหรับบ้ายบังคับและบ้านตอน
27
ให้ใช้สัมประสิท การ พั น แล แบบที่ 9 - นวลบาง รับถนนชนบท โดยทั่วไปให้ ขนาด 3
นอกจากระบุเบอ านในแบบ ส
クラス
เม
: นายจีระศักดิ์ ปานมา ) ผู้ช่วยนายทางเรียบแบบ
C
นตาภรณ์ )
(A)
กองค์การบริหาร ทวนจังหวัดพิษณุโลก
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
16
(357)
นายกองค์การบริ ส่วนจังหวัด t iat
EL
う
หยุด
ให้จํานวน
ให้ท
จะ กะ /**
ในวน 2 ร
prettyl
ป้ายแปดเหลี่ยมด้านเท่า
จากหลัก 3/8
สา
ป้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า
มาตรฐานเครื่องหมายควบคุมการจราจร
การติดตั้งป้ายบังคับและป้ายเตือน
ตั้งตามระยะ จนค ให้คิดตั้งความเหมาะสม
men(40
หากพื้นที่ดําเนินงานในร ลงตามระยะ จนได้ ให้ลดลงความหมาะสม อง
ในสทางหนีย
21
- iAA
บริเวณ นายได้นั่นเป็น
ia
蒲
ห ตามระยะท าหนดโ
ให้ติดตั้งร้านเหมาะสมแก่ท้อง
เขียนแบบ
กองข่าก
แมลง
แบบมาตรฐาน ป้าย
จงต้น นายบ้านน และ สายแปะน่า
( นาย ระ ปาน) า นายช่างเขียนแบบ
1
สถาปนิก
$290, INWAR” INSANEY PS, INWA
Little ti
ป้ายวงกลม
CITY UMT
REDUCE SPEED
ยสี่เหลี่ยมผืนผ้า
arskud viljade staan, deydi Poetica istatymain mennettu 2
บัเหตุ
นาน 4
Attri
จะ กก/
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เจาะ ไ ต ก 3/8”
30 กุม
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส
0.50
0.00
ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมตั้งขึ้น
ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ไทยสา
USS LOW GEAR
趱
ชนิดและขนาดเสาบ่ายจราจร
0.80
บ านด
ลักษณะขาย
เหล็กปิดหัวเสา หนา 2.3 มม
แลเหล็ก
OOK95x2.3
เสาป้ายเหล็ก ขนาด 9x96 2.3 มม โดยทา รองพื้นด้วยสีกัน นัม สาย พาส สมรองพื้น น ว ง พ่นหรือทา น น ชาว ทับหน้า 2 ชั้น
แล้วจึง บริเวณโคน เอาทาสนามัน และ ล ก อ สั นสะท้อนแสง
และกล เกรดสําหรับงานจะตามแบบ
ส่วนบนสุดของเสาเหล็กให้ปิดด้วยแผ่นเหล็กหนา 2.3 มม เรียมปิดโดยรอบ
เจาะ 3/8”
ใช้นาน 4 ตัว
บนๆ เพล หล็กหนา 6 มม.
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า
หาแข่ง
รอก กลีบ 3/8”
NOT CONTINELY BAN OF CATHE
บ่ายสี่เหลี่ยมหน้าจั่ว
title:quirt 4.4
trinibennettee
Pak the thai t
ชนก นุ่มไทยรอบ
รูปขยาย 4
・
เหล็กหรือพุกตะกั่วขนาด ไม่น้อยกว่า 1/2” จํานวน 4 ตัว
พื้นคอนกรีตเดิมต้องมีพื้นที่ กว้างไม่น้อยกว่า 1.00x3.00 และหนาไม่น้อยกว่า 0.10 ซม
แบบการติดตั้งบนพื้น คสล. เดิม
หมายเหตุ ขนาดของเสาเหล็ก 95 95 มม. หนา 2.3 มม. เกณฑ์ ความคลาดเคลื่อนยอมให้ 4 - 5 มม
*หมายเหตุ : เส้นขอบปาก สัญลักษณ์ และ อักษรย่อความ นายใช้สติกเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือ แสง (ตามชนิดของป้าย) เทรด หรืองานจราจร บอก 806 - 2563
ช
2. นายใช้ สกร ม่วง เ ร าหรับงานจราจร มอก 306 - 2563
3. เตาบาย พาสกินนี รองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสีน้ํามันสีขาว ใบหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามัน และวัดสติกเกอมสะท้อนแสง เราหรับงานพระราม แบบ
*******…ให้ดูรูปขยาย
1.1 โดยทั่วไป ป้ายบังคับมีรูปร่างแผ่นกลมโดยมีเครื่องหมาย
สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรเป็นสีอยู่บนพื้นป่ายสีขาว เส้นขอบป้ายและดกลางเป็นสีแดง นอกจาก
1.1.1 ป้ายหยุด (ST SIGst) เป็นรูปแปดเหลี่ยมด้านเท่า ตัวอักษรถึงบนพื้นนายสีแดงรอบบ่ายสีขาว
1.1.2 ป้ายให้ทาง (GIVEWAY SIGN) เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
มุม อง ตัวอักษร รอบบ่ายสีแดง
1.1.3 ป้ายห้ามจอดรถและนายห้ามหยุดรถ เป็นรูปแผ่นกลม
พื้นป่ายสีน้ําเงิน เห็นของนายและปิดกลางสีแดง 1.1.4 ป้ายสุดเขตบังคับ เป็นรูปแผ่นกลม พื้นป้ายสีขาว
ไม่มีเส้นขอบบ้าง แต่มีจํานวน 7 17 มม. 45 กับแนวระดับ จากทางขวาของฝ่ายมาทางซ้ายของฝ่าย
12 ป้ายเตือน โดยทั่วไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตั้งมุมขึ้น
โดยมีเครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษรสีดํา พื้นป่ายสีเหลือง 2. ส่วนประกอบแผ่นป้ายประกอบด้วย
2.: แผ่นเหล็กอาบสังกะสี ความหนาไม่น้อยกว่า 1.20 มม
2.2 สี ป้าย สติกเกอร์ชนิด สะท้อนแสง
เกรด หรืองานจราจร เกรดสําหรั
เครื่องหมาย สัญญลักษณ์ ตัวเลข ตัวอักษร และเส้นรอบบ่าย
ใ ส กอ ชนิต สะท้อนแสง หรือ แสง
(ตามชนิดของป้าย) เกรดสําหรับงานจราจร
สําหรับด้านหลัง นายพ่นสีรองพื้น กันสนิมสีเทา
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
4. ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
2. ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําฝ่ายให้
ก่อนน่าปวดตั้ง ณ สถานที่ 7 อบจ พล หน
สถาปนิก นักกร
กรกช
เห็นชอบ
: นาย ว ธ น ารณ์ )
วกรโยธา านาญtre
事
กะโล่ า นารา
หัวหน้
wastani ka pēdā
(
รอบกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เส้น ตน
มุ
28
นาย ไทย ใน ม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
Savile
- นาย น ย วิวัฒน์ นาย
นางค์กาวบริหารส่วนจังหวัด โ
- mid 1 Vrac 27 YAN
ADIN
08 -
14
———-*
(ตะลักษณะของกระหนดระหว่างเนินกา
, I
T.BE
Starer li maalaus
the intense va
A pe HART
แบบป้ายแนะนํา
0.43
F
SANG MEDIA
ปี)
เส้นขอบปาก
บ้านทรัพย์ไพรวัลย์ กม. ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
บ้านเขาน้อย
กม.
ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
นาด 3/8"
จานวน 3 ตัว : แหวนมิเนียม
ขยายป้ายแบบ 2 ป้าย
การลักษ์ โฟมประมวลกฎหมายอาญา
เสา กก องธนา ไม่ ย า 95% 4.3 ผม มินเก เชื่อมกับ ทาสีกันสนิมแล้วจึงพ่นหรือกาล มันสัง
ขยายด้านหลังป้าย
E
ก ก ษ า ยาย (รายละเอียดอักษร และขนาด ก ร ะ น ะ เ
รูปตัด A
มุมโค้งให้สวยงามและเหมาะสม
dhist : Vie
บ้านทุ่งเอี้ยง
ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
เส้นรอบป้าย งา
ใช้จํานวน 4 ฟ้า เงาแหงน มินิ
ขยายบ้ายแบบ 1 ป้าย
Tel:New - ON AIR NH Twitter
จัง
แบบแสดง
ประมาท า ช บ บ้าน บน
*** แนะนํา
เป็นแบบ
norosiliate
4 นายพีระ ก บ้านมณี) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
แค่ฟัง 3
สถาปนิกปฏิบัติการ
ก
熟
เสื่อมกัน หา กันสนิม จ ง น ะ ท า ง
( นาย พงศ์ อนันตาภรณ์ ) ลวกรโยธา นาญการ
T
the in
+jain+ inj fr
..คลากร หุ้มโดย
なず
(แบบขยาย หลังนาย
0.50
(อย่างน้อย ใน ทาง
- นก หนุนโดยเล
มาทน ทํา งาน สม - ทามระยะ จนได้
….
3
นวน 4 ค่ํา 20 วนลุมิเนียม - กษร กดเ (แบบรยายด้านหลังบ่าย
รูปขยายเหล็กประกับช่วงยึดเสา
กิน หาก นส น ง ห า า น งา
#NUSD)[
( ง ในทางหรือ - แกมโกงบ
ลกนก คนโคแทบ
なかにはびみ
หวกรโยธา านาญการพิเศษ
AVTE
นายเกรียงไกร บุญช่วย) บ้านบ้าน และ
เห็นชอบ
( นายชย หล่อนิมิต)
ผู้ หน่วยการสองร่าง
Okl
หาก า เนินงานไม่สามารถ
สาม ระยะที่ โรเนดได้ ในทวามเหมาะสมต้อง ในรถ น้าหมวบคุมงาน
(นางหาว สุรางค์ ทรง รองปลัดธงการบริหารส่วนจังห ห
เห็นชอบ
อนุมัติ
CN
( นนทะ ในเม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
รูปตัดป้าย
[E] 0.30×0.30
— รูปตัดป้าย
หมายเหตุ 1. เส้นขอบบ่าย สัญลักษณ์ และ อักษรข้อความ บนป่ายใช้สากเกอร์สีขาวสะท้อนแสง หรือทีบแสง (ตามชนิดของป้าย) เทรดสําหรับงานจราจร บอก 60-2563
2. พื้นป่ายใช้ สะกอ ม่วง เกรดสําหรับงานจราจร Joft 606–2563
3. เสาชาย ทาส นสนิมรองพื้น แล้วจึง พ่นหรือทาสี มันสีขาว หันหน้า 2 ชั้น บริเวณโคน เสาทาสีน้ํามัน และสารสีส้มสะท้อนแสง เกรดสําหรับงานจราจรตามแบบ
ข้อกําหนดติดตั้งป้ายจราจรและการตรวจสอบคุณภาพ
- ให้เป็นไปตามข้อกําหนด ตามแบบมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดของวัสดุที่ใช้ในการจัดทําป้ายให้
ก่อนนา ปลดลง ณ สถานที่ 4 อบจ พล นดไ
tw
( นายมนตรี วัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
MTLXPSretsis heapest Ne vit 18 ปี sarkana baan ja mitRates253 177995 bár fanes naktsmesszemeni klik, ¿Patio dietsiate databas ziemniakini wenzenu kap japan models man za da #kledij na kama je
0.30
0.20
DVD
takin kuidagi kandet skal lajakoul
เท่ เห ก
100 114
24
コー
รูปตัด
NOT TO SCALE
0.50
یدا دهانا
รูปด้านหน้า
A
ไฟกระพริบ
แถบส กอร์สะท้อนแสง สีส้ม
サイズ
โคมไฟ ทรี
SOLEVA
ww
040
050
好きす
แสดงการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบร่วมกับป้ายบังคับหรือป้ายเตือน (เสาเหล็ก)
รูปด้านข้าง
100 L
BOLT 400x300mm
ขันแน่นด้วยน่
ท
0.40
Q.75
0.30
0.20
แปลน
ขยายลานจาก
0.05
รูป ต
0.30
0.40
ידן
BASE PLATE 300×300×20 機
B012
L
SEMANA SAJA KANKA platereden meningsarena amin saamam pinoyphite Dyed Land mandram kokosit meinen Vereinen@det i Veurem inecat vinetest amidrezat inevate melkeät in velvet smadreta s jpnigste „patan meritide
-
- เช ในงา
(
- เช ในงา
で
9735006-2563
M
V-SHAPE
STIANLESS STEEL
OR T-ROD
す
REFLECTIVE SHLETING
11"
う
30
สัญญาณไฟกะพริบ พลังงานแสงกา ท
( มาก ปานมณี )
( นาย นาง นันทภรณ์
Un
pingi w
es
サウツギヤ)
นายทอง การ หารส่วนจังหวั ษณุโล
- ร าเนินการจัดกา
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (TRAFFIC PAINT) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจร ที่ทําการตีเส้น หรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลบทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่น เพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อนในกรณีที่
เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกันเครื่องหมายจราจรที่จะทําชั้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเติมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจร บนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังจากการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมผิววัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้ผิดเพี้ยน หรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจาก ให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก ให้เพียงพอกับความร้อนในการเตาต้มที่มีการกวนอยู่
ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขนาดใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้ว ต้องรีบใช้ทันที่ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องให้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้งาน ปริมาณของวัสดุจะต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไป ต้องขอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
2 ข้อกาหนดคุณสมบัติ
2.1 สีจราจร (TRAFFIC PAINT) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําให้ประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 415 จราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLOSTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาตลาภ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542
วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร
!
2.3 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไว้ที่พิพิธภัณฑ์
2.4. วัสดุรองพื้น (TOOK COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมี ใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
รายการที่ หนอ
วัสดุ
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
Bamar
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
wan.qn 45 -2541 MÜAйZ
ฟัน
BUAT
ฟนรี หรือปาดลา
!.! อ าหนด
1.2 การใช้งาน
2 การตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนาเมื่อแห้ง มิลลิลิตร
พ่น
รีต หรือปาด
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้วโรยจากเครื่อง
3.ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อตีเสร็จทันที(ตรวจรับงาน)
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง มีสติเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลาง
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), red.x, m
สีขาว สีเหลือง
- การตรวจสอบคุณลักษณะการใช้งานระยะเวลาประกัน
- การมองเห็นในเวลากลางคืน
I
0.2
0.2
300
200
6 เดือน 1 ครั้ง
18 เดือน 1 ครั้ง
4.1. mrazŵeuuge (Retroreflectivity), med.bc. m2
4
ขาว เหสีอง
- 150
100
- ระยะเวลาประกัน
12 เดือน
Da Serrados nas nemezes semainesi plő a mezando sezamona dag tyczne z normalnazevarremanje tipigwangi Tagungs-4 in thow pici 18 years; up by Shah Yahiriahilevisi
หจก ฟรี จานร้อน
เซีย util
แบบเสียง
แบบมาราน
ข้อกาหนดการสั่นครา
無
นายพีระ ปานมณี
ผู้ป่วยบางร่างเขียนแบบ
SAKA CA
DINK A HEA
1
•
1 นาย อนันตาภรณ์ ) วิศวกร โคราชานาญการ
HT
a terra lens par azeri që po vyjd da de ka piile prindit is taking stemming in his hot titties to in the fifi?
(นายเรียงไกร บุญช่วย หัวหน้าฝ่าย หวาและออกแบบ
の
3.0
3.0
2 400
เห็นชอบ
( นาย น ห ล
ผู้ข้า วยการกองช่าง
3.0
(
บลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโ
A A
300
200
12 เดือน 1 ครั้ง
24 เดือน 1 ครั้ง
160 * 100
24 เดือน
31
36
3 นาย ไทย ในอน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษ
จนม
(bag’rikk ‘madhan 50 dedi gah’s up 1 pk di
: นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธน) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
T
แทง แ
100.00
STRIPS
100.00
004
RUMBLE STRUPS
A
40.00
40.00
100.00
ลับแบ่ง ทางจราจ
ชอบไหล่ทาง
RUMBLE SNOAS
RUMBLE
STAPS
คน อย่าย
UUU RUMBLE STRIPS UUM7
80.00
0.00 4000
100.00
40.00 400
สอบ ท ทาง
UUU RUMBLE STRIPS UUNJU
ไม่แสดงมาก ส่วน
40.00
HUMBLE
40,001
BULUBU A
IUMBLE STRIDE
A
1.
1 มิติต่างๆ มีหน่วยเป็น 8 เอกจากจะระบุไว้เป็นยาอื่น
2.TAMINA RUMBLE STRS 2
ALL STRIP
แบบจะเป็นผู้กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
0.10
AWANSLATL
ド
2001.
BUMBLE
Y AumannTM
LUU RUMBLE STRIPS U LOCU
T
James Startályvikstad Akasa Cookies kickandungi alkuainting
WA
INA AUMBLE SP
ช่วยนายช่างเขียนแบบ
लिई
วิศวกรโยธา านาญการ
1
หัวหน้าฝ่าย และออกแบบ
( )
วยการกองทาง
1
- พรานจังหวัดพิษณุโลก
เป็นรอบ
ex
うん )
บ่ ดอง การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
เทอร์โมพลาส ก
fnnu s unu
UUUDUID A
RUMBLE STRIPS
ไม่แสดงมาตราส่วน
132/36
(
*:
港
นายกองค์การบริหาร จังหวัด โ
vering & Shiftrata mafcendi, v ASYMBŠe vedno p
สุดเขตก่อสร้าง
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งาน สร้างข้างหน้า - Art keds, we reel inte
ww
งาม ลง างหน้า
ป้ายประชาสัมพันธ์รายละเอียดงานก่อสร้าง
งานก่อสร้างข้างหน้า
โปรดระมัดระวัง ขนาดป้าย D 90x1.80 เมตร
ป้ายตีคนงานก่อสร้าง
100.00 WM:
ลดความส
พื้นที่ก่อสร้า
พื้นที่ก่อสร้าง
04
ลดความเร็ว
ม้ายจราจร ระหว่างการก่อสร้างทาง
ขนาดบ้าย 0.20x1.80 เมตร
เขียนแบบ
จุดสิ้นสุดโครงการฯ
ป้ายเตือนลดความเร็ว
( ราย
บ้านม
ช่วยนายช่างเขียนแบบ
หมายเหตุ
สิ้นสุดเขตก่อสร้าง ขนาดป้าย 0.4541.80 เมตร
ป้ายสิ้นสุดเขตก่อสร้าง
สถานีปัก
ทางก่อสร้างติดตั้งป้ายเตือน
- แผ่นป้ายสีแสด ตัวอักษรสีดํา เส้นขอบสีดํา
mið verk to’y mapasa porti Naga save some at this
จุดเริ่มต้นโครงการฯ
สิ้นสุดก่อสร้าง - ระยะการติดตั้ง ฝ่ายเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
- ติดตั้ง ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ
- ขนาดและข้อความบนป้าย อาจคลาดเคลื่อนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
- ข้อความในแบบเป็นเพียงตัวอย่างแนะนําเท่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
เสาไม้หรือหลักทั่วไป ติดตั้งในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งตามสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม
โครงเคร่าไม้
แผ่นป้ายไม้อัดหรือแผ่นไวนิล
หรือแผ่นเหล็ก
- ระดับคืนเต็มทั่วไป
33
ป้ายจราจรระหว่างการก่อสร้างทาง
หมายเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้างรวมทั้งป้องกันอันตราย
แบุคคลภายในและภายนอก และต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย พอดจนรักษาความสะอาดของสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ําเสมอ หากเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินอันเกิดจากการปฏิบัติ อันประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างถูกต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย รวมไปถึงความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
है
海
( นาย ว เ น ากรณ์)
เห็นชอบ
Mjtave te jes, his twists-
สวนราชานาญการ นา
หัวหน้างง่าย
వ
- และ แบบ
( นาย : หล่อต านิชยการ ธงช่าง
14
(
4
รอง การบริหารส่วนจังหวัด ษณุโลก
ตองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
แมต
นายมน วัฒน์ธนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
ตราสัญลักษณ์ อบ, พล 2 25 44
bez stisk makan" sti
- ซ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
โทร 0 5598 7718–20 ต่อ 304
Tagam……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3 โครงการ
4 ปริมาณงาน
รับจ้าง
ระยะเวลาดําเนินการ เริ่มสัญญาวันที
FLINBULU
栅
ลบคมงาน 1
เอ
โปรศัพท์
เขียนแบ
สิ้นสุดสัญญาวันที่..
น
โทร. ฟ…
แน่ง
2 กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
รายละเอียดแผ่นป้าย
แผ่นน้ํานั้นเป็นไม่ทั่วไปทาสีรองพื้น อยากดีน้ําเงิน กระ และตัวอักษร หรือไปล
โม่งปิดให้มั่นคงแข็งแรง
2. การปักป้ายควรอยู่ในบริเวณ - หมอโครงการที่เป็นการและประชาชนสัญจรไปมามะนั้นจน
+
- ดวงตราสัญลักษณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
- ส่วนราชการเจ้าของโครงการและเบอร์โทรศัพท์
ประเภทและชนิดของสัง สร้าง
โครงกว่าในไน - 8, ควบคุมงานและหมายเลขโทรศัพท์
ระบุความ - / ปริมาณงานก่อสร้าง จํานวนหน่วยที่เป็นการ 10. Ad
- 3 ซึ่งผู้รับจ้าง ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์
- 4 ระยะเวลาเริ่มต้น และระยะเวลาสิ้นสุด รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น
- 7 วงเงินค่าก่อสร้าง
เสาไม้ หลักทั่วไป แข็งแรงและป้องกันแน่นอน ติดตั้งในบริเวณ เห็นได้ชัดเจนและมีความมั่นคงแข็งแรง
หรือติดตั้งสามสภาพพื้นที่เหมาะสม
H
++
A
ลักษณะบ้าย
กษ
สาบ ก
(
( นายพีระศักดิ์ ปาน)
( น
ราบนายช่าง แบบ
นายพีรพงษ์ ปาก)
NN W HPHE
( ยางศ์ นิมากรณ์)
な
ศวกร ราชาการ
กรรโชก กา ก
บุญชม )
หัวหน้าฝ่าย
สอนแบ
( นาย ช ห ว
านวยการกองช่าง
เห็นชอบ
แผ่นป้ายเป็นไม่จัดทั่วไป พบ 1.20 3.40 สีพื้นสีน้ําตาล สีน้ําเงิน ตัวอักษรการ หรือใช้แผ่นไวนิล หนา 1,2442 443 4 การ ก า ร ในบริเวณรัศมีของโครงการดําเนินการ ประชาชนสัญจร - มา มองเห็นได้ชัดเ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินการจัดหา และติดตั้งแผ่นป้ายภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง แนป่ายสด งงะหว่างเนินการก่อสร้าง มีสภาพคงทน ระยะเวลาการก่อสร้าง
เราไม่ให้แข็งแรง
มูลค่างานจ้างไม่ถึง สามแสนบาทไม่ต้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ แต่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ
มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประมาทก่อสร้างปรับปรุง งานทาง กลองหรือดําน้ําให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดงานก่อสร้าง มูลค่างานจ้างตั้งแต่สามแสนบาทขึ้นไปประเภทสร้าง ปรับปรุง การ ให้ติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แบบชั่วคราวไว้ ณ จุดเนินการก่อสร้าง - ชุด - :
C
รอง - องค์การบริหาร จังหวัด ในก
เป็นไ
ex
ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
อนุมั
34
pignanigans, therton quiquam dique idz zij dedkarz politie aj otázketat bingki dag i tippekjent bigchin gang asyaliyorqa ↑ fim zadesithosted in and astmos tersimasiadasz-k-pihakikishiekkadašEWSKA JEMNIKE Watched Baktalórálátác báo"kubbish Timmster Skalkajgirigerningunni, pit keeptait vrai qudratli qoraland quereretkimaal niður athletes dias 2011 MAKASAR Syabai vyake mpingop quietl
หมายเหตุ 1. ขนาด ชักษร, ความ ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม - ความ สัญลักษณ์ รายละเอียดทั่ว กษร OR Code จะกําหนดระหว่างดําเนิน
- Tits ANH Big
An
360
(
นายมน นายกองค์การบริหารส่วนจัง en
รายการประกอบแบบมาตรฐานงานทาง (เพิ่มเติม)
- อนุญาตให้ใช้เครื่องทดสอบหาปริมาณความชื้นและความหนาแน่นของดินในสนามแบบ (Nuclear density gauge) ในการทดสอบ วิเคราะห์
และรับรองผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม ในกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ - แบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก
มาตรฐานงานตกแต่งเกลี่ยคันทางเดิม (Reshaping and Levelling)
2.1
2.2
มาตรฐานงานถมคันทาง (Embank)
2.3
มาตรฐานงานชั้นรองพื้นทาง (Subbase)
2.4
มาตรฐานงานชั้นพื้นทาง (Base)
2.5 มาตรฐานอื่นๆที่อ้างถึงและเกี่ยวข้องกับแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก - ข้อกําหนดในแบบมาตรฐานองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้กําหนดให้มีการบดอัดวัสดุเป็นชั้นๆ โดยใช้เครื่องจักร โดยมีรายละเอียดปราฏในข้อกําหนด ให้วัสดุประเภทต่างๆมีความหนาแน่นแห้งไม่น้อยกว่าร้อย 95 ตาม มาถ (1) 501.4 : มาตรฐานการทดสอบหาค่าความแน่นของวัสดุงานทางในสนาม
( Field Density Test ) - เพื่อให้การก่อสร้าง/ ปรับปรุงงานถนนประเภทต่างๆในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ จึงอนุญาตให้ใช้ผลทดสอบความหนาแน่นและความชื้นวัสดุภาคสนาม โดยวิธีทางนิวเคลียร์ (Nuclear Method) โดยอาจใช้ควบคู่กับวิธีการ ใช้ทรายแทนที่ปริมาตรของหลุม (Sand Cone Method) อาจจะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้งสองวิธีก็ได้
กลัง ง
แบแต่ง
เขียนแบบ
(เพิ่มเติม)
นาย ก ยามมณี ายนา เรียนแบบ
( นายพีรพงษ์ คับปากฟัง)
な
( นายวงศ์ นันตาภรณ์ )
จาก โมรา
มาการ
““นายศราวุธ แสงเกตุ ลวก โย า า า การ ร
เงาะ บุญ on !
น้าหน้า และออกแบบ
sig tidbits që situata nedobivena tila 295 kakihaltalk bottingham bekas bijusi de dušas kagaya ngggapkaroskáns moeten maharózhdan, and 1940 Chard shades
เห็นจะป
( นาย หล่อนิมิต) อ่านวยการกองอ่าง
35
(นางฟ สุรา รอง
อง
ต ง การหา น น ท โด เน้นชล
es
ลัง การหารส่วนจังหวัด พิษณุโล
Arti
Ок
นาย น ย ม น ) นายกองค์การบริหารส่วน นวัดพิษณุโ
ข้อกําหนดตามกฎกระทรวงฯ ที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ - ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา - ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องทําเเผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมด
ตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ยกเว้น กรณีที่งานจ้างก่อสร้าง ที่มีสัญญาอายุไม่เกิน 60 วัน
หรือกรณีที่วงเงินการจัดจ้างไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานของรัฐไม่ต้องให้คู่สัญญาจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ - ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกรณีที่พัสดุผลิตในประเทศ
ถ้าไม่มีเอกสารการรับรองให้ติดฉลากของสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ชัดเจน
Bb
ร า ม กระโดด
กางทาง
!
แบบแสดง
ข้อ ตามกฎกระทรวง
สถานีต
ย ร านมณี )
นแบบ
สาป กระ
(*)
( นายวงศ์ อนันตาภรณ์ ) วิศวกร โนรา าาญการ
นาย
7
ราวกะ โมรา นาญการ ศษ
เน้นชอบ
หัวหน้า
บุญช่วย ) และออกแบบ
( นายชย หล่อน
การกองช่าง
รอบ
เห็นชอบ
อนุมัติ
XM
หวัดพิษณุ
Atlast t
ตองค์การบริหารส่วนจังหวั ล ษณุโ
36
นายช
นายกองค์การ ไห า ง ก ษ
Skousen Apokea ili TASMANIA