จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างปรับปรุงระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการกีฬา (System for Thailand s Anti-Doping Management - STAM)

การกีฬาแห่งประเทศไทย 69079041832
฿1,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 7 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สํานักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ดำเนินการจัดจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการกีฬา (STAM) เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 และสอดคล้องกับประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA Code) โดยโครงการนี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบเดิมที่มีอยู่ 5 ระบบ ให้ครอบคลุมการทำงานรวมทั้งสิ้น 8 ระบบ ได้แก่ ระบบการตรวจสาร, ระบบจัดการผลการตรวจ, ระบบเผยแพร่ความรู้, ระบบ DCAT Quiz, ระบบติดตามและประเมินผล, ระบบ Whereabouts สำหรับนักกีฬา, ระบบการขออนุญาตใช้สารเพื่อการรักษา (TUE) และระบบบริหารจัดการคลังวัสดุ

วัตถุประสงค์หลักคือการสร้างระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการรวบรวม วิเคราะห์ความเสี่ยง และติดตามข้อมูลนักกีฬาอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ข้อมูลที่ได้จากระบบจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและมาตรการป้องกันการใช้สารต้องห้ามซ้ำ รวมถึงสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการมีระบบที่ทันสมัย รองรับการทำงานของสำนักงานฯ ได้อย่างครบถ้วน และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการใช้สารต้องห้ามในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

English summary

The Office of the Anti-Doping Organization of Thailand (DCAT) is procuring the development of the System for Thailand’s Anti-Doping Management (STAM). This project aims to upgrade and expand the existing system to comply with the World Anti-Doping Code (WADA Code) and the Anti-Doping in Sport Act B.E. 2555. The scope includes the development of 8 sub-systems: Testing, Result Management, Education, DCAT Quiz, Monitoring and Evaluation, Whereabouts, Therapeutic Use Exemption (TUE), and Stock Management. The objective is to enhance data management efficiency, enabling accurate analysis, risk assessment, and effective anti-doping policy implementation, ensuring transparency and international standard compliance.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • พัฒนาและต่อยอดระบบ STAM ให้รองรับการบริหารจัดการข้อมูล การตรวจสอบ การติดตาม และการเผยแพร่ความรู้ด้านการต่อต้านสารต้องห้าม
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลให้มีความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นระบบ
  • รองรับการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 และ WADA Code
  • นำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดมาตรการป้องกันการใช้สารต้องห้ามอย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

พัฒนาและปรับปรุงระบบงานย่อยรวม 8 ระบบ ดังนี้:

  1. ระบบการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬา (Testing System)
  2. ระบบการจัดการผลการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬา (Result Management System)
  3. ระบบจัดการเผยแพร่ความรู้ด้านสารต้องห้ามทางการกีฬา (Education System)
  4. ระบบทดสอบวัดความรู้เรื่องสารต้องห้ามทางการกีฬา (DCAT Quiz)
  5. ระบบติดตามและประเมินผลกิจกรรมด้านการให้ความรู้ (Monitoring and Evaluation Activities System)
  6. ระบบ Whereabouts สำหรับนักกีฬาที่ขึ้นทะเบียนตรวจสารต้องห้าม
  7. ระบบการขออนุญาตใช้สารต้องห้ามเพื่อการรักษา (Therapeutic Use Exemption : TUE)
  8. ระบบบริหารจัดการคลังวัสดุและสต็อกอุปกรณ์ (Stock Management System)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการกีฬา (STAM) ที่สมบูรณ์และใช้งานได้จริงตามขอบเขตงานทั้ง 8 ระบบ
  • ระบบที่รองรับการบริหารจัดการข้อมูลตามมาตรฐาน WADA Code
  • คู่มือการใช้งานระบบและเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่ชัดเจนในเอกสาร (ผู้เสนอราคาควรตรวจสอบในรายละเอียดสัญญาจ้างแนบท้าย)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานประเภทเดียวกับงานจ้างนี้
  • Standards Compliance: ระบบต้องสอดคล้องกับ WADA Code และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
  • Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกับงานจ้างนี้ (สัญญาเดียว) มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี
  • Previous Project Cost: มูลค่าผลงานไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
  • Technical Capabilities: ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่ครบถ้วนตามเงื่อนไข
  • พิจารณาจากผลงานที่นำมาแสดง (ต้องเป็นสัญญาเดียวและมูลค่าตามกำหนด)
  • พิจารณาจากความสามารถทางด้านการเงิน (มูลค่าสุทธิของกิจการ/ทุนจดทะเบียน/วงเงินสินเชื่อ)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบต้องรองรับการทำงานตามมาตรฐานสากล (WADA Code)
  • ระบบต้องมีความปลอดภัยของข้อมูลและการจัดการฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
  • ระบบต้องรองรับการทำงานของสำนักงานฯ ทั้ง 8 โมดูลหลัก

เงื่อนไขสัญญา

  • ผู้ชนะการประมูลต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือหลักฐานทางการเงินอื่นๆ ในวันลงนามสัญญา
  • มีการกำหนดหลักประกันสัญญาตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: ระบบ STAM ครอบคลุมการทำงานกี่ระบบ? A: ครอบคลุม 8 ระบบงานย่อย
  2. Q: ระบบ Whereabouts มีไว้เพื่ออะไร? A: สำหรับติดตามนักกีฬาที่ขึ้นทะเบียนตรวจสารต้องห้าม
  3. Q: ระบบ TUE คืออะไร? A: ระบบการขออนุญาตใช้สารต้องห้ามเพื่อการรักษา
  4. Q: ผลงานที่ใช้ยื่นต้องมีมูลค่าเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
  5. Q: ระบบต้องสอดคล้องกับมาตรฐานใด? A: ประมวลกฎการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA Code)
  6. Q: ระบบ DCAT Quiz มีไว้เพื่ออะไร? A: ระบบทดสอบวัดความรู้เรื่องสารต้องห้ามทางการกีฬา
  7. Q: การยื่นผลงานต้องเป็นรูปแบบใด? A: ต้องเป็นสัญญาเดียวกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่เชื่อถือได้
  8. Q: ระบบบริหารจัดการคลังวัสดุมีไว้ทำไม? A: เพื่อจัดการสต็อกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสาร
  9. Q: โครงการนี้เป็นการพัฒนาใหม่ทั้งหมดหรือไม่? A: เป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบเดิมที่มีอยู่ 5 ระบบ ให้เป็น 8 ระบบ
  10. Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้? A: สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

  1. ความเป็นมา
    ขอบเขตของงาน
    การจัดจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการกีฬา
    (System for Thailand’s Anti-Doping Management : STAM)


สํานักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา มีภารกิจหลักในการดําเนินการควบคุม ป้องกัน และ ต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการ กีฬา พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยดําเนินงานให้สอดคล้องกับ ประมวลกฎการต่อต้านการใช้สาร ต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Code : WADA Code) และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
การดําเนินงานดังกล่าวจําเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการรวบรวม วิเคราะห์ และติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา เช่น ข้อมูลการตรวจสาร ต้องห้ามของนักกีฬา การวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละประเภทกีฬา ประเภทของสารต้องห้ามที่ตรวจพบได้บ่อย
การวิเคราะห์แนวโน้มการกระทําความผิด รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาบทลงโทษ ตลอดจนการติดตาม นักกีฬาที่ใกล้พ้นกําหนดโทษ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกลับไปใช้สารต้องห้ามซ้ําอีกครั้ง ข้อมูลดังกล่าวมี ความสําคัญอย่างยิ่งต่อการกําหนดนโยบาย การวางแผน และการพัฒนามาตรการควบคุมการใช้สารต้องห้าม ทางการกีฬาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา สํานักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาได้ดําเนินการ จัดจ้างพัฒนา ระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการกีฬา (System for Thailand’s Anti-Doping Management : STAM) เพื่อพัฒนาต่อยอดระบบงานเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล ด้านการควบคุมสารต้องห้ามทางการกีฬา โดยได้พัฒนาระบบงานย่อย รวมจํานวน 5 ระบบ ดังนี้

  1. ระบบการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬา(Testing System)
  2. ระบบการจัดการผลการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬา(Result Management System)
  3. ระบบจัดการเผยแพร่ความรู้ด้านสารต้องห้ามทางการกีฬา(Education System)
  4. ระบบทดสอบวัดความรู้เรื่องสารต้องห้ามทางการกีฬา(DCAT Quiz)
  5. ระบบติดตามและประเมินผลกิจกรรมด้านการให้ความรู้(Monitoring and Evaluation Activities System)
    การพัฒนาระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการกีฬา (System for Thailand’s Anti-Doping Management : STAM) ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลด้านการ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ให้สามารถรองรับการดําเนินงานของสํานักงานฯ ได้อย่างเป็นระบบมี ความถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถนําข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ วางแผน และกําหนดมาตรการด้าน
    การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    do.
    1
  6. วัตถุประสงค์และผลที่คาดว่าจะได้รับ
    2.1 วัตถุประสงค์
    เพื่อพัฒนาและต่อยอดระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการกีฬา (System for Thailand’s Anti-
    Doping Management : STAM) ให้สามารถรองรับการดําเนินงานของสํานักงานควบคุมการใช้สารต้องห้าม ทางการกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการบริหารจัดการข้อมูล การตรวจสอบ การติดตาม และการ เผยแพร่ความรู้ด้านการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา โดยประกอบด้วยระบบงานย่อยรวมจํานวน 8

    ระบบ ดังนี้
  7. ระบบการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬา (Testing System)
  8. ระบบการจัดการผลการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬา (Result Management System) 3. ระบบจัดการเผยแพร่ความรู้ด้านสารต้องห้ามทางการกีฬา (Education System), 4. ระบบทดสอบวัดความรู้เรื่องสารต้องห้ามทางการกีฬา (DCAT Quiz)
  9. ระบบติดตามและประเมินผลกิจกรรมด้านการให้ความรู้ (Monitoring and Evaluation
    Activities System)
  10. ระบบ Whereabouts สําหรับนักกีฬาที่ขึ้นทะเบียนตรวจสารต้องห้าม
  11. ระบบการขออนุญาตใช้สารต้องห้ามเพื่อการรักษา (Therapeutic Use Exemption : TUE) 8. ระบบบริหารจัดการคลังวัสดุและสต็อกอุปกรณ์ (Stock Management System)
    2.2 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  12. สํานักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา มีระบบบริหารจัดการสารต้องห้ามทางการ กีฬา (System for Thailand’s Anti-Doping Management : STAM) ที่มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการ บริหารจัดการข้อมูลด้านการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาได้อย่างเป็นระบบ ครบถ้วน และทันสมัย
  13. ระบบสามารถรองรับการดําเนินงานของสํานักงานฯ ให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติควบคุมการ ใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนสอดคล้องกับ ประมวลกฎการต่อต้าน การใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Code : WADA Code) และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
  14. ข้อมูลที่ได้จากระบบสามารถนําไปใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และกําหนดมาตรการควบคุม
    การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การบริหารจัดการด้านการต่อต้านการใช้สาร ต้องห้ามทางการกีฬาในประเทศไทยมีความเป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  15. เอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน
    3.1 สัญญาจ้างทําของ
    3.2 แบบหนังสือค้ําประกัน
    (1) หลักประกันสัญญา
    3.3 บทนิยาม
    (1) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (2) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    bs
    2
    3
  16. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    4.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    4.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
    หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    4.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ
    บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    4.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่จัดจ้างประเภทเดียวกับการจัดจ้างครั้งนี้

    4.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กกท. ณ วันเสนอ ราคา หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
    4.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการ กําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้
    ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้อง เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็น ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
    มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้อง
    4.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 4.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  17. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล
    4
    ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
2. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
กว่า 1 ล้านบาท
กว่า 2 ล้านบาท
กว่า 3 ล้านบาท
กว่า 8 ล้านบาท
กว่า 20 ล้านบาท
(1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา
(5)
มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํา
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 60 ล้านบาท
(8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 200 ล้านบาท 3. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
b.
8 ว
เก
5
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร
ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาใน3 จนถึงวัน
เสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสาร ดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
6. กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
4.13 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นผู้มีผลงานประเภทเดียวกับงานจ้างครั้งนี้ เป็นหนังสือรับรองผลงานที่ เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชน ที่ กกท. เชื่อถือได้ (สัญญาเดียว) มูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถัดจากวันที่ตรวจ รับงานงวดสุดท้ายจนถึงวันที่ยื่นซองเสนอราคากับส่วนราชการ โดยจะต้องนําสําเนาหนังสือรับรองผลงานจาก
หน่วยงานดังกล่าวมาแสดงพร้อมการเสนอราคา
by