จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างกิจกรรมบูรณาการส่งเสริมการให้บริการและอุตสาหกรรมด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และพัฒนาเครือข่ายวิจัย

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 69079033237
฿750,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 8 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการ “กิจกรรมบูรณาการส่งเสริมการให้บริการและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และพัฒนาเครือข่ายวิจัย” เป็นโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านไซเบอร์ที่มีศักยภาพสูง สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล พร้อมสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โครงการนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ลดการขาดดุลการค้าดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างมั่นคง ยั่งยืน และปลอดภัยในระยะยาว โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำแผนการดำเนินงานอย่างละเอียด รวมถึงกิจกรรมสัมมนา ชี้แจงหลักเกณฑ์การประกวดผลิตภัณฑ์ สร้างเครือข่ายวิจัย และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมไซเบอร์ ทั้งนี้ โครงการมีความสำคัญต่อการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในยุคดิจิทัล 4.0 และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัล

English summary

This project aims to promote the development of cybersecurity technology, products, and services in Thailand, focusing on innovation that can be applied in real-world industrial and digital service sectors. It seeks to build a research network and foster collaboration among researchers, entrepreneurs, government agencies, and private sectors to reduce reliance on foreign technology, support digital economy growth, and ensure long-term sustainability and security. The project emphasizes creating a self-reliant cybersecurity ecosystem, reducing digital trade deficits, and enhancing national digital resilience.

สถานที่ดำเนินการ

กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยให้สามารถใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล
  • สร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนําเสนอแนวโน้มเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
  • พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและอุตสาหกรรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
  • ส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานผู้ใช้งาน

ขอบเขตของงาน

  • จัดกิจกรรมสัมมนาและชี้แจงหลักเกณฑ์การประกวดผลิตภัณฑ์และบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ณ สถานที่ที่กำหนด จำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน
  • จัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) อย่างละเอียด ระบุระยะเวลา ขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละกิจกรรม
  • สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีศักยภาพสูง สามารถใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรม
  • จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานและประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ที่กำหนด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน (Action Plan) ที่มีรายละเอียดชัดเจน รวมถึงระยะเวลา ขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง
  • รายงานสรุปผลการจัดกิจกรรมสัมมนาและชี้แจงหลักเกณฑ์การประกวดผลิตภัณฑ์และบริการ
  • รายงานการประเมินผลการดำเนินงานตามแผน
  • ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรม (จำนวนผู้เข้าร่วม ความพึงพอใจ ผลตอบรับ)
  • ข้อมูลการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่าง ๆ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินงาน: 12 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • กำหนดส่งมอบผลลัพธ์หลัก: ภายใน 6 เดือนหลังจากเริ่มโครงการ
  • กำหนดส่งรายงานสรุปผลการดำเนินงาน: ภายใน 30 วันหลังสิ้นสุดโครงการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีความสามารถตามกฎหมาย และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  • ต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ หรือถูกระงับการยื่นข้อเสนอชั่วคราว
  • ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อในบัญชีผู้ทิ้งงานของหน่วยงานรัฐ
  • ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้าร่วมการประกวดราคา
  • ต้องมีผลงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่า 375,000 บาท ต่อหนึ่งสัญญา ภายใน 5 ปีก่อนวันยื่นข้อเสนอ
  • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ – หนี้สินสุทธิ) ที่เป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท สำหรับนิติบุคคล
  • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารไม่น้อยกว่า 1/4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ ณ วันยื่นข้อเสนอ
  • กรณีเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต ไม่น้อยกว่า 1/4 ของมูลค่าโครงการ
  • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
  • กรณีเสนอแบบกิจการร่วมค้า ต้องมีสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบชัดเจน และใช้ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักเป็นผลงานหลัก

เกณฑ์การพิจารณา

  • ความเหมาะสมของแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ทั้งในด้านความชัดเจน ความเป็นไปได้ และความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
  • ความน่าเชื่อถือของผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดำเนินการ รวมถึงมูลค่าของผลงานและประสบการณ์
  • ศักยภาพของทีมงาน ความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และความพร้อมด้านทรัพยากร
  • ความคุ้มค่าของงบประมาณที่เสนอ รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่าย
  • ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และนักวิจัย ในการสร้างเครือข่าย
  • ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนผลงานที่พัฒนา ความพึงพอใจของผู้ใช้

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ต้องจัดกิจกรรมสัมมนาและชี้แจงหลักเกณฑ์การประกวดผลิตภัณฑ์และบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน
  • ต้องจัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) ที่มีรายละเอียดชัดเจน ครอบคลุมระยะเวลา ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง
  • ต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานทุก 6 เดือน และจัดทำรายงานสรุปผล
  • ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดกิจกรรม เช่น ระบบลงทะเบียนออนไลน์ ระบบจัดการข้อมูลผู้เข้าร่วม
  • ต้องมีการจัดทำรายงานการประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ที่กำหนด

เงื่อนไขสัญญา

  • ระยะเวลาสัญญา: 12 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดการชำระเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด ตามความก้าวหน้าของงาน
    • งวดที่ 1: 30% เมื่อส่งแผนการดำเนินงานและเอกสารประกอบ
    • งวดที่ 2: 40% เมื่อส่งรายงานผลการดำเนินงานครั้งที่ 1 (6 เดือน)
    • งวดที่ 3: 30% เมื่อส่งรายงานสรุปผลการดำเนินงานและเอกสารส่งมอบทั้งหมด
  • กรณีไม่ส่งมอบงานตามกำหนด อาจมีการปรับเงินตามอัตราที่กำหนดในสัญญา
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ผ่านการใช้งานจริงหรือไม่?
    ใช่ ต้องมีผลงานที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่า 375,000 บาท ต่อหนึ่งสัญญา ภายใน 5 ปีก่อนวันยื่นข้อเสนอ และต้องเป็นผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่สกมช. เชื่อถือได้

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าใดจึงจะสามารถยื่นข้อเสนอได้?
    ต้องมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย หรือต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต ไม่น้อยกว่า 1/4 ของมูลค่าโครงการ สำหรับนิติบุคคลต่างประเทศ

  • ต้องจัดกิจกรรมสัมมนาที่ไหน?
    ต้องจัดกิจกรรมสัมมนา ณ สถานที่ที่สกมช. กำหนด ซึ่งต้องมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 50 คน

  • ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลการดำเนินงานเมื่อใด?
    ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลการดำเนินงานทุก 6 เดือน และส่งรายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมดภายใน 30 วันหลังสิ้นสุดโครงการ

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านใดบ้าง?
    ต้องมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย นวัตกรรม ระบบสารสนเทศ และการจัดการโครงการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

NCS
สมช
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
กิจกรรมบูรณาการส่งเสริมการให้บริการและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
และพัฒนาเครือข่ายวิจัย

  1. ความเป็นมา
    ปัจจุบันประเทศไทยกําลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
    มากกว่า 5.6 ล้านล้านบาทต่อปี และเป็นหนึ่งในกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลย่อมต้องอาศัยระบบ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริการดิจิทัล การทําธุรกรรม
    ออนไลน์ และการดําเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาครัฐและภาคธุรกิจ
    ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างในการพัฒนาอุตสาหกรรม ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์หลายประการ อาทิ การขาดแคลนกําลังคนและนักวิจัยด้านความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ การขาดกลไกเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัย เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการพึ่งพา เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนผ่านตัวเลข การขาดดุลการค้าดิจิทัลของประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งส่วนหนึ่ง เกิดจากการนําเข้าเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และบริการดิจิทัล จากต่างประเทศ การพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระดับสูงเช่นนี้ไม่เพียงสร้างภาระงบประมาณ ของประเทศในระยะยาว แต่ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางดิจิทัล และความมั่นคงปลอดภัย ของโครงสร้างพื้นฐานสําคัญของประเทศ
    ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภายในประเทศจึงเป็นยุทธศาสตร์
    สําคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ลดการนําเข้าเทคโนโลยี จากต่างประเทศ และช่วยลดการขาดดุลทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะยาว อีกทั้งยังเปิดโอกาส ให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และสถาบันการศึกษาของประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีศักยภาพ และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้ง
    แข่งขันได้ในระดับสากล
    สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ในฐานะหน่วยงาน หลักของประเทศด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีหน้าที่ในการป้องกัน ลดความเสี่ยง และแก้ไข ปัญหาที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 กําหนดให้ สกมช.
    ประธานกรรมการ
    วร ศรีศักดิ์
    กรรมการ
    Cipit
    กรรมการ
    ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
    กิจกรรมบูรณาการส่งเสริมการให้บริการและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และพัฒนาเครือข่ายวิจัย
    หน้า2
    มีอํานาจหน้าที่ในการศึกษาและวิจัยข้อมูลที่จําเป็นเพื่อจัดทําข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการด้านการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตามมาตรา 22 (13)
    ด้วยเหตุนี้ สกมช. จึงมีความจําเป็นต้องดําเนินกิจกรรมบูรณาการเพื่อส่งเสริมการให้บริการและ อุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายวิจัย โดยสร้างเวทีในการเชื่อมโยง นักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งการดําเนิน กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
    ของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ลดการพึ่งพา เทคโนโลยีจากต่างประเทศ และช่วยปกป้องมูลค่าของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และปลอดภัยในระยะยาว
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย
    โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยนําเสนอและพัฒนานวัตกรรมที่มีศักยภาพ สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง
    ในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการดิจิทัล
    2.2 เพื่อสร้างเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนําเสนอแนวโน้มเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
    รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
    2.3 เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและอุตสาหกรรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยเชื่อมโยง นักวิจัย ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยี
    2.4 เพื่อส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ เชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานผู้ใช้งาน
  3. คุณสมบัติผู้เสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ
    กระทรวงการคลังกําหนดตาม และประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ประธานกรรมการ
    รวรรณ ศรีศักดิ์
    กรรมการ
    2270
    กรรมการ
    ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
    กิจกรรมบูรณาการส่งเสริมการให้บริการและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และพัฒนาเครือข่ายวิจัย
    หน้า3
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ทั้งนี้ ให้รวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจในการดาเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนด และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งนี้
    3.8 ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สกมช. ณ วันยื่นข้อเสนอ และต้องไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ให้ถูกต้องครบถ้วนตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมบัญชีกลางกําหนด
    3.11 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอยื่นข้อเสนอในรูปแบบ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    (1) การกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบ
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้า
    หลัก ข้อตกลงดังกล่าวต้องกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตาม
    สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (2) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้า หลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ใช้ยื่นข้อเสนอ
    ในกรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้า
    หลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
    (3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (3.1) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    (3.2) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่น
    ข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
    ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    ประธานกรรมการ
    รวรรด
    ศรีศักดิ์
    กรรมการ
    กรรมการ
    ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
    กิจกรรมบูรณาการส่งเสริมการให้บริการและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และพัฒนาเครือข่ายวิจัย
    หน้า4
    (3.3) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) หรือข้อ (3.2) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา
    อิเล็กทรอนิกส์ในกรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารดังกล่าว
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จัดหาตามกิจกรรมนี้ โดยต้องเป็นผลงาน ที่แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใต้สัญญาฉบับเดียว มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 375,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา และต้องเป็นผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน ที่ สกมช. เชื่อถือได้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบสําเนา หนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญาพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องในวันยื่นข้อเสนอ
    3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงิน ย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
    คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า - ล้านบาท
    (3) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่
    ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน
    ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (4.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ
    ประธานกรรมการ
    ศรีศักดิ์
    อรวรรส ศรี
    กรรมการ
    กรรมการ
    ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
    กิจกรรมบูรณาการส่งเสริมการให้บริการและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และพัฒนาเครือข่ายวิจัย
    หน้า5
    โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
    บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
    ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้
    ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    (4.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท
    เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
    ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศ
    นั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน
    90 วัน
    (5) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (2) ข้อ (3) และข้อ (4.2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาใน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    (6) กรณีตาม ข้อ (1) - ข้อ (5) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
  4. ขอบเขตของงาน
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําแผนการดําเนินงาน (Action Plan) อย่างละเอียด โดยระบุระยะเวลา ขั้นตอน การดําเนินงาน ผู้รับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน เพื่อให้ สกมช. สามารถ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ขอบเขตการดําเนินงาน โดยมีรายละเอียด
    ดังนี้
    4.1 การจัดกิจกรรมสัมมนาและการชี้แจงหลักเกณฑ์การประกวดผลิตภัณฑ์และบริการด้านความ มั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
    4.1.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องดําเนินการจัดกิจกรรมสัมมนาและการชี้แจงหลักเกณฑ์การประกวด ผลิตภัณฑ์และบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 50 คน ณ สถานที่
    ประธานกรรมการ
    ๕๐๕ ศรีศักดิ์
    กรรมการ
    กรรมการ