ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อของใช้สิ้นเปลืองในโรงงาน สำหรับการซ่อมบำรุงยานพาหนะ จำนวน ๒๒๓ รายการ

กรมการขนส่งทหารบก 69079027408
฿1,923,972 ปีงบ 2569 ประกาศ 2 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดซื้อของใช้สิ้นเปลืองในโรงงานสำหรับการซ่อมบำรุงยานพาหนะจำนวน 223 รายการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน กองซ่อมบำรุงขนส่งทหารบก (กซ.ขส.ทบ.) ในการดำเนินการซ่อมบำรุงยานพาหนะสาย ขส. ให้กับหน่วยต่างๆ ในกองทัพบกอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยโครงการนี้มีความสำคัญต่อการรักษาความพร้อมใช้งานของยุทโธปกรณ์สายขนส่ง เพื่อสนับสนุนภารกิจของหน่วยต่างๆ ในกองทัพบก ผู้เสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย อยู่ระหว่างเลิกกิจการ หรือถูกระงับการยื่นข้อเสนอ รวมถึงต้องเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง นอกจากนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ หรือทุนจดทะเบียนตามที่กำหนดไว้ใน TOR เพื่อให้มั่นใจถึงความสามารถในการดำเนินงานและปฏิบัติตามข้อผูกพันต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน

English summary

This project aims to procure 223 items of consumable supplies for vehicle maintenance workshops, supporting the Directorate of Transport Maintenance (DTM) to efficiently and safely maintain transport vehicles for various units within the Royal Thai Army. Bidders must meet specific legal requirements, including being SMEs registered with the Department of Industrial Promotion (DIP), registered in the Electronic Government Procurement (e-GP) system, and demonstrating sufficient net worth or registered capital.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ดําเนินการจัดหาของใช้สิ้นเปลืองในโรงงาน สําหรับการซ่อมบํารุงยานพาหนะ สนับสนุนให้กับ กซ.ขส.ทบ.
    • เพื่อให้สามารถซ่อมบํารุงยานพาหนะสาย ขส. ให้กับหน่วยต่างๆ ใน ทบ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาของใช้สิ้นเปลืองในโรงงานสำหรับการซ่อมบำรุงยานพาหนะจำนวน 223 รายการ ตามรายละเอียดที่แนบมาพร้อม TOR
    • ผู้เสนอราคาต้องส่งแคตตาล็อกและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ยื่นเสนอราคาทุกรายการ
    • การส่งมอบพัสดุ ณ กองคลัง กรมการขนส่งทหารบก
    • รับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ของใช้สิ้นเปลืองในโรงงานสำหรับการซ่อมบำรุงยานพาหนะ จำนวน 223 รายการ ตามรายละเอียดที่แนบมาพร้อม TOR
    • แคตตาล็อกและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ยื่นเสนอราคาทุกรายการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference:TOR)
โครงการจัดซื้อของใช้สิ้นเปลืองในโรงงาน สําหรับการซ่อมบํารุงยานพาหนะ จํานวน ๒๒๓ รายการ
๑. ความเป็นมา
กรมการขนส่งทหารบกซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” เป็นกรมฝ่ายยุทธบริการที่รับผิดชอบสิ่งอุปกรณ์สายขนส่ง มีหน้าที่ในการส่งกําลังและซ่อมบํารุงยุทโปกรณ์สายขนส่ง ให้พร้อมใช้งานอย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง ทันเวลา และ ปลอดภัย เพื่อใช้ในการสนับสนุนภารกิจของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพบก
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อดําเนินการจัดหาของใช้สิ้นเปลืองในโรงงาน สําหรับการซ่อมบํารุงยานพาหนะ สนับสนุนให้กับ กซ.ขส.ทบ. เพื่อใช้ในการซ่อมบํารุงยานพาหนะสาย ขส. ให้กับหน่วยต่างๆ ใน ทบ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
๓.
• คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้ขึ้นบัญชีไว้กับสํานักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) หรือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายงานดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการ กําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้องใช้
ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอสําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้
กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้ จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะ
พ..น
การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ
รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจด ทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ -
ดงน.-
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ตากว่า ๒ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท

(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่กิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
๒๐๐ ล้านบาท
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า
๓.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน
ครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับ
การคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามใน
สัญญา
๓.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคาร
ภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
เพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ
บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงาน ใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ (วัน)
ทั้งนี้ หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว. ๑๒๔ ลง ๑ มี.ค. ๖๖ กําหนด
ไว้
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับข้อยกเว้นกรณีตามข้อ ๓.๑๒.๑ - ๓.๑๒.๔ ไม่ใช้บังคับกับกรณี ดังต่อไปนี้
W.0.96 Tow
m -
(๑) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการ ฟื้นฟูกิจการ ตามพระราช บัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้น ทะเบียน ผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติ
เบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ใช้คุณลักษณะเฉพาะของใช้สิ้นเปลืองในโรงงาน สําหรับการซ่อมบํารุง ยานพาหนะ จํานวน ๒๒๓ รายการ ประจําปี งบประมาณ ๒๕๖๙ ของกรม โดยใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ เป็นหลักในการพิจารณาการจัดซื้อในครั้งนี้ มี รายละเอียดตามสิ่งที่แนบ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งแคตตาล็อกและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของใช้สิ้นเปลืองใน โรงงาน สําหรับการซ่อมบํารุงยานพาหนะ จํานวน ๒๒๓ รายการ ที่ยื่นเสนอราคา ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ที่ยื่น เสนอราคาทุกรายการโดยละเอียด โดยแคตตาล็อกจะต้องแสดงหลักฐานการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ มาตรฐานอื่นๆ ตามที่กําหนดไว้ในคุณลักษณะเฉพาะของทางราชการมาในวัน เสนอราคา เพื่อประกอบการพิจารณา หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ยื่นเอกสารตามที่กําหนด หรือไม่ถูกต้อง ครบถ้วน กรมจะไม่ รับพิจารณาข้อเสนอของผู้เสนอราคารายนั้น ไปพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภา
ดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณา หลักฐานดังกล่าวนี้ กรมจะยึดไว้เป็นเอกสารของทางราชการ
๕. ระยะเวลาดําเนินการ
๕.๑ ผู้เสนอราคาจะต้องกําหนดยืนราคาที่เสนอไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน นับแต่วันเสนอราคา ๕.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอราคาต้องส่งมอบสิ่งของภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาซื้อขาย ๖. สถานที่ส่งมอบ
ส่งมอบพัสดุ ณ กองคลัง กรมการขนส่งทหารบก ถนนติวานนท์ ตําบลบ้านใหม่ อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
๗. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้ชนะการคัดเลือก ซึ่งได้ทําข้อตกลงเป็นหนังสือหรือทําสัญญาซื้อขาย แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความ ชํารุดบกพร่องของพัสดุที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ (หนึ่ง) ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบพัสดุ โดย ผู้ขายต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความ
ชํารุดบกพร่อง
๔. เงื่อนไขการชําระเงิน
กรม จะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลง
เป็นหนังสือ และกรมได้ตรวจรับมอบงานสิ่งของเรียบร้อยแล้ว
๙. การจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)
ผู้ยื่นข้อเสนอมีสิทธิเสนอขอรับเงินล่วงหน้าจํานวนร้อยละ ๑๕ ของราคาพัสดุที่เสนอขายทั้งหมด แต่ทั้งนี้จะต้องส่งมอบหลักประกันเงินล่วงหน้า เป็นพันธบัตรไทย หรือหนังสือค้ําประกัน หรือหนังสือ ค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้แก่กรมก่อนการรับเงินล่วงหน้านั้น
๑๐. อัตราค่าปรับ
หากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุตามเวลาที่กําหนดให้ไว้ในสัญญา จะต้องชําระค่าปรับให้แก่ทางราชการ เป็นรายวันในอัตราตายตัวร้อยละ ๐.๒๐ (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับถัดจากวัน ครบกําาหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายได้นําสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
พ.อ.น
๑๑. วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้าง
เงินงบประมาณโครงการ ๑,๙๒๓,๙๗๒.- บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนสองหมื่นสามพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสองบาท ถ้วน) ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายไว้ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว ๑๒. การทําสัญญาซื้อขาย
ผู้ชนะการคัดเลือก จะต้องทําสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาของ กรมภายใน ๑๐ (สิบ) วันทําการ นับจากวันที่ ได้รับแจ้ง โดยจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ (ห้า) ของราคาสิ่งของที่เสนอราคาได้ให้ทาง ราชการยึดไว้ในขณะทําสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๑๒.๑ เงินสด
๑๒.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย “กรมการขนส่งทหารบก เพื่อการรับเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งเป็นเช็ค หรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือ ดราฟท์นั้นชําระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทําสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทําการ
๑๒.๓ หนังสือค้ําประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด หรือจะเป็น หนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกําหนด
๑๒.๔ หนังสือค้ําประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
คณะกรรมการนโยบายกําหนด
๑๒.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ําประกันของธนาคารที่
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการการคัดเลือก (ผู้ขาย) พ้น จากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของพัสดุที่จะซื้อซึ่งกรม ได้รับมอบไว้แล้ว
๑๓. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณาราคา

๑๓.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กรมจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา ๑๓.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอกรม จะพิจารณาจากราคารวมต่ําสุด โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอทุกรายการ
๑๓.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะ ขายไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกําหนดไว้ในหนังสือเชิญชวน ในส่วนที่มิใช่ สาระสําคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทําให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการ
ผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการ ฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๑๓.๔ กรม ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาราคาของผู้เสนอราคาโดยไม่มีการผ่อนผันในกรณี
ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา หรือลงลายมือชื่อผู้ยื่นข้อเสนออย่างหนึ่งอย่างใดหรือ ทั้งหมดในใบเสนอราคา
(๒) เสนอราคารายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กําหนดในหนังสือเชิญชวน ที่เป็นสาระสําคัญ
หรือมีผลทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
(๓) ราคาที่เสนอมีการขูดลบ ตก เดิม แก้ไข เปลี่ยนแปลง โดยผู้ยื่นข้อเสนอมิได้ลงลายมือชื่อพร้อม ประทับตรา (ถ้ามี) กํากับไว้
๑๓.๕ ในการตัดสินการเสนอราคาหรือในการทําสัญญา คณะกรรมการหรือกรมมีสิทธิ์ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ชี้แจงข้อเท็จจริง สภาพ ฐานะ หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ยื่นข้อเสนอได้ และกรมมีสิทธิ์ที่จะไม่รับ ราคาหรือไม่ทําสัญญา หากหลักฐานดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
๑๓.๖ กรม ขอทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะไม่รับราคาต่ําสุด หรือราคาหนึ่งราคาใดหรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจํานวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการเสนอ ราคาโดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการเป็นสําคัญ และ
พ.อ.น
-&-
ให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ มิได้รวมทั้ง กรมจะพิจารณา ยกเลิกการเสนอราคา และลงโทษผู้เสนอราคาเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่า การเสนอราคากระทําการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอราคาอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น
๑๓.๗ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอราย อื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ
ที่จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น
ผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปี ปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนั้นแล้วมีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่ารายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๑๓.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติ
จากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้าง
๑๓.๙ ให้แต้มต่อ ๕% กับผู้ประกอบการที่นําสินค้า MIT ยื่นเสนอราคาภาครัฐ
๑๓.๑๐ กรณีใช้การพิจารณาแบบราคารวม (สินค้าหลายรายการ) โดยมีมูลค่าสินค้า MIT ตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ให้แต้ม
ต่อกับรายการสินค้า MiT ๕%
๑๓.๑๑ SME-GP ที่นําสินค้า MIT เสนอขายภาครัฐได้แต้มต่อ ๑๕% (จากเดิมปกติ SME-GP ได้แต้มต่อ 90% อยู่แล้ว) ๑๔. ข้อสงวนสิทธิ์ในการเสนอราคาและข้อกําหนดอื่น ๆ
๑๔.๑ เงินค่าพัสดุสําหรับการซื้อครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณเงินงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทําได้ ต่อเมื่อกรมได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุจากเงินงบประมาณประจําปี พ.ศ. ๒๕๖๙
แล้วเท่านั้น
๑๔.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้ขาย และได้ตกลงซื้อขายแล้ว ถ้าผู้ขายจะต้องสั่งหรือ นํา สิ่งของมาเพื่องานซื้อดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้นต้องนําเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกําหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ขายจะต้อง
ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนําสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่ วันที่ผู้ขายสั่ง หรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุก โดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย จาก ต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่ เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้ขายจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ๑๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทําสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือภายในเวลาที่กําหนด ดังระบุไว้ในข้อ ๑๒ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ําประกันการยื่น
W0.96 Tomm
-b-
ข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๔.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกําหนดในแบบสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ให้ เป็นไปตามความเห็นของสํานักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๔.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายนี้ มีความขัดหรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ กรม คําวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
๑๔.๖ กรมอาจประกาศยกเลิกการจัดซื้อในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ
จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดซื้อหรือที่ได้รับจัดสรรแต่ไม่เพียงพอที่จะทําการ จัดซื้อครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทําที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดซื้อหรือที่ได้รับการคัดเลือกมี ผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือ สมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทําการทุจริตอื่นใดในการ
เสนอราคา
สาธารณะ
(๓) การทําการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือกระทบต่อประโยชน์
(๔) กรณีอื่นในทํานองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความ ในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ
กองจัดหา กรมการขนส่งทหารบก เลขที่ ๒ ถนนประดิพัทธ์ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๒๔๑-๕๐๔๗
คณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน
(ลงชื่อ) พันเอก 96 Comm
(นิติพนธ์ นามมนตรี)
ประธานกรรมการ
(ลงชื่อ) ร้อยเอก 2
กรรมการ
(บวร โชติช่วง)
(ลงชื่อ) ร้อยโท
กรรมการและเลขานุการ

(ชัยวัฒน์ สิงห์สมบูรณ์)