ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ (โดม) องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองทุ่ง
เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารผนวก ข ว่าด้วย “เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้” (สัญญาค่า K) สำหรับใช้ในโครงการก่อสร้าง งานปรับปรุง และงานซ่อมแซมของหน่วยงานภาครัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางปรับเพิ่มหรือลดค่างานให้เกิดความเป็นธรรมเมื่อเกิดการผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างตามดัชนีราคาที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ (ใช้ฐานปี 2530)
สาระสำคัญแบ่งเป็น 5 หมวดงานหลัก ได้แก่ งานอาคาร, งานดิน/หิน, งานทาง (รวมถนนคอนกรีต สะพาน และท่อระบายน้ำ), งานชลประทาน (รวมบานระบาย คอนกรีต และงานเจาะอัดฉีดปูน) และงานระบบสาธารณูปโภค (งานวางท่อประเภทต่างๆ งานสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และงานเสาเข็ม)
เงื่อนไขสำคัญกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานภายใน 90 วันนับแต่วันส่งมอบงานงวดสุดท้าย การคำนวณค่า K ให้ใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่งโดยไม่ปัดเศษ และจะปรับเพิ่มหรือลดค่างานเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงเกิน 4% จากวันเปิดซองประกวดราคา กรณีงานล่าช้าจากความผิดของผู้รับจ้าง ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามสัญญา หรือเดือนที่ส่งมอบจริงแล้วแต่ค่าใดจะน้อยกว่า การจ่ายเงินจะจ่ายตามค่างานปกติก่อน แล้วจึงทำเรื่องตกลงขอปรับเงินค่า K กับสำนักงบประมาณในภายหลัง
English summary
This document is Annex B detailing the conditions, rules, work categories, formulas, and calculation methods for Escalation Factor Contracts (K-Factor) in Thai government construction projects. It applies to all construction, renovation, and repair works to adjust contract prices based on material price index changes published by the Ministry of Commerce (1987 base index). The formulas cover 5 main categories: Buildings, Earthworks/Rock, Roads, Irrigation, and Utilities (including piping, electrical transmission, and piling). Key terms dictate that contractors must submit price increment claims within 90 days after final deliverable submission. Adjustments apply only to index variations exceeding a 4% threshold. In cases of contractor-caused delays, the lesser K-factor between the contract deadline month and actual delivery month is applied. All financial adjustments require final verification and approval by the Bureau of the Budget.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และสูตรการคำนวณปรับราคาค่างาน (ค่า K) ในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างภาครัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
- เพื่อชดเชยหรือเรียกคืนค่างานก่อสร้างกรณีราคาวัสดุก่อสร้าง น้ำมันเชื้อเพลิง และแรงงาน มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างในการรับมือกับความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง
ขอบเขตของงาน
- การประยุกต์ใช้สูตร K-Factor ตามหมวดหมู่ประเภทงานก่อสร้าง ดังนี้:
- หมวดที่ 1 งานอาคาร: ตัวอาคาร ระบบไฟฟ้า/ประปาภายในอาคาร ระบบท่อปรับอากาศ สายล่อฟ้า ทางระบายน้ำ ดินถมรอบอาคารระยะไม่เกิน 3 เมตร
- หมวดที่ 2 งานดิน: งานขุด ตัก บดอัดดิน เขื่อน คลอง คันทาง งานหินเรียง ป้องกันการกัดเซาะ และงานเจาะระเบิดหิน
- หมวดที่ 3 งานทาง: งานผิวทาง (Prime coat, Tack coat, Asphaltic concrete), ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC Road), ท่อระบายน้ำ คอนกรีตเสริมเหล็ก, งานโครงสร้างสะพาน และโครงสร้างเหล็ก
- หมวดที่ 4 งานชลประทาน: งานอาคารชลประทาน (รวม/ไม่รวมบานเหล็ก), บานระบาย Trashrack, งานเหล็กเสริม/คอนกรีต, งานเจาะและงานอัดฉีดน้ำปูน
- หมวดที่ 5 งานระบบสาธารณูปโภค: งานวางท่อ AC, PVC, ท่อเหล็กเหนียว, HDPE, งานอุโมงค์ส่งน้ำ, งานระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย (EGAT/PEA), งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง/Cast-in-place
- การคำนวณและการจัดทำเอกสารเรียกร้องค่างานเพิ่ม/ลดตามดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง กระทรวงพาณิชย์
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เอกสารแสดงรายการคำนวณ Escalation Factor (ค่า K) แยกตามงวดงานและประเภทงาน
- ตารางเปรียบเทียบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ (เดือนเปิดซอง vs เดือนส่งมอบงาน)
- หนังสือร้องขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้าง (ยื่นภายใน 90 วันนับจากส่งมอบงานงวดสุดท้าย)
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดเวลาการยื่นเรียกร้องค่า K เพิ่มเติม: ภายใน 90 วัน นับแต่วันส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- กรณีงานล่าช้าเนื่องจากความผิดของผู้รับจ้าง: ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่าใดจะน้อยกว่า
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: -
- Standards Compliance: -
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: -
- Personnel: -
- Exclude the basic requirements: -
(หมายเหตุ: เอกสารนี้เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญาว่าด้วยหลักเกณฑ์สัญญาปรับราคาได้ ไม่ใช่ประกาศจัดซื้อจัดจ้างโครงการเฉพาะ จึงไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้ยื่นเสนอราคา)
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะคำนวณตามสูตร $P = (Po) \times (K)$ โดยที่ $K$ คือ Escalation Factor ที่หักออก 4% (กรณีเพิ่มค่างาน) หรือบวกเพิ่ม 4% (กรณีเรียกค่างานคืน)
- ดัชนีราคาที่ใช้อ้างอิงต้องมาจากกระทรวงพาณิชย์ (ปีฐาน 2530)
- คำนวณด้วยทศนิยม 3 ตำแหน่ง ไม่มีการปัดเศษ
- การอนุมัติจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืน ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณถือเป็นที่สุด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สูตรคำนวณ Escalation Factor (K): ประกอบด้วยตัวแปรดัชนีราคา ได้แก่
- $It/Io$: ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป
- $Ct/Co$: ดัชนีราคาซีเมนต์
- $Mt/Mo$: ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
- $St/So$: ดัชนีราคาเหล็ก
- $Gt/Go$: ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
- $At/Ao$: ดัชนีราคาแอสฟัลท์
- $Et/Eo$: ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
- $Ft/Fo$: ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
- $ACt/ACo, PVCt/PVCo, GIPt/GIPo, PET/PEo$: ดัชนีราคาท่อชนิดต่างๆ (ท่อซีเมนต์ใยหิน, PVC, เหล็กอาบสังกะสี, HDPE)
- $Wt/Wo$: ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
- เกณฑ์การเปลี่ยนแปลง: ปรับคำนวณเงินเพิ่มหรือลดเมื่อค่า $K$ ในเดือนที่ส่งมอบงานเปลี่ยนแปลงไปจากเดือนเปิดซองราคาเกิน 4% ขึ้นไป (คิดเฉพาะส่วนที่เกิน 4%)
เงื่อนไขสัญญา
- เงื่อนไขเวลา: ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานภายใน 90 วัน นับจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดจะหมดสิทธิเรียกร้องทันที
- การเรียกเงินคืน: กรณีค่า K ลดลง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิรีบเรียกเงินคืน หรือหักจากค่างานงวดถัดไป หรือหักจากหลักประกันสัญญา
- การจ่ายเงินงวด: ให้จ่ายค่าจ้างตามราคาในสัญญาก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม/ลดจะคำนวณและขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุแน่นอนแล้ว
- ผลตัดสินเป็นที่สุด: การวินิจฉัยของสำนักงบประมาณในการอนุมัติจ่ายหรือเรียกเงินคืนถือเป็นสิ้นสุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: สัญญาแบบปรับราคาได้ (สัญญาค่า K) ใช้กับงานประเภทใดได้บ้าง?
A: ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมที่เบิกจ่ายในหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุน และหมวดรายจ่ายอื่นลักษณะเดียวกัน - Q: ผู้รับจ้างต้องยื่นขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ภายในกำหนดเวลาใด?
A: ต้องเรียกร้องภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดจะหมดสิทธิเรียกร้อง - Q: การคำนวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะเริ่มคิดเมื่อดัชนีราคาเปลี่ยนแปลงเท่าใด?
A: จะคำนวณปรับเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากเดือนเปิดซองราคาเกิน 4% ขึ้นไป โดยคิดเฉพาะส่วนที่เกิน 4% เท่านั้น - Q: กรณีผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญาโดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง จะใช้ค่า K ของเดือนใดคำนวณ?
A: ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่าใดจะมีค่าน้อยกว่า - Q: การคำนวณทศนิยมในสูตรค่า K มีเกณฑ์อย่างไร?
A: ให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ - Q: ดัชนีราคาที่นำมาใช้คำนวณค่า K จัดทำโดยหน่วยงานใดและใช้ปีฐานใด?
A: จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ - Q: หากในงานจ้างคราวเดียวกันมีงานก่อสร้างหลายประเภท จะต้องใช้อย่างไร?
A: ต้องแยกประเภทงานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะงาน และใช้สูตรคำนวณให้สอดคล้องกับหมวดงานนั้นๆ - Q: หากผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์ให้ เช่น งานวางท่อ สูตรคำนวณค่า K จะแตกต่างจากผู้รับจ้างจัดหาเองหรือไม่?
A: แตกต่างกัน โดยสูตรคำนวณจะลดสัดส่วนดัชนีวัสดุนั้นๆ ลงตามที่กำหนดไว้ในแต่ละหมวดงาน - Q: ใครเป็นผู้อนุมัติขั้นสุดท้ายสำหรับการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนตามสัญญาค่า K?
A: สำนักงบประมาณ เป็นผู้ตรวจสอบ เห็นชอบ และถือการวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด - Q: การเบิกจ่ายเงินงวดตามปกติกับการเบิกจ่ายเงินค่า K มีขั้นตอนอย่างไร?
A: ให้จ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาปกติในแต่ละงวดไปก่อน เมื่อทราบดัชนีราคาแน่ชัดและคำนวณค่า K ได้แล้ว จึงขอทำความตกลงเบิกจ่ายส่วนต่างกับสำนักงบประมาณภายหลัง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ต้น
- 58 -
เอกสารผนวก ข (รวมทั้งสิ้น 11 หน้า)
ประกอบด้วย
ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตร ค. วิธีการคํานวณ
จํานวน 1 หน้า
จํานวน 9 หน้า - จํานวน 1 หน้า
:
www.yotathai.com
สําเนาถูกต้อง/ นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน - 59 -
www.yotathai.com
เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับ
ราคาได้
ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
- สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซ่อมแซมซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุน และหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและหลักเกณฑ์
ตามที่ได้กําหนดนี้ - สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตาม
สัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซองราคาแทน - การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น
ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้
ๆ
ผู้รับจ้างทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ จะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกําหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ให้ มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภท ๆ และให้สอดคล้องกับสูตรที่
งานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น
กําหนดไว้ - การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของ ผู้รับจ้างที่จะต้องเรียกร้องภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีก ต่อไป และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืน จากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา แล้วแต่
กรณี - การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจากผู้ รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานักงบ
ประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
สําเนาถูกต้อง
นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน
-60-
ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คํานวณตามสูตรดังนี้
กําหนดให้
P
P’
1
= (Po) x (K)
=
ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง
Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างานเป็นงวดซึ่งระบุ
K
ไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี
= ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม
4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
ESCALATION FACTORK หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงานดังนี้
หมวดที่ 1 งานอาคาร
งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ํา โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้
หมายความรวมถึง
1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหน่าย
ไฟฟ้าภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจําหน่าย
แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและระบบ
แต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายใน
www.yotathai.com
บริเวณ
1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับ อากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสําหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้ําของอาคารจนถึงทางระบายน้ําภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จําเป็นสําหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคารโดยต้องสร้างหรือ ประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามาประกอบหรือ ติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ํา เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
ใช้สูตร
1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม ดินตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
K = 0.25 + 0.15 It/lo + 0.10 CUCo + 0.40 Mt/Mo + 0.10 StSo
สําเนาถูกต้อง
นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน
- 61 -
www.yotathai.com
หมวดที่ 2 งานดิน
2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การ เกลี่ยบดอัดดิน การขุด - ถมบดอัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ํา คันทาง ซึ่งต้องใช้เครื่องจักร เครื่องมือกลปฏิบัติงาน
สําหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น
ที่มีการควบคุม คุณสมบัติของวัสดุนั้น และมีข้อกําหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือ กล เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กําหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อนชลประทาน
ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE,
SELECTED MATERIAL, UNTREATED BASE шa≈ SHOULDER
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/lo + 0.40 Et/Eo + 0.20 FU/Fo
2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นํามาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็นระเบียบจนได้ ความหนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อยหรือกรวดขนาดต่าง ๆ และ ทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีข้อกําหนดวิธีปฏิบัติ โดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของลาดตลิ่งและท้องลําน้ํา
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/lo + 0.20 Mt/Mo + 0.20 Ft/Fo
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้ายไป-กลับ ประมาณไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 Ilo + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
หมวดที่ 3 งานทาง
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT
ใช้สูตร
K = 0.30+ 0.40 At/Ao + 0.20 Et/EO + 0.10 Ft/Fo
3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
ใช้สูตร
สําเนาถูกต้อง
นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน
K. = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/AO + 0.20 Et/Eo + 0.10 FU/Fo
3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM..
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่ง ประกอบด้วยตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (WELDED STEEL WIRE EARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ - 62 -
www.yotathai.com
(JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C. BRIDGE
APPROACH) ด้วย
ใช้สูตร
K = 0.30 + 0.10 Itio + 0.35 CU/Co + 0.10 MtMo + 0.15 StSo
3.5 งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริม เหล็กสําหรับงานระบายน้ํา (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานราง ระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก งานดาดคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาดคอสะพาน
รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มีรูปแบบและลักษณะงาน
คล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็นต้น
*ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/lo + 0.15 CU/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเพื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีต เสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C, BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยม คอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C. BOX CULVERT) หอถังน้ําโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่ง คอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 III + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเดิมข้ามถนน โครงเหล็ก สําหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรืองานโครงเหล็กอื่นที่
มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ประเทศไทย
แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 to + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So
หมวดที่ 4 งานชลประทาน
4.1 งานอาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิด
7
ต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อระบายน้ํา น้ําตก รางเท สะพานน้ํา ท่อลอด ไซฟอน และอาคารชลประทานชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีบาน ระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคาร ชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 it/lo + 0.10 CU/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.20 St/So
7
4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิด
ต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อส่งน้ําเข้านา ท่อระบายน้ํา ประตูระบายน้ํา อาคารอัดน้ํา ท่อลอดและอาคารชลประทาน ชนิด
สําเนาถูกต้อง The นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน
-63-
www.yotathai.com
ต่าง ๆ ที่มีบานระบายน้ํา แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
ใช้สูตร K 0.35,+ 0.20 It/lo+ 0.10 CU/Co+ 0.10 Mt/Mo+ 0.25 St/So
4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบายเหล็ก เครื่องกว้านและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE และงานท่อเหล็ก
ใช้สูตร K = 0.35 +0.20 It/lo + 0.45 GV/GO
4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริมในงาน คอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของงานฝ่าย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบ ของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กดังกล่าวเท่านั้น
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/lo + 0.60 St/So
4.5 งานคอนกรีตไม่รวมเหล็กและคอนกรีตดาดคลอง
เหล็กที่หักส่วนของเหล็กออกมาแยกคํานวณต่างหากของงานฝ่าย
หมายถึง งานคอนกรีตเสริม
ทางระบายน้ําล้นหรืออาคาร
ชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.15 IVlo + 0.25 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo
4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุขนาดรูในไม่น้อยกว่า 48 มิลลิเมตร
ในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดน้ําปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซมฐานรากอาคาร ชลประทาน ถนนและอาคารต่าง ๆ โดยการอัดฉีดน้ําปูน
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 FuFo
4.7 งานอัดฉีดน้ําปูน ค่าอัดฉีดน้ําปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่เปลี่ยน
แปลงตามดัชนีราคาของซีเมนต์ ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทําขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด กับเดือนที่
เปิดซองประกวดราคา
หมวดที่ 5 งานระบบสาธารณูปโภค
5.1 งานวางท่อ AC และ PVC
ใช้สูตร
K
ใช้สูตร
K
ส
ใช้สูตร
K
5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
= 0.50 + 0.25 tt/lo + 0.25 Mt/Mo
5.1.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์
= 0.40 + 0.10 It/lo + 0.10 MtMo + 0.40 ACUAC0
5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVC และหรืออุปกรณ์
= 0.40 + 0.10 It/lo +0.10 Mt/Mo+ 0.40 PVCUPVCo
สําเนาถูกต้อ the นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน
-64-
www.yotathai.com
5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE 5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 040 + 0.10 Ilo + 0.15 Mt/Mo + 0.20 EtEo + 0.15 FtFo
5.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และให้รวมถึง
งาน TRANSMISSION CONDUIT
ใช้สูตร
K
อุปกรณ์
-ใช้สูตร
K
ใช้สูตร
ใช้สูตร
K
= 0.40 + 0.10 IU/lo + 0.10 MU/Mo+ 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPVGIPO
5.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และหรือ
= 0.50 + 0.10 It/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PET/PEO
5.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ําและงาน SECONDARY LINING
K = 0.40 + 0.10 It/lo + 0.15 EV/Eo + 0.35 GIPU/GIPo
5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต
= 0.30+0.10lt/lo+0.20Ct/Co+0.05Mt/Mo+0.05St/So+0.30PVC/PVC0 5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 it/lo + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It/lo + 0.50 GIPUGIPo ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
เท่านั้น
5.7 งานก่อสร้างระบบสายส่งแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย
5.7.1 งานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ รวมทั้งงานติดตั้งอุปกรณ์
ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
สําหรับงานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ลักษณะงานดังนี้คือ PRELIMINARY WORK (ยกเว้น BOUNDARY
POST), TOWERS, INSULATOR STRING AND OVERHEAD GROUND WIRE ASSEMBLIES, CONDUCTOR AND OVERHEAD GROUND WIRE STRINGING, LINE ACCESSORIES, GROUNDING
MATERIALS.
สําเนาถูกต้อง the on นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ
นายช่างโยธาชํานาญงาน
-65-
www.yotathai.com
การติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้น
สําหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย หมายถึง เฉพาะ
ใช้สูตร K *= 0.60 + 0.25 It/lo + 0.15 Ft/Fo
5.7.2 งานก่อสร้างฐานรากเสาไฟฟ้า (TOWER FOUNDATION) และงานติดตั้ง
BOUNDARY POST
ใช้สูตร K
ใช้สูตร
K
ใช้สูตร
= 0.35 + 0.20 It/lo + 0.20 Ct/Co + 0.10 StSo + 0.15 FtFo
5.7.3 งานก่อสร้างฐานรากอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
= 0.50 +0.20 It/lo + 0.15 CT/Co + 0.15 St/So
5.8 งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
5.8.1 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
K. = 0.35 + 0.15 It/lo + 0.20 Ct/Co + 0.30 StSo
5.8.2 งานเสาเข็มแบบ CAST IN PLACE
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/lo + 0.25 Ct/Co + 0.35 St/So ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น
5.9 งานก่อสร้างสายส่งแรงสูงระบบแรงดัน 69 - 115 KV.
5.9.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์ให้
K = 0.80 + 0.05 It/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.05 FV/Fo
ใช้สูตร
ใช้สูตร
K
5.9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์
= 0.45 + 0.05 It/lo + 0.20 MV/Mo + 0.05 Ft/Fo + 0.25 WtWo
สําเนาถูกต้อง
นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ
นายช่างโยธาชํานาญงาน
- 66 -
ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดย
กระทรวงพาณิชย์
www.yotathai.com
= EXCALATION FACTOR
K
It
=3
lo
=
Ct
=
Co
=
Mi
=3
Mo
13
St
So
Gt
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา - ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
=
131
=
Go
=
At
1=1
Ao
Et
Eo
=
=P
Ft
=
Fo
1=3
ACt
=
ACO
=
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PVCt - ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
=
PVC) = ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
GIPt - ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
GIPO
= - ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
=
=
PET
PEO
=
Wt
Wo
=
=
ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POL YETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY PLOYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
สําเนาถูกต้อง นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน
-67-
www.yotathai.com
ค. วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
- การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุ ก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ
เดียวกัน - การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญา
จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้นและให้สอด
คล้องกับสูตรที่ได้กําหนดไว้ - การคํานวณหาค่า K กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการ ปัดเศษ และกําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนําผลลัพธ์ไปคูณ กับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์ นั้น
- ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับ ผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจาก ค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคํานวณปรับเพิ่มหรือ ลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาใน สัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างานให้ใช้ ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใด จะมีค่าน้อยกว่า
- การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญาไป ก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างซึ่งนํามา คํานวณหาค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคํานวณเงินเพิ่มได้ให้ขอทํา ความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
7
สําเนาถูกต้อง the MM.. นายปัญญาพล ยิ่งเจริญ นายช่างโยธาชํานาญงาน