ประกวดราคาจ้างจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายในประเทศไทย สำหรับภาพยนตร์ เรื่อง HP12/13 และ JR
กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ ต้องการจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีเพื่อตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายในประเทศไทยสำหรับภาพยนตร์ต่างประเทศ 2 เรื่อง ได้แก่ HP12/13 (จากโปแลนด์) และ JR (จากสหรัฐอเมริกา) ซึ่งได้ถ่ายทำเสร็จสิ้นแล้วในประเทศไทย โครงการนี้สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีที่สนับสนุนการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศด้วยการคืนเงินค่าใช้จ่ายในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการว่าจ้างจะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานการใช้จ่ายทั้งหมด (ประมาณ 627.2 - 637.2 ล้านบาท) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมการท่องเที่ยวและกรมสรรพากรกำหนด จัดทำรายงานผลการตรวจสอบที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ เช่น รายการที่เข้าเงื่อนไข ไม่เข้าเงื่อนไข การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย การประมาณการภาษี และข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งรับรองความถูกต้องโดยผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีใบอนุญาต เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคืนเงินแก่ผู้ผลิตภาพยนตร์ให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
English summary
The Tourism Authority of Thailand, through the Office of International Film and Video Activities, seeks to hire accounting experts to audit the expenditure evidence in Thailand for two foreign films, HP12/13 and JR, which have completed filming in the country. This project is in line with the Cabinet’s resolution to support foreign film production by offering rebates on expenses incurred in Thailand. The hired expert will be responsible for verifying all expenditure documents (approximately THB 627.2 - 637.2 million) against the criteria set by the Tourism Authority and the Revenue Department. A comprehensive audit report, including details on eligible and ineligible expenses, cost analysis, tax estimations, and recommendations, must be prepared and certified by a licensed accountant. This report will serve as a basis for the rebate approval process, ensuring accuracy, transparency, and auditability.
ประเทศไทย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายในประเทศไทยของผู้มีสิทธิได้รับเงินคืนตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ให้เป็นไปตามประกาศกรมการท่องเที่ยวและคู่มือการรวบรวมเอกสารหลักฐานทางการเงิน
- เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินสำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
ขอบเขตของงาน
- ประชุมหารือร่วมกับกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว เพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน กำหนดแนวทางตรวจสอบ วิธีการส่งมอบงาน และระยะเวลา
- ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยทุกรายการ (ตรวจ 100%) ว่าเป็นไปตามระเบียบกรมสรรพากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากมีข้อสงสัยต้องแจ้งกรมการท่องเที่ยวทันทีพร้อมเสนอแนวทางแก้ไข
- วิเคราะห์ผลการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามประกาศกรมการท่องเที่ยวและคู่มือฯ
- จัดทำรายงานผลการตรวจสอบเป็นภาษาไทย พร้อมให้ผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีใบอนุญาตลงนามรับรอง โดยรายงานต้องประกอบด้วย:
- ผลการตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายเงิน (รายการเข้าเงื่อนไข, รายการไม่เข้าเงื่อนไขพร้อมเหตุผล, สรุปยอดรวม) โดยแบ่งหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย (ค่าจ้าง, ค่าที่พัก, ค่าพาหนะ, ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม, ค่าเช่าสถานที่, ค่าอุปกรณ์, อื่นๆ)
- ประเด็นข้อเท็จจริงหรือข้อสังเกตของหลักฐานการใช้จ่ายเงิน
- ประมาณการภาษีที่รัฐคาดว่าจะได้รับ (เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- จำนวนบุคคลและนิติบุคคลที่ได้รับเงินจากการถ่ายทำภาพยนตร์ (ทั้งไทยและต่างชาติ)
- ประเด็นปัญหาและแนวทางการปรับปรุงแก้ไข (ถ้ามี)
- ข้อเสนอแนะและอื่นๆ (ถ้ามี)
- จัดพิมพ์รูปเล่มรายงานผลการตรวจสอบสำหรับภาพยนตร์ HP12/13 และ JR เรื่องละไม่น้อยกว่า 20 เล่ม รวมไม่น้อยกว่า 40 เล่ม
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน รวมถึงค่าพาหนะ, ค่าอาหาร, ค่าที่พัก, ค่าเบี้ยเลี้ยง, ค่าทำงานล่วงเวลา และรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากผลการตรวจสอบหรือการทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
- เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินเพื่อชี้แจงผลการตรวจสอบ
- ผลการตรวจสอบและรายงานถือเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการท่องเที่ยว และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานผลการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยสำหรับภาพยนตร์ HP12/13 และ JR (ฉบับภาษาไทย) พร้อมลายเซ็นรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีใบอนุญาต
- รูปเล่มรายงานผลการตรวจสอบ (ไม่น้อยกว่า 20 เล่มต่อเรื่อง รวมไม่น้อยกว่า 40 เล่ม)
- การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินเพื่อชี้แจงผลการตรวจสอบ
ระยะเวลาดำเนินการ
ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
- ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
- เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลได้สั่งให้สละสิทธิ์
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- Standards Compliance: ไม่ระบุ
- Experience:
- มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างในครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,250,000 บาท
- เป็นผลงานซึ่งแล้วเสร็จไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ในสัญญาเดียวกัน
- เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ
- Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า 1,250,000 บาท
- Technical Capabilities: ไม่ระบุ
- Personnel: ไม่ระบุ (แต่รายงานผลต้องลงนามรับรองโดยผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีฯ)
- Exclude the basic requirements(valid business license, has a legal entity…):
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างในครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,250,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยเป็นผลงานซึ่งแล้วเสร็จไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวกัน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นหรือรัฐวิสาหกิจ โดยแนบหลักฐานสำเนาหนังสือรับรองผลงาน พร้อมการยื่นข้อเสนอ
- ต้องยื่นหลักฐานสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งออกให้ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะไม่พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค
- เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): น้ำหนักร้อยละ 40
- ข้อเสนอด้านเทคนิค (Technical Proposal): น้ำหนักร้อยละ 50
- ความน่าสนใจและความเป็นไปได้ของแผนการดำเนินงาน: 20 คะแนน
- กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานตรงตามขอบเขตของงาน: 10 คะแนน
- วิธีการและความละเอียดถี่ถ้วนในการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่าย: 40 คะแนน
- ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้ตรวจสอบบัญชีและทีมงาน: 30 คะแนน
- น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 100
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยทุกรายการ (100%)
- การตรวจสอบต้องเป็นไปตามระเบียบกรมสรรพากร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- การวิเคราะห์ผลการตรวจสอบให้เป็นไปตามประกาศกรมการท่องเที่ยวฯ และคู่มือฯ
- การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบที่ครอบคลุมประเด็นต่างๆ ตามที่ระบุในขอบเขตงาน
- การรับรองความถูกต้องของรายงานโดยผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีใบอนุญาต
- การแบ่งหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายในการจัดทำรายงาน
เงื่อนไขสัญญา
- การเบิกจ่ายเงินงวดเดียว (งวดสุดท้าย) เมื่อผู้รับจ้างตรวจสอบเอกสารเสร็จสิ้นตามสัญญา และส่งมอบรายงานผลการดำเนินงานตามกำหนด (ภายใน 90 วัน) และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับการส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
- ค่าปรับกรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
- ค่าปรับกรณีส่งมอบงานเกินกำหนด: ร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างต่อวัน
- ลิขสิทธิ์ในผลงานเป็นของกรมการท่องเที่ยว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานการใช้จ่ายทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์?
- ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยทุกรายการ (ตรวจ 100%)- รายงานผลการตรวจสอบต้องจัดทำเป็นภาษาใด?
- รายงานผลการตรวจสอบต้องจัดทำเป็นภาษาไทย
- ใครเป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของรายงานผลการตรวจสอบ?
- ผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
- ค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต้องตรวจสอบมีวงเงินประมาณเท่าใด?
- รวมประมาณ 627.2 - 637.2 ล้านบาท
- การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างจะแบ่งเป็นกี่งวด?
- เบิกจ่ายเงินงวดเดียว (งวดสุดท้าย) เมื่อส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- ระยะเวลาในการดำเนินงานทั้งหมดกี่วัน?
- ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
- หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า จะมีค่าปรับหรือไม่ อย่างไร?
- มีค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง
- ลิขสิทธิ์ในรายงานผลการตรวจสอบเป็นของใคร?
- เป็นของกรมการท่องเที่ยว
- ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินหรือไม่?
- ใช่ ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงผลการตรวจสอบ
- มีข้อกำหนดเกี่ยวกับประสบการณ์ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนออย่างไรบ้าง?
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,250,000 บาท ซึ่งแล้วเสร็จไม่เกิน 3 ปี และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ
- รายงานผลการตรวจสอบต้องจัดทำเป็นภาษาใด?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (TOR) จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายในประเทศไทย สําหรับภาพยนตร์ เรื่อง HP12/13 และ JR
๑. โครงการ ส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ๒. กิจกรรม จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายในประเทศไทย สําหรับภาพยนตร์
เรื่อง HP12/13 และ JR
๓. หน่วยงานเจ้าของโครงการ กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว
๔. หลักการและเหตุผล
เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการในการสนับสนุนการถ่ายทํา ภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย โดยการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศในรูปแบบการคืนเงิน ร้อยละ ๑๕ - ๒๐ ของเงินลงทุนในประเทศไทยมากกว่า ๕๐ ล้านบาทขึ้นไปต่อเรื่อง และเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีมีมติปรับอัตราการคืนเงินเป็นร้อยละ ๑๕ - ๓๐ โดยไม่จํากัดวงเงินคืนต่อเรื่อง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่าย ในการคืนเงินสําหรับมาตรการดังกล่าวจัดสรรอยู่ในงบประมาณรายจ่ายอื่นของกรมการท่องเที่ยว
รายละเอียด ดังนี้
บัดนี้ ภาพยนตร์ที่เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน จํานวน ๒ เรื่อง ได้ถ่ายทําในประเทศไทยเสร็จสิ้นแล้ว
๑. ภาพยนตร์ ประเภทรายการโทรทัศน์ (เรียลลิตี้) เรื่อง HP12/13 จากสาธารณรัฐโปแลนด์ ถ่ายทําในประเทศไทยเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๙ และได้ส่งเอกสารหลักฐานทางการเงิน เพื่อขอรับเงินคืน ร้อยละ ๒๓ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยมียอดค่าใช้จ่ายในประเทศไทย จํานวน ๘๗,๒๐๕,๖๔๕.๓๕ บาท (แปดสิบเจ็ดล้านสองแสนห้าพันหกร้อยสี่สิบห้าบาทสามสิบห้าสตางค์) โดยมีบริษัท มาริธ ซินเดล โปรดักชั่นส์ จํากัด เป็นผู้ประสานงานการถ่ายทํา
๒. ภาพยนตร์ เรื่อง JR จากสหรัฐอเมริกา ถ่ายทําในประเทศไทยเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ และได้ประสานเบื้องต้นว่าจะส่งเอกสารหลักฐานทางการเงินเพื่อขอรับเงินคืน ช่วงต้นเดือน กรกฎาคม ๒๕๖๙ โดยมียอดค่าใช้จ่ายในประเทศ ประมาณ ๕๔๐ - ๕๕๐ ล้านบาท โดยมีบริษัท เดอ วอร์เรนท์ พิคเจอร์ จํากัดเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทํา
ดังนั้น กรมการท่องเที่ยว จึงเห็นควรจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่าย ในประเทศไทย สําหรับภาพยนตร์ เรื่อง HP12/13 และ JR ภายใต้โครงการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ ต่างประเทศในประเทศไทย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เพื่อให้การดําเนินการคืนเงินของกรมการท่องเที่ยว มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศกรมการท่องเที่ยว เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสําหรับการขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ ต่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๗ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๗
๕. วัตถุประสงค์
๕.๑ เพื่อตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายในประเทศไทย
ของผู้มีสิทธิได้รับเงินคืนตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ให้เป็นไป ตามประกาศกรมการท่องเที่ยว เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สําหรับการขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการ ส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๗ รวมถึงคู่มือการรวบรวมเอกสารหลักฐาน
ทางการเงินเพื่อขอรับเงินคืนตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย
ลงชื่อ
…ประธานกรรมการ
(นายกฤษดากร ปืนทอง) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ
ลงชื่อ
гл
…กรรมการ
ลงซอ.
(นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
๕.๒ เพื่อใช้…
.กรรมการ
(นายเฉลิมเกียรติ อาดตะคุ นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
๕.๒ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงิน
สําหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๖. กลุ่มเป้าหมาย
ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืนตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย
เรื่อง HP12/13 และ JR
๗. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๗.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๗.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๗.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๗.๔ ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๗.๕ ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็น
ผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๗.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๗.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
๗.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมการท่องเที่ยว หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการพิจารณาจ้างครั้งนี้ ๗.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๗.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๗.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานจ้างในครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๒๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยเป็นผลงานซึ่งแล้วเสร็จไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันยื่น ข้อเสนอในสัญญาเดียวกัน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหาร ส่วนท้องถิ่นหรือรัฐวิสาหกิจ โดยแนบหลักฐานสําเนาหนังสือรับรองผลงาน พร้อมการยื่นข้อเสนอ
๗.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นหลักฐานสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งออกให้ ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
๖
๘. ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องทําหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยของผู้มีสิทธิ
ได้รับเงินคืนตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย สําหรับภาพยนตร์ เรื่อง HP12/13 จํานวน ๘๗,๒๐๕,๖๔๕.๓๕ บาท (แปดสิบเจ็ดล้านสองแสนห้าพันหกร้อยสี่สิบห้าบาทสามสิบห้าสตางค์) และ JR ในวงเงินประมาณ ๕๔๐ - ๕๕๐ ล้านบาท รวมวงเงินที่ต้องตรวจสอบทั้งสิ้นประมาณ ๖๒๗.๒-๖๓๗.๒ ล้านบาท
ลงชื่อ
ประธานกรรมการ
(นายกฤษดากร ปืนทอง) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ
ลงชื่อ..
N
..กรรมการ
ลงซอ.
(นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
(
..กรรมการ
(นายเฉลิมเกียรติ อาดตะคุ) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
ทงน…
-m -
ทั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวจะดําเนินการจัดส่งเอกสารหลักฐานทางการเงินให้ผู้รับจ้าง หลังจากได้รับเอกสารทาง
การเงินจากบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดการดําเนินงาน ดังนี้
๔.๑ ประชุมหารือร่วมกับกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว
เพื่อนําไปวางแผนการปฏิบัติงาน
กําหนดแนวทางในการตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานทางการเงิน
วิธีการส่งมอบงาน และระยะเวลาการส่งมอบงานให้เป็นไปตามที่กรมการท่องเที่ยวกําหนด
๔.๒ ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยทุกรายการ (ตรวจ ๑๐๐%) ว่าสามารถใช้เป็นหลักฐานในการแสดงการใช้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกรมสรรพากร หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกํากับภาษี หรือหลักฐานอื่นใดที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืนส่งมอบ ให้กรมการท่องเที่ยว หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้กรมการท่องเที่ยว ทราบในทันที พร้อมทั้งนําเสนอแนวทางดําเนินการและแก้ไขปัญหา (ถ้ามี) เพื่อให้การตรวจสอบเอกสารทางการเงิน
เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กําหนด
๔.๓ วิเคราะห์ผลการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยตามข้อ ๔.๒ ให้เป็นไปตามประกาศกรมการท่องเที่ยว เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข สําหรับการขอรับสิทธิประโยชน์ ตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๗ รวมถึงคู่มือการรวบรวม เอกสารหลักฐานทางการเงิน เพื่อขอรับเงินคืนตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย
๘.๔ จัดทํารายงานผลจากการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยของผู้มีสิทธิ
ได้รับเงินคืนตามมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย เป็นภาษาไทย พร้อมทั้ง ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงนามรับรองความถูกต้อง ของรายงานผลดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๘.๔.๑ ผลการตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทย
ทุกรายการ ตามข้อ ๔.๒ และ ๔.๓ ประกอบด้วย
๑) รายการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยที่เข้าเงื่อนไข
๒) รายการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยที่ไม่เข้าเงื่อนไข พร้อมเหตุผลประกอบ ๓) สรุปจํานวนเงินรวมของรายการใช้จ่ายเงินทั้งหมดในประเทศไทย
ทั้งนี้ ให้จัดทํารายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในประเทศไทย โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ ดังนี้ ๑. ค่าจ้างทีมงานฝ่ายต่าง ๆ ๒. ค่าที่พัก ๓. ค่าพาหนะ ๔. ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม ๕. ค่าเช่าสถานที่ 5. ค่าอุปกรณ์ ๗. อื่น ๆ
๔.๔.๒ ประเด็นข้อเท็จจริงหรือข้อสังเกตของหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทย ของผู้มีสิทธิได้รับเงินคืนตามที่ผู้รับจ้างตรวจสอบ
๘.๔.๓ ประมาณการภาษีที่รัฐคาดว่าจะได้รับจากค่าใช้จ่ายของการถ่ายทําภาพยนตร์ ต่างประเทศในประเทศไทย เช่น การหักภาษี ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น
๘.๔.๔ จํานวนบุคคลและนิติบุคคลที่ได้รับเงินจากการถ่ายทําภาพยนตร์ ทั้งที่มีสัญชาติไทย หรือไม่มีสัญชาติไทย โดยไม่นับรายที่ซ้ํากัน
๔.๔.๕ ประเด็นปัญหาและแนวทางการปรับปรุงแก้ไขที่จําเป็นต่อการดําเนินการรวบรวม
เอกสารหลักฐานทางการเงิน (ถ้ามี)
๔.๔.๖ ข้อเสนอแนะและอื่น ๆ (ถ้ามี)
ลงชื่อ.
लि
..ประธานกรรมการ
ลงชื่อ
(นายกฤษดากร ปิ่นทอง)
นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ
….กรรมการ
ลงชื่อ.
(นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
๘.๕ จัดพิมพ์….
….กรรมการ
(นายเฉลิมเกียรติ อาดตะคุ) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
- C -
๔.๕ จัดพิมพ์รูปเล่มรายงานผลการตรวจสอบตามข้อ ๔.๔ ที่เสร็จสมบูรณ์ สําหรับภาพยนตร์
เรื่อง HP12/13 และ JR เรื่องละไม่น้อยกว่า ๒๐ เล่ม รวมทั้งสิ้น ไม่น้อยกว่า ๔๐ เล่ม
๔.๖ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการตามขอบเขต ของงานทั้งหมด ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องจากการดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบหลักฐาน การใช้จ่ายเงินในประเทศไทยของผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าพาหนะ (เครื่องบิน เรือ รถยนต์) ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าทํางานล่วงเวลา เป็นต้น หากมีความเสียหายอันเกิดจากผลการตรวจสอบ ความถูกต้องของหลักฐานการใช้จ่ายเงินในประเทศไทยของผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน หรือความเสียหายอันเกิด จากการทําให้ทรัพย์สินใด ๆ เสียหาย หรือเกิดความชํารุดบกพร่อง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยกรมการท่องเที่ยวจะไม่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องใด ๆ ในเรื่องดังกล่าว
ๆ
๔.๗ ภายหลังจากส่งมอบงานเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้รับจ้างเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ พิจารณาการคืนเงินสําหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย เพื่อชี้แจงผล การตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายเงินของภาพยนตร์ เรื่อง HP12/13 และ JR
๘.๔ ผลการตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายในประเทศไทย ของผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน ตามข้อ ๔.๔ และ ๘.๕ ที่ผู้รับจ้างสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ของกรมการท่องเที่ยว และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเผยแพร่ข้อมูลผลการตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยว
หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นเกี่ยวด้วยลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
แต่เพียงผู้เดียว โดยกรมการท่องเที่ยวจะไม่เกี่ยวข้อง ในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น
๙. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาจ้าง
การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ กรมการท่องเที่ยว โดยคณะกรรมการพิจารณาผล
การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดําเนินการ ดังนี้
๔.๑ คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ หากคุณสมบัติไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ที่กําหนดไว้ คณะกรรมการฯ จะไม่พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค
๔.๒ หลักเกณฑ์พิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนด ดังนี้
๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับ ร้อยละ ๔๐ ๒) ข้อเสนอด้านเทคนิค กําหนดน้ําหนักเท่ากับ ร้อยละ 50
คณะกรรมการฯ จะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
หลักเกณฑ์การให้คะแนน
๑. ความน่าสนใจและ ความเป็นไปได้ของแผนการ
ดําเนินงาน
๒. กําหนดระยะเวลาในการ
ดําเนินงานตรงตามขอบเขต
ของงาน
น้ําหนัก ความสําคัญ (๑๐๐ คะแนน)
๒๐ คะแนน
๑๐ คะแนน
ประธานกรรมการ
ลงชื่อ.
ลงชื่อ.
(นายกฤษดากร ปืนทอง)
นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ
วิธีการประเมิน
เกณฑ์การพิจารณา
เอกสารของผู้ยื่นข้อเสนอ ระดับมาก ๑๖ - ๒๐ คะแนน ต้องแสดงขั้นตอนและกําหนด ระดับปานกลาง ๑๑ - ๑๕ คะแนน แผนการดําเนินงานอย่างละเอียด ระดับน้อย 0 ๑๐ คะแนน โดยพิจารณาความน่าสนใจ
ความเป็นไปได้ และมีความ ระดับมาก ๘ - ๑๐ คะแนน ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
.กรรมการ
ลงชื่อ.
(นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา)
นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
ระดับปานกลาง ๕ - ๗ คะแนน ระดับน้อย ๐ - ๔ คะแนน
2
กรรมการ
กรรมการ หลักเกณฑ์…
(นายเฉลิมเกียรติ อาดตะคุ) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
๕ -
หลักเกณฑ์การให้คะแนน
นําหนัก ความสําคัญ
(๑๐๐ คะแนน)
๓. วิธีการและความละเอียด ๔๐ คะแนน
ถี่ถ้วนในการตรวจสอบหลักฐาน
การใช้จ่ายในประเทศไทย
ของผู้มีสิทธิได้รับเงินคืนตาม
มาตรการส่งเสริมฯ
๔. ประสบการณ์และความ
๓๐ คะแนน
เชี่ยวชาญของผู้ตรวจสอบบัญชี และทีมงานที่มีความเกี่ยวข้อง
กับงาน
รวม
๑๐๐ คะแนน
วิธีการประเมิน
เกณฑ์การพิจารณา
เอกสารของผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องแสดง ระดับมาก ๓๒ - ๔๐ คะแนน วิธีการตรวจสอบหลักฐานการ ระดับปานกลาง ๒๑ - ๓๑ คะแนน ใช้จ่ายเงินที่มีความน่าเชื่อถือ ระดับน้อย ๐ - ๒๐ คะแนน และละเอียดถี่ถ้วน โดยชี้แจง หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ
หลักฐานทางการเงินแต่ละประเภท
เอกสารของผู้ยื่นข้อเสนอ ระดับมาก ๒๕ - ๓๐ คะแนน ต้องมีประวัติ พร้อมใบรับรอง ระดับปานกลาง ๑๕ - ๒๔ คะแนน ประกอบวิชาชีพ และผลงานที่มี ระดับน้อย ๐ - ๑๔ คะแนน ความเกี่ยวข้องกับงาน
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะกําหนดให้น้ําหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ
คะแนนรวมสูงสุดในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอฯ
๑๐. การส่งมอบงานและการจ่ายเงิน
๑๐๐ และใช้เกณฑ์
ๆ
เบิกจ่ายเงินงวดเดียว (งวดสุดท้าย) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว เมื่อผู้รับจ้างได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการใช้จ่ายเงินของภาพยนตร์ เรื่อง HP12/13 และ JR เสร็จเรียบร้อยตามที่กําหนดไว้ในสัญญา และส่งมอบรายงานผลการดําเนินงาน ประกอบด้วยรายละเอียด ตามข้อ ๔.๔ และจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มรายงานตามข้อ ๔.๕ ให้แก่กรมการท่องเที่ยว ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจาก วันที่ลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดําเนินการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๑๑. ระยะเวลาดําเนินการ
ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
๑๒. งบประมาณดําเนินการ
ในวงเงิน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากงบรายจ่ายอื่น ภายใต้โครงการส่งเสริมการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
รับประกันความชํารุดบกพร่องของงานที่เกิดขึ้น
ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับการส่งมอบงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา
๑๔. หลังลงนามสัญญากับกรมการท่องเที่ยวแล้ว ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังนี้
๑๔.๑ ติดต่อประสานงานกับกรมการท่องเที่ยวทุกขั้นตอนตามรายละเอียดการจ้างที่กําหนด ไว้ในสัญญาทุกประการ
๑๔.๒ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานตามแผนที่เสนอไว้แล้วอย่างเคร่งครัด และกรมการท่องเที่ยว สามารถปรับเปลี่ยนแผนงานได้ตามความเหมาะสม
๑๔.๓ หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ผู้รับจ้างต้องให้กรมการท่องเที่ยวเห็นชอบก่อนที่จะดําเนินการ ๑๔.๔ กรณีผู้รับจ้างไม่ติดต่อประสานงานด้วยตนเอง ผู้รับจ้างต้องทําหนังสือมอบอํานาจ ให้กรมการท่องเที่ยวทราบด้วย โดยระบุข้อความให้ชัดเจนว่ามอบอํานาจให้ดําเนินการเรื่องใดบ้าง
ลงชื่อ.
Mr
ประธานกรรมการ (นายกฤษดากร ปิ่นทอง) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ
ลงชื่อ.
ль
…กรรมการ
ลงชื่อ….
(นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
๑๕. สิทธิของ…
(นายเฉลิมเกียรติ อาดตะคุ) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
-b-
๑๕. สิทธิของผู้ว่าจ้างและการปรับปรุงแก้ไขสัญญา
หลังการทําสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามข้อกําหนดและขอบเขตของงาน ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิในการให้ผู้รับจ้างส่งมอบตัวอย่างตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด เพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาอีกชั้นหนึ่งก่อน
ซึ่งผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะสั่งให้แก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้เพื่อเป็นประโยชน์
ต่อทางราชการ หากผู้รับจ้างมีความจําเป็นต้องแก้ไขสัญญา ให้แจ้งเหตุผลความจําเป็นและรายละเอียดต่าง ๆ เป็นลายลักษณ์อักษรถึงหัวหน้าส่วนราชการ ผ่านคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้ การอนุญาตให้ผู้รับจ้างแก้ไขสัญญา ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง
๑๖. ราคากลาง (ราคาอ้างอิง)
สามสิบสามสตางค์)
๑๗. การยืนราคา
๑๘. อัตราค่าปรับ
จํานวน ๒,๕๔๓,๓๓๓.๓๓ บาท (สองล้านห้าแสนสี่หมื่นสามพันสามร้อยสามสิบสามบาท
ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับแต่วันเสนอราคา
๑๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กรมการท่องเที่ยว จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าว เป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๑๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานเกินกําหนดตามสัญญา โดยจะคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ ๐.๑๐ ของราคางานจ้าง
๑๙. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว
ที่อยู่ โทรศัพท์ เว็บไซต์
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารซี เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
๐ ๒๑๔๑ ๓๑๗๘
กรุงเทพฯ
https://tfo.dot.go.th อีเมล [email protected] หรือ [email protected]
ลงชื่อ.
Mr
(นายกฤษดากร ปิ่นทอง) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการพิเศษ
ประธานกรรมการ
ลงชื่อ
.
(นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา)
นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
กรรมการ
ลงชื่อ..
(นายเฉลิมเกียรติ อาดตะคุ) นักพัฒนาการท่องเที่ยวชํานาญการ
กรรมการ