จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจัดทำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งาน สคช. เพื่อใช้ในโครงการช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการ สืบสานพระราชปณิธานและกิจกรรมงานเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายต่าง ๆ แก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด

สำนักงานอัยการสูงสุด 69069595612
฿928,200 ปีงบ 2569 ประกาศ 6 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนภารกิจของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการสูงสุด ในการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามแนวพระราชดำริ โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานครอบคลุม 20,000 หมู่บ้าน/ชุมชน และประชาชนกว่า 80,000 รายทั่วประเทศ

ขอบเขตงานประกอบด้วยการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ 2 รายการหลัก ได้แก่:

  1. กระเป๋าผ้าโพลีเอสเตอร์ 500 D ขนาด 32.5 x 39 x 10 ซม. จำนวน 15,000 ใบ
  2. พัดสปริงผ้าซิลเวอร์โค้ด จำนวน 10,000 ชิ้น

ผู้รับจ้างต้องดำเนินการออกแบบและผลิตตามรูปแบบที่กำหนดโดยเคร่งครัด รวมถึงการใช้ตราสัญลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนด ระยะเวลาดำเนินงานรวมไม่เกิน 90 วัน โดยแบ่งเป็นขั้นตอนการส่งแบบตัวอย่างภายใน 15 วัน และการผลิตพร้อมส่งมอบภายใน 75 วันหลังจากได้รับอนุมัติแบบ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้พัสดุภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และผลงานทั้งหมดถือเป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดแต่เพียงผู้เดียว

English summary

The Office of the Attorney General (OAG) invites bids for the production of promotional materials to support the Legal Rights and Legal Aid Office (Sorkorchor) in its mission to provide legal assistance and education to the public. The project includes the production of 15,000 polyester tote bags and 10,000 spring fans. The total budget is 928,200 THB. The contractor is required to design, produce, and deliver the items within 90 days of the contract signing, with a mandatory requirement to use at least 50% domestically produced materials. All intellectual property rights belong to the OAG.

สถานที่ดำเนินการ

สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามแนวพระราชดำริในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมาย
  • เพื่อจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับสนับสนุนโครงการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย
  • เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ
  • เพื่อเผยแพร่บทบาท ภารกิจ และภาพลักษณ์ที่ดีของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

ขอบเขตของงาน

  • ออกแบบและพัฒนาแบบสื่อประชาสัมพันธ์ (กระเป๋าผ้าและพัดสปริง)
  • ผลิตกระเป๋าผ้าโพลีเอสเตอร์ 500 D ขนาด 32.5 x 39 x 10 ซม. จำนวน 15,000 ใบ
  • ผลิตพัดสปริงผ้าซิลเวอร์โค้ด ขนาดตามที่กำหนด จำนวน 10,000 ชิ้น
  • ดำเนินการสกรีนข้อความและตราสัญลักษณ์ตามรูปแบบและเฉดสีที่กำหนด
  • ยื่นแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศให้ผู้ว่าจ้าง
  • ส่งมอบงาน ณ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แบบและตัวอย่างงานที่ผ่านการตรวจรูปแบบสุดท้าย (1 ชุด)
  • กระเป๋าผ้าตามคุณลักษณะที่กำหนด จำนวน 15,000 ใบ
  • พัดสปริงตามคุณลักษณะที่กำหนด จำนวน 10,000 ชิ้น
  • แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินงานรวมไม่เกิน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ส่งแบบตัวอย่างภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ผลิตและส่งมอบงานภายใน 75 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือให้เริ่มดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อในบัญชีผู้ทิ้งงาน
  • Standards Compliance: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการออกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์/ของพรีเมียม
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาคัดเลือกด้วยเกณฑ์ราคา (Price) โดยพิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • กระเป๋าผ้า: ผ้าโพลีเอสเตอร์ 500 D หรือดีกว่า, ความหนาไม่น้อยกว่า 12 ออนซ์, ขนาด 32.5 x 39 x 10 ซม., มีกระดุมแม่เหล็ก 1 เม็ด
  • พัดสปริง: ผ้าซิลเวอร์โค้ด (หน้าขาวครีม-หลังเทา), ขอบสีส้ม, มีสายคล้องสีขาว
  • การสกรีน: ต้องใช้ตราสัญลักษณ์จากเว็บไซต์สำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สํานักงานอัยการสูงสุด และใช้เฉดสีตามที่กำหนดใน TOR

เงื่อนไขสัญญา

  • ชำระเงินงวดเดียวเมื่อส่งมอบงานครบถ้วนและผ่านการตรวจรับ
  • ค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้า: ร้อยละ 0.10 ต่อวันของวงเงินค่าจ้าง
  • ห้ามจ้างช่วงงานทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนปรับร้อยละ 10 ของมูลค่างานจ้างช่วง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. Q: สามารถปรับเปลี่ยนขนาดของกระเป๋าผ้าได้หรือไม่? A: สามารถคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของขนาดที่กำหนด
  2. Q: ต้องใช้ตราสัญลักษณ์จากที่ไหน? A: ต้องดาวน์โหลดจากเว็บไซต์สำนักสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานอัยการสูงสุดเท่านั้น
  3. Q: หากต้องการนำผลงานไปโฆษณาในพอร์ตโฟลิโอของผู้รับจ้างทำได้หรือไม่? A: ต้องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานอัยการสูงสุดในแต่ละครั้ง
  4. Q: การส่งมอบงานต้องส่งที่ใด? A: ส่งมอบ ณ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด
  5. Q: หากพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่เป็นไปตามแผนที่ยื่นไว้ทำอย่างไร? A: สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนได้ก่อนการส่งมอบงาน
  6. Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องลิขสิทธิ์ภาพหรือสัญลักษณ์ที่นำมาใช้? A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวหากมีการฟ้องร้องเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์
  7. Q: กระเป๋าผ้าต้องมีคุณสมบัติพิเศษอย่างไร? A: ต้องใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ 500 D หรือดีกว่า และมีความหนาไม่น้อยกว่า 12 ออนซ์
  8. Q: พัดสปริงต้องมีรายละเอียดการสกรีนอย่างไร? A: สกรีน 2 ด้านด้วยสีส้ม โดยด้านหน้าและด้านหลังมีข้อความและตราสัญลักษณ์ตามที่ TOR กำหนด
  9. Q: การชำระเงินแบ่งเป็นกี่งวด? A: ชำระงวดเดียวเมื่อส่งมอบงานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
  10. Q: ผู้รับจ้างสามารถจ้างช่วงงานได้หรือไม่? A: ห้ามจ้างช่วงงานเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน
(Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างจัดทําสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งาน สคช. เพื่อใช้ในโครงการช่วยเหลือและสนับสนุน โครงการสืบสานพระราชปณิธานและกิจกรรมงานเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายต่าง ๆ แก่ประชาชน
๑.
ความเป็นมา
สํานักงานอัยการสูงสุด
สํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สํานักงานอัยการสูงสุด มีภารกิจสําคัญ คือการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมของปวงชนชาวไทย
โดยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายให้แก่ประชาชน ภายใต้โครงการช่วยเหลือ
และสนับสนุนโครงการสืบสานพระราชปณิธาน โดยการออกหน่วยเคลื่อนที่เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน ตามที่ได้รับการประสานหรือมีหมายกําหนดการจากสํานักงานองคมนตรี หรือหน่วยงาน กองงานในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งในการดําเนินโครงการดังกล่าว กําหนดให้สํานักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดและสาขาออกหน่วย เคลื่อนที่เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ อาทิเช่น การให้คําปรึกษาปัญหา
ทางกฎหมาย การจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและการฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายให้แก่นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการดําเนินงานดังกล่าวมีความจําเป็นที่จะต้องใช้สื่อประชาสัมพันธ์สําหรับเผยแพร่
บทบาทภารกิจของสํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย สํานักงานอัยการสูงสุด โดยใช้แจกจ่ายแก่ ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ สํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายยังได้เห็นถึงความสําคัญ
ของการดําเนินกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนของสํานักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ ซึ่งแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ได้กําหนดกลุ่มเป้าหมายและผลผลิตไว้ จํานวน ๒๐,๐๐๐ หมู่บ้าน/ชุมชน และประชาชน จํานวน ๘๐,๐๐๐ ราย โดยการดําเนินกิจกรรมดังกล่าวก็มีความจําเป็นที่จะต้องใช้สื่อประชาสัมพันธ์ สําหรับเผยแพร่ภารกิจของสํานักงานเช่นเดียวกัน จึงได้มีการจ้างจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์นี้ขึ้น เพื่อใช้เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์บทบาทและภารกิจของสํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย สํานักงานอัยการสูงสุด
ต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามแนวพระราชดําริพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสานพระราชปณิธานตามแนว พระราชดําริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ ในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
๒.๒ เพื่อให้มีสื่อประชาสัมพันธ์สําหรับสนับสนุนโครงการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
ภายใต้โครงการช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการสืบสานพระราชปณิธาน
๒.๓ เพื่อให้มีสื่อประชาสัมพันธ์สําหรับสนับสนุนกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
ของสํานักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ
๒.๔ เพื่อเป็นการส่งเสริมเผยแพร่บทบาท ภารกิจ และภาพลักษณ์ที่ดีของสํานักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สํานักงานอัยการสูงสุด
สํานักสงค์
การสูงสุด
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานอัยการสูงสุด ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย
เอกสารซื้อหรือจ้าง
สํานักงานอัยการสูงสุด
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
๓.๑๑ ปุ๋ย นา
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง

๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่น ข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วง เดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดง ฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน
ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน ให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
สํานักงา
การสูงสุด
เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่น ข้อเสนอหากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๔. ขอบเขตของงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการออกแบบ พัฒนาแบบ และผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ จํานวน ๒ รายการ ประกอบด้วย (๑) กระเป๋า จํานวน ๑๕,๐๐๐ ใบ มีรายละเอียดดังนี้
(๑.๑) กระเป๋าผ้า พร้อมหูหิ้ว ใช้เนื้อผ้าโพลีเอสเตอร์ 500 D หรือดีกว่า แบบมีก้นขยาย (ก้นขยายได้ ๑๐ ซม.) แบ่งเป็น ๒ สี โดยมีส่วนผ้าสีส้มและผ้าสีขาวครีม ตามภาพตัวอย่าง
(๑.๒) ความหนาของผ้าโดยรวมไม่น้อยกว่า ๑๒ ออนซ์
(๑.๓) ขนาดกระเป๋า ๓๒.๕ x ๓๙ x ๑๐ ซม. มีหูหิ้ว ๒ หู ขนาดยาว ๒๐ ซม. (นับจากปากกระเป๋าขึ้นไป) ขนาดกว้าง ๓.๕ ซม.
(๑.๔) มีกระดุมแม่เหล็กสําหรับปิดกระเป๋า ๑ เม็ด
(๑.๕) ด้านหน้า สกรีนข้อความและตราสัญลักษณ์ โดยจัดวางข้อความและสัญลักษณ์ให้สวยงาม ดังนี้
2นักงานวัน
ยการ

  • ส่วนผ้าสีขาวครีม สกรีน ข้อความและสัญลักษณ์ ด้วยสีส้ม ดังนี้
    โครงการสืบสาน
    พระราชปณิธาน
    ๑๘ ซม.
    สํานักงานอัยการสูงสุด
    OFFICE OF THE ATTORNEY GENERAL
    ๑๒.๕ ซม.
    ส่วนผ้าสีส้ม สกรีนข้อความ ด้วยสีขาว ดังนี้
    ๘ ซม.
    มีปัญหากฎหมาย
    ปรึกษาสายด่วน 1157
    ฟรี
    ๒๔ ซม.
    สูงสุด
    2งานอัยกา
    20 ซม.
    32.5 ซม.
    โครงการสืบสาน พระราชปณิธาน
    สํานักงานอัยการสูงสุด
    มีปัญหากฎหมาย ปรึกษาสายด่วน 1157
    39 ซม.

    ภาพตัวอย่างสื่อประชาสัมพันธ์ (กระเป๋า)
    10 ซม.
    8.75 ซม.
    8.75 ซม.
    14.5 ซม.
    3.5 ซม.
    (๒) พัดสปริง จํานวน ๑๐,๐๐๐ ชิ้น มีรายละเอียดดังนี้
    (๒.๑) ใช้ผ้าซิลเวอร์โค๊ด (ด้านหน้าสีขาวครีม-ด้านหลังสีเทา) ขอบสีส้ม (๒.๒) มีสายคล้องสีขาว
    (๒.๓) สกรีน ๒ ด้าน โดยสกรีนข้อความและตราสัญลักษณ์ ด้วยสีส้ม
  • ด้านหน้า
    ๙.๑ ซม.
    สํานักงานอัยการสูงสุด
    โครงการสืบสาน
    พระราชปณิธาน
  • ด้านหลัง
    ๑๓.๓ ซม.
    มีปัญหากฎหมาย ปรึกษาสายด่วน
    1157
    สํานักง
    3.5 ซม.
    สูงสุด
    ๑๗.๔ ซม.
    ฟรี
    ๓๑.๕ ซม.

    ๑๒ ซม.
    ภาพตัวอย่างสื่อประชาสัมพันธ์ (พัด)
    ๒๑ ซม.
    สํานักงานอัยการสูงสุ
    โครงการสืบสาน พระราชปร
    ด้านหน้า
    มีปัญหากฎห ปรึกษาสายด่วน
    1157
    WS
    ด้านหลัง
    หมายเหตุ : ๑. ขนาดที่ระบุอาจมีค่าแตกต่างคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ของขนาดที่กําหนด
    ๒. ให้ใช้ตราสัญลักษณ์สํานักงานอัยการสูงสุด โดยดาวน์โหลดจากเว็บไซต์สํานักสารนิเทศและ ประชาสัมพันธ์ สํานักงานอัยการสูงสุด รวมทั้งใช้เฉดสีและขนาด ตามที่กําหนดในขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) นี้
    ๕. กําหนดเวลาส่งมอบงาน
    ๕.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทําสัญญากับสํานักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับจ้าง ต้องส่งแบบและตัวอย่างงานที่ผ่านการตรวจรูปแบบสุดท้าย จํานวน ๑ ชุด ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญา ให้สํานักงานอัยการสูงสุด หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้แทนตรวจและอนุมัติก่อนเริ่ม จัดทําสื่อประชาสัมพันธ์
    ๕.๒ เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้เห็นชอบแบบและตัวอย่างงานที่ผ่านการตรวจรูปแบบสุดท้ายแล้ว
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างเริ่มดําเนินการจัดทํางานดังกล่าว และผู้รับจ้างต้อง
    ดําเนินการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และส่งมอบให้แล้วเสร็จภายใน ๗๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    ๕.๓ ผู้รับจ้างต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นหนังสือก่อนการส่งมอบงานอย่างน้อย ๑๕ วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาดําเนินการรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ํานักงานเลยการสูงสุด
    ๕.๔ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานจ้างทั้งหมด ณ สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย สํานักงานอัยการสูงสุด
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    สํานักงานอัยการสูงสุดได้กําหนดเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอการจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์
    ตามโครงการนี้ โดยใช้เกณฑ์ราคา และพิจารณาจากราคารวม
    ๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    เงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายเงิน งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ของสํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๙๒๘,๒๐๐ บาท (เก้าแสนสองหมื่นแปดพันสองร้อยบาทถ้วน) ซึ่งได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    สํานักงานอัยการสูงสุด จะชําระเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นงวดเดียว เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ เรียบร้อยตามสัญญา และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานตามสัญญาไว้โดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว
    ๙. ค่าปรับ
    ๔.๑ ในกรณีผู้รับจ้างทํางานไม่แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง เป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินค่าจ้าง นับถัดจากวันครบกําหนดจนถึงวันที่ ผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาถูกต้องครบถ้วน และผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานแล้ว
    ๔.๒ ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้าง
    ช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างแล้ว การที่ผู้ว่าจ้างได้อนุญาตให้จ้างช่วงงานแต่บางส่วน ดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้ และผู้รับจ้างจะยังคงต้อง รับผิดในความผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วงงานหรือของตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้รับช่วงงานนั้นทุก
    ประการ
    กรณีที่ผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ว่าจ้าง ในการบอกเลิกสัญญา
    ๑๐. การใช้พัสดุในงานจ้าง
    ให้ผู้รับจ้างใช้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้
    ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศส่งให้ผู้ว่าจ้างตามตาราง
    การจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศที่แนบท้ายนี้
    ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยยื่นให้สํานักงานอัยการสูงสุดภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลาดําเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    หากมูลค่าหรือปริมาณของพัสดุไม่สามารถดําเนินการตามแผน ผู้รับจ้างสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนได้
    ทั้งนี้ ต้องก่อนการส่งมอบงานให้แก่ผู้ว่าจ้าง
    สํานักงานอัยการสูงสุด
    OO.
    กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์
    ๑๑.๑ ผลผลิตที่ได้จากการดําเนินงานภายใต้เงื่อนไขของโครงการทั้งหมด เป็นกรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ของ สํานักงานอัยการสูงสุด ห้ามละเมิดลิขสิทธิ์และกระทําการใด ๆ อันมิควร หากผู้รับจ้างต้องการนําผลงานทั้งหมด หรือบางส่วนไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จะต้องขออนุญาตจากสํานักงานอัยการสูงสุด เป็นลายลักษณ์อักษร
    ในแต่ละครั้ง
    ๑๑.๒ ผู้รับจ้างห้ามนําข้อความหรือสัญลักษณ์ใด ๆ ที่มีได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอเนื้อหาสาระ ของสํานักงานอัยการสูงสุด เพื่อโฆษณาเป็นอันขาด
    กรณีผู้รับจ้างนําเสนอภาพหรืออื่นใดที่ปรากฏในสื่อจะต้องไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ในกรณี
    จําเป็นต้องใช้ภาพ/สัญลักษณ์ ฯลฯ ที่มีลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายก่อนที่ จะส่งมอบงาน หากมีการฟ้องร้องจากการทําละเมิดลิขสิทธิ์ ทางผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
    รวมถึง
    ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการทําละเมิดด้วยตนเองในกรณีนําผลงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นมาเป็นส่วนประกอบส่วน
    หนึ่งส่วนใดในการผลิตสื่อข้างต้น
    ยการส
    #กงานอ้อ
    ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    โครงการ……….
    รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ลําดับ รายการ หน่วย | ปริมาณ ราคาต่อหน่วย
    (บาท)
    เป็นเงิน พัสดุ
    (รวม) ในประเทศ
    พัสดุ ต่างประเทศ
    G
    3


    รวม
    อัตรา
    (ร้อยละ)
    ลงชื่อ
    (
    )
    (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
    อยการทําง
    ารสูงสุด
    นักงานอันง