จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาระบบ Gateway M-Flow ประจำปีงบประมาณ ๒๕๗๐

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 69069593883
฿2,140,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 21 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความประสงค์จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบ Gateway M-Flow ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้การบริหารจัดการและเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบ M-Flow ของกรมทางหลวง (ทล.) และระบบชำระดุลส่วนกลาง (CCH) ของ กทพ. เป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง โดยระบบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลงทะเบียนสมาชิกและการหักบัญชีเงินสำรองบัตร Easy Pass ของผู้ใช้บริการ

ขอบเขตงานประกอบด้วยการดูแลระบบแบบ Preventive Maintenance (PM) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของ Virtual Machine, ฐานข้อมูล และสถานะการเชื่อมต่อต่างๆ รวมถึงการดูแลแบบ Corrective Maintenance (CM) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด (เข้าแก้ไขภายใน 1 ชม. และแล้วเสร็จภายใน 4 ชม.) นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยังมีภารกิจในการปรับปรุงระบบ (System Enhancement) เพื่อรองรับการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การรองรับ OBU หลายเครื่องต่อหนึ่ง e-Wallet, การเพิ่มหน้าจอ Monitor และการจัดทำรายงานตามความต้องการของ กทพ.

ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมทีมงานหลัก 4 ตำแหน่ง ได้แก่ System Analyst, Programmer, Tester และ IT Support ที่มีประสบการณ์ตามกำหนด พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ ISO/IEC 27001:2022 อย่างเคร่งครัด โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี (1 ต.ค. 2569 - 30 ก.ย. 2570) โดยแบ่งการส่งมอบงานออกเป็น 6 งวดงาน ภายใต้งบประมาณรวม 2,140,000 บาท

English summary

The Expressway Authority of Thailand (EXAT) is seeking a contractor for the maintenance of the “Gateway M-Flow” system for the 2027 fiscal year. The project aims to ensure seamless data integration between the Department of Highways’ M-Flow system and EXAT’s Central Clearing House (CCH) for Easy Pass account deductions. The scope includes Preventive Maintenance (PM), Corrective Maintenance (CM) with 24/7 support, and system enhancements to support multiple OBU registrations and improved monitoring capabilities. The contractor must provide a qualified team of four specialists and strictly adhere to ISO/IEC 27001:2022 security standards. The project duration is one year, with a total budget of 2,140,000 THB.

สถานที่ดำเนินการ

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจ้างบริการสนับสนุนการดูแลระบบและสนับสนุนการใช้งานระบบ Gateway M-Flow
  • เพื่อปรับปรุงระบบ Gateway M-Flow ให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบ M-Flow ของ ทล. และระบบชำระดุลส่วนกลาง (CCH) ของ กทพ. ได้อย่างต่อเนื่อง

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการทำงานและเอกสารโครงสร้างทีมงาน
  • ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) รายเดือน
  • ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สนับสนุนการทดสอบระบบ (Disaster Recovery, BCP, และการทดสอบร่วมกับระบบอื่น)
  • ปรับปรุงระบบ (System Enhancement) เช่น การรองรับ OBU หลายเครื่อง, เพิ่มหน้าจอ Monitor และปรับปรุงรายงาน
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานและแนวทางการแก้ไขปัญหา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการทำงานและเอกสารโครงสร้างทีมงาน
  • รายงานการบำรุงรักษาแบบป้องกัน (PM) รายเดือน
  • รายงานการซ่อมแซมแก้ไข (CM) พร้อมบันทึกเหตุการณ์
  • Source Code ของซอฟต์แวร์ที่ปรับปรุง
  • เอกสารซอฟต์แวร์และคู่มือการใช้งาน/ดูแลระบบ (ฉบับปรับปรุง)
  • ผลการทดสอบระบบ (UAT)
  • รายงานการฝึกอบรม

ระยะเวลาดำเนินการ

1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 (ระยะเวลา 1 ปี)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience: มีผลงานในการพัฒนาหรือบำรุงรักษาระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ (ETC) หรือ M-Flow ในสัญญาเดียวไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (รวม VAT) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
  • Personnel: ต้องมีทีมงานหลัก 4 ท่าน:
    1. System Analyst (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
    2. Programmer (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี)
    3. Tester (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี)
    4. IT Support (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 2 ปี)
  • Technical Capabilities: มีความสามารถในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์และระบบ Gateway M-Flow

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา (Price-based evaluation)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบต้องรองรับการลงทะเบียนสมาชิก M-Flow และหักบัญชี Easy Pass
  • รองรับกรณี OBU มากกว่า 1 อัน ต่อ 1 e-Wallet
  • รองรับการตรวจสอบสถานะการตัดเงิน (.status)
  • เพิ่มหน้าจอ Monitor แสดงปริมาณการตอบกลับในแต่ละสถานะ
  • ปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายเงินแบ่งเป็น 6 งวดงาน (งวดละ 15% และงวดสุดท้าย 25%)
  • ค่าปรับกรณีล่าช้า: 0.10% ของวงเงินสัญญาต่อวัน
  • ค่าปรับกรณีแก้ไขปัญหาล่าช้า: คิดเป็นรายชั่วโมงตามสูตรที่กำหนด (0.035% - 0.10% ของวงเงินต่องวดงาน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: หากระบบขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องเข้าแก้ไขภายในกี่ชั่วโมง? ตอบ: ต้องเข้าดำเนินการภายใน 1 ชั่วโมง และแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง
  • ถาม: ระบบ Gateway M-Flow ต้องรองรับการใช้งาน OBU อย่างไร? ตอบ: ต้องรองรับการลงทะเบียนและหักบัญชีในกรณีที่มี OBU มากกว่า 1 อัน ต่อ 1 e-Wallet
  • ถาม: การส่งมอบงานต้องส่งในรูปแบบใด? ตอบ: เอกสารพิมพ์สี 2 ชุด พร้อมไฟล์ Word และ PDF ใน USB Flash Drive
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีทีมงานกี่คนและตำแหน่งอะไรบ้าง? ตอบ: 4 ท่าน ได้แก่ System Analyst, Programmer, Tester และ IT Support
  • ถาม: มาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศที่ต้องปฏิบัติตามคืออะไร? ตอบ: มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
  • ถาม: หากผู้รับจ้างแก้ไขปัญหาไม่เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง กทพ. มีสิทธิ์ทำอย่างไร? ตอบ: กทพ. สามารถจ้างบุคคลภายนอกมาดำเนินการแทนได้โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ถาม: การปรับปรุงระบบเพิ่มเติมต้องแจ้งล่วงหน้าหรือไม่? ตอบ: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการและต้องผ่านการทดสอบ UAT ก่อนติดตั้งจริง
  • ถาม: รายงานการบำรุงรักษา (PM) ต้องทำบ่อยแค่ไหน? ตอบ: ต้องดำเนินการทุกเดือน
  • ถาม: การฝึกอบรมผู้ใช้งานต้องใช้เวลาเท่าใด? ตอบ: ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง สำหรับผู้เข้าอบรมไม่น้อยกว่า 4 ท่าน
  • ถาม: หากมีการเพิ่มด่านเก็บเงินในอนาคต ผู้รับจ้างมีหน้าที่อย่างไร? ตอบ: ต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมปรับปรุงแก้ไขระบบให้รองรับการทำงานดังกล่าว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงานจ้างบำรุงรักษาระบบ Gateway M-Flow
ประจำปีงบประมาณ 2570

  1. ความเป็นมา
    การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีระบบ Gateway M-Flow เป็นระบบในการบริหารจัดการ และเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบ M-Flow ที่บริหารจัดการโดยกรมทางหลวง (ทล.) และระบบชำระดุลส่วนกลาง (CCH) ของ กทพ. เพื่อลงทะเบียนสมัครสมาชิก M-Flow และหักบัญชีเงินสำรองบัตร Easy Pass ซึ่งมีความสำคัญ อย่างยิ่งในการดำเนินงานของ กทพ. และจะต้องให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง หากพบปัญหาระบบหยุดชะงัก จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการและผู้ปฏิบัติงานของ กทพ.
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อจ้างบริการสนับสนุนการดูแลระบบและสนับสนุนการใช้งานระบบ Gateway M-Flow 2.2 เพื่อปรับปรุงระบบ Gateway M-Flow ให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบ M-Flow ของ ทล. และระบบชำระดุลส่วนกลาง (CCH) ของ กทพ. ได้อย่างต่อเนื่อง
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการพัฒนาหรือบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ (ETC) หรือระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง โดยมีวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะต้องเป็นผลงานในสัญญา เดียวและเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่กทพ. เชื่อถือ โดยเป็นผลงาน ที่มีระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีนับถึงวันยื่นข้อเสนอ และต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานมาในวันยื่นข้อเสนอ
  4. รายละเอียดทั่วไป
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีความรู้ ความชำนาญ ความสามารถในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหางานบำรุงรักษาระบบ Gateway M-Flow เพื่อรองรับการหักบัญชีบัตร Easy Pass เพื่อชำระค่าผ่านทางของระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม ผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) หรือมีผลงานบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ได้เป็นอย่างดี โดยจะต้องยื่นเอกสาร ประวัติการทำงานของเจ้าหน้าที่หลัก จำนวนไม่น้อยกว่า 4 ท่าน ประกอบด้วย
  5. ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) 1 ท่าน ประสบการณ์ทำงาน ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  6. โปรแกรมเมอร์ (Programmer) 1 ท่าน ประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
  7. ผู้ทดสอบระบบ (Tester) 1 ท่าน ประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 2 ปี
  8. ผู้ประสานงาน (IT Support) 1 ท่าน ประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 2 ปี
    โดยให้แนบเอกสารหลักฐานพร้อมลงนามรับรองในวันยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ต้องสามารถเริ่มงานได้ทันทีที่เริ่มสัญญา
    นายอดิศักดิ์ จันทร์เต็ม (ประธานกรรมการ)
    น.ส.อารียา พูลทรัพย์ (กรรมการ)
    นายนพสิทธิ์ สุทธิ์อุไรพรรณ (กรรมการ)
    นายวัลลภ ศิลปกุล
    (กรรมการ)
    น.ส.สุรีรัตน์โดษะนันท์ (กรรมการและเลขานุการ)
  • 2 -
  1. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง
    5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานมาภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา แผนการทำงาน ดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    5.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารโครงสร้างทีมงาน เอกสารตัวอย่างแบบฟอร์มการบำรุงรักษาแบบป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) แบบฟอร์มบันทึกรับแจ้งซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance : CM) แบบฟอร์มบันทึกรับแจ้งการปรับปรุง (Change Request) และต้องจัดประชุมเริ่มงาน (Kick off) ภายใน 15 วันทำการ นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
    5.3 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการบำรุงรักษาระบบ Gateway M-Flow ดังต่อไปนี้
    5.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการบำรุงรักษาระบบฯ (Preventive Maintenance : PM และ Corrective Maintenance : CM) โดยมีรายละเอียดของระบบ และอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ดังรูป

5.3.2 ผู้รับจ้างจะต้องมีช่องทางการติดต่อเพื่อรับแจ้งเหตุปัญหาต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่น้อยกว่า 2 ช่องทางให้กทพ. ทราบ เมื่อได้รับแจ้งปัญหา ผู้รับจ้างจะต้องมีระบบบันทึกการแจ้งปัญหา เพื่อออกหมายเลขงาน (Job Number) พร้อมชื่อผู้รับแจ้งปัญหาให้ผู้แจ้งปัญหาทราบ เพื่อใช้อ้างอิงในการติดตาม การแก้ปัญหา และหมายเลขงาน (Job Number) ต้องไม่ซ้ำกัน เพื่อให้กทพ. สามารถตรวจสอบการแก้ไขปัญหา ย้อนหลังจากหมายเลขงานได้
5.3.3 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการบำรุงรักษาระบบ (Preventive Maintenance : PM) ทุกเดือน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยมีหน้าที่ดังนี้

  1. ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของ VM (Virtual Machine) และระบบปฏิบัติการ ได้แก่ CPU, RAM, Disk พื้นที่การใช้งาน
  2. ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบฐานข้อมูล เช่น การจัดการ Index, Trigger, View และ Synonym เป็นต้น
  3. ตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อของระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น การผูกบัญชีบัตร Easy Pass, การส่งตัดเงิน เป็นต้น
  4. ต้องดำเนินการสำรองระบบ เพื่อให้ระบบคืนกลับมาใช้งานได้ในกรณีที่เกิดความเสียหาย 5) หากตรวจสอบและพบสิ่งผิดปกติผู้รับจ้างจะต้องทำการแจ้งเตือนให้กับเจ้าหน้าที่ดูแล ระบบของ กทพ. ทราบทันทีและตรวจสอบหาสาเหตุดำเนินการแก้ไข พร้อมบันทึกเหตุการณ์และรายงานสรุปผล รวมทั้งให้คำปรึกษาต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ดูแลระบบของ กทพ.
    นายอดิศักดิ์ จันทร์เต็ม (ประธานกรรมการ)
    น.ส.อารียา พูลทรัพย์ (กรรมการ)
    นายนพสิทธิ์ สุทธิ์อุไรพรรณ (กรรมการ)
    นายวัลลภ ศิลปกุล
    (กรรมการ)
    น.ส.สุรีรัตน์โดษะนันท์ (กรรมการและเลขานุการ)
  • 3 -
    5.3.4 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการบำรุงรักษาเชิงซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance : CM) เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน้าที่ดังนี้
  1. ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับระบบ ผู้รับจ้างจะต้องเข้าดำเนินการแก้ปัญหาภายใน 1 ชั่วโมง ในกรณีที่ระบบขัดข้อง ต้องหยุดระบบ และไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้งานได้อันเนื่องมาจากปัญหาด้านระบบ ผู้รับจ้างจะต้องวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาและจัดการซ่อมแซมแก้ไข และจะต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของ กทพ. ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นกับระบบดังกล่าวที่เป็นความรับผิดชอบของ กทพ. ผู้รับจ้างจะต้องช่วยประสานงานให้ระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติ(โดยผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางการประสานงาน การแจ้งเตือน มายัง กทพ. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง) หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นหรือใช้เวลา แก้ไขนานเกินกว่า 24 ชั่วโมง กทพ. มีสิทธิ์จ้างผู้รับจ้างภายนอกมาทำการซ่อมแซมแก้ไข โดยค่าจ้างในการจ้าง ผู้รับจ้างภายนอกมาทำการซ่อมแซมแก้ไขและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดจากการซ่อมแซมแก้ไขโดยผู้รับจ้างภายนอก ดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแทน กทพ. และผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ กทพ. คิดค่าปรับ จากวงเงินตามสัญญาฯ ต่องวดงาน โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
  2. ในกรณีที่แก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างจะต้องบันทึกเหตุการณ์ และรายงานแสดง ขั้นตอน การแก้ไขปัญหา ได้แก่ ขั้นตอนการทำงาน คำอธิบาย บทสรุปของการแก้ไข เป็นต้น โดยทำรายงาน สรุปผลส่งให้ กทพ. ทราบภายใน 3 วันนับถัดจากวันที่แก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ และรวบรวมไว้ในรายงานการส่งมอบงาน ฉบับสมบูรณ์ในการประชุมส่งมอบงานครั้งถัดไป
    5.3.5 หากมีความจำเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขระบบ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมตรวจสอบ และให้คำแนะนำ ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนการปรับปรุงแก้ไข
    5.3.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานบำรุงรักษาแบบป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) และรายงานการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance : CM) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1) รายงานการตรวจเช็คในกรณีบำรุงรักษาแบบป้องกัน (PM) โดยต้องมีรายละเอียดวันเวลา ที่เข้าตรวจเช็ค, ผลของการตรวจเช็คการบำรุงรักษา และข้อเสนอแนะสำหรับการป้องกันแก้ไข พร้อมทั้งลงลายมือ ชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการและผู้ที่ดูแลระบบของ กทพ.
  3. รายงานการรับแจ้งปัญหาและการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่รับแจ้งดังกล่าวในกรณี การซ่อมแซมแก้ไข (CM) โดยต้องมีรายละเอียด วันเวลาที่ได้รับแจ้ง, วันเวลาที่เริ่มดำเนินการ, วันเวลาที่แก้ไขแล้ว เสร็จ, สาเหตุการเกิดปัญหา, รายละเอียดการแก้ไข, ชื่อเจ้าหน้าที่ผู้แจ้งและชื่อผู้รับแจ้ง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการแก้ไขและผู้ที่ดูแลระบบของ กทพ.
    5.4 ผู้รับจ้างจะต้องสนับสนุนการดูแลระบบและสนับสนุนการใช้ระบบ Gateway M-Flow ดังต่อไปนี้ 5.4.1 ในกรณีที่ กทพ. มีการปรับปรุงพัฒนาระบบ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ระบบเครือข่าย ระบบปฎิบัติการ หรือมีการโอนย้ายข้อมูล ผู้รับจ้างต้องให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษา หาก กทพ. มีการร้องขอ 5.4.2 ในกรณีที่ กทพ. มีการทดสอบระบบ Disaster Recovery ผู้รับจ้างจะต้อง Standby ในขณะที่มีการทดสอบระบบ Disaster Recovery และให้ความช่วยเหลือหาก กทพ. มีการร้องขอ 5.4.3 ในกรณีที่ กทพ. มีการทดสอบระบบ Gateway M-Flow ร่วมกับระบบที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้อง Standby ในขณะทดสอบระบบ และให้ความช่วยเหลือหาก กทพ. มีการร้องขอ 5.4.4 ในกรณีที่ กทพ. มีการซักซ้อมแผนการสร้างความต่อเนื่องให้กับกระบวนการทางธุรกิจสำคัญ ขององค์กร (BCP : Business Contingency Plan) ให้ผู้รับจ้างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และต้องส่งเอกสาร ผลการดำเนินงานให้ กทพ. ทราบ
    นายอดิศักดิ์ จันทร์เต็ม (ประธานกรรมการ)
    น.ส.อารียา พูลทรัพย์ (กรรมการ)
    นายนพสิทธิ์ สุทธิ์อุไรพรรณ (กรรมการ)
    นายวัลลภ ศิลปกุล
    (กรรมการ)
    น.ส.สุรีรัตน์โดษะนันท์ (กรรมการและเลขานุการ)
  • 4 -
    5.4.5 ในกรณีที่ กทพ. มีการเพิ่มสายทาง เพิ่มอาคารด่าน เพิ่มช่องทาง หรือปรับเปลี่ยนอัตรา ค่าผ่านทาง หรือค่าพารามิเตอร์อื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบในอนาคต ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ มาร่วมปรับปรุงแก้ไขระบบ ด้วยทุกครั้ง ภายใต้รูปแบบการทำงานของระบบที่ใช้งานอยู่ 5.4.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการประชุมประจำงวดและทุกครั้งที่มีการประชุม
    5.5 ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงระบบ เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบ M-Flow ของ ทล.และ ระบบชำระดุลส่วนกลาง (CCH) ของ กทพ. ได้อย่างต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้
    5.5.1 ระบบ Gateway M-Flow
  1. รองรับการลงทะเบียนสมัครสมาชิก M-Flow และหักบัญชีเงินสำรองบัตร Easy Pass ในกรณีที่มีOBU มากกว่า 1 อัน ต่อ 1 กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์(e-Wallet)
  2. รองรับการตรวจสอบการตัดเงิน (.status) ในกรณีที่ไม่มีOBU อยู่ภายใต้กระเป๋าเงิน กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) จะไม่สามารถตัดเงินได้
  3. เพิ่มหน้าจอการ Monitor ให้แสดงปริมาณการตอบกลับ ในแต่ละสถานะ ทั้งการ ลงทะเบียนสมัครสมาชิก M-Flow และหักบัญชีเงินสำรองบัตร Easy Pass
  4. ในกรณีที่ กทพ. ต้องการเพิ่ม/ปรับปรุงรายงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเพิ่ม/ปรับปรุง ให้การใช้งานเป็นไปตามความต้องการของ กทพ. ได้ จำนวนไม่เกิน 10 รายงาน
    5.5.2 การดำเนินการปรับปรุงระบบเพิ่มเติม
  5. หากผู้รับจ้างจะดำเนินการปรับปรุงระบบ จะต้องแจ้งให้ กทพ. ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการ ให้ กทพ. พิจารณาก่อนเข้าดำเนินการ พร้อมทั้งจัดส่งแผนการดำเนินงาน 2) ผู้รับจ้างจะต้องทำการทดสอบระบบ (UAT) ที่พัฒนาแล้วเสร็จ ก่อนดำเนินการติดตั้ง บนระบบจริง (Production)
  6. ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้ง และส่งเอกสารที่ปรับปรุงระบบเพิ่มเติม อย่างน้อยดังต่อไปนี้ - Source Code ของซอฟต์แวร์ที่ได้ปรับปรุง
  • เอกสารซอฟต์แวร์ที่ได้ปรับปรุง โดยแก้ไขจากเอกสารโปรแกรมเดิมของ กทพ.
  • ผลการทดสอบระบบ (User Acceptance Test)
  • คู่มือการปฏิบัติงานสำหรับผู้ใช้งาน โดยแก้ไขจากคู่มือการใช้งานเดิมของกทพ.
    -คู่มือการปฏิบัติงานสำหรับผู้ดูแลระบบ โดยแก้ไขจากคู่มือการใช้งานเดิมของกทพ.
    5.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดการฝึกอบรม/แลกเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหา จำนวนไม่น้อยกว่า 4 ท่าน เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง โดยต้องจัดเตรียมเอกสารและอุปกรณ์การจัดอบรมตามจำนวนผู้เข้าอบรม
  1. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 โดยกำหนดให้ ผู้รับจ้างส่งมอบงานแบ่งออกเป็น 6 งวด โดยมีรายละเอียดดังนี้
    งวดที่
    งานที่ต้องส่งมอบ
    1
    ผลการดำเนินการในเดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2569 เอกสารรายละเอียดการดำเนินการ ตามข้อ 5.2 5.3.2 และ 5.3.6
    2
    ผลการดำเนินการในเดือนธันวาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 เอกสารรายละเอียดการดำเนินการ ตามข้อ 5.3.6

นายอดิศักดิ์ จันทร์เต็ม (ประธานกรรมการ)
น.ส.อารียา พูลทรัพย์ (กรรมการ)
นายนพสิทธิ์ สุทธิ์อุไรพรรณ (กรรมการ)
นายวัลลภ ศิลปกุล
(กรรมการ)
น.ส.สุรีรัตน์โดษะนันท์ (กรรมการและเลขานุการ)

  • 5 -
    งวดที่
    งานที่ต้องส่งมอบ
    3
    ผลการดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ถึงเดือนมีนาคม 2570 เอกสารรายละเอียดการดำเนินการ ตามข้อ 5.3.6
    4
    ผลการดำเนินการในเดือนเมษายน 2570 ถึงเดือนพฤษภาคม 2570 เอกสารรายละเอียดการดำเนินการ ตามข้อ 5.3.6
    5
    ผลการดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2570 ถึงเดือนกรกฎาคม 2570 เอกสารรายละเอียดการดำเนินการ ตามข้อ 5.3.6
    6
    ผลการดำเนินการในเดือนสิงหาคม 2570 ถึงเดือนกันยายน 2570 1) เอกสารรายละเอียดการดำเนินการ ตามข้อ 5.3.6
  1. งานปรับปรุงระบบเพิ่มเติม ตามข้อ 5.5
  2. รายงานการฝึกอบรม/แลกเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหา ตามข้อ 5.6

ในการส่งมอบงานแต่ละงวด ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารพิมพ์สี จำนวน 2 ชุด พร้อมบันทึกไฟล์เอกสาร ในรูปแบบ Microsoft Word และ PDF ลงในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดพกพายูเอสบีแฟลชไดรฟ์เท่ากับจำนวน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
7. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
เกณฑ์ราคา
8. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
วงเงินงบประมาณ 2,140,000.- บาท (สองล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
9. งวดงานและการจ่ายเงิน
กทพ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ ผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น 6 งวด ดังนี้
งวดเงิน
ร้อยละที่จ่ายของ
วงเงินจ้างทั้งหมด
เงื่อนไข
งวดที่ 1
ร้อยละ 15
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ 6 งวดที่ 1 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 2
ร้อยละ 15
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ 6 งวดที่ 2 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 3
ร้อยละ 15
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ 6 งวดที่ 3 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 4
ร้อยละ 15
เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ 6 งวดที่ 4 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว

นายอดิศักดิ์ จันทร์เต็ม (ประธานกรรมการ)
น.ส.อารียา พูลทรัพย์ (กรรมการ)
นายนพสิทธิ์ สุทธิ์อุไรพรรณ (กรรมการ)
นายวัลลภ ศิลปกุล
(กรรมการ)
น.ส.สุรีรัตน์โดษะนันท์ (กรรมการและเลขานุการ)

  • 6 -
    งวดเงิน
    ร้อยละที่จ่ายของ
    วงเงินจ้างทั้งหมด
    เงื่อนไข
    งวดที่ 5
    ร้อยละ 15
    เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ 6 งวดที่ 5 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 6
    ร้อยละ 25
    เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามข้อ 6 งวดที่ 6 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
  1. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาจะต้องชำระค่าปรับเป็น รายวันในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของวงเงินตามสัญญา นับถัดจากวันครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญา หรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายระยะเวลาทำงานให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง
  2. เงื่อนไขการปรับ
    11.1 ผู้รับจ้างจะต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ปัญหาภายใน 1 ชั่วโมง และจะต้องแก้ไขให้แล้ว เสร็จภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของ กทพ. พร้อมทั้งจัดทำรายงานประกอบแสดงขั้นตอน การแก้ไขปัญหา คำอธิบายให้กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของ กทพ. ด้วย หากดำเนินการแก้ไขล่าช้าเกินระยะเวลาที่ กำหนด กทพ. จะดำเนินการปรับโดยคิดค่าปรับตามอัตรา ดังนี้
    วิธีการคิดค่าปรับรายชั่วโมง = จำนวนชั่วโมงที่เกินเวลาที่กำหนด โดยเศษของชั่วโมงให้คิด เป็น 1 ชั่วโมง และไม่นับรวมเวลาที่เกิดจากความไม่พร้อม หรือไม่สะดวกของ กทพ. x ร้อยละ 0.035 x วงเงินตามสัญญาฯ ต่องวดงาน
    11.2 หากผู้รับจ้างไม่เข้ามาดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้ง กทพ. มีสิทธิจ้าง บุคคลภายนอกมาทำการซ่อมแซมแก้ไข โดยค่าจ้างในการจ้างบุคคลภายนอกมาทำการซ่อมแซมแก้ไข และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดจากการซ่อมแซมแก้ไขโดยบุคคลภายนอกดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทั้งหมดแทน กทพ.
    11.3 หากยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับจากที่ได้รับแจ้งจาก กทพ. และนับตั้งแต่ชั่วโมงที่ ๒๕ จะดำเนินการปรับโดยคิดค่าปรับตามอัตรา ดังนี้
    วิธีการคิดค่าปรับรายชั่วโมง = จำนวนชั่วโมงที่เกินเวลาที่กำหนด โดยเศษของชั่วโมงให้คิด เป็น 1 ชั่วโมง และไม่นับรวมเวลาที่เกิดจากความไม่พร้อม หรือไม่สะดวกของ กทพ. x ร้อยละ 0.10 x วงเงิน ตามสัญญาฯ ต่องวดงาน
  3. ข้อปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
    12.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศของกทพ. อย่างเคร่งครัด โดยผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาความลับข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานกับ กทพ. รวมทั้ง ข้อมูลทรัพย์สินระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลของ กทพ. ตามสัญญานี้ผู้รับจ้างจะต้องถือ เป็นความลับของ กทพ. ทั้งในระหว่างระยะเวลาในสัญญาจ้างและสิ้นสุดสัญญา โดยจะต้องไม่มอบหรือเปิดเผย ข้อมูลแก่ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กทพ. และหากมีการนำไปใช้หรือเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ กทพ. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และ กทพ. มีสิทธิดำเนินคดี
    ตามกฎหมายแก่ผู้รับจ้าง
    นายอดิศักดิ์ จันทร์เต็ม (ประธานกรรมการ)
    น.ส.อารียา พูลทรัพย์ (กรรมการ)
    นายนพสิทธิ์ สุทธิ์อุไรพรรณ (กรรมการ)
    นายวัลลภ ศิลปกุล
    (กรรมการ)
    น.ส.สุรีรัตน์โดษะนันท์ (กรรมการและเลขานุการ)
  • 7 -
    12.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พ.ศ. 2544 พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549
    12.3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 และพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายในประเทศไทย 12.4 ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กทพ. ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
  1. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
    ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานนั้น และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยใน การทำงานสำหรับผู้รับเหมาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับเหมา
นายอดิศักดิ์ จันทร์เต็ม (ประธานกรรมการ)
น.ส.อารียา พูลทรัพย์ (กรรมการ)
นายนพสิทธิ์ สุทธิ์อุไรพรรณ (กรรมการ)
นายวัลลภ ศิลปกุล
(กรรมการ)
น.ส.สุรีรัตน์โดษะนันท์ (กรรมการและเลขานุการ)