ประกวดราคาซื้อรายการที่ 412.ระบบบ่อบำบัดน้ำเสียทางรังสี พร้อมติดตั้ง จำนวน 1 ระบบ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบบ่อบำบัดน้ำเสียทางรังสีสำหรับห้องพักผู้ป่วยกลืนแร่ไอโอดีน-131 ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เนื่องจากระบบเดิมใช้งานมานานกว่า 10 ปีและมีขนาดไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โดยน้ำเสียจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มีสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 ปนเปื้อน จึงจำเป็นต้องมีระบบกักเก็บและตรวจวัดรังสีที่ได้มาตรฐานก่อนปล่อยลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง
ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การรื้อถอนระบบเดิม การจัดการกากกัมมันตรังสี การเจาะสำรวจดิน (Boring Test) การติดตั้งถังบำบัดและถังเก็บน้ำตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนด (ถัง PE มาตรฐาน มอก.816-2556) การติดตั้งระบบตรวจวัดรังสี การประสานงานกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึงการจัดทำรายงานผลการทดสอบและการอบรมการใช้งานระบบให้แก่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรเชี่ยวชาญ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (ระดับกลางขึ้นไป) และวิศวกรควบคุมงานที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความปลอดภัยสูงสุดและเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
English summary
The Faculty of Medicine, Chiang Mai University, is seeking contractors to upgrade the radioactive wastewater treatment system for patients receiving Iodine-131 therapy. The existing system, which has been in operation for over 10 years, is deteriorated and insufficient for the increasing number of patients. The project involves the removal of the old system, installation of a new treatment and monitoring system, soil testing, and ensuring compliance with the Office of Atoms for Peace (OAP) safety standards. The contractor is responsible for the entire process, including system design, installation, radiation safety testing, staff training, and ensuring that all radiation levels meet legal requirements before discharge.
อาคารผู้ป่วยนิมานเหมินท์-ชุติมา ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงบ่อบำบัดน้ำเสียทางรังสี ระบบสุขาภิบาลสำหรับห้องพักผู้ป่วยกลืนแร่ไอโอดีนรักษา
- เพื่อเป็นระบบกักเก็บและตรวจวัดน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีก่อนปล่อยสู่ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- เพื่อให้ระบบบ่อบำบัดน้ำเสียทางรังสี มีประสิทธิภาพสูงสุด
ขอบเขตของงาน
- รื้อถอนระบบบ่อบำบัดน้ำเสียทางรังสีเดิมและจัดการกากกัมมันตรังสี
- ดำเนินการเจาะสำรวจดิน (Boring Test) อย่างน้อย 1 จุด
- ติดตั้งระบบบ่อบำบัดน้ำเสียทางรังสี (ถังบำบัดรวม, ถังเก็บน้ำ, ถังเก็บน้ำปนเปื้อนรังสีสูง)
- จัดทำรายการคำนวณการทำงานของระบบและการตรวจวัดรังสี
- ประสานงานตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยทางรังสีกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
- จัดทำรายงานผลการดำเนินงานและทดสอบระบบ
- อบรมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้สามารถใช้งานระบบและรายงานผลได้
- ติดตั้งวัสดุกำบังรังสีเพิ่มเติมหากผลการตรวจวัดไม่ผ่านเกณฑ์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนงานการติดตั้งระบบ (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา)
- แบบภาพแสดงทัศนียภาพ (Perspective) อย่างน้อย 3 ภาพ
- รายงานผลการเจาะสำรวจดิน
- ระบบบ่อบำบัดน้ำเสียทางรังสีที่ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
- รายการคำนวณการทำงานของระบบ
- ใบรายงานการสอบเทียบหัววัดรังสี
- เล่มสรุปรายงานผลการดำเนินงานและผลการทดสอบ
- การอบรมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ระยะเวลาดำเนินการ
- แผนงานการติดตั้งต้องส่งภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาดำเนินงานรวมตามที่ระบุในสัญญา (โปรดตรวจสอบในเอกสารสัญญาฉบับเต็ม)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Experience: ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันในวงเงินต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 4,500,000 บาท (สัญญาเดียวและแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี)
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากรังสี เช่น เครื่องสำรวจปริมาณรังสี
- Personnel:
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (Radiation Safety Officer) ระดับกลางขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน
- วิศวกรควบคุมงาน (โยธา/ไฟฟ้า/สิ่งแวดล้อม/เครื่องกล) ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน
- ผู้ควบคุมงาน วุฒิ ปวส. (โยธา/ไฟฟ้า/เครื่องกล) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอและข้อเสนอทางเทคนิคที่สอดคล้องกับ TOR
- พิจารณาจากราคาที่เสนอ (e-bidding)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ถังบำบัดรวมแบบเกรอะ-กรองเติมอากาศ: ขนาดไม่น้อยกว่า 4,000 ลิตร (PE หนา 9 มม.)
- ถังเก็บน้ำทรงกระบอก: ขนาดไม่น้อยกว่า 4,000 ลิตร (PE หนา 9 มม.)
- ถังเก็บน้ำปนเปื้อนรังสีสูง: ขนาดไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร จำนวน 4 ถัง (PE หนา 11 มม.)
- ถังเก็บน้ำบนดิน: ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ลิตร
- วัสดุถังทั้งหมดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.816-2556 และผลิตในประเทศไทย
เงื่อนไขสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนทิ้งกากกัมมันตรังสีทั้งหมด
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายต่อทรัพย์สินของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและใบอนุญาตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีที่ยังไม่หมดอายุ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับใด? A: ระดับกลางขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน
- Q: ถังที่ใช้ต้องเป็นมาตรฐานอะไร? A: มาตรฐาน มอก.816-2556
- Q: ต้องมีการเจาะสำรวจดินหรือไม่? A: ต้องทำโดยวิธี Boring Test อย่างน้อย 1 จุด
- Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนทิ้งกากกัมมันตรังสีเดิม? A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- Q: หากผลการตรวจวัดรังสีไม่ผ่านเกณฑ์ต้องทำอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องติดตั้งวัสดุกำบังรังสีเพิ่มเติมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- Q: วิศวกรควบคุมงานต้องมีใบอนุญาตระดับใด? A: ระดับไม่ต่ำกว่าภาคีวิศวกร
- Q: ต้องส่งแผนงานภายในกี่วัน? A: ภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- Q: ถังเก็บน้ำปนเปื้อนรังสีสูงต้องมีความหนาเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า 11 มิลลิเมตร
- Q: ต้องมีการอบรมเจ้าหน้าที่หรือไม่? A: ต้องมีการจัดอบรมให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลใช้งานระบบได้
- Q: ต้องประสานงานกับหน่วยงานใดในการตรวจสอบความปลอดภัย? A: สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
- ความเป็นมา
ร่างขอบเขตของงาน (Terms Of Reference : TOR) ระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสีพร้อมติดตั้ง จํานวน 1 ระบบ
ด้วยแผนกเวชศาสตร์นิวเคลียร์ กลุ่มงานรังสีวินิจฉัยและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลมหาราชนคร เชียงใหม่ มีบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี ซึ่งก่อสร้างมาแล้วประมาณ 10 ปี โดยบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสีนั้น เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน และขนาดบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสีไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ประกอบกับ
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มีจํานวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น
จึงไม่สามารถปล่อยลง
ผู้ป่วยที่กลืนแร่ไอโอดีน-131 จะมีรังสีในร่างกายและมีการขับของเสียออกจากร่างกายจะมีสารกัมมันตรังสี ไอโอดีน-131 เจือปนออกมาด้วย น้ําเสียจากห้องพักรักษาผู้ป่วยกลืนแร่ไอโอดีน-131 ตามระบบบําบัดน้ําเสียตามปกติของโรงพยาบาลได้ ต้องทําการเก็บในระบบพักน้ําเสียทางรังสีโดยเฉพาะก่อน
เพื่อให้ค่าปริมาณรังสีที่สะสมลดลงอยู่ในระดับที่สามารถไปบําบัดน้ําเสียตามระบบปกติได้ และก่อนที่ปล่อยน้ํา เสียไปบําบัดตามระบบปกตินั้น จะต้องผ่านระบบตรวจวัดรังสี โดยจะต้องมีค่าปริมาณรังสีเป็นไปตามประกาศ คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางรังสี - วัตถุประสงค์
2.1. เพื่อปรับปรุงบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี ระบบสุขาภิบาลสําหรับห้องพักผู้ป่วยกลืนแร่ไอโอดีนรักษา 2.2. เพื่อเป็นระบบกักเก็บและตรวจวัดน้ําเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีก่อนปล่อยสู่ระบบบําบัดน้ําเสีย
ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2.3. เพื่อให้ระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี มีประสิทธิภาพสูงสุด - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1. มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
3.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอานาจในการดําาเนินงานในกิจการของนิติบุคคล นั้นด้วย
3.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการ
บริหารพัสดุภาครัฐกําาหนดในราชกิจจานุเบกษา
คณะ
3.7. เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุประเภทเดียวกับที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
สตร์
3.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ การอันเป็น
การขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่น
ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม
กิจการร่วมค้า
3.11. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้อง
มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น
พ
ข้อเสนอ
(2) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มี
งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้
ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวัน
ลงนามในสัญญา
(3) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคาร
ภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดย
พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอานาจจากสานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
ม
มหาวิทยา
ข้อสองใหม่
(4) กรณีตาม (1) - (3) ยกเว้นสําหรับกรณีดังต่อไปนี้
(4.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(4.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561
3.13. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาในครั้งนี้ ในวงเงินต่อสัญญาไม่ น้อยกว่า 4,500,000.00 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยจะต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวและ เป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับ เรียบร้อยแล้วอย่างน้อย 1 ผลงาน ในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันตรวจรับงานงวดสุดท้าย และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เชื่อถือ โดยให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองผลงานดังกล่าว พร้อม การยื่นเอกสารประกวดราคา - ขอบเขตและรายละเอียดของการปฏิบัติงาน 4.1. รายละเอียดของการปฏิบัติงาน
4.1.1. ผู้ขายต้องจัดส่งแผนงานในการติดตั้งระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี ก่อนดําเนินการ ปรับปรุง ซึ่งประกอบไปด้วย รายชื่อผู้รับผิดชอบโครงการ สถานที่ติดต่อ หมายเลข โทรศัพท์ ขั้นตอนการติดตั้งระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี และระบบต่าง ๆ ทั้งหมด และ
ๆ
ระยะเวลาดําเนินการแต่ละขั้นตอนที่แน่นอนให้กับคณะกรรมการตรวจรับพิจารณา เห็นชอบภายใน 30 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา 4.1.2. ผู้ขายต้องยื่นแบบภาพแสดงทัศนียภาพ(Perspective) ระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี
จํานวน 3 ภาพเป็นอย่างน้อย
4.1.3. ผู้ขายต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าก่อนเข้าดําเนินการ พร้อมระบุชื่อและตําแหน่ง หรือหน้าที่ ในการปฏิบัติงาน โดยแนบหลักฐานแสดงตัวทุกคน เช่น บัตรประจําตัว ประชาชน เป็นต้น
4.1.4. ผู้ขายต้องจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้าน
รังสี เช่น เครื่องสํารวจปริมาณรังสีบริเวณพื้นที่, เครื่องสํารวจปริมาณรังสีประจําตัวบุคคล อุปกรณ์ชําระล้างสารรังสีของผู้ปฏิบัติงาน ประกอบการทํางานให้พนักงานของผู้ขายเอง 4.1.5. การปฏิบัติงานของผู้ขายนั้น หากเกิดทําให้อาคารหรือทรัพย์สิน ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือที่มีอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกิดความเสียหาย ผู้ขายต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งหมด
4.1.6. ผู้ขายต้องมีบุคลากรที่มีประสบการณ์ มีความชํานาญทางด้านรังสีและได้รับการรับรอง โดยต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ประจําบริษัท จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน
บอนุญาต และมีลายเซ็นรับรอง 4.4 ควบคุมการ
พร้อมแสดงเอกสารใบอนุญาต และมีลายเซ็นรับรอง เพื่อให้คําปรึกษาและดูแลควบคุมการ ทํางานของระบบให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกําหนด และมีความปลอดภัยสูงสุด
4.1.7. ผู้ขายต้องควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของบุคลากรให้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง รัดกุม บรรลุ วัตถุประสงค์และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วิทยาลัยเสี
4.1.8. ผู้ขายจะต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ดังต่อไปนี้
4.1.8.1. วิศวกรควบคุมงาน ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม จาก สภาวิศวกร ระดับไม่ต่ํากว่าภาคีวิศวกร สาขาวิศวกรรมโยธาหรือ สาขา วิศวกรรมไฟฟ้าหรือ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมหรือ วิศวกรรมเครื่องกล จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คน
โดยให้ส่งรายชื่อพร้อมแสดงหลักฐานสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังไม่
หมดอายุ พร้อมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน พร้อมลงนามรับรอง และต้องไม่อยู่ ระหว่างถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต โดยนําเอกสารดังกล่าวยื่นเอกสารในวันทํา
สัญญา
4.1.8.2. ผู้ควบคุมงาน จะต้องมีวุฒิการศึกษาไม่น้อยกว่า ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาโยธาหรือ สาขาไฟฟ้าหรือ สาขาเครื่องกล จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน โดยให้ส่งรายชื่อพร้อมแสดงหลักฐานสําเนาใบรับรองคุณวุฒิ พร้อมสําเนาบัตร ประจําตัวประชาชน พร้อมลงนามรับรอง โดยนําเอกสารดังกล่าวยื่นเอกสารในวันทํา สัญญา
4.2. ขอบเขตของงาน
4.2.1. ผู้ขายต้องดําเนินการรื้อถอนระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสีเดิม เครื่องมือ วัสดุ และ อุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมออกจากหน้างาน รื้อถอนระบบต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานหรือต้องปรับแก้ไข เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ําประปา ระบบน้ําเสีย ออกทั้งหมด และดําเนินการจัดการกาก กัมมันตรังสีเดิมที่รื้อถอนออกและนําถังเก็บกากกัมมันรังสีเดิมขนทิ้งภายนอกพื้นที่คอ
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4.2.2. ผู้ขายต้องทําการเจาะทดสอบดิน
4.2.2.1. ให้ผู้ขายต้องทําการเจาะสํารวจดินโดยวิธี Boring Test
4.2.2.2. ตําแหน่งและจุดทดสอบที่จะทําการเจาะสํารวจดินให้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกร
ผู้ทําการเจาะสํารวจ ทั้งนี้ ผลการทดสอบจะต้องครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างทั้ โดยจํานวนจุดต้องไม่น้อยกว่า 1 จุด
ทั้งนี้ให้ผู้ขายต้องแสดงรายงานผลการทดสอบดินให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
พิจารณาก่อนดําเนินการก่อสร้างระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี
4.2.3. ผู้ขายจะต้องแสดงเอกสารใบรายงานการสอบเทียบหัววัดรังสีแสดงในวันติดตั้ง (มีเอกสาร
แสดง)
4.2.4. ผู้ขายจะต้องดําเนินการให้สํานักงานปรมาณูเพื่อสันติทําการตรวจสอบคุณภาพและความ
ปลอดภัยทางรังสีระบบจัดการน้ําทิ้งปนเปื้อนกากกัมมันตรังสี
คณะ
4.2.5. ผู้ขายต้องแสดงรายการคํานวณการทํางานของระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสีและระบบ
สตร์
** มหาวิทยาลัยเชียงใ) -
ตาม
การตรวจวัดปริมาณรังสีน้ําเสียจากห้องพักรักษาผู้ป่วย ให้น้ําทิ้งมีปริมาณรังสีเจือปนอยู่ใน กําหนดมาตรฐานที่สามารถปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม และ/หรือ กระบวนการบําบัดน้ําเสียของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ทยาลัย
4.2.6. เมื่อผู้ขายดําเนินการแล้วเสร็จจะต้องสรุปรายงานผลการดําเนินงานและผลการทดสอบ พร้อมแนบภาพถ่ายงานที่ดําเนินการและทําเป็นรูปเล่มส่งให้กับคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
4.2.7. ผู้ขายต้องจัดอบรมเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบของโรงพยาบาล
ให้สามารถใช้งานระบบได้เป็น อย่างดี ดูข้อมูลและรายงานของระบบย้อนหลังได้ และสามารถตอบคําถามต่าง ๆ ในเรื่อง ความปลอดภัยทางรังสีกับเจ้าหน้าที่ของสํานักงานปรมาณูเพื่อสันติได้
4.2.8. ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบหากมีจุดใดที่วัดปริมาณรังสีตามที่กฎหมายกําหนดไม่ผ่าน จะต้อง
ติดตั้งวัสดุกําบังรังสีเพิ่มเติมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - คุณลักษณะทั่วไป
เป็นระบบบําบัดน้ําเสียทางรังสี ที่สามารถบําบัดปริมาณน้ําเสียจากสุขภัณฑ์ของห้องพักผู้ป่วยกลืนแร่ ไอโอดีนรังสีสูง จํานวน 4 ห้อง บริเวณชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนิมานเหมินท์-ชุติมา ที่มีอยู่เดิมได้ - คุณลักษณะเฉพาะ คุณลักษณะทางเทคนิค 6.1. ระบบบ่อบําบัดน้ําเสียทางรังสี
ประกอบด้วย
6.1.1. ถังบําบัดรวมแบบเกรอะ-กรองเติมอากาศ
6.1.1.1. มีขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า 4,000 ลิตร
จํานวน 1 ระบบ
จํานวน 1 ถัง
6.1.1.2. ตัวถังทําจากพลาสติก PE (Polyethylene) ตามมาตรฐาน มอก.816-2556
ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย
6.1.1.3. เป็นถังทรงกระบอก สามารถวางตั้งบนพื้นของห้องใต้ดินหรือห้องถึงใต้ดินได้
6.1.1.4. มีความหนาของถังไม่น้อยกว่า 9 มิลลิเมตร
6.1.1.5. มีปั๊มเติมอากาศ จํานวน 1 ตัว
6.1.2. ถังเก็บน้ําทรงกระบอก
จํานวน 1 ถัง
6.1.2.1. ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า 4,000 ลิตร
6.1.2.2. ตัวถังทําจากพลาสติก PE (Polyethylene) ตามมาตรฐาน มอก.816-2556
ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย
6.1.2.3. เป็นถังทรงกระบอก สามารถวางตั้งบนพื้นของห้องใต้ดินหรือห้องกิ่งใต้ดินได้
6.1.2.4. มีความหนาของถังไม่น้อยกว่า 9 มิลลิเมตร
6.1.3. ถังเก็บน้ําปนเปื้อนรังสีสูงทรงกระบอก
จํานวน 4 ถัง
6.1.3.1. ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า 10,000 ลิตร
6.1.3.2. ตัวถังทําจากพลาสติก PE (Polyethylene) ตามมาตรฐาน มอก.816-2556
ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย
6.1.3.3. เป็นถังทรงกระบอก สามารถวางตั้งบนพื้นของห้องใต้ดินหรือห้องถึงใต้ดินได้
6.1.3.4. มีความหนาของถังไม่น้อยกว่า 11 มิลลิเมตร
6.1.4. ถังเก็บน้ําบนดิน
จํานวน 1 ถัง
6.1.4.1. ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า 1,000 ลิตร
6.1.4.2. ตัวถังทําจากพลาสติกทึบแสงชนิด PE หรือ Fiber ที่ได้รับรองมาตรฐาน มอก.
ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย
วิทยาลัยเชียง