ประกวดราคาซื้อชุดน้ำยาตรวจทางเคมีคลินิกและภูมิคุ้มกันวิทยาโดยเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ จำนวน 47 รายการ
งานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความประสงค์จะจัดซื้อชุดน้ำยาตรวจทางเคมีคลินิกและภูมิคุ้มกันวิทยา จำนวน 47 รายการ เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาสารชีวเคมีและภูมิคุ้มกันวิทยาในสิ่งส่งตรวจจากมนุษย์ เช่น เลือด ปัสสาวะ และน้ำไขสันหลัง โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ขอบเขตของโครงการครอบคลุมการจัดหาน้ำยาสำเร็จรูป (Ready to use) ที่ผลิตจากผู้ผลิตเดียวกับเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ และต้องผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น U.S. FDA หรือ CE Mark รวมถึงได้รับอนุญาตจาก อย. ประเทศไทย นอกจากการจัดส่งน้ำยาแล้ว ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบการติดตั้งและบำรุงรักษาเครื่องวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเครื่องวิเคราะห์ทางเคมีคลินิกต้องมีความเร็วไม่น้อยกว่า 1,300 test/ชั่วโมง และเครื่องตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยาไม่น้อยกว่า 200 test/ชั่วโมง
เงื่อนไขสำคัญระบุให้ผู้ขายต้องจัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง และต้องเข้าถึงหน้างานภายใน 0.5 - 2 ชั่วโมงตามความเร่งด่วน รวมถึงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำ Method Verification, การจัดหาวัสดุควบคุมคุณภาพ (QC), Calibrator และการเชื่อมต่อระบบ LIS ทั้งหมด หากเครื่องมือขัดข้องจนไม่สามารถให้บริการได้ ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจต่อ (Referral Lab) และหากแก้ไขปัญหาไม่ได้ตามกำหนดอาจถูกปรับวันละ 50,000 บาท
English summary
The Faculty of Allied Health Sciences, Chulalongkorn University, is inviting bids for the procurement of 47 items of clinical chemistry and immunochemistry reagent kits for automated analyzers via e-bidding. The reagents are intended for biochemical and immunological analysis of human specimens, including blood, urine, and cerebrospinal fluid. The scope includes supplying ready-to-use reagents certified by international standards (U.S. FDA or CE Mark) and the Thai FDA. Bidders must provide high-speed automated analyzers (Chemistry $\ge$ 1,300 tests/hr, Immunoassay $\ge$ 200 tests/hr) and maintain them throughout the contract. Responsibilities also cover LIS integration, 24/7 technical support with rapid response times, method verification, and provision of quality control materials. Failure to resolve technical issues within the specified timeframe may result in a daily fine of 50,000 THB.
คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารจุฬาพัฒน์ 14 ชั้น 15
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาสารชีวเคมีและภูมิคุ้มกันวิทยาในเลือด ปัสสาวะ และน้ำไขสันหลัง
- เพื่อให้หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพมีน้ำยาและเครื่องมือที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการให้บริการ
- เพื่อสร้างระบบการตรวจวิเคราะห์ที่แม่นยำและต่อเนื่องตามมาตรฐานสากล
ขอบเขตของงาน
- จัดหาชุดน้ำยาสำเร็จรูป (Ready to use) จำนวน 47 รายการ ตามคุณลักษณะที่กำหนด
- ติดตั้งและดูแลรักษาเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ รวมถึงอุปกรณ์สนับสนุน เช่น ระบบน้ำดี-น้ำเสีย, ระบบไฟฟ้า, และระบบ LAN
- เชื่อมต่อเครื่องวิเคราะห์กับระบบสารสนเทศทางห้องปฏิบัติการ (LIS)
- จัดหาและติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) สำหรับเครื่องมือ
- ให้บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และซ่อมแซมเครื่องมือตลอด 24 ชั่วโมง
- ดำเนินการประเมินประสิทธิภาพเครื่องและน้ำยา (Method Verification) ก่อนการใช้งานจริง
- จัดหาวัสดุควบคุมคุณภาพ (QC), Calibrator และน้ำยา Accessory ทั้งหมด
- อบรมการใช้งานเครื่องมือและเพิ่มพูนความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจห้องปฏิบัติการอื่น (Referral Lab) กรณีเครื่องมีปัญหาใช้งานไม่ได้
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ชุดน้ำยาตรวจวิเคราะห์ 47 รายการ ตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
- รายงานผลการตรวจสภาพและบำรุงรักษาเครื่องมือตามตารางเวลา
- รายงานผลการประเมินประสิทธิภาพ (Method Verification) รวมถึงผล Precision, Accuracy, Linearity และ Method Comparison
- เอกสารยืนยันการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ (Certified Training)
- ระบบสำรองข้อมูลและโปรแกรมทางสถิติสำหรับประเมินผล QC
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดส่งมอบพัสดุภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 1 ปี
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคา และต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: น้ำยาต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน U.S.FDA หรือ CE Mark และได้รับใบอนุญาตนำเข้าจาก อย. ไทย
- Experience: เจ้าหน้าที่หรือช่างผู้เชี่ยวชาญต้องมีประสบการณ์ในการดูแลรักษาเครื่องมือที่เสนอมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีช่างผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเข้าซ่อมแซมได้ภายใน 0.5 ชั่วโมงในเวลาราชการ และ 2 ชั่วโมงนอกเวลาราชการ
- Personnel: เจ้าหน้าที่เทคนิคต้องได้รับการฝึกอบรมและมีเอกสารรับรอง (Certified Training) ในเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
- Financial Requirement: กรณีวงเงินโครงการเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกในงบการเงินปีล่าสุด
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาคัดเลือกโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price) ควบคู่กับคุณลักษณะเฉพาะ (Technical Specifications) และเงื่อนไขเฉพาะที่ระบุใน TOR
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- น้ำยาต้องเป็นชุดสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน (Ready to use) และมาจากผู้ผลิตเดียวกับเครื่องวิเคราะห์
- เครื่องวิเคราะห์เคมีคลินิกความเร็ว $\ge$ 1,300 test/ชั่วโมง และเครื่องภูมิคุ้มกันวิทยา $\ge$ 200 test/ชั่วโมง
- รองรับระบบ Random access, STAT และมี Barcode reader ทั้งตัวอย่างและน้ำยา
- มีระบบ Clot และ Bubble detection โดยใช้ pressure differential technology
- ระบบล้าง probe ต้องมีประสิทธิภาพสูง ลด carryover ได้ $\le$ 0.1 ppm โดยไม่ใช้ Tip
- น้ำยาต้องมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่ส่งมอบ
- เครื่องวิเคราะห์เคมีต้องมีช่องใส่น้ำยา $\ge$ 70 ช่อง และเครื่องภูมิคุ้มกัน $\ge$ 47 ช่อง พร้อมระบบทำความเย็น
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ชำระเงินเมื่อส่งมอบพัสดุครบถ้วนและคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับผิดสัญญา: คิดค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของมูลค่าสัญญา
- ค่าปรับกรณีบริการ: หากพบปัญหาเทคนิคและแก้ไขไม่ได้ภายใน 7 วันหลังจากได้รับจดหมายเตือน จะถูกปรับวันละ 50,000 บาท
- การยกเลิกสัญญา: หากไม่สามารถดำเนินการตาม TOR หรือแก้ไขปัญหาไม่ได้ภายใน 60 วัน มหาวิทยาลัยมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญา
- เงื่อนไขหลังหมดสัญญา: หากมีน้ำยาเหลือ ผู้ขายต้องยินยอมตั้งเครื่องวิเคราะห์ไว้จนกว่าน้ำยาจะหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: น้ำยาที่ส่งมอบต้องมีอายุการใช้งานเหลืออย่างน้อยเท่าใด?
A: ต้องมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่ส่งมอบ- Q: หากเครื่องวิเคราะห์ขัดข้อง ช่างต้องมาถึงหน้างานภายในกี่ชั่วโมง?
A: ภายใน 0.5 ชั่วโมงในเวลาราชการ และภายใน 2 ชั่วโมงนอกเวลาราชการ - Q: ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ LIS หรือไม่?
A: ใช่ ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อและเพิ่มการทดสอบใหม่ในระบบ LIS - Q: มาตรฐานสากลที่น้ำยาต้องได้รับคืออะไร?
A: ต้องผ่านการรับรอง U.S.FDA หรือ CE Mark - Q: ความเร็วขั้นต่ำของเครื่องวิเคราะห์ที่กำหนดคือเท่าใด?
A: เคมีคลินิก $\ge$ 1,300 test/ชม. และภูมิคุ้มกันวิทยา $\ge$ 200 test/ชม. - Q: กรณีเครื่องเสียและต้องส่งสิ่งส่งตรวจไปตรวจที่อื่น ใครเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่าย?
A: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งตรวจต่อ (Referral Lab) ทั้งหมด - Q: ผู้ขายต้องจัดหาเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ให้ด้วยหรือไม่?
A: ใช่ ต้องติดตั้งระบบสำรองไฟฟ้า (UPS) รวมถึงระบบน้ำและไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง - Q: มีการจำกัดจำนวน Lot ของน้ำยาควบคุมคุณภาพ (QC) หรือไม่?
A: เคมีคลินิกไม่เกิน 3 lot/ปี และภูมิคุ้มกันไม่เกิน 4 lot/ปี - Q: หากแก้ไขปัญหาเทคนิคไม่ได้ตามกำหนด มีค่าปรับเพิ่มเติมอย่างไร?
A: มีค่าปรับวันละ 50,000 บาท หากไม่สามารถแก้ไขได้ภายใน 7 วันหลังได้รับจดหมายเตือน - Q: ต้องมีการทำ Method Verification บ่อยแค่ไหน?
A: ต้องทำก่อนเริ่มใช้งานจริง และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- Q: หากเครื่องวิเคราะห์ขัดข้อง ช่างต้องมาถึงหน้างานภายในกี่ชั่วโมง?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ชุดน ้ายาตรวจทางเคมีคลินิกและภูมิคุ้มกันวิทยาโดยเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ จ้านวน 47 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
- ความเป็นมา
งานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีพันธกิจในการให้บริการตรวจ วิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ จึงมีความจำเป็นต้องจัดซื้อน้ำยาตรวจทางเคมีคลินิกและภูมิคุ้มกันวิทยาด้วย เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ จำนวน 47 รายการ - วัตถุประสงค์
เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์หาสารชีวเคมีและภูมิคุ้มกันวิทยาในเลือดและปัสสาวะ/น้ำไขสันหลัง - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
-2-
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ
มอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (3.1) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบ แสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยัง อยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม
กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน
งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
-3-
(5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
(8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุน
จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
3. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น
บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า
ยื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ
สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา
ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1ใน 4ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้
ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
-4-
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
6. กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ จัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับ รถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
- เป็นชุดน้ำยาสำเร็จรูป ที่ใช้กับเครื่องวิเคราะห์หาสารชีวเคมีแบบอัตโนมัติและมีองค์ประกอบครบ ชุดสำหรับการตรวจสิ่งส่งตรวจจากมนุษย์
- เป็นน้ำยาจากผู้ผลิตเดียวกันกับเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ ที่เป็นน้ำยาสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน (ready to use) ทุกรายการ
- น้ำยาต้องผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล U.S.FDA หรือ CE Mark
- น้ำยาต้องได้รับใบอนุญาตการนำเข้าและจัดจำหน่ายจากคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย
- เครื่องสามารถตรวจวิเคราะห์ทางเคมีคลินิกต้องมีความเร็วไม่น้อยกว่า 1,300 test/ชั่วโมงต่อ เครื่อง และสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องตรวจวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาที่มีความเร็วไม่น้อยกว่า 200 test/ ชั่วโมงต่อเครื่อง
- เครื่องตรวจวิเคราะห์สามารถตรวจแบบ Random access และ STAT ได้ มีระบบ Barcode reader ทั้ง Sample และน้ำยาตรวจวิเคราะห์ และสามารถตรวจวิเคราะห์ได้ทั้ง Primary tube และ Sample cup
- เครื่องตรวจวิเคราะห์ทางเคมีคลินิกต้องมีช่องสำหรับใส่น้ำยา ไม่น้อยกว่า 70 ช่องต่อเครื่อง และ เครื่องตรวจวิเคราะห์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาต้องมีช่องสำหรับใส่น้ำยา ไม่น้อยกว่า 47 ช่องต่อเครื่อง พร้อมมีระบบ
-5-
ควบคุมความเย็นอยู่ภายในตัวเครื่อง และต้องสามารถสั่งโหลดเข้าและออกน้ำยาได้ขณะเครื่องทำงาน ไม่ต้อง รอ Standby - มีระบบ Clot และ Bubble detection ของตัวอย่างที่ต้องการทดสอบ โดยใช้ pressure differential technology และมีระบบการล้าง probe ที่สามารถลด carryover ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (น้อย กว่าหรือเท่ากับ 0.1 ppm) โดยไม่ใช้ Tip เพื่อเป็นการลดขยะติดเชื้อ
- น้ำยาต้องมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่ส่งมอบ
- เป็นชุดน้ำยาสำเร็จรูป ที่ใช้กับเครื่องวิเคราะห์หาสารชีวเคมีแบบอัตโนมัติและมีองค์ประกอบ ครบชุด สำหรับการตรวจสิ่งส่งตรวจ ดังรายการต่อไปนี้
10.1 น้ำยาตรวจ Alanine Aminotransferase (ALT)
10.1.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Alanine Aminotransferase ใน serum หรือ plasma
10.1.2 ใช้หลักการ Enzymatic NADH (without P-5’-P) หรือวิธี
ที่ IFCC แนะนำในการตรวจวิเคราะห์
10.1.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 7-3,200 U/L
10.2 น้ำยาตรวจ Alkaline Phosphatase (ALP)
10.2.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Alkaline Phosphatase ใน serum และ plasma
10.2.2 ใช้หลักการ Para-nitrophenyl phosphate (p-NPP), 2amino-2-2-
methyl-propanol (AMP) หรือวิธีที่ IFCC แนะนำในการตรวจวิเคราะห์
10.2.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 9-4,500 U/L
10.3 น้ำยาตรวจ Aspartate Aminotransferase (AST)
10.3.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Aspartate Aminotransferase activity ใน serum หรือ plasma
10.3.2 ใช้หลักการ Enzymatic NADH (without P-5’-P) หรือวิธี
ที่ IFCC แนะนำในการตรวจวิเคราะห์
10.3.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5-4,000 U/L
10.4 น้ำยาตรวจ Calcium
10.4.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Calcium ใน serum, plasma และ urine
10.4.2 ใช้หลักการ Arsenazo-III ในการตรวจวิเคราะห์
-6-
10.4.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 2-20 mg/dL
10.5 น้ำยาตรวจ Creatinine
10.5.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Creatinine ใน serum, plasma และ urine 10.5.2 ใช้หลักการ Enzymatic ในการตรวจวิเคราะห์
10.5.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.1-40 mg/dL
10.6 น้ำยาตรวจ Glucose
10.6.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Glucose ใน serum, plasma, urine และ
cerebrospinal fluid
10.6.2 ใช้หลักการ Hexokinase ในการตรวจวิเคราะห์
10.6.3 สามารถตรวจวัดค่าใน serum/plasma ได้ตั้งแต่ 5-800 mg/dL 10.6.4 สามารถตรวจวัดค่าใน urine/CSF ได้ตั้งแต่ 1-800 mg/dL
10.7 น้ำยาตรวจ HDL-Cholesterol
10.7.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ High Density Lipoprotein Cholesterol ใน serum และ plasma
10.7.2 ใช้หลักการ Accelerator Selective Detergent หรือ Enzymatic ในการ ตรวจวิเคราะห์
10.7.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5-180 mg/dL
10.8 น้ำยา LDL
10.8.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ LDL direct
10.8.2 ใช้หลักการ Liquid selective Detergent หรือดีกว่าในการตรวจวิเคราะห์ 10.8.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 1-800 mg/dL
10.9 น้ำยาตรวจ Triglyceride
10.9.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Triglyceride ใน serum และ plasma
10.9.2 ใช้หลักการ Glycerol Phosphate Oxidase หรือ GPO-DOD ในการตรวจ
วิเคราะห์
10.9.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5-1,500 mg/dL
10.10 น้ำยาตรวจ Cholesterol
-7-
10.10.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Cholesterol ใน serum และ plasma
10.10.2 ใช้หลักการ enzymatic ในการตรวจวิเคราะห์
10.10.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5-740 mg/dL
10.11 น้ำยาตรวจ Uric Acid
10.11 1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Uric Acid ใน serum, plasma และ urine
10.11.2 ใช้หลักการ Uricase ในการตรวจวิเคราะห์
10.11.3 สามารถตรวจวัดค่าใน serum/plasma ได้ตั้งแต่ 0.3-37.0 mg/dL 10.11.4 สามารถตรวจวัดค่าใน urine ได้ตั้งแต่ 2-250 mg/dL
10.12 น้ำยา HbA1C
10.12.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ HbA1c โดยไม่ต้องมีการเตรียม sample ก่อนเข้าเครื่อง 10.12.2 ใช้หลักการ Enzymatic หรือ Immunoturbidity ในการตรวจวิเคราะห์ 10.12.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 4-14% HbA1c
10.13 น้ำยา GGT
10.13.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ GGT ใน serum, plasma
10.13.2 ใช้หลักการ Enzymatic หรือ L-gamma-glutamyl-3-carboxy-4-nitroanilide substrate ในการตรวจวิเคราะห์
10.13.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5-7,750 U/L
10.14 น้ำยา CK
10.14.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ CK ใน serum หรือ plasma
10.14.2 ใช้หลักการ NAC หรือดีกว่า
10.14.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 7-4,250 U/L
10.15 น้ำยาตรวจ Microalbumin
10.15.1 ใช้ตรวจวัดหาปริมาณ Microalbumin ในปัสสาวะ
10.15.2 ใช้หลักการ Turbidimetric หรือ Immunoturbidimetric ในการตรวจ วิเคราะห์
10.15.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5-500 ug/mL
10.16 น้ำยา Anti-HBs
10.16.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Ant-HBs
10.16.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.16.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 2-1,000.00 mIU/mL
10.17 น้ำยา HBsAg
10.17.1 ใช้เพื่อตรวจเชิงคุณภาพ HBsAg
-8-
10.17.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.17.3 ค่า Cutoff = 1.0
10.18 น้ำยา Anti-HBc
10.18.1 ใช้เพื่อตรวจเชิงคุณภาพ Anti-HBc
10.18.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.18.3 ค่า Cutoff = 1.0
10.19 น้ำยา Free T3
10.19.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Free T3
10.19.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.19.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 1.5-20 pg/mL
10.20 น้ำยา Free T4
10.20.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Free T4
10.20.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.20.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.45-5.0 ng/dL
10.21 น้ำยา TSH
10.21.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ TSH
10.21.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.21.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.0085-100.0000 µIU/mL
10.22 น้ำยา AFP
10.22.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ AFP
10.22.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.22.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 2.00-2,000.00 ng/mL
10.23 น้ำยา CEA
10.23.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ CEA
10.23.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.23.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 1.80-1,500.00 ng/mL
-9-
10.24 น้ำยา Total PSA
10.24.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Total PSA
10.24.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ
Chemiluminescent
10.24.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.025-100 ng/mL
10.25 น้ำยา CA19-9
10.25.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ CA19-9
10.25.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ
Chemiluminescent
10.25.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 2.10-1,200.00 U/mL
10.26 น้ำยา CA125
10.26.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ CA125
10.26.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ
Chemiluminescent
10.26.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 1.1-1,000.00 U/mL
10.27 น้ำยา CA15-3
10.27.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ CA15-3
10.27.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ
Chemiluminescent
10.27.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.6-800.00 U/mL
10.28 น้ำยา Vitamin B12
10.28.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Vitamin B12
10.28.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ
Chemiluminescent
10.28.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5-125 pmol/L
10.29 น้ำยา DHEA-S
10.29.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ DHEA-S
10.29.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ
Chemiluminescent
10.29.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 5.0-1,500.0 µg/dL
10.30 น้ำยา Insulin
10.30.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Insulin
-10-
10.30.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.30.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 1.6-300.0 µU/mL
10.31 น้ำยา Estradiol
10.31.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Estradiol
10.31.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.31.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 25-1,000 pg/mL
10.32 น้ำยา Testosterone
10.32.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Testosterone
10.32.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.32.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.15-64.50 nmol/L
10.33 น้ำยา 25-OH Vitamin D
10.33.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ 25-OH Vitamin D
10.33.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.33.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 3.5-154.0 ng/mL
10.34 น้ำยา Anti-HCV
10.34.1 ใช้เพื่อตรวจหาเชิงคุณภาพ Anti-HCV
10.34.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.34.3 ค่า Cutoff = 1.0
10.35 น้ำยา High Sensitive Troponin I
10.35.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ cardiac troponin I
10.35.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.33.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 3.2-50,000 ng/L
10.36 น้ำยา Homocysteine
10.36.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ total L-homocysteine
10.36.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay หรือ Chemiluminescent
10.36.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 1.00-50.00 µmol/L
-11-
10.37 น้ำยาตรวจ Urea Nitrogen
10.37.1 ใช้เพื่อวัดปริมาณ Urea Nitrogen ใน serum, plasma และ urine 10.37.2 ใช้หลักการ Urease หรือ Glutamate dehydrogenase (GLDH) ในการ ตรวจวิเคราะห์
10.37.3 สามารถตรวจวัดค่าใน serum/plasma ได้ตั้งแต่ 3-125 mg/dL 10.37.4 สามารถตรวจวัดค่าใน urine ได้ตั้งแต่ 40-1,990 mg/dL
10.38 น้ำยา hs CRP
10.38.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ C-reactive protein
10.38.2 ใช้หลักการ Turbidimetric/Immunoturbidimetric
10.38.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.03-15.00 mg/dL
10.39 น้ำยา Total bilirubin
10.39.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Total bilirubin
10.39.2 ใช้หลักการ Diazonium salt ในการตรวจวิเคราะห์
10.39.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.1-25.0 mg/dL
10.40 น้ำยา Direct Bilirubin
10.40.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Direct bilirubin
10.40.2 ใช้หลักการ Diazo Reaction ในการตรวจวิเคราะห์
10.40.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.1 -15.0 mg/dL
10.41 น้ำยา Electrolytes
10.41.1 ใช้เพื่อตรวจวัดปริมาณ sodium, potassiumและ chloride
10.41.2 ใช้หลักการ Accelerator Selective Detergent ในการตรวจวิเคราะห์ 10.41.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่
- Sodium ได้ตั้งแต่ 100 - 200 mmol/L
- Potassium ได้ตั้งแต่ 1.0 - 10.0 mmol/L
- Chloride ได้ตั้งแต่ 50 - 150 mmol/L
10.42 น้ำยา Cortisol
10.42.1 ใช้เพื่อตรวจวัดปริมาณ Cortisol
10.42.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay
-12-
(CMIA) ในการตรวจวิเคราะห์
10.42.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 1.0 - 59.0 μg/dL
10.43 น้ำยา Albumin
10.43.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Albumin
10.43.2 ใช้หลักการ Colorimetric (Bromocresol Green) ในการตรวจวิเคราะห์
10.43.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.3 - 9.0 g/dL
10.44 น้ำยา Magnesium
10.44.1 ใช้เพื่อตรวจหาปริมาณ Magnesium
10.44.2 ใช้หลักการ Enzymatic ในการตรวจวิเคราะห์
10.44.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.6 - 9.5 mg/dL
10.45 น้ำยา LH
10.45.1 ใช้เพื่อตรวจวัดปริมาณ Cortisol
10.45.2 ใช้หลักการ Chemiluminescent Microparticle Immunoassay (CMIA)
10.45.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 0.12 - 250.00 mIU/mL
10.46 น้ำยา Apolipoprotein
10.46.1 ใช้ในการตรวจหาปริมาณ Apolipoprotein A1
10.46.2 ใช้หลักการ immunoturbidimetric ในการตรวจวิเคราะห์
10.46.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 17 - 309 mg/dL
10.47 น้ำยา Lactate Dehydrogenase
10.47.1 ใช้ในการตรวจหาปริมาณ Lactate Dehydrogenase
10.47.2 ใช้หลักการ forward reaction (Lactate to Pyruvate – IFCC) ในการ
ตรวจวิเคราะห์
10.47.3 สามารถตรวจวัดค่า ได้ตั้งแต่ 30 – 4,300 U/L
-13-
เงื่อนไขเฉพาะ
- ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในการตรวจสภาพและบำรุงรักษาเครื่องตามมาตรฐาน ให้เครื่อง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดทำตารางเวลาบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา ได้แก่ ค่า บำรุงรักษา การเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศทางห้องปฏิบัติการ การเชื่อมต่อระบบสาธารณูปโภคของ หน่วยงาน เช่น ระบบน้ำดี - น้ำเสีย ระบบไฟฟ้า ระบบ LAN เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ พร้อมเครื่องสำรอง ไฟฟ้า (UPS)
- มีช่างผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาทั้งเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ อุปกรณ์ที่ เกี่ยวข้อง และระบบสารสนเทศ รวมถึงการมาซ่อมแซมได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ตามความเร่งด่วนและการ ร้องขอจากห้องปฏิบัติการ ภายในระยะเวลา 0.5 ชั่วโมงในเวลาราชการ และภายใน 2 ชั่วโมงนอกเวลาราชการ และมีบริการ call center (ถ้ามี) ซึ่งสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทางงานเทคนิคการแพทย์ หน่วย ปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการติดต่อ
- เจ้าหน้าที่หรือช่างผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ ต้องได้รับการฝึกอบรมและมี เอกสารยืนยัน (Certified Training) ในเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง และมีประสบการณ์ในการดูแลรักษาเครื่องในผู้ยื่น ข้อเสนอมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี
- เมื่อใช้งานและพบปัญหาทางเทคนิคหรือปัญหาด้านการบริการของผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่สามารถแก้ไข จนเป็นที่พอใจกับผู้ใช้งาน คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะออกจดหมายเตือน หลังจากนั้น 7 วันหากยังไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องเสียค่าปรับให้กับงานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์ สุขภาพ วันละ 50,000 บาท
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีระบบสำรอง (Backup) หรือทดแทนได้ในกรณีที่มีปัญหาในการตรวจวิเคราะห์ เพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถบริการผู้รับบริการได้อย่างต่อเนื่อง หากต้องมีการส่งตรวจห้องปฏิบัติการอื่นเพื่อ ตรวจต่อ (Referral Lab) ทางผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจต่อทั้งหมด
- ผู้ยื่นข้อเสนอมีการอบรมเพิ่มพูนความรู้และประเมินความสามารถเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องตรวจ วิเคราะห์ แก่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทุกระดับ อย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ตั้งวางเครื่องวิเคราะห์ และตามช่วง ระยะเวลาที่กำหนด โดยทางงานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ ไม่เสีย ค่าใช้จ่าย
- ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการประเมินประสิทธิภาพเครื่องหรือน้ำยาตรวจ วิเคราะห์ก่อนการใช้งานกับผู้รับบริการหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ (method verification) รวมทั้ง precision, accuracy หรือ method comparison, linearity และ reference range verification กา ร วิเคราะห์ผล จัดหาโปรแกรมทางสถิติที่ใช้ในการประเมินผลของการทำ method verification และการจัดทำ เอกสารสรุปผล
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องทำการประเมินประสิทธิภาพเครื่องหรือน้ำยาตรวจวิเคราะห์ให้แล้วเสร็จก่อน นำไปใช้กับผู้รับบริการ
-14-
9. ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำ interinstrument comparison อย่าง น้อย 2 ครั้งต่อปี
10. ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดหาและทำการทดสอบ linearity อย่าง น้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
11. ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดหา calibrator, quality control material, น้ำยา accessory
12. หากผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่สามารถดำเนินการ หรือเมื่อใช้งานแล้ว คุณสมบัติไม่เป็นไปตามร่างขอบเขต ที่กำหนด หรือตามที่นำเสนอ หรือพบปัญหาทางด้านเทคนิคหรือการบริการที่ไม่สามารถแก้ไขได้ภายใน 60 วัน คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถพิจารณายกเลิกสัญญาได้ และในระหว่างการยกเลิก สัญญา ทางผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ยังคง ดำเนินการบริการผู้รับบริการได้ จนกว่างานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ สามารถดำเนินการตรวจด้วยวิธีการใหม่ได้
13. กรณีที่หมดสัญญา หากยังมีน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์หลงเหลืออยู่ ทางผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องยินยอมตั้งเครื่องวิเคราะห์จนกว่างานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพจะใช้ น้ำยาหมด หรืองานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ เห็นชอบให้นำเครื่อง วิเคราะห์กลับได้
14. มีระบบบริหารจัดการคุณภาพทั้งกรณีใช้ IQC ของบริษัทผู้ผลิตหรือใช้ third party IQC โดย สามารถเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการ (Inter Lab Comparison)
15. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งน้ำยาควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ไม่เกิน 2 lot ต่อปี ไม่เกิน 3 lot ต่อปี สำหรับน้ำยาตรวจวิเคราะห์ทางเคมีคลินิก และ ไม่เกิน 4 lot ต่อปี สำหรับน้ำยาตรวจวิเคราะห์ทาง ภูมิคุ้มกัน
16. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องติดตั้งระบบในการทำงานทั้งหมดของเครื่องมืออัตโนมัติ รวมถึงการปรับปรุง สถานที่เพื่อรองรับระบบและอุปกรณ์เครื่องมือรวมทั้งระบบสนับสนุน เช่น ระบบไฟฟ้าสำรอง (UPS) ระบบท่อ น้ำและน้ำกรอง
17. ผู้ยื่นข้อเสนอจัดการดูแลระบบหลังติดตั้ง การตรวจวิเคราะห์, เครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ และ โปรแกรมเชื่อมต่อ รวมทั้งระบบน้ำและระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง 18. กรณีเครื่องอัตโนมัติชำรุดเสียหาย และมีการซ่อมบำรุง ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทั้งหมด
19. ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องจัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเครื่องตรวจวิเคราะห์ ระบบสารสนเทศ ฝ่าย ขายและช่างซ่อมบำรุง เข้าร่วมประชุมปรึกษาและแก้ไขปัญหา QC Management อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน หรือตามที่ทางห้องปฏิบัติการร้องขอ
20. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องสนับสนุนน้ำยาและอุปกรณ์ในการทำ control ในแต่ละวัน precision และ validation ในทุกการทดสอบโดยไม่คิดมูลค่า
-15-
21. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดน้ำยาที่มีจำนวนตามที่งานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ร้องขอตามจำนวนที่ต้องการใช้จริงอย่างเหมาะสม โดยไม่ทำให้น้ำยาหมดอายุก่อนที่ใช้ งานจริงตามสถิติการตรวจทางห้องปฏิบัติการของงานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์ สุขภาพ
22. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องช่วยดำเนินการเพิ่มการทดสอบใหม่ในระบบ LIS เพื่อให้สามารถเปิดบริการได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
5. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา คุณลักษณะเฉพาะ และเงื่อนไขเฉพาะ
6. ก้าหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
กำหนดส่งมอบ 60 วัน
7. งวดงานและการจ่ายเงิน
คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะชำระเงินเมื่อผู้ขายส่งมอบพัสดุครบถ้วน
และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้โดยครบถ้วนแล้ว
8. การก้าหนดระยะเวลารับประกันความช้ารุดบกพร่อง
รับประกันความชำรุดบกพร่อง ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
9. อัตราค่าปรับ
คิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20
10. วงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร
จำนวนเงิน 5,999,955.00 บาท (ห้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยห้าสิบห้าบาทถ้วน)
11. สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม
งานเทคนิคการแพทย์ หน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ
คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาคารจุฬาพัฒน์ 14 ชั้น 15 โทรศัพท์ 022181102, 022181097
Email: [email protected]
-16-
รายการชุดน ้ายาตรวจทางเคมีคลินิกและภูมิคุ้มกันวิทยาที่ต้องการจัดซื อแนบท้าย
ล้าดับ
รายการทดสอบ
ราคา (กล่อง)
จ้านวน (กล่อง)
ราคารวม
1
SGPT (ALT)
2,832.00
10
28,320.00
2
Alkaline Phosphatase
8,000.00
4
32,000.00
3
SGOT (AST)
2,832.00
10
28,320.00
4
Calcium
10,080.00
8
80,640.00
5
Creatinine
13,160.00
1
13,160.00
6
Glucose
13,640.00
6
81,840.00
7
HDL-Cholesterol
27,188.00
8
217,504.00
8
Direct-LDL
13,920.00
8
111,360.00
9
Triglyceride
4,900.00
10
49,000.00
10
Cholesterol
10,296.00
5
51,480.00
11
Uric Acid
2,700.00
10
27,000.00
12
Hemoglobin A1c
86,567.00
3
259,701.00
13
GGT
4,800.00
5
24,000.00
14
CK
14,592.00
5
72,960.00
15
Microalbumin
36,820.00
3
110,460.00
16
Anti-HBs
10,080.00
10
100,800.00
17
HBsAg
9,400.00
10
94,000.00
18
Anti-HBc
24,000.00
8
192,000.00
19
Free T3
12,620.00
8
100,960.00
20
Free T4
12,620.00
8
100,960.00
21
TSH
11,360.00
8
90,880.00
22
AFP
17,420.00
8
139,360.00
23
CEA
17,400.00
8
139,200.00
24
Total PSA
18,500.00
8
148,000.00
-17-
ล้าดับ
รายการทดสอบ
ราคา (กล่อง)
จ้านวน (กล่อง)
ราคารวม
25
CA19-9
25,200.00
8
201,600.00
26
CA125
25,210.00
6
151,260.00
27
CA15-3
25,210.00
6
151,260.00
28
Vitamin B12
25,200.00
5
126,000.00
29
DHEA-S
40,000.00
5
200,000.00
30
Insulin
38,000.00
5
190,000.00
31
Estradiol
40,000.00
5
200,000.00
32
Testosterone
33,000.00
6
198,000.00
33
25-OH Vitamin D
90,000.00
5
450,000.00
34
High Sense Troponin I
26,000.00
5
130,000.00
35
Homocysteine
66,000.00
4
264,000.00
36
Urea Nitrogen
12,000.00
8
96,000.00
37
hs CRP
322,000.00
2
644,000.00
38
Total Bilirubin
11,825.00
2
23,650.00
39
Direct Bilirubin
6,192.00
5
30,960.00
40
Electrolytes
400,000.00
1
400,000.00
41
Cortisol
16,000.00
2
32,000.00
42
Albumin (BCG)
6,264.00
5
31,320.00
43
Magnesium
7,200.00
2
14,400.00
44
LH
16,000.00
2
32,000.00
45
Total T3
8,000.00
2
16,000.00
46
Apolipoprotein
57,000.00
2
114,000.00
47
Lactate Dehydrogenase (LD)
4,800.00
2
9,600.00
ราคารวม
5,999,955.00