ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงอาคาร 11 ต.ย่านมัทรี (ติดกระจก+ทำกันสาด+ติดตระแกรงกันนก+ซักล้างของแม่บ้าน) จำนวน 1 งาน
โครงการปรับปรุงอาคาร 11 ต.ย่านมัทรี จ.นครสวรรค์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เป็นงานปรับปรุงอาคารที่เน้นงานสถาปัตยกรรมและงานระบบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ งานติดตั้งกระจก, งานทำกันสาด, งานติดตั้งตะแกรงกันนก และงานซักล้างของแม่บ้าน โดยมีขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การรื้อถอนอาคารเดิม การจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร และแรงงานที่มีความชำนาญ เพื่อให้ได้ผลงานที่มีมาตรฐาน มั่นคงแข็งแรง และประณีตตามหลักวิชาการช่าง
ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนงานก่อสร้างอย่างละเอียด (Master Schedule, S-Curve, Shop Drawing) และต้องมีบุคลากรประจำสนาม ได้แก่ วิศวกรโครงการ, วิศวกรงานระบบ, สถาปนิก และช่างเขียนแบบ ซึ่งแต่ละตำแหน่งต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี นอกจากนี้ยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานอย่างเคร่งครัด รวมถึงการจัดทำประกันภัยโครงการ (Contractor’s All Risks) และการส่งมอบคู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษาหลังงานเสร็จสิ้น
การดำเนินงานต้องเป็นไปตามแบบรูปและรายการประกอบแบบอย่างเคร่งครัด หากเกิดความขัดแย้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัย ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าทั้งรายวันและรายเดือน พร้อมภาพถ่ายประกอบการเบิกจ่ายงวดงาน โดยต้องมีการทดสอบวัสดุจากสถาบันที่ได้รับมาตรฐานก่อนนำมาติดตั้ง งานทั้งหมดต้องแล้วเสร็จและทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อส่งมอบอาคารที่พร้อมใช้งานและมีคุณภาพตามมาตรฐานที่มหาวิทยาลัยฯ กำหนด
English summary
The project involves the renovation of Building 11 in Yan Matri Subdistrict, Nakhon Sawan Province, for Nakhon Sawan Rajabhat University. The scope of work includes architectural, structural, and electrical system improvements, specifically focusing on glass installation, awning construction, bird-proof netting installation, and the construction of a housekeeping wash area. The contractor is responsible for providing all materials, labor, and machinery, ensuring high-quality workmanship and compliance with professional standards. Key requirements include the submission of detailed project schedules, shop drawings, and as-built drawings. The project team must include an experienced project engineer, systems engineer, and architect, each with at least 5 years of experience. The contractor must also adhere to strict safety regulations, provide comprehensive insurance (Contractor’s All Risks), and ensure all materials are tested by accredited institutions before installation.
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน คุณภาพดี และมีสภาพพร้อมใช้งานทันทีเมื่อแล้วเสร็จ
- เพื่อให้ผลงานมีความมั่นคงถาวร มีความประณีต และถูกต้องตามหลักวิชาการช่าง
- เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ขอบเขตของงาน
- งานรื้อถอนอาคารเดิมตามความจำเป็น
- งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา และงานระบบไฟฟ้า
- งานเฉพาะทาง: ติดตั้งกระจก, ทำกันสาด, ติดตั้งตะแกรงกันนก, และงานซักล้างของแม่บ้าน
- การจัดทำแผนงาน (Master Schedule, Shop Drawing, As Built Drawing)
- การจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร และแรงงาน
- การควบคุมงานโดยวิศวกรและสถาปนิกตามกฎหมายควบคุมวิชาชีพ
- การทดสอบวัสดุและอุปกรณ์ตามมาตรฐานที่กำหนด
- การทำความสะอาดและส่งมอบพื้นที่
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งานก่อสร้างปรับปรุงอาคาร 11 ที่สมบูรณ์ตามแบบและรายการ
- รายงานความก้าวหน้าประจำวันและประจำเดือน (พร้อมรูปถ่าย)
- Shop Drawings และ As Built Drawings
- คู่มือการดูแลรักษาและข้อแนะนำการใช้งานจากผู้ผลิต
- หนังสือรับประกันคุณภาพวัสดุและอุปกรณ์
- วัสดุและอุปกรณ์สำรองสำหรับการบำรุงรักษาตามที่กำหนด
- แผนงานก่อสร้าง (Master Schedule, S-Curve, ฯลฯ)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาการดำเนินงานตามที่ระบุในสัญญาหลัก (โปรดตรวจสอบในเอกสารสัญญา)
- การส่งมอบงาน: ภายใน 15 วันนับจากวันที่ผู้จ้างรับมอบงาน (สำหรับการทำความสะอาดและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจก่อสร้างที่ถูกต้อง
- Standards Compliance: วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
- Experience: ต้องมีประสบการณ์ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงานก่อสร้าง
- Personnel:
- วิศวกรโครงการ (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- วิศวกรงานระบบ (ไฟฟ้าหรือเครื่องกล) (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- สถาปนิก (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- ช่างเขียนแบบ (ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี)
- ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ก.ว./ก.ส.) ประเภทภาคีขึ้นไป
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตามความถูกต้องของแบบรูป รายการประกอบแบบ และข้อกำหนดในสัญญา
- การพิจารณาอนุมัติวัสดุและวิธีการทำงานโดยคณะกรรมการตรวจการจ้าง
- การปฏิบัติตามแผนงานและมาตรฐานวิชาชีพช่าง
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานผนัง: อิฐมอญ, คอนกรีตบล็อก (มอก. 58-2533), คอนกรีตมวลเบา (มอก. 1505-2541)
- งานอลูมิเนียม: Alloy 6063 T5, ความหนาตามที่ระบุ (1.5 - 2.0 มม. ขึ้นอยู่กับประเภทงาน)
- งานกระจก: กระจกโฟลต (มอก. 880-2547), กระจกนิรภัย (มอก. 965-2537)
- งานทาสี: สี Acrylic (มอก. หรือมาตรฐานผู้ผลิตที่ได้รับการอนุมัติ)
- ตาข่ายกันนก: วัสดุ PP (Polypropylene) ผสมสารป้องกัน UV
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ตามงวดงานที่ระบุในสัญญาหลัก
- การปรับเปลี่ยนงาน: ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
- การรับประกัน: รับประกันคุณภาพวัสดุและฝีมือปฏิบัติงาน 2 ปี
- การระงับงาน: คณะกรรมการฯ มีสิทธิ์สั่งหยุดงานหากไม่เป็นไปตามแบบหรือมาตรฐาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรวิชาชีพอย่างไร? ตอบ: ต้องจัดหาวิศวกรและสถาปนิกที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี พร้อมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- ถาม: หากแบบแปลนและรายการประกอบแบบขัดแย้งกันต้องทำอย่างไร? ตอบ: ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัยโดยถือเอาสิ่งที่ดีกว่าเป็นสำคัญ
- ถาม: การทดสอบวัสดุต้องทำที่ไหน? ตอบ: ต้องทดสอบโดยสถาบันมาตรฐานที่ยอมรับ เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบ
- ถาม: สามารถปลูกสร้างที่พักคนงานในพื้นที่ได้หรือไม่? ตอบ: ไม่อนุญาต ยกเว้นที่เก็บวัสดุและที่ทำงานช่างเท่านั้น
- ถาม: งานอลูมิเนียมต้องใช้ความหนาเท่าใด? ตอบ: ขึ้นอยู่กับประเภทงาน เช่น บานเลื่อนไม่น้อยกว่า 1.75 มม. และบานสวิงไม่น้อยกว่า 2.0 มม.
- ถาม: การส่งมอบงานต้องทำความสะอาดอย่างไร? ตอบ: ต้องขนย้ายเศษวัสดุและทำความสะอาดพื้นที่ให้พร้อมใช้งานภายใน 15 วันหลังส่งมอบ
- ถาม: หากงานล่าช้ากว่าแผนต้องทำอย่างไร? ตอบ: ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนเร่งรัดงานและอาจถูกสั่งให้ทำงานล่วงเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- ถาม: วัสดุที่นำมาใช้ต้องเป็นของใหม่หรือไม่? ตอบ: ต้องเป็นวัสดุใหม่และมีคุณภาพดีตามมาตรฐานที่ระบุ
- ถาม: การติดตั้งกระจกต้องใช้อุปกรณ์ยึดชนิดใด? ตอบ: ต้องใช้ยาง EPDM หรือ Neoprene และซิลิโคนชนิดป้องกันคราบสกปรก
- ถาม: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุ? ตอบ: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดทั่วไป
โครงการปรับปรุงอาคาร 11 ต.ย่านมัทรี (ติดกระจก+ทํากันสาด+
- ติตตะแกรงกันนก+ซักล้างของแม่บ้าน)
ตําบลย่านมัทรี อําเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ในการปฏิบัติงานการก่อสร้าง หากข้อความของข้อกําหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือปฏิบัติ ตามสัญญาการก่อสร้างหลักเป็นสําคัญ
- วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์หลักของการก่อสร้างเพื่อให้ได้ผลงานการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพดี มีสภาพ พร้อมที่จะใช้งานได้ ทันทีเป็นอย่างดี เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ มีความมั่นคงถาวร มีฝีมือการทํางานที่ ประณีต ละเอียด ถูกต้องตามหลัก วิชาการช่างที่ดีทุกประการ และมีความถูกต้องตามมาตรฐาน และ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด - ขอบเขตของงาน
2.1 สถานที่ตั้งของการก่อสร้าง
ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์โดยผู้รับจ้างต้องเตรียมพื้นที่สําหรับก่อสร้างอาคารใหม่ และ จะต้องทําการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานโครงสร้าง สําหรับงานระบบ และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องของโครงการงานก่อสร้าง
2.2 งานที่จะต้องทํา
ผู้รับเหมาก่อสร้าง จะต้องจัดหาวัสดุก่อสร้าง แรงงาน ตลอดจนอุปกรณ์ เครื่องจักรกลที่จําเป็นต้อง ใช้ในการก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ ในอาคารตามแบบและรายการ ประกอบแบบเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีในทุกๆ กรณี หากพบว่าแรงงานและ อุปกรณ์ก่อสร้างที่ผู้รับจ้างจัดหามาไม่เหมาะสมกับสภาพงานคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิจะสั่ง เปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อให้การดําเนินงานได้ผลตามความมุ่งหมายของสัญญาและแบบก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าที่จะก่อสร้างประกอบด้วยงานก่อสร้างงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้าและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง - การดําเนินงานโดยทั่วไป
3.1 อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ของผู้รับจ้าง
3.1.1 ผู้ควบคุมงาน มีหน้าที่ควบคุมและตรวจงาน ทําการทดสอบและวิเคราะห์ผลการทํางาน
- ผู้ควบคุมงานมีอํานาจออกคําสั่ง คําแนะนํา หรืออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร โดยถือว่าเป็น ข้อผูกมัดผู้รับจ้าง เหมือนคําสั่งสถาปนิก/วิศวกรเอง
- ผู้ควบคุมงานไม่มีอํานาจที่จะยกเว้นความรับผิดชอบใดๆ ของผู้รับจ้างตามสัญญาและไม่มี
อํานาจเกี่ยวกับการเพิ่มราคาค่าก่อสร้างหรือทํางานเปลี่ยนรูปไป
A
- 2 -
- การที่ผู้ควบคุมงานไม่คัดค้านการทํางานใดๆ ที่ผู้รับจ้างกระทําไปโดยพลการ ไม่อาจลบล้าง อํานาจของผู้ว่าจ้าง หรือสถาปนิก วิศวกร ที่จะไม่เห็นชอบกับงานหรือสิ่งของนั้นๆ
3.1.2 สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง - สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจที่จะออกคําสั่งเพิ่มเติมได้อีก ในระหว่างงานกําลังดําเนินอยู่ในเมื่อสถาปนิก วิศวกรเห็นสมควร เช่น วิธีการใช้วัสดุที่ถูกต้องหรือการดําเนินการส่วนใดควรจะทําก่อนหรือหลัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายกับ งานส่วนอื่นๆ (ทั้งนี้ ไม่หมายถึงการทําให้ราคาเพิ่มขึ้นหรือต่ําลง) ในขณะก่อสร้างหรือภายหลังได้ ผู้รับจ้าง จะต้องทําตามและยอมรับคําสั่งนั้นๆในขณะก่อสร้าง
- สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจที่จะสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้รื้อถอนวัสดุสิ่งของใดๆก็ตามที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในแบบรูป
และสัญญาออกจากบริเวณงานเปลี่ยนวัสดุสิ่งของที่ถูกต้องมาแทน รื้อถอนงานใดๆที่ฝีมือการทํางานหรือ วัสดุสิ่งของที่ใช้ไม่เป็นไปตามตาม รายการแบบรูปและสัญญาแล้วให้สร้างใหม่ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามคําสั่งดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะว่าจ้างผู้อื่น มาปฏิบัติตามคําสั่งนั้นตามคําแนะนําของสถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดและ
ยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินที่จะจ่ายให้กับผู้รับจ้างมาชดเชยการนี้ - สถาปนิก/วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี สิทธิจะเข้าไปในบริเวณงาน หน่วยงาน/โรงงาน และทุกๆแห่งที่มีการเตรียมงาน หรือแหล่งผลิตเก็บรักษา วัสดุสิ่งของที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง ผู้รับจ้างมีหน้าที่คอยให้ความสะดวกในการนําเข้าไปในสถานที่ต่างๆ
เหล่านั้น - สถาปนิก วิศวกร กรรมการตรวจการจ้าง หรือผู้ใดที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าจ้าง มี อํานาจในการเปลี่ยนแปลงแบบรูป และรายละเอียดประกอบแบบ ตามความเห็นชอบของผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะให้อาคารมั่นคงแข็งแรงหรือทําให้ประโยชน์ในการใช้สอยดีขึ้น โดยไม่ทําให้ราคาก่อสร้างเพิ่มขึ้น
หรือลดลงและผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
3.1.3 ผู้รับจ้าง - หากผู้รับจ้างไม่เข้าใจในแบบหรือรายการก่อสร้าง หรือจะเป็นวัสดุที่ใช้ หรือวิธีการทําก็ ตามผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงาน และสถาปนิก วิศวกร จะเป็นผู้ชี้แจงข้อสงสัยนั้นๆเป็นลายลักษณ์ อักษร หรือให้รายละเอียดเป็นแบบเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้รับจ้างตัดสินใจทําอย่างใดอย่างหนึ่งเอง ผลเสียที่ เกิดขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดวางผังการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปตลอดจนการ แก้ไขที่ตั้งระดับ ขนาด และแนวต่างๆของงาน จัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และแรงงานให้เพียงพอ หากมีการ วางผังผิดพลาดจะต้องแก้ไขใหม่ให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องบํารุงรักษาหลักฐานแนวหมุดต่างๆที่ใช้ใน การวางผังให้คงสภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ
- ให้ถือว่าผู้รับจ้างเป็นผู้มีความชํานาญการก่อสร้างและฝีมือดี โดยสถาปนิก วิศวกรของผู้ รับจ้างเอง คอยควบคุมอยู่อย่างใกล้ชิด ฉะนั้น ความผิดพลาดต่างๆที่สถาปนิก/วิศวกร หรือผู้ควบคุมงาน ตรวจพบ อาจจะช้าหรือเร็วก็ตาม มิได้หมายความว่าสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานบกพร่องในหน้าที่ และหากมีการผิดพลาดเกิดขึ้น เนื่องจากกรณีใดๆก็ตาม เวลาที่ต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ผู้รับจ้างจะ
นํามาเป็นข้ออ้างให้ร่วมรับผิดชอบไม่ได้เป็นอันขาด
- 3-
- ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดส่งตัวอย่างเพื่ออนุมัติและสั่งซื้อในเวลาอันเหมาะสม 5) ผู้รับจ้างจะเก็บรักษาวัสดุ เครื่องมืออย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ในกรณีที่การเก็บ บกพร่องสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานจะแนะนําให้ผู้รับจ้างปฏิบัติ จัดหา หรือระวังรักษาให้ดีขึ้น เป็น หน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม
- ในงานบางส่วนที่จําเป็นจะต้องทํา จัดทําเป็นตัวอย่างในหน่วยงานเพื่อแสดงถึงคุณภาพ และฝีมือเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาตัวอย่างที่ได้รับอนุมัติและดําเนินการ
ะ
ตามนน - ผู้รับจ้างจะต้องระวังไม่ให้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาดในเรื่องก่อความรําคาญ หรือเดือดร้อนต่อ ทรัพย์สิน หรือบุคคลในบริเวณ หรือนอกบริเวณก่อสร้าง
- ในระหว่างการทํางานตามสัญญา เมื่อใดก็ตามที่สถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานเห็นว่า จะต้องเร่งงาน ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งและคําแนะนําของสถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานที่จะ ให้หยุดงานในที่แห่งหนึ่ง แล้วย้ายคนงานไปยังอีกที่แห่งหนึ่งเพื่อความเหมาะสม ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติ ตามที่สถาปนิก วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานสั่งการ
- เพื่อให้การดําเนินงานก่อสร้างบรรลุเป้าหมายโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้าง และคําสั่งของผู้ควบคุม งาน โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อเรียกร้องอื่นใด
3.2 แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ
การก่อสร้างจะต้องทําตามแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เอกสารการเซ็นสัญญาโดยเคร่งครัด ข้อความใดที่ปรากฏในรายการประกอบแบบแต่ไม่มีแสดงในแบบหรือมี แสดงในแบบแต่ไม่ปรากฏในรายการประกอบแบบ ให้ถือเสมือนว่าข้อความนั้นมีปรากฏอยู่ในรายการ
ก่อสร้างและในแบบแล้วในกรณีที่มีการขัดแย้งกันระหว่างแบบกับรายการก่อสร้าง จะต้องให้คณะกรรมการ
ตรวจการจ้าง เป็นผู้วินิจฉัยและตัดสินโดยยุติที่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไปและหากข้อความของข้อกําหนดในเล่มนี้
ขัดแย้งกับสัญญาหลักให้ถือปฏิบัติตามสัญญาหลักเป็นสําคัญ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์จะสงวน สิทธิ์ที่จะเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลง วัสดุก่อสร้างในระหว่างการก่อสร้างได้ โดยแสดงราคา และระยะเวลา การทํางานจริงเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และให้ถือว่างานเพิ่มลดหรือเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ดังกล่าวเป็นส่วน
หนึ่งของสัญญานี้
KRIJ
- 4 -
3.3 ลําาดับการนําเนินงาน
3.3.1 ผู้รับจ้าง ต้องเตรียมพื้นที่ก่อสร้างโดยการรื้อถอนอาคารเดิมออกตามความจําเป็น ก่อน เริ่มทํางานต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนทุกครั้งไป อุปกรณ์ต่างๆ ที่รื้อถอนออ หากนําไปใช้ใหม่ได้ต้องนําไปเก็บไว้ ณ สถานที่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนด
3.3.2 ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรประจําที่สนามอย่างน้อย นอกเหนือจากคนงานก่อสร้าง คือ
มาด้วย
วิศวกรโครงการ ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
วิศวกรงานระบบ (ไฟฟ้าหรือเครื่องกล) ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี สถาปนิก ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี - ช่างเขียนแบบเพื่อเตรียมแบบก่อสร้างทุกประเภทและรวมรวมแบบ
ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
3.3.3 ผู้รับจ้าง ต้องวางแผนงานการก่อสร้างอย่างละเอียดโดยเริ่มตั้งแต่การทํา - Site Layout
- Master Schedule
- Human Resource Schedule
- Machine Schedule
Shop Drawing Schedule - S-Curve
- Monthly Schedule
Weekly Schedule - ถ้ามีการล่าช้าให้เสนอวิธีเร่งรัดให้ทันตามแผนงาน และเสนอวิธีทํางานให้มีประสิทธิภาพ
3.3.4 ผู้รับจ้าง ต้องเสนอแผนงานอื่นๆ อีก เช่น แผนงานหลัก (Master Schedule) แผนงาน เรื่องแรงงานงานเครื่องจักร, แผนงานกําลังคน, แผนงานส่งวัสดุเข้าหน้างาน แผนงานการเสนอ Shop Drawing และ Construction Drawing เป็นต้น เพื่อให้การก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องส่ง รายชื่อวิศวกร และสถาปนิก ที่ควบคุมงานดังกล่าวตามกฎหมายควบคุมวิชาชีพวิศวกรรม โดยเซ็นใบ ควบคุมงาน และใบอนุญาตวิชาชีพควบคุม ส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนเริ่มทํางาน เพื่อใช้เป็น
ใบรับรองการควบคุมงานตามกฎหมาย
3.3.5 การขออนุมัติวัสดุก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างที่ระบุให้ ทดสอบตามแบบรายการก่อสร้างตลอดจนค่าใช้จ่ายในการทดสอบทุกอย่าง โดยการทดสอบวัสดุอุปกรณ์ จะต้องทําโดยสถาบันที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้างด้วย
3.3.6 คณะกรรมการตรวจการจ้างสงวนสิทธิ์ในการสั่งหยุดงาน ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ทํางาน ดําเนินตามแบบและรายการประกอบแบบทั้งนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างจะไม่สามารถอุทธรณ์ร้องขอเวลาและ
ค่าเสียหายใดๆ
منك
SN - 5-
3.3.7 การจัดทํารายงาน
- รายงานประจําวัน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานประจําวันตามแบบฟอร์มเอกสาร ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้าง รายงานประจําวันนี้จะต้องประกอบด้วย ดังนี้
- จํานวนพนักงาน คนงานทุกประเภทของผู้รับจ้างในหน่วยงานก่อสร้าง - วัสดุที่มีอยู่ในบริเวณก่อสร้าง วัสดุที่ส่งเข้ามาและวัสดุที่ได้ใช้ไป - อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่อยู่ในบริเวณก่อสร้าง
- ความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง
- อุปสรรคและความล่าช้าของงานก่อสร้าง
คําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างและการเปลี่ยนแปลงในงานก่อสร้างที่คณะกรรมการตรวจ
การจ้างสั่งให้ทํา
ก่อสร้าง
แบบก่อสร้างและแบบแก้ไขที่ได้รับจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง - เหตุการณ์พิเศษต่างๆ รวมทั้งการเกิดอุบัติเหตุขึ้นในบริเวณก่อสร้างและผู้มาเยี่ยมหน่วยงาน
- รายงานประจําเดือน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา และส่งรายงานประจําเดือนให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง 1 ชุด
ภายใน 7 วันแรกของเดือนถัดไปตามแบบฟอร์มของเอกสารซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสรุปจากรายงานประจําวันความก้าวหน้าของงานในช่วงเดือนที่ผ่านมา
และ
เปรียบเทียบความก้าวหน้าของงานกับแผนงานก่อสร้างทั้งหมด รวมทั้งรูปถ่ายแสดงความก้าวหน้าของงาน ในแต่ละเดือนอย่างน้อย 10 รูป
3.3.8 การประชุมในระหว่างการก่อสร้างอาคาร - ผู้รับจ้าง ต้องเข้าร่วมประชุมที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจัดให้มีขึ้นเป็นประจําในระหว่าง การก่อสร้าง และผู้รับจ้างต้องให้ผู้จัดการงานก่อสร้าง / วิศวกร หรือผู้รับผิดชอบในงานก่อสร้างของตนเข้า ร่วมประชุมด้วย การประชุมดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นประธานในที่ประชุม และผู้รับจ้าง ต้องผูกพันตนกับข้อตกลงที่มีขึ้นในระหว่างการประชุมนั้นตามที่มีบันทึกการประชุม ซึ่งจะเสนอให้ผู้รับจ้าง
รับรองในการประชุมครั้งต่อไป - ในกรณีทั่วไปให้ถือว่า จะต้องมีการประชุมในระหว่างการก่อสร้างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเรียกประชุมนอกจากนี้ตามสถานการณ์ และความจําเป็นได้
- ผู้รับจ้างอาจขอให้คณะกรรมการตรวจการจ้างแก้ไขบันทึกการประชุมที่กล่าวข้างต้นได้
ให้มีการบันทึกข้อโต้แย้งดังกล่าวไว้ในบันทึกการประชุมครั้งถัดไป
และ
3.3.9 ผู้รับจ้าง จะต้องทําแผนการดําเนินการก่อสร้างรวม และแผนย่อยเพื่อให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างตรวจสอบ หากมีการปรับปรุงแผนการดําเนินงานใหม่ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือในการปรับ แผนการก่อสร้างใหม่ด้วย
3.3.10 ผู้รับจ้างต้องทํา As Built Drawing ให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้าง เมื่อเสร็จงานในแต่ ละงานนั้นๆ และผู้รับจ้างจะต้องทํา Shop Drawing ส่งมอบต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกครั้งที่แบบ ก่อสร้างไม่ระบุวิธีการ ผู้รับจ้างจะไม่ทํางานที่ไม่มีแบบหรือแบบระบุรายละเอียดไม่เพียงพอ
کمه کسی
- 6-
3.3.11 มติที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจการจ้างในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ถือว่าสิ้นสุด 3.3.12 ถ้าผู้รับจ้างสงสัยในรายละเอียด หรือข้อกําหนดของสัญญานี้หรือถ้าปรากฏว่าแบบหรือ
รายการกรรมการตรวจการจ้างจะเสนอวินิจฉัยการก่อสร้างให้เจ้าของโครงการตัดสินใจและสิ่งใดที่ไม่ได้ระบุ ไว้ในแบบก่อสร้างแต่จําเป็นต้องทําเพื่อให้ได้ผลงานที่ถูกต้องบริบูรณ์และวิธีปฏิบัติการช่างที่ดีคณะกรรมการ
ตรวจการจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทําการนั้นๆ โดยผู้รับจ้างไม่เรียกร้องค่าจ้างและค่าวัสดุก่อสร้างเพิ่มเติม
แต่อย่างใด
3.3.13 ถ้าคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเพิ่ม หรือ ลด จากแบบตาม สัญญาก่อสร้างคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มหรือลดลงกับเวลา เพิ่ม หรือ ลด การ ทํางานแล้วแต่กรณี ตามที่จะตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนั้นและให้ถือว่าการตกลงดังกล่าวเป็น ส่วนหนึ่งแห่งสัญญานี้
3.3.14 เมื่องานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือและเครื่องใช้ และอุปกรณ์ก่อสร้างของผู้รับจ้าง และทําความสะอาดเก็บกวาดกลบเกลี่ยพื้นที่ที่ทําการก่อสร้าง และรื้อ ถอนอาคารชั่วคราวออกจากบริเวณงานให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้จ้างให้รับมอบงานแล้ว 3.3.15 ผู้รับจ้าง ต้องทําการประกันความเสียหายทุกประเภท (Contractor’s all Risks) ที่ เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง
3.4 การเตรียมอุปกรณ์, วัสดุก่อสร้างและแรงงาน
3.4.1 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาอุปกรณ์ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีที่ใช้ในการทํางานเป็นไป ตามแบบและรายการประกอบแบบที่จะใช้ในงานนี้ นอกจากวัสดุอุปกรณ์ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ จัดหาให้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งวัสดุที่จัดหาให้นี้จะนําออกไปบริเวณที่ก่อสร้างไม่ได้นอกจากจะมีการ
อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
3.4.2 วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างจะต้องมีคุณสมบัติดีและใหม่ซึ่งจะต้อง ได้รับอนุมัติให้ใช้ในการก่อสร้างจึงจะนําไปใช้ในการก่อสร้างได้
3.5 ข้อกําหนดของผู้รับจ้างในการก่อสร้าง
งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานโยธา งานระบบไฟฟ้า-สื่อสารและระบบปรับอากาศ งานระบบสุขาภิบาลและป้องกันอัคคีภัย และงานโครงสร้างสําหรับงานระบบ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานซึ่งต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
3.5.1 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องป้องกัน และเครื่องอํานวยความสะดวก ทั้งหลายไว้ในที่ก่อสร้าง เพื่อการทํางานและลดการเสี่ยงภัยน้อยลง
3.5.2 ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีสภาพการทํางานที่ดีไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และชีวิตของ คนงานรวมทั้งต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ แก่พนักงาน คนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ก่อสร้างรวมทั้งผู้มาเยี่ยมดูงานก่อสร้างด้วย ทั้งนี้จากการจัดสภาพการทํางานต้องให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.5.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทําเครื่องหมายต่างๆ ให้เห็นได้ชัดเจนติดตั้งในสถานที่จะเป็นอันตราย แก่ พนักงานคนงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานก่อสร้างและบุคคลอื่นๆ ที่เข้าไปในบริเวณ
ก่อสร้าง
شرک و کمسك - 7 -
3.5.4 ในการก่อสร้างหรือทํางานใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของบุคคลต่างๆ หรือของทรัพย์สินคณะกรรมการตรวจการจ้าง อาจสั่งให้ผู้รับ จ้างป้องกันเหตุนั้นได้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้หยุดการทํางานนั้น
ได้และจะถือเป็นเหตุขอต่อระยะเวลาการก่อสร้างอีกไม่ได้
3.5.5 การส่งมอบอุปกรณ์และรายการเอกสาร
- คู่มือสําหรับการดูแลรักษา ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมคู่มือและข้อแนะนําของ บริษัทผู้ผลิตสําหรับวัสดุและอุปกรณ์ทุกชนิดที่นํามาติดตั้งในอาคารนี้
- ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดหาวิทยากร ผู้ชํานาญงานของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ นํามาติดตั้งอาคารมาอบรมหรือแนะนําให้บุคลากรของผู้ว่าจ้างรับทราบเกี่ยวกับการดูแลรักษาการใช้งาน
หรือซ่อมบํารุงเบื้องต้นจนกว่าจะมีความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานได้
0
ม
ทงหมด - ผู้รับจ้างจะต้องมอบเครื่องมือและชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีมากับอุปกรณ์ให้ผู้ว่าจ้างเก็บรักษา
- หนังสือรับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตหรือตัวแทน หรือผู้ติดตั้งสําหรับเครื่องจักรและ
อุปกรณ์ทุกชนิด โดยมีกําหนดระยะเวลารับประกันอย่างน้อยเท่ากับระยะเวลาบํารุงรักษาตามสัญญา ก่อสร้าง - ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์งานตกแต่งสถาปัตยกรรม เพื่อสํารองใน การบํารุงรักษาอาคารหลังการรับมอบงานในปริมาณ และตามรายการที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยจัดเตรียมส่ง มอบกับผู้ว่าจ้างพร้อมกับการส่งมอบอาคาร ทั้งนี้ รวมถึงตามข้อกําหนดเฉพาะงานในแต่ละระบบด้วย
ดังต่อไปนี้
3.6 สถาบันตรวจสอบ
ในกรณีที่ต้องทดสอบคุณภาพ วัสดุ-อุปกรณ์ ที่ใช้งานตามสัญญานี้ อนุมัติให้ทดสอบสถาบัน
ก. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ง. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ฉ. กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซ. การไฟฟ้าท้องถิ่นที่กําหนด (สําหรับงานระบบไฟฟ้าฯ)
ณ. สถาบันอื่นๆ ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
…………………..
-8-
เงื่อนไขประกอบสัญญาการก่อสร้าง
โครงการปรับปรุงอาคาร 11 ต.ย่านมัทรี (ติดกระจก+ทํากันสาด+ ติดตะแกรงกันนก+ซักล้างของแม่บ้าน)
ตําบลย่านมัทรี อําเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ในการปฏิบัติงานการก่อสร้าง หากข้อความของข้อกําหนดทั่วไปขัดแย้งกับสัญญาหลัก ให้ถือปฏิบัติ ตามสัญญาการก่อสร้างหลักเป็นสําคัญ
- สถานที่ก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างงานนี้ ณ ที่ดินของ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ - เงื่อนไขในแบบแปลนรายการก่อสร้าง
แก้ไข
2.1 การตรวจสอบแบบแปลน รายการและสภาพของสถานที่ ที่จะทําการก่อสร้างและทําการ
2.1.1 ผู้รับจ้าง จะต้องตรวจสอบแบบแปลนรายการก่อสร้างกับสถานที่จริงให้เข้าใจแจ่มแจ้ง โดยตลอดเพื่อมิให้มีข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง ในกรณีที่ผู้รับจ้างเห็นว่าแบบแปลนรายการก่อสร้างไม่
ชัดเจนขัดแย้งหรือมีข้อสงสัยไม่เข้าใจส่วนหนึ่งส่วนใดเกี่ยวกับแบบแปลน รายการก่อสร้างสถานที่ก่อสร้าง
นั้นๆ ให้ผู้รับจ้างสอบถามโดยตรง หรือแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบล่วงหน้าในระยะเวลาที่ เหมาะสมก่อนการดําเนินงานต่อไป เพื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างจะได้แก้ไขแบบแปลน รายการหรือ ข้อความเพิ่มเติมให้ถูกต้องและทําเป็นลายลักษณ์อักษร และมีลายเซ็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง กํากับในแบบแปลน รายการข้อความแก้ไขทุกฉบับ หากมีข้อบกพร่อง หรือผิดพลาดเนื่องจากผู้รับจ้างไม่ ปฏิบัติตามที่กล่าวไว้นี้ หรือดําเนินการไปก่อนประการใดก็ตามผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบที่จะต้อง แก้ไขให้ถูกต้องตามคําแนะนําของ คณะกรรมการตรวจการจ้างนั้น โดยไม่เรียกร้องเป็นมูลค่าหรืออื่นใด
เพิ่มเติม
2.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบ สํารวจ และรังวัดสถานที่ก่อสร้างเพื่อสํารวจเกี่ยวกับ ทางเข้าพื้นที่ ที่จะใช้สําหรับเครื่องอุปกรณ์การก่อสร้างต่างๆ ท่อประปาสาธารณะ สายไฟฟ้า ทางระบายน้ํา สาธารณะและระยะต่างๆ ให้แน่นอนจนจัดวางตําแหน่งแนวระยะสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ให้ถูกต้องตามรูปแบบ รายการตามสัญญา จัดทําระดับมาตรฐานตรวจสอบสิ่งก่อสร้างข้างเคียงต่างๆ ที่จําเป็นที่ระบุไว้ในงาน บริเวณและ/หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร การอ่านแบบ อ่านระยะในแบบ และกะขนาดให้
ผู้รับจ้างถือระยะตัวเลขในแบบแปลนรายละเอียดเป็นเกณฑ์ในกรณีที่สงสัยจะมีความขัดแย้งคลาดเคลื่อน
หรือไม่เข้าใจประการใดก็ตามเกี่ยวกับแบบแปลนรายละเอียดกับสถานที่ก่อสร้างจริง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทันที หลักฐานในการตรวจสอบรังวัดและรายละเอียดต่างๆ ดังกล่าวนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําให้ชัดเจนเรียบร้อย เสนอให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติก่อนจึงจะ ดําเนินงานขั้นต่อไปหลักฐานดังกล่าวจะต้องเสนอล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน นับจากวันทําสัญญานี้ การ ปักผังที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตามสัญญาและการตกลง การวางแนวไฟฟ้า น้ําใช้ชั่วคราว สิ่งปลูกสร้าง ชั่วคราว เส้นทางลําเลียงขนส่ง และอื่นๆ ที่จําเป็นเพื่อให้งานก่อสร้างดําเนินไปได้เรียบร้อยตามสัญญา
บ
-9-
ผู้รับจ้างจะต้องทําเป็นรูปแบบและหลักฐานพร้อมรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจนครบถ้วนเหมาะสม ให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
หากมีข้อขัดแย้งใดๆ ให้ผู้รับจ้างจัดเป็นหลักฐานพร้อมรายละเอียดให้ชัดเจน เสนอต่อคณะกรรมการตรวจ การจ้างและปฏิบัติงานต่อไปได้ตามการวินิจฉัย และเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจการจ้างนั้น ความ ล่าช้าเนื่องจากการนี้จะด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะหยิบยกเป็นข้ออ้างเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.1.3 การกําหนดระดับ ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในแบบ ส่วนการวางแนวอาคารให้เป็นไป ตามแบบ หรือตามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์กําหนด
2.2 ความคลาดเคลื่อนในแบบแปลน รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบและการแก้ไข
2.2.1 แบบแปลนรายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบ มีไว้เพื่อความสะดวกของผู้รับจ้างใน การที่จะดําเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์จึงอาจมีความคลาดเค
ดเคลื่อน ขาดตกบกพร่อง และ
ความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่วัตถุประสงค์ของคณะกรรมการตรวจการจ้างต้องการให้ผู้รับจ้างทําการก่อสร้าง งานต่างๆ ที่ระบุไว้ให้แล้วเสร็จเรียบร้อยโดยสมบูรณ์ด้วยความมั่นคงแข็งแรง และถูกต้องตามหลักวิชาการ ดังนั้นหากมีงานใดที่จะต้องทําเพิ่มเติม เนื่องจากความคลาดเคลื่อน ขาดตกบกพร่อง หรือความผิดพลาด ของแบบแปลนรายละเอียด และข้อกําหนดประกอบแบบแล้ว ผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงินเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้าง
มิได้
2.2.2 สิ่งใดที่สงสัยว่า จะมีการคลาดเคลื่อนของแบบแปลน รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบ แบบขัดแย้งกันผู้รับจ้าง จะต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้วินิจฉัยให้ โดยคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะถือเอาความถูกต้องในวิชาช่างและความเหมาะสมเป็นหลักในการปฏิบัติ
และผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขและดําเนินการก่อสร้างตามคําวินิจฉัยนั้นทันที
2.2.3 สิ่งใดที่กําหนดไว้ในแบบแปลนรายละเอียด และข้อกําหนดประกอบแบบแล้วแต่ในทาง ปฏิบัติงานช่างไม่อาจระบุไว้ได้ครบถ้วน เช่น ความอ่อนแก่ของสี การติดตั้ง รูปร่างลักษณะและสิ่งปลีกย่อย ต่างๆ ตลอดจนรูปขยายรายละเอียด เป็นต้น คณะกรรมการตรวจการจ้างจะชี้แจงอธิบาย รายละเอียดให้
ขณะพาดูสถานที่หรือขณะทําการก่อสร้างการชี้แจงรายละเอียดนี้ถือเป็นส่วนประกอบของแบบแปลน
รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบครั้งนี้ด้วย
2.2.4 หากผู้รับจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักวิชาช่างหรือทําด้วยฝีมือไม่ประณีตเรียบร้อย
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างรื้อถอน หรือทําใหม่ตามความเหมาะสมซึ่งผู้รับจ้างจะต้อง ปฏิบัติตามคําสั่งทันที และในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ไม่ได้
2.3 แบบใช้งาน (Shop Drawings) และแบบตามการสร้างจริง (AS Built Drawings) งานระบบสถาปัตยกรรม และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําและส่งให้คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างพิจารณา
2.3.1 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําแบบใช้งาน (Shop Drawing) งานระบบวิศวกรรมโครงสร้าง โยธา งานระบบตรวจสอบอนุมัติล่วงหน้า ก่อนดําเนินการใช้และติดตั้งไม่น้อยกว่า 14 (สิบสี่) วัน หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นเหมาะสม และผู้รับจ้างต้องไม่ดําเนินการก่อสร้างหรือติดตั้งงานนั้นๆ
จนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการพิจารณาอนุมัติแบบ ใช้งานดังกล่าวแต่ละครั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างจะใช้เวลา 14 (สิบสี่) วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแบบ ใช้งานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ การพิจารณาอนุมัติแบบใช้งานจะใช้ข้อกําหนดตามเอกสารสัญญา กฎเกณฑ์ ในวิชาชีพแต่ละสาขาเป็นมาตรฐาน
Bonded for
- 10 -
2.3.2 แบบใช้งาน (Shop Drawings) จะต้องแสดงรายละเอียดของวัสดุ ขนาด รูปร่าง ลักษณะ ชนิดตําแหน่ง ระยะ ระดับ แนว รายละเอียดประกอบแบบ และ ข้อมูลเกี่ยวข้อง รายละเอียดประกอบ ติดตั้งให้ชัดเจน ด้วยมาตราส่วนเหมาะสมเป็นไปตามข้อกําหนดของสถาปนิก วิศวกร แขนงช่างนั้นๆ แบบใช้งานจะต้องมีการตรวจสอบจากสภาพสิ่งก่อสร้างที่แท้จริง นํามาเป็นพื้นฐานในการทําแบบใช้งาน
หากแบบใช้งานนั้นๆ กระทําขึ้นและได้รับการพิจารณาอนุมัติไปก่อนถึงกําหนดการใช้งานจริงให้ผู้รับจ้าง ทําการตรวจสอบปรับแก้ไขให้เหมาะสม ถูกต้อง กับสภาพการก่อสร้างจริง คณะกรรมการตรวจการจ้าง แขนงงานช่างนั้นๆ ตรวจสอบพิจารณาใหม่ในเวลาที่เหมาะสม จนได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจ
การจ้างเสียก่อนจึงจะนําไปทําการก่อสร้างติดตั้งได้
2.3.3 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบใช้งานสําหรับงานก่อสร้างในขั้นตอนต่างๆ (นอกเหนือจากที่
กล่าวไว้ข้างต้น) เมื่อ
- แบบก่อสร้างไม่ชัดเจนเพียงพอหรือมีปัญหาในการก่อสร้าง
- จุดตําแหน่งของรูปแบบส่วนต่างๆ โดยทั่วไปควรทําแบบใช้งาน 3) คณะกรรมการตรวจการจ้างแจ้งให้ทําแบบใช้งาน
หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น จนเกิดหรือเป็นเหตุให้เกิดข้อผิดพลาด บกพร่องขึ้นในงานส่วนใดๆ ให้ถือว่าผู้รับจ้างฝ่าฝืนสัญญา และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแก้ไขข้อบกพร่อง ผิดพลาดให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะทํางานส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปได้หรือตามที่คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างจะเห็นสมควรโดยผู้รับจ้างจะโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.3.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบใช้งานต่างๆ ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบ พร้อมหนังสือแจ้งส่งและสําเนาเพื่อการอนุมัติอย่างน้อย 1 หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็น
เหมาะสม
ชุด
2.4 เครื่องมือ เครื่องใช้และเครื่องจักร นั่งร้าน เครื่องหมายเพื่อให้ความปลอดภัย
2.4.1 เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร นั่งร้าน ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่นํามาใช้ในการก่อสร้าง ต้องเป็นชนิดที่เหมาะสมกับชนิดของงาน มีประสิทธิภาพสูง มั่นคงและปลอดภัยจากอันตรายอันอาจจะเกิด กับคนงาน คนภายนอกและทรัพย์สินข้างเคียง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายอันอาจ เกิดขึ้นได้นอกเหนือจากส่วนที่ได้รับการชดใช้จากประกันภัย
2.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของทางการในการขออนุญาตใช้ หรือติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องใช้ นั่งร้าน อุปกรณ์ต่างๆ สําหรับงานก่อสร้างในสัญญาและผู้รับจ้าง จะต้องจัดทําติดตั้งเครื่องหมายบริเวณที่จะเกิดอันตราย อุบัติเหตุหรือจัดทําสิ่งป้องกันชั่วคราวบริเวณ อันตรายนั้นรวมทั้งต้องดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดระยะเวลาก่อสร้างในสัญญา
2.4.3 เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักรและอุปกรณ์ชนิดใดที่คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา เห็นว่าไม่เหมาะสมในการนํามาใช้ในการก่อสร้าง หรือไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน อาจสั่งให้นําออกจาก สถานที่ก่อสร้าง และผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักรและอุปกรณ์ชนิดที่คณะกรรมการ ตรวจการจ้างเห็นสมควรให้ใช้ได้มาปฏิบัติงานทันที
Z
ऊ
- 11 -
2.5 ช่างฝีมือและคนงาน
ผู้รับจ้างจะต้องหาช่างฝีมือ และคนงานที่มีความสามารถและความชํานาญในงานแต่ละประเภทมา ปฏิบัติงานถ้าปรากฏว่าช่างฝีมือและคนงานนั้นปฏิบัติไม่ดีพอ ประพฤติตนไม่เหมาะสมไม่มีหลักการช่างที่ดี คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีสิทธิที่จะสั่งเปลี่ยนช่าง คนงาน เพื่อให้ได้งานที่ประณีตเรียบร้อยมีมาตรฐาน ถูกต้องตามแบบแปลนรายการข้อตกลงและถูกต้องตามกฎหมายและเทศบัญญัติ การแจ้งเปลี่ยนช่างและ คนงานนี้ผู้รับจ้างจะต้องรีบปฏิบัติจัดหาช่างและคนงานให้เหมาะสมทันที โดยไม่มีข้อเรียกร้องหรือโต้แย้ง
ใดๆ
ผู้รับจ้างต้องมีหน้าที่ในการป้องกันดูแลรักษา ไม่ให้เกิดความเสียหายอันตรายใดๆ แก่สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินช่างและคนงานตลอดจนบุคคลต่างๆ ที่ปฏิบัติงานในงานก่อสร้างนี้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครสวรรค์ และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้หากมีเหตุอันตรายเสียหายใดๆ เกิดขึ้นเนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
2.6 ผู้ควบคุมงานประจําของผู้รับจ้าง
2.6.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานก่อสร้างตามกฎหมาย ประกอบด้วยสถาปนิกและ วิศวกร ซึ่งคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาเห็นว่ามีความสามารถและเหมาะสมทําหน้าที่เป็นผู้ ประสานงาน และควบคุมงานการก่อสร้างให้เป็นไปอย่างถูกต้องและมีคุณภาพที่ดีทุกประการ
2.6.2 ผู้ควบคุมงานก่อสร้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้างจะต้องมีคุณวุฒิดังต่อไปนี้
- เป็นสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ก.ส.) ประเภทภาคีขึ้นไป 2) เป็นวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (ก.ว.) ประเภทภาคีขึ้นไป 3) เป็นผู้ที่เคยผ่านงานก่อสร้างขนาดใหญ่ และประสบการณ์ ในงานก่อสร้างมาเป็นอย่างดี 4) เป็นผู้ที่มีประวัติการทํางานดี มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่เป็น อย่างดีและให้ความรับผิดชอบในหน้าที่
- ต้องเป็นผู้ที่มีอุปนิสัย เข้ากับผู้ร่วมงานอื่นได้เป็นอย่างดีและให้ความร่วมมือในการ ดําเนินงานก่อสร้างกับทุกฝ่ายได้ดี
2.6.3 ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งรายชื่อพร้อมทั้งประวัติการทํางานของผู้ควบคุมการก่อสร้างของผู้ รับจ้าง ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างอนุมัติ แล้วจึงปฏิบัติงานไต้
2.6.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตารางปฏิบัติงาน พร้อมทั้งแจ้งกําหนดเวลาในการควบคุมงานของ สถาปนิกและวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติ
2.6.5 ผู้รับจ้าง จะต้องให้ผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้างตามคุณวุฒิที่ระบุในข้อ 2.6.6 และตามตารางที่อนุมัติโดยคณะกรรมการตรวจการจ้างในข้อ
สัญญา
2.6.7 ปฏิบัติงานตามตารางการปฏิบัติงานในข้อ 3.5.4 อย่างเคร่งครัดที่สุด มิฉะนั้นจะถือว่าผิด
2.6.8 ผู้รับจ้าง จะต้องจัดวางแผนให้มีผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ปฏิบัติงานให้เป็นอย่าง ดี และไม่ชักช้าจนเป็นผลเสียหายแก่งาน
2.6.9 ผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างจะต้องศึกษา แบบและรายการก่อสร้างอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน และต้องวางแผนงานโครงการล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมงานได้อย่างถูกต้องและมีหลักการของ ช่างที่ดี เป็นไปตามกฎข้อบังคับการทํางานก่อสร้างที่กําหนดไว้
& Cmi
- 12 -
2.6.10 ช่างและคนงานของผู้รับจ้างที่ดําเนินงานก่อสร้างตามสัญญา จะดําเนินงานไปโดยลําพัง โดยไม่มีวิศวกร และผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างคอยติดตามตรวจสอบดูแลชี้แนะแก้ไขความถูกต้องของงาน ก่อสร้างในแต่ละส่วน แต่ละขั้นตอนของงานก่อสร้างไม่ได้และคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิและอํานาจ
สั่งไม่รับงานในแต่ละส่วน แต่ละ ขั้นตอนของงานก่อสร้างนั้นๆ ไว้ได้จนกว่าผู้รับจ้างได้แก้ไขให้ถูกต้อง เหมาะสมจึงได้ดําเนินงานนั้นๆ ต่อไปได้โดยฝ่าย ผู้รับจ้างจะโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.6.11 หากวิศวกร หรือสถาปนิกควบคุมประจํา หรือผู้ควบคุมประจํางานการก่อสร้างของผู้ รับจ้างไม่อยู่ควบคุมงานก่อสร้าง ณ ที่ก่อสร้างในระหว่างมีการดําเนินงานก่อสร้าง ไม่ว่าในลักษณะใดที่ จําเป็นต้องมีวิศวกร หรือสถาปนิกควบคุมประจํางาน หรือผู้ควบคุมงานควบคุม คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีสิทธิและอํานาจสั่งระงับงานก่อสร้างในส่วนงานนั้นๆ หรืองานก่อสร้างสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ จนกว่าจะมี วิศวกรควบคุมประจํางาน และผู้ควบคุมประจํางานของ ผู้รับจ้างเข้าประจําควบคุมงานและจัดดําเนินงาน อย่างเหมาะสม จึงจะให้ดําเนินงานก่อสร้างในส่วนที่ถูกระงับงานไว้นั้นต่อไปได้ และโดยคณะกรรมการตรวจ การจ้างจะแจ้งเหตุผลด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรการสั่งระงับและการให้ทํางานต่อไปให้ผู้รับจ้างทราบ
ทันที
ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างสงสัยว่างานก่อสร้างไม่เรียบร้อย ไม่ถูกต้องตามแบบและ
รายการก่อสร้าง หรือเป็นปัญหา คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิและอํานาจสั่งระงับงานส่วนนั้นๆ ได้ ชั่วคราวและแจ้งการวินิจฉัยจากผู้บริหารการก่อสร้างทันที ที่ได้สั่งระงับงานดังกล่าว และการวินิจฉัยของ คณะกรรมการตรวจการจ้างถือเป็นข้อชี้ขาด โดยผู้รับจ้างจะนํามาโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
2.6.12 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิ ที่จะขอให้เปลี่ยนผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ใหม่ได้ หากพิจารณาเห็นว่า ผู้ควบคุมงานก่อสร้างนั้นไม่เหมาะสม หรือมีความบกพร่องในหน้าที่ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ที่มีคุณวุฒิ และความสามารถ และมีความเหมาะสมตามการพิจารณา ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง และ/หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้างมาปฏิบัติงานในหน้าที่ทันที
2.6.13 คําแนะนําหรือคําชี้แจงใดๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ให้แก่ผู้ควบคุมงานของผู้ รับจ้างนี้ถือว่าได้แจ้งโดยตรงต่อผู้รับจ้างแล้ว
2.7 การตรวจและการทดลองงานวัสดุ
2.7.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะเข้าตรวจ และควบคุมการก่อสร้างในบริเวณงาน ก่อสร้างอาคารโรงงานหรือสถานที่อื่นๆ ของผู้รับจ้างซึ่งมีการเตรียมการและดําเนินการต่างๆ สําหรับการ ก่อสร้างตามสัญญานี้ได้ในทุกเวลาที่เห็นสมควร โดยผู้รับจ้างและผู้รับจ้างช่วงจะต้องรับผิดชอบจัดอํานวย ความสะดวกให้ความปลอดภัยรวมทั้ง จัดหาเครื่องใช้อุปกรณ์ที่จําเป็นเหมาะสมให้พร้อม เพื่อให้
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ใช้สิทธิทําการดังกล่าวข้างต้นนั้นได้โดยสมบูรณ์
น
2.7.2 ในกรณีที่ระบุไว้ในรายการ หรือตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือตามกฎ เทศบัญญัติหรือระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่กําหนดให้ต้องทําการตรวจหรือทดสอบวัสดุหรืองานใดๆ เกี่ยวกับ
คุณภาพความเหมาะสมหรือความมั่นคงผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะกรรมการตรวจการ จ้างให้ทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 15 วัน เพื่อตรวจหรือทดสอบวัสดุหรืองานนั้นๆ จนกว่าจะได้รับการพิจารณา เห็นชอบจึงจะลงมือปฏิบัติงานนั้นต่อไปได้ อนึ่ง วัสดุสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้รวมทั้งการติดตั้งใดๆ ในส่วน ต่างๆ ของงานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นในระยะก่อนการใช้ระหว่างใช้หรือใช้ไปแล้วประการใดก็ตาม
Series - 13 -
หากคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรให้มีการตรวจสอบ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการโดยเคร่งครัด
ตามที่มีรายการข้อกําหนดไว้นั้นหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควรสั่งให้ดําเนินการจน ได้ผลเป็นที่น่าพอใจและได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น
2.7.3 งานส่วนใดที่ระบุในรายการ หรือตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ที่จะต้องมีการ
ตรวจพิจารณาตามลําดับขั้นจึงจะอนุมัติดําเนินการต่อไปได้ผู้รับจ้างจะต้องถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
หากมีส่วนใดที่จัดทําไปก่อนโดยมิได้รับการพิจารณาอนุมัติ คณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้รื้อ
ถอนหรือทุบส่วนนั้นได้ และผู้รับจ้างจะต้องจัดทําใหม่โดยไม่คิดมูลค่าหรือเรียกร้องโต้แย้งใดๆ เพิ่มเติม
2.7.4 ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างวัสดุทั้งหมดที่ใช้ในการก่อสร้าง ให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง
ตรวจอนุมัติก่อนทําการติดตั้ง
ในกรณีที่วัสดุหรือชิ้นส่วนที่จะส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจสอบ อนุมัติมีขนาดใหญ่ไม่สะดวกในการขนส่ง เช่น หน้าต่างประตู หรือส่วนอื่นๆ ให้ผู้รับจ้างจัดทําแบบตัวอย่าง ขึ้น ณ ที่ก่อสร้าง เพื่อให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจอนุมัติก่อนที่จะทําการติดตั้งหรือก่อสร้างวัสดุ หรือชิ้นส่วนนั้นๆ ในส่วนอื่นๆ ที่เหลือของอาคารวัสดุก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของอาคารจะต้อง นําเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง และ/หรือ คณะกรรมการตรวจการจ้างเช่นเดียวกัน ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างต้องการควบคุมคุณภาพ และความสามารถในการรับน้ําหนักของ คอนกรีต โดยการให้หล่อแท่งคอนกรีตเพื่อนําไปทดสอบ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแท่งคอนกรีตเพื่อการทดสอบ นี้ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งในการทําแท่งคอนกรีตและการทดสอบ
2.7 สิทธิของคณะกรรมการตรวจการจ้างในการแก้ไขงาน
2.7.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างมีอํานาจ และสิทธิในการสั่งให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงงาน ใดๆ ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในแบบและรายการตามข้อตกลงในสัญญา
2.8 สิทธิของผู้รับจ้างในการปฏิบัติตามสัญญา
หากคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่สามารถจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้ผู้รับจ้างตามข้อตกลงในสัญญา ภายในกําหนดระยะเวลาหนึ่งภายหลังที่ผู้รับจ้างได้ยื่นเอกสารเบิกเงินค่าก่อสร้างที่สร้างเสร็จและ
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้รับรองการส่งงานนั้นแล้ว ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะร้องขอและทวงถามได้
كم لمسة
mess - 14 -
3.เงื่อนไขในหน้าที่และความรับผิดชอบการดําเนินงาน
3.1 การจัดวางแผนงานและการปฏิบัติ
3.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องทําแผนงาน การจัดดําเนินงานโครงการก่อสร้าง ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ (Complete Project Management) ให้ถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับสัญญาและข้อกําหนดตกลงต่างๆ แสดงลําดับขั้นตอน ชนิด ลักษณะ ปริมาณระยะเวลา ผลงาน และมูลค่างาน ความสัมพันธ์สอดคล้องของ งานแต่ละขั้น
แต่ละขั้นตอนของแขนงงานและของงานทั้งหมด รวมทั้งรายละเอียดที่จําเป็นอื่นๆ พร้อมหนังสือแจ้ง ความสามารถความรับผิดชอบ การดําเนินงานตามแผนงานนั้นจัดแยกเป็นชุด ให้คณะกรรมการตรวจการ จ้างพิจารณาล่วงหน้าอย่างมากไม่เกิน 15 วัน (นับจากวันที่ลงนามในสัญญานี้) คณะกรรมการตรวจการจ้าง จะใช้เวลาพิจารณาและแจ้งผลให้ทราบ (นับจากวันที่ได้รับหนังสือนั้น) ในระยะเวลาประมาณ 15 วัน
ในกรณีที่จําเป็นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแผนงานของอาคาร หรือขั้นตอนการทํางาน เพื่อ ทําการขนส่ง หรือเก็บสต๊อกวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องไม่คิดค่าก่อสร้างหรือค่าใช้จ่ายใดๆ
เพิ่มเติมราคาก่อสร้างในภายหลังมิได้
3.1.2 ในการทํางานก่อสร้างแต่ละส่วน หรือแต่ละขั้นตอนของงานก่อสร้างผู้รับจ้าง จะต้อง จัดทําแผนงานละเอียดอย่างเหมาะสมกับงาน พร้อมการคาดคะเนผลและปริมาณของงานนั้นๆ ทุกระยะ 7 วันและ 1 เดือน (หรือในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร) จัดให้สอดคล้องกับ
แผนงานโครงการก่อสร้างทั้งหมดที่จัดวางไว้นั้น ส่งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาล่วงหน้าก่อน
ดําเนินงานดังกล่าว และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการทํางานไป ตามแผนงานนั้น ไม่ว่าจะได้รับการพิจารณาเห็นชอบหรือไม่ประการใดก็ตาม
3.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างทํางานก่อสร้างล่าช้า กว่าแผนงานที่วางไว้หรือมีลักษ ก่อสร้างจะไม่เป็นไปตามแผนงานที่จัดวางไว้นั้นๆ ไม่ว่าจะมีเหตุสืบเนื่องจากการทํางานของผู้รับจ้างเอง
หรือจากเหตุอื่นใดก็ตามคณะกรรมการตรวจการจ้างมีสิทธิสั่งให้ผู้รับจ้างเร่งทํางานทั้งกลางวัน กลางคืนและ
ในวันหยุด ได้โดยผู้รับจ้างจะเรียกค่าจ้างเพิ่มเติมไม่ได้ นอกจากนี้ยังเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขจัด แผนงานหลักใหม่ ของแต่ละส่วนแต่ละขั้นตอนและของโครงการก่อสร้างทั้งหมด ให้สอดคล้องเป็นไปตาม ข้อกําหนดสัญญาและการตกลงที่มีไว้แต่เดิมหรือตามที่จะได้มีข้อกําหนดตกลงไว้นั้นๆ
ท
การจัดแก้ไขปรับปรุงแผนงานนั้นๆ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเช่นเดียวกับการจัดวางแผนงานดังกล่าว
ไว้ข้างต้น หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นเหมาะสมจึงจะทํางานก่อสร้างต่อไปได้และผู้รับจ้าง
จะต้องแก้ไขปรับปรุงการทํางานและปริมาณงานตามข้อกําหนดต่างๆ สอดคล้องเหมาะสมกับแผนงานที่
แก้ไขเห็นชอบนั้น
3.2 การแจ้งผลงานและหลักฐาน
ในระยะการทํางานก่อสร้างจนแล้วเสร็จตามข้อกําหนดสัญญา และการตกลงต่างๆ เป็นหน้าที่และ ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา และแจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบในรูปของรายงาน
ประจําเดือนคือ
3.2.1 การจัดเตรียมงาน การใช้วัสดุแรงงานแต่ละขั้นตอนแต่ละแขนง ในแต่ละสัปดาห์ แต่ละ เดือน (ในลักษณะตาราง) ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
3.2.2 ผลการทดสอบตรวจสอบวัสดุ และงานก่อสร้างต่างๆ พร้อมความเห็นการพิจารณาของ คณะกรรมการตรวจการจ้าง - 15 -
3.2.3 ปริมาณผลความก้าวหน้าของงานแต่ละขั้นตอนของแต่ละแขนงงาน และของงานทั้งหมด ที่เสร็จ แจ้งความสําเร็จหรืออุปสรรคความช้าเร็วเทียบกับผลงานที่กําหนดเห็นชอบไว้ในลักษณะ เปรียบเทียบด้วยตารางและ BAR CHART ตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นเหมาะสม
3.2.4 ภาพถ่ายผลงานความก้าวหน้าของงานแต่ละเดือน (เพื่อประกอบการเบิกจ่ายเงินงวด ค่าก่อสร้างตามสัญญา) รวมทั้งภาพถ่ายการทดสอบวัสดุก่อสร้างการตรวจสอบข้อชํารุดบกพร่องและการ
แก้ไขการประกอบติดตั้งและงานก่อสร้างที่มีลักษณะสําคัญต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงความ ถูกต้องเรียบร้อยของการทํางานตามข้อกําหนดสัญญาต่างๆ
3,2.5 แบบฟอร์ม ตารางแสดงรายการใช้วัสดุ แรงงาน ตามตารางแสดงผลความก้าวหน้างาน แต่ละขั้นตอนของงานทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างกําหนดแนะนํา หรือ
พิจารณาเห็นชอบ โดยต้องจัดทําด้วยปริมาณให้เพียงพอกับการใช้งานจนงานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยด้วย ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง ภาพถ่ายผลความก้าวหน้าของงานและการตรวจสอบ ทดสอบ วัสดุติดตั้งแก้ไข ต่างๆ ที่กําหนดต้องการนั้นจะต้องเป็นภาพถ่ายที่ครอบคลุมงานอย่างทั่วถึงชัดเจนด้วยภาพถ่ายขนาดไม่เล็ก กว่า 3.5" x 5" และจํานวนภาพถ่ายตามความเหมาะสมของงาน พร้อมข้อความรายละเอียดประกอบให้ เหมาะสมด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเองนําส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ควรจัดแยกเป็นชุดๆ พร้อมหนังสือ นําส่งตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร
3.3 การปฏิบัติงานในเวลาปกติและการปฏิบัติงานในเวลาพิเศษ
3.3.1 การปฏิบัติงานก่อสร้างตามปกติในแต่ละวัน ผู้รับจ้าง ช่างคนงานทุกแขนงงานก่อสร้าง ของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กําหนดไว้ข้างต้น และผู้รับจ้างหรือผู้แทนผู้รับจ้างมีหน้าที่ใน
การปฏิบัติและรับผิดชอบอีกดังนี้
- แจ้งขอการทํางานแต่ละวัน โดยแจ้งล่วงหน้าก่อนการทํางานปกติอย่างน้อย 1 วัน ประกอบด้วย ขอบเขต ตําแหน่ง ชนิดลักษณะ ระยะเวลา ปริมาณงาน จํานวน ช่าง คนงาน เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่สําคัญผังสังเขปปริมาณงานที่กะจะทําเสร็จในแต่ละวัน พร้อมทั้งแจ้งการจัดการป้องกันอันตราย ความเสียหายให้เหมาะสมตามความจําเป็นกับสภาพของงาน โดยจะต้องแยกแยะจัดทําให้สอดคล้องกับ
แผนงานละเอียดและแผนงานทั้งโครงการที่ได้กําหนดหรือได้รับการเห็นชอบไว้นั้นๆ ให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างแต่ละกรณีงาน พิจารณาเห็นชอบเสียก่อนจึงจะทํางานนั้นได้ หากผู้รับจ้าง ทํางานไม่เสร็จตามที่แจ้ง ขอไว้ในแต่ละวันและมีงานแก้ข้อบกพร่องต่างๆ (หรืองานตรวจสอบต่างๆ) ซึ่งจะต้องทําควบคู่ไปกับงานใน แต่ละวันถัดไปเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องแจ้งขอทํางานดังกล่าวนั้น กับงานที่กําหนดจะทําในวันถัดไป ด้วยวิธีการแจ้งขอทํางานแต่ละวัน ที่กล่าวไว้ข้างต้น ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณีงาน ให้
พิจารณาตรวจสอบเห็นชอบอนุมัติแล้วจึงดําเนินการได้ - แจ้งให้คณะกรรมการตรวจการจ้างแล้วแต่กรณี ให้ทําการตรวจสอบการประกอบการติดตั้ง การแก้ไขต่างๆ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในงานแต่ละขั้นตอนและของแต่ละแขนงงานหรือตามที่มีการระบุ
ตรวจสอบทดสอบให้ตรวจสอบทดสอบให้แล้วเสร็จเรียบร้อยถูกต้องตามกําหนดหรือตามที่คณะกรรมการ
ตรวจการจ้างเห็นชอบหรือเห็นเหมาะสมแล้วจึงทํางานขั้นต่อไปได้
- 16 -
- ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างมีความเห็นให้แก้ไข ชนิด ลักษณะ ปริมาณงานวิธีการ ทํางานหรืออื่นๆ ให้เหมาะสมประการใดก็ตามผู้รับจ้างและผู้แทนผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบต้อง
ปฏิบัติไปตามความคิดเห็นและการพิจารณาเพื่อให้งานแต่ละขั้นตอนและงานส่วนอื่นๆ ที่ต่อเนื่องดําเนิน ต่อไปได้ไม่หยุดชะงักล่าช้าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องกําหนดระยะเวลาการแจ้งและ
ดําเนินงานตรวจสอบทดสอบรวมทั้งงานแก้ไขต่างๆ จนได้ผลถูกต้องเรียบร้อยตามกําหนดและด้วยค่าใช้จ่าย ของผู้รับจ้างเองโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น
บ 0 - เวลาปฏิบัติงานปกติของผู้รับจ้างเริ่มจาก 8.00 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ในกรณีจําเป็นต้อง ปฏิบัติงานเกินกําหนดเวลาปกติ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่องานนั้นได้ ให้ผู้รับจ้างแจ้งให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างได้ทราบทุกครั้ง และให้ปฏิบัติงานตามข้อกําหนดการทํางานต่างๆ ที่ระบุไว้รวมทั้งข้อ กําหนดการปฏิบัติงานในเวลาพิเศษ ตามกฎข้อบังคับในกฎหมายแรงงานด้วย
- การจัดเอกสารหลักฐานการทํางานในเวลาปกติต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ต้องจัดทําแยกเป็นชุดๆ พร้อมสําเนาและหนังสือนําส่งมาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร
เหมาะสม
3.4 การร่วมมือในการปฏิบัติงานและการประสานงาน
3.4.1 ผู้รับจ้างต้องจัดตัวแทนผู้มีอํานาจเต็มเข้าร่วมประชุม ระหว่างผู้รับจ้างกับคณะกรรมการ ตรวจการจ้าง ซึ่งอาจจะรวมถึง สถาปนิก วิศวกร ตัวแทนของคณะกรรมการตรวจการ การประชุมดังกล่าว จะมีขึ้นทุกๆ 7 วัน ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง หรือเมื่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรเรียก ประชุมกรณีเร่งด่วน
3.4.2 ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างแต่ละองค์กร ต้องให้ความร่วมมือและประสานงานกัน และร่วมกันจัดหาวิธีป้องกันความเสียหาย อันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนการรักษาทรัพย์สินของแต่ละฝ่ายและส่วนรวมให้พ้นจากอันตราย ซึ่งอาจเกิดจาก อัคคีภัยและการสูญเสีย ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างแต่ละองค์กร ต้องรับผิดชอบ และชดใช้
ค่าเสียหายในกรณีที่เกิดการเสียหายงานฝ่ายอื่น ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
3.4.3 ผู้รับจ้าง ต้องกําหนดระเบียบการปฏิบัติงานของลูกจ้าง ช่างคุมงาน ในการปฏิบัติงานตาม เวลาที่กําหนด และเลิกงานในเวลาที่กําหนดตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ และผู้รับจ้างต้องกําหนดระเบียบ ข้อบังคับในการใช้สถานที่และบริเวณก่อสร้าง เช่น ห้ามเล่นการพนัน การใช้ห้องน้ํา-ห้องส้วม ที่ผู้รับจ้างจัด ไว้ให้ การทําครัว และการเข้าอยู่อาศัยอย่างเป็นระเบียบไม่ขัดต่อสุขภาพอนามัย โดยผู้รับจ้างต้องปิด ประกาศระเบียบต่างๆ เหล่านี้ ณ ที่พักและที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง ช่าง คนงาน แจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งวางหลักเกณฑ์ถือเป็นระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัดถ้าผู้ใดฝ่าฝืน เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ของผู้รับจ้างต้องพิจารณาลงโทษให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นออกจากงาน หรือลงโทษให้เหมาะสมแก่กรณีเหตุ
- 17 -
3.5 การใช้สถานที่และบริเวณ การทําความสะอาด
3.5.1 การใช้สถานที่และบริเวณ
- มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างที่พักคนงานอยู่ใน ขอบเขตของบริเวณและสถานที่ทําการก่อสร้าง ยกเว้นการจัดสร้างที่เก็บวัสดุเครื่องมือ สัมภาระและที่ ทํางานช่าง คนงาน เท่านั้น
ะ - ผู้รับจ้าง จะต้องไม่ติดตั้งหรือบรรทุกวัสดุ หรืออุปกรณ์ หรือเครื่องมือ เครื่องจักรที่มี อันอาจเกิดอันตรายแก่โครงสร้างหรือส่วนของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้ หรือที่ซึ่ง
น้ําหนักบรรทุกมากเกินไป
คณะกรรมการตรวจ การจ้างเห็นไม่สมควร - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเครื่องหมาย หรือป้ายชี้แจงในการใช้สถานที่ การป้องกันอุบัติเหตุ อันตราย ความเสียหายต่างๆ อย่างเหมาะสมและตามคําสั่งของคณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควร
- ในกรณีที่ต้องการสถานที่และบริเวณสําหรับปฏิบัติงานเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากการ ก่อสร้างธรรมดา หรือในกรณีที่จะต้องใช้สถานที่และบริเวณสําหรับปฏิบัติงานในเวลากลางคืน ผู้รับจ้าง
จะต้องทําหนังสือขออนุญาตเสนอคณะกรรมการตรวจการจ้าง พิจารณาทุกกรณีและเมื่อได้รับพิจารณา เห็นชอบแล้ว ผู้รับจ้างจึงเข้าไปใช้สถานที่บริเวณงานนั้นและปฏิบัติงานนั้นได้ - ผู้รับจ้าง จะต้องจัดเก็บวัสดุที่ใช้สําหรับการก่อสร้างและวัสดุที่ใช้แล้วหรือเหลือใช้และ เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่กีดขวางการจราจร หรือการขนส่งให้ เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน และต้องปลอดภัยจากอุบัติเหตุและอัคคีภัยและเหมาะสมกับทุกสภาพดินฟ้า อากาศ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ
- ผู้รับจ้าง จะต้องจัดหาป้ายสัญญาณต่างๆ รวมทั้งไฟสัญญาณในเวลากลางคืนติดตั้งไว้ ด้วยเพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมาอันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต หรือทรัพย์สินของผู้ สัญจรไปมาหรือเกิดขึ้นกับอาคารทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียง อันมีสาเหตุมาจากงานก่อสร้างนี้แล้ว ผู้รับจ้าง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ความเสียหายนั้นๆ แต่ผู้เดียว
3.5.2 การทําความสะอาดสถานที่ - ในระยะเวลาก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องจัดการขนเศษไม้ เศษวัสดุอื่นๆ นั่งร้านหรือแบบไม้ และวัสดุที่ไม่ได้ใช้นําไปทิ้งหรือจัดกองไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่เกะกะกีดขวางการทํางานต่างๆ และรักษา อาคารสิ่งปลูกสร้าง และบริเวณที่ทําการก่อสร้างให้อยู่ในสภาพสะอาดเรียบร้อยอย่างเหมาะสม และตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็น สมควรอยู่เสมอ
- เมื่องานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องกลบหลุมและ บ่ออันเกิดจากการรื้อถอน หรือเกิดจากการก่อสร้างต่างๆ และต้องเก็บสิ่งที่เหลือใช้ต่างๆ จากการก่อสร้าง ออกไปจากอาคารและบริเวณ รวมทั้งต้องเกลี่ยปรับแต่งระดับดินให้เรียบร้อยเหมาะสม อยู่ในสภาพที่เข้าใช้ สอยตามวัตถุประสงค์ความต้องการได้ทันที
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างมิได้จัดทําความสะอาดอาคาร และบริเวณสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ใน ระยะเวลาตามที่กําหนดให้ปฏิบัติหรือที่ระบุไว้คณะกรรมการตรวจการจ้างอาจจ้างให้ผู้อื่นเข้าจัดการได้ คิดค่าใช้จ่ายจากผู้ว่าจ้างโดยหักเงินค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายตามเงื่อนไขในสัญญาการตกลง
27
และ
- 18 -
3.6 การทํางานก่อสร้างเฉพาะส่วน และส่วนเกี่ยวเนื่องต่างๆ ผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการสั่ง และทํางานก่อสร้างต่างๆ เพิ่มเติม จากระเบียบกฎเกณฑ์ ข้อกําหนดที่กล่าวไว้ข้างต้นดังต่อไปนี้
3.6.1 การตรวจสอบจัดทําตําแหน่ง แนว ระยะ ระดับต่างๆ กล่าวคือ
- ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบตําแหน่งหมุดหลักเขตที่ดิน แนวระดับ ตําแหน่ง ระยะของบริเวณที่ดินกับของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ระบุไว้ในสัญญาการตกลงต่างๆ ของบริเวณสิ่งข้างเคียงที่ เกี่ยวข้องหรือที่จะใช้ อ้างอิงต่างๆ รวมทั้งจะต้องจัดทําการป้องกันดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อใช้เป็นหลัก ยึดถืออ้างอิงในการบอกตําแหน่ง ระยะ ระดับ แนวต่างๆ กับของงานก่อสร้าง ตามรูปแบบรายละเอียด ข้อกําหนดตกลงต่างๆ ตลอดระยะเวลาทํางานจนงานก่อสร้างต่างๆ เสร็จเรียบร้อยและผู้ว่าจ้างได้รับมอบ งานนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว
- ในการทํางานก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบแนว ตําแหน่ง ระยะ ระดับของ อาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่กําลังทําการก่อสร้างกับแนวตําแหน่ง ระยะ ระดับ และ รายละเอียดอื่นๆ ที่กําหนดไว้ทุกครั้งก่อนที่จะทําการก่อสร้างในส่วนนั้น หรือการทําการก่อสร้างขั้นต่อไป และต้องแจ้งหลักฐานผลการตรวจสอบอย่างชัดเจน ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบไว้ทุกครั้งหากการ
ตรวจสอบต่างๆ แต่ละครั้งดังกล่าวมีผลคลาดเคลื่อนจากที่กําหนดไม่ว่าประการใดผู้รับจ้างจะต้องแจ้งความ คลาดเคลื่อนนั้นๆพร้อมข้อมูลรายละเอียดหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างชัดเจนเหมาะสมให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบวินิจฉัยนั้นๆ ทันที โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ - ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําระยะ ตําแหน่ง ระดับ แนว ดิ่ง ฉาบที่แน่นอนถูกต้องของโครงสร้าง หลัก โครงสร้างส่วนประกอบ ผนังส่วนต่อเนื่องต่างๆ เพื่อเป็นตําแหน่ง ระยะ แนว ระดับ หลักสําคัญงาน ก่อสร้างต่างๆ เช่น งานสุขาภิบาล งานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ การติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ และงานรายละเอียดตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กันเป็นต้นไปให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาตรวจสอบให้ความเห็นชอบก่อนการทํางานก่อสร้างส่วนนั้นหรืองาน ขั้นต่อไปของส่วนต่อเนื่องทุกครั้งและผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบปฏิบัติไปตามการพิจารณานั้นโดยไม่มีข้อ
เกี่ยงงอนใดๆ ทั้งสิ้น
3.6.2 การกําหนดระยะ ขนาด และส่วนเกี่ยวข้องจากที่ก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องทําการสํารวจ ตรวจสอบ วัดช่วงระยะ ลักษณะ ขนาด ตําแหน่ง ระดับแนวต่างๆ ตามสภาพความเป็นจริงของงานก่อสร้าง เฉพาะส่วน และส่วน เกี่ยวข้องที่จะทําการสั่งวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ หรือปฏิบัติงานก่อสร้างส่วนใดๆ ของอาคาร สิ่งปลูกสร้างหรือการติดตั้งนั้นๆ หากวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่จะสั่งหรือนํามาใช้ เพื่อให้พอดี ช่วงระยะตรงตามตําแหน่งได้ แนว ระดับ ขนาด ลักษณะ ทั้งในเฉพาะส่วนและส่วนที่เกี่ยวเนื่องของอาคาร สิ่งปลูกสร้างส่วนต่างๆ คลาดเคลื่อนไปจากระยะ ตําแหน่ง แนว ระดับ และอื่นๆ ที่ระบุไว้ในรูปแบบรายการ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งความคลาดเคลื่อนต่างๆ พร้อมหลักฐานอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อ พิจารณาทันที และให้ผู้รับจ้างปฏิบัติไปตามการพิจารณาไว้เท่านั้นการแจ้งส่งหลักฐาน ดังกล่าว ผู้รับจ้างมี
หน้าที่และรับผิดชอบดําเนินการดังกล่าวไว้ข้างต้นนั้นๆ ในกรณีที่ผู้รับจ้างต้องสั่งหรือทําการประกอบ ติดตั้งวัสดุที่มีขนาดหรือระยะตําแหน่ง ระดับ แนว ลักษณะแตกต่างไปจากรูปแบบรายการรายละเอียด ข้อกําหนดต่างๆ แต่ให้พอดีและเหมาะสมกับช่วงระยะ ตําแหน่ง แนว ระดับ ลักษณะ ขนาดของงาน ก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งสัมพันธ์สอดคล้องกับงานก่อสร้างส่วนต่อเนื่องใดๆ ตามสภาพความเป็นจริงนั้นๆ เป็น หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างที่จะต้องปฏิบัติงานดังกล่าวเหล่านั้นให้ถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสม
ตรงตามพิจารณากําหนดไว้โดยจะเรียกร้องค่าชดใช้หรือโต้แย้งเกี่ยงงอนใดๆ มิได้ทั้งสิ้น
Den
- 19 -
3.6.3 การเตรียมงานเพื่อการก่อสร้างอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมการ และจัดทําช่อง รู คร่าว พุก ส่วนยึดเชื่อมโยง ค้ํายันต่างๆ หรือส่วนที่จําเป็นต้องจัดทําในส่วนต่างๆ และงานส่วนต่อเนื่อง ที่เกี่ยวข้องงานก่อสร้างนั้นๆ ให้ได้ขนาด ระยะ ระดับ แนว ดิ่ง ฉาบด้วยวิธีการจัดทําอย่างถูกต้องเหมาะสม ตามรูปแบบ รายละเอียดและ ข้อกําหนดประกอบแบบและได้มาตรฐานของงานก่อสร้างแต่ละแขนงงานช่าง นั้นๆ ด้วยวิธีการทํางานของช่างที่ดีให้เสร็จเรียบร้อยก่อนดําเนินงานขั้นต่อไปในแต่ละส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้าง
จะต้องแจ้งหลักฐานพร้อมรายละเอียดการเตรียมและจัดทําการต่างๆ ดังกล่าวอย่างชัดเจนให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้าง (แล้วแต่กรณีงาน) พิจารณาตรวจสอบเห็นชอบเสียก่อน หากมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อน เสียหายเกิดขึ้นในส่วนนั้นๆ ไม่ว่าประการใด เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องทําการเคลื่อนย้าย รื้อถอน เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสมตามข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นและตามที่คณะกรรมการ ตรวจการจ้างจะเห็นสมควรเสียก่อน จึงจะทํางานขั้นต่อไปได้ และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการปฏิบัติงาน ดังกล่าวนั้นทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ ผู้รับจ้างจะต้องระวังในการปฏิบัติงานมิให้เกิดความ เสียหายแก่งานของผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างได้ และหากเกิดการเสียหายขึ้นเนื่องจากการ ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นๆ ในกรณีที่มีการขัดแย้งหรือไม่สามารถตกลงกัน ได้ ให้ถือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นการตัดสิน หากงานใดที่ผู้รับจ้างได้จัดทําไปแล้วเกิด
ความเสียหายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นหากปรากฏว่างานใดเป็นหน้าที่ของ
ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมไว้สําหรับการก่อสร้างที่จําเป็นและเกี่ยวข้องกับงานอื่น แต่มิได้จัดทําไว้ผู้รับจ้างจะต้อง
เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาไว้ทั้งสิ้น
3.6.4 ผู้รับจ้าง จะต้องระมัดระวังกวดขันการปฏิบัติงานก่อสร้างต่างๆของผู้รับจ้างมิให้เกิดความ
เสียหายขึ้นกับงานของผู้รับจ้างรายอื่นที่เกี่ยวข้องและหากเกิดการเสียหายขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติงาน
ก่อสร้างของผู้รับจ้างไม่ว่าเป็นกรณีใดๆ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะต้องจัดทําให้มีสภาพ
ถูกต้องเหมาะสมตามข้อกําหนดความต้องการและตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควร รวมทั้ง ต้องชดใช้ความเสียหายนั้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด อนึ่ง หากปรากฏว่าการก่อสร้างส่วนใดๆ ตามข้อกําหนด รายละเอียดข้อตกลงหรือตามมาตรฐานงานก่อสร้างแขนงงานนั้นๆ หรือตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของ ช่างที่ดีถือเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมไว้สําหรับการทํางานก่อสร้างที่ จําเป็นและเกี่ยวข้อง หรือ ต่อเนื่องกับงานอื่นแต่ผู้รับจ้างมิได้จัดเตรียมไว้จะด้วยเหตุประการใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้อง รับผิดชอบใน การจัดทําให้ถูกต้องเหมาะสม ตามข้อกําหนด ตกลงความต้องการทั้งสิ้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ
ทั้งสิ้น - 20 -
3.6.5 ผู้รับจ้างมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดดําเนินการเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ในงานก่อสร้างเพิ่มเติมจากที่กําหนดไว้ดังนี้
- วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ตามรูปแบบรายการข้อกําหนดประกอบแบบ จะต้องได้รับการพิจารณา ตรวจสอบ ทดสอบ เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ใช้ได้รวมทั้ง จะต้องจัดส่งหลักฐาน ตัวอย่างรายละเอียดสิ่งต่างๆ ดังกล่าวเหล่านั้นตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง เรียกร้องต้องการและดําเนินการตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ระบุไว้จนเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อนผู้รับจ้างจึงจะสั่ง ทําและนําใช้ประกอบติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ได้ รวมทั้งการเก็บรักษาตามที่กําหนดตกลงไว้ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดส่งตัวอย่างรายละเอียดผลการทดสอบวัสดุผสมคอนกรีต (Mix Design) เหล็กเสริมคอนกรีต และ เหล็กโครงสร้างต่างๆ (ด้วยวิธีการและการจัดส่งตามที่ระบุไว้) ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา ตรวจสอบเห็นชอบให้ใช้จึงนําไปใช้ อนึ่งคอนกรีตที่ผสมใช้เองในหน่วยงานจะต้องผสมตามที่กําหนดให้ใช้
โดยต้องมีการจัดเตรียมและใช้ภาชนะที่ตวงวัดส่วนผสมให้เหมาะสมตลอดระยะการก่อสร้างมีสัดส่วน มาตรฐานตามอัตราส่วนที่กําหนดสัมพันธ์เหมาะสมกับความจุและการทํางานของเครื่องผสมคอนกรีตที่ผสม
ใช้ในแต่ละครั้งด้วยวิธีการผสม และการใช้งานคอนกรีตตามข้อกําหนดรายละเอียดที่ระบุไว้อย่างถูกต้อง
ครบถ้วนและต้องรับรองความถูกต้องการผสมคอนกรีตในการใช้งานและต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจการจ้าง (แล้วแต่กรณีงาน) ทุกครั้ง หากผู้รับจ้างมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ส่วนผสมวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ก็ให้ปฏิบัติไปตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ในบททั่วไป - ก่อนการส่งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เข้าในบริเวณก่อสร้างทุกครั้ง ผู้รับจ้างจําเป็นต้องกําหนดวัน เวลา ประเภท ชนิด ลักษณะ จํานวนรายละเอียดที่จําเป็นเหมาะสมของวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ ให้คณะกรรมการ ตรวจการจ้างทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมกับการนําเข้าไว้และ
การใช้ทํางาน - หากผู้รับจ้างนําวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาในบริเวณที่ก่อสร้างรวมทั้ง จัดทําการใช้ประกอบ ติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใดโดยที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ ทดสอบ พิจารณา เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างดังกล่าวไว้ข้างต้นให้เป็นที่เรียบร้อย ผู้รับจ้างจะต้องทําการขนย้าย
รื้อถอนเอาออกไปจากบริเวณที่ก่อสร้างทันที และหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่มี
ข้อโต้แย้งใดๆ อนึ่งในกรณีที่ผู้รับจ้างนําวัสดุก่อสร้างต่างๆ ตามรูปแบบ ข้อกําหนดประกอบแบบเข้าบริเวณ ที่ก่อสร้าง และจัดทําใช้ประกอบติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ โดยมิได้ผ่านการตรวจสอบ ทดสอบเห็นชอบ จากคณะกรรมการตรวจการจ้างตามที่ระบุไว้ข้างต้นให้เรียบร้อยเสียก่อน หากปรากฏว่าการพิจารณา ตรวจสอบ ทดสอบไม่ถูกต้องตามข้อกําหนดประกอบแบบต่างๆ และตามที่คณะกรรมการตรวจ การจ้างเห็นไม่เหมาะสมไม่สมควรนํามาใช้งานก่อสร้างต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องขนย้าย รื้อถอน จัดหา เปลี่ยน
ใช้ให้ถูกต้องตามข้อกําหนดประกอบแบบและตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่ให้เกิด ความกระทบกระเทือนเสียหายใดๆ กับงานก่อสร้างต่างๆ
همه کیست
) -
- 21 -
- ผู้รับจ้างจะต้องตรวจตราดูแลป้องกันรักษาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ที่ระบุไว้ ในรูปแบบ รายละเอียดและข้อกําหนดประกอบแบบต่างๆ ซึ่งผ่านการตรวจสอบทดสอบ เห็นชอบให้นําเข้า ใช้ประกอบ ติดตั้งในงานก่อสร้างต่างๆ ที่ระบุไว้ตลอดระยะการก่อสร้างจนงานแล้วเสร็จและผู้ว่าจ้างได้รับ มอบงานไว้เรียบร้อยแล้วหากปรากฏว่าก่อนการใช้ระหว่างการใช้งาน หรือหลังการใช้งานก่อสร้างต่างๆ รูปลักษณะ คุณสมบัติ ของวัสดุก่อสร้างต่างๆ
เหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปไม่ถูกต้องเหมาะสมตามข้อกําหนด
ต่างๆ และหรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรไม่เหมาะสมต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอนขน ย้าย แก้ไข จัดหาใช้ประกอบติดตั้งให้คงสภาพ คุณภาพถูกต้องเรียบร้อยเหมาะสม ตามข้อกําหนดตาม ต้องการ และตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรโดยไม่เกิดความล่าช้า และไม่ก่อให้เกิดความ
กระทบกระเทือนเสียหายใดๆ กับการก่อสร้าง - การทดสอบ ตรวจสอบ และผลการตรวจสอบ ทดสอบ การเก็บตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดต่างๆ ที่ระบุไว้รวมทั้งข้อกําหนด การตรวจสอบ ทดสอบ มาตรฐานวิชาชีพงานช่าง สาขานั้นๆ เมื่อได้ผลการทดสอบตรวจสอบถูกต้องเหมาะสมที่กําหนดความ ต้องการ หรือตามที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นสมควรเหมาะสม ผู้รับจ้างจึงจะทํางานก่อสร้างส่วน ต่อเนื่องหรืองานขั้นต่อไปได้ หากผลการตรวจสอบทดสอบงานก่อสร้างต่างๆไม่ถูกต้องเหมาะสมตาม ข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องแก้ไขจัดทําจนได้ผลตามเกณฑ์ข้อกําหนดนั้นๆ หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเห็นสมควรจึงจะทํางานก่อสร้างขั้นต่อไปหรืองานก่อสร้างส่วน ต่อเนื่องต่อไป ได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดดําเนินการและรับผิดชอบกําหนดการปฏิบัติการ ตรวจสอบ ทดสอบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จนได้ผลการตรวจสอบ ทดสอบถูกต้องตามข้อกําหนดต่างๆ ดังกล่าวโดยไม่ให้เกิดความล่าช้ากระทบ กระเทือนเสียหายกับงานก่อสร้างต่างๆ หากมีความล่าช้าเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับงานก่อสร้างสืบเนื่ การทํางานต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบจัดทําและชดใช้ทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งเรียกร้องใดๆ
เนื่องจาก
- 22 -
งานสถาปัตยกรรม
โครงการปรับปรุงอาคาร 11 ต.ย่านมัทรี (ติดกระจก+ทํากันสาด+ ติดตะแกรงกันนก+ซักล้างของแม่บ้าน)
ตําาบลย่านมัทรี อําาเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
- งานผนัง
1.1 วัสดุ
วัสดุก่อที่ใช้ต้องแข็งแกร่งปราศจากรอยชํารุดใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียกําลังมีขนาดสม่ําเสมอกันไม่บิดโค้งและ เป็นของใหม่ การขนย้ายและการเก็บรักษา ต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้แตกชํารุดหรือมีรอยเปรอะ เปื้อน
1.1.1 อิฐมอญหรืออิฐก่อสร้างสามัญขนาดเล็กจะต้องเป็นอิฐที่มีคุณภาพเผาไฟสุกทั่ว เนื้อ แข็งแกร่งไม่มีโพรงไม่แตกร้าว รูปร่างขนาดได้มาตรฐาน ไม่แอ่นบิดงอจะต้องดูดน้ําไม่เกิน 25% และจะต้อง ต้านทานแรงอัดสูงสุดไม่น้อยกว่า 100 กก./ตร.ซม. หรือมีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่ามาตรฐาน มอก.
77-2517
1.1.2 อิฐมอญ กลวง จะต้องเป็นอิฐที่มีคุณภาพดี ผลิตขึ้นตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 103- 2517 เป็นอิฐโปร่งที่มีโพรง หรือรูอย่างขนานกัน ทําด้วยเครื่องจักรไม่แตกร้าวบิดงอเหมาะ สําหรับใช้รับน้ําหนัก หรือได้มาตรฐาน มอก. 168-2519
2.1.3 คอนกรีตบล็อก ต้องเป็นชนิดรับแรง ได้มาตรฐาน มอก. 58-2533 ขนาด 190x190x390 มม. หรือ 140x190x390 มม. ตามแบบระบุ หรือเทียบเท่าโดยเสนอตัวอย่าง ก่อน ดําเนินการ
1.1.4 คอนกรีตมวลเบาต้องเป็นชนิดอบไอน้ํา ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 600 กก./ตรม. หรือมาตรฐาน G4 ได้มาตรฐาน มอก. 1505-2541 ขนาด 75x200×600 มม.หรือตามแบบระบุ
1.1.5 ปูนก่อ มีส่วนผสมของปูนซิเมนต์ 1 ส่วน กับทรายสะอาด 4 ส่วน (ร่อนผ่านตะแกรง เบอร์ 16 ทั้งหมด) โดยตวงแห้ง ต้องคอยผสมบ่อยๆ จากเวลาผสมน้ํายาลงไปจนใช้ก่อเสร็จไม่ควรช้ากว่า 1 ชั่วโมง ให้ผสมน้ําจํานวนพอควรแล้วใช้ให้เสร็จเมื่อใส่น้ําลงไปแล้ว ในบางกรณี คณะกรรมการตรวจการจ้าง
อาจจะกําหนดให้ผสมปูนขาวลงไปด้วย
1.1.6 ปูนถือผนังภายนอก ควรใช้ซีเมนต์ 1 ส่วนและทรายหยาบ 4 ส่วน หรือ ทรายละเอียด 4 ส่วน (ร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ 40) น้ําพอสมควร
1.1.7 ถ้าปูนฉาบผนังหนามากกว่า 1.5 ซม.แล้วควรแบ่งทําเป็น 2 ชั้น และชั้นนอกให้ใช้ทราย ละเอียดทั้งนี้คณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้ว่าจ้างอาจสั่งลด หรือเพิ่มส่วนผสม
ก็ได้แล้วแต่ชนิดของงาน
1.2 การเก็บรักษา
วัสดุก่อทุกชนิดจะต้องจัดวางเรียงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและมั่นคง การเก็บเรียงซ้อนกันควรสูงไม่เกิน 2 เมตร บริเวณที่เก็บจะต้องไม่ถูกสิ่งสกปรก หรือน้ําที่จะก่อให้เกิดตะไคร่น้ํา หรือราได้ทั้งนี้วัสดุก่อที่มี สิ่งสกปรกจับแน่นหรืออินทรีย์วัตถุ เช่น ราหรือตะไคร่น้ําจับ จะนําไปใช้ก่อไม่ได้
Brad Ja
- 23 -
1.3 การก่อ
1.3.1 ผนังก่อบนพื้น คสล. ทุกแห่ง ผิวหน้าของพื้น คสล. จะต้องสกัดผิวให้ขรุขระ แล้วทํา ความสะอาดและราดน้ําให้เปียกเสียก่อนที่จะก่อผนัง และโดยเฉพาะการก่อผนังริมนอกโดยรอบอาคารและ โดยรอบห้องน้ําจะต้องเทคอนกรีตกว้างเท่ากับผนังก่อและสูงจากพื้น คสล. 10 ซม. ก่อนจึงก่อผนังทับได้
เพื่อกันน้ํารั่วซึม
1.3.2 ผนังก่อชนเสา คสล. ผิวหน้าของเสา คสล. จะต้องสกัดผิวให้ขรุขระแล้วทําความสะอาด และราดน้ําให้เปียกเสียก่อน ก่อนที่จะก่อผนัง และจะต้องยื่นเหล็กขนาด dia.6 มม. ยาว 30 ซม. ทุก ระยะไม่เกิน 80 ซม. ที่เตรียมไว้ในขณะเทคอนกรีตเสา ผนังก่อทั้งหมดจะต้องเสริมด้วยเหล็กก้างปลาขนาด 10x20 มม. ตามแนวนอนตลอดความยาวของกําแพงปลายทั้ง 2 ด้าน จะอยู่ระดับเดียวกับเหล็ก ที่ยื่นออกจากเสาเหล็กก้างปลาจะต้องฝังเรียบ ในแนวปูนก่อขนาดความกว้างของเหล็กก้างปลาจะต้องมี ความกว้างเท่ากับความกว้างของวัสดุที่ใช้ก่อผนังเพื่อช่วยปิดผนังก่อ การต่อเหล็กก้างปลาให้ต่อซ้อนทับกัน
อย่างน้อย 20 ซม.
1.3.3 ให้ก่อคอนกรีตบล็อกในลักษณะแห้ง โดยไม่จําเป็นต้องนําไปแช่น้ําหรือสาดน้ําก่อน เว้น แต่ว่าต้องการทําความสะอาดก้อนคอนกรีตบล็อกเท่านั้น ส่วนการก่อวัสดุก่อประเภทอิฐต่างๆ ก่อน นําอิฐ มาก่อจะต้องนําไปแช่น้ําให้เปียกเสียก่อน
1.3.4 การก่อผนังจะต้องได้แนว ได้ดิ่งและได้ระดับและต้องเรียบ โดยการทิ้งดิ่งและใช้เชือกดึง จับระดับทั้ง 2 แนวตลอดเวลาผนังก่อที่ก่อเปิดเรียบร้อยมีขนาดตามระบุในแบบก่อสร้างและจะต้องมีเสา เอ็นหรือทับหลังโดยรอบ
1.3.5 แนวปูนจะต้องหนาประมาณ 1 ซม. และต้องใส่ปูนก่อให้เต็มรอยต่อโดยรอบแผ่นวัสดุ ก่อนการเรียงก่อต้องกดก้อนวัสดุก่อ และใช้เกรียงอัดให้แน่นไม่ให้มีซอกมีรูห้ามใช้ปูนก่อที่กําลังเริ่มแข็งตัว หรือเศษปูนก่อที่เหลือร่วงจากการก่อมาใช้ก่ออีก
1.3.6 การก่อผนังในช่วงเดียวกันจะต้องก่อให้มีความสูงใกล้เคียงกัน ห้ามก่อผนังส่วนหนึ่งส่วน ใดสูงกว่าส่วนที่เหลือเกิน 1 เมตร และผนังก่อหากก่อไม่แล้วเสร็จในวันนั้น ส่วนบนของผนังก่อที่ก่อค้างไว้ จะต้องหาสิ่งปกคลุมเพื่อป้องกันฝน
1.3.7 ผู้รับจ้างจะต้องทําช่องเตรียมไว้ในขณะก่อผนัง ส่วนงานของระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ ไฟฟ้าระบบสุขาภิบาล ระบบปรับอากาศ ฯลฯ การสกัดและการเจาะผนังก่อเพื่อติดตั้งระบบดังกล่าว จะต้องยื่นขออนุมัติจากสถาปนิกเสียก่อน เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจึงจะดําเนินการได้ทั้งนี้จะต้องดําเนินการ
สกัดเจาะด้วยความประณีตและต้องระมัดระวังมิให้ผนังก่อบริเวณใกล้เคียงแตกร้าวเสียความแข็งแรงไป
1.3.8 ผนังก่อที่ไม่ฉาบปูนหรือก่อโชว์แนวการก่อจะต้องจัดก้อนวัสดุก่อให้ได้แนวดิ่งและได้แนว ระดับผิวหน้าเรียบได้ระดับอย่างสม่ําเสมอ โดยแนวปูนก่อต้องมีความกว้างไม่เกิน 15 มม. ยกเว้นจากที่ระบุ เป็นอย่างอื่นแล้วให้ใช้เครื่องมือขูดร่อง รอยแนวปูนก่อลึกเข้าไปประมาณ 5 มม. และผนังก่อโชว์แนว ภายนอกอาคาร เมื่อปูนแห้งแข็งตัวดีแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทิ้งให้ผนังแห้งสนิท พร้อมทั้งทําความสะอาดผนัง ให้เรียบร้อยแล้วทาด้วยน้ํายาประเภท Silicone เพื่อกันซึมและป้องกันพวกรา ตะไคร่น้ําจับ
1.3.9 ผนังก่อริมนอกโดยรอบอาคาร ในกรณีก่อผนังชิดขอบด้านในเสาและคานหรือในระหว่าง กึ่งกลางของเสาและคานในขณะเทคอนกรีต ผู้รับจ้างจะต้องเตรียมร่องลึก 12 มม. กว้างเท่ากับความหนา ของผนังไว้ที่ข้างเสา และใต้คาน คสล. ตลอดแนวผนังก่อ
1.3.10 ผนังที่ก่อชนคาน คสล. หรือพื้น คสล. จะต้องเว้นช่องไว้ประมาณ 10-20 ซม.เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 3 วันเพื่อให้ปูนก่อแข็งตัวและทรุดตัวจนได้ที่เสียก่อนจึงทําการก่อให้ชนท้องคานหรือท้องพื้นได้
Summit Juras - 24 -
1.3.11 ผนังก่อที่ก่อใหม่จะต้องไม่กระทบกระเทือนหรือรับน้ําหนักเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน หลังจากก่อผนังเสร็จเรียบร้อยแล้ว
1.4 การทําเสาเอ็นและคานเอ็น คสล.
1.4.1 เสาเอ็นที่มุมผนังก่อทุกมุมหรือที่ผนังก่อหยุดลอยๆ โดยไม่ติดเสาคสล. หรือตรงที่ผนังก่อ ติดกับวงกบ ประตู-หน้าต่าง จะต้องมีเสาเอ็นขนาดของเสาเอ็นจะต้องไม่เล็กกว่า 10 ซม. และมีความกว้าง เท่ากับผนังก่อเสาเอ็นจะต้องเสริมด้วยเหล็ก 2-dia.9 มม. และมีเหล็กปลอก dia. 6 มม. @ 20 ซม. เหล็ก เสริมเสาเอ็นจะต้องฝังลึกลงในพื้น และคานด้านบน โดยโผล่เหล็กเตรียมไว้ ผนังก่อที่กว้างเกินกว่า 3 เมตร จะต้องมีเสาเอ็นแบ่งครึ่งช่วงสูงตลอดความสูงของผนังคอนกรีตที่ใช้เทเสาเอ็น จะต้องใช้ส่วน 1:2:4
โดยปริมาณ ส่วนหินให้ใช้หินเล็ก
1.4.2 คานทับหลัง ผนังก่อที่ก่อสูงไม่ถึงท้องคาน หรือพื้น คสล. หรือผนังที่ก่อชนใต้วงกบ หน้าต่าง หรือเหนือวงกบประตู-หน้าต่างที่ก่อผนังทับด้านบนจะต้องมีคานทับหลังและขนาดจะต้องไม่เล็ก กว่าเสาเอ็นตามที่ระบุมาแล้ว และผนังก่อที่สูงเกินกว่า 3 เมตร จะต้องมีคานทับหลังตรงกลางช่วงเหล็กเสริม คานทับหลังจะต้องต่อกับเหล็กที่เสียบไว้ในเสาหรือเสาเอ็น คสล.
1.4.3 การทําเสาเอ็นในผนังคอนกรีตบล็อกให้เสียบเหล็ก 2 dia. 9 มม.
ในช่องบล็อก @ 2.00 ม. และเทปูนทรายให้เต็มช่องแทนการทําเสาเอ็น คานเอ็นในคอนกรีตบล็อกโชว์ แนวให้ใช้คานทับหลัง (Lintel Block) รูปตัว U ใส่เหล็กและกรอกปูนทรายให้เต็มช่อง
1.5 การทําความสะอาด
เมื่อก่อผนังเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องทําความสะอาดผิวหนังแนวปูนก่อทั้ง 2 ด้านให้ปราศจาก เศษปูนก่อเกาะติดผนัง เศษปูนที่ตกที่พื้นจะต้องเก็บกวาดทิ้งให้หมด ให้เรียบร้อยทุกครั้งก่อนปูนแข็งตัว
1.6 การตกแต่งผิวผนัง
1.6.1 การฉาบปูน
- ขอบเขตของงาน
งานฉาบปูน หมายรวมถึง งานฉาบปูนผนังวัสดุก่อสร้าง ผนัง ค.ส.ล. และงานฉาบปูน โครงสร้าง ค.ส.ล. เช่น เสา คาน และท้องพื้น ตลอดจนฉาบปูนในส่วนที่มองเห็นด้วยตาทั้งหมด นอกจากจะ ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น - หลักการทั่วไป
ก) การฉาบปูนทั้งหมดเมื่อฉาบครั้งสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้วผนังจะต้องเรียบสะอาด สม่ําเสมอ ไม่เป็นรอยคลื่น และรอยเกรียงได้ดิ่งได้ระดับ ทั้งแนวนอน และแนวตั้ง มุมทุกมุมจะต้องตรงได้ดิ่ง และฉาก (เว้นแต่ที่ระบุไว้เป็นพิเศษในแบบก่อสร้าง)
ปูนเรียบทั้งหมด
ปูนตกแต่ง
เคลือบอยู่
ข) หากมิได้ระบุลักษณะการฉาบปูนเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งให้ถือว่าเป็นลักษณะการฉาบ
ค) ผนังฉาบปูน การฉาบปูนให้ทําการฉาบปูน 2 ครั้งเสมอ คือ ฉาบปูนรองพื้นและฉาบ - วัสดุ
ก) ปูนซีเมนต์ ให้ปูนซีเมนต์ผสมตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 80-2517
ข) ทราย เป็นทรายน้ําจืดที่สะอาด คมแข็ง ปราศจากดินหรือสิ่งสกปรกเจือปนหรือ
ผ่านตะแกรงร่อนเบอร์ 4 100%
کس کس کر
من كسكس
- 25 -
ผ่านตะแกรงร่อนเบอร์ 16 60-90% ผ่านตะแกรงร่อนเบอร์ 50 10-30%
ผ่านตะแกรงร่อนเบอร์ 100 1-10%
ค) น้ํายาผสมปูนฉาบน้ํายาผสมปูนฉาบที่ผู้รับจ้างใช้ผสมแทนปูนขาวให้ใช้ได้ตามสัดส่วน โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัทที่ปรึกษาแล้วจึงจะใช้แทนได้
คําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต
ง) น้ํา ต้องใสสะอาดปราศจากน้ํามันกรดต่างๆ ด่าง เกลือ
พฤกษธาตุ
และสิ่งสกปรกเงื่อ
ปน ห้ามใช้น้ําจาก คู คลอง หรือแหล่งอื่นใดก่อนได้รับอนุญาต และน้ําที่ขุ่นจะต้องทําให้ใสและตกตะกอน
เสียก่อน จึงจะนํามาใช้ได้
ทรายกลาง 3 ส่วน
- ส่วนผสมปูนฉาบ ปูนฉาบรองพื้นอัตราส่วน 1:3 โดยใช้ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ผสมกับ
- การผสมปูนฉาบ
ก) การผสมปูนฉาบจะต้องนําส่วนผสมเข้ารวมกันด้วยเครื่องผสมคอนกรีต การผสม ด้วยมือ จะอนุมัติให้ใช้ได้ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานพิจารณาเห็นว่าได้คุณภาพเทียบเท่า ผสมด้วยเครื่อง
ข) ส่วนผสมของน้ําจะต้องพอเหมาะกับการฉาบปูน ไม่เปียกหรือแห้งเกินไปทําให้ปูน
ฉาบไม่ยึดเกาะผนัง - การเตรียมผิวฉาบปูน
ก) ผิว ค.ส.ล. ผิวที่จะฉาบจะต้องทําให้ผิวขรุขระเสียก่อน อาจโดยการสกัดผิวหน้าหรือ ใช้ทรายพ่นขัด หรือใช้แปรงลวดขัด หรือใช้กรดจําพวกมิวริแอติค ผสมกับน้ํา 1:6 ส่วน ล้างผิวคอนกรีตแต่ ต้องล้างและขจัดผงเศษวัสดุออกให้หมดก่อนน้ํามันทาไม้แบบในการเทคอนกรีตจะต้องขัดล้างออกให้สะอาด ด้วยเช่นเดียวกันแล้วราดน้ําและทาน้ําปูนซีเมนต์ข้นๆ ให้ทั่วเมื่อน้ําปูนแห้งแล้ว ให้สลัดด้วยปูนทราย 1:1 โดยใช้แปรงหรือไม้กวาดจุ่มสลัดเป็นมัดๆ ให้ทั่ว ทิ้งให้ปูนทรายแห้งแข็งตัวประมาณ 24 ชม. จึงราดน้ําให้ ความชุ่มชื้นตลอด 48 ซม. และทิ้งไว้ให้แห้งจึงจะดําเนินงานขั้นต่อไป
ข) ผิววัสดุก่อ ผนังก่อ วัสดุก่อต่างๆ จะต้องทิ้งไว้ให้แห้ง และทรุดตัวจนคงที่แล้ว
เสียก่อน (อย่างน้อยหลังจากก่อผนังเสร็จแล้ว 7 วัน) จึงทําการสกัดเศษปูนออก ทําความสะอาดผิวให้ ปราศจากไขมันหรือน้ํามันต่างๆ ฝุ่นผง - การฉาบปูน
ก) การฉาบปูนรองพื้น จะต้องตั้งเฟี้ยมทําระดับ จับเหลี่ยม เสาคานขอบค.ส.ล. ต่างๆ ให้เรียบร้อยได้แนวดิ่ง และแนวระดับ ผนังและฝ้าเพดานควรจะทําระดับไว้เป็นจุดๆ ให้ทั่วเพื่อให้การฉาบ ปูนรวดเร็วและเรียบร้อยขึ้นโดยใช้ปูนเค็ม ส่วนผสมปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ทรายละเอียด 1 ส่วน ภายหลังปูน ที่ตั้งเฟี้ยมทําระดับเสร็จเรียบร้อยและแห้งดีแล้ว ให้ราดน้ําหรือฉีดน้ําให้บริเวณที่จะฉาบปูนตามอัตรา
ส่วนผสมและวิธีผสมตามที่กําหนดให้แล้วให้ฉาบปูนรองพื้นได้ระดับใกล้เคียงกันกับระดับแนวที่เฟี้ยมไว้ (ความหนาของปูนฉาบรองพื้นประมาณ 10 มม.) โดยใช้เกรียงไม้ฉาบอัดปูนให้เกาะติดแน่นกับผิวพื้นที่ฉาบ ปูน และก่อนที่ปูนฉาบรองพื้นจะเริ่มแข็งตัวให้ขูดขีดผิวหน้าของปูนฉาบให้ขรุขระเป็นรอยไปมาโดยทั่วกัน เพื่อให้การยึดเกาะตัวของปูนฉาบตกแต่งยึดเกาะดีขึ้น เมื่อฉาบปูนรองพื้นเสร็จแล้ว จะต้องบ่มปูนฉาบ ตลอด 48 ชม. และทิ้งไว้ให้แห้งก่อน 7 วัน จึงทําการฉาบปูนตกแต่งได้ การฉาบปูนภายนอกตรงผนังวัสดุ ก่อที่ผนังก่อต่อกับโครงสร้างคอนกรีตเสาคานให้ป้องกันการแตกร้าว โดยใช้แผ่นตะแกรงชนิด ALVANIZED EXPANDED METAL JOINT STRIPS ตอกตะปูยึดยาวตลอดแนวรอยต่อแล้วจึงทําการฉาบปูนรองพื้นได้
Budad Jar als
- 26 -
ข) การฉาบปูนตกแต่ง ก่อนฉาบปูนตกแต่ง ให้ทําความสะอาดและราดน้ําบริเวณที่จะ ฉาบปูนให้เปียกโดยทั่วกันเสียก่อนจึงฉาบปูนตกแต่งได้ โดยใช้อัตราส่วนผสมตามที่กําหนดให้และฉาบปูน ให้ได้ตามระดับที่เปี่ยมไว้ การฉาบปูนในชั้นนี้ให้หนาไม่เกิน 8 มม.) โดยใช้ไม้เกรียงไม้ฉาบอัดปูนให้เกาะติด แน่นกับชั้นปูนฉาบรองพื้น และต้องหมั่นพรมน้ําให้เปียกชื้นตลอดเวลาฉาบ ขัดตกแต่งปรับจนผิวได้ระดับ เรียบร้อยตามที่ต้องการด้วยเกรียงไม้ยาง เพื่อป้องกันการเข้าหรือแอ่นของผิวปูนฉาบ สําหรับช่องเปิดต่างๆ ต้องฉาบปูนให้ได้มุมของเปิดเหล่านี้ ตามที่กําหนดไว้ โดยที่ ด้านของมุมได้ระดับเดียวกัน ไม่เว้าหรือปูตลอดแนว
ค) การฉาบปูนในลักษณะพื้นที่กว้าง การฉาบปูนตกแต่ง หรือฉาบปูนรองพื้นบนพื้นที่ ระนาบนอน เอียงลาดหรือระนาบตั้ง ซึ่งมีขนาดกว้างเกิน 9 ตารางเมตร หากในรูปแบบหรือรายละเอียด ประกอบแบบก่อสร้างได้ระบุให้มีแนวเส้นแบ่งที่แสดงไว้อย่างชัดเจน ผู้รับจ้างจะต้องขอคําแนะนําพิจารณา จากผู้ควบคุมงานในการแบ่งแนวเส้นปูนฉาบหรือให้ใส่แผ่นตะแกรงชนิด GALVANIZED EXPANDED METAL BEAD ช่วยยึดปูนฉาบตลอดแนว หากผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติตามในกรณีดังกล่าวข้างต้น ผู้ควบคุมงาน อาจสั่งให้เคาะสกัดปูนฉาบออกแล้วฉาบใหม่ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในกรณีที่ ระบุให้ฉาบปูนขัดผิวมันให้ฉาบปูนตกแต่งปรับให้ได้ระดับตกแต่งผิวจนเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้น้ําปูนข้นๆ ทา โบกทับหน้าให้ทั่ว ขัดผิวเรียบด้วยเกรียงเหล็ก ในกรณีที่ระบุให้ฉาบปูนผสมน้ํายากันซึมขัดผิวมัน ปูนฉาบ ชั้นรองพื้นและปูนฉาบขั้นตกแต่งจะต้องผสมน้ํายากันซึม ลงในส่วนผสมของปูน ทราย ตามอัตราส่วนและ
คําแนะนําของผู้ผลิตโดยเคร่งครัดและทําการขัดผิวมันดังที่ระบุในรายละเอียดประกอบแบบก่อสร้างนี้ ง) ถ้าปูนฉาบผนังหนามากกว่า 1.5 ซม.แล้วควรแบ่งทําเป็น 2 ชั้น และชัน นอกให้ใช้ ทรายละเอียดทั้ง นี้คณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้ว่าจ้างอาจสั่งลด หรือเพิ่ม
ส่วนผสมก็ได้แล้วแต่ชนิดของงาน
- การซ่อมผิวฉาบปูน
ผิวปูนฉาบที่แตกร้าว หลุดร่อนหรือปูนไม่จับกับผิวพื้นที่ที่ฉาบไป หรือฉาบปูนซ่อมรอยสกัดต่างๆ จะต้องทําการซ่อมโดยการเคาะสกัดปูนฉาบเดิมออกเป็นบริเวณกว้างไม่น้อยกว่า 10 ซม. และทําผิวให้ ขรุขระฉีดนํ้าล้างให้สะอาดแล้วฉาบปูนใหม่ ตามข้อการฉาบปูนข้างต้นด้วยทรายที่มีขนาดและคุณสมบัติ เดียวกันกับผิวปูนเดิม ผิวปูนที่ฉาบใหม่แล้วจะต้องเรียบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับผิวปูนเดิม ห้ามใช้ฟองน้ําชุบน้ํา ในการตกแต่งผิวปูนฉาบซ่อมนี้ - การป้องกันผิวปูนฉาบ
จะต้องบ่มผิวปูนฉาบที่ฉาบเสร็จใหม่ๆ แต่ละชั้นให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา 82 ชม. โดยใช้น้ํา พ่นเป็นละอองละเอียดและพยายามหาทางป้องกันและหลีกเลี่ยงมิให้ถูกแสงแดดโดยตรง หรือมีลมพัดจัด การบ่มผิวนี้ ให้ผู้รับจ้างถือเป็นสิ่งสําคัญที่จะต้องให้การดูแลเป็นพิเศษด้วย
1.6.2 การฉาบปูนขัดมัน
บ
กรรมวิธีการทํางานเหมือนการฉาบปูนในข้อ 2.6.1 หลังจากฉาบปูนผิวหน้าและปรับจนได้ระดับ ตกแต่งผิวจนเรียบร้อยแล้ว ให้พรมน้ํา และโรยปูนซีเมนต์ผงทับหน้าให้ทั่ว ขัดผิวให้เรียบมันด้วยเกรียงเหล็ก
1.6.3 การฉาบปูนขัดมันกันซึม
ขณะผสมปูนฉาบทั้ง 2 ชั้น ให้ผสมน้ํายากันซึม มีสัดส่วนตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตแล้วจึงฉาบ
Ae
02
- 27 -
- งานประตู - หน้าต่าง
2.1 ประตูหน้าต่างอลูมิเนียม (Aluminum Doors and Windows)
2.1.1 ขอบเขตของงาน
งานในหมวดนี้รวมถึงงานติดตั้งประตูหน้าต่างอลูมิเนียมกระจกติดตาย-กรอบอลูมิเนียมวง กบอลูมิเนียม และงานอลูมิเนียมอื่นๆ ตามระบุในแบบรูปและรายการละเอียด ขนาดความหนาและน้ํา หนัก Section ทุกชิ้น ส่วนจะต้องไม่เล็ก หรือบางกว่าที่ระบุไว้ในแบบสถาปัตยกรรมและมีความผิดพลาดที่ ยอมให้ตามมาตราฐานการรีดโลหะสเกล (AA Aluminium Standard&Data LSA) หากมิได้ระบุเป็นอย่าง อื่น ให้ยึดรูปแบบและดําเนินการดังนี้
2.1.2 คุณสมบัติของวัสดุ
- เนื้อ อลูมิเนียมเป็น Alloy 6063 T5 หรือเทียบเท่า โดยมี Ultimate tensile strength ไม่น้อยกว่า 151.7 เมกะปาสกาล (22,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ซึ่งจะต้องมีขนาดหน้าตัดที่เหมาะสม หรือ ตามที่ระบุไว้ในแบบและรายการประกอบแบบ
ความหนา - ผิวของอลูมิเนียมจะต้องเป็นสีธรรมชาติ (Natural Anodized) หรือตามระบุในแบบ
ของฟิล์มที่เคลือบ จะต้องไม่ต่ํากว่า 15 ไมครอน ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ +2 ไมครอน - สกรูยึด วงกบ และยึดตัวบานทุกตัวต้องใช้ชนิดที่เป็นสแตนเลสเท่านั้น
- สกรูที่ขันติดกับส่วนที่เป็นโครงสร้าง ค.ส.ล. หรือผนังฉาบปูน ให้ใช้สกรูที่ใช้ร่วมกับพุก โลหะที่เหมาะสมโดยได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน
- ยางอัดกระจก (Gasket) ให้ใช้ชนิด Neoprene หรือชนิด EPDM หรือเทียบเท่า 6) สักหลาด (Wool Pile) ซึ่งเสียบที่กรอบบานประตูโดยรอบ ต้องได้รับการอนุมัติจาก คณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อนนํามาใช้
- รอยต่อรอบๆ วงกบอลูมิเนียมทั้ง ภายนอกและภายใน ส่วนที่ติดกับปูนฉาบ หรือคอนกรีต หรือวัสดุอื่นใด จะต้องเซาะร่องกว้างประมาณ 5 มิลลิเมตร ลึก 3 มิลลิเมตร ยาแนวด้วยวัสดุยาแนวชนิด ทาสีทับได้ ของและจะต้องรองรับด้วยBacking หรืออื่นๆ ตามคําแนะนําของผู้ผลิตวัสดุยาแนว โดยได้รับ การอนุมัติจากผู้ควบคุมงานส่วนรอยต่อกระจกกับกระจก และกระจกกับอลูมิเนียม หรือกระจกกับวัสดุอื่น ให้ยาแนวด้วยซิลิโคนของ ชนิดป้องกันคราบสกปรก (Non-Staining) ตามคําแนะนําของผู้ผลิตซิลิโคน โดย ได้รับการอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน ให้ใช้สีที่ใกล้เคียงหรือสีเดียวกันกับสีของอลูมิเนียมการยาแนวรอยต่อ
ต่างๆ จะต้องทําด้วยฝีมือประณีตและสวยงามทั้งภายนอกและภายใน - ขนาดความหนา และน้ํา หนักของ Section ทุกอันจะต้องไม่เล็กหรือบางกว่าที่ระบุใน
แบบโดยทั่วไป ความหนาของอลูมิเนียม จะเป็นดังนี้
มม.
อลูมิเนียมชุดหน้าต่าง-ประตู บานเลื่อน และช่องแสงทั่วไป ความหนาไม่น้อยกว่า 1.75
- อลูมิเนียมชุดหน้าต่าง ประตูสวิง ความหนาไม่น้อยกว่า 2.0 มม.
- อลูมิเนียมชุดบานกระทุ้งความหนาไม่น้อยกว่า 1.75 มม.
- เกล็ดอลูมิเนียม ชนิดพับปลายกันน้ํา ฝน ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.5 มิลลิเมตร - ชุดหน้าต่าง-ประตูบานเลื่อน มีปีกกันน้ํา ขนาดกว้าง 2 ซม. โดยรอบ
อลูมิเนียมตัวประกอบต่างๆ ความหนาไม่ต่ํากว่า 1.0 มิลลิเมตร - วงกบอลูมิเนียมสําหรับประตูภายในทั่วไป ถ้าไม่ได้ระบุไว้ในแบบก่อสร้างเป็นอย่างอื่น
ให้ใช้ขนาดไม่เล็กกว่า 1-3/4" X 4"
Edad Jm as - 28 -
- Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองไม่เห็น ความหนาไม่น้อยกว่า 2.0 มิลลิเมตร - Flashing อลูมิเนียมในส่วนที่มองเห็น และ/หรือเป็นแผ่นผิวของผนังอาคาร ความหนา
ไม่ต่ํากว่า3.0 มิลลิเมตร
เปิดได้ - กรอบบานมุ้งลวด หนาไม่ต่ํากว่า 1.5 มิลลิเมตร ขนาดต้องสามารถติดตั้ง อุปกรณ์ปิด-
2.1.3 แบบขยาย
แบบขยายแสดง Section และรายละเอียดที่ปรากฏในแบบรูปเป็นเพียงข้อกําหนดเพื่อใช้ แสดงมาตรฐานของ Section และการประกอบติดตั้ง สําหรับอาคารในสัญญานี้เท่านั้น ผู้รับจ้างมีสิทธิใน การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของ Section และรายละเอียดต่างๆ ได้โดยจะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดต่อไปนี้ และจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้างจึงจะทําการติดตั้งได้
ม
- Section ต่างๆ เมื่อประกอบเป็นชุดแล้วจะต้องมีน้ํา หนักรวม/ความยาวไม่น้อยกว่า
95% ของน้ํา หนักรวม/ความยาวที่กําหนดในแบบ - มาตรฐานในการประกอบและติดตั้ง ใกล้เคียงกับที่ระบุในแบบรูป
- มาตรฐานในการกันน้ํา (Water Tight) เทียบเท่ากับที่ระบุในแบบและรายการ 4) Section ที่นํามาติดตั้ง จะต้องมีขนาด ความหนา และน้ํา หนัก ตามที่ขออนุมัติ โดย
ยินยอมให้เกิดความผิดพลาด (Allowable Tolerance) ตาม มอก.284-2530
2.1.4 แบบใช้งาน - ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบใช้งาน (Shop Drawing) และตัวอย่างวัสดุ อุปกรณ์ให้ คณะกรรมการตรวจการจ้างอนุมัติก่อน จึงจะทําการติดตั้ง ได้
- แบบใช้งาน จะต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้ง การยึด การกันน้ํา และจะต้องแสดง ระยะต่างๆ โดยละเอียด
2.1.5 การประกอบและติดตั้ง - ก่อนติดตั้ง วงกบอลูมิเนียม จะต้องตกแต่งผนังอิฐ เสา และคานให้เรียบร้อยก่อน จึง
ติดตั้งวงกบอลูมิเนียมได้ - การติดตั้ง จะต้องเป็นไปตามระบุในแบบและรายการละเอียด
- การติดตั้ง อลูมิเนียม จะต้องกระทําด้วยช่างฝีมือโดยเฉพาะ
- การติดตั้งวงกบอลูมิเนียม จะต้องได้ดิ่ง ได้ระดับ และได้ฉาก และยึดแน่นกับผนังหรือ โครงสร้าง โดยรอบด้วยสกรูให้แข็งแรง ตะปูเกลียวสําหรับยึดงานอลูมิเนียมติดกับปูน จะต้องใช้ร่วมกับพุก ชนิดที่ทําด้วยไนล่อน ระยะที่ยึดจะ ต้องไม่เกินกว่า 50 เซนติเมตร การยึดจะต้องมั่นคงแข็งแรง ตะปูเกลียว ที่ใช้ทั้ง หมดให้ใช้ชนิดสเตนเลส
- วงกบประตูหน้าต่างโดยรอบอาคาร จะต้องอุดด้วย Calking Compound ชนิด One PartPolyurethane หรือ Silicone Sealant และจะต้องรองรับด้วย Polyurethane Joint Backing เสียก่อน ที่จะทําการ Caulking โดยจะต้องทําความสะอาดรอยต่อให้สะอาด ปราศจากคราบน้ํามันและสิ่ง สกปรกเสียก่อน ในกรณีจําเป็นจะต้องใช้ Primer ช่วยในการอุดยาแนว ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกรรมวิธี ของผู้ผลิตวัสดุอุดยาแนวอย่างเคร่งครัด โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง แล้วแต่งแนวให้เรียบร้อย ขนาด ของรอยต่อจะ ต้องกว้างไม่น้อยกว่า 6 มม. แต่ไม่เกิน 10 มม.
- การติดตั้ง กรอบบานประตูหน้าต่างทั้งหมด จะต้องได้ฉากแข็งแรงและเรียบร้อยเป็นไป ตามหลักวิชาช่างอลูมิเนียมที่ดี
. 02
M
- 29 -
- การต่ออลูมิเนียมทั้ง หมดจะต้องแข็งแรง สนิทและเรียบร้อยตามหลักวิชาช่างอลูมิเนียม ที่ดีอุปกรณ์สําหรับยึดรอยต่อ จะต้องเป็นชนิดซ่อนภายในทั้งหมด
- ผิวสัมผัสของอลูมิเนียมกับโลหะชนิดอื่น จะต้องทาด้วย Atkali-Resistant Bituminum Paintหรือ Zinc-Chromate Primer หรือ Isolator Tape ตลอดบริเวณที่โลหะทั้ง สองสัมผัสกันเสียก่อน จึงทําการติดตัง้ ได้
1 - ประตู-หน้าต่างบานเลื่อน จะต้องมีระบบป้องกันมิให้บานหลุดได้อย่างปลอดภัย ช่อง เปิดประตู-หน้าต่างอลูมิเนียมจะต้องเตรียมช่องระบายน้ํา ออกได้อย่างเพียงพอเมื่อนํา ฝนสาดเข้าในช่อง
เปิด - ภายหลังการติดตั้ง ประตู หน้าต่างอลูมิเนียม พร้อมอุปกรณ์ประกอบทั้งหมด จะต้อง ได้รับการปรับให้อยู่ในลักษณะที่เปิด-ปิด ได้สะดวกไม่ติดขัด
- วงกบและกรอบบานประตู-หน้าต่างอลูมิเนียม เมื่อติดตั้ง แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างจะต้องติด PlasticTape ป้องกันผิวของวัสดุเอาไว้ เพื่อให้ปลอดภัยจากน้า ปูนหรือสิ่งอื่นใดที่อาจจะทําความเสียหาย กับวงกบ และกรอบบานห้ามใช้น้ํา มันเครื่อง หรือนํา มันทาผิวอลูมิเนียม เพื่อป้องกันน้ํา ปูนเป็นอันขาด
- ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดผิวส่วนที่เป็นอลูมิเนียมของบานประตู-หน้าต่าง ทั้ง ด้าน นอกและด้านในให้สะอาด ปราศจากคราบปูน สี หรือสิ่งอื่นใด เพื่อให้ดูเรียบร้อยไม่กีดขวางการยาแนวของ Sealant และการทํางานของอุปกรณ์ประตู-หน้าต่าง ผู้รับจ้างจะต้องไม่ใช้เครื่องมือทําความสะอาดที่อาจ
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผิวของอลูมิเนียม
2.1.6 อุปกรณ์
ทําด้วย Nylon - ตะปูควงทุกตัวที่ขันติดกับวัสดุชนิดอื่นที่ไม่ใช่ไม้ และโลหะ จะต้องใช้ร่วมกับพุกพลาสติก
- ตะปูควงทุกตัวที่มองเห็นด้วยตา จะต้องทําด้วย Stainless Steel สําหรับส่วนที่มองไม่ เห็นอนุญาตให้ใช้ตะปูควงชนิดที่ชุบ CAD-Plated ได้ทุกระยะ 40 ซม.
- ฉากสําหรับยึดชิ้น ส่วนอลูมิเนียมตามข้อต่อต่างๆ ให้ใช้ฉากอลูมิเนียมชนิดพิเศษ มีขนาด เหมาะสมกับ Section แต่ละอัน
- ยางขอบกระจก ให้ใช้ยาง PVC ผลิตในประเทศ
- Door Closer สําหรับบานเปิดทุกบานให้ใช้ชนิดฝังในพื้น หรือในเฟรมก็ได้แต่ต้องไม่มี ธรณีประตูแบบ Heavy Duty Double Action สามารถเปิดค้าง 90 องศา ขนาดของ Door Closer และ วิธีการติดตั้งจะต้องเป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิต โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
ย
เป็นอย่างอื่น - กุญแจสําหรับประตูบานเปิดทุกช่อง ให้ใช้ Dead Lock ชนิด Heavy Duty หากมิได้ระบุ
- กลอนสําหรับประตูบานเปิดคู่ ให้ใช้ชนิดฝังเรียบในบาน Flush Bolt
- อุปกรณ์ประตูหน้าต่าง Aluminum บานเลื่อน โครงและกล่องรางเลื่อนจะต้องตรงไม่คด งอติดลูกล้อสําหรับบานเลื่อนประตูหรือหน้าต่างบานละ 2 ชุด ลูกล้อจะต้องเป็น Nylon แข็งแกนระบบ ลูกปืน มีความแข็งแรงคล่องตัวและทนทานต่อการเสียดสีได้เป็นอย่างดี ขนาดและชนิดของลูกล้อต้องใช้ให้ เหมาะสมกับขนาดและน้ํา หนักของบานประตูหรือหน้าต่าง
one point - กุญแจสําหรับประตู-หน้าต่างบานเลื่อนพร้อมมือจับอลูมิเนียมชนิดฝังในบาน Standard
كلسة
mini
- 30 -
- ประตูและหน้าต่างบานเลื่อนทุกบานจะต้องมีระบบป้องกันมิให้ล้อหลุดจากราง เฉพาะ ประตูและหน้าต่างที่อยู่ภายนอกอาคาร รางเลื่อนตัวล่างจะต้องเจาะรูขนาด 6 มม. ระยะห่าง 30 ซม. เพื่อ ระบายน้ํา ออกจากราง
- มุ้งลวด ให้ใช้มุ่งลวด Nylon โดยจะต้องมีจํานวนช่องตาข่ายด้านตามยาวของม้วนไม่ต่ํา กว่า 16 ช่องต่อ 1 นิ้ว จํานวนช่องตาข่ายด้านตามขวางของม้วนไม่ต่ํากว่า 18 ช่องต่อ 1 นิ้ว จัดชุดให้ เหมาะสมกับขนาดของช่องเปิดที่มีคุณภาพเทียบเท่า หรือดีกว่า มอก. 313-2522
- อุปกรณ์หน้าต่างบานเปิดหรือกระทุ้ง บานพับปรับระดับขนาดไม่ต่ํากว่า 16" หรือตาม คําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต มือจับ ก้านโยก ชนิด Lock ได้ในตัว ตรงกลางบานหน้าต่าง
4.3.7 การทําความสะอาด
วงกบและกรอบอลูมิเนียม เมื่อติดตั้ง เสร็จเรียบร้อยแล้วผู้รับจ้างจะต้องพ่น Stripable
PVCCoating เพื่อป้องกันผิวของวัสดุให้ทั่ว
2.2 อุปกรณ์ประตู และหน้าต่าง
นอกจากระบุไว้เป็นพิเศษในแบบก่อสร้างอุปกรณ์สําเร็จสําหรับประตูหน้าต่างทั้ง หมดให้ใช้ชนิด ชนิดชุบโครเมียมหรือ Stainless Steel ผิวมันและเรียบไม่ขรุขระ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
2.2.1 บานพับ (Hinge)
ให้ใช้บานพับ Stainless โดยมีรายละเอียดการติดตั้ง ดังนี้ - ประตูไม้ขนาดกว้างไม่เกิน 90 ซม.และบานพับประตูเปิดไม้อัดทั่วไป ต้องเป็นชนิด Ball Bearing (ชนิดมีลูกปืน) ทําจาก Stainless Steel ชนิด 4 แหวน ขนาด 4 X 3” จํานวน 3 ตัวต่อบาน ประตู ต้องได้มาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 759-2531บานพับสําหรับประตูและหน้าต่าง : บานพับสองปีก หรือมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงตามหมวด1 ข.
- ประตูไม้ขนาดกว้างเกิน 90 ซม. ขึ้นไปและบานพับประตูเปิดไม้อัดทั่วไป ต้องเป็นชนิด Balt Bearing (ชนิดมีลูกปืน) ทําจาก Stainless Steel ชนิด 4 แหวน ขนาด 4” X 3” จํานวน 4 ตัวต่อบาน ประตู ต้องได้มาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 759-2531บานพับสําหรับประตูและหน้าต่าง : บานพับสองปีก หรือมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงตามหมวด 1 ข.
บ - ประตูบานเปิดเหล็กทั้ง หมดให้ติดบานพับชนิดมีแหวนลูกปืน (Ball Bearing Hinge) ขนาด
4”x 4x 5” ติดบานละ 4 ชุด หรือตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตประตูเหล็ก
2.2.2 กุญแจ (Lock Set)
ถ้าในแบบก่อสร้างมิได้ระบุให้ชัดเจนให้ถือตามรายการ คือ กุญแจลูกบิดเป็นกุญแจลูกบิดแบบมี ลิ้นตัวกุญแจ ลูกบิดทําด้วย Stainless Steel ระบบลูกปืน 6 พิน ชนิด Heavy Duty มี UL LISTED รับรอง คุณภาพ ANSIGRADE2 แต่ละชุดจะต้องมีลูกกุญแจไม่น้อยกว่า 3 ดอก ให้ใช้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเทียบเท่า หรือดีกว่า มอก. 756-2535 ระบบกุญแจจะต้องมีลูกกุญแจ Master Key 3 ดอก/ชัน และ Grand Master Key 3 ดอกส่งให้ผู้ว่าจ้าง กลอนห้องน้ํา แบบว่างไม่ว่างชนิดรูปสี่เหลี่ยมโครเมียมมัน และให้ใช้กุญแจตาม รายละเอียดดังต่อไปนี้ - กุญแจ A ใช้กุญแจลูกบิดชนิดล็อคภายนอกด้วยกุญแจ และล็อคภายในด้วยปุ่มกดหรือบิด ล็อคลูกบิดทําด้วย Stainless Steel ระบบลูกปืน 6 พิน มี UL LISTED รับรองคุณภาพ ANSI GRADE2 การติดตั้งกุญแจชุด A ให้ติดตั้ง ที่ประตูบานเดี่ยว โดยทั่วไปบานละ 1 ชุด และประตูบานคู่ทุกช่อง ช่องละ 1 ชุด (ยกเว้นประตูบานเปิดคู่สแตนเลส และประตูที่ระบุในข้อ 2-6 ต่อไปนี้)
- กุญแจ B ให้ใช้กุญแจลูกบิดชนิดล็อคภายในด้วยปุ่มกด หรือลูกบิดทําด้วย Stainless Steel
Emad Jor
- 31 -
ม
กุญแจชุด B ให้ติดที่ประตูห้องน้ํา ทั่วไปบานละ 1 ชุด (ยกเว้นห้องน้ํา สาธารณะตามข้อ 3)
B
- กุญแจชุด C (ทางเข้าห้องน้ํา ) ให้ใช้กุญแจลูกบิดชนิดล็อค และคลายล็อคด้วยกุญแจ ลูกบิดทําด้วย Stainless Steel ระบบลูกปืน 6 พิน มี UL LISTED รับรองคุณภาพมี ANSI GRADE2 กุญแจ ชุด D ให้ติดที่ทางเข้าประตูห้องน้ํา ย่อย บานละ 1 ชุด
- กุญแจชุด D กุญแจลูกบิดชนิดภายนอกล็อคตลอดเวลา ภายในเป็นแป้นบิดล็อค
- กุญแจชุด E (ทางเข้าห้องน้ํา ห้องย่อย) กุญแจสําหรับห้องน้ํา สาธารณะ ให้ใช้ชนิดที่ภายใน เป็นกลอน ภายนอกมีเครื่องหมายแสดงว่ากําลังมีการใช้งานอยู่หรือไม่ เช่น เป็นระบบสีหรือตัวอักษร เป็น ต้น อุปกรณ์ทั้งหมดทําด้วย Stainless Steel หรือที่มีคุณภาพเทียบเท่ากุญแจชุด C ให้ติดตั้ง ที่ประตู ห้องน้ํา รวม (ห้องน้ํา สาธารณะ) บานละ 1 ชุด
- กุญแจ F ให้ใช้กุญแจ Exit Devices มือผลักด้านในเป็นชนิด Flat Bar Panic Exit Device (TOUCH BAR) ด้านนอกเปิดประตูได้ด้วยกุญแจ ลูกบิดด้านนอก กุญแจชุด F ให้ติดที่ประตูเข้าบันไดหนีไฟ ทั่วไปทุกประตูประตูละ 1 ชุด
ละ 1 ชุด - กุญแจชุด G กุญแจช่อง DUCT (ENGINEERING KEY) ให้ใช้ติดต่อที่ประตู DUCT ทุกช่องๆ
- H กุญแจคล้องสายยูใช้ยี่ห้อเดียวกับลูกบิด
- MASTER KEY กุญแจชุด A,D,E,F,H และกุญแจของประตูอลูมิเนียมและกุญแจบานกระจก เปลือย และกุญแจประตูทุกชนิด ยกเว้นเอ็นจิเนียริ่งคีย์จะต้องเป็นกุญแจยี่ห้อเดียวกันและจะต้องมี MASTER KEY ประจําชั้นชั้น ละ 1 ชุด พร้อมทั้ง GRAND MASTER KEY ประจําอาคาร นอกจากนี้จะต้อง ทํา Grand Grand Master Key กับอาคารข้างเคียงในระบบเดียวกันอีกด้วย
2.2.3 DOOR CLOSER
ประตูให้ติดตั้ง DOOR CLOSER - ชนิดเปิดทางเดียว (Single Action) ให้ใช้ชนิด STANDARD-DUTY สามารถเปิดค้าง 90 องศาติดตั้ง ทางด้านบนของบานประตู บานละ 1 ชุด ติดตั้ง ที่บานประตูที่กว้างไม่เกิน 100 มม. บานละ 1 ชุด และต้องมี ULLISTED รับรองคุณภาพ
- DOOR CLOSER (สําหรับที่ใช้กับประตูทางเข้าห้องน้ํารวม) ให้ใช้ชนิด STANDARD DUTY ชนิดไม่เปิดค้าง ติดตั้ง บานละ 1 ชุด มี UL
- DOOR CLOSER สําหรับประตูกันไฟให้ใช้ชนิดไม่เปิดค้าง โดยปรับให้สามารถผลักบาน ประตูได้สนิทติดตั้ง ที่บานประตูเหล็ก บานละ 1 ชุด มี UL
- ชนิดเปิดสองทาง (DOUBLE ACTION) ให้ใช้ชนิดฝังพื้น สามารถเปิดค้างได้ และสามารถ ปรับองศาการตัง้ ค้างได้ในตัวโช๊คอัพเอง และสามารถรับน้ําหนักได้ 300 กก.
2.2.4 ตะปูเกลียว
อุปกรณ์สําเร็จทั้ง หมดจะต้องยึดติดกับอาคารด้วยตะปูเกลียวที่ทําด้วยวัสดุชนิดเดียวกับ อุปกรณ์และมีขนาดที่แข็งแรงและเหมาะสม ตะปูเกลียวจะต้องเป็นชนิดหัวเรียบฝังในอุปกรณ์
2.2.5 กันชนประตู
ประตูทุกบานที่ไม่ได้ระบุให้ติดตั้ง Door Closer ให้ติดตั้ง กันชนประตูดังนี้ - ประตูทั่วไป (ยกเว้นประตู Duct และ Shaft) ให้ติดกันชนปุ่มยางกันชน ชนิดมีขอยึดบาน ประตูทําด้วย Stainless Steel ติดบานละ 1 ชุด
- ประตูห้องน้ํา ทุกบาน ให้ติดชนประตูชนิดมีปุ่มยาง พร้อมขอแขวนเสื้อ ทําด้วย Stainless Steel เสนอตัวอย่างอนุมัติก่อนทําการติดตั้ง
Smoant Jos
- 32 -
2.2.6 กลอน
ประตูช่องที่มีบานเปิด 2 บาน ให้ติดกลอนที่บานประตูด้านขวา 2 ตัวที่ด้านบน และด้านล่าง ของบาน กลอนที่ใช้ให้ใช้กลอนชนิดฝังเรียบในบาน หรือตามแบบกําหนด ติดตั้ง ด้านความหนาของบาน ประตูช่องรับกลอนประตูจะต้องทําด้วยโลหะชนิดเดียวกับกลอนฝังเรียบในพื้น ขนาด 6” ผิวทําด้วย
Stainless Steel ✩a Satin
2.2.7 มือจับ - ประตูทุกบานที่เป็นบานคู่ให้ติด DUMMY TRIM บานละ 1 ชุด
- ในส่วนของประตูช่องชาร์ป ให้ติดตั้ง มือจับฝังเรียบในบาน ผิวทําด้วย Stainless Steel 2.2.8 รางเลื่อน
รางเลื่อนสําหรับประตูบานเลื่อนทั้ง หมด ให้ใช้รางเลื่อนชนิดแขวนด้านบนขนาดตามคําแนะนํา ของบริษัทผู้ผลิต การติดตั้ง รางเลื่อนให้ติดตั้ง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด, รางเลื่อนสําหรับบานเลื่อนขนาดใหญ่
จะต้องมี Guide Railด้วย
2.2.9 อุปกรณ์ประตูหน้าต่างอลูมิเนียม ให้ถือตามระบุในแบบก่อสร้าง และรายการประตูหน้าต่าง อลูมิเนียม
2.2.10 ประตูบานสวิงใช้อุปกรณ์ดังนี้ - DOOR CLOSER
- DEAD LOCK
- FLUSH BOLT (สําหรับบานสวิงคู่) 2.2.11 ประตู-หน้าต่างบานเลื่อนใช้อุปกรณ์ดังนี้
- ROLLER
- FLUSH PULL HANDLE/LOCK
2.2.12 หน้าต่างบานกระทุ้งใช้อุปกรณ์ดังนี้ - 4 BAR HINGE ขนาด 10, 14, 18” และขนาด 20
- HANDLE/LOCK
2.2.13 วัสดุยาแนวและ SEALANT (ดูรายละเอียดงานยาแนว)
- งานกระจก
3.1 ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ อุปกรณ์และแรงงาน ในการติดตั้ง งานกระจก กระจกตะกั่ว แผ่นอะคริลิก และ งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามระบุในแบบรูปและรายการก่อสร้าง
3.2 วัสดุและประเภทของกระจก
3.2.1 กระจกใส (Polished Plate หรือ Clear Float Glass) ให้ใช้กระจกที่ผลิตด้วยระบบโฟลต เพื่อให้ได้กระจกแผ่นที่มีคุณภาพผิวทั้ง 2 ด้าน ขนานและเรียบสนิท ขนาดและความหนาตามระบุในแบบรูป และรายการละเอียดให้ใช้กระจกที่ผลิตด้วยระบบโฟลต มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า มอก.880-2547
3.2.2 กระจกฝ้า กระจกฝ้าให้ใช้ชนิดลายผ้ามีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า มอก. 54-2516 ขนาด ความหนาตามระบุในแบบ
3.2.3 กระจกเงา กระจกเงาทั้ง หมดให้ใช้ชนิดเคลือบเงาปรอทด้วยไฟฟ้ าจะต้องเป็นกระจกที่ไม่ หลอกตาความหนาของกระจกจะต้องไม่น้อยกว่า 1/4 นิ้ว ตัดและเจียรนัยขอบเรียบร้อยมาจากโรงงาน ขนาดตามระบุในแบบรูปและรายการละเอียด มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า มอก. 1732-2541
- 33 -
3.2.4 กระจกสะท้อนแสง (Reflective Glass) ถ้าไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ใช้กระจกใส เคลือบผิว ด้านในสีเขียว และมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 1344-2541
3.2.5 กระจกสีตัดแสง (Tinted Glass) ถ้าไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ใช้กระจกใสผสมสี (เขียว) ใน เนื้อกระจก และมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.1344-2541, 1345-
2539
3.2.6 กระจกลามิเนต (Laminate Glass) ให้ใช้กระจกตั้ง แต่สองแผ่นขึ้น ไปประกบด้วยกัน โดย มีชัน ฟิล์ม (Polyvinyl Butyral หรือ PVB) กัน กลางเพื่อยึดกระจกไม่ให้แตกร่วงหล่น ชนิดและความหนา ของกระจกกําหนดในแบบรูปหากมิได้กําหนดไว้ให้ใช้ความหนา 3+0.76+3 มม. มอก. 1222-2539
3.2.7 กระจกเทมเปอร์ (Tempered Safety Glass) ถ้าไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ใช้กระจกใส ความ หนาตามแบบระบุหรือมาตรฐานผู้ผลิตและมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
มอก.965-2537
3.2.8 กระจกนิรภัย (Safety Glass) ถ้าไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ใช้กระจกใส ความหนาตามแบบ ระบุหรือมาตรฐานผู้ผลิตและมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.
3.2.9 พัตตี้ (Putty) ให้ใช้พัตตี้ชนิดที่ใช้สําหรับโลหะและไม้
3.2.10 ความหนาของกระจก
สําหรับประตูบานเปิดและบานสวิงอลูมิเนียม ให้ใช้ความหนาไม่น้อยกว่า 6 มม. สําหรับช่องแสงประกอบบานประตู, บานหน้าต่างหรือช่องแสงที่มีพื้น ที่ไม่เกิน 20 ตารางฟุต ให้ใช้ความหนาไม่น้อยกว่า 6 มม. หากเกิน 20 ตารางฟุตให้ใช้ความหนาไม่น้อยกว่า 8 มม. และต้องได้รับ การอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน
บานเกล็ดใช้ความหนาไม่น้อยกว่า 6 มม. - ช่องแสงทางหนีไฟ ความหนาไม่น้อยกว่า 8 มม. เสริมลวดเป็นตะแกรงสี่เหลี่ยมภายในเนื้อ
กระจก สามารถทนไฟได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
กระจกนิรภัย (Tempered Glass) ความหนาไม่น้อยกว่า 12 มม. - สําหรับกระจกประตูหรือหน้าต่างที่มีการเจียรขอบความหนาไม่น้อยกว่า 8 มม.
- สําหรับกระจกหลังคา SKY-LIGHT ต้องใช้กระจกนิรภัยชนิดอัดซ้อน 2 ชั้น (LAMINATED
GLASS) ความหนาไม่น้อยกว่า 8 มม.
อื่น
อน
สําหรับกระจกประเภทอื่นให้ใช้ความหนาไม่น้อยกว่า 5 มม. เว้นแต่ระบุในแบบรูปเป็นอย่าง
3.3 การติดตั้ง
3.3.1 การติดตั้งกระจกต้องเป็นไปตามระบุในแบบก่อสร้าง ทั้ง ขนาด ความหนา ประเภทของวัสดุ และรูปร่างของวัสดุ
3.3.2 การติดตั้งจะต้องกระทําโดยช่างผู้ชํานาญงานโดยเฉพาะการติดตั้งจะต้องเรียบร้อยและ แข็งแรง กระจกทั้ง หมดจะต้องตัดและแต่งขอบให้เรียบร้อยภายหลังจากติดตั้ง กระจกเรียบร้อยแล้วจะต้อง ไม่เห็นรอยตัดขอบกระจก
3.3.3 กระจกที่ติดตั้ง ภายในกรอบไม้ทั้ง หมด จะต้องอุดด้วยพัตตีเพื่อกันกระจกลั่น
3.3.4 การติดตั้ง กระจกในบานประตูหน้าต่าง และช่องแสงไม้จะต้องเซาะร่องไม้ให้พอดีกับขนาด ความหนากระจกไม่คับและหลวมจนเกินไปใช้ Putty ชนิดใส อุดกรอบกระจกทั้ง 2 ด้านการติดตั้ง กระจก ในวงกบหรือกรอบอะลูมิเนียมจะต้องมีขอบยางหรือ พี.วี.ซี. อัดกรอบแผ่นกระจกในกรอบอะลูมิเนียม ขอบ ยางที่ใช้จะต้องมีขนาดพอดีกับร่อง กรอบอะลูมิเนียม และความหนาของแผ่นกระจกการติดตั้ง กระจกในวง - 34 -
กบหรือกรอบเหล็ก ให้ติดแนบกับกรอบบานหรือวงกบโดยเจาะรู DIA. 1.5 มม. ทุกระยะ 30 ซม. แล้วใช้ขอ ลวดสปริง DIA. 1 มม. เกี่ยวเสียบในรูเกาะกระจกไว้ อัด Putty รอบกระจกทั้ง ด้านนอกและด้านในเฉพาะ ด้านนอก ให้ปาด Putty เฉียงเป็นสามเหลี่ยมโดยรอบให้ใช้ Putty ยางสีเทามีคุณสมบัติเหนียวยึดกระจก และวัสดุอื่นได้เป็นอย่างดีไม่แห้งกรอบแตกร้าว หลุดร่อนเมื่อถูกแดดหรือฝน เฉพาะงานที่ต้องป้ องกันน้ํา ไหลซึมเข้าโดยเด็ดขาด ให้ใช้ Caulking Compoundเมื่องานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เช็ดทําความ สะอาดกระจกทุกชนิดในอาคารก่อนส่งมอบงาน ถ้ากระจกแผ่นใดมีตําหนิ รอยขูดขีด แตกร้าว ผู้รับจ้าง จะต้องรีบจัดการเปลี่ยนให้ใหม่ทันที
3.4 ตัวอย่าง
ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างกระจกทุกชนิด และแผ่นอะคริลิกให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง พิจารณาอนุมัติก่อน จึงดําเนินการติดตั้งได้
3.5 การทําความสะอาด
ม
เครื่องหมายต่างๆ บนบานกระจกจะต้องลบออกให้หมด ก่อนส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องเช็ด กระจกทุกบานให้สะอาดกระจกที่แตกร้าวจะต้องเปลี่ยนใหม่เศษกระจกที่ไม่ใช้แล้วจะต้องเก็บกวาดให้
เรียบร้อยภายในวันที่ติดตั้งกระจก
4.4 การทาสี
ถ้ามิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติดังรายละเอียด ต่อไปนี้
4.4.1 งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายนอก
- ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
- ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ําพลาสติกชนิดทา
ภายนอก (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว - เป็นสี Acrylic กันเชื้อรา
4.4.2 งานคอนกรีต ปูนฉาบ ภายใน - ทารองพื้นด้วยสีประเภท Acrylic Alkali Resisting Primer 1 เที่ยว
- ทาทับหน้าด้วยสีประเภท Acrylic Plastic Emulsion Paint หรือสีน้ําพลาสติกชนิดทา
ภายใน (ตามระบุในแบบ) 2 เที่ยว
เที่ยว - เป็นสี Acrylic
4.4.3 งานโลหะเหล็ก - ทารองพื้นด้วยสีประเภท Red Lead 1 เที่ยว และประเภท Red Lead Iron Oxide อีก 1
- ทาทับหน้าด้วยสีน้ํามัน 2 เที่ยว
4.4.4 งานโลหะสังกะสีหรือกัลวาไนซ์ - ทารองพื้นเที่ยวแรกด้วยสีรองพื้นประเภท Wash Primer 1 เที่ยวและ รองพื้นเที่ยวที่สอง ด้วยสีรองพื้นประเภท Zinc Chromate 1 เที่ยว
- ทาทับหน้าด้วยสีน้ํามัน 2 เที่ยว
4.4.5 งานหินล้าง, กรวดล้าง หรือทรายล้าง - ทาเคลือบด้วยน้ํายาเคลือบใสประเภท Silicone Water Repollent 3 เที่ยว (ในอัตรา 8- 10 ตร.ม. ต่อแกลลอน)
8.4.8 งานคอนกรีตปูนฉาบภายนอก สีชนิดมี Texture ให้เสนอตัวอย่างสีก่อนดําเนินการ
- 35 -
4.5 การฝีมือ
การทาสี ให้เป็นไปตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตสี หรือตามแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะ กําหนดให้ก่อนทาสีต้องทําความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อยปราศจากรอยแปรงและรอยชํารุด ขรุขระ หาก จําเป็นให้ใช้กระดาษทรายขัด ต้องใช้ช่างฝีมือดี ประณีต มีความชํานาญ ส่วนที่ทาทั่วทุกซอกทุกมุมและ สม่ําเสมอ ปราศจากรอยแปรงลูกกลิ้ง แปรงที่ใช้ต้องสะอาด การทาสีแต่ละชั้นจะต้องให้หนาพอและเป็นไป ตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตสี หรือตามแต่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะกําหนดให้ ภายหลังจากทาสี
แล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดไม่ทําให้สีที่ทาไว้เดิมเสียหาย หากมีรอยชํารุดเสียหายต้องตกแต่งแก้ไข
ให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบงาน
4.6 การรับรองความเสียหาย
4.6.1 สีชนิดใดที่นํามาใช้จะต้องมีคุณภาพเป็นของใหม่และเป็นสีชนิดที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ไม่หลุดหรือลอกหรือ แตกภายในกําหนดเวลาอันสมควรผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างตามสัญญานี้ ด้วย และผู้รับจ้างจะต้องทําการตกแต่งซ่อมแซมให้เรียบร้อยตามสัญญาว่าด้วยการรับรองคุณภาพวัสดุและ ฝีมือปฏิบัติ งานเป็นระยะเวลา 2 ปี ภายหลังส่งมอบงาน
4.6.2 ผู้รับจ้างจะต้องนําหลักฐานใบรับรองการใช้สีจากบริษัทผู้ผลิต มาแสดงกับคณะกรรมการ ตรวจการจ้าง
4.6.3 หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามรายการก่อสร้าง งานทาสีข้อ 1-6 คณะกรรมการตรวจการจ้างมี สิทธิที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างขูดล้างสีที่ทาไว้แล้วออกหมดแล้วทาสีใหม่ให้เรียบร้อยโดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องเงิน ค่าจ้าง เพิ่มเติมไม่ได้ หรือผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับค่าเสียหาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคณะกรรมการ
ตรวจการจ้าง
- ตาข่ายกันนก PP
5.1 ตาข่ายกันนก ชนิด PP ผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่ 100% (โพลีโพรไพลีน (PP))
5.2 สี คือ สีขาวใส (บอร์นเงิน) สีเทา (บอร์นเทา) สีดํา (ดําเงา) และสีโปร่งใส
5.3 ผสมสารป้องกันยูวี (UV)
5.4 มีลักษณะแข็งแต่โค้งงอได้ดี
5.5 ลักษณะเนื้อตาข่ายไม่ดูแห้งกรอบ จะมีลักษณะเป็นมันวาว
5.6 ติดตั้งง่ายและคงรูปได้ดี ไม่บิดเบี้ยว
5.7 ตาเป็นสี่เหลี่ยมกว้าง 2.0 x 2.0 ซม. (3/4") หรือ (6/8")
5.8 มีความเหนียว แข็งแรง น้ําหนักเบา และทนทานต่อแสง UV และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
ขั้นตอนการติดตั้งตาข่ายกันนก - วัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งตาข่ายป้องกันนก เช่น ระเบียง โดยเริ่มจากวัดขนาด ความกว้าง (หรือความสูง) และ ความยาว
- เลือกขนาดตัวตาข่ายกันนก ตามความกว้าง (หรือความสูง) และความยาว ที่วัดได้ เช่น วัดได้ ความกว้าง (สูง) ระเบียงได้ 2 เมตร ยาว 3 เมตร หรือ กว้าง (สูง) 5 เมตร ยาว 3 เมตร เป็นต้น
Jz
- 36 -
- รายการมาตรฐานผลิตภัณฑ์แนะนําให้ใช้
รายละเอียดในหมวดนี้ได้แจ้งถึงรายชื่อผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ที่ถือว่าได้รับการยอมรับ ทั้งนี้ คุณสมบัติของอุปกรณ์นั้นๆ ต้องไม่ขัดต่อรายละเอียดเฉพาะที่ได้กําหนดไว้ และการพิจารณาของผู้ว่าจ้างที่ จะอนุมัติหรือไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด
อย่างไรก็ดีหากว่าผู้ว่าจ้างเป็นว่าจําเป็นต้องมีการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบ
คุณภาพกับวัสดุและอุปกรณ์ที่กําหนดผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระค่าใช้จ่ายที่จําเป็นในการนี้ทั้ง สิน
6.1 กระจก
- Thai Asahi
- TGSG
- Guardian
- หรือคุณภาพเทียบเท่า
6.2 สีทา Acrylic แท้ ชนิดทาภายนอกและภายใน - CAPTAIN (Shield plus, Shield plus, High gloss enamel)
- Jorakay Graf Clean ของ จระเข้ คอร์ปอร์เรชั่น บจก.
- TOA รุ่น Supershield ของ ทีโอเอเพ้นท์ บมจ.
- Beger รุ่น Beger Cool UV Shield ของ เบเยอร์ บจก.
- หรือเทียบเท่า
6.3 สีทาโลหะและสีชนิดพิเศษ (EPOXY, POLYURETHANE) - JOTUN (PENGUARD FC, HARDTOP XP)
- TOA-CHUGOKU PAINT (EPICON FINISH, UNY MARINE HS)
- BEGER (Duraguard Epoxy Top Coat, Durathane Polyurethane Top Coat)
- หรือเทียบเท่า
หมายเหตุ “คุณภาพเทียบเท่า” หมายถึง ให้ใช้ตามเครื่องหมายการค้าที่ระบุ ยกเว้นมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า ไม่มีจําหน่ายในท้องตลาด หรือมีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถจัดหาได้ จึงสามารถให้ใช้เทียบเท่าได้
म के