ซื้อยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาซื้อรถยกโฟล์คลิฟท์ (Forklift)

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69069503837
฿909,500 ปีงบ 2569 ประกาศ 14 ส.ค. 2569 สงขลา
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จัดซื้อรถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift Truck) จำนวน 1 คัน ของใหม่ 100% จากโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 เพื่อใช้รองรับภารกิจการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยจัดซื้อผ่านวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

รถโฟล์คลิฟท์ที่ต้องการมีน้ำหนักบรรทุกสูงสุดไม่น้อยกว่า 3,500 กก. ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน (Li-ion) กำลังไฟไม่น้อยกว่า 80V ความจุไม่น้อยกว่า 230 Ah พร้อมระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ ระบบช่วยป้องกันรถพลิกคว่ำ และอุปกรณ์ความปลอดภัยครบคัน

ขอบเขตงานของผู้ขายครอบคลุมการส่งมอบรถพร้อมเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ งาสำรอง ชุดงาปรับระยะเลื่อนด้านข้าง (Side Shift) ถังดับเพลิง เครื่องมือประจำรถ ไฟสัญญาณวับวาบ LED และสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงตามมาตรฐานยานพาหนะในเขตการบิน รวมถึงติดตั้งโลโก้ AOT และรหัสยานพาหนะ ทั้งนี้ผู้ขายต้องดำเนินการทดสอบสมรรถนะรถต่อหน้าคณะกรรมการตรวจรับ จัดฝึกอบรมการใช้งานและซ่อมบำรุงให้พนักงาน ทอท. ไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน และส่งมอบเอกสารคู่มือการใช้งานและซ่อมบำรุงฉบับภาษาไทย-อังกฤษ พร้อมรายการอะไหล่แนะนำ 1 ปี

กำหนดส่งมอบภายใน 180 วันนับจากวันลงนามสัญญา รับประกันคุณภาพไม่น้อยกว่า 365 วัน พร้อมบริการตรวจเช็กซ่อมบำรุงอย่างน้อย 4 ครั้งตามรอบ 3/6/9/12 เดือน การพิจารณาคัดเลือกใช้หลักเกณฑ์ราคาโดยพิจารณาจากราคารวมทั้งสิ้น โดยผู้เสนอราคาต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของยี่ห้อรถโฟล์คลิฟท์ที่เสนอราคา

English summary

Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) intends to procure one (1) brand-new Electric Forklift Truck with a maximum load capacity of not less than 3.5 tons, manufactured in an ISO 9001 and ISO 14001 certified factory, for use at Hat Yai Airport. The procurement will be conducted via electronic bidding (e-bidding) under the fiscal year 2026 budget.

The forklift must be powered by a Lithium-ion (Li-ion) battery with voltage of not less than 80V and capacity of not less than 230 Ah, featuring automatic transmission, anti-tip protection system, and complete safety equipment. The seller’s scope includes delivering the forklift together with a battery charger, spare fork set, side shift attachment, fire extinguisher, onboard tools, LED flashing beacon, and reflective stickers compliant with airside vehicle standards, including AOT logo and vehicle code installation.

The seller must conduct performance testing before the acceptance committee, provide operation and maintenance training to at least 5 AOT staff for no less than 1 working day, and deliver operation/service manuals in both Thai and English along with recommended spare parts list for one year. Delivery must be completed within 180 days from the contract signing date, with a warranty period of not less than 365 days including at least 4 scheduled service inspections (at 3, 6, 9, and 12 months). Bid selection is based on the lowest total price criterion, and bidders must be officially appointed distributors of the proposed forklift brand.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (Hat Yai Airport)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • จัดซื้อรถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift Truck) จำนวน 1 คัน ของใหม่ 100% ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
  • เพื่อใช้งานรองรับภารกิจในการเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่
  • ได้รถโฟล์คลิฟท์ที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001

ขอบเขตของงาน

  • ส่งมอบรถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า 1 คัน ตามคุณสมบัติทางเทคนิคที่กำหนด (ข้อ 2-5)
  • ส่งมอบเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ขนาดไม่น้อยกว่า 80V/100Ah จำนวน 1 เครื่อง (สาย Input/Output ยาวไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร)
  • ติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบทรงกลมหลอด LED จำนวน 1 ชุด (สีเหลือง/สีส้ม เลนส์โพลีคาร์บอเนต ใช้ไฟ 12-24 VDC)
  • ส่งมอบเครื่องมือประจำรถ (ประแจบล็อก, ไขควง, ประแจเลื่อน 12 นิ้ว, คีมล็อค 10 นิ้ว, กระบอกอัดจารบี อย่างละ 2 ชุด)
  • ติดตั้งสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงตามมาตรฐานยานพาหนะในเขตการบิน (แถบสะท้อนแสงแดงสลับขาว, โลโก้ AOT 2 ชิ้น, รหัสยานพาหนะ “AOT-XX-XXX”)
  • ติดตั้งถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งขนาดไม่น้อยกว่า 10 ปอนด์ (ระดับ 6A:208) จำนวน 1 ชุด
  • ส่งมอบงาสำรอง 1 ชุด (ยาว ≥1,820 มม., หนา ≥45 มม., กว้าง ≥122 มม.) พร้อมชุดงาปรับระยะเลื่อนด้านข้าง (Side Shift) ซ้าย-ขวา ไม่น้อยกว่า 10 ซม.
  • ทำการทดสอบการทำงานและสาธิตการใช้งานต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ทดสอบการขับ/ความเร็ว, ระบบยก, สัญญาณไฟ) โดยผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • จัดฝึกอบรมวิธีการใช้งานและการซ่อมบำรุงรักษาให้พนักงาน ทอท. ไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน (เสนอแผนการฝึกอบรมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ)
  • จัดทำและส่งมอบหนังสือคู่มือและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • ให้บริการตรวจเช็กซ่อมบำรุงตามรอบระยะเวลารับประกัน (3, 6, 9, 12 เดือน) อย่างน้อย 4 ครั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า 1 คัน พร้อมอุปกรณ์ติดตั้งครบถ้วนตามข้อกำหนด
  • เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ 80V/100Ah จำนวน 1 เครื่อง
  • งาสำรอง จำนวน 1 ชุด
  • ผลการทดสอบรถโฟล์คลิฟท์
  • หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operation Manual) ฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย
  • หนังสือคู่มือการซ่อมบำรุง (Service Manual) ฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย (รวม Trouble Shooting, Parts Catalog, Schematic Diagram, Adjustment, ตารางแผนและรอบการบำรุงรักษา)
  • Recommend Spare Parts List แสดงรายการอะไหล่จำเป็นสำหรับ 1 ปีหลังสิ้นสุดการรับประกัน
  • บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ (Excel File) ต้นฉบับ 1 ชุด และ Flash Drive 1 ชุด
  • รายชื่อศูนย์บริการที่ให้บริการตรวจซ่อมบำรุงตามระยะเวลารับประกัน
  • เอกสารทั้งหมด (ข้อ 8.1-8.4) ส่งในรูปแบบ Flash Drive 2 ชุด และเอกสาร 2 ชุด

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดส่งมอบพัสดุ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลารับประกันคุณภาพ: ไม่น้อยกว่า 365 วัน นับถัดจากวันที่ ทอท. ได้รับมอบสิ่งของ
  • บริการตรวจเช็กซ่อมบำรุงตามรอบ: เดือนที่ 3, 6, 9 และ 12 ของระยะเวลารับประกัน
  • ราคาที่เสนอต้องมีกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันเสนอราคา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในการจำหน่ายรถโฟล์คลิฟท์ยี่ห้อที่เสนอราคา จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจำหน่ายจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ
    • ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก (นิติบุคคลจดทะเบียนเกิน 1 ปี) หรือมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว หรือกรณีบุคคลธรรมดาต้องมีเงินฝากคงเหลือ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
  • Standards Compliance:
    • รถโฟล์คลิฟท์ต้องผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001
    • หน้าแปลนยึดงาต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 2328 ชั้น (Class) 3A
  • Experience: ไม่ได้ระบุจำนวนปีประสบการณ์เฉพาะเจาะจง
  • Previous Project Cost: ไม่ได้ระบุ
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีศูนย์บริการที่ให้บริการตรวจซ่อมบำรุงยานพาหนะตามระยะเวลารับประกัน
    • ต้องสามารถจัดผู้สอนฝึกอบรมการใช้งานและซ่อมบำรุงให้แก่พนักงาน ทอท.
  • Personnel: ไม่ได้ระบุคุณวุฒิหรือจำนวนบุคลากรเฉพาะเจาะจง

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price-based) โดยพิจารณาตัดสินจากราคารวมทั้งสิ้น (รวม VAT ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวง)
  • แต้มต่อด้านราคาสำหรับผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 10 ให้จัดซื้อกับ SMEs (เรียกทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย)
  • แต้มต่อสำหรับสินค้า Made in Thailand (รับรองโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย): หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 5
  • แต้มต่อสำหรับผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลตามกฎหมายไทย: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3
  • กรณีมีคุณสมบัติทั้ง SMEs และ Made in Thailand ได้แต้มต่อรวมไม่เกินร้อยละ 15

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ประเภท: รถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift Truck) 4 ล้อ แบบงาแซะ 1 คู่ ถอดเปลี่ยนงาได้
  • น้ำหนักบรรทุกสูงสุด: ไม่น้อยกว่า 3,500 กก.
  • มอเตอร์ขับ: กำลังไม่น้อยกว่า 15 kW / มอเตอร์ยก: กำลังไม่น้อยกว่า 21 kW
  • แบตเตอรี่: ลิเทียม-ไอออน (Li-ion) กำลังไฟไม่น้อยกว่า 80V ความจุไม่น้อยกว่า 230 Ah
  • ความเร็วสูงสุด (มีภาระ/ไม่มีภาระ): ไม่น้อยกว่า 14/15 km/h
  • ความเร็วยกงาขึ้น-ลง (มีภาระ/ไม่มีภาระ): ไม่น้อยกว่า 0.3-0.4 m/s
  • ความสามารถไต่ทางลาดชัน (มีภาระ/ไม่มีภาระ): ไม่น้อยกว่า 15/25 %
  • รัศมีวงเลี้ยว: ไม่มากกว่า 2,410 mm
  • งาติดรถ: ยาว ≥1,070 mm, หนา ≥40 mm, กว้าง ≥120 mm
  • หน้าแปลนยึดงา: มาตรฐาน ISO 2328 ชั้น 3A
  • การกันน้ำ: ไม่ต่ำกว่า IPX4
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ มีเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง พร้อมสัญญาณเสียงเตือนขณะถอยหลัง
  • มีระบบช่วยป้องกันรถพลิกคว่ำ
  • ห้องคนขับ: มีหลังคาความปลอดภัย กระจกมองข้าง และกระจกมองหลัง
  • ล้อ: ยางตันทั้งล้อหน้าและล้อหลัง
  • มีโคมไฟส่องสว่างด้านหน้าและด้านหลัง
  • ชุดงาปรับระยะเลื่อนด้านข้าง (Side Shift): ซ้าย-ขวา ไม่น้อยกว่า 10 ซม. ต่อข้าง

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: ทอท. จ่ายเงินหลังผู้ขายส่งมอบพัสดุครบถ้วนตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับเรียบร้อยแล้ว (ชำระครั้งเดียว)
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ต่อวัน ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้ส่งมอบตามสัญญา (กรณีส่งมอบไม่ครบถ้วน/ล่าช้า)
  • หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าสิ่งของ (เงินสด, เช็ค/ดราฟท์, หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน, หรือพันธบัตรรัฐบาล) คืนภายใน 15 วันหลังพ้นข้อผูกพัน
  • การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า 365 วัน นับจากวันรับมอบสิ่งของ หากขัดข้องต้องซ่อมแซมให้ใช้การได้ดังเดิมภายใน 7 วันนับจากวันรับแจ้ง
  • บริการตรวจเช็กซ่อมบำรุง: อย่างน้อย 4 ครั้งตามรอบ 3/6/9/12 เดือน โดยผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • กรณีผู้ขายละเลยการซ่อม/ให้บริการ ทอท. สงวนสิทธิ์ดำเนินการแทนโดยผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • พัสดุต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทันที แบตเตอรี่ น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันไฮดรอลิกเต็มระดับปลอดภัยสูงสุด
  • ผู้ขายต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. และลงนามรับทราบ AOT Supplier Sustainable Code of Conduct
  • กรณีนำเข้าสินค้าทางเรือ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี (บรรทุกโดยเรือไทย)
  • คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 15 วันนับจากวันลงนามสัญญา (กรณีส่งงานงวดเดียวอาจยกเว้นได้)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • รถโฟล์คลิฟท์ที่จัดซื้อครั้งนี้ใช้พลังงานประเภทใด?
    • เป็นรถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift Truck) ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน (Li-ion) กำลังไฟไม่น้อยกว่า 80V ความจุไม่น้อยกว่า 230 Ah พร้อมเครื่องชาร์จขนาดไม่น้อยกว่า 80V/100Ah จำนวน 1 เครื่อง
  • ผู้ขายต้องส่งมอบอะไหล่สำรองหรือไม่?
    • ต้องส่งมอบงาสำรอง 1 ชุด (ความยาวไม่น้อยกว่า 1,820 มม. หนาไม่น้อยกว่า 45 มม. กว้างไม่น้อยกว่า 122 มม.) และต้องจัดทำ Recommend Spare Parts List แสดงรายการอะไหล่จำเป็นสำหรับใช้ในระยะเวลา 1 ปีหลังสิ้นสุดการรับประกัน
  • การทดสอบรถโฟล์คลิฟท์ก่อนตรวจรับต้องทดสอบรายการใดบ้าง?
    • ต้องทดสอบอย่างน้อย 3 รายการ ได้แก่ 1) ทดสอบการขับและความเร็วของรถ 2) ทดสอบการทำงานของระบบการยก 3) ทดสอบการทำงานของสัญญาณไฟต่างๆ โดยต้องเสนอแผนการทดสอบและแบบฟอร์มขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับก่อน และผู้ขายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • การฝึกอบรมการใช้งานมีเงื่อนไขอย่างไร?
    • ผู้ขายต้องจัดผู้สอนฝึกอบรมวิธีใช้งานและซ่อมบำรุงให้พนักงาน ทอท. ไม่น้อยกว่า 1 วันทำการ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน โดยต้องเสนอแผนการฝึกอบรมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ และผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ระหว่างรับประกัน 365 วัน ผู้ขายต้องให้บริการอะไรบ้าง?
    • ต้องเข้าตรวจเช็กให้บริการ (Service) และซ่อมบำรุงอย่างน้อย 4 ครั้งตามรอบเดือนที่ 3, 6, 9 และ 12 หากมีค่าใช้จ่ายผู้ขายรับผิดชอบทั้งหมด และหากรถขัดข้องจากการใช้งานตามปกติวิสัย ต้องซ่อมแซมให้เสร็จภายใน 7 วันนับจากวันรับแจ้ง
  • สติ๊กเกอร์ที่ต้องติดตั้งบนรถโฟล์คลิฟท์มีอะไรบ้าง?
    • ต้องติดตั้ง 3 ประเภท ได้แก่ 1) แถบสะท้อนแสงสีแดงสลับขาวลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดติดด้านท้ายรถ 2) สติ๊กเกอร์โลโก้ AOT ขอบขาว 2 ชิ้นติดด้านข้างรถ 3) สติ๊กเกอร์รหัสยานพาหนะ “AOT-XX-XXX” ตัวอักษรสีน้ำเงินขอบขาว สูง 12 นิ้ว ติดด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างทั้ง 2 ด้าน
  • คู่มือที่ต้องส่งมอบมีรายละเอียดอย่างไร?
    • ต้องส่งมอบคู่มือการใช้งาน (Operation Manual) และคู่มือการซ่อมบำรุง (Service Manual) ฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย โดย Service Manual ต้องแสดง Trouble Shooting, Parts Catalog, Schematic Diagram, ขั้นตอน Adjustment และตารางรอบการบำรุงรักษา
  • หลักประกันสัญญาต้องวางเท่าไร และมีรูปแบบใดบ้าง?
    • ต้องวางหลักประกันร้อยละ 5 ของราคาค่าสิ่งของ โดยเลือกได้จาก เงินสด, เช็ค/ดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย, หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุน, หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยจะคืนภายใน 15 วันหลังพ้นข้อผูกพันตามสัญญา
  • ผู้เสนอราคาต้องแนบเอกสารใดในวันยื่นเสนอราคา?
    • ต้องแนบ 1) เอกสารการได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 2) แคตตาล็อกหรือคู่มือที่ทำเครื่องหมายกำกับคุณสมบัติทางเทคนิคครบทุกข้อ และ 3) กรณีคุณสมบัติที่ ทอท. ต้องการไม่ปรากฏในแคตตาล็อก ต้องแนบ Manufacturer’s Certificate ยืนยันคุณสมบัติที่ขาดไปเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจ
  • หากผลิตภัณฑ์มีหลายรุ่น (Model) หรือ Option ต้องระบุอย่างไร?
    • ผู้เสนอราคาต้องระบุให้ชัดเจนโดยพิมพ์เป็นรายการว่าจะส่งมอบรุ่น (Model) และ/หรือ Option ใด ทอท. จะพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะ (Specification) ที่ปรากฏในแคตตาล็อกหรือคู่มือเท่านั้น และหากข้อมูลขัดแย้งกันโดยไม่มีข้อชี้แจงที่มีเหตุผล ทอท. จะถือตามแคตตาล็อกเป็นสำคัญ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดรายละเอียดในการจัดซื้อของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.)
งานซื้อรถยกโฟล์คลิฟท์ (Forklift) 1 คัน

  1. วัตถุประสงค์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจัดซื้อรถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) 1 คัน เพื่อใช้งาน ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 รถโฟล์คลิฟท์ ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบหรือผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน
    ISO : 9001 และ ISO : 14001
    2.2 รถโฟล์คลิฟท์ต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
  3. ลักษณะทั่วไป
    เป็นรถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Electric Forklift Truck) ขนาดไม่น้อยกว่า 3.5 ตัน แบบงาแซะ 1 คู่ ถอดเปลี่ยนงาได้ มี 4 ล้อ ล้อหน้า 1 คู่ ล้อหลัง 1 คู่ เพื่อใช้รองรับภารกิจในการเคลื่อนย้ายสิ่งของต่าง ๆ
  4. คุณสมบัติทางเทคนิค
    4.1 น้ําหนักบรรทุกสูงสุด ไม่น้อยกว่า 3,500 กก.
    4.2 เครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้า (Motor)
    4.2.1 มอเตอร์ขับ มีกําลังไม่น้อยกว่า 15 kW
    4.2.2 มอเตอร์ยก มีกําลังไม่น้อยกว่า 21 kW

    4.2.3 แบตเตอรี่ มีกําลังไฟไม่น้อยกว่า 80 V และมีความจุไม่น้อยกว่า 230 Ah 4.2.4 แบตเตอรี่เป็นชนิด ลิเทียม-ไอออน (Li-ion)
    4.2.5 ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนที่ของรถ (มีภาระ/ไม่มีภาระ) ไม่น้อยกว่า 14/15 km/h 4.2.6 ความเร็วสูงสุดในการยกงาขึ้น-ลง (มีภาระ/ไม่มีภาระ) ไม่น้อยกว่า 0.3-0.4 m/s 4.2.7 ความสามารถในการไต่ทางลาดชัน (มีภาระ/ไม่มีภาระ) ไม่น้อยกว่า 15/25 % 4.3 ระบบบังคับเลี้ยว (Steering)
    4.3.1 ระบบบังคับเลี้ยวเป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต 4.3.2 รัศมีวงเลี้ยวไม่มากกว่า 2,410 mm
    4.4 ระบบห้ามล้อเป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต
    4.5 สัญญาณไฟต่างๆ ตามมาตรฐานผู้ผลิต
    4.6 ล้อหน้าและล้อหลังเป็นชนิดยางตันตามมาตรฐานผู้ผลิต 4.7 งาติดรถ
    A
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    4.7.1 งาติดรถ…
    2
    4.7.1 งาติดรถมีความยาวไม่น้อยกว่า 1,070 mm
    4.7.2 งาติดรถมีความหนาไม่น้อยกว่า 40 mm
    4.7.3 งาติดรถมีความกว้างไม่น้อยกว่า 120 mm
    4.8 หน้าแปลนยึดงาเป็นไปตาม ISO 2328 ชั้น (Class) 3A 4.9 การกันน้ําไม่ต่ํากว่า IPX4
  5. ความต้องการ
    5.1 ระบบส่งกําลัง (Transmission System)
    5.1.1 การขับเคลื่อนเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ
    5.1.2 มีเกียร์เดินหน้าและเกียร์ถอยหลัง พร้อมสัญญาณเสียงเตือนขณะถอยหลัง
    5.2 มีระบบช่วยป้องกันรถพลิกคว่ําา
    5.3 ห้องคนขับตามมาตรฐานผู้ผลิต ต้องมีหลังคาเพื่อความปลอดภัย สามารถป้องกันอุบัติเหตุสิ่งของตกหล่นใส่ ขณะปฏิบัติงาน พร้อมติดตั้งกระจกมองข้าง และกระจกมองหลัง
    5.4 มีโคมไฟส่องสว่างทั้งด้านหน้า และด้านหลัง
    5.5 ผู้ขายต้องส่งมอบเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ ขนาดไม่น้อยกว่า 80V/100Ah จํานวน 1 เครื่อง โดยสาย Input และสาย Output ต้องยาวไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร
    5.6 ติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบทรงกลมหลอด LED จํานวน 1 ชุด โดยมีรายละเอียดดังนี้
    5.6.1 ไฟสัญญาณมีรูปทรงกลม ให้แสงสว่างสีเหลืองหรือสีส้ม
    5.6.2 เลนส์ฝาครอบด้านบนทําจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate)
    5.6.3 ฐานของไฟสัญญาณทําจาก ABS หรือสแตนเลส หรือวัสดุปลอดสนิม
    5.6.4 ไฟสัญญาณสามารถใช้กับแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 12-24 VDC ได้โดยไม่ต้องใช้ตัวแปลงแรงดันไฟฟ้าตาม มาตรฐานผู้ผลิต
    5.6.5 ภายในห้องคนขับ มีแผงควบคุมการเปิด-ปิดของสัญญาณไฟวับวาบ
    5.6.6 อุปกรณ์และส่วนประกอบทุกชนิดต้องได้มาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต
    5.7 เครื่องมือประจํารถ
    5.7.1 ประแจบล็อกสําาหรับถอดล้อหน้า - หลัง จํานวน 2 ชุด
    5.7.2 ไขควงปากแบน-แฉก จํานวน 2 ชุด
    5.7.3 ประแจเลื่อนขนาด 12 นิ้ว จํานวน 2 ชุด
    5.7.4 คีมล็อคขนาด 10 นิ้ว จํานวน 2 ชุด
    5.7.5 กระบอกอัดจารบี จํานวน 2 ชุด
    5.8 ติดตั้งสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงสําหรับติดยานพาหนะ เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานยานพาหนะที่ใช้ปฏิบัติงานในเขต การบิน มีรายละเอียดดังนี้
    5.8.1 สติ๊กเกอร์…
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    3
    5.8.1 แถบสะท้อนแสงเป็นแถบสะท้อนแสงแบบสีแดงสลับขาว ผิวเรียบเป็นมันลาย รูปสี่เหลี่ยม ข้าวหลามตัดทั่วทั้ง แผ่น ติดด้านท้ายตัวรถเพื่อความปลอดภัยเวลากลางคืน
    5.8.2 สติ๊กเกอร์สะท้อนแสงสัญลักษณ์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (AOT LOGO) ขอบขาว จํานวน 2 ชิ้น ติดด้านข้างตัวรถทั้ง 2 ข้าง โดยขนาดตัวอักษรจะระบุภายหลัง
    5.8.3 สติ๊กเกอร์สะท้อนแสงแสดงรหัสยานพาหนะข้อความ “AOT-XX-XXX” (ทอท. กําหนดภายหลัง) ตัวอักษรสีน้ําเงินขอบขาวทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านหน้า (ฝากระโปรง), ด้านหลัง และด้านข้างทั้ง 2 ด้าน โดยให้ขนาด ตัวอักษรมีความสูง 12 นิ้ว ในกรณีที่บริเวณที่ติดตั้งตัวอักษรมีพื้นที่ไม่เพียงพอให้ลดขนาดความสูงได้ตามความเหมาะสม โดยให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณาแบบและอนุมัติก่อนดําเนินการ
    5.9 ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งขนาดไม่น้อยกว่า 10 ปอนด์ ที่ระดับความสามารถในการดับเพลิง ไม่น้อยกว่า 6A:208 จํานวน 1 ชุด พร้อมติดตั้งในตําแหน่งที่เหมาะสมสามารถหยิบใช้งานได้สะดวก
    5.10 ชุดงาปรับระยะเลื่อนด้านข้าง (Side Shift) ซ้าย-ขวา ได้ข้างละไม่น้อยกว่า 10 ซม. (100 มม.) 5.11 ผู้ขายต้องส่งมอบงาสํารอง จํานวน 1 ชุด
    5.11.1 งาสํารองมีความยาวไม่น้อยกว่า 1820 มิลลิเมตร
    5.11.2 งาสํารองมีความหนาไม่น้อยกว่า 45 มิลลิเมตร
    5.11.3 งาสํารองมีความกว้างไม่น้อยกว่า 122 มิลลิเมตร
  6. การทดสอบ

    6.1 ผู้ขายต้องทําการทดสอบการทํางานของรถโฟล์คลิฟท์และสาธิตการใช้งานของอุปกรณ์ในระบบต่าง ๆ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยส่งแผนการทดสอบและแบบฟอร์มการทดสอบ เพื่อเสนอขออนุมัติจาก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนการทดสอบ เพื่อตรวจสอบสมรรถนะและขีดความสามารถการใช้งานและต้องเป็นไป ตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ในวันส่งมอบ รายละเอียดการทดสอบไม่น้อยกว่าที่กําหนดดังนี้
    6.1.1 ทดสอบการขับ และความเร็วของรถโฟล์คลิฟท์
    6.1.2 ทดสอบการทํางานของระบบการยก
    6.1.3 ทดสอบการทํางานของสัญญาณไฟต่างๆ
    6.2 หากพบว่ามีความผิดพลาด ไม่เป็นไปตามข้อกําหนด ผู้ขายต้องทําการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบ โดยผู้ขาย เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทดสอบ และสาธิตทั้งหมด
  7. การฝึกอบรม
    ผู้ขายต้องจัดผู้สอนมาให้คําแนะนําฝึกอบรมวิธีการใช้งาน การซ่อมบํารุงรักษาให้กับพนักงานของ ทอท. จนเป็นที่ เข้าใจดี และสามารถควบคุมการทํางานอุปกรณ์ทุกระบบได้เป็นอย่างดีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 วันทําการ จํานวนไม่น้อย กว่า 5 คน โดย ทอท. จะเป็นผู้แจ้งรายชื่อผู้ใช้งานหลักดังกล่าว ทั้งนี้ผู้ขายจะต้องเสนอแผนการฝึกอบรม ให้กับ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาก่อนการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 5 วันทําการ โดยผู้ขายต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่
    เกิดขึ้นจากการฝึกอบรมทั้งหมด
    Munds
  8. หนังสือคู่มือ…
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    4
  9. หนังสือคู่มือและ/หรือเอกสารที่ต้องส่งมอบ
    8.1 ผลการทดสอบรถโฟล์คลิฟท์ตามข้อ 6
    8.2 หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operation Manual) ฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย
    8.3 หนังสือคู่มือการซ่อมบํารุง (Service Manual) ฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย ซึ่งแสดงรายละเอียดการ แก้ปัญหาข้อขัดข้อง (Trouble Shooting) รายการชิ้นส่วนอะไหล่ (Parts Catalog) วงจรไฟฟ้า (Schematic Diagram) ขั้นตอนในการปรับแต่ง (Adjustment) ตารางแผน และรอบการบํารุงรักษา
    8.4 ผู้ขายต้องจัดทํา Recommend Spare Parts List ซึ่งแสดงรายการอะไหล่ที่จําเป็นต้องใช้ในระยะเวลา 1 ปี หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการรับประกันตามข้อ 12.1 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในวันส่งมอบพัสดุ
    8.5 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File ส่งเป็นเอกสารต้นฉบับ 1 ชุด และจัดทําในรูปแบบ Flash Drive จํานวน 1 ชุด
    8.6 รายชื่อศูนย์บริการที่ให้บริการตรวจซ่อมบํารุงยานพาหนะตามระยะเวลารับประกัน
    หมายเหตุ รายละเอียดตามข้อ 8.1 - 8.4 อาจรวมในเล่มเดียวกันก็ได้ โดยการจัดส่งในรูปแบบเครื่องบันทึกข้อมูลขนาด พกพา (Flash Drive) จํานวน 2 ชุด และเอกสารจํานวน 2 ชุด
  10. การส่งมอบ
    ผู้ขายต้องส่งมอบรถโฟล์คลิฟท์จํานวน 1 คัน ตามรายละเอียดข้อ 2 - 5 พร้อมทั้งทําการทดสอบตามข้อ6. ฝึกอบรม ตามข้อ 7. และส่งหนังสือคู่มือและ/หรือเอกสารที่ต้องส่งมอบตามข้อ 8. ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  11. การจ่ายเงิน
    ทอท.จะจ่ายเงินหลังจากที่ผู้ขายได้ส่งมอบพัสดุครบถ้วนตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับ
    พัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
  12. อัตราค่าปรับ
    ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบสิ่งของไม่ครบถ้วนตามสัญญา ทอท. จะปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุด สองศูนย์) ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้ส่งมอบตามสัญญา
  13. การรับประกัน
    12.1 ผู้ขายต้องรับประกันคุณภาพ และการชํารุดที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติวิสัยเป็นเวลาไม่น้อย
    กว่า 365 วัน
    12.2 ในระหว่างการรับประกันตามข้อ 12.1 หากรถโฟล์คลิฟท์ขัดข้องจากการใช้งานตามปกติวิสัยจนไม่สามารถ ใช้งานได้ ผู้ขายจะต้องดําเนินการซ่อมแซมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีดังเดิมให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับจาก วันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท.
    Jun.
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    سکے
    12.3 ผู้ขายต้องทําการ…
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    5
    12.3 ผู้ขายต้องทําการตรวจเช็กให้บริการ (Service) การซ่อมบํารุง ตามระยะเวลาการรับประกันในข้อ 12.1 โดย ผู้ขายต้องเข้ามาดําเนินการตรวจเช็กให้บริการ (Service) การซ่อมบํารุงอย่างน้อย 4 ครั้งตาม รอบระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน ทั้งนี้หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
    12.4 หากผู้ขายละเลย ล่าช้า เพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามข้อ 12.2 และ 12.3 ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเข้าดําเนินการ เอง หรือให้ผู้หนึ่งผู้ใดดําเนินการแทน โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามที่ ทอท.เรียกร้อง
  14. เงื่อนไขทั่วไป
    พัสดุทุกรายการต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ทันที และมีปริมาณไฟฟ้าภายในแบตเตอรี่ น้ํามันหล่อลื่น น้ํามัน
    ไฮดรอลิก ทุกระบบเติมเต็ม ระดับการใช้งานอยู่ในขั้นปลอดภัยสูงสุด
  15. นโยบายต่อต้านการคอรัปชั่นของทอท.
    14.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการ คอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
    14.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคา หรือคู่ค้าให้ของขวัญทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดรวมถึงจ่ายค่า บริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ หรือส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงานของบริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท.
  16. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
    คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัยและคํานึงถึงความปลอดภัยของ ลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแล กิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  17. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    ผู้เสนอราคาต้องได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการในการจําหน่ายรถโฟล์คลิฟท์ ยี่ห้อที่เสนอราคา จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจําหน่ายจากตัวแทนจําหน่ายในประเทศ
  18. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันที่ยื่นเสนอราคา
    17.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารการได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจําหน่ายอย่างเป็นทางการในการจําหน่ายรถ โฟล์คลิฟท์ ยี่ห้อที่เสนอราคาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นผู้จัดจําหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิจําหน่ายจากตัวแทน
    จําหน่ายในประเทศ
    17.2 ผู้เสนอราคา…
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    (ผู้ออกข้อกําหนด)
    6
    17.2 ผู้เสนอราคาต้องแนบแคตตาล็อก หรือหนังสือคู่มือ ซึ่งแสดงรายละเอียดมาตรฐานที่กําหนดตามข้อ 2.1 - 2.2 และคุณสมบัติทางเทคนิคตามข้อ 4 โดยทําเครื่องหมายกํากับและระบุข้อให้ชัดเจน ทอท. จะพิจารณา คุณสมบัติเฉพาะ (Specification) ที่ปรากฏอยู่ในแคตตาล็อก หรือหนังสือคู่มือเท่านั้น กรณีที่คุณสมบัติเฉพาะที่ ทอท. ต้องการไม่ปรากฏในแคตตาล็อก หรือหนังสือคู่มือ ผู้เสนอราคาต้องแนบสําเนาใบรับรองจากบริษัทผู้ผลิต (Manufacturer’s Certificate) ยืนยันคุณสมบัติเฉพาะที่ขาดไปในแต่ละข้อเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมลายเซ็นของผู้มี อํานาจว่าผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดตรง ในกรณีการรับรองคุณสมบัติมีข้อมูลขัดแย้งกับคุณสมบัติที่กําหนดไว้ใน แคต ตาล็อก หรือหนังสือคู่มือมาแล้ว และไม่มีข้อชี้แจงที่มีเหตุผลเพียงพอถึงสาเหตุแห่งการขัดแย้งนั้น ทอท. จะถือตามแคต ตาล็อกหรือหนังสือคู่มือเป็นสําคัญ
    17.3 ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์มีหลายรุ่น (Model) และ/หรือ Option ผู้เสนอราคาต้องระบุให้ชัดเจน โดยพิมพ์เป็นรายการว่าจะส่งมอบรุ่น และ/หรือ Option ใด
  19. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
    ทอท.พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคาโดยพิจารณาจากราคารวมทั้งสิ้น
    ผู้ออกข้อกําหนด และรายละเอียด
    ผู้ออกข้อกําหนด และรายละเอียด
    ชื่อ นามสกุล ตาแหน่ง
    (นายพนัสพงศ์ พฤกษยากรณ์)
    ชื่อ
    นามสกุล
    (นายศุภชาการณ์ ประเพชร)
    วกส.6 สบร.ทหญ
    ตําแหน่ง
    วกส.6 สบร.ทหญ
    25/DA/68
    25.A. 68ร่าง
    เอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การซื้อรถยกโฟล์คลิฟท์ (Forklift)
    ตามประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
    ลงวันที่ มิถุนายน ๒๕๖๙
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ทอท.” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาซื้อรถยกโฟล์คลิฟท์ (Forklift) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    รถยกโฟล์คลิฟท์ (Forklift) จำนวน ๑ คัน
    พัสดุที่จะซื้อนี้ต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ ทันที และมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๓ แบบสัญญาซื้อขาย
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ ทอ ท. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย หนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อ เสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้
    ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
    ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า สุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
    จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
    (๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
    (๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
    ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) แคตตาล็อกและ/หรือรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ตามข้อ ๔.๔
    (๒) สำเนาหนังสือรับรองสินค้า Made In Thailand ของสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (ถ้ามี)
    (๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความ ให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบ ใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาท และเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียว โดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน
    และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว จนกระทั่งส่งมอบพัสดุให้ ณ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอน การเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาส่งมอบพัสดุไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญาซื้อ
    ๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งแคตตาล็อก และหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ เป็นไปตามข้อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ (TOR) ไปพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบการพิจารณา หลักฐานดังกล่าวนี้ ทอท.จะยึดไว้เป็นเอกสารของทางราชการ สำหรับแค็ตตาล็อกที่แนบให้พิจารณา หากเป็นสำเนา และคณะกรรมการ พิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มีความประสงค์จะขอดูต้นฉบับแคตตาล็อก ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง นำต้นฉบับมาให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบภายใน ๕ วัน นับถัดจาก วันเสนอราคา
    ๔.๕ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา รายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของพัสดุฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อ เสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อ เสนอ และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคารูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ ทอท. ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๘ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการ พิจารณาข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะกรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และ ทอท. จะ พิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่ ทอท. จะพิจารณาเห็นว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่ เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณาของ ทอท. ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน
    เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดส่งงานงวดเดียว หรือ กรณีการซื้อซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดัง กล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ทอท.จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ทอท. จะพิจารณา จาก ราคารวม
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใด เสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะขายไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่ทอ ท.กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่าง นั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ ทอท.สงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือทอท.มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ทอท. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ ทอท.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกซื้อในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดซื้อเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์
    ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของ ทอท.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งทอท. จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา เสนอราคาแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจ ดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือทอท. จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ ทอท. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคา ของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากทอท. ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาทอท.อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
    ๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ ผลิตภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอราคาสูงกว่าราคา ต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่น ไม่เกินร้อยละ ๕ ให้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการรับรองและออก เครื่องหมายสินค้าที่ผลิต ภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรณีที่มีการเสนอราคาหลายรายการและกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาราคารวม หากผู้ยื่น ข้อเสนอได้เสนอพัสดุที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิต ภายในประเทศไทย (Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีสัดส่วนมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป ให้ได้แต้มต่อในการเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง
    อนึ่ง หากในการเสนอราคาครั้งนั้น ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติทั้งข้อ ๕.๘ และข้อ ๕.๙ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นได้แต้มต่อในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๕
    ๕.๑๐ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ๖. การทำสัญญาซื้อขาย
    ๖.๑ ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ สามารถส่งมอบสิ่งของได้ ครบถ้วนภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ทำข้อตกลงซื้อ ทอท.จะพิจารณาจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือแทน การ ทำสัญญาตามแบบสัญญาดังระบุ ในข้อ ๑.๓ ก็ได้
    ๖.๒ ในกรณีที่ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ ครบถ้วน ภายใน ๕ วันทำการ หรือ ทอท.เห็นว่าไม่สมควรจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือ ตามข้อ ๖.๑ ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาซื้อขายตามแบบสัญญาดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็น หนังสือ กับทอท.ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงิน เท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าสิ่งของที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ทอท.ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้ หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    (๑) เงินสด
    (๒) เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็ค หรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ (๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรม บัญชีกลางกำหนด
    (๔) หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตาม ตัวอย่างหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) (๕) พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้ขาย) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาซื้อขายแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของพัสดุที่ซื้อซึ่งทอท. ได้ รับมอบไว้แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    ทอท. จะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย
    ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตาม สัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และทอท.ได้ตรวจรับมอบงานสิ่งของเรียบร้อยแล้ว ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาซื้อขายแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อ ตกลง ซื้อขายเป็นหนังสือ ให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๒๐ ของราคาค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงซื้อเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของสิ่งของที่ซื้อขายที่ เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓๖๕ วัน นับถัดจากวันที่ ทอท. ได้รับมอบสิ่งของ โดยต้องรีบจัดการ ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าพัสดุสำหรับการซื้อครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ ต่อเมื่อทอท.ได้รับอนุมัติเงินค่าพัสดุจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อทอท.ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้ขาย และได้ตกลงซื้อสิ่งของตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้ขายจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศและของ นั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม
    การพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศต่อกรม เจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ขายสั่ง หรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของที่ซื้อขายดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่น เดียวกับเรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของ นั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้ขายจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วย การส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งทอท.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงซื้อ เป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนด ดังระบุไว้ในข้อ ๖. ทอท.จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ ทอท.สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ
    ตกลงซื้อเป็นหนังสือ ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของทอท. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ ทอท.อาจประกาศยกเลิกการจัดซื้อในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากทอท.ไม่ได้
    (๑) ทอท.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดซื้อหรือที่ได้รับจัดสรรแต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดซื้อหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดซื้อครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทอท. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการซื้อ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขายต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทอท. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การ คัดเลือกให้เป็นผู้ขายเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับทอท. ไว้ชั่วคราว
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
    มิถุนายน ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    วิธวิทย์ ร่มบัว
    (นายวิธวิทย์ ร่มบัว)
    ผู้อำนวยการส่วนพัสดุ
    ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดย นายวิธวิทย์ ร่มบัว ผู้อำนวยการส่วนพัสดุ