ประกวดราคาจ้างเหมายกร่างคำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร จำนวน ๑ งาน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดจ้างผู้รับจ้างเพื่อยกร่างและจัดเตรียมคำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร จำนวน 60 คำขอ สำหรับผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ชีวการแพทย์ (Biomedical), และวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยื่นคำขอ ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และเร่งการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของแต่ละผลงาน ผ่านการสืบค้นสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ วิเคราะห์ความใหม่ (Novelty) และขั้นการประดิษฐ์ (Inventive Step) พร้อมจัดทำรายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Search and Patentability Report) สำหรับแต่ละผลงาน ต้องยกร่างคำขอให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 รวมถึงจัดทำข้อถือสิทธิ (Claims) ที่ชัดเจน รัดกุม และสอดคล้องกับสาระสำคัญของนวัตกรรม พร้อมจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงรูปเขียน (ถ้ามี) ผู้รับจ้างต้องประสานงานกับผู้ประดิษฐ์และผู้ว่าจ้างเพื่อปรับปรุงเอกสารตามข้อเสนอแนะ และส่งมอบงานเป็น 3 งวด ภายใน 60, 120 และ 180 วัน ตามลำดับ พร้อมรับประกันการปรับแก้เอกสารโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม งบประมาณรวม 1,500,000 บาท พร้อมค่าปรับร้อยละ 0.10 ต่อวันหากส่งงานล่าช้า
English summary
Chulalongkorn University is hiring a specialist to draft and prepare patent and petty patent applications for 60 research projects in advanced technologies (Deep Tech), including Artificial Intelligence (AI), Biomedical, and Advanced Materials. The objective is to enhance efficiency, reduce legal risks, and accelerate technology transfer to commercialization. The contractor must analyze the patentability of each invention through global patent database searches, assess novelty and inventive step, and prepare comprehensive Search and Patentability Reports. Applications must be drafted in accordance with the Patent Act B.E. 2522, including clear, precise claims that reflect the core innovation. All related documents, including drawings (if applicable), must be prepared. The contractor must coordinate with inventors and stakeholders to revise documents based on feedback, and deliver work in 3 phases within 60, 120, and 180 days. The total budget is 1,500,000 baht, with a daily penalty of 0.10% for delays.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา ชั้น 2 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อจัดหาผู้รับจ้างในการยกร่างและจัดเตรียมคำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มีคุณภาพและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในกระบวนการตรวจสอบและจัดเตรียมคำขอก่อนการยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
- เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายและพาณิชย์จากการยื่นคำขอที่ไม่ถูกต้องหรือขาดความใหม่
- เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน
- เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาแก่บุคลากรภายในมหาวิทยาลัย
ขอบเขตของงาน
- วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของผลงานประดิษฐ์แต่ละรายการ จำนวน 60 คำขอ ผ่านการสืบค้นสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลในและต่างประเทศ
- ประเมินความใหม่ (Novelty) และขั้นการประดิษฐ์ (Inventive Step) รวมถึงการประยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรม (Industrial Applicability)
- จัดทำรายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Search and Patentability Report) สำหรับแต่ละผลงาน
- ยกร่างคำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรให้ครบถ้วนตามรูปแบบและหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
- จัดทำข้อถือสิทธิ (Claims) ที่ชัดเจน รัดกุม และสอดคล้องกับสาระสำคัญของการประดิษฐ์
- จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้แก่ รายละเอียดการประดิษฐ์ บทสรุปการประดิษฐ์ รูปเขียน (ถ้ามี)
- ประสานงานกับผู้ประดิษฐ์และผู้ว่าจ้างเพื่อรับข้อมูล ข้อเสนอแนะ และปรับปรุงเอกสารตามความต้องการ
- ปรับแก้เอกสารทั้งหมดให้ถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิชาการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ส่งมอบงานเป็น 3 งวด ภายใน 60, 120 และ 180 วัน ตามลำดับ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Search and Patentability Report) จำนวน 60 ฉบับ
- คำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับสมบูรณ์ จำนวน 60 คำขอ (ในรูปแบบไฟล์ Word และ PDF)
- รูปเขียน (ถ้ามี) สำหรับแต่ละคำขอ (ในรูปแบบไฟล์ PDF)
- ไฟล์เอกสารทั้งหมดอัปโหลดและแชร์ผ่าน Google Drive ที่อีเมล: [email protected]
- รายงานสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมด (Final Report) พร้อมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินงานทั้งหมด: 180 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- งวดที่ 1: ส่งมอบงานภายใน 60 วัน หลังลงนาม
- งวดที่ 2: ส่งมอบงานภายใน 120 วัน หลังลงนาม
- งวดที่ 3: ส่งมอบงานภายใน 180 วัน หลังลงนาม
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ที่มีความสามารถตามกฎหมาย
- ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรืออยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ต้องไม่เป็นบุคคลที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาไว้ชั่วคราว
- ต้องไม่เป็นบุคคลที่ถูกระบุชื่อในบัญชีผู้ทิ้งงานของกรมบัญชีกลาง
- ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้าร่วมการประกวดราคา
- ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่อาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาในวงเงินไม่น้อยกว่า 300,000 บาท ภายใน 3 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (Net Worth) หรือทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- ต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ หรือมีมูลค่าสุทธิของกิจการตามที่กำหนด สำหรับผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีมูลค่าสุทธิ
- ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
- ต้องยื่นเอกสารรับรองมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน พร้อมรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ต้องมีประสบการณ์ในการยกร่างคำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรในงานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) อย่างน้อย 1 โครงการ
- ต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิบัตร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบค้นสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลระดับสากล
- ต้องมีทีมงานที่มีความรู้ด้านการวิเคราะห์ขั้นการประดิษฐ์ (Inventive Step) และการประเมินความใหม่ (Novelty)
- ต้องมีระบบการจัดการเอกสารที่มีประสิทธิภาพ สามารถจัดเก็บและแชร์ไฟล์ผ่านระบบออนไลน์ได้
- ต้องมีความเข้าใจในกระบวนการจัดทำคำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
เกณฑ์การพิจารณา
- คุณสมบัติของผู้เสนอราคา (20%)
- ประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวข้อง (30%)
- ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิบัตรและเทคนิคการวิเคราะห์ (25%)
- แผนการดำเนินงานและระยะเวลาส่งมอบ (15%)
- คุณภาพของเอกสารที่จัดทำ (10%)
- การส่งมอบงานตรงเวลา (100% ของคะแนนจะถูกหักหากส่งงานล่าช้า)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ต้องยกร่างคำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรให้ถูกต้องตามรูปแบบและหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
- ต้องจัดทำข้อถือสิทธิ (Claims) ที่รัดกุม ชัดเจน และครอบคลุมสาระสำคัญของนวัตกรรม
- ต้องสืบค้นสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ เช่น WIPO, USPTO, EPO, กรมทรัพย์สินทางปัญญา
- ต้องวิเคราะห์ความใหม่ (Novelty), ขั้นการประดิษฐ์ (Inventive Step), และการประยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรม (Industrial Applicability)
- ต้องจัดทำรายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Search and Patentability Report) สำหรับแต่ละคำขอ
- ต้องจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้แก่ รายละเอียดการประดิษฐ์ บทสรุปการประดิษฐ์ รูปเขียน (ถ้ามี)
- ต้องใช้ภาษาไทยในการจัดทำคำขอ พร้อมจัดทำฉบับภาษาอังกฤษ (ถ้ามีความจำเป็น)
- ต้องมีระบบการจัดการเอกสารที่มีประสิทธิภาพ และสามารถแชร์ไฟล์ผ่าน Google Drive ได้
- ต้องมีการประสานงานกับผู้ประดิษฐ์และผู้ว่าจ้างเพื่อปรับปรุงเอกสารตามข้อเสนอแนะ
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน)
- แบ่งการชําระเงินเป็น 3 งวด:
- งวดที่ 1: 30% หลังส่งมอบงานงวดที่ 1 (ภายใน 60 วัน)
- งวดที่ 2: 30% หลังส่งมอบงานงวดที่ 2 (ภายใน 120 วัน)
- งวดที่ 3: 40% หลังส่งมอบงานงวดที่ 3 (ภายใน 180 วัน)
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ต่อวันของราคาจ้าง แต่ไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อวัน นับตั้งแต่วันที่เกินกำหนดส่งมอบงาน
- ผู้รับจ้างต้องรับประกันการปรับแก้เอกสารโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ต้องส่งมอบงานให้ครบถ้วน ถูกต้อง และตรงตามเงื่อนไขของสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- งานนี้ต้องการผู้รับจ้างที่มีประสบการณ์ด้านการยกร่างสิทธิบัตรในสาขาใดบ้าง?
- งานนี้ต้องการผู้รับจ้างที่มีประสบการณ์ด้านการยกร่างสิทธิบัตรในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ชีวการแพทย์ (Biomedical), และวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials)
- ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานกี่งวด และแต่ละงวดมีระยะเวลาเท่าใด?
- ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานเป็น 3 งวด ภายใน 60, 120 และ 180 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเท่าใดจึงจะมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์?
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท
- ผู้รับจ้างต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการยกร่างสิทธิบัตรหรือไม่?
- ใช่ ผู้รับจ้างต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาในวงเงินไม่น้อยกว่า 300,000 บาท ภายใน 3 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการสืบค้นสิทธิบัตรหรือไม่?
- ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Search and Patentability Report) สำหรับแต่ละคำขอ
- ผู้รับจ้างต้องมีความรู้ด้านกฎหมายสิทธิบัตรหรือไม่?
- ใช่ ผู้รับจ้างต้องมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิบัตร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบค้นสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลระดับสากล
- ผู้รับจ้างต้องมีทีมงานที่มีความรู้ด้านการวิเคราะห์ขั้นการประดิษฐ์หรือไม่?
- ใช่ ผู้รับจ้างต้องมีทีมงานที่มีความรู้ด้านการวิเคราะห์ขั้นการประดิษฐ์ (Inventive Step) และการประเมินความใหม่ (Novelty)
- ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานผ่านช่องทางใด?
- ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานผ่าน Google Drive ที่อีเมล: [email protected]
- ผู้รับจ้างต้องรับประกันการปรับแก้เอกสารโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือไม่?
- ใช่ ผู้รับจ้างต้องรับประกันการปรับแก้เอกสารโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมายกร่างคําขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร จํานวน 1 งาน
- หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาชั้นนําที่มุ่งเน้นการวิจัยและนวัตกรรม มีพันธกิจสําคัญในการถ่ายทอดองค์
ความรู้และเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็น
รูปธรรม อย่างไรก็ตาม การยกระดับผลงานวิจัยให้พัฒนาไปสู่ผลงานสิทธิบัตรคุณภาพสูง จําเป็นต้องอาศัยทักษะ เฉพาะทางที่บูรณาการทั้งความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเชิงลึกและความรู้ด้านกฎหมายสิทธิบัตรในระดับสากล เพื่อให้ ได้ข้อถือสิทธิ (Claims) ที่รัดกุมและคุ้มครองสิทธิได้อย่างแท้จริง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีนโยบายผลักดันผลงานวิจัยในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: Al) ชีวการแพทย์ (Biomedical) และวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) ซึ่งมีความซับซ้อนและมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ มหาวิทยาลัยยังเผชิญข้อจํากัดสําคัญ ดังนี้
(1) ข้อจํากัดด้านบุคลากร บุคลากรภายในมีจํานวนไม่เพียงพอต่อการรองรับปริมาณผลงานวิจัยที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการตรวจสอบและยกร่างคําขอ
(2) ความเสี่ยงทางกฎหมายและพาณิชย์ หากการตรวจสอบความใหม่และการจัดทําข้อถือสิทธิขาดความ เชี่ยวชาญ อาจทําให้คําขอมีความเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธการจดทะเบียน หรือได้รับความคุ้มครองในขอบเขตจํากัด ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
(3) ความเร็วในการจัดเตรียมคําขอ ความล่าช้าในการจัดเตรียมเอกสารส่งผลโดยตรงต่อลําดับการยื่นคํา ขอ (Priority Date) ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของการคุ้มครองสิทธิบัตรในระดับสากล
การนี้ ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเห็นควรให้มีการจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อยกร่างและจัดเตรียมคําขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ความเป็นไปได้
การยกร่าง และการปรับปรุงคําขอให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและหลักเกณฑ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา อันจะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดําเนินงาน ตลอดจนเสริมสร้างการ
ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาแก่บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน - วัตถุประสงค์
เพื่อจัดหาผู้รับจ้างในการยกร่างและจัดเตรียมคําขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรของจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ให้มีคุณภาพและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาใน
กระบวนการตรวจสอบและจัดเตรียมคําขอก่อนการยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
оти
ณพริ
-2-
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงๆจะต้องมี การกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการ ร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
бти
กา
लेकडेक
-3-
Sm
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 300,000.00 บาท (สามแสนบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวกัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอไม่เกิน 3 ปี และเป็นผลงานที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเชื่อถือ โดยแสดงสําเนา หนังสือรับรองผลงานในวันยื่นข้อเสนอ
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่น ข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรม พัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือน มกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคมกรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะ
การเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่ มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุน จดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือใน บัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหาก ที่มีมูลค่าดังกล่าว
เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก
อีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ
ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
20LM
signm
-4-
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือ เป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ
พาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคาร กลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อ ที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือ ที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร
พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มี การยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่
กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และงานจ้าง
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างๆ มีผลใช้บังคับ
จัดจ้างฯ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถครู
ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - ขอบเขตการดําเนินงาน
4.1 วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรผู้รับจ้างต้องดําเนินการวิเคราะห์
ความเป็นไปได้ของผลงานประดิษฐ์แต่ละรายการก่อนการยกร่างคําขอ โดยอย่างน้อยต้องดําเนินการ ดังนี้
4.1.1 สืบค้นข้อมูลสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรในประเทศและต่างประเทศ เพื่อประเมิน
ความใหม่ (Novelty) และแนวโน้มการได้รับความคุ้มครอง
бти
กา
ĂM M
-5-
4.1.2 วิเคราะห์ขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น (Inventive step) และการประยุกต์ใช้ทางอุตสาหกรรม
(Industrial applicability)
4.1.3 จัดทํารายงานผลการสืบค้นและการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ (Search and Patentability
Report) สําหรับแต่ละผลงาน
4.2 ยกร่างคําขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร ผู้รับจ้างต้องดําเนินการยกร่างเอกสารคําขอรับสิทธิบัตรหรือ อนุสิทธิบัตรให้ครบถ้วนตามรูปแบบและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย รายละเอียดการ ประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ บทสรุปการประดิษฐ์ และรูปเขียน (ถ้ามี) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
4.2.1 จัดทําคําขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรเป็นภาษาไทยให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ
สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
4.2.2 จัดทําข้อถือสิทธิ (Claims) ให้มีความชัดเจน รัดกุม และสอดคล้องกับสาระสําคัญของการ
ประดิษฐ์ ไม่กว้างหรือแคบเกินสมควร
4.2.3 จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องสําหรับการยื่นคําขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรของ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายและหลักวิชาการที่เกี่ยวข้อง
4.3 ประสานงานกับผู้ประดิษฐ์และผู้ว่าจ้างและปรับแก้เอกสารคําร้องผู้รับจ้างต้องประสานงานกับ ผู้ประดิษฐ์และผู้แทนของผู้ว่าจ้าง เพื่อรับข้อมูล ข้อเสนอแนะ และปรับปรุงเอกสารคําขอให้มีความสมบูรณ์ หากมี การร้องขอ โดยอย่างน้อยต้องดําเนินการ ดังนี้
4.3.1 ให้คําแนะนําเกี่ยวกับขอบเขตความคุ้มครองของข้อถือสิทธิและแนวทางการคุ้มครอง
ทรัพย์สินทางปัญญา
4.3.2 หารือร่วมกับผู้ประดิษฐ์และผู้แทนของผู้ว่าจ้าง เกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงรายละเอียดการ ประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ บทสรุป และรูปเขียน (ถ้ามี) ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และแนวปฏิบัติของกรมทรัพย์สินทางปัญญา 4.3.3 ปรับแก้เอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้สอดคล้องตามข้อมูลและข้อเสนอแนะของผู้ประดิษฐ์ และผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องดําเนินการยกร่างและจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องสําหรับ
การยื่นคําขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เอกสารคําขอมี ความถูกต้องครบถ้วนและสามารถนําไปใช้ยื่นคําขอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยมี
ปริมาณงานรวมทั้งสิ้น 60 คําขอ
4.4 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไข ปรับปรุงงานตามข้อเสนอแนะ หรือคําร้องขอของศูนย์กลางนวัตกรรม แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ถูกต้อง เรียบร้อย และเป็นไปตามขอบเขตของงาน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - กําหนดส่งมอบงาน
ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
การพิจารณาใช้เกณฑ์ราคา
Sm
Mynda
- 6-
- วงเงินงบประมาณ
เป็นเงินจํานวน 1,500,000.00 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) - การส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงาน แบ่งออกเป็นจํานวน 3 งวด ดังนี้ งวดที่ 1 ส่งมอบงานภายใน 60 วัน - ส่งมอบร่างคําขอสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับสมบูรณ์ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รายละเอียด การประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ บทสรุปการประดิษฐ์ รูปเขียน (ถ้ามี)
- ส่งมอบรายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของผลงานประดิษฐ์ จํานวน 20 คําขอ ในรูปแบบไฟล์ Word โดยอัปโหลดและแชร์ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดมายัง Google Drive มายังอีเมล [email protected]
งวดที่ 2 ส่งมอบงานภายใน 120 วัน - ส่งมอบร่างคําขอสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับสมบูรณ์ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รายละเอียด การประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ บทสรุปการประดิษฐ์ รูปเขียน (ถ้ามี)
- ส่งมอบรายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของผลงานประดิษฐ์ จํานวน 20 คําขอ ในรูปแบบไฟล์ Word โดยอัปโหลดและแชร์ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดมายัง Google Drive มายังอีเมล [email protected]
งวดที่ 3 ส่งมอบงานภายใน 180 วัน - ส่งมอบร่างคําขอสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับสมบูรณ์ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รายละเอียด การประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ บทสรุปการประดิษฐ์ รูปเขียน (ถ้ามี)
- ส่งมอบรายงานผลการสืบค้นและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของผลงานประดิษฐ์ จํานวน 20 คําขอ ในรูปแบบไฟล์ Word โดยอัปโหลดและแชร์ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดมายัง Google Drive มายังอีเมล [email protected]
- เงื่อนไขการชําระเงิน
9.1 งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 1 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ภายใน 60 วัน
9.2 งวดที่ 2 เป็นจํานวนเงินร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 2 และคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ภายใน 120 วัน
9.3 งวดที่ 3 (งวดสุดท้าย) เป็นจํานวนเงินร้อยละ 40 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 3 และ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ภายใน 180 วัน - อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกําหนดเวลา หรือส่งมอบงานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือไม่ ดําเนินการภายในกําหนดเวลาตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนยจุด หนึ่งศูนย์) ของราคาจางนั้น แต่จะต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.00 บาท (หนึ่งรอยบาทถ้วน) นับถัดจากวันที่ครบกําหนด แลวเสร็จตามสัญญา
Бети
Porn
We now
-7- - สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม และส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็น สามารถส่ง ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ วิจารณ์ เกี่ยวกับร่างขอบเขตของงานนี้ได้ที่
ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬากลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลขที่ 254 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา ชั้น 2
ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ 02 218 4195
Email: [email protected]
ลงชื่อ…….
oom.
ประธานกรรมการ
(นางสาวธนาภา เนียมสูงเนิน)
ลงชื่อ…….
ลงชื่อ..
(นางสาวศิวนาถ แพ่งพันธ์)
(นางสาวณัฐทริกา กลิ่นหอม)
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ