จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนสายบ้านล่าง ตร.ถ.๔๓๐๒๓ หมู่ที่ ๓ โดยการเสริมผิวแอสฟัทส์คอนกรีต กว้าง ๔ เมตร ยาว ๒๖๕ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร

องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมงอบ 69069477377
฿643,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 มิ.ย. 2569 ตราด
รายละเอียดการจ้าง

องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมงอบ จังหวัดตราด มีความประสงค์จะดำเนินการโครงการปรับปรุงถนนสายบ้านลาง (ตร.ถ.43023) หมู่ที่ 3 บ้านแหลมมะขาม ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด โดยมีรายละเอียดการปรับปรุงดังนี้ ถนนมีความกว้าง 4.00 เมตร ยาว 265.00 เมตร และหนา 0.05 เมตร โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้มีความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งานของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการสัญจรไปมา การดำเนินงานจะครอบคลุมถึงการซ่อมแซมผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหาย การเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต การทำ Tack Coat และการตีเส้นจราจรด้วยสีและวัสดุเทอร์โมพลาสติกตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้ถนนมีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

English summary

The project involves the improvement of Ban Lang Road (ตร.ถ.43023) in Moo 3, Ban Laem Makham, Laem Ngop District, Trat Province. The objective is to enhance the structural integrity and safety of the road for public use. The scope of work includes asphalt concrete overlay, repair of the existing road surface, and traffic line marking to ensure a well-maintained and durable road infrastructure, facilitating smoother and safer transportation for the local community.

สถานที่ดำเนินการ

บ้านแหลมมะขาม

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้มีความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งาน
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการสัญจรไปมาของประชาชนในพื้นที่
  • ยกระดับคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของตำบลแหลมงอบ

ขอบเขตของงาน

  • การปรับปรุงถนนสายบ้านลาง (ตร.ถ.43023) หมู่ที่ 3 บ้านแหลมมะขาม
  • ความกว้างของถนน: 4.00 เมตร
  • ความยาวของถนน: 265.00 เมตร
  • ความหนาของผิวทาง: 0.05 เมตร
  • การซ่อมแซมผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหาย (Deep Patching, Skin Patching)
  • การปรับระดับผิวทางเดิม (Levelling)
  • การทำ Tack Coat และ Prime Coat
  • การเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
  • การตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ตามข้อกำหนด
  • การควบคุมและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรระหว่างการก่อสร้าง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนสายบ้านลาง (ตร.ถ.43023) ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วเสร็จตามแบบและข้อกำหนด
  • ผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้มาตรฐาน
  • เส้นจราจรที่ตีด้วยสีและวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ชัดเจนและทนทาน
  • รายงานผลการดำเนินงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาการก่อสร้าง: ไม่ระบุในเอกสาร (ต้องตรวจสอบจากเอกสารฉบับเต็ม)
  • ระยะเวลาประกัน: 6 เดือน (สำหรับสีจราจร), 12 เดือน (สำหรับวัสดุเทอร์โมพลาสติก), 24 เดือน (สำหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างทำงานประเภทนี้
    • มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1/4 ของวงเงินงบประมาณโครงการ
    • มีผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี
    • มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพียงพอต่อการทำงาน
    • มีความพร้อมของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ
  • Standards Compliance:
    • วัสดุที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่ระบุ เช่น มอก. 415, มอก. 542, มอก. 543
    • งานก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท (มทช.) ที่เกี่ยวข้อง เช่น มทช. 230-2545, มทช. 227-2545, มทช. 225-2545
  • Experience:
    • มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1/4 ของวงเงินงบประมาณโครงการ
    • มีผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี
  • Previous Project Cost:
    • มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1/4 ของวงเงินงบประมาณโครงการ
  • Technical Capabilities:
    • มีความสามารถในการดำเนินงานซ่อมแซมผิวทาง (Deep Patching, Skin Patching)
    • มีความสามารถในการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    • มีความสามารถในการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจรและวัสดุเทอร์โมพลาสติก
    • มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพียงพอต่อการทำงาน
  • Personnel:
    • มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการควบคุมงานและปฏิบัติงาน

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคา
  • การพิจารณาข้อเสนอทางด้านเทคนิค
  • การพิจารณาข้อเสนอทางด้านราคา
  • การพิจารณาผลงานที่ผ่านมา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การเตรียมผิวทาง: ต้องสะอาดและแห้ง ไม่มีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอม
  • การลงวัสดุรองพื้น: ใช้วิธีพ่นเพื่อให้ติดแน่นสม่ำเสมอ
  • การลบเครื่องหมายจราจรเดิม: ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบ
  • การตีเส้นจราจรบนผิวทางใหม่: ดำเนินการหลังก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
  • การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก: ควบคุมความร้อนไม่ให้สูงเกินกำหนด และใช้ทันทีหลังหลอมเหลว
  • สีจราจร (Traffic Paint): มาตรฐาน มอก. 415 ชนิดที่ 2, ความหนาเมื่อแห้งไม่น้อยกว่า 0.2 มม.
  • วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic): มาตรฐาน มอก. 542 ระดับ 1, ความหนาเมื่อแห้งไม่น้อยกว่า 3.0 มม. หรือตามแบบ
  • ลูกแก้ว (Glass Beads): มาตรฐาน มอก. 543, ใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติกในอัตราส่วน 400-500 กรัม/ตร.ม.
  • วัสดุรองพื้น (Tack Coat หรือ Primer): ช่วยในการยึดเกาะ
  • การสะท้อนแสง (Retroreflectivity): กำหนดค่าขั้นต่ำสำหรับสีขาวและสีเหลือง
  • การซ่อมแซมผิวทาง: Deep Patching (ซ่อมโครงสร้างทาง), Skin Patching (ซ่อมผิวทาง)
  • การเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต: ความหนาตามที่กำหนดในแบบ, การบดอัดตามมาตรฐาน
  • การควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง: จัดและควบคุมการจราจรให้สะดวก ปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทางเสียหาย

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: ไม่ระบุรายละเอียดในเอกสาร (ต้องตรวจสอบจากเอกสารฉบับเต็ม)
  • ค่าปรับ: ไม่ระบุรายละเอียดในเอกสาร (ต้องตรวจสอบจากเอกสารฉบับเต็ม)
  • ระยะเวลาประกันผลงาน:
    • สีจราจร: 6 เดือน
    • วัสดุเทอร์โมพลาสติก: 12 เดือน
    • งานแอสฟัลต์คอนกรีต: 24 เดือน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A1: เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้มีความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งานของประชาชนในพื้นที่บ้านแหลมมะขาม
  • Q2: ถนนที่จะปรับปรุงมีความกว้างและยาวเท่าใด?
    A2: กว้าง 4.00 เมตร และยาว 265.00 เมตร
  • Q3: วัสดุที่ใช้ในการตีเส้นจราจรมีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง?
    A3: ใช้สีจราจร (Traffic Paint) ตาม มอก. 415 และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ตาม มอก. 542 โดยมีข้อกำหนดด้านความหนาและการสะท้อนแสง
  • Q4: มีการซ่อมแซมผิวทางเดิมในลักษณะใดบ้าง?
    A4: มีการซ่อมแซมแบบ Deep Patching (ซ่อมโครงสร้างทาง) และ Skin Patching (ซ่อมผิวทาง)
  • Q5: มาตรฐานที่ใช้ในงานแอสฟัลต์คอนกรีตคืออะไร?
    A5: มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช. 230-2545 และมาตรฐานงานแทคโคท มทช. 227-2545
  • Q6: ระยะเวลาประกันผลงานสำหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีตคือเท่าใด?
    A6: 24 เดือน
  • Q7: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    A7: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • Q8: การควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้างมีข้อกำหนดอย่างไร?
    A8: ต้องจัดและควบคุมการจราจรให้สะดวก ปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทางเสียหาย โดยติดตั้งป้ายและอุปกรณ์ที่จำเป็น
  • Q9: หากเครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวที่ถูกต้อง ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    A9: ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออก
  • Q10: วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวแล้วสามารถเก็บไว้นานเท่าใดก่อนนำมาใช้งาน?
    A10: ห้ามนำวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

สูตรบริหาร

  • องค์กร
    อําเภอแหลมงอ
    จังหวัดตราด
    9
    โครงการปรับปรุงถนนสายบ้านลาง (ตร.ถ.43023)

    หมู3 บานแหลมมะขาม ขนาดกว้าง 4 ม. ยาว 265 ม.หนา 0.05 ม.
    องค์การบริหารสวนตาบลแหลมงอบ
    อําาเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
    ไปซอยหัวหิน
    ไปวัดแหลมมะขาม
    ซอยหมอปาน
    แอสฟัลท์เดิม
    ซอยบานลาง
    11.80 พิกัด12 องศา 10 ลิปดา 24.436 ฟิลิปดา N
    พิกัด102 องศา 26 ลิปดา 55.212 ฟิลิปดา E จุดเริ่มต้นโครงการ
    โครงการปรับปรุงถนนสายบ้านล่าง ตร.ถ.43023 หมู่ที่ 3 ขนาดกว้าง 4.00 ม. ยาว 265.00 ม. หนา 0.05 ม.
    ผังที่ตั้งพอสังเขป
    องค์การบริหารส่วนตําบลแหลมงอบ
    อ.แหลมงอบ จ.ตราด
    TEL. 0—3959-7191
    ลการบริ
    องค์ก
    อําเภอแหลมงอ
    แหลมงอบ
    จังหวัดตราด
    โครงการ
    โครงการปรับปรุงถนน สายยานลาง (ดร.ด.43023) หมู่ 3 บ้านแหลมมะขาม
    แบบแสดง
    ผังที่ตั้งพอสังเขป
    แอสฟัลท์เดิม
    สําารวจ/ออกแบบ
    กองทาง บท.แหลมงอบ
    เขียนแบบ ผช.นายชางโยธา
    นายอาทิตย์ พงษ์สถานาภรณ์
    ตรวจแบบ/เห็นชอบ ผอ.กองนาง
    พิกัด12 องศา 10 ลิปดา 16.551 ฟิลิปดา N พิกัด102 องศา 26 ลิปดา 57.548 ฟิลิปดา E จุดสิ้นสุดโครงการ
    นายตรีชาวัชร์ ทวีสุขคณนาสิทธิ
    เห็นชอบ (ปลัด อบต.แหลมงอบ
    นายณัชวุฒิ จรัญโท เห็นชอบอนุมัติ
    (นายก อบต.)
    นายพิภพ ลัยนุชพงศ์
    10/10/25 TOTAL: -/-
    แบบ อบต.แหลมงอบ : -/2559
    ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
  1. วิธีดําเนินการจัดทํา
    1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด
    การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
    รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
    1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
    1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
    1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้น
    ขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
  2. ข้อกําหนดคุณสมบัติ
    2.1 สีจราจร (Traffic Point) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
    415 สีจราจร ชนิดที่ 2
    2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
    2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    มอก 543 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์
    2.4 วัสดุรองพื้น (Tock Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
  3. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    3.1 ความหนา
  4. วัสดุ,
    1.1 ข้อกําหนด
    1.2 การใช้งาน
    ตารางที่
    1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    รายการที่กําหนด
  5. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
    จราจร วัสดุเทอร์โมพลาสติก
    มอก415-2541 ชนิดที่ 2 มอก.542-2530ระดับ 1
    ทน
    พัน วีดหวี ปากลาก
    2.1 ความหนา เมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
    พ่น

0.2
รีดหรือปา ลาก
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม
3.0 23.0
≥ 400
400
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
≥ 0.2
23.0
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), med.txt m
≥ 300
300
≥ 200
200

  1. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
    3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
    สีขาว
    สีเหลือง
  2. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
    การมองเห็นในเวลากลางคืน
    4.1
    4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), mcd.xm
    สีขาว
    สีเหลือง
  3. ระยะเวลาประกัน
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น
    จะผ่าน เมื่อพ้นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
    (1) สีจราจร ( Traffic Point ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
    (2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    3.2 ค่าแฟกเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor)
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
    6 เดือน 1 ครั้ง 12 เดือน 1
    ครั้ง
    12 เดือน 1 ครึ่ง 24 เดือน 1 กรง
    -2
    2150 100
    2150

100
12 เดือน
24 เดือน
กรมทางทหารท
แบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 10-3-110 (4)
แผ่นที่ 52
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
รูปตัดโครงสร้างทาง 1
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
ไหล่ทาง
Slope
Slope
ผิวจราจร
ผิวจราจร
ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
Slope,
Slope
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
-ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม
โครงสร้างทางเดิม
ไหล่ทาง
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
รายการประกอบแบบ

  1. ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้น โครงสร้างทาง
  2. ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
    ให้เรียบร้อยเสียก่อน
  3. ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
  4. ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
  5. ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  6. ท่าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
    และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
    ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
    ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
    ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
  12. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    หมายเหตุ
    แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3 ( มฐ. ปร.3/2546) และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
    ข้อกําหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อก้าหนด
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    “1
    มทซ230-2545
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มท 230-2545
    อ้างถึง " มาตรฐานงานแทคโคท
    อ้างถึง
    “1
    มทช.227-2545
    แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง " ทก-3-110(1) - 110(4)

ลําดับที่
รายการ
1
ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง อ้างถึง
"
3
TACK COAT
4
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
กรมทางหลานบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แบบเลขที่ 10-7-201
แผ่นที่ 94
ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
    และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
  2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
    หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
  3. งานดินถมคันทาง
    3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มท. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
    มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
    3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Standard Proctor Density
  4. งานชั้นรองพื้นทาง
    4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
    บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Modified Proctor Density
  5. งานในพื้นทาง
    5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มท.. 203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify)
    ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
    ให้นําวัสดุนั้นออกและน่าวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
    5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
    Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
    5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  6. งาน Prime Coat มทT225-2545
    6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    5.2 ผิวหน้าฟีนทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก
  7. งาน Tock Coat มท.1227-2545
    7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    7.2 ก่อนที่จะทําการ Tock Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
    7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป
  8. งานแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coot ตาม มทช.225-2545 หรือ Tack Coot ตาม มทช.227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
    8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร
    อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปในทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชิ้นละ 50 มิลลิเมตร
    8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
    ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ท่า Tock Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 c 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทส (1)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
    และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
    8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว
    โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
    8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
    8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
    9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
    9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ
    ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
    9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
    หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
    นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
    เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
    1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98
    ของค่า Marshall Density
    9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tock Coat ก่อนที่จะปะซ่อม
    ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด
  9. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
    ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง ส่าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ 10-7-601
    แผ่นที่ 100
    ผิวทาง
    คันทางเดิม
    หินคลุกในพื้นทาง
    ลูกรังกรณีที่ชั้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อค้นทางเดิมถึงชิ้นที่เสียหายแล้วบดทับ
    DEEP PATCH
    คันทางเดิม
    ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
    PRIME COAT
    COLD MIX หรือ HOT MIX
    SKIN PATCH
    ผิวทาง
    COLD MIX หรือ HOT MIX
    TACK COAT
    LEVELLING
    ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  10. งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
    เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานขุดชั้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT)
    และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
    วิธีการก่อสร้าง
  11. ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงชั้น โครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  12. ทําการปิดทับคันทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
    3.ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้าโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้าที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT ± 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างชั้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
    โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
    5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
  13. ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
    เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
    ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดได (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
    วิธีการก่อสร้าง
  14. ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  15. ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
    3.ทํา PRIME COAT
  16. ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
  17. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
    6.ทําการก่อสร้าง นผิวทางตามแบบที่กําาหนด
    3.งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
    เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรี่ชิลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
    เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวขุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง
  18. ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  19. ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
  20. ทํา TACK COAT
  21. ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
  22. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
    หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
    5.ทําการก่อสร้าง นผิวทางตามแบบที่กําาหนด
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ กถ-7-602
    แผ่นที่ 101