ประกวดราคาซื้อระบบเครือข่ายสำรองเพื่อรองรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan: BCP) ของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษ สำหรับทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางพิเศษฉลองรัช
กทพ. ต้องการจัดซื้อระบบเครือข่ายสำรองเพื่อรองรับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) สำหรับระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษของทางด่วนเฉลิมมหานครและทางพิเศษฉลองรัช โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ระบบสามารถดำเนินงานต่อได้ในสภาวะวิกฤติหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภัยธรรมชาติ หรือการโจมตีระบบ ซึ่งอาจส่งผลให้การให้บริการหยุดชะงัก โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการประชาชนและผู้ใช้ทางด่วน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการจราจรหนาแน่นหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน ระบบจะต้องมีความทนทาน รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลได้สูง พร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ความเสถียร และการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีเครือข่าย รวมถึงการมีประสบการณ์ในการจัดการระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีความต่อเนื่องสูง ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานในช่วงวิกฤติเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
English summary
The project involves the procurement of a backup network system to support Business Continuity Plan (BCP) for toll collection systems on the Chaloem Mahanakorn Expressway and Chalong Rat Expressway. The system aims to ensure uninterrupted operation during emergencies such as natural disasters, cyberattacks, or system failures, thereby maintaining service continuity for users and public safety. The system must include high-capacity Layer 3 switches with advanced features such as data encryption, traffic management, and redundancy to ensure resilience and reliability.
กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- สร้างระบบเครือข่ายสำรองที่มีความทนทานและสามารถทำงานต่อได้ในสภาวะวิกฤติ
- ป้องกันการหยุดชะงักของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษในช่วงเหตุการณ์ฉุกเฉิน
- สนับสนุนการดำเนินงานของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์
- ยกระดับความปลอดภัยและความเสถียรของระบบเครือข่าย
- ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบบริการ
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์สวิตช์ระดับ 3 จำนวน 2 เครื่อง ที่มีความจุสูงและรองรับการจัดการเครือข่ายในระดับสูง
- ติดตั้งระบบจ่ายไฟสำรอง (UPS) และระบบระบายความร้อนสำรองที่สามารถถอดเปลี่ยนได้
- ติดตั้งระบบจัดการเครือข่าย (Network Management System) ที่สามารถตรวจสอบสถานะอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์
- ติดตั้งระบบการเข้ารหัสข้อมูล (MACsec) และฟีเจอร์ป้องกันการโจมตี (DOS Attack)
- ติดตั้งระบบ Packet Analyzer (Wireshark หรือเทียบเท่า) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่าย
- จัดทำคู่มือการใช้งานและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
- ให้บริการหลังการติดตั้ง รวมถึงการดูแลรักษา ซ่อมแซม และการอัปเดตซอฟต์แวร์
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อุปกรณ์สวิตช์ระดับ 3 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์เสริม (UPS, พัดลมสำรอง, SSD)
- ระบบจัดการเครือข่าย (Network Management System) พร้อมฟีเจอร์ตรวจสอบสถานะอุปกรณ์
- ระบบการเข้ารหัสข้อมูล (MACsec) ตามมาตรฐาน IEEE 802.1AE
- ระบบ Packet Analyzer (Wireshark หรือเทียบเท่า) ที่ติดตั้งในอุปกรณ์
- คู่มือการใช้งานระบบ (User Manual) และคู่มือการดูแลรักษา (Maintenance Manual)
- รายงานการทดสอบระบบ (System Test Report) พร้อมผลการทดสอบการสำรองข้อมูล
- ใบรับรองการติดตั้งและทดสอบระบบ (Installation & Test Certificate)
- บริการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ (Training for System Administrators)
- บริการดูแลรักษาหลังการติดตั้ง (Post-Installation Support)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินงาน: 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาก่อสร้าง: 60 วัน
- ระยะเวลาก่อสร้างและทดสอบระบบ: 40 วัน
- ระยะเวลาก่อนส่งมอบ: 20 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่มีสิทธิ์ขายอุปกรณ์ตามข้อกำหนด
- มีประสบการณ์ในการติดตั้งและดูแลระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ (มากกว่า 5 ปี)
- มีประสบการณ์ในการติดตั้งระบบ BCP หรือระบบสำรองข้อมูลในหน่วยงานรัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่
- มีทีมงานวิศวกรเครือข่ายและทีมสนับสนุนด้านเทคนิคที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์
- มีการจัดตั้งศูนย์บริการหลังการขายที่สามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- มีการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 หรือ ISO 9001
- ต้องมีการจัดทำแผนการสำรองข้อมูลและแผนการตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉิน (BCP Plan)
- ต้องมีการจัดทำรายงานการทดสอบระบบ (System Test Report) ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานภายนอก
เกณฑ์การพิจารณา
- คุณภาพของอุปกรณ์และคุณสมบัติที่ตรงตามข้อกำหนด (40%)
- ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้ยื่นข้อเสนอ (25%)
- แผนการติดตั้งและบริการหลังการขาย (20%)
- ราคาเสนอ (15%)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบเครือข่ายสำรองต้องมีความจุสูง (Switching Capacity ≥ 3 Tbps)
- ต้องรองรับการจัดการ VLAN ได้ไม่น้อยกว่า 4,000 VLAN
- ต้องใช้ระบบจ่ายไฟสำรอง (UPS) ที่สามารถทำงานต่อได้โดยอัตโนมัติเมื่อไฟฟ้าขัดข้อง
- ต้องมีฟีเจอร์ป้องกันการโจมตี (DOS Attack) ที่ CPU Input Queue
- ต้องรองรับการเข้ารหัสข้อมูล (MACsec) ที่ 256 bits
- ต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมได้อย่างสมบูรณ์
- ต้องมีระบบจัดการเครือข่าย (Network Management System) ที่สามารถตรวจสอบสถานะอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์
- ต้องมีระบบ Packet Analyzer ที่สามารถเก็บข้อมูลในรูปแบบไฟล์ .pcap ได้
- ต้องรองรับการจัดการผ่าน CLI, WebUI และ Bluetooth
เงื่อนไขสัญญา
- วิธีการชำระเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด คือ งวดที่ 1 หลังลงนามในสัญญา (30%), งวดที่ 2 หลังติดตั้งและทดสอบระบบเสร็จ (40%), งวดที่ 3 หลังส่งมอบและผ่านการตรวจสอบ (30%)
- กำหนดเวลาส่งมอบ: 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
- กำหนดเวลาการรับประกัน: 2 ปี นับจากวันส่งมอบ
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการติดตั้งที่ผิดพลาดหรือการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระหว่างการติดตั้งและใช้งาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ระบบเครือข่ายสำรองนี้จะทำงานอย่างไรในกรณีที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง?
- ระบบจะใช้ UPS ที่ติดตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์ ซึ่งสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ ทำให้ระบบสามารถทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่หยุดชะงัก
-
ระบบสามารถรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลได้กี่ช่องทาง?
- ระบบรองรับพอร์ต Gigabit Ethernet จำนวน 48 ช่อง และพอร์ต 40/100G จำนวน 4 ช่อง รวมถึงพอร์ต SFP/SFP+/SFP28 ที่สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์หลากหลาย
-
ระบบมีฟีเจอร์ป้องกันการโจมตีอย่างไร?
- ระบบมีฟีเจอร์ป้องกันการโจมตี (DOS Attack) ที่ CPU Input Queue โดยอัตโนมัติ พร้อมการจำกัดอัตราการส่งข้อมูล (Traffic Rate-Limiting)
-
ระบบสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมได้หรือไม่?
- ได้ ระบบถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมได้อย่างสมบูรณ์ โดยต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ผลิตว่าสามารถใช้งานร่วมกันได้
-
ระบบมีการจัดการเครือข่ายอย่างไร?
- ระบบมีการจัดการเครือข่ายผ่าน CLI, WebUI และ Bluetooth พร้อมระบบจัดการเครือข่าย (Network Management System) ที่สามารถตรวจสอบสถานะอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์
-
ระบบสามารถเก็บข้อมูลการวิเคราะห์เครือข่ายได้หรือไม่?
- ได้ ระบบมีฟีเจอร์ Packet Analyzer ที่สามารถเก็บข้อมูลในรูปแบบไฟล์ .pcap ได้ ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ระบบมีการรับประกันนานเท่าไร?
- ระบบมีการรับประกัน 2 ปี นับจากวันส่งมอบ
-
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
- ต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตหรือตัวแทนในประเทศไทย มีประสบการณ์ติดตั้งระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ และมีการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 หรือ ISO 9001
-
ระบบสามารถรองรับการเข้ารหัสข้อมูลได้หรือไม่?
- ได้ ระบบรองรับการเข้ารหัสข้อมูลตามมาตรฐาน IEEE 802.1AE (MACsec) ที่ 256 bits
-
ระบบมีการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่หรือไม่?
- ใช่ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำคู่มือการใช้งานและให้บริการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ รวมถึงการฝึกอบรมการใช้งานระบบ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ระบบเครือข่ายสำรองเพื่อรองรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) ของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษ สำหรับทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางพิเศษฉลองรัช
ในปัจจุบัน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีการนำระบบการบริหารความต่อเนื่อง
ทางธุรกิจ (Business Continuity Management Systems: BCMS) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการ บริหาร ซึ่งประกอบด้วยการจัดทำแผนสร้างความต่อเนื่องให้กับกระบวนการทางธุรกิจสำคัญขององค์กร (Business Continuity Plan : BCP) สำหรับระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบเงินสด และระบบเก็บค่าผ่านทาง
พิเศษแบบอัตโนมัติ ให้สามารถนำไปใช้ในการตอบสนอง และปฏิบัติงานในสภาวะวิกฤติหรือ เหตุการณ์ฉุกเฉิน ต่าง ๆ ทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือการมุ่งร้ายต่อองค์กร โดยไม่ให้สภาวะวิกฤติหรือเหตุการณ์ ฉุกเฉินดังกล่าวส่งผลให้หน่วยงานต้องหยุดการดำเนินงานหรือไม่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
๒. วัตถุประสงค์
กทพ. มีความประสงค์จะซื้อระบบเครือข่ายสำรองเพื่อรองรับการบริหารความพร้อมต่อ สภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) ของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษสำหรับทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางพิเศษฉลองรัช สำหรับใช้เป็นแนวทางในการบริหารความต่อเนื่องให้หน่วยงานมีความพร้อมในการ รับมือกับสภาวะวิกฤตตามแผนที่ได้กำหนดไว้ และเพื่อลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดำเนินงาน หรือการให้บริการของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
๓. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายใน ประเทศไทย ที่เกี่ยวกับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ตามข้อ ๕.๑,๕.๒, ๕.๓ และ ๕.๕๔.๔ โดยให้ยื่นเอกสาร การแต่งตั้งในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๔. รายละเอียดทั่วไป
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องทำตารางเปรียบเทียบข้อกำหนด โดยเทียบกับรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของ กทพ.ให้ชัดเจน พร้อมแนบแคตตาล็อกที่มีการขีดเส้นใต้เน้นคุณสมบัติที่ตรงตามข้อกำหนดของ กทพ. กรณีที่อุปกรณ์มีหลายรุ่น (Model) และ/หรือ Option และ/หรือ Series ใด ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุให้ ชัดเจน โดยอุปกรณ์นั้นต้องไม่มีการตัดแปลงต่างไปจากที่นำเสนอในแคตตาล็อก โดยยื่นเอกสารในวันที่ยื่น
ข้อเสนอ
๔.๒ อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องเป็นของใหม่ มีคุณภาพดี ยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน และยังอยู่ ในสายการผลิตสามารถใช้งานร่วมกับระบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นหนังสือรับรองจากผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ ระบบบริหารจัดการ ความเสี่ยงความปลอดภัยระบบเครือข่ายเดิมที่ กทพ.ใช้งานอยู่ เพื่อยืนยันการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่นำเสนอ ในข้อ ๕.๓ ว่าสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยให้ยื่นเอกสารดังกล่าวในวันที่ยื่นข้อเสนอ
wusijn
Cu Om
want
นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์ ประธานกรรมการ
นายเกรียงศักดิ์ จิตรลมัย กรรมการ
นายอนุสรณ์ พรมวิหาร กรรมการ
นายชัยณรงค์ ชูประจง กรรมการ
นายอภิชัย ชนะสุข กรรมการ
นายธวิทย์ แจ่มดวง กรรมการ
นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์ กรรมการและเลขานุการ
- ๒ -
๕. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
อุปกรณ์สำหรับระบบเครือข่ายสำรองเพื่อรองรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) ของระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษสำหรับทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางพิเศษ ฉลองรัช มีดังนี้
๕.๑ อุปกรณ์ Switch แบบที่ ๑ จำนวน ๒ เครื่อง มีคุณสมบัติอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๕.๑.๑ เป็น Layer 3 Switch ที่มีขนาด Switching Capacity ไม่น้อยกว่า 3 Tbps และ มีประสิทธิภาพในการส่งผ่านข้อมูล Forwarding Rate ไม่น้อยกว่า 1 Bpps
๕.๑.๒ มีหน่วยความจำหลัก (DRAM) ขนาดไม่น้อยกว่า 16 GB และมีหน่วยความจำ (Flash memory) ขนาดไม่น้อยกว่า 16 GB โดยรองรับการเพิ่มโมดูล SSD ขนาดไม่น้อยกว่า 960 GB ได้เพื่อ รองรับการติดตั้งซอฟต์แวร์ KVM, LXC หรือ Docker container ได้เป็นอย่างน้อย
๕.๑.๓ สามารถทำ Stack หรือ Clustering หรือ Stack Wise Virtual ได้
๕.๑.๔ มีพอร์ต Gigabit Ethernet แบบ SFP/SFP+/SFP28 1/10/25G จำนวนไม่น้อย กว่า ๔๘ ช่อง และแบบ 40/100G จำนวนไม่น้อยกว่า ๔ ช่อง
๕.๑.๕ มีระบบจ่ายไฟสำรอง เมื่อชุดใดชุดหนึ่งเสีย ชุดที่เหลือต้องสามารถทำงาน ได้ปกติ และสามารถถอดเปลี่ยนได้โดยระบบต้องทำงานได้อย่างต่อเนื่องอัตโนมัติ
๕.๑.๖ มีพัดลมระบายความร้อนสำรองที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ในขณะทำงาน
๕.๑.๗ สนับสนุนจำนวน MAC Addresses ไม่น้อยกว่า 82,000 Addresses
๕.๑.๔ สนับสนุนการเข้ารหัส (Link-layer cryptography) ตามมาตรฐาน IEEE 802.1AE (MACsec) ที่ 256 Bits ได้
๕.๑.๔ สนับสนุนการทำ spanning tree ได้ไม่น้อยกว่า 4000 VLAN ตามมาตรฐาน IEEE802.10, IEEE 802.1s, IEEE802.1w, IEEE802.1p และ IEEE802.10 ได้
๕.๑.๑๐ สนับสนุนการทำ IP routing protocol ได้แก่ Static Route, NAT, RIP,OSPF, IS-IS, BGP,VRF, VXLAN, VXLAN EVPN,MPLS L3 VPN, VPLS, EOMPLS และ MVPN ได้เป็นอย่างน้อย ๕.๑.๑๑ สนับสนุนการให้บริการ IP Multicast ด้วย IGMP snooping, MLD snooping ได้ เป็นอย่างน้อย
๕.๑.๑๒ มีโปรแกรม Packet analyzer (Wireshark หรือเทียบเท่า) ภายในตัว อุปกรณ์ โดยสามารถเก็บข้อมูลในรูปไฟล์ .pcap ได้
๕.๑.๑๓ มีฟังก์ชั่นที่สามารถป้องกันการโจมตีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU DOS Attack) ด้วยการทำ Traffic Rate-Limiting ที่ CPU Input Queue ได้โดยอัตโนมัติ
๕.๑.๑๔ สามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ผ่าน CLI,WebUI และรองรับการจัดการ ผ่าน Bluetooth ได้
๕.๑.๑๕ รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Network Management System ได้ดังนี้ ๕.๑.๑๕.๑ รองรับการ monitor ได้แก่ serial number, IP address, MAC
address, OS หรือ Firmware หรือ Image version,Up time, Status up/down, Interface name,MAC address of the interface, Percent การใช้งานของ CPU กับ Memory และแสดง Device Model หรือ Platform หรือ รุ่นของอุปกรณ์ ได้
льды
Kw
นายเกรียงศักดิ์ จิตรลมัย
Om
นายอนุสรณ์ พรมวิหาร
Uwrsi
นายชัยณรงค์ ชูประจง
θ
นายอภิชัย ชนะสุข
นายธวิทย์ แจ่มดวง
นายอมรินทร์ กาญจนอิสราภรณ์
นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์ ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ กรรม
กรรมการ รมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ