ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งโครงการพัฒนาระบบ Artificial Intelligence (AI) เพื่อการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน
โครงการพัฒนาระบบ Artificial Intelligence (AI) เพื่อการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน จัดทำขึ้นโดยสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) เพื่อแก้ไขปัญหาความซับซ้อนและล้าสมัยของกฎหมายไทยที่มีอยู่กว่า 100,000 ฉบับ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและประสิทธิภาพของภาครัฐ
วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการนำเทคโนโลยี AI มาเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลทางกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดระยะเวลาในการทำงานของเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเพิ่มความแม่นยำในการร่างกฎหมายใหม่โดยใช้ AI ตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมายเดิม เพื่อลดความซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกันของบทบัญญัติ โครงการนี้ยังรวมถึงการสร้างฐานข้อมูลกฎหมายอัจฉริยะ (Intelligent Legal Database) ที่รองรับการสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) และแสดงผลความเชื่อมโยงของกฎหมายในรูปแบบที่เข้าใจง่าย
การดำเนินโครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการปฏิรูปกฎหมายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเตรียมความพร้อมรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต โดยระบบที่พัฒนาขึ้นจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผนปฏิรูปกฎหมายให้มีความคล่องตัวและโปร่งใสมากขึ้น
English summary
The Office of the National Economic and Social Development Council (ONP) is initiating the “Artificial Intelligence (AI) System Development Project for Urgent Law Reform.” The project aims to address the complexity and obsolescence of over 100,000 Thai laws that hinder business operations and government efficiency. By leveraging AI, the project seeks to create an “Intelligent Legal Database” capable of semantic search and legal analysis. Key objectives include reducing search and analysis time, enhancing the accuracy of new legislation, and identifying legal conflicts. This initiative is designed to support policy decision-making, streamline legal reform processes, and improve the country’s overall competitiveness.
สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบ AI ที่เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลทางกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อลดระยะเวลาในการสืบค้น วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสรุปสาระสำคัญของกฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดความซ้ำซ้อน/ขัดแย้งของบทบัญญัติในร่างกฎหมายฉบับใหม่
- เพื่อสร้างฐานข้อมูลกฎหมายอัจฉริยะ (Intelligent Legal Database) ที่สามารถสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) และแสดงผลความเชื่อมโยงของกฎหมาย
ขอบเขตของงาน
- พัฒนาระบบ AI สำหรับวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลทางกฎหมาย
- จัดทำฐานข้อมูลกฎหมายอัจฉริยะ (Intelligent Legal Database)
- พัฒนาระบบ Semantic Search สำหรับการสืบค้นข้อมูลทางกฎหมาย
- พัฒนาระบบวิเคราะห์ความสอดคล้องและตรวจสอบความซ้ำซ้อนของร่างกฎหมาย
- จัดทำระบบสรุปสาระสำคัญของกฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ระบบ AI สำหรับการวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลทางกฎหมาย
- ฐานข้อมูลกฎหมายอัจฉริยะ (Intelligent Legal Database)
- ระบบสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search Engine)
- ระบบตรวจสอบความซ้ำซ้อนและวิเคราะห์ความสอดคล้องของกฎหมาย
- คู่มือการใช้งานระบบและเอกสารประกอบโครงการ
ระยะเวลาดำเนินการ
- (ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ได้รับ)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ, ไม่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ, ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- Standards Compliance: -
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-GP ได้อย่างถูกต้อง
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- (ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ได้รับ)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบต้องรองรับการสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search)
- ระบบต้องสามารถวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของกฎหมายได้
- ระบบต้องสามารถตรวจสอบความซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งของบทบัญญัติในร่างกฎหมายได้
- ระบบต้องรองรับการสรุปสาระสำคัญของเอกสารทางกฎหมาย
เงื่อนไขสัญญา
- (ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ได้รับ)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบ AI นี้จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร? A: ช่วยลดเวลาในการสืบค้น วิเคราะห์ และเปรียบเทียบกฎหมายจำนวนมากผ่านระบบอัตโนมัติ
- Q: ระบบรองรับการตรวจสอบร่างกฎหมายใหม่หรือไม่? A: รองรับ โดยระบบจะช่วยตรวจสอบความสอดคล้องและลดความซ้ำซ้อนกับกฎหมายเดิมที่มีอยู่
- Q: ฐานข้อมูลกฎหมายอัจฉริยะแตกต่างจากการสืบค้นทั่วไปอย่างไร? A: รองรับการสืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) และแสดงผลความเชื่อมโยงของกฎหมายได้
- Q: ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าใช้งานระบบนี้? A: สำนักงาน ป.ย.ป. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้รับอนุญาต
- Q: ระบบนี้ช่วยเรื่องการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนอย่างไร? A: ช่วยให้การวิเคราะห์และวางแผนปฏิรูปกฎหมายทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
- Q: มีการกำหนดมาตรฐาน AI เฉพาะเจาะจงหรือไม่? A: เน้นที่ประสิทธิภาพการวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์โครงการ
- Q: ระบบสามารถสรุปสาระสำคัญของกฎหมายได้หรือไม่? A: ได้ เป็นหนึ่งในฟังก์ชันหลักของระบบเพื่อช่วยในการตัดสินใจ
- Q: โครงการนี้เน้นการจัดการกฎหมายประเภทใด? A: กฎหมายไทยทุกประเภทที่อยู่ในฐานข้อมูลของสำนักงาน ป.ย.ป.
- Q: ระบบจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสอย่างไร? A: การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบช่วยลดการใช้ดุลยพินิจและเพิ่มความชัดเจนในการปฏิรูป
- Q: ข้อมูลที่ใช้ในระบบมาจากไหน? A: ข้อมูลกฎหมายและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกฎหมายของประเทศไทย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
๑. ความเป็นมา
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ซื้อพร้อมติดตั้งโครงการพัฒนาระบบ Artificial Intelligence (Al)
เพื่อการด้าเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน
ในปี ๒๕๖๘ ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน (World Competitiveness Ranking) จาก International Institute for Management Development (IMD) อยู่ที่อันดับ ๓๐ จาก ๖๙ ประเทศทั่วโลก ปรับลดลงจากปี ๒๕๖๗ ซึ่งอยู่ที่อันดับ ๒๕ โดยปัญหาด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) เป็นปัจจัยสําคัญที่มีผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก กฎหมายและระเบียบของประเทศไทยซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า ๑๐๐,๐๐๐ ฉบับ มีความซ้ําซ้อนและล้าสมัย ส่งผลให้ การประกอบธุรกิจมีขั้นตอนและใช้เวลานาน นอกจากนี้ การขาดการทบทวนกฎหมายให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปยังส่งผลให้กฎหมายของไทยไม่พร้อมรองรับความท้าทายในอนาคต ดังนั้น
ภาครัฐจึงจําเป็นต้องให้ความสําคัญกับการปฏิรูปกฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อยกระดับความสามารถใน
การแข่งขันของประเทศ
สํานักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สํานักงาน
ป.ย.ป.) เป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจหน้าที่ในการปฏิรูปกฎหมายของประเทศ ผ่านกลไกคณะกรรมการดําเนินการ
ปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายในระยะ เร่งด่วน พ.ศ. ๒๕๖๓ แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมาย ผ่านการจัดทําแผนการ ปฏิรูปประเทศ (ด้านกฎหมาย) แต่ยังไม่เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกฎหมาย กฎ ระเบียบ ต่าง ๆ ของประเทศไทยมีเป็นจํานวนมาก มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และมีผลกระทบ ในหลายมิติ ในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในแต่ละประเด็นจึงดําเนินการด้วยความยากลําบากและ เป็นไปด้วยความล่าช้า
ๆ
สํานักงาน ป.ย.ป. ได้เล็งเห็นความสําคัญของการนําเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และเท่าทันต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยการนํา Artificial Intelligence (Al) มาใช้เป็นเครื่องมือสําคัญด้านการวิเคราะห์กฎหมาย การจัดทําข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุน การตัดสินใจ การวางแผน และกําหนดแนวทางการปฏิรูปกฎหมายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานของ สํานักงาน ป.ย.ป. คณะกรรมการดําเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน คณะอนุกรรมการ คณะทํางาน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพของกฎหมาย ลดความซ้ําซ้อนของระเบียบ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ไม่จําเป็น เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ และการเพิ่ม
لملك
.กรรมการ
ประธานกรรมการ
ทัศน์พล
.กรรมการ
ความสามารถของภาครัฐในการตอบสนองต่อปัญหาและความคาดหวังของประชาชนได้อย่างทันสถานการณ์ และ
เตรียมความพร้อมรองรับประเด็นท้าทายในด้านเศรษฐกิจและสังคมได้ในอนาคต ทั้งนี้ โครงการพัฒนาระบบ ดังกล่าวสอดคล้องกับตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมุ่งเน้นการ
พัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยการทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่
เปลี่ยนแปลงไป เร่งยกเลิกกฎหมายที่หมดความจําเป็นหรือซ้ําซ้อนกับกฎหมายอื่น และปรับปรุงกฎหมายที่เป็น
อุปสรรคต่อการค้าการลงทุนสมัยใหม่
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อพัฒนาระบบ AI ที่เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์และสืบค้นข้อมูลทางกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สําหรับสํานักงาน ป.ย.ป. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สํานักงาน ป.ย.ป. อนุญาต
๒.๒ เพื่อลดระยะเวลาในการสืบค้น วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสรุปสาระสําคัญของกฎหมายและเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง
๒.๓ เพื่อเพิ่มความแม่นยําและลดความซ้ําซ้อน/ขัดแย้ง ของบทบัญญัติในร่างกฎหมายฉบับใหม่ โดยการใช้ AI ช่วยตรวจสอบความสอดคล้องกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
๒.๔ เพื่อสร้างฐานข้อมูลกฎหมายอัจฉริยะ (Intelligent Legal Database) ที่สามารถสืบค้นเชิง ความหมาย (Semantic Search) และแสดงผลความเชื่อมโยงของกฎหมายต่าง ๆ ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.
ผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ
ต้องห้าม ดังต่อไปนี้
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
Som
กรรมการ
..ประธานกรรมการ
ทัศน์พล
…กรรมการ
…………
3
๓.๖ มีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน ป.ย.ป. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก
รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
Jomr
..ประธานกรรมการ
ทัศน์พล
..กรรมการ
………กรรมการ
AL
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหากวันยื่นข้อเสนอเป็น
๑
ช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของ การยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้ สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
ณ
(๒.๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
(๒.๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๒.๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
(๒.๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
(๒.๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
(๒.๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
(๒.๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด ทะเบียนไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(๒.๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจด
ทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
Jom
..ประธานกรรมการ
ليمية
.กรรมการ
ทัศน์พล
….กรรมการ
ad
ล้านบาท
(๒.๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ํากว่า ๒๐๐
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๒) ข้อ (๓) และข้อ (๔.๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
บ
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ
Som
…ประธานกรรมการ
ทัศน์พล
.กรรมการ
…กรรมการ