ประกวดราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ จำนวน 6 รายการ
โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ มีความประสงค์จัดซื้อเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) จำนวน 6 รายการ เพื่อใช้ในพื้นที่ต่างๆ ภายในโรงพยาบาล เช่น ห้อง Data Center, ห้องรับรอง, กองตรวจโรคผู้ป่วยนอก และห้องการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการแพทย์และอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณรายรับสถานพยาบาล (งบพัฒนา) ปี 2569 วงเงินรวม 525,020 บาท
ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดหาเครื่องปรับอากาศแบบติดผนังและแบบแขวน ขนาดตั้งแต่ 12,000 ถึง 40,000 BTU/Hr พร้อมบริการติดตั้งครบวงจร ได้แก่ การเดินสายไฟฟ้าไปยังตู้ควบคุมเดิม การติดตั้งท่อน้ำยา ท่อน้ำทิ้ง และอุปกรณ์ประกอบที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เครื่องปรับอากาศที่นำเสนอต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งาน มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 1155 และ มอก. 2134-2553 รวมถึงต้องมีเอกสารรับรองมาตรฐานเสียงไม่เกิน 60 dB(A) จากสถาบันที่ได้รับรอง ISO/IEC 17025
ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้พัสดุภายในประเทศ (ร้อยละ 60 สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป และร้อยละ 90 สำหรับเหล็ก) ระยะเวลาส่งมอบงานภายใน 30 วันนับจากวันลงนามในสัญญา โดยมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 2 ปี การคัดเลือกผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด
English summary
Chakrapong Camp Hospital is initiating a procurement project for 6 types of split-type air conditioning units for the 2026 fiscal year. The objective is to enhance medical service efficiency and provide convenience for staff. The total budget is 525,020 THB. The scope of work includes the supply and installation of wall-mounted and ceiling-type units (ranging from 12,000 to 40,000 BTU/Hr), electrical wiring, refrigerant piping, and drainage systems. All units must be new, energy-efficient (Label No. 5), and comply with TISI standards (MOK 1155/2134). The project duration is 30 days, with a 2-year warranty period. The selection criteria will be based on the lowest price.
โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
- เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในโรงพยาบาล
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและติดตั้งเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) จำนวน 6 รายการ
- ดำเนินการติดตั้งชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan-Coil Unit)
- เดินสายไฟฟ้าไปยังตู้ควบคุมไฟฟ้าเดิมประจำอาคาร
- ติดตั้งท่อน้ำยา (พร้อมฉนวนหุ้ม) ท่อน้ำทิ้ง และอุปกรณ์ประกอบการติดตั้ง
- ติดตั้งแผ่นป้ายทะเบียนสินทรัพย์ประจำสิ่งอุปกรณ์
- ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดจากการติดตั้งให้คงสภาพเดิม
- ส่งมอบคู่มือการใช้งานและบำรุงรักษาเป็นภาษาไทย
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน จำนวน 6 รายการ (รวม 16 ชุดย่อยตามรายการใน TOR)
- เอกสารรับรองมาตรฐาน มอก. และฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
- เอกสารผลการทดสอบระดับเสียง (ไม่เกิน 60 dB(A))
- คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษาภาษาไทย
- ใบรับประกันจากผู้ผลิต (ระยะเวลารับประกัน 2 ปี)
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
- Standards Compliance: เครื่องปรับอากาศต้องมีมาตรฐาน มอก. 1155, มอก. 2134-2553 และฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: ต้องสามารถติดตั้งระบบไฟฟ้าและท่อน้ำยาตามมาตรฐานวิศวกรรม
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้หลักเกณฑ์พิจารณาราคาต่ำสุด (Lowest Price)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ประเภท: เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) ระบบ Fix Speed
- ขนาดทำความเย็น: 12,000 - 40,000 BTU/Hr
- สารทำความเย็น: R32 หรือ R410A
- ระดับเสียง: ชุดเป่าลมเย็นไม่เกิน 60 dB(A)
- การควบคุม: รีโมทคอนโทรล (มีสาย/ไร้สาย), เทอร์โมสตัตอิเล็กทรอนิกส์ (ความแม่นยำ ± 1°C)
- มาตรฐาน: มอก. 1155, มอก. 2134-2553, ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
- วัสดุ: คอยล์ท่อทองแดงและครีบอะลูมิเนียมเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเมื่อส่งมอบงานครบถ้วนและผ่านการตรวจรับ
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.20 ของราคางานต่อวัน หากส่งมอบล่าช้า
- การประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: เครื่องปรับอากาศที่เสนอต้องเป็นระบบ Inverter หรือไม่? A: ไม่ระบุ ต้องเป็นระบบ Fix Speed ตามที่ TOR กำหนด
- Q: ต้องมีการเดินสายไฟฟ้าใหม่ทั้งหมดหรือไม่? A: เป็นการเดินสายไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าเดิมประจำอาคาร
- Q: หากติดตั้งแล้วอาคารเสียหาย ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร? A: ผู้ขายต้องซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- Q: สารทำความเย็นที่อนุญาตให้ใช้คืออะไร? A: R32 หรือ R410A หรือตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
- Q: การรับประกันความชำรุดบกพร่องมีระยะเวลานานเท่าใด? A: 2 ปี
- Q: เครื่องปรับอากาศต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือไม่? A: ต้องมีและต้องเป็นรูปแบบปัจจุบันจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- Q: ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานก่อสร้างมาก่อนหรือไม่? A: ไม่ได้ระบุเงื่อนไขผลงาน แต่ต้องมีคุณสมบัติทางกฎหมายและมูลค่าสุทธิของกิจการตามที่กำหนด
- Q: การวัดระดับเสียงของเครื่องปรับอากาศต้องอ้างอิงมาตรฐานใด? A: ต้องมีเอกสารผลทดสอบจากห้องทดสอบที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025
- Q: กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลักหรือไม่? A: หากข้อตกลงกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องมีสัดส่วนงานมากกว่ารายอื่น
- Q: สามารถยื่นเอกสารมูลค่าสุทธิของกิจการย้อนหลังได้กี่ปี? A: 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน จํานวน 6 รายการ ปีงบประมาณ 2569
- ความเป็นมา
ของ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์
โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ได้รับอนุมัติแผนจัดหา สป.สาย ยย. รายการเครื่องปรับอากาศชนิด แยกส่วน จํานวน 6 รายการ โดยใช้เงินรายรับสถานพยาบาล (งบพัฒนา) ปี 2569 ตามหนังสือ พบ. ที่ กห
0446/1367 ลง 10 มี.ค. 69 - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อสนับสนุนและอํานวยความสะดวกการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยที่มารับบริการ ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
2.2 อํานวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ โรงพยาบาล ค่ายจักรพงษ์ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
A
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ
กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญา
ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้
เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดราย หนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อ
เสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อ
เสนอในนามกิจการร่วมค้า
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
2 - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํา กว่า 1 ล้านบาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000.- บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ
รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่
เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
ประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
2
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า
สุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี
ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางใต้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน
ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี
คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - คุณลักษณะเฉพาะ รายละเอียดดังนี้
4.1 เครื่องปรับอากาศ ชนิดแยกส่วน แบบติดผนัง ระบบ fix speed ติดตั้งที่ห้อง data center ประกอบด้วยเครื่อง condensing unit ที่สามารถทําความเย็นได้ไม่น้อยกว่า 12,000 btu/hr. จํานวน 2 ชุด พร้อมชุดเป่าลมเย็น ใช้ระบบไฟฟ้า 220-1-50 เดินสายไฟฟ้า ไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าของเดิมประจําอาคาร และ ติดตั้งท่อน้ํายา,ท่อระบายน้ําของเครื่องปรับอากาศ พร้อมอุปกรณ์ประกอบชุด และแผ่นป้ายทะเบียนสินทรัพย์
ประจําสิ่งอุปกรณ์
4.1.1 วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ใช้สําหรับปรับอุณหภูมิภายในห้อง หรือใช้รักษาภาวะอากาศให้ คงที่ เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ แต่ไม่รวมถึงเครื่องปรับอากาศชนิดที่ใช้เพื่อควบคุมความชื้น
4.1.2 คุณลักษณะในทางเทคนิค
4.1.2.1 เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) ประกอบด้วย ชุดคอนเดนซิ่ง และชุด เป่าลมเย็น ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีเอกสารรับรองตามมาตรฐาน มอก. 1155 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน
4.1.2.2 ขนาดไม่เกิน 1,200 วัตต์ ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ มีความสามารถใน การทําความเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 12,000 บีทียูต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 40,000 บีทียูต่อชั่วโมง
4.1.2.3 มีอัตราค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล (Seasonal Energy Efficiency Ratio : SEER : หน่วยเป็น บีทียูต่อชั่วโมงต่อวัตน์) มีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน จากสํานักงาน มาตรฐานอุตสาหกรรม
4.1.2.4 ได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย และมีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553
4.1.2.5 เสียงของเครื่องปรับอากาศ ต้องมีระดับเสียงของชุดเป่าลมเย็นไม่เกิน 60 dB (A) โดย ต้องมีเอกสารผลผ่านการทดสอบจากห้องทดสอบของโรงงานผู้ผลิต หรือจากสถาบันทดสอบในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ที่ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO / IEC 17025
4.1.2.6 มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิเป็นรีโมทคอนโทรล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.1.2.7 สารทําความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (Liquid Refrigerant) ใช้เป็นสารทําความเย็น
R 32 หรือ R 410A หรือสารทําความเย็นอื่นตามข้อกําหนดของผู้ผลิตเท่านั้น
4.1.3 คุณลักษณะในการออกแบบ
4.1.3.1 เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ ตามมาตรฐาน มอก. 1155 ซึ่งแยกออกเป็น ชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan - Coil Unit) ที่ทํางาน ร่วมกัน เมื่อนําติดตั้งตามแบบของผู้ผลิตแล้วสามารถปรับอากาศโดยลดอุณหภูมิภายในห้องได้
4.1.3.2 ต้องเป็นเครื่องปรับอากาศที่ประกอบสําเร็จรูปจากโรงงานเดียวกัน ใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกัน ทั้งชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit)
4.1.3.3 ตัวถังของชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) ทําด้วยวัสดุที่ไม่เป็นสนิม หรือทําด้วย แผ่นโลหะที่ผ่านการชุบเคลือบผิวเพื่อป้องกันการเป็นสนิม
4.1.3.4 พัดลมของชุดคอนเดนซิ่ง ขับด้วยมอเตอร์ที่มีการหล่อลื่น มอเตอร์ใช้ขดลวดที่ทนความ ร้อนได้สูง โดยที่รอบ (rpm) ไม่ตก มีตะแกรงป้องกันอุบัติเหตุ และมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติ
4.1.3.5 ชุดคอนเดนซิ่ง เป็นชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับกระแสไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลท์ 50
เฮริตซ์ หรือ 3 เฟส 380 โวลท์ 50 เฮิรตซ์ โดยตรง
4.1.3.6 ชุดเป่าลมเย็น (Fan - Coil Unit) ใช้พัดลมไหลข้ามแนวแกนเพลา (Cross Flow Fan) หรือ พัดลมแบบกรงกระรอก (Squirrel Cage)
4.1.3.7 ตัวเครื่องหรือชุดคอนเดนซิ่ง ใช้คอมเพลสเซอร์แบบโรตารี่ (Rotary Compress) หรือ แบบก้นหอย (Scroll Compress) มีคอยล์ (Coil) ประกอบด้วยท่อทองแดงและครีบ (Fin) อลูมิเนียมที่มีความ
หนาทนทานและเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน
4.1.3.8 มีความหน่วงเวลาการทํางานของคอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย หากเกิดไฟดับ แรงดันไฟฟ้าขาดหายไป ให้หยุดการทํางานของคอมเพรสเซอร์เป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 3 นาที จึงจะ
สามารถใช้คอมเพรสเซอร์ได้อีก
4.1.3.9 อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ใช้เทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Thermostat) อย่างน้อยสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ในช่วง 18 – 30 °C โดยให้มีความแม่นยําในการควบคุม อุณหภูมิ (Temperature Accuracy Precision) ได้ไม่เกิน + 1°C และมีช่วงการตัดต่อ (Differential) ไม่เกิน
1°C
4.1.3.10 ระบบฟอกอากาศ แบบมีแผงกรองอากาศ (Air Filter) ทําจากใยสังเคราะห์ น้ําหนัก เบา สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละออง และสามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ง่าย
A
4.1.3.11 เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน ที่ผู้ผลิตออกแบบให้เลือกติดตั้ง ตามความ
เหมาะสมของการใช้ในแต่ละห้อง
- ชนิดติดผนัง (Wall Type)
4.1.4 การบรรจุและหีบห่อ บรรจุและหีบห่อตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต 4.1.5 ข้อกําหนดอื่น ๆ
4.1.5.1 กําหนดขนาดทําความเย็นเป็น บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/Hr) 4.1.5.2 กําหนดความสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้า เป็น แอมแปร์ (A)
4.1.5.3 กําหนดปริมาณลมของชุดเป่าลมเย็น เป็น ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM)
4.1.5.4 เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เคยผ่านการซ่อมมาก่อน และที่ตัว ผลิตภัณฑ์ ต้องมีเครื่องหมายการค้าของผลผลิต ยี่ห้อ รุ่น และวันที่ผลิต กํากับไว้ชัดเจน ไม่ลบเลือนหรือหลุด
ง่าย
4.1.5.5 ที่บนตัวเครื่อง ทั้งชุดคอนเดนซิ่งและชุดเป่าลมเย็น ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติด รับรอง มาตรฐานที่เป็นรูปแบบปัจจุบัน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายละเอียดตาม ผนวก ก.
4.1.5.6 ต้องมีคู่มือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ การใช้งาน และการบํารุงรักษาเป็นภาษาไทย
4.1.6 วิธีการตรวจสอบ
4.1.6.1 ตรวจสอบรายละเอียดตามคุณลักษณะเฉพาะ รูปแบบแค็ตตาล็อก และทดลองใช้งาน 4.1.6.2 ตรวจสอบขนาดทําความเย็นของเครื่องตามที่ทางราชการกําหนด
4.1.6.3 ตรวจสอบตามคู่มือและเอกสารของโรงงานผู้ผลิตให้มีคุณลักษณะถูกต้องตามที่ระบุไว้ ในคุณลักษณะเฉพาะ
4.2 เครื่องปรับอากาศ ชนิดแยกส่วน แบบติดผนัง ระบบ fix speed ประกอบด้วยเครื่อง Condensing unit ที่สามารถทําความเย็นได้ไม่น้อยกว่า 18,000 btu/hr. จํานวน 7 ชุด พร้อมชุดเป่าลมเย็น ใช้ระบบไฟฟ้า 220-1-50 เดินสายไฟฟ้า ไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าของเดิมประจําอาคาร และติดตั้งท่อน้ํายา,ท่อ ระบายน้ําของเครื่องปรับอากาศ พร้อมอุปกรณ์ประกอบชุด และแผ่นป้ายทะเบียนสินทรัพย์ประจําสิ่งอุปกรณ์ 4.2.1 วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ใช้สําหรับปรับอุณหภูมิภายในห้อง หรือใช้รักษาภาวะอากาศให้ คงที่ เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ แต่ไม่รวมถึงเครื่องปรับอากาศชนิดที่ใช้เพื่อควบคุมความชื้น
4.2.2 คุณลักษณะในทางเทคนิค
4.2.2.1 เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) ประกอบด้วย ชุดคอนเดนซิ่ง และชุด เป่าลมเย็น ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีเอกสารรับรองตามมาตรฐาน มอก. 1155 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน
4.2.2.2 ขนาดไม่เกิน 1,200 วัตต์ ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ มีความสามารถใน การทําความเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 18,000 บีทียูต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 40,000 บีทียูต่อชั่วโมง
4.2.2.3 มีอัตราค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล (Seasonal Energy Efficiency Ratio : SEER : หน่วยเป็น บีทียูต่อชั่วโมงต่อวัตน์) มีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน จากสํานักงาน มาตรฐานอุตสาหกรรม
4.2.2.4 ได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย และมีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553
Pi
4.4.2.4 ได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย และมีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553
4.4.2.5 เสียงของเครื่องปรับอากาศ ต้องมีระดับเสียงของชุดเป่าลมเย็นไม่เกิน 60 dB (A) โดย ต้องมีเอกสารผลผ่านการทดสอบจากห้องทดสอบของโรงงานผู้ผลิต หรือจากสถาบันทดสอบในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ที่ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO / IEC 17025
4.4.2.6 มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิเป็นรีโมทคอนโทรล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.4.2.7 สารทําความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (Liquid Refrigerant) ใช้เป็นสารทําความเย็น R 32 หรือ R 410A หรือสารทําความเย็นอื่นตามข้อกําหนดของผู้ผลิตเท่านั้น
4.4.3 คุณลักษณะในการออกแบบ
4.4.3.1 เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ ตามมาตรฐาน มอก. 1155 ซึ่งแยกออกเป็น ชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit) ที่ทํางาน ร่วมกัน เมื่อนําติดตั้งตามแบบของผู้ผลิตแล้วสามารถปรับอากาศโดยลดอุณหภูมิภายในห้องได้
4.4.3.2 ต้องเป็นเครื่องปรับอากาศที่ประกอบสําเร็จรูปจากโรงงานเดียวกัน ใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกัน ทั้งชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit)
4.4.3.3 ตัวถังของชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) ทําด้วยวัสดุที่ไม่เป็นสนิม หรือทําด้วย แผ่นโลหะที่ผ่านการชุบเคลือบผิวเพื่อป้องกันการเป็นสนิม
4.4.3.4 พัดลมของชุดคอนเดนซิ่ง ขับด้วยมอเตอร์ที่มีการหล่อลื่น มอเตอร์ใช้ขดลวดที่ทนความ ร้อนได้สูง โดยที่รอบ (rpm) ไม่ตก มีตะแกรงป้องกันอุบัติเหตุ และมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติ
4.4.3.5 ชุดคอนเดนซิ่ง เป็นชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับกระแสไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลท์ 50
เฮริตซ์ หรือ 3 เฟส 380 โวลท์ 50 เฮิรตซ์ โดยตรง
4.4.3.6 ชุดเป่าลมเย็น (Fan - Coil Unit) ใช้พัดลมไหลข้ามแนวแกนเพลา (Cross Flow Fan) หรือ พัดลมแบบกรงกระรอก (Squirrel Cage)
4.4.3.7 ตัวเครื่องหรือชุดคอนเดนซิ่ง ใช้คอมเพลสเซอร์แบบโรตารี่ (Rotary Compress) หรือ แบบก้นหอย (Scroll Compress) มีคอยล์ (Coil) ประกอบด้วยท่อทองแดงและครีบ (Fin) อลูมิเนียมที่มีความ หนาทนทานและเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน
4.4.3.8 มีความหน่วงเวลาการทํางานของคอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย หากเกิดไฟดับ แรงดันไฟฟ้าขาดหายไป ให้หยุดการทํางานของคอมเพรสเซอร์เป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 3 นาที จึงจะ
สามารถใช้คอมเพรสเซอร์ได้อีก
4.4.3.9 อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ใช้เทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Thermostat) อย่างน้อยสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ในช่วง 18 – 30 °C โดยให้มีความแม่นยําในการควบคุม อุณหภูมิ (Temperature Accuracy Precision) ได้ไม่เกิน ± 1 °C และมีช่วงการตัดต่อ (Differential) ไม่เกิน
1°C
4.4.3.10 ระบบฟอกอากาศ แบบมีแผงกรองอากาศ (Air Filter) ทําจากใยสังเคราะห์ น้ําหนัก เบา สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละออง และสามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ง่าย
4.2.3.11 เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน ที่ผู้ผลิตออกแบบให้เลือกติดตั้ง ตามความ
เหมาะสมของการใช้ในแต่ละห้อง - ชนิดติดผนัง (Wall Type)
4.2.4 การบรรจุและหีบห่อ บรรจุและหีบห่อตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต 4.2.5 ข้อกําหนดอื่น ๆ
4.2.5.1 กําหนดขนาดทําความเย็นเป็น บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/Hr) 4.2.5.2 กําหนดความสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้า เป็น แอมแปร์ (A)
4.2.5.3 กําหนดปริมาณลมของชุดเป่าลมเย็น เป็น ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM)
4.2.5.4 เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เคยผ่านการซ่อมมาก่อน และที่ตัว ผลิตภัณฑ์ ต้องมีเครื่องหมายการค้าของผลผลิต ยี่ห้อ รุ่น และวันที่ผลิต กํากับไว้ชัดเจน ไม่ลบเลือนหรือหลุด
ง่าย
4.2.5.5 ที่บนตัวเครื่อง ทั้งชุดคอนเดนซิ่งและชุดเป่าลมเย็น ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติด รับรอง มาตรฐานที่เป็นรูปแบบปัจจุบัน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายละเอียดตาม ผนวก ก.
4.2.5.6 ต้องมีคู่มือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ การใช้งาน และการบํารุงรักษาเป็นภาษาไทย
4.2.6 วิธีการตรวจสอบ
4.2.6.1 ตรวจสอบรายละเอียดตามคุณลักษณะเฉพาะ รูปแบบแค็ตตาล็อก และทดลองใช้งาน 4.2.6.2 ตรวจสอบขนาดทําความเย็นของเครื่องตามที่ทางราชการกําหนด
4.2.6.3 ตรวจสอบตามคู่มือและเอกสารของโรงงานผู้ผลิตให้มีคุณลักษณะถูกต้องตามที่ระบุไว้ ในคุณลักษณะเฉพาะ
4.3 เครื่องปรับอากาศ ชนิดแยกส่วน แบบแขวน ระบบ fix speed ประกอบด้วยเครื่อง condensing unit ที่สามารถทําความเย็นได้ไม่น้อยกว่า 24,000 btu/hr. จํานวน 2 ชุด พร้อมชุดเป่าลมเย็น ใช้ระบบไฟฟ้า 220-1-50 เดินสายไฟฟ้า ไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าของเดิมประจําอาคาร และติดตั้งท่อน้ํายา,ท่อระบายน้ําของ เครื่องปรับอากาศ พร้อมอุปกรณ์ประกอบชุด และแผ่นป้ายทะเบียนสินทรัพย์ประจําสิ่งอุปกรณ์
4.3.1 วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ใช้สําหรับปรับอุณหภูมิภายในห้อง หรือใช้รักษาภาวะอากาศให้ คงที่ เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ แต่ไม่รวมถึงเครื่องปรับอากาศชนิดที่ใช้เพื่อควบคุมความชื้น
4.3.2 คุณลักษณะในทางเทคนิค
4.3.2.1 เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) ประกอบด้วย ชุดคอนเดนซิ่ง และชุด เป่าลมเย็น ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีเอกสารรับรองตามมาตรฐาน มอก. 1155 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน
4.3.2.2 ขนาดไม่เกิน 1,200 วัตต์ ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ มีความสามารถใน การทําความเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 24,000 บีทียูต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 40,000 บีทียูต่อชั่วโมง
4.3.2.3 มีอัตราค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล (Seasonal Energy Efficiency Ratio : SEER : หน่วยเป็น บีทียูต่อชั่วโมงต่อวัตน์) มีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน จากสํานักงาน มาตรฐานอุตสาหกรรม
4.3.2.4 ได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย และมีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553
A
4.3.2.5 เสียงของเครื่องปรับอากาศ ต้องมีระดับเสียงของชุดเป่าลมเย็นไม่เกิน 60 dB (A) โดย ต้องมีเอกสารผลผ่านการทดสอบจากห้องทดสอบของโรงงานผู้ผลิต หรือจากสถาบันทดสอบในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ที่ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO / IEC 17025
4.3.2.6 มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิเป็นรีโมทคอนโทรล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.3.2.7 สารทําความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (Liquid Refrigerant) ใช้เป็นสารทําความเย็น
R 32 หรือ R 410A หรือสารทําความเย็นอื่นตามข้อกําหนดของผู้ผลิตเท่านั้น
4.3.3 คุณลักษณะในการออกแบบ
4.3.3.1 เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ ตามมาตรฐาน มอก. 1155 ซึ่งแยกออกเป็น ชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan - Coil Unit) ที่ทํางาน ร่วมกัน เมื่อนําติดตั้งตามแบบของผู้ผลิตแล้วสามารถปรับอากาศโดยลดอุณหภูมิภายในห้องได้
4.3.3.2 ต้องเป็นเครื่องปรับอากาศที่ประกอบสําเร็จรูปจากโรงงานเดียวกัน ใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกัน ทั้งชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit)
4.3.3.3 ตัวถังของชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) ทําด้วยวัสดุที่ไม่เป็นสนิม หรือทําด้วย แผ่นโลหะที่ผ่านการชุบเคลือบผิวเพื่อป้องกันการเป็นสนิม
4.3.3.4 พัดลมของชุดคอนเดนซิ่ง ขับด้วยมอเตอร์ที่มีการหล่อลื่น มอเตอร์ใช้ขดลวดที่ทนความ ร้อนได้สูง โดยที่รอบ (rpm) ไม่ตก มีตะแกรงป้องกันอุบัติเหตุ และมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติ
4.3.3.5 ชุดคอนเดนซิ่ง เป็นชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับกระแสไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลท์ 50
เฮริตซ์ หรือ 3 เฟส 380 โวลท์ 50 เฮิรตซ์ โดยตรง
4.3.3.6 ชุดเป่าลมเย็น (Fan - Coil Unit) ใช้พัดลมไหลข้ามแนวแกนเพลา (Cross Flow Fan) หรือ พัดลมแบบกรงกระรอก (Squirrel Cage)
4.3.3.7 ตัวเครื่องหรือชุดคอนเดนซิ่ง ใช้คอมเพลสเซอร์แบบโรตารี่ (Rotary Compress) หรือ แบบก้นหอย (Scroll Compress) มีคอยล์ (Coil) ประกอบด้วยท่อทองแดงและครีบ (Fin) อลูมิเนียมที่มีความ
หนาทนทานและเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน
4.3.3.8 มีความหน่วงเวลาการทํางานของคอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย หากเกิดไฟดับ แรงดันไฟฟ้าขาดหายไป ให้หยุดการทํางานของคอมเพรสเซอร์เป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 3 นาที จึงจะ
สามารถใช้คอมเพรสเซอร์ได้อีก
4.3.3.9 อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ใช้เทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Thermostat) อย่างน้อยสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ในช่วง 18 – 30 °C โดยให้มีความแม่นยําในการควบคุม อุณหภูมิ (Temperature Accuracy Precision) ได้ไม่เกิน + 1°C และมีช่วงการตัดต่อ (Differential) ไม่เกิน
1°C
4.3.3.10 ระบบฟอกอากาศ แบบมีแผงกรองอากาศ (Air Filter) ทําจากใยสังเคราะห์ น้ําหนัก เบา สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละออง และสามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ง่าย
Ove
4.3.3.11 เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน ที่ผู้ผลิตออกแบบให้เลือกติดตั้ง ตามความ
เหมาะสมของการใช้ในแต่ละห้อง
ชนิดแขวน (Ceiling Type)
4.3.4 การบรรจุและหีบห่อ บรรจุและหีบห่อตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต 4.3.5 ข้อกําหนดอื่น ๆ
4.3.5.1 กําหนดขนาดทําความเย็นเป็น บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/Hr) 4.3.5.2 กําหนดความสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้า เป็น แอมแปร์ (A)
4.3.5.3 กําหนดปริมาณลมของชุดเป่าลมเย็น เป็น ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM)
4.3.5.4 เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เคยผ่านการซ่อมมาก่อน และที่ตัว ผลิตภัณฑ์ ต้องมีเครื่องหมายการค้าของผลผลิต ยี่ห้อ รุ่น และวันที่ผลิต กํากับไว้ชัดเจน ไม่ลบเลือนหรือหลุด
ง่าย
4.3.5.5 ที่บนตัวเครื่อง ทั้งชุดคอนเดนซิ่งและชุดเป่าลมเย็น ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติด รับรอง มาตรฐานที่เป็นรูปแบบปัจจุบัน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายละเอียดตาม ผนวก ก.
4.3.5.6 ต้องมีคู่มือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ การใช้งาน และการบํารุงรักษาเป็นภาษาไทย
4.3.6 วิธีการตรวจสอบ
4.3.6.1 ตรวจสอบรายละเอียดตามคุณลักษณะเฉพาะ รูปแบบแค็ตตาล็อก และทดลองใช้งาน 4.3.6.2 ตรวจสอบขนาดทําความเย็นของเครื่องตามที่ทางราชการกําหนด
4.3.6.3 ตรวจสอบตามคู่มือและเอกสารของโรงงานผู้ผลิตให้มีคุณลักษณะถูกต้องตามที่ระบุไว้ ในคุณลักษณะเฉพาะ
4.4 เครื่องปรับอากาศ ชนิดแยกส่วน แบบแขวน ระบบ fix speed ติดตั้งที่ ห้องรับรอง รพ.ค่ายจักร พงษ์ประกอบด้วยเครื่อง condensing unit ที่สามารถทําความเย็นได้ไม่น้อยกว่า 36,000 btu/hr. จํานวน 1 ชุด พร้อมชุดเป่าลมเย็น ใช้ระบบไฟฟ้า 220-1-50 เดินสายไฟฟ้า ไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าของเดิมประจําอาคาร และติดตั้งท่อน้ํายา ท่อระบายน้ําของเครื่องปรับอากาศ พร้อมอุปกรณ์ประกอบชุด และแผ่นป้ายทะเบียน สินทรัพย์ประจําสิ่งอุปกรณ์
4.4.1 วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ใช้สําหรับปรับอุณหภูมิภายในห้อง หรือใช้รักษาภาวะอากาศให้ คงที่ เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ แต่ไม่รวมถึงเครื่องปรับอากาศชนิดที่ใช้เพื่อควบคุมความชื้น
4.4.2 คุณลักษณะในทางเทคนิค
4.4.2.1 เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) ประกอบด้วย ชุดคอนเดนซิ่ง และชุด เป่าลมเย็น ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีเอกสารรับรองตามมาตรฐาน มอก. 1155 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน
4.4.2.2 ขนาดไม่เกิน 1,200 วัตต์ ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ มีความสามารถใน การทําความเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 36,000 บีทียูต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 40,000 บีทียูต่อชั่วโมง
4.4.2.3 มีอัตราค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล (Seasonal Energy Efficiency Ratio : SEER : หน่วยเป็น บีทียูต่อชั่วโมงต่อวัตน์) มีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน จากสํานักงาน มาตรฐานอุตสาหกรรม
Pe
4.4.2.4 ได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย และมีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553
4.4.2.5 เสียงของเครื่องปรับอากาศ ต้องมีระดับเสียงของชุดเป่าลมเย็นไม่เกิน 60 dB (A) โดย ต้องมีเอกสารผลผ่านการทดสอบจากห้องทดสอบของโรงงานผู้ผลิต หรือจากสถาบันทดสอบในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ที่ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO / IEC 17025
4.4.2.6 มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิเป็นรีโมทคอนโทรล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.4.2.7 สารทําความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (Liquid Refrigerant) ใช้เป็นสารทําความเย็น R 32 หรือ R 410A หรือสารทําความเย็นอื่นตามข้อกําหนดของผู้ผลิตเท่านั้น
4.4.3 คุณลักษณะในการออกแบบ
4.4.3.1 เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ ตามมาตรฐาน มอก. 1155 ซึ่งแยกออกเป็น ชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit) ที่ทํางาน ร่วมกัน เมื่อนําติดตั้งตามแบบของผู้ผลิตแล้วสามารถปรับอากาศโดยลดอุณหภูมิภายในห้องได้
4.4.3.2 ต้องเป็นเครื่องปรับอากาศที่ประกอบสําเร็จรูปจากโรงงานเดียวกัน ใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกัน ทั้งชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit)
4.4.3.3 ตัวถังของชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) ทําด้วยวัสดุที่ไม่เป็นสนิม หรือทําด้วย แผ่นโลหะที่ผ่านการชุบเคลือบผิวเพื่อป้องกันการเป็นสนิม
4.4.3.4 พัดลมของชุดคอนเดนซิ่ง ขับด้วยมอเตอร์ที่มีการหล่อลื่น มอเตอร์ใช้ขดลวดที่ทนความ ร้อนได้สูง โดยที่รอบ (rpm) ไม่ตก มีตะแกรงป้องกันอุบัติเหตุ และมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติ
4.4.3.5 ชุดคอนเดนซิ่ง เป็นชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับกระแสไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลท์ 50
เฮริตซ์ หรือ 3 เฟส 380 โวลท์ 50 เฮิรตซ์ โดยตรง
4.4.3.6 ชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit) ใช้พัดลมไหลข้ามแนวแกนเพลา (Cross Flow Fan) หรือ พัดลมแบบกรงกระรอก (Squirrel Cage)
4.4.3.7 ตัวเครื่องหรือชุดคอนเดนซิ่ง ใช้คอมเพลสเซอร์แบบโรตารี่ (Rotary Compress) หรือ แบบก้นหอย (Scroll Compress) มีคอยล์ (Coil) ประกอบด้วยท่อทองแดงและครีบ (Fin) อลูมิเนียมที่มีความ หนาทนทานและเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน
4.4.3.8 มีความหน่วงเวลาการทํางานของคอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย หากเกิดไฟดับ แรงดันไฟฟ้าขาดหายไป ให้หยุดการทํางานของคอมเพรสเซอร์เป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 3 นาที จึงจะ
สามารถใช้คอมเพรสเซอร์ได้อีก
4.4.3.9 อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ใช้เทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Thermostat) อย่างน้อยสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ในช่วง 18 – 30 °C โดยให้มีความแม่นยําในการควบคุม อุณหภูมิ (Temperature Accuracy Precision) ได้ไม่เกิน ± 1°C และมีช่วงการตัดต่อ (Differential) ไม่เกิน
1°C
4.4.3.10 ระบบฟอกอากาศ แบบมีแผงกรองอากาศ (Air Filter) ทําจากใยสังเคราะห์ น้ําหนัก เบา สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละออง และสามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ง่าย
2
4.4.3.11 เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน ที่ผู้ผลิตออกแบบให้เลือกติดตั้ง ตามความ
เหมาะสมของการใช้ในแต่ละห้อง - ชนิดแขวน (Ceiling Type)
4.4.4 การบรรจุและหีบห่อ บรรจุและหีบห่อตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต 4.4.5 ข้อกําหนดอื่น ๆ
4.4.5.1 กําหนดขนาดทําความเย็นเป็น บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/Hr) 4.4.5.2 กําหนดความสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้า เป็น แอมแปร์ (A)
4.4.5.3 กําหนดปริมาณลมของชุดเป่าลมเย็น เป็น ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM)
4.4.5.4 เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เคยผ่านการซ่อมมาก่อน และที่ตัว ผลิตภัณฑ์ ต้องมีเครื่องหมายการค้าของผลผลิต ยี่ห้อ รุ่น และวันที่ผลิต กํากับไว้ชัดเจน ไม่ลบเลือนหรือหลุด
ง่าย
4.4.5.5 ที่บนตัวเครื่อง ทั้งชุดคอนเดนซิ่งและชุดเป่าลมเย็น ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติด รับรอง มาตรฐานที่เป็นรูปแบบปัจจุบัน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายละเอียดตาม ผนวก ก.
4.4.5.6 ต้องมีคู่มือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ การใช้งาน และการบํารุงรักษาเป็นภาษาไทย
4.4.6 วิธีการตรวจสอบ
4.4.6.1 ตรวจสอบรายละเอียดตามคุณลักษณะเฉพาะ รูปแบบแค็ตตาล็อก และทดลองใช้งาน 4.4.6.2 ตรวจสอบขนาดทําความเย็นของเครื่องตามที่ทางราชการกําหนด
4.4.6.3 ตรวจสอบตามคู่มือและเอกสารของโรงงานผู้ผลิตให้มีคุณลักษณะถูกต้องตามที่ระบุไว้ ในคุณลักษณะเฉพาะ
4.5 เครื่องปรับอากาศ ชนิดแยกส่วน แบบแขวน ระบบ fix speed ติดตั้งที่ กองตรวจโรคผู้ป่วยนอก ประกอบด้วยเครื่อง condensing unit ที่สามารถทําความเย็นได้ไม่น้อยกว่า 40,000 btu/hr. จํานวน 4 ชุด พร้อมชุดเป่าลมเย็น ใช้ระบบไฟฟ้า 220-1-50 เดินสายไฟฟ้า ไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าของเดิมประจําอาคาร และ ติดตั้งท่อน้ํายา,ท่อระบายน้ําของเครื่องปรับอากาศ พร้อมอุปกรณ์ประกอบชุด และแผ่นป้ายทะเบียนสินทรัพย์
ประจําสิ่งอุปกรณ์
4.5.1 วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ใช้สําหรับปรับอุณหภูมิภายในห้อง หรือใช้รักษาภาวะอากาศให้ คงที่ เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ แต่ไม่รวมถึงเครื่องปรับอากาศชนิดที่ใช้เพื่อควบคุมความชื้น
4.5.2 คุณลักษณะในทางเทคนิค
4.5.2.1 เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) ประกอบด้วย ชุดคอนเดนซิ่ง และชุด เป่าลมเย็น ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีเอกสารรับรองตามมาตรฐาน มอก. 1155 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน
4.5.2.2 ขนาดไม่เกิน 1,200 วัตต์ ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ มีความสามารถใน
การทําความเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 40,000 บีทียูต่อชั่วโมง
4.5.2.3 มีอัตราค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล (Seasonal Energy Efficiency Ratio : SEER : หน่วยเป็น บีทียูต่อชั่วโมงต่อวัตน์) มีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน จากสํานักงาน มาตรฐานอุตสาหกรรม
8Ne
4.5.2.4 ได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย และมีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553
4.5.2.5 เสียงของเครื่องปรับอากาศ ต้องมีระดับเสียงของชุดเป่าลมเย็นไม่เกิน 60 dB (A) โดย ต้องมีเอกสารผลผ่านการทดสอบจากห้องทดสอบของโรงงานผู้ผลิต หรือจากสถาบันทดสอบในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ที่ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO / IEC 17025
4.5.2.6 มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิเป็นรีโมทคอนโทรล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.5.2.7 สารทําความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (Liquid Refrigerant) ใช้เป็นสารทําความเย็น R 32 หรือ R 410A หรือสารทําความเย็นอื่นตามข้อกําหนดของผู้ผลิตเท่านั้น
4.5.3 คุณลักษณะในการออกแบบ
4.5.3.1 เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ ตามมาตรฐาน มอก. 1155 ซึ่งแยกออกเป็น ชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit) ที่ทํางาน ร่วมกัน เมื่อนําติดตั้งตามแบบของผู้ผลิตแล้วสามารถปรับอากาศโดยลดอุณหภูมิภายในห้องได้
4.5.3.2 ต้องเป็นเครื่องปรับอากาศที่ประกอบสําเร็จรูปจากโรงงานเดียวกัน ใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกัน ทั้งชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit)
4.5.3.3 ตัวถังของชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) ทําด้วยวัสดุที่ไม่เป็นสนิม หรือทําด้วย แผ่นโลหะที่ผ่านการชุบเคลือบผิวเพื่อป้องกันการเป็นสนิม
4.5.3.4 พัดลมของชุดคอนเดนซิ่ง ขับด้วยมอเตอร์ที่มีการหล่อลื่น มอเตอร์ใช้ขดลวดที่ทนความ ร้อนได้สูง โดยที่รอบ (rpm) ไม่ตก มีตะแกรงป้องกันอุบัติเหตุ และมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติ
4.5.3.5 ชุดคอนเดนซิ่ง เป็นชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับกระแสไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลท์ 50
เฮริตซ์ หรือ 3 เฟส 380 โวลท์ 50 เฮิรตซ์ โดยตรง
4.5.3.6 ชุดเป่าลมเย็น (Fan - Coil Unit) ใช้พัดลมไหลข้ามแนวแกนเพลา (Cross Flow Fan) หรือ พัดลมแบบกรงกระรอก (Squirrel Cage)
4.5.3.7 ตัวเครื่องหรือชุดคอนเดนซิ่ง ใช้คอมเพลสเซอร์แบบโรตารี่ (Rotary Compress) หรือ แบบก้นหอย (Scroll Compress) มีคอยล์ (Coil) ประกอบด้วยท่อทองแดงและครีบ (Fin) อลูมิเนียมที่มีความ
หนาทนทานและเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน
4.5.3.8 มีความหน่วงเวลาการทํางานของคอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย หากเกิดไฟดับ แรงดันไฟฟ้าขาดหายไป ให้หยุดการทํางานของคอมเพรสเซอร์เป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 3 นาที จึงจะ
สามารถใช้คอมเพรสเซอร์ได้อีก
4.5.3.9 อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ใช้เทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Thermostat) อย่างน้อยสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ในช่วง 18 – 30 °C โดยให้มีความแม่นยําในการควบคุม อุณหภูมิ (Temperature Accuracy Precision) ได้ไม่เกิน + 1°C และมีช่วงการตัดต่อ (Differential) ไม่เกิน
1°C
4.5.3.10 ระบบฟอกอากาศ แบบมีแผงกรองอากาศ (Air Filter) ทําจากใยสังเคราะห์ น้ําหนัก เบา สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละออง และสามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ง่าย
4.5.3.11 เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน ที่ผู้ผลิตออกแบบให้เลือกติดตั้ง ตามความ
เหมาะสมของการใช้ในแต่ละห้อง - ชนิดแขวน (Ceiling Type)
4.5.4 การบรรจุและหีบห่อ บรรจุและหีบห่อตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต 4.5.5 ข้อกําหนดอื่น ๆ
4.5.5.1 กําหนดขนาดทําความเย็นเป็น บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/Hr) 4.5.5.2 กําหนดความสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้า เป็น แอมแปร์ (A)
4.5.5.3 กําหนดปริมาณลมของชุดเป่าลมเย็น เป็น ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM)
4.5.5.4 เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เคยผ่านการซ่อมมาก่อน และที่ตัว ผลิตภัณฑ์ ต้องมีเครื่องหมายการค้าของผลผลิต ยี่ห้อ รุ่น และวันที่ผลิต กํากับไว้ชัดเจน ไม่ลบเลือนหรือหลุด
ง่าย
4.5.5.5 ที่บนตัวเครื่อง ทั้งชุดคอนเดนซิ่งและชุดเป่าลมเย็น ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติด รับรอง มาตรฐานที่เป็นรูปแบบปัจจุบัน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายละเอียดตาม ผนวก ก.
4.5.5.6 ต้องมีคู่มือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ การใช้งาน และการบํารุงรักษาเป็นภาษาไทย
4.5.6 วิธีการตรวจสอบ
4.5.6.1 ตรวจสอบรายละเอียดตามคุณลักษณะเฉพาะ รูปแบบแค็ตตาล็อก และทดลองใช้งาน 4.5.6.2 ตรวจสอบขนาดทําความเย็นของเครื่องตามที่ทางราชการกําหนด
4.5.6.3 ตรวจสอบตามคู่มือและเอกสารของโรงงานผู้ผลิตให้มีคุณลักษณะถูกต้องตามที่ระบุไว้ ในคุณลักษณะเฉพาะ
4.6 เครื่องปรับอากาศ ชนิดแยกส่วน แบบแขวน ระบบ fix speed ติดตั้งที่ ห้องการเงิน รพ.ค่ายจักร พงษ์ประกอบด้วยเครื่อง Condensing unit ที่สามารถทําความเย็นได้ไม่น้อยกว่า 18,000 btu/hr. จํานวน 1 ชุด พร้อมชุดเป่าลมเย็น ใช้ระบบไฟฟ้า 220-1-50 เดินสายไฟฟ้า ไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้าของเดิมประจําอาคาร และติดตั้งท่อน้ํายา,ท่อระบายน้ําของเครื่องปรับอากาศ พร้อมอุปกรณ์ประกอบชุด และแผ่นป้ายทะเบียน
สินทรัพย์ประจําสิ่งอุปกรณ์
4.6.1 วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ใช้สําหรับปรับอุณหภูมิภายในห้อง หรือใช้รักษาภาวะอากาศให้ คงที่ เพื่อจุดประสงค์ต่างๆ แต่ไม่รวมถึงเครื่องปรับอากาศชนิดที่ใช้เพื่อควบคุมความชื้น
4.6.2 คุณลักษณะในทางเทคนิค
4.6.2.1 เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน (Split Type) ประกอบด้วย ชุดคอนเดนซิ่ง และชุด เป่าลมเย็น ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีเอกสารรับรองตามมาตรฐาน มอก. 1155 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน
4.6.2.2 ขนาดไม่เกิน 1,200 วัตต์ ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ มีความสามารถใน การทําความเย็น ขนาดไม่น้อยกว่า 18,000 บีทียูต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 40,000 บีทียูต่อชั่วโมง
8e
4.6.2.3 มีอัตราค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล (Seasonal Energy Efficiency Ratio : SEER : หน่วยเป็น บีทียูต่อชั่วโมงต่อวัตน์) มีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553 หรือที่ใช้ในปัจจุบัน จากสํานักงาน มาตรฐานอุตสาหกรรม
4.6.2.4 ได้การรับรองมาตรฐาน ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย และมีเอกสารรับรองมาตรฐาน มอก.2134 - 2553
4.6.2.5 เสียงของเครื่องปรับอากาศ ต้องมีระดับเสียงของชุดเป่าลมเย็นไม่เกิน 60 dB (A) โดย ต้องมีเอกสารผลผ่านการทดสอบจากห้องทดสอบของโรงงานผู้ผลิต หรือจากสถาบันทดสอบในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ที่ได้ใบรับรองมาตรฐาน ISO / IEC 17025
4.6.2.6 มีเครื่องควบคุมอุณหภูมิเป็นรีโมทคอนโทรล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
4.6.2.7 สารทําความเย็นของเครื่องปรับอากาศ (Liquid Refrigerant) ใช้เป็นสารทําความเย็น R 32 หรือ R 410A หรือสารทําความเย็นอื่นตามข้อกําหนดของผู้ผลิตเท่านั้น
4.6.3 คุณลักษณะในการออกแบบ
4.6.3.1 เป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ ตามมาตรฐาน มอก. 1155 ซึ่งแยกออกเป็น ชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit) ที่ทํางาน ร่วมกัน เมื่อนําติดตั้งตามแบบของผู้ผลิตแล้วสามารถปรับอากาศโดยลดอุณหภูมิภายในห้องได้
4.6.3.2 ต้องเป็นเครื่องปรับอากาศที่ประกอบสําเร็จรูปจากโรงงานเดียวกัน ใช้ชื่อยี่ห้อเดียวกัน ทั้งชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) และชุดเป่าลมเย็น (Fan – Coil Unit)
4.6.3.3 ตัวถังของชุดคอนเดนซิ่ง (Condensing Unit) ทําด้วยวัสดุที่ไม่เป็นสนิม หรือทําด้วย แผ่นโลหะที่ผ่านการชุบเคลือบผิวเพื่อป้องกันการเป็นสนิม
4.6.3.4 พัดลมของชุดคอนเดนซิ่ง ขับด้วยมอเตอร์ที่มีการหล่อลื่น มอเตอร์ใช้ขดลวดที่ทนความ ร้อนได้สูง โดยที่รอบ (rpm) ไม่ตก มีตะแกรงป้องกันอุบัติเหตุ และมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนหรือกระแสไฟฟ้า สูงกว่าปกติ
4.6.3.5 ชุดคอนเดนซิ่ง เป็นชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับกระแสไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลท์ 50
เฮริตซ์ หรือ 3 เฟส 380 โวลท์ 50 เฮิรตซ์ โดยตรง
4.6.3.6 ชุดเป่าลมเย็น (Fan - Coil Unit) ใช้พัดลมไหลข้ามแนวแกนเพลา (Cross Flow Fan) หรือ พัดลมแบบกรงกระรอก (Squirrel Cage)
4.6.3.7 ตัวเครื่องหรือชุดคอนเดนซิ่ง ใช้คอมเพลสเซอร์แบบโรตารี่ (Rotary Compress) หรือ แบบก้นหอย (Scroll Compress) มีคอยล์ (Coil) ประกอบด้วยท่อทองแดงและครีบ (Fin) อลูมิเนียมที่มีความ
หนาทนทานและเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน
4.6.3.8 มีความหน่วงเวลาการทํางานของคอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย หากเกิดไฟดับ แรงดันไฟฟ้าขาดหายไป ให้หยุดการทํางานของคอมเพรสเซอร์เป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 3 นาที จึงจะ
สามารถใช้คอมเพรสเซอร์ได้อีก
A
4.6.3.9 อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ใช้เทอร์โมสตัตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
Thermostat) อย่างน้อยสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ในช่วง 18 – 30 °C โดยให้มีความแม่นยําในการควบคุม อุณหภูมิ (Temperature Accuracy Precision) ได้ไม่เกิน + 1°C และมีช่วงการตัดต่อ (Differential) ไม่เกิน
1°C
4.6.3.10 ระบบฟอกอากาศ แบบมีแผงกรองอากาศ (Air Filter) ทําจากใยสังเคราะห์ น้ําหนัก
เบา สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละออง และสามารถถอดล้างทําความสะอาดได้ง่าย
4.6.3.11 เป็นเครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วน ที่ผู้ผลิตออกแบบให้เลือกติดตั้ง ตามความ
เหมาะสมของการใช้ในแต่ละห้อง - ชนิดแขวน (Ceiling Type)
4.6.4 การบรรจุและหีบห่อ บรรจุและหีบห่อตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต 4.6.5 ข้อกําหนดอื่น ๆ
4.6.5.1 กําหนดขนาดทําความเย็นเป็น บีทียูต่อชั่วโมง (BTU/Hr) 4.6.5.2 กําหนดความสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้า เป็น แอมแปร์ (A)
4.6.5.3 กําหนดปริมาณลมของชุดเป่าลมเย็น เป็น ลูกบาศก์ฟุต/นาที (CFM)
4.6.5.4 เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เคยผ่านการซ่อมมาก่อน และที่ตัว ผลิตภัณฑ์ ต้องมีเครื่องหมายการค้าของผลผลิต ยี่ห้อ รุ่น และวันที่ผลิต กํากับไว้ชัดเจน ไม่ลบเลือนหรือหลุด
ง่าย
4.6.5.5 ที่บนตัวเครื่อง ทั้งชุดคอนเดนซิ่งและชุดเป่าลมเย็น ต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติด รับรอง มาตรฐานที่เป็นรูปแบบปัจจุบัน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายละเอียดตาม ผนวก ก.
4.6.5.6 ต้องมีคู่มือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ การใช้งาน และการบํารุงรักษาเป็นภาษาไทย
4.6.6 วิธีการตรวจสอบ
4.6.6.1 ตรวจสอบรายละเอียดตามคุณลักษณะเฉพาะ รูปแบบแค็ตตาล็อก และทดลองใช้งาน 4.6.6.2 ตรวจสอบขนาดทําความเย็นของเครื่องตามที่ทางราชการกําหนด
4.6.6.3 ตรวจสอบตามคู่มือและเอกสารของโรงงานผู้ผลิตให้มีคุณลักษณะถูกต้องตามที่ระบุไว้ ในคุณลักษณะเฉพาะ
4.7 รายละเอียดอื่นๆ
4.7.1 พัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่า พัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา
4.7.2 เหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องเป็นเหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของ ปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
4.7.3 การดําเนินการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จะต้องดําเนินการให้มีมาตรฐานที่ถูกต้อง ตามหลัก
วิศวกรรมและความปลอดภัย
4.7.4 ถ้าอาคารเดิมส่วนหนึ่งส่วนใดชํารุดเสียหายเนื่องจากการติดตั้งเครื่องปรับอากาศผู้ขายจะต้อง เป็นผู้ดําเนินการซ่อมให้คงสภาพเดิม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น
2v
4.7.5 ผู้ขายจะต้องมอบเอกสารการรับประกัน จากบริษัทผู้ผลิต ให้กับหน่วยรับผลประโยชน์ 4.7.6 การติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ประกอบด้วยอุปกรณ์ ดังนี้ สวิตซ์ 1 ตัว,ท่อ ทองแดงไปกลับหุ้มฉนวนยาว 4.00 เมตร สายไฟยาวไม่เกิน 15.00 เมตร
4.7.7 ให้ผู้ขายเดินท่อน้ํายา, ฉนวนหุ้มท่อน้ํายา, สายไฟฟ้าพร้อมท่อร้อยสายไฟ, ท่อน้ําทิ้ง, อุปกรณ์ ประกอบและควบคุมการทํางานของเครื่องปรับอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้ง และสามารถให้ใช้งาน
ได้อย่างเรียบร้อยและปลอดภัย
4.7.8 เป็นเครื่องปรับอากาศที่ประกอบสําเร็จรูปทั้งชุด ทั้งหน่วยส่งความเย็นและหน่วยระบายความ ร้อนจากโรงงานเดียวกัน
4.7.9 มีความหน่วงเวลาการทํางานของคอมเพรสเซอร์
- ระยะเวลาในการส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลา 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ใช้หลักเกณฑ์พิจารณาราคาต่ําสุด - วงเงินที่ได้รับจัดสรร
วงเงิน 525,020.- (ห้าแสนสองหมื่นห้าพันยี่สิบบาทถ้วน) - งวดงาน และการจ่ายเงิน
โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จะจ่ายค่าสิ่งของซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และ ค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วน ตามสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ได้ตรวจรับมอบงานสิ่งของเรียบร้อย
แล้ว
Pe - ค่าปรับ
หากผู้ขายปฏิบัติงานตามขอบเขตของงาน ไม่แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กําหนดในสัญญาซื้อ ให้ มีค่าปรับโดยมีเกณฑ์ค่าปรับเป็นจํานวนเงิน ร้อยละ 0.20 ของราคางานที่ตกลงกันไว้ในสัญญาซื้อ และให้ปรับ เป็นรายวันโดยการนับระยะเวลาในการปรับให้นับถัดจากวันที่กําหนดแล้วเสร็จตามสัญญาซื้อโดยไม่มีเงื่อนไข
ใดๆทั้งสิ้น - การประกันความชํารุดบกพร่อง
รับประกัน 2 ปี
เรียน ผอ.รพ.ค่ายจักรพงษ์
- เห็นควรพิจารณาอนุมัติให้ใช้ร่างขอบเขตของงานดําเนินการจัดซื้อในครั้งนี้
พ.ต.
ประธานกรรมการ
(ศานิตยพล (ปู่ศรี)
ร.อ.
กรรมการ
(เกรียงไกร แดงใส)
ร.ท.
กรรมการ
(รัตนศักดิ์ ศรีเกษม)
อนุมัติ
พ.อ.
(อิทธินันท์ โชติช่วง)
ผอ.รพ.ค่ายจักรพงษ์
๑๒ มิ.ย. 69
2e