ประกวดราคาจ้างบริการเพื่อทำงานธุรการ และงานจ้างบริการเพื่อทำงานทำความสะอาด รวมจำนวน 5 อัตรา โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ (อค-พน.)
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (อค-พน.) มีความประสงค์จะดำเนินการจัดจ้างบริการบุคคลเพื่อปฏิบัติงานธุรการและงานทำความสะอาด รวมทั้งสิ้น 5 อัตรา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ภายในโครงการฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงานให้เป็นระบบและได้มาตรฐานเดียวกัน การจัดจ้างครั้งนี้เป็นการเปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ผู้สนใจจะต้องเป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวข้องกับงานที่จัดจ้าง และต้องยื่นข้อเสนอผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 1,184,117.64 บาท ระยะเวลาสัญญาจ้าง 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2570 การพิจารณาคัดเลือกจะใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุดและรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนด
English summary
The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT), through the Hydro Power Plant Development Project (HPDP), wishes to procure services for administrative tasks and cleaning services, totaling 5 positions. These services are intended to support the operational efficiency and systematic management of various units within the project. The procurement process is open for fair competition. Interested bidders must be legal entities whose business nature is related to the contracted work and must submit their proposals through the Government Procurement and Supplies System (e-bidding). The total budget, including VAT, is THB 1,184,117.64. The contract duration is 1 year, from August 1, 2026, to July 31, 2027. The selection will be based on the lowest total price with complete and accurate details as per the specifications.
โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (อค-พน.)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ของโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (อค-พน.) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้การดำเนินงานด้านธุรการและทำความสะอาดเป็นมาตรฐานเดียวกันและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ
- เพื่อเปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการจัดจ้าง
ขอบเขตของงาน
- งานจ้างบริการเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ/จัดซื้อจัดจ้าง (ปริญญาตรี): จำนวน 1 อัตรา ปฏิบัติงานที่โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ - ปรับปรุงโรงไฟฟ้า 1 เขื่อนศรีนครินทร์
- งานจ้างบริการเพื่อทำงานธุรการ (ปวส.): จำนวน 2 อัตรา ปฏิบัติงานที่หน่วยโรงไฟฟ้า 3 (นรฟ3-พน.) 1 อัตรา และหน่วยโรงไฟฟ้า 2 (นรฟ2-พน.) 1 อัตรา
- งานจ้างบริการเพื่อทำงานทำความสะอาด (ต่ำกว่า ปวช.): จำนวน 2 อัตรา ปฏิบัติงานที่หน่วยโรงไฟฟ้า 3 (นรฟ3-พน.) 1 อัตรา และหน่วยโรงไฟฟ้า 2 (นรฟ2-พน.) 1 อัตรา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- การปฏิบัติงานธุรการตามที่ได้รับมอบหมาย
- การปฏิบัติงานทำความสะอาดตามที่ได้รับมอบหมาย
- การจัดทำเอกสารต่างๆ
- การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- การจัดเตรียมเอกสารและอำนวยความสะดวกในการประชุม
- การดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่และทรัพย์สิน
ระยะเวลาดำเนินการ
1 ปี (เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 - 31 กรกฎาคม 2570)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลผู้ประกอบกิจการรับจ้างทำงานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง
- เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หัวข้อ คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
- Standards Compliance: -
- Experience: - (ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR)
- Previous Project Cost: - (ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR)
- Technical Capabilities: - (ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR)
- Personnel:
- งานธุรการ (ปริญญาตรี): คุณวุฒิปริญญาตรี
- งานธุรการ (ปวส.): คุณวุฒิไม่ต่ำกว่า ปวส.
- งานทำความสะอาด: คุณวุฒิต่ำกว่า ปวช.
- บุคลากรต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. กำหนด มีความประพฤติดี กิริยามารยาทเรียบร้อย
- บุคลากรต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากร
- บุคลากรต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถ/บุคคลล้มละลาย
- บุคลากรต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด
- มีรายละเอียดถูกต้อง ครบถ้วนตามข้อกำหนดของ กฟผ.
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเป็นค่าบริการที่คำนวณจากค่าจ้าง ค่าใช้จ่าย และค่าดำเนินการของผู้รับจ้าง
- มีการพิจารณาแต้มต่อราคาสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (หากมีคุณสมบัติครบถ้วน)
- มีการพิจารณาแต้มต่อราคาสำหรับบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลไทย (หากเสนอราคาสูงกว่าผู้ยื่นข้อเสนอต่างชาติไม่เกินร้อยละ 3)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สำหรับงานธุรการ:
- จัดทำเอกสารติดต่อระหว่างหน่วยงาน (ไทย-อังกฤษ)
- จัดส่งและเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ
- จัดตารางการประชุม การนัดหมาย
- จดบันทึกและจัดทำรายงานการประชุม
- จัดทำเอกสาร Multimedia ในรูปแบบ Power Point
- ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ลงทะเบียนรับ-ส่งเอกสาร
- ตรวจทาน ตรวจสอบ ค้นหาเอกสาร หนังสือ ทะเบียนประวัติต่างๆ
- จัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลเบื้องต้น และอำนวยความสะดวกในการประชุม
- สำหรับงานทำความสะอาด:
- ดูแลทำความสะอาดพื้นที่บริเวณอาคารสำนักงานและบริเวณอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
- บริการเครื่องดื่มห้องประชุม
- ดูแลรักษาความสะอาด วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงาน
- ทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในสำนักงาน
- คุณสมบัติบุคลากร:
- ธุรการ (ปริญญาตรี): ปริญญาตรี, อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี, รู้ภาษาอังกฤษ (พูด/เขียน), บุคลิกภาพดี, ใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานได้, ทักษะการสื่อสารดี, ปฏิบัติงานนอกเวลาได้
- ธุรการ (ปวส.): ไม่ต่ำกว่า ปวส., อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี, รู้ภาษาอังกฤษ (พูด/เขียน), บุคลิกภาพดี, ใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานได้, ทักษะการสื่อสารดี, ปฏิบัติงานนอกเวลาได้
- ทำความสะอาด: ต่ำกว่า ปวช., อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี, บุคลิกภาพดี, ทักษะการสื่อสารดี
- ข้อกำหนดอื่นๆ:
- ติดบัตรแสดงตนและสวมเครื่องแบบขณะปฏิบัติงาน
- แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เหมาะสมกับสถานที่ทำงาน
- ปฏิบัติตามนโยบาย มาตรฐาน และขั้นตอนปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กฟผ.
- รักษาข้อมูลเป็นความลับ
- ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กฟผ. และกฎระเบียบด้านความปลอดภัย
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวม 12 งวด เมื่อผู้รับจ้างทำงานเสร็จเรียบร้อยและได้รับการตรวจรับมอบงานแล้ว
- ค่าทำงานนอกเวลาปกติ: จ่ายตามที่ดำเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน โดย กฟผ. จะจ่ายให้ตามอัตราที่กำหนด (ไม่แข่งขันราคา)
- การปรับ: กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาบุคลากรเข้าทำงานครบจำนวน หรือบุคลากรปฏิบัติงานไม่ได้ กฟผ. จะปรับในอัตราตายตัววันละ 0.2% ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าว
- การแก้ไขเปลี่ยนแปลงงาน: กฟผ. มีสิทธิแก้ไข เพิ่มเติม หรือลดงานได้ โดยต้องตกลงกันใหม่เป็นหนังสือ
- การรักษาข้อมูลเป็นความลับ: ผู้รับจ้างต้องตกลงรักษาข้อมูลเป็นความลับตามเอกสารแนบท้าย
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องยื่นหลักประกันสัญญา 5% ของราคางานตามสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ตำแหน่งงานธุรการมีกี่อัตรา และต้องใช้วุฒิการศึกษาใดบ้าง?
- A: ตำแหน่งงานธุรการมี 3 อัตรา แบ่งเป็น ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ/จัดซื้อจัดจ้าง (ปริญญาตรี) 1 อัตรา และตำแหน่งงานธุรการ (ปวส.) 2 อัตรา
- Q: ตำแหน่งงานทำความสะอาดมีกี่อัตรา และต้องใช้วุฒิการศึกษาใดบ้าง?
- A: ตำแหน่งงานทำความสะอาดมี 2 อัตรา โดยต้องการผู้มีคุณวุฒิต่ำกว่า ปวช.
- Q: ระยะเวลาสัญญาจ้างมีกำหนดเท่าใด?
- A: ระยะเวลาสัญญาจ้างกำหนดไว้ที่ 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2570
- Q: งบประมาณสำหรับโครงการนี้มีวงเงินเท่าใด?
- A: วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 1,184,117.64 บาท
- Q: การพิจารณาคัดเลือกผู้รับจ้างจะใช้เกณฑ์ใดเป็นหลัก?
- A: จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ำสุด และมีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดของ กฟผ.
- Q: มีการให้แต้มต่อราคาสำหรับผู้ประกอบการ SMEs หรือไม่?
- A: มี โดยผู้ประกอบการ SMEs ที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 จะได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขที่กำหนด
- Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรตามคุณสมบัติใดบ้าง?
- A: ต้องจัดหาบุคลากรตามคุณวุฒิที่กำหนด (ปริญญาตรี, ปวส., ต่ำกว่า ปวช.) มีความประพฤติดี ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากร ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
- Q: การจ่ายเงินค่าบริการจะดำเนินการอย่างไร?
- A: กฟผ. จะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน เมื่อผู้รับจ้างทำงานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือนและได้รับการตรวจรับมอบงานแล้ว
- Q: มีค่าปรับกรณีผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาบุคลากรได้หรือไม่?
- A: มี โดยจะปรับในอัตราตายตัววันละ 0.2% ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าว จนกว่าจะมีบุคลากรมาปฏิบัติงานครบถ้วน
- Q: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างไรบ้าง?
- A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง รวมถึงการจัดทำแผนงานความปลอดภัย การชี้บ่งอันตราย การจัดส่งข้อมูลด้านความปลอดภัย และการควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ และงานจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด รวมจํานวน 5 อัตรา
ย
โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ํา (อค-พน.)
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ และงานจ้าง บริการเพื่อทํางานทําความสะอาด รวมจํานวน 5 อัตรา โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ํา (อค-พน.) วงเงิน งบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,184,117.64 (หนึ่งล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยสิบเจ็ดบาทหกสิบสี่สตางค์) โดยมีรายละเอียดสาระสําคัญของขอบเขตของงาน (TOR) และเงื่อนไขการจ้างฯ ดังต่อไปนี้
- ความเป็นมา
โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ํา (อค-พน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้กําหนดแผนในการ
นํางานจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการงานจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาดมาทําการรวมจ้างเพื่อให้มีการดําเนินการ
เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ โดยเป็นการจ้างที่เปิดกว้างให้มีการแข่งขันอย่าง
เป็นธรรม - วัตถุประสงค์
กฟผ. มีความประสงค์จะจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ งานจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด รวมทั้งสิ้น จํานวน 5 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานตามหน่วยงานต่างๆ ของโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ํา (อค-พน.) ดังนี้
2.1 โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ํา - ปรับปรุงโรงไฟฟ้า 1 เขื่อนศรีนครินทร
2.1.1 งานจ้างบริการเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ/จัดซื้อจัดจ้าง
(คุณวุฒิปริญญาตรี)
จํานวน 1 คน
2.2 หน่วยโรงไฟฟ้า 2 (นรฟ2-พน.) โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ํา (อค-พน.)
2.2.1 งานจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ (คุณวุฒิ ปวส.)
จํานวน 1 คน
2.3 หน่วยโรงไฟฟ้า 3 (นรฟ3-พน.) โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ํา (อค-พน.)
2.3.1 งานจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ (คุณวุฒิ ปวส.)
2.2.2 งานจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด (คุณวุฒิ ต่ํากว่า ปวช.)
จํานวน 1 คน
จํานวน 1 คน
2.3.2 งานจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด (คุณวุฒิ ต่ํากว่า ปวช.)
จํานวน 1 คน - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หัวข้อ คุณสมบัติของ ผู้ยื่นข้อเสนอ
ดังกล่าว
3.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคลผู้ประกอบกิจการรับจ้างทํางานที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวกับงานที่จัดจ้าง - เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
4.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักฐานการยื่นข้อเสนอของเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
4.2 สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com (ถ้ามี)
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น - งบประมาณ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,184,117.64 (หนึ่งล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยสิบเจ็ดบาท
หกสิบสี่สตางค์)
5.1 งานจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ คุณวุฒิปริญญาตรี จํานวน 1 อัตรา
ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่า าเนินการ
247,330.50
บาท
ค่าทํางานนอกเวลาปกติ
เป็นเงินประมาณ
40,326.59
บาท
5.2 งานจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ คุณวุฒิ ปวส. จํานวน 2 อัตรา
ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่า าเนินการ
416,401.20
บาท
—
ค่าทํางานนอกเวลาปกติ
เป็นเงินประมาณ
67,895.35
บาท
5.3 งานจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด คุณวุฒิ ต่ํากว่า ปวช. จํานวน 2 อัตรา
ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าดําเนินการ
ค่าทํางานนอกเวลาปกติ
เป็นเงินประมาณ
6. ราคากลาง (ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายและค่าดําเนินการ) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
354,384.00
บาท
57,780.00
บาท
เป็นเงิน 1,018,115.70 (หนึ่งล้านหนึ่งหมื่นแปดพันหนึ่งร้อยสิบห้าบาทเจ็ดสิบสตางค์)
7. หลักประกันการเสนอราคา
ไม่มี
8. หลักเกณฑ์การเสนอราคาและหลักเกณฑ์การพิจารณา
8.1 เป็นไปตามหัวข้อการเสนอราคา และหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้าง
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคารวมต่ําสุด และมีรายละเอียดถูกต้อง ครบถ้วน
ตามข้อกําหนดของ กฟผ.
8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเป็นค่าบริการ ที่คํานวณจากค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร ค่าใช้จ่าย และค่าดําเนินการของผู้รับจ้าง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
8.3.1 การคํานวณค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากรต้องไม่ต่ํากว่าอัตราค่าจ้างตามที่ กฟผ. กําหนดไว้ ตามเงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการและเงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด ข้อ 1
8.3.2 การคํานวณ ค่าใช้จ่าย ค่าดําเนินการของผู้รับจ้าง ให้คํานวณจากค่าดําเนินการของผู้รับจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ในอัตราตามที่กฎหมายกําหนด และค่าอบรมความปลอดภัยตามที่กําหนดในบัญชี 3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria) ของระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
8.4 ตามเงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการและเงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด ข้อ 15 ค่าทํางานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายให้ตามอัตราที่กําหนดในเงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ ตามที่มีการ นําเนินการจริงโดยไม่ต้องเสนอราคา (ไม่แข่งขันราคา)
8.5 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกิน ร้อยละ 10 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลําดับผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทําสัญญา
ไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น
ผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทิน รวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสํานักงานส่งเสริม
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
หากผู้ประกอบการ SMEs ไม่ยื่นสําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผู้ประกอบการ SMEs รายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิการได้แต้มต่อในการเสนอราคาดังกล่าว โดย กฟผ. จะพิจารณา การเป็นผู้ประกอบการ SMEs จากเอกสารสําเนาใบขึ้นทะเบียนฯ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ใน www.thaismegp.com
เท่านั้น
8.6 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างจากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
8.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
8.8 ภายหลังได้รับการคัดเลือก ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจกแจงรายละเอียดราคาค่าบริการ ตามแบบฟอร์ม รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown) ให้ กฟผ. ทราบอย่างชัดเจน
8.9 การทําสัญญา จะใช้ราคาแข่งขันตามที่ กฟผ. สรุปรับราคาบวกรวมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่แข่งขันราคา (ตามอัตราที่ กฟผ. ประมาณการไว้) เป็นวงเงินรวมของสัญญา
8.10 กําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน
9. ระยะเวลาจ้าง
1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 - 31 กรกฎาคม 2570
10. หลักประกันสัญญา
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องยื่นหลักประกันสัญญาเป็นจํานวนเต็ม
ในอัตราร้อยละ 5 ของราคางานตามสัญญารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวันลงนามสัญญา และ กฟผ. จะคืนหลักประกัน ดังกล่าวให้โดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวงตามเงื่อนไขสัญญา
11. หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
กฟผ. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง กําหนดการจ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละหนึ่งเดือน รวมทั้งหมด 12 งวด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
11.1 กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ
ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทํางานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ.
หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว
11.2 สําหรับค่าทํางานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดําเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
11.3 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จัดหาบุคลากรมาให้ครบตามจํานวน ตามข้อ 2 หรือบุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหามา ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่จ่ายค่าบริการ สําหรับในวันนั้น โดยคํานวณปรับลดลงตามส่วน จากค่าบริการรายงวดเฉลี่ยเป็นรายวันต่อคน และให้ถือว่าหนึ่งเดือนมีจํานวน 30 (สามสิบ) วัน
12. ค่าปรับ
กรณีผู้รับจ้าง ไม่สามารถจัดหาบุคลากรเข้าทํางานครบจํานวนตามที่กําหนดไว้ในสัญญา หรือบุคลากร ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ และ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. ปรับในอัตราตายตัวซึ่งเท่ากับ วันละร้อยละ 0.2 (ศูนย์จุดสอง) ของค่าบริการบุคลากรคนดังกล่าวตลอดอายุสัญญานับตั้งแต่วันที่ไม่มีบุคลากรมา ปฏิบัติงาน หรือมาปฏิบัติงานไม่ครบจํานวน หรือมาแต่ไม่ปฏิบัติงานเป็นต้นไปจนกว่าจะมีบุคลากรมาปฏิบัติงาน ครบถ้วนถูกต้องตามที่กําหนดไว้ในสัญญา
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
ในระหว่างที่ กฟผ. ยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หาก กฟผ. เห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา ต่อไปได้ กฟผ. จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิของ กฟผ. ภายหลังบอกเลิกสัญญา ก็ได้ และถ้า กฟผ. ได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างขอให้ชําระค่าปรับแล้ว กฟผ. มีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
13. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธิที่จะทําการแก้ไข เพิ่มเติม หรือลดงานจากรายละเอียดและเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายสัญญา ได้ทุกกรณี โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญานี้ แต่การดําเนินการดังกล่าวต้องทําความตกลงกันใหม่เป็นหนังสือ และถ้าจะต้อง เพิ่มหรือลดเงินค่าบริการตามสัญญานี้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ณ บัดนั้น รวมถึงกําหนดเรื่องหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาด้วย
14. เงื่อนไขการจ้างฯ
รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ และเงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานทําความ
สะอาด
15. ข้อกําหนดการรักษาข้อมูลเป็นความลับ
ผู้รับจ้างต้องตกลงรักษาข้อมูลเป็นความลับ ตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 1
16. เงื่อนไขในการจัดหา
การเสนอราคาครั้งนี้ย่อมไม่ผูกพัน กฟผ. หากงบประมาณรายการนี้ไม่ได้รับอนุมัติ
17. ข้อกําหนดอื่น
ๆ
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางาน มาให้ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทํา
แผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 2
เว้นแต่กรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 (เก้าสิบ) วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ แผนการทํางานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
1.
เงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ และงานทําความสะอาด
กฟผ. ตกลงจ้างผู้รับจ้างเพื่อให้ปฏิบัติงานจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ ในอัตราค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ดังนี้
บุคลากร คุณวุฒิ ปริญญาตรี จํานวน 1 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 16,750.00 บาท/คน
- บุคลากร คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวส. จํานวน 2 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 14,100.00 บาท/คน
โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ดังนี้
1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดบุคลากรของผู้รับจ้าง จํานวน 3 คน เพื่อปฏิบัติงานใน วันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ดังนี้ - ปฏิบัติงานที่โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ํา - ปรับปรุงโรงไฟฟ้า1 จํานวน 1 คน
ปฏิบัติงานที่หน่วยโรงไฟฟ้า2 จํานวน 1 คน ปฏิบัติงานที่หน่วยโรงไฟฟ้า3 จํานวน 1 คน
1
1.2 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดของ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. เกี่ยวกับการ ดําเนินการงานธุรการ
1.3 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. ได้กําหนดไว้ และมีความประพฤติดี กิริยามารยาท
เรียบร้อย
1.4 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษ สําหรับ ความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกิน 5 ปี นับก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ส่งตรวจสอบและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยแสดงต่อ กฟผ. ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันเริ่มงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ ตลอดอายุสัญญา
1.5 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถและ/หรือ ถูกศาลสั่งให้ เป็นบุคคลล้มละลาย
1.6 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นผู้เสพหรือผู้จําหน่ายหรือ มีไว้ในครอบครอง
1.7 บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดมาปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องแจ้งประวัติให้หน่วยงานผู้ใช้งานของ กฟผ. ทราบด้วยและบุคลากรผู้นั้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่ กฟผ. สั่งเปลี่ยนตัวเนื่องจาก มีความประพฤติผิดไม่เป็นไป ตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ตลอด อายุสัญญา
1.8 บุคลากรของผู้รับจ้าง ต้องติดบัตรแสดงตนและสวมเครื่องแบบของผู้รับจ้างในขณะที่ปฏิบัติงาน 1.9 ผู้รับจ้างต้องควบคุมบุคลากรของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กฟผ. และกฎระเบียบเกี่ยวกับ
การรักษาความปลอดภัยของ กฟผ.
- บุคลากรของผู้รับจ้างต้องสวมเครื่องแบบของบริษัทผู้รับจ้าง และต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและเหมาะสมกับ
สถานที่ทํางาน โดยมีข้อกําหนด ดังนี้
2.1
ไม่ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงและไม่สวมเสื้อยืด
2.2 ไม่สวมกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์ ความยาวกระโปรงต้องเสมอเข่าหรือคลุมเข่า
2.3
ไม่สวมรองเท้าแตะ ให้สวมรองเท้าหุ้มส้น - ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย มาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กฟผ. ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างรวมทั้งเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะไม่นําสารสนเทศ (Database, Data File, Document, Source และอื่น ๆ) ของ กฟผ. ไปเปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกําหนด ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้ กฟผ. ได้รับความ เสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้นและ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ทันที กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทํางานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้วสําหรับค่าทํางานนอกเวลาปกติ
กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดําาเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
กรณีความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้รับจ้างขัดแย้งกันให้ถือตามความเห็นของคณะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุ
เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ได้แก่
4.1
ใบส่งมอบงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานแล้ว
4.2 ใบแจ้งหนี้
4.3
ใบกํากับภาษี
4.4
เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน
ๆ
กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิที่จะร้องขอให้ผู้รับจ้างส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อใช้ใน การตรวจสอบประกอบการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง เช่น หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม และ หลักฐาน การส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว เท่านั้น แต่ กฟผ. ไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
หากผู้รับจ้างไม่ส่งเอกสาร หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม หรือหลักฐานการส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ตามที่ กฟผ. ร้องขอเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับ จ้างในงวดรายเดือนนั้น
ในกรณีที่ กฟผ. ระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับจ้างตามวรรคข้างต้น ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายหรือค่าชดเชยใด ๆ จาก กฟผ. ทั้งสิ้น
5. หากบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดข้างต้น และ/หรือปฏิบัติงานไม่ได้ผลเป็นที่พอใจต่อ กฟผ. หรือ
ผู้แทนของ กฟผ. ก็ดี ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนบุคลากรใหม่ให้ทันที
6. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ต่อ กฟผ. เต็มจํานวน สําหรับความเสียหาย และ/หรือสูญหายที่เกิดขึ้นกับ กฟผ.
ทรัพย์สินของ กฟผ. อันเกิดขึ้นจากการกระทําหรืองดเว้นกระทําของบุคลากรของผู้รับจ้าง
7. บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหาและนํามาปฏิบัติงานที่จ้างนี้อยู่ภายใต้ควบคุมสั่งการของผู้รับจ้างและเป็นบุคลากรของผู้ รับจ้างแต่ฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อบุคลากรดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กฎหมายว่าด้วย เงินทดแทน พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ประกาศ ระเบียบ คําสั่ง ข้อบังคับว่าด้วย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคล ดังกล่าวทุกประการ หากบุคลากรของผู้รับจ้างได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตในขณะทํางานตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างทั้งหมด โดยไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กฟผ.
ๆ
สําหรับพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการผ่านการอบรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา สําหรับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทําหนังสือยินยอม จากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา
8. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3 - 5)
รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 3 ดังนี้
8.1 บัญชี 3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
8.2
บัญชี 4 ข้อมูลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มงานตามสัญญา 8.3 บัญชี 5 แบบประเมินผลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทํางานภายในกําหนดเวลา หรือไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามกําหนดเวลา หรือมีเหตุให้ เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้า เกินกว่ากําหนดเวลาหรือผู้รับจ้างทําผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตกเป็น ผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอก เลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทํางานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอกเลิก สัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของ กฟผ. ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และการที่ กฟผ. ไม่ใช้สิทธิ เลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา
10. ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างแก่บุคลากรที่ผู้รับจ้างได้จัดหามาในอัตราและตามกําหนดเวลา ที่ผู้รับจ้างได้ตกลง
หรือทําสัญญาไว้ต่อบุคลากรดังกล่าว
ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่บุคลากรดังกล่าวในวรรคหนึ่ง กฟผ. มีสิทธิที่จะนําเงินค่าจ้าง ที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างดังกล่าว และให้ถือว่า กฟผ. ได้จ่ายเงินจํานวนนั้นเป็น
ค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว
11. ผู้รับจ้างจะต้องให้บุคลากรของผู้รับจ้างมาทําบัตรแสดงตนที่ กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการทําบัตรแสดงตนให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดสัญญาให้ผู้รับจ้างส่งคืนบัตรแสดงตน ที่ฝ่ายความปลอดภัยทันที หากมีการต่ออายุสัญญา ผู้รับจ้าง ต้องจัดทําบัตรแสดงตนใหม่ หากไม่มีการส่งบัตร หมดอายุคืน กฟผ. จะหักเงินประกันของผู้รับจ้าง ที่ทําไว้กับ กฟผ. ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่าย
12. ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกําหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา ภายหลังสัญญามีผลใช้บังคับ ผู้รับจ้างมี
ในการทําบัตรแสดงตนใหม่ตามจํานวนบัตรที่ไม่ได้ส่งคืน
สิทธิร้องขอเพิ่มอัตราค่าจ้างเฉพาะค่าแรงของบุคลากรของผู้รับจ้างตามอัตราส่วนต่างของค่าจ้างขั้นต่ําที่รัฐบาล กําหนดเพิ่มขึ้น ซึ่ง กฟผ. จะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรและเป็นธรรม ทั้งนี้ กฟผ. จะดําเนินการปรับเพิ่มค่า ทํางานนอกเวลาปกติ และค่าทํางานในวันหยุด ให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย หาก กฟผ. ไม่สามารถตกลงตามที่ร้องขอเพราะเหตุขัดข้องด้านงบประมาณหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้รับจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
13. ในกรณีที่มีการจ้างงาน โดยจํานวนบุคลากรของผู้รับจ้างเกิน 30 คน ผู้รับจ้างต้องจัดหา ผู้ควบคุมงานระหว่าง กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้าง จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน มาประจําใน กฟผ. โดย ปฏิบัติงานทุกวันในเวลาทําการของ กฟผ. เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมการทํางานของบุคลากรของ ผู้รับจ้างให้เป็นไปตามข้อกําหนด กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ควบคุมงาน
14. บุคลากรของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ กฟผ. ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศ ด้านความปลอดภัยของ กฟผ. ในครั้งแรกก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างและผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารระเบียบ การทํางานโดยส่งมอบให้ กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้างในวันแรกที่เข้าปฏิบัติงาน
15. กรณี กฟผ. ให้บุคลากรของผู้รับจ้างทํางานนอกเวลาปกติ ทํางานในวันหยุดที่กําหนดให้ลูกจ้างหยุดประจําสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. กฟผ. จะจ่ายค่าทํางานนอกเวลาปกติ ค่าทํางานในวันหยุดให้แก่ผู้รับ จ้าง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
15.1 การทํางานนอกเวลาปกติของวันทํางาน กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1.5
เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทํางานปกติ
- คุณวุฒิ ปริญญาตรี
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวส.
เป็นเงิน ชั่วโมงละ 104.69 บาท
เป็นเงิน ชั่วโมงละ 88.13 บาท
15.2 การทํางานในวันหยุด สําหรับเวลาทํางานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทํางานปกติ
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวส.
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวช.
เป็นเงิน ชั่วโมงละ - บาท
เป็นเงิน ชั่วโมงละ - บาท
15.3 การทํางานในวันหยุดนอกเวลาทํางานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 3
เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทํางานปกติ
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวส.
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวช.
เป็นเงิน ชั่วโมงละ
บาท
เป็นเงิน ชั่วโมงละ - บาท
15.4 ค่าทํางานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามชั่วโมงทํางานที่เกิดขึ้นจริงภายในวงเงินค่าทํางาน
นอกเวลาปกติ
16. ผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีอื่น ๆ ยกเว้นภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 17. ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน และนําส่งภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ควบคุมงานและ
บุคลากรของผู้รับจ้างซึ่งปฏิบัติงานตามสัญญานี้ทั้งหมดทุกคนให้ กฟผ.ทราบในวันเริ่มงานตามสัญญา ในระหว่างการดําเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้ควบคุมงานหรือบุคลากรซึ่งปฏิบัติงานตาม สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน พร้อมกับส่งสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ควบคุมงาน หรือบุคลากรคนใหม่ให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนส่งมาปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งนี้ผู้ควบคุมงานหรือ บุคลากรคนใหม่จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนดไว้ในเงื่อนไข การจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ
สําหรับหลักฐานเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมงานและบุคลากรของผู้รับจ้างที่ผู้รับจ้างแสดงต่อ กฟผ. นั้น กําหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทําหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของบุคลากรแก่ กฟผ. ด้วย และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ตลอด อายุสัญญา
รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิ ปริญญาตรี
- ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร
- ค่าใช้จ่ายและค่าดําเนินการของผู้รับจ้าง
บาท/คน/เดือน
บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2)
บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
บาท/คน/เตือน
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อทํางานธุรการ
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อทํางานธุรการ ตําแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ/งานจัดซื้อจัดจ้าง คุณวุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี จํานวน 1 อัตรา - คุณวุฒิการศึกษาปริญญาตรี
- เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ํากว่า 25 ปีบริบูรณ์
- มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ สามารถพูด และเขียนได้ 4. มีบุคลิกภาพดี มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้
- มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Microsoft Office, Internet เป็นต้น 7. มีทักษะในการสื่อสาร ทั้งการพูด อ่าน เขียน
- สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาทํางานปกติได้
ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
จัดทําเอกสารติดต่อระหว่างหน่วยงาน ทั้งภายในและภายนอก เป็นภาษาไทย-อังกฤษ รวมทั้งจัดส่งและ เก็บเอกสารอย่างเป็นระบบตามที่ได้รับมอบหมาย
จัดตารางการประชุม การนัดหมายต่าง ๆ พร้อมจดบันทึก และจัดทําบันทึกรายงานการประชุม
ๆ จัดทําเอกสาร Multimedia รายงานในรูปแบบ Power Point
ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอก ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่า ปวส.
- ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร
- ค่าใช้จ่ายและค่าดําเนินการของผู้รับจ้าง
บาท/คน/เดือน
บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2)
บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
บาท/คน/เดือน
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อทํางานธุรการ
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อทํางานธุรการ คุณวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่า ปวส. - คุณวุฒิการศึกษา ไม่ต่ํากว่า ปวส.
- เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ํากว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ สามารถพูด และเขียนได้ 4. มีบุคลิกภาพดี มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี
- ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้
- มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Microsoft Office, Internet เป็นต้น 7. มีทักษะในการสื่อสาร ทั้งการพูด อ่าน เขียน
- สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาทํางานปกติได้
ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
จัดทําเอกสารติดต่อระหว่างหน่วยงาน ทั้งภายในและภายนอก เป็นภาษาไทย-อังกฤษ รวมทั้งจัดส่งและ
เก็บ เอกสารอย่างเป็นระบบตามที่ได้รับมอบหมาย
ลงทะเบียนรับ-ส่งเอกสาร จัดทํา จัดเตรียม ตรวจทาน ตรวจสอบ ค้นหาเอกสาร หนังสือ จดหมาย ทะเบียนประวัติต่าง ๆ
จัดทําเอกสาร Multimedia รายงานในรูปแบบ Power Point
พิมพ์เอกสารต่าง ๆ จัดทําสําเนาเอกสาร บันทึกข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ จัดส่ง ติดตามเอกสาร รวมทั้งติดต่อประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ๆ
จัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลเบื้องต้น และอํานวยความสะดวกในการประชุม จดบันทึก และจัดทํารายงาน การประชุม
ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอก
ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
เงื่อนไขการจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด
กฟผ. ตกลงจ้างผู้รับจ้างเพื่อให้ปฏิบัติงานจ้างบริการเพื่อทํางานทําความสะอาด ในอัตราค่าจ้าง (ไม่รวม ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังนี้
บุคลากร คุณวุฒิ ต่ํากว่า ปวช. จํานวน 2 คน ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 12,000.00 บาท/คน โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ดังนี้
1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดบุคลากรของผู้รับจ้าง จํานวน 2 คน เพื่อปฏิบัติงานใน วันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ดังนี้
ปฏิบัติงานที่หน่วยโรงไฟฟ้า2 จํานวน 1 คน ปฏิบัติงานที่หน่วยโรงไฟฟ้า3 จํานวน 1 คน
1.2 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดของ กฟผ. หรือผู้แทนของ กฟผ. เกี่ยวกับการ
นําเนินการงานทําความสะอาด
1.3 บุคลากรของผู้รับจ้าง จะต้องมีคุณสมบัติตามที่ กฟผ. ได้กําหนดไว้ และมีความประพฤติดี กิริยามารยาท
เรียบร้อย
1.4 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษ สําหรับ ความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษแล้วเกิน 5 ปี นับก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ส่งตรวจสอบและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยแสดงต่อ กฟผ. ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันเริ่มงานตามสัญญา และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ ตลอดอายุสัญญา
1.5 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถและ/หรือ ถูกศาลสั่งให้ เป็นบุคคลล้มละลาย
1.6 บุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นผู้เสพหรือผู้จําหน่ายหรือ มีไว้ในครอบครอง
1.7 บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดมาปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องแจ้งประวัติให้หน่วยงานผู้ใช้งานของ กฟผ. ทราบด้วยและบุคลากรผู้นั้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่ กฟผ. สั่งเปลี่ยนตัวเนื่องจาก มีความประพฤติผิดไม่เป็นไป ตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ตลอด อายุสัญญา
1.8 บุคลากรของผู้รับจ้าง ต้องติดบัตรแสดงตนและสวมเครื่องแบบของผู้รับจ้างในขณะที่ปฏิบัติงาน 1.9 ผู้รับจ้างต้องควบคุมบุคลากรของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กฟผ. และกฎระเบียบเกี่ยวกับ
การรักษาความปลอดภัยของ กฟผ.
2. บุคลากรของผู้รับจ้างต้องสวมเครื่องแบบของบริษัทผู้รับจ้าง และต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและเหมาะสมกับ
สถานที่ทํางาน โดยมีข้อกําหนด ดังนี้
ไม่ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกงและไม่สวมเสื้อยืด
2.2 ไม่สวมกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์ ความยาวกระโปรงต้องเสมอเข่าหรือคลุมเข่า
2.3 ไม่สวมรองเท้าแตะ ให้สวมรองเท้าหุ้มส้น
3. ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย มาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติงานด้านความมั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศของ กฟผ. ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างรวมทั้งเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
4.
ผู้รับจ้างและบุคลากรของผู้รับจ้างจะไม่นําสารสนเทศ (Database, Data File, Document, Source และอื่น ๆ) ของ กฟผ. ไปเปิดเผย เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายกําหนด ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจาก กฟผ. ก่อน หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้ กฟผ. ได้รับความ เสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้นและ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ทันที กฟผ. จะจ่ายค่าบริการ ให้ผู้รับจ้างต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ทํางานเสร็จเรียบร้อยในแต่ละเดือน และ กฟผ. หรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานที่ส่งมอบในแต่ละงวดเรียบร้อยแล้วสําหรับค่าทํางานนอกเวลาปกติ
กฟผ. จะจ่ายตามที่ได้ดําเนินการจริงในแต่ละงวดเดือน
กรณีความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้รับจ้างขัดแย้งกันให้ถือตามความเห็นของคณะกรรมการ
ตรวจรับพัสดุ
เอกสารประกอบการจ่ายเงิน ได้แก่
4.1
ใบส่งมอบงานที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานแล้ว
4.2 ใบแจ้งหนี้
4.3
ใบกํากับภาษี
4.4
เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน
กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิที่จะร้องขอให้ผู้รับจ้างส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อใช้ใน การตรวจสอบประกอบการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง เช่น หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม และ หลักฐาน การส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว เท่านั้น แต่ กฟผ. ไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
หากผู้รับจ้างไม่ส่งเอกสาร หลักฐานการจ่ายเงินประกันสังคม หรือหลักฐานการส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ตามที่ กฟผ. ร้องขอเพิ่มเติม คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับ จ้างในงวดรายเดือนนั้น
ในกรณีที่ กฟผ. ระงับการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้รับจ้างตามวรรคข้างต้น ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายหรือค่าชดเชยใด ๆ จาก กฟผ. ทั้งสิ้น
5. หากบุคลากรของผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดข้างต้น และ/หรือปฏิบัติงานไม่ได้ผลเป็นที่พอใจต่อ กฟผ. หรือ
ผู้แทนของ กฟผ. ก็ดี ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนบุคลากรใหม่ให้ทันที 6. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ต่อ กฟผ. เต็มจํานวน สําหรับความเสียหาย และ/หรือสูญหายที่เกิดขึ้นกับ กฟผ.
ทรัพย์สินของ กฟผ. อันเกิดขึ้นจากการกระทําหรืองดเว้นกระทําของบุคลากรของผู้รับจ้าง
7. บุคลากรที่ผู้รับจ้างจัดหาและนํามาปฏิบัติงานที่จ้างนี้อยู่ภายใต้ควบคุมสั่งการของผู้รับจ้างและเป็นบุคลากรของผู้ รับจ้างแต่ฝ่ายเดียว ผู้รับจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อบุคลากรดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยประกันสังคม กฎหมายว่าด้วย เงินทดแทน พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ประกาศ ระเบียบ คําสั่ง ข้อบังคับว่าด้วย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคล ดังกล่าวทุกประการ หากบุคลากรของผู้รับจ้างได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตในขณะทํางานตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างทั้งหมด โดยไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กฟผ.
ๆ
สําหรับพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการผ่านการอบรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา
สําหรับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทําหนังสือยินยอม จากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร แก่ กฟผ. ก่อนวันเริ่มงานตามสัญญา 8. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง (บัญชี 3 - 5)
รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 3 ดังนี้
9.
8.1 บัญชี 3 เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
8.2
บัญชี 4 ข้อมูลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มงานตามสัญญา 8.3 บัญชี 5 แบบประเมินผลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทํางานภายในกําหนดเวลา หรือไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามกําหนดเวลา หรือมีเหตุให้ เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้า เกินกว่ากําหนดเวลาหรือผู้รับจ้างทําผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตกเป็น ผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของ กฟผ. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กฟผ. มีสิทธิที่จะบอก เลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทํางานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอกเลิก สัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของ กฟผ. ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และการที่ กฟผ. ไม่ใช้สิทธิ เลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา
10. ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างแก่บุคลากรที่ผู้รับจ้างได้จัดหามาในอัตราและตามกําหนดเวลา ที่ผู้รับจ้างได้ตกลง
หรือทําสัญญาไว้ต่อบุคลากรดังกล่าว
ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่บุคลากรดังกล่าวในวรรคหนึ่ง กฟผ. มีสิทธิที่จะนําเงินค่าจ้าง ที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้างดังกล่าว และให้ถือว่า กฟผ. ได้จ่ายเงินจํานวนนั้นเป็น
ค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว
11. ผู้รับจ้างจะต้องให้บุคลากรของผู้รับจ้างมาทําบัตรแสดงตนที่ กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการทําบัตรแสดงตนให้แก่บุคลากรของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดสัญญาให้ผู้รับจ้างส่งคืนบัตรแสดงตน ที่ฝ่ายความปลอดภัยทันที หากมีการต่ออายุสัญญา ผู้รับจ้าง ต้องจัดทําบัตรแสดงตนใหม่ หากไม่มีการส่งบัตร หมดอายุคืน กฟผ. จะหักเงินประกันของผู้รับจ้าง ที่ทําไว้กับ กฟผ. ในอัตราเดียวกับค่าใช้จ่าย ในการทําบัตรแสดงตนใหม่ตามจํานวนบัตรที่ไม่ได้ส่งคืน 12. ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกําหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา ภายหลังสัญญามีผลใช้บังคับ ผู้รับจ้างมี
สิทธิร้องขอเพิ่มอัตราค่าจ้างเฉพาะค่าแรงของบุคลากรของผู้รับจ้างตามอัตราส่วนต่างของค่าจ้างขั้นต่ําที่รัฐบาล กําหนดเพิ่มขึ้น ซึ่ง กฟผ. จะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรและเป็นธรรม ทั้งนี้ กฟผ. จะดําเนินการปรับเพิ่มค่า ทํางานนอกเวลาปกติ และค่าทํางานในวันหยุด ให้สอดคล้องกับค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย หาก กฟผ. ไม่สามารถตกลงตามที่ร้องขอเพราะเหตุขัดข้องด้านงบประมาณหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้รับจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
ๆ
13. ในกรณีที่มีการจ้างงาน โดยจํานวนบุคลากรของผู้รับจ้างเกิน 30 คน ผู้รับจ้างต้องจัดหา ผู้ควบคุมงานระหว่าง กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้าง จํานวนไม่น้อยกว่า 1 คน มาประจําใน กฟผ. โดย ปฏิบัติงานทุกวันในเวลาทําการของ กฟผ. เพื่อบริหารจัดการ และควบคุมการทํางานของบุคลากรของ ผู้รับจ้างให้เป็นไปตามข้อกําหนด กฟผ. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ควบคุมงาน 14. บุคลากรของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ กฟผ. ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศ ด้านความปลอดภัยของ กฟผ. ในครั้งแรกก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างและผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารระเบียบ การทํางานโดยส่งมอบให้ กฟผ. และบุคลากรของผู้รับจ้างในวันแรกที่เข้าปฏิบัติงาน
15. กรณี กฟผ. ให้บุคลากรของผู้รับจ้างทํางานนอกเวลาปกติ ทํางานในวันหยุดที่กําหนดให้ลูกจ้างหยุดประจําสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณีตามประกาศของ กฟผ. กฟผ. จะจ่ายค่าทํางานนอกเวลาปกติ ค่าทํางานในวันหยุดให้แก่ผู้รับ จ้าง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
15.1 การทํางานนอกเวลาปกติของวันทํางาน กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1.5
เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทํางานปกติ
คุณวุฒิ ต่ํากว่า ปวช.
เป็นเงิน ชั่วโมงละ 75.00 บาท
15.2 การทํางานในวันหยุด สําหรับเวลาทํางานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 1 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทํางานปกติ
เป็นเงิน ชั่วโมงละ - บาท
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวส.
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวช.
เป็นเงิน ชั่วโมงละ - บาท
15.3 การทํางานในวันหยุดนอกเวลาทํางานปกติ กฟผ. จะจ่ายค่าจ้าง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในอัตรา 3
เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงทํางานปกติ
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวส.
คุณวุฒิ ไม่ต่ํากว่า ปวช.
เป็นเงิน ชั่วโมงละ - บาท
เป็นเงิน ชั่วโมงละ 1 บาท
15.4 ค่าทํางานนอกเวลาปกติ กฟผ. จะจ่ายตามชั่วโมงทํางานที่เกิดขึ้นจริงภายในวงเงินค่าทํางาน
นอกเวลาปกติ
16. ผู้รับจ้างเป็นผู้รับภาระภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีอื่น ๆ ยกเว้นภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 17. ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน และนําส่งภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ควบคุมงานและ
บุคลากรของผู้รับจ้างซึ่งปฏิบัติงานตามสัญญานี้ทั้งหมดทุกคนให้ กฟผ.ทราบในวันเริ่มงานตามสัญญา ในระหว่างการดําเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้ควบคุมงานหรือบุคลากรซึ่งปฏิบัติงานตาม สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน พร้อมกับส่งสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้ควบคุมงาน หรือบุคลากรคนใหม่ให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนส่งมาปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งนี้ผู้ควบคุมงานหรือ บุคลากรคนใหม่จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กําหนดไว้ในเงื่อนไข การจ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ
สําหรับหลักฐานเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมงานและบุคลากรของผู้รับจ้างที่ผู้รับจ้างแสดงต่อ กฟผ. นั้น กําหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบหลักฐานการทําหนังสือยินยอมจากบุคลากรในการให้ผู้รับจ้างเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของบุคลากรแก่ กฟผ. ด้วย และผู้รับจ้างต้องเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ กฟผ. สามารถเรียกตรวจสอบได้ตลอด อายุสัญญา
รายละเอียดราคาค่าบริการ (Breakdown)
รายละเอียดราคาค่าบริการ บุคลากร คุณวุฒิการศึกษาต่ํากว่า ปวช.
- ค่าจ้างที่ผู้รับจ้างจ่ายให้กับบุคลากร
- ค่าใช้จ่ายและค่าดําเนินการของผู้รับจ้าง
บาท/คน/เดือน
บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2)
บาท/คน/เดือน
ค่าบริการ (1+2) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
บาท/คน/เดือน
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อทําความสะอาด
คุณสมบัติของบุคลากรเพื่อทําความสะอาด คุณวุฒิการศึกษาต่ํากว่า ปวช. - คุณวุฒิการศึกษา ต่ํากว่า ปวช.
- เพศ ชาย/หญิง สัญชาติไทย อายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์ 3. มีบุคลิกภาพดี มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี 4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ 5. มีทักษะในการสื่อสาร ทั้งการพูด อ่าน เขียน
ขอบเขตงานที่ กฟผ. มอบหมาย
งานดูแลทําความสะอาดพื้นที่บริเวณอาคารสํานักงาน และบริเวณอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย งานบริการเครื่องดื่มห้องประชุม
ดูแล รักษาความสะอาด วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในสํานักงาน ทําความสะอาด โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ภายในสํานักงาน
າ
งานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
เอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 1
ข้อกําหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา)
คู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1. คํานิยาม
“ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่เป็น ของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล และไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนโดยทั่วไป ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผย
เมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ
ข้อ 2. การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
2.1 ผู้รับข้อมูลต้องรับผิดชอบรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และเก็บข้อมูลความลับไว้โดยครบถ้วน และอย่าง เคร่งครัด ผู้รับข้อมูลจะต้องไม่เปิดเผย ทําสําเนา หรือทําการอื่นใดทํานองเดียวกันแก่บุคคลอื่นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้น แต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
2.2 ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับ การดําเนินงานที่มีอยู่ ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อกําหนดนี้ อีกทั้งผู้รับข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูล อย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับออกสู่สาธารณะ
2.3 ผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูล
ที่เป็นความลับถูกนําไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตหรือถูกเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลต้องใช้มาตรการการเก็บรักษาข้อมูล ที่เป็นความลับในระดับเดียวกันกับที่ผู้รับข้อมูลใช้กับข้อมูลที่เป็นความลับของตนเอง ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าการดูแลที่สมควร
2.4 ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลภายนอก ที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจํากัดสิทธิในการใช้และการเปิดเผยข้อมูล ที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องดําเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษา ข้อมูลที่เป็นความลับโดยมีข้อกําหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่าข้อกําหนดและเงื่อนไขในข้อกําหนดฉบับนี้ด้วย
2.5 ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกําหนดฉบับนี้ ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลที่ ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
(2) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
(4) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามคําสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือแจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อกําหนดหรือคําสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้น อย่างเป็นทางการยื่นต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะดําเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผย ข้อมูลดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้องดําเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูล
ดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(5) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร
ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
ข้อ 3. ทรัพย์สินทางปัญญา
ข้อกําหนดฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการโอนสิทธิหรือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม) ให้แก่ผู้รับข้อมูลที่ได้รับความลับซึ่ง สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ การออกแบบ เครื่องหมายการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด ชื่อทางการค้า ความลับทางการค้า ไม่ว่าจดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หรือสิทธิอื่น ๆ ของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจมีอยู่ใน ปรากฏอยู่ หรือนํามาทําซ้ําไว้ในเอกสารข้อมูลที่เป็นความลับ ทั้งนี้ ผู้รับข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้รับข้อมูล และ เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว จะไม่ยื่นขอรับสิทธิและหรือขอจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ
ตลอดจนไม่นําไปใช้โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับรายละเอียดข้อมูลที่เป็นความลับหรือส่วนหนึ่ง
ส่วนใดของรายละเอียดดังกล่าว
ข้อ 4. การส่งคืน ลบ หรือการทําลายข้อมูลที่เป็นความลับ
เมื่อการดําเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูล ที่เป็นความลับและสําเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบหรือทําลายข้อมูล ที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือดําเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้ง เป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษา ความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่าการดําเนินงานเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
ข้อ 5. การชดใช้ค่าเสียหาย
ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อกําหนดนี้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อกําหนดตามข้อกําหนดนี้ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูล
ข้อ 6. การบังคับใช้
6.1 ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในข้อกําหนดฉบับนี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่าข้อกําหนด ส่วนที่เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับในข้อกําหนดนี้ และข้อกําหนดที่เหลืออยู่ในข้อกําหนดฉบับนี้ ยังคงใช้บังคับและมีผลอยู่อย่าง
สมบูรณ์
6.2 ข้อกําหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับใช้และตีความตามกฎหมายไทย
เอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 2
ตัวอย่างแผนการทํางาน
รายการ
งานรื้อโครงสร้างเดิม
ตัวอย่างแบบการจัดทําแผนการทํางาน
หน่วย
ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย
เป็นเงิน
0%
รายการ ..
ตบ.!
รายการ ..
ลบ.ม
งานผิวทรง
รายการ
251!
รายการ…
รม
รวม
0%
MACCACTUSI
100%
90+
80%
TA
50%
40
4
CZ
194
0
0
ON
ปี
0%
5
6
7
Money
AccMoney
% PLAN
% ACC PLAN
% ACTUAL
% ACC ACTUAL
% ACC DIFF
06
% PLAN/2
% PLAN/2 DIFF
2
3
4
€
7
เ อบ…
เดือน…
เดือน…
เดือน…
เดือน…
เดือน…
เดือน…
เดือน…
- กรณีตัวอย่าง กาหนดระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานทั้งสัญญา จํานวน 8 เดือน
Money
5)
% PLAN
หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น งานรื้อโครงสร้างเดิม กําหนดระยะเวลาก่อสร้าง จํานวน 4 เดือน (ไม่รวมระยะเวลาการก่อสร้างผิวทาง) หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดําเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจําเดือนของแต่ละรายการก่อสร้าง ซึ่งแต่ละรายการก่อสร้าง คิดเป็น 100 %
มูลค่างานแต่ละรายการ คํานวณจากร้อยละตามแผนงานเทียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ
ร้อยละของแผนดําเนินงาน คํานวณจากมูลค่าของงานตามแผนดําเนินการ เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานทั้งโครงการ
ตัวอย่างการค้านวณและการประเมินการดําเนินการตามแผนการทํางาน กรณีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
เดือนที่ 1 เดือนที่ 2
รายการ
หน่วย
ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย
เป็นเงิน
%
งานรื้อโครงสร้างเดิม
a!
สน.ม
100
5,000
500,000
16%
จ
ลบ.ม
120
2,000
240,000
8
งานผิวทาง
cl
PS:
400
2.000
800.000
269
Է:
#ร
300
5.000
1.500.000
4996
3,040,000 100%
เหตุ
2)
TA
ทย
ระยะเวลาเกิน 1 ใน 2
ระยะเวลาเกิน 3 ใน 4
สิ้นสุดสัญญา
เดือนที่ 3
เดือนที่ 4
เดือนที่ 5
เดือนที่ 6
SA
มค
พ
มิต
เมย
พล
20
8.
20
20
50
5. 8
(20
20
15.
15
20
30
10
25
25
100,000
3,040,000
Money
100.000
220.000
220,000
X 100 = 3.29 %
AccMoney
100,000
320.000
540,000
220,000
760.000
410,000
1,170,000
495,000
1,655,000
535.000
2,200,000
615.000
2,815,000
% PLAN
3 290
7 24%
7 24%
7 24
13.49%
16.28%
17.60%
20 23%
• ALL ACTUAL
100.00%
92.60%
% ACC PLAN
3.29%
10.53%
177605
25.00%
38.49%
54 779%
72 37%
92 60%
90.00%
$0.00%
72.37%
70.00%
% ACTUAL
0.66%
$4.77%
507%
3 62%
5.07%
9.44%
11.40%
12.32%
4.05%
60.00%
51.61%
47.57%
50.00
38.49%
35.25%
% ACC ACTUAL
1
066%
5 72%
9.34%
14 41
23.85%
35.25%
47 57%
51 61%
40.00%
25.00%
30004
17.76%
20
10 53%
3.29%
IO
14.41%
% ACC DIFF
263%
4 80%
8.42%
10.59%
14 64%
19 52%
24.80%
40.99%
0.00%
0.66%
1
3.72%
2
9.34%%
3
4
ร
- กรณีตัวอย่าง กําหนดระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานทั้งสัญญา จํานวน 8 เดือน
- Money
หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น งานรื้อโครงสร้างเดิม กําหนดระยะเวลาก่อสร้าง จํานวน 4 เดือน (ไม่รวมระยะเวลาการก่อสร้างผิวทาง) หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดําเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจําเดือนของแต่ละรายการก่อสร้าง (แต่ละรายการก่อสร้าง รวมกัน 100 %)
มูลค่างานแต่ละรายการ คําานวณจากร้อยละตามแผนงานเทียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ - AccMoney
- % PLAN
มูลค่างานสะสมในแต่ละเดือน
ร้อยละของแผนดําเนินงาน คํานวณจากมูลค่าของงานตามแผนดําเนินการ เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานทั้งโครงการ - % ACC PLAN
ร้อยละของแผน าเนินงานสะสม - % ACTUAL
9 % ACC ACTUAL ร้อยละของการค้าเนินงานจริงสะสม
ร้อยละของการค้าเนินงานจริง - % ACC DIFF
ร้อยละของความแตกต่างระหว่างการทํางานจริงเทียบกับแผนดําเนินการสะสม
ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25
โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา
รายการ
งานรื้อโครงสร้างเดิม
ตัวอย่างวิธีการจัดทําแผนการทํางาน
หน่วย
ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย
เป็นเงิน
%
i
2
3
5
7
8
PA
พย
ค
มค
กพ
มิค
เย
พค
at
ลบ.ม.
100
5,000
500,000
16%
25
a2
ลบ.ม.
120
2,000
240,000
8%
งานผิวทาง
bi
ตร.ม.
400
2,000
800,000
269%
12
ตร.ม
300
5,000
1,500,000
49%
รวม
3,040,000
100%
Money
AccMoney
- ACR PLAN
ACC ACTUAL
!% PLAN
100%
% ACC PLAN
100%
90%
82%
:% ACTUAL
65%
70%
5.8%
54%
60%
:
% ACC ACTUAL
47%
50%
42%
40
30%
29%
30%
% ACC DIFF
20%
20%
129%
4%%%
10%
0
17%
10%
2
3
5
6
% PLAN/2
% PLAN/Z DIFF
i
|
25
50
20
20
25
20
25
25
- กรณีตัวอย่าง กําหนดระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานทั้งสัญญา จํานวน 8 เดือน
25
4)
Money
5)
% PLAN
หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น 1. งานรื้อโครงสร้างเดิม กําหนดระยะเวลาก่อสร้าง จํานวน 4 เดือน 2. งานก่อสร้างผิวทาง กําหนดระยะเวลาก่อสร้าง 5 เดือน หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดําเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจําเดือนของแต่ละรายการก่อสร้าง ซึ่งแต่ละรายการก่อสร้าง คิดเป็นร้อยละ 100 ตามตัวอย่าง งานรื้อโครงสร้างเดิม ถือเป็นร้อยละ 100 ของรายการนี้ มูลค่างานแต่ละรายการ คํานวณจากร้อยละตามแผนงานเทียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ
ร้อยละของแผนดําเนินงาน คํานวณจากมูลค่าของงานตามแผนดําเนินการ เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานทั้งโครงการ
اله
!
t
ตัวอย่างการค้านวณและการประเมินการดําเนินการตามแผนการทํางาน กรณีระยะเวลาเกิน 1 ปี
ราชาว
หน่วย
มานงาน
ราคา ฟ ว
เป็นใน
เอน I
NA
ר
เดือนที่ 3
เอนที่ 4
หี s
เ พ 0 เน
CA
เน
เลนส
เล
HA
Du
KU
เรือใบสร้างเน
:
2
it
P
N’ A
- .
X4
a on!
1.33
WA
€375
31
43.5
A A
4 :: C
:: C:
กาก:
X Col
LA
160
DA
t
A
ฟ LET
::s
TY
4000
5,000-
L PAL-C
3200.000
รวม
6,140,000
A:
100%
105,000
Money
X 100 = 1.71 %
5,840,000
AccMoney
34%
LIE
….
Lv. .
wiy:
PLAN
MACC PLAN
!
$4 ACTUAL
ACC ACTUAL
N ACC OCT
54
E
ช
เ
124
::
1
f
4.
ARC
::H
E
ง ง
::2
15
15
415000
::: R
! 420.000
A
1
44
19
3
L
DE
5
จ
เล
H PANE
→ PLAVA CO
1
พาย: นางมานาน รายการ เช่น หลานใน เวลา น น น สวยเวลา ครั้ง
พ ง น น า เ อ า นการสานงานประ-พอน การ สร้ม สรการสร้าง รวม 100
ลานนาการ นานนานเพียบ นานแต่รายการ
33
Money
15
W PLAN
in
A
554
:::
vi
i:
พ ว า ม 3 ใบ
ฟอนหี่ 31
เดือน 12
เอนพี :3
น 14
GA
ນ
AA
พย
d 10
MU
10:
2
1
5
1
: :
site:
10
2
เดือน เ
SA
ยะเวลา น 3 ใบ 4
มด
อ
SU
อบ ง
ฟอน 14
ในสุญญา
HH
! 490 226
ver:
AC C
เอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 3
บัญชี ๓ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ํา (อค-พน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
งานที่ว่าจ้าง : จ้างบริการเพื่อทํางานธุรการ และจ้างบริการ ระยะเวลาที่ว่าจ้าง : 1 ปี
เพื่อทําความสะอาด
การส่งมอบพื้นที่ ส่งมอบพื้นที่
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่
@ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ํา (Low Risk Contracts)
- กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts)
0 กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
๑. รายละเอียดกิจกรรมด้านความปลอดภัย ที่ต้องดําเนินงานตามกลุ่มงานของผู้รับจ้าง
✓
๑.๑ จัดทําแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย
ดังนี้
(๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ (๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทํางาน (๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทํางาน (๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
๑.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดําเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบ ต่อหน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ทํางาน ให้ดําเนินการ ดังนี้
D (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทําการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความ ครบถ้วน และเหมาะสม
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดทําการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด
(ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทําการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสาร
ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
๑.๓ จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือที่ผ่านการอบรมด้านอาชีว
เวชศาสตร์ มีเงื่อนไข ดังนี้
ปี (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทํางาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตาม ปีปฏิทิน
ปี (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทํางานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
ปี (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทํางานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อ การทํางานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าทํางาน
✓
ในที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนํามา
หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มดําเนินงานการเข้าทํางานในที่อับอากาศ
แสดงต่อผู้ควบคุมงาน
๑.๔ การค้นหาความจําเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดําเนินการ ดังนี้
D (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจําเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง
ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง ทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจําเป็นในการใช้อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง
๑.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ดําเนินการ ดังนี้
ปี (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้
ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้าย ได้ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
๑.๖ จัดส่งข้อมูลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้
(๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
(๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
(๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
(๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
(๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
๑.๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ดําเนินการ ดังนี้
ปี (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
(ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กําหนดให้ลูกจ้างของผู้ รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก
(ข) การควบคุมการนําสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการนําเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
(ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้สําหรับส่งคนไปยังสถานที่ทํางาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทํางาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและความ ปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
D (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างดําเนินการตามระบบการควบคุมการเข้า- ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
๑.๘ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ ดาเนินการ ดังนี้
ปี (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนําไปปฏิบัติ
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
✓
๑.๔ ระบบการแจ้งการกระทําหรือสภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน ให้ดําเนินการ ดังนี้
D (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ สภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทําหรือ
(ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทําหรือสภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน ต้องแจ้งผู้ ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกําหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทําหรือสภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน พร้อมมาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทําหรือ สภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
๑.๑๐ ดําเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่าง น้อย ดังนี้
(๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
(๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทํางาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ
(๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทํางาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
(๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทํางาน
๑.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ตามแผนที่ กําหนด รวมทั้งจัดทํารายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง
๑.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้ มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วน
บุคคลให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทํางาน
๑.๑๓ การขออนุญาตเข้าทํางาน (Work Permit) สําหรับงานตามที่กฎหมายกําหนด ที่มีความเสี่ยงสูง ให้ดําเนินการ ดังนี้
และงานหรือพื้นที่
D (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทํางาน และให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างกํากับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สําหรับงาน ดังนี้
(ก) งานในที่อับอากาศ
(ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
(ค) งานขุดเจาะ
(ง) งานในที่ที่มีรังสี
(จ) งานแหล่งพลังงาน
(ฉ) งานที่สูง
(ช) งานเหนือผิวน้ํา
(ช) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่
(ฌ) งานสารที่เป็นอันตราย
(ญ) งานประดาน้ํา
(2) งานอื่น ๆ ตามความจําเป็น
ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ
การขออนุญาตเข้าทํางานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
๑.๑๔ ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทํางาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้างานหรือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจดําเนินการตามความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
(๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work Instruction)
(๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
(๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
(๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ทําเป็นประจํา
(5) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าทํางาน
๑.๑๕ ดําเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ ดังนี้
(๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันที ด้วยวาจา โทรศัพท์ โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด
พอสมควร
(๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าทํา การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
(๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดยโทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหา สาเหตุอุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิด ซ้ํา ทั้งนี้ ภายใน 7 วันนับแต่วันเกิดเหตุ
๗
(๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมใน การค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สําหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย
ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
(๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์ สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน กําหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
(๖) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณา
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(๗) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคม และส่งสําเนาหนังสือแจ้ง ต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสําเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง ๑.๑๖ ดําเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ปี (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการ ดังนี้
(ก) วิเคราะห์และประเมินความจําเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ข) จัดทําแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
(ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม
(๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุ ฉุกเฉินของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
๑.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
(๑) จํานวนลูกจ้างและจํานวนชั่วโมงการทํางาน
(๒) จํานวนการเกิดอุบัติการณ์
(๓) รายงานผลการดําเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย
(๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
(๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
๒. ชี้บ่งกฎหมาย ระเบียบด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
๒.๑ กฎหมายความปลอดภัย
พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔
กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางาน พ.ศ. ๒๕๔๙
กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
กฎกระทรวง กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจ
แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๗
ปี กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. ๒๕๕๘
D กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางานเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗
ปี กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๕๑
กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. ๒๕๕๒
กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
ปี กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
ปี กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๘
M กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๙
กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๕๘
ปี อื่น ๆ (ระบุ)
๒.๒ ระเบียบด้านความปลอดภัยของหน่วยงาน/กฟผ. - ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ วาดวย ขอกําหนดสําหรับการดําเนินงานด้านความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับงาน
กอสราง
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ วาดวยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ วาดวยขอกําหนดการแขวนปายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๒๘๙ การจัดการอุบัติการณ
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๑๕ วาดวย อุปกรณคุมครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๓๙๖ วาดวย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง
ระเบียบ กฟผ. ที่ ๔๑๖ การขออนุญาตเขาทํางานที่ทําให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ และการขออนุญาตเขา
ทํางานในที่อับอากาศ - อื่น ๆ
ค.
ๆ (ระบุ) …..
โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
[ หน่วยงานความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
[ หัวหน้างาน
ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
[
อื่น ๆ (ระบุ) ……
เกณฑ์พิจารณาหน่วยงานและบุคลากร
จป.
ประเภท จํานวน
จป.
หน่วยงาน
จป.บริหาร
จป.หัวหน้างาน
เทคนิค จป.เทคนิค
กิจการ
ลูกจ้าง
วิชาชีพ
ขั้นสูง
ความปลอดภัย
(๑)
๒ คน ขึ้นไป ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุก อย่างน้อย
คน
จัดให้มี
๑ คน
๒ - ๑๙ คน ระดับบริหารทุกคน
คน
หัวหน้างานทุก
(๒) ถึง (๕)
๒๐ - ๔๙ ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุก
คน
๑ คน
๑ คน
ปฏิบัติงานความ ปลอดภัย ไม่น้อยกว่า วันละ
ซ.ม.
๕๐ - ๙๙ ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุก
คน
๑๐๐ คนขึ้น
ไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุก อย่างน้อย
คน
๑ คน
๒๐๐ คนขึ้น
ไป
ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุก อย่างน้อย
จัดให้มี
คน
๑ คน
(๖) ถึง (๑๔) ๒๐ คนขึ้นไป ระดับบริหารทุกคน
หัวหน้างานทุก
คน
ประเภท
กิจการ
(๑) ถึง (๑๔)
(๑) ถึง (๑๔)
(๑) ถึง (๑๔)
จํานวน ลูกจ้าง
๕๐
goo
คน
—
คน
๙๙
๔๙๙
๕๐๐ คนขึ้น ไป
เกณฑ์พิจารณาคณะกรรมการความปลอดภัยฯ
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน
๔. คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเบื้องต้นของผู้รับจ้าง
๔.๑ หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
(๑) การบริหารจัดการ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน ปี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน D เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับเทคนิคขั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
ปี
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบกิจการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานสําหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทํางานใหม่ [ หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัย
(๒) การทํางานในที่อับอากาศ
ปี ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
D ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายกําหนด
(๓) การทํางานเกี่ยวกับรังสี
1 การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบดําเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่สําหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
(๔) การทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ
อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
ปี ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น
อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง อบรมวิธีทํางานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทํางานในอุโมงค์
อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนทําลายสิ่งก่อสร้าง
การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสําหรับงานก่อสร้าง
(๕) การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา
- การทํางานเกี่ยวกับเครื่องปั้มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
ได้โดยสภาพ
[ อบรมผู้ขับรถยก
0 ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น
ปี ผู้ควบคุมประจําหม้อน้ํา หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนําความร้อน
(๖) การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า
ความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าสําหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(๒) การทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย
ปี การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๔) การป้องกันและระงับอัคคีภัย - การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
ปี (ระบุ)
๔.๒ การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
ตรวจสมรรถภาพปอด
ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
D ตรวจด้านพิษวิทยา
[
อื่น
น ๆ (ระบุ) ……
๔.๓ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
๔.๔ ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
ปี ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทําให้เป็นอัมพาต
ปี ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
๔.๕ ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี) - ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
รางวัลด้านความปลอดภัย
[ อื่น ๆ
บัญชี ๔ ข้อมูลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง :
งานที่ว่าจ้าง :
บริษัทผู้รับจ้าง :
รายชื่อ
๑. โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
บุคลากร
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ
หน้าที่
หลักฐาน/ ความรับผิดชอบ ใบรับรอง
สภาพแวดล้อมในการทํางาน………คน
[ หน่วยงานความปลอดภัย………คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร………คน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน………คน
[ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ……. คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูง…….คน
[ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิค…….. คน
ปี ผู้บริหาร/ผู้จัดการ……. คน
[ หัวหน้างาน……… คน
ปี ลูกจ้าง…….. คน
คน
๒. หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
█ อื่น ๆ (ระบุ)
๒.๑ หลักสูตรอบรมพื้นฐาน
(๑) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน
การทํางานสําหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทํางานใหม่
(๒) การดับเพลิงขั้นต้น
๒.๒ หลักสูตรอบรมเฉพาะตามความเสี่ยง
[ การทํางานในที่อับอากาศ
การทํางานเกี่ยวกับรังสี
การทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา
[ การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า
- การทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
[ อื่น ๆ (ระบุ)
ลักษณะงาน
รายชื่อ
หลักฐาน/ใบรับรอง
รายชื่อ
หลักฐาน/ใบรับรอง
๓. การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงของงาน
แหล่ง อันตราย
ปอด
ตรวจสมรรถภาพ ตรวจสมรรถภาพ ตรวจสมรรถภาพ ตรวจด้าน ผลการตรวจสุขภาพ/
การได้ยิน
การมองเห็น พิษวิทยา ใบรับรองแพทย์
๔. การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
หลักฐาน/ใบรับรอง
๕. ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
D ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ
ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทําให้เป็นอัมพาต
วันหมดอายุ
ปี ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
- ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
L ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
รางวัลด้านความปลอดภัย
D อื่น ๆ
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง …… งานที่ว่าจ้าง : …..
บัญชี ๕ แบบประเมินผลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
ผู้ประเมิน : บริษัทผู้รับจ้าง : …
วันที่ประเมิน : …. สัญญาเลขที่ :
คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้
X น้ําหนัก
X
X น้ําหนัก
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง 0 กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ํา (Low Risk Contracts)
0 กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts)
กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
O กลุ่มที่
หัวข้อประเมิน
นํ้าหนัก
หลักฐาน/ใบรับรอง
การตรวจสอบ
ทดสอบ สอบเทียบ
เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
๒. หลักฐาน/ใบรับรอง การฝึกอบรม ใบอนุญาต และผล การตรวจสุขภาพ ตามที่กฎหมาย
กําหนด
๑๐
๑๐
เกณฑ์พิจารณา
๔. คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กําหนด (ก่อนระยะเวลาที่กําหนด และถูกต้อง ครบถ้วน)
๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด (ตามระยะเวลาที่กําหนด และถูกต้อง ครบถ้วน)
๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กําหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กําหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กําหนด
(ก่อนระยะเวลาที่กําหนด และถูกต้อง ครบถ้วน)
๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด (ตามระยะเวลาที่กําหนด และถูกต้อง ครบถ้วน)
๒ คะแนน - ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กําหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๏ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กําหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
หัวข้อประเมิน
น้ําหนัก
๓. การปฏิบัติตาม แผนงานความปลอดภัย
๒๕
๔. สวมใส่อุปกรณ์ อุปกรณ์คุ้มครอง
เกณฑ์พิจารณา
๑๕
๔. คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กําหนด
(ทําได้เร็วกว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๓ คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด (เป็นไปตามแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้าหมาย) ๔ คะแนน = สวมใส่ครบถ้วนตลอดเวลาทํางาน และ
เหมาะสมกับลักษณะงานต่อรอบการประเมิน
คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ X น้ําหนัก
x
X น้ําหนัก
ความปลอดภัย ส่วนบุคคล (PPE) ระหว่างปฏิบัติงาน
๕. การปฏิบัติตาม
២០
ข้อกําหนดกฎหมาย/ ระเบียบ
กฎความปลอดภัย ของหน่วยงาน
หัวข้อประเมิน - ขณะปฏิบัติงาน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
น้ําหนัก
២០
๓
๓ คะแนน = มีการแจ้ง พบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน ๒ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๓ ครั้งแต่ไม่เกิน ๕ ครั้ง ต่อรอบการประเมิน
๑ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๕ ครั้งขึ้นไปต่อรอบ
การประเมิน
N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
๔ คะแนน = ปฏิบัติตามข้อกําหนดกฎหมาย/ระเบียบ กฎความปลอดภัยของหน่วยงานโดยไม่มีการฝ่าฝืนต่อรอบ
การประเมิน
๓ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน
๒ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน มากกว่า ๓ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการประเมิน ๑ คะแนน = ฝ่าฝืนข้อกําหนดกฎหมายต่อรอบการประเมิน
เกณฑ์พิจารณา
๔ คะแนน = ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
=
๓ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงน้อย (Class C) (ปฐมพยาบาล หรือไม่หยุดงาน)
(ทรัพย์สินเสียหายไม่ถึง 900,000 บาท)
๒ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงปานกลาง
(Class B)
(บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ตั้งแต่ ๑ วันขึ้นไป) (ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ 900,000 บาท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง
๕๐๐,๐๐๐ บาท )
๑ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) (เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ทุพพลภาพถาวร, บาดเจ็บมีผลทําให้ เป็นอัมพาต)
(ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป)
คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ X น้ําหนัก X น้ําหนัก
X
รวม
คะแนนสมรรถนะ
ด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ :
600
(คะแนนที่ได้ X น้ําหนัก) (คะแนนเต็ม X น้ําหนัก)
X ๑๐๐
"
%
๑. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป ให้เก็บผลการประเมิน
ของแต่ละงานไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
๒. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนไม่ถึงร้อยละ ๗๕ ให้หน่วยงานส่งผลการประเมินให้ ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุในสํานักงานใหญ่ หรือหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างในส่วนภูมิภาคและเก็บสําเนาผลการประเมิน
ไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
เอกสารแนบท้ายขอบเขตของงาน 4
บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสั่ง/สัญญา)
ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 คํานิยาม
1.1 หากไม่ได้มีการกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ให้ถ้อยคําในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีความหมาย ดังต่อไปนี้
“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กฎ ระเบียบ ประกาศ และคําสั่งที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลอื่นใดในข้อมูลส่วนบุคคล “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแต่ไม่รวมถึง ข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นบ่งชี้ไปถึง และให้หมายรวมถึงผู้ใช้อํานาจปกครอง ที่มีอํานาจกระทําการแทนผู้เยาว์ ผู้อนุบาลที่มีอํานาจกระทําการแทนคนไร้ความสามารถ หรือผู้พิทักษ์ที่มีอํานาจกระทําการ แทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดําเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลตามคําสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดําเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุม
ข้อมูลส่วนบุคคล
“หน่วยงานกํากับดูแล” หมายถึง สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย หรือหน่วยงานกํากับ ดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
1.2 คําศัพท์ใด ๆ ที่ไม่ได้กําหนดนิยามไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้เป็นไปตามนิยามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลกําหนดไว้
1.3 เอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงและมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับบันทึก ข้อตกลง การอ้างอิงใด ๆ ถึงบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้รวมถึงเอกสารแนบท้ายบันทึกข้อตกลงด้วย
ข้อ 2 ขอบเขตของข้อปฏิบัติ
2.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ขาย/ผู้รับจ้าง/ที่ปรึกษา (“ผู้ให้บริการ”) อันเป็นการกระทําตามคําร้องขอของ กฟผ.
2.2 ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่า เพื่อวัตถุประสงค์ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยหลัก กฟผ. เป็นผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคล ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ให้บริการดําเนินการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลตามคําร้องขอของ กฟผ.
ข้อ 3 หน้าที่ของผู้ให้บริการ
3.1 ผู้ให้บริการจะทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จําเป็นและเป็นไปตามคําร้องขอที่เป็นลายลักษณ์อักษรของ กฟผ. เท่านั้น เว้นแต่คําร้องขอนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
3.2 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบโดยทันที หากเห็นว่าคําร้องขอของ กฟผ. ไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล
3.3 ผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามคําร้องขอของ กฟผ. ที่ให้ดําเนินการแก้ไข โอน ลบ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใน ประการอื่น หรือให้ระงับ บรรเทา หรือแก้ไขการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอํานาจหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โดยพลัน
3.4 ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดเป็นความลับ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ กฟผ. ตกลงให้มีการเปิดเผยหรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ในกรณีที่ผู้ให้บริการมีความจําเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ตามคําสั่งของศาล เจ้าพนักงานผู้ ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือหน่วยงานกํากับดูแลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบ ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดําเนินการ พร้อมด้วยข้อกําหนด ค่าสั่ง หมายศาล และ/หรือหมายค้นอย่างเป็นทางการ เว้น แต่เป็นกรณีที่ไม่สามารถแจ้งให้ กฟผ. ทราบล่วงหน้าก่อนดําเนินการได้ ก็ให้แจ้งให้ทราบโดยไม่ชักช้า
กําหนด
3.5 ผู้ให้บริการจะให้ความช่วยเหลือแก่ กฟผ. ในการปฏิบัติหน้าที่ของ กฟผ. ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.6 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบโดยทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ
ข้อ 4 บุคลากรของผู้ให้บริการ
4.1 ผู้ให้บริการจะจํากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดโดยให้เข้าถึงได้เฉพาะบุคลากรของผู้ให้บริการที่ จําเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการให้บริการแก่ กฟผ. เท่านั้น
ข้อ 5 การตรวจสอบ
5.1 ในกรณีที่ กฟผ. มีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการจะดําเนินการส่งมอบข้อมูลที่จําเป็น ทั้งหมดให้แก่ กฟผ. เพื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
5.2 ผู้ให้บริการจะอนุญาตให้ กฟผ. และผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลภายนอกของ กฟผ. เข้าตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ ให้บริการภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ โดย กฟผ. จะแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 7 วัน และผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือแก่ กฟผ. และผู้แทนของ กฟผ. ในการเข้าตรวจสอบดังกล่าวข้างต้น
บุคคล
ข้อ 6 การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบุคคลภายนอก และคําร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วน
6.1 ผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือแก่ กฟผ. โดยทันทีเพื่อให้ กฟผ. สามารถปฏิบัติตามกฎหมายในกรณีดังต่อไปนี้ (ก) กรณีดําเนินการตามคําร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ข) กรณีดําเนินการตามคําสั่งหรือหนังสือแจ้งให้ กฟผ. ให้ข้อมูลหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ ที่ออกโดยเจ้าหน้าที่
ผู้มีอํานาจภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.2 ผู้ให้บริการจะแจ้ง กฟผ. ทราบโดยไม่ชักช้า เมื่อได้รับคําร้องเรียนหรือได้รับแจ้งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล
6.3 ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบภายในระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับคําร้องขอใช้สิทธิจากเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล (ถ้ามี)
ๆ
6.4 ผู้ให้บริการจะไม่ดําเนินการตามคําร้องเรียน การแจ้ง การติดต่อสื่อสารใด ๆ หรือคําร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล หากไม่ได้รับคําร้องขอจาก กฟผ. เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือและให้ความ ช่วยเหลืออย่างเต็มที่แก่ กฟผ. ในการดําเนินการตามคําร้องเรียน การแจ้ง การติดต่อสื่อสารใด ๆ หรือคําร้องขอใช้สิทธิของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 7 การส่งคืนหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 ในกรณีที่ กฟผ. ร้องขอไปยังผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ให้บริการตกลงจะดําเนินการส่งมอบสําเนาและ รายงานการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการที่อยู่ในความครอบครองหรือการควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่ กฟผ. ใน รูปแบบและช่องทางในการส่งข้อมูลตามที่ กฟผ. ร้องขอ
7.2 ในกรณีที่การให้บริการสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ผู้ให้บริการจะลบและทําลายข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่มีอยู่ใน การครอบครองโดยทันที หรือหากมีคําร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. ให้ส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะส่งคืน โดยทันที และไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือแค่บางส่วนที่เกี่ยวข้องไว้ในความครอบครองหรือการควบคุมของผู้
ให้บริการต่อไป
7.3 ในกรณีที่ผู้ให้บริการจะต้องส่งคืนหรือทําลายข้อมูลหรือเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากระยะเวลาที่ กําหนดในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ เนื่องจากมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งของหน่วยงานกํากับดูแลหรือหน่วยงานราชการ กําหนดให้ดําเนินการดังกล่าวข้างต้นนั้น ผู้ให้บริการต้องแจ้งให้ กฟผ. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงข้อกําหนดดังกล่าว รายละเอียดของข้อมูลและเอกสารที่ต้องเก็บหรือทําลาย ฐานทางกฎหมายในการเก็บหรือทําลาย และกําหนดระยะเวลาในการ ลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อข้อกําหนดในการเก็บข้างต้นสิ้นสุดลง
7.4 นอกจากกรณีตามข้อ 7.3 ผู้ให้บริการจะแจ้ง กฟผ. และรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ดําเนินการทําลายข้อมูล ส่วนบุคคลภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ผู้ให้บริการได้ทําลายข้อมูลส่วนบุคคลเรียบร้อยแล้ว
8.1
ข้อ 8 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การดําเนินการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล และระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ให้บริการดําเนินการประมวลผลเพื่อการให้บริการให้เป็นไป ตามที่ปรากฏในผนวก 1
ข้อ 9 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
9.1 ผู้ให้บริการจะไม่ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ไปยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ.
9.2 ในกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟผ. แล้ว ผู้ให้บริการสามารถส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไปยังต่างประเทศได้ ทั้งนี้ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องกระทําภายใต้ข้อกําหนดของ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ ตามคําสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของ กฟผ. เท่านั้น
10.1
ข้อ 10 การรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ผู้ให้บริการจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกําหนดเพื่อป้องกันการสูญ
หาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอํานาจหรือโดยมิชอบ ทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) รวมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหาร จัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทาง กายภาพ (Physical Safeguard) ตามความเหมาะสม
ข้อ 11 การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
11.1 เมื่อผู้ให้บริการได้ทราบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ กฟผ. ทราบ ถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า และดําเนินการดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ทราบถึงการ ละเมิดหรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
(ก) ให้ข้อมูลที่จําเป็นแก่ กฟผ. เช่น คําอธิบายลักษณะของเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล จํานวนข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง บันทึกรายการกิจกรรมประมวลผลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ กฟผ. สามารถปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันภายใน ระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด รวมถึงข้อมูลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และคําอธิบาย มาตรการที่ได้ดําเนินการแล้วหรือที่จะเสนอให้ดําเนินการเพื่อลดผลกระทบและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
(ข) ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับ กฟผ. และดําเนินการใด ๆ ตามที่ กฟผ. กําหนด เพื่อช่วยในการดําเนินการตรวจสอบ
บรรเทา และเยียวยาความเสียหายอันเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
11.2 ผู้ให้บริการจะไม่เปิดเผยการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นใดทราบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์ อักษรจาก กฟผ. ก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
11.3 ผู้ให้บริการจะชดใช้บรรดาค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการดําเนินการใด ๆ เพื่อจัดการการละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ กฟผ. ในกรณีที่ผู้ให้บริการหรือบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเป็นผู้ก่อให้เกิดการละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวนั้น
ข้อ 12 คํารับรอง
ผู้ให้บริการขอรับรอง ดังนี้
12.1 ผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่นใดที่ดําเนินการในนามของผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ ข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
12.2 บุคลากรทุกคนของผู้ให้บริการที่จําเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในนามของผู้ให้บริการ เพื่อการให้บริการต่อ กฟผ. เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
12.3 ผู้ให้บริการตกลงจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอต่อ การปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 13 การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
13.1 ผู้ให้บริการจะชดใช้และปกป้อง (โดยผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง) กฟผ. รวมทั้งผู้รับโอนสิทธิ ผู้รับมอบอํานาจ กรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน และผู้ปฏิบัติงานของ กฟผ. จากความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิด หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นต่อ กฟผ. หรือในกรณีที่ กฟผ. จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติ ตามข้อตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้หรือตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการละเมิดคํารับรองของผู้ให้บริการ หรือกรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน พนักงาน ตัวแทน ผู้ให้บริการช่วง ผู้รับเหมา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นของผู้ให้บริการ
ๆ
ข้อ 14 ระยะเวลาและการสิ้นสุดข้อตกลง
14.1 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตราบที่ผู้ให้บริการยังคงประมวลผลหรือเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่
เกี่ยวข้องไว้ในความครอบครองหรือการควบคุม
14.2 ข้อกําหนดใด ๆ ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่ว่าจะได้ระบุโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ซึ่งควรมีผลใช้บังคับหรือยังคง มีผลใช้บังคับต่อไปถึงแม้ว่าการให้บริการสิ้นสุดลงแล้ว เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีผลใช้บังคับต่อไป
14.3 กรณีที่ผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงอันเป็น สาระสําคัญ โดย กฟผ. ไม่ต้องมีความรับผิดหรือมีหน้าที่ใด ๆ เพิ่มเติมอีก
ข้อ 15 การระงับข้อพิพาท
15.1 ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท หรือการเรียกร้องใด ๆ โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานกํากับดูแลที่เกี่ยวข้องกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงข้อพิพาทหรือการ
เรียกร้องที่เกิดขึ้น และจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายในเวลาที่เหมาะสม
กรณีที่มีปัญหาข้อพิพาทเกิดขึ้นจากบันทึกข้อตกลง หรือเกี่ยวเนื่องกับบันทึกข้อตกลง การตีความบันทึกข้อตกลง การผิด ข้อตกลงหรือการเลิกข้อตกลงนั้น ให้ทั้งสองแต่งตั้งตัวแทนผู้รับมอบอํานาจเพื่อเจรจายุติข้อพิพาทร่วมกัน หากผู้แทนทั้งสอง ฝ่ายไม่สามารถยุติข้อพิพาทดังกล่าวได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้เริ่มต้นเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท หรือภายในระยะเวลาที่ได้ ขยายออกไปตามที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคําร้องหรือคําฟ้องต่อศาลที่มีเขตอํานาจในประเทศไทย ใน
ระหว่างรอคําพิพากษาของศาลทั้งสองฝ่ายยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
เพื่อเก็บข้อมูลของผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
ผนวก 1 รายละเอียดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ลักษณะและวัตถุประสงค์ของการประมวลผล
ข้อมูลส่วนบุคคล
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล
ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
การดําเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลการติดต่อ เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ ที่อยู่ ตําแหน่ง
รายละเอียดช่องทางการติดต่อ อีเมล
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง เก็บเป็นข้อมูลผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง 1 ครั้งต่อปี