จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการรปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ 8

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะ 69069416802
฿632,600 ปีงบ 2569 ประกาศ 8 ก.ค. 2569 เชียงใหม่
รายละเอียดการจ้าง

โครงการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) ณ บ้านธิ หมู่ที่ 8 ตำบลแม่คะ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวให้สามารถใช้งานได้ตามปกติอย่างปลอดภัย และเพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมสายหลักภายในหมู่บ้านสำหรับการขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่ท้องตลาด โดยมีงบประมาณจัดสรรจำนวน 632,600.00 บาท ดำเนินการโดยกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะ

ขอบเขตของงานประกอบด้วย งานปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดความกว้าง 4.00 เมตร ความยาว 250.00 เมตร และความหนา 0.05 เมตร (หลังบดอัดแน่น) งานเตรียมและทำความสะอาดผิวทางเดิม รวมถึงงานปะซ่อมผิวทางเดิม (Deep Patching / Skin Patching / Levelling) ตามสภาพหน้างานจริง และงานทำ Tack Coat ด้วยยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 นอกจากนี้ยังมีงานตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางโดยใช้สีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงสีเหลืองและสีขาว ขนาดความกว้าง 0.10 เมตร คิดเป็นพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 75.00 ตารางเมตร

ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน และส่งตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยกำหนดระยะเวลาการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน มีการจ่ายเงินค่าจ้างเพียงงวดเดียวเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ และมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี

English summary

The project involves the road surface improvement using asphaltic concrete on the route to Wat Suan Dok Bua Nak (continuation) at Ban Thi, Moo 8, Mae Kha Subdistrict, Fang District, Chiang Mai Province. Initiated by the Mae Kha Subdistrict Administrative Organization, the project aims to repair the local main road to ensure safety and facilitate agricultural transportation. The scope of work includes paving an asphaltic concrete surface with a width of 4.00 meters, a length of 250.00 meters, and a thickness of 0.05 meters, along with applying thermoplastic traffic lane markings covering an area of at least 75.00 square meters. The total budget is 632,600.00 Baht. The construction must be completed within 90 days, with a single payment term and a 2-year warranty period.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมถนนสายทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ 8 ให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพตามปกติ
  • เพื่อปรับปรุงเส้นทางคมนาคมสายหลักภายในหมู่บ้าน และอำนวยความสะดวกในการขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่ท้องตลาด

ขอบเขตของงาน

  • งานเตรียมผิวทางเดิม: ทำความสะอาดพื้นผิวทางเดิมให้ปราศจากฝุ่น ผง และหินที่หลุดร่อน รวมถึงการทำ Deep Patching (ขุดซ่อมลึกถึงชั้นโครงสร้างทาง), Skin Patching (ปะซ่อมผิวหน้า) หรือ Levelling (ปรับระดับผิวทางเดิมที่ยุบตัว) ตามสภาพความชำรุดเสียหายของหน้างานจริง
  • งาน Tack Coat: ราดยางแอสฟัลต์อิมัลชันชนิด CRS-2 ในอัตราส่วน 0.10 - 0.30 ลิตรต่อตารางเมตร บนผิวทางเดิมเพื่อยึดเหนี่ยวชั้นผิวทางใหม่
  • งานผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต: ปูผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาดกว้าง 4.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร (5 เซนติเมตร)
  • งานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง: ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร (เส้นกลางสีเหลือง และเส้นขอบทางสีขาว) กว้าง 0.10 เมตร โดยใช้สีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 75.00 ตารางเมตร
  • งานทำความสะอาดและเคลียร์พื้นที่: ทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างให้อยู่ในสภาพที่สะอาดเรียบร้อยหลังเสร็จสิ้นโครงการ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผลงานถนนผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่บดอัดแน่นเรียบร้อย กว้าง 4.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร ผิวเรียบสม่ำเสมอตามมาตรฐานงานทาง
  • งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสง พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 75.00 ตารางเมตร
  • รายงานผลการทดสอบทางวิศวกรรม ได้แก่:
    • ผลการออกแบบส่วนผสม (Job Mix Design) ที่มีวิศวกรลงนามรับรอง
    • ผลการทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshal Density
    • ผลการเจาะทดสอบความหนาของผิวทาง (Core Test) ทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร
  • พื้นที่ก่อสร้างที่ได้รับการทำความสะอาดและปรับปรุงสภาพให้เรียบร้อยหลังเสร็จงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง: แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาหรือได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน
  • การส่งแผนปฏิบัติงาน: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การส่งวัสดุเพื่อตรวจสอบ: ผู้รับจ้างต้องประสานงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ อบต.แม่คะ ณ วันประกาศ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    • กรณีเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต้องแนบสำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SMEs
  • Standards Compliance:
    • วัสดุและวิธีการก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท (มทช.230-2563, มทช.227-2562, มอก.542, มอก.543)
  • Experience:
    • ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะดำเนินการจัดจ้างในครั้งนี้ (งานก่อสร้าง/ปรับปรุงผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต) ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ อบต.แม่คะ เชื่อถือ
  • Previous Project Cost:
    • ต้องมีผลงานในวงเงินไม่น้อยกว่า 189,780.00 บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยแปดสิบบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวเท่านั้น
  • Technical Capabilities:
    • ต้องสามารถเสนอ Job Mix Design พร้อมวิศวกรลงนามรับรอง และจัดเตรียมเครื่องมือทดสอบอุณหภูมิแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหน้างาน
  • Personnel:
    • ต้องมีวิศวกรลงนามรับรองในผลการออกแบบส่วนผสม (Job Mix Design)

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาตัดสินใจคัดเลือกข้อเสนอจะใช้ เกณฑ์ราคา (Price Criterion)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • แอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete):
    • อุณหภูมิขณะผสมที่โรงงานต้องอยู่ที่ 176 ± 10 องศาเซลเซียส
    • อุณหภูมิขณะขนส่งถึงสถานที่ก่อสร้างต้องไม่น้อยกว่า 140 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิขณะปูบนพื้นทางต้องไม่น้อยกว่า 121 องศาเซลเซียส
    • การบดอัดทับครั้งแรกต้องใช้อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 140 องศาเซลเซียส บดทับด้วยรถบดล้อเหล็ก 8-10 ตัน และตามด้วยรถบดล้อยาง 10-12 ตัน ความแน่นหลังบดอัดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshal Density
  • Tack Coat: ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10 - 0.30 ลิตร/ตารางเมตร และต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมงก่อนปูผิวทางชั้นต่อไป
  • สีเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic):
    • ต้องเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐาน มอก. 542 ระดับ 1 มีส่วนผสมของลูกแก้วสะท้อนแสงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก
    • ความหนาของเส้นจราจรเมื่อแห้งต้องไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร
    • ต้องโรยลูกแก้วสะท้อนแสง (มอก. 543) บนเส้นในอัตราส่วน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างเพียงงวดเดียว (100%) เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ รวมถึงทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างเรียบร้อย และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ: ปรับในอัตราตายตัวร้อยละ 0.25 ของวงเงินตามสัญญาจ้างต่อวัน หากทำงานไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนด
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: รับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน โดยผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินการแก้ไขภายใน 7 วันนับจากได้รับแจ้งเป็นหนังสือ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: อุณหภูมิของแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเมื่อขนส่งถึงหน้างานต้องมีค่าเท่าใด?
    A: ต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 140 องศาเซลเซียส และผู้รับจ้างต้องเตรียมเครื่องมือมาทดสอบอุณหภูมิด้วย
    • Q: หลังจากบดอัดผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเสร็จแล้ว ต้องทิ้งไว้นานเท่าใดจึงจะเปิดใช้งานจราจรได้?
      A: ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวทางเย็นตัวและเซ็ตตัวเต็มที่ก่อนเปิดการจราจร
    • Q: หากพบว่าผิวทางเดิมชำรุดเสียหายลึกถึงชั้นโครงสร้างทาง จะต้องแก้ไขอย่างไรก่อนปูผิวทางใหม่?
      A: ต้องทำการขุดซ่อมผิวทางเดิมแบบ Deep Patching โดยขุดรื้อชั้นที่เสียหายออกแล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพ บดอัดให้ได้ความแน่นตามมาตรฐานก่อนปูผิวทาง
    • Q: การทำ Tack Coat บนผิวทางเดิมใช้ยางประเภทใดและมีปริมาณการใช้เท่าใด?
      A: ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ในปริมาณ 0.10 ถึง 0.30 ลิตรต่อตารางเมตร
    • Q: งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกต้องมีความหนาของเส้นเมื่อแห้งเท่าใด?
      A: ต้องมีความหนาเมื่อแห้งไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร
    • Q: ผู้รับจ้างต้องทำการเจาะเก็บตัวอย่างผิวทาง (Core Test) เพื่อทดสอบความหนาและความแน่นในอัตราส่วนเท่าใด?
      A: ต้องเจาะเก็บตัวอย่างทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง (หรือ 3 ก้อนในแนวตั้งฉาก) เพื่อหาค่าเฉลี่ยความหนาและความแน่นในสนาม
    • Q: ค่าความแน่นในสนาม (Field Density) ของผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่บดอัดแล้วต้องได้เท่าใด?
      A: ต้องมีความแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshal Density
    • Q: ก่อนเริ่มงานปูยางมะตอย ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการล่วงหน้าอย่างไร?
      A: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน (24 ชั่วโมง) และต้องได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการ หากฝ่าฝืนอาจถูกสั่งให้รื้อถอนหรือแก้ไข
    • Q: ข้อกำหนดเรื่องการผสมลูกแก้วสะท้อนแสงในสีเทอร์โมพลาสติกมีรายละเอียดอย่างไร?
      A: ต้องมีลูกแก้วผสมในเนื้อสีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก และต้องโรยลูกแก้วสะท้อนแสงบนเส้นเพิ่มในอัตรา 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
    • Q: การเสนอ Job Mix Design มีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง?
      A: ผู้รับจ้างต้องเสนอ Job Mix Design ที่มีวิศวกรลงนามรับรอง และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนเริ่มดำเนินการปูผิวทาง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

อ.ฝาง
อบต.
แม่ ค.
2.เชียงใหม่
แบบก่อสร้าง อบต.แม่คะ 15/2569
แบบ โครงการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ 8
สถานที่ก่อสร้าง หมู่ที่ 8 บ้านธิ ตําบลแม่คะ อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
กองช่าง องค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ
อําาเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ที่ตั้งโครงการ
เหมืองน
18
Ban Seri Mafusong นนดินแดง
Bån San Din Daemo แมสแล
Wat Med Siliate
ช่วยล้าง
Jan Huai Kang
บาน

  • Han Thi
    วัดโปงทรายคี
    Wat Pong Sai Kliam
    }
    อไหร่
    経営
    เจม
    t.mteye
    & Nat
    B
    แผนที่ประเทศไทย
    NOT TO SCALE

    ลําดับที
    2
    แบบเลขที
    DUR. KLİPS 15/2568
    201
    10~602-1104
    flang
    จุดที่ตั้งโครงการ
    พิกัด Lat=19.828999, Long99.190133
    แผนที่โดยสังเขป
    NOT TO SCALE
    สารบัญแบบ
    รูปย
    แปด
    8.เชียงใหม่
    กองช่าง
    องค์การบริหารส่วนตาบลแม่คะ
    โครงการ :
    ปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกวาส ( อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ 8
    สถานที่ :
    หมู่ที่ 8 บ้าน
    ต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
    เขียนแบบ :
    (นายอรรถพันธ์ ทาทอง ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    (นายน
    คม เกษมรัตน์) ผู้อ้านวยการกองช่าง
    แบบแสดง
    แผ่นที่
    รวม
    โครงการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวมาศ (ต่อจากเดิม) บ้าน หมู่ที่ 3
    01-04
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    ผ่าน:
    เห็นชอบ:
    นายนฤดม เกษมรัตน์ ผู้อํานวยการกองช่าง
    สาวการโกศ โคราช)
    รอป องค์การหารส่วนตําบล รักษาราชการแทน
    การหารส่วนตําบลแม่คะ
    94,100
    101,52
    อนุมัติ :
    ร.ต.ท.
    (สมศักดิ์ ใจสม นายกองค์การบริหารส่วนตาบลแม่คะ
    วันที่ :
    วันที่ 1 สิงหาคม 256
    มาตราส่วน: NO SCALE
    แบบเลขที่:
    แผ่นที่ : 02
    อบต.แม่คะ 1/2560
    จํานวนแผ่น : 14
    รายละเอียด
    ไม่ปานล่าง
    แผนที่โดยสังเขป
    วางกง ว
    บ้านธิ หมู่ที่ 8
    จุดเริ่มต้นโครงการ
    1Яña Lat-19.828999, Long-99.190133
    แผนที่โดยสังเขป
    riot to scale
    หน
    จุดสิ้นสุดโครงการ
    พิกัด Lat==19.827949, Long-99,192273
    ช ปาน โส
  • งานปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 4.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร - งานตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร ใช้สีเทอร์โมพลาสติก พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 75.00 ตารางเมตร
    ไฟขัน
    ทิศเหนีย
    รายการประกอบแบบ
    ข้อกําหนดในการก่อสร้างและวัสดุที่ใช้ในงานแอสฟัลท์
    หมวด : แอสฟัลท์
    1.1 Asphaltic Concrete ต้องมีมาตรฐานตามที่กําหนด
    1.2 แอสฟัลท์ติกคอนกรีตจะต้องมีอุณหภูมิ 176 + 10°c
  1. 09 PRIME COAT 189 TACK COAT
    2.1 ต้องทําความสะอาดพื้นผิวที่จะทํา PRIME COAT หรือ TACK COAT ให้สะอาดปราศจากฝุ่น ผง และหินที่หลุดร้อน
    2.2 PRIME COAT ให้ใช้มาตรฐานไพรมโคท ต้องให้วัสดุผิวหน้าของพื้นทางเกาะยึดได้ดี และป้องกันมิให้ไหลซึมเข้าได้ 2.3 TACK COAT ให้ใช้มาตรฐานเทคโคท ราดบนพื้นทางเดิม เพื่อยึดเหนี่ยวชั้นผิวทาง หรือแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
    3.การปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
    3.1 ก่อนปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีตจะต้องทําความสะอาดพื้นผิวที่จะให้สะอาด ปราศจากสิ่งสกปรกฝุ่น ผง ต่างๆ
    3.2 การบดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติให้เป็นไปตาม ม.313 : มาตรฐานงาน แอสฟัลต์คอนกรีต ทั้งนี้อุณหภูมิในการปิดทับชั้นต้น (Inital or Breakdown Rolling) ต้องไม่ต่ํากว่า 140 องศาเซลเซียส หรือตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิต ส่วนขั้นตอนการปิดทับชั้นกลาง (Intermediate Roling) และการปิดทับขั้นสุดท้าย
    (Finish Rolling) ให้ดาเนินการโดยต่อเนื่องทันที
    3.3 ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการแยกตัวของส่วนผสม และควบคุมไม่ให้สารอื่นปะปน อันทําให้คุณภาพของแอสฟัลท์ติก
    คอนกรีตเสียไป
    3.4 ห้ามทําการปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีตในขณะที่มีฝนตก และในพื้นที่ ที่ยังมีน้ําขังอยู่
    3.5 อุณหภูมิของแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ขนส่งถึงสถานที่ก่อสร้างต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 140 °C ผู้รับจ้างต้องเตรียม
    เครื่องมือมาเพื่อทําการทดสอบด้วย
    3.6 แอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ปูและบดอัดเสร็จเรียบร้อยจะต้องมีผิวเรียบสม่ําเสมอโดยตลอดความหนาถูกต้องตามรูปแบบ 3.7 แอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่บด เรียบร้อยแล้วต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่งโมง จึงจะเปิดใช้งานได้
    3.8 ในกรณีแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหนากว่า 5 ชม. เมื่อบดอัดแล้วก่อนปูชั้นต่อไปต้อง TACK COAT ก่อนและทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ก่อนทําการปูชั้นต่อไป
    3.9 ผู้รับจ้างต้องส่งผลการวิเคราะห์ ด้านคุณภาพของส่วนผสมต่างๆ และต้องเก็บตัวอย่างเพื่อทําการทดสอบ โดยสถาบัน
    ทดสอบทีเอถือได้
  • ก่อนทําการปูยางทุกครั้ง ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบล่วงหน้าอย่างน้อย
    1 วัน (24 ชั่วโมง) และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อน จึงจะสามารถทําการ
    ปูยางได้ หากปรากฏว่าผู้รับจ้างเทคอนกรีตโดยไม่ได้รับอนุญาต จากผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    ผู้รับจ้างต้องทําการรื้อถอนหรือแก้ไขตามดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    อบต.
    0.414
    แม่ดู
    ม.เชียงใหม่
    กองช่าง องค์การบริหารส่วนตาบลแม่คะ
    โครงการ :
    ปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอส โล คอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม
    บ้าน หมู่ที่ 8
    สถานที่ :
    หมู่ที่ 8 บ้าน
    ต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
    เขียนแบบ:
    HEET :
    Àาน:
    (นายอรรถพันธ์ หาทอง) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    (นายน
    ดื่ม เกษมรัตน์ ผู้อําานวยการกองช่าง
    (นายน ต้น เกษมรัตน์ ผู้อําานวยการกองช่าง
    เห็นชอบ: 22
    นางสาวการนิเทศ ไคร้จ่าย)
    รองปลัดองค์การบริหารส่วนตําบล รักษาราชการแทน
    ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ
    อนุมัติ :
    ร.ต.ท.
    (สมศักดิ์ ใจสม) นายกองค์การบริหารส่วนตาบลแม่คะ
    วันที่ :
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558
    มาตราส่วน: NO SCALE
    แบบเลขที่:
    แผ่นที่ : 03
    อบต.แม่ตะ 15/2560
    จํานวนแผ่น : 04
    อบต.
    แปด
    ระดับดิน ม
    SIDE SLOPE
    ผิวจราจร
    4.00
    ครึ่งผิวจราจร
    ตรงผิวจราจร
    2.00
    2.00
    2.5%
    2.5%
    SIDE SLOPE
    าผิวทางแบบ ASPHALTIC CONCRETE หนา 5 ชม.
    ทํา TACK COAT Ēวทางเดิม
    โครงสร้างทางเดิม
    รูปตัดโครงสร้างทาง
    ข้อกําหนดในการเสริมผิวทางพาราแอสฟัลติกคอนกรีต
    ลําาดับที่
    ผิวทาง
    รายการ
    อ าหนด
    อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลติกคอนกรีต ASPHALTIC CONCRETE "
    มทช.230-7563 ของกรมทางหลวงชนบท
    รายการซ่อมสร้างผิวทางพาราแอสฟัลติกคอนกรีต
  1. ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดและโครงสร้างไม่แข็งแรง ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีให้ทํา SKIN PATCHING หรือ Levlling

ให้เรียบร้อยเสียก่อน
3. ทํา TACK COAT ผิวทาง
4. ทําผิวทางแบบ ASPHALTIC CONCRETE และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร 5. งานตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร โดยเส้นกลางใช้สีเทอร์โมพลาสติกสีเหลืองู
ขนาดกว้าง 0.10 เมตร ความยาวตลอดสายทาง และเ
ใช้สีเทอร์โมพลาสติกสีขาว ขนาดกว้าง 0.10 เมตร
หมายเหตุ
ง งสองข้าง

  1. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้าน เรขาคณิตและด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะ ดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
  2. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทํา การตอนใดก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทาง เชื่อมเข้าสถานที่ราชการ อาคารสาธารณะและบริเวณทางแยกสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง โดยการดําเนินการบริเวณดังกล่าวจะต้องมี ขั้นตอนการดําเนินงาน และคุณสมบัติของวัสดุเช่นเดียวกับทางสายหลัก
    พร้อมทั้งมีความหนาเฉลี่ยไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับทางสายหลักที่กําหนด ไว้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  3. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ใน
    แบบ สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลัก กิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
  4. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 1, 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณ
    งานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
  5. กําหนดให้ผู้รับจ้างดําเนินการเสนอ Jop Mix Design พร้อมวิศวกรลงนามรับรอง
    โดยให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนดําเนินการ
    0.10
    เชียงใหม่
    กองช่าง องค์การบริหารส่วนตาบลแม่คะ
    โครงการ :
    ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม)
    บ้าน หมู่ที่ 8
    สถานที่:
    หมู่ที่ 8 บ้านธิ
    ต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
    เขียนแบบ:
    (นายอรรถพันธ์ หาของ ผู้ช่วยนายช่างโยก
    (นายน ดั่ม เกษมรัตน์ ผู้อําานวยการกองช่าง
    PS4 :
    ลง
    2
    TACK COAT
    3
    เส้นแบ่งทิศทางจราจร
    อ้างถึง " มาตรฐานงานเทคโค้ท (TACK COAT) " มท.227-2562 อ้างถึง " มาตรฐานงานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจร "
    งานเสริมผิว PARA ASPHALTIC CONCRETE
    NOT TO SCALE
    ผ่าน:
    เห็นชอบ :
    นายน
    ด่น เกษมรัตน์ ผู้อําานวยการกองช่าง
    สาวการ เทศ ไคร้จ่าย)
    รองปลัดองค์การบริหารส่วนตําบล รับราชการแทน!!
    ปลัดองค์การบริหารส่วนด่านแม่ตะ
    อนุมัติ :
    ร.ต.ท.
    (สมศักดิ์ ใจสม) นายกองค์การบริหารส่วนตาบลแม่คะ
    วันที่:
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558
    มาตราส่วน:
    NO SCALE
    รายละเอียด
    คุณสมบัติวัสดุ วิธีการก่อสร้างตามแบบ ตามมาตรฐานงาน ตามข้อกําหนดแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบท
    แบบและที่ :
    แผ่นที่ : 04
    อบต.แม่คะ 15/2569
    จํานวนแผ่น : 04
    ระดับเกินเม
    SIDE SLOPE
    Slope
    Ө
    รูปตัดโครงสร้างทาง 1
    ระดับ ไ
    SIDE SLOPE
    ไหล่ทาง
    Slope
    Arr
    ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
    Slope
    Slope
    SIDE SLOPE
    ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม
    โครงสร้างทางเดิม
    ใหล่ทาง
    SIDE SLOPE
    ทาผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
    รายการประกอบแบบ
  6. ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
  7. ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
    ให้เรียบร้อยเสียก่อน
  8. ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
  9. ท่า TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
  10. ทาผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  11. ท่าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  12. รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
    และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
    ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  13. ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
    ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
  14. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรตื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
    ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  15. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7.8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  16. งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
  17. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    หมายเหตุ
    แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3 ม. ปร.3/2546) และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
    รูปตัดโครงสร้างทาง 2
    ข้อกําหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    Ө
    ลําดับที
    รายการ
    ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    ลางง
    2
    ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
    อาง ง
    3
    TACK COAT
    อ้างง
    4
    การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
    อ้างอิง
    ข้อกําหนด

    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230–2545
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    "
    尊齉
    NN1230-2545
    มาตรฐานงานแทคโคท มทช.227-2545

    แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ท -3-110(1) 110(4)
    ตามทางหลวมบท
    แบบมาตรฐานงานทาง
    สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    แบบเลขที่ ท –7-201
    แผ่นที่ 94
    ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
  18. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
    และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
  19. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
    หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
  20. งานดินถนนทาง
    3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมดินทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินดินทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
    มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดแน่น
    3.3 การถมดินทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Standard Proctor Density
  21. งานชั้นรองพื้นทาง
    4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือดินทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
    เดดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Modified Proctor Density
  22. งานชั้นพันทาง
    5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มท.ช. 203–2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify)
    ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
    ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
    5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
    Steve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
    5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  23. งาน Prime Coat n11225-2545
    6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด HC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80–1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    5.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก
  24. งาน Tack Coat มา227–2545
    7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS–2 ปริมาณการใช้ 0.10–0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    7.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
    7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป
  25. งานแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.1 พื้นผิว จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มทร. 223-2545 หรือ Tack Coat ตาม มาช 227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
    8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแต่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแต่งอีกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร
    อาจแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปรวมไปพร้อมกันกับ การปูในทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชิ้นๆ หนาไม่เกินชิ้นละ 50 มิลลิเมตร
    8.4 ผิวฟันสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องชุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
    ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
    8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีคุณภูมิไม่น้อยกว่า 132C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ท่าการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มาช (1) 607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
    และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
    3.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเงียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว
    โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
    8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ แอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้มาทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
    8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ต้น ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
    9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
    9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สมาคม
    ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Puli) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
    (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
    9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
    หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
    นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    3.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
    เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
    1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshal Density
    8.4 การซ่อมหลุมเจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม
    ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 c ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
    ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
    เกมทางหล
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ 19-7-601
    แผ่นที่ 100
    ทาง
    คันทางทิม
    หินคลุกชั้นพื้นทาง
    ลูกรังกรณีที่ชั้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อค้นทางเติมถึงชั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
    DEEP PATCH
    ค้นทางเดิม
    ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
    PRIME COAT
    COLD MIX via HOT MIX
    SKIN PATCH
    ผิวทาง
    COLD MIX หรือ HOT MIX
    TACK COAT
    LEVELLING
    ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  26. งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
    เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานขุดขึ้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงขั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
    วิธีการก่อสร้าง
    1.ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงขั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  27. ทําการปิดทับค้นทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุค้นทางนั้นๆ
    3.ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT : 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการปิดทับด้วยเครื่องมือปิดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
    โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
  28. เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
  29. การก่อสร้างชื้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
    เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
    ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดได (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
    วิธีการก่อสร้าง
  30. ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  31. ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม 3.ท้า PRIME COAT
  32. ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
  33. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
  34. การก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    3.งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
    เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
    เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวชุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง
    1.ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
  35. ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
  36. ท่า TACK COAT
  37. ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
  38. บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
    หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
    6.ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
    กรมเหลวน
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําาหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ พล–7–6502
    แผ่นที่ 101
    "
    ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
  39. วิธีดําเนินการจัดทํา
    1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด
    การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
    รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
    1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
    1.3
    :
    การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้ วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
    1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชิ้น
    ขึ้นไปต้องรอให้ขึ้นแรกแห้งเสียก่อน
  40. ข้อกําหนดคุณสมบัติ
    2.1 จราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
    415 อัตราคร ชนิดที่ 2
    2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจร โดยวิธีพ่น รีด หรือปากลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400–500 กรัมต่อตารางเมตร
    2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    บอก 543 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์
    2.4 วัสดุรองพื้น (Tack Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
  41. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    3.1 ความหนา
    ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    Key วัสดุเทอร์โมพลาสติก
    ม 415–2541 ชนิดที่ 2 มค 542-2530ระดับ 1
    พื้น
    น ไ หรือน่ากล
    รายการที่ก้าหนด
    1.1 ข้อกําหนด
  42. Ing.
    1.2 การใช้งาน
  43. ดวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
    2.1 ความหนา เมือแห่ง, มิลล
    รี หรือบ่หลาก
    2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรคจากเครื่อง) กรัม/ตร.น
  44. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
    3.1 ความหนา แห่ง, มิลลิเมตร
    การมองเห็นในเวลา คางคืน 3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medi
    สีเหลือง
    1
  45. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
    การมองเห็นในเวลากลางคืน
    4.1
    4 :
    4.1.1 (194#1914 (Retroreflectivity), mod.lx 7 m
    สีบร
    เหลียง
  46. ระยะเวลาประกัน
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100
    มหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น
    จะผ่าน เมื่อพ่นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
    (1) สีจราจร ( Traffic Paint ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
    (2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    3.2 ค่าแฟคเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor)
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
    ≥ 0.2
    2 3.0
    ≥ 3.0
    2 400
    2400
    2 0.2
    2.3.0
    2 300
    2 300

200
2 200
6 เดือน 1 ครั้ง 12 เดือน 1 ครั้ง
12 เดือน : ทั้ง 2 เดือน 1
2 180 2100
2 150 2100
12 เดือน
24 เลน
กะ ทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 10-3-110 (4)
แผ่นที่ 52
รายละเอียดการจัดทําแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
โครงการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ 4 ตามแบบองค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ บ้านธิ หมู่ที่ 4
๑) ความเป็นมา
คําบลแม่คะ อําาเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ตามประกาศองค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ เรื่อง การโอนงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙ (ครั้งที่ ๑๒) อนุมัติเมื่อ วันที่ ๑๖ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ โครงการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอส ฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ ๘ กว้าง ๔ ม. ยาว ๒๕๐ ม. หนา ๐.๐๕ ม. ตําบลแม่คะ อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ ๒๓๒,500.00 บาท (หกแสนสามหมื่นสองพันหก ร้อยบาทถ้วน-)
๒)วัตถุประสงค์
ท้องตลาด
๒.๑ เพื่อปรับปรุง/ซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
๒.๒ เพื่อปรับปรุงเส้นทางสายหลักภายในหมู่บ้านและเพื่อการขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่
๓)คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอราคา
๑) มีความสามารถตามกฎหมาย
๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓) ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๔) ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา
๑๐๘ วรรคสาม
๕) ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกแจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐๙
๖) คุณสมบัติหรือลักษณะตามต้องห้ามอื่นตามที่ค
ราชกิจจานุเบกษา
นตามที่คณะกรรมการ นโยบายประกาศกําหนดใน
๗) เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกาศราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๔) ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้าข้อเสนอให้แก่ องค์การบริหารส่วน ตําบลแม่คะ ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ วันยื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการ ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้
-10-
๙) ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๑๐) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จะดําเนินการจัดจ้างในครั้งนี้ ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๑๘๙,๗๘๐.๐๐ บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยแปดสิบบาทถ้วน) เป็นผลงานในสัญญา เดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับ เรียบร้อยแล้ว ระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี ซึ่งผลงานดังกล่าวเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ องค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะเชื่อถือ
๑๑) ผู้ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่กิจการร่วมการค้าได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคลใหม่ กิจการร่วมค้าจะต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในขอบเขตของงาน และการยื่นข้อเสนอให้ยื่นข้อเสนอในนาม
“กิจการร่วมค้า”
กรณีที่กิจการร่วมค้าไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ นิติบุคคลแต่ละนิติบุคคลที่เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในขอบเขตของงาน เว้นแต่ ในกรณีที่กิจการร่วมค้า
ได้มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรกําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ หลักในการเข้าเสนอราคา และแสดงหลักฐานดังกล่าวมาพร้อมการยื่นข้อเสนอ กิจการร่วมการค้านั้น สามารถ
ใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอได้
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ สําหรับข้อตกลง
ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือ ชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
ทั้งนี้ “กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่" หมายความว่า กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียน เป็นนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
๑๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (SMEs) ให้แนบสําเนา
ใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (SMEs) ด้วย
๑๓) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
Pa
๑๔) ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ๑๐) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๔) แบบรูปรายการ หรือ คุณลักษณะเฉพาะ
โครงการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ ๘ กว้าง ๔ ม. ยาว ๒๕๐ ม. หนา ๐.๐๕ ม. ตามแบบองค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ ตําบลแม่คะ อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
๕) กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
กําหนดระยะเวลาดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาหรือ กําหนดให้ปฏิบัติงาน และต้องทําความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างให้อยู่ในสภาพที่สะอาดเรียบร้อยดี
๖) หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
การพิจารณาผลยื่นข้อเสนอครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ จะพิจารณาตัดสินใจโดยใช้
เกณฑ์ราคา
๗) วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
วงเงินงบประมาณ ๖๓๒,๖๐๐.๐๐ บาท (หกแสนสามหมื่นสองพันหกร้อยบาทถ้วน) ตามจาก ประกาศองค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ เรื่อง การโอนงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ ๒๕๖๙ (ครั้ง ที่ ๑๒) อนุมัติเมื่อ วันที่ ๑๖ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ โครงการปรับปรุงผิวจราจรด้วยแอสฟัลท์ติกคอนก รีต ทางไปวัดสวนดอกบัวนาค (ต่อจากเดิม) บ้านธิ หมู่ที่ 4 กว้าง ๔ ม. ยาว ๒๕๐ ม. หนา ๐.๐๕ ม. ตําบลแม่ คะ อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
๔) งวดงานและการจ่ายเงิน
กําหนดการจ่ายเงินค่าจ้างเพียงงวดเดียว เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จ รวมทั้งทํา สถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ตามที่กําหนดไว้ในเงื่อนไขตามสัญญา และคณะกรรมการได้ตรวจรับพัสดุ
ในงานจ้างก่อสร้าง ไว้เรียบร้อยแล้ว
๗) อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ใน ข้อ ๕ และองค์การบริหารส่วน ตําบลแม่คะยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่องค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ ในอัตรา ตายตัวร้อยละ ๐.๒๕ ของวงเงินตามสัญญาจ้างต่อวัน
๑๐) การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างงานจ้าง ซึ่งได้ทําข้อตกลงเป็นหนังสือ หรือสัญญาจ้างแล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความ ชํารุดบกพร่องของงานจ้างดังกล่าวที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่องค์การบริหาร ส่วนตําบลแม่คะได้รับมอบงานดังกล่าว ซึ่งความชํารุดบกพร่อง หรือเสียหายนั้น เกิดจากความชํารุดบกพร่อง ของผู้รับจ้าง อันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้อง ตามมาตรฐานแห่ง หลักวิชาชีพ ผู้รับจ้างจะต้องรีบทําการแก้ไข ให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างบิดพลิ้ว ไม่กระทําดังกล่าว ภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ ว่าจ้าง หรือไม่ทําการแก้ไข ให้ถูกต้องเรียบร้อย ภายในเวลาที่ ผู้ว่าจ้างกําหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะกระทําการ นั้น หรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
๑๑) หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ
กองช่าง องค์การบริหารส่วนตําบลแม่คะ
โทรศัพท์ ๐-๕๓๙๖-๙๐๖๗
คณะกรรมการกําหนดแบบรูปรายการงานก่อสร้าง

(ลงชื่อ)
ประธานกรรมการ
(ลงชื่อ)
(นายณัฐพงศ์ ฟูคํา)
รองปลัดองค์การบริหารส่วนตําบล
(นายนฤดม เกษมรัตน์)
ผู้อํานวยการกองช่าง
กรรมการ
(ลงชื่อ)
กรรมการ
(นายอรรถพันธ์ ทาทอง)
ผู้ช่วยนายช่างโยธา