ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
เทศบาลนครบุรีรัมย์มีความประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมในเขตพื้นที่ชุมชนต้นสัก โดยเป็นการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการเตรียมผิวจราจรเดิมและก่อสร้างชั้นพื้นทางดินซีเมนต์โดยวิธีหมุนเวียนวัสดุชั้นทางมาใช้ใหม่ในที่ (Pavement In-Place Recycling) ซึ่งต้องมีการทดสอบค่ากำลังรับแรงอัด (UCS) และความแน่น (Compaction Test) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน มทช. หลังจากนั้นจะดำเนินการราดยาง Prime Coat และ Tack Coat เพื่อยึดเกาะ ก่อนจะปูผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) หนา 0.05 เมตร ความกว้างผิวจราจรผันแปรตามสภาพพื้นที่ประมาณ 4.00 - 8.30 เมตร รวมพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดไม่น้อยกว่า 2,790 ตารางเมตร
นอกจากงานผิวจราจรแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตีเส้นจราจรแบ่งทิศทาง เส้นหยุด และทางม้าลาย ด้วยสีเทอร์โมพลาสติกที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร ตามมาตรฐาน มอก. 542 รวมถึงการจัดทำและติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการตามรูปแบบที่เทศบาลกำหนด เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่
English summary
Buriram City Municipality is inviting bids for the Asphaltic Concrete Pavement Improvement project located south of Jira Road (Soi Maneewan), Tonson Community. The project involves upgrading the existing road structure using the Pavement In-Place Recycling method with cement stabilization. The scope includes applying Prime Coat and Tack Coat, followed by paving a 0.05m thick Asphaltic Concrete surface. The project covers a total area of at least 2,790 square meters, with a width ranging from 4.00 to 8.30 meters and a length of approximately 530 meters. Additionally, the contractor is responsible for thermoplastic traffic markings (minimum 3mm thickness) and the installation of project identification signs as per municipal standards.
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก) ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงผิวจราจรที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับมาใช้งานได้ดีและมีความมั่นคงแข็งแรง
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายการจราจรและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในชุมชนต้นสัก
- เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเทศบาลนครบุรีรัมย์
- เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ขอบเขตของงาน
- งานปรับเกลี่ยผิวจราจรลูกรังเดิมและบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- งานก่อสร้างชั้นพื้นทางดินซีเมนต์โดยวิธี Pavement In-Place Recycling (ผสมปูนซีเมนต์)
- งานทดสอบกำลังรับแรงอัด (Unconfined Compressive Strength) ของชั้นพื้นทาง
- งานราดยาง Prime Coat บนชั้นพื้นทางดินซีเมนต์ (อัตรา 0.8-1.4 ลิตร/ตร.ม.)
- งานราดยาง Tack Coat (CRS-2 หรือ RS-2K) ก่อนปูผิวแอสฟัลท์
- งานปูผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 เมตร พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 2,790 ตร.ม.
- งานตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก (เส้นแบ่งทิศทาง, เส้นหยุด, ทางม้าลาย) หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
- งานจัดทำและติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการตามแบบมาตรฐาน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 2,790 ตารางเมตร
- รายงานผลการทดสอบวัสดุและผลการทดสอบความแน่นของชั้นทางจากหน่วยงานราชการ
- งานตีเส้นจราจรสีเทอร์โมพลาสติกตลอดแนวโครงการ
- ป้ายโครงการ (ป้ายถาวร) จำนวน 1 ป้าย ตามรูปแบบที่กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องเก็บตัวอย่างวัสดุส่งทดสอบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การบ่มดินซีเมนต์ต้องดำเนินการติดต่อกันอย่างน้อย 3 วัน
- การปูผิวทางต้องดำเนินการหลังจากก่อสร้างพื้นทางดินซีเมนต์เสร็จไม่น้อยกว่า 15 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: เป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างทางที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย
- Standards Compliance: วัสดุและวิธีการก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท (มทช.) และกรมโยธาธิการและผังเมือง (มยธ.)
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรหลักที่จำเป็น เช่น เครื่องจักรขุดตัดผสม (Reclaimer/Stabilizer), รถปูผิวทาง (Paver), รถบดล้อเหล็ก (8-10 ตัน) และรถบดล้อยาง (10-12 ตัน)
- Personnel: ต้องมีวิศวกรควบคุมงานและพนักงานขับเครื่องจักรที่มีความชำนาญเฉพาะทาง
- Experience: มีประสบการณ์ในงานก่อสร้างหรือปรับปรุงถนนผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด (Lowest Price) หรือเกณฑ์ประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ตามระเบียบพัสดุของทางราชการ
- คุณสมบัติของผู้เสนอราคาต้องถูกต้องตามเงื่อนไขใน TOR
- ข้อเสนอทางเทคนิคต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางที่กำหนด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจร Asphaltic Concrete: ใช้ยาง AC 60-70 หรือ AC 80-100 หนา 5 ซม. อุณหภูมิขณะปูไม่ต่ำกว่า 132 องศาเซลเซียส
- ชั้นพื้นทางดินซีเมนต์: ต้องมีค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ย (UCS) ตามที่กำหนดในแบบ และบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
- งาน Tack Coat: ใช้ยาง RC-70 หรือ RS-2K ในอัตราที่กำหนด
- สีเทอร์โมพลาสติก: ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม. โรยลูกแก้วสะท้อนแสง
- การทดสอบ: ต้องมีการเจาะตัดตัวอย่าง (Coring) เพื่อตรวจสอบความหนาและความแน่นของผิวจราจร
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายตามงวดงานที่กำหนดในสัญญา (อ้างอิงตามปริมาณงานที่ทำได้จริง)
- การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (ปกติ 2 ปี)
- ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า จะคิดค่าปรับเป็นรายวันตามอัตราที่ระบุในสัญญา
- การแก้ไขงาน: หากผลทดสอบไม่ได้มาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขใหม่ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โครงการนี้ใช้เทคโนโลยีการทำถนนแบบใด?
ตอบ: ใช้เทคโนโลยี Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นการหมุนเวียนวัสดุชั้นทางเดิมมาผสมปูนซีเมนต์เพื่อทำเป็นชั้นพื้นทางใหม่- ถาม: ความหนาของผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่กำหนดคือเท่าใด?
ตอบ: กำหนดความหนาที่ 0.05 เมตร หรือ 5 เซนติเมตร - ถาม: พื้นที่ดำเนินโครงการทั้งหมดมีขนาดเท่าใด?
ตอบ: พื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 2,790 ตารางเมตร - ถาม: ต้องรอระยะเวลานานเท่าใดหลังจากทำพื้นทางดินซีเมนต์เสร็จจึงจะปูผิวแอสฟัลท์ได้?
ตอบ: ต้องรออย่างน้อย 15 วัน เพื่อให้ชั้นพื้นทางดินซีเมนต์อยู่ตัว - ถาม: มาตรฐานสีที่ใช้ตีเส้นจราจรคืออะไร?
ตอบ: ใช้สีเทอร์โมพลาสติกตามมาตรฐาน มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร - ถาม: หากค่ากำลังรับแรงอัด (UCS) ของดินซีเมนต์ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการก่อสร้างใหม่ในส่วนที่ไม่ได้มาตรฐานโดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด - ถาม: อุณหภูมิของแอสฟัลท์ติกคอนกรีตขณะปูบนถนนต้องไม่ต่ำกว่าเท่าใด?
ตอบ: ต้องมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 132 องศาเซลเซียส (270 องศาฟาเรนไฮต์) - ถาม: การบดทับผิวจราจรต้องใช้รถบดประเภทใดบ้าง?
ตอบ: ต้องใช้ทั้งรถบดล้อเหล็ก (Tandem/Three Wheel Roller) และรถบดล้อยาง (Pneumatic Tired Roller) - ถาม: โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) ชุมชนต้นสัก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ - ถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการทำงานภายในกี่วัน?
ตอบ: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ถาม: ความหนาของผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่กำหนดคือเท่าใด?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
เรีรัมย์
J00M0
จังหวัดบุรีรับ
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ)
(ชุมชนต้นสัก)
กองชาง เทศบาลนครบุรีรัมย
เจ้าของโครงการ :
สถานที่ก่อสร้าง :
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก) ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์
6
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
แบบเลขที่ 46/2569
EE แบบงานระบบไฟฟ้า
D SN แบบงานระบบสุขาภิบาล
AR แบบงานสถาปัตยกรรม
M ST แบบงานโครงสราง
17 พฤศจิกายน 2568
ซ.บ้านโคกกลาง
หลักเขต
- สันติสุข 2
ซ. สันติสุข 1
ซ. สันติสุข 3
รร.ไตรคาม
วัดปาธรรมธีราราม
ไปนครราชสีมา
โรงพยาบาล
ร.ร บุรีรัมย์พิทยาคม
ถ.หน้าสถานี
ถ.นิวาศ
สถานีรถไฟ
ไปรษณีย์เก่า
ก. สมรรถการ
ชมสาย
หลักเขต/
ถ. บุลําดวน
บ.ข.ส
หนองปรือ
ถ. ธานี
ถ. อินจันทร์ณรงค์
ก. ธานี
ก.แสนสบ
ถ. สันติประชา
ศาลากลาง ศาลจังหวัด
ถ. ปลัดเมือง
ร.ร.อนุบาล
ถ.พิทักษ์
ถ.สุคนธมัส
ไปนครราชสีมา
ถ.หาญชนะ
ร.พ.ช.
ร.ร. เทศบาล
ป.ช.ส. วิทยาลัยเทคนิค
ถ. จิระ
ร.ร. เทศบาล 3
ถ. ข้าง ร.พ.ช.
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
ทางหลวงฝ่าย บุรีรัมย์-ประโคนชัย
หลักเขต
หลักเขต
ไปพุทไธสง
รถ.อิสาน
ถ. สุนทรเทพ
/ถ. ศรีเพชร
จ. ศรีเพช
ก. ธานี
ถ. อนุวรรตน์
ถ. รมย์บุรี
4 คลองละลมล
เพราล
(คลอง
ลองละล
คลองละลมลูกที 6
ไปอุบลฯ
ร.ร.เทศบาล
วัดอิสาณ
-ไปรษณีย์ใหม่
ก. หลักเมือง
ถ. นคร
ก.อิสาณ
สถานีตํารวจ วัดกลางศาลหลักเมือง
สาธารณสุข
ถ. จิระ
หอสมุดก, อนุวรรตน์
คลองละลมลูกที่
3
หลักเขต
ถ. อนุวรรตน์
คลองละลมลูกที 4
คลองละลมพวกที 5
หลักเขต
ผังบริเวณ แสดงที่ตั้งโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตทิศใต้ถนนจิระ ซอยมณีวรรณ
not to scale
ที่ตั้งโครงการ
(10)
0+250
5.30
9
0+225
6.10
ทิศเหนือ
6
8
00
0+175
7
0+150
0+200
6.85
8.30
7.30
0
0+000
ถนนจิระ
5.30
1 0+025
2
0+050
4.30
4.00
3
4
0+075
เก
5
0+100
0+125
5.00
-4.10
แบบปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตทิศใต้ถนนจิระ ซอยมณีวรรณ
มาตราสวน
1:1250
5.60
ปริมาณงาน - ถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.05 ม. ความกว้างประมาณ 4.00-8.30 ม. ความยาวประมาณ 530 ม. พื้นที่ไม่น้อยกว่า 2,790 ตร.ม.
0+530
(21)
0+525
(20)
0+500
5.30
0+475
19
5.70
(18)
0+450
5.40
(17)
0+425
5.10
(16)
0+400
5.20
(15)
0+375
+5.80
(14)
0+350
16.10
(13)
0+325
5.60
ทิศเหนือ
(12)
0+300
15.80
(11)
0+275
5.40-
5.50
5.30
ทางหลวงสาย บุรีรัมย์-ประโคนชัย
( นายสมศักดิ์ ไพรเขียว ) รองปลัดเทศบาล ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย์
บล
อนุมัติ
สํารวจ
(นายเกียรติคุณ พรหมประชุม ) นายช่างโยธาชํานาญงาน
วิศวกร
ตรวจแบบ
เหนชอบ
(นายบุรินทร์ นิเลิศรัมย์ ) วิศวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
(นายธนินพัชร ทองธนาวัฒน์)
หน. ฝายแบบแผนและก่อสร้าง
เขียนแบบ
สถาปนิก
รับรอง
(นางรุจีพร เพชรสังข์)
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว )
ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ
รก. ผู้อ้านวยการกองช่าง
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
สถานที่ก่อสร้าง : ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
( นายแพ เดชพร ) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย
6
แบบเลขที่ : 46/2568
แผนที่ :
:
1
7
17 พ.ย. 68
รายการประกอบแบบ
- มิติที่กําหนดเป็น เมตร นอกจากจะระบุเป็นอย่างอื่น
- คุณสมบัติของวัสดุและวิธีการก่อสร้างทาง นอกเหนือจากที่ระบุในแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้าง กรมทางหลวงชนบท
(มทร.) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง - จํานวนขั้นบันไดในการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิมขึ้นอยู่กับความสูงของคันทางเดิม
3.1
3.2
5.
6.
7.
8.
9.
10.
1.
2.
3.
4.
5.
6.
1.
2.
3.
4.
ระยะ " ก " ในการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิมให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
ระยะ “ข” ในการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิมจะต้องกว้างพอที่เครื่องจักรบดอัดดินสามารถทํางานได้และต้องตัดเข้าไป ในถนนเดิมไม่น้อยกว่า 0.50 ม.
รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะ
สมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจให้ทํา การเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําเพิ่มบริเวณทาง
แยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยพิจารณา
ดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 1, 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
ความหนาของวัสดุรองพื้นทาง วัสดุรองพื้นไหล่ทาง และวัสดุพื้นทาง จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง ทั้งนี้จะต้องทําการเจาะ สํารวจหาความหนาของชั้นถนนลูกรังเดิม เพื่อประกอบการออกแบบก่อน
ความหนาของผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
ขั้นตอนการก่อสร้างถนน
ทําการปรับเกลี่ยผิวจราจรลูกรังเดิมแล้วบดอัดแน่น ไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY เสริมความหนาวัสดุพื้นทางและวัสดุพื้นไหล่ทาง บดอัดแน่น
ก่อสร้างชั้นพื้นทางดินซีเมนต์ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหลทาง
ทําผิวจราจรและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต
ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร ตาม จร-201
ข้อกําหนดการก่อสร้างถนนลาดยางชั้นพื้นทางดินซีเมนต์โดย
การปรับปรุงผิวจราจรลูกรังเดิมในที่ (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING)
ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภาย
ใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งสํานัก วิเคราะห์วิจัยและพัฒนา กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบส่วนผสมการปรับปรุง ชั้นทางเดิมในที่เสนอต่อผู้ควบคุมงาน เพื่อทําการตรวจสอบก่อนดําเนินการก่อสร้าง
กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมลูกรังปรับระดับ ให้ทําการเสริมลูกรัง ปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม ทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับวัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใดแล้วบด บดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบในกรณี ที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
5.
6.
4.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วง
ของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม.ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วยวิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ตื่นตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติกเพื่อ ป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบ แต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติกแช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทด สอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มทช.(ท) 303 * วิธีการทดลองหา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH.
ของดิน " โดยอนุโลม
ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่ กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มีแท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
4.2 การทดสอบซ้ํา หากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 4.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็น
ปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบกําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบ ที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนด ไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มีแท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนดถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตาม ข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงขั้นทางเดิมในที่ใหม่ ให้ได้ตามข้อกําหนด
4.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้อง
ทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสม ปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบทุกระยะประมาณ 100 เมตรต่อความกว้างประมาณ 1 ช่อง จราจร หรือประมาณพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
4.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรม
เนียมการตรวจสอบรวมถึงผลความเสียหายใดๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
4.5 การบ่มและการเปิดการจราจร
ในกรณีที่ผู้รับจ้างยังไม่ลาดแอสฟัลต์ PRIME COAT หลังก่อสร้างเสร็จ ให้บ่มดินซีเมนต์ทุกชั้นโดยพ่นน้ําลงไปบน ผิวหน้าของดินซีเมนต์ที่ก่อสร้างเสร็จแล้วให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลา ติดต่อกันนานอย่างน้อยที่สุด 3 วัน นับจาก
วันที่บดทับเสร็จ ในช่วงเวลาของการบ่มอนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติ
การลาดแอสฟัลต์ PRIME COAT
5.1 ให้ผู้รับจ้างทําการลาดแอสฟัลต์ PRIME COAT ภายหลังจากที่ได้ทําการก่อสร้างพื้นทางดินซีเมนต์เสร็จในเวลาอัน
สมควร
5.2 เนื่องจากพื้นทางดินซีเมนต์เป็นพื้นทางที่มีผิวหน้าแน่นมากในการลาดแอสฟัลต์ PRIME COAT โดยใช้
Cut-Back Asphalt ชนิด MC-70 หากพบว่าแอสฟัลต์ PRIME COAT ไม่ซึมลงไปในชั้นพื้นทางดินซีเมนต์เท่าที่ควร ให้ผู้รับจ้างพิจารณาใช้แอสฟัลต์ ชนิด MC-30 ทดแทนแอสฟัลต์ ชนิด MC-70 แต่ถ้าผู้รับจ้างไม่สามารถจะหาซื้อ แอสฟัลต์ ชนิด MC-30 ได้ผู้รับจ้างอาจพิจารณาใช้แอสฟัลต์ชนิด MC-70 ผสมกับน้ํามันก๊าดในปริมาณที่เหมาะสม ลาดลงไปบนพื้นทางดินซีเมนต์เป็นชั้น Prime Coat ตามวิธีการในมาตรฐาน มทช.225 :มาตรฐานงานไพรมโคท (PRIME COAT) ในอัตราการลาด 0.8-1.4 ลิตรต่อตารางเมตร
การก่อสร้างชั้นผิวทาง
ให้ผู้รับจ้างก่อสร้างชั้นผิวทางได้ภายหลังจากที่ได้ก่อสร้างพื้นทางดินซีเมนต์เสร็จเป็นระยะเวลานานไม่น้อยกว่า 15 วัน
ทั้งนี้เพื่อให้พื้นทางดินซีเมนต์อยู่ตัว
SIDE SLOPE
7. เครื่องจักรและเครื่องมือ
เครื่องจักรหลักที่ใช้ในการก่อสร้าง อาจจะเป็นเครื่องจักรแบบทํางานเที่ยวเดียวหรือแบบทํางานหลายเที่ยวก็ได้ตาม ที่กําหนดในแบบหรือตามความเหมาะสม โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง เครื่องจักรอาจเป็นชนิดที่ แยกทํางานเฉพาะอย่าง เช่น เครื่องจักรขุดตัดผสม (Reclaimer / Stablizer) เครื่องจักรขุดใส (Milling Machine) และ หรือเป็นชนิดสําเร็จรูปทํางานเสร็จในตัว เช่น เครื่องจักรขุดผสมพร้อมปูวัสดุผสมในตัว (Cold Recycler) หรือเครื่อง จักรอื่นใดที่มีลักษณะการทํางานพิเศษเหมาะสมกับงานที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง
เครื่องจักรที่นํามาใช้ในการก่อสร้าง จะต้องสามารถขุดตัด ขุดตัดผสม หรือขูดไสผสมกับชั้นทางเดิมได้ความลึกตาม ที่กําหนด ชุดอุปกรณ์ขุดตัดชั้นทางเดิมจะต้องมีขนาดเหมาะสม สามารถทํางานขุดตัดผสมวัสดุจนได้เต็มความกว้างต่อเที่ยว ไม่น้อยกว่า 2 เมตร สําหรับการขุดผสมในช่องทางที่แคบ เช่น ไหล่ทางอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรที่มีขนาดเหมาะสมกับ งานได้ เครื่องจักรดังกล่าวจะต้องมีระบบหรือประกอบด้วยระบบที่ทําให้การควบคุมเป็นแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ความ ลึกของระดับการขุด ขูดไส และอื่นๆ ตามแบบและข้อกําหนด และหรือ มีระบบหรือคุณลักษณะการทํางานพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมตามความจําเป็น ตามลักษณะงานที่กรมทางหลวงชนบทกําหนด
ตารางแนะนําความหนาของชั้นโครงสร้างทาง (อายุการใช้งาน 7 ปี)
ผิว ASPHALT CONCRETE (AC.)
fbogfb,sinvfbo8yomk’ (CBR)
xib,kloikoi
คันต่อวัน (ADT)
¡ylfбiv’rnhomk’
Za,9iX
;ylf6rnhomk’ Zq,9iX
ความหนา(AC)
Za 9iX
496
1000
1001-1750
0.25
0.20
0.04
0.30
0.20
0.04
1751 - 2500
0.35
0.20
0.05
1000
0.20
0.20
0.04
6%
1001 1750
0.25
0.20
0.04
1751 - 2500
0.30
0.20
0.05
1000
0.20
0.20
0.04
8%
1001-1750
1751 - 2500
0.20
0.20
0.04
0.20
0.20
0.05
- ADT คือ ปริมาณการจราจรคันต่อวันเฉลี่ยรวมรถทุกประเภท
ผิวจราจร
2.5%
2.5%
2.5%
2.5%
SIDE SLOPE
สํารวจ
เขียนแบบ
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
Alund
(นายเกียรติคุณ พรหมประชุม) นายช่างโยธาชํานาญงาน
( นางรุจีพร เพชรสังข์ ) ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ
วิศวกร
เห็นชอบ
ตรวจแบบ
(นายบุรินทร์ นิเลิศรัมย์ )
วิศวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
(นายธนินพัชร ทองธนาวัฒน์ )
หน. ฝ่ายแบบแผนและก่อสราง
สถาปนิก
รับรอง
( นายสมศักดิ์ ไพรเขียว )
รก. ผู้อํานวยการกองช่าง
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว ) รองปลัดเทศบาล ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย์
جبو
อนุมต
หาผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา PRIME COAT พื้นทาง
รูปตัดโครงสร้างทาง
(นายแพ เดชพร ) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย์
6
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
สถานที่ก่อสร้าง : ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
แบบเลขที่ : 46/2568
แผนที่ :
2
7
17 พ.ย. 68
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
มยธ. 209-2531
มาตรฐานวัสดุชนิดเม็ด (AGGREGATES)
สําหรับผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (ASPHALTIC CONCRETE)
9.1 ขอบขาย
วัสดุชนิดเม็ดใช้ทําผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (ASPHALTIC CONCRETE)
9.1.1 วัสดุชนิดเม็ดหยาบ (COARSE AGGREGATES) หมายถึงวัสดุที่มีขนาดค้างตะแกรงเบอร์ 4 ขึ้นไป ได้แก่ วัสดุหินย่อย กรวดย่อย ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนด
9.1.2 วัสดุชนิดเม็ดละเอียด (FINE AGGREGATES) หมายถึงวัสดุที่มีขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 4 ลงมา
ได้แก่ วัสดุหินฝุ่น ทราย ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนด
9.1.3 วัสดุชนิดละเอียด (MINERAL FILLER) หมายถึงวัสดุที่มีขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 30 ลงมา ได้แก่ วัสดุ หินฝุ่น ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ ซิลิกาซีเมนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนด
9.2 คุณสมบัติ
9.2.1 วัสดุชนิดเม็ดหยาบ (COARSE AGGREGATES)
9.2.1.1 สะอาดปราศจากวัสดุอื่น ๆ เช่น วัชพืช ดินเหนียว เป็นต้น
9.2.1.2 ค่าจํานวนส่วนร้อยละของความสึกหรอ (PERCENTAGE OF WEAR) ไม่มากกว่าร้อยละ 40 9.2.1.3 มีจํานวนร้อยละของยาง แอสฟัลต์ เคลือบผิวได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
9.2.1.4 เมื่อทดสอบการคงตัว (SOUNDNESS TEST) โดยใช้สารละลายโซเดียมซัลเฟต
น้ําหนักของวัสดุ หินย่อย หรือกรวดย่อยที่หายไปต้องไม่มากกว่าร้อยละ 9
9.2.1.5 มีค่าดัชนีความแบน (FLAKINESS INDEX) ไม่มากกว่าร้อยละ 30
9.2.1.6 มีค่าดัชนีความยาว (ELONGATION INDEX) ไม่มากกว่าร้อยละ 30 9.2.1.7 กรณีที่ใช้กรวดย่อยต้องมีหน้าหนึ่งหน้าใดแตกเพราะการย่อยไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ของปริมาณกรวดย่อยทั้งหมดที่ใช้โดยน้ําหนัก
9.2.1.8 มีมวลคละผ่านตะแกรงมาตรฐานตามตารางดังนี้
น้ําหนักที่ผ่านตะแกรงมาตรฐานเป็นร้อยละ
9.2.3 วัสดุชนิดละเอียด (MINERAL FILLER)
9.2.3.1 สะอาดปราศจากวัสดุอื่น เช่น วัชพืช ดินเหนียว เป็นต้น 9.2.3.2 ต้องแห้งไม่จับกันเป็นเม็ด
9.2.3.3 มีมวลคละผ่านตะแกรงมาตรฐานตามตารางดังนี้
ขนาดของตะแกรงมาตรฐาน
เบอร 30
เบอร 80
๔
เบอร์ 200
น้ําหนักที่ผ่านตะแกรงเป็นร้อยละ
100
95-100
65-100
9.2.4 วัสดุชนิดเม็ดหยาบ เม็ดละเอียด และวัสดุชนิดละเอียด (MINERAL FILLER) เมื่อผสมกันแล้วตองมีมวลคละผ่านตะแกรงมาตรฐาน
ตามตาราง ดงน
ขนาด
น้ําหนักที่ผ่านตะแกรงเป็นร้อยละ
ของตะแกรงมาตรฐาน ชนิด ก. เกรดละเอียด ชนิด ข. เกรดหยาบ
(DANSE GRADE) (COARSE GRADE)
สํารวจ
3/4"
100
100
1/2"
80-100
75-100
3/8"
70-90
60-85
วัสดุ
หินยอยหรือกรวดยอย
3/4"
100
1/2"
3/8"
เบอร 4
เบอร 8
เบอร์ 4
50-70
35-55
70-90
0-60
5-20
0-5
เบอร์ 8
35-50
20-35
เบอร์ 30
18-29
10-22
9.2.2 วัสดุชนิดเม็ดละเอียด (FINE AGGREGATES)
9.2.2.1 สะอาดปราศจากวัสดุอื่น ๆ เช่น วัชพืช ดินเหนียว เป็นต้น
9.2.2.2 เมื่อทดสอบการคงตัว (SOUNDNESS TEST) โดยใช้สารละลายโซเดียมซัลเฟต น้ําหนักของหินฝุ่นหรือทรายที่หายไปต้องไม่มากกว่าร้อยละ 15
9.2.2.3 มีคาสมมูลยุของทราย (SAND EQUIVATIOLANI) มากกว่า 50 9.2.2.4 มีมวลคละผ่านตะแกรงมาตรฐานตามตารางดังนี้
น้ําหนักที่ผ่านตะแกรงมาตรฐานเป็นร้อยละ
เบอร์ 4 เบอร์ 8 เบอร์ 16 เบอร์ 30 เบอร์ 50 เบอร์ 100 เบอร์ 200
วัสดุ
3/8"
หินฝุ่น
100
80-100
ทรายหยาบ
หรือทรายละเอียด
100
เบอร 50
13-23
6-16
เบอร 100
8-16
4 12
เบอร์ 200
4-10
2-8
30-50
10-25
0-15
เขียนแบบ
(นายเกียรติคุณ พรหมประชุม) นายช่างโยธาชํานาญงาน
(นางรุจีพร เพชรสังข์)
ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ
วิศวกร
ตรวจแบบ
เห็นชอบ
…
( นายบุรินทร์ นิเลิศรัมย์ ) วิศวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
(นายธนินพัชร ทองธนาวัฒน)
สถาปนิก
รับรอง
หน. ฝ่ายแบบแผนและกอสราง
Natu
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว )
รก. ผู้อํานวยการกองช่าง
( นายสมศักดิ์ ไพรเขียว ) รองปลัดเทศบาล ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย์
อนุมัติ
( นายแพ เดชพร ) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย์
๔
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
สถานที่ก่อสร้าง : ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
แบบเลขที่ : 46/2568
แผนที่ :
3
7
17 พ.ย. 68
27.1 ขอบข่าย
มยธ. 227-2531
มาตรฐานงานแทคโคท (TACK COAT)
แทคโคท หมายถึง การราดยางแอสฟัลท์ชนิดเหลว (LIQUID ASPHALT) บนไพรมโคทเดิม บนผิวทางเดิม และบนพื้นทางเดิมชนิดแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ตามชนิดเกรด อุณหภูมิ ปริมาณเครื่องจักร และเครื่องมือที่กําหนดให้ เพื่อทําหน้าที่ยึดเหนี่ยวชั้นผิวทาง หรือชั้นพื้นทางชนิดแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ที่กําลังจะก่อสร้างใหม่
27.2 วัสดุ
วัสดุที่ใช้แทคโคท ต้องเป็นวัสดุยางแอสฟัลท์ชนิดเหลวที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของวัสดุยาง แอสฟัลท์ต่อไปนี้
27.2.1 วัสดุยางคัทแบค แอสฟัลท์ ชนิดบ่มเร็ว (RAPID CURING CUT - BACK ASPHALT) ซึ่งได้แก่ RC-70,RC-250
27.2.2 วัสดุยางแคตอิออนิก แอสฟัลท์ อิมัลชัน (CATIONIC ASPHALT EMULSION) ซึ่งได้แก่ RS-2K
วัสดุในข้อ 27.2.1 และ 27.2.2 ดังกล่าว ต้องได้ผ่านการทดสอบคุณสมบัติและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 27.2.3 อุณหภูมิของวัสดุยางแอสฟัลท์ดังกล่าวที่ใช้ราดทําแทคโคท ให้เป็นไปตามที่กําหนดดังนี้
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
อุณหภูมิที่ใช้ราด
ชนิดของยาง
C
F
RC-70
50-100
120-215
RC-250
80-110
180-235
RS-2K
ไม่ต้องให้ความร้อนใช้อุณหภูมิปกติ
27.2.4 ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับวัสดุยาง CATIONIC ASPHALT EMULSION
27.2.4.1 ในกรณีที่ผสมยางแอสฟัลท์กับน้ําเข้าด้วยกันตามอัตราที่กําหนดให้เรียบร้อย แล้วให้นําไปใช้งานให้หมด ถ้าเหลือแล้วยางแอสฟัลท์เกิดแตกตัวจะนํามาใช้อีกไม่ได้
27.2.4.2 ข้อควรปฏิบัติอื่น นอกเหนือจากข้อ 27.2.4.1 ให้ปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติ เกี่ยวกับยาง CATIONIC ASPHALT EMULSION ในเรื่องไพรมโคท (PRIME COAT) ทุกประการ RS-2K
27.2.4.3 ปริมาณยางแอสฟัลท์ที่ใช้ราด ให้ใช้ตามที่กําหนดดังนี้
สํารวจ
เขียนแบบ
27.2.4.3.1 กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นไพรมโคท ใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร หรือใช้ CRS-1 ผสมน้ําเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6
ลิตรตอตารางเมตร
27.2.4.3.2 กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์หรือ เป็นผิวจราจรแบบเพเนเตรชั่นแมคคาดัม ใช้ RC-250 ในอัตรา 0.1-0.3
ลิตรตอตารางเมตร
27.2.4.3.3 กรณีที่พื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหรือ เป็นพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ใช้ RC-70 ในอัตรา 0.1-0.3 ลิตรต่อตารางเมตร หรือใช้ RS-2K ผสมน้ําเท่าตัวในอัตรา 0.2-0.6 ลิตรตอตารางเมตร
Hend
(นายเกียรติคุณ พรหมประชุม ) นายช่างโยธาชํานาญงาน
Jouw.
(นางรุจีพร เพชรสังข์) ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ
วิศวกร
เหนชอบ
ตรวจแบบ
( นายบุรินทร์ นิเลิศรัมย์ )
วิศวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
(นายธนินพัชร ทองธนาวัฒน์ )
สถาปนิก
รับรอง
หน. ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง
( นายสมศักดิ์ ไพรเขียว)
รก. ผู้อําานวยการกองช่าง
27.3 วิธีการก่อสร้าง
แบ่งเป็น 2 ตอน
27.3.1 การเตรียมพื้นผิวเดิม
27.3.1.1 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็น ไพรมโคทที่ทําทิ้งไว้นาน เมื่อจะทําผิวจราจร แบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ผิวจะไม่ยึดติดกับไพรมโคทเดิมให้ทําการอุด ปะ หลุมบนผิวไพรมโคท (ถ้ามี) ด้วย HOT MIXED หรือ PREMIXED แล้วบดอัดแน่น ให้เรียบร้อย แล้วใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาดฝุ่นออกจนหมด และไม่ทําให้ผิวไพรมโคท เดิมเสียหาย เสร็จแล้วใช้เครื่องเป่าลมทําการเป่าฝุ่นออกให้หมด
27.3.1.2 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบเซอร์เฟซทรีตเมนต์ หรือผิวจราจร แบบเพเนเตรชั่นแมคคาดัม ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกจนหมด เสร็จแล้วใช้เครื่องเป่าลมทําการเป่าฝุ่นออกให้หมด
27.3.1.3 ถ้าพื้นผิวเดิมเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หรือเป็น พื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นหรือเครื่องเป่าลมกวาด หรือเป่าฝุ่นออกให้หมด
27.3.2 การราดยางแอสฟัลท์
27.3.2.1 ใช้เครื่องราดยางแอสฟัลท์ ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะทํางานดําเนินการ ราดยางแอสฟัลท์ตามชนิด เกรด อุณหภูมิ และอัตรา ที่กําหนดไว้ให้แล้วข้างต้น ถ้าพื้นที่ซึ่งจะทําแทคโคทมีปริมาณน้อยให้ใช้เครื่องพ่นด้วยมือราดยางแอสฟัลท์ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องพ่นด้วยมือให้ใช้ภาชนะใส่ยางแอสฟัลท์สลัดราดบางๆ ให้ทั่วพื้นที่ แล้วใช้รดบดล้อยางบดทับไปมาเพื่อที่จะให้ยางแอสฟัลท์กระจายบนพื้นที่
โดยสม่ําเสมอ
ม
27.3.2.2 เมื่อราดยางแอสฟัลท์ทําแทคโคทแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง เพื่อที่จะให้ VOLATILE MATTER ใน RAPID CURING CUT-BACK ASPHALT ระเหยออกไปและน้ําใน CATIONIC ASPHALT EMULSION ระเหยออกไปเช่นกัน จึงจะทําผิวชั้นต่อไปได้
27.3.2.3 ให้ปิดการจราจรห้ามยวดยานผ่านหลังจากทําแทคโดทแล้ว จนกว่าจะทําการก่อสร้างผิวทางหรือพื้นทางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเสร็จ
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว ) รองปลัดเทศบาล ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย
อนุมัติ
( นายแพ เดชพร )
รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย์
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
สถานที่ก่อสร้าง : ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
แบบเลขที่ : 46/2568
แผนที่ :
4
7
17 พ.ย. 68
C
มยธ. 230-2536
มาตรฐานงานผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (ASPHALTIC CNCRETE)
30.1 ขอบขาย งานผิวจราจรแบบแอสฟัสท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete)หมายถึงการก่อสร้างผิว จราจรด้วยการปูผิวจราจรด้วยวัสดุแอสฟัลติก คอนกรีต ซึ่งได้จากการออกแบบส่วนผสมระหว่างวัสดุ ชนิดเม็ด (Aggregate) และวัสดุยางแอสฟัลท์ด้วยวิธีของ Marshall Method of Mix Design หรือวิธีการ อื่นใดที่กรมโยธาธิการเห็นสมควรและเหมาะสมเพื่อประโยชน์ของทางราชการ 30.2 วัสดุ
30.2.1 วัสดุยางแอสฟัลต์ที่จะนํามาใช้ต้องเป็นยางแอสฟัลท์ซีเมนต์ (Asphalt Cement)ชนิด AC 60-70, AC 80-100 และ AC 85-100 คุณสมบัติของยางแอสฟัลท์ให้เป็นไปตาม มธ. 210-2526 และอัตราส่วนผสมของยางแอสฟัลท์ที่ใช้ผสมกับวัสดุชนิดเม็ดมีดังนี้
ก
30.2.1.1 วัสดุชนิดเม็ดชนิด 1 ใช้ยางแอสฟัลท์ประมาณร้อยละ 3.5-7.0 โดยน้ําหนัก 30.2.1.2 วัสดุชนิดเม็ดชนิด 1 ใช้ยางแอสฟัลท์ประมาณร้อยละ 3.0-6.5 โดยน้ําหนัก 30.2.2 วัสดุชนิดเม็ดหยาบ วัสดุชนิดเม็ดละเอียดและวัสดุชนิดละเอียดที่นํามาใช้ให้เป็นไปตาม
มยธ. 209-2531 30.3 วิธีการก่อสร้าง
ข
30.3.1 การเตรียมสถานที่ ลักษณะของผิวทางหรือพื้นทางที่จะปูด้วยวัสดุ Asphaltic Concrete จะต้องสะอาดปราศจากสิ่งสกปรก และมียางแอสฟัลท์ที่ Prime Coat หรือ Tack Coat ไม่มากหรือน้อย
เกินความต้องการ
30.3.1.1 สําหรับชั้นพื้นทางที่ก่อสร้างใหม่ยังไม่ได้ราดยางจะต้องลง Prime Coat
ก่อนที่จะปูทับด้วยวัสดุ Asphaltic Concrete
30.3.1.2 สําหรับผิวทางเดิมที่เป็นผิวทางราดยางหรือ Asphaltic Concrete จะ
ต้องลงชั้น Tack Coat ก่อนปูทับด้วยวัสดุ Asphaltic Concrete
30.3.1.3 ในกรณีชั้น Prime Coat ในขอ30.3.1.1 เกิดชํารุดเสียหายจําเป็น ต้องลงชั้น Tack Coat ก่อนปูทับด้วยวัสดุแอสฟัลต์ติก คอนกรีต เช่นเดียวกัน
30.3.2 การนําวัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จากเครื่องผสมไปยังสถานที่ที่จะลงผิวทาง ให้นําไปโดยรถบรรทุกเทท้าย (Dump Truck) ที่มีพื้นสะอาดและทาด้วยน้ํามันหล่อลื่นหรือน้ํามัน พาราซินเพื่อกันไม่ให้วัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีตติดพื้นรถ แต่น้ํามันที่ทานี้จะต้องไม่มากเกินไป ซึ่งจะทําให้คุณภาพของแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเปลี่ยนแปลงไป ถ้าระยะขนส่งไกลต้องใช้ผ้าใบ
คลุมวัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต เพื่อมิให้อุณหภูมิของวัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีตต่ํากว่า 270 F หรือ 132 C เมื่อถึงสถานที่ทําการก่อสร้าง
30.3.3 อุณหภูมิของแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete)
30.3.3.1 วัสดุชนิดเม็ด (Aggregate) จะต้องเผาให้อุณหภูมิร้อนถึง 325
15 F(162 8 C )หรือเมื่อขณะที่ผสมกับวัสดุยางแอสฟัลท์ซีเมนที่ผสมในเครื่องผสม Mixer จะต้องมี อุณหภูมิเท่ากับที่ระบุไว้ใน Job Mix Formular
30.3.3.2 วัสดุยางแอสฟัลท์ซีเมนต์จะต้องเผาให้อุณหภูมิร้อนถึง 300
15 F (149 8 C ) หรือขณะที่ผสมกับวัสดุชนิดเม็ดที่ผสมในเครื่องผสม Mixer จะต้องมีอุณหภูมิเท่าที่ ระบุไว้ใน Job Mix Formular
30.3.3.3 อุณหภูมิของวัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หลังจากนําออกจาก เครื่องผสมแล้วจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง 270-310 F (132-171 C)ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างกว่านี้จะนําวัสดุ Asphaltic Concrete นั้นไปใช้ไม่ได้
30.3.3.4 วัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีตภายหลังจากปูลงบนถนนด้วย
Finisher แล้วจะต้องมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 270 F หรือ 132 C
30.3.4 การลงผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ให้ใช้ Self Powered Paver วัสดุ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต ที่ลงเป็นผิวทางแล้ว (ขณะลงบนถนน อุณหภูมิจะต้องไม่ต่ํากว่า 250 F หรือ 121 C ถ้าหากต่ํากว่า 250 F หรือ 121 C แล้วให้ขุดออกและทํา Transverse Joints สําหรับการลงผิวทางต่อไป วัสดุ แอลฟัลท์ติกคอนกรีต ที่ปูบนผิวทางต้องไม่เกิดการแยกตัว(Segregation)ทันทีที่Paver ได้ปูวัสดุแอสฟัลท์ติก คอนกรีตเป็นผิวทางแล้วให้ตรวจสอบความเรียบของผิวทางโดยการใช้ Straight Edge วัด ถ้าพบบริเวณไหน สูงไปให้ใช้คราดขุดส่วนที่สูงออกแล้วตบแต่งให้เรียบส่วนที่ต่ําไปเพิ่มวัสดุแอสฟัลท์ติก คอนกรีตลงไปจน
ได้
ระดับ และต้องระวังไม่ให้เกิดการแยกตัวเป็นชั้นๆได้ อาจใช้วัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ส่วนที่ผ่านตะแกรง เบอร์ 4 ตบแต่งบริเวณดังกล่าวเพื่อให้ผิวทางเรียบ
.
30.3.5 การบดทับ (Compaction of Mixture) ภายหลังจาก Paver ได้ลงวัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต เป็นผิวทางแล้วให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Tandem Steel Wheel Roller) หรือรถบด ล้อเหล็ก 3 ล้อ (Three Wheel Steel Roller) ที่มีน้ําหนัก 8-10 ตัน บดด้วยความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การบดทับครั้งแรกเรียกว่า “Initial Breakdown Rolling อุณหภูมิของแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จะต้องไม่ต่ํากว่า 250 F หรือ 121C การบดทับให้บดทับเริ่มจากขอบถนนเข้าหาศูนย์กลางถนน (Center Line)การบดทับ ครั้งแรกให้บดทับ 2 เที่ยว ทันทีที่การบดทับเที่ยวแรกผ่านไปให้ตรวจสอบด้วย Straight Edge อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าผิวทางที่ลงได้ระดับดีถ้าหากส่วนใด ต่ําหรือสูงไปให้แก้ไขโดยการเติม Asphaltic Concrete หรือขูดออกในขณะที่ผิวทางยังร้อนอยู่ ถ้าพบว่าระดับยังไม่ดีพอต้องขุดออกและทําการก่อสร้างใหม่ เมื่อบดทับครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว ให้ตามด้วยรถบดล้อยาง (Self Propelled PneumaticTired Roller) หนักประมาณ 10-12 ตันทันที รถบดล้อยางควรมีล้ออย่างน้อย 9 ล้อ บดทับด้วยความเร็ว 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและมี Pressure มากพอที่จะได้ความแน่นตามต้องการ เมื่อแน่ใจว่าผิวทาง แอสฟัลท์ติกคอนกรีต มีความแน่นตามต้องการแล้ว ให้บดทับครั้งสุดท้าย (Finish Rolling) เพื่อลบรอยล้อของรถบดยางด้วย Tandem Steel Wheel Roller ที่มีน้ําหนักพอที่จะลบ รอยดังกล่าวได้ ให้บดด้วยความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากการบดทับครั้งนี้แล้ว ผิวทางจะต้องเรียบได้ระดับตามที่แสดงไว้ในแบบก่อสร้าง และไม่มีรอยบดล้อยางหรือรถใดๆ ที่ใช้อยู่บนผิวทางนั้นจนกว่าจะถึงเวลาเปิดให้ใช้ทางได้ ผิวทางที่บดทับเรียบร้อยแล้วควรทิ้งไว้ อย่างน้อย 16 ชั่วโมง จึงเปิดการจราจรได้ การบดทับครั้งแรก วัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 250 F หรือ 120 C บดทับด้วยรถบดล้อยาง วัสดุ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต ต้องมีอุณหภูมิ 170 15 F (77 8 C) การบดทับครั้งสุดท้าย วัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีตต้องมี อุณหภูมิ 140 15 F (60 8C ) รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ซึ่งใช้บดทับครั้งแรกต้องมี น้าหล่อเพื่อกันมิให้วัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ติดล้อรถน้าที่ใช้หล่อต้องมีปริมาณไม่มากเกินไป ให้เพียงพอเพื่อกันมิให้วัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ติดล้อรถเท่านั้นและให้หยุดใช้น้าหล่อทันทีเมื่อ แอสฟัลท์ติกคอกรีต ไม่ติดล้อรถบดดังกล่าวแล้ว ห้ามใช้วัสดุอื่นใดหล่อนอกจากได้รับอนุญาต จากผู้ควบคุมงานเสียก่อน น้าที่ใช้จะต้องไม่มีสารเคมีหรือเกลือใด ๆ ละลายอยู่อันจะทําให้
เกิดการเสียหายแก่ผิวทางขึ้นได้เมื่อเปิดการจราจรแล้ว
30.3.6 การบดทับรอยต่อ (Joint)
30.3.6.1 รอยต่อตามขวาง (Transverse Joints) ผิวทางที่บดทับเสร็จในแต่ละวัน จะต้องทํา รอยต่อตามขวาง (Transverse Joints) เพื่อลงผิวทางในวันต่อไป รอยต่อตามขวางนี้ต้องเป็นแนวเส้นตรง และตั้งได้ฉากกับถนน โดยตัดด้วยเลือยหรือขวานแล้วทาด้วยยางแอสฟัลท์บางๆ เพื่อให้รอยต่อแนบติด สนิทดี เพื่อความสะดวกให้ใช้ไม้สีเหลียมที่มีความหนาเท่ากับผิวทางและมีความยาวเท่ากับความกว้าง
ของผิวทางทีลงแต่ละครั้ง ฝังลงไปในผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ที่ยังไม่ได้บดทับ หลังจากฝังเรียบร้อย แล้วจึงบดทับเวลาจะลงผิวทางครั้งต่อไปให้แกะออกและขูดผิวทางส่วนที่ต่อจากไม้ออก จึงลงผิวทางต่อไป ได้ผิวทางส่วนที่ขุดออก ถ้าพื้นทางเกิดชํารุดเสียหาย ต้องทําการซ่อมให้เรียบร้อยเสียก่อน ถ้าปูผิวทาง แอสฟัลท์ติกคอนกรีตทีละครึ่งของความกว้างของผิวจราจรทั้งหมดแล้ว รอยต่อตามขวางจะต้องไม่อยู่ ในแนวเดียวกัน และจะต้องห่างกัน อย่างน้อย 5 เมตร
30.3.6.2 รอยต่อตามยาว (Longitudinal Joints) จะต้องเป็นแนวตั้งฉากกับผิวถนนเช่นเดียวกับ รอยต่อตามขวาง เวลาบดทับต้องพยายามรักษาให้ของที่จะใช้เป็นรอยต่อตามยาวตั้งได้ฉากกับผิวถนน มิฉะนั้นจะต้องตัดด้วยเลื่อยและขวาน แล้วทาด้วยแอสฟัลท์บาง ๆ จึงลงผิวทางอีกข้างหนึ่งได้ในการ ทําผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ครั้งหนึ่ง ๆ จะต้องกว้าง เท่ากับ 1 ช่องจราจร ( Lane) การลงผิวทาง อีกครั้งหนึ่งห้ามมิให้มีรอยต่อตามยาวอยู่ในระหว่างช่องจราจร การลงผิวทางอีกข้างหนึ่งให้ลงให้เกินมา ทางด้านทีก่อสร้างแล้วประมาณ 2 นิ้ว และใช้รถบดล้อเหล็กบดทับทีรอยต่อให้ล้อรถบดทับเหลือมเข้าไป บนผิวทางทีติดกับรอยต่อตามยาวนีประมาณ 6 นิ้ว บดทับจนกระทังรอยต่อเรียบและแน่นดี จึงมาเริ่มต้น บดทับจากขอบเข้าทางศูนย์กลางของถนน
30.3.7 ช่างควบคุมเครื่องผสมวัสดุ แอสฟัลท์ติก คอนกรีต ช่างเดินเครื่อง Paver และคนขับ รถบดจะต้องมีความชํานาญงานเป็นอย่างดีเพื่อให้ได้งานเรียบร้อย
30.3.8 ต้องเก็บตัวอย่างวัสดุชนิดเม็ดยางแอสฟัลท์ วัสดุ แอสฟัลท์ติก คอนกรีตที่เครื่องผสมและ เจาะตัดตัวอย่าง แอสฟัลท์ติก คอนกรีต ที่ลงเป็นผิวทางแล้วเพื่อทําการทดสอบตาม มยธ. (ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ (Marshall)
30.3.9 เมื่อเจาะตัดตัวอย่าง แอสฟัลท์ติก คอนกรีต ที่ลงเป็นผิวทาง เมื่อนําไปทดสอบแล้วต้องนํา วัสดุ แอสฟัลท์ติก คอนกรีต ที่ผสมเสร็จใหม่ ๆ มาใส่ลงบริเวณจุดที่เจาะตัดออกไปจากผิวทางตามข้อ และจะต้องบดอัดตบแต่งให้ได้ระดับเท่ากับผิวทางที่ได้ทําไว้แล้ว แต่ก่อนที่จะนําวัสดุ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต มาใส่จะต้องทําความสะอาดหลุม และใช้ยางแอสฟัลท์ทาบาง ๆ ให้ทั่วทุกครั้งก่อน
30.3.10 เมื่อปรากฏว่าคุณภาพของผิวทาง แอสฟัลท์ติก คอนกรีต ที่ได้ทําไปแล้ว มีคุณภาพไม่ ถูกต้องตามข้อกําหนด (Specification) หรือแบบที่ได้แสดงไว้ให้ทําการแก้ไขผิวบริเวณดังกล่าวให้ถูกต้อง 30.4 รายละเอียดเพิ่มเติม
เครื่องผสมวัสดุ แอสฟัลท์ติก คอนกรีต จะต้องมี Capacity ให้เหมาะสมกับปริมาณงาน
สํารวจ
เขียนแบบ
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
(นายเกียรติคุณ พรหมประชุม ) นายช่างโยธาชํานาญงาน
لیسی
(นางรุจีพร เพชรสังข์) ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ
วิศวกร
สถาปนิก
()
(นายบุรินทร์ นิเลิศรัมย์ )
วิศวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
เห็นชอบ
ตรวจแบบ
(นายธนินพัชร ทองธนาวัฒน์)
รับรอง
หน. ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง
( นายสมศักดิ์ ไพรเขียว )
รก. ผู้อํานวยการกองช่าง
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว ) รองปลัดเทศบาล ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย์
อนุมัติ
we
w.
( นายแพ เดชพร ) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย
6
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
สถานที่ก่อสร้าง : ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
แบบเลขที่ : 46/2568
แผนที่ :
5
7
17 พ.ย. 68
รายการประกอบแบบ
- มิติต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตร นอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
- เส้นแบ่งทิศทางจราจรใช้สีเหลือง ขนาดกว้าง 10 ซม. ตีเส้นที่กึ่งกลางผิวจราจรตลอดแนว
2.1 เส้นประเป็นเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรบนสายทาง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ยอมให้รถแซงขึ้นหน้ากันได้
2 ทิศทาง ขนาดกว้าง 10 ซม. ยาว 1 ม. เวนซอง 3 ม.
2.2 เส้นทึบเดี่ยวเป็นเส้นทึบสีเหลือง ใช้เป็นเส้นทางจราจรในบริเวณที่ห้ามแซงสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก
ห้ามรถเปลี่ยนช่องจราจรตามความยาวเส้นทึบต้องไม่น้อยกว่า 24 ม.
2.3 การตีเส้นห้ามแซง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
ๆ - เส้นหยุดเป็นเส้นทึบสีขาวขวางทางจราจร ใช้ประกอบกับเครื่องหมายควบคุมจราจรอื่น ๆ ที่กําหนดให้มีการหยุดรถ ขนาดของเส้นหยุด กว้าง 30 - 60 ซม. เส้นหยุดจะต้องอยู่ตรงตําแหน่งที่ต้องการให้หยุด โดยห่างจากแนวขอบผิวจราจรของทางขวางหน้าไม่น้อยกว่า 1 ม. และไม่เกิน 10 ม.
- ทางคนข้าม แบบทางม้าลาย ได้แก่ แถบสีขาวๆ หลายๆ แถบ ประกอบเป็นทางคนข้ามขวางแนวจราจร (ดูรูปขยาย)
- สีทาถนนผิวจราจรแบบผิวเรียบทั้งหมด (เคปซิล, แอสฟัลท์ติกคอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก) ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก
ตาม มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
A B
C
டய
TACK COAT ด้วยยาง CRS-2 ตามตารางอุณหภูมิ ของแอสฟัลท์ที่ใช้ราดอัตรา 0.20-0.60 ลิตร/ตร.ม.
ปรับระดับด้วย ASPHALTIC CONCRETE ให้ได้ระดับใกล้เคียงที่กําหนดให้ และอุดรอยแตกร้าว ช่องว่างรอยต่อด้วยวัสดุที่เหมาะสมให้เรียบร้อย
TACK COAT ด้วยยาง CRS-2 ตามตารางอุณหภูมิ ของแอสฟัลท์ที่ใชราดอัตรา 0.20-0.60 ลิตร/ตร.ม.
ASPHALTIC CONCRETE
ถนนเดิมผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก
A = 0.30-0.60 H.
B = 1.00 ม.
C = 2.00-4.00 H.
D = 0.5 A
E = 0.80 ม.
F = 0.60 ม.
รูปขยายแบบทางม้าลาย
0.05 ม.
T
หรือความหนาตามกําหนด
รายละเอียดงาน OVERLAY ดวย ASPHALTIC CONCRETE
NOT TO SCALE
นครน
สํารวจ
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
เขียนแบบ
( นายเกียรติคุณ พรหมประชุม ) นายช่างโยธาชํานาญงาน
(นางรุจีพร เพชรสังข์) ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ
วิศวกร
ตรวจแบบ
(นายบุรินทร์ นิเลิศรัมย์ ) วิศวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
สถาปนิก
รับรอง
(นายธนินพัชร ทองธนาวัฒน์)
หน. ฝายแบบแผนและกอสราง
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว )
รก. ผู้อํานวยการกองช่าง
เห็นชอบ
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว ) รองปลัดเทศบาล ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย
อนุมัติ
( นายแพ เดชพร ) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย
6
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
แผนที่ :
6
สถานที่กอสราง : ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
7
แบบเลขที่ : 46/2568
17 พ.ย. 68
C
กองช่าง เทศบาลนครบุรีรัมย์
สํารวจ
เขียนแบบ
(นายเกียรติคุณ พรหมประชุม) นายช่างโยธาชํานาญงาน
Jouw.
( นางรุจีพร เพชรสังข์) ผู้ช่วยช่างเขียนแบบ
วิศวกร
สถาปนิก
0.20
2.00
0.80
0.10.10
0.75
0.10
0.45
0,05
0.70
ดวงตราหน่วยงานเจ้าของโครงการ Ø 25 ซม.สีขาว
หรือสีอื่นตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
0.0510
0.70
0.40
ชื่องาน
ปริมาณงาน
บ
ผู้รับจาง ระยะเวลา
คากอสราง
せせ
ผู้ควบคุมงานผู้ว่าจ้าง
2
ผู้ควบคุมงาน วาจาง
กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน
2.40
p.10
บ
2.60
น
รูปด้านหน้า 1 : 20
0.10
d.ıd
( นายบุรินทร นิเลิศรัมย์ )
วิศวกรโยธาชํานาญการพิเศษ
ตรวจแบบ
รับรอง
T
2.40
2.60
แปลน 1 : 20
(นายธนินพัชร์ ทองธนาวัฒน์)
หน. ฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง
( นายสมศักดิ์ ไพรเขียว )
รก. ผู้อํานวยการกองช่าง
เห็นชอบ
อนุมัติ
(นายสมศักดิ์ ไพรเขียว ) รองปลัดเทศบาล ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย
(นายแพ เดชพร ) รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทน
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย
ชื่อหน่วยงานเจ้าของโครงการ สูง 10 ซม. สีขาว
สถานที่ติดตอและโทรศัพท์ สูง 5 ซม. สีขาว
แผ่นไม้อัด 4 มม.โครงเคร่าไม้ 2"x4” หรือวัสดุอื่น ที่มีความคงทน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ก่อสร้าง
พื้นสีน้าเงิน
เส้นกรอบสีขาว 1"
ไม้ 2"x4" หรือเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีความแข็งแรงคงทน
ประเภทและชนิดของสิ่งที่สร้าง ปริมาณงานก่อสร้าง
ชื่อ ที่อยู่ผู้รับจ้าง พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ระยะเวลาเริ่มต้น และระยะเวลาสิ้นสุด
วงเงินค่าก่อสร้าง
ชื่อเจ้าหน้าที่ ของส่วนราชการผู้ควบคุมงาน
หรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา
ผู้ควบคุมงาน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์
ชื่อผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง
พร้อมเลขทะเบียนใบประกอบวิชาชีพฯ และหมายเลขโทรศัพท์
QR Code ขนาด 0.15 x 0.15 ม.
หมายเหตุ
1.ต้องติดตั้งอุปกรณ์ที่มั่นคงแข็งแรง ป้องกันแผ่นป้ายล้ม
ให้เหมาะสมกับสถสนทีติดตั้งแผ่นป้าย
2.ข้อความ “กําลังก่อสร้างด้วยเงินภาษีประชาชน” กรณีแหล่งที่มา
ของงบประมาณในการก่อสร้างมาจากแหล่งอื่น ให้ปรับเนื้อหาข้อความ ให้สอดคล้องกับแหล่งที่มาของงบประมาณในการก่อสร้างนั้น
3.กรณีสภาพพื้นที่ทํางานก่อสร้างมีพื้นที่จํากัด หรือไม่เหมาะสมต่อการติดตั้ง
ป้ายแบบตั้งพื้น สมารถปรับแบบการติดตั้งแผ่นป้ายได้ตามเหมาะสม 4.ขนาดแผ่นป้าย ข้อความ และตัวอักษร สามารถปรับเปลี่ยนขนาดให้เหมาะสม
กับสภาพพื้นที
5.ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรูปแบบป้ายงานก่อสร้าง ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
หรือผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการติดตั้งป้าย
โครงการ : ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
สถานที่ก่อสร้าง : ทิศใต้ถนนจิระ (ซอยมณีวรรณ) (ชุมชนต้นสัก)
6
แบบเลขที่ : 46/2568
แผนที่ :
7
7
17 พ.ย. 68