จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV , 22 kV และตรวจสอบบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง

การท่าเรือแห่งประเทศไทย 69069399310
฿5,040,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 มิ.ย. 2569 ชลบุรี
รายละเอียดการจ้าง

การท่าเรือแหลมฉบังมีความจำเป็นต้องจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV, 22 kV และตรวจสอบบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสร้างเสถียรภาพและความปลอดภัยในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการและผู้เช่าพื้นที่กว่า 150 ราย รวมถึงลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านจำนวนพนักงานประจำ ขอบเขตงานหลักประกอบด้วย การรวบรวมและบันทึกการใช้ไฟฟ้า การวางแผนและจัดทำรายการที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้พลังงาน การปฏิบัติงานปลด-สับระบบไฟฟ้าแรงสูง การตรวจสอบและรายงานอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผิดปกติ การรวบรวมค่าพลังงานไฟฟ้าและการตรวจสอบความผิดปกติ การจัดทำแผนการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูง การดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามกำหนด รวมถึงการจัดทำประวัติอุปกรณ์ การส่งมอบรายงานผลการปฏิบัติงาน การสอบเทียบเครื่องมือวัด และการซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์หากจำเป็น ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด เช่น วิศวกรไฟฟ้า ช่างเทคนิคไฟฟ้า และต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านเวลาปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบ และอัตราค่าปรับตามที่ระบุในสัญญา

English summary

The Laem Chabang Port requires services for high-voltage power distribution control (115 kV, 22 kV) and maintenance inspection of 22 kV substations within the port area. The objectives are to ensure stable and safe electricity supply to over 150 operators and tenants, and to mitigate prolonged power outages due to limited internal staff. The scope of work includes collecting and recording electricity usage, planning energy conservation measures, operating high-voltage system switching, inspecting and reporting electrical equipment abnormalities, monitoring energy consumption, developing maintenance schedules, performing inspections and maintenance, documenting equipment history, submitting operational reports, calibrating measuring instruments, and replacing parts as needed. The contractor must provide qualified personnel, including electrical engineers and technicians with relevant experience, and adhere to specified working hours, responsibilities, and penalty rates.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าเรือแหลมฉบัง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสร้างเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือและผู้เช่าพื้นที่
  • เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานระบบไฟฟ้าของ ทลฉ.
  • เพื่อลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องกระแสไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน เนื่องจากจำนวนพนักงานน้อย

ขอบเขตของงาน

  • รวบรวมและบันทึกการใช้ไฟฟ้าของแต่ละสถานีไฟฟ้า (แรงดันไฟฟ้า, ความต้องการพลังงานไฟฟ้า, ความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด, ตัวประกอบกำลัง) พร้อมวิเคราะห์และประเมินผลการใช้ไฟฟ้า
  • จัดทำสถิติการใช้ไฟฟ้าแรงสูง (ตั้งแต่ระบบ 22 KV ขึ้นไป) รายวันสำหรับท่าเรือฯ และรายเดือนสำหรับผู้ประกอบการ
  • วางแผนและจัดทำรายการที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าแรงดันระดับ 115 kV และ 22 kV
  • ตรวจสอบแบตเตอรี่สำรองระบบ 115 kV และจัดทำบันทึกรายงานทุกเดือน
  • ปฏิบัติงานปลด-สับระบบไฟฟ้าแรงสูง 115 kV เมื่อมีความจำเป็น โดยประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • บุคลากรของผู้รับจ้างทำหน้าที่ปฏิบัติงานปลด-สับระบบไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV
  • ตรวจสอบและรายงานอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผิดปกติ หรืออาจเกิดการชำรุดเสียหาย พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไข
  • รวบรวมค่าพลังงานไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าย่อย ตรวจสอบความผิดปกติ และรายงานทันทีหากพบความแตกต่างจากเดิมมาก
  • จัดทำแผนและตารางกำหนดวันตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV ภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
  • ดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV ตามกำหนดการที่เสนอ
  • จัดทำประวัติอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV ตลอดระยะเวลาสัญญา
  • ส่งมอบรายงานผลการปฏิบัติงานหลังการตรวจสอบและบำรุงรักษา ภายใน 2 สัปดาห์
  • แนบเอกสารผลการสอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าที่ใช้ในการตรวจสอบ
  • ดำเนินการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย โดยมอบชิ้นส่วนที่เปลี่ยนคืนให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  • เข้ามาดำเนินการตรวจสอบในกรณีที่มีการชำรุดบกพร่อง หรือการทำงานผิดปกติของอุปกรณ์สถานีไฟฟ้า 115 kV, ลานไก และหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 50 MVA เท่านั้น และเสนอแนวทางการแก้ไขโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • จัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการใช้ไฟฟ้าประจำเดือน
  • สถิติการใช้ไฟฟ้าแรงสูง
  • แผนการปฏิบัติงานและการบำรุงรักษาประจำเดือน
  • บันทึกการตรวจสอบแบตเตอรี่สำรองระบบ 115 kV
  • รายงานการตรวจสอบและรายงานผลการแก้ไขอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผิดปกติ
  • รายงานความผิดปกติของค่าพลังงานไฟฟ้า
  • แผนและตารางกำหนดวันตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้า
  • รายงานผลการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้า
  • ประวัติอุปกรณ์สถานีไฟฟ้า
  • เอกสารผลการสอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้า
  • ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เปลี่ยนคืน
  • รายงานสรุปข้อมูลและสถิติผลการดำเนินงาน
  • ข้อเสนอแนะในการแก้ไขอุปกรณ์ที่ชำรุดหรืออาจทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ

3 เดือน นับตั้งแต่ลงนามในสัญญาถึง 30 กันยายน 2569 (หรือนับถัดจากวันที่การท่าเรือฯ มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพจ้างงานดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience:
    • กรณีเป็นนิติบุคคล:
      • ขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาก่อสร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ประเภทงานไฟฟ้าชั้นที่ 1 หรือ 2
      • หรือ มีผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท และ มีผลงานการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงและหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังระบบ 115 kV มูลค่าในสัญญาฉบับเดียวไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท จากหน่วยงานที่เชื่อถือได้
      • ผลงานทั้ง 2 ต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันที่เสนอราคา
  • Previous Project Cost:
    • ผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV: มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท
    • ผลงานการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงและหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังระบบ 115 kV: มูลค่าในสัญญาฉบับเดียวไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท
  • Technical Capabilities: ไม่ระบุโดยตรง แต่ต้องมีความสามารถในการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงและบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อย
  • Personnel:
    • วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากำลัง ประเภทสามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร: อย่างน้อย 1 คน, ประสบการณ์ตรวจสอบ/ควบคุมระบบไฟฟ้า, ผลงานควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ไม่น้อยกว่า 2 ปี, มีเอกสารรับรอง
    • วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากำลัง ประเภทภาคีวิศวกร: อย่างน้อย 1 คน, ประสบการณ์ตรวจสอบ/ควบคุมระบบไฟฟ้า, ผลงานควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV อย่างน้อย 2 ปี, มีเอกสารรับรอง
    • ช่างเทคนิคไฟฟ้าประจำสถานีไฟฟ้า 115 kV:
      • หัวหน้าช่างเทคนิคไฟฟ้าหรือช่างชำนาญงานไฟฟ้า: อย่างน้อย 1 คน, วุฒิ ปวส. สาขาไฟฟ้ากำลัง, ประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับควบคุม/ติดตั้ง/ซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าแรงสูงไม่น้อยกว่า 2 ปี
      • ช่างเทคนิคไฟฟ้า: อย่างน้อย 1 คน, วุฒิ ปวส. สาขาไฟฟ้ากำลัง
  • Exclude basic requirements: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง

เกณฑ์การพิจารณา

  • ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price): น้ำหนัก 50%
  • ข้อเสนอหรือข้อเทคนิคอื่นๆ: น้ำหนัก 50%
    • แผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้งเหตุในกรณีที่พบปัญหา (70 คะแนน)
    • ผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง (30 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV
  • การตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV
  • การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า
  • การตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง เช่น Gas Circuit Breaker (GCB), Current Transformer (CT), Voltage Transformer (VT), Disconnecting Switch, Lightning arrester, หม้อแปลงไฟฟ้า 115/22 KV, Control and Protection Relay, Capacitor Bank, Ring Main Unit, Automatic transfer switch, AC/DC distribution panel, Battery, Battery Charger, Emergency diesel generator
  • การตรวจสอบตู้ Switchgear และ Load Break Switch ระบบ 22 kV
  • การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากระบบไฟฟ้า
  • การบำรุงรักษาตามกำหนดการที่เสนอ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: 3 งวด งวดละเท่าๆ กัน เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามเงื่อนไขและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีมติตรวจรับงาน
  • อัตราค่าปรับ:
    • กรณีแก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องล่าช้า: ชั่วโมงละ 20,000 บาท
    • กรณีไม่ส่งบุคลากรหรือรายงานประจำเดือนล่าช้า: วันละ 0.1% ของมูลค่าจ้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (ขั้นต่ำ 100 บาท/วัน)
    • กรณีบุคลากรปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพ (หลังตักเตือน): วิศวกรสามัญ 3,500 บาท/วัน, วิศวกรภาคี 2,000 บาท/วัน, ช่างเทคนิค 1,000 บาท/คน/วัน
    • กรณีไม่ส่งตารางตรวจสอบและบำรุงรักษาล่าช้า: วันละ 200 บาท
    • กรณีไม่จัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานล่าช้า: วันละ 200 บาท
    • กรณีไม่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ชำรุดล่าช้า: วันละ 2,000 บาท
  • การทำสัญญาจ้าง: ภายใน 7 วันหลังจากได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
  • หลักประกันสัญญา: 5% ของราคาจัดซื้อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • การใช้พัสดุภายในประเทศ: ไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A: เพื่อสร้างเสถียรภาพและความปลอดภัยในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการและผู้เช่าพื้นที่ในท่าเรือแหลมฉบัง และลดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน
  • Q: ขอบเขตงานครอบคลุมการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทใดบ้าง?
    A: ครอบคลุมอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้า, GCB, CT, VT, Capacitor Bank, Ring Main Unit และอื่นๆ ตามที่ระบุใน TOR
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรประเภทใดบ้าง?
    A: ต้องจัดหา วิศวกรไฟฟ้า (สามัญ/วุฒิ, ภาคี) และช่างเทคนิคไฟฟ้า (หัวหน้าช่าง, ช่างเทคนิค) ตามคุณสมบัติและประสบการณ์ที่กำหนด
  • Q: ระยะเวลาการดำเนินงานของโครงการนี้คือเท่าใด?
    A: 3 เดือน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือตามที่การท่าเรือฯ แจ้งให้เริ่มงาน
  • Q: การประเมินผลการเสนอราคาพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง?
    A: พิจารณาจากราคาที่ยื่นข้อเสนอ (50%) และข้อเสนอทางเทคนิคอื่นๆ เช่น แผนการปฏิบัติงานและแผนการแจ้งเหตุ (70%) และผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง (30%)
  • Q: หากเกิดเหตุฉุกเฉินนอกเวลาทำการ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องสามารถติดต่อเพื่อแก้ไขปัญหาหรือให้คำแนะนำได้ตลอดเวลา โดยค่าใช้จ่ายได้รวมอยู่ในค่าจ้างบุคลากรแล้ว
  • Q: การท่าเรือฯ มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือไม่?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมด
  • Q: หลักประกันการเสนอราคาต้องมีมูลค่าเท่าใด?
    A: 252,000 บาท (ร้อยละ 5 ของวงเงินงบประมาณ)
  • Q: การจ่ายเงินค่าจ้างจะแบ่งออกเป็นกี่งวด?
    A: 3 งวด งวดละเท่าๆ กัน เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามเงื่อนไขและได้รับการตรวจรับงาน
  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานผลการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    A: ภายใน 2 สัปดาห์นับถัดจากผู้รับจ้างตรวจสอบสถานีไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
งานจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV, 22 kV และตรวจสอบบํารุงรักษา สถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง

  1. เหตุผลความจําเป็น
    1.1 เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบัง มีพื้นที่รวมเฉพาะเฟส 1 และเฟส 2 มากกว่า 6,300 ไร่ มีสถานีไฟฟ้า 7 แห่ง มี RMU มากกว่า 10 แห่ง หม้อแปลงไฟฟ้ามากกว่า 200 เครื่อง สายไฟฟ้ามากกว่า 90% เป็น Under Ground มีผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้เช่าพื้นที่จํานวนมาก และต้องจดมิเตอร์ไฟฟ้ามากกว่า 150 เครื่อง เพื่อ เรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าทุกๆ สิ้นเดือน
    1.2 เวลาเกิดปัญหากระแสไฟฟ้าดับ ผู้รับจ้างจะออกตรวจสอบเส้นทางเพื่อตําแหน่งที่ชํารุด หรือตําแหน่งที่เกิดปัญหา ลดระยะเวลาในการดับของกระแสไฟฟ้า เนื่องจาก ทลฉ. มีพื้นที่ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ตามข้อ 1 เยอะมาก
    1.3 พนักงานแผนกช่างไฟฟ้า หมวดช่างไฟฟ้า มีจํานวน 5 อัตรา สามารถเข้าเวรปฏิบัติงานได้วันละ 1 คน นั่นเป็น สาเหตุหลักที่จะต้องจัดผู้รับจ้างเพื่อให้มีบุคลากรมาปฏิบัติงาน ควบคุมดูแล และบํารุงรักษาสถานีไฟฟ้า
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อสร้างเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือและผู้เช่าพื้นที่ 2.2 เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานระบบไฟฟ้าของ ทลฉ.
    2.3 เพื่อลดปัญหาการร้องเรียนเรื่องกระแสไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน เนื่องจากจํานวนพนักงานน้อย
  3. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร
    พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพจ้างงานดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ การท่าเรือแห่ง ประเทศไทย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
    Z
    /3.11 ผู้ยื่น…
    Vm
    Am.
    -2-
    3.11 ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นนิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    3.11.1 ขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาก่อสร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ประเภทงานไฟฟ้าชั้นที่ 1 หรือ 2 3.11.2 มีผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV โดยเป็นผลงานที่มีมูลค่าไม่ ต่ํากว่า 2,500,000.-บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) และมีผลงานการบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง และหม้อ แปลงไฟฟ้ากําลัง ระบบ 115 kV มีมูลค่าในสัญญาฉบับเดียวไม่ต่ํากว่า 1,500,000.-บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาท ถ้วน) จากหน่วยงานทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่การท่าเรือฯ เชื่อถือได้
    โดยทั้ง 2 ผลงานต้องเป็นผลงานที่มีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันที่เสนอราคา
    ทั้งนี้ให้ผู้เสนอราคาแนบเอกสารสําเนาสัญญาฯ จ้าง หรือ หนังสือรับรองผลงาน ตามที่ระบุในคุณสมบัติ
    ดังกล่าวข้างต้นมาด้วย
    3.12 ผู้ยื่นเสนอที่ยื่นเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนด สัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่า ผู้เข้าร่วมรายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้
    ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นเสนอ
    สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน 3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  4. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนด ให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วง ระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่ง จะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการ ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถ ยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
  5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยัง ไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 2,000,000 บาท
    /3. สําหรับ…

    Bull
    Von Ann.
    Am
    -3-
  6. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน 90 วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
    ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  7. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
    ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานัก งานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
  8. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่
    กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง
    เอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่
    ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  9. กรณีตาม ข้อ 1 – ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
    (6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    He Bull
    /(6.3) งาน…
    -4-
    (6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่
    พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    จ้างฯ
    มีผลใช้บังคับ
    (6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด
    (6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
  10. หลักฐานการเสนอราคา
    ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับซองใบเสนอราคา โดยแยกไว้นอกซองใบเสนอราคา
    เป็น 2 ส่วน คือ
    4.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม พร้อมรับรองสําเนาถูกต้อง
    (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมรับรอง สําเนาถูกต้อง
    (2) ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสําเนาบัตรประจําตัว ประชาชนของผู้นั้น สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็น หุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
    (3) ในกรณีผู้เสนอเป็นผู้ยื่นเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
    (3.1) กรณีข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้าใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
    (3.2) สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
    จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกิจการร่วมค้า
    ให้ผู้เข้าร่วมค้าได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (.1) กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือ จ้างหรือกรณีที่ไม่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง จึงเป็นสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
    (4) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมด ยื่นพร้อมการเสนอราคา
    4.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (1) หนังสือมอบอํานาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอํานาจบุคคลอื่นลง
    นามในใบเสนอราคาแทน
    (2) สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ SME เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) (ถ้ามี)
    (3) หลักประกันการเสนอราคา
    (4) หลักฐานการขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาก่อสร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตามข้อ 3.11.1 (5) สําเนาสัญญาฯ จ้าง หรือหนังสือรับรองผลงาน ข้อ 3.11.2
    (6) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ทั้งหมด ยื่นพร้อมการเสนอราคา
    Z C
    /5. ขอบเขต…
    -5-
  11. ขอบเขตของงาน
    งานควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงของสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) โดยมีรายละเอียดของงานดังนี้ 5.1 รวบรวมบันทึกการใช้ไฟฟ้าของแต่ละสถานีไฟฟ้า จากหน้ามิเตอร์ โดยให้บันทึก ดังนี้
  • ค่าแรงดันไฟฟ้า, ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า, ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด
  • ค่าตัวประกอบกําลังในแต่ละวัน พร้อมทั้งวิเคราะห์ประเมินผลการใช้ไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบังและ ของผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่ใน ทลฉ. แต่ละเดือน เสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ที่ผู้ว่าจ้าง
    มอบหมายให้รับผิดชอบทราบ

จัดทําสถิติการใช้ไฟฟ้าแรงสูงตั้งแต่ระบบ 22 KV ขึ้นไปในแต่ละวันของท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนผู้ประกอบการ
ในท่าเรือแหลมฉบัง ให้จดบันทึกเป็นรายเดือน
5.2 วางแผนและจัดทํารายการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าแรงดันระดับ 115 kV และ 22 kV ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดอย่างน้อยต้องครอบคลุมรายละเอียดดังนี้

การปฏิบัติงานของบุคลากรและการบํารุงรักษาที่รับผิดชอบแต่ละเดือน

  • ตรวจเช็คแบตเตอรี่สํารองระบบ 115 kV ภายในสถานีไฟฟ้า พร้อมจัดทําบันทึก และส่งรายงานทุกๆ เดือน 5.3 กรณีมีความจําเป็นต้องปลด-สับระบบไฟฟ้าแรงสูงแรงดัน 115 kV จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แหลมฉบัง จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือหัวหน้าแผนกช่างไฟฟ้า หรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้ รับผิดชอบทราบทันที และแผนกช่างไฟฟ้าจะเป็นผู้ประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
    5.4 บุคลากรที่เข้าเวรปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง เป็นผู้ทําหน้าที่ปฏิบัติงานปลด - สับระบบไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าแรงสูง ระบบ 115 kV และระบบ 22 KV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ของท่าเรือแหลมฉบัง
    5.5 กรณีที่ตรวจพบอุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าฯ และระบบจําหน่ายไฟฟ้าแรงสูงผิดปกติ หรืออาจเกิดการ ชํารุดเสียหายในเวลาปฏิบัติงาน ให้ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง (วิศวกรไฟฟ้าฯ) ตรวจสอบและรายงานผลรวมถึง ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กรณีเหตุเกิดนอกเวลาปฏิบัติงานของวิศวกรไฟฟ้าฯ ให้ผู้ปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างดําเนินการติดต่อและแจ้งผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง (วิศวกรไฟฟ้าฯ) ทราบ เพื่อตรวจสอบและ รายงานผลรวมทั้งข้อเสนอแนะต่อไป ทั้งนี้หากเป็นการชํารุดที่ต้องการการแก้ไขเร่งด่วนหรืออาจส่งผลกระทบต่อ การใช้งานหรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้เกี่ยวข้อง ให้ผู้รับจ้างรายงานให้หัวหน้าหมวดไฟฟ้า หรือหัวหน้าแผนกช่าง ไฟฟ้า หรือเวทราบทุกครั้งในทันที แล้วจึงแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุต่อไป
    5.6 รวบรวมค่าพลังงานไฟฟ้าภายในสถานีไฟฟ้าย่อยทุกสถานีของ ทลฉ. พร้อมคอยตรวจสอบดูความผิดปกติ ของค่าพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน หากพบว่าเดือนใดมีค่าพลังงานไฟฟ้าที่บันทึกได้ มีความแตกต่างจาก เดิมมาก ให้ผู้รับจ้างทํารายงานแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ที่ ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้รับผิดชอบทราบ ทันที พร้อมทั้งตรวจสอบสาเหตุของความผิดปกติและการแก้ไขต่อไป
    5.7 ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผน พร้อมตารางกําหนดวันตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ให้กับผู้ว่าจ้าง หลังจากลงนามสัญญาจ้างแล้วภายใน 15 วัน (ถ้าเกินกําหนดจะถูกปรับตามข้อ 8.2) กําหนดการตรวจสอบ และบํารุง รักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV ภายในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) จํานวน 1 ครั้ง โดยต้องดําเนินการตรวจสอบ บํารุงรักษาตามรายละเอียดงานและ บันทึกการตรวจสอบตามเงื่อนไข (ดับไฟตรวจเช็คตามรายละเอียดงานตามข้อ 5.8)
    /5.8 ผู้รับ…
    16
    Bull
    -6-
    5.8 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือ- แหลมฉบัง ตามกําหนดการที่ผู้รับจ้างเสนอสําหรับการตรวจสอบครั้งที่ 2 โดยมีรายละเอียดงานตรวจสอบ ดังนี้
    5.8.1 งานตรวจสอบตู้อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 KV และ 22kV ในสถานีไฟฟ้าแรงสูง 115 KV ตามรายละเอียดดังนี้
    5.8.1.1 งานตรวจสอบ Gas Circuit Breaker (GCB.) 115 KV

    ทดสอบหาค่า Closing and Tripping Time

    ทดสอบหาค่า Contact Resistance, Insulation Resistance

    ทดสอบการปลด-สับ Breaker, Mechanism Manual and Automatic

    ทดสอบหาค่า SF6 Dew point and Percentage

    ทดสอบหาค่า SF6 Leakage
    5.8.1.2 งานตรวจสอบ Current Transformer (CT) 115 KV และ Voltage Transformer

    ทดสอบหาค่า Insulation Resistance
    • ทดสอบหาค่า Winding excitation เฉพาะ Current transformer
    • ทดสอบหาค่า Ratio Primary and Secondary
    ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
    5.8.1.3 งานตรวจสอบ Disconnecting Switch and Earth switch
    • ทดสอบหาค่า Contact Resistance, Auxiliary Contact
  • ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
    5.8.1.4 งานตรวจสอบ 115 kV Lightning arrester and surge counter

    ทดสอบหาค่า Insulation Resistance

    ทดสอบหาค่า Counter Operation
    ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
    5.8.1.5 ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อขั้วต่อสาย พร้อมทําความสะอาดงานตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 115/22 KV ขนาด 50 MVA จํานวน 2 เครื่อง
    และ Bushing









    ทดสอบหาค่า Power Factor หรือ Dissipation Factor ที่แรงดันกระแสสลับ 10 kV ของขดลวด
    ทดสอบหาค่า Insulation Resistance ที่เวลา 1 นาทีและ 10 นาทีเพื่อหาค่า PI (Polarizing Index) ทดสอบหาค่าอัตราส่วนแรงดันทางด้าน Primary and Secondary ของ HV และ LV (Ratio Test)
    ทดสอบหาค่าความต้านทานของขดลวดในแต่ละ Tap position
    ทดสอบหาค่าความต้านทานของขดลวดหม้อแปลง
    ตรวจสอบการทํางานของระบบ Alarm และ Annunciator
    ทดสอบค่าความเป็นฉนวนของน้ํามัน (Dielectric Strength)
    ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อสายต่างๆ และทาน้ํายาให้กระแสไฟฟ้าผ่านสะดวก
    ตรวจสอบปะเก็น และรอยรั่วซึมของอุปกรณ์ทุกส่วน
    ตรวจสอบคุณภาพของน้ํามันหม้อแปลงโดยการทดสอบ DGA
    ตรวจสอบคุณภาพสารกันความชื้น (Silica gel)
    ตรวจสอบการทํางานของพัดลมระบายความร้อนทั้งระบบ Auto และ Manual
    /• ทดสอบ…

    Bull
    Full Si

    -7-
    ทดสอบระบบการทํางานของระบบต่างๆ เช่น Alarm Device, Annunciator, Function
    Relay, Load Tap Change, Limit Switch a Function Relay
    • ทําความสะอาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ทุกชนิดที่ประกอบอยู่ รวมทั้งทําความสะอาด และกําจัดวัชพืชบริเวณพื้นที่รอบหม้อแปลงให้สะอาดอยู่เสมอ
    5.8.1.6 งานตรวจสอบ Control and Protection Relay ในระบบ 115 kV และ 22 kV
    ทดสอบหาค่า Over Current and Earth Fault Relay (OC&EF) และคุณสมบัติทางด้าน
    เวลา (Timing)


    ทดสอบหาค่า Under Voltage Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
    ทดสอบหาค่า Line Impedance Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
    • ทดสอบหาค่า Differential Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
    • ทดสอบหาค่า Bus Differential Relay และคุณสมบัติทางด้านเวลา (Timing)
    ทดสอบหาค่า Indicator Meter ของชุด Metering และระบบ Wiring Control ทั้งหมด
    รวมถึง Heater, Pilot Lamp, Switch Push-Bottom พร้อมทําความสะอาดตู้ Control
    • ตรวจสอบระบบ Ground พร้อม Loop Ground Test
    5.8.1.7 งานตรวจสอบ 22 kV Capacitor Bank

    • ทดสอบหาค่า Insulation Resistance, Capacitor
    • ทดสอบระบบ Protection, Automatic Switch
    ทดสอบค่า Capacitor total and unbalance check
    ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ สภาพพื้นผิวฉนวน พร้อมทําความสะอาดภายใน และ นอกตู้
    5.8.1.8 งานตรวจสอบ ตู้ Ring Main

  • ตรวจสอบระบบการทํางาน Over Current and Earth Fault Relay
    • ตรวจสอบ function การปลดสับวงจรของ RMU โดยระบบป้องกันและระบบ Manual
    ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น
    ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Bushing Insulation)
    ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Power Fuse)
    • ทดสอบ Insulation Resistance Current Transformer (CT), Potential Transformer
    (VT) ตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
    5.8.1.8 งานตรวจสอบ Automatic transfer switch

    ตรวจสอบระบบการทํางาน พร้อมทําความสะอาด
    5.8.1.9 งานตรวจสอบ AC/DC distribution panel
  • ทดสอบหาค่า Insulation Resistance
    ตรวจสอบจุดต่อสายต่างๆ พร้อมทําความสะอาด
    5.8.1.10 งานตรวจสอบ 125 VDC Battery และ Battery Charger

    ตรวจสอบการทํางานระบบ Alarm
    ตรวจสอบแรงดัน, วัดหาค่าความถ่วงจําเพาะแต่ละ Cell และเติมน้ํากลั่น (ของท่าเรือฯ) ตรวจสอบแรงดัน Output ของ Charger (float and equalize voltage) ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่าง Cell ขั้วต่อสาย พร้อมทําความสะอาด
    E Bull
    /5.8.1.11 งาน…
    -8-
    5.8.1.11 งานตรวจสอบ 400/230 VAC Emergency diesel generator


    ·
    ถ่ายน้ํามันเครื่องพร้อมเปลี่ยนกรองน้ํามันเครื่องและกรองน้ํายา
    ตรวจสอบระบบการทํางาน
    • ทําความสะอาดท่อหายใจเครื่องยนต์ และ ทําความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองอากาศ
    ตรวจสอบระบบป้องกัน Generator set และทดสอบ Automatic start
    5.8.1.12 งานตรวจสอบตู้อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 KV ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4,5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ตามรายละเอียดดังนี้
    5.8.1.12.1 ตู้ Switchgear MERLIN MC SET

ตรวจสอบระบบการทํางาน Over Current and Earth Fault Relay
ตรวจสอบ Setting Relay Matching Current Transformer Ratio - ทดสอบระบบการ สับด้วย Switch และ Trip ด้วย Relay
ทดสอบหาค่า Closing and Tripping Time
ทดสอบหาค่า Insulation Resistance, Contact Resistance ของจุดเชื่อมต่อต่างๆ
Bus Bar, Current Transformer (CT), Potential Transformer (VT), Circuit Breaker ตามมาตรฐานการ ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
5.8.1.12.2 ตู้ Load Break Switch MERLIN

ทดสอบหาค่า Insulation Resistance, Contact Resistance ของจุดเชื่อมต่อต่างๆ

  • และ Busbar ตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
    ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น
  • ทดสอบการทํางานของ Relay (ถ้ามี)
    ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ Load Break Switch (Bushing Insulation)
    5.8.1.12.3 ตู้ Switchgear GIS Siemens และ Schneider
  • ตรวจสอบระบบการทํางาน Protection Relay Over Current and Earth Fault
  • ตรวจสอบ Setting Relay Match Current Transformer Ratio
  • ทดสอบระบบการ สับด้วย Switch และ Trip ด้วย Relay
    ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น
    5.8.1.12.4 ตู้ Ring Main Unit Siemens และ Schneider

ตรวจสอบระบบการทํางาน Protection Relay Over Current and Earth Fault

  • ตรวจสอบ Setting Relay Match Current Transformer Ratio
    ทดสอบระบบการ สับด้วย Switch และ Trip ด้วย Relay (ถ้ามี)
  • ทดสอบระบบตัดต่อวงจรด้าน Mechanic, Interlock พร้อมทําความสะอาด
  • ตรวจสอบการทํางานของระบบ Mechanism และระบบหล่อลื่น
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Bushing Insulation)
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของ RMU (Power Fuse)
  • ทดสอบหาค่า Insulation Resistance, Current Transformer (CT), Potential Transfomer
    (VT) ตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
    & coll Call va

    -9-
    5.9 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําประวัติอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบภายในสถานีไฟฟ้าย่อย ระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่ง ประกอบด้วยหมายเลขเครื่อง ขนาด พิกัด, สถานที่ติดตั้ง วัน-เวลาการซ่อมและบํารุงรักษา รายละเอียดการตรวจ ซ่อม รายการชํารุดเสื่อมสภาพ และอื่นๆ ตามความเหมาะสมตลอดระยะเวลาของสัญญา 3 เดือน จํานวน 2 ชุด โดยเก็บไว้ที่แผนกช่างไฟฟ้า กองการช่าง ท่าเรือแหลมฉบัง
    5.10 ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบภายใน สถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือ แหลมฉบัง 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม (หรือตามที่ผู้ว่าจ้างแจ้งให้เริ่มงาน) - 30 กันยายน 2569 ภายหลัง เสร็จสิ้นการตรวจสอบและบํารุงรักษา ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายงานการปฏิบัติงานให้กับคณะกรรมการตรวจการจ้าง ที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งจํานวน 2 ชุด ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นับถัดจากผู้รับจ้างตรวจสอบสถานีไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว 5.11 ผู้รับจ้างจะต้องแนบเอกสารผลการสอบเทียบอุปกรณ์เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าทุกชิ้นที่ใช้ในการ ตรวจสอบ อุปกรณ์ ซึ่งจะต้องมีกําหนดระยะเวลาในการสอบเทียบภายในระยะเวลา 1 (หนึ่ง) ปี นับตั้งแต่วันที่ ผู้รับจ้างลงนามในสัญญาฯ โดยให้ใส่แนบไว้กับตัวรายงานทั้ง 2 ชุด
    5.12 ในกรณีจําเป็นต้องทําการซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน อุปกรณ์สถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าโซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ตามวิธีการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และผู้รับจ้างจะต้องเก็บชิ้นส่วนอุปกรณ์อะไหล่ที่ได้
    ทําการเปลี่ยนไปแล้วมอบให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ
    5.13 สําหรับอุปกรณ์สถานีไฟฟ้า 115 kV อุปกรณ์ลานไก และหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 50 MVA นั้น ผู้รับจ้าง มีหน้าที่เข้ามาดําเนินการตรวจสอบในกรณีที่มีการชํารุดบกพร่อง หรือการทํางานผิดปกติของอุปกรณ์เท่านั้น และ ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางการแก้ไขหรือซ่อมแซมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้การซ่อมแซมเป็นหน้าที่
    ของท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือแหลมฉบังสงวนสิทธิที่จะให้ผู้ใดเป็นผู้เข้ามาดําเนินการก็ได้
    5.14 คู่สัญญา (ผู้รับจ้าง) จะต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของ มูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามสัญญาภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา
  1. บุคลากรที่ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา
    6.1 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทสามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร จํานวนอย่างน้อย 1 คน และต้องมี ประสบการณ์ในการตรวจสอบ ควบคุมระบบไฟฟ้า และมีผลงานในการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ไม่น้อยกว่า 2 ปี พร้อมทั้งมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่ขอบข่ายงานดังนี้
    6.1.1 เป็นวิศวกรที่ปรึกษางานด้านระบบไฟฟ้าแรงสูงให้กับผู้ว่าจ้าง เช่น กรณีที่มีการขอขยายเขตรับ กระแสไฟฟ้าจากผู้เช่าใช้พื้นที่ของท่าเรือแหลมฉบัง ทําการตรวจสอบงานระบบไฟฟ้าแรงสูงภายในเขตพื้นที่ของ
    ท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมด
    6.1.2 ให้คําแนะนําและควบคุมการปฏิบัติงานของช่างเทคนิคไฟฟ้าในสถานี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
    รวมถึงการควบคุมดูแลการซ่อมบํารุงรักษาสถานีไฟฟ้าประจําปี
    6.1.3 ตรวจสอบการทํางานของอุปกรณ์ไฟฟ้าประจําสถานีต่างๆ ให้ทํางานได้อย่างถูกต้องตามหลัก วิศวกรรม หากพบข้อผิดปกติ หรือบกพร่องที่อาจเกิดความเสียหายต่อการทํางานของระบบไฟฟ้าให้แจ้งต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หัวหน้าหมวดไฟฟ้าและหัวหน้าแผนกไฟฟ้าทราบทันที
    6.1.4 เป็นผู้วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาของระบบไฟฟ้าแรงดัน 115 kV และ 22 KV ที่อาจจะเกิดขึ้น เฉพาะหน้าให้ใช้งานได้ และเสนอมาตรการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตให้ผู้ว่าจ้างทราบ เพื่อปฏิบัติงาน ควบคุม ตรวจสอบ ดูแลและแก้ไข รวมทั้งการวิเคราะห์ให้คําแนะนําในการปรับปรุงระบบของอุปกรณ์ในสถานี ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ภายในพื้นที่ ทลฉ.
    /6.15 กรณี…
    -10-
    6.1.5 กรณีที่อุปกรณ์ไฟฟ้าของระบบชํารุดเสียหายหรือทํางานผิดปกติ ให้ร่วมกับบุคลากรของผู้ว่าจ้างทํา การตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหา คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป
    พร้อมทั้งจัดทํารายละเอียดของงานและประมาณราคาในการซ่อมทํา เสนอให้
    6.1.6 ดําเนินการออกแบบ และลงนามรับรองแบบในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีความจําเป็นต้องซ่อมแซมอุปกรณ์ ไฟฟ้าในระบบไฟฟ้า 22 kV เพื่อใช้สําหรับการออกเรื่องจ้าง หรือเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานการในการเปลี่ยนแปลง
    6.1.7 ดําเนินการตรวจสอบรายงานการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูง และให้ คําแนะนําในการดูแลบํารุงรักษา ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงภายในสถานีไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบัง
    6.2 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทภาคีวิศวกร จํานวนอย่างน้อย 1 คน ต้องมีประสบการณ์ในการ ตรวจสอบ ควบคุมระบบไฟฟ้า และมีผลงานในการควบคุมสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV อย่างน้อย 2 ปี พร้อมทั้งมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติงานทุกวันทําการ ตามวันและเวลาราชการ (หยุดงานตามวันหยุดทางราชการ หรือวันหยุดประจําปีของการท่าเรือฯ)
    6.3 ช่างเทคนิคไฟฟ้าประจําสถานีไฟฟ้า 115 kV ปฏิบัติงานอย่างน้อยกะละ 2 คน ทํางานตลอด 24 ชั่วโมง (การจ้างงานเป็นไปตามข้อ 9) ประกอบด้วย
    6.3.1 หัวหน้าช่างเทคนิคไฟฟ้าหรือช่างชํานาญงานไฟฟ้าจํานวน 1 คน หัวหน้าช่างเทคนิคไฟฟ้าจบ การศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เป็นอย่างน้อย ในสาขาไฟฟ้ากําลังเท่านั้น และต้องมี ประสบการณ์ในการทํางานเกี่ยวกับงานควบคุม หรือการติดตั้งอุปกรณ์ หรือซ่อมแซมอุปกรณ์ด้านระบบ ไฟฟ้าแรงสูงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
    6.3.2 ช่างเทคนิคไฟฟ้าจํานวน 1 คน จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เป็นอย่าง น้อย ในสาขาไฟฟ้ากําลังเท่านั้น ทั้งนี้ช่างเทคนิคไฟฟ้า หรือช่างชํานาญงานไฟฟ้าประจําสถานีไฟฟ้า 115 kV มี หน้าที่ขอบข่ายงานดังนี้
    6.3.3 ปฏิบัติงานประจําสถานีไฟฟ้า 115 kV และต้องเข้าไปตรวจสอบสถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และ สถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7 อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พร้อมดูแลรักษาความสะอาดภายในสถานีและบริเวณโดยรอบ สถานีทุกสถานี
    6.3.4 หากเกิดเหตุผิดปกติ หรือขัดข้องของระบบไฟฟ้าทุกสถานี (สถานีไฟฟ้า 115 kV สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ช่างเทคนิคไฟฟ้าที่เข้าเวร ต้องสามารถออกตรวจเช็คระบบ พร้อมแก้ไขให้ สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าใช้งานได้ตามปกติ
    6.3.5 ต้องสามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ และอ่าน Single Line Diagram, Status Relay, Alarm Fault, Monitoring ได้เป็นอย่างดี
    6.3.6 จัดทําบันทึกค่าการใช้กระแสไฟฟ้าตามข้อ 5.1 พร้อมทํารายงานเสนอเป็นประจําทุกเดือน 6.4 ผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อบุคลากร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ สําเนา บัตรประชาชน สําเนาทะเบียนรถ รูปถ่ายเครื่องมืออุปกรณ์ เป็นต้น ให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา ก่อนเข้าดําเนินการ ทั้งนี้ผู้รับจ้างไม่สามารถเปลี่ยนบุคลากรใดๆ ได้ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ และบุคลากรที่ผู้รับจ้างเสนอเปลี่ยนต้องเป็นไปตามข้อกําหนด มีคุณวุฒิ และประสบการณ์ไม่น้อย กว่าบุคลากรเดิม
  2. เวลาปฏิบัติงาน
    7.1 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทสามัญวิศวกร หรือวุฒิวิศวกร ต้องเข้ามาปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษา ควบคุม ตรวจสอบ ดูแลและแก้ไข รวมทั้งการวิเคราะห์ให้คําแนะนําในการปรับปรุงระบบของอุปกรณ์ในสถานี ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าโน 7)
    โดยจะ…
    -11-
    โดยจะต้องเข้ามาปฏิบัติงานในวันทําการสัปดาห์ละ 2 วัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้าเสียหายนอกวันเวลาดังกล่าว ต้องสามารถติดต่อเพื่อแก้ไขหรือให้คําแนะนําแก่ผู้ปฏิบัติงานได้
    ตลอดเวลา โดยจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายกับระบบจ่ายไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบัง หรือหากกรณีที่มีความ จําเป็นเร่งด่วน ผู้ว่าจ้างต้องสามารถเรียกให้วิศวกรไฟฟ้าบุคคลดังกล่าวนี้เข้ามาแก้ไขปัญหาของท่าเรือแหลมฉบังได้ 7.2 วิศวกรไฟฟ้า สาขาไฟฟ้ากําลัง ประเภทภาคีวิศวกร ต้องเข้ามาปฏิบัติงานควบคุม ตรวจสอบ ดูแลและ แก้ไข ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และ สถานีไฟฟ้าโซน 7) โดยจะต้องเข้ามาปฏิบัติงานในวันทําการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
    7.3 ช่างเทคนิคไฟฟ้า หรือช่างชํานาญงานไฟฟ้าปฏิบัติงานอย่างน้อย 2 คน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยต้องเข้าเวร ประจําสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV กรณีที่มีเหตุฉุกเฉินต้องแก้ไขปัญหาของระบบไฟฟ้าแรงสูงนอกเหนือ เวลาปฏิบัติงาน ผู้ว่าจ้างจะไม่มีการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาเพิ่มเติม เพราะได้คิดรวมอยู่ในค่าจ้างบุคลากรแล้ว

    7.4 กรณีที่บุคลากรของผู้รับจ้างไม่สามารถมาปฏิบัติงานตามตารางที่จัดไว้ได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากร ที่มีคุณสมบัติตรงที่กําหนดไว้ตามข้อ 5 มาปฏิบัติงานแทนให้ครบถ้วน ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ตามจํานวนวัน และเวลาที่กําหนดในเงื่อนไข
    7.5 กรณีที่ผู้ทําหน้าที่ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าไม่มีคุณภาพและไม่สามารถทํางานให้ผู้ว่าจ้างได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะแจ้งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนผู้ทําหน้าที่ได้ทันทีและผู้รับจ้างจะต้องจัดการเปลี่ยน บุคลากรตําแหน่งดังกล่าว ภายใน 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายให้ รับผิดชอบ (หากเกิน 3 วันจะต้องถูกปรับตามข้อ 9.3 ตามตําแหน่งที่ขาด จนถึงวันที่จัดหาบุคลากรมาทดแทน ตําแหน่งที่ขาดได้จนครบตามจํานวน)
  3. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    8.1 ผู้รับจ้างต้องหมั่นควบคุมดูแลและตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV พร้อมทั้งอุปกรณ์ลานไก หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 50 MVA สายไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมดภายใน พื้นที่ของ ทลฉ. ให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดีตลอดเวลา รวมถึงการดูแลถอนวัชพืชต่างๆ รอบบริเวณสถานีและ ภายในลานไก (Switch yard) ของสถานีไฟฟ้า 115 kV ด้วย
    8.2 หากเกิดความผิดปกติหรือข้อบกพร่องของอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV พร้อมทั้ง อุปกรณ์ลานไก หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 50 MVA ตู้ตัดตอนไฟฟ้า (RMU) และหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 22 kV รวมทั้งสายไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมดภายในพื้นที่ของท่าเรือแหลมฉบัง ผู้รับจ้างจะต้องรีบแจ้งคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุทราบโดยทันที (ทําบันทึกรายงานส่งภายในวันถัดไป) เพื่อผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งให้ทางบริษัทฯ ที่ได้รับการว่าจ้าง จากผู้ว่าจ้างทําการตรวจสอบ ซ่อมบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทดังกล่าว เข้ามาดําเนินการซ่อมทําและแก้ไข
    8.3 ผู้รับจ้างจะต้องเข้าร่วมประชุมหารือจัดทําแผนการดับไฟร่วมกับผู้ว่าจ้าง ให้ทําการตรวจสอบ ซ่อม บํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV และ 22 kV พร้อมทั้งอุปกรณ์ลานไก หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 50 MVA จํานวน 2 เครื่อง ตู้ตัดตอนไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 22 kV เพื่อซ่อมบํารุงรักษาอุปกรณ์ดังกล่าว
    8.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงาน บันทึกค่าการใช้กระแสไฟฟ้าที่สถานีไฟฟ้าแรงสูง 115 kV และสถานี ไฟฟ้าแรงสูง 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ทุกสิ้นเดือน รวมถึงใบแจ้งหนี้ค่า กระแสไฟฟ้า ผลการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ข้อเสนอแนะ ในการซ่อมทําแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ระบบการจ่าย กระแสไฟฟ้าของ ทลฉ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อประกอบการ เบิกเงินค่าจ้าง ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป
    /8.5 กรณี…
    Vom Sha
    -12-
    8.5 กรณีที่อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงในระบบ 115 kV อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ตู้ตัดตอนไฟฟ้า (RMU) และหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ 22 KV รวมทั้งสายไฟฟ้าแรงสูงทั้งหมดภายในพื้นที่ของท่าเรือแหลมฉบัง เกิดชํารุด เสียหายหรือทํางานผิดปกติให้ร่วมกับบุคลากรของผู้ว่าจ้างทําการตรวจสอบและให้ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เป็น ผู้วิเคราะห์ปัญหาพร้อมทั้งจัดทํารายละเอียดประมาณราคาในการซ่อมเปลี่ยน แล้วแจ้งให้ผู้ว่าจ้างหรือ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบ เพื่อจะได้พิจารณาดําเนินการต่อไป
    8.5.1 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างทํางานพิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้ หรือรวมอยู่ในเอกสารหาก งานพิเศษนั้นๆ อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของงานจ้างเหมา นอกจากนี้ผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิสั่งให้ เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขรูปแบบและข้อกําหนดต่างๆ ได้ด้วย
    8.5.2 บุคลากรช่างเทคนิคไฟฟ้าของผู้รับจ้าง ตามคุณสมบัติข้อ 6 จะต้องสามารถปฏิบัติงาน นอกจากการควบคุมสถานีไฟฟ้าได้ หากผู้ควบคุมงานที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้งร้องขอ ในกรณีมีเหตุจําเป็น ตัวอย่างเช่น - กรณีต้องทําการปลด-สับหรือเปลี่ยน Fuse ที่หม้อแปลงหรือ RMU เป็นต้น
    ดินชํารุดเสียหาย
    กรณีต้องทําการตรวจสอบหาสาเหตุของกระแสไฟฟ้าดับ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากสายไฟฟ้าแรงสูงใต้
  • กรณีแผนกช่างไฟฟ้าต้องการบุคลากรเพื่อช่วยในการปฏิบัติงานของแผนกไฟฟ้า, หมวดไฟฟ้า
    หรืองานบริการตามหน่วยงานภายในท่าเรือแหลมฉบัง
    8.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาอุปกรณ์สํานักงาน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ ยานพาหนะที่ใช้ในการปฏิบัติงาน (รถกระบะปิคอัพ), เครื่องมือสื่อสารประเภทวิทยุประจําสถานีและวิทยุเคลื่อนที่, สิ่งอํานวยความสะดวกในการ ปฏิบัติงาน หรือที่พักอาศัยของบุคลากรของผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าการใช้น้ําประปาและ กระแสไฟฟ้าตามระเบียบของท่าเรือแหลมฉบัง (เหมาจ่ายเดือนละ 1,200 บาท) ในกรณีที่บุคลากรของผู้รับจ้าง เข้ามาปฏิบัติงานประจําที่สถานีไฟฟ้าต่างๆ
    8.7 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือตรวจวัดทางไฟฟ้า เช่น มัลติมิเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ด้านระบบไฟฟ้าแรงสูง เช่น MEGGER HIGH VOLTAGE ชุดช็อตกราวด์ ไม้ชักฟิวส์ความยาวไม่น้อยกว่า 24 ฟุต เครื่องกําเนิดไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ ขนาด 220 V 3,300 W ถุงมือกันไฟฟ้า ขนาดตั้งแต่ 380 - 33,000 V เป็นต้น (โดยต้องเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย) จะต้องมีวิทยุสื่อสารและต้องมีไฟฉายใหญ่ ประจํารถ สําหรับใช้งานในการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวสําหรับ การซ่อมทํา ตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง
    8.8 ผู้รับจ้างจะต้องทําการส่งช่างมาตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV ระบบ 22 kV ภายใน สถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5 และสถานีไฟฟ้าย่อยโซน 7) ภายในท่าเรือ แหลมฉบัง ที่ชํารุดเสียหายภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 วันทําการ หลังจากที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้าง หากผู้ว่าจ้าง เห็นว่า ผู้รับจ้างดําเนินการส่งช่างเข้ามาปฏิบัติงานล่าช้ากว่าที่กําหนดนี้ และได้มีหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์ อักษร โทรศัพท์หรือโทรสารไปยังผู้รับจ้างแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ ผู้ว่าจ้างปรับตามข้อ 8.6 นับตั้งแต่วันที่ ผู้รับจ้างได้รับแจ้งเป็นหนังสือหรือโทรสารเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว จนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งช่างมาทําการตรวจสอบ หรือปรับปรุงแก้ไข โดยผู้รับจ้างจะต้องประเมินความเสียหาย และประเมินราคาค่าซ่อมทําให้กับการท่าเรือฯ โดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้การท่าเรือฯ ขอสงวนสิทธิที่จะว่าจ้างผู้รับจ้างรายใดก็ได้เข้ามาดําเนินการซ่อมแซม หากผู้รับจ้างยังส่งช่างเข้ามาปฏิบัติงานล่าช้าเกินกว่า 5 วันทําการหลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้ง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิสั่ง เลิกจ้างได้โดยทันที และผู้รับจ้างจะต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างจัดจ้างผู้รับจ้างรายอื่นมาดําเนินการแทนผู้รับจ้างต่อไปจน เสร็จการและ ผู้รับจ้างต้องยอมชําระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการนี้แทนผู้ว่าจ้างที่ต้องเสียไปทั้งสิ้น
    /8.9 หาก…
    C and
    -13-
    8.9 หากผู้รับจ้างหรือบุคลากรของผู้รับจ้างกระทําการใดๆ เกิดผลเสียหายแก่การท่าเรือฯ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดย ทางตรงหรือทางอ้อม ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายนั้นโดยตรงกับการท่าเรือฯ จะบอกปัดความ รับผิดชอบจากการกระทําของบริวารของผู้รับจ้างไม่ได้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ผู้รับจ้างต้องชดใช้ให้กับ การท่าเรือฯ ทันที เมื่อแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบและการท่าเรือฯ มีสิทธิหักค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากค่าจ้างของผู้รับจ้าง หากมูลค่าความเสียหายมีมูลค่าสูง การท่าเรือฯ มีสิทธิริบเงินหลักประกันสัญญาของผู้รับจ้างที่วางไว้ได้บางส่วน หรือทั้งหมดได้ทันที อีกทั้งผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายส่วนที่สูงกว่าเงินหลักประกันนั้น ให้แก่การท่าเรือฯ ด้วย และการท่าเรือฯ สงวนสิทธิ ที่จะบอกเลิกสัญญาจ้างแก่ผู้รับจ้างได้ด้วย
    8.10 เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุเป้าหมายโดยเรียบร้อยและปลอดภัย ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทํางานก่อสร้างและตามวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น
  1. อัตราค่าปรับ
    9.1 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องได้ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นว่าเกิดจากความบกพร่อง ความไม่พร้อม หรือการทํางานไม่มีประสิทธิภาพของ บุคลากรผู้รับจ้าง ทําให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา (คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะพิจารณาจากความ
    เหมาะสมของระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาในแต่ละกรณีว่าควรเสร็จเรียบร้อยภายในระยะเวลาเท่าใด) โดยผู้ว่าจ้างสามารถปรับในอัตราชั่วโมงละ 20,000.- บาท นับตั้งแต่ได้รับแจ้งจนถึงเวลาแก้ไขเสร็จ
    9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ส่งบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานตามสัญญาหรือผู้รับจ้างไม่ส่งรายงานประจําเดือน ภายในเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างจะปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่างานจ้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ต้อง ไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท ตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างไม่ส่งบุคลากรเข้ามาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการแก้ไขเรียบร้อย 9.3 การปฏิบัติงานในแต่ละเดือน หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าบุคลากรของผู้รับจ้างปฏิบัติงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ และผู้ว่าจ้างได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนบุคลากร ผู้ว่าจ้างสามารถปรับได้ในอัตราดังนี้
    9.3.1 วิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญ ปรับวันละ 3,500 บาทต่อวัน 9.3.2 วิศวกรไฟฟ้า ระดับภาคี ปรับวันละ 2,000 บาทต่อวัน 9.3.3 ช่างเทคนิค ปรับวันละ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน
    9.4 กรณีผู้รับจ้างไม่จัดส่งตารางกําหนดวันตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 KV ใน สถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5, โซน 7) ภายในท่าเรือแหลมฉบัง ให้กับผู้ว่าจ้าง ภายหลังจากลงนามสัญญาฯ แล้วเกิน 15 วัน จะถูกปรับวันละ 200 บาท จนกว่าผู้รับจ้างจะจัดส่งตาราง
    9.5 กรณีผู้รับจ้างไม่จัดทํารายงาน บันทึกรายละเอียดของงานการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งข้อเสน การซ่อมทําแก้ไขปรับปรุงอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5, 7 และ อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 KV) ภายในท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมด ตามกําหนดจะถูกปรับวันละ 200 บาท
    สนอแนะ
    9.6 กรณีผู้รับจ้างไม่เข้ามาดําเนินตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ตามข้อ 8.8 คิดค่าปรับเป็น รายวันในอัตราวันละ 2,000 บาท จนกว่าผู้รับจ้างจะเข้ามาดําเนินการ
    ทั้งนี้ การคิดค่าปรับจะนับ 24 ชั่วโมงเป็น 1 วัน โดยเริ่มนับจากวันเวลาที่ได้รับแจ้ง จนถึงวันเวลาที่ดําเนินการ เสร็จเรียบร้อย โดยเศษที่ไม่ครบ 24 ชั่วโมงนับเป็น 1 วัน
    /10.1 ความรับ…
    Carl
    -14-
  2. ความรับผิดชอบสภาพการจ้างงาน
    10.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบสภาพการจ้างพนักงาน โดยทําการจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายประกันสังคม ตามที่กฎหมายกําหนด โดยต้องเสียภาษีเงินได้ทุกประเภทตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้อง ปฏิบัติต่อลูกจ้างของผู้รับจ้าง ซึ่งได้ทําการจ้างไว้ให้ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ตลอดจนสิทธิประโยชน์อื่นใด ครบถ้วนถูกต้อง ซึ่งผู้รับจ้างหรือลูกจ้างของผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ จากการท่าเรือฯ อีก ค่าจ้างเหมาตาม สัญญาจ้างที่การท่าเรือฯ จ่ายให้กับผู้รับจ้าง ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้รับผิดชอบต่อพนักงานหรือลูกจ้างไว้แล้วทั้งสิ้น
    10.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาชุดเครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล เช่น หมวกเซฟตี้ รองเท้า เซฟตี้ ถุงมือหนังป้องกันกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคน
    10.3ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําประกันอุบัติเหตุของพนักงานทุกคนที่เข้ามาปฏิบัติงานในท่าเรือแหลมฉบัง ตลอด
    ระยะเวลาของสัญญาจ้าง
  3. การตรวจการจ้าง
    11.1 คณะกรรมการตรวจการจ้างหรือผู้ควบคุมงาน มีอํานาจเข้าไปตรวจงานในสถานที่ที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงาน สนามและสถานที่ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงในสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV และสถานีไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1 ถึง 5 และสถานีไฟฟ้าโซน 7) ได้ทุกเวลา และผู้รับจ้างจะต้องอํานวยความสะดวกและให้ ความช่วยเหลือในการนั้นตามสมควร
    11.2 เมื่อผ่านการดําเนินงานควบคุมดูแลการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามรายละเอียดข้อ 4 ทุกขั้นตอนแล้ว ผู้รับ จ้างจะต้องทําการสรุปข้อมูลและจดบันทึกเป็นสถิติผลการดําเนินงานดังกล่าวเสนอให้ผู้ว่าจ้างทราบ และในกรณีที่ ตรวจพบว่ามีอุปกรณ์ของระบบไฟฟ้าทั้งภายใน-นอกสถานีหรือเหตุการณ์ที่ทําให้ระบบไฟฟ้าไม่ปกติ ผู้รับจ้าง
    จะต้องแจ้งและแนะนําข้อแก้ไขให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบโดยทันที เพื่อจะได้ดําเนินการแก้ไขโดยเร็ว
    11.3 เมื่อผ่านการดําเนินงานตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV ในสถานีไฟฟ้าย่อย ระบบ 22 kV (สถานีไฟฟ้าย่อย 1, 2, 3, 4, 5, โซน 7 และอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระบบ 22 kV) ภายในท่าเรือ- แหลมฉบัง ทั้งหมดแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทําการสรุปข้อมูลและจดบันทึกเป็นรายงานผลการดําเนินงานดังกล่าว เสนอให้ ผู้ว่าจ้างทราบและในกรณีที่ตรวจพบว่ามีอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงชิ้นใดหรือเหตุการณ์ที่อาจทําให้ระบบการ จ่ายกระแสไฟฟ้าขัดข้องเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งและแนะนําข้อเสนอ พร้อมแนวทางแก้ไขให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุฯ ทราบโดยทันที เพื่อจะได้ดําเนินการแก้ไขโดยเร็วต่อไป
  4. ระยะเวลาดําเนินการ
    ระยะเวลาดําเนินการ 3 เดือน นับตั้งแต่ลงนามในสัญญาถึง 30 กันยายน 2569 (หรือนับถัดจากวันที่การ ท่าเรือฯ มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน)
  5. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ การท่าเรือฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพโดยจะพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่กําหนด ดังนี้
    13.1 ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50 13.2 ข้อเสนอหรือข้อเทคนิคอื่นๆ ร้อยละ 50 โดยมีรายละเอียดดังนี้
    13.2.1 แผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้งเหตุในกรณีที่พบปัญหา (70 คะแนน) (รายละเอียดตามภาคผนวก)
  • สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอแผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้ง เหตุในกรณีที่พบปัญหา ซึ่งต้องสอดคล้องเป็นไปตาม TOR โดยมีรายละเอียด ประกอบด้วย แผนการจัดบุคลากร ในการทํางาน เช่น จัดการทํางานกี่กะอย่างไร แต่ละกะมีจํานวนกี่คน วิศวกรจะเข้าทํางานในวันใด เวลาใด จัด หัวหน้าเวรเป็นใครเข้าวันไหน หากเกิดปัญหาในแต่ละส่วนต้องแก้ไขอย่างไร ลําดับขั้นตอนแบบใด เป็นต้น
    /สาเหตุ…
    -15-
    สาเหตุที่ต้องกําหนดเกณฑ์คุณภาพ เพื่อให้ท่าเรือแหลมฉบังเกิดความมั่นใจว่า จะได้ผู้รับจ้าง ที่มีความเข้าใจในการทํางานควบคุมสถานีไฟฟ้าได้จริง สามารถเรียงลําดับขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา เรียงลําดับ ความสําคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์ ในแต่ละสถานี ในแต่ละอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้องชัดเจน เพราะ งานจ้างฯ ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่จัดเจ้าหน้าที่มาเข้าเวรตามเงื่อนไข แต่จะต้องมีความรู้ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เช่น ตรวจพื้นที่ที่เกิดปัญหากระแสไฟฟ้าดับเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างต้องปีนเสาซ่อมสาย ไฟฟ้าแรงสูงได้ ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ เพื่อกําหนดวันดับกระแสไฟฟ้าของแต่ละผู้ประกอบการ แต่ละสถานี เพราะความผิดพลาดในวัน เวลา จ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนไม่ได้ตามที่กําหนด จะทําให้เกิดความ เสียหายต่อการท่าเรือฯ เป็นอย่างมาก ดังนั้นการนําเสนอแผนจึงมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการพิจารณา
    13.2.2 ผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง (30 คะแนน) (รายละเอียดตามภาคผนวก)
  • สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องแสดงสําเนาสัญญาจ้างฯ หรือหนังสือรับรอง ผลงาน ที่เป็นผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน 10 ปี นับถึงวันที่ยื่นเสนอราคา
    สาเหตุที่ต้องกําหนดเกณฑ์คุณภาพ ไม่ได้เป็นการกีดกัน หรือเป็นการล็อกคุณสมบัติ แต่เพื่อ เป็นการลดภาระเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง และคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบัง มีพื้นที่รวม เฉพาะเฟส 1 และเฟส 2 มากกว่า 6,300 ไร่ มีสถานีไฟฟ้า 7 แห่ง มี RMU มากกว่า 10 แห่ง หม้อแปลงไฟฟ้า มากกว่า 200 เครื่อง สายไฟฟ้ามากกว่า 90% เป็น Under Ground มีผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้เช่าพื้นที่ จํานวนมาก และต้องจดมิเตอร์ไฟฟ้ามากกว่า 150 เครื่อง เพื่อเรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าทุกๆ สิ้นเดือน จึงเป็น สาเหตุที่ต้องใช้เกณฑ์คุณภาพมาช่วยในการพิจารณา เพราะการที่ได้ผู้รับจ้างฯ เคยทํางานควบคุมสถานีไฟฟ้า ภายในท่าเรือแหลมฉบังมาแล้วนั้น ย่อมเป็นประโยชน์สูงสุดกับการท่าเรือฯ ทั้งในเรื่องลดระยะเวลาในการ ตรวจหาสาเหตุ เวลาเกิดปัญหาสามารถออกไปแก้ไขได้ทันที เพราะรู้จักสถานที่ รู้จักเส้นทาง รู้จักตําแหน่งของ มิเตอร์ และที่สําคัญสามารถเตรียมอุปกรณ์ที่จะต้องซ่อมเปลี่ยน แก้ไขได้ตรงจุด เพราะรู้จัก Spec และขนาดของ อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกประเภท ทุกสถานที่ ที่สําคัญเกณฑ์ข้อนี้เคยมีผู้รับจ้างทํางานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ราย
  1. วงเงินงบประมาณ
    วงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเป็นเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 5,040,000.- บาท (ห้าล้านสี่หมื่น-
    บาทถ้วน)
  2. หลักประกันการเสนอราคา
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคา ทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้จํานวน 252,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นสองพัน บาทถ้วน)
    15.1 เงินสด
    15.2 หนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด 15.3 พันธบัตรรัฐบาลไทย
    15.4 หนังสือค้ําประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ
    เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท
    เงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ําประกัน ของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด
    Z
    4
    /หลักประกัน…
    -16-
    หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ การท่าเรือฯ จะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ําประกันภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้มีสิทธิเสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ จะคืนให้ต่อเมื่อได้ ทําสัญญาหรือข้อตกลง หรือเมื่อผู้มีสิทธิเสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ ว่ากรณีใดๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย
  3. กําหนดยืนราคา
    กําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 60 วัน นับแต่วันยื่นเสนอราคา
  4. ข้อสงวนสิทธิ
    เงินค่าจ้างสําหรับการจ้างทํางานครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจําปี 2569 การลงนามในสัญญาฯ จะกระทําได้ เมื่อการท่าเรือฯ ได้รับอนุมัติเงินงบประมาณประจําปี 2569 สนับสนุนแล้วเท่านั้น
    หากการท่าเรือฯ ไม่สามารถลงนามในสัญญาฯ หรือแจ้งให้ผู้รับจ้างเริ่มงาน ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 การจ่ายเงินงวดแรก (ประจําเดือนกรกฎาคม) การท่าเรือฯ ขอสงวนสิทธิ์จ่ายเงินตามวันที่ผู้รับจ้างเริ่มปฏิบัติงาน ตามจริง โดยจะจ่ายเงินตามรายการค่าบุคลากรควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าต่อเดือนตามที่ผู้รับจ้างเสนอ แล้ว
    คํานวณจ่ายเป็นรายวันตามที่ปฏิบัติงานจริง
  5. การจ่ายเงิน
    ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงิน 3 งวด งวดละเท่าๆ กัน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูง ของสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 kV และตรวจสอบบํารุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือ- แหลมฉบัง ตามที่กําหนดในเงื่อนไขเป็นที่เรียบร้อย โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีมติตรวจรับงานครบถ้วน ถูกต้องตามเงื่อนไขการจ้างเรียบร้อยแล้วทุกประการ
    งวดที่ 1 (นับตั้งแต่วันลงนามหรือนับถัดจากวันที่การท่าเรือฯ มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน – 31 กรกฎาคม 2569) เมื่อผู้รับจ้างทํางานแล้วเสร็จ
    งวดที่ 2 (วันที่ 1 สิงหาคม – 31 สิงหาคม 2569) เมื่อผู้รับจ้างทํางานแล้วเสร็จ
    งวดที่ 3 (วันที่ 1 กันยายน – 30 กันยายน 2569) เมื่อผู้รับจ้างทํางานแล้วเสร็จ
    ยกเว้นการเริ่มปฏิบัติงานตาม 17 ข้อสงวนสิทธิ วรรคสอง จะจ่ายเงินตามวันที่ผู้รับจ้างเริ่มปฏิบัติงานตามจริง 19. การทําสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องทําสัญญากับการท่าเรือฯ ภายใน 7 วัน โดยนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษร และจะต้องวางหลักประกันสัญญา เป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 (ห้า) ของราคา งานจัดซื้อฯ ทั้งหมวดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้การท่าเรือฯ ยึดถือไว้ในขณะทําสัญญา โดยใช้หลักประกัน อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
    19.1 เงินสด
    19.2 เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่ายให้แก่การท่าเรือฯ โดยต้องเป็นเช็คลงวันที่ที่ทําสัญญา หรือลงวันที่ก่อนหน้านั้น
    ไม่เกิน 3 วันทําการ
    19.3 หนังสือค้ําประกันของธนาคารภายในประเทศ
    19.4 หนังสือค้ําประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบแล้ว โดยอนุโลม ให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ําประกัน
    19.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ผู้ยื่นข้อเสนอพ้นจากข้อผูกพัน
    ตามสัญญาแล้ว
  • W
    กะ
    -18-
    ผู้จัดทําร่างขอบเขตของงานจ้างบริการควบคุมการจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระบบ 115 kV, 22 kV และตรวจสอบบํารุงรักษาสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง
    Ghen
    el
    (นายรังสรรค์ ศรีอนันต์)
    นบ.13 ทลฉ.
    ประธานฯ
    (นายเกียรติศักดิ์ แช่มนิล)
    ซกกช.
    กรรมการ
    (นายธนภัทร ศรีวณิชากร)
    หผชฟ.
    กรรมการและเลขานุการ
    -18-
    ภาคผนวก
    หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอในการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ การท่าเรือฯ จะพิจารณา
    ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์คุณภาพโดยจะพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ําหนักที่
    กําหนด ดังนี้
  1. ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50 (คะแนนเต็ม 100)
  • ผู้เสนอราคาต่ําสุด
    100 คะแนน
  • ผู้เสนอราคาอันดับรองลงมา ได้คะแนนตามสัดส่วน โดยคิดจากสูตรคํานวณ ดังนี้ 100 - ((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาของผู้เสนอราคาต่ําสุด) / ราคาของผู้เสนอราคาต่ําสุด X 100)
  1. ข้อเสนอหรือข้อเทคนิคอื่นๆ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ 50 โดยมีเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ รายละเอียด คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีรายละเอียดดังนี้
    แผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้งเหตุในกรณีที่พบปัญหา (70 คะแนน)
  • สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอแผนการปฏิบัติงาน และแผนการแจ้ง เหตุในกรณีที่พบปัญหา โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
    ละเอียดครบถ้วน
    เสนอแผนการจัดบุคลากร (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) ไม่สอดคล้องตาม Tor
    บางรายการไม่สอดคล้องตาม Tor
    สอดคล้องตาม Tor
    เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
    ไม่ชี้แจงรายละเอียด
    จัดลําดับความสําคัญได้ ชี้แจงขั้นตอนได้
    0 คะแนน
    10 คะแนน
    20 คะแนน
    0 คะแนน
    10 คะแนน
    จัดลําดับความสําคัญถูกต้อง ยกตัวอย่างพร้อมชี้แจงขั้นตอนในการแก้ไขได้
    20 คะแนน
    จัดลําดับความสําคัญถูกต้องและครบถ้วน สามารถยกตัวอย่างพร้อมชี้แจงขั้นตอนในการแก้ไขได้
    30 คะแนน
    เสนอแผนการจัดวิศวกรอย่างต่ําระดับสามัญ (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)
    เสนอต่ํากว่าระดับสามัญ เสนอระดับสามัญ เสนอระดับวุฒิ
    0 คะแนน
    10 คะแนน
    20 คะแนน
    ผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าระบบ 115 kV, 22 kV ภายในท่าเรือแหลมฉบัง (30 คะแนน) - สิ่งที่ผู้เสนอราคาต้องนําเสนอ ผู้เสนอราคาต้องแสดงสําเนาสัญญาจ้างฯ หรือหนังสือรับรอง ผลงาน โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
    เสนอผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน
    10 ปี ในวงเงินไม่ต่ํากว่า 2,500,000.-
    10 คะแนน
    เสนอผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน
    10 ปี ในวงเงินไม่ต่ํากว่า 3,000,000.-
    20 คะแนน
    เสนอผลงานการควบคุมสถานีไฟฟ้าภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยต้องเป็นผลงานย้อนหลังไม่เกิน
    10 ปี ในวงเงินไม่ต่ํากว่า 3,500,000.-
    16
    C
    30 คะแนน
    V L