ประกวดราคาจ้างเหมาพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพและบริการดูแลระบบการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ (Exchange zone) โครงการ Health Link ต่อเนื่อง ประจำปี 2569
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ดำเนินโครงการ Health Link เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาล ปัจจุบันได้เชื่อมโยงหน่วยบริการในกรุงเทพฯ กว่า 8,000 แห่ง และมีแผนขยายการเชื่อมโยงไปยังต่างจังหวัดและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เพื่อรองรับนโยบาย “บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่” เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และปลอดภัย จึงมีความจำเป็นต้องจ้างเหมาพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพและบริการดูแลระบบการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ (Exchange zone) โครงการ Health Link ต่อเนื่องประจำปี 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบให้รองรับปริมาณข้อมูลและผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น พัฒนาและขยายขีดความสามารถรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระดับประเทศ ยกระดับการบริหารจัดการระบบ การติดตาม ตรวจสอบ และบำรุงรักษา และรองรับการเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพอื่น ๆ ของภาครัฐในอนาคต ขอบเขตงานครอบคลุมถึง การพัฒนาและปรับปรุงการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของหน่วยบริการปัจจุบันให้สมบูรณ์ การพัฒนาระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time และการพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hos Regis) แบบครบวงจร พร้อมระบบ Single Sign-On (SSO Integration) รวมถึงการบริหารจัดการระบบติดตามและแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อข้อมูล และการประสานงานอำนวยความสะดวกแก่หน่วยบริการต่างๆ โครงการมีระยะเวลาดำเนินงาน 365 วัน โดยจะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอจากราคาและเกณฑ์ข้อเสนอทางเทคนิคในสัดส่วน 20:80
English summary
The Big Data Institute (Public Organization) is implementing the Health Link project to connect and exchange health information among healthcare facilities. Currently, over 8,000 service units in Bangkok are connected, with plans to expand connectivity to other provinces and government agencies to support the “One Card, One Hospital” policy. To ensure the system’s efficiency, stability, and security, there is a need to contract for the development, improvement, and maintenance services of the Health Information Exchange (Exchange Zone) system for the Health Link project for the year 2026. The main objectives are to enhance the efficiency and stability of the Health Information Exchange system to accommodate increasing data volume and users, develop and expand its capabilities for nationwide health data connectivity, upgrade system management, monitoring, and maintenance, and support future integration with other government health systems. The scope of work includes developing and improving the current service unit data connectivity, developing a real-time connectivity monitoring system, and enhancing the comprehensive Hospital Registration System (Hos Regis) with Single Sign-On (SSO) integration. It also covers system management for monitoring and resolving connection issues, and coordination to facilitate various service units. The project duration is 365 days, with proposal evaluation based on price and technical proposal criteria in a 20:80 ratio.
ซอยลาดพร้าว 12 ถนนลาดพร้าว
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange) ภายใต้โครงการ Health Link ให้สามารถรองรับปริมาณข้อมูลและผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น
- เพื่อพัฒนาและขยายขีดความสามารถของระบบให้รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในระดับประเทศ ครอบคลุมหน่วยบริการทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
- เพื่อยกระดับการบริหารจัดการระบบ การติดตาม ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบ (Monitoring & Maintenance) ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
- เพื่อรองรับการเชื่อมโยงกับระบบหรือแพลตฟอร์มด้านสุขภาพอื่น ๆ ของภาครัฐในอนาคต และสนับสนุนนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศ
ขอบเขตของงาน
- การดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของหน่วยบริการปัจจุบันให้สมบูรณ์:
- พัฒนา, ปรับปรุง, และบริหารจัดการการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ Health Link ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และใช้งานได้มีประสิทธิภาพ
- ประสานงานกับสถานพยาบาลเพื่อพัฒนา, อัพเดท, ปรับปรุงโปรแกรมเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศของสถานพยาบาล (FHIR Client) พร้อมติดตั้ง, ตั้งค่า, และตรวจสอบการทำงาน
- พัฒนาการเชื่อมต่อกับระบบใหม่และอัพเดทระบบเก่าเพื่อให้สถานพยาบาลสามารถเชื่อมต่อและส่งข้อมูลได้ทั้งในรูปแบบ Batch และ On-demand โดยอ้างอิงจากตัวอย่างหรือคู่มือที่ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมให้
- พัฒนา FHIR Client ให้มีคุณสมบัติต่างๆ เช่น ตรวจสอบรายชื่อผู้ป่วยที่ให้ความยินยอม, คัดกรองข้อมูลผู้ป่วย, เชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศของสถานพยาบาล, สร้างและส่งออกชุดข้อมูลประวัติการรักษาตามมาตรฐาน Health Link และ HL7-FHIR, เพิ่มและปรับปรุงข้อมูลใน FHIR Server, รองรับปริมาณผู้ป่วยจำนวนมาก, รองรับการเรียกจัดเตรียมข้อมูลผู้ป่วยรายคนทันที, ทำงานในระดับความปลอดภัยที่เหมาะสม, ผ่านการทดสอบโปรแกรม, รองรับการทำ Validation, มีการจัดเก็บประวัติการทำงานในไฟล์ Log, และสามารถนำส่งชุดข้อมูลตามมาตรฐาน Health Link (รวมถึงชุดข้อมูลหลัก, ชุดข้อมูลที่ผูกกับผู้ป่วย, และชุดข้อมูลที่ผูกกับการเข้ารับบริการ)
- ประสานงานกับสถานพยาบาลและ สขญ. เพื่อจัดเตรียมทรัพยากรที่เกี่ยวข้องสำหรับการติดตั้งและตั้งค่า FHIR Client และ FHIR Server
- ทดสอบโปรแกรมการนำส่งข้อมูลสุขภาพจากระบบสารสนเทศของสถานพยาบาลไปยัง FHIR Server
- จัดการ, ประสานงาน, และตั้งค่า FHIR Client และ FHIR Server เพื่อการทดสอบในระดับ Staging และ Production
- แจ้งผลการทดสอบการเชื่อมต่อข้อมูลและอัพเดทสถานะการนำขึ้น Production
- ประสานงานหน่วยบริการและติดตามแก้ไขปัญหาระหว่างการพัฒนาการเชื่อมต่อระบบ
- พัฒนาการเพิ่มปุ่มการใช้งานระบบ Health Link ในลักษณะ Web View ผ่านระบบสารสนเทศของหน่วยบริการ (หากหน่วยบริการต้องการ)
- การพัฒนาระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time (Real-time Connectivity Monitoring System):
- ออกแบบและพัฒนาระบบสำหรับตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบส่วนกลางและ Exchange Zone ของแต่ละหน่วยบริการแบบ Real-time
- ระบบ Monitoring ต้องแสดงสถานะ Online/Offline, สถานะการเชื่อมต่อรายระบบ (FHIR Client/FHIR Server/API)
- วัดประสิทธิภาพระบบ แสดงค่า Latency/Response Time, จำนวน Request/Error Rate, สถานะการส่งข้อมูล (Success/Fail)
- ระบบแจ้งเตือน (Alert & Notification) ผ่านช่องทางที่กำหนด
- แสดง Dashboard ภาพรวมระดับประเทศ สามารถ Drill-down รายละเอียดรายหน่วยบริการ และรองรับการแสดงผลย้อนหลัง (Historical Data)
- ระบบบันทึกข้อมูล (Logging & Audit) รองรับการตรวจสอบย้อนหลัง
- ข้อกำหนดด้านเทคนิค: รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Centralized Log Management, รองรับการทำงานแบบ Scalable, มีความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐาน
- ติดตั้งและทดสอบการทำงานของระบบ Monitoring ในระดับ Staging และ Production
- จัดทำคู่มือการใช้งานระบบ พร้อมการอบรมสำหรับผู้ดูแลระบบ
- การพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hospital Registration System: Hos Regis) แบบครบวงจร พร้อมระบบ Single Sign-On (SSO Integration):
- ออกแบบและพัฒนาปรับปรุงระบบ Hos Regis เพื่อรองรับการลงทะเบียน, การบริหารจัดการ, และการควบคุมสิทธิ์การใช้งานของหน่วยบริการ
- เชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์ (Single Sign-On: SSO)
- ระบบบริหารจัดการข้อมูลหน่วยบริการแบบครบวงจร (Full Cycle)
- ระบบลงทะเบียนหน่วยบริการ (สมัคร, Refer, บันทึกข้อมูลหน่วยบริการ)
- ระบบพิจารณาและอนุมัติ (Workflow, สถานะ)
- ระบบบริหารจัดการข้อมูล (แก้ไข/ปรับปรุงข้อมูล, จัดการสถานะ)
- ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน (สร้าง/จัดการบัญชี, กำหนดสิทธิ์, รองรับหลายระดับ)
- Dashboard และรายงาน (จำนวนหน่วยบริการ, สถานะการเชื่อมต่อ, Export รายงาน)
- การเชื่อมต่อระบบ Single Sign-On (SSO Integration) รองรับมาตรฐาน OAuth 2.0 / OpenID Connect, เชื่อมต่อกับ Identity Provider (IdP), รองรับ Single Sign-On, จัดการ Token และ Session อย่างปลอดภัย
- ด้านความมั่นคงปลอดภัย: มีการเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption), ปฏิบัติตามกรอบ PDPA, มีระบบ Audit Trail
- ติดตั้งและทดสอบการทำงานของระบบในระดับ Staging และ Production
- จัดทำเอกสารและคู่มือการใช้งานและอบรมการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
- ด้านบริหารจัดการระบบติดตามและแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อข้อมูลจากสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ Health Link:
- ศึกษาระบบการติดตามและ Monitor การเชื่อมต่อข้อมูลโครงการ Health Link และปฏิบัติตามแนวทางการติดตามและ Monitor ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- แก้ไขปัญหากรณีเกิดจากการเชื่อมต่อ เช่น ข้อมูลไม่เชื่อมต่อ, ระบบดึงข้อมูลไม่เสถียร
- ด้านระบบประสานงานและอำนวยความสะดวก:
- ประสานงานหน่วยงานภายในและภายนอกในการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพหน่วยบริการต่างๆ (โรงพยาบาล, ศบส., คลินิก, ร้านยา) ทั้งที่มีอยู่และที่จะเพิ่มเติมในอนาคต ร่วมกับ สขญ.
- ประสานนัดการเชื่อมต่อ, ประสานจัดประชุมแก้ไขปัญหาระบบ, และอำนวยความสะดวกอื่นตามที่ สขญ. กำหนด
- จัดประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าให้แก่ สขญ. อย่างน้อย 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ พร้อมจัดส่งรายงานความก้าวหน้าของงานตามงวดงานที่กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- โปรแกรม FHIR Client ที่พัฒนาและปรับปรุงแล้ว พร้อมเอกสารประกอบ
- ระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time (Real-time Connectivity Monitoring System) ที่ติดตั้งและใช้งานได้
- ระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hos Regis) แบบครบวงจร พร้อมการเชื่อมต่อ SSO ที่ติดตั้งและใช้งานได้
- รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามงวดงาน
- รายงานสรุปผลการดำเนินงานเมื่อสิ้นสุดโครงการ
- คู่มือการใช้งานระบบต่างๆ
- ผลการอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
ระยะเวลาดำเนินการ
365 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพตามที่ประกาศ
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
- ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: ไม่ระบุเฉพาะเจาะจงถึงมาตรฐาน ISO แต่กำหนดให้การพัฒนาโปรแกรมต้องเป็นไปตามมาตรฐานระบบ Health Link และ HL7-FHIR
- Experience:
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา (วงเงินเกิน 500,000 บาท) ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิเพียงพอ สามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ (จากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาต หรือธนาคาร/บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ)
- Previous Project Cost: ไม่ระบุ
- Technical Capabilities:
- ความสามารถในการพัฒนาโปรแกรม FHIR Client ตามคุณสมบัติที่กำหนด (เช่น การจัดการข้อมูลผู้ป่วย, การเชื่อมต่อระบบ, การรองรับมาตรฐาน HL7-FHIR, ความปลอดภัย)
- ความสามารถในการออกแบบและพัฒนาระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time
- ความสามารถในการออกแบบและพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hos Regis) พร้อมการเชื่อมต่อ SSO
- ความสามารถในการบริหารจัดการระบบติดตามและแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อข้อมูล
- ความสามารถในการประสานงานและอำนวยความสะดวก
- Personnel:
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager): วุฒิ ป.โท ขึ้นไป, ประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปีในงานระบบคอมพิวเตอร์/สารสนเทศ, มีผลงานด้านการจัดการโครงการระบบสารสนเทศอย่างน้อย 1 ผลงาน (สำหรับเกณฑ์เทคนิค: ประสบการณ์ 8 ปีขึ้นไป ได้คะแนนเต็ม)
- ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator): วุฒิ ป.ตรี ขึ้นไป, ประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปีในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (จำนวน 2 คน)
- ผู้พัฒนาโปรแกรมอาวุโส (Senior Developer): วุฒิ ป.ตรี ขึ้นไป (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือใกล้เคียง), ประสบการณ์ทำงานด้านพัฒนาโปรแกรมอย่างน้อย 5 ปี, มีประสบการณ์ด้าน HL7 FHIR version 4B ขึ้นไป (ถ้ามี), มีทักษะบริหารประชุมและเป็นผู้นำทางเทคนิค (ถ้ามี) (สำหรับเกณฑ์เทคนิค: ประสบการณ์ 8 ปีขึ้นไป ได้คะแนนเต็ม)
- ผู้พัฒนาโปรแกรม (Developer): วุฒิ ป.ตรี ขึ้นไป (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือใกล้เคียง), ประสบการณ์ทำงานด้านพัฒนาโปรแกรมอย่างน้อย 3 ปี (จำนวน 4 คน) (สำหรับเกณฑ์เทคนิค: ประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป ได้คะแนนเต็ม)
เกณฑ์การพิจารณา
- หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Price and Other Factors)
- น้ำหนักการพิจารณา:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: 20%
- มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ / ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ: 80%
- รายละเอียดข้อเสนอโครงการ: 20%
- แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน: 35%
- ความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ดำเนินโครงการ: 15%
- ผลงานและประสบการณ์: 10%
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การพัฒนา FHIR Client: ต้องรองรับมาตรฐาน Health Link และ HL7-FHIR, สามารถจัดการข้อมูลผู้ป่วยที่ให้ความยินยอม, เชื่อมต่อกับระบบ HIS, ส่งออกชุดข้อมูลประวัติการรักษา (Visit), รองรับปริมาณผู้ป่วยจำนวนมาก, ทำงานในระดับความปลอดภัยที่เหมาะสม, ผ่านการทดสอบ, มีการจัดเก็บ Log, และสามารถนำส่งชุดข้อมูลตามมาตรฐานที่กำหนด (เช่น Patient, Organization, Composition, Allergy Intolerance, Immunization, Condition, Encounter, Medication Statement, Procedure, Diagnostic Report, Observation, Specimen)
- ระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อแบบ Real-time: ต้องแสดงสถานะ Online/Offline, สถานะการเชื่อมต่อรายระบบ, วัดค่า Latency/Response Time, จำนวน Request/Error Rate, สถานะการส่งข้อมูล, มีระบบแจ้งเตือน, แสดง Dashboard ภาพรวมและ Drill-down, บันทึก Log, รองรับการเชื่อมต่อ Centralized Log Management, Scalable และปลอดภัย
- ระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hos Regis) พร้อม SSO: รองรับการลงทะเบียน, บริหารจัดการข้อมูลหน่วยบริการ, จัดการผู้ใช้งานและสิทธิ์, มี Dashboard และรายงาน, รองรับการยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์ (SSO) มาตรฐาน OAuth 2.0 / OpenID Connect, มีการเข้ารหัสข้อมูล, ปฏิบัติตาม PDPA, และมีระบบ Audit Trail
เงื่อนไขสัญญา
- งวดงานและการจ่ายเงิน: แบ่งออกเป็น 3 งวด
- งวดที่ 1: ภายใน 120 วัน, จ่าย 30% ของมูลค่าสัญญา เมื่อดำเนินงานตามข้อ 4 แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 20%
- งวดที่ 2: ภายใน 240 วัน, จ่าย 40% ของมูลค่าสัญญา เมื่อดำเนินงานตามข้อ 4 แล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 60%
- งวดที่ 3: ภายใน 365 วัน, จ่าย 30% ของมูลค่าสัญญา เมื่อดำเนินงานตามข้อ 4 แล้วเสร็จ 100%
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาจ้างต่อวัน (แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท) หากส่งมอบงานล่าช้า
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 1 ปี นับถัดจากวันที่ส่งมอบงาน โดยผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมภายใน 7 วัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการ Health Link มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A: เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาล เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และสนับสนุนนโยบายสาธารณสุขของประเทศ- Q: ขอบเขตงานหลักของโครงการนี้มีอะไรบ้าง?
A: พัฒนาและปรับปรุงระบบการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ,พัฒนาระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อแบบ Real-time, และพัฒนาระบบบริหารจัดการหน่วยบริการพร้อม SSO - Q: มาตรฐานการพัฒนาโปรแกรม FHIR Client ที่กำหนดคืออะไร?
A: ต้องเป็นไปตามมาตรฐานระบบ Health Link และ HL7-FHIR - Q: ระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อแบบ Real-time ต้องมีความสามารถอะไรบ้าง?
A: แสดงสถานะ Online/Offline, วัดค่า Latency/Response Time, มีระบบแจ้งเตือน, แสดง Dashboard ภาพรวม และบันทึก Log - Q: ระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hos Regis) ต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบใดเพิ่มเติม?
A: ต้องมีการเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์ (Single Sign-On: SSO) - Q: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติอย่างไรเกี่ยวกับบุคลากร?
A: ต้องมีผู้จัดการโครงการ, ผู้ประสานงานโครงการ, ผู้พัฒนาโปรแกรมอาวุโส, และผู้พัฒนาโปรแกรม ตามคุณวุฒิและประสบการณ์ที่กำหนด - Q: การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอจะใช้เกณฑ์ใดบ้าง?
A: ใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยให้น้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิค 80% และราคายื่นข้อเสนอ 20% - Q: ระยะเวลาการดำเนินงานทั้งหมดของโครงการคือเท่าใด?
A: 365 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - Q: มีการกำหนดอัตราค่าปรับกรณีส่งมอบงานล่าช้าหรือไม่?
A: มี กำหนดไว้ที่ร้อยละ 0.10 ของมูลค่าสัญญาจ้างต่อวัน - Q: การรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานมีระยะเวลานานเท่าใด?
A: 1 ปี นับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับแล้ว
- Q: ขอบเขตงานหลักของโครงการนี้มีอะไรบ้าง?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างเหมาพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพและบริการดูแลระบบการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ (Exchange zone) โครงการ Health Link ต่อเนื่องประจำปี 2569
- ความเป็นมา
ตามที่สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินโครงการ Health Link เพื่อเชื่อมโยงและ แลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาล โดยปัจจุบันได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มและเชื่อมโยงหน่วย บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้วมากกว่า 8,000 แห่ง ครอบคลุมหน่วยบริการทั้งระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ส่งผลให้แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรณีการส่งต่อผู้ป่วย นอกและผู้ป่วยฉุกเฉิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล และลดภาระของผู้ป่วยในการจัดเตรียม ข้อมูลประวัติการรักษาด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่ามีแนวโน้มปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีแผนการขยายการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังหน่วยบริการในพื้นที่ต่างจังหวัด และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น สอดรับกับนโยบาย “บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่” ดังนั้น เพื่อให้ระบบของ โครงการสามารถรองรับการขยายตัวดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ และปลอดภัย จึงมีความ จำเป็นต้องดำเนินโครงการในระยะที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของระบบการ
เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ (Exchange Zone) การบริหารจัดการระบบ ตลอดจนการติดตาม ตรวจสอบ และ ปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลและจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange) ภายใต้โครงการ Health Link ให้สามารถรองรับปริมาณข้อมูลและผู้ใช้งานที่ เพิ่มขึ้น
2.2 เพื่อพัฒนาและขยายขีดความสามารถของระบบให้รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพใน ระดับประเทศ ครอบคลุมหน่วยบริการทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
2.3 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการระบบ การติดตาม ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบ (Monitoring & Maintenance) ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
2.4 เพื่อรองรับการเชื่อมโยงกับระบบหรือแพลตฟอร์มด้านสุขภาพอื่น ๆ ของภาครัฐในอนาคต และ สนับสนุนนโยบายด้านสาธารณสุขของประเทศ
1 - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพตามที่ประกาศ
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการ แข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอ ราคาได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
2 - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน บาท
- สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ ธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศ ไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณี
ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน 5. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตาม ประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e – GP) จนถึงวันเสนอราคา
3
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่า ด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่น ข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอ รายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - ขอบเขตของงาน
ขอบเขตของานจ้างเหมาพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพและบริการดูแลระบบการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ (Exchange zone) โครงการ Health Link ต่อเนื่องประจำปี 2569 รายละเอียดดังนี้ 4.1 การดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของหน่วยบริการปัจจุบันให้สมบูรณ์ 4.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการพัฒนา ปรับปรุง และบริหารจัดการการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของ หน่วยบริการที่ได้เข้าร่วมโครงการ Health Link แล้ว ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ให้ครอบคลุมถึงหน่วยบริการที่เชื่อมต่อแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์ หรือมีปัญหาในการ ใช้งาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับสถานพยาบาลเพื่อดำเนินการพัฒนา อัพเดท ปรับปรุง โปรแกรมเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศของสถานพยาบาล (FHIR Client) พร้อมติดตั้ง, ตั้งค่า และ ตรวจสอบการทำงานสำหรับหน่วยบริการใหม่และหน่วยบริการเก่าที่เคยเชื่อมต่อแต่ต้องปรับปรุงระบบ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อข้อมูลรวมถึงระบบสารสนเทศที่ไม่เคยเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Health Link มาก่อน โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาโปรแกรมตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
โดยผู้รับจ้างจะต้องพัฒนาการเชื่อมต่อกับระบบใหม่และอัพเดทระบบเก่าเพื่อให้สถานพยาบาลสามารถ เชื่อมต่อและส่งข้อมูลได้ทั้งในรูปแบบ Batch และ On-demand โดยอ้างอิงจากตัวอย่างหรือคู่มือที่ผู้ว่าจ้าง
4
จัดเตรียมให้จำนวนตาม สขญ.กำหนด ทั้งนี้ การพัฒนาโปรแกรม (FHIR Client) จะต้องมีคุณสมบัติอย่าง น้อย ดังต่อไปนี้
a) สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ป่วยของสถานพยาบาลว่าได้ให้ความยินยอมในการนำส่ง ข้อมูลเข้าสู่ระบบ Health Link โดยเทียบจากข้อมูลรายชื่อผู้ป่วยจาก API ของระบบ Health Link ตามที่ สขญ. กำหนด เพื่อเตรียมข้อมูลผู้ป่วยจากระบบสารสนเทศสถานพยาบาลสำหรับนำเข้าข้อมูลไปยัง FHIR Server ต่อไป
b) สามารถคัดกรองข้อมูลผู้ป่วยที่ให้ความยินยอมส่งเข้าสู่ระบบ Health Link จากข้อมูลใหม่ในระบบสารสนเทศของสถานพยาบาล โดยเทียบจากวันเวลาที่โปรแกรมได้นำส่งข้อมูล ล่าสุดของผู้ป่วยแต่ละคน เว้นแต่ในกรณีนำส่งข้อมูลผู้ป่วยเป็นครั้งแรก
c) สามารถเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศของสถานพยาบาลโดยกระทำผ่านช่องทาง ที่สถานพยาบาลจัดเตรียมให้ เช่น ฐานข้อมูลของระบบสารสนเทศสถานพยาบาล หรือ API และเรียกดึง ข้อมูลที่จำเป็นตามข้อ 4.1.1 (7) เพื่อนำมาสร้างชุดข้อมูลตามมาตรฐานของระบบ Health Link และ HL7- FHIR สำหรับนำส่งเข้าสู่ FHIR Server ได้
d) สามารถสร้างและส่งออกชุดข้อมูลประวัติการรักษา (Visit) ตามมาตรฐานระบบ Health Link และ HL7-FHIR ของผู้ป่วยที่ให้ความยินยอม โดยรองรับข้อกำหนด ดังนี้ - นำส่งข้อมูลการเข้ารับบริการ 6 ครั้งย้อนหลัง หรือ 5 ปีย้อนหลัง ในครั้งแรกที่นำส่ง ข้อมูลผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ หากสามารถนำส่งได้ทั้ง 2 รูปแบบ ให้เลือกนำส่งในรูปแบบที่มีจำนวนข้อมูล มากกว่า หรือตามที่ผู้ว่าจ้างเห็นสมควร
- นำส่งข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ส่งข้อมูลครั้งล่าสุด ของผู้ป่วยแต่ละรายตามสถานะ ความยินยอม ในทุกครั้งหลังจากการนำส่งข้อมูลครั้งแรกหรือย้อนหลังมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ ในการอัพเดทข้อมูลภายในสถานพยาบาล
e) สามารถเพิ่มและปรับปรุงข้อมูลใน FHIR Server ตามมาตรฐานระบบ Health Link และ HL7-FHIR เพื่อให้ข้อมูลในระบบ Health Link ถูกต้องและเป็นปัจจุบันตามข้อมูลในฐานข้อมูลระบบ สารสนเทศของสถานพยาบาล
f) สามารถรองรับปริมาณผู้ป่วยที่ให้ความยินยอมในจำนวนมากได้ โดยต้องสามารถนำส่ง ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันไปยัง FHIR Server ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องใช้เวลาทำงานไม่เกิน 24 ชั่วโมง ในแต่ละวัน
g) สามารถรองรับการเรียกจัดเตรียมข้อมูลผู้ป่วยรายคนในทันทีที่มีการร้องขอจากระบบ Health Link โดยในกระบวนการจัดเตรียมประกอบไปด้วย ขั้นตอนอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ ตรวจสอบความ ยินยอมของผู้ป่วย เรียกดึงข้อมูลประวัติสุขภาพของผู้ป่วยจากระบบสารสนเทศของสถานพยาบาล จัดเตรียมชุดข้อมูลตามมาตรฐานระบบ Health Link และ HL7-FHIR และนำส่งข้อมูลไปยัง FHIR Server ได้
5
h) สามารถทำงานในระดับความปลอดภัยที่ สขญ. พิจารณาว่าเหมาะสม เช่น มีการ เข้ารหัสระหว่างรับส่งข้อมูล ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผ่าน URL query parameters และมีการเรียกใช้ API ที่ความถี่ที่เหมาะสม เป็นต้น
i) สามารถผ่านการทดสอบโปรแกรมและตรวจสอบข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ของ สขญ. หรือ กระบวนการทดสอบและแสดงข้อมูลผ่านระบบ Health Link ในระดับ Staging
j) สามารถรองรับการทำ Validation ผ่าน FHIR Server ด้วย FHIR Profiles หรือด้วย วิธีการตามที่ สขญ. กำหนด
k) มีการจัดเก็บประวัติการทำงานในไฟล์ Log โดยมีข้อมูลและลักษณะโครงสร้างตามที่ สขญ. กำหนด
l) ระบบต้องสามารถนำส่งทุกชุดข้อมูลตามมาตรฐานของระบบ Health Link เว้นแต่กรณี ที่สถานพยาบาลไม่อนุญาตให้นำส่งเฉพาะบางชุดข้อมูลโดยมีข้อบังคับขั้นต่ำ ดังนี้ - ชุดข้อมูลหลักและชุดข้อมูลสำคัญทั้งหมด ที่จำเป็นต้องส่งในทุกกรณี ได้แก่
I. ข้อมูลผู้ป่วย (Patient)
II. ข้อมูลสถานพยาบาล (Organization)
III. ข้อมูลใบปะหน้า (Composition) - ชุดข้อมูลที่ผูกกับผู้ป่วย ให้นำส่งชุดข้อมูลดังต่อไปนี้
IV. ข้อมูลการแพ้ (Allergy Intolerance) ประกอบไปด้วย ข้อมูลการแพ้ยา ข้อมูล การแพ้วัคซีน ข้อมูลการแพ้อาหาร ข้อมูลการแพ้สิ่งแวดล้อม ข้อมูลการแพ้ทาง เป็นต้น V. ข้อมูลการฉีดวัคซีน (Immunization)
VI. ข้อมูลโรคประจำตัว (Condition)
ในกรณีที่สถานพยาบาลอนุญาตให้นำส่งเฉพาะบางชุดข้อมูล จำเป็นต้องนำส่ง ข้อมูลการแพ้ยา (Allergy Intolerance) เป็นอย่างน้อย - ชุดข้อมูลที่ผูกกับการเข้ารับบริการ ให้นำส่งชุดข้อมูลดังต่อไปนี้
VII. ข้อมูลการเข้ารับบริการ (Encounter)
VIII. ข้อมูลการวินิจฉัยโรค (Condition)
IX. ข้อมูลการจ่ายยา (Medication Statement)
X. ข้อมูลหัตถการ (Procedure)
XI. ข้อมูลผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Diagnostic Report และ Observation)
XII. ข้อมูลผลการตรวจทางพยาธิวิทยา (Diagnostic Report Observation และ Specimen)
XIII. ข้อมูลตรวจสุขภาพ (Diagnostic Report และ Observation)
XIV.ข้อมูลผลตรวจสัญญาณชีพหรือ Vital Signs (Observation)
6
ในกรณีสถานพยาบาลอนุญาตให้นำส่งเฉพาะบางชุดข้อมูล จำเป็นต้องนำส่ง ข้อมูลการเข้ารับ บริการ (Encounter) พร้อมข้อมูลอย่างน้อย 2 ชุดข้อมูล จากรายการข้างต้น ทั้งนี้ จำนวนชุดข้อมูลอาจ ปรับเปลี่ยนได้ ตามที่ สขญ พิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสม
- ในการดำเนินการติดตั้งและอัปเดทโปรแกรมตามข้อ 4.1.1 (1) ผู้รับจ้างจะต้องประสานงาน กับสถานพยาบาลร่วมกับ สขญ. เพื่อจัดเตรียมทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง โดย สขญ. จะประสานงานเพื่อ จัดเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในการให้ความร่วมมือและผู้รับจ้างจะต้องประสานกับ สถานพยาบาลเพื่อจัดเตรียมทรัพยากรทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องสำหรับติดตั้งและตั้งค่า FHIR Client ให้
สามารถเชื่อมต่อกับ FHIR Server ของสถานพยาบาลได้ โดยจะครอบคลุมถึง Repository, API, ระบบ Job Management ของระบบ Health Link, และระบบ Centralized Log Management เป็นอย่างน้อย หรือตามที่ สขญ. กำหนด - ในการดำเนินการติดตั้งโปรแกรมในข้อ 4.1.1 (1) ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับ สถานพยาบาลและ สขญ. เพื่อจัดเตรียมทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง ในการติดตั้งและตั้งค่า FHIR Server อัน ประกอบไปด้วย Firewall-rules, Key-gen, SSL, และ Domain name รวมถึง Dockerhub, API, และ ระบบ Centralized Log Management ของระบบ Health Link เป็นอย่างน้อย หรือตามที่ สขญ. กำหนด พร้อมทั้งต้องดำเนินการติดตั้งและตั้งค่า FHIR Server ของสถานพยาบาลให้เรียบร้อยโดยสามารถผ่านการ ทดสอบโปรแกรมและตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ของ สขญ.
- ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบโปรแกรมการนำส่งข้อมูลสุขภาพจากระบบสารสนเทศของ สถานพยาบาลไปยัง FHIR Server โดยรองรับชุดข้อมูลมาตรฐานของระบบ Health Link ตามที่ สขญ. กำหนด ดังต่อไปนี้
- ระบบเชื่อมต่อจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่แสดงไว้ในภาคผนวก ก (HIE Data Standard Specification) ซึ่งสามารถมีการเปลี่ยนแปลงจากผู้ว่าจ้างได้ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยจะไม่กระทบกับไซต์ สถานพยาบาลที่ได้ทำการส่งมอบเรียบร้อยแล้ว
- ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบการนำส่งชุดข้อมูลให้ครบทุก Resource ตามข้อ 4.1.1 (1) l.
- ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการจัดการ ประสานงาน และตั้งค่า FHIR Client และ FHIR Server เพื่อการทดสอบ ในระดับ Staging และเพื่อใช้งานกับข้อมูลจริงและระบบ Health Link ในระดับ Production เมื่อผ่านการทดสอบ ตามขั้นตอนที่ สขญ. กำหนด
- ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแจ้งผลการทดสอบการเชื่อมต่อข้อมูลและเมื่อระบบเชื่อมโยง สมบูรณ์ผู้รับจ้างจะดำเนินการอัพเดทสถานะและการนำขึ้น Production ที่จะนำไปสู่การติดตามใน Dashboard Monitor ภายในของโครงการ Health Link ต่อไป
- ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการประสานงานหน่วยบริการและติดตามและแก้ไขปัญหาระหว่างการ พัฒนาการเชื่อมต่อระบบให้แล้วเสร็จตามแนวทางการพัฒนาโปรแกรม (FHIR Client) ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
7 - กรณีหน่วยบริการต้องการเพิ่มปุ่มการใช้งานระบบ Health Link ในลักษณะ Web View ผ่านระบบสารสนเทศของหน่วยบริการ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการประสานกับหน่วยบริการ หรือบริษัทผู้ให้บริการระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาในการเพิ่มปุ่มตามแนวทางที่ สขญ. กำหนด
4.2 การพัฒนาระบบตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time (Real-time Connectivity Monitoring System)
4.2.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบสำหรับตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อ ข้อมูลระหว่างระบบส่วนกลาง (Central System) และระบบ Exchange Zone ของแต่ละหน่วยบริการ แบบ Real-time เพื่อให้สามารถติดตาม วิเคราะห์ และแจ้งเตือนสถานะการเชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ - ระบบ Monitoring เพื่อแสดงสถานะการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยบริการต้องมีอย่างน้อย - ระบบส่วนกลาง (Central System)
- Exchange Zone ของแต่ละหน่วยบริการ
- รองรับการแสดงผลข้อมูลแบบ Real-time ผ่าน Dashboard กลาง
- การแสดงสถานะการเชื่อมต่อ
- แสดงสถานะ Online / Offline ของแต่ละหน่วยบริการ
- แสดงสถานะการเชื่อมต่อรายระบบ (FHIR Client / FHIR Server / API)
- การวัดประสิทธิภาพระบบ
- แสดงค่า Latency / Response Time
- แสดงจำนวน Request / Error Rate
- แสดงสถานะการส่งข้อมูล (Success / Fail)
- ระบบแจ้งเตือน (Alert & Notification)
- แจ้งเตือนในกรณีที่ระบบไม่สามารถเชื่อมต่อได้
- แจ้งเตือนในกรณีที่การส่งข้อมูลล้มเหลว
- รองรับการแจ้งเตือนผ่านช่องทางที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- Dashboard และการวิเคราะห์ข้อมูล
- แสดง Dashboard ภาพรวมระดับประเทศ
- สามารถ Drill-down รายละเอียดรายหน่วยบริการ
- รองรับการแสดงผลย้อนหลัง (Historical Data)
- ระบบบันทึกข้อมูล (Logging & Audit)
- จัดเก็บ Log การเชื่อมต่อ
- รองรับการตรวจสอบย้อนหลัง
- ข้อกำหนดด้านเทคนิค (Technical Requirements)
- รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Centralized Log Management
8 - รองรับการทำงานแบบ Scalable
- มีความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐานที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
4.2.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งและการทดสอบการทำงานของระบบ Monitoring ในระดับ Staging และ Production โดยระบบต้องใช้งานได้จริงและทำงานได้ครบทุกคุณสมบัติที่กำหนดไว้ 4.2.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือการใช้งานระบบ พร้อมการอบรมสำหรับผู้ดูแลระบบของผู้รับจ้าง จำนวน 1 ครั้ง
4.3 การพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hospital Registration System: Hos Regis) แบบครบวงจร พร้อมระบบ Single Sign-On (SSO Integration)
4.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการออกแบบและพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารจัดการหน่วยบริการ (Hos Regis) แบบครบวงจร เพื่อรองรับการลงทะเบียน การบริหารจัดการ และการควบคุมสิทธิ์การใช้งาน ของหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ Health Link พร้อมทั้งเชื่อมต่อระบบยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์ (Single Sign-On: SSO) เพิ่มเติมจากระบบเดิม โดยมีรายละเอียดคุณสมบัติเพิ่มเติมจากระบบเดิม ดังต่อไปนี้
- ระบบสำหรับบริหารจัดการข้อมูลหน่วยบริการแบบครบวงจร (Full Cycle) - รองรับการเชื่อมต่อระบบ SSO ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- ระบบลงทะเบียนหน่วยบริการ
- รองรับการสมัครเข้าร่วมโครงการ Health Link, Refer และ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- บันทึกข้อมูลหน่วยบริการ เช่น ประเภทหน่วยบริการ ที่ตั้ง ระบบ HIS
- ระบบพิจารณาและอนุมัติ
- มี Workflow สำหรับการตรวจสอบและอนุมัติ
- รองรับสถานะ: รอพิจารณา อนุมัติและ ไม่อนุมัติ
- ระบบบริหารจัดการข้อมูล
- แก้ไข/ปรับปรุงข้อมูลหน่วยบริการ
- จัดการสถานะการเข้าร่วมโครงการ
- ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน (User Management)
- สร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้งาน
- กำหนดสิทธิ์ (Role & Permission)
- รองรับหลายระดับผู้ใช้งาน
- Dashboard และรายงาน
- แสดงจำนวนหน่วยบริการที่สมัคร/อนุมัติ
- แสดงสถานะการเชื่อมต่อ
- Export รายงาน
9
- การเชื่อมต่อระบบ Single Sign-On (SSO Integration)
ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการพัฒนาระบบให้รองรับการยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์ โดยมี รายละเอียดดังนี้
- รองรับมาตรฐาน เช่น OAuth 2.0 / OpenID Connect
- เชื่อมต่อกับ Identity Provider (IdP) ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- รองรับการ Login เพียงครั้งเดียว (Single Sign-On)
- จัดการ Token และ Session อย่างปลอดภัย
- ด้านความมั่นคงปลอดภัย
- มีการเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)
- ปฏิบัติตามกรอบ PDPA
- มีระบบ Audit Trail
4.3.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งและการทดสอบการทำงานของระบบ ในระดับ Staging และ Productionโดย ระบบต้องสามารถใช้งานได้จริงและทำงานได้ครบทุกคุณสมบัติที่กำหนดไว้ 4.3.3 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำเอกสารและคู่มือการใช้งานและอบรมการใช้งานให้กับ เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
4.4 ด้านบริหารจัดการระบบติดตามและแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อข้อมูลจากสถานพยาบาลที่เข้าร่วม โครงการ Health Link
4.4.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการศึกษาระบบการติดตามและ Monitor การเชื่อมต่อข้อมูลโครงการ Health Link และดำเนินการปฏิบัติตามแนวทางการติดตามและ Monitor ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 4.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีเกิดจากการเชื่อมต่อ เช่น ข้อมูลจากหน่วยบริการ ไม่เชื่อมต่อ ระบบการดึงข้อมูลไม่เสถียร โดยผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามแนวทางการติดตามและแก้ไขปัญหาที่ ผู้ว่าจ้างกำหนด
4.5 ด้านระบบประสานงานและอำนวยความสะดวก
4.5.1 ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานหน่วยงานภายใน และภายนอก ในการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ หน่วยบริการ เช่น รพ. ศบส. คลินิกชุมชนอบอุ่น ร้านยาคุณภาพ คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คลินิกทันต กรรม คลินิกเทคนิคการแพทย์ คลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกเวชกรรม ทั้งที่มีในปัจจุบันกว่า 8,500 แห่งและที่จะเพิ่มเติมการเชื่อมต่อในอนาคตร่วมกับ สขญ. เช่น ประสานนัดการเชื่อมต่อ ประสานจัด ประชุมการแก้ไขปัญหาระบบ และหรือการอำนวยความสะดวกอื่น ตามที่ สขญ. กำหนด
4.6 ผู้รับจ้างจะต้องจัดประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าให้แก่ สขญ. อย่างน้อย 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ พร้อมจัดส่งรายงานความก้าวหน้าของงานตามงวดงานที่กำหนด
10
5.กำหนดระยะเวลาส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานทั้งหมดภายในระยะเวลา 365 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
6.หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
6.1 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอสถาบันข้อมูล
ขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
6.1.1 จ้างเหมาพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพและบริการดูแลระบบการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ (Exchange zone) โครงการ Health Link ต่อเนื่องประจำปี 2569
(1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20
(2) มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ / ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ กำหนดน้ำหนัก
เท่ากับร้อยละ 80 ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
เกณฑ์ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (น้ำหนักร้อยละ 80) ประกอบด้วย
- รายละเอียดข้อเสนอโครงการ ร้อยละ 20
- แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน ร้อยละ 35
- ความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ดำเนินโครงการ ร้อยละ 15
- ผลงานและประสบการณ์ ร้อยละ 10
- รายละเอียดข้อเสนอโครงการ น้ำหนักร้อยละ 20 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
นำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคการพัฒนา ครบถ้วนตามขอบเขต การดำเนินงาน และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ เป้าหมายโครงการ รวมทั้งนำเสนอวิธีการให้คำปรึกษาที่โดด เด่น และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและข้อเสนออื่นๆที่เป็น ประโยชน์กับโครงการ
100
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอ
แสดงรายละเอียด ชัดเจน สามารถปฏิบัติงานตาม
ข้อกำหนดได้อย่าง
ครบถ้วน และมีความรู้ ความเข้าใจในขอบเขต
งานต่างๆ ของ TOR
นำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคการพัฒนา ครบถ้วนตามขอบเขต การดำเนินงาน และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ เป้าหมายโครงการ รวมทั้งนำเสนอวิธีการให้คำปรึกษาที่โดด เด่น
80
11
นำเสนอข้อเสนอด้านเทคนิคการพัฒนา ครบถ้วนตามขอบเขต การดำเนินงาน และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ เป้าหมายโครงการ
60
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ครบตามขอบเขตการดำเนินงาน
0
- แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน น้ำหนักร้อยละ 35 มีรายละเอียดการให้ คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด มี รายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม มีความพร้อมของ ทีมงาน/ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม และมีความเหมาะสม ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์ที่โดดเด่น พร้อมแผนและแนวทางการบริหาร จัดการความเสี่ยง
100
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่น มา โดยให้แสดงกรอบ
แนวคิด วิธีการดำเนินงาน ที่สอดคล้องตาม
ข้อกำหนดขอบเขตของ
งาน โดยให้สำคัญกับการ แสดงรายละเอียดให้
ชัดเจน ครบถ้วน และ
เหมาะสม
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด มี รายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม มีความพร้อมของ ทีมงาน/ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม และมีความเหมาะสม ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์ที่โดดเด่น
80
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด มี รายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม มีความพร้อมของ ทีมงาน/ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม และมีความเหมาะสม ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้
60
มีแผนการดำเนินงาน แต่ไม่สอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด
0
12
3. ความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ดำเนินโครงการ น้ำหนักร้อยละ 15 มีรายละเอียด การให้คะแนนดังนี้
ผู้เสนอราคาต้องเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินโครงการจำนวน 8 คน โดยมี คุณสมบัติและจำนวนดังนี้
- ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จะต้องทำหน้าที่นับตั้งแต่เริ่มโครงการ และต้องประสานงาน บริหารโครงการและประชุมชี้แจงความคืบหน้าของ
ตามที่สถาบันกำหนด จำนวน 1 คน มีคุณสมบัติ ดังนี้
- วุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป
- ประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ
คอมพิวเตอร์หรือด้านระบบสารสนเทศ - มีผลงานด้านการจัดการโครงการด้านระบบสารสนเทศ อย่างน้อย 1
ผลงาน
- ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) จะต้องทำหน้าที่นับตั้งแต่เริ่ม โครงการและต้องประสานงานตามที่สถาบันกำหนด จำนวน 2 คน มีคุณสมบัติ
ดังนี้
- วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป
- ประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปี ในการประสานงานกับ
หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ
- ผู้พัฒนาโปรแกรมอาวุโส (Senior Developer) จะต้องทำหน้าที่นับตั้งแต่เริ่ม โครงการและต้องพัฒนาการเชื่อมต่อตามที่สถาบันกำหนด จำนวน 1 คน โดย
มีคุณสมบัติ ดังนี้
- วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือสาขาใกล้เคียง - มีประสบการณ์การทำงานด้านการพัฒนาโปรแกรมอย่างน้อย 5 ปี
- มีประสบการณ์การทำงานด้านการพัฒนาโปรแกรมบนมาตรฐาน HL7
FHIR version 4B ขึ้นไป (ถ้ามี) - มีทักษะในการบริหารการประชุม และเป็นผู้นำทางเทคนิคในการประชุม
ได้ (ถ้ามี)
- ผู้พัฒนาโปรแกรม (Developer) จะต้องทำหน้าที่นับตั้งแต่เริ่มโครงการและ ต้องพัฒนาการเชื่อมต่อตามที่สถาบันกำหนด จำนวน 4 คน โดยมีคุณสมบัติ
ดังนี้
- วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือสาขาใกล้เคียง - มีประสบการณ์การทำงานด้านการพัฒนาโปรแกรมอย่างน้อย 3 ปี
13
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
ผู้เสนอราคาต้องเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินโครงการ ตามที่ขอบเขตงานกำหนด และ
• ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 8 ปี ขึ้นไป
• พัฒนาโปรแกรมอาวุโส (Senior Developer) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 8 ปี ขึ้นไป
• พัฒนาโปรแกรม (Developer) อย่างน้อย 4 ท่าน มี ประสบการณ์ 3 ปี ขึ้นไป
100
พิจารณาจากประวัติ ของ ผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา ซึ่ง แสดงให้เห็นถึง
ประสบการณ์ทำงานใน
ลักษณะที่เกี่ยวข้องและ สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของงาน
ผู้เสนอราคาต้องเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินโครงการ ตามที่ขอบเขตงานกำหนด และ
• ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 7 ปี ขึ้นไป
• พัฒนาโปรแกรมอาวุโส (Senior Developer) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 7 ปี ขึ้นไป
• พัฒนาโปรแกรม (Developer) อย่างน้อย 4 ท่าน มี ประสบการณ์ 2 ปี ขึ้นไป
80
ผู้เสนอราคาต้องเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินโครงการ ตามที่ขอบเขตงานกำหนด และ
• ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 6 ปี ขึ้นไป
• พัฒนาโปรแกรมอาวุโส (Senior Developer) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 6 ปี ขึ้นไป
• พัฒนาโปรแกรม (Developer) อย่างน้อย 4 ท่าน มี ประสบการณ์ 1 ปี ขึ้นไป
60
ผู้เสนอราคาเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและผู้ดำเนินโครงการ ตามขอบเขตงานที่กำหนด
0
14
4. ผลงานและประสบการณ์ น้ำหนักร้อยละ 10 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
จำนวนตั้งแต่4 ผลงาน ขึ้นไป
100
พิจารณาจากเอกสาร
หนังสือรับรองผลงานหรือ สําเนาสัญญาหรือสําเนา ใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง
จำนวนตั้งแต่ 3 ผลงาน
80
จำนวนตั้งแต่ 2 ผลงาน
50
จำนวนตั้งแต่ 1 ผลงาน
0
7.วงเงินงบประมาณ
งบประมาณประจำปี 2569 เป็นเงินจำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ซึ่งได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
8. งวดงานและการจ่ายเงิน
ระยะเวลาดำเนินงานครอบคลุมนับถัดจากวันลงนามในสัญญาถึง 365 วันโดยมีรายละเอียดการส่ง มอบงานแบ่งออกเป็น 4 งวด ดังต่อไปนี้
งวดที่ 1 ส่งมอบงานภายใน 120 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็นร้อยละ 30 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานรายละเอียดตามข้อ 4 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตาม รายละเอียดดังนี้
ก. รายงานความคืบหน้าแนวทางและการพัฒนาเชื่อมต่อข้อมูล รายละเอียดตามข้อ ข้อ 4.1 โดย ต้องมีความคืบหน้าในการเชื่อมต่อระบบไม่น้อยกว่า 3 ระบบทั้งระบบที่เชื่อมต่อใหม่และเก่า ข. รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.2 โดยต้องมีรายละเอียดอย่าง น้อยดังนี้
• สรุปการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบ
• รายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน
ค. รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.3 โดยต้องมีรายละเอียดอย่าง น้อยดังนี้
• เอกสารสรุปคุณลักษณะและความต้องการของระบบเดิม (Requirement and Specification)
• เอกสารทางสถาปัตยกรรมเชิงเทคนิค (Technical Architecture)
• เอกสารการออกแบบหน้าจอและ Journey ผู้ใช้งาน
ง. รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.4 และ 4.5 และผู้รับจ้างต้อง จัดทำหนังสือส่งมอบงานงวดที่ 1 จำนวน 1 ชุด พร้อมสำเนารายงานดังกล่าวบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูล ดิจิทัล
15
งวดที่ 2 ส่งมอบงานภายใน 240 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็นร้อยละ 40 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานรายละเอียดตามข้อ 4 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตาม รายละเอียดดังนี้
ก. รายงานความคืบหน้าแนวทางและการพัฒนาเชื่อมต่อข้อมูล รายละเอียดตามข้อ ข้อ 4.1 โดย ต้องมีความคืบหน้าในการเชื่อมต่อระบบไม่น้อยกว่า 5 ระบบทั้งระบบที่เชื่อมต่อใหม่และเก่า ข. รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.2 โดยต้องมีรายละเอียดอย่าง น้อยดังนี้
• รายงานความคืบหน้าการการพัฒนาระบบรายละเอียดตามข้อ 4.2.1
ค. รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.3 โดยต้องมีรายละเอียดอย่าง น้อยดังนี้
• รายงานความคืบหน้าการการพัฒนาระบบรายละเอียดตามข้อ 4.3.1
ง. รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.4 และ 4.5 และผู้รับจ้างต้อง จัดทำหนังสือส่งมอบงานงวดที่ 2 จำนวน 1 ชุด พร้อมสำเนารายงานดังกล่าวบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูล ดิจิทัล
งวดที่ 3 ส่งมอบงานภายใน 365 วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็นร้อยละ 30 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานรายละเอียดตามข้อ 4 แล้วเสร็จร้อยละ 100 และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตาม รายละเอียดดังนี้
ก. สรุปรายงานความคืบหน้าแนวทางและการพัฒนาเชื่อมต่อข้อมูล รายละเอียดตามข้อ ข้อ 4.1 โดยสรุปผลการเชื่อมต่อของมูลหน่วยบริการทั้งใหม่และเก่าทั้งหมดพร้อมรายงานสรุปสถานะการทำงาน ของแต่ละหน่วยบริการเพื่อ สขญ. สามารถนำผลการดำเนินงานและสถานะเพื่อติดตามงานเชื่อมต่อและ ปรับปรุงระบบต่อไป
ข. สรุปผลการพัฒนาระบบตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.2 โดยต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ • สรุปผลการพัฒนาระบบ ตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.2.1
• รายงานผลการทดสอบและติดตั้งระบบ ทั้งบน Staging และ Production
• คู่มือและรายงานผลการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลระบบจำนวน 1 ครั้ง
ค. รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.3 โดยต้องมีรายละเอียดอย่าง น้อยดังนี้
• สรุปผลการพัฒนาระบบ ตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.3.1
• รายงานผลการทดสอบและติดตั้งระบบ ทั้งบน Staging และ Production
• คู่มือและรายงานผลการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ดูแลระบบจำนวน 1 ครั้ง
16
ง. สรุปผลการดำเนินงานตามรายละเอียดข้อ ข้อ 4.4 และ 4.5 และผู้รับจ้างต้องจัดทำหนังสือส่ง มอบงานงวดที่ 3 จำนวน 1 ชุด พร้อมสำเนารายงานดังกล่าวบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล
9. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับ ให้แก่ สขญ. เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของมูลค่าสัญญาจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่า วันละ 100 บาท
10. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือขัดข้อง อัน เกิดขึ้นจากการใช้งานตามปกติ ภายในกำหนด 1 ปีนับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจ รับแล้วผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซม หรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพ ที่ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 7 วัน โดย สขญ. ไม่ ต้องชำระค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น
11. สถานที่ติดต่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
เลขที่ 234/432 ซอยลาดพร้าว 12 ถนนลาดพร้าว
ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
คณะกรรมการจัดทำรายละเอียดขอบเขตของงาน
ลงชื่อ…………………………………………. ประธานกรรมการ
(นายธิภัทร อารียาภินันท์)
ลงชื่อ……………………………….กรรมการ ลงชื่อ……………………………….กรรมการและเลขานุการ (นายทวีชัย จำเดิมธนาพร) (นายชยนณัฏฐ ทะนะมูล)
17