จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ

กรมแพทย์ทหารเรือ 69069361957
฿800,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 3 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) ของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ จัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการจัดเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายและซ้ำซ้อน โดยพัฒนาระบบศูนย์กลางที่เชื่อมโยงข้อมูลใน 5 ส่วนหลัก ได้แก่ ระบบบริหารงานบุคคล, ระบบด้านการวิจัยและผลงานวิชาการ, ระบบด้านการเรียนการสอน, ระบบด้านครุภัณฑ์ และระบบรายงาน/แดชบอร์ดเพื่อการบริหาร (Management Dashboard) ตัวระบบจะพัฒนาในรูปแบบ Web-based Application ที่สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA มีระบบความปลอดภัยและการกำหนดสิทธิ์การใช้งาน (Role-based Access Control) รวมถึงการจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่ายภายในองค์กร (On-Premise Server) ที่มีคุณสมบัติ RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB พร้อมระบบ RAID ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ออกแบบระบบ การพัฒนา การย้ายข้อมูลเดิม การทดสอบระบบ (UAT) การฝึกอบรมพร้อมคู่มือภาษาไทย และการรับประกันคุณภาพ 1 ปี โดยมีกำหนดส่งมอบงานทั้งหมดภายใน 45 วัน และชำระเงินงวดเดียวหลังเสร็จสิ้นโครงการ

English summary

The procurement project for the development of a Decision Support System (DSS) for the Royal Thai Navy College of Nursing aims to centralize, integrate, and process key institutional data. The system will consist of 5 main modules: Personnel Management, Research and Academic Works, Teaching and Learning, Durable Articles/Equipment, and a Management Dashboard. Developed as a secure, PDPA-compliant, web-based application, the project also includes procuring and deploying an On-Premise Server (minimum 16 GB RAM with RAID). The scope of services covers system analysis, development, data migration, testing (UAT), training with Thai manuals, and a 1-year warranty. The project duration is within 45 days, with a single payment upon completion, under a budget of 800,000 Baht.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ เชื่อมโยง วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลสำคัญของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ วางแผน และตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหารในทุกระดับ
  • เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและลดภาระงานด้านเอกสารของเจ้าหน้าที่
  • เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล (Digital Government)

ขอบเขตของงาน

  • การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis & Design): จัดทำเอกสารวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (Requirement Specification) และแผนการดำเนินโครงการโดยละเอียด
  • การพัฒนาและปรับแต่งระบบ (System Development & Customization): พัฒนาและปรับแต่งระบบตามกระบวนการทำงานของหน่วยงาน ครอบคลุม 5 โมดูลหลัก ได้แก่:
    • ระบบสารสนเทศบริหารงานบุคคล: จัดเก็บประวัติบุคลากร สายงาน ความเชี่ยวชาญ ใบอนุญาตวิชาชีพ และภาระงาน
    • ระบบสารสนเทศด้านการวิจัยและผลงานวิชาการ: จัดเก็บข้อมูลโครงการวิจัย แหล่งทุน ผลงานตีพิมพ์ และเอกสารแนบ
    • ระบบสารสนเทศด้านการเรียนการสอน: จัดเก็บข้อมูลหลักสูตร รายวิชา ตารางสอน ภาระงานสอนอาจารย์ และจำนวนนักศึกษา (แรกเข้า/สำเร็จการศึกษา)
    • ระบบสารสนเทศด้านครุภัณฑ์: จัดเก็บข้อมูลครุภัณฑ์ สถานะการใช้งาน ประวัติการซ่อมบำรุง และการวิเคราะห์อายุการใช้งาน
    • ระบบรายงานและแดชบอร์ดเพื่อการบริหาร (Management Dashboard): แสดงผลข้อมูลภาพรวมแบบ Real-time และ KPI
  • การจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่ายแบบติดตั้งภายในองค์กร (On-Premise Server Procurement and Deployment): จัดหา Server RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB, SSD, ระบบ RAID และติดตั้ง OS/Environment (Backend, Frontend, Database)
  • การย้ายและนำเข้าข้อมูล (Data Migration): จัดทำแผนและดำเนินการย้ายข้อมูลจากระบบเดิมเข้าสู่ระบบใหม่
  • การทดสอบระบบ: ดำเนินการ Functional Test, System Test และ User Acceptance Test (UAT) ร่วมกับหน่วยงาน
  • การฝึกอบรมและส่งมอบงาน: จัดฝึกอบรมผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานทั่วไป พร้อมส่งมอบคู่มือการใช้งานภาษาไทย
  • การเชื่อมต่อระบบเดิม: อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศหรืออุปกรณ์การแพทย์เดิมที่มีอยู่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เอกสารวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (Requirement Specification) และแผนการดำเนินโครงการโดยละเอียด
  • ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (DSS) ที่พัฒนาเสร็จสิ้นและปรับแต่งตามกระบวนการทำงาน ประกอบด้วย 5 โมดูลหลักพร้อมแดชบอร์ดแสดงผล (KPI Card, ตาราง, กราฟต่างๆ)
  • เครื่องแม่ข่าย On-Premise (RAM >= 16 GB, SSD, RAID) ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการและสภาพแวดล้อมพร้อมใช้งานจริง
  • แผนการย้ายข้อมูล และข้อมูลที่ย้ายเข้าสู่ระบบใหม่อย่างถูกต้องครบถ้วน
  • รายงานผลการทดสอบระบบ (Functional Test, System Test, UAT)
  • หลักสูตรการฝึกอบรม คู่มือการใช้งานระบบ และเอกสารประกอบการฝึกอบรมภาษาไทยสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานทั่วไป
  • เอกสารสรุปรายการปรับแต่งระบบทั้งหมด (System Configuration & Customization Document)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมดไม่เกิน 45 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • แผนการดำเนินงานและ Milestone:
      1. วิเคราะห์ความต้องการและออกแบบระบบ (System Analysis & Design)
      1. พัฒนาและปรับแต่งระบบ (System Development & Customization)
      1. ติดตั้ง ย้ายข้อมูล และทดสอบระบบ (Functional & System Test)
      1. ทดสอบการใช้งานจริง (UAT) ฝึกอบรม และส่งมอบระบบ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุ/ให้บริการตามที่จัดจ้าง
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมแพทย์ทหารเรือ ณ วันประกาศ
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่มีคำสั่งสละสิทธิ์)
  • Standards Compliance:
    • การจัดการข้อมูลต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
    • ต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของทางราชการและวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
  • Experience: ไม่ระบุเกณฑ์จำนวนปีหรือประสบการณ์ขั้นต่ำในเอกสาร TOR
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุเกณฑ์มูลค่าผลงานขั้นต่ำในเอกสาร TOR
  • Technical Capabilities:
    • สามารถจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่าย On-Premise (RAM >= 16 GB, SSD, RAID)
    • สามารถพัฒนา Web-based Application ที่รองรับ Multi-user และการเชื่อมต่อระบบ/อุปกรณ์การแพทย์เดิมได้
  • Personnel:
    • ต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน มาปฏิบัติงาน Onsite Support ณ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน เพื่อให้คำปรึกษาและติดตามปัญหา

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria) โดยพิจารณาจากราคารวมที่ต่ำที่สุดที่ผ่านคุณสมบัติและข้อกำหนดทางเทคนิค

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบ Web-based Application: ใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐาน ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มที่เครื่องผู้ใช้ แยกส่วน Application, Database, และ Presentation Layer
  • เครื่องแม่ข่าย (On-Premise Server): RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD, รองรับและติดตั้งระบบ RAID
  • ระบบฐานข้อมูล: จัดเก็บข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data) รองรับการสำรองข้อมูล (Backup) อัตโนมัติและกู้คืนข้อมูล (Recovery)
  • ความปลอดภัย: รองรับ Role-based Access Control (RBAC), มีระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Audit Log/Audit Trail), สอดคล้องกับ PDPA, ใช้พอร์ตสื่อสารตามที่กำหนดเท่านั้น, และต้องลงนาม NDA
  • การแสดงผล (Dashboard): รองรับการแสดงผลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟเส้น, กราฟวงกลม, กราฟแนวโน้ม และรองรับการกรองข้อมูล (Filter) ตามเงื่อนไขต่างๆ ย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: ชำระเงินงวดเดียว (100%) เมื่อส่งมอบพัสดุและคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.1 ต่อวัน ของมูลค่าสัญญา หากส่งมอบงานล่าช้า
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่ตรวจรับงาน โดยต้องเริ่มแก้ไขภายใน 3 วันนับจากได้รับแจ้ง
  • เงื่อนไขการบริการบำรุงรักษา (SLA):
    • ปัญหาเร่งด่วนมาก (Critical): แก้ไขทันทีและเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง
    • ปัญหาเร่งด่วน (High): แก้ไขทันทีและเสร็จภายใน 8 ชั่วโมง
    • ปัญหาไม่เร่งด่วน (Normal): แก้ไขเสร็จภายใน 48 ชั่วโมง
    • Onsite Support: เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน ทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน
    • Helpdesk: Unlimited Call-in Support (Email, โทรศัพท์, Line)
  • ลิขสิทธิ์: ลิขสิทธิ์ในระบบซอฟต์แวร์เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา โดยหน่วยงานมีสิทธิ์ใช้งานได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ระบบ DSS นี้รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ใดบ้าง?
    A: รองรับการใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐานบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ (Web-based Application) โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม
  • Q: ระบบบริหารงานบุคคลสามารถคำนวณและจำแนกข้อมูลอะไรได้บ้าง?
    A: สามารถจำแนกประเภทบุคลากร (สายวิชาการ/สายสนับสนุน), บันทึกสถานะการทำงาน (ปฏิบัติงาน/ลาศึกษา), คำนวณระยะเวลาปฏิบัติงาน, และบันทึกข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาลได้
  • Q: แดชบอร์ดระบบวิจัยสามารถแสดงข้อมูลย้อนหลังได้กี่ปี?
    A: สามารถจำแนกและสรุปข้อมูลผลงานวิจัย งบประมาณ และแหล่งทุนย้อนหลังได้อย่างน้อย 5 ปี
  • Q: ระบบการเรียนการสอนช่วยคำนวณภาระงานสอนของอาจารย์อย่างไร?
    A: สามารถคำนวณและสรุปภาระงานสอนรายบุคคล รายสาขา รายหลักสูตร รายหน่วยงาน และรายปีการศึกษา โดยแสดงจำนวนรายวิชา หน่วยกิต ชั่วโมงสอน และกลุ่มเรียนที่รับผิดชอบ
  • Q: ระบบครุภัณฑ์สามารถแจ้งเตือนหรือวิเคราะห์เรื่องการจัดซื้อทดแทนได้อย่างไร?
    A: มีแดชบอร์ดแสดงอายุการใช้งานของครุภัณฑ์ รายการครุภัณฑ์ที่ใกล้ครบอายุการใช้งาน และรายการครุภัณฑ์ที่ควรพิจารณาซ่อมบำรุงหรือจัดซื้อทดแทน
  • Q: ข้อกำหนดขั้นต่ำของเครื่องแม่ข่าย (Server) ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาคืออะไร?
    A: ต้องเป็นเครื่องแม่ข่ายแบบ On-Premise ที่มีหน่วยความจำ (RAM) ไม่น้อยกว่า 16 GB ใช้ SSD ในการจัดเก็บข้อมูล และติดตั้งระบบ RAID เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
  • Q: หากวิทยาลัยฯ ต้องการเชื่อมต่อระบบ DSS กับระบบสารสนเทศหรืออุปกรณ์การแพทย์เดิมที่มีอยู่ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่?
    A: ผู้รับจ้างต้องอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบหรืออุปกรณ์การแพทย์เดิมเข้ากับระบบใหม่โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • Q: การบริการบำรุงรักษาระบบ (SLA) ในกรณีเกิดปัญหาเร่งด่วนมาก (Critical Issue) มีกำหนดเวลาแก้ไขอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขทันที และต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
  • Q: ข้อกำหนดด้าน Onsite Support ของผู้รับจ้างมีรายละเอียดอย่างไร?
    A: ต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน มาปฏิบัติงาน ณ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน เพื่อให้คำปรึกษาและติดตามปัญหา
  • Q: ลิขสิทธิ์ของระบบซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้เป็นของใคร?
    A: ลิขสิทธิ์เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือต้องมีสิทธิ์ในการใช้งานระบบเพื่อภารกิจของหน่วยงานโดยไม่จำกัดระยะเวลา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อก้าหนดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System)

  1. ความเป็นมา
    การบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นกลไกสําคัญในการสนับสนุนภารกิจด้านการเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร
    และการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ
    โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพสุขภาพซึ่งมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลจํานวนมาก อาทิ ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลนักศึกษา ข้อมูลการเรียนการสอน งานวิจัย งบประมาณ และการประกัน คุณภาพการศึกษา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจําเป็นต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการบริหาร วางแผน และตัดสินใจในทุกระดับ
    วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ในฐานะหน่วยงานผลิตบุคลากรทางการพยาบาลให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติ
    มีภารกิจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพและนโยบายของหน่วยเหนือ ปัจจุบัน การจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลยังอยู่ในหลายระบบและหลายรูปแบบ ทําให้เกิดความซ้ําซ้อน ขาดการ
    เชื่อมโยงข้อมูล และไม่สามารถนําข้อมูลมาวิเคราะห์ในภาพรวมเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมี
    ประสิทธิภาพ
    นอกจากนี้ ระบบงานด้านการบริหารจัดการของวิทยาลัยยังมีประเด็นที่สามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นโดยอาศัย เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ได้แก่
  2. ข้อมูลด้านบุคลากร นักศึกษา และการเรียนการสอนกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทําให้การ สืบค้นและจัดทํารายงานใช้เวลานาน
  3. ขาดระบบกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์และติดตามผลการดําเนินงานในภาพรวมของวิทยาลัย 3. การจัดทํารายงานเพื่อการบริหาร การประกันคุณภาพ และการรายงานต่อหน่วยเหนือยังต้องใช้การรวบรวม ข้อมูลด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่
  4. ระบบสารสนเทศที่มีอยู่ยังไม่สามารถรองรับการแสดงผลข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการตัดสินใจของผู้บริหาร 5. การเข้าถึงข้อมูลของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ยังไม่สะดวกและไม่เป็นระบบเดียวกัน ดังนั้น เพื่อให้การบริหาร จัดการของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภารกิจและการเปลี่ยนแปลง ในยุคดิจิทัล จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ เพื่อรวบรวม จัดเก็บ เชื่อมโยง และ ประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ในระบบเดียว อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สนับสนุนการ
    ตัดสินใจของผู้บริหาร และยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยรวม
  5. วัตถุประสงค์
    การบริหารจัดการองค์กรภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการศึกษาและสาธารณสุข จําเป็นต้องอาศัยข้อมูล ที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และสามารถนํามาประมวลผลเพื่อสนับสนุนการวางแผน การกําหนดนโยบาย และการตัดสินใจของผู้บริหารในทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการยังคงกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน หลายรูปแบบ และหลายระบบ ส่งผลให้เกิดความซ้ําซ้อน
    ความล่าช้า และข้อจํากัดในการนําข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในภาพรวม
    เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล (Digital Goverment) และแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศของหน่วยงาน จึงมีความจําเป็นต้องจัดหา
    ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ เชื่อมโยง วิเคราะห์ และแสดงผล ข้อมูลที่สําคัญขององค์กรในมิติต่าง ๆ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน ลดภาระงานด้านเอกสาร และสนับสนุน การตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ
  6. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
    ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
    ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมแพทย์ทหารเรือ ณ วันเชิญชวน หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการจัดจ้างครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
    ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่แนบ (ผนวก ก)
  7. กําาหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    5.1 ระยะเวลาดําเนินโครงการทั้งหมดไม่เกิน 45 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
    5.2 แผนการดําเนินงานและ Mitestone
    5.2.1 วิเคราะห์ความต้องการและออกแบบระบบ (System Analysis & Design)
    จัดทําเอกสารวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (Requirement Specification) จัดทําแผนการดําเนินโครงการโดยละเอียด
    5.2.2 พัฒนาและปรับแต่งระบบ (System Development & Customization)
  • พัฒนาระบบตามขอบเขตงานที่กําหนด
  • ปรับแต่งระบบให้สอดคล้องกับกระบวนการทํางานของหน่วยงาน
    5.2.3 ติดตั้ง ย้ายข้อมูล และทดสอบระบบ
    O
    ติดตั้งระบบในสภาพแวดล้อมที่กําหนด
    ดําเนินการย้ายข้อมูลจากระบบเดิม
  • ทดสอบระบบในระดับ Functional Test และ System Test
    5.2.4 ทดสอบการใช้งานจริง ฝึกอบรม และส่งมอบระบบ
    ดาเนินการทดสอบการใช้งานจริง (User Acceptance Test : UAT) ฝึกอบรมผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน
    • ส่งมอบระบบและเอกสารประกอบทั้งหมด
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาและพิจารณาจากราคารวม
  2. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    หน่วยงานกําหนดวงเงินงบประมาณสําหรับการดําเนินโครงการตาม TOR ฉบับนี้ เป็นจํานวนเงินไม่เกิน 800,000 บาท (แปดแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานกําหนดและเป็นไปตาม ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  3. งวดงานและการจ่ายเงิน
    ชําระงวดเดียวเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุ และผู้ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  4. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา หน่วยงานมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าปรับ
    ในอัตราร้อยละ 0.1 ต่อวัน
  5. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
    รับมอบ
    รับประกันความชํารุดบกพร่องของงานที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่ผู้จ้างได้รับ โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุด
    บกพร่อง
  6. การส่งมอบงาน
    ส่งมอบที่ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600
  7. เงื่อนไขอื่น ๆ

    12.1 ลิขสิทธิ์และสิทธิในการใช้งานระบบ
    ไว้ในสัญญา
    ลิขสิทธิ์ในระบบซอฟต์แวร์หรือผลงานที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการนี้ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนด
    หน่วยงานต้องมีสิทธิ์ในการใช้งานระบบเพื่อภารกิจของหน่วยงานโดยไม่จํากัดระยะเวลา เว้นแต่จะ
    กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    12.2 การรักษาความลับของข้อมูล
    ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูล เอกสาร และรายละเอียดใด ๆ ของหน่วยงานที่ได้รับในระหว่างการ
    ดําเนินโครงการไว้เป็นความลับ
    ห้ามนําข้อมูลดังกล่าวไปเปิดเผย ใช้ หรือโอนให้บุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็น
    หนังสือจากหน่วยงาน
    12.3 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง TOR และสัญญา
    การแก้ไขเปลี่ยนแปลง TOR หรือสัญญาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานและเป็นไปตาม กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
    ผนวก ก
  8. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
    จ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System)
  9. ขอบเขตงานด้านระบบ (Functional Scope)
    1.1 ระบบสารสนเทศบริหารงานบุคคล ระบบต้องสามารถบริหารจัดการข้อมูลบุคลากรตลอดวงจรการปฏิบัติงาน ตั้งแต่การบันทึกข้อมูลพื้นฐาน การติดตามสถานะการทํางาน การประมวลผลภาระงาน และการสรุปเชิงวิเคราะห์ โดยอย่างน้อยต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
    ข้อมูลพื้นฐานบุคลากร (คํานําหน้า ชื่อ-สกุล, เลขประจําตัวประชาชน, เลขประจําตัวข้าราชการ/
    พนักงาน, วันเดือนปีเกิด, อายุ, เพศ, สถานะการทํางาน)
  • ข้อมูลตําแหน่งและสายงาน (ตําแหน่งทางวิชาการ, ตําแหน่งงาน, สังกัดหน่วยงาน, ประเภทบุคลากร)
    ประวัติการทํางาน (วันที่บรรจุ, วันที่ปรับตําแหน่ง, ประวัติการโอนย้าย)
    ประวัติการศึกษาและการอบรม (ระดับการศึกษา, สาขา, สถาบัน, หลักสูตรอบรม, ชั่วโมงอบรม) - สิทธิ์การใช้งานระบบ (กําหนดบทบาทผู้ใช้, ระดับการเข้าถึงข้อมูล)
  • บันทึกและจัดเก็บข้อมูลประวัติส่วนบุคคลของบุคลากร ได้แก่ ชื่อ-สกุล เลขประจําตัวประชาชน ประเภทบุคลากร สังกัด ตําแหน่งงาน ตําแหน่งทางวิชาการ วุฒิการศึกษา อายุ เพศ และปีที่เกษียณอายุ
    จําแนกประเภทบุคลากรตามสายงาน เช่น สายวิชาการและสายสนับสนุน พร้อมรายละเอียด
    ตําแหน่งย่อยตามโครงสร้างหน่วยงาน
    บันทึกสถานะการทํางาน เช่น ปฏิบัติงาน ลาศึกษา หรือปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลาที่กําหนด และ สามารถคํานวณระยะเวลาการปฏิบัติงานได้
  • บันทึกข้อมูลความเชี่ยวชาญของบุคลากร โดยรองรับการจําแนกตามสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องและ สาขาอื่นที่หน่วยงานกําหนด
  • บันทึกข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง เช่น เลขที่ใบอนุญาตฯ วันออกใบอนุญาตฯ วันหมดอายุใบอนุญาตฯ
    บันทึกและเชื่อมโยงข้อมูลภาระงานของบุคลากรในมิติต่าง ๆ เช่น ด้านการเรียนการสอน ด้านการ
    วิจัย บริการวิชาการ การทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม และงานบริหารจัดการ
    เชื่อมโยงข้อมูลผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการของบุคลากรจากโมดูลด้านการวิจัย
  • จัดเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Audit Trail) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
  1. Dashboard สรุปจํานวนบุคลากรทั้งหมดของหน่วยงาน
  2. Dashboard แสดงจํานวนและสัดส่วนบุคลากร แยกตามประเภทบุคลากร เช่น สายวิชาการ สายสนับสนุน หรือประเภทอื่นที่หน่วยงานกําหนด
  3. Dashboard แสดงจํานวนบุคลากรแยกตามสังกัด ตําแหน่งงาน ตําแหน่งทางวิชาการ วุฒิการศึกษา อายุ และเพศ
  4. Dashboard แสดงสถานะการปฏิบัติงานของบุคลากร เช่น ปฏิบัติงาน ลาศึกษา ลาออก เกษียณอายุ หรือสถานะอื่นที่หน่วยงานกําหนด
  5. Dashboard แสดงข้อมูลภาระงานของบุคลากรในแต่ละด้าน เช่น ด้านการเรียนการสอน ด้านการวิจัย ด้านบริการวิชาการ ด้านทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และด้านบริหารจัดการ 6. Dashboard แสดงแนวโน้มจํานวนบุคลากรย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี
  6. ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟวงกลม และกราฟแนวโน้ม 8. ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปี หน่วยงาน ประเภทบุคลากร สังกัด ตําแหน่ง เพศ
    วุฒิการศึกษา และสถานะการทํางานได้
    1.2 ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจด้านการวิจัยและผลงานวิชาการ ระบบต้องสามารถบริหารจัดการ ข้อมูลผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการตลอดวงจร ตั้งแต่การบันทึกข้อมูล การจัดเก็บเอกสาร การติดตาม และ
    การสรุปเชิงวิเคราะห์ โดยอย่างน้อยต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
  • ข้อมูลโครงการวิจัย (ชื่อโครงการ, ประเภทงานวิจัย, แหล่งทุน, งบประมาณ, ระยะเวลาดําเนินการ)
  • ข้อมูลนักวิจัยและผู้ร่วมโครงการ
  • สถานะโครงการ (เสนอขอ, อยู่ระหว่างดําเนินการ, แล้วเสร็จ)
  • ผลงานวิชาการ (บทความ, งานประชุม, สิทธิบัตร)
  • การออกรายงานและสถิติผลงานวิจัย
  • บันทึกข้อมูลผลงานวิจัย งานตีพิมพ์ ตําราเรียน และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเชื่อมโยงกับบุคลากร
    ผู้มีส่วนร่วม
    บันทึกข้อมูลแหล่งทุนวิจัย ระยะเวลาโครงการ ปีที่เผยแพร่ และสาขาที่เกี่ยวข้อง
  • รองรับการอับโหลดและจัดเก็บไฟล์เอกสารประกอบผลงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • สามารถจําแนกและสรุปข้อมูลผลงานย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงนโยบาย ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
  1. Dashboard แสดงจํานวนโครงการวิจัยทั้งหมด แยกตามสถานะโครงการ เช่น เสนอขออยู่ระหว่าง นําเนินการ และแล้วเสร็จ
  2. Dashboard แสดงจํานวนผลงานวิจัย งานตีพิมพ์ งานประชุม สิทธิบัตร ตําราเรียน และทรัพย์สิน ทางปัญญา
  3. Dashboard แสดงจํานวนผลงานวิจัยจําแนกตามปี แหล่งทุน สาขาวิชา ประเภทผลงาน และ บุคลากรผู้มีส่วนร่วม
  4. Dashboard แสดงงบประมาณวิจัยที่ได้รับ แยกตามแหล่งทุนภายในและภายนอก
  5. Dashboard แสดงแนวโน้มจํานวนผลงานวิจัยและงบประมาณวิจัยย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี 6. Dashboard แสดงรายชื่อผลงานวิจัยพร้อมข้อมูลสําคัญ เช่น ชื่อผลงาน ผู้วิจัย ปีที่เผยแพร่ แหล่งทุน
    สาขา และสถานะเอกสารประกอบ
  6. ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปี แหล่งทุน สาขา ประเภทผลงาน นักวิจัย หรือสถานะโครงการได้
    1.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจด้านการเรียนการสอน ระบบต้องสามารถรวบรวม บันทึกประมวลผล และ แสดงข้อมูลด้านการเรียนการสอน เพื่อสนับสนุนการบริหารหลักสูตร การจัดการรายวิชการติดตามจํานวน
    นิสิต/นักศึกษา การบริหารภาระงานสอนของอาจารย์ และการวางแผนอัตรากําลังของหน่วยงาน โดยอย่างน้อย
    ต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
  • บันทึกและจัดเก็บข้อมูลหลักสูตร ได้แก่ ชื่อหลักสูตร ระดับการศึกษา ปีที่เปิดสอน สถานะหลักสูตร หน่วยงานที่รับผิดชอบ และอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรข้อมูลรายวิชา (รหัสวิชา ชื่อวิชา, หน่วยกิต)
  • บันทึกและจัดการข้อมูลรายวิชาภายในหลักสูตร ได้แก่ รหัสวิชา ชื่อวิชา จํานวนหน่วยกิต ประเภท รายวิชา ภาคการศึกษาที่เปิดสอน และสถานะรายวิชา
    บันทึกและแสดงตารางสอนในแต่ละปีการศึกษา ภาคการศึกษา หลักสูตร ชั้นปี รายวิชา และอาจารย์ผู้สอน - เชื่อมโยงรายวิชากับอาจารย์ผู้รับผิดชอบ อาจารย์ผู้สอน หลักสูตร ปีการศึกษา และภาคการศึกษา - บันทึกข้อมูลภาระงานสอนของอาจารย์แต่ละรายในแต่ละภาคการศึกษา เช่น จํานวนรายวิชา จํานวน หน่วยกิต จํานวนชั่วโมงสอน และจํานวนกลุ่มเรียนที่รับผิดชอบ
  • คํานวณและสรุปภาระงานสอนของอาจารย์รายบุคคล รายสาขา รายหลักสูตร รายหน่วยงาน และราย ปีการศึกษา
  • บันทึกและแสดงข้อมูลจํานวนนิสิต/นักศึกษาในแต่ละหลักสูตร ชั้นปี รุ่น ปีการศึกษา และภาคการศึกษา
    บันทึกและแสดงข้อมูลจํานวนนิสิต/นักศึกษาแรกเข้าในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับ
    การศึกษา และรุ่น
    บันทึกและแสดงข้อมูลจํานวนผู้สําเร็จการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับ
    การศึกษา และรุ่น
  • รองรับการเปรียบเทียบข้อมูลด้านการเรียนการสอนย้อนหลัง เช่น จํานวนหลักสูตร จํานวนรายวิชาที่ เปิดสอน จํานวนนักศึกษาแรกเข้า จํานวนผู้สําเร็จการศึกษา และภาระงานสอนของอาจารย์
    รองรับการจัดทํารายงานด้านการเรียนการสอน เพื่อใช้ประกอบการวางแผนหลักสูตร การบริหารภาระ
    งานสอน การวางแผนอัตรากําลัง และการประกันคุณภาพการศึกษา
    ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
  1. Dashboard แสดงจํานวนหลักสูตรทั้งหมด แยกตามระดับการศึกษา สถานะหลักสูตร หน่วยงานที่ รับผิดชอบ และปีที่เปิดสอน
  2. Dashboard แสดงจํานวนรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละปีการศึกษาและแต่ละภาคการศึกษาแยกตาม หลักสูตร ชั้นปี รายวิชา และหน่วยงาน
  3. Dashboard แสดงตารางสอนหรือข้อมูลการเปิดสอนของรายวิชาในแต่ละหลักสูตร ชั้นปี ภาคการศึกษา และอาจารย์ผู้สอน
  4. Dashboard แสดงภาระงานสอนของอาจารย์รายบุคคล รายสาขา รายหลักสูตร รายหน่วยงาน และ รายปีการศึกษา
  5. Dashboard แสดงการเปรียบเทียบภาระงานสอนของอาจารย์แต่ละราย เพื่อใช้ประกอบการวางแผน
    อัตรากําลังและการจัดสรรภาระงานอย่างเหมาะสม
  6. Dashboard แสดงจํานวนรายวิชา จํานวนหน่วยกิต จํานวนชั่วโมงสอน และจํานวนกลุ่มเรียนที่
    อาจารย์แต่ละรายรับผิดชอบในแต่ละภาคการศึกษา
  7. Dashboard แสดงจํานวนนิสิต/นักศึกษาทั้งหมด แยกตามหลักสูตร ระดับการศึกษา ชั้นปี รุ่น และ
    ปีการศึกษา
  8. Dashboard แสดงจํานวนนิสิต/นักศึกษาแรกเข้าในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับ การศึกษา และรุ่น
  9. Dashboard แสดงจํานวนผู้สําเร็จการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับการศึกษา และรุ่น
  10. Dashboard แสดงแนวโน้มข้อมูลด้านการเรียนการสอนย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี เช่น จํานวน รายวิชาที่เปิดสอน จํานวนนักศึกษาแรกเข้า จํานวนผู้สําเร็จการศึกษา และภาระงานสอนของอาจารย์
  11. ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟเส้น, กราฟวงกลม และกราฟแนวโน้ม
  12. ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปีการศึกษา ภาคการศึกษา หลักสูตร ระดับการศึกษา ชั้นปี รุ่น รายวิชา อาจารย์ผู้สอน สาขา หรือหน่วยงานได้
    1.4 ระบบสารสนเทศด้านครุภัณฑ์ ระบบต้องสามารถบริหารจัดการข้อมูลครุภัณฑ์ตลอดอายุการใช้งาน ตั้งแต่ การจัดเก็บข้อมูล การใช้งาน การซ่อมบํารุง จนถึงการจําหน่าย โดยอย่างน้อยต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
  • ข้อมูลครุภัณฑ์ (รหัสครุภัณฑ์, ประเภท, มูลค่า, ปีที่จัดซื้อ)
  • สถานะการใช้งาน (ใช้งาน, ชํารุด, จําหน่าย)
  • ประวัติการซ่อมบํารุงและการตรวจสอบ
    การออกรายงานทะเบียนครุภัณฑ์
    บันทึกข้อมูลครุภัณฑ์ ได้แก่ ซื้อครุภัณฑ์ เลขครุภัณฑ์ ประเภท ยี่ห้อ ราคา แหล่งงบประมาณ วันที่รับ
    และอายุการใช้งาน
  • จําแนกประเภทครุภัณฑ์ตามลักษณะการใช้งาน เช่น ครุภัณฑ์การศึกษา และครุภัณฑ์ทางการแพทย์
    บันทึกสถานะการใช้งาน เช่น ใช้งานปกติ อยู่ระหว่างซ่อม หรือจําหน่ายแล้ว
  • บันทึกประวัติการซ่อมบํารุง จํานวนครั้ง รายละเอียด และค่าใช้จ่าย
  • วิเคราะห์อายุการใช้งานและสถานะของครุภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการวางแผนจัดซื้อทดแทน
    ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
  1. Dashboard แสดงจํานวนครุภัณฑ์ทั้งหมดของหน่วยงาน
  2. Dashboard แสดงมูลค่ารวมของครุภัณฑ์ทั้งหมด
  3. Dashboard แสดงจํานวนและมูลค่าครุภัณฑ์แยกตามประเภท เช่น ครุภัณฑ์การศึกษา ครุภัณฑ์
    สํานักงาน ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ หรือประเภทอื่นที่หน่วยงานกําหนด
  4. Dashboard แสดงสถานะครุภัณฑ์ เช่น ใช้งานปกติ อยู่ระหว่างซ่อม ชํารุด หรือจําหน่ายแล้ว 5. Dashboard แสดงอายุการใช้งานของครุภัณฑ์ และรายการครุภัณฑ์ที่ใกล้ครบอายุการใช้งาน
  5. Dashboard แสดงจํานวนครั้งและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบํารุงครุภัณฑ์
  6. Dashboard แสดงรายการครุภัณฑ์ที่ควรพิจารณาซ่อมบํารุงหรือจัดซื้อทดแทน
  7. Dashboard แสดงแนวโน้มจํานวนครุภัณฑ์ การซ่อมบํารุง และมูลค่าครุภัณฑ์ย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี 9. ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟวงกลม และกราฟแนวโน้ม
  8. ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปีที่จัดซื้อ ประเภทครุภัณฑ์ สถานะการใช้งาน แหล่งงบประมาณ หน่วยงาน หรือช่วงอายุการใช้งานได้
    1.5 ระบบรายงานและแดชบอร์ดเพื่อการบริหาร (Management Dashboard and Reporting Module) ระบบ โดยอย่างน้อยต้อง
    ต้องสามารถประมวลผลและแสดงผลข้อมูลในภาพรวมเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
    สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    J
  • Dashboard แสดงข้อมูลภาพรวมแบบ Real-time
  • ตัวชี้วัดหลัก (KPI) ตามภารกิจหน่วยงาน
  • สามารถ Export รายงานในรูปแบบมาตรฐาน
  • แสดงข้อมูลสรุปด้านบุคลากร งานวิจัย การเรียนการสอน และครุภัณฑ์ ในรูปแบบตารางและกราฟ
  • รองรับการกรองข้อมูลตามช่วงเวลา หน่วยงาน หรือประเภทข้อมูล
  • แสดงแนวโน้มข้อมูลย้อนหลังเพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงนโยบาย ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
  • ผู้บริหารสามารถเรียกดูข้อมูลภาพรวมผ่านแดชบอร์ดได้จริง
    ข้อมูลที่แสดงสามารถนําไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายได้
    1.6 การจัดหาและติดตั้งระบบเครื่องแม่ข่ายแบบติดตั้งภายในองค์กร (On-Premise Server Procurement and Deployment) ระบบต้องมีการจัดหา ติดตั้ง และตั้งค่าเครื่องแม่ข่าย (Server) สําหรับใช้งานภายในองค์กร (On- Premise) เพื่อรองรับการพัฒนา ทดสอบ และใช้งานระบบจริงอย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย โดยอย่างน้อยต้อง สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    ฐานข้อมูล
    งานระบบ
  • จัดหาเครื่องแม่ข่ายสําหรับติดตั้งระบบภายในองค์กร โดยมีหน่วยความจํา (RAM) ไม่น้อยกว่า 16 GB
  • จัดหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ Solid State Drive (SSD) เพื่อรองรับการทํางานของระบบและ
  • เครื่องแม่ข่ายต้องรองรับและติดตั้งระบบ RAID เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความต่อเนื่องของข้อมูล
    ติดตั้งระบบปฏิบัติการและสภาพแวดล้อม (Environment) ที่จําเป็นสําหรับการพัฒนา ทดสอบ และใช้
    จัดเตรียม Environment สําหรับการทํางานของ Backend, Frontend และ Database บนเครื่องแม่ข่าย - ตั้งค่าโครงสร้างระบบให้สามารถรองรับการขยายในอนาคต เช่น การเพิ่มผู้ใช้งานหรือปริมาณข้อมูล ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
    มีการจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่าย On-Premise ที่มี RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB และจัดเก็บข้อมูล
    ด้วย SSD พร้อมระบบ RAID
  • ระบบและ Environment สามารถติดตั้งและใช้งานบนเครื่องแม่ข่ายได้จริง
    ระบบสามารถทํางานได้อย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย
  1. ขอบเขตงานด้านเทคนิค (Technical Scope)
    ระบบต้องพัฒนาในสถาปัตยกรรมที่รองรับการขยายตัวและการบํารุงรักษาในระยะยาว รองรับการกําหนด สิทธิ์การใช้งานตามบทบาทหน้าที่ (Role-based Access Control) มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ ข้อมูลตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่นได้ในอนาคต
    2.1 สถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture)
    ต้องเป็นระบบสารสนเทศแบบ Web-based Application สามารถใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐานโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมที่เครื่องผู้ใช้งาน
  • รองรับการใช้งานแบบ Multi-user พร้อมกันได้ตามปริมาณผู้ใช้งานของหน่วยงาน
    สถาปัตยกรรมระบบต้องรองรับการขยายตัว (Scalability) ในอนาคต ทั้งในด้านจํานวนผู้ใช้งาน ปริมาณข้อมูล และฟังก์ชันการทํางาน
    ออกแบบแยกส่วนการทํางานระหว่าง Application Layer, Database Layer และ Presentation
    Layer อย่างชัดเจน
    2.2 โครงสร้างพื้นฐานด้าน Hardware และ Software
  • ระบบต้องสามารถติดตั้งและใช้งานได้ทั้งในรูปแบบ On-Premise ตามขอบเขตงาน
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ ฐานข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง - ผู้เสนอราคาต้องระบุความต้องการทรัพยากรขั้นต่ําของระบบ เช่น CPU, Memory, Storage เพื่อให้
    หน่วยงานสามารถวางแผนโครงสร้างพื้นฐานได้
    2.3 ระบบฐานข้อมูล (Database Management)
  • ฐานข้อมูลต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเชิงโครงสร้าง (Structured Data) และมีความสัมพันธ์ของ ข้อมูลที่เหมาะสม
    กรณีฉุกเฉิน
    รองรับการจัดทําระบบสํารองข้อมูล (Backup) แบบอัตโนมัติ และสามารถกู้คืนข้อมูล (Recovery) ได้ใน
    ต้องมีมาตรการป้องกันความเสียหายของข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
    2.4 ความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูล (Security)
  • ระบบต้องมีการพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้งาน (Authentication) และการกําหนดสิทธิ์การใช้งาน (Authorization) ตาม บทบาทหน้าที่ (Role-based Access Control)
  • ข้อมูลสําคัญและข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการป้องกันด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม
    ต้องมีระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Audit Log) สําหรับการตรวจสอบย้อนหลัง
  • การจัดการข้อมูลต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 2.5 ประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบ (Performance & Availability)
    ระบบต้องสามารถรองรับการทํางานต่อเนื่องได้อย่างมีเสถียรภาพ
    ต้องกําหนดเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพขั้นต่ํา เช่น ระยะเวลาการตอบสนองของระบบในฟังก์ชันหลัก
    รองรับการตรวจสอบสถานะการทํางานของระบบ (System Monitoring)
    2.6 การเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น (integration)
    ระบบต้องสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบสารสนเทศอื่นของหน่วยงานหรือหน่วยงาน
    ภายนอกได้
    ใช้มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นสากลและไม่ผูกติดกับเทคโนโลยีเฉพาะรายใดรายหนึ่ง
  • ต้องมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบ
  1. ขอบเขตงานด้านบริการ (Service Scope)
    .
    • การวิเคราะห์และออกแบบระบบตามความต้องการของหน่วยงาน
    • การพัฒนา ทดสอบ และติดตั้งระบบ
    • การย้ายข้อมูลที่จําเป็นเข้าสู่ระบบใหม่
    • การฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
    • การรับประกันและบํารุงรักษาระบบตามระยะเวลาที่กําหนด
    3.1 การติดตั้งและส่งมอบระบบ (System Installation & Deployment)
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการติดตั้งระบบให้พร้อมใช้งานตามสภาพแวดล้อมที่หน่วยงานกําหนด
    ในรูปแบบ On-Premise
  • ระบบต้องสามารถใช้งานได้จริงครบถ้วนตามขอบเขตงานด้านระบบและด้านเทคนิค
  • ต้องมีการจัดทําแผนการติดตั้งและแผนการส่งมอบระบบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
    3.2 การปรับแต่งระบบ (System Configuration & Customization)
  • ผู้รับจ้างต้องปรับแต่งระบบให้สอดคล้องกับกระบวนการทํางานของหน่วยงาน - การปรับแต่งต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักของระบบ และไม่ผูกติดกับผู้รับจ้างรายใดรายหนึ่ง
    ต้องจัดทําเอกสารสรุปรายการปรับแต่งระบบทั้งหมดเพื่อใช้ในการตรวจรับ
    ในกรณีที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ต้องการใช้งานระบบหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน บริษัทจะอํานวยความสะดวกในการเชื่อมต่อโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
    3.3 การย้ายและนําเข้าข้อมูล (Data Migration)
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการย้ายข้อมูลจากระบบเดิมหรือแหล่งข้อมูลที่หน่วยงานกําหนดเข้าสู่ระบบใหม่ ต้องจัดทําแผนการย้ายข้อมูล ระบุขอบเขต ประเภทข้อมูล และวิธีการตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่ย้ายต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
    3.4 การทดสอบระบบและการตรวจรับ (System Testing & User Acceptance Test)
    ต้องดําเนินการทดสอบระบบในระดับ Functional Test และ System Test ต้องจัดให้มีการทดสอบการใช้งานจริงร่วมกับผู้แทนหน่วยงาน (UAT)
  • การตรวจรับระบบจะถือว่าผ่านเมื่อระบบทํางานได้ครบถ้วนตาม TOR และผลการทดสอบเป็นที่ยอมรับ 3.5 การฝึกอบรมผู้ใช้งาน (Training)
  • ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมให้แก่ผู้ดูแลระบบ (Administrator) และผู้ใช้งานทั่วไป (End User)
    รูปแบบการฝึกอบรมต้องเหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งาน
  • ต้องจัดทําคู่มือการใช้งานและเอกสารประกอบการฝึกอบรมเป็นภาษาไทย
    3.6 การบริการเชื่อมต่อระบบและอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม (Existing System Integration Support)
  • ในกรณีที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ มีความประสงค์ใช้งานระบบสารสนเทศหรืออุปกรณ์ทาง
    การแพทย์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  • ผู้รับจ้างต้องอํานวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบหรืออุปกรณ์ดังกล่าวเข้ากับระบบที่พัฒนาขึ้น - การเชื่อมต่อดังกล่าวต้องไม่กระทบต่อการทํางานของระบบเดิมและระบบใหม่
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเชื่อมต่อโดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    3.7 การรับประกันและบํารุงรักษาระบบ (Warranty & Maintenance)
    3.7.1 การรับประกันระบบ
    ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ผู้รับจ้างต้องรับประกันระบบภายหลังการส่งมอบไม่น้อยกว่า 1 ปี
    ในระยะเวลารับประกัน ผู้รับจ้างต้องให้บริการแก้ไขข้อบกพร่องของระบบโดยไม่คิด
    ต้องมีช่องทางการแจ้งปัญหาและการให้บริการสนับสนุนทางเทคนิคอย่างชัดเจน
    3.7.2 ข้อกําหนดการบํารุงรักษาระบบ (Maintenance Service)
    การบริการบํารุงรักษาระบบโปรแกรม (Maintenance Service)
    0 Remote Services ให้บริการแก้ไขและสนับสนุนระบบผ่านทาง Remote โดยใช้วิธี VPN หรือโปรแกรม Remote ตามที่กําหนด
  • Web-based Services ให้บริการผ่านระบบ Web สําหรับการบันทึกคําร้องขอแก้ไข เพิ่มเติมระบบ เช่น การแจ้งปัญหา การส่งไฟล์เอกสาร
    การแก้ไขปัญหาที่ได้รับแจ้ง (Incident Response)
    ปัญหาเร่งด่วนมาก (Critical issue) ส่งผลกระทบต่อผู้รับบริการ เช่น ระบบไม่สามารถใช้ งาน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขทันที และแล้วเสร็จ ภายใน 1 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
    ปัญหาเร่งด่วน (High Priority issue) ระยะเวลารอคอยผู้รับบริการเพิ่มขึ้น ความถูกต้อง ของข้อมูลที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขทันที และแล้วเสร็จ ภายใน 8
    ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
  • ปัญหาไม่เร่งด่วน (Normal Issue) ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการโดยตรง แต่ก่อให้เกิด ความล่าช้าในการทํางาน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไข ภายใน 48 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
  • การบริการนอกสถานที่ (Onsite Support)
    ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน มาปฏิบัติงาน ณ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ปฏิบัติงานทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน (สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อตกลง)
    • เพื่อให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะ เข้าร่วมประชุมกับศูนย์สื่อสารและสารสนเทศ และติดตาม
    ประเด็นปัญหาเร่งด่วน
    การให้บริการรับปัญหาและให้คําปรึกษา (Helpdesk Support)
  • ให้บริการแบบ Unlimited Call-in Support
  • ให้คําปรึกษาและตอบข้อซักถามผ่าน Email, โทรศัพท์, Application Line
    การปรับปรุงและอัพเกรดระบบ
    หากมีการปรับปรุงระบบโปรแกรม ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ Upgrade Version ให้ภายใน
    ระยะการบํารุงรักษา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    หากมีการเปลี่ยนแปลงระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่อพ่วง หรือมีการหยุดให้บริการ ผู้รับ
    จ้างต้องปรับปรุง Version ให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  1. ความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Requirements)
    4.1 ผู้รับจ้างต้องยินยอมและปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของทางราชการ รวมถึง คําสั่ง ระเบียบ และวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
    4.2 ผู้รับจ้างต้องมีความตระหนักและรับผิดชอบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและทรัพย์สิน
    สารสนเทศของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
    4.3 การเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือต้องได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยพยาบาล
    กองทัพเรือและผู้รับจ้างต้องยินยอมลงนามในสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement : NDA) ก่อน
    ทําเนินการใด ๆ
    4.4 ผู้รับจ้างต้องรักษาความถูกต้อง ความครบถ้วน และความลับของข้อมูลของทางราชการต้องมีการจํากัด สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลสําคัญตามระดับหน้าที่ และยินยอมให้วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือสามารถตรวจสอบการ ดําเนินงานด้านความปลอดภัยได้
    4.5 ในกรณีที่มีการว่าจ้างช่วง (Subcontract) ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้บริษัทช่วงปฏิบัติตามนโยบาย ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือเช่นเดียวกัน
    4.6 ห้ามนําอุปกรณ์ประมวลผลหรืออุปกรณ์เครือข่ายที่ไม่ใช่ของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ มาเชื่อมต่อกับ เครือข่ายภายใน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
    4.7 การนําข้อมูลหรือสื่อบันทึกข้อมูลออกจากโรงพยาบาลต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก โรงพยาบาลทุกครั้ง
    4.8 การพัฒนาหรือเชื่อมต่อระบบต้องใช้พอร์ตสื่อสาร (Service Port) ตามที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือกําหนด เท่านั้น
    4.9 ผู้รับจ้างต้องยินยอมปฏิบัติตามบันทึกแนบท้ายสัญญาข้อตกลงการรักษาความลับทุกประการ
    การกําหนดคุณลักษณะในเชิงความต้องการ (Requirement-based Specification) เพื่อให้ได้ระบบสารสนเทศ
    ที่สามารถตอบสนองต่อภารกิจของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เป็นการกําหนดเทคโนโลยี ยี่ห้อ
    หรือวิธีการเฉพาะเจาะจง
  2. คุณลักษณะด้านการทํางานของระบบ (Functional Specification) ระบบต้องมีคุณลักษณะด้านการทํางาน อย่างน้อยดังต่อไปนี้
    .
    • สามารถบริหารจัดการข้อมูลหลักของหน่วยงานตามขอบเขตงานที่กําหนดใน TOR ได้ครบถ้วน
    • รองรับการบันทึก แก้ไข ค้นหา แสดงผล และออกรายงานข้อมูลในรูปแบบที่หน่วยงานกําหนด
    • รองรับการกําหนดสิทธิ์การใช้งานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้งาน (Role-based)
    • สามารถจัดทํารายงานสรุปและรายงานเชิงวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
    • รองรับการใช้งานภาษาไทย และสามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างถูกต้อง
  3. คุณลักษณะด้านเทคนิคของระบบ (Technical Specification) ระบบต้องมีคุณลักษณะด้านเทคนิคอย่าง น้อยดังต่อไปนี้
    • เป็นระบบสารสนเทศแบบ Web-based Application ใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐาน
    รองรับการทํางานพร้อมกันของผู้ใช้งานหลายราย (Concurrent Users)
    • ออกแบบระบบให้สามารถขยายตัวได้ในอนาคต (Scalability)
    มีระบบจัดการฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐานและมีความมั่นคงปลอดภัย
    • รองรับการสํารองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลในกรณีฉุกเฉิน 3. คุณลักษณะด้านประสิทธิภาพของระบบ (Performance Requirement)

    ระบบต้องมีความเสถียรและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
    ระยะเวลาการตอบสนองของฟังก์ชันหลักต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้งาน
    • รองรับปริมาณข้อมูลและผู้ใช้งานตามขนาดของหน่วยงาน
  4. คุณลักษณะด้านความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูล (Security & Data Protection)
    ระบบต้องมีการพิสูจน์ตัวตนและการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
    • มีการบันทึกประวัติการใช้งาน (Audit Log) เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
    • มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • การจัดการข้อมูลต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 5. คุณลักษณะด้านการเชื่อมต่อและการทํางานร่วมกับระบบอื่น (Integration)
    • ระบบควรรองรับการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบสารสนเทศอื่นของหน่วยงาน
    • ใช้มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นสากลและไม่ผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง 6. คุณลักษณะด้านการใช้งานและการบํารุงรักษา (Usability & Maintainability)
    • หน้าจอการใช้งานควรเข้าใจง่าย เหมาะสมกับผู้ใช้งานของหน่วยงาน
    • สามารถปรับปรุงหรือเพิ่มเติมฟังก์ชันในอนาคตได้โดยไม่กระทบต่อระบบหลัก