ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
โครงการจ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) ของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ จัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการจัดเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายและซ้ำซ้อน โดยพัฒนาระบบศูนย์กลางที่เชื่อมโยงข้อมูลใน 5 ส่วนหลัก ได้แก่ ระบบบริหารงานบุคคล, ระบบด้านการวิจัยและผลงานวิชาการ, ระบบด้านการเรียนการสอน, ระบบด้านครุภัณฑ์ และระบบรายงาน/แดชบอร์ดเพื่อการบริหาร (Management Dashboard) ตัวระบบจะพัฒนาในรูปแบบ Web-based Application ที่สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA มีระบบความปลอดภัยและการกำหนดสิทธิ์การใช้งาน (Role-based Access Control) รวมถึงการจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่ายภายในองค์กร (On-Premise Server) ที่มีคุณสมบัติ RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB พร้อมระบบ RAID ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ออกแบบระบบ การพัฒนา การย้ายข้อมูลเดิม การทดสอบระบบ (UAT) การฝึกอบรมพร้อมคู่มือภาษาไทย และการรับประกันคุณภาพ 1 ปี โดยมีกำหนดส่งมอบงานทั้งหมดภายใน 45 วัน และชำระเงินงวดเดียวหลังเสร็จสิ้นโครงการ
English summary
The procurement project for the development of a Decision Support System (DSS) for the Royal Thai Navy College of Nursing aims to centralize, integrate, and process key institutional data. The system will consist of 5 main modules: Personnel Management, Research and Academic Works, Teaching and Learning, Durable Articles/Equipment, and a Management Dashboard. Developed as a secure, PDPA-compliant, web-based application, the project also includes procuring and deploying an On-Premise Server (minimum 16 GB RAM with RAID). The scope of services covers system analysis, development, data migration, testing (UAT), training with Thai manuals, and a 1-year warranty. The project duration is within 45 days, with a single payment upon completion, under a budget of 800,000 Baht.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System: DSS) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ เชื่อมโยง วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลสำคัญของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ วางแผน และตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหารในทุกระดับ
- เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและลดภาระงานด้านเอกสารของเจ้าหน้าที่
- เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล (Digital Government)
ขอบเขตของงาน
- การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis & Design): จัดทำเอกสารวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (Requirement Specification) และแผนการดำเนินโครงการโดยละเอียด
- การพัฒนาและปรับแต่งระบบ (System Development & Customization): พัฒนาและปรับแต่งระบบตามกระบวนการทำงานของหน่วยงาน ครอบคลุม 5 โมดูลหลัก ได้แก่:
- ระบบสารสนเทศบริหารงานบุคคล: จัดเก็บประวัติบุคลากร สายงาน ความเชี่ยวชาญ ใบอนุญาตวิชาชีพ และภาระงาน
- ระบบสารสนเทศด้านการวิจัยและผลงานวิชาการ: จัดเก็บข้อมูลโครงการวิจัย แหล่งทุน ผลงานตีพิมพ์ และเอกสารแนบ
- ระบบสารสนเทศด้านการเรียนการสอน: จัดเก็บข้อมูลหลักสูตร รายวิชา ตารางสอน ภาระงานสอนอาจารย์ และจำนวนนักศึกษา (แรกเข้า/สำเร็จการศึกษา)
- ระบบสารสนเทศด้านครุภัณฑ์: จัดเก็บข้อมูลครุภัณฑ์ สถานะการใช้งาน ประวัติการซ่อมบำรุง และการวิเคราะห์อายุการใช้งาน
- ระบบรายงานและแดชบอร์ดเพื่อการบริหาร (Management Dashboard): แสดงผลข้อมูลภาพรวมแบบ Real-time และ KPI
- การจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่ายแบบติดตั้งภายในองค์กร (On-Premise Server Procurement and Deployment): จัดหา Server RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB, SSD, ระบบ RAID และติดตั้ง OS/Environment (Backend, Frontend, Database)
- การย้ายและนำเข้าข้อมูล (Data Migration): จัดทำแผนและดำเนินการย้ายข้อมูลจากระบบเดิมเข้าสู่ระบบใหม่
- การทดสอบระบบ: ดำเนินการ Functional Test, System Test และ User Acceptance Test (UAT) ร่วมกับหน่วยงาน
- การฝึกอบรมและส่งมอบงาน: จัดฝึกอบรมผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานทั่วไป พร้อมส่งมอบคู่มือการใช้งานภาษาไทย
- การเชื่อมต่อระบบเดิม: อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศหรืออุปกรณ์การแพทย์เดิมที่มีอยู่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เอกสารวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (Requirement Specification) และแผนการดำเนินโครงการโดยละเอียด
- ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (DSS) ที่พัฒนาเสร็จสิ้นและปรับแต่งตามกระบวนการทำงาน ประกอบด้วย 5 โมดูลหลักพร้อมแดชบอร์ดแสดงผล (KPI Card, ตาราง, กราฟต่างๆ)
- เครื่องแม่ข่าย On-Premise (RAM >= 16 GB, SSD, RAID) ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการและสภาพแวดล้อมพร้อมใช้งานจริง
- แผนการย้ายข้อมูล และข้อมูลที่ย้ายเข้าสู่ระบบใหม่อย่างถูกต้องครบถ้วน
- รายงานผลการทดสอบระบบ (Functional Test, System Test, UAT)
- หลักสูตรการฝึกอบรม คู่มือการใช้งานระบบ และเอกสารประกอบการฝึกอบรมภาษาไทยสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานทั่วไป
- เอกสารสรุปรายการปรับแต่งระบบทั้งหมด (System Configuration & Customization Document)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมดไม่เกิน 45 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
- แผนการดำเนินงานและ Milestone:
-
- วิเคราะห์ความต้องการและออกแบบระบบ (System Analysis & Design)
-
- พัฒนาและปรับแต่งระบบ (System Development & Customization)
-
- ติดตั้ง ย้ายข้อมูล และทดสอบระบบ (Functional & System Test)
-
- ทดสอบการใช้งานจริง (UAT) ฝึกอบรม และส่งมอบระบบ
-
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุ/ให้บริการตามที่จัดจ้าง
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมแพทย์ทหารเรือ ณ วันประกาศ
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่มีคำสั่งสละสิทธิ์)
- Standards Compliance:
- การจัดการข้อมูลต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- ต้องปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของทางราชการและวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
- Experience: ไม่ระบุเกณฑ์จำนวนปีหรือประสบการณ์ขั้นต่ำในเอกสาร TOR
- Previous Project Cost: ไม่ระบุเกณฑ์มูลค่าผลงานขั้นต่ำในเอกสาร TOR
- Technical Capabilities:
- สามารถจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่าย On-Premise (RAM >= 16 GB, SSD, RAID)
- สามารถพัฒนา Web-based Application ที่รองรับ Multi-user และการเชื่อมต่อระบบ/อุปกรณ์การแพทย์เดิมได้
- Personnel:
- ต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน มาปฏิบัติงาน Onsite Support ณ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน เพื่อให้คำปรึกษาและติดตามปัญหา
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria) โดยพิจารณาจากราคารวมที่ต่ำที่สุดที่ผ่านคุณสมบัติและข้อกำหนดทางเทคนิค
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบ Web-based Application: ใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐาน ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มที่เครื่องผู้ใช้ แยกส่วน Application, Database, และ Presentation Layer
- เครื่องแม่ข่าย (On-Premise Server): RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD, รองรับและติดตั้งระบบ RAID
- ระบบฐานข้อมูล: จัดเก็บข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data) รองรับการสำรองข้อมูล (Backup) อัตโนมัติและกู้คืนข้อมูล (Recovery)
- ความปลอดภัย: รองรับ Role-based Access Control (RBAC), มีระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Audit Log/Audit Trail), สอดคล้องกับ PDPA, ใช้พอร์ตสื่อสารตามที่กำหนดเท่านั้น, และต้องลงนาม NDA
- การแสดงผล (Dashboard): รองรับการแสดงผลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟเส้น, กราฟวงกลม, กราฟแนวโน้ม และรองรับการกรองข้อมูล (Filter) ตามเงื่อนไขต่างๆ ย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ชำระเงินงวดเดียว (100%) เมื่อส่งมอบพัสดุและคณะกรรมการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
- อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.1 ต่อวัน ของมูลค่าสัญญา หากส่งมอบงานล่าช้า
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่ตรวจรับงาน โดยต้องเริ่มแก้ไขภายใน 3 วันนับจากได้รับแจ้ง
- เงื่อนไขการบริการบำรุงรักษา (SLA):
- ปัญหาเร่งด่วนมาก (Critical): แก้ไขทันทีและเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง
- ปัญหาเร่งด่วน (High): แก้ไขทันทีและเสร็จภายใน 8 ชั่วโมง
- ปัญหาไม่เร่งด่วน (Normal): แก้ไขเสร็จภายใน 48 ชั่วโมง
- Onsite Support: เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน ทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน
- Helpdesk: Unlimited Call-in Support (Email, โทรศัพท์, Line)
- ลิขสิทธิ์: ลิขสิทธิ์ในระบบซอฟต์แวร์เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา โดยหน่วยงานมีสิทธิ์ใช้งานได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบ DSS นี้รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ใดบ้าง?
A: รองรับการใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐานบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ (Web-based Application) โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม - Q: ระบบบริหารงานบุคคลสามารถคำนวณและจำแนกข้อมูลอะไรได้บ้าง?
A: สามารถจำแนกประเภทบุคลากร (สายวิชาการ/สายสนับสนุน), บันทึกสถานะการทำงาน (ปฏิบัติงาน/ลาศึกษา), คำนวณระยะเวลาปฏิบัติงาน, และบันทึกข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาลได้ - Q: แดชบอร์ดระบบวิจัยสามารถแสดงข้อมูลย้อนหลังได้กี่ปี?
A: สามารถจำแนกและสรุปข้อมูลผลงานวิจัย งบประมาณ และแหล่งทุนย้อนหลังได้อย่างน้อย 5 ปี - Q: ระบบการเรียนการสอนช่วยคำนวณภาระงานสอนของอาจารย์อย่างไร?
A: สามารถคำนวณและสรุปภาระงานสอนรายบุคคล รายสาขา รายหลักสูตร รายหน่วยงาน และรายปีการศึกษา โดยแสดงจำนวนรายวิชา หน่วยกิต ชั่วโมงสอน และกลุ่มเรียนที่รับผิดชอบ - Q: ระบบครุภัณฑ์สามารถแจ้งเตือนหรือวิเคราะห์เรื่องการจัดซื้อทดแทนได้อย่างไร?
A: มีแดชบอร์ดแสดงอายุการใช้งานของครุภัณฑ์ รายการครุภัณฑ์ที่ใกล้ครบอายุการใช้งาน และรายการครุภัณฑ์ที่ควรพิจารณาซ่อมบำรุงหรือจัดซื้อทดแทน - Q: ข้อกำหนดขั้นต่ำของเครื่องแม่ข่าย (Server) ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาคืออะไร?
A: ต้องเป็นเครื่องแม่ข่ายแบบ On-Premise ที่มีหน่วยความจำ (RAM) ไม่น้อยกว่า 16 GB ใช้ SSD ในการจัดเก็บข้อมูล และติดตั้งระบบ RAID เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล - Q: หากวิทยาลัยฯ ต้องการเชื่อมต่อระบบ DSS กับระบบสารสนเทศหรืออุปกรณ์การแพทย์เดิมที่มีอยู่ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่?
A: ผู้รับจ้างต้องอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบหรืออุปกรณ์การแพทย์เดิมเข้ากับระบบใหม่โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - Q: การบริการบำรุงรักษาระบบ (SLA) ในกรณีเกิดปัญหาเร่งด่วนมาก (Critical Issue) มีกำหนดเวลาแก้ไขอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขทันที และต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง - Q: ข้อกำหนดด้าน Onsite Support ของผู้รับจ้างมีรายละเอียดอย่างไร?
A: ต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน มาปฏิบัติงาน ณ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน เพื่อให้คำปรึกษาและติดตามปัญหา - Q: ลิขสิทธิ์ของระบบซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้เป็นของใคร?
A: ลิขสิทธิ์เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือต้องมีสิทธิ์ในการใช้งานระบบเพื่อภารกิจของหน่วยงานโดยไม่จำกัดระยะเวลา
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อก้าหนดขอบเขตงาน (Terms of Reference : TOR)
จ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System)
- ความเป็นมา
การบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นกลไกสําคัญในการสนับสนุนภารกิจด้านการเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร
และการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ
โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพสุขภาพซึ่งมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลจํานวนมาก อาทิ ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลนักศึกษา ข้อมูลการเรียนการสอน งานวิจัย งบประมาณ และการประกัน คุณภาพการศึกษา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจําเป็นต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการบริหาร วางแผน และตัดสินใจในทุกระดับ
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ในฐานะหน่วยงานผลิตบุคลากรทางการพยาบาลให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติ
มีภารกิจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพและนโยบายของหน่วยเหนือ ปัจจุบัน การจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลยังอยู่ในหลายระบบและหลายรูปแบบ ทําให้เกิดความซ้ําซ้อน ขาดการ
เชื่อมโยงข้อมูล และไม่สามารถนําข้อมูลมาวิเคราะห์ในภาพรวมเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ระบบงานด้านการบริหารจัดการของวิทยาลัยยังมีประเด็นที่สามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นโดยอาศัย เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ได้แก่ - ข้อมูลด้านบุคลากร นักศึกษา และการเรียนการสอนกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทําให้การ สืบค้นและจัดทํารายงานใช้เวลานาน
- ขาดระบบกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์และติดตามผลการดําเนินงานในภาพรวมของวิทยาลัย 3. การจัดทํารายงานเพื่อการบริหาร การประกันคุณภาพ และการรายงานต่อหน่วยเหนือยังต้องใช้การรวบรวม ข้อมูลด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่
- ระบบสารสนเทศที่มีอยู่ยังไม่สามารถรองรับการแสดงผลข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการตัดสินใจของผู้บริหาร 5. การเข้าถึงข้อมูลของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ยังไม่สะดวกและไม่เป็นระบบเดียวกัน ดังนั้น เพื่อให้การบริหาร จัดการของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภารกิจและการเปลี่ยนแปลง ในยุคดิจิทัล จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ เพื่อรวบรวม จัดเก็บ เชื่อมโยง และ ประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ในระบบเดียว อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สนับสนุนการ
ตัดสินใจของผู้บริหาร และยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยรวม - วัตถุประสงค์
การบริหารจัดการองค์กรภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการศึกษาและสาธารณสุข จําเป็นต้องอาศัยข้อมูล ที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และสามารถนํามาประมวลผลเพื่อสนับสนุนการวางแผน การกําหนดนโยบาย และการตัดสินใจของผู้บริหารในทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการยังคงกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน หลายรูปแบบ และหลายระบบ ส่งผลให้เกิดความซ้ําซ้อน
ความล่าช้า และข้อจํากัดในการนําข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในภาพรวม
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล (Digital Goverment) และแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศของหน่วยงาน จึงมีความจําเป็นต้องจัดหา
ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวม จัดเก็บ เชื่อมโยง วิเคราะห์ และแสดงผล ข้อมูลที่สําคัญขององค์กรในมิติต่าง ๆ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน ลดภาระงานด้านเอกสาร และสนับสนุน การตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมแพทย์ทหารเรือ ณ วันเชิญชวน หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการจัดจ้างครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่แนบ (ผนวก ก) - กําาหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
5.1 ระยะเวลาดําเนินโครงการทั้งหมดไม่เกิน 45 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
5.2 แผนการดําเนินงานและ Mitestone
5.2.1 วิเคราะห์ความต้องการและออกแบบระบบ (System Analysis & Design)
จัดทําเอกสารวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (Requirement Specification) จัดทําแผนการดําเนินโครงการโดยละเอียด
5.2.2 พัฒนาและปรับแต่งระบบ (System Development & Customization)
- พัฒนาระบบตามขอบเขตงานที่กําหนด
- ปรับแต่งระบบให้สอดคล้องกับกระบวนการทํางานของหน่วยงาน
5.2.3 ติดตั้ง ย้ายข้อมูล และทดสอบระบบ
O
ติดตั้งระบบในสภาพแวดล้อมที่กําหนด
ดําเนินการย้ายข้อมูลจากระบบเดิม - ทดสอบระบบในระดับ Functional Test และ System Test
5.2.4 ทดสอบการใช้งานจริง ฝึกอบรม และส่งมอบระบบ
ดาเนินการทดสอบการใช้งานจริง (User Acceptance Test : UAT) ฝึกอบรมผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน
• ส่งมอบระบบและเอกสารประกอบทั้งหมด
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาและพิจารณาจากราคารวม - วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
หน่วยงานกําหนดวงเงินงบประมาณสําหรับการดําเนินโครงการตาม TOR ฉบับนี้ เป็นจํานวนเงินไม่เกิน 800,000 บาท (แปดแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานกําหนดและเป็นไปตาม ระเบียบที่เกี่ยวข้อง - งวดงานและการจ่ายเงิน
ชําระงวดเดียวเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุ และผู้ตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว - อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา หน่วยงานมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าปรับ
ในอัตราร้อยละ 0.1 ต่อวัน - การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
รับมอบ
รับประกันความชํารุดบกพร่องของงานที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่ผู้จ้างได้รับ โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุด
บกพร่อง - การส่งมอบงาน
ส่งมอบที่ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 - เงื่อนไขอื่น ๆ
ๆ
12.1 ลิขสิทธิ์และสิทธิในการใช้งานระบบ
ไว้ในสัญญา
ลิขสิทธิ์ในระบบซอฟต์แวร์หรือผลงานที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการนี้ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนด
หน่วยงานต้องมีสิทธิ์ในการใช้งานระบบเพื่อภารกิจของหน่วยงานโดยไม่จํากัดระยะเวลา เว้นแต่จะ
กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
12.2 การรักษาความลับของข้อมูล
ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูล เอกสาร และรายละเอียดใด ๆ ของหน่วยงานที่ได้รับในระหว่างการ
ดําเนินโครงการไว้เป็นความลับ
ห้ามนําข้อมูลดังกล่าวไปเปิดเผย ใช้ หรือโอนให้บุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็น
หนังสือจากหน่วยงาน
12.3 การแก้ไขเปลี่ยนแปลง TOR และสัญญา
การแก้ไขเปลี่ยนแปลง TOR หรือสัญญาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานและเป็นไปตาม กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ผนวก ก - รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
จ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ (Decision Support System) - ขอบเขตงานด้านระบบ (Functional Scope)
1.1 ระบบสารสนเทศบริหารงานบุคคล ระบบต้องสามารถบริหารจัดการข้อมูลบุคลากรตลอดวงจรการปฏิบัติงาน ตั้งแต่การบันทึกข้อมูลพื้นฐาน การติดตามสถานะการทํางาน การประมวลผลภาระงาน และการสรุปเชิงวิเคราะห์ โดยอย่างน้อยต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
ข้อมูลพื้นฐานบุคลากร (คํานําหน้า ชื่อ-สกุล, เลขประจําตัวประชาชน, เลขประจําตัวข้าราชการ/
พนักงาน, วันเดือนปีเกิด, อายุ, เพศ, สถานะการทํางาน)
- ข้อมูลตําแหน่งและสายงาน (ตําแหน่งทางวิชาการ, ตําแหน่งงาน, สังกัดหน่วยงาน, ประเภทบุคลากร)
ประวัติการทํางาน (วันที่บรรจุ, วันที่ปรับตําแหน่ง, ประวัติการโอนย้าย)
ประวัติการศึกษาและการอบรม (ระดับการศึกษา, สาขา, สถาบัน, หลักสูตรอบรม, ชั่วโมงอบรม) - สิทธิ์การใช้งานระบบ (กําหนดบทบาทผู้ใช้, ระดับการเข้าถึงข้อมูล) - บันทึกและจัดเก็บข้อมูลประวัติส่วนบุคคลของบุคลากร ได้แก่ ชื่อ-สกุล เลขประจําตัวประชาชน ประเภทบุคลากร สังกัด ตําแหน่งงาน ตําแหน่งทางวิชาการ วุฒิการศึกษา อายุ เพศ และปีที่เกษียณอายุ
จําแนกประเภทบุคลากรตามสายงาน เช่น สายวิชาการและสายสนับสนุน พร้อมรายละเอียด
ตําแหน่งย่อยตามโครงสร้างหน่วยงาน
บันทึกสถานะการทํางาน เช่น ปฏิบัติงาน ลาศึกษา หรือปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลาที่กําหนด และ สามารถคํานวณระยะเวลาการปฏิบัติงานได้ - บันทึกข้อมูลความเชี่ยวชาญของบุคลากร โดยรองรับการจําแนกตามสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องและ สาขาอื่นที่หน่วยงานกําหนด
- บันทึกข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง เช่น เลขที่ใบอนุญาตฯ วันออกใบอนุญาตฯ วันหมดอายุใบอนุญาตฯ
บันทึกและเชื่อมโยงข้อมูลภาระงานของบุคลากรในมิติต่าง ๆ เช่น ด้านการเรียนการสอน ด้านการ
วิจัย บริการวิชาการ การทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม และงานบริหารจัดการ
เชื่อมโยงข้อมูลผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการของบุคลากรจากโมดูลด้านการวิจัย - จัดเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Audit Trail) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
- Dashboard สรุปจํานวนบุคลากรทั้งหมดของหน่วยงาน
- Dashboard แสดงจํานวนและสัดส่วนบุคลากร แยกตามประเภทบุคลากร เช่น สายวิชาการ สายสนับสนุน หรือประเภทอื่นที่หน่วยงานกําหนด
- Dashboard แสดงจํานวนบุคลากรแยกตามสังกัด ตําแหน่งงาน ตําแหน่งทางวิชาการ วุฒิการศึกษา อายุ และเพศ
- Dashboard แสดงสถานะการปฏิบัติงานของบุคลากร เช่น ปฏิบัติงาน ลาศึกษา ลาออก เกษียณอายุ หรือสถานะอื่นที่หน่วยงานกําหนด
- Dashboard แสดงข้อมูลภาระงานของบุคลากรในแต่ละด้าน เช่น ด้านการเรียนการสอน ด้านการวิจัย ด้านบริการวิชาการ ด้านทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม และด้านบริหารจัดการ 6. Dashboard แสดงแนวโน้มจํานวนบุคลากรย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี
- ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟวงกลม และกราฟแนวโน้ม 8. ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปี หน่วยงาน ประเภทบุคลากร สังกัด ตําแหน่ง เพศ
วุฒิการศึกษา และสถานะการทํางานได้
1.2 ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจด้านการวิจัยและผลงานวิชาการ ระบบต้องสามารถบริหารจัดการ ข้อมูลผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการตลอดวงจร ตั้งแต่การบันทึกข้อมูล การจัดเก็บเอกสาร การติดตาม และ
การสรุปเชิงวิเคราะห์ โดยอย่างน้อยต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
- ข้อมูลโครงการวิจัย (ชื่อโครงการ, ประเภทงานวิจัย, แหล่งทุน, งบประมาณ, ระยะเวลาดําเนินการ)
- ข้อมูลนักวิจัยและผู้ร่วมโครงการ
- สถานะโครงการ (เสนอขอ, อยู่ระหว่างดําเนินการ, แล้วเสร็จ)
- ผลงานวิชาการ (บทความ, งานประชุม, สิทธิบัตร)
- การออกรายงานและสถิติผลงานวิจัย
- บันทึกข้อมูลผลงานวิจัย งานตีพิมพ์ ตําราเรียน และทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเชื่อมโยงกับบุคลากร
ผู้มีส่วนร่วม
บันทึกข้อมูลแหล่งทุนวิจัย ระยะเวลาโครงการ ปีที่เผยแพร่ และสาขาที่เกี่ยวข้อง - รองรับการอับโหลดและจัดเก็บไฟล์เอกสารประกอบผลงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- สามารถจําแนกและสรุปข้อมูลผลงานย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงนโยบาย ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
- Dashboard แสดงจํานวนโครงการวิจัยทั้งหมด แยกตามสถานะโครงการ เช่น เสนอขออยู่ระหว่าง นําเนินการ และแล้วเสร็จ
- Dashboard แสดงจํานวนผลงานวิจัย งานตีพิมพ์ งานประชุม สิทธิบัตร ตําราเรียน และทรัพย์สิน ทางปัญญา
- Dashboard แสดงจํานวนผลงานวิจัยจําแนกตามปี แหล่งทุน สาขาวิชา ประเภทผลงาน และ บุคลากรผู้มีส่วนร่วม
- Dashboard แสดงงบประมาณวิจัยที่ได้รับ แยกตามแหล่งทุนภายในและภายนอก
- Dashboard แสดงแนวโน้มจํานวนผลงานวิจัยและงบประมาณวิจัยย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี 6. Dashboard แสดงรายชื่อผลงานวิจัยพร้อมข้อมูลสําคัญ เช่น ชื่อผลงาน ผู้วิจัย ปีที่เผยแพร่ แหล่งทุน
สาขา และสถานะเอกสารประกอบ - ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปี แหล่งทุน สาขา ประเภทผลงาน นักวิจัย หรือสถานะโครงการได้
1.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจด้านการเรียนการสอน ระบบต้องสามารถรวบรวม บันทึกประมวลผล และ แสดงข้อมูลด้านการเรียนการสอน เพื่อสนับสนุนการบริหารหลักสูตร การจัดการรายวิชการติดตามจํานวน
นิสิต/นักศึกษา การบริหารภาระงานสอนของอาจารย์ และการวางแผนอัตรากําลังของหน่วยงาน โดยอย่างน้อย
ต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
- บันทึกและจัดเก็บข้อมูลหลักสูตร ได้แก่ ชื่อหลักสูตร ระดับการศึกษา ปีที่เปิดสอน สถานะหลักสูตร หน่วยงานที่รับผิดชอบ และอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรข้อมูลรายวิชา (รหัสวิชา ชื่อวิชา, หน่วยกิต)
- บันทึกและจัดการข้อมูลรายวิชาภายในหลักสูตร ได้แก่ รหัสวิชา ชื่อวิชา จํานวนหน่วยกิต ประเภท รายวิชา ภาคการศึกษาที่เปิดสอน และสถานะรายวิชา
บันทึกและแสดงตารางสอนในแต่ละปีการศึกษา ภาคการศึกษา หลักสูตร ชั้นปี รายวิชา และอาจารย์ผู้สอน - เชื่อมโยงรายวิชากับอาจารย์ผู้รับผิดชอบ อาจารย์ผู้สอน หลักสูตร ปีการศึกษา และภาคการศึกษา - บันทึกข้อมูลภาระงานสอนของอาจารย์แต่ละรายในแต่ละภาคการศึกษา เช่น จํานวนรายวิชา จํานวน หน่วยกิต จํานวนชั่วโมงสอน และจํานวนกลุ่มเรียนที่รับผิดชอบ - คํานวณและสรุปภาระงานสอนของอาจารย์รายบุคคล รายสาขา รายหลักสูตร รายหน่วยงาน และราย ปีการศึกษา
- บันทึกและแสดงข้อมูลจํานวนนิสิต/นักศึกษาในแต่ละหลักสูตร ชั้นปี รุ่น ปีการศึกษา และภาคการศึกษา
บันทึกและแสดงข้อมูลจํานวนนิสิต/นักศึกษาแรกเข้าในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับ
การศึกษา และรุ่น
บันทึกและแสดงข้อมูลจํานวนผู้สําเร็จการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับ
การศึกษา และรุ่น - รองรับการเปรียบเทียบข้อมูลด้านการเรียนการสอนย้อนหลัง เช่น จํานวนหลักสูตร จํานวนรายวิชาที่ เปิดสอน จํานวนนักศึกษาแรกเข้า จํานวนผู้สําเร็จการศึกษา และภาระงานสอนของอาจารย์
รองรับการจัดทํารายงานด้านการเรียนการสอน เพื่อใช้ประกอบการวางแผนหลักสูตร การบริหารภาระ
งานสอน การวางแผนอัตรากําลัง และการประกันคุณภาพการศึกษา
ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
- Dashboard แสดงจํานวนหลักสูตรทั้งหมด แยกตามระดับการศึกษา สถานะหลักสูตร หน่วยงานที่ รับผิดชอบ และปีที่เปิดสอน
- Dashboard แสดงจํานวนรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละปีการศึกษาและแต่ละภาคการศึกษาแยกตาม หลักสูตร ชั้นปี รายวิชา และหน่วยงาน
- Dashboard แสดงตารางสอนหรือข้อมูลการเปิดสอนของรายวิชาในแต่ละหลักสูตร ชั้นปี ภาคการศึกษา และอาจารย์ผู้สอน
- Dashboard แสดงภาระงานสอนของอาจารย์รายบุคคล รายสาขา รายหลักสูตร รายหน่วยงาน และ รายปีการศึกษา
- Dashboard แสดงการเปรียบเทียบภาระงานสอนของอาจารย์แต่ละราย เพื่อใช้ประกอบการวางแผน
อัตรากําลังและการจัดสรรภาระงานอย่างเหมาะสม - Dashboard แสดงจํานวนรายวิชา จํานวนหน่วยกิต จํานวนชั่วโมงสอน และจํานวนกลุ่มเรียนที่
อาจารย์แต่ละรายรับผิดชอบในแต่ละภาคการศึกษา - Dashboard แสดงจํานวนนิสิต/นักศึกษาทั้งหมด แยกตามหลักสูตร ระดับการศึกษา ชั้นปี รุ่น และ
ปีการศึกษา - Dashboard แสดงจํานวนนิสิต/นักศึกษาแรกเข้าในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับ การศึกษา และรุ่น
- Dashboard แสดงจํานวนผู้สําเร็จการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา แยกตามหลักสูตร ระดับการศึกษา และรุ่น
- Dashboard แสดงแนวโน้มข้อมูลด้านการเรียนการสอนย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี เช่น จํานวน รายวิชาที่เปิดสอน จํานวนนักศึกษาแรกเข้า จํานวนผู้สําเร็จการศึกษา และภาระงานสอนของอาจารย์
- ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟเส้น, กราฟวงกลม และกราฟแนวโน้ม
- ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปีการศึกษา ภาคการศึกษา หลักสูตร ระดับการศึกษา ชั้นปี รุ่น รายวิชา อาจารย์ผู้สอน สาขา หรือหน่วยงานได้
1.4 ระบบสารสนเทศด้านครุภัณฑ์ ระบบต้องสามารถบริหารจัดการข้อมูลครุภัณฑ์ตลอดอายุการใช้งาน ตั้งแต่ การจัดเก็บข้อมูล การใช้งาน การซ่อมบํารุง จนถึงการจําหน่าย โดยอย่างน้อยต้องสามารถดําเนินการได้ดังนี้
- ข้อมูลครุภัณฑ์ (รหัสครุภัณฑ์, ประเภท, มูลค่า, ปีที่จัดซื้อ)
- สถานะการใช้งาน (ใช้งาน, ชํารุด, จําหน่าย)
- ประวัติการซ่อมบํารุงและการตรวจสอบ
การออกรายงานทะเบียนครุภัณฑ์
บันทึกข้อมูลครุภัณฑ์ ได้แก่ ซื้อครุภัณฑ์ เลขครุภัณฑ์ ประเภท ยี่ห้อ ราคา แหล่งงบประมาณ วันที่รับ
และอายุการใช้งาน - จําแนกประเภทครุภัณฑ์ตามลักษณะการใช้งาน เช่น ครุภัณฑ์การศึกษา และครุภัณฑ์ทางการแพทย์
บันทึกสถานะการใช้งาน เช่น ใช้งานปกติ อยู่ระหว่างซ่อม หรือจําหน่ายแล้ว - บันทึกประวัติการซ่อมบํารุง จํานวนครั้ง รายละเอียด และค่าใช้จ่าย
- วิเคราะห์อายุการใช้งานและสถานะของครุภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการวางแผนจัดซื้อทดแทน
ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
- Dashboard แสดงจํานวนครุภัณฑ์ทั้งหมดของหน่วยงาน
- Dashboard แสดงมูลค่ารวมของครุภัณฑ์ทั้งหมด
- Dashboard แสดงจํานวนและมูลค่าครุภัณฑ์แยกตามประเภท เช่น ครุภัณฑ์การศึกษา ครุภัณฑ์
สํานักงาน ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ หรือประเภทอื่นที่หน่วยงานกําหนด - Dashboard แสดงสถานะครุภัณฑ์ เช่น ใช้งานปกติ อยู่ระหว่างซ่อม ชํารุด หรือจําหน่ายแล้ว 5. Dashboard แสดงอายุการใช้งานของครุภัณฑ์ และรายการครุภัณฑ์ที่ใกล้ครบอายุการใช้งาน
- Dashboard แสดงจํานวนครั้งและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบํารุงครุภัณฑ์
- Dashboard แสดงรายการครุภัณฑ์ที่ควรพิจารณาซ่อมบํารุงหรือจัดซื้อทดแทน
- Dashboard แสดงแนวโน้มจํานวนครุภัณฑ์ การซ่อมบํารุง และมูลค่าครุภัณฑ์ย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี 9. ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ KPI Card, ตาราง, กราฟแท่ง, กราฟวงกลม และกราฟแนวโน้ม
- ระบบต้องสามารถกรองข้อมูลตามปีที่จัดซื้อ ประเภทครุภัณฑ์ สถานะการใช้งาน แหล่งงบประมาณ หน่วยงาน หรือช่วงอายุการใช้งานได้
1.5 ระบบรายงานและแดชบอร์ดเพื่อการบริหาร (Management Dashboard and Reporting Module) ระบบ โดยอย่างน้อยต้อง
ต้องสามารถประมวลผลและแสดงผลข้อมูลในภาพรวมเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
สามารถดําเนินการได้ดังนี้
J
- Dashboard แสดงข้อมูลภาพรวมแบบ Real-time
- ตัวชี้วัดหลัก (KPI) ตามภารกิจหน่วยงาน
- สามารถ Export รายงานในรูปแบบมาตรฐาน
- แสดงข้อมูลสรุปด้านบุคลากร งานวิจัย การเรียนการสอน และครุภัณฑ์ ในรูปแบบตารางและกราฟ
- รองรับการกรองข้อมูลตามช่วงเวลา หน่วยงาน หรือประเภทข้อมูล
- แสดงแนวโน้มข้อมูลย้อนหลังเพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์เชิงนโยบาย ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
- ผู้บริหารสามารถเรียกดูข้อมูลภาพรวมผ่านแดชบอร์ดได้จริง
ข้อมูลที่แสดงสามารถนําไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายได้
1.6 การจัดหาและติดตั้งระบบเครื่องแม่ข่ายแบบติดตั้งภายในองค์กร (On-Premise Server Procurement and Deployment) ระบบต้องมีการจัดหา ติดตั้ง และตั้งค่าเครื่องแม่ข่าย (Server) สําหรับใช้งานภายในองค์กร (On- Premise) เพื่อรองรับการพัฒนา ทดสอบ และใช้งานระบบจริงอย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย โดยอย่างน้อยต้อง สามารถดําเนินการได้ดังนี้
ฐานข้อมูล
งานระบบ - จัดหาเครื่องแม่ข่ายสําหรับติดตั้งระบบภายในองค์กร โดยมีหน่วยความจํา (RAM) ไม่น้อยกว่า 16 GB
- จัดหาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ Solid State Drive (SSD) เพื่อรองรับการทํางานของระบบและ
- เครื่องแม่ข่ายต้องรองรับและติดตั้งระบบ RAID เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความต่อเนื่องของข้อมูล
ติดตั้งระบบปฏิบัติการและสภาพแวดล้อม (Environment) ที่จําเป็นสําหรับการพัฒนา ทดสอบ และใช้
จัดเตรียม Environment สําหรับการทํางานของ Backend, Frontend และ Database บนเครื่องแม่ข่าย - ตั้งค่าโครงสร้างระบบให้สามารถรองรับการขยายในอนาคต เช่น การเพิ่มผู้ใช้งานหรือปริมาณข้อมูล ผลลัพธ์ที่ตรวจรับได้
มีการจัดหาและติดตั้งเครื่องแม่ข่าย On-Premise ที่มี RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB และจัดเก็บข้อมูล
ด้วย SSD พร้อมระบบ RAID - ระบบและ Environment สามารถติดตั้งและใช้งานบนเครื่องแม่ข่ายได้จริง
ระบบสามารถทํางานได้อย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย
- ขอบเขตงานด้านเทคนิค (Technical Scope)
ระบบต้องพัฒนาในสถาปัตยกรรมที่รองรับการขยายตัวและการบํารุงรักษาในระยะยาว รองรับการกําหนด สิทธิ์การใช้งานตามบทบาทหน้าที่ (Role-based Access Control) มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ ข้อมูลตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่นได้ในอนาคต
2.1 สถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture)
ต้องเป็นระบบสารสนเทศแบบ Web-based Application สามารถใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐานโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมที่เครื่องผู้ใช้งาน
- รองรับการใช้งานแบบ Multi-user พร้อมกันได้ตามปริมาณผู้ใช้งานของหน่วยงาน
สถาปัตยกรรมระบบต้องรองรับการขยายตัว (Scalability) ในอนาคต ทั้งในด้านจํานวนผู้ใช้งาน ปริมาณข้อมูล และฟังก์ชันการทํางาน
ออกแบบแยกส่วนการทํางานระหว่าง Application Layer, Database Layer และ Presentation
Layer อย่างชัดเจน
2.2 โครงสร้างพื้นฐานด้าน Hardware และ Software - ระบบต้องสามารถติดตั้งและใช้งานได้ทั้งในรูปแบบ On-Premise ตามขอบเขตงาน
- ใช้ระบบปฏิบัติการ ฐานข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง - ผู้เสนอราคาต้องระบุความต้องการทรัพยากรขั้นต่ําของระบบ เช่น CPU, Memory, Storage เพื่อให้
หน่วยงานสามารถวางแผนโครงสร้างพื้นฐานได้
2.3 ระบบฐานข้อมูล (Database Management) - ฐานข้อมูลต้องจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเชิงโครงสร้าง (Structured Data) และมีความสัมพันธ์ของ ข้อมูลที่เหมาะสม
กรณีฉุกเฉิน
รองรับการจัดทําระบบสํารองข้อมูล (Backup) แบบอัตโนมัติ และสามารถกู้คืนข้อมูล (Recovery) ได้ใน
ต้องมีมาตรการป้องกันความเสียหายของข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
2.4 ความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูล (Security) - ระบบต้องมีการพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้งาน (Authentication) และการกําหนดสิทธิ์การใช้งาน (Authorization) ตาม บทบาทหน้าที่ (Role-based Access Control)
- ข้อมูลสําคัญและข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการป้องกันด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม
ต้องมีระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Audit Log) สําหรับการตรวจสอบย้อนหลัง - การจัดการข้อมูลต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 2.5 ประสิทธิภาพและเสถียรภาพของระบบ (Performance & Availability)
ระบบต้องสามารถรองรับการทํางานต่อเนื่องได้อย่างมีเสถียรภาพ
ต้องกําหนดเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพขั้นต่ํา เช่น ระยะเวลาการตอบสนองของระบบในฟังก์ชันหลัก
รองรับการตรวจสอบสถานะการทํางานของระบบ (System Monitoring)
2.6 การเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น (integration)
ระบบต้องสามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบสารสนเทศอื่นของหน่วยงานหรือหน่วยงาน
ภายนอกได้
ใช้มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นสากลและไม่ผูกติดกับเทคโนโลยีเฉพาะรายใดรายหนึ่ง - ต้องมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบ
- ขอบเขตงานด้านบริการ (Service Scope)
.
• การวิเคราะห์และออกแบบระบบตามความต้องการของหน่วยงาน
• การพัฒนา ทดสอบ และติดตั้งระบบ
• การย้ายข้อมูลที่จําเป็นเข้าสู่ระบบใหม่
• การฝึกอบรมผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
• การรับประกันและบํารุงรักษาระบบตามระยะเวลาที่กําหนด
3.1 การติดตั้งและส่งมอบระบบ (System Installation & Deployment)
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการติดตั้งระบบให้พร้อมใช้งานตามสภาพแวดล้อมที่หน่วยงานกําหนด
ในรูปแบบ On-Premise
- ระบบต้องสามารถใช้งานได้จริงครบถ้วนตามขอบเขตงานด้านระบบและด้านเทคนิค
- ต้องมีการจัดทําแผนการติดตั้งและแผนการส่งมอบระบบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
3.2 การปรับแต่งระบบ (System Configuration & Customization) - ผู้รับจ้างต้องปรับแต่งระบบให้สอดคล้องกับกระบวนการทํางานของหน่วยงาน - การปรับแต่งต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักของระบบ และไม่ผูกติดกับผู้รับจ้างรายใดรายหนึ่ง
ต้องจัดทําเอกสารสรุปรายการปรับแต่งระบบทั้งหมดเพื่อใช้ในการตรวจรับ
ในกรณีที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ต้องการใช้งานระบบหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน บริษัทจะอํานวยความสะดวกในการเชื่อมต่อโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
3.3 การย้ายและนําเข้าข้อมูล (Data Migration)
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการย้ายข้อมูลจากระบบเดิมหรือแหล่งข้อมูลที่หน่วยงานกําหนดเข้าสู่ระบบใหม่ ต้องจัดทําแผนการย้ายข้อมูล ระบุขอบเขต ประเภทข้อมูล และวิธีการตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่ย้ายต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
3.4 การทดสอบระบบและการตรวจรับ (System Testing & User Acceptance Test)
ต้องดําเนินการทดสอบระบบในระดับ Functional Test และ System Test ต้องจัดให้มีการทดสอบการใช้งานจริงร่วมกับผู้แทนหน่วยงาน (UAT) - การตรวจรับระบบจะถือว่าผ่านเมื่อระบบทํางานได้ครบถ้วนตาม TOR และผลการทดสอบเป็นที่ยอมรับ 3.5 การฝึกอบรมผู้ใช้งาน (Training)
- ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมให้แก่ผู้ดูแลระบบ (Administrator) และผู้ใช้งานทั่วไป (End User)
รูปแบบการฝึกอบรมต้องเหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งาน - ต้องจัดทําคู่มือการใช้งานและเอกสารประกอบการฝึกอบรมเป็นภาษาไทย
3.6 การบริการเชื่อมต่อระบบและอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม (Existing System Integration Support) - ในกรณีที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ มีความประสงค์ใช้งานระบบสารสนเทศหรืออุปกรณ์ทาง
การแพทย์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน - ผู้รับจ้างต้องอํานวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบหรืออุปกรณ์ดังกล่าวเข้ากับระบบที่พัฒนาขึ้น - การเชื่อมต่อดังกล่าวต้องไม่กระทบต่อการทํางานของระบบเดิมและระบบใหม่
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเชื่อมต่อโดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
3.7 การรับประกันและบํารุงรักษาระบบ (Warranty & Maintenance)
3.7.1 การรับประกันระบบ
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - ผู้รับจ้างต้องรับประกันระบบภายหลังการส่งมอบไม่น้อยกว่า 1 ปี
ในระยะเวลารับประกัน ผู้รับจ้างต้องให้บริการแก้ไขข้อบกพร่องของระบบโดยไม่คิด
ต้องมีช่องทางการแจ้งปัญหาและการให้บริการสนับสนุนทางเทคนิคอย่างชัดเจน
3.7.2 ข้อกําหนดการบํารุงรักษาระบบ (Maintenance Service)
การบริการบํารุงรักษาระบบโปรแกรม (Maintenance Service)
0 Remote Services ให้บริการแก้ไขและสนับสนุนระบบผ่านทาง Remote โดยใช้วิธี VPN หรือโปรแกรม Remote ตามที่กําหนด - Web-based Services ให้บริการผ่านระบบ Web สําหรับการบันทึกคําร้องขอแก้ไข เพิ่มเติมระบบ เช่น การแจ้งปัญหา การส่งไฟล์เอกสาร
การแก้ไขปัญหาที่ได้รับแจ้ง (Incident Response)
ปัญหาเร่งด่วนมาก (Critical issue) ส่งผลกระทบต่อผู้รับบริการ เช่น ระบบไม่สามารถใช้ งาน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขทันที และแล้วเสร็จ ภายใน 1 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
ปัญหาเร่งด่วน (High Priority issue) ระยะเวลารอคอยผู้รับบริการเพิ่มขึ้น ความถูกต้อง ของข้อมูลที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขทันที และแล้วเสร็จ ภายใน 8
ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง - ปัญหาไม่เร่งด่วน (Normal Issue) ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการโดยตรง แต่ก่อให้เกิด ความล่าช้าในการทํางาน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไข ภายใน 48 ชั่วโมง นับจากได้รับแจ้ง
- การบริการนอกสถานที่ (Onsite Support)
ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 คน มาปฏิบัติงาน ณ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ปฏิบัติงานทุกวันอังคาร สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน (สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อตกลง)
• เพื่อให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะ เข้าร่วมประชุมกับศูนย์สื่อสารและสารสนเทศ และติดตาม
ประเด็นปัญหาเร่งด่วน
การให้บริการรับปัญหาและให้คําปรึกษา (Helpdesk Support) - ให้บริการแบบ Unlimited Call-in Support
- ให้คําปรึกษาและตอบข้อซักถามผ่าน Email, โทรศัพท์, Application Line
การปรับปรุงและอัพเกรดระบบ
หากมีการปรับปรุงระบบโปรแกรม ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ Upgrade Version ให้ภายใน
ระยะการบํารุงรักษา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
หากมีการเปลี่ยนแปลงระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่อพ่วง หรือมีการหยุดให้บริการ ผู้รับ
จ้างต้องปรับปรุง Version ให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
- ความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Requirements)
4.1 ผู้รับจ้างต้องยินยอมและปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของทางราชการ รวมถึง คําสั่ง ระเบียบ และวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
4.2 ผู้รับจ้างต้องมีความตระหนักและรับผิดชอบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและทรัพย์สิน
สารสนเทศของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
4.3 การเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือต้องได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยพยาบาล
กองทัพเรือและผู้รับจ้างต้องยินยอมลงนามในสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement : NDA) ก่อน
ทําเนินการใด ๆ
4.4 ผู้รับจ้างต้องรักษาความถูกต้อง ความครบถ้วน และความลับของข้อมูลของทางราชการต้องมีการจํากัด สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลสําคัญตามระดับหน้าที่ และยินยอมให้วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือสามารถตรวจสอบการ ดําเนินงานด้านความปลอดภัยได้
4.5 ในกรณีที่มีการว่าจ้างช่วง (Subcontract) ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้บริษัทช่วงปฏิบัติตามนโยบาย ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือเช่นเดียวกัน
4.6 ห้ามนําอุปกรณ์ประมวลผลหรืออุปกรณ์เครือข่ายที่ไม่ใช่ของวิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ มาเชื่อมต่อกับ เครือข่ายภายใน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
4.7 การนําข้อมูลหรือสื่อบันทึกข้อมูลออกจากโรงพยาบาลต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก โรงพยาบาลทุกครั้ง
4.8 การพัฒนาหรือเชื่อมต่อระบบต้องใช้พอร์ตสื่อสาร (Service Port) ตามที่วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือกําหนด เท่านั้น
4.9 ผู้รับจ้างต้องยินยอมปฏิบัติตามบันทึกแนบท้ายสัญญาข้อตกลงการรักษาความลับทุกประการ
การกําหนดคุณลักษณะในเชิงความต้องการ (Requirement-based Specification) เพื่อให้ได้ระบบสารสนเทศ
ที่สามารถตอบสนองต่อภารกิจของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เป็นการกําหนดเทคโนโลยี ยี่ห้อ
หรือวิธีการเฉพาะเจาะจง - คุณลักษณะด้านการทํางานของระบบ (Functional Specification) ระบบต้องมีคุณลักษณะด้านการทํางาน อย่างน้อยดังต่อไปนี้
.
• สามารถบริหารจัดการข้อมูลหลักของหน่วยงานตามขอบเขตงานที่กําหนดใน TOR ได้ครบถ้วน
• รองรับการบันทึก แก้ไข ค้นหา แสดงผล และออกรายงานข้อมูลในรูปแบบที่หน่วยงานกําหนด
• รองรับการกําหนดสิทธิ์การใช้งานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้งาน (Role-based)
• สามารถจัดทํารายงานสรุปและรายงานเชิงวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
• รองรับการใช้งานภาษาไทย และสามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างถูกต้อง - คุณลักษณะด้านเทคนิคของระบบ (Technical Specification) ระบบต้องมีคุณลักษณะด้านเทคนิคอย่าง น้อยดังต่อไปนี้
• เป็นระบบสารสนเทศแบบ Web-based Application ใช้งานผ่าน Web Browser มาตรฐาน
รองรับการทํางานพร้อมกันของผู้ใช้งานหลายราย (Concurrent Users)
• ออกแบบระบบให้สามารถขยายตัวได้ในอนาคต (Scalability)
มีระบบจัดการฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐานและมีความมั่นคงปลอดภัย
• รองรับการสํารองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลในกรณีฉุกเฉิน 3. คุณลักษณะด้านประสิทธิภาพของระบบ (Performance Requirement)
•
ระบบต้องมีความเสถียรและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
ระยะเวลาการตอบสนองของฟังก์ชันหลักต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้งาน
• รองรับปริมาณข้อมูลและผู้ใช้งานตามขนาดของหน่วยงาน - คุณลักษณะด้านความมั่นคงปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูล (Security & Data Protection)
ระบบต้องมีการพิสูจน์ตัวตนและการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
• มีการบันทึกประวัติการใช้งาน (Audit Log) เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
• มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
• การจัดการข้อมูลต้องสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 5. คุณลักษณะด้านการเชื่อมต่อและการทํางานร่วมกับระบบอื่น (Integration)
• ระบบควรรองรับการเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบสารสนเทศอื่นของหน่วยงาน
• ใช้มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นสากลและไม่ผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง 6. คุณลักษณะด้านการใช้งานและการบํารุงรักษา (Usability & Maintainability)
• หน้าจอการใช้งานควรเข้าใจง่าย เหมาะสมกับผู้ใช้งานของหน่วยงาน
• สามารถปรับปรุงหรือเพิ่มเติมฟังก์ชันในอนาคตได้โดยไม่กระทบต่อระบบหลัก