จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างงานสำรวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ความเสียหายของโครงสร้างอาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 12 ชั้น (อาคาร 36) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 1 งาน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 69069358746
฿2,557,500 ปีงบ 2569 ประกาศ 18 มิ.ย. 2569 นครราชสีมา
รายละเอียดการจ้าง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา มีความประสงค์จะจ้างที่ปรึกษาเพื่อดําเนินการสํารวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) ซึ่งเป็นอาคารสูง ๑๒ ชั้น เนื่องจากตรวจพบความชํารุดบกพร่อง เช่น รอยร้าวและการปริแตกของพื้น เพื่อให้ทราบถึงสภาพความมั่นคงแข็งแรง ระดับความเสียหาย และสาเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้งาน วัตถุประสงค์หลักคือการประเมินสภาพโครงสร้าง วิเคราะห์หาสาเหตุและผลกระทบ ประเมินเสถียรภาพและความปลอดภัย จัดทํารายงานผลการตรวจสอบ วิเคราะห์ และข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซมปรับปรุง และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการซ่อมแซมในระยะต่อไป ขอบเขตงานครอบคลุมการสํารวจสภาพความเสียหายทางกายภาพ การตรวจสอบคุณภาพวัสดุโครงสร้าง (เหล็กเสริม คอนกรีต) การเจาะสํารวจชั้นดิน การทดสอบการรับน้ําหนักโครงสร้าง การวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธี Finite Element Analysis (FEA) และการจัดทํารายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมข้อเสนอแนะและแบบรูปรายการงานก่อสร้างเพื่อปรับปรุงอาคาร ระยะเวลาดําเนินการ ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีวงเงินงบประมาณ ๒,๕๕๗,๕๐๐ บาท การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอจะใช้เกณฑ์ราคา

English summary

Nakhon Ratchasima Institute of Technology Rajamangala University of Technology is seeking a consultant to conduct a survey, inspection, analysis, and damage assessment of the structure of the Faculty of Engineering and Technology Operations Building (Building 36), a 12-story building. This is due to detected structural defects such as cracks and floor tile spalling, which may affect user safety. The project aims to assess the structural integrity, damage levels, and causes, and to provide recommendations for repair and improvement based on engineering principles. The scope of work includes visual inspection, material quality testing (rebar, concrete), soil investigation, load testing, structural analysis using Finite Element Analysis (FEA), and the preparation of a comprehensive report with repair recommendations and construction drawings. The project duration is 60 days from the contract signing date, with a budget of 2,557,500 Baht. The selection criterion will be based on price.

สถานที่ดำเนินการ

ถนนสุรนารายณ์ ตําบลในเมือง อําาเภอเมืองนครราชสีมา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อดําเนินการสํารวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์สภาพความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) ตามหลักวิศวกรรม
  • เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและประเมินผลกระทบของความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร
  • เพื่อประเมินเสถียรภาพและความปลอดภัยในการใช้งานของโครงสร้างอาคารตามมาตรฐานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อจัดทํารายงานผลการตรวจสอบ วิเคราะห์ และข้อเสนอแนะแนวทางในการซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารตามหลักวิศวกรรม
  • เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนดําเนินงานซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารในระยะต่อไป

ขอบเขตของงาน

  • การสํารวจสภาพความเสียหายทางกายภาพด้วยการตรวจพินิจ (Visual inspection) พร้อมจัดทําแผนผังรอยแตกร้าว (Crack Mapping)
  • การตรวจสอบคุณภาพวัสดุของโครงสร้างอาคาร โดยใช้วิธีการที่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม เช่น การตรวจสอบเหล็กเสริมด้วยเครื่อง Ferro Scan, การทดสอบกําลังของเหล็กเสริมด้วยวิธี Hardness Test, การทดสอบคุณภาพคอนกรีตด้วยวิธี Schmidt Hammer, และการทดสอบกําลังอัดของคอนกรีตแบบทําลาย (Core Test)
  • งานเจาะสํารวจชั้นดินด้วยวิธี Standard Penetration Test (SPT) และการทดสอบในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Test)
  • การทดสอบการรับน้ําหนักของโครงสร้าง (Load Test)
  • การวิเคราะห์เสถียรภาพและความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารด้วยวิธี Finite Element Analysis (FEA) โดยพิจารณากรณีน้ําหนักบรรทุกคงที่ จร แรงลม และแรงแผ่นดินไหว
  • การจัดทํารายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์ ประกอบด้วย รายงานผลการสํารวจและตรวจสอบความเสียหาย, รายงานผลการวิเคราะห์โครงสร้าง, สรุปผลการประเมินความมั่นคงแข็งแรง, ข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซมปรับปรุง, และรายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล
  • การคืนสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการตรวจสอบ เช่น การอุดซ่อมบริเวณที่มีการเจาะ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานผลการสํารวจและตรวจสอบความเสียหาย
  • รายงานผลการวิเคราะห์โครงสร้าง
  • สรุปผลการประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร
  • ข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซมปรับปรุง
  • รายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล (ไฟล์ Microsoft Word, PDF, AutoCAD, FEA)
  • แบบรูปรายการงานก่อสร้างเพื่อปรับปรุงอาคาร
  • จัดประชุมสรุปผลการดําเนินงานโครงการ พร้อมจัดทํารายงานสรุปผลการประชุม

ระยะเวลาดำเนินการ

ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
  • Standards Compliance:
    • อ้างอิงแนวทางตาม BS 1881 Part 204 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า (การตรวจสอบเหล็กเสริม)
    • อ้างอิงมาตรฐาน ASTM E18 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า (การทดสอบ Hardness Test)
    • อ้างอิงมาตรฐาน ASTM C805/805 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า (การทดสอบ Schmidt Hammer)
    • อ้างอิงมาตรฐาน ASTM C42/542 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า (การทดสอบ Core Test)
    • อ้างอิงมาตรฐาน ASTM D1586 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า (การเจาะสํารวจชั้นดิน SPT)
    • อ้างอิงมาตรฐาน ASTM ที่เกี่ยวข้อง (การทดสอบในห้องปฏิบัติการสําหรับตัวอย่างดิน)
    • อ้างอิงมาตรฐาน AC 328 (การทดสอบการรับน้ําหนัก)
    • พิจารณากรณีน้ําหนักบรรทุกต่าง ๆ ตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (การวิเคราะห์โครงสร้าง)
  • Experience:
    • ผู้จัดการโครงการ: มีผลงานในการงานตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารอย่างน้อย ๑๐ ผลงานภายในระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี และอย่างน้อย ๒ ผลงานมีงบประมาณไม่น้อยกว่า 6 ล้านบาท
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง หรือ ด้านวิศวกรรมปฐพี: มีผลงานในการงานตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารอย่างน้อย ๑๐ ผลงานภายในระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี และอย่างน้อย ๒ ผลงานมีงบประมาณไม่น้อยกว่า ๑ ล้านบาท
  • Previous Project Cost:
    • ผู้จัดการโครงการ: อย่างน้อย ๒ ผลงานมีงบประมาณไม่น้อยกว่า 6 ล้านบาท
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง หรือ ด้านวิศวกรรมปฐพี: อย่างน้อย ๒ ผลงานมีงบประมาณไม่น้อยกว่า ๑ ล้านบาท
  • Technical Capabilities:
    • มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะงานตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคาร
    • สามารถใช้วิธีการที่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรมในการตรวจสอบคุณภาพวัสดุ
    • สามารถใช้วิธี Finite Element Analysis (FEA) ในการวิเคราะห์โครงสร้าง
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับวุฒิวิศวกรโยธา, เป็นพนักงานของหน่วยงาน
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง หรือ ด้านวิศวกรรมปฐพี: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา, ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับวุฒิวิศวกรโยธา, เป็นพนักงานของหน่วยงาน
    • ผู้ช่วยด้านวิศวกรรมโยธา: วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา, ประสบการณ์ด้านงานวิศวกรรมโครงสร้างหรืองานตรวจสอบอาคารไม่น้อยกว่า ๓ ปี, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ไม่ต่ํากว่าระดับสามัญวิศวกรโยธา, เป็นพนักงานของหน่วยงาน
  • Net Worth Requirements:
    • นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งจดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน: ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
    • บุคคลธรรมดา (กรณีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ ไม่เกิน ๔๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีมูลค่าสุทธิ/ทุนจดทะเบียนไม่เพียงพอ: สามารถขอวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อออกให้ไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การสํารวจสภาพความเสียหายทางกายภาพด้วยการตรวจพินิจ (Visual inspection) และจัดทําแผนผังรอยแตกร้าว (Crack Mapping)
  • การตรวจสอบคุณภาพวัสดุโครงสร้าง:
    • ตําแหน่งและขนาดเหล็กเสริมด้วยเครื่อง Ferro Scan (ไม่น้อยกว่า ๒๐ จุด)
    • กําลังของเหล็กเสริมด้วยวิธี Hardness Test (ไม่น้อยกว่า ๑๐ ตัวอย่าง)
    • คุณภาพคอนกรีตด้วยวิธี Schmidt Hammer (ไม่น้อยกว่า ๒๐ ตําแหน่ง)
    • กําลังอัดคอนกรีตแบบทําลาย (Core Test) (ไม่น้อยกว่า ๕ ตัวอย่าง)
  • การเจาะสํารวจชั้นดินด้วยวิธี SPT (ไม่น้อยกว่า ๓ จุด, ลึกไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร หรือจนถึงชั้นดินแข็ง) พร้อมทดสอบในห้องปฏิบัติการ
  • การทดสอบการรับน้ําหนักของโครงสร้าง (Load Test) ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของน้ําหนักบรรทุกที่ออกแบบ (ไม่น้อยกว่า ๒ ตําแหน่ง, พื้นที่ ๔๐ ตร.ม. ต่อตําแหน่ง)
  • การวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธี Finite Element Analysis (FEA) พิจารณากรณีน้ําหนักบรรทุกคงที่ จร แรงลม และแรงแผ่นดินไหว
  • การจัดทํารายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซม และแบบรูปรายการงานก่อสร้างเพื่อปรับปรุงอาคาร
  • การคืนสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการตรวจสอบ

เงื่อนไขสัญญา

  • ค่าจ้างและการจ่ายเงิน: มหาวิทยาลัยฯ จะจ่ายเงินงวดเดียวตามสัญญาให้ผู้รับจ้าง เมื่อคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  • การส่งมอบงาน: ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    • คำตอบ: เพื่อสํารวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) เพื่อประเมินสภาพความมั่นคงแข็งแรง ระดับความเสียหาย และหาสาเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย พร้อมจัดทําข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซมปรับปรุง
    • คำถาม: ขอบเขตงานครอบคลุมการตรวจสอบส่วนใดบ้าง?
    • คำตอบ: ครอบคลุมการสํารวจสภาพความเสียหายทางกายภาพ, การตรวจสอบคุณภาพวัสดุโครงสร้าง (เหล็กเสริม, คอนกรีต), การเจาะสํารวจชั้นดิน, การทดสอบการรับน้ําหนักโครงสร้าง, การวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธี Finite Element Analysis (FEA), และการจัดทํารายงาน
    • คำถาม: มีการทดสอบคุณภาพวัสดุโครงสร้างอะไรบ้าง?
    • คำตอบ: มีการตรวจสอบเหล็กเสริมด้วยเครื่อง Ferro Scan, ทดสอบกําลังเหล็กเสริมด้วย Hardness Test, ทดสอบคุณภาพคอนกรีตด้วย Schmidt Hammer, และทดสอบกําลังอัดคอนกรีตแบบทําลาย (Core Test)
    • คำถาม: การวิเคราะห์โครงสร้างจะใช้วิธีการใด?
    • คำตอบ: จะใช้วิธี Finite Element Analysis (FEA) โดยพิจารณากรณีน้ําหนักบรรทุกคงที่ จร แรงลม และแรงแผ่นดินไหว
    • คำถาม: ผลงานที่ต้องส่งมอบมีอะไรบ้าง?
    • คำตอบ: รายงานผลการสํารวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความมั่นคงแข็งแรง, ข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซม, แบบรูปรายการงานก่อสร้างเพื่อปรับปรุงอาคาร, และข้อมูลทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล
    • คำถาม: ระยะเวลาดําเนินการโครงการนานเท่าใด?
    • คำตอบ: ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • คำถาม: วงเงินงบประมาณของโครงการนี้เท่าไหร่?
    • คำตอบ: ๒,๕๕๗,๕๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนห้าหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)
    • คำถาม: เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอคืออะไร?
    • คำตอบ: ใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาจากราคารวม
    • คำถาม: มีข้อกําหนดเกี่ยวกับบุคลากรหลักในโครงการอย่างไรบ้าง?
    • คำตอบ: ต้องมีผู้จัดการโครงการ (วุฒิ ป.โท โยธา, ประสบการณ์ 20 ปี, วุฒิวิศวกร), ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง/ปฐพี (วุฒิ ป.โท โยธา, ประสบการณ์ 10 ปี, วุฒิวิศวกร), และผู้ช่วยด้านวิศวกรรมโยธา (วุฒิ ป.โท โยธา, ประสบการณ์ 3 ปี, สามัญวิศวกร) โดยบุคลากรหลักต้องเป็นพนักงานของหน่วยงาน
    • คำถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างจะเป็นอย่างไร?
    • คำตอบ: มหาวิทยาลัยฯ จะจ่ายเงินงวดเดียวตามสัญญาให้ผู้รับจ้าง เมื่อคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ร่างขอบเขตของงาน
สําหรับการจ้าง งานสํารวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ความเสียหายของโครงสร้าง อาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จํานวน ๑๒ ชั้น (อาคาร ๓๖) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ ตําบลในเมือง อําาเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จํานวน ๑ งาน
๑. ความเป็นมา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการจัดการ เรียนการสอนและการวิจัยเพื่อผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ โดยมีอาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) ซึ่งเป็นอาคารสูง ๑๒ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ ๓๒,๗๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่หลักในการ จัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทดลองทางวิศวกรรมของนักศึกษาในหลายสาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า กลุ่มสาขาวิศวกรรมโยธา กลุ่มสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ กลุ่มสาขา วิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงให้บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดอุตสาหกรรมให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและ เอกชน อีกทั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของบุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุนของคณะ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลาง สําคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการศึกษา
ปัจจุบันตรวจพบสถานะความชํารุดบกพร่องของอาคารในบางส่วน ได้แก่ การเกิดรอยร้าวบริเวณ ผนังกําแพง และการปริแตกของผิวกระเบื้องปูพื้นในหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความ ปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างหลัก มหาวิทยาลัย จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดําเนินการสํารวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้าง อย่างละเอียด โดยที่ปรึกษาผู้มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในงานวิศวกรรมเฉพาะทาง เพื่อประเมิน
หาสาเหตุที่แท้จริงและระดับความรุนแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น
ด้วยเหตุผลความจําเป็นดังกล่าว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา จึงประสงค์จะดําเนินการจัดจ้าง สํารวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) ให้ทราบถึงสภาพความมั่นคงแข็งแรง ของโครงสร้าง ระดับความเสียหาย และสาเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อมจัดทําข้อเสนอแนะ
แนวทางในการซ่อมแซมปรับปรุงตามหลักวิศวกรรม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดําเนินงานในระยะต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อดําเนินการสํารวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์สภาพความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) ตามหลักวิศวกรรม
แข็งแรงของอาคาร
๒.๒ เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและประเมินผลกระทบของความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อความมั่นคง
วิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง
๒.๓ เพื่อประเมินเสถียรภาพและความปลอดภัยในการใช้งานของโครงสร้างอาคารตามมาตรฐาน
๒.๔ เพื่อจัดทํารายงานผลการตรวจสอบ วิเคราะห์ และข้อเสนอแนะแนวทางในการซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารตามหลักวิศวกรรม
๒.๕ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนดําเนินงานซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารในระยะต่อไป
–169-
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.เ
ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
ทิ้งงานของ
ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน
ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า"
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก
รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบ แสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไป ก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท ๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000
งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๔๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง
หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี
แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รั
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม
ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่ง ออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาใน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
2. ๖.๑ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
๖.๒ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย
๖.๓ งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
๖.๔ การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
๖.๕ การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
๖.๖ กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ
ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. แบบรูปรายการ หรือคุณลักษณะเฉพาะ
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (ตามเอกสารแนบ)
๕. ระยะเวลาดําเนินการ
ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
5. ระยะเวลาส่งมอบของหรืองาน
ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๗. วงเงินในการจัดหา
เป็นจํานวนเงิน ๒,๕๕๗,๕๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนห้าหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)
๘. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาจากราคารวม
คณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน และกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๑. อาจารย์กฤษฎา
ครอสูงเนิน
๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิวัติ วรามิตร
ต. อาจารย์กรกต
เลิศชัยพงศ์
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
โต
ลงขอ
(ผู้อนุมัติ)
(รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
TAE EP
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
สําหรับการจ้าง งานสํารวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ความเสียหายของโครงสร้าง อาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จํานวน ๑๒ ชั้น (อาคาร ๓๖) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ ตําบลในเมือง อําาเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จํานวน ๑ งาน
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๑.๑ การสํารวจสภาพความเสียหายทางกายภาพด้วยการตรวจพินิจ (Visual inspection) ดําเนินการสํารวจตรวจสอบ และบันทึกสภาพความเสียหายของอาคาร ได้แก่ รอยแตกร้าว การทรุดตัว หรือความผิดปกติขององค์อาคาร พร้อมจัดทําแผนผังรอยแตกร้าว (Crack Mapping) โดยระบุลักษณะ ขนาด และตําแหน่งของความเสียหายที่ตรวจพบ
๑.๒ การตรวจสอบคุณภาพวัสดุของโครงสร้างอาคาร
ดําเนินการตรวจสอบคุณภาพวัสดุและองค์ประกอบของโครงสร้างอาคาร โดยใช้วิธีการ
ที่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม ประกอบด้วย
(๑) การตรวจสอบตําแหน่งและขนาดของเหล็กเสริมด้วยเครื่อง Ferro Scan ดําเนินการ ตรวจสอบตําแหน่ง ระยะหุ้มคอนกรีต (Cover) และขนาดของเหล็กเสริม อ้างอิงแนวทางตาม BS ๑๘๘๑ Part ๒๐๔ หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ จุด กระจายในองค์อาคารที่สําคัญ
(๒) การทดสอบกําลังของเหล็กเสริมด้วยวิธี Hardness Test ตําเนินการทดสอบความแข็ง ของเหล็กเสริมเพื่อนําไปประเมินค่ากําลังรับแรง อ้างอิงมาตรฐาน ASTM E๑๘ หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า
จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ตัวอย่าง
(๓) การทดสอบคุณภาพคอนกรีตแบบไม่ทําลายด้วยวิธี Schmidt Hammer ดําเนินการ ทดสอบกําลังอัตโดยประมาณของคอนกรีตด้วยเครื่อง Schmidt Hammer อ้างอิงมาตรฐาน ASTM C๘๐๕/๘๐๕ หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ ตําแหน่ง
(๔) การทดสอบกําลังอัดของคอนกรีตแบบทําลาย (Unconfined Compressive Strength Test: UCS) ดําเนินการเก็บตัวอย่างคอนกรีต (Core Test) เพื่อนําไปทดสอบกําลังอัดในห้องปฏิบัติการ อ้างอิงมาตรฐาน ASTM C๔๒/๕๔๒ หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ ตัวอย่าง โดยพิจารณา ตําแหน่งที่เหมาะสมและไม่กระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้าง
งบประมาณ
ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถเพิ่มจํานวนจุดได้ตามความเหมาะสม โดยไม่กระทบต่อวงเงิน
๑.๓ งานเจาะสํารวจชั้นดิน
การเจาะสํารวจชั้นดินดําเนินการเจาะสํารวจชั้นดินด้วยวิธี Standard Penetration Test (SPT) เพื่อประเมินคุณสมบัติและกําลังรับน้ําหนักของดิน โดยอ้างอิงมาตรฐาน ASTM D๑๕๘๖ หรือ มาตรฐานที่เทียบเท่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๓ จุด และมีความลึกไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร หรือจนถึงชั้นดินแข็ง (Refusal) พร้อมทั้งดําเนินการทดสอบในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Test) สําหรับตัวอย่างดินที่เก็บได้ เช่น การ ทดสอบหาค่าความชื้น (Moisture Content) การทดสอบขนาดเม็ดดิน (Grain Size Analysis) และการทดสอบ กําลังรับแรงเฉือนของดิน (Shear Strength) ตามมาตรฐาน ASTM ที่เกี่ยวข้อง หรือมาตรฐานที่เทียบเท่า
-lg-
๑.๔ การทดสอบการรับน้ําหนักของโครงสร้าง (Load Test)
ทดสอบเพื่อประเมินความสามารถของโครงสร้างในการรับน้ําหนักบรรทุกจริง โดยการ
เพิ่มน้ําหนักบรรทุกให้กับโครงสร้างนั้น ๆ ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของน้ําหนักบรรทุกที่ใช้ออกแบบ ตามมาตรฐาน AC ๓๒๘ ไม่น้อยกว่า ๒ ตําแหน่ง (ระบุตําแหน่งโดยผู้ว่าจ้าง) มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๔๐ ตร.ม. ต่อตําแหน่ง
ทั้งนี้ รูปแบบ วิธีการ ระดับน้ําหนักบรรทุก และจํานวนการทดสอบสามารถปรับเพิ่มได้
ตามความเหมาะสม โดยไม่กระทบต่อวงเงินงบประมาณ
๑.๕ การวิเคราะห์โครงสร้าง
ดําเนินการวิเคราะห์เสถียรภาพและความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารด้วยวิธี
Finite Element Analysis (FEA) โดยพิจารณากรณีการรับน้ําหนักต่าง ๆ ตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ได้แก่
(๑) น้ําหนักบรรทุกคงที่และน้ําหนักบรรทุกจร
(๒) น้ําหนักบรรทุกจากแรงลม
(๓) น้ําหนักบรรทุกจากแรงแผ่นดินไหว
๑.๖ การจัดทํารายงาน
จัดทํารายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์ ประกอบด้วย
(๑) รายงานผลการสํารวจและตรวจสอบความเสียหาย
(๒) รายงานผลการวิเคราะห์โครงสร้าง
(๓) สรุปผลการประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร
(๔) ข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซมปรับปรุง
(๕) รายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล
๑.๒ การคืนสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการตรวจสอบ
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการคืนสภาพเฉพาะบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการสํารวจ ตรวจสอบ หรือ
ทดสอบ ให้กลับคืนสู่สภาพเรียบร้อยและสามารถใช้งานได้ตามปกติ ทั้งนี้ ให้รวมถึงการอุดซ่อมบริเวณที่มีการเจาะ การเปิดผิววัสดุ หรือการทดสอบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงานตามขอบเขตของโครงการ
๒. รายละเอียดเงื่อนไขประกอบอื่นๆ
๒.๑ บุคลากรในโครงการ

จะต้องเสนอรายชื่อบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ที่เหมาะสมกับลักษณะงานตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารปฏิบัติการคณะ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จํานวน ๑๒ ชั้น (อาคาร ๓๖) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา โดยประกอบด้วยบุคลากรหลักและบุคลากรสนับสนุนที่เหมาะสมกับลักษณะงาน ทั้งนี้ สามารถจัดหา บุคลากรเพิ่มเติมตามความเหมาะสมได้ โดยไม่กระทบต่อวงเงินงบประมาณของโครงการ
-60-
๒.๑.๑ ผู้จัดการโครงการ (จํานวน ๑ คน) มีคุณสมบัติ ดังนี้
(๑) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา (๒) ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี ขึ้นไป
(๓) ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับวุฒิวิศวกรโยธา
(๔) มีผลงานในการงานตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้าง
อาคารอย่างน้อย ๑๐ ผลงานภายในระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี และอย่างน้อย ๒ ผลงาน มีงบประมาณ
ไม่น้อยกว่า 6 ล้าน
(๕) ต้องเป็นพนักงานของหน่วยงานโดยต้องแนบบัตรพนักงานหรือหลักฐานการเสียภาษี ๒.๑.๒ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง หรือ ด้านวิศวกรรมปฐพี (จํานวน ๑ คน) มีคุณสมบัติดังนี้
(๑) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา
(๒) ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ขึ้นไป
(๓) ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ระดับวุฒิวิศวกรโยธา
(๔) มีผลงานในการงานตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้าง
อาคารอย่างน้อย ๑๐ ผลงานภายในระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี และอย่างน้อย ๒ ผลงาน มีงบประมาณ ไม่น้อยกว่า ๑ ล้าน
วิศวกรโยธา
วิศวกรรม
และ ๓.๕
(๕) ต้องเป็นพนักงานของหน่วยงานโดยต้องแนบบัตรพนักงานหรือหลักฐานการเสียภาษี ๒.๑.๓ ผู้ช่วยด้านวิศวกรรมโยธา (จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ คน) มีคุณสมบัติ ดังนี้ (๒) วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา
(๒) มีประสบการณ์ด้านงานวิศวกรรมโครงสร้างหรืองานตรวจสอบอาคารไม่น้อยกว่า ๓ ปี (๓) ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ไม่ต่ํากว่าระดับสามัญ
(๔) ต้องเป็นพนักงานของหน่วยงานโดยต้องแนบบัตรพนักงานหรือหลักฐานการเสียภาษี ๒.๒ ผลงานที่จะต้องส่งมอบ
๒.๒.๑ จัดประชุมสรุปผลการดําเนินงานโครงการ พร้อมจัดทํารายงานสรุปผลการประชุม ๒.๒.๒ ส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(๑) สรุปผลการสํารวจ ตรวจสอบ และทดสอบโครงสร้างอาคาร (๒) สรุปผลการวิเคราะห์และประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร (๓) สรุปผลการวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของความเสียหาย
(๔) สรุปผลการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยวิธี Finite Element Analysis (FEA) (๕) ข้อเสนอแนะแนวทางการซ่อมแซม ปรับปรุง หรือเฝ้าระวังโครงสร้างอาคารตามหลัก
(๖) เอกสารประกอบและผลการทดสอบที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๑.๑, ๑.๒, ๑.๓, ๑.๔
๒.๒.๓ จัดทําแบบรูปรายการงานก่อสร้างเพื่อปรับปรุงอาคารพร้อมลงนามรับรองโดย ผู้จัดการโครงการระดับวุฒิวิศวกรโยธา
ดังนี้
ของอาคาร
๒.๒.๔ ส่งมอบข้อมูลและเอกสารทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล ตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกําหนด
(๑) ไฟล์ Microsoft Word
(๒) ไฟล์ Portable Document Format (PDF)
(๓) ไฟล์ AutoCAD
(๔) ไฟล์จากผลการวิเคราะห์ Finite Element Analysis (FEA)
(๕) ไฟล์ข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและวิเคราะห์ผลการทดสอบโครงสร้าง
ต. กําหนดส่งมอบ
ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๔. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาจากราคารวม
๕. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
เรียบร้อยแล้ว
มหาวิทยาลัยฯ จะจ่ายเงินงวดเดียวตามสัญญาให้ผู้รับจ้าง เมื่อคณะกรรมการตรวจรับงาน
คณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน และกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
อาจารย์กฤษฎา
ครอสูงเนิน
๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิวัติ วรามิตร
๓. อาจารย์กรกต
เลิศชัยพงศ์
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการและเลขนานุการ
(รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน