ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาจัดเก็บและกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์และขยะกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย (อาคารอัครราชกุมารี , อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการขยะอันตรายภายในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้แก่ ขยะเคมี สารพิษทางการแพทย์ และกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย ให้เป็นไปตามหลักวิชาการและข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพของบุคลากร ผู้ป่วย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมพื้นที่อาคารอัครราชกุมารี และอาคารกรมพระศรีสวางควัฒน
ขอบเขตงานหลักประกอบด้วยการจัดเก็บ ขนย้าย และกำจัดของเสียอันตราย โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน เช่น ภาชนะบรรจุ ถาดรองป้องกันการหกรั่วไหล (Spill Containment) และวัสดุดูดซับสารเคมี รวมถึงยานพาหนะที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องมีแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉินที่พร้อมปฏิบัติงานได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังต้องมีการชั่งน้ำหนักของเสียทุกครั้งก่อนนำออกจากพื้นที่และจัดทำเอกสารกำกับการขนส่งเพื่อใช้ในการตรวจรับงาน
โครงการนี้เน้นความปลอดภัยสูงสุด ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม และผู้รับจ้างต้องยินยอมให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานได้ตลอดอายุสัญญา โดยกำหนดเงื่อนไขการให้บริการแบบเหมาจ่ายรายเที่ยว ไม่น้อยกว่า 70 เที่ยวตลอดอายุสัญญา และต้องเข้าดำเนินการไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือเมื่อปริมาณขยะถึงเกณฑ์ที่กำหนด
English summary
Chulabhorn Hospital is seeking a contractor for the collection, transportation, and disposal of chemical waste, medical toxic waste, and wastewater treatment sludge at the Akararatchakumari and Krom Phra Sri Sawaree buildings for the 2027 fiscal year. The project aims to ensure that hazardous waste management complies with safety standards and environmental laws, minimizing risks to patients, staff, and the environment. The contractor must possess valid operating licenses, provide all necessary equipment (including spill containment and PPE), and maintain a 24/7 emergency response plan. The contract requires at least 70 service trips throughout the project duration, with a minimum frequency of once per week or upon reaching specified waste volumes.
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (อาคารอัครราชกุมารี, อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ และอาคารกรมพระศรีสวางควัฒน)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้การบริหารจัดการขยะเคมี สารพิษ และขยะทางการแพทย์เป็นไปตามหลักวิชาการ มาตรฐานความปลอดภัย และกฎหมาย
- เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนหรือการแพร่กระจายของสารอันตรายต่อบุคลากรและผู้รับบริการ
- เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ อากาศ)
- เพื่อสร้างระบบการจัดการขยะอันตรายที่มีความต่อเนื่อง ถูกต้อง และตรวจสอบได้
- เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของโรงพยาบาล
ขอบเขตของงาน
- จัดเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์ และกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย
- จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ ภาชนะบรรจุ และวัสดุที่จำเป็น (เช่น ถาดรองป้องกันการหกรั่วไหล, วัสดุดูดซับสารเคมี)
- จัดหายานพาหนะที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายสำหรับการขนส่งของเสียอันตราย
- จัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
- ชั่งน้ำหนักของเสียทุกครั้งก่อนนำออกจากพื้นที่และจัดทำบันทึกข้อมูล
- ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด
- ให้บริการติดต่อประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บริการจัดเก็บและกำจัดของเสียอันตราย ไม่น้อยกว่า 70 เที่ยวตลอดอายุสัญญา
- บันทึกน้ำหนักและรายละเอียดการขนย้ายของเสียในแต่ละเที่ยว
- เอกสารกำกับการขนส่ง (Manifest) และหนังสือรับรองการกำจัดของเสีย
- แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
- รายงานสรุปผลการดำเนินงานตามรอบที่โรงพยาบาลกำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (ระยะเวลาตามสัญญา)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance: ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการรวบรวม ขนส่ง บำบัด หรือกำจัดของเสียอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
- Experience: มีผลงานในลักษณะเดียวกันกับงานจ้างครั้งนี้ วงเงินไม่น้อยกว่า 700,000 บาท (สัญญาเดียว) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
- Technical Capabilities: ต้องมีอุปกรณ์ เครื่องมือ และยานพาหนะที่ได้มาตรฐานและพร้อมใช้งาน
- Personnel: ต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านการจัดการของเสียอันตราย การป้องกันการหกรั่วไหล และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน พร้อมหลักฐานรับรอง
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่ครบถ้วนตาม TOR
- พิจารณาจากความพร้อมของอุปกรณ์ ยานพาหนะ และใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- พิจารณาจากผลงานในอดีตที่ตรงตามเงื่อนไข
- การเสนอราคาที่คุ้มค่าและเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- อุปกรณ์และภาชนะต้องป้องกันการรั่วไหล การฟุ้งกระจาย และการปนเปื้อนได้
- ต้องมีถาดรองป้องกันการหกรั่วไหล (Spill Containment) และวัสดุดูดซับสารเคมี
- ยานพาหนะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการขนส่งของเสียอันตราย
- บุคลากรต้องมีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสมกับประเภทของเสีย
เงื่อนไขสัญญา
- การให้บริการแบบเหมาจ่ายรายเที่ยว (ไม่น้อยกว่า 70 เที่ยว)
- ต้องเข้าดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง กรณีได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือกรณีเร่งด่วน
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ความเสียหาย หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานทั้งหมด
- โรงพยาบาลมีสิทธิ์เข้าตรวจสอบการดำเนินงานและเอกสารหลักฐานได้ตลอดอายุสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ผู้รับจ้างต้องเข้าดำเนินการบ่อยแค่ไหน? A: ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือเมื่อปริมาณของเสียถึงระดับที่โรงพยาบาลกำหนด
- Q: หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างขนย้าย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ? A: ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ความเสียหาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมด
- Q: ต้องมีช่องทางการติดต่ออย่างไร? A: ต้องสามารถติดต่อประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- Q: การชั่งน้ำหนักของเสียต้องทำเมื่อใด? A: ต้องชั่งน้ำหนักทุกครั้งก่อนนำออกจากพื้นที่โรงพยาบาล
- Q: อุปกรณ์ PPE ใครเป็นผู้จัดหา? A: ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาให้บุคลากรของตนเอง
- Q: หากโรงพยาบาลมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งาน ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร? A: ต้องสามารถดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- Q: เอกสารหลักฐานที่ต้องส่งมอบมีอะไรบ้าง? A: ใบชั่งน้ำหนัก เอกสารกำกับการขนส่ง และหนังสือรับรองการกำจัด
- Q: ผู้รับจ้างต้องมีแผนอะไรบ้าง? A: แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
- Q: สามารถเรียกเก็บค่าอุปกรณ์เพิ่มเติมจากโรงพยาบาลได้หรือไม่? A: ไม่ได้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาและบำรุงรักษาอุปกรณ์ทั้งหมดตลอดสัญญา
- Q: โรงพยาบาลสามารถตรวจสอบการทำงานได้หรือไม่? A: ได้ โรงพยาบาลมีสิทธิ์เข้าตรวจสอบการดำเนินงานและสถานที่กำจัดของเสียได้ตลอดอายุสัญญา
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1/13
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference - TOR)
จ้างเหมาจัดเก็บและกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์และขยะกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย (อาคารอัครราชกุมารี, อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
๑. ความเป็นมา
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นสถานพยาบาลขนาดใหญ่ที่ให้บริการด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริม สุขภาพ และการวิจัยทางการแพทย์ โดยมีผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา และผู้มาติดต่อเข้ามาใช้ บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ส่งผลให้เกิดขยะและของเสียอันตรายจากกระบวนการรักษาพยาบาลและ การดำเนินงานภายในโรงพยาบาลหลายประเภท เช่น ขยะติดเชื้อ ขยะเคมี สารพิษ และขยะทางการแพทย์ ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและข้อกำหนดของกฎหมาย อาจก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัยของบุคลากร ผู้ป่วย ผู้รับบริการ ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนโดยรอบได้
ดังนั้น งานอาคาร สถานที่ และอาชีวอนามัย สังกัดสำนักงานผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งมี หน้าที่รับผิดชอบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขลักษณะภายในโรงพยาบาล จึงมีความ จำเป็นต้องดำเนินการจ้างเหมาบริการเก็บขน ขนส่ง และกำจัดขยะเคมี สารพิษ และขยะทางการแพทย์ โดย
ผู้รับจ้างที่มีความเชี่ยวชาญ ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และมีมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและ ความปลอดภัย เพื่อให้การจัดการของเสียอันตรายของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยและผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้การบริหารจัดการขยะเคมี สารพิษ และขยะทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นไปตามหลักวิชาการ มาตรฐานความปลอดภัย และข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๒.๒ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนหรือการแพร่กระจายของสารเคมี สารพิษ และ เชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของบุคลากร ผู้ป่วย นักศึกษา และผู้ที่อาศัยหรือปฏิบัติงานภายใน พื้นที่
๒.๓ เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ทั้งทางดิน น้ำ และอากาศ ๒.๔ เพื่อสร้างระบบการจัดการขยะอันตรายที่มีความต่อเนื่อง ถูกต้อง และตรวจสอบได้ ๒.๕ เพื่อสนับสนุนนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
คณะกรรมการกำหนดขอบเขตจ้างเหมาจัดเก็บและกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์และขยะกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย (อาคารอัครราชกุมารี, อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
Sunons
(นายชัยณรงค์ โกวิทชุติวัฒน์) ประธานกรรมการ
เบญจวรรณ
(นางสาวเบญจวรรณ สุพรมมา) กรรมการ
สุธาทิพ
(นางสาวสุธาทิพย์ เอื้อยกระโทก) กรรมการ
2/13
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.5 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ
บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็น บุคคลธรรมดา นิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างดังกล่าว (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ เลือกได้ทั้งสองอย่าง)
๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement:e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๑ เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(สสว.) (ถ้ามี)
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการ จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๑๒๔ ลงวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๖๖ ดังนี้ ๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมี มูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่ มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้อง มีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 9 ล้านบาท
๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชี ธนาคารเป็นมูลค่า 9 ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น และหาก
เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้ง หนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
คณะกรรมการกำหนดขอบเขตจ้างเหมาจัดเก็บและกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์และขยะกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย (อาคารอัครราชกุมารี, อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
(นายชัยณรงค์ โกวิทชุติวัฒน์) ประธานกรรมการ
เปญสวรร
(นางสาวเบญจวรรณ สุพรมมา) กรรมการ
ธาทิพย์
(นางสาวสุธาทิพย์ เอื้อยกระโทก) กรรมการ
3/13
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๔๐ วัน) ๕) กรณีตาม (๑) – (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
(๕.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑
(๕.๓) งานก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุมีผลใช้บังคับ
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นเสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศเชิญชวน
กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงาน ก่อสร้างของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
กรณีมีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่า ตามสัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๔ ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานเป็นผลงานที่มีลักษณะเดียวกันกับงานจ้างครั้งนี้มีวงเงินไม่น้อยกว่า ๗๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นผลงานสัญญาเดียวและเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงาน ของรัฐหรือเอกชนที่หน่วยงานของรัฐเชื่อถือได้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
๓.๑๕ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการรวบรวม ขนส่ง บำบัด หรือกำจัดของเสีย อันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และต้องแสดงหลักฐานประกอบการยื่น ข้อเสนอ
๓.๑๖ ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และผ่านการอบรมด้านการจัดการของเสีย อันตราย การป้องกันการหกรั่วไหลของสารเคมี และการตอบโต้เหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องและต้องแสดง หลักฐานรายชื่อบุคลากรพร้อมหนังสือรับรองประกอบการยื่นข้อเสนอ
๔. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง
๔.๑ ขอบเขตพื้นที่การบริการ
ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่ภายในอาคารและบริเวณโดยรอบของโรงพยาบาลจุฬา ภรณ์ ได้แก่ อาคารอัครราชกุมารี อาคารศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ และอาคารกรมพระศรี สวางควัฒน รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์ พื้นที่สัญจร และพื้นที่อื่น ๆ ที่ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของโรงพยาบาล
คณะกรรมการกำหนดขอบเขตจ้างเหมาจัดเก็บและกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์และขยะกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย (อาคารอัครราชกุมารี, อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน ) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
(นายชัยณรงค์ โกวิทชุติวัฒน์) ประธานกรรมการ
เขาจร
(นางสาวเบญจวรรณ สุพรมมา) กรรมการ
สุธาทิพ
(นางสาวสุธาทิพย์ เอื้อยกระโทก) กรรมการ
4/13
ในกรณีที่โรงพยาบาลมีการปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่ การย้ายหน่วยงาน การเพิ่มหรือลดพื้นที่ใช้ งาน หรือการเปิดใช้งานพื้นที่เพิ่มเติมภายในอาคารดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องสามารถดำเนินงานให้ครอบคลุม พื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ พื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องอยู่ภายใน
ขอบเขตอาคารและพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ตามสัญญาฉบับนี้
๔.๒ หน้าที่ของผู้รับจ้าง
๑) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดเก็บ ขนย้าย และกำจัดของเสียอันตรายให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัย ความ ปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และภาพลักษณ์ของโรงพยาบาล
๒) ผู้รับจ้างต้องจัดหา จัดเตรียม และบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ภาชนะบรรจุ และวัสดุ ที่จำเป็นสำหรับการรวบรวม เคลื่อนย้าย ขนถ่าย ขนส่ง และกำจัดของเสียอันตรายให้เพียงพอ เหมาะสม และ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาสัญญา โดยโรงพยาบาลไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๓) ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา ซ่อมแซม เปลี่ยนทดแทน และบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และภาชนะที่ใช้ในการปฏิบัติงานทั้งหมด ตลอดอายุสัญญา โดยไม่สามารถเรียกเก็บ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากโรงพยาบาลได้ไม่ว่ากรณีใด
๔) ผู้รับจ้างต้องจัดหารถเข็น ภาชนะรองรับ ถาดรองป้องกันการหกรั่วไหล (SpillContainment) วัสดุดูดซับสารเคมี และอุปกรณ์อื่นที่จำเป็นสำหรับการขนย้ายของเสียอันตรายภายในพื้นที่โรงพยาบาล โดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
๕) อุปกรณ์และภาชนะที่ใช้ในการขนย้ายของเสียอันตรายต้องมีความแข็งแรง ปลอดภัย เหมาะสม กับประเภทของของเสีย สามารถป้องกันการรั่วไหล การฟุ้งกระจาย การปนเปื้อน และไม่ก่อให้เกิดอันตราย
ต่อผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับบริการ ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
5) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มียานพาหนะ อุปกรณ์ เครื่องมือ และภาชนะบรรจุที่มีสภาพพร้อมใช้งาน ปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและการจัดการของเสีย
อันตราย
๗) ผู้รับจ้างต้องจัดให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานมีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) ที่เหมาะสมกับลักษณะงานและประเภทของของเสียอันตราย รวมทั้งต้อง ควบคุม กำกับ และตรวจสอบให้มีการใช้งานอย่างถูกต้องตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน ๔) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและแผนตอบโต้เหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินงาน พร้อมทั้งสามารถนำแผนดังกล่าวมาใช้ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์ ฉุกเฉิน
๔) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการควบคุมเหตุ การระงับการรั่วไหล และการลด ผลกระทบต่อบุคคล ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม
๑๐) ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน หรือการหกรั่วไหลของของเสียอันตรายระหว่างการ ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการควบคุมสถานการณ์ แก้ไขเหตุการณ์ และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยทันที พร้อมทั้งแจ้งให้โรงพยาบาลทราบโดยไม่ชักช้า และเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ความเสียหาย หรือผลกระทบที่ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของตนเองทั้งหมด
คณะกรรมการกำหนดขอบเขตจ้างเหมาจัดเก็บและกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์และขยะกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย (อาคารอัครราชกุมารี, อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
سیک
(นายชัยณรงค์ โกวิทชุติวัฒน์) ประธานกรรมการ
NTIANI
(นางสาวเบญจวรรณ สุพรมมา) กรรมการ
สุธาม
(นางสาวสุธาทิพย์ เอื้อยกระโทก) กรรมการ
5/13
๑๑) ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการป้องกันมิให้เกิดการทิ้ง เท กอง เผา ระบาย หรือกำจัดของเสีย อันตรายในลักษณะที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อบุคคล ชุมชน ทรัพย์สิน และ สิ่งแวดล้อม
๑๒) ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม การป้องกันและ ควบคุมการติดเชื้อ และมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์อย่างเคร่งครัด
๑๓) ผู้รับจ้างต้องจัดทำและส่งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการขนย้ายและกำจัดของเสีย อันตราย เช่น ใบชั่งน้ำหนัก เอกสารกำกับการขนส่ง หนังสือรับรองการกำจัด หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อ
ประกอบการตรวจรับงานตามที่โรงพยาบาลกำหนด
๑๔) ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้โรงพยาบาลหรือผู้แทนของโรงพยาบาลเข้าตรวจสอบการดำเนินงาน เอกสาร หลักฐาน และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดของเสียอันตรายได้ตลอดอายุสัญญา
๔.๓ รายละเอียดการให้บริการ
ผู้รับจ้างต้องเข้าดำเนินการจัดเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์ และ ของเสียอันตรายให้เป็นไปตามหลักวิชาการ มาตรฐานความปลอดภัย และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้บริการในลักษณะเหมาจ่ายเป็นรายเที่ยว ไม่น้อยกว่า ๗๐ เที่ยวตลอดอายุสัญญา ตามแผนการ ให้บริการที่โรงพยาบาลกำหนด และเข้าดำเนินการไม่น้อยกว่า สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง หรือเมื่อปริมาณของเสียถึง ระดับที่โรงพยาบาลกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่โรงพยาบาลแจ้งให้ดำเนินการเป็นกรณีพิเศษหรือกรณีเร่งด่วน ผู้รับจ้างต้องเข้าดำเนินการภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้งจากผู้แทนของโรงพยาบาล และต้องจัดให้มี ช่องทางการติดต่อประสานงานได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อรองรับการแจ้งเหตุฉุกเฉิน การรั่วไหลของสารเคมี หรือเหตุจำเป็นอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียอันตราย
๔.๓.๑ การจัดเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะเคมีและขยะสารพิษทางการแพทย์
๑) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดเก็บ ขนย้าย และกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์ และของเสียอันตรายที่เกิดจากการดำเนินงานของโรงพยาบาล ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องนำไปกำจัดด้วยวิธีการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของหน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้อง
๒) ผู้รับจ้างต้องชั่งน้ำหนักของเสียอันตรายทุกครั้งก่อนนำออกจากพื้นที่โรงพยาบาล พร้อม จัดทำบันทึกปริมาณน้ำหนัก วัน เวลา และรายละเอียดการขนย้าย เพื่อใช้ประกอบการตรวจรับงาน ๓) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดเก็บ ขนย้าย และกำจัดของเสียอันตรายประเภทต่าง ๆ อย่าง น้อย ดังนี้
-ภาชนะบรรจุสารเคมีที่ใช้แล้วหรือปนเปื้อนสารเคมี เช่น ขวดแก้ว ขวดพลาสติก แกลลอน และถังบรรจุสารเคมี
- วัสดุและอุปกรณ์ที่ปนเปื้อนยาเคมีบำบัด (Chemotherapy Waste) เช่น กระบอกฉีดยา ชุดให้สารน้ำ สายให้ยา ขวดน้ำเกลือ ถุงบรรจุสารละลาย และวัสดุอื่นที่สัมผัสยาเคมีบำบัด - สารเคมีคงค้าง สารเคมีหมดอายุ สารเคมีเสื่อมสภาพ หรือของเสียเคมีจากห้องปฏิบัติการ และหน่วยงานต่าง ๆ ของโรงพยาบาล
คณะกรรมการกำหนดขอบเขตจ้างเหมาจัดเก็บและกำจัดขยะเคมี ขยะสารพิษทางการแพทย์และขยะกากตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสีย (อาคารอัครราชกุมารี, อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน ) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐
(นายชัยณรงค์ โกวิทชุติวัฒน์) ประธานกรรมการ
เบการร
(นางสาวเบญจวรรณ สุพรมมา) กรรมการ
สุธาทิพย
(นางสาวสุธาทิพย์ เอื้อยกระโทก) กรรมการ