ประกวดราคาจ้างก่อสร้างแผนจัดหา งานงานกลุ่มงบงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ โครงการปรับปรุงและพัฒนาหน่วย มทบ. ของ ทภ.๓ ระยะที่ ๒ (งานซ่อมแซมเรือนแถวนายทหารชั้นประทวน หมายเลข ๑๙๕ ๑๔ ของ มทบ.๓๓) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
เอกสาร “สูตรการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K)” ฉบับนี้ เป็นแนวทางสำคัญสำหรับการปรับราคาค่างานในสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเมื่อดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยครอบคลุมงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุน และหมวดรายจ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
หลักการสำคัญคือการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ (Adjustable Price Contract) ซึ่งอนุญาตให้มีการเพิ่มหรือลดค่างานจากราคาเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนีราคาที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากวันเปิดซองประกวดราคา ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งและระบุในสัญญาอย่างชัดเจนถึงการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมกำหนดประเภทงานก่อสร้าง สูตร และวิธีการคำนวณที่สอดคล้องกับลักษณะงานนั้น ๆ
การเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง โดยต้องดำเนินการภายใน 90 วันนับจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดจะหมดสิทธิ์เรียกร้อง ในทางกลับกัน หากผู้ว่าจ้างต้องเรียกเงินคืน ก็ต้องดำเนินการโดยเร็วหรือหักจากงวดงานถัดไป หรือจากหลักประกันสัญญา การพิจารณาคำนวณและการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจะต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ ซึ่งถือเป็นที่สิ้นสุด
เอกสารยังได้แบ่งประเภทงานก่อสร้างออกเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่ งานอาคาร งานดิน งานทาง และงานระบบสาธารณูปโภค โดยแต่ละหมวดมีสูตรการคำนวณค่า K ที่แตกต่างกันไปตามองค์ประกอบของวัสดุและแรงงานที่ใช้ในงานนั้น ๆ ดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณจะอ้างอิงจากดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ซีเมนต์ เหล็ก แอสฟัลท์ เครื่องจักรกล น้ำมันดีเซล ท่อชนิดต่างๆ) ที่ประกาศโดยกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานปี 2530 เป็นเกณฑ์ การปรับราคาจะเกิดขึ้นเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงเกินกว่า 4% โดยจะคำนวณเฉพาะส่วนที่เกิน 4% เท่านั้น
English summary
This document, “Formula for calculating construction cost compensation (K-value),” serves as a crucial guideline for adjusting contract prices in government construction projects. Its purpose is to ensure fairness for both employers and contractors when there are significant changes in construction material price indices. It covers all types of construction work, including renovation and repair, funded under specific budget categories related to land and construction, subsidies, and other relevant expenses.
The core principle involves using an Adjustable Price Contract, which allows for increases or decreases in the original contract price when price indices published by the Ministry of Commerce change significantly from the bid opening date. The employer is obligated to clearly state the use of an adjustable price contract in bid announcements and the contract itself, specifying the type of construction, formula, and calculation method appropriate for the work.
Contractors are responsible for claiming increased costs within 90 days from the final work delivery date; claims made after this period will not be accepted. Conversely, if the employer needs to reclaim funds, they must do so promptly, deduct from subsequent payments, or from the contract guarantee. All K-value calculations, payments, or reclamations must be verified and approved by the Bureau of the Budget, whose decision is final.
The document categorizes construction work into four main groups: Building Works, Earthworks, Road Works, and Utility Systems. Each category has a specific K-value calculation formula tailored to the material and labor components involved. The price indices used for calculation are based on the General Consumer Price Index and various construction material price indices (cement, steel, asphalt, machinery, diesel, various pipe types) published by the Ministry of Commerce, using 1987 as the base year. Price adjustments are applied only when the K-value changes by more than 4%, with calculations focusing solely on the portion exceeding this 4% threshold.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) สำหรับสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างภาครัฐ
- เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเมื่อดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง
- เพื่อให้การปรับราคาค่างานเป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยอ้างอิงดัชนีราคาจากกระทรวงพาณิชย์
- เพื่อระบุเงื่อนไขการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ การเรียกร้อง และการพิจารณาอนุมัติการปรับราคา
ขอบเขตของงาน
เอกสารนี้ครอบคลุมการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่า K สำหรับงานก่อสร้างประเภทต่างๆ ดังนี้:
- งานอาคาร: รวมถึงตัวอาคาร ระบบไฟฟ้า ประปา ระบบท่อ/สายที่ฝังในอาคาร ทางระบายน้ำ ส่วนประกอบอาคารที่จำเป็น ทางเท้า ดินถม/ดินตักรอบอาคาร
- งานดิน: รวมถึงการขุดดิน ตักดิน บดอัดดิน การถมดินหรือทรายที่มีการควบคุมคุณสมบัติ งานหินเรียง งานเจาะระเบิดหิน
- งานทาง: รวมถึงงานผิวทางประเภทต่างๆ (PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT, SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL, ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM) งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก งานท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและบ่อพัก งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและเขื่อนกันตลิ่ง งานโครงสร้างเหล็ก
- งานระบบสาธารณูปโภค: รวมถึงงานวางท่อ AC, PVC, เหล็กเหนียว, HYDENSITY POLYETHYLENE (HDPE) ทั้งกรณีที่ผู้ว่าจ้างจัดหาและผู้รับจ้างจัดหา งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ำและ Secondary Lining งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต และงานวางท่อ PVC กลบทราย งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
- การกำหนดดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K และวิธีการคำนวณโดยละเอียด
- การกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ทั่วไปในการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ การเรียกร้อง และการพิจารณาอนุมัติ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานก่อสร้าง 4 หมวดหลัก (งานอาคาร, งานดิน, งานทาง, งานระบบสาธารณูปโภค) และประเภทย่อยต่างๆ
- คำจำกัดความของดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการคำนวณ (It, Io, Ct, Co, Mt, Mo, St, So, Gt, Go, At, Ao, Et, Eo, Ft, Fo, ACt, ACo, PVCt, PVCo, GIPt, GIPo, PEt, PEo, Wt, Wo)
- หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้
- วิธีการคำนวณค่า K และการปรับราคาค่างาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ระบุระยะเวลาโครงการโดยตรง เนื่องจากเป็นเอกสารหลักเกณฑ์
- ระยะเวลาการเรียกร้อง: ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
เงื่อนไขการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ (Conditions for Using Adjustable Price Contracts)
- ประเภทงานที่ใช้ได้: สัญญาแบบปรับราคาได้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซมที่เบิกจ่ายในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุน และหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
- การเปลี่ยนแปลงราคา: ใช้ได้ทั้งกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนีราคาที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากวันเปิดซองประกวดราคา (หรือวันเปิดซองราคาสำหรับวิธีอื่น)
- การแจ้งและระบุในสัญญา: ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้นจะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมกำหนดประเภทงานก่อสร้าง สูตร และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน
- การแยกประเภทงาน: ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภทงานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานและให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้
- การเรียกร้อง: การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องเรียกร้องภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- การอนุมัติ: การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผู้รับจ้างต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ
เกณฑ์การพิจารณา
- ไม่ระบุเกณฑ์การประเมินผู้เสนอราคาโดยตรง เนื่องจากเป็นเอกสารหลักเกณฑ์การคำนวณค่า K
- เกณฑ์การพิจารณาการปรับราคา: การปรับราคาจะพิจารณาเมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้นๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่มหรือลดค่างาน
ข้อกำหนดทางเทคนิค
สูตรการคำนวณค่า K:
P = (Po) x (K)
โดยที่:
- P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง
- Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้หรือราคาค่างานเป็นงวดซึ่งระบุไว้ในสัญญา
- K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
สูตร ESCALATION FACTOR (K) แยกตามประเภทงาน:
- หมวดที่ 1 งานอาคาร: K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
- หมวดที่ 2 งานดิน:
- งานดินทั่วไป: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
- งานหินเรียง: K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
- งานเจาะระเบิดหิน: K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
- หมวดที่ 3 งานทาง:
- งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT: K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
- งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL: K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
- งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM: K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
- งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
- งานท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก: K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
- งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกันตลิ่ง: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
- งานโครงสร้างเหล็ก: K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So
- หมวดที่ 4 งานระบบสาธารณูปโภค:
- งานวางท่อ AC และ PVC (ผู้ว่าจ้างจัดหา): K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
- งานวางท่อ AC (ผู้รับจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
- งานวางท่อ PVC (ผู้รับจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
- งานวางท่อเหล็กเหนียวและ HDPE (ผู้ว่าจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
- งานวางท่อเหล็กเหนียว (ผู้รับจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo
- งานวางท่อ HDPE (ผู้รับจ้างจัดหา): K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/PEo
- งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ำและ Secondary Lining: K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
- งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo
- งานวางท่อ PVC กลบทราย: K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
- งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี: K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
ดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณ (จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์):
- It/Io: ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป
- Ct/Co: ดัชนีราคาซีเมนต์
- Mt/Mo: ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
- St/So: ดัชนีราคาเหล็ก
- Gt/Go: ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ
- At/Ao: ดัชนีราคาแอสฟัลท์
- Et/Eo: ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
- Ft/Fo: ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
- ACt/ACo: ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
- PVCt/PVCo: ดัชนีราคาท่อ PVC
- GIPt/GIPo: ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
- PEt/PEo: ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
- Wt/Wo: ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
วิธีการคำนวณ:
- ใช้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์
- คำนวณค่า K ด้วยเลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน โดยไม่มีการปัดเศษ
- ทำเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
- พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
- กรณีผู้รับจ้างผิดนัด ค่า K ที่ใช้คำนวณจะใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
เงื่อนไขสัญญา
- การปรับราคา: สัญญาแบบปรับราคาได้ใช้ได้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา
- การแจ้งในสัญญา: ผู้ว่าจ้างต้องระบุในสัญญาจ้างว่างานจ้างเหมานั้นจะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมกำหนดประเภทงานก่อสร้าง สูตร และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน
- การเรียกร้อง: ผู้รับจ้างมีหน้าที่เรียกร้องเงินเพิ่มค่างานภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดจะไม่มีสิทธิเรียกร้อง
- การเรียกเงินคืน: ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้รีบเรียกคืนโดยเร็ว หรือหักค่างานของงวดต่อไป หรือหักเงินจากหลักประกันสัญญา
- การอนุมัติ: การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผู้รับจ้างต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
- การจ่ายเงินงวด: จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณและทำความตกลงเรื่องการเงินกับสำนักงบประมาณเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่แน่นอนแล้ว
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
สูตรการคา นวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ( ค่า K )
(1) เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
- สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชก้ บังานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซ่ึงเบิกจ่ายค่างานในลกัษณะหมวดค่าครุภณั ฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่าย อื่นที่เบิกจ่ายในลกัษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่อยใู่ นเงื่อนไขและหลกัเกณฑต์ ามที่ไดก้า หนดน้ี 2. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชท้ ้งัในกรณีเพิ่มหรืดลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญาเมื่อ ดชันีราคาซ่ึงจดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงข้ึนหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิ ดซอง ประกวดราคา ส าหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิ ดซองราคาแทน
- การนา สัญญาแบบปรับราคาไดไ้ปใชน้ ้นั ผวู้า่ จา้งตอ้งแจง้และประกาศใหผ้รู้ับจา้งทราบ เช่นใน ประกาศประกวดราคาฯ และตอ้งระบุในสัญญาจา้งดว้ยวา่ งานจา้งเหมาน้นั ๆ จะใชส้ ัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมท้งักา หนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวธิีการคา นวณที่ใหม้ีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไวใ้หช้ ดัเจน ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจา้งคราวเดียวกนั จะตอ้งแยกประเภทงาน ก่อสร้าง แต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานก่อสร้างน้นั ๆ และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรที่กา หนดไว้ 4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีเป็นหนา้ที่ของผรู้ับจา้งที่จะตอ้งเรียกร้อง ภายในกา หนด 90วนั นบั ต้งัแต่วนั ที่ผรู้ับจา้งไดส้่งมอบงานงวดสุดทา้ยหากพน้กา หนดน้ีไปแลว้ ผรู้ับจา้งไม่มี สิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผวู้า่ จา้งไดอ้ีกต่อไปและในกรณีที่ผวู้า่ จา้งจะตอ้งเรียกเงินคืนจาก ผรู้ับจา้ง ใหผ้วู้า่ จา้งที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผรู้ับจา้งโดยเร็ว หรือใหห้ กัค่างานของงวดต่อไป หรือให้หกัเงินจากหลกัประกนั สัญญาแลว้แต่กรณี
- การพิจารณาคา นวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผรู้ับจา้งตามเงื่อนไข ของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากส านักงบประมาณและให้ถือการพิจารณา วนิิจฉยัของสา นกังบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
(2) ประเภทงานก่อสร้างและสูตรทใี่ ช้กบัสัญญาแบบปรับราคาได้
ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจา้งเหมาก่อสร้างใหค้า นวณตามสูตรดงัน้ี
P = (Po) x (K)
กา หนดให้P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะตอ้งจ่ายใหผ้รู้ับจา้ง
Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผรู้ับจา้งประมูลได้หรือราคาค่างานเป็นงวดซ่ึงระบุไวใ้นสัญญาแลว้แต่กรณี K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อตอ้งเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม 4%
เมื่อตอ้งเรียกค่างานคืน ESCALATION FACTOR K หากไดจ้ากสูตร ซ่ึงแบ่งตามประเภทและ ลกัษณะงานดงัน้ี
/หมวดที่ 1…
-2 -
หมวดที่ 1 งานอาคาร
งานอาคาร หมายถึง ตวัอาคารเช่น ที่ทา การโรงเรียน โรงพยาบาล หอพกั ที่พกัอาศยั หอประชุม อฒั จนั ทร์ยมิเนเซียม สระวา่ ยน้า โรงอาหารคลงัพสั ดุโรงงาน ร้ัวเป็นตน้ และใหห้ มายความรวมถึง 1.1ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงหมอ้แปลงและระบบไฟฟ้า ภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ 1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยใู่ นส่วนของอาคารเช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสา หรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้า ของอาคารจนถึงทางระบายน้า ภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จา เป็นสา หรับอาคารเฉพาะส่วนที่ติดกบัอาคารโดยตอ้งสร้างหรือประกอบ พร้อมกบัการก่อสร้างอาคารแต่ไม่รวมถึงเครื่องจกัรหรือเครื่องมือกลที่นา มาประกอบหรือติดต้งั เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องสูบน้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเทา้รอบอาคาร ดินถม ดินตกั ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
หมวดที่ 2 งานดิน
2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิ ดหน้าดิน การเกลี่ย บดอัดดิน การขุด-ถมบดอดัแน่นเขื่อน คลองคนัคลองคนัก้นั น้า คนั ทาง ซ่ึงตอ้งใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกลปฏิบตัิงาน ส าหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุม คุณสมบตัิของวสั ดุน้นั และมีขอ้กา หนดวธิีการถม รวมถึงมีการบดอดัแน่นโดยใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตาม ที่กา หนดไว้เช่นเดียวกบังานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน ชลประทาน
ท้งัน้ีใหร้วมถึงงานประเภท EMBANKMENT , EXCAVATION , SUBBASE , SELECTED MATERIAL , UNTREATED BASE และSHOULDER
ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นา มาเรียงกนั เป็นช้นั ให้เป็นระเบียบจนไดค้วามหนา ที่ตอ้งการโดยในช่องวา่ งระหวา่ งหินใหญ่จะแซมดว้ยหินยอ่ ยหรือกรวดขนาดต่าง ๆ และทราย ใหเ้ตม็ ช่องวา่ ง มีการควบคุมคุณสมบัติของวสั ดุและมีขอ้กา หนดวธิีปฏิบตัิโดยใชเ้ครื่องจกัร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้ หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั เพื่อการป้องกนั การกดัเซาะพงัทลายของลาดตลิ่งและทอ้งลา น้า
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
/2.3 งานเจาะ…
-3 -
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทวั่ ๆ ไป ระยะทางขนยา้ยไป-กลับประมาณ ไม่เกิน 2กิโลเมตรยกเวน้ งานเจาะระเบิดอุโมงคซ์ ่ึงตอ้งใชเ้ทคนิคช้นั สูง
ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
หมวดที่ 3 งานทาง
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.2 งานผิวทางSURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วย ตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (MELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ (JOINT) ท้งัน้ีใหห้ มายความรวม ถึงแผน่ พ้ืนคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.BRIDGE APPROACH) ด้วย
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.5 งานท่อระบายน้า คอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพกั หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสา หรับงาน ระบายน้า (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้า คอนกรีต เสริมเหล็กและบริเวณลาดคอสะพานรวมท้งังานบ่อพกัคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่น ที่มีรูปแบบและลกัษณะงานคลา้ยคลึงกนั เช่น งานบ่อพกั (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศพั ท์ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็ นต้น
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกนั ตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีต เสริมเหล็ก (R.C.BOX CULVERT) หอถงัน้า โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเขื่อนกนั ตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือ คอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
3.6 งานโครงสร้างเหล็กหมายถึงสะพานเหล็กสา หรับคนเดิมขา้มถนนโครงเหล็กสา หรับติดต้งัป้าย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวทิยุเสาโทรทศัน์หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั แต่ไม่รวมถึงงานติดต้งัเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So /หมวดที่ 4…
-4 -
หมวดที่4 งานระบบสาธารณูปโภค
4.1 งานวางท่อ AC และ PVC
4.1.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
4.12 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ AC และหรืออุปกรณ ์์
ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
4.13 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อPVC และหรืออุปกรณ์
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
4.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHTYLENE 4.2.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
4.2.2 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และใหร้วมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo 4.2.3 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และ หรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/Peo
4.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงคส์ ่งน้า และงาน SECONDARY LINING
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
4.4 งานวางท่อPVC หุ้มด้วยคอนกรีต
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo 4 .5 งานวางท่อPVC กลบทราย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
4.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
/ดชันีก่อสร้าง…
-5 -
ดัชนีก่อสร้างและค่า K
ดัชนีราคาที่ใชค้า นวณตามสูตรที่ใชก้ บั สัญญาแบบปรับราคาได้จดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์ K = EXCALATION FACTOR
It = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Io = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Co = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
Mt = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา St = ดชันีราคาเหล็กในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
Gt = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Go = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา At = ดชันีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Ao = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
Et = ดชันีราคาเครื่องจกัรกลและบริภณั ฑ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Ft = ดัชนีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Fo = ดชันีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ACt = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ACo = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PVCt = ดัชนีราคาท่อPVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
PVCo = ดชันีราคาท่อPVC ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
GIPt = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
GIPo = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PEt = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด PEo = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Wt = ดชันีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟ้ า ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
/(3) วิธีการ…
-6 -
(3) วิธีการค านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ - การคา นวณค่า K จากสูตรตามลกัษณะงานน้นั ๆ ใหใ้ชต้วัเลขดชันีราคาวสั ดุก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็ นเกณฑ์ในการค านวณ
- การคา นวณค่า K สา หรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยใู่ นสัญญาเดียวกนั จะตอ้งแยกค่า งานก่อสร้างแต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานน้นั และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรทีไดก้า หนดไว้ 3. การคา นวณหาค่า K กา หนดใหใ้ชเ้ลขทศนิยม 3 ตา แหน่งทุกข้นั ตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และ กา หนดใหท้ า เลขสัมพนัธ์(เปรียบเทียบ) ใหเ้ป็นผลสา เร็จก่อน แลว้จึงนา ผลลพัธ์ไปคูณกบั ตวัเลขคงที่หน้าเลข สัมพนัธ์น้นั
- ใหพ้ ิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาคางานจากราคาที่ผรู้ับจา้งทา สัญญาตกลงกบัผวู้า่ จา้ง เมื่อค่า K ตาม สูตรสา หรับงานก่อสร้างน้นั ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือน เปิดซองราคามากกวา่ 4% ข้ึนไป โดยนา เฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคา นวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานแลว้แต่กรณี(โดยไม่คิด 4% แรกให้) 5. ในกรณีที่ผรู้ับจา้งไม่สามารถทา การก่อสร้างให้แลว้เสร็จตามระยะเวลาในสัญญาโดยเป็นความผดิของ ผรู้ับจา้งค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนา มาใชใ้นการคา นวณค่างานใหใ้ชค้่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือ ค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริงแลว้แต่วา่ ค่า K ตวัใดจะมีค่านอ้ยกวา่
- การจ่ายเงินแต่ละงวดใหจ้่ายค่าจา้งงานที่ผรู้ับจา้งทา ไดแ้ ต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือค่างานลดลงซ่ึงจะคา นวณไดต้่อเมื่อทราบดชั นีราคาวสั ดุก่อสร้าง ซ่ึงนา มาคา นวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบ งานงวดน้นั ๆ เป็นที่แน่นอนแลว้ เมื่อคา นวณเงินเพิ่มไดใ้หข้อทา ความตกลงเรื่องการเงินกบั สา นกังบประมาณ