ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยใน จำนวน 1 งาน
โครงการจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีศักยภาพในการจัดบริการอาหารให้ผู้ป่วยในจำนวน 431 เตียง ให้เป็นไปตามหลักโภชนาการและโภชนบำบัดอย่างถูกต้อง โดยมีขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนเมนู การจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การปรุงประกอบอาหารสำหรับผู้ป่วยประเภทต่างๆ (อาหารธรรมดา, อาหารเฉพาะโรค, อาหารทางสายให้อาหาร, อาหารทางการแพทย์) การจัดส่งอาหารให้ทันตามเวลาที่กำหนด (เช้า, กลางวัน, เย็น) รวมถึงการจัดการภาชนะและอุปกรณ์ การทำความสะอาด และการบริหารจัดการบุคลากรให้เพียงพอและมีมาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (SNH-2560)
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร (GMP) อย่างเคร่งครัด มีการสุ่มตรวจการปนเปื้อนในอาหารและสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ และต้องมีแผนสำรองในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค (น้ำ/ไฟ) และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ในพื้นที่ครัว โครงการนี้เน้นการประเมินผลผ่านตัวชี้วัด (KPI) ด้านคุณภาพอาหาร ความสะอาด และความพึงพอใจของผู้รับบริการ โดยมีมูลค่าโครงการรวม 27,000,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570
English summary
The Somdech Phra Pinklao Hospital, Naval Medical Department, is seeking a contractor for the provision of cooked meals for 431 inpatients for the 2027 fiscal year. The scope of work includes menu planning, sourcing high-quality ingredients, meal preparation based on nutritional therapy, timely delivery to wards, and dishwashing. The contractor must employ qualified nutritionists and staff in accordance with SNH-2560 standards and maintain GMP food safety protocols. The contract duration is one year (Oct 1, 2026 – Sept 30, 2027) with a total budget of 27,000,000 THB.
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ 504 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีศักยภาพในการบริการอาหารผู้ป่วย
- เพื่อให้อาหารผู้ป่วยถูกต้องตามหลักโภชนาการและโภชนบำบัด
- เพื่อให้การบริการอาหารมีความรวดเร็ว ทันเวลา และสะอาดปลอดภัย
- เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับอาหารที่มีรสชาติอร่อยและเกิดความประทับใจ
ขอบเขตของงาน
- วางแผนการจัดหาวัตถุดิบและจัดทำเมนูอาหารหมุนเวียน
- ปรุงประกอบอาหารสำหรับผู้ป่วย (อาหารธรรมดา, อาหารเฉพาะโรค, อาหารทางสายให้อาหาร)
- จัดส่งอาหารให้หอผู้ป่วยตามรอบเวลาที่กำหนด
- บริหารจัดการบุคลากร (นักโภชนาการ, พนักงานประกอบอาหาร, ธุรการ)
- ดูแลรักษาความสะอาดภาชนะ อุปกรณ์ และพื้นที่ครัวตามหลักสุขาภิบาล
- ดำเนินการสุ่มตรวจการปนเปื้อนในอาหารและรายงานผล
- รับผิดชอบค่าสาธารณูปโภค (น้ำ/ไฟ) และการบำรุงรักษาเครื่องมือในครัว
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อาหารปรุงสำเร็จสำหรับผู้ป่วยใน (อาหารถาด, อาหารทางสายให้อาหาร, อาหารว่าง)
- รายงานผลการตรวจการปนเปื้อนในอาหาร (รายเดือน/ราย 6 เดือน)
- แผนภูมิโครงสร้างอัตรากำลังพนักงาน
- รายงานผลการดำเนินงานประจำเดือนตามตัวชี้วัด (KPI)
- แผนป้องกันอัคคีภัยและแผนภัยพิบัติ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570 (ระยะเวลา 1 ปี)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะของการประกอบและบริการอาหารปรุงสำเร็จ ตามคู่มือมาตรฐานอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาลและหลัก GMP
- Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานงานโภชนาการในโรงพยาบาล (SNH-2560) และมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร (GMP)
- Experience: มีประสบการณ์การรับจ้างปรุงประกอบอาหารกับโรงพยาบาล และอยู่ในระหว่างการรับจ้างปรุงประกอบอาหารให้โรงพยาบาล อย่างน้อย 5 แห่ง และไม่มีประวัติยกเลิกสัญญา
- Technical Capabilities: ต้องมีแผนสำรองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (อัคคีภัย, ภัยพิบัติ) และต้องมีระบบการจัดการเตรียมอาหารแบบ One Way System
- Personnel:
- ผู้ควบคุมงาน/ผู้จัดการ: วุฒิปริญญาตรี
- เจ้าหน้าที่ธุรการ: วุฒิปริญญาตรีหรืออนุปริญญา
- นักโภชนาการ/นักกำหนดอาหาร: วุฒิปริญญาตรีสาขาอาหารและโภชนาการ (อัตรา 1 คน ต่อ 50 เตียง + 25%)
- พนักงานประกอบอาหาร: วุฒิ ม.3 ขึ้นไป (อัตรา 1 คน ต่อ 15 เตียง + 25%)
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้เสนอราคาตามที่กำหนด
- พิจารณาจากผลการประเมินการปฏิบัติงานในอดีต (รายงานการตรวจรับอาหาร)
- พิจารณาความพร้อมของบุคลากรและแผนการดำเนินงาน
- พิจารณาความเหมาะสมของเครื่องแบบพนักงานและรายละเอียดประกอบ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- อาหารต้องสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะตามมาตรฐาน GMP
- วัตถุดิบต้องสด คุณภาพดี เนื้อสัตว์ต้องมาจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาต
- การปรุงอาหารทางสายให้อาหารต้องได้สัดส่วนพลังงานและสารอาหารตามที่กำหนด (คาร์โบไฮเดรต 50% : โปรตีน 20% : ไขมัน 30%)
- ภาชนะบรรจุอาหารต้องปิดมิดชิดและผ่านการฆ่าเชื้อ
- การจัดการขยะและระบบบำบัดน้ำเสียต้องเป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: จ่ายเป็นรายเดือนตามผลงาน
- ค่าประกันความเสียหายอุปกรณ์: 1,000,000 บาท
- ประกันอัคคีภัย: วงเงิน 50,000,000 บาท
- ค่าปรับ: กรณีไม่ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด (KPI) ปรับร้อยละ 0.5 ของค่าบริการอาหารในเดือนนั้น
- การต่อสัญญา: กรณีไม่มีผู้รับจ้างรายใหม่ ผู้รับจ้างเดิมต้องให้บริการต่อไม่เกิน 3 เดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: หากพนักงานลาออกหรือขาดงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร? ตอบ: ต้องจัดหาพนักงานที่มีคุณสมบัติทดแทนทันทีและแจ้งให้กลุ่มงานโภชนบำบัดทราบ
- ถาม: การคิดค่าใช้จ่ายอาหารทางการแพทย์คำนวณอย่างไร? ตอบ: คำนวณตามพลังงาน (กิโลแคลอรี่) ที่จัดให้และหักลบตามสิทธิ์การรักษาของผู้ป่วย
- ถาม: หากพบสิ่งแปลกปลอมในอาหารจะถูกดำเนินการอย่างไร? ตอบ: จะถูกตัดคะแนนตามตัวชี้วัด (KPI) และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคหรือไม่? ตอบ: ต้องรับผิดชอบค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าตามมิเตอร์ที่แยกติดตั้งไว้
- ถาม: การเปลี่ยนเมนูอาหารต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้ากลุ่มงานโภชนบำบัดก่อน
- ถาม: พนักงานต้องผ่านการอบรมอะไรบ้าง? ตอบ: ต้องผ่านการอบรมผู้สัมผัสอาหารตามข้อกำหนดของกรมอนามัย
- ถาม: หากเครื่องล้างจานชำรุดใครเป็นผู้รับผิดชอบ? ตอบ: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเองทั้งหมด
- ถาม: การเก็บถาดอาหารมีกำหนดเวลาหรือไม่? ตอบ: ต้องเก็บถาดอาหารหลังจากผู้ป่วยรับประทานเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง
- ถาม: กรณีผู้ป่วยต้องการอาหารพิเศษนอกเหนือจากสัญญาต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องประสานงานกับนักโภชนาการของโรงพยาบาลเพื่อจัดเตรียมตามคำสั่งแพทย์
- ถาม: ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยอะไรบ้าง? ตอบ: ต้องทำประกันอัคคีภัยอาคารและครุภัณฑ์วงเงิน 50 ล้านบาท
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รายละเอียดการจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสําเร็จสําหรับผู้ป่วยใน
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ประจําปี งป.70
1
- ความเป็นมา
รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ได้จ้างเหมาบริการบริษัทภายนอกประกอบการจัดเลี้ยง อาหารให้ผู้ป่วย 3 มื้อ/วัน เริ่มตั้งแต่ปีงป.63 - ปัจจุบัน จํานวนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ มีจํานวน 431 เตียง การจ้างเหมาบริการประกอบอาหารปรุงสําเร็จ ได้แก่ 1. อาหารถาด คนไข้พิเศษ จํานวน 40-60 คน/วัน 2. อาหารถาดคนไข้สามัญ จํานวน 90-130 คน/วัน 3. อาหารทางสายยาง คนไข้พิเศษ จํานวน 20-30 คน/วัน 4. อาหารทางสายยางสามัญ 50 - 70 คน/วัน 5. อาหารว่างคนไข้พิเศษ
จํานวน 40-60 คน/วัน 6. อาหารทางการแพทย์ 15,000-20,000 บาท / เดือน การบริการอาหารของบริษัท ภายนอก เริ่มจากการกําหนดเมนูอาหาร การรับเบิกอาหารจากหอผู้ป่วย การจัดเตรียมวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ การปรุงประกอบอาหาร การจัดอาหาร การจัดส่งอาหารให้กับหอผู้ป่วย และการล้างภาชนะ โดยมีนัก โภชนาการของบริษัทภายนอกควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงาน ภายใต้การควบคุมกํากับของนักโภชนาการ/
นักกําหนดอาหาร และคณะอนุกรรมการควบคุมบริษัทภายนอกในการจัดเลี้ยงอาหารผู้ป่วย รพ.สมเด็จพระปิ่น
เกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ - วัตถุประสงค์
เพื่อสรรหาผู้รับจ้างที่มีศักยภาพด้านการบริการอาหารให้ผู้ป่วยได้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โภชน
บําบัด มีการบริการรวดเร็ว ทันเวลา อาหารรสชาติอร่อย อาหารสะอาดปลอดภัยต่อการบริโภค และ
ผู้รับบริการประทับใจ - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 ปฏิบัติตามข้อกําหนดรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะของการประกอบและบริการอาหารปรุงสําเร็จ ตามคู่มือมาตรฐานอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาลและตามหลักการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีของครัวผลิตอาหาร
สําหรับคนหมู่มาก (GMP)
3.2 ในกรณีที่ผู้เสนอราคาไม่ปฏิบัติตามสัญญา เงื่อนไข ข้อตกลง ตามรายงานการตรวจรับอาหาร ปรุงสําเร็จ คณะกรรมการตรวจรับอาหาร โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ สามารถนําข้อมูลรายงาน การตรวจรับอาหารมาประกอบการพิจารณาในการประกวดราคาจ้างเหมาในครั้งถัดไป
3.3 ผู้เสนอราคามีประสบการณ์การรับจ้างปรุงประกอบอาหารกับโรงพยาบาล และอยู่ในระหว่างการรับจ้าง ปรุงประกอบอาหารให้โรงพยาบาล อย่างน้อย 5 แห่ง และไม่มีประวัติยกเลิกการรับจ้างก่อนหมดอายุสัญญา
จ้าง
3.4 หากผู้รับจ้างสาขาโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ไม่สามารถปรุงประกอบอาหาร ได้จากเหตุการณ์ร้ายแรง ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการบริการอาหารให้ผู้ป่วยได้ทุกมื้อ
2
3.5 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในกิจกรรม งานพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล และปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ข้อบังคับของโรงพยาบาล - ข้อกําหนดรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะของการประกอบและบริการอาหารปรุงสําเร็จ
4.1 สถานที่ ภาชนะและอุปกรณ์การประกอบอาหาร
4.1.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษาเครื่องมือ และการสอบเทียบเอง เช่น เครื่องมือ ชั่ง ตวง วัด อุณหภูมิตู้แช่แข็ง อุณหภูมิตู้เย็น ให้ถูกต้องแม่นยํา โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ดูแล และรักษา สภาพของอุปกรณ์ดังกล่าวให้ใช้งานได้ตลอดอายุสัญญา หากเกิดความเสียหายใด ๆ อันเนื่องมาจากความผิด
ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเอง
4.1.2 เมื่อหมดสัญญาจ้างแล้วผู้รับจ้างต้องส่งมอบพื้นที่ครัว พร้อมครุภัณฑ์ คืนให้โรงพยาบาลสมเด็จ พระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ให้อยู่ในสภาพดีไม่ชํารุด หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับพื้นที่หรือครุภัณฑ์ อุปกรณ์การประกอบอาหาร ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมพื้นที่หรือครุภัณฑ์ให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ก่อนสิ้นสุด สัญญาภายใน 30 วัน
4.1.3 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ มีภาชนะและอุปกรณ์ให้ผู้รับจ้างยืมใช้ งาน โดยจะมีการตรวจนับภาชนะและอุปกรณ์ก่อนจ้างงานและสิ้นสุดสัญญาจ้าง หากพบว่าภาชนะและอุปกรณ์ ชํารุด สูญหาย ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา ซื้อคืน ภายใน 30 วัน ก่อนสิ้นสุดสัญญา หากไม่สามารถจัดหา ทดแทนได้ให้ชําระเป็นเงินสดตามราคาสิ่งของที่ชํารุดสูญหาย หากต้องซื้อครุภัณฑ์ทดแทน ต้องเป็นตราอักษร
และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เดิม หรือเทียบเท่า
4.2 บุคลากรและอัตรากําลังบุคลากร
4.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานหรือผู้จัดการประจํา ซึ่งต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญา ตรี หรือมีการจัดเวรในการดําเนินงานตามความเหมาะสมทําหน้าที่ควบคุม กํากับดูแล ประกอบและบริการ อาหารปรุงสําเร็จสําหรับผู้ป่วย ให้เป็นไปตามสัญญาทุกประการ พร้อมทั้งเป็นผู้ประสานงานกับกลุ่มงานโภชน บําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
4.2.2 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ธุรการประจําอย่างน้อย 1 คน/วัน หรือมีการจัดเวร ในการ ดําเนินงานตามความเหมาะสม วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรืออนุปริญญาทําหน้าที่ตรวจสอบ กํากับ ดูแลเกี่ยวกับงานเอกสาร ค่าบริการอาหารในแต่ละเดือน งานจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ สินทรัพย์ถาวร การ จัดซื้อวัตถุดิบและบริหารจัดการ การจัดเก็บสินค้าและวัตถุดิบในการปรุงประกอบอาหารในแต่ละวัน ประสานงานและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น รวมถึงภาระงานอื่นๆตามที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์
ทหารเรือ เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพงานบริการอาหาร
4.2.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนักกําหนดอาหารหรือนักโภชนาการที่มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี วิชาเอกอาหารและโภชนาการ ที่ กพ. กําหนด ทําหน้าที่ควบคุมงานการจัดเตรียมการประกอบและบริการอาหาร ปรุงสําเร็จ การจัดอัตรากําลังพลของนักกําหนดอาหาร/นักโภชนาการ/นักโภชนากร จํานวน 1 คน ต่อผู้ป่วย 50 เตียง และเพิ่มอัตรากําลังอีกร้อยละ 25 (มีนักโภชนาการหรือนักกําหนดอาหารอย่างน้อย 5 คน) เพื่อให้มี
3
เจ้าหน้าที่หมุนเวียนเพียงพอในการทํางานได้ตลอดทั้งวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ต่างๆ (ตามมาตรฐานงาน โภชนาการในโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข SNH-2560)
4.2.4 พนักงานของผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย เชื้อชาติไทย อายุระหว่าง 18 - 60 ปี วุฒิ การศึกษาไม่ต่ํากว่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความรู้ในการเตรียม การประกอบและบริการอาหาร มีพฤติกรรม การบริการที่ดี พนักงานต้องมีใบรับรองการอบรมผู้สัมผัสอาหาร หรือผู้รับจ้างส่งพนักงานอบรมภายหลังการ ปฏิบัติงานภายใน 3 เดือน รวมถึงเป็นข้อกําหนดของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากโรงพยาบาล สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ได้สมัครเข้าร่วมเป็นโรงพยาบาล BANGKOK GREEN and CLEAN Hospital (BK.KGC+) โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดอัตรากําลังพลของพนักงาน จํานวน 1 คน ต่อผู้ป่วย 15 เตียง และเพิ่มอัตรากําลังอีกร้อยละ 25 (มีพนักงานอย่างน้อย 26 คน) เพื่อให้มี เจ้าหน้าที่หมุนเวียนเพียงพอในการทํางานได้ตลอดทั้งวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ต่างๆ (ตามมาตรฐาน
งานโภชนาการในโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข SNH-2560)
สัญญา
4.2.5 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการและค่าใช้จ่ายในส่วนของบุคลากรจนหมดอายุ
4.2.6 ผู้รับจ้างต้องแจ้งข้อมูลพนักงานที่มาปฏิบัติงานใหม่เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง พร้อมส่ง หลักฐานของพนักงานที่มาปฏิบัติงานใหม่ก่อนเริ่มงานจริงอย่างน้อย 3 วัน ดังนี้ - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
- รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จํานวน 1 รูป
- ผลการตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้รับการรับรอง 4. สําเนาวุฒิการศึกษาพร้อมรับรองวุฒิการศึกษาจากสถาบันการศึกษา
4.2.7 ผู้รับจ้างต้องมีการอบรมและพัฒนาทักษะของพนักงานตามมาตรฐานการจัดอาหารที่
โรงพยาบาลกําหนด
4.2.8 พนักงานของผู้รับจ้าง ต้องได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคทางเดิน อาหาร เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจวัณโรค ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ตรวจอุจจาระและเพาะเชื้อก่อโรค และมี ใบรับรองแพทย์ 10 โรค (ใบสณ. 11) โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งผลตรวจสุขภาพของพนักงานที่มาปฏิบัติงานใหม่ ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริงอย่างน้อย 3 วันทําการ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (Infection Control) ของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือกําหนด โดยผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพของพนักงานทั้งหมด
4.2.9 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างเจ็บป่วยด้วยโรคที่อาจแพร่เชื้อโรคลงสู่อาหารและน้ํา เช่น ท้องเสีย อุจจาระร่วง เป็นแผลติดเชื้อ ไข้หวัด ตาแดง เป็นต้น ผู้รับจ้างต้องให้พนักงานผู้นั้นหยุดพักปฏิบัติงาน จนกว่าจะหายหรือไม่อยู่ในระยะแพร่กระจายเชื้อโรค พร้อมทั้งจัดหาพนักงานมาปฏิบัติหน้าที่แทน โดย
พนักงานที่ทดแทนจะต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับพนักงานที่หยุดพักปฏิบัติงานและต้องแจ้งให้กลุ่มงานโภชน บําาบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ทราบ
ค่าใช้จ่าย
4.2.10 พนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนตามที่โรงพยาบาลกําหนดและผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
4.2.11 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนภูมิโครงสร้างอัตรากําลังพนักงานในการปฏิบัติงานและนําเสนอกลุ่มงาน โภชนบําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ พิจารณาก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา หาก มีการเปลี่ยนแปลงให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและต้องได้รับความเห็นชอบจากกลุ่มงานโภชนบําบัด
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
4.2.12 ผู้รับจ้างต้องแสดงรูปถ่ายชุดเครื่องแบบพนักงานชาย หญิง และแนบรายละเอียดประกอบ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมในวันยื่นซองเอกสาร พร้อมทั้งผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานแต่ง กายด้วยเครื่องแบบที่คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติในขณะปฏิบัติงานทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ไม่สวมเสื้อ คอกว้าง แขนกุด กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ) พร้อมติดบัตรแสดงตน ในขณะปฏิบัติงาน
4.2.13 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างและพนักงานของผู้ รับจ้าง นําบุคคลภายนอกที่มิได้แจ้งชื่อในการเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเข้ามาในสถานที่ปฏิบัติงาน และมาร่วม
ปฏิบัติงานทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
4.3 วัตถุดิบอาหาร
4.3.1 ผู้รับจ้างต้องมีการวางแผนการจัดหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารปริมาณมากและเพียงพอใน การประกอบอาหารแต่ละมื้อ
4.3.2 ผู้รับจ้างต้องตรวจการปนเปื้อนในอาหาร เช่น โคลิฟอร์มแบคทีเรียในอาหาร SI2, สารบอแรกซ์, สารฟอกขาว, สารฟอร์มาลีน สารโพลาร์ในน้ํามันทอดซ้ํา และยาฆ่าแมลง ทุกเดือนและรายงานผลให้กลุ่มงาน
า โภชนบําบัดทราบภายในวันที่ 15 ของเดือน และส่งผลตรวจการปนเปื้อนจาก LAB ภายนอกทุก 6 เดือน
4.3.3 ผู้รับจ้างต้องคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาใช้ในการเตรียมประกอบอาหาร โดยเน้นหลัก Food Safety in Hospital
4.3.4 ผู้รับจ้างต้องมีแผนสํารองในการจัดบริการอาหารให้ผู้ป่วยกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น แผน เหตุอัคคีภัย, น้ําท่วม, การจลาจล หรือโรคระบาด ให้แนบแผนอัคคีภัย และแผนภัยพิบัติ 1 แผน (พร้อมแนบ เมนูอาหาร 1 สัปดาห์)
4.4 การเตรียมวัตถุดิบและการจัดเก็บ
ๆ
4.4.1 การเตรียมเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อบดต่าง ๆ ผู้รับจ้างต้องนําเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่มาบดภายในสถานที่ ปฏิบัติงานกลุ่มงานโภชนบําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ไม่อนุญาตให้นําเนื้อสัตว์ บดจากภายนอกมาใช้ประกอบอาหารสําหรับบริการผู้ป่วย ยกเว้นเนื้อสัตว์บด มาจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง มาตรฐาน GMP หรือ HACCP โดยผู้รับจ้างจะต้องนําหลักฐานหรือเอกสารมาแสดงต่อกลุ่มงานโภชนบําบัดก่อน การปฏิบัติงาน
4.4.2 ผู้รับจ้างต้องมีการจัดหาวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ตามคุณลักษณะที่ดีของวัตถุดิบแต่ ละประเภท การเตรียมและการปรุงประกอบอาหารถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหาร
5
4.4.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการจัดเก็บวัตถุดิบต่างๆที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหาร ด้วยรูปแบบ
First In First Out as First Expired First Out
4.5
รูปแบบรายการอาหารหรือคุณลักษณะของอาหาร
4.5.1 ผู้รับจ้างต้องประกอบอาหารสําหรับบริการผู้ป่วยประเภทอาหารธรรมดา อาหารอ่อน อาหาร เฉพาะโรค รวมถึงอาหารทางสายให้อาหาร โดยใช้สูตรธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ เพื่อให้
ถูกต้องตามหลักโภชนบําบัด
หรือตามแพทย์สั่งและเพื่อให้เหมาะสมตามพยาธิสภาพของผู้ป่วย
ม
4.5.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายการอาหารหมุนเวียนสําหรับบริการอาหารผู้ป่วยในโรงพยาบาลสมเด็จ พระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ โดยรายการอาหารต้องมีความหลากหลาย ไม่ซ้ํากัน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ /
เมนูหมุนเวียน
4.5.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างต้องการเปลี่ยนแปลงรายการอาหารหมุนเวียน ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ให้หัวหน้ากลุ่มงานโภชนบําบัดหรือนักกําหนดอาหารโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ให้
รับทราบ
4.6 การเปลี่ยนแปลงคําสั่งอาหาร
กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงคําสั่งอาหารหรือเปลี่ยนแปลงประเภทอาหารหรือยกเลิกคําสั่งอาหาร ผู้รับ
จ้าง ต้องสามารถให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ มีการเปลี่ยนแปลงได้ ภายในเวลา ดังนี้
มื้อเช้า เวลา
0600
มื้อกลางวัน เวลา 1000
มอเยน
เวลา
1000
4.7 การจัดจ่ายและบริการอาหาร
4.7.1 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ได้รับมอบหมาย ตรวจรับอาหารปรุงสําเร็จ โดยวิธีการ ตรวจประเมินคุณภาพ รสชาติของอาหาร และตรวจคุณลักษณะของอาหารให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงพยาบาล สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือกําหนด อาหารต้องมีรสชาติและสีสันตามชนิดของอาหารนั้น ไม่ผิด
แปลกไปจากอาหารปกติ หากไม่ผ่านเกณฑ์ผู้รับจ้างต้องแก้ไขปรับปรุงรสชาติและคุณลักษณะอาหารให้ได้ คุณภาพตามเกณฑ์ที่กําหนด ก่อนที่จะดําเนินการจัดหรือจ่ายอาหารให้แก่ผู้ป่วย
4.7.2 ผู้รับจ้างต้องจัดจ่ายตามสัดส่วนมาตรฐานการจัดบริการอาหารต่อมื้อต่อราย ตามจํานวนผู้ป่วย ที่แจ้งเบิกอาหารแต่ละหอผู้ป่วย โดยการชั่ง ตวงอาหาร เช่น ข้าวสวย ข้าวต้ม เนื้อสัตว์ ผลไม้ เป็นต้น
4.7.3 ผู้รับจ้างต้องจัดบริการอาหารสําหรับบริการผู้ป่วยบนหอผู้ป่วย ให้ทันตามเวลาที่กําหนด ภาชนะ ใส่อาหารต้องสะอาดและปิดมิดชิด ตามที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือกําหนด
4.7.4 ผู้รับจ้างต้องจัดบริการส่งมอบอาหารให้กับผู้ป่วยด้วยรถขนส่งอาหารที่มีสภาพดี รถอาหารต้อง สะอาด ปิดประตูมิดชิด ป้องกันแมลง ป้องกันฝนได้ และรถขนส่งอาหารมีจํานวนเพียงพอส่งอาหารได้ตามเวลา ที่กําหนด และภายหลังบริการอาหารเสร็จทุกมื้อพนักงานต้องทําความสะอาดรถเข็นอาหารและล้างทําความ สะอาด 1 ครั้ง/ สัปดาห์
4.7.5 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งอาหารสําหรับการบริการผู้ป่วยให้ทันตามรอบเวลาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระ ปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กําหนด แบ่งเป็นอาหารหลัก 3 มื้อ โดยมีเวลาในการให้บริการ ดังนี้
อาหารเช้า
เวลา
0630 - 0730
อาหารกลางวัน
อาหารเย็น
เวลา
1100 - 1200
เวลา
1600 - 1700
6
หรือโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
4.7.6 ผู้รับจ้างต้องมีเวลาให้ผู้ป่วยรับประทานอาหาร 1 ชม. ภายหลังการบริการอาหาร จึงจะ ดําเนินการเก็บถาดอาหาร กรณีไม่สามารถเก็บถาดอาหารได้ตามเวลา ผู้รับจ้างต้องจัดหาภาชนะบรรจุถาด อาหารให้กับหอผู้ป่วย
4.7.7 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอาหารให้เหมาะสมตามคําสั่งของแพทย์ผู้รักษา และต้องกําหนดปริมาณ
พลังงานและสารอาหารต่อมื้อให้ตรงตามประเภทอาหาร
4.7.8 พนักงานบริการอาหารของผู้รับจ้างต้องแต่งกายให้เรียบร้อย กรณีมีโรคระบาดต้องแต่งกาย ตามที่แผนกควบคุมป้องกันการติดเชื้อ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กําหนด และ ปฏิบัติตามขั้นตอนการส่งมอบอาหารให้ผู้ป่วย
4.7.9 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามแนวทางการรับคําสั่งอาหารตามข้อกําหนดของโรงพยาบาล สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ โดยมีการกําหนดเมนูอาหารผู้ป่วยร่วมกับกลุ่มงานโภชนบําบัด
4.7.10 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ อนุญาตให้ผู้รับจ้างสามารถประสานงาน บริการกับหอผู้ป่วยในเรื่องการรับคําสั่งอาหารและการบริการส่งมอบอาหารเท่านั้น ไม่อนุญาตให้แก้ไขคําสั่ง
อาหารในระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
4.8 การคิดราคาค่าอาหารสําหรับผู้ป่วยใน
4.8.1 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กําหนดราคาค่าอาหารสําหรับผู้ป่วยใน
ดังนี้
อาหารผู้ป่วยพิเศษ อาหารผู้ป่วยสามัญ
ราคา
120 บาท/ถาด/มื้อ
ราคา
165
บาท/คน/วัน
อาหารว่างคนไข้พิเศษ
ราคา
50
บาท/คน/วัน
อาหารทางสายยางสามัญ ราคา
150
บาท/คน/วัน
อาหารทางสายยางพิเศษ ราคา
350
บาท/คน/วัน
หมายเหตุ : อาหารทางสายยางพิเศษใช้อาหารทางการแพทย์ตามความเหมาะสมของโรค
อาหารทางการแพทย์ คิดราคาตามแคลอรี่ที่จัดให้และหักลบตามสิทธิ์การรักษาของผู้ป่วย
4.8.2 ในกรณีที่แพทย์สั่งอาหารนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในสัญญาผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการ
จัดเตรียมอาหารตามคําสั่งแพทย์โดยมีการประสานงานร่วมกันกับนักโภชนาการ ของ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ โดยมีการคิดค่าใช้จ่ายตามรายการที่โรงพยาบาลกําหนด ตามเงื่อนไขดังนี้
ตารางแสดงประเภทการเบิกจ่ายอาหารเพิ่มเติมจากสิทธิ์
ประเภทอาหาร - เบิกอาหารถาด/อาหารทางสายให้อาหาร
- เบิกอาหารสูตรดื่ม/อาหารทางการแพทย์
- เบิกอาหารถาด และ อาหารเสริมสูตรดื่ม/
2
การคิดค่าใช้จ่าย
คิดราคาตามเตียงที่ผู้ป่วยนอน
ตึกสามัญ คิดราคาสามัญ /ตึกพิเศษ คิดราคาพิเศษ ตึกวิกฤต คิดตามสิทธิ์การรักษา
คํานวณราคาตามพลังงานที่กําหนด (ราคาเป็นบาท ต่ออาหาร 1 กิโลแคลอรี่) นํามาหักลบกับส่วนที่เบิก ได้ของผู้ป่วยตามสิทธิ์ (เตียงที่นอน)
ราคาคํานวณไม่เกินสิทธิ์ เบิกได้ตามสิทธิ์
• ราคาคํานวณเกินจากสิทธิ์ ผู้ป่วยต้องชําระ
เป็นเงินเพิ่มเติม
ผู้ป่วยต้องชําระค่าอาหารถาดตามสิทธิ์และต้องชําระ
อาหารทางสายให้อาหาร (เบิกอาหาร 2 อย่าง) ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจํานวนกิโลแคลอรี่ที่คํานวณ
แล้วเกินสิทธิ์
ตารางแสดงค่าอาหารทางการแพทย์ ราคา บาท/พลังงาน (กิโลแคลอรี่)
ประมาณพลังงานที่คํานวณ (กิโลแคลอรี่) ผู้ป่วยสามารถเบิก
อาหารทางการแพทย์
ราคา(บาท) ต่อ 1 กิโลแคลอรี่
ได้ตามสิทธิ์
สิทธิ์สามัญ
สิทธิ์พิเศษ
(150 บาท)
(350 บาท)
Blendera MF
0.068
2,205
5,145
Gen DM MF
0.146
1.025
2,395
Ensure
0.197
760
1,775
Glucerna Advance
0.269
555
1,300
Neomune
0.271
550
1,290
Aminoleban
0.305
490
1.145
Pan enteral
0.141
1,060
2,480
170.67 บ./
Prosure พร้อมดื่ม
เบิกไม่ได้
เบิกได้ 2 ขวด
ขวด
Prosure ผง
0.547
270
635
Nepro HP พร้อมดื่ม (237ml)
114.17 บ./
เบิกได้ 1 กระป๋อง
เบิกได้ 3 กระป๋อง
กระป๋อง
Nepro HP ผง
0.211
Jevity
0.224
710
665
1,655
1,560
Nepro LP
Once Pro
88.28 บ./
กระป๋อง
0.248
เบิกได้ 1 กระป๋อง
เบิกได้ 3 กระป๋อง
600
1,410
and
Once complete
0.220
680
1,590
Once dialyze
0.223
670
1,565
Once renal
0.174
860
2,010
Once Sarcopenia
0.272
550
1,285
Boost fiber
0.270
555
1,295
Boost optimum
0.240
625
1.455
Boost Glucose Control
0.165
905
2,120
Oral impact
0.599
250
580
Peptamen
0.463
320
755
Isocal
0.145
1,030
2,410
Vital Peptide 1.5 (200ml)
111.82 บ./
เบ็กได้ 1 ขวด
เบิกได้ 3 ขวด
ขวด
Fresubin 2 kcal พร้อมดื่ม
153.01 บ./
เบิกไม่ได้
เบิกได้ 2 ขวด
ขวด
Fresubin DM พร้อมดื่ม
147.13 บ./
ขวด
เบิกได้ 1 ขวด
เบิกได้ 2 ขวด
Fresubin Supportan พร้อม
161.84 บ./
เบิกไม่ได้
เบิกได้ 2 ขวด
ติม
ขวด
สูตรดีมรพ.
0.06
2,500
5,830
Fresubin whey protein
2.35 บ. / กรัม
8
** แสดงตัวอย่างการคํานวณ การคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนที่เบิกอาหารสูตรดื่ม/อาหารทางสายให้อาหารเกิน
สิทธิ์
ตัวอย่าง : นม Gen DM ความเข้มข้น 1.2 กิโลแคลอรี่ : 1 มิลลิลิตร ปริมาณ 350 มิลลิลิตร ทั้งหมด 4 ถุง ผู้ป่วย เป็นทหารนอนป่วยอีกสามัญ สิทธิ์เบิกได้ 150 บาท
นม Gen DM ตามสูตร ได้พลังงาน 350 x 4 x 1.2 = 1,680 กิโลแคลอรี่ ราคารวมทั้งหมด = พลังงานที่ได้ X ราคาต่อกิโลแคลอรี่ + ค่าถุงใส่อาหาร/ขวด 2. ค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเพิ่ม = ผลรวมราคาที่ได้ – ราคาตามสิทธิ์ที่ผู้ป่วยเบิกได้ การคํานวณ : - ราคารวมทั้งหมด (1,680 X 0.146) + 40 = 285.28 บาท
- ค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเพิ่ม
/ ถุง
=
- 285.28 – 150 = 135.28 บาท (สิทธิ์สามัญ)
*** ราคาค่าขวดพลาสติกสูตรดื่ม ขวดเล็กและขวดใหญ่ ราคา 5 บาท
** กรณีผู้ป่วยเบิกถุงใส่อาหารทางสายเพียงอย่างเดียว ไม่คิดราคาค่าอาหาร กําหนดราคาค่าถุง 10 บาท
4.9 การเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร การทวนสอบกลับได้ของผลิตภัณฑ์ กรณีผู้ป่วยได้รับผลกระทบหรือ ติดเชื้อจากอาหารต้องทวนสอบกลับถึงแหล่งที่มาได้ โดยกําหนดให้ผู้รับจ้างต้องเก็บตัวอย่างสําหรับการทวน สอบกลับอย่างน้อย 3 วัน
4.10 การประเมินผลงาน
9
4.10.1 ผู้รับจ้างต้องให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ได้รับมอบหมายในตรวจการประเมินสถานที่ การเตรียม การปรุงประกอบอาหาร และการบริการอาหารได้ตลอดเวลา
4.10.2 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและ อนุกรรมการตรวจรับพัสดุ ทําหน้าที่ตรวจประเมินผลผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ดังนี้
แผนการตรวจประเมิน
แผนการตรวจประเมินประจําวัน
รายละเอียดการตรวจประเมิน
การตรวจสอบคุณภาพอาหาร
แผนการตรวจประเมิน/การ
ปฏิบัติงานประจําเดือน
4.11 ตัวชี้วัด
การตรวจสอบการจัดอาหารตามป้ายอาหาร
• การชิมอาหาร
• การตรวจสอบจํานวนถาดอาหารที่จัดให้ผู้ป่วย
การตรวจสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม
• การสุ่มตรวจสุขอนามัยส่วนบุคคลร่วมกับนักโภชนาการ รพ.ฯ
• การตรวจการปนเปื้อนในอาหาร
• สรุปค่าใช้จ่ายค่าอาหาร
• สรุปคะแนนตัวชี้วัด
• ตรวจความสะอาดใหญ่
• ประชุมทีมนักโภชนาการร่วมกัน
• บันทึกการใช้น้ําประปาและไฟฟ้า
• ตรวจการล้างมือ
ลําดับที
1.
เกณฑ์การให้คะแนนตัวชีวัด
ตัวชีวัด
จํานวนครั้งการจัดอาหารไม่ถูกต้องตามป้ายอาหาร
จํานวนครั้งการจ่ายอาหารผู้ป่วยไม่ถูกต้อง (ผิดคน, ผิด
2.
ตึก)
3.
จํานวนครั้งการพบสิ่งแปลกปลอมในอาหาร
4.
5.
จํานวนครั้งของอาหารเน่าเสีย, เสื่อมคุณภาพ
จํานวนครั้งการพบสารปนเปื้อนในอาหาร
น้ําหนักคะแนน
เป้าหมาย
%
0 ครั้ง/เดือน
15
0 ครั้ง/เดือน
10
0 ครั้ง/เดือน
15
0 ครั้ง/เดือน
10
0 ครั้ง/เดือน
10
10
น้ําหนักคะแนน
ลําดับที
ตัวชี้วัด
เป้าหมาย
%
E. จํานวนครั้งการจ่ายอาหารผู้ป่วยไม่ทันเวลา
0 ครั้ง/เดือน
10
7.
8.
จากโรงพยาบาล
จํานวนครั้งการแต่งกายไม่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย
0 ครั้ง/เดือน
10
ผลการประเมินตามหลักสุขาภิบาล โดยทีมตรวจประเมิน
10
≥ 80%
ถ้าตี๋ากว่า
เป้าหมาย 5
คะแนน
9.
ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการ
70 – 100 คน/เดือน
≥ 80 % / เดือน
10
75-79 % / เดือน
8
71-74 % / เดือน
<70 % / เดือน
5
ตัวชี้วัดที่ 1-3 และ7 หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะถูกตัดคะแนนครั้งละ 1 คะแนน ตัวชี้วัดที่ 5-6
หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะถูกตัดคะแนนครั้งละ 2 คะแนน ** หากผู้รับจ้างปฏิบัติไม่ผ่านตามเกณฑ์ชี้วัด 280 % ผู้รับจ้างต้องเสีย ค่าปรับอัตราร้อยละ 0.5 ของค่าบริการ
อาหารในแต่ละเดือน
4.12 ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ได้รับมอบหมายในการตรวจรับอาหารตรวจพบความ บกพร่องหรือปัญหาในการเตรียมวัตถุดิบ การปรุงประกอบอาหาร ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขทันที
4.13 ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ได้รับมอบหมายในการตรวจรับอาหารปรุงสําเร็จ ตรวจพบ ความบกพร่องหรือปัญหาในการจัดบริการอาหารจนมีผลกระทบต่อผู้ป่วย รวมถึงการส่งมอบอาหารให้ ผู้ป่วยไม่
ทันตามเวลาที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการแก้ไขทั้งหมด
4.14 ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความประมาทเลินเล่อทําให้เกิดความเสียหายต่อ ทรัพย์สินของโรงพยาบาล ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นและต้องแก้ไขอุปกรณ์ที่ชํารุดให้ใช้การได้ ภายใน 15 วันทําการ หากผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับเป็น จํานวนเงิน 0.5 เปอร์เซ็นต์/วันของราคาอุปกรณ์ที่เสียหาย
4.15 ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่า ผู้ป่วยมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้าง ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเองทั้งสิ้น ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความประมาท เลินเล่อทําให้ผู้รับบริการได้รับบาดเจ็บ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจนผู้รับบริการ หายเป็นปกติ พร้อมทั้งจ่ายค่าเสียเวลา ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับบริการ
5. การควบคุมมาตรฐาน
5.1 วัตถุดิบอาหาร
11
5.1.1 ผู้รับจ้างต้องมีการวางแผนการจัดหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารปริมาณมากและเพียงพอใน การประกอบอาหารแต่ละมื้อ
5.1.2 ผู้รับจ้างต้องมีความพร้อมในการถูกสุ่มตรวจวัตถุดิบที่จะใช้เตรียมการผลิตอาหารโดย คณะกรรมการตรวจรับอาหาร
อาหาร
5.1.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกระบวนการล้างทําความสะอาดวัตถุดิบต่างๆที่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
5.1.4 ผู้รับจ้างต้องจัดกระบวนการเตรียมประกอบอาหารในสถานที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่น เกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ด้วยรูปแบบ One Way System
5.2 วัตถุดิบสําหรับการประกอบอาหารต้องมีคุณภาพดี มีเครื่องหมาย อย. หรือ มอก. กํากับอย่างชัดเจน
หรือผ่านการตรวจ GMP หรือ HACCP
5.3 วัตถุดิบที่นํามาประกอบอาหาร ต้องเป็นไปตามที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กําหนด ดังนี้
5.3.1 เนื้อสัตว์ ต้องสด ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีมันปนมาก และเป็นเนื้อจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาต จาก หน่วยงานของรัฐบาล และได้รับการตรวจสอบว่าปลอดภัย ไม่มีโรค หรือมีพยาธิที่ติดต่อมาถึงคนได้
5.3.2 ผลไม้ ต้องสุกหรือแก่ตามลักษณะของผลไม้ และมีคุณภาพตามฤดูกาล ไม่เหี่ยว ไม่เน่า ผ่านการ ล้างทําความสะอาดเพื่อลดการปนเปื้อน
5.3.3 ผัก ต้องสด มีคุณภาพ ตามลักษณะของผักชนิดนั้น ผักไม่แก่ ไม่เหี่ยว ผ่านการทําความสะอาด เพื่อลดการปนเปื้อน
หมดอายุ
5.3.4 อาหารสําเร็จรูป ต้องไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และมีฉลากบอกวันที่ผลิต และวัน
5.3.5 น้ํามันที่นํามาประกอบอาหาร ควรใช้น้ํามันถั่วเหลืองหรือน้ํามันรําข้าว ในการผัดรวมถึงการปั่น อาหารทางสาย (Blenderized Diet) และใช้น้ํามันปาล์มในการทอด น้ํามันให้ใช้น้ํามันใหม่ในการทอดทุกครั้ง
5.3.6 ข้าวที่นํามาประกอบอาหารต้องมีคุณภาพดี มีทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องให้เลือกบริโภค 5.3.7 สถานที่เก็บอาหารสดหรืออาหารแห้ง ต้องแยกเก็บให้เป็นหมวดหมู่ถูกต้อง ตามหลักสุขาภิบาล
อาหาร
5.4 เพื่อเป็นการป้องกันการปนเปื้อนในอาหาร ผู้รับจ้างต้องมีการสุ่มตรวจโดยใช้ Set test kit ทุกเดือน ดังนี้
บอแรกซ์
ชนิดการทดสอบ
สารฟอกขาว
ฟอร์มาลีน
ตัวอย่างที่สุ่มตรวจ
ลูกชิ้น ฮือก๊วย แฮม ไส้กรอก หมูยอ ทับทิมกรอบ ลอดช่อง
ถั่วงอก ขิงซอย เส้นหมี่ วุ้นเส้น น้ําตาลทราย น้ําตาลปี๊บ
อาหารทะเลสด เช่น กุ้ง ปู ปลาหมึก หรือปลาหมึกแห้ง แมงกะพรุน
12
โคลิฟอร์มในอาหาร (SI-2)
สารโพลาร์ในน้ํามันทอดซ้ํา
สารกันรา
ยาฆ่าแมลง
อาหารปรุงสุก ผักสด ผลไม้ มือผู้สัมผัสอาหาร ภาชนะใส่อาหาร
ช้อนส้อม
น้ํามันทุกชนิดที่ใช้ในการปรุงประกอบอาหาร
ถั่วเมล็ดแห้ง พริกแห้ง หอม กระเทียม พริกป่น
ผัก ผลไม้
พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจให้ทางกลุ่มงานโภชนบําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ ทหารเรือทราบ หากมีการตรวจพบการปนเปื้อนในอาหาร เช่น พบจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค แบคทีเรีย ผู้รับ จ้างต้องรีบดําเนินการแก้ไข เปลี่ยนวัตถุดิบและทําการตรวจสอบทันที
5.5 การตรวจความสะอาดทั่วไป มีการตรวจการปฏิบัติงานรายวัน มีการตรวจ walk round โดยกลุ่มงาน โภชนบําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ร่วมกับผู้รับจ้างเดือนละ 1 ครั้ง
5.6 ภาชนะที่ใช้ในการบริการอาหารต้องผ่านการล้างด้วยเครื่องล้างจานที่ได้มาตรฐาน ล้างและอบฆ่าเชื้อ มี การบํารุงรักษาเครื่องล้างจานอยู่เสมอ ในกรณีเครื่องล้างจานชํารุด เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการซ่อมแซมในทันที
5.7 อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหารต้องล้างด้วยน้ํายาล้างจานและน้ําสะอาด ไม่มีคราบสกปรก บนภาชนะที่ใส่อาหาร
5.8 อุปกรณ์ที่ใช้ทําอาหารทางสายให้อาหาร จะต้องเป็นภาชนะที่เหมาะสม ทนความร้อนได้สูง และต้องผ่านการลวกน้ําร้อนก่อนนํามาประกอบอาหารทางสายให้อาหารทุกครั้ง
6. หลักเกณฑ์การบริการอาหารผู้ป่วยใน
6.1 ผู้รับจ้างต้องมีนักกําหนดอาหารหรือนักโภชนาการวางแผนการผลิตอาหาร จากใบสั่งอาหารประจําวัน สามารถรับคําสั่ง ปรับแก้ไขอาหารจากคําสั่งแพทย์ได้จนถึงเวลาที่กําหนด
6.2 การเปลี่ยนอาหาร/การเบิกอาหาร มีเงื่อนไขดังนี้
6.2.1 เปลี่ยนประเภทอาหาร สามารถเปลี่ยนได้ในมื้อนั้นๆ ก่อนถึงเวลาอนุมัติอาหาร
6.2.2 เปลี่ยนอาหารถาดเป็นอาหารทางสายให้อาหาร สามารถเปลี่ยนได้ก่อนถึงเวลาอนุมัติอาหาร และถ้ารถบริการอาหารออกจากหน่วยงานผู้รับจ้าง หอผู้ป่วยต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงมารับอาหารที่หน่วยงานผู้
รับจ้าง
6.2.3 เปลี่ยนความเข้มข้น เปลี่ยนสูตร เปลี่ยนชนิดของอาหารทางสายให้อาหาร จะสามารถเปลี่ยนได้ ในมื้อถัดไป
6.2.4 กรณีเบิกอาหารภายหลังเวลารถออกจากหน่วยงานผู้รับจ้าง หอผู้ป่วยต้องส่งเจ้าหน้าที่มารับ อาหารที่หน่วยงานผู้รับจ้าง
6.2.5 กรณีหอผู้ป่วยเบิกอาหารภายหลังเวลาอนุมัติ ให้หอผู้ป่วยโทรศัพท์แจ้งบริษัทผู้รับจ้างทุกครั้ง
13
หมายเหตุ : กลุ่มงานโภชนบําบัด ทําหนังสือถึงโรงพยาบาลฯ (ผ่านสํานักงานกําลังพล รพฯ) เพื่อขอเพิ่มรายชื่อ นักโภชนาการของผู้รับจ้าง เพื่อเข้าใช้งานระบบ EMR Soft งานบริการอาหารก่อนเริ่มสัญญาและทําเรื่องยกเลิกการใช้ งานระบบ EMR Soft เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้าง
6.3 ผู้รับจ้าง และทางกลุ่มงานโภชนบําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ตรวจสอบ ชิมรสชาติอาหาร ก่อนนํามาจัดใส่ภาชนะ เพื่อประเมินคุณภาพอาหาร ปริมาณความเหมาะสม ถ้า การตรวจรับอาหารไม่ผ่านผู้รับจ้างต้องแก้ไขในทันที
6.3.1 ผู้รับจ้างต้องผลิตอาหารตามคําสั่งแพทย์ เช่น อาหารธรรมดา อาหารเฉพาะโรค อาหารอ่อน อาหารตามศาสนา อาหารเหลวข้น อาหารเหลวใส อาหารทางสายให้อาหาร และให้ความร่วมมือจัดอาหาร เสริม ประเภทอาหารฝึกกลืน ไข่ต้ม ไข่ขาวปั่น โดยคํานึงถึงความถูกต้องตามหลักโภชนบําบัดและสัดส่วน อาหาร เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการรักษาของแพทย์ ( ถ้ามีอาหารฝึกกลิ่นเบิกร่วมกับอาหารทางสายยาง จะไม่ คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
6.4 มื้ออาหารและการบริการอาหาร
केस ढ
มอ
เวลาในการ ปรับเปลี่ยน/เบิกอาหาร
เวลาในการ
บริการอาหาร
เวลาในการ
เก็บถาดอาหาร
เปลี่ยนอาหาร
1600 - 0600
เช้า
ผู้ป่วยรับใหม่เบิก อาหารได้ถึงเวลา
0630 – 0730
0830 - 0900
0800
เปลี่ยนอาหาร
0601 - 1000
กลางวัน
ผู้ป่วยรับใหม่เบิก อาหารได้ถึงเวลา
1100 - 1200
1300 - 1330
1300
เปลี่ยนอาหาร
1001 - 1500
เยน
ผู้ป่วยรับใหม่เบิก อาหารได้ถึงเวลา
1600 - 1700
1730-1800
1730
กรณีที่มีการผิดพลาดในการบริการอาหารที่เกิดจากผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องนําอาหารที่มีการเปลี่ยนแปลง
นําส่งให้ผู้ป่วย
กําหนดระยะเวลาให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง นับจากระยะเวลาที่บริการอาหาร ยกเว้น กรณีผู้ป่วยบางรายคิดภาระการตรวจวินิจฉัยโรค การผ่าตัด ให้คงถาดไว้ที่ห้องพัก และเก็บถาดในมื้อถัดไป
6.5 ผู้เกี่ยวข้องในการสั่งอาหาร
6.5.1 แพทย์ กําหนดแผนการรักษา และทําหน้าที่เป็นผู้สั่งอาหารสําหรับผู้ป่วยแต่ละราย
14
6.5.2 พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ประจําหอผู้ป่วยรับผิดชอบตามแผนการรักษาของแพทย์ และ นําเนินการสั่งอาหารผ่านระบบคอมพิวเตอร์
6.6 การบริการอาหารสําหรับผู้ป่วย ต้องเป็นไปตามที่กลุ่มงานโภชนบําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
กรมแพทย์ทหารเรือกําาหนด
6.6.1 บัตรอาหารมีการระบุข้อมูลดังนี้
• ชื่อ-นามสกุล
- ศาสนา
• เตียง/หอผู้ป่วย
• ประเภทอาหาร
รายละเอียดอาหาร
6.6.2 เมื่อพนักงานบริการอาหารถึงหอผู้ป่วย พนักงานบริการแนะนําตัวกับเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วย และ เจ้าหน้าที่ประจําหอผู้ป่วยร่วมตรวจสอบในการแจกอาหาร และเมื่อนําอาหารให้กับผู้ป่วยพนักงานบริการต้อง กล่าวคําทักทาย พร้อมระบุชื่อ-นามสกุลของผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น
“สวัสดีครับ/ค่ะ อาหารเช้าของคุณบุญมา พารวย มาแล้วค่ะ”
กรณีเก็บถาดอาหาร ใช้คําพูดให้เหมาะสม เช่น
“สวัสดีครับ/ค่ะ ขออนุญาตเก็บถาดอาหารมื้อเช้านะครับ/คะ”
6.6.3 ถาดและกระดาษปูรองถาดต้องสะอาด ผู้รับจ้างจัดทําข้อมูลทางด้านโภชนาการบนกระดาษปู รองถาด พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้ทางกลุ่มงานโภชนบําบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
ตรวจสอบก่อน
6.6.4 ภาชนะ และอุปกรณ์ในการรับประทานอาหาร ต้องสะอาด ไร้คราบสกปรก
6.6.5 ช้อน ส้อม บรรจุในซองปกปิด
6.6.6 กระดาษเช็ดปากสีอ่อน พร้อมไม้จิ้มฟันบรรจุของ 1 ชิ้น/ของ
6.6.7 ของเครื่องปรุงรสต้องอยู่ในสภาพพร้อมรับประทาน และไม่หมดอายุ
6.6.8 ภาชนะเมื่อบรรจุอาหารแล้ว ต้องปกปิดให้มิดชิด สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ
6.7 นักโภชนาการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ต้องมีการตรวจเช็คยอดเบิกอาหารผู้ป่วยร่วมกับนัก
โภชนาการของผู้รับจ้างในทุกวัน
6.8 การคิดเงินค่าอาหาร ผู้รับจ้างตรวจสอบยอดค่าใช้จ่ายร่วมกับหัวหน้ากลุ่มงานโภชนบําบัด หรือผู้ที่ ได้รับมอบหมายภายในวันที่ 2 ของเดือน และผู้รับจ้างนําใบบิลค่าใช้จ่ายส่งให้ที่ฝ่ายจัดซื้อกองส่งกําลังบํารุง อาคารพิเคราะห์และบําบัดโรค ชั้น 5 และกองการเงิน จะจ่ายเช็คเงินค่าอาหารให้กับผู้รับจ้าง
6.9 คุณลักษณะเฉพาะของอาหาร
6.9.1 อาหารพิเศษ มีทั้งอาหารทั่วไปและอาหารเฉพาะโรค ราคา 120 บาท/ถาด จัดบริการวันละ 3 มื้อ มีลักษณะดังนี้
15
เช้า
กลางวัน
• ข้าวต้มเครื่อง/โจ๊ก ผัดผัก หรือ ข้าวต้มและกับข้าว 2 อย่าง + เครื่องดื่ม/นม
อาหารจานเดียว หรือ ข้าวและกับข้าว 2 อย่าง
ขนม หรือ ผลไม้
• ข้าวและกับข้าว 3 อย่าง
เย็น
•
ผลไม้
6.9.2 อาหารสามัญ มีทั้งอาหารทั่วไปและอาหารเฉพาะโรค ราคา 165 บาท/วัน จัดบริการวันละ 3 มื้อ มีลักษณะดังนี้
เช้า
กลางวัน
เย็น
ข้าวต้มเครื่อง/โจ๊ก หรือ ข้าวและกับข้าว 2 อย่าง
อาหารจานเดียว หรือ ข้าวและกับข้าว 2 อย่าง - ขนมหรือผลไม้
• ข้าวและกับข้าว 2 อย่าง + ผลไม้
หมายเหตุ : อาหารเฉพาะโรค ควรจัดให้ถูกต้องตรงตามคําสั่งแพทย์และเหมาะสมกับพยาธิสภาพของผู้ป่วย เช่น อาหารลดเค็ม อาหารลดมัน อาหารเบาหวาน ใช้น้ําตาลเทียมและน้ําตาลที่มีส่วนประกอบของ Isomaltulose หรือ fructose แทนการใช้น้ําตาลทราย ฯลฯ
6.9.3 อาหารว่าง ราคา 50 บาท/คน/1 มื้อ มีลักษณะดังนี้
อาหารว่าง
• จัดให้คนไข้พิเศษ 1 ที่/คน/วัน
• เลือกผลิตภัณฑ์จากร้านที่มีมาตรฐาน มีเครื่องหมาย อย.
จัดให้ในมื้อเที่ยงหรือมื้อแรกที่ผู้ป่วย admit
• จัดเครื่องดื่มและขนม หรือ ผลไม้
6.9.4 อาหารทางสายให้อาหาร
สูตรอาหารปั่นผสม (สูตรธรรมชาติ) ความเข้มข้น 1:1, 1.2:1, 1.5:1, 2:1
พิเศษ
• จัดตามคําสั่งแพทย์ (จัดเป็นอาหารทางการแพทย์ตามความเหมาะสมของ
โรค)
• ราคา 350 บาท/วัน
คนไข้ที่กลับบ้านให้จัดอาหารให้ครบทั้งวัน
สามัญ
• จัดตามคําสั่งแพทย์
• ราคา 150 บาท/วัน
• คนไข้ที่กลับบ้านให้จัดอาหารให้ครบทั้งวัน
16
การกระจายพลังงานและสารอาหารสําหรับสูตรอาหารปั่นผสม คาร์โบไฮเดรต : โปรตีน : ไขมัน
เท่ากับ 50 : 20 : 30 โดยแหล่งของสารอาหารแต่ละชนิดมีดังนี้
มาตรฐาน
• คาร์โบไฮเดรต : ข้าว ขนมปัง/ ฟักทอง/ กล้วยน้ําว้า/ น้ําตาลทราย/ Maltodextrin /
Isomaltulose
• โปรตีน : ไข่ไก่/ สันในไก่/ สันในหมู/ Whey Protein Isolate (กําหนดให้ใช้ Whey Protein Isolate กรณีที่แพทย์กําหนดโปรตีนหรือมีการเพิ่มไข่ขาวในมื้ออาหาร)
• ไขมัน : น้ํามันรําข้าว
หมายเหตุ : สูตรอาหารปั่นผสม ความเข้มข้น 1:1 ทั้งสูตรธรรมดาและเบาหวานให้ใช้เป็นอาหารทางการแพทย์สูตร
6.9.5 อาหารทางการแพทย์ ต้องเป็นสูตรที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือและมี งานวิจัยรองรับและจัดตามคําสั่งของแพทย์ผู้รักษา สูตรอาหารทางการแพทย์ ความเข้มข้น 1:1, 1.2.1, 1.5:1, 2:1
อาหารทางการแพทย์
สูตรธรรมดาทั่วไป
สูตรเฉพาะโรค
การคิดเงิน
ตัวอย่าง
Ensure, Blendera MF, Boost Optimum, Once Complete,
Isocal, Jevity, Fresubin 2 kcal
Glucerna Advance, Gen-DM MF, Boost Fiber, Peptamen,
Neomune, Pan Enteral, Once Pro, Once Dialyze, Once Renal,
Once Sarcopenia, Aminoleban, Vital Peptide 1.5, Boost
Glucose Control, Nepro HP, Nepro LP, Procure, Oral Impact,
Fresubin DM, Fresubin Supportan
ผ่านทางระบบ EMR soft นักโภชนาการของโรงพยาบาลทวนสอบ
ค่าอาหารทางการแพทย์กับนักโภชนาการของผู้รับจ้าง บริษัทภายนอก จะคิดค่าอาหารเวลา 1700 และหากคนไข้กลับบ้าน ทางหอผู้ป่วย จะต้องโทรศัพท์แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ
6.9.6 ประเภทอาหารที่จัดให้ผู้ป่วยเพิ่มเติม โดยจัดเป็นอาหารถาด คิดราคาค่าอาหารสามัญ 165 บาท/วัน ค่าอาหารพิเศษ 120 บาท/ถาด ประกอบด้วย อาหารเหลวใส อาหารเหลวข้น โจ๊ก/โจ๊กปั่น
6.9.6.1 อาหารเหลวใส คือ อาหารน้ําที่มีลักษณะใส ไม่มีเนื้อสัตว์หรือผัก
อาหารเหลวใสสามัญ
อาหารเหลวใสพิเศษ
ราคา
165 บาท/วัน
ราคา
120 บาท/ถาด
6.9.6.2 อาหารเหลวข้น คือ ลักษณะอาหารจะข้นมากกว่าอาหารเหลวใส สามารถนําน้ํานม ธัญพืช
เนื้อสัตว์ครูด ไข่ หรือผักผสมลงในอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าอาหารให้สูงขึ้น
อาหารเหลวข้นสามัญ ราคา
165 บาท/วัน
อาหารเหลวข้นพิเศษ ราคา 120 บาท/ถาด
หมายเหตุ : หากเป็นผู้ป่วยเบาหวาน งดให้น้ําผลไม้กล่อง นมปรุงแต่ง และไอศกรีม
6.9.6.3 โจ๊ก/โจ๊กปั่น
โจ๊กสามัญ
ราคา
165 บาท/วัน
เจ๊กพิเศษ
ราคา
120 บาท/ถาด
เจ๊กปั่นสามัญ
ราคา
165 บาท/วัน
โจ๊กปั่นพิเศษ
ราคา
120 บาท/ถาด
17
หมายเหตุ : เครื่องปรุงและผักจัดใส่ภาชนะแยก
ระดับ 0
(THIN)
ระดับ 1
อาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI ประกอบไปด้วย 8 ระดับ
ลักษณะอาหาร : เป็นของเหลว ไหลได้รวดเร็วเหมือนน้ําเปล่า สามารถดูดด้วยหลอด หรือไหลผ่านจุกนมยางได้
ตัวอย่างอาหาร : น้ําเปล่า น้ําหวาน น้ําสมุนไพร
ลักษณะอาหาร : ลักษณะคล้ายนมเด็ก หรืออาหารทางการแพทย์ ไหลได้ช้ากว่าน้ํา
(SLIGHTLY THICK สามารถดูดด้วยหลอด หรือไหลผ่านจุกนมยางได้
ระดับ 2
(MILDLY THICK
ระดับ 3
ตัวอย่างอาหาร : อาหารทางการแพทย์ ซุปผักใส น้ําข้าว
ลักษณะอาหาร : ตักได้ด้วยช้อน สามารถดื่มหรือจิบได้ ดูดได้ด้วยหลอด ความหนืด เพิ่มขึ้น ไหลได้อย่างช้าๆ
ตัวอย่างอาหาร : ซุปฟักทอง ซุปมันฝรั่ง ซุปครีม
ลักษณะอาหาร : ตักได้โดยใช้ช้อนหรือส้อม (อาหารไหลผ่านร่องส้อมได้) ไม่ต้องเคี้ยว
(MODERATE THICK เนื้อสัมผัสนุ่ม นิ่ม ไม่ต้องกัดหรือเคี้ยว ลักษณะค่อนข้างจับตัวกัน ดูดผ่านหลอดไม่ได้
ตัวอย่างอาหาร : โจ๊กปั่นเหลว น้ําผึ้ง โยเกิร์ตแบบดื่ม
LIQUIDISED)
ระดับ 4
LIQUIDISED)
ลักษณะอาหาร : ตักได้โดยใช้ช้อนและคงตัวอยู่ใต้ ไม่สามารถดื่มหรือจิบได้ ไม่เหนียว (EXTREMELY THICK และไม่ต้องเคี้ยว ไม่สามารถดูดผ่านหลอดได้ ทานได้โดยไม่ต้องกัดหรือเคี้ยว
ตัวอย่างอาหาร : โจ๊กปั่นหยาบ ข้าวบดไก่/ไข่แดงผสมผัก โยเกิร์ตข้นๆ ลักษณะอาหาร : ใช้ช้อนหรือส้อมตักทานได้ เนื้ออาหารจะไม่แยกชั้นกัน เมื่อตักเท บนจานจะเกาะกันเป็นก้อน หากใช้ลิ้นดันจะแตกออก (ผู้ที่ไม่มีฟันยังสามารถทานได้) ตัวอย่างอาหาร : ข้าวต้มหมูแห้งๆ (ครูดผ่านกระชอน) ขนมกล้วย ขนมฟักทอง ลักษณะอาหาร : ใช้ช้อน ส้อม ตะเกียบตักทานได้ อาหารจับตัวกันเป็นก้อน ต้อง
ระดับ 5
(MINCED AND
MOIST)
ระดับ 6
(SOFT)
เคยว
ตัวอย่างอาหาร : ข้าวต้มแห้งๆผัดกับเนื้อสัตว์สับละเอียด
ระดับ 7
(REGULAR)
ลักษณะอาหาร : อาหารทั่วไปที่ทานในชีวิตประจําวัน สามารถกัดและเคี้ยว อ่อนนุ่ม
ไม่เหนียว
ตัวอย่างอาหาร : ข้าวสวยหุงนิ่ม แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ปลานึ่ง ก๋วยเตี๋ยวหมูสับ
ตารางแสดงปริมาณสัดส่วนอาหาร ตามหมวดอาหารของรายการอาหารแลกเปลี่ยนไทย
หมวดอาหาร
ข้าว-แป้ง 1 ส่วน
ปริมาณวัตถุดิบอาหาร น้ําหนักดิบ)
ปริมาณอาหารสุก
ข้าวสุก 1 ทัพพี (55 กรัม)
ข้าวต้ม 2 ทัพพี
เนื้อสัตว์ 1 ส่วน
เนื้อหมูดิบ 40 กรัม เนื้อไก่ดิบ 40 กรัม
โคนปีกบนไก่ 2 ชิ้น
บะหมี่ลวก 1 ก้อน (100 กรัม)
ขนมจีน 1 จับ ใหญ่ (90 กรัม)
ขนมปัง 1 แผ่น (25 กรัม)
แครกเกอร์ 3 แผ่น
เนื้อหมูสุก 30 กรัม (2 ช้อนกินข้าว) เนื้อไก่สุก 30 กรัม (2 ช้อนกินข้าว) กุ้งสุก 4 - 5 ตัว, ปลาหมึกสุก 20 กรัม โคนปีกบน 2 ชิ้น (30 กรัม)
น่องไก่กลาง 1 ชิ้น ( 45 กรัม )
สะโพกไก่ 1 ชิ้น (60 กรัม)
ลูกชิ้นหมู 30 กรัม ( 5 ลูก)
เต้าหู้ขาวหลอด 2/3 หลอด
เต้าหู้ไข่หลอด 1/2 หลอด
ผัก ข 1 ส่วน*
ผักดิบ 2 ทัพพี
ผลไม้ 1 ส่วน
1
กล้วยไข่ กล้วยน้ําว้า 1 ผลกลาง
กล้วยหอม 1 ผลเล็ก
แคนตาลูป 8 ขึ้นคํา (200 กรัม)
ส้มเขียวหวาน 2 ผลกลาง (150 กรัม)
ชมพู่ 2 ผลกลาง 45 กรัม)
แก้วมังกร 1/2 ผลกลาง (115 กรัม)
เต้าหู้แข็งหลอด 1/4 หลอด
ทอดมัน 2 แผ่น ( 30 กรัม)
ผักสุก 1 ทัพพี
18
19
ไขมัน
หมวดอาหาร
ปริมาณวัตถุดิบอาหาร(น้ําหนักดิบ)
เงาะ 4 ผลกลาง (85 กรัม)
ฝรั่ง 1/2 ผลกลาง (120 กรัม)
แตงโม 4 ชิ้นคํา (285 กรัม)
มะละกอสุก 8 - 10ชิ้นคํา (235 กรัม)
มะม่วงดิบ 1/2 ผลใหญ่
แอปเปิ้ล 1 ผลเล็ก (600 กรัม)
ปริมาณอาหารสุก
น้ํามันพืช 1 ช้อนชา, กะทิธัญพืช 50 ซีซี
6.9.7 อาหารผู้ป่วยอื่น ๆ ให้จัดตามที่กําหนดในใบสั่งอาหาร เช่น อาหารอิสลาม อาหารเจ อาหาร มังสวิรัติ พร้อมทั้งติดป้ายระบุชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย เตียง ให้ถูกต้องตามใบสั่ง
6.9.8 อาหารว่างให้เลือกผลิตภัณฑ์จากร้านที่มีระบบมาตรฐาน กรรมวิธีที่ดีในการผลิตเป็นไปตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 เรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และ การเก็บรักษาอาหาร
พลังงานและการกระจายสารอาหารตามชนิดของอาหาร ดังนี้
พลังงานสารอาหาร
การกระจายสารอาหารต่อวัน
ชนิตอาหาร
ต่อวัน (กิโลแคลอรี่)
โปรตีน
คาร์โบไฮเดรต
ไขมัน
อาหารธรรมดาทั่วไป
1,800 - 2,000
15 %
55 - €0 %
25 - 30 %
อาหารอ่อนทั่วไป
1,500 - 1,600
15 %
55 - 60 %
25-30 %
อาหารธรรมดาเฉพาะโรค
1,600 - 1,800
15 - 20%
50 - 55 %
30 - 35 %
อาหารอ่อนเฉพาะโรค
1,500 - 1,600
15 - 20%
50 - 55 %
30 - 35 %
อาหารเหลวข้น
800 - 1,000
อาหารเหลวใส
600 - 800
6.9.9 อาหารที่นําส่งอยู่ในภาชนะปิด สะอาด และยังคงความร้อนอยู่
6.9.10 อาหารทุกประเภทต้องสะอาด ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
6.9.11 ในกรณีที่แพทย์เปลี่ยนหรือสั่งอาหารเพิ่มโปรตีนสูง โดยเพิ่มอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือไข่ เช่น ไข่ต้ม ไข่ขาวสมูทที่ ไข่ขาวปั่น อาหารฝึกกลืน ทางผู้รับจ้าง ต้องให้บริการอาหารทุกอย่างตามที่แพทย์สั่ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
20
6.9.12 กรณีใช้เวย์โปรตีน Isolate ให้ผู้ป่วยชําระค่าใช้จ่าย ในราคา 1.5 บาท/กรัม (ราคาขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อของเวย์โปรตีน)
6.9.13 รายการอาหารที่จัดให้ผู้ป่วยแต่ละมื้อ ต้องคิดสัดส่วนข้าว เนื้อสัตว์ ไขมัน ผลไม้ ผัก น้ําตาล นม ตามที่กําหนดในมาตรฐานอาหารโรงพยาบาลหรือสามารถแลกเปลี่ยนส่วนอาหารให้ได้พลังงานตามที่กําหนด
- หลักเกณฑ์สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม
7.1 ผู้รับจ้างต้องจัดระบบการเตรียม ประกอบอาหาร และการจัดจ่ายอาหารให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล อาหารและจัดให้เป็นสัดส่วนโดยมีการป้องกันการปนเปื้อนระหว่างวัตถุดิบอาหารและอาหารปรุงสําเร็จพร้อม
บริโภค และแยกระหว่างเนื้อสัตว์กับผักผลไม้
7.2 ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บและแยกขยะให้ถูกวิธี เช่น ขยะทั่วไป เศษอาหาร ขยะรีไซเคิล ขยะติดเชื้อ ขยะอันตราย และจัดการตามแนวทางสุขาภิบาลในกรณีที่จําเป็นต้องพักขยะในพื้นที่โรงพยาบาล ให้กําหนด
จุดพักขยะและแนวทางป้องกันความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม
7.3 ผู้รับจ้างต้องดักไขมันออกจากบ่อดักไขมันทุกวัน เพื่อควบคุมระบบระบายน้ําเสีย
7.4 ผู้รับจ้างต้องดูแลทําความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ตาม หลักสุขาภิบาลอาหาร
7.5 ผู้รับจ้างมีมาตรการเฝ้าระวังสัตว์พาหะนําโรค
7.6 ผู้รับจ้างมีมาตรการควบคุมแก้วและพลาสติกแข็ง
7.7 ผู้รับจ้างต้องใช้น้ํายาล้างจานเท่านั้นในการทําความสะอาดภาชนะใส่อาหาร พร้อมทั้งล้างภาชนะ อุปกรณ์ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
7.8 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์สําหรับทําความสะอาด เช่น ไม้กวาด แปรงขัดพื้น น้ํายาล้างจานให้เพียงพอในการปฏิบัติงาน
7.9 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทําความสะอาดแผ่นกรองไขมันทุกสัปดาห์ และล้างท่อดูดควันทุก 6 เดือน 7.10 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบล้างเครื่องกรองน้ําทุก 1 เดือน และเปลี่ยนไส้กรองทุก 1 ปี - เงื่อนไขอื่นๆ
8.1 อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, พัดลม, พัดลมดูดอากาศ และเครื่องล้างจาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าซ่อมเอง
8.2 กรณีผู้ป่วยทุกคนในหอผู้ป่วยไม่ได้รับอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งของวัน โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรม แพทย์ทหารเรือ จะปรับเงินจํานวน 5 % ของค่าอาหารในวันนั้น เพื่อเป็นการปรับเงินผู้รับจ้างในการบริการ อาหารของผู้ป่วยที่ผิดพลาด
8.3 กรณีที่ผู้รับจ้างยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่คืนให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เช่น การทาสีในพื้นที่เปรอะเปื้อน, การซ่อมบํารุง ภายในระยะเวลาที่กําหนด โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ จะยังไม่จ่ายเงินค่าอาหารของผู้ป่วยที่โรงพยาบาลค้างชําระ
21
8.4 กรณีผู้รับจ้างทําวัสดุอุปกรณ์/ครุภัณฑ์ ชํารุดหรือสูญหาย และยังไม่สามารถซ่อมทํา ให้อยู่ในสภาพใช้ งานได้ หรือจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์/ครุภัณฑ์ที่สูญหายทดแทนได้ ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ ทหารเรือจะยังไม่จ่ายเงินค่าอาหารของผู้ป่วยที่โรงพยาบาลค้างชําระ
8.5 ค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษา การซ่อมแซม หรือปรับปรุงสถานที่ประกอบอาหารของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้าง ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น ภายใต้การกํากับของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
8.6
ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม
8.7 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพร่วมกับโรงพยาบาล สมเด็จพระปิ่นเกล้า
กรมแพทย์ทหารเรือ
8.8 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนป้องกันอัคคีภัย เช่น การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการดับเพลิง การดูแล รักษาเครื่องมือที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ ทําประกันอุบัติภัยเพื่อประกันความเสียหาย พร้อมทั้งลง บันทึกแบบตรวจสอบป้องกันอัคคีภัยทุกวันหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน และดําเนินการซ้อมแผนอัคคีภัย ร่วมกับกลุ่มงานโภชนบําบัด ในปีละ 1 ครั้ง
8.9 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ําประปา ค่าไฟฟ้า ทั้งส่วนครัว สํานักงาน ตามอัตราส่วนที่ส่วนราชการกําหนด โดยทางโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ มี การติดตั้งมิเตอร์แยกค่าน้ําประปาและค่าไฟฟ้า โดยมีการคิดใช้จ่ายดังนี้
ค่าไฟฟ้า ราคา
€.5 บาท / ยูนิต
ค่าน้ําประปา ราคา 15 บาท / ลูกบาศก์เมตร
8.10 ผู้รับจ้างต้องนําขยะไปทิ้งที่โรงพักขยะทุกวัน และกําจัดเศษอาหาร ทุกวันภายหลังการปฏิบัติงาน 8.11 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ อนุญาตให้ใช้พื้นที่ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ผู้รับจ้างห้ามดื่มสุรา และสิ่งเสพติด ตลอดจนก่อ ความเสียหายแก่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กรณีมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับตัวอาคาร เช่น ไฟไหม้ ทําให้ตัวอาคารเสียหาย ซึ่งมีต้นเหตุจากผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเป็นจํานวน เงินเท่าค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
8.12 ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้คณะกรรมการผู้ตรวจประเมิน GMP, JCI, ISO, HA, ประกันสังคม เข้า
ตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติงานและ การบริการอาหาร
8.13 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ในการประหยัด พลังงานไฟฟ้า น้ําประปา - การประเมินผลการนําเนินการ
9.1 ผู้จ้างต้องควบคุมการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างตามตัวชี้วัด (KPI) พร้อมทั้งรายงานผลการดําเนินงาน ประจําเดือน ให้ผู้รับจ้างทราบและมีการประชุมร่วมกันทุกเดือน
9.2 ผู้รับจ้างต้องเข้าร่วมรับการตรวจจากหน่วยงานภายในโรงพยาบาลและภายนอกโรงพยาบาลทุกครั้ง
เพื่อควบคุมคุณภาพการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามตัวชี้วัด
9.3 ถ้าผู้รับจ้างไม่ผ่านการประเมินการควบคุมคุณภาพตามตัวชี้วัดจะต้องทําการแก้ไขโดยด่วน
22 - ระยะเวลาในการดําเนินการ
ระยะเวลาของสัญญา 1 ปี 1 ต.ค. 69 – 30 ก.ย. 70 - วงเงินในการนําเนินการ
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
27,000,000 บาท (ยี่สิบเจ็ดล้านบาทถ้วน) - ค่าประกันความเสียหายอุปกรณ์ 1,000,000 บาท
- ผู้รับจ้างทําประกันอัคคีภัยอาคารและครุภัณฑ์ วงเงิน 50 ล้านบาท
13.1 กรณีเกิดเหตุอัคคีภัย สาเหตุจากผู้รับจ้างทําให้เกิดความเสียหายแก่โรงพยาบาล ทางผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด - หากสิ้นสุดสัญญาการจ้างเหมาบริการอาหารแล้วยังไม่มีผู้รับจ้างรายใหม่มาแทน ให้ผู้รับจ้างรายเดิม ให้บริการปรุงประกอบอาหารตามสัญญาการจ้างเหมาบริการอาหารจนกระทั่งมีผู้รับจ้างรายใหม่เข้ามารับ ช่วงการบริการอาหาร ไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันสิ้นสุดสัญญา
- สถานทีรับฟังความคิดเห็น
15.1 สํานักงานส่งกําลังบํารุง กองอํานวยการ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
504 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
15.2 โทรศัพท์ 02 475-2891 มือถือ 081 750 5296 (นาวาตรีอุเทน เขาวงศ์)
15.3 e-mail
[email protected]
(ผนวก) ราคาค่าอาหารแบ่งตามประเภทอาหาร
23
รายการ
ราคากลาง
จํานวนถาด/วัน | จํานวนคน/วัน จํานวนถาด/365วัน รวมเงิน
อาหารพิเศษ
120 บ./ถาด
180
65,700
7,884,000
อาหารสามัญ
165 บ./วัน
420
140
153,300
8,431,500
อาหารว่าง
50 บ./วัน
60
21,900
1,095,000
(ให้เฉพาะพิเศษ)
อาหารทางสาย
350 บ./วัน
40
14,600
5,110,000
ให้อาหารพิเศษ
อาหารทางสาย
150 บ./วัน
65
ให้อาหารสามัญ
23,725
3,558,750
อาหารทาง
2,522.60
365
920,750
การแพทย์
บ./วัน
รวมเป็นเงิน
27,000,000